Oxford Royale Academy คว้ารางวัลสูงสุดสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อ๊อกซ์ฟอร์ด, อังกฤษ–21 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

สถาบันการศึกษา Oxford Royale Academy (ORA) คว้ารางวัล Queen’s Award for Enterprise in International Trade ประจำปี 2559 ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในอังกฤษ

 Oxford Royale Queen Award / ORA is delighted to have received its second Queen's Award in four years. (PRNewsFoto/Oxford Royale Academy)

ORA is delighted to have received its second Queen’s Award in four years. (PRNewsFoto/Oxford Royale Academy)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160420/357851)

Oxford Royale 2 / Students from over 100 nationalities travel to participate in ORA's wide variety of academic courses. (PRNewsFoto/Oxford Royale Academy)

Students from over 100 nationalities travel to participate in ORA’s wide variety of academic courses. (PRNewsFoto/Oxford Royale Academy)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160420/357852)

Oxford Royale 3 / Students are housed in University of Oxford accommodation for the duration of their summer programmes. (PRNewsFoto/Oxford Royale Academy)

Students are housed in University of Oxford accommodation for the duration of their summer programmes. (PRNewsFoto/Oxford Royale Academy)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160420/357854)

 

สถาบัน ORA เคยได้รับรางวัล Queen’s Award มาแล้วในปี 2555 อันเป็นผลพวงมาจากการเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2547 ทางสถาบันได้เปิดรับนักเรียนนักศึกษาจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา มีนักเรียนนักศึกษามากกว่า 100 สัญชาติที่เข้าเรียนในหลักสูตรต่างๆตามความสนใจและความสามารถของแต่ละคน และในปี 2555 เพียงปีเดียว ได้มีการเพิ่มหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ๆมากมาย เช่น วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป และสถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็นต้น

 

ขณะเดียวกัน ORA ยังเปิดโรงเรียนภาคฤดูร้อนแบบกินนอนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในอ๊อกฟอร์ด โดยตลอดหลายปีมานี้ ทางสถาบันได้ทุ่มเทให้กับการพัฒนา International Study Centre เพื่อนำเสนอการเรียนการสอนตลอดทั้งปี นอกจากนั้นยังเข้าครอบครอง Yarnton Manor คฤหาสน์สมัยจาโคเบียนในเขตชนบทของอ๊อกซ์ฟอร์ดเชอร์ เพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้อันเป็นสากลอย่างแท้จริง ซึ่งตอบสนองความต้องการของนักเรียนระดับหัวกะทิจากทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

 

ORA ก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าของอ๊อกซ์ฟอร์ดนามว่า William Humphreys โดยในช่วงแรกเป็นเพียงหลักสูตรการเรียนภาคฤดูร้อนทั่วๆไป จนท้ายที่สุดได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในวงการ โดยในช่วงพีคที่สุดจะมีเจ้าหน้าที่มากถึง 250 คน ORA ได้รับการรับรองโดย British Council และ British Accreditation Council นอกจากนั้นยังเป็นสมาชิกขององค์กรชื่อดังอย่าง EnglishUK และ Council of British International Schools ทั้งนี้ นอกเหนือจากรางวัล Queen’s Award ได้เคยได้รับมาแล้ว 2 ครั้ง ทางสถาบันยังเคยคว้ารางวัล Best Educational Product จาก British Educational Travel Association มาแล้วถึง 5 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2553

 

เจ้าหน้าที่จากสถาบัน ORA จะเข้ารับรางวัล Queen’s Award ในพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการซึ่งจัดโดยผู้บริหารมณฑลแทนพระองค์ และตัวแทนจาก ORA ยังได้รับเชิญไปยังพระราชวังบักกิงแฮมในเดือนกรกฎาคมนี้ด้วย

 

ท่านที่สนใจสามารถสมัครเรียนภาคฤดูร้อนหรือหลักสูตรต่างๆตลอดปีได้ที่ http://oxford-royale.co.uk/apply

 

ท่านที่สนใจสามารถติดต่อขอภาพถ่ายความละเอียดสูงได้

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.oxford-royale.co.uk/

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

Mr Thomas Whale

อีเมล: twhale@oxford-royale.co.uk

โทร. +44-(0)845-130-60-21

ที่มา: Oxford Royale Academy

แข้งดังทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รับคำท้าเข้าร่วมการแข่งขัน Swissquote Forex Four

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แมนเชสเตอร์, สหราชอาณาจักร–21 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ไมเคิล แคร์ริก กองกลางและรองกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ลีลาการส่งลูกระดับเทพ ด้วยการรับคำท้าเข้าร่วมการแข่งขัน Swissquote “Forex Four” ในสัปดาห์นี้

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.prnasia.com/mnr/swissquote_201604.shtml

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160406/0861602901-a

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160406/0861602901-b

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160406/0861602901-c

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160406/0861602901-d

รับชมวิดีโอได้ที่ www.swissquote.com/manutd

แคร์ริก นักเตะทีมชาติอังกฤษที่ลงสนามให้กับสโมสรมากกว่า 400 นัด ดวลฝีเท้ากับ ดาลีย์ บลินด์ ผู้เล่นทีมชาติฮอลแลนด์เพื่อนร่วมสโมสร ในการดวลแข้งSwissquote “Forex Four” ที่นักเตะต้องอาศัยทักษะรอบด้าน ทั้งการตัดสินใจ แทคติก และทักษะการส่งลูก

เกมดวลแข้ง “Forex Four” เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการแข่งขัน “Red Zone” ซึ่งออกแบบโดย Swissquote เพื่อทดสอบเหล่านักเตะสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งรวมถึง ดาบิด เด เคอา, คริส สมอลลิง, เจสซี่ ลินการ์ด และมอร์แกน ชไนเดอร์แลง ตลอดฤดูกาล 2015/16 โดยเป็นการทดสอบทักษะต่างๆของนักเตะเพื่อดูความสามารถในการตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน

แคร์ริกกล่าวถึงการแข่งขัน Swissquote “Forex Four” ว่า

ผมชอบความท้าทาย แต่ไม่แน่ใจว่าดาลีย์จะชอบเหมือนกันหรือเปล่า งานนี้ยากกว่าที่เห็นเยอะ เพราะต้องใช้เวลาทั้งวันกว่าจะได้ 1 โทเคน อย่าว่าแต่ 4 โทเคนเลย”

ในทางตรงกันข้าม บลินด์แสดงความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดที่เพลี่ยงพล้ำให้กับเพื่อนร่วมทีม

ผมคงไม่สนุกเท่ากับไมเคิล เพราะโชคไม่ดีที่ผมแพ้เขา แต่ก็ขอแสดงความยินดีกับเขาด้วย เกมนี้ยากมาก บางครั้งก็ต้องรีบยิงลูกออกไปและหวังว่าจะเข้าประตู”

มาร์ก เบอร์คี ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Swissquote ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนและการเงินออนไลน์รายแรกที่เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวเสริมว่า

“Swissquote ภาคภูมิใจในกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของเรา นั่นคือ การให้คำปรึกษาและนำเสนอความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราทำการตัดสินใจได้ดีที่สุด และก้าวนำผู้อื่นในโลกของการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา”

เกี่ยวกับ Swissquote

Swissquote คือผู้ให้บริการทางการเงินออนไลน์ชั้นนำ ที่นำเสนอบริการซื้อขายออนไลน์และโซลูชั่นหลากหลายสำหรับ eForex, ePrivate Banking, eMortgage และบัญชีเงินฝากที่ยืดหยุ่น นอกเหนือจากค่าบริการแสนถูกสำหรับลูกค้ารายย่อยแล้ว Swissquote ยังนำเสนอบริการพิเศษสำหรับผู้จัดการสินทรัพย์อิสระและลูกค้าองค์กรด้วย Swissquote Bank Ltd ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง Swiss Federal Market Supervisory Authority (FINMA) นอกจากนั้นยังเป็นสมาชิกของ Swiss Bankers Association ด้วย ทั้งนี้ Swissquote Group Holding Ltd ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange (สัญลักษณ์หุ้น: SQN)

www.swissquotefx.com

วิดีโอ – http://static.prnasia.com/pro/media/201604/swissquote/swissquote.mp4

瑞讯Forex Four 比赛

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160406/0861602901-a

英格兰国脚卡里克
รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160406/0861602901-b

瑞讯银行瑞士格朗总部
รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160406/0861602901-c

卡里克与队友戴利于赛后握手
รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160406/0861602901-d

ติดต่อ: Angela Fok, โทร. +852 3902 0050, อีเมล: angela.fok@swissquote.com

Hublot เปิดบูติกแห่งใหม่ใจกลางมหานครนิวยอร์ก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

 นิวยอร์ก–20 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          -แบรนด์นาฬิกาสุดหรูสัญชาติสวิสฉลองเปิดแฟลกชิปสโตร์ระดับโลกแห่งใหม่บนถนน Fifth Avenue อันโด่งดัง

          อูโบลท์ (Hublot) แบรนด์นาฬิกาสุดหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ แสดงความรักที่มีต่อนิวยอร์ก ด้วยการจัดอีเวนท์หลากหลายงานทั่วแมนฮัตตัน พร้อมด้วยเซอร์ไพรส์มากมายตามแบบฉบับของอูโบลท์! ริคาร์โด กวาดาลูป ซีอีโอของอูโบลท์ เดินทางมายังมหานครนิวยอร์กเพื่อเป็นเจ้าภาพเฉลิมฉลองหลากหลายความสำเร็จอันน่าตื่นเต้นของอูโบลท์

 Hublot Opening Ceremony / Hublot Opening Ceremony - Carlito Fuente, Pele, Ricardo Guadalupe (CEO of Hublot), Usain Bolt, Peter Marino and Jean-François Sberro (General Manager of Hublot America) (PRNewsFoto/HUBLOT)

Hublot Opening Ceremony – Carlito Fuente, Pele, Ricardo Guadalupe (CEO of Hublot), Usain Bolt, Peter Marino and Jean-François Sberro (General Manager of Hublot America) (PRNewsFoto/HUBLOT)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160414/355373 )

 Hublot Ricardo Guadalupe CEO / Ricardo Guadalupe, CEO of Hublot, shared: "Hublot is thrilled to share this exciting occasion with the city of New York, where our concept of the Art of Fusion comes to life in full form. Not only are we celebrating our new boutique on Fifth Avenue - the largest Hublot boutique in the US - but we are paying tribute to the iconic and innovative All Black collection that Hublot founded exactly 10 years ago. (PRNewsFoto/HUBLOT)

Ricardo Guadalupe, CEO of Hublot, shared: “Hublot is thrilled to share this exciting occasion with the city of New York, where our concept of the Art of Fusion comes to life in full form. Not only are we celebrating our new boutique on Fifth Avenue – the largest Hublot boutique in the US – but we are paying tribute to the iconic and innovative All Black collection that Hublot founded exactly 10 years ago. (PRNewsFoto/HUBLOT)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160414/355374 )

 HUBLOT Usain Bolt and Pele / Usain Bolt and Pele at Hublot 5th Avenue (NYC) Boutique Opening (PRNewsFoto/HUBLOT)

Usain Bolt and Pele at Hublot 5th Avenue (NYC) Boutique Opening (PRNewsFoto/HUBLOT)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160414/355375 )

          ผู้คนจำนวนมากต่างมารวมตัวกันบริเวณทางแยกของถนน Fifth Avenue และ 57th Street ในช่วงบ่ายนี้ เมื่ออูโบลท์ฉลองการเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ใจกลางมหานครนิวยอร์กในรูปแบบที่แปลกใหม่และไม่เหมือนใคร โดยริคาร์โด พร้อมด้วยแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่าง ยูเซน โบลต์ และเปเล่ ตำนานที่ยังมีชีวิต (และเทพเจ้าแห่งวงการลูกหนัง) ได้ร่วมพิธีตัดริบบินบริเวณด้านนอกของบูติก ก่อนเรียนเชิญแขกที่มาร่วมงานให้ได้สัมผัสประสบการณ์แห่ง World of Hublot ด้านในร้าน ทั้งนี้ ขณะที่เหล่าสุภาพบุรุษรวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหน้าของบูติก ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่คู่นักเต้น Bandaloop ซึ่งโรยตัวลงมาจากดาดฟ้าและแสดงลีลาไปตามผนังด้านหน้าของอาคารจนถึงพื้นดินได้อย่างน่าทึ่ง เพื่อเปิดตัว ยูเซน โบลต์ และนาฬิกาลิมิเต็ดอิดิชั่นรุ่นใหม่ล่าสุดของเขา รับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่กำลังจะมาถึง

          บูติกแห่งใหม่บนถนน 743 Fifth Avenue (ระหว่างถนนที่ 57 และ 58 ใจกลางแมนฮัตตัน) เป็นความร่วมมือล่าสุดที่ดำเนินมาอย่างยาวนานระหว่างสถาปนิก ปีเตอร์ มาริโน และอูโบลท์ ดีไซน์ของบูติกแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ อันได้แก่ความหรูหราและนวัตกรรม ผสมผสานกับแนวคิดศิลปะแห่งการผสมผสาน หรือ Art of Fusion ที่เหนือการคาดเดา ส่วนหน้าของอาคารที่สวยงามนั้นตกแต่งด้วยไฟ LED และแผ่นอลูมิเนียมสีดำเคลือบเพื่อให้ปรากฏเป็นสายนาฬิกา ตัวอาคารแห่งนี้สูงตระหง่าน 70 ฟุต (21 เมตร) เหนือย่าน Fifth Avenue และเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกของแบรนด์ การตกแต่งบูติกสะท้อนให้เห็นถึงการเลือกใช้วัสดุซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของอูโบลท์ และมีบทบาทสำคัญต่อการออกแบบนาฬิกาของแบรนด์ ภายในบูติกมีพื้นที่ 1500 ตารางฟุต (139 ตารางเมตร) ถ่ายทอดความร่วมสมัยด้วยหินลาวาและพื้นไม้ เครื่องตกแต่งหนังสีแกรไฟต์ ของประดับที่ทำจากกระจกและสเตนเลสสตลีลเงาวาว ตลอดจนนวัตกรรมไฮเทค ซึ่งรวมถึงตู้โชว์ LCD “ไร้เงา” การจัดไฟที่ซับซ้อนแต่ไม่รำคาญตา ผนังวงจรปิด และ “หนังสือ” เสมือนจริงที่แต่ละ “หน้าหนังสือ” จะบอกเล่าถึงประวัติของอูโบลท์ ซึ่งจะฉายอยู่ในหน้าต่างหลักบนถนน Fifth Avenue บูติกแห่งใหม่นี้จึงนับเป็นการผสมผสานระหว่างวัสดุพรีเมียมและสุนทรียภาพอันหรูหราและทันสมัยได้อย่างลงตัว

          ภาพงานอีเวนท์: http://bit.ly/1XETquX

          ภาพบูติกของอูโบลท์: https://app.box.com/s/0w442ou6oyqj8fjacvszwyjgz9hg2kd0

          ติดต่อ: Annabelle Galley +41(0) 22-990-90-00

          วิดีโอ – https://youtu.be/_a3sz4O00pY

          แหล่งข่าว: HUBLOT

Risen Strikes 175MWp with Mytrah

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

NINGBO, China–21 Apr–PRNewswire/InfoQuest

Risen Energy Co., Ltd, a leading global Tier 1 manufacturer of high-performance solar photovoltaic products and provider of total business solutions for power generation, today announced the primary order placements of 175MWp Solar PV Modules by Mytrah Energy Ltd for dispatch during 2016.

 

Photo – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160420/0861603595

 Caption: Historic Contract between Risen & Mytrah

Mytrah’s financial pipeline was recently reinforced with the approval of a US$175 million direct loan facility from Asia Development Bank (ADB). Further details have also emerged in relation to the specifics for materials supply during 2016; 175MWp and an option on a further 50MWp of Risen high-performance solar PV modules. This confirmation subsequently allows both parties to tactically approach their commitments to providing clean energy in line with government expectations, whilst simultaneously challenging the misconception that the solar PV supply chain needs to be a war of attrition.

“Clearly Mytrah is delighted with the recent developments,” said Mr. Ravi Kailas, Mytrah’s Chairman. “This is another significant milestone in the development of the Company. The involvement of the ADB is further evidence of the growing maturity of our business, and after extensive review of potential suppliers, their quality, and capabilities, our contract with Risen is an exciting development in our solar division.”

“Risen would like to congratulate Mytrah as its credibility is once more underlined with the ADB loan approval,” said Mr. Bypina Veerraju Chaudary, CSMO of Risen. “Having interacted diligently with Mytrah’s personnel over the last nine months, exploring the total cost of ownership for energy generation systems, it is obvious that Mytrah is well inside the ‘serious league’. Mytrah’s severe selection process looks acutely into technological, quality, state of the art manufacturing facilities, service, communication, financial stability, and commercial foci, and we are pleased to have measured up to their severe criteria.”

The projects will utilise Risen high-performance solar PV modules, in 72 and 60 cell configuration, with the installations spread across the Indian sub-continent allowing further environmentally secure, commercially viable benefits to end users, and all parties concerned.

About Risen

Risen Energy is a leading global Tier1 “AAA” credit rated manufacturer of high-performance solar photovoltaic products and provider of total business solutions for power generation. The Company, founded in 2002 and publicly listed in 2010, compels value generation for its chosen global customers. Techno-commercial innovation, underpinned by consummate quality and support, encircle Risen total Solar PV business solutions which are among the most powerful and cost effective in the industry. With local market presence, and strong financial bankability status, we are committed, and able, to building strategic, mutually beneficial collaborations with our partners, as together we capitalise on the rising value of green energy.

Creaform เปิดตัว HandyPROBE Next เครื่องวัดสามมิติแบบพกพาใหม่ล่าสุด ตอบโจทย์ความท้าทายด้านการควบคุมคุณภาพในพื้นที่ผลิตสมัยใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เลวิส, คิวเบก–20 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

– ผลิตภัณฑ์ HandyPROBE เพิ่มความแม่นยำ ใช้งานง่ายขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่ผลิต เพื่อรับมือกับข้อกำหนดด้านคุณภาพของบรรดาผู้ผลิตได้ดียิ่งขึ้น

Creaform ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการวัด 3 มิติแบบพกพาและบริการด้านวิศวกรรม ประกาศเปิดตัว HandyPROBE Next เครื่องวัดสามมิติ (Coordinate Measuring Machine – CMM) แบบพกพารุ่นใหม่ โดยอุปกรณ์ตรวจสอบระบบสัมผัสแบบออปติคัลที่ล้ำยุคเครื่องนี้จะช่วยตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของบรรดาผู้ผลิตในการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดในสายการผลิตของโรงงาน

 HandyPROBE_Next_Arm / Creaform's HandyPROBE Next portable CMM is an optical-based contact inspection solution used to address the increasing demands of rigorous quality control directly on manufacturers' production lines. (PRNewsFoto/Creaform)

Creaform’s HandyPROBE Next portable CMM is an optical-based contact inspection solution used to address the increasing demands of rigorous quality control directly on manufacturers’ production lines. (PRNewsFoto/Creaform)

รูปภาพ http://photos.prnewswire.com/prnh/20160418/356646

HandyPROBE Next นำเสนอผลิตภาพและประสิทธิภาพที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น ด้วยการออกแบบตัวเครื่องให้เอื้อต่อการใช้งานในพื้นที่ผลิตมากขึ้น ช่วยให้ตรวจสอบชิ้นส่วนได้ละเอียดแม่นยำอย่างที่คาดไม่ถึง ไม่ว่าจะใช้งานตรงจุดใด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมคุณภาพที่อาศัยเครื่องมือแบบพกพาในการตรวจวัดขนาดของเครื่องมือการผลิต จิ๊ก การประกอบ การประกอบย่อย และผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายในพื้นที่ผลิตนั้น สามารถคาดหวังได้ถึง:

การวัดที่มีความแม่นยำเพิ่มขึ้น 2 เท่า: ความถูกต้องของปริมาตรที่ 0.064 มม. (0.0025 นิ้ว) ตามมาตรฐาน ASME B89.4.22 ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะมีความเสถียรหรือไม่ ด้วยเทคโนโลยี TRUaccuracy

            พร้อมใช้ตรวจวัดได้ทันที: เครื่องมือแบบไร้สายนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถวัดพิกัดได้ในทันที โดยไม่ต้องมีการตั้งค่าการวัดที่ตายตัว

            ขอบเขตการวัดที่กว้างขึ้น: สามารถขยายขอบเขตการวัดได้อย่างง่ายดาย ซึ่งแตกต่างไปจากการวัดโดยแขนกลที่ต้องใช้การก้มโค้ง

            – ดีไซน์ใหม่ที่เหมาะกับสรีระของผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ในพื้นที่ผลิต: มอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ใช้ พร้อมกับมอบระยะเวลาในการทำกำไรและผลประโยชน์ด้านต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ

            มีจำหนายในรุ่นมาตรฐาน (Standard) และรุ่นพิเศษ (Elite): ผู้ใช้สามารถเลือกรุ่นได้ตามความต้องการเฉพาะของตนเอง

บรรดาผู้ผลิตกำลังถูกกดดันมากขึ้นให้รวมขั้นตอนการควบคุมคุณภาพการทำงานที่เข้มงวดเข้าสู่กระบวนการผลิต ในขณะที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพให้ได้ในระดับเดิม HandyPROBE Next มึความสามารถรอบด้าน มีความแม่นยำในพื้นที่ผลิต และความสะดวกสบายในการพกพา ซึ่งแตกต่างไปจากแขนกลหรือ CMM ที่ยึดติดกับที่ โซลูชัน HandyPROBE Next สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของคุณภาพได้อย่างครอบคลุม โดยรวมไปถึงประเด็นที่หลุดลอดการตรวจสอบหรือผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถจัดการได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การผลิตที่ไม่เป็นที่ต้องการ ความล่าช้าในการอนุมัติรับรองชิ้นงาน ข้อบกพร่องในการผลิต และต้นทุนที่ไม่คาดคิด” แดเนียล บราวน์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสของ Creaform กล่าว

            นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ผลิตยังสามารถเพิ่มการสแกนแบบสามมิติในขั้นตอนการตรวจสอบด้วยสแกนเนอร์ MetraSCAN 3D ซึ่งเป็นเครื่องCMM แบบพกพา และสามารถใช้งานกับ VXinspect ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์การตรวจสอบขนาดชิ้นงานของ Creaform โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันการควบคุมคุณภาพที่ครบวงจรของ Creaform

Creaform จะสาธิตโซลูชันการควบคุมคุณภาพที่งาน CONTROL 2016 ในเยอรมนี โดยพบกันได้ที่ฮอลล์ 5 สแตนด์ 5108 ระหว่างวันที่ 26-29เมษายนนี้

SWIFT เผยสถาบันการเงินทั่วโลกใช้เงินหยวนในสัดส่วนเกือบ 40%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–20 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ผลการติดตามข้อมูลเงินหยวน (RMB Tracker) ของ SWIFT บ่งชี้ว่า การใช้เงินหยวนเพื่อการชำระเงินกับฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ของสถาบันการเงินทั่วโลกนั้น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18%

          ข้อมูลของ SWIFT ชี้ให้เห็นว่า การนำเงินหยวนมาใช้โดยสถาบันการเงินในทุกภูมิภาคนั้น ขยายตัวในระดับตัวเลขสองหลัก โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 มีธนาคาร 1,131 แห่งที่ใช้เงินหยวนในการชำระเงินกับจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง คิดเป็นสัดส่วน 37% ของการชำระเงินด้วยทุกสกุลเงินกับจีนและฮ่องกงของสถาบันต่างๆ ตัวเลขดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้น 18% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยสถาบันการเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (557) ตามมาด้วยยุโรป (376) อเมริกา (124) แอฟริกาและตะวันออกกลาง (74) และเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ 2557 อัตราการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในภูมิภาคอเมริกา (+31%) ตามมาด้วยเอเชีย-แปซิฟิก (+18%) ยุโรป (+17%) และแอฟริกาและตะวันออกกลาง (+12%)

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20160330/8521602028-a

          จำนวนสถาบันการเงินที่ใช้เงินหยวนในการชำระเงิน

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20160330/8521602028-b

          สัดส่วนเงินหยวนในฐานะสกุลเงินที่ใช้ชำระเงินระหว่างประเทศ

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20160127/8521600559Logo

          SWIFT Logo

          ข้อมูล SWIFT บ่งชี้ว่า 24% ของการชำระเงินด้วยเงินหยวนในต่างประเทศที่เกิดขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงดำเนินการโดยธนาคารของจีนที่ทำธุรกิจในต่างประเทศ ทั้งนี้ ธนาคารของจีนที่ทำธุรกิจในต่างประเทศหมายความถึงธนาคารของจีนมีสาขา และ/หรือ บริษัทในเครือในต่างประเทศ

          “ปริมาณการชำระเงินด้วยเงินหยวนทั่วโลกมีความผันผวน และอันที่จริงมีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว โดยมีแนวโน้มว่าจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลตามฤดูกาลอันเป็นผลกระทบจากเทศกาลตรุษจีน” ไมเคิล มูน หัวหน้าฝ่ายการชำระเงินประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของ SWIFT กล่าว “นอกจากนี้ ตามที่ได้มีการรายงานในวงกว้างโดยสื่อ จำนวนวันที่ใช้ในการหักบัญชีในสกุลเงินหยวนได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี การใช้เงินสกุลหยวนเพิ่มขึ้นโดยสถาบันการเงินทั้งภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและในต่างประเทศ จะช่วยกลไกการชำระเงินด้วยเงินหยวนมากขึ้นทั่วโลก และต่อไป จะช่วยผลักดันความเป็นสากลของสกุลเงินของจีน”

          ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 เงินหยวนยังคงเป็นสกุลเงินที่ถูกใช้มากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ในการชำระเงินทั่วโลกเมื่อวัดจากมูลค่า โดยมีสัดส่วนที่ 1.7% ซึ่งลดลง 27.5% จากเดือนมกราคม 2559 การชำระเงินของทุกสกุลเงินมีมูลค่าลดลง 1.3% ในช่วงเวลาเดียวกัน

          เกี่ยวกับ SWIFT และการก้าวสู่ความเป็นสากลของสกุลเงินหยวน

          นับตั้งแต่ปี 2553 SWIFT ได้ให้การสนับสนุนลูกค้าและอุตสาหกรรมการเงินเกี่ยวกับการก้าวสู่ความเป็นสากลของเงินสกุลหยวนในเชิงรุกผ่านทางสื่อและรายงานต่างๆ SWIFT ( Business Intelligence Team) ได้เผยแพร่ข้อมูลสถิติเกี่ยวกับการใช้เงินหยวนเพื่อชำระเงินใน RMB Tracker ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนัยสำคัญของการเป็นสกุลเงินสากลของเงินหยวน มุมมองเกี่ยวกับการชำระบัญชีเงินหยวนและแนวทางการชำระบัญชีของเงินหยวนในต่างประเทศ การสนับสนุนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินหยวนและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและ Business Intelligence Solution รวมทั้งการดำเนินงานร่วมกับศูนย์การชำระบัญชีในต่างประเทศ และชุมชนการเงินจีนเพื่อสนับสนุนการก้าวสู่ความเป็นสากลของเงินหยวนในอนาคต

          เครือข่าย SWIFT รองรับการทำธุรกรรมเงินหยวนทั่วโลกอย่างเต็มรูปแบบ บริการรับ-ส่งข้อความของ SWIFT สามารถรองรับการส่งตัวอักษรจีนผ่านทางรหัส Chinese Commercial Code (CCC) ที่อยู่ใน FIN หรือผ่านทางตัวอักษรจีนใน MX (ข้อความ ISO 20022 ) SWIFT ยังนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ Business Intelligence Solution สำหรับสกุลเงินหยวน เพื่อสนับสนุนสถาบันการเงินและบริษัท นอกจากนี้ SWIFT ยังได้ร่วมมือกับแวดวงการเงินนี้เพื่อเผยแพร่คู่มือ Offshore and Cross-Border RMB Best Practice Guidelines ซึ่งจะช่วยสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติงานของการชำระเงินโดยการใช้สกุลเงินหยวน

          กรุณาคลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้เงินหยวนในระดับสากล คุณยังสามารถเข้าร่วมกลุ่มLinkedIn ใหม่ของเราซึ่งได้แก่ Business Intelligence Transaction Banking ได้ด้วย

          เกี่ยวกับ SWIFT

          SWIFT เป็นผู้ให้บริการรับ-ส่งข้อความทางการเงินที่ปลอดภัยชั้นแนวหน้าของโลกในรูปแบบขององค์กรที่มีสมาชิกทั่วโลกเป็นเจ้าของร่วมกัน

          เรานำเสนอแพลตฟอร์มรับ-ส่งข้อความและมาตรฐานการสื่อสารให้กับวงการการเงิน เรายังนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเข้าถึงและการบูรณาการ การระบุตัวตน การวิเคราะห์ และหลักปฏิบัติด้านอาชญากรรมทางการเงิน

          แพลตฟอร์มรับ-ส่งข้อความ ผลิตภัณฑ์ และบริการของเราเชื่อมต่อธนาคาร สถาบันด้านหลักทรัพย์ หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานตลาด และลูกค้าองค์กรกว่า 11,000 แห่งในกว่า 200 ประเทศและเขตปกครอง เปิดทางให้การสื่อสารเป็นไปอย่างปลอดภัยและการแลกเปลี่ยนข้อความทางการเงินระหว่างกันที่ได้มาตรฐานในแนวทางที่วางใจได้ เราคือผู้ให้บริการที่ได้รับความไว้วางใจ โดยอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงินระหว่างประเทศและในพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมการค้าและการพาณิชย์ทั่วโลก เราไม่หยุดที่จะเสาะแสวงหาความเป็นเลิศด้านการดำเนินกาน และเดินหน้าหน้าทางลดต้นทุน ลดความเสี่ยง และขจัดการขาดประสิทธิภาพด้านการดำเนินงาน

          สำนักงานใหญ่ของ SWIFT ตั้งอยู่ที่ประเทศเบลเยียม ธรรมาภิบาลและการสอดส่องดูแลในระดับสากลของ SWIFT ช่วยตอกย้ำถึงคุณลักษณะที่เป็นกลางและสากลของโครงสร้างสหกรณ์ ในขณะที่เครือข่ายสำนักงานที่มีอยู่ทั่วโลกของ SWIFT ช่วยสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับการดำเนินงานที่แข็งขันที่ครอบคลุมศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญทุกแห่ง

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่นี่ หรือที่ www.swift.com หรือติดตามเราได้จาก Twitter: @swiftcommunity และ LinkedIn: SWIFT

          ติดต่อ:

          Cognito

          อีเมล: swift@cognitomedia.com

          โทร. +44 (0)20 7426 9400

          คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ

          SWIFT ไม่รับประกันความเหมาะสมสอดคล้องตามวัตถุประสงค์ ความสมบูรณ์ และความแม่นยำของ RMB Tracker และสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขข้อมูล RMB Tracker ในอดีต  SWIFT ให้บริการ RMB Tracker ตามสภาพจริงและวัตถุประสงค์ด้านข้อมูลเท่านั้น ข้อมูล RMB Tracker นี้มีเพื่อให้ความรู้เท่านั้น และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาใดๆ ผู้ที่ใช้ข้อมูลจาก RMB Tracker จะต้องรับผิดชอบการตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลRMB Tracker ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้ข้อมูลทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งก็ตาม SWIFT จำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบทั้งหมดที่เกี่ยวกับการใช้งาน RMB Tracker ของบุคคล RMB Tracker เป็นสิ่งตีพิมพ์ของ SWIFT สงวนลิขสิทธิ์ SWIFT (C) 2016

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160330/8521602028-a

          รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnh/20160330/8521602028-b

          โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160127/8521600559Logo

ToGazer พร้อมส่งมอบการประชุมแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้ภาคธุรกิจ การศึกษา และสันทนาการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไทเป, ไต้หวัน–20 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ToGazer เครื่องมือสำหรับการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอหรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ของ NEXCOM ได้รวมผู้คนจากทั่วโลกไว้ด้วยกันผ่านวิธีการที่แสนเรียบง่าย ToGazer ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแบ่งปันความคิด ทำงานร่วมกัน และสนทนาแบบเห็นหน้าด้วยการใช้เว็บเบราว์เซอร์ ToGazer มีจุดประสงค์ที่จะกระตุ้นการสื่อสารระหว่างบริษัทและลูกค้า อาจารย์และนักเรียน สมาชิกในครอบครัวและมิตรสหาย โดยมีเป้าหมายในด้านธุรกิจ การศึกษาและสันทนาการ ซึ่งโปรแกรมจะช่วยสนับสนุนการสนทนาแบบกลุ่ม การทำงานร่วมกัน และการระดมความคิดในทีม

          ToGazer เป็นเครื่องมือการประชุมผ่านวิดีโอบนเว็บไซต์ที่ทำลายพรมแดนทางภูมิศาสตร์และทางกายภาพเพื่อทำให้ผู้คนใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยที่ผู้ใช้สามารถใช้เว็บเบราว์เซอร์เพื่อเข้าร่วมการประชุมผ่านวิดีโอได้ทุกที่ทุกเวลา และยังสามารถใช้ฟังก์ชันต่างๆ เช่น ไวท์บอร์ด หน้าจอและการแบ่งปันไฟล์ ตลอดจนการส่งข้อความแบบกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

          ToGazer คือการพบปะและความเพลิดเพลินที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าเมื่อไร!

          ToGazer สามารถจัดการประชุมได้สูงสุดถึง 8 ครั้ง ในเวลาเดียวกัน ซึ่งการประชุมแต่ละครั้งจะมีผู้เข้าร่วมการประชุมได้สูงสุด 200 คน รวมถึงผู้เข้าร่วมในส่วนของวิดีโอ 16 คน ToGazer จึงช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการประสานงานแบบข้ามแผนก การอบรมออนไลน์ และเวิร์คช็อปล้ำสมัยในเวทีธุรกิจ โดยสามารถจัดการประชุมขนาดใหญ่ผ่านวิดีโอและสนับสนุนการมีปฏิสัมพันธ์แบบกลุ่ม สำหรับงานด้านการศึกษานั้น ToGazer สามารถเผยแพร่ความรู้ด้วยการนำการศึกษาไปสู่พื้นที่ห่างไกลหรือถ่ายทอดการประชุมสัมนาผ่านเว็บที่เปิดโอกาสให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและนักวิชาการทั่วโลกสามารถอภิปรายระหว่างการประชุมได้อีกด้วย นอกจากนี้ ToGazer ยังสามารถใช้เพื่อกิจกรรมสันทนาการ ทำให้สมาชิกในครอบครัวที่อยู่ไกลกันได้กลับมาพบปะกันอีกครั้ง

          การวางแผนจัดการประชุมขนาดใหญ่จำนวนมากนั้นแสนง่ายดายเมื่อใช้ ToGazer เครื่องมือการประชุมผ่านวิดีโอนี้มีฟังค์ชั่นการจัดตารางงาน เพื่อช่วยให้ผู้จัดการประชุมสามารถจองห้องประชุมเสมือนจริง และเชิญวิทยากรและผู้ฟังผ่านการแจ้งเตือนผ่านทางอีเมล

          โปรแกรมสำหรับการประชุม ToGazer รุ่นเดอะคอมมูนิตี้* พร้อมให้ดาวน์โหลดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแล้วที่ www.alliotcloud.com  โดยโปรแกรมนี้สามารถรองรับการประชุมได้ 1 ครั้ง รองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้ไม่เกิน 10 คน (รวมผู้ที่มีส่วนร่วมในวิดีโอ 4 คน) และด้วยโปรแกรมนี้ ผู้ใช้งานสามารถแชร์หน้าเดสค์ท็อปของตนเอง รวมถึงสามารถส่งข้อความแบบกลุ่มไปยังผู้ใช้งานรายอื่นๆได้อีกด้วย นอกจากนี้ รุ่นคอมมูนิตี้ยังสามารถรองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

          ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินไปกับการเลือกรูปแบบการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบมาตราฐาน  (Standard) แบบมืออาชีพ (Professional) หรือแบบองค์กร (Enterprise) ตามความเหมาะสมของจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม โดยแบบแรกคือแบบมาตรฐาน สามารถรองรับการประชุมได้ 1 การประชุมต่อครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทางวิดิโอสูงสุดได้ 10 คน ลำดับถัดมาคือ แบบมืออาชีพ สามารถรองรับได้ถึง 4 การประชุมต่อครั้ง โดยในแต่ละครั้งจะมีผู้เข้าร่วมประชุมได้ไม่เกิน 50 คน ซึ่งนับรวม ผู้เข้าร่วมประชุมทางวิดีโอ 16 คน  และท้ายที่สุดคือแบบองค์กร สามารถรองรับได้ถึง 8 การประชุมต่อครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมสูงสุดไม่เกิน 200 คน และนับรวม ผู้เข้าร่วมประชุมทางวิดีโอ 16 คน

 

          * โปรแกรมรุ่นเดอะคอมมูนิตี้มีข้อกำหนดขั้นต่ำ ประกอบด้วย CPU Intel(R) Celeron(R) Processor N3150, RAM 4 กิกะไบต์, พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ 50 กิกะไบต์, อีเธอร์เน็ตความเร็ว 100mbps และ Static IP ทำงานบนระบบปฎิบัติการ  Ubuntu 14.04 LTS

          ฟีเจอร์หลัก :

          – มัลติเพิล เอ็นพอยท์

          – การแชร์หน้าเดสค์ท็อป

          – การแชร์ไฟล์

          – การส่งข้อความแบบกลุ่ม

          – ตารางกิจกรรม

          – อีเมล/การแจ้งเตือน

          เกี่ยวกับ NEXCOM : NEXCOM ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2535 บริษัทได้ผนวกรวมความสามารถและดำเนินธุรกิจระดับโลกอยู่ 6 ธุรกิจด้วยกัน ประกอบไปด้วย  IoT Automation Solutions, Intelligent Digital Security, Internet of Things, Interactive Signage Platform, Mobile Computing Solutions, Network and Communication Solutions ทั้งนี้ NEXCOM ให้บริการลูกค้าทั่วโลกผ่านบริษัทในเครือใน 5 ประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และเพื่อเป็นการตอบรับกระแสเมกะเทรนด์ของ IoT ทาง NEXCOM ได้ขยายขอบเขตการให้บริการด้วยโซลูชั่นในแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ ประกอบด้วย IoT หุ่นยนต์ รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ Industry 4.0 และความปลอดภัยในอุตสาหกรรม www.nexcom.com

          ติดต่อ :

          ลี่หยิน หลิน (Liyin Lin)

          ผู้อำนวยการการตลาด

          อีเมล: liyinlin@nexcom.com.tw

          โทร: +886 2 8226 7786 ต่อ 2110

โครงการ UAE Research Program for Rain Enhancement Science ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากนักวิจัยทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

 อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–20 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          รองนายกรัฐมนตรีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และรัฐมนตรีประจำสำนักประธานาธิบดี แสดงความยินดีที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างท่วมท้นต่อโครงการ UAE Research Program for Rain Enhancement Science ที่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่แห้งแล้งและกึ่งแห้งแล้ง รวมทั้งส่งเสริมความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ

 UAE Rain Enhancement / The UAE Research Program for Rain Enhancement Science was launched at the beginning of 2015 with the aims of addressing water security issues and placing the UAE at the international forefront of scientific research and innovation into rain enhancement. The Program offers a grant of US$ 5 million over a three-year period to be shared by up to five winning research proposals, selected through a two-stage merit review process. Now in its second cycle, the Program has received 91 pre-proposals from 398 scientists affiliated with 180 institutes from 45 countries around the world. (PRNewsFoto/UAE Research Program)

The UAE Research Program for Rain Enhancement Science was launched at the beginning of 2015 with the aims of addressing water security issues and placing the UAE at the international forefront of scientific research and innovation into rain enhancement. The Program offers a grant of US$ 5 million over a three-year period to be shared by up to five winning research proposals, selected through a two-stage merit review process. Now in its second cycle, the Program has received 91 pre-proposals from 398 scientists affiliated with 180 institutes from 45 countries around the world. (PRNewsFoto/UAE Research Program)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160412/354223 )

          ในการเปิดรับโครงร่างการวิจัยเบื้องต้นรอบที่ 2 นั้น ทางโครงการได้รับโครงร่างการวิจัย 91 ชิ้นจากนักวิจัย 398 ท่านของสถาบัน 180 แห่งใน 45 ประเทศ อาทิ ออสเตรีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส เบลเยียม แคนาดา โคลอมเบีย อียิปต์ จอร์เจีย ฮังการี เม็กซิโก กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย เซอร์เบีย สวีเดน และตุรกี เป็นต้น

          ท่านชีค มานซูร์ อัล นาห์ยาน กล่าวถึงความก้าวหน้าของโครงการนี้ว่า “ยูเออีเดินหน้าประสานความร่วมมือระหว่างบรรดานักวิจัยชั้นนำของโลก เพื่อหาทางแก้ปัญหาความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำที่ทวีความรุนแรงขึ้น โครงการ UAE Research Program for Rain Enhancement Science เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะผลักดันตนเองให้เป็นศูนย์กลางของโลกในด้านความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และความเป็นเลิศในศาสตร์การเพิ่มปริมาณน้ำฝน”

          การที่ทั่วโลกให้ความสนใจในโครงการนี้อย่างท่วมท้น เป็นการยืนยันว่ายูเออีเป็นผู้นำด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นองค์ประกอบหลักอย่างหนึ่งภายใต้กลยุทธ์การพัฒนานวัตกรรมของประเทศ” ท่านชีคกล่าว

          ในบรรดาโครงร่างการวิจัยเบื้องต้น 91 ชิ้นนั้น สหรัฐอเมริกาส่งเข้ามามากที่สุด 16 ชิ้น ตามมาด้วยยูเออี 11 ชิ้น รัสเซีย 7 ชิ้น อินเดีย 5 ชิ้น สหราชอาณาจักร 4 ชิ้น รองลงมาคือเยอรมนี อิตาลี และอียิปต์

          หลังจากนี้ โครงร่างการวิจัยเบื้องต้นที่ส่งเข้ามาจะได้รับการประเมินจากคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากนานาชาติ และจะมีการประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบในวันที่ 17 พฤษภาคม จากนั้นผู้ที่เข้ารอบต้องส่งโครงร่างงานวิจัยโดยละเอียดภายในเที่ยงคืนของวันที่ 17 สิงหาคม 2559

          ในการเปิดรับโครงร่างการวิจัยรอบแรกนั้น มีนักวิทยาศาสตร์ 325 ท่านจากองค์กร 151 แห่งใน 34 ประเทศส่งผลงานเข้าร่วม โดยผู้ชนะในรอบแรกคือทีมวิจัยจากญี่ปุ่นที่นำโดยศาสตราจารย์มุราคามิ ทีมวิจัยจากยูเออีที่นำโดยศาสตราจารย์โซ และทีมวิจัยจากเยอรมนีที่นำโดยศาสตราจารย์วูล์ฟเมเยอร์

          เกี่ยวกับ About the UAE Research Program for Rain Enhancement Science

          UAE Research Program for Rain Enhancement Science เป็นโครงการริเริ่มของสำนักประธานาธิบดียูเออี และกำกับดูแลโดยศูนย์อุตุนิยมวิทยาและแผ่นดินไหวแห่งชาติ (NCMS) โดยทางโครงการจะมอบเงินทุนสนับสนุน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดช่วงเวลา 3 ปี ให้แก่โครงร่างการวิจัยสูงสุด 5 ชิ้นที่ได้รับเลือกในกระบวนการพิจารณา 2 รอบ

จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เปิดตัว ‘Earth Mode’ เบราว์เซอร์ปลั๊กอินที่ช่วยให้ชาวเน็ตตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเล่นอินเทอร์เน็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–20 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ จับมือ Earth Day Network ปลูกต้นไม้ทดแทนปริมาณคาร์บอนที่เกิดขึ้นจากการใช้อินเทอร์เน็ต

          รู้หรือไม่ การใช้เวลาท่องโลกออนไลน์นั้นส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขนาดไหนบ้าง

 Johnnie Walker / Michael Thornton, Chief Executive of Carbon Analytics, which helps businesses manage their environmental impact, has worked with Johnnie Walker(R) on the development of Earth Mode (PRNewsFoto/Johnnie Walker)

Michael Thornton, Chief Executive of Carbon Analytics, which helps businesses manage their environmental impact, has worked with Johnnie Walker(R) on the development of Earth Mode (PRNewsFoto/Johnnie Walker)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160418/356562 )

          ผลการวิจัย* บ่งชี้ว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนั้นสามารถก่อคาร์บอนได้เฉลี่ยคนละ 130 กิโลกรัมต่อปี เทียบเท่าการขับขี่รถยนต์เป็นระยะทางถึง 740 กิโลเมตร แต่สิ่งนี้สามารถทดแทนได้ด้วยการปลูกต้นไม้ 4 ต้น

          ปลั๊กอินใหม่ล่าสุดสำหรับเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome ที่เปิดตัวก่อนวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 22 เมษายนนี้ จะช่วยให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรับรู้ว่าตนได้ใช้พลังงานไปเท่าไรแล้วจากการท่องโลกออนไลน์ ด้วยการคำนวณปริมาณดิจิทัลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานในแต่ละวันอย่างประหยัด

          ปลั๊กอินใหม่สำหรับ Chrome นี้ เป็นผลงานของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบรนด์สก็อตช์วิสกี้ยอดนิยมของโลก ซึ่งได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Earth Day Network เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมที่แม้จะเล็กน้อยแต่ก็เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ดำรงอยู่

          Earth Day Network เป็นโครงการระดับโลก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ท้าทายแนวคิด จุดประกายพลังขับเคลื่อน และกระตุ้นให้ผู้คนเข้ามามีบทบาทในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม

          ปลั๊กอินนี้จะทำหน้าที่ตรวจวัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ จากนั้นก็จะคำนวณปริมาณการใช้พลังงานตลอดทั้งปี จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ มีแผนปลูกต้นไม้ทดแทนปริมาณการใช้พลังงานเหล่านี้เป็นจำนวนสูงสุด 75,000 ต้น ตามโครงการ Canopy Project ของ Earth Day Network โดยโครงการดังกล่าวได้มีการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 3 ล้านต้นนับตั้งแต่ปี 2554 ในพื้นที่ที่ต้องมีการฟื้นฟูสภาพป่า เช่นในแอฟริกาตะวันออก

          ไมเคิล ธอร์นตัน ประธานบริหารของ Carbon Analytics ซึ่งเป็นบริษัทที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆสามารถบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของตน ได้ร่วมงานกับจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ในการดำเนินงานต้อนรับวันคุ้มครองโลก โดยเขาเปิดเผยว่า บางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้ผู้คนตระหนักว่า การใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้นสามารถก่อให้เกิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างไร

          เขากล่าวว่า “การกดดูเว็บไซต์หรือค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตในแต่ละครั้งนั้น จำเป็นต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการนำเสนอข้อมูล ซึ่งเมื่อคิดคำนวณรวมกันทั้งโลกแล้ว ก็ก่อให้เกิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์อันมหาศาล

          ปลั๊กอิน Earth Mode เป็นเครื่องคำนวณที่ใช้งานง่าย โดยเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับปริมาณฟุตพริ้นท์ ผู้ใช้งานจะสามารถมองเห็นปริมาณการใช้คาร์บอนของตน ซึ่งนำเสนอเป็นกิจกรรมประจำวันที่ใช้พลังงานเทียบเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไมโครเวฟ ขับรถ หรือนั่งเครื่องบิน”

          กาย เอสโคล์ม ผู้อำนวยการแบรนด์ระดับโลกของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กล่าวว่า “เราเชื่อว่าทุกคนต้องการให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้ โดย Earth Mode เปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถสร้างผลกระทบในด้านดีต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งแม้ว่าเป็นเพียงก้าวเล็กๆก้าวเดียวในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่เราหวังว่าสิ่งนี้จะให้ความรู้และจุดประกายให้ผู้คนทั่วโลกเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นทีละน้อย เพื่อช่วยให้วันคุ้มครองโลกบรรลุยอด ‘Acts of Green’ ครบ 3 พันล้านยอดตามเป้า”

          “จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ มีความภูมิใจที่บริษัทแม่ของเราอย่างดิอาจิโอ สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 33% ตลอดระยะเวลา 8 ปี โดยวิธีการหนึ่งที่ทางบริษัทได้ทำนั้น ได้แก่การสร้างความเข้าใจให้กับพนักงาน 35,000 คนทั่วโลก เพื่อให้พวกเขาตระหนักถึงพลังงานที่ตนใช้ไปในแต่ละวัน ทั้งนี้ ดิอาจิโอตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยคาร์บอนลงให้ได้ 50% ภายในปี 2563”

          แคธลีน โรเจอร์ส ประธานของ Earth Day Network กล่าวว่า “สำหรับพวกเราหลายคนแล้ว คาร์บอนฟุตพริ้นท์อาจดูเหมือนเรื่องไกลตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในเมือง หรือไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ตามชายฝั่งทะเล แต่เราทุกคนควรตระหนักถึงผลกระทบจากความต้องการทางพลังงานและการใช้พลังงานที่มีต่อสิ่งแวดล้อมบนโลกของเรา”

          “ยิ่งมีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากและรวดเร็วขึ้นเท่าใด เราก็จะเผชิญกับสิ่งนี้อย่างฉับไวมากขึ้น และก็จะมีผลกระทบเพิ่มขึ้นตามมาด้วย สิ่งนี้จะไม่ได้เป็นเรื่องลับสายตาอีกต่อไป เพราะวันนี้ เราจะทราบได้ว่าการใช้คอมพิวเตอร์นั้นส่งผลกระทบได้อย่างไรบ้าง ในทำนองเดียวกันกับการดูแบตเตอรี่มือถือ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการเปิดโลกใหม่”

          สามารถดาวน์โหลดปลั๊กอิน  Johnnie Walker Earth Mode ได้แล้ววันนี้ที่ Chrome Store สำหรับผู้ใช้ PC และ Mac เมื่อทำการติดตั้งแล้วให้คลิกบนสัญลักษณ์รูป คนก้าวเดินของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เพื่อเรียกเมนูดรอปดาวน์ ซึ่งทำหน้าที่แสดงผลการใช้พลังงานออนไลน์แบบเรียลไทม์ พร้อมแสดงจำนวนต้นไม้ที่จะปลูกทดแทนปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่ตนได้ก่อตลอดทั้งปี

          ดาวน์โหลดปลั๊กอินได้ที่: https://chrome.google.com/webstore/detail/earth-mode/bnngfkajcebapkeccnhgilaligcbpbmj

          รับชมวิธีการใช้ปลั๊กอินได้ที่: https://youtu.be/9f3Da6WJuKI

          http://www.facebook.com/JohnnieWalker

          @Johnniewalker_

          #earthmode #billionactsofgreen

          กรุณาดื่มจอห์นนี่ วอล์กเกอร์อย่างมีความรับผิดชอบ

          หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

          *การวิจัยโดย Carbon Analytics พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหนึ่งรายสามารถก่อคาร์บอนเฉลี่ยได้คนละ 130 กิโลกรัมต่อปี เมื่อคำนวณจากข้อมูลที่ได้รับจาก Earth Day Network แล้ว เราคาดว่าต้นไม้หนึ่งต้นสามารถดูดซับคาร์บอนได้เฉลี่ย 34 กิโลกรัมต่อปี ดังนั้น ต้องปลูกต้นไม้คนละ 4 ต้นเพื่อทดแทนปริมาณการใช้คาร์บอนจากการใช้อินเทอร์เน็ต 130 กิโลกรัม

          เกี่ยวกับจอห์นนี่ วอล์กเกอร์

          จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เป็นแบรนด์สก็อตช์วิสกี้อันดับหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโดยจอห์น วอล์กเกอร์ จนถึงวันนี้นักผสมวิสกี้ของเรายังคงยึดมั่นต่อความเป็นเลิศในเรื่องของรสชาติและคุณภาพ

          Master Blender มากฝีมือที่ได้สืบทอดมาอย่างยาวนานถึง 6 รุ่น ได้บุกเบิกและรังสรรค์รสชาติแปลกใหม่ ซึ่งได้พลิกโฉมธุรกิจร้านขายของชำเล็กๆในสกอตแลนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2363 จนกลายเป็นธุรกิจวิสกี้ระดับโลก ด้วยวิสกี้ที่นำสมัย น่าเชื่อถือ และโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

          ปัจจุบัน จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ มีวิสกี้ระดับรางวัลการันตีคุณภาพให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Johnnie Walker Red Label(R), Black Label(R), Double Black(TM), Green Label(TM), Gold Label Reserve(TM), Platinum Label(TM) และ Blue Label(TM) โดยมียอดขายรวมกันเกือบ 19 ล้านเคสต่อปี (IWSR, 2014) ส่งผลให้จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เป็นแบรนด์สก็อตช์วิสกี้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

          เกี่ยวกับดิอาจิโอ

          ดิอาจิโอ เป็นบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นนำระดับโลก ซึ่งมีคอลเล็กชั่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่โดดเด่น ทั้งวิสกี้ Johnnie Walker, Crown Royal, J&B, Buchanan’s และ Windsor, วอดก้า Smirnoff, Ciroc และ Ketel One รวมถึง Captain Morgan, Baileys, Don Julio, Tanqueray และ Guinness

          ดิอาจิโอ เป็นบริษัทระดับโลกซึ่งมีผลิตภัณฑ์วางขายในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (DGE) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (DEO) สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดิอาจิโอ บุคลากร แบรนด์ต่างๆ และผลการดำเนินงานของเราได้ที่เว็บไซต์http://www.diageo.com รวมทั้งรับชมข้อมูล โครงการ และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบได้ที่เว็บไซต์ http://www.DRINKiQ.com

          ฉลองให้กับชีวิตได้ทุกที่ทุกเวลา

          คำว่า Johnnie Walker, Keep Walking, Red Label, Black Label, Double Black, Green Label, Gold Label Reserve, Platinum Label และ Blue Labelตลอดจนโลโก้อื่นๆที่เกี่ยวข้อง เป็นเครื่องหมายการค้าของ (c) John Walker & Sons 2016

          เกี่ยวกับ Earth Day Network: 

          วันคุ้มครองโลก (Earth Day) เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2513 โดยสามารถขับเคลื่อนพลังความคิดของชาวอเมริกันจากทุกย่างก้าวของชีวิตได้ถึง 20 ล้านคน และได้รับการยกย่องในวงกว้างว่าเป็นจุดกำเนิดของพลังขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมยุคใหม่ จนกลายเป็นต้นกำเนิดของ Earth Day Network (EDN) ซึ่งได้ร่วมงานกับพันธมิตรกว่าหมื่นรายใน 192 ประเทศ เพื่อแพร่ขยาย กระจาย และขับเคลื่อนพลังปกป้องสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน กิจกรรมวันคุ้มครองโลกมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1 พันล้านคนในแต่ละปี ส่งผลให้เป็นโครงการระดับพลเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่http://www.earthday.org

          เกี่ยวกับ Earth Mode:

          Earth Mode เป็นปลั๊กอินใหม่สำหรับเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome ซึ่งทำงานบน PC และแล็ปท็อปเท่านั้น โดยสามารถดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 เมษายน ถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2559

          วิธีการคำนวณของ Earth Mode: 

          Carbon Analytics ได้คิดค้นอัลกอริธึมในการแปลงปริมาณการใช้พลังงานออนไลน์ เป็นปริมาณการใช้คาร์บอน ด้วยการทำ Cross Section ความแปรปรวนที่สามารถวัดผลได้ ซึ่งได้แก่ แหล่งพลังงานของประเทศ อุปกรณ์ที่ใช้ในการท่องอินเทอร์เน็ต การใช้เครือข่ายในพื้นที่ และปริมาณข้อมูล

          ขั้นตอนแรก ทางทีมงานได้คำนวณผลลัพธ์ทางพลังงานในกิจกรรมของผู้ใช้ โดยพิจารณาจาก:

          – อุปกรณ์และเวลาที่ใช้เครือข่าย

          – การใช้ข้อมูลและปริมาณการประมวลข้อมูล

          จากนั้น ทางทีมงานจึงได้บันทึกข้อมูลพลังงานที่ใช้โดยรวม เช่นเดียวกับจุดที่ใช้งาน เพื่อคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผู้ใช้แต่ละราย โดยจุดที่ใช้งานนั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักๆ เนื่องจากตำแหน่งที่ใช้งานนั้นมีความเกี่ยวข้องกับปริมาณพลังงานที่จำเป็นในการนำเสนอข้อมูลออนไลน์

          จนสามารถสรุปสูตรคำนวณได้ดังนี้:

          – ผลกระทบทางพลังงาน = เวลาที่ใช้ + ปริมาณข้อมูล

          – คาร์บอนฟุตพริ้นท์ = พลังงาน x ปัจจัยด้านตำแหน่งที่ใช้งาน

          เกี่ยวกับไมเคิล ธอร์นตัน: 

          ไมเคิล ธอร์นตัน เป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Carbon Analytics บริษัทผู้ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงลอนดอน และได้รับรางวัลการันตีมาแล้ว บริษัทมีพันธกิจในการนำเสนอข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็ว ประหยัดต้นทุน และมีความถูกต้องให้กับธุรกิจทั่วโลก Carbon Analytics มีความมุ่งมั่นที่จะขจัดอุปสรรคในการจัดการสิ่งแวดล้อม และเป็นแนวทางให้บริษัททั้งหลายก้าวขึ้นเป็นธุรกิจที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืน

 Johnnie Walker / Michael Thornton, Chief Executive of Carbon Analytics, which helps businesses manage their environmental impact, has worked with Johnnie Walker(R) on the development of Earth Mode (PRNewsFoto/Johnnie Walker)

Michael Thornton, Chief Executive of Carbon Analytics, which helps businesses manage their environmental impact, has worked with Johnnie Walker(R) on the development of Earth Mode (PRNewsFoto/Johnnie Walker)

          รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160418/356562

          แหล่งข่าว: จอห์นนี่ วอล์กเกอร์

“Peak” แบรนด์เครื่องแต่งกายนักกีฬาจากจีน ได้สิทธิ์ออกแบบเครื่องแต่งกายให้นักกีฬาสโลวีเนียในกีฬาโอลิมปิกปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลูบลิยานา, สโลเวเนีย–19 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งสโลวีเนีย ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องแต่งกายของนักกีฬาทีมชาติสโลวีเนีย ณ กรุงลูบลิยานา เมืองหลวงของสโลวีเนีย โดยนักกีฬาทีมชาติจะสวมใส่ชุดเหล่านี้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2559 ที่เมืองริโอเดจาเนโร เครื่องแต่งกายที่ได้รับเลือกนั้นผลิตและได้รับการสนับสนุนโดย Peak บริษัทผู้ผลิตเครื่องแต่งกายนักกีฬาสัญชาติจีน ทั้งนี้ นายเยี่ย เฮ่า เอคอัครราชทูตจีนประจำสโลวีเนีย และนายโทมัส บัค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอและกล่าวแสดงความยินดีต่อ Peak ด้วย

          นายโทมัส กล่าวว่า “ผมมีความคุ้นเคยกับแบรนด์ดังจากจีนแบรนด์นี้เป็นอย่างดี เพราะ Peak เป็นผู้ผลิตเครื่องแต่งกายที่ใช้ในกีฬาโอลิมปิกที่น่าประทับใจ และมีดีไซน์สวยงามมาโดยตลอด”

          นายบอรัต พาฮอร์ ประธานาธิบดีสโลวีเนีย ได้พบปะกับนายสวี จิ้งหนาน ประธานบริษัท Peak พร้อมกับคณะทำงานที่ติดตามมาด้วยภายในสำนักประธานาธิบดี หลังจบการนำเสนอดังกล่าวก็ได้สวมเสื้อของ Peak ในการวิ่งเชิงสัญลักษณ์ระยะทางรวม 400 ม. ร่วมกับนายโทมัสและนักวิ่งคนอื่นๆ อีก 200 ราย ซึ่งประกอบไปด้วยนักกีฬาโอลิมปิกและผู้ชื่นชอบกีฬา

          ประธานบริษัท Peak เปิดเผยว่า ทางทีมงานได้ออกแบบเครื่องแบบกีฬาเป็นจำนวนทั้งสิ้น 27 ชิ้น ประกอบไปด้วยเครื่องแบบในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ชุดใส่ขึ้นรับเหรียญรางวัล และรองเท้าสำหรับนักกีฬาทีมชาติสโลวีเนียที่จะเข้าร่วมแข่งกีฬาโอลิมปิกที่กำลังจะถึงนี้

          เมื่อนับรวมสโลวีเนียแล้ว Peak ได้ทำข้อตกลงกับทีมนักกีฬาโอลิมปิกรวมกันทั้งสิ้น 10 ประเทศ ได้แก่ประเทศจากยุโรป (ไซปรัส, สโลวีเนีย, ยูเครน) ตะวันออกกลาง (จอร์แดน, เลบานอน, ปาเลสไตน์) แอฟริกา (อัลจีเรีย, อียิปต์, ไนจีเรีย) และนิวซีแลนด์ ในปีนี้นับว่า Peak ได้ทำข้อตกลงกับประเทศต่างๆมากกว่าในการแข่งขันโอลิมปิกเมื่อปี 2555 ณ กรุงลอนดอนถึง 3 ประเทศ ส่งผลให้ Peak กลายเป็นแบรนด์กีฬาสัญชาติจีนที่ทำสัญญากับทีมนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกมากที่สุด และแบรนด์กีฬาที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในบรรดาผู้ให้การสนับสนุนด้านเครื่องแต่งกายของนักกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งที่จะถึงนี้

          ประธานบริษัท Peak กล่าวต่อ “ในช่วงระยะเวลา 4 เดือนที่เหลือก่อนกีฬาโอลิมปิกปีนี้จะเริ่มขึ้น ณ เมืองริโอ เราอาจมีการเซ็นสัญญาเพิ่มเติมกับทีมนักกีฬาโอลิมปิกทีมอื่นๆ เพื่อต่อยอดการเป็นพันธมิตรของเรากับคณะกรรมการโอลิมปิกในประเทศต่างๆ”