มหกรรมแสดงสินค้าก่อสร้างและตกแต่ง CBD-IBCTF (เซี่ยงไฮ้) ประจำปี 2559 ปิดฉากอย่างสวยงาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–18 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

            มีผู้ร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 400 ราย และผู้ร่วมชมงามมากถึง 60,000 คน

 

            มหกรรมแสดงสินค้าก่อสร้างและตกแต่ง “International Building & Construction Trade Fair” หรือ CBD-IBCTF (เซี่ยงไฮ้) ประจำปี 2559ปิดฉากลงอย่างสวยงามหลังจัดงานต่อเนื่องนาน 4 วัน ในระหว่างวันที่ 23-26 มีนาคม ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาตินครเซี่ยงไฮ้ ในย่านธุรกิจหงเฉียว ทั้งนี้ งาน CBD-IBCTF (เซี่ยงไฮ้) ถือเป็นส่วนหนึ่งของงาน CBD Fair (กว่างโจว) และ CIKB มหกรรมห้องครัวและห้องน้ำที่ทรงอิทธิพลที่สุดของจีน

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160412/0861603266-a

 

มหกรรม CBD-IBCTF (เซี่ยงไฮ้) ปี 2559 นำเสนอโซลูชั่นครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมการก่อสร้างและการตกแต่ง โดยรวบรวมบริษัทกว่า 400แห่งมาไว้ในที่เดียว ทั้งผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ตามสั่ง ประตูและหน้าต่าง ฮาร์ดแวร์ สมาร์ทโฮม เครื่องจักร และของตกแต่งผนัง บนพื้นที่จัดงาน 80,000 ตารางเมตร และมีผู้เข้าชมงานมากถึง 60,000 คนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ

 

ภายในงานยังมีการประชุมย่อยและการสัมมนากว่า 40 รายการ ซึ่งเปิดให้มีการพูดคุยในประเด็นต่างๆ เช่น สถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายใน รวมถึงการจับคู่ทางธุรกิจ กิจกรรมพิเศษเหล่านี้มีคนดังในแวดวงเข้าร่วมมากมาย เช่น ดาวิเด มาซัลโล สถาปนิกคนดังชาวสวิสและผู้ก่อตั้งบริษัทDavide Macullo Architects รวมถึงมัสซิโม โรจ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Progetto CMR

 

“มหกรรม CBD-IBCTF (เซี่ยงไฮ้) ช่วยเชื่อมโยงเหล่านักออกแบบกับซัพพลายเออร์ผู้จัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ โดยเปิดเวทีให้นักออกแบบได้ทำความรู้จักผลิตภัณฑ์ด้านการก่อสร้างและการตกแต่งใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตได้เข้าถึงนักออกแบบมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆด้วย” หลิว หยวน รองเลขาธิการ China Building Decoration Association กล่าว

 

CBD-IBCTF (เซี่ยงไฮ้) ไม่เพียงส่งเสริมการค้าในอุตสาหกรรมการก่อสร้างและการตกแต่งระดับนานาชาติเท่านั้น แต่ยังเปิดเวทีให้ทุกคนได้พบปะพูดคุยกัน และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในอุตสาหกรรมด้วย” หลิว เสี่ยวหมิน ประธาน CBD-IBCTF กล่าว

 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดเผยว่า มหกรรม CBD Fair (กว่างโจว) ประจำปี 2559 จะเปิดฉากขึ้นที่ Canton Fair Complex ในกว่างโจว ระหว่างวันที่ 8-11 กรกฎาคมนี้ ส่วนงาน CBD-IBCTF (เซี่ยงไฮ้) จะกลับมาจัดอีกครั้งที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาตินครเซี่ยงไฮ้ ในย่านธุรกิจหงเฉียว ระหว่างวันที่ 22-25 มีนาคม 2560

 

เกี่ยวกับ

มหกรรมแสดงสินค้าก่อสร้างและตกแต่ง “International Building & Construction Trade Fair” หรือ CBD-IBCTF (เซี่ยงไฮ้) ประจำปี 2559 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 มีนาคม ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาตินครเซี่ยงไฮ้

CBD-IBCTF คือมหกรรมแสดงสินค้าก่อสร้างและตกแต่งที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดงานหนึ่งของจีน สำหรับงานครั้งนี้ซึ่งจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ มีพื้นที่จัดแสดงรวม 80,000 ตารางเมตร มีผู้ร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 400 ราย และมีผู้เข้าร่วมชมงานราว 60,000 คน

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160412/0861603266-b

รีด เอ็กซิบิชั่นส์ เจแปน เตรียมจัด 2 งานใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และโรงงานอัจฉริยะ ณ กรุงโตเกียว เริ่ม 18 ม.ค. 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–12 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          บริษัท รีด เอ็กซิบิชั่นส์ เจแปน จำกัด (Reed Exhibitions Japan Ltd.) ผู้จัดงานแสดงสินค้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ประกาศเปิดตัวมหกรรมแสดงสินค้าและเทคโนโลยี 2 งานใหม่ ได้แก่ งาน RoboDEX ครั้งที่ 1 และงาน Smart Automotive Factory Expo ครั้งที่ 1 ซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกันในระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2560 ณ Tokyo Big Sight ประเทศญี่ปุ่น

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20160408/0861603122

          เกี่ยวกับงาน RoboDEX ครั้งที่ 1

          มหกรรม RoboDEX ครั้งที่ 1 เป็นงานแสดงสินค้าเพื่อผู้ประกอบการ (B2B) ที่มีความครอบคลุม โดยงานนี้จะนำผู้ประกอบการในวงการหุ่นยนต์เพื่อการใช้งานด้านอุตสาหกรรมและบริการ ตลอดจนเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาและการประยุกต์ใช้งานในรูปแบบต่างๆ กว่า 100 รายมารวมกัน ทั้งนี้ ผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ได้ยืนยันเข้าร่วมงานนี้แน่นอนแล้ว และ RoboDEX พร้อมแล้วที่จะขึ้นแท่นเป็นงานแสดงสินค้าประจำปีที่ผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจการผลิตไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

          ข้อมูลโดยสังเขปของงาน

          – หุ่นยนต์อุตสาหกรรมและบริการ

          – เทคโนโลยีสั่งงานอัจฉริยะ

          – เทคโนโลยีขับเคลื่อน

          – เทคโนโลยีการตรวจจับ

          ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.robodex.jp/en/

          เกี่ยวกับงาน Smart Automotive Factory Expo ครั้งที่ 1

          Smart Automotive Factory Expo เป็นงานแสดงสินค้าเพียงงานเดียวในญี่ปุ่นที่มุ่งเจาะกลุ่มโรงงานอัจฉริยะสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของมหกรรม AUTOMOTIVE WORLD ครั้งที่ 9 ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยียานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ทั้งสองงานนี้จะครอบคลุมอุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน ตั้งแต่อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปจนถึงโซลูชั่นการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งเป็นที่สนใจของภาคอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น

          ข้อมูลโดยสังเขปของงาน

          บริษัทที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้:

          – ระบบอัตโนมัติในโรงงาน (FA)

          – หุ่นยนต์อุตสาหกรรม

          – โซลูชั่น IoT/M2M

          – โซลูชั่นพลังงานสีเขียว

          – อุปกรณ์ที่ใช้ในโรงงานและผลิตภัณฑ์อื่นๆ

          ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.sma-fac.jp/en/

          ผู้ประกอบการ 2,270 ราย ตบเท้าร่วมงานแสดงสินค้าชั้นนำระดับโลก

          นอกจากงาน RoboDEX ครั้งที่ 1 แล้ว ในช่วงเวลาดังกล่าวยังจะมีการจัดงานแสดงสินค้าอีก 4 งานเกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งรวมถึงมหกรรมเทคโนโลยีการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ระดับแนวหน้าของโลกอย่าง NEPCON JAPAN ครั้งที่ 46 และมหกรรม WEARABLE EXPO ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีและอุปกรณ์สวมใส่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยงานมหกรรมที่จัดขึ้นพร้อมกันนี้สามารถดึงดูดผู้ประกอบการ ทั้งรายเล็กและใหญ่ รวมกันถึง 2,270 ราย

          ไม่เพียงในส่วนของการจัดแสดงเท่านั้น มหกรรมแสดงสินค้าทั้ง 5 งานดังกล่าวยังจะประกอบไปด้วยการประชุมย่อยกว่า 300 หัวข้อ ซึ่งคาดว่าจะมีบุคคลในแวดวงอุตสาหกรรมจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 98,000 คนมารวมตัวกัน นอกจากนี้ยังจะมีการพบปะทางธุรกิจเกิดขึ้นหลายร้อยครั้งตลอดการจัดงาน 3 วัน ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีถึงอนาคตที่สดใสของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และโรงงานอัจฉริยะในญี่ปุ่น

          ผู้ที่สนใจออกบูธและต้องการบัตรเข้าร่วมงาน กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของงาน

          งานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นร่วมกัน 5 งาน ประกอบด้วย

          RoboDEX ครั้งที่ 1           

           www.robodex.jp/en/

          AUTOMOTIVE WORLD ครั้งที่ 9 (ร่วมด้วยงาน Smart Automotive Factory Expo ครั้งที่ 1)

           www.automotiveworld.jp/en/

          NEPCON JAPAN ครั้งที่ 46

           www.nepconjapan.jp/en/

          Light-Tech Expo ครั้งที่ 9

           http://www.light-technology.jp/en/

          WEARABLE EXPO ครั้งที่ 3

           www.wearable-expo.jp/en/

          ติดต่อ

          Itsuki Imamura, International PR

          Reed Exhibitions Japan Ltd.

          โทรศัพท์: (+81) 3-3349-8519

          แฟกซ์: (+81) 3-3349-8530

          อีเมล: robo-pr-eng@reedexpo.co.jp / car-pr@reedexpo.co.jp

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160408/0861603122

          คำบรรยายภาพ – ผู้จัดแสดง 2,270 รายจากทั้ง 5 งานมารวมตัวกันที่ Tokyo Big Sight

หัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ บิสสิเนส กรุ๊ป เติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2558 จากอานิสงส์ลูกค้าต้องการโซลูชั่นไอซีทีใหม่ๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซินเจิ้น, จีน–12 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 43.8% ในปี 2558 เมื่อเทียบรายปี

 

หัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ บิสสิเนส กรุ๊ป (Huawei EBG) เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2558 ในวันนี้ พร้อมเผยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด“Leading New ICT, Building A Better Connected World” ในงาน Huawei Global Analyst Summit (HAS) 2016

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160412/0861603253

คุณเดวิด เหอ ขณะบรรยายในหัวข้อ “Leading New ICT, Building A Better Connected World” ในงาน HAS 2016

 

Huawei EBG มีรายได้ 2.76 หมื่นล้านหยวน (4.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2558 เพิ่มขึ้น 43.8% เมื่อเทียบรายปี และยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการโซลูชั่นไอซีทีใหม่ๆของลูกค้า ขณะเดียวกันบริษัทยังคงมุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มแบบเปิดที่มีความยืดหยุ่นและปลอดภัยโดยใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมไอซีทียุคใหม่

 

Huawei EBG เติบโตอย่างแข็งแกร่งเพราะให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง พร้อมพัฒนานวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรหลายราย

 

คุณเดวิด เหอ ประธานฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายโซลูชั่นของ Huawei EBG กล่าวว่า “ในปี 2558 Huawei EBG มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งในแวดวงความปลอดภัยสาธารณะ การเงิน การขนส่ง และพลังงาน การพัฒนาโซลูชั่นไอซีทีอันทันสมัย ทั้งคลาวด์คอมพิวติ้ง บิ๊กดาต้า SDN และ IoT ได้ช่วยให้โมเดลธุรกิจของลูกค้า สถาปัตยกรรมไอทีขององค์กร และระบบนิเวศของอุตสาหกรรมเกิดการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ นอกจากนี้ หัวเว่ยได้ร่วมมือกับพันธมิตรในการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆ เพื่อจัดการกับปัญหาและตอบสนองความต้องการเชิงกลยุทธ์ของลูกค้า โดยเราได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นชั้นนำที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราเติบโตได้ในอุตสาหกรรมไอซีทียุคใหม่”

 

โซลูชั่น Huawei Safe City ได้ถูกนำไปใช้ในกว่า 100 เมือง ใน 30 ประเทศ ทั้งในตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก โดยให้บริการแก่ลูกค้ามากกว่า 400 ล้านคน นอกจากนี้ หัวเว่ยยังร่วมมือกับผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์และสถาบันการเงินชั้นนำกว่า 10 รายทั่วโลก เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีรุ่นใหม่สำหรับธนาคารโดยใช้คลาวด์คอมพิวติ้งและบิ๊กดาต้า ด้านโซลูชั่น Huawei Financial Cloud และ Huawei Big Data ได้ถูกนำไปใช้ในธนาคารขนาดกลางและขนาดใหญ่กว่า 10 แห่ง ซึ่งรวมถึง Industrial and Commercial Bank of China (ICBC) และ China Merchants Bank (CMB) ส่วนโซลูชั่น Huawei Digital Railway ก็ถูกนำไปใช้กับระบบทางรถไฟที่มีระยะทางรวมกันกว่า 100,000 กิโลเมตร นอกจากนี้ ในบรรดาบริษัทน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก 20 แห่ง ยังเป็นลูกค้าของหัวเว่ยถึง 15 แห่ง ซึ่งครอบคลุมสถานีไฟฟ้าย่อยกว่า 100,000 แห่ง ทั้งยังครอบคลุมท่อส่งน้ำมันและก๊าซความยาวรวม 38,000 กิโลเมตร

 

สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย โดยอาศัยเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มแบบเปิด

 

“เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบคลาวด์ บิ๊กดาต้า IoT และ SDN ต่างมีบทบาทในการพลิกโฉมระบบไอทีและโมเดลธุรกิจขององค์กรต่างๆ หัวเหว่ยจึงผสานแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกันโดยใช้วิธีที่เรียกว่า “Cloud-Pipe-Device” เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เปิดกว้างมากขึ้น รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีรูปแบบใหม่ที่ล้ำสมัยและแตกต่าง” คุณหวิง คิน เหลียง ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายโซลูชั่นของ Huawei EBG กล่าว

 

Huawei EBG เผยว่า 76% ของรายได้จากการขายในปี 2558 มาจากตัวแทนจำหน่ายและหุ้นส่วน ซึ่งเพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบรายปี โดย Huawei EBGได้สร้างความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายและหุ้นส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มมากกว่า 300 ราย รวมถึงหุ้นส่วนระดับเทียร์ 2 อีกกว่า 8,000 ราย ในบรรดาพันธมิตรดังกล่าว กว่า 350 รายได้พัฒนาโซลูชั่นร่วมกับหัวเว่ยผ่านทางนวัตกรรมร่วม ทั้งนี้ หัวเว่ยได้สร้างพันธมิตรทั่วโลกทั้งในด้าน eLTE, SDN, Network Function Virtualization (NFV), 5G, ระบบปฏิบัติการคลาวด์ (OS), Smart City และแพลตฟอร์มการเงินแบบเปิด นอกจากนี้ หัวเว่ยยังสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้นำอุตสาหกรรมหลายราย เช่น Honeywell, Accenture, SAP และ Vodafone Global Enterprise (VGE) เป็นต้น

 

“เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ “being integrated” หัวเว่ยจะเดินหน้าสนับสนุนพันธมิตรของเราให้ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมไอซีทียุคใหม่ ด้วยการยกระดับผลิตภัณฑ์ แบรนด์ ระบบโลจิสติกส์ บริการ ธุรกิจ และระบบไอทีของเรา” คุณเรย์มอนด์ เหลา ประธานฝ่ายพันธมิตรและหุ้นส่วนระดับโลกของ Huawei EBG กล่าว

 

คุณแฮงค์ สต็อกโบรกส์ รองประธานฝ่ายการตลาดบริการ แผนกบริการองค์กรทั่วโลกของหัวเว่ย ได้กล่าวถึงความก้าวหน้าในด้านบริการของHuawei EBG ว่า หัวเว่ยมอบบริการครบวงจรที่ทั้งมีประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือให้แก่บรรดาพันธมิตรและตัวแทนจำหน่ายของเรา ส่งผลให้พวกเขามีศักยภาพในการแข่งขัน โดยในปี 2558 หัวเว่ยเติบโตอย่างก้าวกระโดดในหลายๆด้าน ทั้งการพัฒนาบริการระดับมืออาชีพรูปแบบใหม่ๆ ไปจนถึงการส่งเสริมกระบวนการรับรองในอุตสาหกรรมไอซีทีอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยให้พันธมิตรเปลี่ยนจากโมเดลที่เน้นปริมาณมาเป็นโมเดลที่เน้นคุณภาพแทน นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้เพิ่มการลงทุนในส่วนของแพลตฟอร์มอัตโนมัติบนคลาวด์ ทั้งนี้ เราหวังที่จะยกระดับการบริการลูกค้าของเรา ด้วยการเติบโตไปพร้อมกับเหล่าพันธมิตร และก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดในอุตสาหกรรม

 

หัวเว่ยยึดหลักปฏิบัติ “Business-Driven ICT Infrastructure” (BDII) และพร้อมดำเนินกลยุทธ์ “focus on ICT infrastructure” และ “being integrated” ขณะเดียวกันหัวเว่ยยังมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆร่วมกับพันธมิตรและลูกค้า พร้อมให้ความช่วยเหลือในการพลิกโฉมธุรกิจสำหรับลูกค้าในแวดวงต่างๆ ทั้งภาครัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ การเงิน พลังงาน คมนาคม การผลิต การศึกษา ตลอดจนการให้บริการอินเทอร์เน็ต ทั้งยังเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมไอซีทียุคใหม่ด้วยการเพิ่มพูนความสำเร็จทางธุรกิจให้แก่ลูกค้า

 

รูปภาพhttp://photos.prnasia.com/prnh/20160412/0861603253

รีด เอ็กซิบิชั่นส์ เจแปน ประกาศจัดงาน “แวร์เอเบิล เอ็กซ์โป” ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 18-20 ม.ค. 2560 ณ กรุงโตเกียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–12 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          -งานแสดงเทคโนโลยีและอุปกรณ์สวมใส่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

          บริษัท รีด เอ็กซิบิชั่นส์ เจแปน จำกัด (Reed Exhibitions Japan Ltd.) ผู้จัดงานแสดงสินค้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ประกาศจัดงาน แวร์เอเบิล เอ็กซ์โป (WEARABLE EXPO) ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2560 ในฐานะที่เป็นมหกรรมแสดงเทคโนโลยีและอุปกรณ์สวมใส่ หรือ แวร์เอเบิล ดีไวซ์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160408/0861603105

 คำบรรยายภาพ – ภาพบรรยากาศจากงานแสดงครั้งที่ผ่านมา

          ทางผู้จัดคาดว่างานนี้จะสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้า 200 ราย และมีผู้สนใจเข้าร่วมชมงานถึง 98,000* คนจากทั่วโลก หลังจากที่งานแสดงสินค้า 2 ครั้งที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทั้งนี้ บริษัทชั้นนำอย่าง โซนี่ และ เอปสัน ได้ยืนยันที่จะเข้าร่วมการงานเป็นที่แน่นอนแล้ว ขณะที่ผู้จัดงานแสดงความมั่นใจว่า งานนี้ได้ขึ้นแท่นเป็นศูนย์กลางสำหรับเทคโนโลยีและอุปกรณ์สวมใส่เป็นที่เรียบร้อย

          เกี่ยวกับ แวร์เอเบิล เอ็กซ์โป

          แวร์เอเบิล เอ็กซ์โป เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2558 ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางที่รวบรวมทุกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่สามารถสวมใส่ได้ โดยปัจจุบัน ความต้องการผลิตและพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่กำลังขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุที่อุปกรณ์เหล่านี้ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การทำงาน และโลกยุคใหม่ที่มีการเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น

          แวร์เอเบิล เอ็กซ์โป เป็นงานที่รวมเอาบรรดาผู้ผลิตอุปกรณ์สวมใส่ เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา อาทิ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ และจอแสดงผล ตลอดจนโซลูชั่น IoT และเทคโนโลยี AR/VR มาไว้ในงานเดียว นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพื้นที่จัดแสดงพิเศษ ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทหน้าใหม่ได้มาโปรโมทความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆของตน

          นอกจากการจัดแสดงแล้ว งานในปี 2559 ยังประกอบไปด้วยการประชุมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำต่างๆ เช่น อินเทล และหัวเว่ย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมรับฟังถึง 19,137* คน ทั้งนี้ ผู้จัดงานอยู่ระหว่างเตรียมโปรแกรมการประชุมสำหรับปี 2560 ซึ่งหัวข้อการประชุมจะครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด

          งานนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนหลากหลายสำนักจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเดินทางมาทำข่าว พร้อมเกาะกระแสเทคโนโลยีใหม่ๆ ภายในงานนี้ อันเป็นการสะท้อนให้เห็นว่างานแวร์เอเบิล เอ็กซ์โป เป็นเวทีที่สมบูรณ์แบบสำหรับบริษัทต่างๆ ในการโปรโมทและขยายธุรกิจของตนทั้งในญี่ปุ่นและทั่วเอเชีย

          พื้นที่จัดงานมีจำนวนจำกัด สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.wearable-expo.jp/en/

          งานแสดงสินค้าที่จัดร่วมกัน

          แวร์เอเบิล เอ็กซ์โป จัดขึ้นร่วมกับงานแสดงสินค้าอีก 4 งาน ประกอบด้วย เนปคอน เจแปน (NEPCON JAPAN) ครั้งที่ 46 ซึ่งเน้นในเรื่องของเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์, ออโต้โมทีฟ เวิลด์ (AUTOMOTIVE WORLD) ครั้งที่ 9 งานจัดแสดงเทคโนโลยียานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย, ไลท์-เทค เอ็กซ์โป (Light-Tech Expo) ครั้งที่ 9 งานจัดแสดงเทคโนโลยีแสงสว่างที่ก้าวล้ำที่สุด และโรโบเด็กซ์ (RoboDEX) ครั้งที่ 1 มหกรรมเพื่อการพัฒนาหุ่นยนต์และการประยุกต์ใช้งาน ซึ่งสามารถดึงดูดผู้จัดแสดงรวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 2,270 ราย

          ข้อมูลการติดต่อ

          หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ :

          Junna Sakamoto, International PR

          Reed Exhibitions Japan Ltd.

          18F Shinjuku-Nomura Bldg.,

          1-26-2 Nishishinjuku, Shinjuku-ku,

          Tokyo 163-0570,

          JAPAN

          โทรศัพท์: (+81) 3-3349-8519

          แฟกซ์: (+81) 3-3349-8530

          อีเมล: wearable-pr-eng@reedexpo.co.jp

          (*รวมจำนวนผู้เข้าร่วมงานแสดงอื่นๆที่จัดขึ้นพร้อมกัน)

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160408/0861603105

          คำบรรยายภาพ – ภาพบรรยากาศจากงานแสดงครั้งที่ผ่านมา

Emaar เผยโฉมตึกระฟ้าแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางนครดูไบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–11 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Emaar Properties เผยโฉมตึกระฟ้าแห่งใหม่ใน Dubai Creek Harbour ที่เป็นเลิศทั้งในด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรม พร้อมเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ประดับขอบฟ้าอันงดงามของมหานครดูไบ

 Santiago Calatrava Valls and Mohamed Alabbar_ Chairman of Emaar Properties / Santiago Calatrava Valls and Mohamed Alabbar, Chairman of Emaar Properties (PRNewsFoto/Emaar)

Santiago Calatrava Valls and Mohamed Alabbar, Chairman of Emaar Properties (PRNewsFoto/Emaar)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160410/353416)

The Tower at Dubai Creek Harbour / The Tower at Dubai Creek Harbour (PRNewsFoto/Emaar)

The Tower at Dubai Creek Harbour (PRNewsFoto/Emaar)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160410/353417)

ท่านชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักตูม รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเจ้าผู้ครองนครดูไบ ได้เลือกผลงานการออกแบบของซานติอาโก คาลาทราวา วอลส์ สถาปนิกแนวนีโอ-ฟิวเจอริสติก ลูกครึ่งสเปน-สวิส ผู้มีชื่อเสียงในระดับโลก

ตึกระฟ้าดังกล่าวเป็นจุดศูนย์กลางของ Dubai Creek Harbour ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับมาสเตอร์แพลนที่กินพื้นที่กว่า 6 ตารางกิโลเมตร และอยู่ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติดูไบเพียง 10 นาที อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติ Ras Al Khor ที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญาแรมซาร์ของยูเนสโก

โมฮาเหม็ด อาลับบาร์ ประธานบริษัท Emaar Properties กล่าวว่า “ตึกระฟ้าแห่งนี้แสดงถึงพลังด้านบวกและความคิดในแง่บวกที่ดูไบและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ภาคภูมิใจ ผู้คนทั่วโลกจะต้องอยากมาเยี่ยมชม ดื่มด่ำ และสนุกสนานกับชีวิต ณ ที่แห่งนี้ ดูไบกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรม Expo 2020และตึกระฟ้าแห่งนี้จะเป็นอนุสรณ์สำคัญที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว”

ฟาเดล อัล อาลี ซีอีโอของ Dubai Holding กล่าวว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจที่การร่วมทุนกับ Emaar จะก่อให้เกิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของดูไบ การเผยโฉมดีไซน์ของตึกระฟ้าแห่งนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญ และตึกระฟ้าแห่งนี้จะมอบไลฟ์สไตล์แบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ณ ใจกลางย่านที่พักอาศัยและท่องเที่ยวของดูไบที่ใครๆก็ปรารถนา”

ซานติอาโก คาลาทราวา วอลส์ กล่าวว่า “ผมและทีมงานทุกคนทุ่มสุดตัวให้กับโครงการนี้ การได้นำเสนอผลงานถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และการทำงานร่วมกับ Emaar Properties ก็ทำให้ตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก ผลงานการออกแบบของเราได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะคลาสสิกในอดีต ผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของที่นี่ ขณะเดียวกันก็ถือเป็นความสำเร็จทางเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่ด้วย”

การออกแบบตึกระฟ้าแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกลิลลี่ และสะท้อนภาพของยอดสุเหร่าอันเป็นลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมอิสลาม โดยมีตัวตึกทรงผอมเพรียวเป็นแกนของโครงสร้าง ซึ่งถูกยึดเข้ากับพื้นดินด้วยสายเคเบิลมากมาย

ตึกระฟ้าแห่งนี้จะมอบสุดยอดประสบการณ์การชมวิวแบบ 360 องศา โดยจุดที่ชมวิวได้ดีที่สุดเรียกว่า Pinnacle Room นอกจากนั้นยังมีสวน VIP Obeservation Garden Decks ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “สวนลอยบาบิโลน” รวมถึงระเบียงหมุนได้ที่ยื่นออกไปนอกตัวตึก ขณะเดียวกันยังมีโรงแรมสไตล์บูติกคอยให้บริการผู้มาเยือนด้วย

ติดต่อ:

เคลลี่ โฮม

ASDA’A Burson-Marsteller

อีเมล: kelly.home@bm.com

ที่มา: Emaar

BookDoc ยกระดับบริการด้านสุขภาพในมาเลเซีย พร้อมรุกขยายบริการสู่ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–11 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

BookDoc แพลตฟอร์มออนไลน์ด้านสุขภาพของมาเลเซีย มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศ ด้วยการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น และล่าสุดยังได้รุกขยายการให้บริการสู่ประเทศไทยด้วย

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160409/8521602288

 

ดาโต๊ะ เซรี โมฮัมเหม็ด นาซรี บิน อับดุล อซิซ รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของมาเลเซีย ได้ให้เกียรติเปิดตัวเว็บพอร์ทัลของBookDoc อย่างเป็นทางการ พร้อมแสดงความยินดีกับดาโต๊ะ เชวี เบห์ ผู้ก่อตั้ง BookDoc กับความสำเร็จอันน่าประทับใจของ BookDoc ที่สามารถขยายการให้บริการไปยัง 17 เมือง ใน 4 ประเทศ ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน

 

“BookDoc สามารถเชื่อมโยงผู้ป่วยและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล BookDoc จะเป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้สำหรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมาเยือนมาเลเซีย” ท่านรัฐมนตรีกล่าว พร้อมกับเสริมว่า BookDoc จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทุกมิติของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยรวมด้วย นับว่าสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการผลักดันมาเลเซียให้เป็นจุดหมายปลายทางการดูแลสุขภาพอันดับหนึ่งของเอเชียภายในปี 2563 และนำเสนอบริการด้านสุขภาพของมาเลเซียให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างครบวงจร

 

ดาโต๊ะ เชวี เบห์ รู้สึกตื่นเต้นที่มีส่วนช่วยให้มาเลเซียเป็นประเทศที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมากขึ้น ในปี 2557 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเยือนมาเลเซียราว 27.44 ล้านคน การเจ็บป่วยในต่างแดนอาจเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวสำหรับนักท่องเที่ยว BookDoc จึงเข้ามาบรรเทาความกังวล ด้วยการช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวกสบายผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์และแอปพลิเคชันบนมือถือ ดาโต๊ะ เชวี เบห์ กล่าวว่า “เราขอมีส่วนช่วยเหลือรัฐบาลแม้เพียงเล็กน้อย ในการทำให้มาเลเซียกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวเลือกที่จะมาเยือน”

 

นอกจากนี้ ดาโต๊ะ เชวี เบห์ ยังรู้สึกตื่นเต้นไม้แพ้กันกับโอกาสใหม่ๆที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยกล่าวว่า “ในปี 2558มาเลเซียได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพราว 850,000 คน อุตสาหกรรมนี้สร้างรายได้เกือบ 1 พันล้านริงกิต และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะมาเลเซียมีระบบการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดระบบหนึ่งของโลก ทั้งยังได้รับปัจจัยหนุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความได้เปรียบเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ขณะเดียวกัน BookDoc ก็ได้เปรียบจากโอกาสนี้ เพราะแพลตฟอร์มออนไลน์ของเราสามารถเข้าถึงได้จากหลายประเทศและหลายภาษา”

 

ท่านสามารถใช้บริการ BookDoc ได้ฟรีผ่านทางเว็บไซต์ BookDoc.com หรือผ่านทางแอปพลิเคชันที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจาก Google Playและ App Store

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

 

Ms. Valerie Voon

โทร. +6019-336-6758

อีเมล: valerievoon@bookdoc.com

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160409/8521602288

Omnicom Media Group เปิดตัว “Hearts & Science” มีเดียเอเจนซี่น้องใหม่ในเครือบริษัท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–11 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

Omnicom Media Group ธุรกิจบริการด้านมีเดียของ Omnicom Group Inc. (NYSE: OMC) ประกาศเปิดตัวมีเดียเอเจนซี่ลำดับที่ 3 ของเครือบริษัทในชื่อ Hearts & Science

 

Hearts & Science ถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักการตลาดที่กำลังมองหาความได้เปรียบทางธุรกิจในโลกแห่งการตลาดดิจิตอลแบบส่วนบุคคล ซึ่งการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) และช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคแบบเจาะจง (Addressable Channel) มาบรรจบกัน และต้องมีการตัดสินใจแบบเรียลไทม์เพื่อส่งสารถึงผู้รับอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง และทันท่วงที Hearts & Science โปรโมทแบรนด์แบบเรียลไทม์โดยอาศัยข้อมูล ความเชี่ยวชาญในการวางแผนและซื้อสื่อ รวมถึงบริการอันหลากหลาย ทั้งการตลาดผู้บริโภค นวัตกรรมการตลาด และการใช้คอนเทนต์

 

เมื่อรวม Hearts & Science แล้ว ทาง Omnicom Media Group จะมีมีเดียเอเจนซี่ในเครือรวม 3 เอเจนซี่ ซึ่งทั้งหมดล้วนมุ่งมั่นในการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจให้แก่ลูกค้าคุณดาริล ซิมม์ ซีอีโอของ Omnicom Media Group กล่าว “OMD คือมีเดียเอเจนซี่ที่ใหญ่ที่สุดและได้รับรางวัลการันตีความสร้างสรรค์มากที่สุดในโลก ขณะที่ PHD เป็นผู้นำระดับโลกด้านการวางแผนการสื่อสาร ส่วน Hearts & Science มุ่งเน้นไปที่การตลาดแบบขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเป็นหลัก โดยธุรกิจทั้งสามมีความได้เปรียบเพราะสามารถใช้ทรัพยากรของ Omnicom Media Group ได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับฐานข้อมูลและแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล Annalect ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้วย

 

Hearts & Science เปิดสำนักงานใหญ่ที่อเมริกาเหนือในเดือนนี้ พร้อมแต่งตั้งคุณสก็อต ฮาเกดอร์น ดำรงตำแหน่งซีอีโอ โดยมี Procter & Gambleเป็นลูกค้ารายแรก

 

คุณฮาเกดอร์นได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำของ Hearts & Science หลังดำรงตำแหน่งซีอีโอผู้ก่อตั้ง Annalect มานาน 5 ปี โดยในช่วงที่เขาเป็นผู้นำในการบูรณาการข้อมูลของทุกเอเจนซี่ในเครือ Omnicom เข้าด้วยกันนั้น เขาก็ได้หล่อหลอมวิสัยทัศน์ให้กับ Hearts & Science อันเป็นองค์กรที่เขาให้นิยามว่าเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างศาสตร์การตลาดกับการเข้าถึงผู้บริโภค

 

การตลาดแบบขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการวิเคราะห์ผู้รับสารในแวดวงสื่อสารมวลชน ได้ก้าวขึ้นจากแนวทางรองมาเป็นแนวทางหลัก เราไม่สามารถมองข้ามบทบาทของคอนเทนต์ในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคคุณฮาเกดอร์นกล่าว “Hearts & Science จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อรักษาสมดุลและชูความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลข่าวสารและอารมณ์ความรู้สึก โดยผสานการวางแผนและการซื้อสื่อเข้ากับความเป็นเลิศในการสร้างสรรค์ นำเสนอ และปรับปรุงคอนเทนต์ในทุกจุดที่ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์

 

สำหรับ Annalect นั้น คุณสลาวี ซามาร์ดซิจา ซึ่งเดิมเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์ จะขึ้นดำรงตำแหน่งซีอีโอระดับโลก ขณะที่คุณเอริน แมตส์ ซึ่งเดิมเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด จะเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอประจำอเมริกาเหนือ

 

คุณแคธลีน บรูคแบงก์ส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Hearts & Science ซึ่งเดิมทำงานให้กับบริษัทในเครือเดียวกันอย่าง OMD เปิดเผยว่า ทางเอเจนซี่ใหม่เตรียมเปิดสำนักงานที่อาคาร 7 World Trade Center โดยมีพนักงาน 175 คน และคาดว่าจะมีพนักงานเพิ่มขึ้นแตะ 300 คนในช่วงต้นไตรมาส 3 นอกจากนั้นยังมีแผนเปิดสำนักงานเพิ่มเติมอีกในเร็วๆนี้ที่แคนาดาและเปอร์โตริโก ตามด้วยการเปิดสำนักงานในตลาดหลักๆนอกทวีปอเมริกาเหนือในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ทั้งนี้ จะมีการประกาศรายชื่อผู้บริหารเพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งบุคคลเหล่านี้ได้รับการคัดสรรมาจากบริษัทชั้นแนวหน้าทั้งในแวดวงเทคโนโลยี สิ่งพิมพ์ และมีเดียเอเจนซี่

 

เกี่ยวกับ Omnicom Media Group

 

Omnicom Media Group (OMG) คือธุรกิจบริการด้านมีเดียของ Omnicom Group Inc. (NYSE: OMC) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการโฆษณา การตลาด และการสื่อสารองค์กร ซึ่งให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 5,000 ราย ในกว่า 100 ประเทศ Omnicom Media Group ประกอบด้วยมีเดียเอเจนซี่ที่ให้บริการแบบครบวงจร 3 เอเจนซี่ ได้แก่ OMD, PHD และ Hearts & Science นอกจากนั้นยังมีแพลตฟอร์มข้อมูลและระบบวิเคราะห์ระดับโลกอย่าง Annalect รวมถึงแพลตฟอร์มการซื้อสื่อเชิงโปรแกรมอย่าง Accuen ตลอดจนเอเจนซี่โฆษณาระดับโลกอย่าง Resolution Media และบริษัทที่มีความชำนาญเป็นพิเศษด้านมีเดียอีกจำนวนหนึ่ง

 

ติดต่อ:

 

อิซาเบล กาวรี่

โทร. +1 917-435-6457   

อีเมล: isabelle.gauvry@omnicommediagroup.com

สำนักงานใหญ่ของ Geelen Counterflow ครองตำแหน่งสำนักงานที่ยั่งยืนที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เฮเลน, เนเธอร์แลนด์–11 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัท Geelen Counterflow ผู้ผลิตเครื่องอบแห้งและเครื่องทำความเย็น ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเฮเลน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ขึ้นชื่อว่าเป็นสำนักงานที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลก โดยได้รับคะแนนสูงถึง 99.94% จากแบบประเมินอาคาร BREEAM

 Geelen Counterflow-exterior / The most sustainable office in the world, the head office of Geelen Counterflow in Haelen, the Netherlands. 99,94% score in the international Breeam certification system. Completely constructed from sustainablyforested wood and generating 50% more solar energy than it consumes. (PRNewsFoto/Geelen Counterflow)

The most sustainable office in the world, the head office of Geelen Counterflow in Haelen, the Netherlands. 99,94% score in the international Breeam certification system. Completely constructed from sustainablyforested wood and generating 50% more solar energy than it consumes. (PRNewsFoto/Geelen Counterflow)

(ภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160406/352439 )

Geelen Counterflow-interior / Green wall inside of the most sustainable office in the world, the head office of Geelen Counterflow in Haelen, the Netherlands. 99,94% score in the international Breeam certification system. Completely constructed fromsustainably forested wood and generating 50% more solar energy than it consumes. (PRNewsFoto/Geelen Counterflow)

Green wall inside of the most sustainable office in the world, the head office of Geelen Counterflow in Haelen, the Netherlands. 99,94% score in the international Breeam certification system. Completely constructed fromsustainably forested wood and generating 50% more solar energy than it consumes. (PRNewsFoto/Geelen Counterflow)

(ภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160406/352441 )

 

อาคารซึ่งรองรับพนักงาน 50 คนแห่งนี้ สามารถผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากกว่าที่ต้องการถึง 50% กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ถูกนำไปใช้กับเครื่องทำความร้อน เครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์ส่องสว่างต่างๆ รวมไปถึงคอมพิวเตอร์ ส่วนไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินถูกนำไปใช้ในโรงงาน ทั้งตัดสเตนเลสสตีลด้วยเลเซอร์และชาร์จไฟรถยก

 

นอกจากนี้ วัสดุที่นำมาใช้สร้างอาคารยังผ่านการรับรอง “Cradle to Cradle”  ซึ่งหมายความว่า วัสดุดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และเมื่อหมดอายุขัยก็สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ขณะเดียวกัน ตัวอาคารยังทำจากไม้ ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำที่สุด

 

ยิ่งไปกว่านั้น ตัวอาคารยังออกแบบให้ดีต่อสุขภาพและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน โดยมีการควบคุมแสงอาทิตย์ที่ผ่านเข้ามาในอาคาร รวมไปถึงคุณภาพอากาศและแสงไฟภายในอาคาร นอกจากนี้ยังมีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสุขภาพอีกด้วย

 

บริเวณรอบสำนักงานมีสวนธรรมชาติที่ตกแต่งโดยใช้พันธุ์ไม้และดอกไม้นานาชนิดในท้องถิ่น อีกทั้งยังมีที่อยู่อาศัยสำหรับนก แมลง ค้างคาว รวมถึงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำด้วย

 

คุณแซนเดอร์ จีเลน กรรมการผู้จัดการบริษัท Geelen Counterflow กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่เราทุ่มเทความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อพัฒนาเครื่องอบแห้งและเครื่องทำความเย็นที่ดีที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมอาหารคนและอาหารสัตว์นั้น เราได้นำกฎแห่งธรรมชาติมาปรับใช้ในการทำงาน ทั้งกฎของแรงโน้มถ่วง อากาศพลศาสตร์ และเทอร์โมไดนามิกส์ ดังนั้น เมื่อเราสร้างสำนักงานแห่งใหม่ เราจึงเคารพต่อกฎและขีดจำกัดของธรรมชาติ สำนักงานแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าบนเส้นทางสู่การเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่วนก้าวต่อไปคือการพัฒนาเครื่องอบแห้งรุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”

 

สำนักงานแห่งนี้ออกแบบโดย Architecten en Bouwmeesters และบริหารงานก่อสร้างโดย Wagemans Bouwadvies ขณะที่ Dubourgraaf รับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบเทคนิคการติดตั้ง และ Ad van de Ven รับบทเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน BREEAM-NL

BREEAM คือระบบประเมินความยั่งยืนของอาคารและสิ่งก่อสร้างชั้นแนวหน้าของโลก ปัจจุบันมีอาคารที่ได้รับการรับรอง BREEAM กว่า 540,700 แห่งทั่วโลก สำหรับในประเทศเนเธอร์แลนด์นั้น Dutch Green Building Council เป็นผู้กำกับดูแลระบบดังกล่าว

Geelen Counterflow คือผู้พัฒนาและผลิตเครื่องอบแห้งและเครื่องทำความเย็นสำหรับอุตสาหกรรมอาหารคนและอาหารสัตว์ บริษัทร่วมมือกับหุ้นส่วนกว่า 100 รายในการส่งมอบอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตอาหารคน (เช่น กาแฟ คอร์นเฟลก และครูตองซ์) อาหารสัตว์ อาหารปลา และอาหารสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ บริษัทมีสำนักงานขายและสำนักงานบริการในประเทศเนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา และจีน

http://www.geelencounterflow.com/en

ที่มา: Geelen Counterflow

“ซีซาร์ มิลลาน” ครูฝึกสุนัขคนดังแห่ง “Cesar To The Rescue” เตรียมทัวร์เอเชีย จัดสัมมนาให้ความรู้แก่คนรักสุนัข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอสแอนเจลิส–11 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – งาน “Pack Leader Seminar” เริ่มพฤษภาคม 2559 นี้

   

          ซีซาร์ มิลลาน นักเขียนเบสท์เซลเลอร์ของนิวยอร์กไทมส์ และครูฝึกสุนัขคนดังจากรายการโทรทัศน์ยอดฮิต “ซีซาร์ ทู เดอะ เรสคิว” (Cesar To The Rescue) ที่ออกอากาศผ่านทางช่องแนท จีโอ ไวลด์ (NatGeo WILD) ประกาศจัดสัมมนาเชิงวิชาการ “Pack Leader Seminar” ระยะเวลา 2 วัน ใน 4 เมืองของเอเชีย ได้แก่ กรุงเทพฯ ไทเป ฮ่องกง และสิงคโปร์ โดยงานจะเริ่มในเดือนพฤษภาคมนี้

 

          ซีซาร์ มิลลาน เป็นนักปรับพฤติกรรมสุนัขที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากที่สุดคนหนึ่งของโลก รายการโทรทัศน์ของเขาออกอากาศในกว่า 120 ประเทศ และมีผู้ชมมากกว่า 40 ล้านคนต่อสัปดาห์ โดยทักษะความสามารถเฉพาะตัวของซีซาร์ มิลลานในการฝึกสอนสุนัขที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ให้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงแสนเชื่องนั้นได้ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นที่รู้จักโด่งดังในหมู่คนรักสุนัข

 

          กิจกรรมให้ความรู้ “Pack Leader Seminar” จะจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ ซึ่งภายในงานนี้ ซีซาร์จะทำงานร่วมกับสุนัขที่มีปัญหาด้านพฤติกรรมที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป รวมทั้งเผยเทคนิคสำคัญในการจัดการกับสุนัขจอมเห่า สุนัขขี้กลัว สุนัขที่ชอบต่อต้านสายจูง และพฤติกรรมเจ้าปัญหาอื่นๆที่เจ้าของสุนัขส่วนใหญ่มักพบเจอ

 

          วันและสถานที่จัดงาน “Pack Leader Seminar”

 

          14-15 พ.ค. 2559 – ฮ่องกง ประเทศจีน

          21-22 พ.ค. 2559 – กรุงเทพฯ ประเทศไทย

          28-29 พ.ค. 2559 – สิงคโปร์ และ มาเลเซีย

          4-5 มิ.ย. 2559 – กรุงไทเป ไต้หวัน

 

          งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย มอเตอร์ อิมเมจ บริษัทย่อยของตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุในตลาดเหล่านี้ โดยบริษัทมุ่งเน้นทำตลาดในภูมิภาคเอเชียผ่านการจัดกิจกรรมสำหรับกลุ่มผู้รักสัตว์เลี้ยง

 

          “เรามีความภาคภูมิใจที่ได้นำ ซีซาร์ มิลลาน มาสู่เอเชีย และได้มีโอกาสร่วมจัดสัมมนาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้รักสัตว์เลี้ยงเป็นครั้งแรก” เกลน ตัน กรรมการบริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าว “เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการจัดการพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของสุนัข ซึ่งเราเชื่อว่าจะช่วยให้ลูกค้าของเรามีความสุขกับสัตว์เลี้ยงแสนรักมากขึ้น และเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับซีซาร์และทีมงานของเขาในครั้งนี้”

 

          ด้านนายมิลลานกล่าวว่า “ผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับซูบารุในการจัดสัมมนาเชิงวิชาการ เพื่อช่วยให้ผู้เลี้ยงสุนัขเข้าใจและจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของสุนัขได้ดียิ่งขึ้น”

          สำหรับหัวข้อในงานสัมมนายังครอบคลุมถึงวิธีการสื่อสารกับสุนัข การเข้าใจระดับความไวต่อสิ่งเร้าของสุนัข รวมถึงผลกระทบที่มีต่อเจ้าของและพฤติกรรมของสุนัข

          ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.packleaderseminar.com/

 

          เกี่ยวกับซีซาร์ มิลลาน

           ซีซาร์ มิลลาน นักเขียนเบสท์เซลเลอร์ของนิวยอร์กไทมส์ และผู้เข้าชิงรางวัลเอ็มมี่ 2 สมัย สร้างชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมและการฟื้นฟูสมรรถภาพสุนัขที่หาตัวจับยาก ด้วยประสบการณ์การทำงานกับสุนัขมากว่า 25 ปี มิลลานได้ใช้ปรัชญาแห่งความเชื่อใจ ความเคารพ และความรักในการฝึกสุนัขที่ก้าวร้าว ขี้กลัว และสุนัขที่มีความผิดปกติทางประสาท ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงว่าพฤติกรรมของพวกเขามีผลต่อสัตว์เลี้ยงอย่างไร ชื่อเสียงของมิลลานในการฝึกและดูแลสุนัขขยายวงกว้างยิ่งขึ้นผ่านทางสินค้าปลีกและสินค้าเพื่อความบันเทิงภายในบ้าน ตลอดจนหนังสือและเว็บไซต์ Cesarsway.com ซึ่งกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับการให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำเกี่ยวกับสุนัข รวมไปถึงโครงการ Cesar Millan Pack Project และรายการโทรทัศน์ Cesar 911 ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ใกล้ชิดกับซีซาร์ ทั้งนี้ สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.cesarsway.com หรือติดตามซีซาร์ได้ทางเฟซบุ๊ก (cesar.millan) ทวิตเตอร์ (@cesarmillan) และยูทูบ (CesarMillan)

ROMOSS เผยโฉมที่ชาร์จไร้สาย และแท่นชาร์จมือถือสำหรับการใช้งานทางธุรกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซินเจิ้น, จีน–11 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ROMOSS ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นชาร์จไฟ โดยเฉพาะพาวเวอร์แบงก์ อุปกรณ์ชาร์จไฟในรถยนต์ อะแดปเตอร์แปลงไฟ และสายชาร์จ จะเข้าร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่งาน AsiaWorld — Expo ประจำปีนี้ ระหว่างวันที่ 11-14 เมษายน ในฮ่องกง โดยไฮไลท์ได้แก่ผลิตภัณฑ์ชาร์จไฟใหม่ล่าสุดสองรายการ ได้แก่ ที่ชาร์จไร้สาย Freemos 5 และแท่นชาร์จแบบหลายช่อง ทั้งสองผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบให้ชาร์จอุปกรณ์มือถือได้เร็วขึ้น ช่วยให้ชีวิตคล่องตัวยิ่งขึ้น

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20160407/0861603061

          Freemos 5 เพื่อการใช้งานส่วนบุคคล

          Freemos 5 ไม่ต้องพึ่งพาสายชาร์จ แต่สามารถเติมพลังให้กับอุปกรณ์มือถือที่รองรับมาตรฐาน Qi ได้ ไม่ว่าจะเป็น Samsung S6/S6 edge, HTC M8 (eye), LG-G2 VS980 (eye), NEXUS 4/5 Nokia 920/930 และอีกมากมาย Freemos 5 รับประกันความปลอดภัยด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมโพลีเมอร์ภายในเครื่อง ผนวกด้วยฟังก์ชั่นคุ้มครองความปลอดภัยหลายรูปแบบ ในส่วนของแบตเตอรีมีความจุสูงเป็นพิเศษ (5000 mAh) โดยถูกแปลงโฉมเป็นพาวเวอร์แบงก์สุดโฉบเฉี่ยว บางเพียง 0.44 นิ้ว (1.13 เซนติเมตร) และหนัก 5.32 ออนซ์ (151 กรัม) เพียงผู้ใช้วางอุปกรณ์มือถือที่รองรับ Qi บน Freemos 5 ที่ชาร์จก็จะเริ่มทำงานทันที

          แท่นชาร์จมือถือสำหรับการใช้งานทางธุรกิจ

          แท่นชาร์จมือถือเครื่องนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อชาร์จไฟในสถานประกอบการต่างๆ อาทิ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และบาร์ หนึ่งเครื่องประกอบด้วยแท่นชาร์จ 1 อัน พาวเวอร์แบงก์ ROMOSS จำนวน 8 อัน และสายชาร์จยืดได้ 8 เส้น พาวเวอร์แบงก์จะชาร์จไฟที่แท่นชาร์จ ส่วนการยืมและคืนพาวเวอร์แบงก์ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะช่วยดึงลูกค้าให้อยู่ในร้านนานขึ้น ระหว่างรอชาร์จโทรศัพท์หรืออุปกรณ์พกพาอื่นๆ จนเต็ม อุปกรณ์รุ่นนี้รองรับทั้งผลิตภัณฑ์ iOS และ Android และได้รับการออกแบบเชิงโครงสร้างให้ใช้งานได้เกินกว่า 500 ครั้ง พร้อมรับประกันความปลอดภัยและความเสถียรด้วยแบตเตอรีโพลีเมอร์แรงดันไฟต่ำและวงจรคุ้มครองความปลอดภัย 16 ชั้น

          “การชาร์จไฟแบบไร้สายและพกพาไปไหนต่อไหนได้ถือเป็นกระแสที่กำลังเติบโต และจะมีความสำคัญอย่างมากในอนาคต” ทอมมี่ เซียะ ผู้อำนวยการด้านผลิตภัณฑ์ของ ROMOSS กล่าว “เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสำหรับตลาดอุปกรณ์ชาร์จไฟ และนำเสนอความสะดวกสบายขั้นสุดยอดแก่ผู้บริโภค”

          ทั้งนี้ บริษัทยังได้เตรียมนำผลิตภัณฑ์ไปจัดแสดงที่งาน COMPUTEX Taipei วันที่ 31 พฤษภาคม 4 มิถุนายน 2559 ด้วยเช่นกัน

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่: www.romoss.com

          ทวิตเตอร์ ROMOSS: https://twitter.com/romossglobal

          เฟซบุ๊กROMOSS: https://www.facebook.com/romossworld/

          เกี่ยวกับ ROMOSS

          Shenzhen ROMOSS Technology Co.,Ltd คือผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์จ่ายไฟ โดยเฉพาะพาวเวอร์แบงก์ อุปกรณ์ชาร์จไฟในรถยนต์ อะแดปเตอร์แปลงไฟ และสายชาร์จ ROMOSS นำเสนอโซลูชั่นชาร์จไฟที่เปี่ยมนวัตกรรมสำหรับผู้บริโภคทั่วโลกในกว่า 80 ประเทศ พร้อมขึ้นแท่นสินค้าขายดีมาตั้งแต่ปี 2556

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160407/0861603061