Jovoy บูติกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “แหล่งรวมน้ำหอมหายาก” ซึ่งคัดสรรแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาวางจำหน่ายอย่างละเอียดรอบคอบ ได้รับหน้าที่เป็นเวทีเปิดตัวน้ำหอมแบรนด์ Fragrance Du Bois ณ กรุงปารีสอันเป็นศูนย์กลางน้ำหอมของโลก ซึ่งงานนี้ได้รับความสนใจจากบรรดาสื่อมวลชนทั่วโลก
เนื่องในวาระครบรอบ 4 ปีของ Jovoy ความสัมพันธ์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นใหม่ระหว่าง Fragrance Du Bois กับ Jovoy จึงนับได้ว่าเป็นนิมิตหมายอันดีอย่างยิ่ง
Jovoy ให้ความสำคัญกับน้ำหอมคุณภาพชั้นเลิศที่สร้างสรรค์โดยนักผสมน้ำหอมระดับโลกที่มีแนวคิดแปลกใหม่ และนี่คือหลักการทำธุรกิจของแบรนด์นับตั้งแต่ที่คุณฟรองซัวร์ เออแนง ได้ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว สำหรับน้ำหอมของ Fragrance Du Bois นั้น สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของน้ำหอมหายากสุดพิเศษในบูติกแห่งนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ เนื่องจากมีความสอดคล้องกับค่านิยมของ Jovoy อันได้แก่ คุณภาพ ความสร้างสรรค์ และความพิเศษ
คำบรรยายภาพ 2 – เฮเลน เกลลีย์, นิโคลา พาร์คเกอร์ ผู้อำนวยการแบรนด์ Fragrance Du Bois, ฟรองซัวร์ เออแนง เจ้าของร้าน Jovoy, แบร์รี รอว์ลินสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Asia Plantation Capital และแกรี เครตส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fragrance Du Bois Europe (จากซ้ายไปขวา)
ความร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนความร่วมมือระหว่างทั้งสองแบรนด์ ถือเป็นการบรรจบกันของแนวคิดและเป็นการหลอมรวมวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน โดย Fragrance Du Bois มีรากฐานอันมั่นคงในเอเชีย ขณะที่ Jovoy เป็นตัวแทนของแวดวงน้ำหอมชั้นเลิศตามแบบฉบับฝรั่งเศส ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Fragrance Du Bois รังสรรค์ขึ้นด้วยความเชี่ยวชาญในฝรั่งเศส จากฝีมือของเหล่านักผสมน้ำหอมและช่างฝีมือชั้นนำ ด้วยส่วนผสมหลักที่แฝงไปด้วยความแปลกใหม่และกลิ่นอายแบบตะวันออก
น้ำหอมทุกขวดของ Fragrance Du Bois ประกอบด้วยน้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% ซึ่งผลิตขึ้นอย่างยั่งยืน น้ำมันกฤษณาเป็นส่วนผสมที่เหล่าผู้ผลิตน้ำหอมชั้นนำของโลกต่างเลือกใช้ในน้ำหอมของตน เพราะมอบกลิ่นที่ล้ำลึกและฝังแน่นยาวนานเหนือกว่าส่วนผสมอื่นๆ และถึงแม้ว่าจะมีผู้ลอกเลียนแบบมากมายทั่วโลก แต่น้ำมันกฤษณาที่นักผสมน้ำหอมของ Fragrance Du Bois มีโอกาสได้ใช้ในผลงานของตนนั้น ยังคงเป็นที่ปรารถนาและเป็นที่ริษยาของทั่วทั้งวงการ
Fragrance Du Bois เป็นเจ้าของพื้นที่เพาะปลูกต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียที่เป็นต้นกำเนิดของน้ำมันกฤษณา พื้นที่เพาะปลูกดังกล่าวบริหารจัดการโดยบริษัทชั้นนำมากรางวัลการันตีคุณภาพอย่าง Asia Plantation Capital ซึ่งมาพร้อมกับเทคนิคและความเชี่ยวชาญอันเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่ช่วยให้ต้นกฤษณารอดพ้นจากการสูญพันธุ์ ทั้งยังมีการดำเนินธุรกิจแบบบูรณาการแนวดิ่งที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งโลกธุรกิจยุคใหม่
คำบรรยายภาพ 3 – ลูกค้าร่วมสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของน้ำหอมจาก Fragrance Du Bois
บรรดาสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานเปิดตัวต่างทึ่งไปกับเรื่องราวของ Fragrance Du Bois โดยหลักการดำเนินธุรกิจแบบ “From Soil, to Oil, to You”สามารถดึงดูดความสนใจของนักข่าวมากประสบการณ์และผู้คลั่งไคล้น้ำหอมได้อย่างอยู่หมัด ด้วยเรื่องราวของความยั่งยืน การปลูกต้นไม้ทดแทน ความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคมในทุกจุดของห่วงโซ่อุปทาน เรื่องราวเหล่านี้ได้นำพาผู้ฟังเดินทางจากพื้นที่ปลูกต้นกฤษณา ไปจนถึงการผลิตน้ำหอมในขั้นสุดท้าย ซึ่งน้ำหอมเหล่านี้ก็กำลังได้รับการจัดแสดงอย่างงดงามเนื่องในโอกาสนี้ ณ แหล่งรวมน้ำหอมที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงปารีส
คุณนิโคลา พาร์คเกอร์ ผู้อำนวยการแบรนด์ Fragrance Du Bois กล่าวว่า “ย้อนกลับไปในช่วงก่อตั้งแบรนด์ Fragrance Du Bois เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดิฉันฝันที่จะเห็นผลิตภัณฑ์ของเราเป็นที่รู้จักในปารีส ความฝันนั้นได้กลายเป็นจริงแล้วในวันนี้ และดิฉันรู้สึกตื่นเต้นเป็นที่สุด Jovoy มีทุกอย่างที่แบรนด์ๆหนึ่งควรมี และความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของเราในฐานะบริษัท อันเป็นผลพวงจากการทำงานเป็นทีม ตั้งแต่คนงานและผู้จัดการตามพื้นที่เพาะปลูกซึ่งดูแลต้นกฤษณาของเราเป็นอย่างดี คณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยรับประกันว่าน้ำมันกฤษณาของเรามีคุณภาพยอดเยี่ยม บุคลากรตามโรงกลั่น ไปจนถึงบรรดานักผสมน้ำหอมมือฉมังซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์น้ำหอมอันยอดเยี่ยมเหล่านี้ เราทั้งหมดล้วนให้ความสำคัญในสิ่งเดียวกันด้วยใจจริง” คุณพาร์คเกอร์กล่าวสรุป “วันนี้ เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติเช่นนี้ ดิฉันยอมรับว่า “การมาถึงจุดนี้” ให้ความรู้สึกดีแค่ครึ่งเดียว แต่ “การได้มายืน ณ จุดนี้” ให้ความรู้สึกพิเศษอย่างยิ่ง”
Fragrance Du Bois เลือกใช้แต่ส่วนผสมชั้นเลิศที่ผลิตขึ้นอย่างยั่งยืน ทางแบรนด์มีร้านบูติกอยู่ในสิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ และกรุงเทพฯ อีกทั้งมีแผนเปิดบูติกเพิ่มเติมทั่วโลกในอีกไม่กี่สัปดาห์และไม่กี่เดือนข้างหน้า และบัดนี้ บูติก Jovoy ในกรุงปารีสก็วางจำหน่ายน้ำหอมของ Fragrance Du Bois แล้ว ในฐานะแบรนด์น้องใหม่ที่ได้รับการยอมรับในโลกแห่งน้ำหอมชั้นสูง ด้วยการใช้ส่วนผสมที่คัดสรรจากธรรมชาติและมีความยั่งยืน
Fragrance Du Bois เป็นแบรนด์น้ำหอมฝรั่งเศสที่ถือกำเนิดขึ้นจากสายสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งโลก ได้แก่ พื้นที่ปลูกต้นกฤษณาและโรงกลั่นน้ำมันกฤษณาที่ดำเนินงานอย่างยั่งยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และศาสตร์การรังสรรค์น้ำหอมแบบฉบับเมืองกราสส์ของฝรั่งเศสอันยากที่จะเลียนแบบ
Fragrance Du Bois นำเสนอ Eaux de Parfums 10 รุ่นในตระกูล “Shades” และ “Prive” ส่งผลให้แบรนด์มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับและเข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการน้ำหอมโลกที่มีการแข่งขันสูง ขณะเดียวกัน หลักการดำเนินงาน “From Soil, to Oil, to You” ก็กำลังกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งโลกธุรกิจยุคใหม่
ปัจจุบัน Fragrance Du Bois มีการวางจำหน่ายในปารีส สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯ ดูไบ และมีแผนขยายธุรกิจไปยังโดฮา เจนีวา และลอนดอนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
Kenneth Cole, through its licensee partner Geneva Watch Group, introduces its new Fall/Winter 2016 Automatic Watch Collections at Baselworld, the international watch and jewelry trade show. (PRNewsFoto/Geneva Watch Group)
สำหรับสุภาพบุรุษ Kenneth Cole ขอนำเสนอนาฬิกาผู้ชายที่สามารถใช้ได้ในทุกช่วงของชีวิต ทั้งสไตล์ Modern Dress และ Modern Sport ซึ่งมาพร้อมสายนาฬิกาที่ทำจากซิลิโคนและหนัง
หัวเว่ยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดอุตสาหกรรม 3 รายการ ที่งาน CeBIT 2016 ประกอบด้วย Global Safe City Summit, Global Financial Services Institutions (FSI) Summit และ Global Internet Service Provider (ISP) Summit ซึ่งเป็นการรวมตัวของเหล่าผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะและแนวคิดเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิตอล ซึ่งอุตสาหกรรมแนวดิ่งกำลังเผชิญอยู่
– ขยายพื้นที่การจัดงานครอบคลุม Royal Botanic Garden Sydney และ Taronga Zoo
– เจิดจรัสด้วยการประดับไฟและการฉายไฟกว่า 80 จุด
– เพลิดเพลินไปกับ Bjork นักร้องหญิงในตำนานจากไอซ์แลนด์ มันสุดเหวี่ยงไปกับ New Order วงดนตรีจากเกาะอังกฤษ และวงอินดี้โฟล์คสัญชาติอเมริกัน Bon Iver ในคอนเสิร์ต Vivid Music
The Matter of Painting ผลงานศิลปะโดย Huseyin Sami และ Danny Rose ณ MCA
Sandra Chipchase ซีอีโอของ Destination NSW และผู้อำนวยการผลิตของ Vivid Sydney กล่าวว่า “ในปีนี้ Vivid Sydney กลับมาอีกครั้งพร้อมโปรแกรมสุดตื่นตาตื่นใจ ซึ่งศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมมาบรรจบกัน โดยมีเจ้าบ้านอย่างชาวออสเตรเลียและผู้มาเยือนจากทั่วโลกร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อมๆกัน”
“Vivid Sydney ได้ศิลปินประดับไฟระดับโลกมารังสรรค์ Vivid Light อันตระการตา มีนักดนตรีระดับตำนานมาสร้างความเพลิดเพลินในคอนเสิร์ต Vivid Music และมีนักนวัตกรรมมาร่วมแชร์ความคิดสร้างสรรค์ใน Vivid Ideas ทั้งนี้ ในปีที่แล้วมีผู้เข้าร่วมเทศกาลกว่า 1.7 ล้านคน ส่วนในปีนี้นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของ Vivid Sydney ยาวนานกว่าเดิมและยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดมา”
เริ่มต้นด้วยการเฉลิมฉลองผลงานศิลปะอันงดงามหลากหลายของศิลปินพื้นเมืองออสเตรเลีย ผ่านการฉายภาพ Songlinesลงบน Sydney Opera House สิ่งก่อสร้างซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งควบคุมการแสดงโดย Rhoda Roberts หัวหน้าฝ่ายวางโปรแกรมของ Sydney Opera House ซึ่งเป็นชาวอะบอริจินดั้งเดิมในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ร่วมด้วยศิลปินพื้นเมืองอีก 6 ชีวิตที่จะมานำเสนอผลงานศิลปะซึ่งผสานศาสตร์แห่งดวงดาวและผืนโลกเข้าไว้ด้วยกัน เกิดเป็น Songlinesที่ถักทอแผ่นดินและแผ่นฟ้าผ่านกาลเวลาและหนทางอันยาวไกลเอาไว้เป็นผืนเดียว
ขณะเดียวกันยังมีการประดับไฟที่ Chatswood,Central Park,Darling Harbour, Australian National Maritime MuseumและMartin Place ดังเช่นทุกปี ที่เพิ่มเติมเข้ามาในปีนี้คือ The Galeries พื้นที่จัดแสดงในอาคารแห่งแรกของเทศกาลนี้ รวมถึงสถานที่สำคัญอย่าง Royal Botanic Garden Sydney และTaronga Zoo ซึ่งกำลังฉลองครบรอบการก่อตั้งในปีนี้พอดี
ณ Garden of Lightผู้มาเยือนจะได้ตื่นตาตื่นใจกับแสงไฟระยิบระยับในRoyal Botanic Garden Sydney ซึ่งกำลังฉลองครบรอบ 200 ปี พร้อมประทับใจไปกับ Cathedral of Lightซึ่งเป็นการประดับไฟ LED สีขาวนวลนับแสนดวงที่เปล่งแสงเจิดจรัสจากทุกมุมตลอดทางเดินยาว 60 เมตร
ด้านTaronga Zooจะจัดแสดงประติมากรรมสื่อผสม Be the Light for the Wildเกี่ยวกับสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ 10 ชนิด ตั้งแต่สัตว์ใหญ่อย่างช้างเอเชียไปจนถึงกบคอร์โรโบรีสีสันจัดจ้าน พร้อมให้ผู้ชมได้ร่วมฉลองไปกับงานครบรอบ 100 ปีของสวนสัตว์แห่งนี้
ส่วน Vivid Musicจะทำให้ทั้งเมืองขยับไปพร้อมกับเสียงดนตรีและสถานที่จัดงานใหม่ๆ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การเปิดตัว Bjork Digital โปรเจคท์เสมือนจริงจากศิลปินดังระดับโลก และการเปิดตัว Curve Ballการแสดงศิลปะและดนตรีสดสุดอลังการจาก Fuzzy Music ณ Carriageworks
สำหรับ Vivid LIVEณ Sydney Opera House จะมีการแสดงอันน่าตื่นตามากมาย ทั้งจากเจ้าของตำนานเพลงซินธ์ป็อป New Order, วงดนตรีอินดี้โฟล์คBon Iver, ศิลปินเพลงแจ๊ส Esperenza Spaldingและศิลปินดัง Anohniจะมาวาดลวดลายในการแสดงสื่อผสมอันน่าทึ่งเป็นครั้งแรกในออสเตรเลียด้วย
ด้าน Sydney Conservatorium of Musicจะจัดการแสดง The Sound Gardens: Vivid New Musicโดยเหล่านักศึกษามากพรสวรรค์ ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญอย่าง Natasha Anderson, Anthony Pateras และ Clayton Thomas ส่วนการแสดงดนตรีฮิปฮอปแบบออสซี่จะจัดขึ้นที่ Come Together @ Luna Parkและ One Day Sundaysซึ่งตั้งอยู่ใน The Factory ย่านมาร์ริกวิลล์ นอกจากนี้ วงดนตรี Models ผู้บุกเบิกเพลงยุค 80 และขึ้นทำเนียบ ARIA Hall of Fame รวมถึงวง Machinations ที่ดังไม่แพ้กัน และวง The Reels ที่มี Dave Mason เป็นนักร้องนำ จะเข้าร่วมในการแสดง The Models, Machinations & The Reelsที่Enmore Theatre เพียงคืนเดียวเท่านั้น
สำหรับสถานที่อื่นๆ ที่ร่วมจัดแสดง Vivid Music ในปีนี้ประกอบด้วย Newtown Social Clubและสถานที่ใหม่แกะกล่องอย่าง Cake Wines Cellar Doorรวมถึงสถานที่ยอดนิยมที่กลับมาจัดงานอีกครั้งอย่าง Oxford Art Factory,Freda’sและThe Basement
ในส่วนของ Vivid Ideasจะมีการพูดคุยในหัวข้อ Game Changersโดยนักเล่าเรื่องผู้มีชื่อเสียงในวงการ เช่น Spike Jonze ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์คนดัง, Beau Willimon ผู้สร้างสรรค์ซีรีส์เรื่อง House of Cards, Jenji Kohan ผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์ Orange is the New Blackและ Margaret Zhang ครีเอทีฟหน้าใหม่ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในออสเตรเลีย
การเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดนี้จะเจาะลึกในเรื่องของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การเสวนา The Sunrise ซึ่งจะขุดคุ้ยเทรนด์การตั้งบริษัทสตาร์ทอัพในออสเตรเลีย รวมถึง Media Architecture Biennale 2016ซึ่งจะเผยว่าเทคโนโลยีและสื่อดิจิตอลสามารถสร้างเมืองที่สะดวกสบายน่าอยู่ได้อย่างไร และ Conscious Change Makersที่จะแสดงให้เห็นว่า “ธุรกิจที่ดี” ต้องดีสำหรับทุกคน
เนื่องในวาระครบรอบ 200 ปี Royal Botanic Gardens จะเปลี่ยนโฉมเป็น Garden of Lightด้วยการฉายภาพ 3 มิติลงบนพื้นผิววัตถุ และการประดับไฟสุดอลังการ เพื่อสร้างสรรค์ดินแดนมหัศจรรย์แห่งแมกไม้ที่เปล่งประกายระยิบระยับ
18.00-23.00 น.
Taronga Zoo (สถานที่จัดแสดงใหม่)
สวนสัตว์แห่งนี้จะสว่างไสวไปด้วยการแสดง Be The Light for the Wild เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี พร้อมกับรณรงค์ให้รู้จักสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่ต้องได้รับการคุ้มครอง
Museum of Contemporary Art Australia หรือ MCA(อาคาร sandstoneเดิม)
Huseyin Sami ศิลปินจากเวสเทิร์นซิดนีย์ และ Danny Roseศิลปินชาวฝรั่งเศส ได้ร่วมกันจัดแสดง The Matter of Paintingการฉายภาพขนาดยักษ์ซึ่งเปลี่ยนโฉม MCA สู่ผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่มีชีวิตชีวา ซึ่งจะถูกสลักเสลา วาดเขียน ตัดแต่ง และละเลงสี เพื่อสร้างประสบการณ์ที่กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งหลายอย่างแท้จริง
18.00-23.00 น.
Circular Quay และSydney Harbour Bridge
Dress Circle ยกระดับการแสดงแสงสีบนอาคารต่างๆบริเวณCircular Quay ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ชมสามารถควบคุมแสงสีได้ เช่นที่บริเวณ Cahill Expressway และที่ฝั่งตะวันออกของ Sydney Harbour Bridge เป็นครั้งแรก ขณะที่ Harbour Lightsจะกลับมาทำให้ลำน้ำสว่างไสวด้วยเรือและเรือข้ามฟากประดับไฟงดงาม
18.00-23.00 น.
Vivid Light Walk
Vivid Light Walk ที่ทอดยาวรอบ Circular Quay จรด The Rocks และ Walsh Bay นั้น มาพร้อมการจัดแสดงกว่า 60 จุด เช่น ยานอวกาศและเกมพินบอลแสนสนุก Love-O-Metre อันสว่างไสว และส่วนตกแต่งขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านเหนือผู้ชม
18.00-23.00 น.
Martin Place
Martin Place จะเป็นศูนย์รวมอาหารและเครื่องดื่มยอดนิยมของซิดนีย์อีกครั้ง โดยตั้งอยู่ใกล้ส่วนจัดแสดงแสงสีแบบอินเตอร์แอคทีฟสุดยิ่งใหญ่
การเดินทางของ Norbert the Nautilus ยังคงดำเนินต่อไป ด้วยการจัดแสดง Nautilus and the Sea ซึ่งเป็นการฉายภาพลงบนหลังคา โดยตัวละครต่างๆจะออกมาโลดแล่นในโลกแฟนตาซีใต้ทะเล
18.00-23.00 น.
Central Park
X Factory จะพาไปชมเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานของมนุษย์ ผ่านการฉายภาพบนส่วนหน้าอาคารของCarlton Brewery ที่เป็นมรดกของชาติ ส่วน Silent Disco จะเปิดฟลอร์อีกครั้งเพื่อให้บรรดาขาแดนซ์ได้สนุกสนานกันทุกเย็นวันศุกร์และวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 17.30 น.
17.30-22.00 น.
Chatswood
WILDLIGHT — The Bio-kinetic City จะสำรวจสิ่งมีชีวิตน่าทึ่งแห่ง Gondwana ผ่านการเดินทางสุดไฮเทคจาก Chatswood Interchange สู่ The Concourse
27 พฤษภาคม-13 มิถุนายน เวลา 17.30-22.30 น.
Vivid LIVE ณ Sydney Opera House
Vivid LIVE ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง Vivid Music มาพร้อมกับการแสดงของ Anohni(อดีต Antony Hegarty จากวงAntony and the Johnsons), Bon Iver วงดนตรีอินดี้โฟล์ค,New Orderวงซินธ์ป็อปชื่อดัง และ Esperanza Spaldingศิลปินเพลงแจ๊ส
27 พฤษภาคม-13 มิถุนายน
Vivid Music
Vivid Music การแสดงสุดล้ำที่จะพาไปสัมผัสกับแนวดนตรีหลากหลาย ทั้ง R&B, house, retro revival rock, electronica, queer beats, eclectic และ hip hop
27 พฤษภาคม-18 มิถุนายน
Vivid Ideas
นำเสนอการพูดคุยในหัวข้อ Game Changers ร่วมกับ Beau Willimon, Spike Jonze, Jenji Kohan และ Margaret Zhangรวมถึงการประชุมเชิงสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดใน Vivid Ideas Exchange ที่ MCA
27 พฤษภาคม-18 มิถุนายน
Vivid Sydney ขอขอบคุณเหล่าสปอนเซอร์ที่สนับสนุนงานเทศกาลประจำปี 2016 อันได้แก่ พันธมิตรอย่าง Intel และ Huawei รวมถึงผู้สนับสนุนอย่าง Canon, Coates Hire, City of Sydney, Department of Premier and Cabinet, Google, Indeed, Jaguar, Oracle Liquid, Sydney Harbour Foreshore Authority, Sydney Opera House, Technical Direction Company และ 32 Hundred Lighting