TOA Systems จับมือ MetraWeather Asia รุกขยายเครือข่ายข้อมูลฟ้าผ่าในกลุ่มประเทศอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

 กรุงเทพฯ–17 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          TOA Systems, Inc., (TOA) บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายข้อมูลฟ้าผ่าทั่วโลก และ MetraWeather Asia บริษัทผู้ให้บริการด้านสภาพอากาศเชิงพาณิชย์ ประกาศขยายเครือข่ายข้อมูลฟ้าผ่าทั่วอาเซียน ที่งาน InterMET Asia 2016

          InterMET เป็นงานมหกรรมสำหรับอุตสาหกรรมบริการด้านสภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศเพียงงานเดียวของเอเชีย และเป็นศูนย์รวมของอุตสาหกรรมสภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศทั่วโลกที่อุทิศตนเพื่อพัฒนาบริการด้านอุทกวิทยา สภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศสำหรับภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และแปซิฟิก

          เครือข่ายความละเอียดสูงได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับความสามารถของภูมิภาคในการปรับตัวและฟื้นตัวจากปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศที่มีความรุนแรงมากขึ้น ตลอดจนลดความเสี่ยงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ฟ้าผ่าที่ก่อให้เกิดความเสียหาย

          โดยเครือข่ายดังกล่าวจะขยายไปยังประเทศบรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และ เวียดนาม

          โมเดลธุรกิจในความร่วมมือครั้งนี้คือ Technology Agnostic โดยการใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อแก้ปัญหาต่างๆอย่างเป็นกลาง ซึ่งโมเดลดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ (National Meteorological Services) ของประเทศในอาเซียนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการพยากรณ์อากาศเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงในด้านโครงสร้างพื้นฐานไอที การบำรุงรักษาเครือข่าย และซอฟต์แวร์

          แซม ดอนลีย์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและส่งมอบบริการของ MetraWeather Group กล่าวว่า “เครือข่ายของเราจะแก้ปัญหาสำคัญ 2 ประการให้แก่กลุ่มประเทศอาเซียน

          “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ทางสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์ว่าเหตุการณ์ฟ้าผ่าจะมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้นในภูมิภาคที่ได้ชื่อว่าเกิดภัยพิบัติทางสภาพอากาศบ่อยครั้ง ทั้งนี้ เครือข่ายที่สร้างขึ้นโดย TOA ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของเรา จะทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของประเทศต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นโดยไม่ต้องลงทุนสูงในด้านโครงสร้างพื้นฐาน”

          MetraWeather เป็นบริษัทให้คำปรึกษาด้านสภาพอากาศที่มีความเชี่ยวชาญและคร่ำหวอดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้จดทะเบียนบริษัทสาขาแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ไปเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทได้รับการสนับสนุนความเชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาจาก MetService ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่ได้รับการรับรองให้เป็นผู้ให้คำแนะนำด้านสภาพอากาศเพื่อการบินและความปลอดภัยสาธารณะแก่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ

          MetraWeather จะใช้เครือข่ายดังที่กล่าวมาเพื่อมอบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเกิดฟ้าผ่าในบริเวณใกล้เคียงให้แก่ลูกค้าพาณิชย์ที่มีความเสี่ยงต่อปรากฏการณ์ฟ้าฝ่า (เช่น สาธารณูปโภคด้านพลังงาน สายการบิน สนามบิน การปฏิบัติงานตามแหล่งและโรงกลั่นน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่งในเอเชีย)

          “ฟ้าผ่ามีอานุภาพทำลายล้างสูง สามารถคร่าชีวิต สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และทำให้การเดินทางทางอากาศหยุดชะงัก เราป้องกันไม่ได้ แต่เราช่วยชุมชนและองค์กรต่างๆลดความเสี่ยงได้” คุณดอนลีย์กล่าว

          “บริการแจ้งระยะห่างของการเกิดฟ้าผ่าจาก MetraWeather ช่วยให้โรงงานผลิตแห่งหนึ่งในออสเตรเลียลดเวลาระบบล่ม จาก 4 ชั่วโมง เหลือ 20 นาที ซึ่งหมายถึงผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”

          ทิม เบนท์ ประธาน TOA Systems ได้เข้าร่วมงาน InterMET Asia 2016 เพื่อประกาศเรื่องการขยายเครือข่ายในครั้งนี้ เขากล่าวว่าเครือข่ายนี้จะถูกสร้างขึ้นโดยใช้เซนเซอร์ LPS-200 ของบริษัท ซึ่งเป็นเซนเซอร์ที่มีความล้ำสมัยและได้รับความไว้วางใจอย่างสูง

          “เครือข่ายข้อมูลฟ้าผ่าของเราแข็งแกร่งมากและให้ข้อมูลที่แม่นยำสูง และได้วางรากฐานให้กับเครือข่ายต่างๆ ที่ได้รับความไว้วางใจจาก The Weather Company (เดิมคือ WSI) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลสภาพอากาศรายใหญ่ที่สุดเพียงรายเดียวแก่อุตสาหกรรมการบินสหรัฐ และสำนักงานอุตุนิยมวิทยาในออสเตรเลีย

          TOA คือผู้ผลิตเครือข่ายข้อมูลฟ้าผ่าและระบบแจ้งเตือนชั้นแนวหน้า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา TOA Systems ได้ติดตั้งเซนเซอร์ระบุพิกัดฟ้าผ่ามากกว่า 600 เครื่องในกว่า 50 ประเทศ

          “เราเชื่อว่าการให้บริการข้อมูลฟ้าผ่าในราคาไม่แพงจนเกินไปจะช่วยให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติพัฒนาขีดความสามารถด้านต่างๆได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงขยายขอบเขตในการให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยแก่สาธารณะ” ทิม เบนท์ กล่าว

          “เราเห็นการพลิกโฉมในวงการพยากรณ์อากาศเกิดขึ้นทั่วโลก เนื่องจากหน่วยงานรัฐบาลและบริษัทด้านสภาพอากาศต่างเปิดรับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ/เอกชน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดข้อจำกัดทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาการส่งมอบข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”

          ข้อมูลเกี่ยวกับฟ้าผ่าในเอเชีย

          – มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ฟ้าผ่าเพิ่มมากขึ้นในกัมพูชา เวียดนาม และไทย

          – ยอดผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าในกัมพูชา ในปี 2558 พุ่งขึ้น 42.6% เมื่อเทียบรายปี โดยผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 107 ราย และบาดเจ็บ 77 ราย

          – เชื่อว่าฟ้าผ่าทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,500 คนในอินเดีย ในปี 2557

          – ประมาณการกันว่า ในแต่ละปี ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าได้สร้างความเสียหายทั่วโลกเป็นมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          เกี่ยวกับ TOA Systems และ MetraWeather

          TOA ให้การสนับสนุน GPATS ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน ในการดำเนินงานและบำรุงซ่อมแซม Australian National Lightning Network ซึ่งสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลียใช้ในการพยากรณ์อากาศ MetraWeather เป็นตัวแทนจำหน่ายของ GPATS โดยดูแลลูกค้าพาณิชย์ทั่วทวีปออสเตรเลีย

          www.metraweather.com

TAPA 2016 เตรียมโชว์ศักยภาพผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

TAPA 2016 เตรียมโชว์ศักยภาพผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทย


งานแสดงสินค้ายานยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ ตกแต่ง 2559 (TAPA 2016) คือเวทีการค้าระดับสากลสำหรับนักธุรกิจ ในการสรรหาสินค้าและขยายเครือข่ายความร่วมมือกับคู่ค้า ทั้งผู้ผลิตและผู้ซื้อ รวมทั้งยังเป็นเวทีในการนำเสนอเทรนด์ล่าสุดในอุตสาหกรรมนี้ ที่สำคัญ TAPA 2016 ยังเป็นโอกาสทองของผู้ผลิตในการนำเสนอสินค้าสู่ผู้ซื้อมากมายทั้งในประเทศอาเซียนและทั่วโลก ภายในงานจะมีผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 450 บริษัท เข้าร่วมแสดงสินค้า อาทิ

อะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ (OEM / REM)

อุปกรณ์ประดับยนต์

ปิโตรเลียม

น้ำมันหล่อลื่น

ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษายานยนต์

อุปกรณ์และเครื่องจักรหนักสำหรับผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

ยานพาหนะ

บริการซ่อมและบำรุงรักษายานยนต์

อุปกรณ์ไอที และการบริหารจัดการ

และห้ามพลาดกับการเกาะติดกระแสร้อนในวงการอุตสาหกรรม เข้าร่วมสัมมนากับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ในประเด็นที่น่าสนใจต่างๆ มากมาย อาทิ Thailand Super Cluster, Electric Vehicle Bus, Automotive Innovation Trend เป็นต้น

งาน TAPA 2016 จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และองค์กรที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2559 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยวันที่ 7-9 เมษายน 2559 จะเป็นวันเจรจาธุรกิจ ส่วนวันที่ 10เมษายน 2559 จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้าชมและเลือกซื้อสินค้า

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.thailandautopartsfair.com หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169.

Research Now ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พลาโน, เท็กซัส–17 มี.ค..–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

แกรี ลาเบน ได้รับการแต่งตั้งเป็นซีอีโอคนใหม่ของ Research Now

Research Now ผู้นำระดับโลกด้านการรวบรวมข้อมูลดิจิตอลเพื่อนำไปวิเคราะห์และทำความเข้าใจในเชิงลึก ประกาศแต่งตั้ง แกรี ลาเบน เป็นซีอีโอคนใหม่ของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคมเป็นต้นไป พร้อมกับรับตำแหน่งสมาชิกบอร์ดบริหารของบริษัทด้วย โดยคุณลาเบนได้เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก เคิร์ท แนปตัน อดีตประธานและซีอีโอของบริษัท ซึ่งยื่นหนังสือลาออกตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 ทว่ายังคงอยู่ในบอร์ดบริหารของบริษัทต่อไป

 Research Now Logo / Research Now logo. (PRNewsFoto/Research Now Group, Inc.)

Research Now logo. (PRNewsFoto/Research Now Group, Inc.)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20150723/240761LOGO

คุณลาเบนมีประสบการณ์กว่า 25 ปีในตำแหน่งผู้บริหาร ทั้งยังมีประสบการณ์ในการใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มศักยภาพการตัดสินใจด้านการตลาดให้แก่ลูกค้าด้วย ล่าสุดเขาดำรงตำแหน่งซีอีโอของ KBM Group ผู้ให้บริการโซลูชั่นการตลาดที่อิงข้อมูล และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลระดับโลกของWunderman เอเจนซี่ด้านไดเร็คมาร์เก็ตติ้งและดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง โดยทั้งสองบริษัทต่างเป็นส่วนหนึ่งในเครือ WPP ทั้งนี้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งซีอีโอของKBM นั้น คุณลาเบนได้นำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในการเข้าซื้อและควบรวมกิจการหลายครั้ง รวมถึงการขยายธุรกิจไปทั่วโลก นอกจากนั้นยังเป็นผู้สร้างและรวบรวมทีมบริหารจนเป็นปึกแผ่นด้วย  

พร้อมกันนี้ Research Now ยังได้ประกาศแต่งตั้ง จอห์น รอธเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทอีกหนึ่งตำแหน่ง โดยคุณรอธเวลล์เป็นพนักงานคนแรกของ Research Now และได้กลับเข้ามาทำงานกับบริษัทอีกครั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ปัจจุบันเขาดูแลฝ่ายขายและการให้บริการลูกค้า

บอร์ดบริหารของ Research Now ต่างตื่นเต้นที่แกรีจะเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอ” จอห์น ซิแวนตอส สมาชิกบอร์ดบริหารและหุ้นส่วนผู้จัดการของCourt Square Capital Partners บริษัทผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Research Now กล่าว เขาเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง เราตื่นเต้นที่เขาจะได้เข้ามาบริหารบริษัทร่วมกับจอห์น รอธเวลล์ และคนอื่นๆในทีมบริหารของเรา ประสบการณ์ของเขาในการขยายธุรกิจทั้งแบบที่เริ่มต้นจากศูนย์และแบบเข้าซื้อกิจการบริษัทอื่น จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานวัตกรรม การดูแลลูกค้า และการขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมที่ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่เช่นนี้”

“Research Now อยู่ในแนวหน้าของอุตสาหกรรมที่มีวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลา” คุณลาเบนกล่าว “องค์กรของเรามีความพร้อมในการนำเสนอโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีและข้อมูลอันครอบคลุมเพื่อการวิเคราะห์ปัญหา ทั้งยังครองความเป็นผู้นำในการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมการวิจัยตลาด ผมเองก็ตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมงานกับบริษัทในช่วงเวลาอันท้าทายเช่นนี้”

เกี่ยวกับ Research Now

Research Now Group, Inc. คือผู้นำระดับโลกด้านการรวบรวมข้อมูลดิจิตอลเพื่อนำไปวิเคราะห์และทำความเข้าใจในเชิงลึก ซึ่งช่วยให้ลูกค้ากว่า3,000 รายทั้งที่เป็นบริษัทวิจัยตลาด ที่ปรึกษา สื่อ รวมถึงองค์กรต่างๆ ได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยบริษัทจะอนุญาตให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลผู้บริโภคนับล้านที่ได้จากการเก็บข้อมูลผ่านทางออนไลน์ มือถือ โซเชียลมีเดีย และเทคโนโลยีการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงพฤติกรรม ทั้งนี้ Research Now ดำเนินธุรกิจในกว่า 36 ประเทศ และมีสำนักงาน 23 สาขาทั่วโลก บริษัทได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำของอุตสาหกรรมทั้งในด้านคุณภาพ ขนาด รวมถึงความพึงพอใจของลูกค้า สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ researchnow.com

New Diamond Technology (NDT) เตรียมเผยโฉม “เพชรสีน้ำเงิน” สังเคราะห์จากห้องแล็บที่ใหญ่และหายากที่สุดในโลก ในมหกรรมบาเซิลเวิลด์ 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาเซิล, สวิตเซอร์แลนด์–17 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

New Diamond Technology (NDT) ผู้นำด้านเพชรสังเคราะห์ในห้องแล็บ เตรียมเผยโฉมเพชรสีน้ำเงินเหลี่ยมมรกตขนาด 5.03 กะรัต เกรดความสะอาดระดับVS1 ซึ่งสร้างขึ้นจากหินชนิด IIb ที่ผ่านกรรมวิธีกดตัวและเผาที่อุณหภูมิสูง (HPHT) เพชรสีน้ำเงินเม็ดนี้ได้รับการรับรองและเก็บภาพความงดงามเป็นที่เรียบร้อยโดยสถาบัน International Gemological Institute (IGI) สามารถรับชมวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/gzHZJhTLLvU

NDT เตรียมอวดโฉมเพชรสีน้ำเงินที่สังเคราะห์โดยฝีมือมนุษย์ซึ่งมีขนาดใหญ่และหายากที่สุดในโลก ในวันที่ 17 มีนาคม เวลา 12.00 น. ตามเวลา CET ณ ฮอลล์ 4.U บูธ A24 โซน “Hall of Discoveries” ในมหกรรมบาเซิลเวิลด์ 2016 ภายหลังพิธีเปิดมหกรรมนาฬิกาและอัญมณีที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีและผู้หลงใหลในความงามของเพชรเข้าร่วมงานถึง 150,000 คน

Marc Brauner ซีอีโอร่วมของ IGI Worldwide กล่าวว่า “เพชรขนาด 5.03 กะรัตนี้มีความพิเศษในทุกมิติ ขณะที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ในการสังเคราะห์เพชรเม็ดนี้ก็ยังคงพัฒนาต่อไปอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดด ผมมั่นใจว่าสี Fancy Deep Blue สุดหายากและประกายอันแวววาวจะทำให้เพชรเม็ดนี้โดดเด่นในแวดวงเพชรยุคใหม่อย่างแน่นอน”

Tamazi Khikhinashvili ประธานของ NDT กล่าวว่า “เราต้องการก้าวขึ้นบัลลังก์อย่างสมเกียรติในตลาดเพชรสังเคราะห์ที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากวงการอัญมณีโลก และมีศักยภาพการเติบโตมากมายไม่จำกัด” คุณ Khikhinashvili เชื่อว่า ความต้องการเพชรสังเคราะห์ในห้องแล็บจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดหลายปีนับจากนี้ เนื่องจากเหล่าผู้หลงใหลเพชรแห่งศตวรรษที่ 21 เริ่มเห็นคุณค่าของอัญมณีที่มีความละเอียดงดงาม หายาก และมาจากแหล่งกำเนิดที่มีความยั่งยืน

คุณ Khikhinashvili กล่าวเสริมว่า “หลังจากที่ได้มีการก่อตั้งสมาคม International Grown Diamond Association (IGDA) ธุรกิจของเราก็ได้รับความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าการทำธุรกิจอย่างเปิดเผยและมีแนวปฏิบัติที่ดี ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย ได้นำมาซึ่งความงดงาม ความไว้วางใจ และความชื่นชมอย่างแท้จริงในเพชรของเรา” ทั้งนี้ NDT เป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งสมาคม IGDA

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 NDT ได้สร้างเพชรสังเคราะห์ไร้สีเกรด E ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกถึง 10.02 กะรัต และมีเกรดความสะอาดระดับ VS1 โดยตัดออกมาจากเพชรหยาบสังเคราะห์ขนาด 32.26 กะรัต ซึ่งเพชรสังเคราะห์ดังกล่าวได้รับการรับรองจาก IGI

เราตื่นเต้นยินดีกับความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น แต่เราจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ ขอให้ทุกท่านติดตามเราต่อไป เพราะเราจะสร้างสถิติใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง” คุณKhikhinashvili กล่าว พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นต่อความก้าวหน้าในเทคโนโลยีของเขา โดยกล่าวว่า “ขณะเดียวกัน ความต้องการเพชรสังเคราะห์ผลึกเดี่ยวเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมไฮเทคก็กำลังเติบโตแบบเท่าทวีคูณเช่นกัน”

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ New Diamond Technology และนวัตกรรมอันล้ำสมัยได้ที่ http://ndtcompany.com

วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการจัดการอันไท่ สังกัดมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง จับมือ IE Business School เปิดตัวหลักสูตร 2 ปริญญา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–16 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ในวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการจัดการอันไท่ (ACEM) ในสังกัดมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง (SJTU) และสถาบัน IE Business School ได้ประกาศเปิดตัวหลักสูตร 2 ปริญญา ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจ ซึ่งโอกาสนี้ ศาสตราจารย์หลิน โจว คณบดีของ ACEM และศาสตราจารย์ ซานติอาโก อินญิเกวซ คณบดีของ IE Business School ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่มนักศึกษา ศิษย์เก่า และสื่อมวลชนในพิธีเปิดตัวหลักสูตรด้วย

          ACEM เป็นสถาบันพันธมิตรแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศจีนของ IE ในการก่อตั้งหลักสูตร 2 ปริญญาซึ่งประกอบด้วยหลักสูตร MBA 2 ปริญญา และ MIB-MIM 2 ปริญญา ซึ่งทั้งสองหลักสูตรจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับปริญญาจากสถาบันดันดับต้น ๆ ทั้งสองแห่ง และมีความเข้าใจธุรกิจโลกอย่างลึกซึ่งผ่านมุมมองของจีนและยุโรป

          หลักสูตรดังกล่าวทำให้สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงทั้งสองแห่งสามารถใช้ประโยชน์จากคณะ ทรัพยากรศิษย์เก่า และความสัมพันธ์กับองค์กรธุรกิจร่วมกันได้ง่ายมากขึ้น เพื่อมอบหลักสูตรที่ดีที่สุด พร้อมพัฒนาผู้มีความสามารถด้านธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลระดับโลก หลักสูตร MBA และหลักสูตรปริญญาโทการจัดการของอันไท่ รั้งอันดับ 39 และ 36 ตามลำดับจากการจัดอันดับของไฟแนนเชียลไทมส์ โดยทั้งสองหลักสูตรครองอันดับ 1 สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจภายในประเทศของจีน

          “ACEM และ IE ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมาเป็นเวลาหลายปี โดยสถาบันทั้งสองแห่งต่างก็ให้ความสำคัญและส่งเสริมการศึกษาด้านนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวหลักสูตร 2 ปริญญานี้ อีกทั้งยังเป็นสักขีพยานในการพัฒนาว่าที่ผู้นำธุรกิจแห่งอนาคต” ศาสตราจารย์หลิน โจว กล่าว

          “IE ให้ความสำคัญต่อความร่วมมือกับพันธมิตรจีน ซึ่งหลักสูตร 2 ปริญญานี้เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักตลอดหลายปี สเปน ซึ่งสถาบัน IE Business School ตั้งอยู่นั้น เชื่อมโยงยุโรปและละตินอเมริกาเข้าด้วยกัน ในขณะที่ ACEM ก็ตั้งอยู่ในศูนย์กลางการเงินของจีน เราจึงหวังว่าจะได้ซึมซับแก่นความรู้ด้านธุรกิจทั้งจากตะวันตกและตะวันออก เพื่อที่จะผลิตผู้นำธุรกิจที่ทรงอิทธิพลและมีมุมมองในระดับโลก” ศาสตราจารย์ ซานติอาโก อินญิเกวซ กล่าว

          ACEM เป็นสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจแห่งแรกของจีนที่เปิดสอนหลักสูตรเพื่อผู้ประกอบการ และเป็นผู้พัฒนาระบบการศึกษา 3 ขั้นตอน กล่าวคือ “ทฤษฎี-แข่งขัน-ปฏิบัติ” โดย MBA Entrepreneurship Competition ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2545 ได้กลายมาเป็นการประกวดแข่งขันที่มีชื่อเสียงโดดเด่นนับตั้งแต่นั้นมา ขณะที่กองทุน MBA Entrepreneurship Fund ของ ACEM ได้สนับสนุนโครงการต่าง ๆ ไปแล้ว 37 โครงการ รวมเป็นมูลค่าถึง 11 ล้านหยวน

          หลักสูตรปริญญาโท สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ ของอันไท่ มุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้ธุรกิจในประเทศจีน นักศึกษาในหลักสูตรนี้มีความหลากหลาย โดยมาจากกว่า 30 ประเทศทั่วเอเชีย อเมริกาเหนือ ยุโรป แอฟริกา ซึ่งกว่า 70% มาจากประเทศตะวันตก

ดิจิตอล มารีน โซลูชันส์ เตรียมซื้อธุรกิจเดินเรือของ เจพเพอเซน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออสโล, นอร์เวย์–16 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ดิจิตอล มารีน โซลูชันส์ (Digital Marine Solutions) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาเพื่อเข้าซื้อธุรกิจการเดินเรือของบริษัท เจพเพอเซน (Jeppesen) โดยอยู่ระหว่างรออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

          ภายใต้เงื่อนไขของสัญญา เจพเพอเซน มารีน (Jeppesen Marine) จะดำเนินการในฐานะนิติบุคคลที่แยกต่างหาก โดยมีทรัพยากรเป็นของตนเอง และจะทำการค้าภายใต้ชื่อแบรนด์ C-MAP ขณะที่เจพเพอเซนจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทโบอิ้ง (The Boeing Company)

          ดิจิตอล มารีน โซลูชันส์ เป็นธุรกิจของ Altor 2003 Fund ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มกองทุนไพรเวทอิควิตี้ของตระกูล Altor ในภูมิภาคนอร์ดิก การเข้าซื้อธุรกิจเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้อาศัยประสบการณ์ของ Altor ในอุตสาหกรรมเดินเรือ ซึ่ง Altor ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของแบรนด์ด้านการเดินเรือในเครือNavico อีกด้วย ดิจิตอล มารีน โซลูชันส์ จะรับประกันได้ว่า Navico และบรรดาผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกที่เป็นบุคคลที่สาม จะยังคงสามารถเข้าถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ C-MAP ทั้งด้านพาณิชย์นาวีและสันทนาการ ทั้งนี้ ดิจิตอล มารีน โซลูชันส์ จะเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถและยอดขายของ C-MAP ต่อไป ด้วยการนำเสนอระบบแผนที่ ดิจิตอลคอนเทนท์ และโซลูชันบริการต่างๆ ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น

          “เจพเพอเซน มารีน เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการแผนที่อิเล็กทรอนิกและบริการเสริมระดับพรีเมียม ทั้งเพื่อการสันทนาการและพาณิชย์นาวี” Leif Ottossonว่าที่ประธานกรรมการของดิจิตอล มารีน โซลูชันส์ กล่าว “เรามุ่งหวังที่จะได้ทำงานร่วมกับทีมงานของเจพเพอเซน มารีน เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และจะทำงานร่วมกับลูกค้าในปัจจุบันของเจพเพอเซน มารีน เพื่อผลักดันธุรกิจของเราให้เติบโตต่อไป”

          “นี่เป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเดินเรือ ตลอดจนพนักงานของเจพเพอเซน มารีน และผู้บริโภค เนื่องจาก C-MAP จะยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ตลาดยังคงความหลากหลายเอาไว้ได้” James Detar ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์ไฟส่องสว่างทางทะเลของเจพเพอเซน มารีน กล่าว

          “เราเชื่อว่าวิสัยทัศน์และคุณค่าของดิจิตอล มารีน โซลูชันส์ จะช่วยให้เราสามารถยกระดับผลิตภัณฑ์และให้บริการแก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น” Egil Aarstad ผู้อำนวยการกลุ่มโซลูชันการเดินทางของเจพเพอเซน มารีน กล่าว

          ทั้งนี้ ข้อตกลงการซื้อขายธุรกิจดังกล่าวอยู่ระหว่างรออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล และคาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนสิ้นสุดไตรมาส 2 ปี 2559

          สามารถรับชมข้อมูลเกี่ยวกับ เจพเพอเซน มารีน ได้ที่ c-map.jeppesen.com และ ww1.jeppesen.com/marine

สสส.จับมือท้องถิ่นวังสะพุง ดึงตั้งสภาชุมชนร่วมคิดร่วมทำ แก้ปัญหาขยะล้นเมือง ส่งผลบ้านสะอาดปราศจากขยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สสส.จับมือท้องถิ่นวังสะพุง ดึงตั้งสภาชุมชนร่วมคิดร่วมทำ แก้ปัญหาขยะล้นเมือง ส่งผลบ้านสะอาดปราศจากขยะ

ทึ่ง! พบเมืองวังสะพุงปลอดถังขยะ หน้าบ้านสวย ปลูกผักไร้สารด้วยปุ๋ยไส้เดือนดินจากขยะ นายกฯวังสะพุงเผยการมีส่วนร่วมของชุมชนคือกุญแจสำคัญของความสำเร็จ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเทศบาลเมืองวังสะพุง จังหวัดเลย ดำเนินโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ หนุน 4 ชุมชน ประกอบไปด้วยชุมชนวังสะพุง 1,2 จอมมณี 1,2 เขตเทศบาลเมืองวังสะพุง จังหวัดเลย ดึงประชาชนร่วมแก้สิ่งแวดล้อม ลดขยะจนไม่เหลือถัง ตั้งธนาคารรับซื้อ ขยะอินทรีย์นำมาเลี้ยงไส้เดือนดินปลูกผักไร้สารรับประทานทานเอง พร้อมอวดหน้าบ้าน-หลังบ้านสวย น่าอยู่

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล นายกเทศมนตรีเมืองวังสะพุง กล่าวว่า ที่อำเภอวังสะพุงไม่มีที่ทิ้งขยะเป็นของตัวเอง ต้องนำไปทิ้งที่เทศบาลเมืองเลย ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไปกลับถึง 80 กิโลเมตร ทำให้ใช้งบประมาณในเรื่องการจัดการขยะค่อนข้างสูงและภารกิจการจัดการขยะทั้งหมดเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางเทศบาลฯ การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด จึงคิดโครงการหน้าบ้านน่ามองขึ้นมาริเริ่มการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน ตั้งแต่ปี 2552 พอมาปีนี้ 2556 ก็ทำงานควบคู่กันกับ 4 ชุมชนที่ขอรับการสนับสนุนทุนจากโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำรูปแบบการตั้งคณะกรรมการสภาผู้นำชุมชน ในแต่ละชุมชนมีจำนวนกว่า 30 คน เพื่อดึงสมาชิกในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานทุกขั้นตอน

นางดรุณี มาลี ประธานชุมชนวังสะพุง 1 กล่าวว่าชุมชนวังสะพุง 1 ชุมชนเมืองขนาดเล็ก 85 ครัวเรือน เดิมมีปัญหาขยะหมักหมม ล้นถัง การปล่อยน้ำเสียลงหน้าบ้าน แก้ไขปัญหาผ่านคณะกรรมการสภาผู้นำชุมชนเริ่มจากการทำความสะอาดหน้าบ้าน-หลังบ้าน ถนน สถานที่สาธารณะช่วยกันทุกวัน กำหนดกติกาการจัดการขยะที่ทุกครัวเรือนต้องปฏิบัติตาม คือ การคัดแยะขยะครัวเรือน ลดปริมาณขยะ และนำขยะรีไซเคิลไปใช้ประโยชน์ซ้ำ

นางสาววีรพรรณ ลาวัลย์ ประธานชุมชนวังสะพุง 2 กล่าวว่าจำนวนกว่า 30 % ของคนในชุมชนนี้มีอาชีพปลูกผักริมแม่น้ำเลยขาย มีปัญหาเรื่องสารเคมีทางการเกษตร เพราะค่าใช้จ่ายเพิ่ม ขณะเดียวกันคนในชุมชนบางส่วนที่ไม่ได้ปลูกผักก็ซื้อจากตลาดสดในชุมชนบริโภค คณะกรรมการสภาผู้นำชุมชนกว่า30 คน จึงคิดแก้ไขปัญหาผ่านโครงการการปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ ไร้สารพิษ ใช้พื้นที่หน้าบ้านและพื้นที่สาธารณะ ปลูกผักทานเองกว่า 20 ชนิด ส่วนที่เหลือนำมาแบ่งปันกันในชุมชน ส่งผลให้พื้นที่หน้าบ้านเป็นลานกิจกรรมที่ดึงคนออกจากบ้าน มาช่วยกันปลูกผัก รดน้ำผักในทุกเช้าเย็น เกิดการพูดคุยนำมาซึ่งความรัก ความสามัคคี และการแบ่งปันผักกัน ที่สำคัญทำให้คนในชุมชนมีสุขภาพดีมากขึ้นด้วย

นายชาญยุทธ์ ปทุมานนท์ คณะกรรมการชุมชนจอมมณี 1 กล่าวว่าในชุมชนมีปัญหาขยะเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะทิ้งขยะไม่เป็นที่ โดยทิ้งตามไหล่ทาง มุมถนนจนเกิดความสกปรก จากการสำรวจปริมาณขยะต่อวันเฉลี่ยเพียง 600 กิโลกรัมและส่วนใหญ่ร้อยละ 40 ที่ถูกทิ้งเรี่ยราด เป็นขยะย่อยสลายจากเศษอาหารในครัวเรือน จึงได้นำมาเลี้ยงไส้เดือนดินสายพันธุ์ฮอลแลนด์ และสายพันธุ์แม่โจ้ เพื่อย่อยสลายขยะให้เป็นน้ำหมักมูลไส้เดือนดิน จำหน่ายขวดละ 10 บาทให้แก่ชุมชนรอบข้างที่ปลูกผักหน้าบ้าน ส่วนสายพันธุ์ไส้เดือนดิน จำหน่ายราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 600 บาท ปัจจุบันมีการเลี้ยงไส้เดือนดินกว่า 10 บ่อ

ด้านนางนารีรัตน์ สีหาราช คณะกรรมการสภาชุมชนจอมมณี 2 กล่าวว่าชุมชนมีปัญหาไม่แตกต่างจากชุมชนอื่น โดยเฉพาะเรื่องการจัดการขยะ การแก้ไขปัญหามุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้เพื่อคัดแยกขยะ การส่งเสริมการแปรรูปขยะ เช่น ถุงผ้าจากขยะรีไซเคิล ที่สมาชิกในชุมชนกว่า 50 ครัวเรือน ถือไปจ่ายตลาดเป็นประจำ การจัดการขยะผ่านการตั้งธนาคารขยะชุนชนเปิดรับซื้อเดือนละ 1 ครั้ง  ทำให้มีปริมาณขยะเหลือให้รถเทศบาลเก็บเพียง 140กิโลกรัมต่อวัน จากเดิมสูงถึง 500 กิโลกรัม เป็นต้น

นายเดชา จำปาภา ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองวังสะพุง กล่าวว่าการทำงานของทางเทศบาลเมืองวังสะพุงเน้นที่การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ได้รับทุนสนับสนุนจากสสส.ซึ่งมีกระบวนการหนุนเสริมเรื่องการสร้างสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เมื่อมาทำงานควบคู่กันกันอย่างต่อเนื่อง จึงได้รับความร่วมมือชาวบ้านทุกคน ซึ่งปัจจุบัน ทั้ง 4 ชุมชน เป็นชุมชนที่ไม่มีถังขยะวางหน้าบ้านเลย

ปัจจุบันทั้ง 4 ชุมชน กลายเป็นต้นแบบการสร้างวินัยคนเมือง ให้รักความสะอาด จัดการสิ่งแวดล้อมอย่างถูกวิธี คนในชุมชนมีความรักความสามัคคี อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขท่ามกลางชุมชนที่สะอาดและสวยงาม เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนแล้ว ยังเกิดเป็นต้นแบบหรือแหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เดินทางเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้เดือนละกว่า 20 คณะ

คนึงนุช วงศ์เย็น มูลนิธิสื่อสร้างสุข

Thuraya เปิดตัวบริการ M2M และเครื่องแปลงสัญญาณตัวแรกในอเมริกาเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

 ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–16 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Thuraya Telecommunication Company ผู้ให้บริการการสื่อสารเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียมชั้นแนวหน้า ประกาศเปิดตัวบริการการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ (M2M) และเครื่องแปลงสัญญาณ ซึ่งมีขอบเขตการให้บริการครอบคลุมอเมริกาเหนือเป็นครั้งแรก

 Thuraya Telecommunications Company / Thuraya Telecommunications Company

Thuraya Telecommunications Company

          (โลโก้ http://photos.prnewswire.com/prnh/20150429/740412-a)

Thuraya M2M / ThurayaFT2225 M2M Terminal - Connecting people, assets and businesses, the new ThurayaFT2225 is a rugged M2M terminal built to withstand harsh weather conditions in remote unmanned areas. With Ethernet and Wi-Fi interface options, integration into new M2M applications is simple and time efficient. (PRNewsFoto/Thuraya Satellite)

ThurayaFT2225 M2M Terminal – Connecting people, assets and businesses, the new ThurayaFT2225 is a rugged M2M terminal built to withstand harsh weather conditions in remote unmanned areas. With Ethernet and Wi-Fi interface options, integration into new M2M applications is simple and time efficient. (PRNewsFoto/Thuraya Satellite)

          (รูปภาพ http://photos.prnewswire.com/prnh/20160314/343756)

          การเปิดตัวครั้งนี้ได้รับแรงผลักดันและต่อยอดมาจากโซลูชั่น M2M ที่เครือข่ายพันธมิตรด้านการพัฒนาแอปพลิเคชั่นและอุปกรณ์ของ Thuraya ได้ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ M2M ของบริษัท

          กลยุทธ์ของ Thuraya เกิดขึ้นจากความจริงที่ว่า การตอบโจทย์การใช้งานแอปพลิเคชั่น M2M ทั้งหมดนั้นจำเป็นต้องอาศัยโซลูชั่นมากกว่าหนึ่งโซลูชั่น และเมื่อพิจารณาจากการเติบโตของ M2M ตลอดจน Internet  of Things (IoT) ที่กำลังเฟื่องฟูอย่างมาก จึงทำให้ Thuraya เดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นเพื่อรับมือกับข้อกำหนด Low Data Rate (LDR), Medium Data Rate (MDR) และ High Data Rate (HDR) สำหรับส่วนตลาดต่างๆ ซึ่งการเปิดตัวบริการใหม่นี้นับเป็นการตอบสนองความต้องการของตลาดเกี่ยวกับแอปพลิเคชั่นในระดับ MDR

          Thuraya กำลังขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมถึงอเมริกาเหนือเป็นครั้งแรก ด้วยความร่วมมือกับ ViaSat ทั้งนี้ เครือข่าย M2M สำหรับการสื่อสารสองทางที่มีความปลอดภัยแบบ IP-based นั้นทำให้การใช้งานแอปพลิเคชั่น M2M และ IoT แบบเรียลไทม์มีประสิทธิภาพสูงกว่าเครือข่ายโทรศัพท์มือถือแบบเดิม ๆ ขณะที่การเป็นพันธมิตรกับ ViaSat จะช่วยขยายความสามารถดังกล่าวเข้าสู่ตลาดทางภูมิศาสตร์แห่งใหม่ที่มีความสำคัญแห่งนี้

          นายแรนดี โรเบิร์ตส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนวัตกรรมของ Thuraya กล่าวว่า “เรากำลังเดินหน้าขยายบริการ M2M อย่างจริงจัง โดยการพัฒนาเครือข่ายM2M เพิ่มเติมต่อไปอีกจะทำให้เราก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดที่จะสามารถตักตวงผลประโยชน์จากโอกาสมากมายที่ Internet of Things มอบให้กับเราในระยะยาว และด้วยการเป็นพันธมิตรกับ ViaSat ทำให้เครือข่ายของเราเข้าถึงสถานที่ที่เป็นจุดบอดได้มากขึ้น และขณะนี้ Thuraya ก็สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น จากการที่เราขยายความครอบคลุมสำหรับบริการนี้ไปยังอเมริกาเหนือ”

          นายฟิล เบอร์รี รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายบริการการสื่อสารเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม บริษัท ViaSat กล่าวว่า “การเป็นพันธมิตรกับ Thurayaทำให้เราสามารถนำเอาจุดแข็งของฟังก์ชั่นการทำงานของเครือข่าย มารวมเข้ากับความสามารถของอุปกรณ์ล้ำยุค เพื่อมอบการสื่อสารผ่านดาวเทียมระบบIP ในแบบเรียลไทม์ ให้แก่ตลาด M2M ได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์ FT2225 M2M ของ Thuraya ซึ่งขับเคลื่อนบนบริการ ViaSat L-band อันน่าเชื่อถือนั้นจะรองรับตลาด M2M ได้หลากหลายระดับขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริษัทดั้งเดิมไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยใช้บริการหรือการบริการยังไม่เคยเข้าถึงมาก่อน”

          ลูกค้าจากภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และน้ำมันและก๊าซ มีความต้องการแอปพลิเคชั่นแบบเรียลไทม์ที่มีความหน่วงต่ำและปลอดภัยสูง บริษัทเหมืองแร่ต้องการการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เชื่อถือได้เพื่อติดตามทรัพย์สินและความปลอดภัยของคนงาน ตลอดจนความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และความพร้อมของเครือข่ายเพื่อดึงดูดลูกค้าจากภาครัฐ ในขณะเดียวกัน Thuraya ยังได้นำเสนอความยืดหยุ่นของเครือข่ายและการประหยัดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของสำหรับบริษัทด้านสาธารณูปโภคอีกด้วย

          เครื่องแปลงสัญญาณ Thuraya FT2225(MDR) จะทำงานบนเครือข่ายของ Thuraya และเครือข่ายบริการสื่อสารเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียมของ ViaSat ซึ่งใช้ระบบดาวเทียม L-band ของ ViaSat ที่มีความกว้างของช่องสัญญาณสูง

          อุปกรณ์แปลงสัญญาณดังกล่าวจะนำเสนอการใช้แบนด์วิดท์อย่างมีประสิทธิภาพโดดเด่น มีการเชื่อมต่อ IP ที่มีความหน่วงเวลาต่ำ และมีระดับความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ โดยได้รับการสนับสนุนจากข้อตกลงระดับการให้บริการ 99.9% ซึ่งถือเป็นผู้นำตลาด

          ปัจจุบัน ขอบเขตการให้บริการโซลูชั่น LDR M2M ของ Thuraya ซึ่งได้รับการรับรองจากหน่วยงานรับรองภายนอกนั้น ประกอบด้วย การติดตามทรัพย์สินแบบเคลื่อนที่ของบริษัท SMC, อุปกรณ์ควบคุมระยะไกล (remote link) สำหรับแอปพลิเคชั่น M2M ของบริษัท Seven Technologies, เครื่องวัดและบันทึกข้อมูลระบบทางไกล (telemetry data logger) ของบริษัท Ibexis และเซนเซอร์ตรวจจับแรงสั่นไหวโดยใช้โครงสร้างเครือข่ายแบบเมช (mesh network) ของบริษัท Digital Barrier

          ที่มา: Thuraya Satellite Telecommunications Company

Urban Jurgensen อวดโฉมนาฬิการุ่นใหม่ในงาน “บาเซิลเวิลด์ 2016”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบียล, สวิตเซอร์แลนด์–16 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ในวันนี้ที่งาน “บาเซิลเวิลด์ 2016Urban Jurgensen ได้เปิดตัวนาฬิกา 3 รุ่นใหม่ ซึ่งรังสรรค์จากสุดยอดความสำเร็จทางเทคโนโลยีของตระกูลยือร์เก็นเซ่น โดยแต่ละรุ่นผลิตขึ้นด้วยเทคนิคอันประณีตและทรงคุณค่าที่สุดในอุตสาหกรรมการทำนาฬิกา

 Urban Jurgensen / The Julies collection Reference 2340 Dial (PRNewsFoto/Urban Jurgensen)

The Julies collection Reference 2340 Dial (PRNewsFoto/Urban Jurgensen)

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7777151-urban-jurgensen-watches-baselworld/

 

นาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดจาก Urban Jurgensen สะท้อนถึงความทุ่มเทของเราในการยกย่องเชิดชูธรรมเนียมปฏิบัติอันเป็นอมตะ นั่นคือการรังสรรค์นาฬิกาสุดหรูด้วยมือ ซึ่งเปล่งประกายความเป็นเลิศและความสุขุมมั่นใจ อันเป็นที่ปรารถนาของบรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักสะสมทั่วโลก

 

Urban Jurgensen ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ใน Jurgensen 1745 Collection ที่มีชื่อว่า Reference 1741 ซึ่งเป็นนาฬิกาแพลตินัมที่มีระบบปฏิทินอัตโนมัติ พร้อมบอกปีอธิกสุรทินและข้างขึ้น-ข้างแรมได้ หน้าปัดของ Reference 1741 ทำด้วยมือโดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า Grenage พร้อมตกแต่งด้วยตัวเลขอารบิกทองคำขาวสไตล์ Urban Jurgensen ส่วนการรังสรรค์หน้าปัดแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมต้องใช้ขั้นตอนที่แตกต่างกันกว่า 20 ขั้นตอน ก่อเกิดเอกลักษณ์อันโดดเด่นและน่าอัศจรรย์ใจของงานฝีมือสุดคลาสสิคอันหาได้ยากยิ่งในนาฬิกายุคปัจจุบัน

 

นอกจากนี้ Urban Jurgensen ยังภูมิใจเปิดตัวนาฬิกา 2 รุ่นใหม่ใน Jules Collection ได้แก่ Reference 2240 และ 2340 โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมตัวเรือนขนาด 40 มม.โค้งมนสวยงาม และตะขอเชื่อมตัวเรือนกับสายนาฬิกาแบบใหม่ดูร่วมสมัย ในส่วนของหน้าปัดได้มีการใช้เทคนิคขัดแต่งที่เรียกว่าGrenage แบบเดียวกับรุ่น 1741 ซึ่งเป็นการทำมืออย่างละเอียดประณีตและใช้เวลานาน สำหรับรุ่น Reference 2240 มาในสีโรสโกลด์ ตกแต่งด้วยตัวเลขอารบิก เข็มวินาทีกึ่งกลางเรือน และวันที่สีดำ ส่วนรุ่น Reference 2340 มาในสีทองคำขาว พร้อมเข็มวินาทีแยกต่างหาก ตัวบอกพลังงานสำรอง วันที่ และข้างขึ้น-ข้างแรม

 

เกี่ยวกับ Urban Jurgensen

 

เรื่องราวของแบรนด์ Urban Jurgensen เริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ.1745 เมื่อยือร์เก็น ยือร์เก็นเซ่น ต้นตระกูลช่างทำนาฬิกา ถือกำเนิดที่กรุงโคเปนเฮเกน หลังจากนั้น อูร์บาน ยือร์เก็นเซ่น (1776 – 1830) ผู้เป็นบุตรชาย ได้เดินตามรอยเท้าบิดาอย่างรวดเร็ว โดยได้ไปเป็นลูกมือฝึกหัดของช่างทำนาฬิกาผู้โด่งดังอันเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ Breguet ในปารีส และ Arnold ในอังกฤษ และเขาได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่แบรนด์ Jurgensen ขณะที่บุตรชายสองคนของเขาคือ จูลส์-เฟรเดริก และหลุยส์ อูร์บาน ยังคงสานต่องานของครอบครัวต่อไป โดยจูลส์ไปเรียนที่สวิตเซอร์แลนด์แล้วย้ายไปที่เลอโลค ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการทำนาฬิกา ส่วนหลุยส์ยังคงดูแลโรงงานที่กรุงโคเปนเฮเกนในเดนมาร์ก บริษัทจึงมีรากฐานที่แข็งแกร่งในสองประเทศมาจวบจนบัดนี้ ทั้งนี้ นวัตกรรมและความเป็นเลิศของ Jurgensen มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่ออุตสาหกรรมการทำนาฬิกาในเลอโลคและทั่วทั้งรัฐเนอชาแตลของสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีการนำเทคนิคใหม่ๆจากทั่วโลกมานำเสนอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่เป็นผลพวงของความมุ่งมั่นทุ่มเทที่มีต่อศิลปะการทำนาฬิกามาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ

 

เยี่ยมชมบูธของเราภายในงานบาเซิลเวิลด์ได้ที่ 0.F / Palace 4B

            http://www.urbanjurgensen.com

http://www.facebook.com/UrbanJurgensen

http://www.linkedin.com/company/2785991

http://www.youtube.com/channel/UCbdIF-r9rxCKv6yFKQBop4g

http://www.urbanjurgensen.com/baselworld2016

 

http://photos.prnewswire.com/prnh/20160315/344433

 

ที่มา: Urban Jurgensen

Fossil เตรียมเผยโฉมสมาร์ทวอทช์ Android Wear (TM) รุ่นใหม่บางกว่าเก่า, อุปกรณ์บันทึกกิจกรรม และนาฬิกาอะนาล็อกสุดอัจฉริยะ เปิดตัวพร้อมงาน Baselworld

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาเซิล, สวิตเซอร์แลนด์ — 16 มี.ค. — พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            Fossil Brand ผู้นำนวัตกรรมนาฬิกาแฟชั่นและอุปกรณ์สวมใส่ จะประกาศเปิดตัวอุปกรณ์บันทึกกิจกรรม นาฬิกาอะนาล็อกสุดอัจฉริยะ และสมาร์ทวอทช์ Android Wear รุ่นบางกว่าเก่าที่งาน 2016 Fossil Global Exposition ซึ่งจัดขึ้นพร้อมงาน Baselworld ที่สวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นการต่อยอดไลน์อุปกรณ์ Fossil Q ที่สามารถหาดุลยภาพระหว่างแฟชั่นและฟังก์ชั่นได้อย่างไร้ที่ติ

 Q Wander / Introducing our slimmest digital display smartwatch to date: Q Wander. Powered by Android Wear(TM), this touchscreen smartwatch tracks activity, connects to your favorite apps, receives display notifications, and has customizable faces to fit your style.This fashionable timepiece tracks everything from daily steps to calories, and notifications alert you of incoming calls and texts. Listen to music or receive directions using the built-in microphone and speaker. Stay charged for up to 24 hours (based on usage) with the conductive magnetic charger, complete with a portable USB cord. (PRNewsFoto/Fossil Brand)

Introducing our slimmest digital display smartwatch to date: Q Wander. Powered by Android Wear(TM), this touchscreen smartwatch tracks activity, connects to your favorite apps, receives display notifications, and has customizable faces to fit your style.This fashionable timepiece tracks everything from daily steps to calories, and notifications alert you of incoming calls and texts. Listen to music or receive directions using the built-in microphone and speaker. Stay charged for up to 24 hours (based on usage) with the conductive magnetic charger, complete with a portable USB cord. (PRNewsFoto/Fossil Brand)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160314/343854

            ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Fossil ประกอบด้วย Q Motion อุปกรณ์บันทึกกิจกรรมล้ำยุครุ่นใหม่ ที่ครบครันทั้งในแง่การบันทึกข้อมูลขณะหลับ การกันน้ำ และเทคโนโลยี smart tap รวมไปถึงนาฬิกา Android Wear ที่บางกว่าเก่า (Q Marshal และ Q Wander) และนาฬิกาอะนาล็อกสุดอัจฉริยะ ซึ่งผนวกเทคโนโลยีเข้ากับนาฬิกาดั้งเดิมในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร อุปกรณ์เหล่านี้จะวางจำหน่ายในช่วงต้นฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงของปี 2016

            เราชื่นชอบอิทธิพลของดิจิตอลที่มีต่อโลกยุคปัจจุบัน เพราะทำให้เราพูดคุยกับลูกค้าได้อย่างตรงไปตรงมามากขึ้น เราจึงสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และอัพเดทเทคโนโลยีในแนวทางที่ส่งผลยิ่งกว่าเดิมมากจิล เอลเลียต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของ Fossil กล่าว ลูกค้าต้องการเชื่อมต่อกับสิ่งที่อยู่รอบตัว และกระตือรือร้นที่จะเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมในแต่ละวัน ข้อมูลที่ผ่านการกรอง และโซเชียลเน็ตเวิร์ก ไลน์ผลิตภัณฑ์ Fossil Qเติบโตขึ้นโดยนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ ความใคร่รู้ และการเชื่อมต่อผ่านนาฬิกาและอุปกรณ์บันทึกที่ฉลาดขึ้นเพื่อยกระดับไลฟ์สไตล์ที่เป็นแบบฉบับของแต่ละบุคคล

            Q WANDER และ Q MARSHAL ขุมพลัง Android Wear

            Q WANDER และ Q MARSHAL คือสมาร์ทวอทช์แสดงผลได้รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Fossil นำเสนอหน้าปัดทัชสกรีน โดดเด่นด้วยหนังสัตว์สุดคลาสสิกและเหล็กบริสุทธิ์ พร้อมอัดแน่นด้วยพลังงานที่เพียงพอสำหรับใช้ทำภารกิจทั้งหมดในแต่ละวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในขนาดรูปทรงที่เล็กลง แต่โฉบเฉี่ยวขึ้น เราอาศัยฟีดแบคของลูกค้าในการผลิตตัวเรือนให้มีขนาด 44 มิลลิเมตร และ 46 มิลลิเมตร และนำเสนอทางเลือกในรูปแบบสายนาฬิกาซิลิโคน ทำให้อุปกรณ์ Q รุ่นล่าสุดเหล่านี้สามารถใช้ในโอกาสแตกต่างกันได้ แถมยังลงตัวกับสไตล์ในทุกวัน

            – Q Wander โดดเด่นด้วยตัวเรือนที่โค้งมน ตกแต่งในรูปแบบ Multi-finish ขาตัวเรือนทำจากลวดดัดขึ้นรูปอย่างประณีต นาฬิการุ่นนี้จึงทั้งสวยและทำงานได้ดี สายทำจากหนังแท้ที่ถอดเปลี่ยนได้ นำเสนอสไตล์และความสะดวกสบายที่ลูกค้าจะสามารถคาดหวังได้จากนาฬิกา

            – Q MARSHAL ชูเรือนนาฬิกาสุดแกร่ง มาพร้อมดีไซน์ที่ปรับปรุงให้ทันสมัย นำเสนอตัวเรือนเคลือบด้วยสีฟ้า Navy Blue ที่เข้าคู่กับสายหนังสุดวินเทจ

            สำหรับหน้าปัดของ Q Wander และ Q Marshal แสดงผลตลอดเวลาเช่นเดียวกับสมาร์ทวอทช์ Q Founder รุ่นเดิม คุณจึงสามารถดูข้อมูลสำคัญได้ตลอด อาทิ เวลา รายการโทร และการแจ้งเตือน คุณสามารถตอบกลับข้อความได้จากนาฬิกา เพียงแตะหน้าปัด หรือด้วยคำสั่งเสียง สมาร์ทวอทช์สองรุ่นนี้ทำให้คุณไม่พลาดข้อมูลการเดินทางในแต่ละวัน เที่ยวบิน และการแจ้งเตือนที่ทันเวลา โดยอาศัยข้อมูลบน Google Now(TM) นอกจากนี้ Q Wanderและ Q Marshal ยังสามารถปรับแต่งตามความชอบส่วนบุคคลได้ด้วยดีไซน์หน้าปัดที่ปรับตั้งค่าได้ อาทิ หน้าปัด Fossil แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และสายนาฬิกาที่ถอดเปลี่ยนได้

            สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นทำงานด้วย Android Wear ซึ่งเป็นระบบสมาร์ทวอทช์ของ Google คุณจึงสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ (ในยามที่ต้องการ) ผ่านนาฬิกาที่แสดงตัวตนและตอบโจทย์สิ่งที่คุณชอบทำ

            ขณะเดียวกันสมาร์ทวอทช์ทั้งสองรุ่นนี้ไม่มีปุ่ม Exposed pin และไม่มี Connector แต่ชาร์จไฟได้อย่างง่ายดายด้วยแท่นชาร์จแบบไร้สายรุ่นใหม่ที่มีความบาง

            Q Marshal และ Q Wander สามารถทำงานกับสมาร์ทโฟน Android(TM) และ iPhone สมาร์ทวอทช์จอแสดงผลแบบทัชสกรีนสองรุ่นนี้จะวางจำหน่ายในปีนี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 275 ดอลลาร์สหรัฐ

            Q Motion – อุปกรณ์บันทึกกิจกรรมและการนอนหลับ

            Fossil เปิดตัวอุปกรณ์บันทึกกิจกรรมในฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ที่นอกจากจะบันทึกกิจกรรมของคุณได้แล้ว ยังแจ้งเตือนข้อมูลการโทรและข้อความได้ด้วย ส่วนฤดูร้อนปีนี้ทาง Fossil กำลังจะเปิดตัว Q Motion อุปกรณ์บันทึกกิจกรรมราคาย่อมเยาที่นำเสนอความก้าวหน้าไปอีกขั้น อุปกรณ์รุ่นนี้สามารถแจ้งเตือนข้อมูลการโทร ข้อความ และกิจกรรมได้ด้วยแรงสั่นที่ผู้สวมใส่รู้สึกได้ และไฟ LED หลากสี

            นอกจากการบันทึกข้อมูลการหลับและกิจกรรมแล้ว Q Motion ยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี smart tap ซึ่งปฏิวัติวิธีการโต้ตอบกับสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว เพียงเคาะเบาๆที่ Q Motion ก็สามารถสั่งการให้เปิดเพลงโปรดของคุณ หาโทรศัพท์ให้คุณ หรือแม้กระทั่งช่วยให้ได้ภาพเซลฟีที่ยอดเยี่ยม

            Q Motion ไม่ต้องชาร์จไฟ แต่ใช้ถ่านกระดุมที่ทำให้เครื่องอยู่ได้นานถึง 6 เดือน นอกจากนี้ยังกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกระบอกแบบใหม่สุดโฉบเฉี่ยว และสายนาฬิกาที่ถอดเปลี่ยนได้

            Q Motion จะวางจำหน่ายในฤดูร้อนปีนี้ สนนราคาเริ่มต้นที่ 95 ดอลลาร์สหรัฐ

            นาฬิกาอะนาล็อกสุดอัจฉริยะ

            ใครว่านาฬิกาบอกเวลาได้อย่างเดียว เพราะนาฬิกาอะนาล็อกจาก Fossil ที่ชาญฉลาดขึ้นนั้น (วางจำหน่ายฤดูใบไม้ร่วงปีนี้) สามารถเตือนคุณเมื่อมีสายเรียกเข้าและเมื่อมีรายการแจ้งเตือนจากรายการติดต่อที่คุณใกล้ชิด ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการกระดิกของเข็มนาฬิกา นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกทุกอย่างได้ตั้งแต่จำนวนก้าวไปถึงแคลอรี การนอน การอัพเดทเขตเวลาอัตโนมัติ เขตเวลารอง (ปรากฏในหน้าปัดย่อยบนหน้าปัดอะนาล็อก) และเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Android และ iPhone ผ่าน Bluetooth (R) สมาร์ทวอทช์อะนาล็อกเหล่านี้เหมือน Q Motion ตรงที่มีปุ่ม smart button ผู้ใช้จึงสามารถควบคุมสิ่งต่างๆได้ นาฬิกาอะนาล็อกอัจฉริยะเหล่านี้คือการบรรจบกันขั้นสุดยอดระหว่างแฟชั่นและเทคโนโลยี นำเสนอความสง่างามที่ผสมผสานความเรียบง่ายของนาฬิกาอะนาล็อกเข้ากับเทคโนโลยีสมาร์ทวอทช์ล่าสุดภายใน 4 แพลตฟอร์มพิเศษ

            รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://foss.sl/MeetFossilQ

            Android Wear, Google และเครื่องหมายอื่น ๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google Inc.