ABB Showcases Pioneering Technology Leadership in Smart Homes and Intelligent Buildings

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

FRANKFURT, Germany–16 Mar–PRNewswire/InfoQuest

ABB is showcasing its latest solutions for residential and commercial buildings at the world’s biggest international buildings event, Light & Building 2016

ABB, a global leader in power and automation, is demonstrating the future of homes and buildings at its 1,400 square meter exhibition space at the 2016 Light & Building event this week, in Frankfurt, Germany.  ABB is showcasing the latest solutions for smart homes and intelligent buildings demonstrating how it supports its customers to improve energy efficiency, reliability and productivity in a range of building types.

 ABB Ltd 3 / ABB has unveiled more than 200 product innovations at the largest international building event, Light and Building 2016 (PRNewsFoto/ABB Ltd)

ABB has unveiled more than 200 product innovations at the largest international building event, Light and Building 2016 (PRNewsFoto/ABB Ltd)

     (Photo: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160315/344361 )

With a range of interactive and experiential displays, ABB is showcasing the capabilities of its ABB, Busch-Jaeger, Kaufel and Striebel & John branded solutions.  Highlights unveiled for the first time this week include a new wireless home automation solution, ABB-free@home® wireless; enhancements to the ABB KNX portfolio for building automation; several entertainment and lighting control enhancements; the latest engineering design software for building planning, e-Design; and an expanded energy monitoring solution, CMS-700, which can evaluate data from up to 96 sensors.

Mike Mustapha, managing director of ABB’s Building Products business, said: “We are at the cutting edge of smart homes and buildings.  As a pioneer in this area, we are delighted to come together with customers, media and partners to showcase tomorrow’s solutions that are ready from ABB today.

“We are able to demonstrate how the Internet of Things, Service and People enables rapid development in a number of fields to improve the experience of that our industrial customers can deliver in the commercial and industrial building space and the comfort, security and convenience that people can receive in their own homes.”

Technology highlights include:

  • ABB-free@home® wireless – the next generation of this smart home solution is the addition of a wireless solution that can be used as a stand-alone retrofit solution, or alongside the wired system.  The system controls up to 60 functions in the home and is a breakthrough thanks to the ease of installation and simple user interface, which opens up the possibility of a smart home to a new range of customers.  The product will be available in Europe from Autumn this year
  • A new range of ABB i-bus KNX IP devices – consisting of IP interface and IP router, they can be used in all applications where KNX interfaces with an IP network
  • The new ABB i-bus KNX Logic Controller ABA / S 1.2.1 – a flexible controller to enable systems integrators to easily manage advanced building systems requirements, with the latest energy-efficient microcontroller technology and simulation function
  • New App solution Busch-ControlTouch® KNX – an intuitive easiest way to control the KNX system via mobile devices
  • A new energy monitoring system  CMS-700 – this extends ABB’s Circuit Monitoring System range with a new open-core sensor solution, which enables the measurement of data from up to 96 sensors, with LAN TCP, IP or Modbus RTU protocol compatibility
  • A new CO2 ambient air sensor  –  to measure air quality and humidity and adjust fresh air intake
  • CogniPoint from PointGrab – a demonstration of a solution to use advanced sensors to deliver occupant recognition and tracking within smart home and buildings applications.  ABB Technology Ventures announced an investment in PointGrab in December 2015.
  • e-Design, ABB’s new engineering software suite – the new tool has been developed to meet the needs of electrical professionals. e-Design makes it possible to design an electrical system more efficiently

ABB (http://www.abb.com ) is a leading global technology company in power and automation that enables utility, industry, and transport & infrastructure customers to improve their performance while lowering environmental impact. The ABB Group of companies operates in roughly 100 countries and employs about 135,000 people.

For more information please contact:

Media Relations
Lynette Jackson, Electrification Products division
Tel: +41-793-839-510
Lynette.jackson@ch.abb.com

ABB Ltd
Affolternstrasse 44
8050 Zurich
Switzerland

Source: ABB Ltd

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ เปิดตัวโปรแกรมภาษาญี่ปุ่นออนไลน์ สอนบทสนทนาภาษาญี่ปุ่นแก่พนักงานบริษัทในต่างประเทศผ่านวิดีโอคอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–14 มี.ค. 2016

– บทเรียน 45 นาที ในราคาเริ่มต้น 1,250 เยน ซึ่งใช้บริการการประชุมทางโทรศัพท์คุณภาพสูงที่อาศัยข้อได้เปรียบด้านต่างๆ ของเอ็นทีที คอม

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น (NTT Com) บริษัทโซลูชั่นไอซีทีและการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือเอ็นทีที กรุ๊ป (NYSE: NTT) ประกาศเปิดตัว VLJ Online Japanese Conversation บริการสอนสนทนาภาษาญี่ปุ่นผ่านทางวิดีโอคอล ซึ่งพร้อมให้บริการแล้ววันนี้ในฐานะที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Visual Learning .Japanese (VLJ) บริการสอนภาษาญี่ปุ่นผ่านระบบคลาวด์ของบริษัท ซึ่งประกอบด้วยเว็บไซต์การเรียนการสอนและแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ Smart News Release ซึ่งประกอบด้วยสื่อมัลติมีเดียและข่าวฉบับเต็มได้ที่:
http://www.businesswire.com/news/home/20160314005530/en/

VLJ Online Japanese Conversation class image (Graphic: Business Wire)

http://mms.businesswire.com/media/20160314005530/en/514129/4/E_figure_1.jpg
ภาพชั้นเรียน VLJ Online Japanese Conversation (ภาพ: บิสิเนส ไวร์)

ข้อได้เปรียบ:
VLJ Online Japanese Conversation ต่อยอดมาจากความรู้ด้านไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดในหลักสูตรอีเลิร์นนิง VLJ Basic และประยุกต์รูปแบบ “การเรียนรู้ผสมผสาน” ระหว่างการศึกษาไวยากรณ์ญี่ปุ่นและบทเรียนสนทนาออนไลน์ ผ่านการเล่นบทบาทสมมติที่ใช้ได้จริง บริการดังกล่าวนี้นำเสนอการการเรียนการสอนแบบตัวต่อตัวผ่านทางวิดีโอคอลกับ ครูที่ได้รับการรับรองจากโรงเรียนภาษาญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงอย่าง โรงเรียน Shinjuku Japanese Language Institute (SNG) ซึ่งได้ร่วมมือกับ VLJ โดย VLJ ใช้แนวทางการสอนที่แปลกใหม่ ได้แก่ Ezoe Method ที่ช่วยให้ผู้เริ ่มต้นเรียนภาษาญี่ปุ่นเข้าใจคุณลักษณะซับซ้อนของภาษาได้อย่างรวดเร็ว Ezoe Method ได้รับการออกแบบโดยทาคาฮิเดะ เอโซเอะ ครูใหญ่ของ SNG

(1) การเรียนการสอนคุณภาพสูงเทียบเท่าโรงเรียนสอนภาษาในญี่ปุ่น แม้ผู้เรียนอยู่ต่างประเทศ
บริการนี้เชื่อมโยงนักเรียนที่อยู่ไกลออกไปและครูสอนภาษาญี่ปุ่นในญี่ปุ่น ไว้ด้วยกันผ่านทาง Arcstar Web Conferencing ซึ่งเป็นบริการประชุมสายผ่านเว็บคุณภาพสูงในรูปแบบแพลตฟอร์ม นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะการสื่อสารที่จำเป็นในสถานการณ์ธุรกิจได้โดยศึกษา บทเรียนที่มุ่งเน้นการสนทนาที่ใช้ได้จริง เทียบเท่าบทเรียนที่เปิดสอนที่ SNG

(2) บทเรียน 45 นาทีในราคาประหยัด เริ่มต้นเพียง 1,250 เยน
คอร์สมาตรฐาน 1 คอร์สจะสมบูรณ์ เมื่อนักเรียนเข้าเรียนครบ 2 บทเรียน บทเรียนละ 45 นาที (รวมเป็น 90 นาที) ครั้งละสัปดาห์ เป็นเวลา 6 เดือน (รวม 24 ครั้ง) ดังนั้นแม้แต่นักธุรกิจ ที่มีภารกิจยุ่งเหยิงก็สามารถเรียนภาษาญี่ปุ่นได้อย่างสะดวกง่ายดาย สำหรับเวลาและจำนวนของบทเรียนสามารถปรับได้ตามความต้องการของ ลูกค้าแต่ละคน ในกรณีที่คลาสหนึ่งมีนักเรียนจากต่างประเทศ 6 คน บริการบทเรียน 45 นาทีจะอยู่ที่ 1,250 เยน หรือราว 11 ดอลลาร์ต่อคน

(3) บทเรียนที่จัดเตรียมขึ้นเพื่อช่วยให้นักเรียนไม่ถอดใจ
การเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งรวมถึงอีเลิร์นนิ่ง จะบรรลุผลสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยแรงจูงใจของผู้เรียนเป็นอย่างมาก ดังนั้นอัตราการเรียนจบคอร์สที่มีแนวโน้มต่ำนั้นจึงมีสาเหตุมาจากผู้ที่มี หน้าที่เรียนนั่นเอง อย่างไรก็ดี บทเรียนของ VLJ Online Japanese Conversation จัดขึ้นเป็นช่วงๆตามกำหนดเวลา ในรูปแบบของการฝึกอบรมที่เปิดให้ผู้เข้าเรียนมารวมตัวกันตามเวลาที่กำหนด อัตราการการเรียนจบจึงสูงกว่า เนื่องจากครูผู้สอนมีการติดตามผลอย่างเหมาะสม ประกอบกับการร่วมแรงร่วมใจของเพื่อนร่วมชั้นเรียน

ข้อมูล VLJ Online Japanese Conversation โดยสังเขป
	
การเรียนการสอน		การฝึกสนทนาผ่าน 96 ชั้นเรียน ตามหลักสูตร VLJ Basic และการเล่นบทบาทสมมติที่สามารถใช้ได้จริง
			* เทียบเท่าระดับการสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น (JLPT) N5 เท่านั้น

โครงสร้างการเรียนมาตรฐาน	บทเรียน 45 นาที 2 ช่วง (รวม 90 นาที) ครั้งละสัปดาห์

ระยะเวลาเรียนมาตรฐาน	6 เดือน (24 ครั้ง)

จำนวนผู้เข้าร่วม		4 - 6 คนต่อคลาส

อุปกรณ์การเรียน		อุปกรณ์การเรียนรู้ด้วยตนเองจาก VLJ (ตำรา เว็บไซต์สำหรับเข้าเรียน แอพสมาร์ทโฟน)

รูปแบบคลาส		การเรียนผสมผสาน

ค่าเรียน			1 คอร์ส (รวม 48 บทเรียน สำหรับ 1 คน)
			ผู้เรียนจากต่างประเทศ: 60,000 เยน หรือประมาณ 531  ดอลลาร์สหรัฐ (ไม่รวมภาษี)
			ผู้เรียนในญี่ปุ่น: 90,000 เยน หรือประมาณ 796 ดอลลาร์สหรัฐ (ไม่รวมภาษี)
			*ต้องสมัครเรียน VLJ Basic แยกต่างหาก

นอกจากนี้ เอ็นทีที คอม ยังจะขยายขอบเขตของบทเรียนใน VLJ Online Japanese Conversations รวมถึงเพิ่มอุปกรณ์การเรียนรู้ด้วยตนเอง อาทิ คอร์สสำหรับผู้เริ่มต้น การเรียนอักษรญี่ปุ่นด้วยการคัดตามรอยประ และคอร์สที่สูงขึ้นเทียบเท่าระดับ JLPT N4 และ N3 นอกจากนี้ เอ็นทีที คอม จะเพิ่มจำนวนครูภาษาญี่ปุ่น และเพิ่มจำนวนนักเรียนหลักสูตรสนทนาทางออนไลน์ เอ็นทีที คอม จะนำข้อได้เปรียบจากการที่ครูสามารถทำการสอนได้จากหลากหลายสถานที่ เพื่อกระจายอาชีพไปยังแม่บ้าน และผู้สูงวัย เป็นต้น และเพื่อดึงบุคคลเหล่านี้เข้ามาเป็นครูของ VLJ Online Japanese Conversation

ความเป็นมา
เอ็นทีที คอม ได้เปิดหลักสูตร VLJ Basic เพื่อให้นักธุรกิจที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่นสามารถเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเอง ผ่านทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2015 บริการดังกล่าวได้รับการประเมินผลในระดับสูงว่าเป็นโปรแกรมฝึกภาษาญี่ปุ่น สำหรับพนักงานชาวต่างชาติของบริษัท และสถาบันญี่ปุ่นที่มีการขยายกิจการออกไปทั่วโลก เอ็นทีที คอม ยังได้เปิดตัวบริการการศึกษาทางเลือกด้วยการส่งครูชาวญี่ปุ่นไปสอนการสนทนา ที่ใช้ได้จริง ในขณะเดียวก็มีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าหลายรายที่ต้องการให้เปิดบริการดัง กล่าวสำหรับพื้นที่ที่อยู่ไกลออกไปหรือในหลายพื้นที่ VLJ Online Japanese Conversation ช่วยให้พนักงานชาวต่างชาติ หรือพนักงานตามสำนักงานที่อยู่ห่างไกล สามารถเรียนภาษาญี่ปุ่นกับครูเจ้าของภาษา ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการหลากหลายแขนงในการพัฒนาบุคลากรในองค์กรญี่ปุ่น

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
Visual Learning .Japanese: http://www.ntt.com/vlj_e/
Arcstar Web Conferencing: http://www.ntt.com/a_webc_e/

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเอ็นทีที คอม เผยแพร่เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2015: เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ขยายบริการศึกษาภาษาญี่ปุ่นผ่านคลาวด์ “Visual Learning .Japanes e” ด้วยโปรแกรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง: http://www.ntt.com/aboutus_e/news/data/20150721.html

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเอ็นทีที คอม เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2013: เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ เปิดตัวบริการคลาวด์เพื่อการศึกษาภาษาญี่ปุ่น: http://www.ntt.com/aboutus_e/news/data/20131031.html

*ราคาที่ปรากฏในข่าวประชาสัมพันธ์นี้คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ 113 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ

เกี่ยวกับเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่าย Tier-1 IP ระดับโลก และเครือข่าย Arcstar Universal One(TM) VPN ถึง 196 ประเทศทั่วโลก และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัยกว่า 130 แห่ง โซลูชั่นของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ยังสามารถใช้งานร่วมกับบริษัทในเครือเอ็นทีที กรุ๊ป ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA
www.ntt.com | Twit ter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160314005530/en/
ติดต่อ:
สำหรับสื่อมวลชน
NTT Communications Corporation
Mr. Tetsuya Jinno / Mr. Shu Nishioka
Application & Content Services
อีเมล: vlj_office@ntt.com

Sony Digital Entertainment เปิดตัว “magictron” พลิกโฉมวงการสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล นำเสนอการโต้ตอบแบบ 4K เป็นรายแรกของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–11 มี.ค. 2016

– เราจะเข้าร่วมงาน SXSW201 พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ๆที่คุณจะต้องทึ่ง (13-16 มี.ค. 2016)

Sony Digital Entertainment Services Inc.

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ Smart News Release ซึ่งประกอบด้วยสื่อมัลติมีเดียและข่าวฉบับเต็มได้ที่:
http://www.businesswire.com/news/home/20160311005195/en/

SXSW2016 TradeShow: “magictron” from Sony Digital Entertainment will change the digital signage. (Photo: Business Wire)         http://mms.businesswire.com/media/20160311005195/en/513931/4/%28SXSW2016%29.jpg
มหกรรม SXSW2016 TradeShow: “magictron” จาก Sony Digital Entertainment พร้อมพลิกโฉมวงการสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์ )

จัดแสดงเครื่องมือสื่อสารสังคม 2 รูปแบบ ซึ่งเชื่อมต่อเมือง สมาร์ทโฟน และผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน

Sony Digital Entertainment Services Inc. บริษัทออกแบบสังคม ผู้เปิดประสบการณ์การสื่อสารในรูปแบบใหม่ๆผ่านสมาร์ทโฟน เตรียมเข้าร่วมมหกรรม SXSW2016 TradeShow (13-16 มีนาคม ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส) เป็นครั้งแรก โดย Sony Digital จะนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆใน 2 รูปแบบด้วยกัน

“magictron” นวัตกรรมสำหรับการโต้ตอบแบบ 4K เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจในตัวแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น

“magictron” เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัลที่ผู้บริโภคสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ พร้อมเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟ โดยเทคโนโลยีรู้จำภาพทำหน้าที่จับภาพสะท้อนของผู้ใช้งานบนหน้าจอขนาดใหญ่ เพื่อนำไปสร้างเอฟเฟกต์ตอบโต้กับผู้ใช้ “magictron” ถ่ายภาพให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งสามารถแชร์ต่อได ้ผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีบริการ “magictron” เวอร์ชั่นมือถือบนเว็บไซต์ SXSW2016 ด้วย

[คุณสมบัติของ magictron]

– สามารถจับ “ระยะห่าง” ระหว่างกล้องและตัวบุคคล และแสดงภาพเคลื่อนไหวแบบอินเทอร์แอคทีฟรอบตัวผู้ใช้งาน
– สามารถรู้จำวัตถุและแบบ หรือลวดลายจำเพาะ
– สามารถรู้จำการแสดงออกทางสีหน้า พร้อมแสดงเอฟเฟกต์ตอบโต้กลับ
– สามารถฉายภาพยนตร์ความคมชัดสูง ด้วยกล้องและหน้าจอระดับ 4K
– สามารถนำเสนอการดำเนินงานเชิงครีเอทีฟอย่างเหนือชั้น จาก DNA ของ Sony Pictures

“NINJAINK”: ข้อความลับที่สร้างสรรค์ขึ้นจากน้ำหมึกชนิดพิเศษ เพื่อมอบความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภค

“NINJAINK” เป็นเทคโนโลยีน้ำหมึกชนิดใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถส่งข้อความถึงผู้บริโภคผ่านภาพกราฟิกลับ ที่จะปรากฏให้เห็นเมื่อใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพด้วยแฟลชโดยไม่ต้องติด ตั้งแอพเพิ่มแต่อย่างใด เทคโนโลยีน้ำหมึกชนิดพิเศษนี้สร้างความตื่นตาตื่นใจและดึงดูดความสนใจของผู้ บริโภค ในรูปแบบที่เทคโนโลยี AR หรือ Projection Mapping ไม่สามารถทำได้ “NINJAINK” กระตุ้นให้ผู้บริโภคร่วมแชร์ประสบการณ์ของตนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ของบริษัทสำหรับงาน SXSW2016
http://sonydes.jp/sxsw/

ภาพรวมของบริษัท
บริษัท: Sony Digital Entertainment Services Inc.
ก่อตั้งเมื่อ: ไตรมาส 4 ปี 2007
ซีอีโอ: อัตสึชิ ฟุกุดะ (Atsushi Fukuda)
ที่ตั้ง: 8-1 35F Akashi-cho, Chuo-ku, Tokyo-to, 104-0044 Japan
โทร: +81-3-5551-0871 แฟกซ์: +81-3-5551-0842
เว็บไซต์: http://sonydes.jp/
ขอบข่ายธุรกิจ: ออกแบบสังคม / ดิจิทัลคอนเทนต์ เช่น ภาพเคลื่อนไหว ภาพยนตร์ ตัวละคร / วางแผนบริการใหม่ / การพัฒนาเทคโนโลยี / การสร้างสรรค์ / การบริหารจัดการเว็บไซต์

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160311005195/en/

ติดต่อ:
ติดต่อเพื่อขอรับข่าวประชาสัมพันธ์/ สัมภาษณ์
Sony Digital Entertainment Services Inc.
มาซาโตะ อิโตะ (Masato Ito)
ฝ่ายการตลาดโลก
โทร: +81-3-5551-0871
อีเมล: Masato.Ito@jp.sony.com

โรงแรม Keio Plaza Hotel ในโตเกียว จัดนิทรรศการพิเศษ “Experience Mt. Fuji and Cherry Blossom Fair” ต้อนรับการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–11 มี.ค. 2016

– สะท้อนความงามของญี่ปุ่นผ่านเครื่องเขิน ภาพถ่าย และกระดาษแบบญี่ปุ่น

Keio Plaza Hotel (KPH) [http://www.keioplaza.com/] โรงแรมระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ในย่านชินจูกุของโตเกียว เตรียมจัดนิทรรศการพิเศษที่มีชื่อว่า “Experience Mt. Fuji and Cherry Blossom Fair” [http://www.keioplaza.com/offers/events1604_01.html] โดยจะจัดแสดงเครื่องเขิน ภาพถ่าย และกระดาษแบบญี่ปุ่นหลากหลายรูปแบบในเดือนเมษายนนี้ ขณะเดียวกันห้องอาหาร 11 แห่งของโรงแรมจะให้บริการอาหารเมนูพิเศษที่สื่อถึงการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ ผ่านภาพภูเขาฟูจิและซากุระ นอกจากนั้นยังมีโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมายสำหรับแขกผู้เข้าพัก เช่น ที่พักพร้อมชุดอาหารมื้อค่ำสุดพิเศษ SAKURA [http://www.keioplaza.com/japanculture/index.html#sakuraDinner] ซึ่ งประกอบด้วยอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ได้แก่ ซูชิ เทมปุระ และชาบู-ชาบู พิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

Decorative lacquerware plate entitled "Sakura and Mt. Fuji" by Yuji Tomoda. Keio Plaza Hotel Tokyo will display various kinds of artworks in theme of Mt. Fuji and cherry blossoms, symbols of Japanese aesthetics. (Photo: Business Wire)

Decorative lacquerware plate entitled “Sakura and Mt. Fuji” by Yuji Tomoda. Keio Plaza Hotel Tokyo will display various kinds of artworks in theme of Mt. Fuji and cherry blossoms, symbols of Japanese aesthetics. (Photo: Business Wire)
http://www.businesswire.com/news/home/20160311005173/en/

http://mms.businesswire.com/media/20160311005173/en/513769/4/keio-plaza_01.jpg
จานเครื่องเขินสำหรับใช้ตกแต่งชิ้นนี้มีชื่อว่า “Sakura and Mt. Fuji” ผลงานของยูจิ โทโมดะ นอกจากนี้ ทางโรงแรม Keio Plaza Hotel จะจัดแสดงงานศิลปะหลากหลายประเภทภายใต้ธีมภูเขาฟูจิและซากุระ อันเป็นสัญลักษณ์ของสุนทรียภาพแบบญี่ปุ่น (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

ผลงานที่จะนำมาจัดแสดงในงานนี้ประกอบด้วยเครื่องเขิน 30 ชิ้นที่ล้วนเป็นรูปภูเขาฟูจิและซากุระ รังสรรค์โดยใช้เทคนิคการปิดทองและเคลือบเงา โดยฝีมือของศิลปินเครื่องเขินสไลต์วาจิมะอย ่างคัตสึฮิโกะ อุราเดะ และยูจิ โทโมดะ นอกจากนั้นยังมีคอลเลคชั่นภาพถ่ายภูเขาฟูจิและซากุระจำนวน 20 ภาพจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะคาวากุจิโกะ รวมถึงศิลปะกระดาษแบบญี่ปุ่นจำนวน 10 ชิ้นที่รังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตบรรจงเพื่อแสดงถึงภูเขาฟูจิและซากุระ นิทรรศการนี้จัดขึ้นบริเวณล็อบบี้ของโรงแรมและเปิดให้ผู้มาเยือน ทุกคนสามารถเข้าชมได้

นอกจากนี้ ห้องอาหาร 11 แห่งของโรงแรม ที่มีทั้งครัวอาหารญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อิตาเลียน จีน และเกาหลี จะเตรียมเมนูพิเศษที่เป็นตัวแทนการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ รวมทั้งสื่อถึงภูเขาฟูจิและซากุระ

Keio Plaza Hotel (KPH) [http://www.keioplaza.com/] จัดงานเกี่ยวกับภูเขาฟูจิมาตลอดนับตั้งแต่ที่ภูเขาแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกเมื่อปี 2013 ขณะเดียวกันอาหารของโรงแรมก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแขกทุกปี โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านชินจูกุ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปเยือนภูเขาฟูจิจากโตเกียว ทางโรงแรมได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากกว่า 100 ประเทศ เราจึงจัดงานต่า งๆ เพื่อให้แขกต่างชาติ ซึ่งคิดเป็น 70% ของแขกทั้งหมด ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ศิลปะ และธรรมชาติอันงดงามของญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงภูเขาฟูจิ ที่มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อศิลปะแขนงต่างๆของญี่ปุ่น และซากุระที่แสดงถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160311005173/en/

ติดต่อ:
Keio Plaza Hotel Tokyo
Sunaho Nakatani, +81-3-5322-8113
Public Relations Manager
s-nakatani@keioplaza.co.jp

Fossil Group เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์สวมใส่ 8 แบรนด์ใน 40 ประเทศในปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาเซิล, สวิตเซอร์แลนด์–15 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อแฟชั่นมาบรรจบกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าจึงมีความหลากหลายและทันสมัยมากขึ้น

Fossil Group (NASDAQ: FOSL) เปิดเผยในวันนี้ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทในเมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า Chaps, Diesel, Emporio Armani, Fossil, kate spade new york, Michael Kors, Misfit และ Skagen จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์สวมใส่ของแต่ละแบรนด์ ซึ่งมีมากกว่า 100 ผลิตภัณฑ์ในปี2559 ซึ่งรวมถึงนาฬิกาแบบที่มีจอแสดงผลและไม่มีจอแสดงผล และอุปกรณ์ติดตามตรวจวัดการเคลื่อนไหวของร่างกาย ใน 40 ประเทศและ 20 ภาษา ภายในช่วงเทศกาลคริสต์มาสของปี 2559 ผลิตภัณฑ์สวมใส่ดังกล่าวจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละแบรนด์ Fossil Group จะให้การสนับสนุนอุปกรณ์สวมใส่ด้วยแอปที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ครบทุกแบรนด์ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ และ 2 ระบบปฏิบัติการ การเปิดตัวในปี 2559เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของบริษัทในการนำเสนออุปกรณ์สวมใส่ที่เน้นไปที่แฟชั่น นวัตกรรม และความหลากหลายสู่วงการอุปกรณ์สวมใส่

หนึ่งในเรื่องความได้เปรียบที่ชัดเจนของบริษัทแฟชั่นที่มีเหนือบริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกสำหรับผู้บริโภคก็คือ วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของพวกเรา  เราสามารถนำเสนอความรวดเร็วสู่ตลาด นับตั้งแต่การพัฒนาไปจนถึงการเปิดตัว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดตัวสินค้าตามฤดูกาลของอุตสาหกรรมค้าปลีก” เกรก แมคเคลวี ประธานเจ้าหน้าที่วางแผนกลยุทธ์และดิจิตอลของ Fossil Group กล่าว “ในวงการธุรกิจได้มีการปรับตัวอย่างช้าๆให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการสไตล์ใหม่ๆและตัวเลือกในอุปกรณ์สวมใส่ที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค ด้วยความหลากหลายที่แบรนด์แฟชั่นต่างๆได้นำเสนอ ลูกค้าเองก็จะได้พึงพอใจไปกับสไตล์และตัวเลือกต่างๆที่มีเป็นจำนวนมากในขณะที่เลือกซื้ออุปกรณ์สวมใส่ที่เข้ากับสไตล์ของแต่ละบุคคล”

ด้วยรูปโฉม สัมผัส และความดึงดูดทางแฟชั่นของนาฬิกาแบบดั้งเดิม นาฬิกาทั้งแบบจอแสดงผลดิจิตอลและไม่ใช่แบบดิจิตอลของ Fossil Groupจะใช้ศักยภาพหลักของบริษัทในการผลิตนาฬิกาที่สวยงามและมีคุณภาพ

นับตั้งแต่ที่บริษัทได้เข้าซื้อกิจการ Misfit ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา Fossil Group มีศักยภาพที่สูงขึ้นในการพัฒนาและผลิตเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์สำหรับสวมใส่ แพลตฟอร์มเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ของบริษัทรวมไปถึงเทคโนโลยีการบริหารจัดการพลังงานที่เป็นเอกสิทธิ์ของบริษัทที่ช่วยให้นาฬิกาแบบที่ใช้ถ่านกระดุมที่ไม่มีจอแสดงผลและอุปกรณ์ติดตามสามารถนำมาใช้ได้กับทุกแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของ Fossil Group นอกจากนี้ การที่อุปกรณ์ใหม่ๆไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือแม้กระทั่งทุกเดือน อุปกรณ์ใหม่ๆจึงสามารถทำงานได้เหมือนกับนาฬิกาและเครื่องประดับแบบดั้งเดิมได้มากกว่าผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกสำหรับผู้บริโภคโดยทั่วไปที่ต้องชาร์จไฟหรือได้รับการดูแลแทบจะทุกวัน

ในขณะที่เทคโนโลยีและศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของ Fossil Group มีความก้าวหน้า บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างพันธมิตรอย่างแข็งแกร่งกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่เป็นบุคคลที่ 3 ซึ่งรวมถึง Google และแพลตฟอร์ม Android Wear(TM) ของ Google เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์สวมใส่ตามกลยุทธ์ด้านอุปกรณ์สวมใส่ระยะสั้นและระยะยาวของบริษัท

Fossil Group จะนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับฤดูใบไม้ร่วงในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะครอบคลุมถึงอุปกรณ์สวมใส่ นาฬิกา อัญมณี ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง และเครื่องประดับอื่นๆ ให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจและสื่อมวลชนที่สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัทในยุโรปที่เมืองบาเซิล สวิตเซอร์แลนด์ ในระหว่างงานแสดงสินค้าประจำปี Baselworld สำหรับอุตสาหกรรมนาฬิกาและอัญมนี

Fossil Group เป็นสมาชิกที่น่าภาคภูมิใจของชุมชนผู้ผลิตนาฬิกาของสวิตเซอร์แลนด์มาตั้งแต่ปี 2545 บริษัทมีพนักงาน 500 รายในสวิตเซอร์แลนด์ประจำสำนักงานใหญ่ในยุโรปที่เมืองบาเซิล ศูนย์การออกแบบ พัฒนา และสร้างต้นแบบในบาเซิล โรงงานผลิตในแมนโน ทิซิโน และศูนย์การผลิตกล่องใส่นาฬิกาและชิ้นส่วนประกอบในโกลเวเลียร์ จูรา นอกจากนี้ มูลนิธิ Fossil Foundation ที่ได้รับแรงผลักดันจากพนักงานของบริษัทยังได้ให้การสนับสนุนองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร 45 แห่งในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

โรงงานแห่งใหม่ขนาด 108,000 ตารางฟุต สูง 7 ชั้นในบาเซิล ก่อสร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมเรขาคณิตสมัยใหม่ แบ่งเป็นห้องจัดแสดงสินค้าทั้งหมด3 ชั้นที่นำเสนอประสบการณ์ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับแบรนด์ทั้ง 17 แบรนด์ที่บริษัทเป็นเจ้าของและได้รับในอนุญาต หอประชุมขนาดใหญ่ และยังเป็นจุดชมวิวทั่วทั้งเมืองบาเซิลสำหรับพนักงานและแขกที่มาเยี่ยมเยือน

เกี่ยวกับ Fossil Group, Inc.

Fossil Group, Inc. เป็นบริษัทด้านการออกแบบ  ทำการตลาด และจัดจำหน่ายระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษด้านไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคและแฟชั่นเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญๆของบริษัทรวมไปถึง นาฬิกาและอัญมณีสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่หลากหลาย และกระเป๋าสะพาย ผลิตภัณฑ์หนังขนาดเล็ก และเครื่องประดับ ทั้งที่เป็นแบรนด์เอกสิทธิ์ของบริษัทเองและแบรนด์ที่ได้รับใบอนุญาต  ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะจำหน่ายให้กับห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกเฉพาะ และร้านนาฬิกาและอัญมณีในสหรัฐ และอีกประมาณ 150 ประเทศทั่วโลกผ่านทางบริษัทจัดจำหน่ายในเครือในต่างประเทศจำนวน 23 แห่ง และเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายอิสระอีกประมาณ 75 แห่ง นอกจากนี้ บริษัทยังจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทผ่านทางร้านค้าปลีกที่บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารงานเองจำนวน 600 แห่ง และผ่านทางเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซในต่างประเทศหลายแห่ง และww.fossil.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของบริษัทในสหรัฐ สามารถดาวน์โหลดข่าวประชาสัมพันธ์และข้อมูลการยื่นเอกสารต่อ SEC ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทได้ที่ www.fossilgroup.com

BASF และ Avantium แสดงเจตจำนงก่อตั้งบริษัทร่วมทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลุดวิกชาเฟน, เยอรมนี และอัมสเตอร์ดัม–15 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

เพื่อทำการผลิตและจำหน่ายกรดฟูแรนไดคาร์บอกซิลิค (FDCA) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตโพลีเอทิลีนฟูแรนโนเอท (PEF)

ยกระดับการพัฒนาและการออกใบอนุญาตกระบวนการผลิต FDCA และ PEF ของ Avantium ในระดับอุตสาหกรรม

ตั้งเป้าสร้างโรงงานผลิต FDCA ที่มีกำลังการผลิตสูงสุด 50,000 ตันต่อปี ณ Verbund site ของ BASF ในเมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม

 

BASF และ Avantium เปิดเผยว่า ทั้งสองบริษัทได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงและเข้าสู่กระบวนการเจรจาก่อตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อทำการผลิตและจำหน่ายกรดฟูแรนไดคาร์บอกซิลิค (FDCA) รวมทั้งจำหน่ายโพลีเอทิลีนฟูแรนโนเอท (PEF) โดย FDCA จะผลิตจากวัตถุดิบที่นำกลับมาใช้ใหม่

 

บริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะใช้ YXY process(R) ที่พัฒนาโดยห้องปฏิบัติการของ Avantium ในอัมสเตอร์ดัม และโรงงานนำร่องในเมืองเคเลน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในการผลิต FDCA นอกจากนั้นยังมีแผนพัฒนากระบวนการดังกล่าวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมถึงก่อสร้างโรงงานผลิต FDCA ที่มีกำลังการผลิตสูงสุด50,000 ตันต่อปี ณ Verbund site ของ BASF ในเมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม โดยมีเป้าหมายเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิต FDCA และ PEFพร้อมต่อยอดไปสู่การออกใบอนุญาตเทคโนโลยีการผลิตในระดับอุตสาหกรรม

 

FDCA และ PEF วัสดุชนิดใหม่ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของฟิล์มห่ออาหารและขวดพลาสติก

 

FDCA เป็นสารเคมีตั้งต้นที่จำเป็นต่อการผลิต PEF สำหรับ PEF นั้นมีคุณสมบัติในการกั้นก๊าซต่างๆ อย่างคาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจนได้ดีกว่าพลาสติกทั่วไป ช่วยให้สินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์จาก PEF มีอายุยาวนานมากขึ้น และด้วยความแข็งแรงทนทานของ PEF จึงสามารถนำไปผลิตบรรจุภัณฑ์ที่บางกว่าปกติได้ ทำให้ประหยัดวัสดุไปในตัว ดังนั้น PEF จึงเหมาะที่จะนำไปทำบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มหลากหลายประเภท เช่น ฟิล์มห่ออาหารและขวดพลาสติก เป็นต้น และเมื่อใช้เสร็จแล้ว PEF ยังสามารถนำไปรีไซเคิลได้ด้วย

 

เราวางแผนก่อตั้งบริษัทร่วมทุนเพราะต้องการผสานเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในการผลิต FDCA และ PEF ของ Avantium เข้ากับจุดแข็งของ BASF”ดร.สเตฟาน แบลงค์ ประธานธุรกิจสารตัวกลางของ BASF กล่าว “จุดแข็งที่สำคัญที่สุดของเราคือ ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาตลาดและการผลิตในปริมาณมาก ในฐานะที่เราเป็นบริษัทเคมีที่น่าเชื่อถือในธุรกิจสารตัวกลางและโพลิเมอร์”

 

การตั้งบริษัทร่วมทุนกับ BASF นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาและทำการตลาดเทคโนโลยีที่พลิกโฉมวงการ การเป็นพันธมิตรกับบริษัทเคมีอันดับหนึ่งของโลกช่วยให้เราสามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในการผลิตระดับอุตสาหกรรมได้” ทอม ฟาน อาเคน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Avantiumกล่าว “บริษัทร่วมทุนจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเทคโนโลยีระดับโลก และก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านการผลิต FDCA และ PEF เราวางแผนที่จะเริ่มทำการผลิต FDCA เพื่อให้สามารถเปิดตัวในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกได้ จากนั้นเราจะเดินหน้าพัฒนาและขยายตลาดไปสู่ศักยภาพสูงสุด”

 

เกี่ยวกับ Avantium

 

Avantium เป็นบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีเคมีและสารเคมีที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ บริษัทจับมือกับพันธมิตรทั่วโลกเพื่อพัฒนากระบวนการที่มีประสิทธิภาพและผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนซึ่งผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพ Avantium นำเสนอแนวทางการนำสารเคมีกลับมาใช้ใหม่ที่ปฏิวัติวงการ ตั้งแต่การคิดค้นไปจนถึงการทำการตลาดกระบวนการผลิต หนึ่งในความสำเร็จอันโดดเด่นของ Avantium คือ YXY technology(R) ที่ใช้ผลิต PEF ซึ่งเป็นพลาสติกคุณภาพสูงที่ผลิตจากกากน้ำตาลในอุตสาหกรรม PEF สามารถรีไซเคิลได้ 100% ดังนั้นจึงมีความคุ้มค่าในการนำไปทำบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ตั้งแต่ขวดและบรรจุภัณฑ์พลาสติกทุกชนิดไปจนถึงไฟเบอร์ YXY เป็นเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในขณะนี้ แต่ Avantium ก็ยังคงเดินหน้าโครงการอื่นๆเพื่อปฏิวัติวงการต่อไป ทั้งยังให้บริการด้านการวิจัยและระบบแก่บริษัทเคมีและปิโตรเคมีชั้นนำมากมาย Avantium มีสำนักงานใหญ่ในเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.avantium.com

 

เกี่ยวกับธุรกิจสารตัวกลางของ BASF

 

ธุรกิจสารตัวกลางของ BASF Group ทำหน้าที่พัฒนา ผลิต และจำหน่ายสารตัวกลางประมาณ 700 ชนิดไปทั่วโลก โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักๆประกอบไปด้วยสารเอมีน ไดออล โพลีแอลกอฮอล์ กรด และสารพิเศษต่างๆ สารตัวกลางจะถูกนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารเคลือบ พลาสติก เภสัชภัณฑ์ สิ่งทอ ผงซักฟอก และสารปกป้องพืช เป็นต้น นวัตกรรมสารตัวกลางจาก BASF ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายมีคุณสมบัติที่ดีขึ้นและช่วยให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ธุรกิจสารตัวกลางของ BASF ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 และมีโรงงานผลิตหลายแห่งทั้งในยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ ธุรกิจนี้สร้างรายได้ให้แก่บุคคลที่สามทั่วโลกประมาณ 2.8 พันล้านยูโรในปี 2558 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.intermediates.basf.com

 

เกี่ยวกับ BASF

 

BASF คิดค้นสารเคมีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน เราผสมผสานความสำเร็จทางเศรษฐกิจเข้ากับการปกป้องสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม พนักงานราว 112,000 คนของ BASF Group อุทิศตนทำงานเพื่อความสำเร็จของลูกค้าในเกือบทุกอุตสาหกรรมและเกือบทุกประเทศทั่วโลก ธุรกิจของเราแบ่งออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ Chemicals, Performance Products, Functional Materials & Solutions, Agricultural Solutions และ Oil & Gas ทั้งนี้ บริษัทมียอดขายมากกว่า 7 หมื่นล้านยูโรในปี 2558 หุ้นของบริษัทจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ต (BAS) ลอนดอน (BFA) และซูริก (AN) สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.basf.com

 

ลิงค์รูปภาพ: https://www.basf.com/de/company/news-and-media/multimedia/photos.html (เลือก: ภูมิภาค – ยุโรป – เบลเยียม)

 

สื่อมวลชนติดต่อ

 

BASF SE

Klaus-Peter Rieser

Intermediates Division

โทร. +49-621-60-95138

อีเมล: klaus-peter.rieser@basf.com  

 

Avantium

Alex de Vries

โทร. +31-20-586-0132

มือถือ: +31-651-11-9205

อีเมล: alex.de.vries@msl.nl

 

แหล่งข่าว: Avantium

Vivid Sydney 2016 เตรียมเผยกำหนดการจัดงาน พร้อมถ่ายทอดสดออนไลน์ 17 มี.ค. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซิดนีย์–15 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          เรื่อง: Destination NSW ประกาศกำหนดการจัดงาน Vivid Sydney 2016 

          URL: www.vividsydney.com/media-centre   

          วัน: พฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม 2016

          เวลา: เริ่ม 10.45 น. (ตามเวลาออสเตรเลีย)

          Vivid Sydney 2016 เตรียมเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ โดยจะมีการประกาศกำหนดการจัดงานอย่างเป็นทางการในงานแถลงข่าวพิเศษสำหรับสื่อมวลชน ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยออสเตรเลีย (MCA) และถ่ายทอดสดผ่านทาง http://www.vividsydney.com/media-centre ในวันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคมนี้

คำบรรยายภาพ – การแสดง Vivid Sydney 2015: มนต์เสน่ห์แห่งซิดนีย์ ณ Customs House (เครดิตภาพ: Destination NSW)

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20160315/8521601681

          Destination NSW ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและจัดงานสำคัญๆ ของรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ ร่วมด้วยผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์และภัณฑารักษ์ของ Vivid Sydney เตรียมประกาศรายละเอียดการจัดงานประจำปี 2016 อันได้แก่ รายชื่อโฆษกทั้งในและต่างประเทศ การแสดงดนตรี การประดับไฟ และการฉายภาพบนจอ ตลอดจนบริเวณที่จะใช้จัดงานในปีนี้

          Vivid Sydney เทศกาลแห่งแสงไฟ ดนตรี และไอเดียใหม่ๆ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จะจัดเพิ่มอีก 5 คืน คือตั้งแต่วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม ถึงวันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน 2016 รวม 23 คืน ทำให้เทศกาลในปีนี้กินระยะเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การจัดงาน 8 ปีที่ผ่านมา  

          Vivid Sydney ซึ่งมี Destination NSW เป็นเจ้าของ ควบคุม และอำนวยการสร้างนั้น นับเป็นสื่อกลางในการผลักดันให้ซิดนีย์กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมความคิดสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยในปีที่แล้วมีผู้เข้าชมงานทำสถิติถึง 1.7 ล้านคน ซึ่งผู้ร่วมงานกว่า 112,000 คนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเดินทางมายังรัฐนิวเซาท์เวลส์เพื่องาน Vivid Sydney โดยเฉพาะ

          สื่อวัสดุที่สามารถดาวน์โหลดได้ประกอบด้วย:

          – กำหนดการจัดงาน Vivid Sydney 2016 ตลอดรายการ สามารถดาวน์โหลดได้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม (ตามเวลาออสเตรเลีย)

          – ข่าวประชาสัมพันธ์ ภาพความละเอียดสูง และไฟล์วิดีโอคุณภาพสูงสำหรับการออกอากาศ

          การถ่ายทอดสดออนไลน์สามารถแชร์บนเฟซบุ๊ก โดยการโพสต์หรือแชร์ลิงค์นี้: www.vividsydney.com/media-centre

         

วารสาร Lancet Neurology เผยรายงานการวิจัยครั้งสำคัญ ตอกย้ำพันธกิจระยะยาวในการต่อสู้กับโรคสมองเสื่อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–15 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ชีวิตร่วมรณรงค์จัดการกับโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อมอื่นๆ ในวารสาร Lancet Neurology ฉบับเดือนเมษายน

 

สมาพันธ์อัลไซเมอร์สากล (Alzheimer’s Disease International: ADI) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ Lancet Neurology Commission ได้อุทิศวารสารLancet Neurology ฉบับที่ 15 ประจำเดือนเมษายน ให้กับการนำเสนอภาพรวม ข้อแนะนำ การดูแลรักษา และการวิจัยเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อมอื่นๆ ในรายงานหัวข้อ “Defeating Alzheimer’s disease and other dementias: a priority for European science and society” ภายใต้การนำของศ.เบนจท์ วินแบลด จาก Center for Alzheimer Research at the Karolinska Institutet ในสวีเดน และเรียบเรียงเนื้อหาโดยคณะนักวิจัยชั้นนำจากสวีเดน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เดนมาร์ก แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์

 

รายงานความยาว 74 หน้าฉบับนี้ จะได้รับการนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภายุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ ในวันที่ 15 มีนาคม

 

รายงานข้างต้นมีเนื้อหาสอดคล้องกับรายงาน World Alzheimer Report 2015 ของ ADI ในหัวข้อ “The Global Impact of Dementia: An analysis of prevalence, incidence, cost and trends” ที่เรียกร้องให้มีการกำหนดพันธกิจทางเศรษฐกิจและทางการเมืองในระยะยาว เพื่อยกระดับการวิจัยและการดูแลรักษาโรคสมองเสื่อม ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำอย่างหนักแน่นถึงความสำคัญของการรวมพลังกันเพื่อสร้างความก้าวหน้า ซึ่งครอบคลุมถึงการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติระหว่างหน่วยงานรัฐ สถาบันวิชาการ หน่วยงานด้านเภสัชภัณฑ์ และอื่นๆ ตลอดจนการพัฒนาระบบพื้นฐานสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมนอกเหนือจากการใช้ยา

 

ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นทุกๆ 3 วินาทีทั่วโลก และคาดว่าจำนวนผู้ป่วยโรคนี้จะพุ่งขึ้นเกือบสองเท่าในทุกๆ 20 ปี โดย 58% ของผู้ป่วยอาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง

 

ภายในปี 2593 ประชากร 131 ล้านคนทั่วโลกจะประสบภาวะสมองเสื่อม และค่าใช้จ่ายจากโรคดังกล่าวจะมีมูลค่านับล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2561

 

ข้อแนะนำต่างๆ ในรายงานเป็นไปตามความคืบหน้าที่เกิดขึ้นจากการประชุมสุดยอดโรคสมองเสื่อมของกลุ่ม G8 (G8 Dementia Summit) ในปี 2556 รวมถึงการจัดประชุมสืบเนื่องกันของกลุ่ม G7 และการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการดำเนินงานระดับโลกเพื่อต่อสู้กับโรคสมองเสื่อม (Global Action against Dementia) ครั้งแรกขององค์การอนามัยโลกเมื่อเดือนมีนาคม 2558 เพื่อกำหนดแผนระดับชาติว่าด้วยโรคสมองเสื่อมในประเทศต่างๆทั่วโลก และADI ก็เห็นพ้องกับรายงานดังกล่าวในการเรียกร้องให้รัฐบาลทุกประเทศกำหนดแผนระดับชาติว่าด้วยโรคสมองเสื่อม ซึ่งประกอบด้วย

 

การยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการพัฒนานโยบายแห่งชาติ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบพื้นฐานและการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในทุกประเทศ

– การสร้างความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพเพื่อจัดการกับโรคสมองเสื่อมในทุกระดับ รวมถึงการสร้างความก้าวหน้าในการพัฒนาชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม

การให้ความสำคัญกับสิทธิและเสียงของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในทุกระดับ รวมถึงการเป็นกระบอกเสียงให้ผู้ป่วยผ่านอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (CRPD) ขององค์การสหประชาชาติ

 

มาร์ค วอร์ทแมน กรรมการบริหาร ADI ระบุว่า รายงานฉบับดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่า “เรารู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง และเราต้องการแค่เจตจำนงทางการเมืองเพื่อทำให้มันเกิดขึ้นจริง ขณะนี้เราได้เรียกร้องให้ WHO, EU และ Global Action Against Dementia กำหนดนโยบายออกมา และเราขอเรียกร้องให้กลุ่มประเทศ G20 ให้ความสำคัญกับโรคสมองเสื่อมเช่นกัน”

 

ด้านศาสตราจารย์วินแบลด อดีตประธานและสมาชิกปัจจุบันของคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ของ ADI แสดงความเห็นว่า

“ในการต่อสู้กับโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อมอื่นๆ การร่วมมือกันคือสิ่งจำเป็น ไม่ใช่แค่ในด้านการวิจัยเท่านั้น แต่รวมถึงบนเวทีการเมืองทุกระดับด้วย ผมหวังว่างานของเราจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น”

 

สามารถอ่านรายงานจาก Lancet Neurology Commission หลังวันที่ 15 มีนาคม 2559 ได้ที่http://www.thelancet.com/journals/laneur/issue/current

 

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

 

สิ่งพิมพ์: ‘Defeating Alzheimer’s disease and other dementias: a priority for European science and society’, Bengt Winblad, Philippe Amouyel, Sandrine Andrieu et al, Lancet Neurology, 2016;15:455-532. ไม่อนุญาตให้เข้าถึงออนไลน์ก่อนวันที่ 15 มีนาคม เวลา 00:30 ตามเวลา CET

 

เกี่ยวกับสมาพันธ์อัลไซเมอร์สากล

 

สมาพันธ์อัลไซเมอร์สากล (ADI) เป็นสมาพันธ์ระดับโลกที่ประกอบด้วยสมาคมอัลไซเมอร์ 83 แห่งจากทั่วโลก และมีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับองค์การอนามัยโลก พันธกิจของ ADI คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมและครอบครัวของผู้ป่วยทั่วโลก ADI เชื่อว่ากุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการจัดการกับโรคสมองเสื่อม คือการผสมผสานแนวทางการแก้ปัญหาระดับโลกเข้ากับองค์ความรู้ในระดับท้องถิ่น ดังนั้น ADI จึงให้การสนับสนุนสมาคมอัลไซเมอร์ในท้องถิ่นในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมและผู้ดูแล ขณะเดียวกันก็ดำเนินงานเกี่ยวกับโรคสมองเสื่อมในระดับโลก รวมทั้งรณรงค์ให้เกิดการปรับเปลี่ยนนโยบายในระดับรัฐบาล รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.alz.co.uk

 

เกี่ยวกับ Lancet Neurology Commission

 

Lancet Neurology Commission ก่อตั้งขึ้นโดยบรรณาธิการของวารสาร Lancet โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญแก่นักการเมืองและผู้กำหนดนโยบาย ในเรื่องของโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นักวิจัยระดับแนวหน้าจากนานาประเทศกว่า 30 ชีวิต ได้มีส่วนร่วมในรายงานความยาว 78 หน้า ซึ่งกล่าวถึงความท้าทายต่างๆที่จำเป็นต้องจัดการเพื่อลดภาระจากโรคสมองเสื่อม

 

แหล่งข่าว: สมาพันธ์อัลไซเมอร์สากล

iXBlue เปิดตัว ROVINS NANO ระบบนำทางอาศัยแรงเฉื่อยรูปแบบใหม่ พร้อมปฏิวัติระบบนำทางยานสำรวจใต้ทะเล (ROV)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน – 15 มี.ค. พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            นี่คือสิ่งที่ทั่วทั้งอุตสาหกรรมนอกชายฝั่งต่างตั้งตารอคอย: ROVINS NANO ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับนำทางยานสำรวจใต้ทะเล (ROV) โดยเฉพาะ นำเสนอการวัดพิกัดที่มีความแม่นยำสูงในทุกระดับความลึก ซึ่งรวมถึงการวัดพิกัดสำหรับ Middle Water Station Keeping โดย iXBlue สามารถให้ความช่วยเหลือคุณได้ทุกที่ที่คุณต้องการเมื่ออยู่ใต้ทะเล ด้วยระบบนำทางอาศัยแรงเฉื่อยใต้ทะเลครบวงจร ตั้งแต่การนำทาง ROV ไปจนถึงการสำรวจนอกชายฝั่ง

            iXBlue ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นระบบนำทาง การวัดพิกัด และการสร้างภาพ เปิดตัว ROVINS NANO ระบบนำทางอาศัยแรงเฉื่อยล้ำสมัยที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการนำทาง ROV โดยเฉพาะ การประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้มีขึ้นที่งานแสดงสินค้า Oceanology International ท่ามกลางการรอคอยอย่างกระตือรือร้นของอุตสาหกรรมนอกชายฝั่ง

 ROVINS NANO 3D 2015_4 connectors-v3 / iXBlue ROVINS NANO inertial navigation system (PRNewsFoto/iXBlue)

iXBlue ROVINS NANO inertial navigation system (PRNewsFoto/iXBlue)

            รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160311/343258

            ROVINS NANO   อาศัยสุดยอดเทคโนโลยีไฟเบอร์ออปติกไจโรสโคปของ iXBlue โดยมีจุดประสงค์เพื่อรองรับการดำเนินงานของผู้ขับ ROV ในด้านการก่อสร้างและการซ่อมบำรุง ผลิตภัณฑ์นี้นำเสนอความเสถียรและความแม่นยำของพิกัดที่อาศัยแรงเฉื่อยได้อย่างเหนือชั้น ทำให้เกิดทิศเหนือตามแผนที่ การหมุน ความลาดเอียง และอัตราการหมุนรอบแกน พอล ไวซอคกี ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ iXBlue ROVINS NANO แสดงความคิดเห็นว่า “ROVINS NANOสามารถส่งพิกัดของ ROV ได้โดยตรงด้วยความเที่ยงตรงสูงสุด ซึ่งเป็นผลของอัลกอริทึม INS ที่สามารถรวบรวมข้อมูลอะคูสติก ทำให้การส่งพิกัด ROVสามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าพิกัดจะมีระดับความลึกเท่าใด นี่จึงไม่ใช่แค่วิวัฒนาการ แต่เป็นการปฏิวัติวงการสำหรับ Middle Water Station Keeping”

            ROVINS NANO พร้อมแล้วที่จะรับประกันความปลอดภัยการนำทางที่มีประสิทธิภาพที่สุด การบรรจบกันระหว่าง ROVINS NANO และระบบอะคูสติกiXBlue RAMSES นำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลการวางพิกัดที่แม่นยำสูงสุด แม้กระทั่งใน LBL ที่เป็น “Sparse Array”

            นอกเหนือจากประสิทธิภาพขั้นสูงแล้ว ROVINS NANO ยังสามารถปรับแต่งให้เข้ากับผู้ใช้ได้อีกด้วย ช่วยให้การปรับตั้งค่า การติดตั้ง และการใช้ผลิตภัณฑ์มีความสะดวกขึ้นอย่างมาก แม้รวมกับระบบที่ซับซ้อนอย่าง INS นอกจากนี้ ROVINS NANO ยังสามารถผนวกการทำงานได้ง่ายมาก เนื่องจากขนาดที่กะทัดรัดและสถาปัตยกรรมแบบเปิดที่มาพร้อมเซนเซอร์จากแหล่งภายนอกทั้งหมด ทั้งหมดที่กล่าวมานี้นำเสนอในราคาที่คุณเอื้อมถึง ช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน  และลดต้นทุนความเป็นเจ้าของ

            พอล ไวซอคกี กล่าวด้วยความยินดีว่าเราดีใจมากที่ได้นำเสนอระบบสุดพิเศษนี้ในตลาดการนำทางนอกชายฝั่ง ผลิตภัณฑ์นี้สามารถตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน และตอบสนองข้อกำหนดของผู้ดำเนินงาน ทั้งในแง่ข้อความน่าเชื่อถือ การใช้งานสะดวก และราคา

            iXBlue นำเสนอระบบนำทางใต้ทะเลที่ครอบคลุมมากขึ้นกว่าเดิม ตั้งแต่การนำทาง ROV ไปจนถึงการใช้งานเพื่อสำรวจ จากนี้ไปไม่ว่าคุณจะอยู่จุดใดใต้ท้องทะเล iXBlue ก็สามารถให้ความช่วยเหลือคุณได้ด้วยอุปกรณ์อาศัยแรงเฉื่อยประสิทธิภาพขั้นสุดยอด

            ติดต่อ:

            Claire André

            โทร. 1-331-30088078

            อีเมล: pr@ixblue.com

NIRA Dynamics AB เปิดตัวระบบความปลอดภัยใหม่ล่าสุดสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลินเชอปิงสวีเดน–15 มี.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ในประเทศสวีเดน มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เพราะถนนลื่นหลายพันครั้งในแต่ละปี ส่วนในทั่วโลกนั้น ตัวเลขดังกล่าวก็อยู่ในระดับสูงจนน่าตกใจ ดังนั้น เพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุดังกล่าว และเปิดโอกาสให้รถยนต์ในอนาคตมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงที่มีประสิทธิภาพ รถยนต์แต่ละคันจึงจำเป็นต้องสามารถระบุได้ว่าถนนลื่นหรือไม่

 NIRA Dynamics Logo / NIRA Dynamics AB Logo

NIRA Dynamics AB Logo

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20121012/567527 )

NIRA Dynamics / Online, real-time road friction map of Gothenburg (PRNewsFoto/NIRA Dynamics)

Online, real-time road friction map of Gothenburg (PRNewsFoto/NIRA Dynamics)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160310/342926 )

ในช่วงฤดูหนาวนี้ NIRA Dynamics ได้เปิดตัวฝูงยานยนต์ 80 คันที่ติดตั้งซอฟแวร์ตรวจจับสภาพพื้นผิวถนนแบบเรียลไทม์ที่มีชื่อว่า Road Surface Information (RSI) ซึ่งสามารถตรวจสอบคุณภาพพื้นผิวถนนและระดับการยึดเกาะของยางรถยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องติดตั้งกล้องแบบสเตอริโอ ระบบป้องกันการสั่นสะเทือน หรือเซนเซอร์ราคาแพงเพิ่มเติมแต่อย่างใด ระบบ RSI สามารถระบุระดับความขรุขระและแรงเสียดทานของพื้นถนนได้ด้วยการรวมข้อมูลจากเซนเซอร์หลายตัว

ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นถนนจะถูกส่งไปยังยานพาหนะคันอื่นๆ ผ่านการเชื่อม RSI เข้ากับบริการคลาวด์ ผู้ขับขี่จึงสามารถปรับรูปแบบการขับรถหรือเปลี่ยนเส้นทางเมื่อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงหรืออันตรายที่อยู่เบื้องหน้า และนี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น เพราะความเป็นไปได้ของระบบนี้ไม่มีที่สิ้นสุด

เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ใช้ระบบความปลอดภัยนี้อย่างรวดเร็ว NIRA จึงร่วมมือกับ Infocar Training AB ในการติดตั้งซอฟแวร์ตรวจจับแรงเสียดทานในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของ Infocar ที่สามารถต่อกับอินเตอร์เฟสมาตรฐานในรถยนต์โดยสารทุกคันตั้งแต่รุ่นปี 2001 แทนที่จะติดตั้งซอฟต์แวร์เฉพาะในรถรุ่นใหม่ๆเท่านั้น การทำเช่นนี้ช่วยให้ NIRA สามารถเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลสภาพพื้นถนนแบบเรียลไทม์ได้อย่างเต็มที่ในทุกวินาที พร้อมส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลได้ด้วย

ข้อมูลคลาวด์ดังกล่าวสามารถแชร์ไปยังผู้ขับขี่คนอื่นๆ เจ้าหน้าที่ทางหลวง และระบบต่างๆ เพื่อป้อนข้อมูลให้กับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงหรือระบบแจ้งเตือนสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ และที่สำคัญที่สุดคือ ข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้งานได้แล้ววันนี้

เกี่ยวกับ NIRA

NIRA Dynamics เป็นผู้นำด้านการรวบรวมข้อมูลจากระบบเซนเซอร์ พร้อมส่งมอบบริการที่คุ้มราคาและมีคุณค่าให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก บริษัทจัดตั้งขึ้นในปี 2001 มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสวีเดน และมีลูกค้าเป็นค่ายรถยนต์ชั้นนำระดับโลกมากมาย เช่น Audi, Volkswagen, Seat, Skoda, Volvo, Fiat และ Renault

เกี่ยวกับ Infocar

Infocar Training คือผู้พัฒนาและผู้ผลิตเครื่องมือวินิจฉัยสำหรับยานพาหนะ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบตัวแปรต่างๆ หรือทำการส่งข้อมูลไปยังคลาวด์ได้แบบเรียลไทม์

 

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีภาพประกอบจาก PA Photowire โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.pa-mediapoint.press.net หรือดูได้ที่ http://www.mediapoint.press.net และ http://www.prnewswire.co.uk

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Johan Hagg

หัวหน้าฝ่ายขายและการตลาด

NIRA Dynamics AB 

โทร. +46-700-454056 

อีเมลjohan.hagg@niradynamics.se  

 

แหล่งข่าว: NIRA Dynamics AB