“นวัตกรรมอาคารสีเขียว” หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของมหกรรม China Hi-Tech Fair 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซินเจิ้น, จีน–21 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

นวัตกรรมอาคารสีเขียว เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของมหกรรมแสดงสินค้าไฮเทค China Hi-Tech Fair (CHTF) ครั้งที่ 18 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเซินเจิ้น ระหว่างวันที่ 16-21 พฤศจิกายน

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161118/0861612382

คำบรรยายภาพ: โซนนวัตกรรมอาคารสีเขียวในมหกรรม CHTF 2016

มหกรรม CHTF 2016 เปิดเวทีให้บริษัทต่างๆในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสีเขียวได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นใหม่ล่าสุด โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างอาคารสีเขียวเป็นหลัก

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในงานนี้คือ am: 10 smart micro forest natural ecological purifier จากบริษัทShenzhen Tiehan Residential Environment Technology Co., Ltd.

นวัตกรรมไฮเทคนี้ผสานการบำบัดขั้นสูง 18 ระดับ และพืชสีเขียวออกซิเจนสูง พร้อมระบบหมุนเวียนน้ำสะอาดเพื่อปล่อยออกซิเจน โดยในระหว่างกระบวนการดังกล่าวยังมีวิธีการกรองอื่นๆเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานด้วยการสร้างประจุลบเพื่อเปลี่ยนสารอันตรายให้กลายเป็นสารอาหารสำหรับพืช โดยใช้ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่สามารถควบคุมจากระยะไกลด้วยแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ต่างๆแล้ว ผู้เข้าชมงานยังได้สัมผัสกับโซลูชั่นอาคารสีเขียวอีกมากมาย อาทิ นวัตกรรมการปลูกพืชแนวตั้งของTechand ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละบุคคลและแต่ละสถานการณ์จริง รวมถึงโซลูชั่นบ้านอัจริยะจาก VRULT ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างสร้างสรรค์ อาทิ โหมดอาหารเช้าหรือโหมดภาพยนตร์ เป็นต้น

รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.chtf.com/english/ 

เกี่ยวกับ CHTF

ธีมหลักของงาน China Hi-Tech Fair (CHTF) 2016 คือ “การขับเคลื่อนนวัตกรรมและมุ่งเน้นคุณภาพ” ด้วยความสำเร็จในการจัดงานตลอด17 ปีที่ผ่านมา ทำให้ CHTF เป็นงานแสดงสินค้าที่สำคัญและมีชื่อเสียงมากงานหนึ่ง โดยมีอิทธิพลต่อวงการอุตสาหกรรมต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

จากผลตอบรับของผู้เข้าร่วมจัดแสดงในงานปีที่แล้วพบว่า กว่า80% ประสงค์ที่จะเข้าร่วมงานอีก นอกจากนี้ยังได้รับความสนใจจากหน่วยงานภาครัฐบาลอีกหลายแห่ง ทั้งนี้ มหกรรม CHTF จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการเซินเจิ้น (SZCEC) บนถนนฝูหัว 3 เขตฝูเถียน เมืองเซินเจิ้น

Chinese Academy of Social Sciences เผย “หยานจี๋” คือศูนย์กลางการลงทุนแห่งใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หยานจี๋, จีน–21 พ.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          หยานจี๋ ขึ้นแท่นเมืองที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละในการพัฒนาภาคบริการ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรม และเร่งเปิดตลาด ขณะเดียวกันก็แสวงหาหนทางที่ดีกว่าเพื่อช่วยให้เมืองขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถพัฒนาตนเองได้

          รายงานที่ Chinese Academy of Social Sciences เพิ่งเผยแพร่ไปเมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า หยานจี๋ได้กลายเป็นเมืองเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนที่ติดอันดับ “สุดยอด 100 เมือง/เขตของจีนที่มีศักยภาพด้านการลงทุน” และ “สุดยอด 100 เมือง/เขตของจีนที่มีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ” ซึ่งแสดงให้เห็นว่า หยานจี๋ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

          ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ หยานจี๋ยังเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อเร่งเชื่อมโยงประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเข้าด้วยกัน ส่งผลให้มีเส้นทางบินที่เชื่อมโยงระหว่างหยานจี๋กับเมืองสำคัญๆมากกว่า 26 เส้นทางบิน อาทิ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ โซล ปูซาน เปียงยาง โอซากา และวลาดีวอสตอค นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นศูนย์รวมของผู้คน สินค้า และข้อมูลข่าวสารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ หยานจี๋จึงเป็นเมืองชั้นแนวหน้าเมืองหนึ่งของจีนที่กำลังพยายามจัดตั้งเขตเศรษฐกิจ Open-up Pilot Zones, Emerging Industry Demonstration Zones และ Ecological Economics Zones

          ไฉ กุยหลง รักษาการนายกเทศมนตรีเมืองหยานจี๋ กล่าวว่า หยานจี๋จะเร่งเปลี่ยนผ่านและยกระดับอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและดึงดูดภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศให้มาลงทุนในหยานจี๋กันมากขึ้น

          ที่มา: Yanji Municipal Publicity Department

          AsiaNet 66598

จีนเดินหน้าผลักดันการหลอมรวมสื่อ ด้วยการจัดตั้งกลุ่มออมนิมีเดียแห่งแรกในมณฑลกวางตุ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจว, จีน–18 พ.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีพิธีเปิดตัว Guangdong Southern Finance and Economics Omnimedia Group ขึ้นที่เมืองกว่างโจว ซึ่งถือเป็นการก่อตั้งกลุ่มสื่อแบบหลอมรวม หรือ ออมนิมีเดีย แห่งแรกของจีนอย่างเป็นทางการ

          โดย Guangdong Southern Finance and Economics Omnimedia Group ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ถือเป็นแหล่งรวมทรัพยากรสื่อด้านเศรษฐกิจและการเงินระดับพรีเมียม ซึ่งรวมถึงทรัพยากรของบริษัท Nanfang Media Group และ Guangdong Radio and Television Station ด้วยการชูกลยุทธ์ “ข้ามสื่อ ข้ามสถาบัน และ ข้ามรูปแบบ” ทางกลุ่มฯ ให้ความสำคัญกับ “สื่อ” “ข้อมูล” และ “ธุรกรรม” ในฐานะธุรกิจหลักของกลุ่มฯ และจะมุ่งพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนโฉมของสื่อ

          เป้าหมายของการจัดตั้งกลุ่มฯ นั้น มิใช่เพียงเพื่อเตรียมการสู่การหลอมรวมสื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นขั้นตอนสำคัญในยุทธศาสตร์การใช้สื่อเพื่อรับใช้ประเทศ ปกป้องความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ และเพื่อการแข่งขันให้ได้มาซึ่งการมีสิทธิมีเสียงและมาตรฐานด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ

          ในพิธีเปิดตัวกลุ่มสื่อด้านเศรษฐกิจและการเงินแห่งใหม่นี้ ได้มีการนำเสนอเป้าหมาย 3 ประการของกลุ่มฯ ได้แก่ การสร้างกลุ่มฯ ให้เป็นผู้สื่อข่าวธุรกิจชั้นนำของโลก เป็นผู้ให้บริการข้อมูลการเงินอย่างครอบคลุมภายในประเทศ และเป็นกลไกใหม่สำหรับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสมัยใหม่ ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะแข่งขันกับ Bloomberg ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลเศรษฐกิจและการเงินรายใหญ่ที่สุดในโลก การถือกำเนิดขึ้นของกลุ่มฯ จึงดึงดูดความสนใจจากทั่วทั้งวงการ

          การเกิดขึ้นของยุคอินเทอร์เน็ตได้นำมาซึ่งความท้าทายที่พลิกโฉมโลก พร้อมกันกับโอกาสครั้งประวัติศาสตร์สำหรับทุกอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมสื่อ ผู้นำระดับสูงของจีนได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับการพัฒนาการหลอมรวมสื่อมาโดยตลอด และได้เร่งนำความก้าวหน้ามาสู่เรื่องนี้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความคิดเห็นกระแสหลัก

          คุณเสิน ไห่เซียง สมาชิกคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลกวางตุ้ง และอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มณฑลกวางตุ้ง แสดงความหวังว่า ทางกลุ่มฯ จะวางรากฐานในกวางตุ้ง โดยมีจีนเป็นจุดสนใจหลัก พร้อมแผ่ขยายอิทธิพลทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลก มุ่งสู่การจัดทำระบบดัชนีสำหรับภาคใต้ของจีนที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกภายใน 3-5 ปี ในสาขาสำคัญๆของเศรษฐกิจและการเงิน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นมาตรวัดเศรษฐกิจของจีน ตลอดจนเป็นพลังใหม่ในการพัฒนาการหลอมรวมสื่อในมณฑลกวางตุ้ง”

          นอกจากนี้ คุณเสินยังได้เน้นย้ำหลักการสำคัญ 2 ประการ ประการแรก Guangdong Southern Finance and Economics Omnimedia Group ต้องปกป้องความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลเศรษฐกิจและการเงินของจีน มุ่งมั่นให้ได้มาซึ่งการมีสิทธิมีเสียงและมาตรฐานที่สอดคล้องกับสถานะทางเศรษฐกิจของจีน ทำภารกิจสำหรับประเทศอย่างทุ่มเท วางรากฐานในกวางตุ้ง ปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ของประเทศ และมีส่วนร่วมในการแข่งขันระดับโลก

          ในขณะเดียวกัน ประสบการณ์ผู้ใช้จะเป็นตัวกำหนดทุกสิ่ง ดังนั้น ทางกลุ่มฯ จะต้องให้ความสำคัญกับความต้องการ ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการแข่งขันและเพื่อให้ได้รับการยอมรับในตลาดโลก สำรวจหาโมเดลใหม่ๆ เกี่ยวกับการหลอมรวมสื่อตลอดเวลา และผลักดันกลุ่มฯ ไปสู่สื่อกระแสหลักด้านเศรษฐกิจและการเงินประเภทใหม่ เป็นผู้สื่อข่าวธุรกิจชั้นนำระดับโลก เป็นผู้ให้บริการข้อมูลการเงินอย่างครอบคลุมภายในประเทศ และเป็นกลไกใหม่สำหรับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสมัยใหม่

          แหล่งข่าว: สำนักงานสารนิเทศ รัฐบาลมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน

ผู้นำอุตสาหกรรมร่วมงานฉลองครบรอบ 20 ปี ของ Bo Le Associates

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–18 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          -ปิแอร์ จวง ซีอีโอของ Bo Le นำทีมเปิดการอภิปรายเกี่ยวกับพลวัตการเปลี่ยนแปลงของตลาดจ้างงานเอเชียในปัจจุบัน ภายใต้หัวข้อ “War for Talent”

          เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับอาวุโสกว่า 150 ราย จากหลากหลายอุตสาหกรรมได้มารวมตัวกัน ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนทอล ฮ่องกง ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของ Bo Le Associates (Bo Le) บริษัทสรรหาผู้บริหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดย Bo Le ได้ขยายธุรกิจไปทั่วภูมิภาค จากแรกเริ่มที่มีสำนักงานเพียง 3 แห่ง สู่สำนักงาน 13 แห่งในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยทีมที่ปรึกษามากประสบการณ์และผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดีกว่า 330 ราย

 

          รูปภาพ –http://photos.prnasia.com/prnh/20161118/0861612224

          คำบรรยายภาพ: ปิแอร์ จวง ซีอีโอของ Bo Le นำทีมเปิดการอภิปรายเกี่ยวกับพลวัตการเปลี่ยนแปลงของตลาดจ้างงานเอเชียในปัจจุบัน ภายใต้หัวข้อ “War for Talent”

          ภายในงาน คุณปิแอร์ จวง ซีอีโอของ Bo Le Associates ได้นำทีมเปิดอภิปรายแบบคณะ ในหัวข้อ “War for Talent — Shifting Dynamics”หรือ “สงครามล่าคนเก่ง — การเปลี่ยนแปลงพลวัต” ร่วมกับวิทยากรที่มีชื่อเสียง 6 ท่าน ได้แก่ อาโนด์ เวนทูรา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Microcred,เจมส์ ซาเวจ ประธานคณะกรรมการการลงทุนของ HKVCA, จอห์น เลียน ซีอีโอ DLJ Capital Partners ประจำเกรทเทอร์ไชน่า, แม็กกี้ ชาน รองประธานฝ่ายกลยุทธ์การพัฒนาลูกค้าของ Unilever China, ทิม หวัง กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายอสังหาริมทรัพย์จีนของ The Blackstone Group และ โทนี่ โลว์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของ Lifestyle Benefits, Collison Group ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

          ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน คุณปิแอร์ได้แสดงความขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนที่บริษัทได้รับจากลูกค้ามาตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยระบุว่า “เราได้ใช้ทักษะความรู้ที่ครอบคลุม ความเข้าใจตลาดท้องถิ่น และความสัมพันธ์กับลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลก”

          ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ในธุรกิจการสรรหาบุคลากรระดับผู้บริหาร คุณปิแอร์ได้เล็งเห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงของ “สงครามล่าคนเก่ง” จากตลาดนายจ้างไปสู่ตลาดผู้สมัครงาน เนื่องด้วยความเฟื่องฟูของตลาดจีนและตลาดอื่นๆในเอเชียที่ต้องการผู้นำที่มีคุณภาพมากขึ้น 

          นอกจากนี้ เขายังได้เห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้สมัครงาน จากเดิมที่นิยมทำงานกับบริษัทข้ามชาติมาเป็นบริษัทท้องถิ่น อันเนื่องมาจากบรรดาผู้ประกอบการจีนดำเนินธุรกิจเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งมิใช่ในแง่ของผลิตภัณฑ์และบริการเท่านั้น แต่รวมถึงการสรรหาผู้มีความสามารถภายในท้องถิ่น โดยคุณปิแอร์ย้ำว่า “ปัจจุบัน บริษัทท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทนวัตกรรมอินเทอร์เน็ต ได้รับการจัดอันดับให้เป็นองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากที่สุด ซึ่งผลักดันให้บรรดาผู้บริหารระดับอาวุโสย้ายออกจากบริษัทข้ามชาติมาทำงานกับบริษัทเหล่านี้”

          อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ เทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือที่รู้จักกันว่า “Disruptors” เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมหลายแห่ง

          “การปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิมด้วยการใช้เทคโนโลยี นำมาสู่การยุติบทบาทของตำแหน่งงานดั้งเดิมจำนวนมาก” คุณปิแอร์เน้นย้ำให้เห็นถึงข้อได้เปรียบของผู้สมัครงานในยุคปัจจุบันที่มีทักษะด้านดิจิทัล

          “Bo Le มุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดค่านิยมหลัก ความรู้ และความเชี่ยวชาญของเราไปสู่คนรุ่นใหม่ เทคโนโลยีเกิดใหม่และแพลตฟอร์มดิจิทัลช่วยให้เราสามารถพัฒนาฐานข้อมูลเปี่ยมประสิทธิภาพ เพียบพร้อมด้วยขีดความสามารถในการเฟ้นหาและจับคู่ผู้สมัคร เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า” คุณปิแอร์กล่าวปิดท้าย

Young Living ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลีไฮ, ยูทาห์–18 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟควสท์

ด้วยประสบการณ์หลายทศวรรษในการคิดค้นผลิตภัณฑ์สำคัญในกว่า140 ประเทศ ความเชี่ยวชาญของ ดร.บุช จะนำ Young Living ไปสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่ใหม่

Young Living Essential Oils บริษัทน้ำมันหอมระเหยรายใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศว่า ดร. ไมเคิล บุช ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ โดยประสบการณ์ในด้านการคิดค้นผลิตภัณฑ์และการตลาด ตลอดจนเทคนิคการวิเคราะห์ขั้นสูง การกำกับดูแล และต้นแบบนวัตกรรมแบบเปิดของดร.บุช จะช่วยให้  Young Living สามารถยกระดับการลงทุนทางวิทยาศาสตร์

 Young Living Essential Oils Michael Buch / Dr. Michael Buch was appointed Chief Science Officer for Young Living Essential Oils (PRNewsFoto/Young Living Essential Oils)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161116/440550

Young Living Essential Oils Logo / Young Living Essential Oils, LC is the world leader in essential oils and has been providing the highest quality plant based products to customers for over twenty years. Its proprietary Seed to Seal(R) process ensures exacting standards are met every step of the way, from seed to seal. This commitment stems from the company's stewardship towards the earth and its people all over the world. For more information, visit: www.youngliving.com. (PRNewsFoto/Young Living Essential Oils)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160118/323110LOGO

ดร.บุช สั่งสมประสบการณ์ในองค์กรวิทยาศาสตร์ชั้นนำของบริษัทใหญ่ระดับโลกมาเป็นระยะเวลาเกือบ 30 ปี เขาเริ่มต้นอาชีพในสายงานด้านการควบคุมและรับรองคุณภาพ จนกระทั่งได้สร้างและดำเนินการห้องปฏิบัติการวิจัยและวิเคราะห์ขั้นสูงที่มีความเชี่ยวชาญในด้านสเปกโทรสโคปี โครมาโทกราฟี และไมโครสโกปี นอกจากนี้ ความเชี่ยวชาญและสายสัมพันธ์กับชุมชนวิทยาศาสตร์ของเขา จะเปิดทางให้ Young Living ได้ร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำในสาขาต่างๆทั่วโลก

ดร.บุช ได้คัดเลือกสมาชิกในทีมที่มีทักษะความสามารถมาอยู่แล้ว และได้ขยายขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์ของพวกเขา พร้อมไปกับการเพิ่มศักยภาพของบริษัทให้มีนวัตกรรมอันล้ำสมัยจาเรด เทอร์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Young Living กล่าว นี่คือสิ่งล้ำค่าต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถให้กับสมาชิกของเราในการเผยแพร่ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ของเราในแนวทางใหม่ที่มีประสิทธิภาพ

ผลิตภัณฑ์ยาซึ่งสามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (OTC) จำนวน 2รายการที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีนี้ ภายใต้การนำของ ดร.บุช ซึ่งได้แก่ ยาแก้ไอThieves® Cough Drops และ ครีมบรรเทาปวด Cool Azul™ Pain Relief Cream ได้ช่วยเปิดโอกาสใหม่ให้กับ Young Living ในการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาที่ใช้น้ำมันเป็นส่วนผสม ตามข้อแนะนำของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ทำให้ Young Living กลายเป็นบริษัทน้ำมันหอมระเหยเพียงแห่งเดียวที่คิดค้นและผลิตผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่นี้

นอกเหนือจากทำการค้นคว้าวิจัยใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์เดิมและการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว ดร.บุช และทีมงานยังได้ผลักดัน Young Living ให้ก้าวขึ้นไปยืนอยู่แถวหน้าในเรื่องของการรับประกันคุณภาพและความบริสุทธิ์ ด้วยการเป็นบริษัทน้ำมันหอมระเหยเพียงแห่งเดียวที่ดำเนินการทดสอบผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในบริษัทด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด

ดร.บุช เป็นสมาชิกของสมาคมอันทรงเกียรติหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงInstitute on Science for Global Policy และ American Association for the Advancement of Science นอกจากนี้ งานของเขายังรวมไปถึงสิทธิบัตรนับสิบรายการในด้านการดูแลสุขภาพ หนังสือหลายเล่ม และบทความจำนวนมากที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ที่มีกระบวนการกลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) 

เกี่ยวกับ Young Living Essential Oils

Young Living Essential Oils, LC เป็นผู้นำของโลกด้านน้ำมันหอมระเหย โดยใช้กระบวนการ Seed to Seal(R) อันเข้มงวดในการผลิตน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์สำหรับผู้บริโภค ครอบครัว และทุกไลฟ์สไตล์ กระบวนการดังกล่าวช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นของแท้ ปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ และบริสุทธิ์ 100% ซึ่งพันธกิจนี้เกิดจากความใส่ใจของบริษัทที่มีต่อโลกและผู้คนมากว่า 20 ปี สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่YoungLiving.com

สื่อมวลชนติดต่อ:

เจมี คาเนโกะ (Jamie Kaneko)

ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายกิจการองค์กรทั่วโลก

โทร: +1 801.221.7128

อีเมล: jkaneko@youngliving.com

“ตึกเอ็มไพร์สเตท” ตกแต่งอาคาร-จัดแสดงแสงสีเสียงต้อนรับคริสต์มาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–18 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ประดับประดาอาคารด้วยเครื่องตกแต่งตระการตา พร้อมจัดการแสดงแสงสีเสียงประจำปีสุดอลังการ

ตึกเอ็มไพร์สเตทประกาศรายละเอียดของกิจกรรม “ESB Unwrapped” ซึ่งเป็นของขวัญวันคริสต์มาสที่มอบให้แก่ชาวนิวยอร์ก นักท่องเที่ยว และแฟนๆจากทั่วโลกเป็นประจำทุกปี โดยตลอดระยะเวลา 1 เดือนเต็ม ทางตึกเอ็มไพร์สเตทจะประดับประดาหน้าต่างของตึกฝั่งฟิฟท์อเวนิวและในล็อบบี้อย่างตระการตา พร้อมด้วยการปรากฎตัวสุดเซอร์ไพรส์ของแขกพิเศษ ตลอดจนการแสดงแสงสีบนตึกประกอบเพลงประจำเทศกาล

 Empire State Realty Trust-Holiday Decor / Empire State Building Holiday Decor (PRNewsFoto/Empire State Realty Trust, Inc.)

รูปภาพ –http://photos.prnewswire.com/prnh/20161117/440807

แอนโทนี มัลกิน ประธานและซีอีโอของ ESRT กล่าวว่า “นับเป็นอีกครั้งที่ตึกเอ็มไพร์สเตทได้ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังมาเยือนนิวยอร์กอย่างอบอุ่น และร่วมฉลองไปพร้อมๆกับทุกคนทั่วโลก เราจะประดับขอบฟ้าของนิวยอร์กด้วยการแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการ รวมถึงการตกแต่งล็อบบี้ที่ห้ามพลาดชมด้วยประการทั้งปวง”

การปรากฏตัวสุดเซอร์ไพรส์ 

คุณไม่มีทางเดาออกว่าจะได้พบคนดังคนไหนในระหว่างการเยี่ยมชมตึกเอ็มไพร์สเตทช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมนี้ เพราะตึกเอ็มไพร์สเตทจะเชิญคนดังมากมายมาเยือนหอชมวิวบนชั้น 86 อันโด่งดัง เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศการชมวิวแบบ 360 องศา พร้อมกับทักทายแฟนๆทุกคน โดยแขกสุดเซอร์ไพรส์ในปีที่แล้วคือวงอะแคปเปลลาชื่อดัง “Pentatonix 

การประดับประดาต้อนรับเทศกาล 

ในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ตึกเอ็มไพร์สเตทจะทำการ “แกะของขวัญ” เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมการตกแต่งหน้าต่างฝั่งฟิฟท์อเวนิวที่ส่องประกายระยิบระยับเข้ากับเทศกาล อันเป็นผลงานการออกแบบของ Mark Stephen Experiential Agency โดยจะเนรมิตรลวดลายต่างๆ เข้ากับรูปทรงตึกเพื่อแสดงถึงฤดูหนาวและเทศกาล นอกจากนี้ บริเวณล็อบบี้ยังได้รับการตกแต่งด้วยเฉดสีทอง เงิน และทองแดง ที่จะเน้นความเป็นสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตเดโคให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 5 มกราคม 

การแสดงแสงสีเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ 

ตึกเอ็มไพร์สเตทจะเปิดไฟประดับอาคารเพื่อฉลองเทศกาลต่างๆอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันขอบคุณพระเจ้า วันฮานุกกะห์ วันคริสต์มาส ไปจนถึงวันส่งท้ายปีเก่า นอกจากนั้นยังเตรียมร่วมมือกับ iHeartMedia เพื่อจัดการแสดงแสงสีเสียงประจำปี โดยจะเปิดไฟให้เข้ากับเพลงเทศกาลที่เปิดทางสถานีวิทยุคลื่นต่างๆของ iHeartMedia ในนิวยอร์ก 

ดูตารางการแสดงแสงสีทั้งหมดได้ที่http://www.esbnyc.com/explore/tower-lights/calendar    

การแสดงดนตรีต้อนรับเทศกาล 

ในระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 30 ธันวาคม เฉพาะวันจันทร์ถึงวันศุกร์ จะมีนักเปียโนมาบรรเลงเพลงในล็อบบี้ฝั่งฟิฟท์อเวนิว ขอเชิญผู้มาเยือนทุกท่านร่วมฟังเพลงคลาสสิกและเพลงยอดนิยมประจำเทศกาลมากมายได้ในเวลา 8.00-11.00 น. 12.00-15.00 น. และ 16.00-19.00 น. 

เกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตท 

ตึกเอ็มไพร์สเตทมีความสูง 1,454 ฟุต (จากฐานถึงเสาอากาศ) เหนือย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน อาคารแห่งนี้เป็นของบริษัทเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ และเป็น “อาคารสำนักงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก” การลงทุนใหม่ๆในเรื่องการประหยัดพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่สาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ส่งผลให้ตึกเอ็มไพร์สเตทสามารถดึงดูดผู้เช่าชั้นหนึ่งจากหลากหลายวงการทั่วโลก นอกจากนี้ เทคโนโลยีการแพร่ภาพและกระจายเสียงที่ทันสมัยของตึกเอ็มไพร์สเตทยังสามารถรองรับสถานีโทรทัศน์และวิทยุสำคัญๆในมหานครนิวยอร์ก ตึกเอ็มไพร์สเตทได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาคารยอดนิยมของสหรัฐอเมริกาโดยสถาบันสถาปัตยกรรมแห่งอเมริกา ส่วนหอชมวิวของตึกเอ็มไพร์สเตทก็เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้ชื่นชอบมากที่สุดในโลก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของภูมิภาค รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตทได้ที่ www.empirestatebuilding.comwww.facebook.com/empirestatebuilding , @EmpireStateBldg ,www.instagram.com/empirestatebldgwww.youtube.com/esbnycหรือ www.pinterest.com/empirestatebldg/ 

เกี่ยวกับเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ 

เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ (NYSE: ESRT) คือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โดยเป็นผู้ครอบครอง บริหารจัดการ ดำเนินงาน เข้าซื้อ และรีโพสิชั่นอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกบนเกาะแมนฮัตตันรวมถึงมหานครนิวยอร์ก ซึ่งรวมไปถึงตึกเอ็มไพร์สเตท อาคารสำนักงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก และนับจนถึงวันที่ 30กันยายน 2559 บริษัทมีสำนักงานและอาคารค้าปลีกให้เช่าเป็นพื้นที่รวมกัน 10.1 ล้านตารางฟุต ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ให้เช่า 9.4 ล้านตารางฟุตในอาคารสำนักงาน 14 แห่ง แบ่งเป็นบนเกาะแมนฮัตตัน 9 แห่ง ในเขตแฟร์ฟิลด์ รัฐคอนเนคทิคัต 3 แห่ง และในเขตเวสต์เชสเตอร์ รัฐนิวยอร์กอีก 2แห่ง นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าอีกประมาณ 707,000 ตารางฟุต

“Enlitic” เตรียมนำเสนอโซลูชั่นการวินิจฉัยโรคในที่ประชุมสมาคมรังสีวิทยาแห่งอเมริกาเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซานฟรานซิสโก–18 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Enlitic บริษัทสตาร์ทอัพด้านการเรียนรู้การแพทย์เชิงลึกด้วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งได้รับการจัดอันดับโดย MIT Technology Review ให้เป็นหนึ่งใน “50 บริษัทอัจฉริยะ” มีความยินดีที่จะประกาศว่า ผู้ที่เข้าร่วมการประชุมประจำปีของสมาคมรังสีวิทยาแห่งอเมริกาเหนือ (RSNA) จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้ยลโฉมผลิตภัณฑ์ช่วยในการตัดสินใจของแพทย์ ที่ทาง Enlitic พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึกอันล้ำสมัย 

บูธของ Enlitic จะสาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์คัดแยกผู้ป่วยด้วยการเอกซ์เรย์ทรวงอกต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ผลิตภัณฑ์นี้สามารถตรวจคัดกรองลักษณะทางพยาธิวิทยาได้หลากหลายรูปแบบ ช่วยให้รังสีแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น พร้อมกับลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น 

นอกจากนี้ Enlitic ยังเตรียมเปิดตัวโซลูชั่นใหม่ในการคัดกรองโรคมะเร็งปอด ที่ทำงานโดยจักรกลการเรียนรู้เชิงลึกสามมิติ โดยสามารถตรวจจับและจำแนกก้อนเนื้อในปอด ติดตามผลในระยะยาว และรายงานผลอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและความครอบคลุมของการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอด และทำให้ไม่ต้องตัดเนื้อเยื่อไปตรวจโดยไม่จำเป็น 

ขณะเดียวกัน Enlitic ยังเตรียมแสดงศักยภาพด้านการตรวจเต้านมด้วยแมมโมแกรมเช่นกัน 

ผลิตภัณฑ์ด้านการวินิจฉัยโรคของ Enlitic ได้รับการพัฒนาภายใต้การให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดของ Capitol Health ผู้นำด้านการแสดงภาพและบริการวินิจฉัยโรคในออสเตรเลีย 

แอนดริว แฮร์ริสัน ซีอีโอของ Capitol Health กล่าวว่า เรารู้สึกตื่นเต้นที่ Enlitic จะได้สาธิตโซลูชั่นด้านการวินิจฉัยโรคต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก การนำโซลูชั่นเหล่านี้ไปใช้จะช่วยยกระดับการตรวจคัดกรองและการทำนายอาการของโรคตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะทำให้บริการด้านสุขภาพมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งในออสเตรเลียและประเทศอื่นๆทั่วโลก” 

เทคโนโลยีด้านการเรียนรู้เชิงลึกของ Enlitic ได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์ที่กระจัดกระจายเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ภาพทางรังสีวิทยาและพยาธิวิทยา ผลตรวจจากห้องทดลอง ข้อมูลพันธุกรรม ประวัติผู้ป่วย ไปจนถึงประวัติสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ 

การประชุมของ RSNA จะจัดขึ้นที่ชิคาโก ระหว่างวันที่ 27พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคม 2559 โดยสามารถนัดเวลาเพื่อรับชมการสาธิตผลิตภัณฑ์จาก Enlitic ได้ที่https://calendly.com/astoeckel/enlitic-rsna-2016/11-24-2016 หรือจะแวะมาที่ McCormick Place, 2301 S King Dr, North Hall, Booth 8001 ก็ได้เช่นกัน 

เกี่ยวกับ Enlitic  

Enlitic Inc. เป็นบริษัทด้านการเรียนรู้เชิงลึกที่อุทิศตนให้กับการพลิกโฉมวงการสุขภาพ อัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ของ Enlitic ได้รับการพัฒนาตั้งแต่ต้นจนจบโดยอาศัยศาสตร์หลายแขนง รวมถึงทีมนักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูล นักพัฒนาจักรกลเรียนรู้ และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงจากนานาประเทศ Enlitic มีสำนักงานใหญ่อยู่ในซานฟรานซิสโก และได้รับการจัดอันดับโดย MIT Technology Review ให้เป็นหนึ่งใน “50บริษัทอัจฉริยะ” ประจำปี 2559

นายกเทศมนตรีเมืองดึสเซลดอร์ฟ ต้อนรับคณะผู้นำเมืองเจ้าภาพตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2017 ณ การประชุม Tour-Summit

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดึสเซลดอร์ฟ, เยอรมนี–18 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          นายโธมัส เกอเซล นายกเทศมนตรีเมืองดึสเซลดอร์ฟ ให้การต้อนรับบรรดาเจ้าเมืองและผู้นำเขตต่างๆที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานทางไกล “ตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2017” ซึ่งเดินทางมาร่วมประชุม “Tour-Summit” ณ หอคอยปราสาทดึสเซลดอร์ฟ

 Tour-Summit / Thomas Geisel, Lord Mayor of Dusseldorf (in the middle of first row), welcomed his colleagues from the participant cities and regions to the "Tour-Summit" in the Dusseldorf Castle Tower. (PRNewsFoto/City of Duesseldorf)

          (รูป: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161117/440666)

          นายโธมัส เกอเซล นายกเทศมนตรีเมืองดึสเซลดอร์ฟ กล่าวว่า “วันนี้ ทุกสายตาในโลกแห่งกีฬาจักรยานต่างจับจ้องมาที่ดึสเซลดอร์ฟ ในฐานะเมืองเจ้าภาพจัดการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ สเตจแรกประจำปี 2017 หรือที่เรียกว่า “Grand Depart 2017″ ในขณะเดียวกัน เมืองต่างๆ รวมถึงเขตเทศบาลและอำเภอที่ใช้เป็นเส้นทางผ่านของนักปั่นที่ร่วมแข่งขันในครั้งนี้ก็ได้รับความสนใจจากทั่วโลกด้วยเช่นกัน จึงนับเป็นโอกาสที่วิเศษสุดที่เราจะได้ประชาสัมพันธ์ความงดงามของเมืองของเราและเสน่ห์ของการใช้จักรยานในการเดินทาง และแน่นอนว่า การแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2017 ยังได้ตอกย้ำให้เห็นถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างเยอรมนีและฝรั่งเศส ในฐานะที่เยอรมนีได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันGrand Depart อีกครั้ง หลังจากที่เคยจัดครั้งล่าสุดเมื่อกว่า 30 ปีก่อน

          การแข่งขันสเตจแรกจะนำนักปั่นควบจักรยานคู่ใจเข้าสู่ใจกลางเมืองดึสเซลดอร์ฟในวันที่ 1 ก.ค. ซึ่งเป็นการแข่งขันประเภทจับเวลา ส่วนในสเตจที่ 2 ในวันที่ 2 ก.ค.นั้น จะออกสตาร์ทที่ดึสเซลดอร์ฟ เมืองหลวงของรัฐนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลิน เช่นเดิม โดยหลังจากที่นักปั่นขี่อ้อมผ่านเมืองรายรอบอย่างเออร์คราท เมตมันน์ และราทิงเก้นแล้ว ผู้เข้าแข่งขันจะวกกลับเข้าสู่เมืองดึสเซลดอร์ฟอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์

          ต่อจากนั้น เส้นทางในสเตจที่ 2 จะนำนักปั่นผ่านเมืองเมียร์บูช นอยซ์ คาร์ส-บีทเก้น และคอร์ชเชนบรูยช์ ก่อนไปสิ้นสุดที่มึนเช่นกลัดบัค ซึ่งที่นี่เองจะมีการจัดอันดับคะแนนความเร็วเป็นครั้งแรกของการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2017 หลังจากนั้นบรรดานักปั่นน่องเหล็กจะขี่จักรยานผ่านเมืองยือลิช เขตเทศบาลทิตซ์และไอเดินโฮฟเวินในเขตไฮน์สเบิร์กและเขตดือเรน ก่อนจะเข้าสู่เมืองแอลส์ดอร์ฟและเวิร์ซาเลินในอาเคิน และไปจบที่เมืองคาเธอดรอลในเขตอาเคินเช่นกัน ซึ่งจะเป็นเมืองสุดท้ายในเยอรมนีสำหรับสเตจนี้ ก่อนที่เส้นทางของสเตจดังกล่าวจะไปสิ้นสุดที่เมืองลีแอชในประเทศเบลเยียม ระยะทางรวมทั้งสิ้น 206 กม.

          ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.duesseldorf.de/letour   

          City of Duesseldorf

          Kerstin Jaeckel-Engstfeld

          โทร.: +49-211-8993131

          อีเมล: presse@duesseldorf.de

          ที่มา: City of Duesseldorf

ไทยคว้าสิทธิ์จัดงานประชุม SITE ในปี 2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไทยคว้าสิทธิ์จัดงานประชุม SITE ในปี 2562

ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์คุณภาพในระดับภูมิภาค

ประเทศไทยโดยทีเส็บคว้าชัยประมูลสิทธิ์การจัดงานSITE Global Conference 2019 งานประชุมระดับโลกของหน่วยงานธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) ตอกย้ำความพร้อมในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลที่มีคุณภาพระดับภูมิภาค

นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บเปิดเผยว่า ประเทศไทยโดยทีเส็บคว้าชัยการประมูลสิทธิ์การจัดงาน “SITE Global Conference 2019” ซึ่งเป็นงานประชุมประจำปีของ สมาคม Society for Incentive Travel Excellenceหรือ SITE ซึ่งเป็นหน่วยงานเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล หรือ Incentive ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา มีสมาชิกเป็นผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวข้องกับการจัดการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ตามลำดับ อาทิ โรงแรม บริษัทนำเที่ยว ผู้จัดการประชุม (Meeting Planner / Organizer) เรือสำราญ องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยว (Tourism Board) องค์กรส่งเสริมการประชุม (CVB) และ Incentive House ประมาณ 2,000 คน จาก 90 ประเทศทั่วโลก

“จากรายงานของอเมริกัน เอ็กซ์เพรสพบว่า เศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มฟื้นตัว ทำให้ธุรกิจการประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลเริ่มมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น คาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นในระยะ 3 ปีข้างหน้า จึงเห็นความจำเป็นในการส่งเสริมและฟื้นฟูตลาดที่เคยเป็นตลาดหลักในกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งงานนี้ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพการจัดงานในด้านต่างๆ ได้แก่ มีโอกาสสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพความพร้อมของสินค้าและบริการใหม่ๆ ทางด้านไมซ์ของประเทศไทยต่อกลุ่มเป้าหมาย ในการเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับภูมิภาค เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์สู่กลุ่มเป้าหมาย ผ่านช่องทางการสื่อสารของ SITE ซึ่งมีฐานข้อมูลกว่า 500 รายในสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอีกกว่า 1,000 ราย สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายเครือข่ายการตลาดเพิ่มมากขึ้น ช่วยต่อยอดการขายให้กับภาคเอกชนเนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนหนึ่งในสามเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพสูง สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกับผู้ทรงคุณวุฒิในระดับสากล (New Platform) และสร้างรายได้ทางตรงให้กับผู้ประกอบการจากการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมประชุม”

สำหรับการจัดประชุมสมาชิก SITE Global Conference ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2546 ที่กรุงเรคยาวิก (Reykjavik) ประเทศไอซ์แลนด์ และหมุนเวียนไปจัดในประเทศต่างๆ และปีนี้ (พ.ศ. 2559) จะจัดขึ้นที่เมืองปานามาซิตี้ ประเทศปานามา ระหว่างวันที่ 57 พฤศจิกายน และปี พ.ศ.2561กำหนดจัดขึ้น ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 12-15มกราคม และจะจัดในประเทศไทยในเดือนมกราคมปี 2562 ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพการจัดงานนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นสมาชิกจากทั่วโลกประมาณ400 ราย

รูปแบบการจัดงาน ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยปี พ.ศ.2562ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการ การประชุมสาขาและสมาชิกประจำปี พร้อมด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านการสัมมนาทางวิชาการ 2 วัน และมีกิจกรรมสร้างเครือข่ายสมาชิก พร้อมด้วยทัศนศึกษาสถานที่สำหรับการจัดงานไมซ์ในประเทศไทย อาทิ ศูนย์การประชุม โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น

“งาน SITE Global Conference 2019 จะเป็นการจุดกระแสความตื่นตัวให้กับผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ในการเตรียมความพร้อมรองรับความต้องการของกลุ่มนักธุรกิจไมซ์ที่เข้าร่วมประชุมได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสถานที่จัดงาน ผู้ให้บริการจัดงานและแหล่งช้อปปิ้ง ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวก และการคมนาคม ซึ่งทีเส็บคาดว่าจะเป็นการจัดงานไมซ์ที่สำคัญอีกงานหนึ่งซึ่งมีส่วนทำให้จำนวนนักธุรกิจไมซ์ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยและรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่จะตั้งไว้ในปี 2562นายนพรัตน์ กล่าวโดยสรุป

#####

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ส่วนงานสื่อสารองค์กรสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

นางสาวอริสรา ธนูแผลง            ผู้จัดการอาวุโส      โทรศัพท์ 02-694-6095  อีเมล arisara_t@tceb.or.th

นางสาวฐิติวัลยา ไทยมงคลรัตน์ ผู้จัดการ                โทรศัพท์ 02-694-6103  อีเมล titiwanlaya_t@tceb.or.th

นางสาวขวัญชนก อดทน           ผู้ปฏิบัติการ โทรศัพท์ 026946096  อีเมล kwanchanok_o@tceb.or.th

นางสาวปนิยดา มุลาลินน์           ผู้ปฏิบัติการ โทรศัพท์ 026946091 อีเมล paniyada_m@tceb.or.th

 

เอ พับลิซิสท์ โทร. 0 2101 6860

คุณธิษตยา (แจง) 083 668 1112, คุณโกสินทร์ (ต้น) โทร. 081 566 2053, คุณสรศักดิ์ (เอิร์ธ) โทร. 089 406 5544

Capella Hotel Group เดินหน้าขยายธุรกิจในเอเชีย เตรียมเปิดรีสอร์ทสุดหรู “Capella Ubud” ที่บาหลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–18 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

พร้อมเปิดให้บริการในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2560

Capella Hotel Group Asia ได้รับเลือกจาก PT Awahita Indonesia ให้เป็นผู้ดำเนินการรีสอร์ทสุดหรูในเมืองอูบุด จังหวัดบาหลี โดยชื่อว่า “Capella Ubud” รีสอร์ทแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และจะสร้างนิยามใหม่แห่งการเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ด้วยเต็นท์พักแรมสุดหรู 22 หลังซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกผู้มีชื่อเสียงอย่างบิล เบนส์ลีย์ ขณะเดียวกัน รีสอร์ทแห่งนี้ยังพร้อมเผยให้เห็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวบาหลี เนื่องจากแม่น้ำวอสอันเป็นทำเลที่ตั้งของรีสอร์ท เป็นสถานที่ที่ชาวบาหลีจะมารวมตัวกันเพื่อประกอบพิธีกรรมในเทศกาลต่างๆ

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161116/8521607504-a

คำบรรยายภาพ – Capella Ubud ทิวทัศน์อันงดงามในช่วงรุ่งอรุณ

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161116/8521607504-b

คำบรรยายภาพ – Capella Ubud ภาพวาดสีน้ำของเต็นท์พักแรมสุดหรู

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161116/8521607504LOGO

คุณนิโคลัส เอ็ม เคลย์ตัน ซีอีโอของ Capella Hotel Group Asia กล่าวว่า “Capella จะมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ในท้องถิ่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากชาวยุโรปที่เข้ามาตั้งรกรากเมื่อศตวรรษที่ 18 โดย Capella Ubud จะเปิดโอกาสให้แขกผู้เข้าพักได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย พร้อมซึมซับบรรยากาศแห่งธรรมชาติของบาหลีในสถานที่พักผ่อนสุดหรู ทั้งนี้ ในช่วง 18 เดือนข้างหน้า เรามีกำหนดเปิดตัว 3 โครงการในเอเชีย เริ่มจากเซี่ยงไฮ้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2560 ตามมาด้วยอูบุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2560 และกรุงเทพฯ ในช่วงฤดูไม้ใบผลิปี 2561 โดยโรงแรมและรีสอร์ทของ Capellaแต่ละแห่งจะสะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของแต่ละสถานที่ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ตามแบบฉบับท้องถิ่นแท้ๆให้แขกผู้เข้าพักทุกคน”

คุณซูวีโต กูนาวัน ประธานอำนวยการของ PT Awahito Indonesia กล่าวว่า “ด้วยพรสวรรค์ด้านการออกแบบของบิล เบนส์ลีย์ ผนวกกับความเชี่ยวชาญของ Capella Hotel Group Asia เรามั่นใจว่า Capella Ubud จะสามารถตอบโจทย์ภาพในจินตนาการของแขกผู้เข้าพักที่อยากสัมผัสกับวัฒนธรรมในท้องถิ่นแบบแท้ๆ ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นของเราในการรักษาความงามตามธรรมชาติของอูบุด ไปพร้อมกับการสร้างความโดดเด่นให้กับมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตชาวบาหลี

Capella Ubud ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยทุ่งนาอันอุดมสมบูรณ์ ประกอบไปด้วยเต็นท์พักแรมสุดหรู 22 หลัง ซึ่งมาพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัวท่ามกลางวิวทิวทัศน์ของผืนป่าอันเขียวขจี นอกจากนั้นยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอีกมากมาย อาทิ ห้องสมุดอันเป็นเอกลักษณ์ของ Capella สระว่ายน้ำในกระโจม ห้องออกกำลังกายในเต็นท์ เตาปิ้งย่างสไตล์โรบาทายากิ ห้องอาหารในสวน รวมถึง Auriga สปาระดับรางวัลของทางรีสอร์ท

บรรดาผู้ช่วยส่วนตัวของทางรีสอร์ทเต็มใจให้บริการแขกทุกท่านนับตั้งแต่เข้าจองที่พักจนกระทั่งเช็คเอาท์ นอกจากนั้นยังยินดีช่วยจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวตามความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแบบแอคทีฟ หรือการพักผ่อนแบบสบายๆ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ในแบบฉบับบาหลีให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน รีสอร์ทยังตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ Sacred Monkey Forest Sanctuary และ Ubud Traditional Art Market แขกผู้เข้าพักทุกท่านจึงสามารถเพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมของบาหลี หรือเดินชมพื้นที่รอบทุ่งนา หรือเลือกปล่อยใจไปกับโปรแกรมเพื่อสุขภาพต่างๆที่ทางรีสอร์ทได้จัดเตรียมไว้ให้

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Capella Ubudได้ที่ joleena.seah@capellahotelgroup.com

เกี่ยวกับ Capella Hotel Group

Capella Hotel Group มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา และมีสำนักงานสาขากระจายอยู่ในเอเชียและยุโรป บริษัทเป็นผู้บริหารจัดการโรงแรมและรีสอร์ททั่วโลก โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น4 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ Capella Hotels and Resorts อันเป็นแนวคิดบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ท และที่พักสุดหรู เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ฉลาดเลือก ด้วยรูปแบบการบริการที่เป็นส่วนตัว โดยปัจจุบันเปิดให้บริการที่ดุสเซลดอร์ฟ สิงคโปร์ อิกซ์ตาปา และเซนต์ลูเซีย ทั้งยังมีแผนเปิดโรงแรมเพิ่มเติมที่ออร์แลนโด กรุงเทพฯ โตโดสซานโตส เซี่ยงไฮ้ และบาหลี

ส่วนที่สองคือ Solis Hotels and Resorts ซึ่งเป็นเครือรีสอร์ท โรงแรม และที่พักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่แสวงหาสถานที่ที่ให้ความรู้สึกเป็นสากล มีอาหารรสเลิศ และสปาระดับเวิลด์คลาส ปัจจุบันเปิดให้บริการที่เมืองดอนเนกัลของไอร์แลนด์ และเมืองหนานจิงของจีน และยังมีแผนเปิดตัวโรงแรมเพิ่มเติมที่บาหลี แอตแลนตา กว่างโจว ซูโจว และออร์แลนโด

ส่วนที่สามคือ Independent Hotels and Resorts ซึ่งดำเนินงานโดยอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและวัฒนธรรมการบริการตามแบบฉบับของ Capella Hotel Group ปัจจุบันเปิดให้บริการที่นิวซีแลนด์ บาหลี และสหรัฐอเมริกา ทั้งยังมีแผนเปิดตัวโรงแรมเพิ่มเติมที่เม็กซิโก จีน และยุโรป

ส่วนสุดท้ายคือ Auriga ซึ่งเป็นธุรกิจสปาระดับเวิลด์คลาสเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและพลานามัยที่ดี โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการโคจรของดวงจันทร์ ทรีทเมนต์แบบฉบับของ Auriga แต่ละรายการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงอิทธิพลของวิถีโคจรของดวงจันทร์ที่มีผลต่อร่างกายและอารมณ์ของเรา

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.capellahotelgroup.com

สื่อมวลชนติดต่อ

Capella Hotel Group Asia

Joleena Seah 
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร 
โทร. +65 6887 9835 
อีเมล: joleena.seah@capellahotelgroup.com