Ingenico Group ภูมิใจประกาศเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่างเป็นทางการ: Ingenico ePayments

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

ปารีส, ประเทศฝรั่งเศส–(Marketwired)–19 ม.ค. 2559

Ingenico Group (EURONEXT PARIS: ING) ผู้นำระดับโลกด้านการชำระเงินออนไลน์ ได้ประกาศอย่างภาคภูมิใจในวันนี้ถึงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของแบรนด์ ใหม่: Ingenico ePayments

แผนกการค้าออนไลน์และมือถือในเครือ Ingenico Group ได้รวมองค์กร Ogone และ GlobalCollect เข้าด้วยกัน เพื่อผสานขีดความสามารถและการให้บริการต่างๆ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการแบบ end-to-end ที่เพิ่มมากขึ้นให้แก่ผู้ค้าทั่วโลก การเปิดตัวของแบรนด์ Ingenico ePayments ในขณะนี้ได้เสร็จสิ้นกระบวนการควบรวมแล้ว และช่วยเสริมตำแหน่งของกลุ่มบริษัทในอุตสาหกรรมการชำระเงิน

Philippe Lazare ประธานกรรมการและซีอีโอของกลุ่ม Ingenico กล่าวว่า: “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศเปิดตัวแบรนด์ใหม่ของเรา In genico ePayments อย่างเป็นทางการ แบรนด์นี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งแก่จุดยืนของเราในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ ได้อย่างไม่ต้องสงสัย จะพาเราก้าวไปอีกขั้นสู่การเป็นผู้เล่นที่มีความหลายหลายและนำมาซึ่งผล ประโยชน์ที่จะเพิ่มแก่ร้านค้าของเรา”

ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าและคู่ค้า Ingenico ePayments มีการชำระเงินที่แตกต่างกันมากกว่า 150 วิธี ในมากกว่า 170 ประเทศ ช่วยร้านค้าในการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงโดยผ่านเครื่องมือทางธุรกิจที่ยก ระดับ ตลอดจนการแก้ปัญหาการจัดการการทุจริตและความเชี่ยวชาญด้านการค้าข้ามพรมแดน Ingenico ePayments ยังได้จัดเตรียมการผนวกรวมขั้นสูงและแก้ปัญหาการชำระเงินทางมือถือที่เหมาะ โดยผ่านการเชื่อต่อของ Ingenico ทำให้ง่ายขึ้นต่อร้านค้าในการนำเสนอทางเลือกการชำระเงินในอุปกรณ์ต่างๆได้ มากขึ้น บริการมูลค่าเพิ่มและเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เหล่านี้ ช่วยให้ร้านค้าเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจของพวกเขาและเติบโตข้ามสู่ช่องทาง และตลาดใหม่ๆได้

“Ingenico ePayments เป็นผ ู้นำระดับโลกอย่างแท้จริง ด้วยการนำเสนอระดับโลกที่แข็งแกร่งและความสามารถในการให้บริการที่เน้น ลูกค้าซึ่งช่วยให้ร้านค้าของเราขยายธุรกิจออนไลน์ของพวกเขาได้” คำกล่าวของ Pierre-Antoine Vacheron รองประธานบริหารของ Ingenico ePayments “แบรนด์ Ingenico ePayments เป็นที่ยอมรับจากความสำเร็จของเราในการเป็นผู้ให้บริการการชำระเงินระดับโลก และเน้นย้ำความใฝ่ฝันของเราที่จะเติบโตขึ้นและนำไปสู่ตลาดนี้ ”

ตราบริษัท
http://release.media-outreach.com/i/Download/4170

เกี่ยวกับ Ingenico Group
Ingenico Group (EURONEXT PARIS: ING) ผู้นำระดับโลกในการชำระเงินออนไลน์ ให้บริการโซลูชั่นที่ชาญฉลาด เชื่อถือได้และมีความปลอดภัยเพื่อช่วยด้านการค้าในทุกช่องทาง ในร้านค้า ออนไลน์และมือถือ ด้วยเครือข่ายการชำระเงินอันเป็นที่ยอมรับที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรานำเสนอโซลูชั่นชำระเงินที่ปลอดภัยกับท้องถิ่น ระดับชาติและระหว่างประเทศ เราเป็นพันธมิตรระดับโลกที่เชื่อถือได้สำหรับสถาบันการเงินและผู้ค้าปลีก ตั้งแต่ร้านค้าเล็กๆ ไปจนถึงหลายแบรนด์ดังระดับโลกที่เป็นที่รู้จักกันดี โซลูชั่นของเราช่วยให้ร้านค้าลดความซับซ้อนของการชำระเงินและส่งมอบแบรนด์ ของพวกเขาตามสัญญา
www.ingenico.com, twitter.com/ingenico

เกี่ยวกับ Ingenico ePayments
Ingenico ePayments เป็นส่วนการค้าออนไลน์และบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในเครือของ Ingenico Group เราเชื่อมโยงร้านค้าและผู้บริโภค ช่วยให้ธุรกิจทุกหนแห่งได้ดำเนินต่อไปได้เกินขอบเขตของวันนี้ และสร้างอนาคตของการค้าโลก ในฐานะที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี 1994, จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมของเราได้ช่วยผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้าในทุกช่อง ทาง เราเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ค้าใหญ่น้อยกว่า 65,000 รายที่ต้องพึ่งพาเราช่วยทำให้การชำระเงินเป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย สำหรับลูกค้าของพวกเขา ด้วยการวิเคราะห์ข้อ มูลขั้นสูง แก้ปัญหาการจัดการการทุจริต และความเชี่ยวชาญด้านพาณิชย์ข้ามพรมแดน เราช่วยให้ร้านค้าเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจของพวกเขาและเติบโตไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้ทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่www.ingenico.com/epayments หรือติดตามเราบน Twitter หรือ LinkedIn

ข้อมูลการติดต่อ

ติดต่อ
Ingenico ePayments / APAC
Mark Patrick
กรรมการผู้จัดการ, เอเชียแปซิฟิก
mark.patrick@ingenico.com
+65 6408 8220

Simon-Kucher เผยพลังของการปรับขึ้นราคา 2% จากผลสำรวจบริษัทในอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

สิงคโปร์–(บิสิเนส ไวร์)–19 ม.ค. 2559

– ผลการทดสอบภาวะวิกฤตว่าด้วยการกำหนดราคา ซึ่งจัดทำโดย Simon-Kucher เผยให้เห็นว่า บริษัทในอาเซียนอาจทำเงินเพิ่มขึ้นได้ง่ายๆ ด้วยการขึ้นราคาเพียง 2% และอาจทำให้ 5 ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคทำกำไรเพิ่มขึ้นได้ถึง 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เมื่อเร็วๆนี้ ทำให้บริษัทต่างๆจำเป็นต้องแสวงหาแนวทางใหม่ๆเพื่อเพิ่มกำไรให้ได้มากที่สุด ปัจจุบัน 5 ประเทศอาเซียน (สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) ทิ้งเงินกว่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไปโดยเปล่าประโยชน์ เพียงเพราะลังเลที่จะขึ้นราคาแม้เพียงเล็กน้อย ข้อมูลดังกล่าวเป็นผลจากการทดสอบภาวะวิกฤตว่าด้วยการตั้งราคาในอาเซียน หรือ ASEAN Pricing Stress Test 2016 [http://www.simon-kucher.com/en/news/simon-kucher-study-reveals-power-two-perc ent ] ซึ่งจัดทำโดยบริษัทที่ปรึกษาการตลาดและกลยุทธ์ระดับโลก Simon-Kucher & Partners [http://www.simon-kucher.com/en-us ] บริษัทได้ทำการวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียนราว 1,200 แห่งในภูมิภาค โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค ค้าปลีก การผลิต น้ำมันและก๊าซ การก่อสร้าง และเคมี “หลายบริษัทมองไม่เห็นศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของการขึ้นราคาเพียงเล็กน้อย” ดร. โจเชน เคราส์ [https://www.linkedin.com/in/jochen-krauss-0b71802a/en ] หุ้นส่วนผู้จัดการ ประจำสำนักงาน Simon-Kucher & Partners ในสิงคโปร์กล่าว

ศักยภาพทำกำไรเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า

จากสมมติฐานที่ว่ามีการขึ้นราคา 2% ผลการวิเคราะห์พบว่าบริษัท 80% อาจทำกำไรเพิ่มขึ้นได้ในอัตราตัวเลขสองหลัก นั่นหมายความว่าบริษัท 14% ที่ไม่สามารถทำกำไรในปัจจุบัน จะสามารถ(กลับ)เข้าสู่ระยะทำกำไร ยิ่งไปกว่านั้น บริษัท 11% อาจทำกำไรเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันได้กว่าสองเท่า “การปรับราคาแค่เพียง 2% สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างไม่น่าเชื่อ” ดร.เคราส์ กล่าว “นี่เป็นเรื่ องจริง โดยเฉพาะกับบริษัทที่มีกำไรน้อย”

สิงคโปร์และไทยมีแนวโน้มทำกำไรแข็งแกร่งสุด

เมื่อพิจารณาถึงศักยภาพของแต่ละประเทศ พบว่า สิงคโปร์และไทยนำมาด้วยความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 45% ขณะที่ฟิลิปปินส์รั้งท้ายด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 30% นั่นหมายความว่า ทั้ง 5 ประเทศอาเซียนมีศักยภาพทำกำไรเพิ่มขึ้น 42% โดยเฉลี่ย “นั่นเป็นเงินจำนวนเยอะมากที่ถูกทิ้งไปอย่างสูญเปล่า” ซิโมน แลมบริช ที่ปรึกษาอาวุโสของ Simon-Kucher กล่าว “บริษัทมักจะพยายามปรับปรุงประสิทธิภาพของต้นทุน แต่ควรรับรู้ด้วยว่าโดยธรรมชาติแล้ว การทำเช่นนี้ก็มีข้อจำกัดและเป็นอันตรายต่อการเติบโตและการสร้างสรรค์นวัต กรรมเช่นกัน การขึ้นราคาช่วยเพิ่มกำไรได้มากกว่าการลดต้นทุนอย่างมาก”

ขณะที่มุมมองในภาคอุตสาหกรรมก็สะท้อนให้เห็นว่า ทุกบริษัทจะได้ประโยชน์อย่างมากจากการขึ้นราคาเพียง 2% โดยอุตสาหกรรมที่สามารถทำกำไรเพิ่มมากที่สุดคือ อุตสาหกรรมเคมี (45%) รองลงมาคือ/ ตามมาด้วยการก่อสร้าง (44%) และการบริโภคและค้าปลีก(43%) “ถึงเวลาแล้วที่ผู้บริหารจะต้องยอมรับว่าการตั้งราคาคือปัจจัยที่ช่วยเพิ่ม กำไรได้มากที่สุด เป็นแนวทางที่เป็นระบบ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเลขรายได้ของบริษัท” ดร.เคราส์แนะนำ “บริษัทสามารถเริ่มปรับปรุงผลกำไรได้แล้วตั้งแต่ตอนนี้ ด้วยการคว้าเป้าหมายง่ายๆ Simon-Kucher ขอสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ ค้นพบและดำเนินมาตรการตั้งราคาและการขายที่เหมาะสม”

บทความฉบับเต็ม: http://www.simon-kucher.com/en/news/simon-kucher-study-reveals-power-two-percent

ดร. โจเชน เคราส์ หุ้นส่วนผู้จัดการประจำสำนักงาน Simon-Kucher & Partners ในสิงคโปร์ และซิโมน แลมบริช ที่ปรึกษาอาวุโสของ Simon-Kucher

ติดต่อ:
Simon-Kucher & Partners
Monika Glory Setiastari
monika.glory@simon-kucher.com
+65 6341 9027
www.simon-kucher.com

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160114006506/en/

GroupM ประกาศเป็นพันธมิตรด้านสื่อกับ LINE มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าในเอเชียแปซิฟิคด้วยนวัตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

ฮ่องกง–19 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          GroupM มีความยินดีที่จะประกาศเรื่องการเป็นพันธมิตรด้านสื่อครั้งสำคัญที่ครอบคลุมทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิคกับบริษัท LINE Corporation จากประเทศญี่ปุ่นLINE เป็นแอพโทรศัพท์และรับ-ส่งข้อความที่ไม่คิดค่าบริการ นับเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการสื่อสารที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ซึ่งมีฐานผู้ใช้บริการทั่วโลกที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว  โดยมีฐานผู้ใช้บริการเป็นประจำจำนวน 212 ล้านคนต่อเดือน ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่อยู่ในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิค อาทิ ไต้หวัน ไทย และอินโดนีเซีย ข้อตกลงต่างๆก็จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในทันที และเป็นหนึ่งในหลากหลายความร่วมมือด้านสื่อครั้งใหม่ที่ทาง GroupM จัดทำขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าในภูมิภาค

          LINE เปิดทางให้แบรนด์ต่างๆได้สื่อสารกับผู้คนได้อย่างปลอดภัยในแบบเรียลไทม์” LINE เป็นแอพส่งข้อความได้ในทันทีผ่านทางสมาร์ทโฟนซึ่งผู้ใช้สามารถเช็คความเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แบรนด์ต่างๆจึงสามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการได้อย่างทันท่วงทีและยังผูกพันกับผู้ใช้ ด้วยการที่ LINE เป็นบริการโซเชียลเน็ตเวิร์กแบบปิด ทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ติดต่อสื่อสารในรูปแบบที่เป็นส่วนตัวกับคนรู้จัก LINE จึงถือเป็นแหล่งข้อมูลที่วางใจได้ที่ผู้ใช้คุ้นเคยและยังมีสภาพแวดล้อมที่แบรนด์ต่างๆให้ความวางใจ นักโฆษณาผ่านทาง LINE ยังได้รับผลดีจากนโยบายที่เข้มงวดด้านการให้สิทธิ์ใช้งานแก่ผู้ใช้ที่สร้างความมั่นใจได้ว่าการใช้บัญชีปลอมจะไม่เกิดขึ้น

          “กลุ่มลูกค้าต้องการเราในฐานะที่เป็นวิธีการที่ทันสมัยที่สุด เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิค”มาร์ค แพตเตอร์สัน ซีอีโอ GroupM Asia Pacificกล่าว “LINE เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะในเอเชียและยังเติบโตรวดเร็วที่สุด และปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเครื่องมือใหม่ที่สำคัญในการสร้างความผูกพันกับผู้บริโภค บรรดาเอเจนซี่ของเราได้ช่วยลูกค้าให้สามารถใช้ประโยชน์แพลตฟอร์มตามแผนการณ์ด้านสื่อได้ดียิ่งขึ้น และเราพัฒนาความร่วมมือครั้งนี้เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ดิจิทัลของ LINE สามารถทำงานหนักมากขึ้นเพื่อแบรนด์ของลูกค้า”

          ข้อตกลงดังกล่าวนำเสนอความได้เปรียบด้านการแข่งขันให้แก่ลูกค้าเอเจนซี่ของ GroupM ด้วยการกำหนดราคาที่มีประสิทธิภาพ การเข้าถึงผลิตภัณฑ์โฆษณาใหม่ๆได้อย่างรวดเร็ว และการฝึกอบรมเฉพาะด้านเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่เหมาะสมโดยยึดคุณสมบัติเฉพาะของแพลตฟอร์มและความต้องการในด้านต่างๆของผู้ใช้

          “ปัจจุบัน การใช้แอพแชตเพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคและบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้ากลายเป็นกระแสไปทั่วโลก เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้รับสาร ความร่วมมือกับ GroupM ในครั้งนี้จะทำให้เราเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น” ซินทาโร ทาเบตา รองประธานอาวุโส ซึ่งเป็นประธาน Corporate Salesของ LINE Corp กล่าว “ด้วยการฝึกอบรมของ LINE Training Sessions ยังทำให้เราสามารถถ่ายทอดโซลูชั่นการทำตลาดที่ได้ผลที่สุดภายใต้สภาพแวดล้อมด้านการสื่อสารที่มีลักษณะเฉพาะตัวของ LINE และยังสร้างมาตรวัดชั้นแนวหน้าในตลาด”

          “กลุ่มผู้บริโภคออนไลน์ทั่วโลกรวมทั้งในเอเชียแปซิฟิคสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงความต้องการแพลตฟอร์มหรือบริการที่สามารถไว้วางใจได้ รูปแบบที่มีลักษณะปิดของ LINE จึงสามารถดึงดูดผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น GroupM และ LINE จะช่วยให้ลูกค้าของเราเข้าถึงผู้ใช้บริการด้วยรูปแบบที่สนุกสนานและไม่เป็นการรบกวน โดยอาศัยการเชื่อมต่อแบรนด์ที่ไว้ใจได้กับผู้ใช้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่วางใจได้ไร้ข้อกังขา” นิค บินส์ รองผู้อำนวยการฝ่ายเทรดดิ้งของ GroupM Asia Pacific กล่าว

          เกี่ยวกับ GroupM

          GroupM เป็นบริษัทบริหารจัดการการลงทุนด้านสื่อชั้นแนวหน้าระดับโลก และยังเป็นบริษัทแม่ของเหล่าเอเจนซี่สื่อของ WPP ได้แก่ Mindshare, MEC, MediaCom, Maxus และ Essence ตลอดจนแพลตฟอร์มสื่อดิจิทัลแบบ programmatic ได้แก่ Xaxis ซึ่งดำเนินกิจการไปทั่วโลกด้วยจุดยืนชั้นนำในตลาด เป้าหมายหลักของ GroupM คือ ยกระดับประสิทธิภาพเอเจนซีสื่อของ WPP ให้ถึงขีดสุด ด้วยการดำเนินงานในฐานะผู้นำและผู้ประสานงานด้านการซื้อขาย พัฒนาคอนเทนท์ กีฬา ดิจิทัล การเงิน การพัฒนาเครื่องมือของบริษัทและความสามารถอื่นๆที่สำคัญต่อธุรกิจ GroupM มุ่งเน้นที่จะนำเสนอความได้เปรียบที่เหนือชั้นด้านการซื้อขายให้แก่ลูกค้า ผู้ถือประโยชน์ร่วม และประชาชน

          สามารถดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GroupM ที่ www.groupm.com

          ติดตาม @GroupMWorldwide ได้ทางทวิตเตอร์

          ติดตาม GroupM ทาง LinkedIn ได้ที่ https://www.linkedin.com/company/groupm

          เกี่ยวกับ LINE Corporation

          LINE Corporation มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ญี่ปุ่น และบริหารจัดการแอพแชต LINE บริการระดับโลกที่มีผู้ใช้บริการอยู่ในกว่า 230 ประเทศ LINE เป็นแอพที่ให้บริการแชตแบบ 1 ต่อ 1 และแบบกลุ่มโดยไม่คิดค่าบริการ นอกจากนี้ยังมีบริการโทรออกด้วยเสียงและวิดีโอทั้งในและต่างประเทศฟรี นอกจากแอพแชตที่สามารถใช้ส่งสติกเกอร์และอีโมติคอนสีสันสดใสยอดนิยมได้ทางออนไลน์นี้แล้ว บริษัทยังมีบริการมากมายที่ไม่ใช่แอพแชตตั้งแต่เกมต่างๆไปจนถึงแอพแบ่งปันรูปภาพ

 

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ LINE กรุณาเข้าชมที่ http://linecorp.com/en/

          สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

          David.Grabert@GroupM.com

          โทร. +1 212.297.8092 (สหรัฐ)

          Samantha.Kops@GroupM.com

          โทร. +1 929.375.8374 (สหรัฐ)

Neusoft เปิดตัวเครื่องสแกน “NeuSight PET/CT” สู่ตลาดโลกอย่างเป็นทางการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

เสิ่นหยาง, จีน–19 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

Neusoft Medical Systems Co., Ltd. เปิดตัวเครื่องสแกน NeuSight PET/CT สู่ตลาดโลกอย่างเป็นทางการ เครื่องสแกนรุ่นนี้ผ่านการรับรองมาตรฐาน CE ของยุโรป และได้รับการอนุมัติจาก FDA ของสหรัฐอเมริกา NeuSight PET/CT ผสมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันล้ำสมัยในการแสดงภาพที่มีความละเอียดสูงและใช้รังสีต่ำ ซึ่งให้ข้อมูลประกอบการวินิจฉัยที่มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆสู่ตลาด PET/CT ระดับไฮเอนด์ทั่วโลก

 Neusoft NeuSight / NeuSight PET/CT (PRNewsFoto/Neusoft Corporation)

NeuSight PET/CT (PRNewsFoto/Neusoft Corporation)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160118/322964

 

ก่อนหน้านี้ Neusoft Medical Systems ได้ร่วมมือกับ Positron ผู้บุกเบิกเครื่อง PET สำหรับสแกนหัวใจในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน Neusoft ได้เข้าเป็นเจ้าของPositron แต่เพียงผู้เดียว และมีการติดตั้งเครื่อง PET กว่า 20 เครื่องแค่ในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว การผสมผสานเทคโนโลยีและองค์ความรู้ของ Neusoftและ Positron เข้าด้วยกัน ส่งผลให้เครื่องสแกน NeuSight PET/CT ได้รับการพัฒนาจนประสบความสำเร็จ โดยฝ่ายวิจัยและพัฒนาเครื่องสแกน NeuSight ได้เริ่มทำงานตั้งแต่ปี 2555 และมีเครื่องสแกนต้นแบบจำนวน 4 เครื่องที่ผ่านการรับรองระดับโรงงานในปี 2557 จากนั้นในปี 2558 NeuSight PET/CT ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน CE ของยุโรป และได้รับการอนุมัติจาก FDA ของสหรัฐอเมริกา

 

NeuSight PET/CT มาพร้อมกับระบบอิเล็กทรอนิกระดับไฮเอนด์ ซึ่งสามารถแสดงภาพคุณภาพสูงและประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงช่วยให้แพทย์รังสีวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ทางการแพทย์ได้รับปริมาณงานในระดับสูงและได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างคุ้มค่า ทั้งยังสามารถให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้ป่วยได้เช่นเดิม

 

คุณแพทริค วู ซีอีโอของ Neusoft Medical Systems กล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ชั้นนำ Neusoft Medical Systems ได้กำหนดให้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์เป็นหัวใจสำคัญของเรา เรามีส่วนช่วยให้อุตสาหกรรมการแพทย์ของจีนมีความก้าวหน้าในด้านซอฟต์แวร์และวิศวกรรมผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี สำหรับการเปิดตัว NeuSight PET/CT นั้น ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหม่ของเราในด้านอุปกรณ์การแพทย์ระดับไฮเอนด์ ในอนาคต เราจะพยายามยิ่งขึ้นในการพัฒนานวัตกรรมและความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และบริการชั้นเลิศให้แก่ลูกค้าทั่วโลก”

 

เกี่ยวกับ Neusoft Medical Systems

 

Neusoft Medical Systems Co., Ltd. เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ชั้นนำจากจีนซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2541 บริษัทมุ่งพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นหลักจนกลายเป็นผู้นำในตลาดเครื่องมือและบริการทางการแพทย์ของจีน ทั้งยังขยายกิจการด้วยการเปิดบริษัทย่อยในต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปรู รัสเซีย บราซิล และเวียดนาม บริษัทผลิตเครื่องมือแพทย์หลากหลายประเภท อาทิ เครื่องสแกน CT, MRI, X-ray, Ultrasound, PET/CT, Linear Accelerator และ IVD (In Vitro Diagnostic Products) รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ medical.neusoft.com/en

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

 

Terry Du

ศูนย์บริหารการสร้างแบรนด์และการตลาด

Neusoft Corporation

โทร. +86-24-8366-2306

อีเมล: duch@neusoft.com

SANS เตรียมจัดการแข่งขัน NetWars Tournament ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก ที่งาน Secure Singapore 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

สิงคโปร์–19 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          SANS ผู้นำระดับโลกด้านการฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยข้อมูล ประกาศนำการแข่งขัน NetWars Tournament มาสู่เอเชียแปซิฟิก โดยการแข่งขันNetWars ครั้งแรกในภูมิภาค จะจัดขึ้นร่วมกับงานฝึกอบรม SANS Secure Singapore 2016 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม – 9 เมษายน

          NetWars คือระบบจำลองยุทธทางไซเบอร์อันตื่นเต้นเร้าใจ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประลองได้สร้าง ฝึกฝน และวัดทักษะในการป้องกัน วิเคราะห์ และการฝึกซ้อมเชิงรุกในสภาพแวดล้อมจริง CORE NetWars Tournament คือการประชันกันด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์และเครือข่ายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบประสบการณ์และทักษะของผู้แข่งขันในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เป็นเกมการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ได้ใช้ทักษะในหลากหลายระดับ และแบ่งการแข่งขันออกเป็นระดับต่างๆ เพื่อให้ผู้แข่งขันที่มีทักษะขั้นสูงสามารถผ่านการประลองระดับต้นๆ ไปสู่ระดับที่ตนชำนาญได้อย่างรวดเร็ว

 

          NetWars Tournament จะครอบคลุมชุดทักษะดังต่อไปนี้

          – การประเมินจุดอ่อน (Vulnerability Assessment)

          – การวิเคราะห์แพ็กเก็ต (Packet Analysis)

          – การทดสอบการเจาะระบบ (Penetration Testing)

          – การปิดช่องโหว่ระบบ (System Hardening)

          – การวิเคราะห์มัลแวร์ (Malware Analysis)

          – การเก็บหลักฐานทางดิจิทัล และการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดคิด (Digital Forensics and Incident Response)

          “NetWars ของ SANS เป็นยิ่งกว่าการแข่ง ชิงธงทั่วๆไป โดยนำเสนอการประเมินทักษะความปลอดภัยทางไซเบอร์ของผู้เข้าร่วมแข่งขันแบบเรียลไทม์ในสภาพแวดล้อมการแข่งขันและการเรียนรู้ที่สนุกสนาน” Suresh Mustapha กรรมการผู้จัดการ SANS ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าว เราตื่นเต้นที่ได้เป็นเจ้าภาพจัด Asia Pacific NetWars Tournament เป็นครั้งแรกในสิงคโปร์ และตั้งตารอที่จะได้ค้นพบสุดยอดคนเก่งในภูมิภาคของเรา

          SANS Secure Singapore 2016 ถือเป็นงานที่รวบรวมหลักสูตรความปลอดภัยสารสนเทศของ SANS ที่ตื่นเต้นเร้าใจที่สุดและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปัจจุบัน โดยคณาจารย์ชั้นเซียนของ SANS ที่งาน Secure Singapore จะให้ความรู้เกี่ยวกับหลักปฏิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันทางไซเบอร์ ความปลอดภัย ICS การเก็บหลักฐานทางดิจิทัล และการตรวจสอบไอที นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานจะได้เรียนรู้วิธีการทำงานของการโจมตีไซเบอร์ และวิธีการป้องกันและบรรเทาความเสียหาย

          ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Secure Singapore จะสามารถเข้าร่วมการแข่งขัน NetWars Tournament โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับNetWars Tournament ในวันที่ 9 เมษายน รายชื่อหลักสูตร หรือการลงทะเบียนร่วมงาน SANS Secure Singapore กรุณาเข้าชมที่ www.sans.org/u/c7T

          เกี่ยวกับ SANS Institute

          SANS Institute ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1989 ในฐานะองค์กรเพื่อความร่วมมือด้านการวิจัยและการศึกษา SANS เป็นสถาบันที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในด้านการฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และการออกประกาศนียบัตรรับรองให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทั้งในภาครัฐและเอกชนทั่วโลก คณาจารย์ที่มีชื่อเสียงของ SANS จัดการเรียนการสอนมากกว่า 50 หลักสูตร ในกิจกรรม การฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบสดๆกว่า 200กิจกรรม รวมไปถึงกิจกรรมออนไลน์ ด้าน GIAC ซึ่งอยู่ในเครือของ SANS Institute เป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคลากรผ่านการออก ประกาศนียบัตรรับรองด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ 30 รายการ ขณะเดียวกัน SANS Technology Institute ซึ่งเป็นสถาบันในเครือที่ให้การรับรองอย่างเป็นอิสระในระดับภูมิภาค ยังได้เปิด หลักสูตรปริญญาโทสาขาการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วย SANS นำเสนอทรัพยากรฟรีจำนวนมหาศาลให้แก่ชุมชน InfoSec ซึ่งรวมถึงโปรเจคที่เกิดจากฉันทามติ รายงานการวิจัย และจดหมายข่าว SANS ยังดำเนินงานระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าของอินเทอร์เน็ต ได้แก่ Internet Storm Center ทั้งนี้ หัวใจของ SANS คือบุคลากรด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์จำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวแทนของหลากหลายองค์กรทั่วโลก ตั้งแต่บริษัทไปจนถึงมหาวิทยาลัย ที่มาทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเหลือแวดวงการรักษาความปลอดภัยข้อมูลโดยรวมทั้งหมด (www.SANS.org)

ไมโครชิป เปิดตัวคอมไพเลอร์ตระกูล MPLAB(R) XC PRO เจ้าของรางวัลการันตีคุณภาพ พร้อมแพคเกจรายเดือนราคาประหยัดชนิดต่ออายุได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

กรุงเทพฯ–19 ม.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ด้วยแพคเกจใช้งานคอมไพเลอร์รุ่น PRO ที่มีให้เลือกตามความต้องการ เหล่านักออกแบบระบบฝังตัวจึงสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่น 

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ อนาล็อก และแฟลช-ไอพี ประกาศจำหน่ายใบอนุญาตชนิดต่ออายุรายเดือนราคาประหยัดตามรูปแบบการใช้งาน สำหรับซีคอมไพเลอร์ตระกูล MPLAB(R) XC รุ่น PRO ซึ่งได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมาแล้ว คอมไพเลอร์รุ่น MPLAB XC8, XC16 และXC32 นี้มีการใช้งานที่ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยความเร็วในการทำงานและขนาดโปรแกรมที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU) ~1,400 PIC(R) และคอนโทรลเลอร์สัญญาณดิจิตอล (DSC) ตระกูล dsPIC(R) ทั้งหมด โดยมีแพคเกจให้บริการตามลักษณะการทำงานในสามระดับด้วยกัน ได้แก่ Free, Standard และPRO ทั้งนี้ด้วยการเปิดตัวใบอนุญาตระดับ PRO แบบรายเดือน ไมโครชิปจึงเปิดโอกาสให้เหล่านักออกแบบ MCU ขนาด 8-bit, 16-bit และ 32-bit สามารถใช้งานฟีเจอร์และปรับขนาดโปรแกรมได้อย่างคุ้มค่ากับรูปแบบการทำงาน นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตยังสามารถอัพเดทคอมไพเลอร์ตระกูล MPLAB XC เวอร์ชั่นใหม่ได้ตามระดับบริการที่ตนรับอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องรับบริการ MPLAB XC High Priority Access (HPA) แต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น ใบอนุญาตนี้ไม่ได้อยู่ในรูปแบบคลาวด์ ดังนั้นเหล่านักออกแบบจึงสามารถใช้งานคอมไพเลอร์แบบออฟไลน์ได้ ซึ่งถือว่าแตกต่างไปจากซอฟต์แวร์อื่นๆที่วางจำหน่ายในตลาด

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160111/8521600170

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์และระดับการให้บริการคอมไพเลอร์ตระกูล MPLAB XC สามารถรับชมได้ที่http://www.microchip.com/Compilers-120115a

เหล่านักออกแบบระบบฝังตัวสามารถเลือกใช้คอมไพเลอร์ MPLAB XC ของไมโครชิปในแพคเกจ PRO เพื่อให้ขนาดของโปรแกรมนั้นมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ขณะที่ตัวโปรแกรมเองก็มีความเร็วในการทำงานดีขึ้น” ดีเรค คาร์ลสัน รองประธานฝ่าย Development Tools ของไมโครชิป กล่าว “ด้วยตัวเลือกใบอนุญาตใช้งานคอมไพเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นที่สุดในตลาด วันนี้ลูกค้าจึงมีอิสระในการใช้คอมไพเลอร์ระดับ PRO เมื่อถึงคราวจำเป็น”

คอมไพเลอร์ MPLAB XC รองรับระบบปฏิบัติการ Linux, Mac OS(R) and Windows(R) ซึ่งเปิดโอกาสให้เหล่านักออกแบบสามารถเลือกใช้แพลตฟอร์มพัฒนาระบบของตนได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ MPLAB XC ยังเป็นส่วนหนึ่งของชุดเครื่องมือคอมไพเลอร์และดีบักเกอร์/โปรแกรมเมอร์ที่ทำงานร่วมกันได้ โดยสามารถทำงานได้อย่างแนบเนียนบนโปรแกรมโอเพนซอร์สประเภทข้ามแพลตฟอร์มอย่าง MPLAB X Integrated Development Environment ซึ่งช่วยลดทั้งระยะเวลาในการเรียนรู้และการลงทุนด้านเครื่องมือ คอมไพเลอร์ MPLAB XC ยังรองรับการทำงานกับ MPLAB IDE ด้วยเช่นกัน

การวางจำหน่าย

สามารถขอรับใบอนุญาตชนิดต่ออายุรายเดือน สำหรับการใช้งานคอมไพเลอร์ที่ระบุด้านล่างได้แล้ววันนี้ ทางhttp://www.microchip.com/microchipDIRECT-120115a: MPLAB XC8 PRO Compiler Subscription License (Part # SW006021-SUB), MPLAB XC16 PRO Compiler Subscription License (Part #SW006022-SUB), MPLAB XC32/XC32++ PRO Compiler Subscription License (Part #SW006023-SUB)

ใบอนุญาตนี้จะได้รับการต่ออายุอัตโนมัติเป็นรายเดือน โดยสามารถยกเลิกและเริ่มใหม่ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลดคอมไพเลอร์ MPLAB XC เพื่อใช้งานในแพคเกจฟรี ซึ่งมาพร้อมกับโปรโมชั่นทดลองใช้แพคเกจ PRO เป็นเวลา 60 วันได้ที่http://www.microchip.com/Compilers-120115a สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อตัวแทนขายของไมโครชิป หรือติดต่อผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจากไมโครชิปทั่วโลก

แหล่งข้อมูลและภาพ

สามารถรับชมรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่ฟลิกเกอร์ หรือติดต่อกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก):

ภาพกราฟฟิคคอมไพเลอร์: http://www.microchip.com/Graphic-120115a

สามารถติดตามไมโครชิปได้ที่ :

– RSS Feed สำหรับข่าวผลิตภัณฑ์ของไมโครชิป: http://www.microchip.com/RSS-120115a
ทวิตเตอร์: http://www.microchip.com/Twitter-120115a
เฟซบุ๊ก: http://www.microchip.com/Facebook-120115a
ยูทูบ: http://www.microchip.com/YouTube-120115a

เกี่ยวกับไมโครชิป เทคโนโลยี

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ ตลอดจนโซลูชั่นอนาล็อกสัญญาณผสม และแฟลช-ไอพี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนรวมของทั้งระบบ และร่นระยะเวลาในการนำเสนอแอปพลิเคชั่นหลายพันรายการสำหรับลูกค้าในตลาดทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของไมโครชิปตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศพร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่ http://www.microchip.com/Homepage-120115a

หมายเหตุ: ชื่อและโลโก้ Microchip, PIC, dsPIC และ MPLAB เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆทั้งหมดที่ระบุถึงในข่าวฉบับนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

Daphne Yuen (ไมโครชิป)
โทร: +852-2943-5115
อีเมล: 
daphne.yuen@microchip.com

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160111/8521600170

Heliatek ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีจากเยอรมนี เตรียมร่วมการประชุม World Economic Forum ที่ดาวอส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

เดรสเดน,เยอรมนี–19 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Heliatek จะใช้เวทีการประชุมประจำปี World Economic Forum ซึ่งจะจัดขึ้น ณ เมืองดาวอส-คลอสเตอร์ส ระหว่างวันที่ 20-23 มกราคมนี้ ในการนำเสนอเทคโนโลยีพลิกโลกอย่างเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดฟิล์มออร์แกนิก โดย Thibaud Le Seguillon ซีอีโอของ Heliatek จะพบปะพูดคุยกับเครือข่ายผู้นำจากทั่วโลก ทั้งในภาคธุรกิจ ภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ ภาควิชาการ รวมถึงภาคประชาสังคม เพื่อกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในระดับโลก

 Heliatek HeliaFilm / Heliatek's award-winning photovoltaic HeliaFilm(R) can even be made semi-transparent for windows to extend its use as a solar harvester for energy neutral green buildings (PRNewsFoto/Heliatek)

Heliatek’s award-winning photovoltaic HeliaFilm(R) can even be made semi-transparent for windows to extend its use as a solar harvester for energy neutral green buildings (PRNewsFoto/Heliatek)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150804/254469 )

Roofed walkway Seletar Airport / Roofed walkway with HeliaFilm(R) at Seletar Airport, Singapore (C) JTC (PRNewsFoto/Heliatek)

Roofed walkway with HeliaFilm(R) at Seletar Airport, Singapore (C) JTC (PRNewsFoto/Heliatek)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160115/322863 )

เราจะใช้โอกาสครั้งสำคัญนี้ในการนำเสนอเทคโนโลยีเก็บเกี่ยวพลังงานแสงอาทิตย์ที่ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ นับเป็นนวัตกรรมสุดล้ำสมัยที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าในปัจจุบันที่มีขนาดใหญ่ ก่อมลพิษ และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ HeliaFilm(R) ของเราจะเป็นส่วนสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4″ Thibaud Le Seguillon กล่าว

เมื่อปีที่แล้ว Heliatek ได้รับการยกย่องจาก World Economic Forum ให้เป็น 1 ใน 49 นักบุกเบิกเทคโนโลยีและเป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวจากเยอรมนีที่ได้รับเลือก จากทั้งหมด 10 ประเทศ บริษัทจากเมืองเดรสเดนแห่งนี้เป็นผู้พัฒนาและผลิต HeliaFilm(R) ซึ่งเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดฟิล์มสำหรับผลิตไฟฟ้า ที่มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ และมีความหนาไม่ถึง 1 มิลลิเมตร นอกจากนี้ Heliatek ยังเป็นผู้นำด้านพลังงานอิเล็กทรอนิกส์แบบออร์แกนิก โดยครองสถิติโลกจากเซลล์แสงอาทิตย์ออร์แกนิกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 12% อีกทั้งยังคว้ารางวัล Renewable Energy Design Award 2015 จากการประกาศรางวัล Elektra European Electronics Industry Awards ด้วย

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการตีตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ HeliaFilm(R) ที่สามารถนำไปใช้ร่วมกับวัสดุก่อสร้างต่างๆ เช่น กระจกและคอนกรีตได้ ทางบริษัทก็ได้เดินหน้ารุกสู่ธุรกิจพีวีซีเมมเบรน (PVC membrane) ด้วยการสร้างความร่วมกับบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง และในปีนี้ Heliatek จะเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่ๆออกสู่ตลาดร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก ขณะเดียวกัน HeliaFilm(R) ได้ถูกนำไปใช้ในโครงการใหญ่ของสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นการทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆที่เหมาะกับชุมชนเมืองและมีความยั่งยืน โดย HeliaFilm(R) จะถูกนำไปใช้ร่วมกับเหล็กและกระจก ด้วยระดับความโปร่งแสงและสีสันแตกต่างกัน

เกี่ยวกับ Heliatek

ด้วยความสามารถในการพัฒนาวัสดุสุดล้ำ และศักยภาพในการผลิตสินค้าจำนวนมาก Heliatek จึงเป็นบริษัทแรกที่ทำการจำหน่ายเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดฟิล์ม OPV ในวงกว้าง

เกี่ยวกับ World Economic Forum

World Economic Forum (WEF) เป็นองค์กรระดับนานาชาติที่มุ่งมั่นพัฒนาประชาคมโลก ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนโดยยึดหลักความเป็นพลเมืองโลก http://www.weforum.org

สามารถดูรายละเอียดผู้ได้รับรางวัลในอดีตได้ที่ http://www.weforum.org/communities/technology-pioneer

ติดต่อ:

Cornelia Jahnel

Heliatek GmbH

Treidlerstrasse 3, 01139 Dresden

โทร. +49 351-213034-421

อีเมล: cornelia.jahnel@heliatek.com

เว็บไซต์: http://www.heliatek.com

ที่มา: Heliatek

“ฮิโรชิ โมริยามะ” รมว.กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น นำขบวนแนะนำผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่นในงาน “WAZA Enjoy Taste of Japan ที่สิงคโปร์ พร้อมตั้งเป้าส่งออก 1 ล้านล้านเยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

โตเกียว–15 ม.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น – เอเชียเน็ท / อินโฟเควสท์

          เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์ กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดงาน “WAZA Enjoy Taste of Japan” ขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 9 – 10 มกราคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้า อิเซตัน สก็อตส์ ประเทศสิงคโปร์ โดยงานดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะนำเสนอความน่าสนใจในวัฒนธรรมการรับประทานอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์เกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น  นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอบริการ Producer Direct Order Service อันเป็นบริการใหม่ในการขนส่งสินค้าสดประเภทเกษตร ป่าไม้ และประมง รวมถึงอาหารแช่เย็นและแช่แข็งตรงจากกลุ่มผู้ผลิตญี่ปุ่นสู่ผู้บริโภคสิงคโปร์ จัดขึ้นควบคู่กันไปด้วย ทั้งนี้ งานดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการให้บริการและเพิ่มการรับรู้เรื่องผลิตภัณฑ์เกษตร ป่าไม้ และประมง รวมถึงอาหารผ่านบริการอันเหนือชั้นของญี่ปุ่น

 

          พิธีเปิดงาน ณ พื้นที่จัดงานในห้างสรรพสินค้า ประเทศสิงคโปร์

          (รูปภาพที่ 1: https://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M102324/201601157051/_prw_OI1fl_1oN0G603.jpg )

          พิธีเปิดงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่  9 ม.ค. เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีแขกรับเชิญเข้าร่วมงาน 200 คน นาย ฮิโรชิ โมริยามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวในพิธีเปิดว่า “สิงคโปร์เป็นประเทศที่นำเข้าผลิตภัณฑ์การเกษตร ป่าไม้ และประมง รวมถึงอาหารจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุดเป็นอันดับที่ 8 และเราหวังว่า จะเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังสิงค์โปร์ให้มากขึ้น วันนี้ยังเป็นวันสำคัญสำหรับการเปิดตัวระบบการกระจายสินค้า เพื่อจัดส่งผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นให้ถึงมือผู้บริโภคในสิงคโปร์ ภายในระยะเวลาเพียง 1-2 วัน ผ่านความร่วมมือของบริษัทเอกชนหลายแห่ง ผมหวังว่า ผู้บริโภคจำนวนมากในสิงคโปร์จะรู้จักและชื่นชอบผลิตภัณฑ์การเกษตร ป่าไม้ และประมง รวมถึงอาหาร ของประเทศญี่ปุ่น” พร้อมระบุว่า ในส่วนของการเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าประเภทการเกษตร ป่าไม้ และประมงนั้น บริษัทจัดส่งสินค้าจำเป็นต้องร่วมมือกัน ในด้านต่างๆ เช่น มาตรการกักกันสัตว์และพืชเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย และวิธีการที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนการกระจายสินค้า  

          ภายในงานยังได้มีการสาธิตการทำอาหารและชิมอาหารซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “ดื่มด่ำรสชาติแห่งความสดใหม่ของญี่ปุ่น” อีกทั้งยังมีสตรอว์เบอร์รีและเนื้อวากิวที่ส่งตรงมาจากผู้ผลิตชาวญี่ปุ่น และเพื่อเป็นการเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับบริการ Producer Direct Order Service ซึ่งเป็นการให้บริการสำหรับผลิตภัณฑ์และอาหารเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง งานดังกล่าวจึงจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่ส่งมาจากทั่วญี่ปุ่น พร้อมทั้งมอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดีเป็นสตรอว์เบอร์รี่ส่งตรงถึงบ้านผ่านบริการProducer Direct Order Service  โดยมีชาวสิงคโปร์จำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม

          นายฮิโรชิ โมริยามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ประเทศญี่ปุ่น นำชมงานที่จัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าในประเทศสิงคโปร์

          (รูปภาพ2:  https://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M102324/201601157051/_prw_OI2fl_Vtw47lDu.jpg )

          เมื่อวันที่ 9 มกราคม เวลา 18.00 น. ณ ศูนย์ Japan Creative Center งานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับอาหารพิเศษที่ปรุงขึ้นจากผลิตภัณฑ์และอาหารจากภาคการเกษตร ป่าไม้ และประมง เช่น เนื้อวากิวญี่ปุ่น และสตรอว์เบอร์รีที่ผู้ร่วมงานประมาณ100 รายที่ได้สัมผัสกับประสบการณ์ “โอโมะเตะนาชิ” หรือบริการด้วยใจโดยตรง รัฐมนตรีโมริยามะ กล่าวถึงเป้าหมายและการพัฒนาในอาเซียนว่า ” ยอดส่งออกของญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว อยู่ที่ราว  7 แสนล้านเยน เราตั้งใจที่จะส่งออกให้ได้ถึง 1 ล้านล้านเยน และผมเชื่อว่าเราสามารถไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้ในระดับก้าวกระโดด ในฐานะที่เป็นเกตเวย์แห่งอาเซียน ผมมองว่าสิงคโปร์เป็นตลาดที่สำคัญอย่างแท้จริง”

          ภาพรวม

          พิธีเปิดงาน

          – วันที่: วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2559 เวลา 11.00-12.00 น. (ประตูเปิดเวลา 10.30 น.)

          – สถานที่: Isetan Singapore Scotts Store Event Space (350 ชอว์ เฮาส์ Shaw House ถนนออชาร์ด ประเทศสิงคโปร์)

          – จัดงานโดย: กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ประเทศญี่ปุ่น

          – การสนับสนุนพิเศษจาก: สภาการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ญี่ปุ่น (J-LEC) บริษัทยามาโตะ ทรานสปอร์ต จำกัด บริษัท เอเอ็นเอ คาร์โก อิงค์ และอิเซตัน

          – แขกผู้ร่วมงาน: มร.ฮิโรชิ โมริยามะ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง, มร.ฮารุฮิสะ ทาเคอูชิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสิงคโปร์, มิสโรซาน จาง  มิสอินเตอร์เนชั่นแนลสิงคโปร์ 2015, มร.ยุทากะ นางาโอะ ประธานบริษัท ยามาโตะ ทรานสปอร์ต, มร.อะกิระ โอกาดะ ประธานบริษัทเอเอ็นเอ คาร์โก, มร.ซึโยชิ ฮิชินุมะ ประธานสภาการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ญี่ปุ่น, มร.โทชิฮิโกะ สุงิเอะ ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจัดการ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ประจำสำนักงานใหญ่ บริษัท อิเซตัน มิตสุโกชิ โฮลดิ้งส์, มร.เอเอตสุ ซากุราบะ ผู้อำนวยการทั่วไปประจำสำนักงานอุตสาหกรรมอาหาร กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง

          กำหนดการ: 11.00-11.10 น. พิธีกรกล่าวเปิดงาน

                         11.10-11.20 น. พิธีตัดริบบิ้นเปิดงาน

                         11.30-12.00 น. การนำเสนอจุดเด่นของงาน

                         12.00-12.15 น. ช่วงให้สัมภาษณ์

          งานเลี้ยงรับรอง

          – วันที่: วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2559 เวลา 18.00-19.30 น. (งานเลี้ยงรับรอง)

          – สถานที่: Japan Creative Centre   (4 ถนนนาสซิม ประเทศสิงคโปร์)

          – จัดงานโดย: กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ประเทศญี่ปุ่น

          – การสนับสนุนพิเศษจาก: สภาการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ญี่ปุ่น (J-LEC) บริษัทยามาโตะ ทรานสปอร์ต จำกัด บริษัทเอเอ็นเอ คาร์โก อิงค์ และอิเซตัน

          – แขกผู้ร่วมงาน: มร.ฮิโรชิ โมริยามะ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง, มร.ฮารุฮิสะ ทาเคอูชิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสิงคโปร์, มิสโรซาน จาง  มิสอินเตอร์เนชั่นแนลสิงคโปร์ 2015, มร.ยุทากะ นางาโอะ ประธานบริษัท ยามาโตะ ทรานสปอร์ต จำกัด, มร.อะกิระ โอกาดะ ประธานบริษัทเอเอ็นเอ คาร์โก, มร.ซึโยชิ ฮิชินุมะ ประธานสภาการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ญี่ปุ่น, มร.โทชิฮิโกะ สุงิเอะ ผู้อำนวยการ  เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจัดการ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ประจำสำนักงานใหญ่ บริษัท อิเซตัน มิตสุโกชิ โฮลดิ้งส์

          กำหนดการ:   18.00-18.06 น. พิธีกรกล่าวเปิดงาน

                           18.06-18.10 น. แขกร่วมดื่มฉลอง

                           18.10-19.30 น. งานเลี้ยงรับรอง

                           19.30 น. ปิดงาน

          ที่มา: “Waza Enjoy Taste of Japan” Administration Office

“วิกเตอร์ เพทริก” นำเสนอผลการค้นพบครั้งใหม่ ชี้กราฟีนอาจช่วยชีวิตมนุษย์ได้หลายล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

มอสโก–18 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โครงการวิจัยเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของกราฟีน (Graphene) ในฐานะสารดูดซับ (Enterosorbent) ได้มีการจัดทำขึ้นที่ S.M. Kirov Military Medicine Academy ในประเทศรัสเซีย โดยมีบรรษัทข้ามชาติ Kirsan – Petrik Laboratory of the Future เป็นผู้นำการวิจัย

 Kirsan Research Results / The survival rate of rats contained on a standard diet (lower line) and with the introduction of the substance graphene (upper line). (PRNewsFoto/Kirsan - Petrik Laboratory)

The survival rate of rats contained on a standard diet (lower line) and with the introduction of the substance graphene (upper line). (PRNewsFoto/Kirsan – Petrik Laboratory)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160115/322677 )

โครงการดังกล่าวทำการทดลองในสัตว์ที่เป็นโรคไตวายระยะเฉียบพลันและระยะที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลจากการผ่าตัดเอาไตออกทั้งสองข้าง

การผ่าตัดดังกล่าวทำกับหนูทดลองที่ถูกวางยาสลบ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของสนธิสัญญาแห่งยุโรปว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ใช้เพื่อการทดลองและวัตถุประสงค์อื่นๆทางวิทยาศาสตร์ [Strasbourg, 18.03.1986]

ผลการทดลองเผยให้เห็นว่า ในสัตว์ทดลองที่มีภาวะยูรีเมียนั้น การให้สารกราฟีนทางปากช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของหนูทดลองได้มากถึงสองเท่า เมื่อเทียบกับหนูทดลองอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รับสารดังกล่าว

ผลการวิจัยบ่งชี้ว่า กราฟีนสามารถเป็นองค์ประกอบหลักในการคิดค้นตัวยาที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อใช้รักษาอาการเป็นพิษจากภาวะยูรีเมียอันเป็นผลพวงจากโรคไต โรคเบาหวาน และโรคอื่นๆ

วิกเตอร์ เพทริก ได้ค้นพบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากกราฟีนที่มีความเสถียรนอกโครงสร้างผลึกกราไฟท์มาตั้งแต่ปี 2539 ผลการค้นพบดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนกับ International Association of the Authors of Scientific Discoveries เมื่อปี 2544 (Diploma No.163)

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2541 วิกเตอร์ เพทริก ได้ตั้งศูนย์ผลิตกราฟีนระดับอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกของโลก โดยใช้กรรมวิธีทำลายกราไฟท์ด้วยความเย็น และได้มีการจดสิทธิบัตรใน 43 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในสหรัฐอเมริกาด้วยหมายเลขสิทธิบัตร US No.7,842,271 B2 ปี 2547

เริ่มแรกนั้น กราฟีนที่ผลิตขึ้นโดยวิกเตอร์ เพทริก ได้ถูกตรวจสอบโดยใช้เทคนิคอิเล็กตรอนสเปกโทรสโกปี ณ Institute of criminology of the Federal Security Service of Russia และ Institute of spectroscopy of the Russian Academy of Sciences เมื่อปี 2540 และหลังจากนั้นที่ University of California ในเมืองเดวิส และ University of California ในเมืองเออร์ไวน์ http://www.vpetrik.com/userfiles/docs/statya_engrus.pdf

วิกเตอร์ เพทริก ได้เริ่มศึกษาสรรพคุณทางการแพทย์ของกราฟีนเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2540 จากนั้นในปี 2542 Russian Cardiology Centre ได้ค้นพบผลลัพธ์สำคัญจากการใช้กราฟีนในการขจัดสารพิษในน้ำเลือด

ในปี 2543 ได้มีการวิจัยคุณสมบัติของกราฟีนในการรักษาแผลไฟไหม้และแผลติดเชื้อ ณ Institute of Experimental Medicine ซึ่งเป็นองค์กรภายใต้การดูแลของรัฐบาลรัสเซีย และที่ Dzanelidze Research Institute of Emergency Medicine

http://www.vpetrik.com/userfiles/docs/medics/medicine.rar

http://www.vpetrik.com/userfiles/docs/medics/toxicology.rar

Kirsan – Petrik Laboratory of the Future

ฝ่ายสื่อมวลชน

Timofey Khrilev

อีเมล: phoenix.press.service@gmail.com

โทร. +7-499-346-35-11

ที่มา: บรรษัทข้ามชาติ Kirsan – Petrik Laboratory of the Future

HCL Foundation ทุ่มเงินพันล้านรูปีเพื่อสนับสนุนองค์กรเอ็นจีโอในอินเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

โนอิดา, อินเดีย–18 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

เปิดตัวโครงการ HCL Grant เพื่อสนับสนุนองค์กรเอ็นจีโอ

– ร่วมแสดงความยินดีกับองค์กรเอ็นจีโอ 6 แห่งที่ผ่านเข้ารอบ จากองค์กรกว่า 400 แห่งทั่วอินเดีย

องค์กรเอ็นจีโอหนึ่งเดียวที่ได้รับเลือกจะคว้าเงินสนับสนุน 50 ล้านรูปี

 

HCL Foundation ประกาศเปิดตัวโครงการ “HCL Grant” เพื่อให้การสนับสนุนองค์กรเอ็นจีโอและบรรดาผู้นำทางสังคมที่ดำเนินโครงการต่างๆในการยกระดับและพัฒนาประเทศ โดยจะมีการทุ่มเงิน 1 พันล้านรูปีในโครงการนี้ตลอดระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า และในปีแรกนี้ องค์กรเอ็นจีโอหนึ่งแห่งที่ได้รับเลือกจะคว้าเงินสนับสนุน 50 ล้านรูปี

 

HCL ได้แสดงความยินดีกับองค์กรเอ็นจีโอ 6 แห่งที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จากบรรดาองค์กรเอ็นจีโอกว่า 400 แห่งทั่วประเทศที่ต้องผ่านขั้นตอนการคัดเลือกอย่างเข้มข้นโดยคณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิ อันประกอบไปด้วย

 

มอนเทก ซิงห์ อาลูวาเลีย  – นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ

– ปาลลาวี  ชรอฟฟ์ – ที่ปรึกษาทางกฎหมายผู้ทรงคุณวุฒิ จากบริษัท  Shardul Amarchand Mangaldas & Co.

– บี เอส บาสวัน – อดีตผู้อำนวยการ Indian Institute of Public Administration และอดีตเลขาธิการ HRD

– ทอม มิลเลอร์ –  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ บริษัท Anthem Inc.

– โรบิน อับรามส์ – อดีตประธานบริษัท Palm Computing และสมาชิกบอร์ดบริหารของ HCL Technologies ที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด

– ริชาร์ด ลาริวิเยร์ – ประธาน Field Museum ในชิคาโก และอดีตอธิการบดี University of Oregon

– ชีฟ นาดาร์ – ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท HCL Corporation

 

องค์กรเอ็นจีโอมีบทบาทสำคัญในการสร้างชาติ จึงถูกยกให้เป็นฐานันดรที่ 5 อันทรงพลัง ซึ่งปฏิบัติงานควบคู่ไปกับอีก 4 ฐานันดร อันได้แก่ ฝ่ายตุลาการ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และสื่อมวลชน สำหรับปีแรกของโครงการ HCL Grant นั้น จะมีการมอบเงินสนับสนุนให้แก่องค์กรเอ็นจีโอหนึ่งแห่งในแวดวงการศึกษา ส่วนในปีต่อๆไป องค์กรเอ็นจีโอและบรรดาผู้นำทางสังคมจากแวดวงสุขภาพและการพัฒนาระบบนิเวศ จะได้รับสิทธิเข้าชิงเงินสนับสนุนมูลค่า 50 ล้านรูปีเช่นกัน

 

คุณโรบิน อับรามส์ สมาชิกบอร์ดบริหาร HCL Technologies และประธานคณะกรรมการตัดสินของ HCL Grant กล่าวว่า “นับเป็นเวลาอันยาวนานที่องค์กรเอ็นจีโอได้เข้ามามีบทบาทในการเติมเต็มช่องว่างของประชากรจำนวนมหาศาลในอินเดีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ด้อยโอกาสทั้งในด้านการศึกษา สุขภาพ และแม้กระทั่งสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน สิ่งที่ทำให้บทบาทขององค์กรเอ็นจีโอมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดคือ การทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพลเมืองอินเดียและเข้าถึงในจุดที่องค์กรอื่นๆอาจเข้าไม่ถึง โครงการ HCL Grant มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การสนับสนุนองค์กรเอ็นจีโอ ด้วยการทำให้กระบวนการและกรอบการดำเนินงานมีความเป็นสถาบันมากขึ้น รวมถึงให้การยกย่องผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอินเดียด้วย”

 

คุณศรีมาธี ศิวะศังการ์ ประธาน HCL Foundation กล่าวว่า “เราเชื่อว่าองค์กรเอ็นจีโอมีความสำคัญเทียบเท่ากับอีก 4 ฐานันดร โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย ซึ่งเต็มไปด้วยปัญหาอันซับซ้อนหลายประการในขณะนี้ เราจะค้นหาองค์กรเอ็นจีโอที่มีความเหมาะสมผ่านโครงการ HCL Grant และช่วยให้องค์กรเหล่านั้นมีความเป็นสถาบันมากขึ้นด้วยการเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน การสนับสนุนจากเราและการประเมินผลอย่างสม่ำเสมอนั้น จะช่วยผลักดันองค์กรเหล่านี้ให้ก้าวหน้าและบรรลุพันธกิจในระยะยาว”

 

องค์กรเอ็นจีโอ 6 แห่งที่เข้ารอบสุดท้าย ประกอบด้วย

 

1. Going to School: ดำเนินงานครอบคลุมกว่า 1,300 โรงเรียน และเปลี่ยนชีวิตเด็กๆ 150,000 คนทุกสัปดาห์ ด้วยการสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่เด็กๆ โดยใช้แนวทางและสื่อการเรียนรู้

2. Indian society of agribusiness professionals (ISAP): มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรกว่า 150,000 ครัวเรือน รวมถึงผู้ประกอบการด้านเกษตรกรรม 4,200 ราย เยาวชนผู้ยากไร้ 8,000 คน ผู้หญิง 15,000 คน ใน 3,500 หมู่บ้าน 250 ชุมชน ใน 70 เขตทั่วประเทศอินเดีย ผ่านหลากหลายโครงการในด้านการเกษตรและการพัฒนาทักษะ

3. Prayatn Sanstha: โครงการ “Quest for the dawn of change” ของ Prayatn Sanstha มุ่งแก้ปัญหาอย่างตรงจุดทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ แรงงานเด็ก ฯลฯ โดยเน้นเป็นพิเศษไปที่ผู้หญิงและเด็กหญิง

4. Social Work & Research Centre (รู้จักโดยทั่วไปในชื่อ BAREFOOT COLLEGE): นับเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วที่ Barefoot College ได้ทำงานในด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ การสร้างพลังให้กับสตรี และการแก้ปัญหาพลังงาน โดยมีเป้าหมายในการสร้างสังคมชนบททั่วประเทศให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

5. Association for voluntary action (รู้จักโดยทั่วไปในชื่อ Bachpan Bachao Andolan): ก่อตั้งโดยไกรลาส สัตยาธิ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และดำเนินงานมายาวนานกว่า 30 ปี โดยได้ช่วยเหลือเด็กๆจากการค้ามนุษย์กว่า 84,800 คน และช่วยให้เด็กๆกว่า 200,000 คนใน 392 หมู่บ้านใน 12 รัฐของอินเดียได้เข้าถึงการศึกษา

6. Pardada Pardadi educational society (PPES): ส่งเสริมการสร้างสังคมชนบทให้มีความแข็งแกร่งทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม

 

งานประกาศผลองค์กรเอ็นจีโอที่คว้าทุนจาก HCL Grant จัดขึ้นในวันที่ 18 มกราคม โดยมีบรรดาผู้นำและผู้ทรงเกียรติจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงานนี้

 

ที่มา:  http://www.hcltech.com/press-releases/corporate/hcl-foundation-commits-inr-100-crores

 

สื่อมวลชนติดต่อ

 

HCL Technologies

Ajay Davessar

อีเมล: Ajay.Davessar@hcl.com

โทร. +91-120-4382800

 

ที่มา: HCL Technologies