“ZEP” บริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ ยืนยันพัฒนากระเบื้องหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ได้ก่อน “Tesla”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เอิร์ค, เนเธอร์แลนด์–3 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

“ZEP” พัฒนากระเบื้องหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ได้ก่อน “Tesla” และยังคงนำหน้าอย่างต่อเนื่อง 

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลกด้วยการเปิดตัวกระเบื้องหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์เมื่อไม่นานมานี้ ทว่าในความเป็นจริงนั้น บริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์อย่าง ZEP สามารถพัฒนากระเบื้องหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว และในขณะที่คุณมัสก์ได้ประกาศว่าจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านทางบริษัท SolarCity ในปีหน้า ทาง ZEP ก็ได้จำหน่ายกระเบื้องหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ครัวเรือน ตัวแทนจำหน่าย และบริษัทก่อสร้างในเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี อังกฤษ และสแกนดิเนเวียมาพักใหญ่แล้ว 

กระเบื้องหลังคาเซรามิกติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ของ ZEP ซึ่งผ่านการจดสิทธิบัตรแล้วนั้น สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และสามารถใช้งานร่วมกับแบตเตอรี่เก็บพลังงานแสงอาทิตย์ได้ทุกประเภท นอกจากนี้ กระเบื้องหลังคาของ ZEP ยังใช้เทคโนโลยีจดสิทธิบัตรที่สามารถนำพลังงานความร้อนใต้แผ่นกระเบื้องมาจัดเก็บในระบบหุงต้มได้โดยตรง ช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถลดการใช้บริการจากหน่วยงานบริการไฟฟ้า และทำให้ ZEP ขึ้นนำบริษัทอื่นอยู่หลายก้าว 

อย่างไรก็ดี ZEP ยินดีกับกระแสตอบรับทั่วโลกที่คุณมัสก์ได้สร้างขึ้น โดย จูสต์ เดอ กราฟ จาก ZEP กล่าวว่า “มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพิ่มขึ้นหลายพันคนต่อวัน ทุกคนต่างให้ความสนใจในกระเบื้องหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ของเรา เรามีวิสัยทัศน์เช่นเดียวคุณมัสก์ในเรื่องที่ว่า ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์คือความหวังแห่งอนาคต และจากนี้ไป กระเบื้องหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยให้ทุกครัวเรือนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เอง ดังนั้น โดยเนื้อแท้แล้วเราและคุณมัสก์ต่างยึดมั่นในอุดมการณ์เดียวกัน 

กระเบื้องหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ของ ZEP จะช่วยเปลี่ยนหลังคาบ้านธรรมดาให้กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เมื่อปีที่แล้ว ZEP ได้เปิดตัวกระเบื้องสีดำ และในปีนี้ได้เปิดตัวกระเบื้องสีแดงอิฐที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ช่วยให้อาคารต่างๆในเขตอนุรักษ์สามารถใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าไปพร้อมกับการหุงต้มในเวลาเดียวกัน 

ขณะนี้ ZEP กำลังระดมทุนจากแหล่งเงินทุนภายนอก และเห็นได้ว่านักลงทุนต่างให้ความสนใจในบริษัท โดย ZEP จะเริ่มจัดสรรเงินทุนเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นและรองรับอุปสงค์ที่มากขึ้นในตลาดโลก โดยเฉพาะในสแกนดิเนเวียที่ลูกค้าต่างต้องการกระเบื้องหลังคาสีแดง ทั้งนี้ คุณเดอ กราฟ กล่าวว่า การระดมทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพการเติบโตของ ZEP ในระดับสากล 

สำหรับบรรณาธิการ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

จูสต์ เดอ กราฟ

ZEP BV

มือถือ: +31-6-13152337

อีเมล: joost@zepbv.nl

ที่มา: ZEP B.V.

Edison เข้าร่วมโครงการวิจัยของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–3 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

มุ่งเพิ่มความครอบคลุมในการวิจัยหุ้นและการกระจายหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ 

Edison Investment Research มีความยินดีที่จะประกาศว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) เพื่อรับหน้าที่เป็นบริษัทวิจัยหุ้นที่ไม่ได้จัดอันดับ ภายใต้โครงการ SGX StockFacts Research Program ที่เพิ่งเปิดตัว โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความครอบคลุมของการวิจัยหุ้น รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการวิจัยหุ้นที่จดทะเบียนใน SGX และชุมชนนักลงทุนโดยรวม ทั้งนี้ หุ้นทุกบริษัทที่จดทะเบียนในกระดานซื้อขายหลักของ SGX และหุ้นกลุ่ม Catalistสามารถเข้าร่วมในโครงการได้ และ SGX จะอำนวยความสะดวกในการแนะนำให้รู้จักกับผู้ทำการวิจัยในอีกไม่นานนี้

 Edison Logo / Edison Logo

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20130417/608168 ) 

บรรดาตลาดหลักทรัพย์ต่างยอมรับกันมากขึ้นว่า การขาดการวิจัยเกี่ยวกับหุ้นจดทะเบียนไม่เป็นผลดีต่อบริษัทต่างๆ นอกจากนั้นยังยอมรับว่า ปริมาณการซื้อขายไม่ได้เกิดขึ้นจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันเพียงเท่านั้น แต่ยังมาจากกลุ่มกองทุนความมั่งคั่งและนักลงทุนรายย่อยด้วย ซึ่งกลุ่มหลังนี้ขาดการเข้าถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือและผลการวิจัยที่มีคุณภาพสูง ดังนั้น บรรดาตลาดหลักทรัพย์จึงได้จัดสรรงบประมาณมากขึ้นในการทำวิจัย เพื่อแข่งขันกันเป็นตลาดที่ดึงดูดนักลงทุน

 ผลการวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยต่างๆ เช่น Edison เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในการส่งเสริมการกำหนดราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนอย่างเหมาะสม การวิจัยหุ้นที่มีคุณภาพสูงจะช่วยตรวจสอบข้อมูลที่เปิดเผยโดยผู้ออกหุ้น และช่วยกำหนดบริบททางธุรกิจสำหรับนักลงทุนทั้งในประเทศและทั่วโลกEdison มีนักวิเคราะห์ผู้ช่ำชองกว่า 80 ชีวิต ซึ่งทำหน้าที่วิจัยบริษัทกว่า 400 แห่งทั่วโลก ส่งผลให้เป็นบริษัทวิจัยด้านการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของในโลก ผลงานวิจัยของบริษัทได้มีการเผยแพร่ผ่านทางแพลตฟอร์มและเครือข่ายอันกว้างขวางครอบคลุม ทำให้สามารถอ่านงานวิจัยของบริษัทได้จากแหล่งข้อมูลสำหรับมืออาชีพและจากเว็บไซต์ต่างๆทั่วโลก

Neil Shah ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Edison Investment Research กล่าวว่า “เนื่องจากการแก้ไขกฎระเบียบในยุโรปได้ส่งผลกระทบไปทั่วโลกในด้านความสามารถของฝั่งผู้ขายในการโคฟเวอร์หุ้นจำนวนมาก เราจึงเชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในการทำวิจัย ซึ่งตลาดหลักทรัพย์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยหุ้น ในช่วง 4 ปีมานี้ เราได้ทำความเข้าใจ SGX อย่างถ่องแท้ และรู้สึกชื่นชมที่มีการเปิดตัว SGX StockFacts อันเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทำความรู้จักหุ้นได้ง่ายขึ้น และโครงการ SGX StockFacts Research Program จะใช้ประโยชน์จาก SGX StockFacts ในการให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่นักลงทุน เพื่อให้เข้าใจหุ้นต่างๆมากขึ้น เราจะนำเสนอข้อมูลหุ้นที่ไม่ได้จัดอันดับ เพื่อผลักดันหุ้นใน SGX ให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก”

 SGX StockFacts เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2557 ด้วยความร่วมมือระหว่าง SGX และ S&P Capital IQ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถคัดกรองหุ้นตามเกณฑ์ต่างๆ ได้สูงสุดถึง 20 เกณฑ์

 หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

 เกี่ยวกับ Edison

 Edison เป็นบริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านการลงทุนซึ่งดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Edison Investment Research และ Edison Advisers บริษัทมีสำนักงานอยู่ในอเมริกาเหนือ ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก หัวใจสำคัญของบริษัทคือแพลตฟอร์มการวิจัยหุ้นระดับโลก และความเชี่ยวชาญในหลากหลายอุตสาหกรรม บรรดานักลงทุน ที่ปรึกษา และผู้ถือหุ้นทั่วโลกต่างอ่านงานวิจัยของเรากันอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ Edison Advisers ได้ใช้แพลตฟอร์มการวิจัยของบริษัทเพื่อให้บริการอันหลากหลาย ซึ่งรวมถึงการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์และการสานสัมพันธ์กับนักลงทุน 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.edisoninvestmentresearch.co.uk ทั้งนี้ Edison ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Conduct Authority (FCA) 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.edisongroup.com และติดตามได้ทาง

LinkedIn: http://www.linkedin.com/company/edison-investment-research

Twitter: http://www.twitter.com/Edison_Inv_Res

YouTube: http://www.youtube.com/edisonitv

Google+: https://plus.google.com/105425025202328783163/posts

เทศกาลศิลปะและการแสดงมะละกา “MAPFest 2016” เตรียมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มะละกา, มาเลเซีย–3 พ.ย..–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

สัมผัสจิตวิญญาณแห่งมะละกาได้ในงานนี้

เทศกาลศิลปะและการแสดงมะละกา (MAPFest) ครั้งที่ 8 เตรียมกลับมาเปิดการแสดงอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งที่มะละกา ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันศุกร์ที่ 25 ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. โดยศิลปินระดับโลกกว่า 40 ชีวิตจาก 10 ประเทศ จะมาร่วมกันจัดแสดงโชว์ที่เคยเรียกเสียงฮือฮามาแล้วทั่วโลก รวมถึงศิลปะการแสดงที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ ณ St. Paul’s Hill โดยเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับชมกันฟรีๆตลอดงาน

เทศกาลซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 นี้ จะเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนกับการแสดงมากขึ้น เพื่อให้ได้สัมผัสกับจิตวิญญาณแห่งศิลปะอย่างเต็มที่ เนื่องในโอกาสนี้ Tony Yapผู้ที่เป็นทั้งศิลปินและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของเทศกาล MAPFest กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผลงานการแสดงในเทศกาลนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ชมและแฟนๆได้เข้าใจรากฐานของงานศิลปะมากขึ้น “MAPFest ค่อยๆเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จนกลายมาเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ศิลปินหลากหลายแขนงที่มีพื้นเพต่างกัน ได้เข้ามาหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน สร้างความร่วมมือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ร่วมกับพี่น้องศิลปินท่านอื่นๆ อันเป็นการย้ำเตือนตัวเองถึงเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ อีกทั้งยังเป็นการเติมพลังให้ชีวิตด้วยศิลปะ”

Andrew Ching ผู้อำนวยการจัดงาน MAPFest กล่าวว่า “ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทศกาล MAPFest ได้กลายเป็นที่ยอมรับและกวาดรางวัลมากมายจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้นยังช่วยส่งเสริมให้วงการศิลปะของมะละกาและมาเลเซียเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เราจะก้าวต่อไปบนเส้นทางนี้ และหวังว่าจะมีบริษัทที่เข้ามาช่วยสนับสนุนในเรื่องของเงินทุนหรือปัจจัยในด้านอื่นๆ เพื่อที่จะส่งมอบความหลงใหลในงานศิลปะไปสู่สาธารณชน และร่วมกันบ่มเพาะศิลปินหน้าใหม่ให้เติบโตอย่างงดงามในวงการศิลปะต่อไป เรายินดีต้อนรับองค์กรทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่อยากเข้ามามีบทบาทในการยกระดับวงการศิลปะร่วมกับเรา”

เทศกาล MAPFest 2016 มีกิจกรรมมากมายทั้งการแสดงเดี่ยวและการแสดงกลุ่มที่จัดกันอย่างต่อเนื่องเต็มอิ่มตลอด 3 วัน โดยไฮไลท์ของงานอยู่ที่การแสดง “MAPPING Programme” ซึ่งจัดขึ้นตามจุดต่างๆใน St. Paul’s Hill ตามมาด้วยการแสดง “Cerita Pendik 1 & 2″ ซึ่งผสมผสานการแสดงเดี่ยวและการแสดงกลุ่มจากศิลปินหลากชีวิต ที่จะมาร่วมโชว์ในแบบเฉพาะตัวเต็มอิ่มกันถึง 2 ชั่วโมง ปิดท้ายด้วย “Eulogy for the Living” ซึ่งเป็นการแสดงรวม 2 ชั่วโมงของศิลปินทุกท่านในงานนี้ และกำกับการแสดงโดย Tony นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น การประชุมและการทำเวิร์กช็อป ที่เปิดให้ผู้เข้าชมงานได้มาร่วมทำกิจกรรมกันแบบฟรีๆ

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.melakafestival.com

MEC แต่งตั้ง “ทิม แคสทรี” เป็น Global CEO หลัง “ชาร์ลส์ คอร์เทียร์” ก้าวลงจากตำแหน่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–3 พ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

GroupM กลุ่มการลงทุนด้านสื่อของ WPP ประกาศให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของ MEC มีเดียเอเจนซี่ชั้นนำระดับโลก ภายหลังชาร์ลส์ คอร์เทียร์ ซึ่งร่วมงานกับ WPP มาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี และดำรงตำแหน่งผู้บริหารของ MEC มาถึง 14 ปี ก้าวลงจากตำแหน่งโกลบอลซีอีโอ โดยผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่อคือ ทิม แคสทรี ซึ่งจะขึ้นเป็นผู้นำพนักงาน 5,000 คนของ MEC และรับผิดชอบการลงทุนด้านโฆษณามูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีสำหรับลูกค้าชั้นนำใน 93 ประเทศ ทั้งนี้ คอร์เทียร์จะยังคงดำรงตำแหน่งซีอีโอของ MEC ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ และจะก้าวลงจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ณ สิ้นปีนี้ แต่จะยังทำงานร่วมกับ WPP ไปจนถึงเดือนมิ.ย. 2560 ขณะที่แคสทรีจะขึ้นรับตำแหน่งในเดือนม.ค. 2560

Tim-Castree / Tim Castree Named Global CEO of MEC (PRNewsFoto/GroupM)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161102/435238

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20151103/283547LOGO

ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จที่ได้ทำไว้ร่วมกับ MEC และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับกลุ่มคนที่มีความสามารถในองค์กรสุดพิเศษแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม ถึงเวลาอันเหมาะสมแล้วที่ผมจะก้าวต่อไปและเริ่มต้นบทบาทใหม่ของชีวิต” คอร์เทียร์กล่าว

ชาร์ลส์มีบทบาทสำคัญต่อการขยายธุรกิจของ MEC ไปทั่วโลก เขาได้ทิ้งมรดกไว้ให้แก่ MEC นั่นคือวัฒนธรรมองค์กรอันแข็งแกร่งซึ่งมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าและการเป็นหนึ่งในเอเจนซี่ท็อป 5 ของโลกมาอย่างยาวนานเออร์วิน ก็อตลีบ ประธาน GroupM Global กล่าว “เราขอขอบคุณชาร์ลส์ และขออวยพรให้เขาพบเจอกับสิ่งที่ดีที่สุดในบทบาทใหม่”

สำหรับแคสทรีนั้นจะปฏิบัติหน้าที่ ณ สำนักงานในกรุงนิวยอร์ก และขึ้นตรงต่อเคลลี่ คลาร์ก ซึ่งดำรงตำแหน่งโกลบอลซีอีโอของ GroupM โดยแคสทรีจะร่วมงานกับทีมผู้บริหารทั่วโลกของ MEC ในการนำวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของบริษัทมาปฏิบัติ เพื่อความเป็นเลิศในการบริการลูกค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการขับเคลื่อนธุรกิจของ MEC ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในแวดวงเอเจนซี่ทั้งในด้านครีเอทีฟ มีเดีย ไปจนถึงดิจิทัล ตำแหน่งล่าสุดของแคสทรีคือ กรรมการบริหารของ Videologyในอเมริกาเหนือ ซึ่งเขาได้สร้างสรรค์โซลูชั่นโฆษณาวิดีโอในรูปแบบ Programmatic ล้ำสมัยให้กับบรรดาเอเจนซี่ ลูกค้า และบริษัทด้านสื่อหลายแห่ง

ก่อนร่วมงานกับ Videology แคสทรีดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการที่ Mediavest ในเครือ Publicis Group ซึ่งเขาเป็นผู้นำการดำเนินงานสำหรับลูกค้ารายใหญ่อย่าง American Honda Motor Company, Mondelēz, Coca-Cola, Microsoft และ Sprint ก่อนหน้านั้น แคสทรีดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของStarcom Mediavest Group ซึ่งเขาเป็นผู้นำในการขยายการเข้าถึงตลาดใน 70 ประเทศให้กับ P&G ทั้งนี้ แคสทรีเริ่มต้นชีวิตการทำงานกับ Leo Burnett ในเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และยังเคยร่วมงานกับ FCB, Oglivy และ BHH ด้วย

คลาร์กกล่าวว่า “ทิมเป็นผู้นำที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าจะขับเคลื่อน MEC ให้ก้าวหน้าด้วยวิสัยทัศน์และพลังที่มีอยู่ในตัว เขาให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอย่างมาก และรู้ว่าต้องทำอย่างไรให้เป็นผู้ชนะในตลาดที่ซับซ้อนและมีการแข่งขันสูงอย่างเช่นทุกวันนี้ ประสบการณ์ที่กว้างขวางของทิม ทั้งในแง่ของลูกค้า เอเจนซี่ และภูมิศาสตร์จะช่วยให้ทีมงานของ MEC เติบโตต่อไป”

 

เกี่ยวกับ GroupM

GroupM เป็นบริษัทบริหารจัดการการลงทุนด้านสื่อชั้นแนวหน้าระดับโลก โดยเป็นบริษัทแม่ของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ได้แก่ Mindshare, MEC, MediaCom, Maxus และ Essence รวมทั้งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มจัดการและวางแผนสื่อดิจิทัล (programmatic digital media platform) อย่าง Xaxis ซึ่งแต่ละรายต่างมีการดำเนินงานอยู่ทั่วโลกด้วยตำแหน่งผู้นำตลาด จุดมุ่งหมายหลักของ GroupM คือเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ให้ได้สูงสุด โดยรับบทบาทเป็นผู้นำและผู้ประสานงานด้านการซื้อขาย การสร้างสรรค์คอนเทนต์ กีฬา ดิจิทัล การเงิน และการพัฒนาเครื่องมือที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทGroupM มุ่งนำเสนอความได้เปรียบในตลาดอย่างเหนือชั้นให้แก่ลูกค้า ผู้ถือประโยชน์ร่วม และบุคลากรของบริษัท และทำงานร่วมกับ Kantar ซึ่งเป็นกลุ่มบริหารจัดการการลงทุนด้านข้อมูลของ WPP อย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ รายได้ของ GroupM และ Kantar รวมกันนั้นคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของรายได้ของกลุ่มบริษัท WPP ที่กว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GroupM ที่ www.groupm.com

ติดตาม @GroupMWorldwide บนทวิตเตอร์

ติดตาม GroupM บนลิงด์อิน – https://www.linkedin.com/company/groupm

Powerman Asia Duathlon Championships กลับมาอีกครั้งที่ปุตราจายา ในเดือนมี.ค. 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์–3 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          — เหล่านักวิ่ง-นักปั่นขาแรง เตรียมพร้อม!

          Powerman Duathlon Asia Championships การแข่งขันทวิกีฬารายการใหญ่ที่สุดของโลกในศึกเพาเวอร์แมน ซีรีส์ จะกลับมาอีกครั้งที่เมืองปุตราจายา ประเทศมาเลเซีย ในวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม 2560 โดย E-Plus Global Sdn Bhd ผู้จัดการแข่งขันคาดว่าจะมีชาวมาเลเซียและชาวต่างชาติเข้าร่วมแข่งขันในรูปแบบของการวิ่ง-ปั่น-วิ่งครั้งนี้ กว่า 3,000 คน ซึ่งรวมถึงบรรดานักวิ่งลมกรดและนักปั่นน่องเหล็กระดับท็อปของโลก สุดยอดนักกีฬาประเภทมัลติสปอร์ต และบรรดาผู้ที่รักการวิ่งและการขี่จักรยานจำนวนมาก

          “เพาเวอร์แมน” เกียรติยศสูงสุดแห่งวงการการแข่งขันทวิกีฬาระดับโลก เป็นรายการสำหรับนักวิ่งและนักปั่นขาแรงที่กระหายจะทำผลงานดีขึ้น และหวังพิชิตความเป็นเจ้าในกีฬาทั้งสองประเภท โดยการแข่งขันซึ่งจัดขึ้นที่ปุตราจายา เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากห่างหายไปนานถึง 2 ปีนั้น มีผู้เข้าร่วมประลองฝีเท้าถึง 2,645 คน ซึ่งทำลายสถิติจำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันชิงแชมป์ทวิกีฬามากที่สุดในมาเลเซีย

          บาร์บารา ลัม กรรมการผู้จัดการ E-Plus Entertainment Productions (M) Sdn Bhd กล่าวว่า “การเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของนักกีฬาประเภทมัลติสปอร์ตในภูมิภาคเอเชีย เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นของกีฬาประเภทนี้ได้เป็นอย่างดี เพาเวอร์แมนเป็นรายการที่นักกีฬาทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อกรุยทางสู่การเป็นเจ้าแห่งกีฬาแบบบูรณาการ ขณะที่เมืองปุตราจายาถือเป็นหนึ่งในสถานที่จัดการแข่งขันเพาเวอร์แมนที่ได้รับเสียงชื่นชมว่ามีทัศนียภาพงดงามและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมมอบบรรยากาศการแข่งขันระดับเวิลด์คลาสให้แก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน”

          การแข่งขันสำหรับผู้ใหญ่แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ การแข่งขันระดับบุคคลและทีมผลัดระยะปกติ (ระยะทาง 10กม.-60กม.-10กม.) และระดับบุคคลและทีมผลัดระยะสั้น (ระยะทาง 5กม.-30กม.-5กม.) โดยได้เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันแล้ว

          ส่วนการแข่งขันระดับ “เพาเวอร์คิดส์” ซึ่งได้รับการบรรจุเข้ามาใหม่สำหรับเด็กอายุระหว่าง 5-12 ปีนั้น จะแบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็น 3 ช่วงอายุดังนี้  5-7 ปี (ระยะทาง 0.4กม.-1กม.-0.4กม.) 8-10 ปี (ระยะทาง 0.8กม.-2กม.-0.8กม.) และ 11-12 ปี (ระยะทาง 1.2กม.-3กม.-1.2กม.) โดยการลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันประเภทเพาเวอร์คิดส์ จะมีการประกาศให้ทราบในเดือนธันวาคมนี้

          ผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมแข่งขันสามารถลงทะเบียนได้ที่ www.powermanmalaysia.com

          การแข่งขันครั้งนี้จัดโดย E-Plus Global Sdn Bhd ซึ่งได้ลิขสิทธิ์และใบอนุญาตจากสมาคมเพาเวอร์แมนนานาชาติ และสมาคมไตรกีฬาแห่งประเทศมาเลเซีย และได้รับการสนับสนุนโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของมาเลเซีย, มาเลเซีย เมเจอร์ อีเวนท์ส,มาเลเซีย ทรูลี เอเชีย, เปอร์บาดามัน ปุตราจายา, ดอร์เซตต์ ปุตราจายา, พูลแมน ปุตราจายา เลคไซด์, เดอะ เอเวอร์ลี โฮเทล ปุตราจายา,สเปซบิบ, เทรน ไลฟ์ คอมพีต, ไฮไฟว์, ชินจิรุ, รันโซไซตี้, บริษัทบียอร์น อัลตรอน, รูดี้ โปรเจ็กต์, ซูอุนโต, ทูไทม์สยู คอมเพรสชั่น, ไอเอ็มโฟร์ยู, นิตยสารรันนิง มาเลเซีย และนิตยสารไซคลิง มาเลเซีย

ผลเท่ อินเด็กซ์ ภาครัฐไตรมาส 4/59 ขยับขึ้น เริ่มเข้าตา ตรงใจประชาชน แต่ยังต่ำกว่าเกณฑ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ผลเท่ อินเด็กซ์ (TE Index) ภาครัฐ โดยรวม 4 ไตรมาสปี 2559 เพิ่มขึ้นทุกปัจจัย ชี้ผลงานเด่น ได้แก่ การสร้างพันธมิตร, การเข้าถึงและความเป็นมืออาชีพ ส่วนการกำกับดูแล โปร่งใสปลอดคอร์รัปชั่นยังเป็นจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสภาปัญญาสมาพันธ์  และประธานอำนวยการบริหารจัดทำดัชนีประสิทธิผลประเทศไทย (เท่ อินเด็กซ์) แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อดัชนีประสิทธิผลภาครัฐ (Public Sector Effectiveness Index – PBE Index) ประจำไตรมาส 4 ปี 2559 พบว่าในภาพรวม ประชาชนให้คะแนนภาครัฐร้อยละ 62.2 ขยับขึ้นร้อยละ3.3 จากไตรมาสก่อนที่ได้คะแนนร้อยละ 58.9 โดยคะแนนที่เพิ่มขึ้นนั้น เพิ่มขึ้นทุกปัจจัย และเมื่อรวมผลสำรวจ 4 ครั้งในรอบปี 2559 พบว่า เพิ่มขึ้นทุกปัจจัยเช่นกัน โดยผลงานที่เป็นจุดเด่นได้แก่ การเข้าถึง, การสร้างพันธมิตร และความเป็นมืออาชีพ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาครัฐจะได้คะแนนเพิ่มขึ้นตลอดทุกไตรมาส แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ความคาดหวังของประชาชน ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้ เกณฑ์ที่ประชาชนให้คะแนน “ผ่าน” นั้น อยู่ที่ร้อยละ72.9 ซึ่งยังห่างอยู่ถึงประมาณ 10%

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของภาครัฐในไตรมาสนี้คือ การสร้างพันธมิตรและบูรณาการ ได้คะแนนสูงสุดที่ร้อยละ 66.7 จากไตรมาสก่อนซึ่งได้ร้อยละ 62 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สาเหตุอาจเนื่องจากประชาชนรับรู้ได้ถึงความพยายามของภาครัฐในการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ ทั้งความร่วมมือและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ความร่วมมือกับภาคเอกชน ตลอดจนการสร้างพันธมิตรในระดับระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ในด้านความเป็นมืออาชีพของภาครัฐ ไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นกว่าไตรมาสก่อนถึงร้อยละ 5.5 จากคะแนน 59.79 ในไตรมาสที่แล้วเป็น 65.34 ในไตรมาสนี้ สาเหตุอาจเนื่องมาจากผลการดำเนินการของภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาประเทศเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศ เช่นเดียวกับปัจจัยด้านการกำกับดูแลของภาครัฐ ได้เพิ่มขึ้นในระดับสูง โดยมีผลต่างคะแนนที่เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 5.1 อาจเนื่องมาจากความพยายามของภาครัฐในการบังคับใช้กฎหมายในด้านต่างๆ เช่น ป่าสงวน ความสงบสุขของสังคม การศึกษา ฯลฯ

ส่วนผลงานที่ได้คะแนนรั้งท้ายอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาสมาตลอดทั้งปี ได้แก่ การปลอดคอร์รัปชั่น โดยไตรมาส 4 ได้คะแนนร้อยละ 54.5 เพิ่มจากไตรมาสก่อนเพียงร้อยละ 0.7 สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนยังมองว่าการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นยังไม่มีความก้าวหน้า ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม แม้ว่าภาครัฐจะมีความพยายามในการดำเนินนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างต่อเนื่อง แต่ประชาชนยังรับรู้และเห็นว่าการทำงานของภาครัฐยังคงมีการทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

ภาพรวมดัชนีประสิทธิผลภาครัฐปี 2559 จากการสำรวจ 4 ครั้งใน 4 ไตรมาสพบว่า ผลงานที่เป็นจุดเด่น ได้แก่ 1) การเข้าถึง สามารถอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ ให้ได้รับบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานได้อย่างสะดวกและพอเพียง 2) การสร้างพันธมิตรและบูรณาการสามารถการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนได้อย่างราบรื่น และ 3) ความเป็นมืออาชีพ มีความรู้ความชำนาญในการทำงาน ตลอดจนมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ

ส่วนผลงานที่เป็นจุดอ่อนซึ่งได้คะแนนอยู่ในลำดับท้ายๆในทุกไตรมาส ได้แก่ 1) การกำกับดูแล อาทิ การกำหนดกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เป็นธรรมกับคนกลุ่มต่าง ๆ และบังคับใช้กฎหมายอย่างอย่างจริงจัง โดยมองว่า การบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐยังไม่สามารถทำให้เกิดผลได้อย่างชัดเจน 2) ความโปร่งใสอาจเนื่องมาจากการทำงานของภาครัฐยังคงมีงานหลายโครงการที่ประชาชนมองว่าไม่สามารถชี้แจงที่มาและความจำเป็นของนโยบายหรือโครงการรัฐได้ชัดเจน และ 3) การปลอดคอร์รัปชั่นมองว่ายังมีปัญหาเรื่องการทำงานอย่างซื่อสัตย์ ปราศจากผลประโยชน์แอบแฝง ปลอดการรับสินบน และไม่ใช้นโยบายสาธารณะเป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์ส่วนตน

นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่ประชาชนมองว่าเป็นจุดบอดในปี 2559 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1) การตอบสนองต่อประชาชนอาจเนื่องจาก ประชาชนมองว่าการทำงานของภาครัฐไม่ได้แก้ปัญหาของประชาชนอย่างตรงประเด็น และในบางกรณีไม่ทันการณ์ แม้ว่าภาครัฐจะพยายามดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาแล้วก็ตามและ 2) ความรับผิดชอบซึ่งมีคะแนนตกลงมากจากไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 3 เนื่องจากประชาชนมองว่าภาครัฐยังไม่แสดงความรับผิดอย่างจริงจังต่อผลกระทบจากการดำเนินงานเชิงลบ เช่น กรณีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบริเวณชุมชนป้อมมหากาฬ ซึ่งมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการดำเนินงานของภาครัฐ เป็นต้น

หากมองภาพรวม การที่ภาครัฐได้คะแนนเพิ่มสูงขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐเดินมาถูกทางแล้ว ดังนั้น ภาครัฐควรเร่งดำเนินนโยบายต่างๆ ต่อไปให้ต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมและเข้าถึงการรับรู้ของประชาชนได้ในอนาคต

Inline image 1

ภาพรวมดัชนีประสิทธิผลภาครัฐ

เปรียบเทียบระหว่างไตรมาสต่างๆ ตลอดปี 2559

ลำดับที่

ไตรมาสที่ 1

ไตรมาสที่ 2

ไตรมาสที่ 3

ไตรมาสที่ 4

1

การตอบสนองต่อประชาชน

การเข้าถึง

การเข้าถึง

การสร้างพันธมิตรและบูรณาการ

2

การสร้างพันธมิตรและบูรณาการ

การสร้างพันธมิตรและบูรณาการ

การสร้างพันธมิตรและบูรณาการ

การเข้าถึง

3

ความรับผิดรับชอบ

ความเป็นมืออาชีพ

ความรับผิดรับชอบ

ความเป็นมืออาชีพ

4

ประสิทธิภาพ

การตอบสนองต่อประชาชน

ความเป็นมืออาชีพ

การตอบสนองต่อประชาชน

5

การเข้าถึง

ความรับผิดรับชอบ

การตอบสนองต่อประชาชน

ประสิทธิภาพ

6

ความเป็นมืออาชีพ

ประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพ

ความรับผิดรับชอบ

7

ความโปร่งใส

การกำกับดูแล

การกำกับดูแล

การกำกับดูแล

8

การปลอดคอร์รัปชั่น

ความโปร่งใส

ความโปร่งใส

ความโปร่งใส

9

การปลอดคอร์รัปชั่น

การปลอดคอร์รัปชั่น

การปลอดคอร์รัปชั่น

 

InMobi พร้อมให้บริการสร้างสรรค์วิดีโอโฆษณาบนมือถือแก่ลูกค้าในเอเชียแปซิฟิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–27 ต.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผู้บริโภคให้ความสนใจโฆษณาในรูปแบบวิดีโอมากกว่าโฆษณารูปแบบเดิมๆถึงสองเท่า ดังนั้น การโฆษณาในรูปแบบวิดีโอบนมือถืออย่างตรงจุด จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แก่แบรนด์ต่างๆในการเอาชนะใจผู้บริโภค

InMobi ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโฆษณาผ่านอุปกรณ์มือถือ เปิดตัวบริการจัดทำวิดีโอโฆษณารูปแบบใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อช่วยให้แบรนด์ต่างๆประสบความสำเร็จในการโฆษณาผ่านวิดีโอบนมือถือ โดยจะให้บริการในประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เกาหลี และญี่ปุ่น สำหรับรูปแบบของวิดีโอโฆษณาที่มีการนำเสนอประกอบด้วย วิดีโอแนวตั้ง วิดีโอเชิงโต้ตอบ วิดีโอ 360 องศา วิดีโอแบบเลือกรับชม และวิดีโอคั่นกลาง ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจและเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161026/432801-INFO )

InMobi Logo / InMobi Logo

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150914/266030LOGO )

การโฆษณาผ่านวิดีโอบนมือถือกำลังกลายเป็นอาวุธเด็ดของนักการตลาด โดย 1 ใน 3 ของแคมเปญโฆษณาในเอเชียแปซิฟิกจะเป็นการโฆษณาผ่านวิดีโอ นอกจากนี้ ผลการวิจัยด้านเครือข่ายของ InMobi เผยให้เห็นว่า การรับชมโฆษณาผ่านวิดีโอบนมือถือมีการเติบโตแบบเท่าทวีคูณ โดยพุ่งขึ้นถึง 380% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดเกิดใหม่อย่างอินโดนีเซียและเวียดนามที่นิยมการรับชมวิดีโอ สำหรับบริการของ InMobi นั้น จะเลือกเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับผู้ใช้มือถือที่สุดโดยอัตโนมัติ เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ผู้ใช้มือถือโดยใช้ดาต้าในการโหลดข้อมูลน้อยกว่า

บริการจัดทำวิดีโอโฆษณารูปแบบต่างๆ ประกอบด้วย

1. วิดีโอแนวตั้ง (Vertical Video) วิดีโออัตราส่วน 9:16 บนหน้าจอมือถือ เป็นการโฆษณาโดยคำนึงถึงความสะดวกของผู้ใช้เป็นอันดับแรก โดยทีมครีเอทีฟของ InMobi จะช่วยแปลงวิดีโอฟอร์แมตเดิมที่เป็นแนวนอนให้กลายเป็นวิดีโอแนวตั้ง และยังคงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของเนื้อหาหลักในโฆษณา

2. วิดีโอเชิงโต้ตอบ (Interactive Video) วิดีโอขนาดสั้นที่มาพร้อมหน้าต่างตัวเลือกวิดีโออื่นๆที่ปรากฏบนหน้าจอหลังวิดีโอเล่นจบ(end card) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้มือถือมีปฏิสัมพันธ์กับวิดีโอเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับวิดีโอที่ไม่มี end card

3. วิดีโอ 360 องศา (360 Degree Video) วิดีโอโฆษณารูปแบบนี้จะมอบประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ใช้เสมือนว่าผู้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของวิดีโอ

4. วิดีโอแบบเลือกรับชม (Opt-In Video) วิดีโอความยาว 15-30 วินาทีซึ่งไม่สามารถข้ามได้ โดยวิดีโอจะเล่นเมื่อผู้ใช้มือถือเลือกเข้าไปในแอป

5. วิดีโอคั่นกลาง (In-Stream Video) วิดีโอโฆษณาที่เล่นอัตโนมัติคั่นก่อนและระหว่างที่ผู้ใช้รับชมวิดีโออื่นๆ

การโฆษณาบนมือถือได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยให้นักการตลาดบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ นักการตลาดยังสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโฆษณาได้อีก ด้วยการโฆษณาผ่านมือถือในรูปแบบของวิดีโอที่ทันสมัย โดยลูกค้าของInMobi พบว่า วิดีโอแนวตั้งมียอดผู้รับชมวิดีโอจนจบสูงกว่าวิดีโอแนวนอนถึง 9 เท่า  

วิดีโอโฆษณามีประสิทธิภาพทั้งในการโปรโมทแบรนด์และการดึงดูดความสนใจ ตัวอย่างเช่น วิดีโอแนวตั้ง วิดีโอแบบเลือกรับชม และวิดีโอคั่นกลาง ต่างทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น ในขณะที่วิดีโอเชิงโต้ตอบ วิดีโอ 360 องศา และวิดีโอคั่นกลาง ช่วยดึงดูดความสนใจและกระตุ้นให้ผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น นอกจากนี้ การที่ InMobi จับมือกับบุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้นำด้านการประเมินการรับชมโฆษณา จะทำให้แบรนด์ต่างๆมั่นใจได้ว่าจะสามารถประเมินระดับการรับชมโฆษณาของตนได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ อีกทั้งยังทราบตัวชี้วัดอื่นๆ เช่น อัตราการดูวิดีโอจนจบและอัตราการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้ชม โดยมีให้บริการทั้งใน InMobi Exchange และ InMobi Ad Network

บริการวิดีโอโฆษณาของ InMobi ยังสามารถกำหนดกลุ่มผู้ชมที่เคยรับชมและโต้ตอบกับวิดีโอโฆษณามาแล้ว เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่สูงขึ้นไปอีกขั้น การผสานวิดีโอโฆษณาบนมือถือในรูปแบบต่างๆ เข้ากับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างชาญฉลาด และการประเมินผลโดยบุคคลที่ 3 ส่งผลให้แพลตฟอร์มวิดีโอโฆษณาของ InMobi มีความสมบูรณ์และทันสมัยที่สุดสำหรับผู้ประกอบการในปัจจุบัน

Jayesh Easwaramony รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของ InMobi ประจำเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กล่าวว่าวิดีโอบนมือถือในเอเชียกำลังประสบปัญหาด้านการนำเสนอ โดยผู้ประกอบการต้องการนำโฆษณาบนทีวีและคอมพิวเตอร์มาลงในมือถือ แต่ทำแค่นั้นยังไม่เพียงพอ เราจึงใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการแปลงวิดีโอให้เข้ากับอุปกรณ์มือถือ พร้อมกับมีการประเมินอัตราการรับชมโฆษณา InMobi จึงเป็นโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับแบรนด์ที่ต้องการมัดใจลูกค้าผ่านวิดีโอและบรรลุทุกเป้าหมายด้านการตลาด”

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิดีโอแนวตั้งและวิดีโอชวนดึงดูดรูปแบบอื่นๆ ได้ที่ http://winwithvideo.com

เกี่ยวกับ InMobi

InMobi เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ค้นพบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ผ่านโฆษณาบนอุปกรณ์มือถือที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาโดนใจ รูปแบบการโฆษณาอันทันสมัยของ InMobi ช่วยให้นักพัฒนาแอปพลิเคชัน ผู้ประกอบการ และแบรนด์ต่างๆ สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้มือถือทั่วโลกได้ InMobi ได้รับการยกย่องจาก Fast Company ว่าเป็นบริษัทที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในปี 2559 ทั้งยังสามารถเข้าถึงอุปกรณ์มือถือได้มากกว่า 1.5 พันล้านเครื่องทั่วโลก

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

Supriya Goswami

InMobi

โทร. +91-9845384141

            อีเมล: pr@inmobi.com

            ที่มา: InMobi

GAC Motor ปฏิวัติวงการรถเอสยูวีระดับไฮเอนด์ เปิดตัว “GS8” รถเอสยูวี 7 ที่นั่งรุ่นแรกของค่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจว, จีน–27 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์  

GAC Motor ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีน เปิดตัว “GS8” รถเอสยูวี 7 ที่นั่งรุ่นแรกของค่าย ณ Hangzhou International Expo Center ซึ่งเป็นสถานที่หลักในการจัดประชุมสุดยอด G20 เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยในระหว่างการเปิดตัว หยู จุน ผู้จัดการทั่วไปของ GAC Motor ได้ประกาศว่า บริษัทจะผลักดันให้ GS8 เป็นรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 100,000 คันต่อปี นอกจากนั้นยังเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่อีก 9 รุ่นในปีหน้า และจะพยายามดันยอดขายให้ได้ถึง 500,000 คันในปี 2560

http://photos.prnasia.com/prnh/20161027/0861611174-a

คำบรรยายภาพ: หยู จุน ผู้จัดการทั่วไปของ GAC Motor เปิดเผยราคาของ GS8

GS8 เป็นรถเอสยูวีระดับไฮเอนด์ที่ GAC Motor พัฒนาขึ้นเอง โดยได้รับมาตรฐานหลังคารถเอสยูวีกันกระแทกของอเมริกาเหนือ และฉีกกรอบตลาดรถเอสยูวีของจีน การผสานรวมกระบวนการผลิตของบริษัท เครือข่ายด้านการวิจัยและพัฒนาระดับโลก รวมถึงระบบห่วงโซ่อุปทานระดับสากลเข้าด้วยกัน ได้ก่อกำเนิดรถแบรนด์จีนที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การเปิดตัว GS8 ในครั้งนี้ ได้รับอานิสงส์จากความใส่ใจในคุณภาพ ประสิทธิภาพ ดีไซน์ และศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของบริษัท เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง บริษัทได้อาศัยความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมานานนับ 10 ปี ในการก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีระดับประเทศในชื่อGAC Automotive Engineering Institute ซึ่งติด 1 ใน 10 สถาบันวิจัยเทคโนโลยีเชิงอุตสาหกรรมชั้นนำของจีน เพื่อใช้เป็นแหล่งลงทุนและค้นคว้าวิจัยหลัก

ก้าวสำคัญภายใต้กลยุทธ์ของ GAC Motor คือ การเข้าสู่ตลาดไฮเอนด์อย่างเต็มรูปแบบ และ GS8 ก็เป็นยานยนต์ไฮเอนด์ระดับ C ที่เกิดจากการหลอมรวมสถาปัตยกรรมหลากหลายส่วน โดยเน้นไปที่เทคโนโลยีอันทันสมัยเพื่อรับประกันคุณภาพที่เสมอต้นเสมอปลาย ลดต้นทุนการผลิต เร่งความเร็วในการพัฒนา และทิ้งห่างคู่แข่งในด้านศักยภาพทางเทคนิค

GS8 รถเอสยูวีระดับไฮเอนด์อันดับหนึ่งของจีน ใช้เครื่องยนต์ Ti POWER 320T พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-4WD 2.0 เจเนอเรชั่นสองของ GAC Motor ที่มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลทั้ง 6 โหมดการขับขี่ (ถนนทราย ถนนโคลน ถนนหิมะ สปอร์ต โหมดขับขี่อัตโนมัติ และโหมดประหยัดพลังงาน)นอกจากนั้นยังติดตั้งโปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP 9.1 รุ่นล่าสุดของ Bosch ที่ช่วยให้รถทรงตัวดีขึ้น ด้วยการตรวจจับและลดการสูญเสียการทรงตัว (การลื่น)

เทคโนโลยีอัจฉริยะอื่นๆ ของ GS8 ประกอบด้วย ระบบเปิดประตูท้ายอัตโนมัติ และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่เพื่อการปกป้องทั้งในเชิงรุกและรับ เช่น ระบบเบรกฉุกเฉินและระบบเตือนขับออกนอกเลน เป็นต้น

GS8 มาพร้อมไฟหน้า LED สไตล์เมทริกซ์ และไฟท้ายรูปตัว U ที่ให้ความสว่างแบบมีมิติ สร้างอารมณ์ดุดันแต่สง่างาม ส่วนภายในห้องโดยสารอันเรียบหรูมี 7ที่นั่ง แบ่งเป็น 3 แถว หลังคามีซันรูฟขนาดใหญ่เป็นพิเศษ องค์ประกอบทั้งภายในและภายนอกตัวรถเป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถของ GAC Motor ในการผสมผสานจุดแข็งด้านการวิจัยและพัฒนาทางเทคนิค เข้ากับการรับประกันคุณภาพการออกแบบอันเหนือชั้น

หยู จุน ผู้จัดการทั่วไปของ GAC Motor แถลงข่าวว่า “GS8 ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ GAC Motor ทั้งในด้านศักยภาพการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการประกันคุณภาพในระดับสากล ก่อนหน้านี้เราได้เปิดจำหน่าย GS8 รอบพรีเซล และมียอดสั่งจองมากกว่า 8,000 คันภายในเวลาเพียงแค่ 2 เดือน ซึ่งนับเป็นอีกก้าวที่ยิ่งใหญ่ของ GAC Motor ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ระดับเวิลด์คลาสที่สามารถแข่งขันในตลาดยานยนต์ชั้นนำได้”

GAC Motor ได้เปิดตัวยานยนต์รุ่น GS8 และ GA8 ไปเป็นที่เรียบร้อย และยังมีแผนเปิดตัวยานยนต์ระดับไฮเอนด์รุ่น GM8 ที่ทางบริษัทเป็นผู้พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งจะทำให้ GAC Motor ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนแบรนด์แรกที่ผลิตทั้งรถซีดาน เอสยูวี และเอ็มพีวีระดับไฮเอนด์

ดาวน์โหลดรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://pan.baidu.com/s/1hsa6gTY

เกี่ยวกับ GAC Motor

 

GAC Motor เป็นบริษัทในเครือของ GAC Group ซึ่งทุ่มเทให้กับการพัฒนาและผลิตยานยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์ประดับยนต์ที่มีคุณภาพระดับพรีเมียม บริษัทมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดมากถึง 138% เมื่อเทียบรายปี ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนแบรนด์อื่นๆในช่วงเวลาดังกล่าว ตลอด 6 ปีของการดำเนินธุรกิจ GAC Motor ยึดมั่นในวิสัยทัศน์อันกว้างไกล การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และการรักษามาตรฐานในระดับสากล ทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการยานยนต์จีนในปี 2559 ด้วยการรั้งอันดับ 5 ในรายงาน China Initial Quality Studyประจำปี 2559 โดย J.D. Power Asia Pacific ซึ่งถือเป็นแบรนด์จีนที่ติดอันดับสูงสุดเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

เฟซบุ๊ก: GAC Motor: https://www.facebook.com/GACMoto/posts/1275665359142728

อินสตาแกรม: GAC Motor: https://instagram.com/p/BMCLdjegUnI/

ทวิตเตอร์: GAC Motor: https://twitter.com/gac_motor/status/791324958353821697

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

Zhujun Wang

โทร. +86-186-8058-2829

อีเมล: sukie_gacmotor@126.com

Qi Li

อีเมล: liqi@gacmotor.com

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161027/0861611174-b

คำบรรยายภาพ: จากซ้ายไปขวา: เสี่ยว หยง รองผู้จัดการทั่วไป GAC Motor, หยู จุน ผู้จัดการทั่วไป GAC Motor, หวัง ฉิวจิง หัวหน้า GAC Engineering และเฉิน ซางหัว รองหัวหน้า GAC Engineering

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161027/0861611174-a

ซิดนีย์และรัฐนิวเซาท์เวลส์ขอเชิญนักท่องเที่ยวสัมผัสความงามของต้นศรีตรังบานสะพรั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซิดนีย์27 ต.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

นครซิดนีย์ และ รัฐนิวเซาท์เวลส์ เตรียมแต่งแต้มไปด้วยสีม่วงไล่ระดับตัดกับท้องฟ้าสดใสในช่วงปลายเดือนต.ค. และพ.ย. ด้วยการนับถอยหลังสู่การเริ่มต้นฤดูดอกศรีตรัง (Jacaranda) บานประจำปี 2559 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของปีและเหมาะแก่การมาเยี่ยมเยือนเป็นที่สุด 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161026/8521606894-a

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161026/8521606894-b

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161026/8521606894-c

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161026/8521606894-d

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161026/8521606894-e

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161026/8521606894-f

แถบชานเมืองตะวันออก ชายทะเลตอนเหนือ และย่านศูนย์กลางธุรกิจของนครซิดนีย์จะบานสะพรั่งไปด้วยดอกศรีตรัง เช่นเดียวกับเมืองประวัติศาสตร์อย่าง กราฟตัน บนชายฝั่งตอนเหนือของรัฐนิวเซาท์เวลส์ เมืองกราฟตันได้รับการกล่าวขวัญถึงว่าเป็นเมืองแห่งต้นศรีตรังของออสเตรเลีย โดยมีการจัดเทศกาลต้นศรีตรังแห่งเมืองกราฟตัน (Grafton Jacaranda Festival) เป็นประจำทุกปี ทั้งยังเป็นที่ตั้งของต้นศรีตรังขนาดใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย ซึ่งมีความสูง 30 เมตร เส้นรอบวง 6 เมตร และเรือนยอดประมาณ 36 เมตร  

ซานดร้า ชิปเชส ซีอีโอของ Destination NSW กล่าวว่า นิวเซาท์เวลส์เป็นบ้านของต้นศรีตรังหลายพันต้น ซึ่งเนรมิตปรากฏการณ์ธรรมชาติอันสวยงามในแต่ละปีเมื่อดอกศรีตรังผลิบานเต็มต้น เฉพาะในเมืองกราฟตันมีต้นศรีตรังมากถึง 2,000 ต้น และเทศกาลประจำปีของเมืองนี้ยังเป็นเทศกาลดอกไม้ที่จัดขึ้นยาวนานที่สุดในออสเตรเลีย ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ราว 20,000 คนในแต่ละปี

เท็ด ฮอร์ รุกขกรอาวุโสประจำสวนพฤกษศาสตร์ซิดนีย์ และสวนสาธารณะเซนเทนเนียล พาร์คแลนด์ กล่าวว่า ทิวทัศน์ที่มีฉากหลังที่เป็นซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ ยิ่งเสริมให้ฤดูดอกศรีตรังบานสวยงามจับใจ

นับเป็นทัศนียภาพงดงามอย่างยิ่งในการชมดอกไม้สีม่วงสดใสบานสะพรั่ง โดยมีซิดนีย์ ฮาร์เบอร์เป็นฉากหลัง เรามีต้นศรีตรัง 16 ต้นในสวนพฤกษศาสตร์ซิดนีย์ ซึ่งรวมถึงต้นศรีตรังสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ และมีต้นศรีตรังอีก 9 ต้นในเซนเทนเนียล พาร์คแลนด์”

ต้นศรีตรังกลายเป็นอัตลักษณ์ของซิดนีย์ และเนื่องในโอกาสครบรอบ 200 ปีของสวนพฤกษศาสตร์ ผมขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสและเยี่ยมชมความเบ่งบานของต้นศรีตรังของเราเขากล่าว

Destination NSW ได้คัดเลือกจุดชมดอกศรีตรังที่สวยงามที่สุดในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้แก่

1. North Shore: เตรียมอาหารกลางวันมาปิกนิกที่ Kirribilli, Lavender Bay, Greenwich, Waverton, Hunters Hill, Woolwich, Longueville และ Wollstonecraftพร้อมพักผ่อนและเอนกายใต้ต้นศรีตรัง

2. Eastern Suburbs: มุ่งไปยังถนน Oxford Street, ถนน Glenmore Road และห้าแยก Five Ways ในย่าน Paddington ที่เป็นอีกหนึ่งสุดยอดจุดชมต้นศรีตรัง ขณะที่บริเวณ Woollahra และ Double Bay ก็เป็นจุดชมต้นไม้สีม่วงบานสะพรั่งที่น่าประทับใจเช่นกัน 

3. Sydney City: เดินชมต้นศรีตรังในนครซิดนีย์ โดยเริ่มตั้งแต่สวนพฤกษศาสตร์ซิดนีย์ ไปจนถึง Circular Quay และ The Rock พร้อมแวะชมความสะพรั่งของต้นศรีตรังที่มีฉากหลังเป็นซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์, ซิดนีย์ โอเปร่า เฮาส์ และซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ อันโด่งดัง รวมถึงถนนหิน The Rock อันเก่าแก่

4. Inner Sydney: อีกหนึ่งกิจกรรมห้ามพลาดคือ การชมต้นศรีตรังยักษ์ ณ มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ซึ่งไม่เหมือนกับที่ใด เพราะต้นศรีตรังที่นี่เกิดและเติบโตขึ้นด้วยวิธีการคัดลอกพันธุ์หรือการโคลน ทำให้ต้นศรีตรังต้นนี้เป็นหนึ่งในต้นศรีตรังที่มีชื่อเสียงที่สุดในนครซิดนีย์ และคุ้มค่าต่อการเยี่ยมชมในฤดูกาลนี้เป็นที่สุด ขณะที่ Glebe, Camperdown และ Erskineville ก็เป็นจุดสำคัญในการชมความงามของต้นศรีตรัง

5. Grafton: เมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Clarence River บนชายฝั่งตอนเหนือของ NSW โดยเป็นสถานที่จัดเทศกาลต้นศรีตรังแห่งเมืองกราฟตัน ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ต.ค. – 6 พ.ย. 2559 ซึ่งไฮไลท์ของงานนั้นรวมถึง การประกวดราชินีต้นศรีตรัง ขบวนพาเหรดรถแห่ ตลาด การแสดงสด และการแสดงดอกไม้ไฟ

แบ่งปันประสบการณ์หรือแชร์ภาพต้นศรีตรังของคุณบนโซเชียลมีเดีย โดยใส่แฮชแท็ก #iloveysydney หรือ #newsouthwales

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sydney.com และ www.visitnsw.com

ข้อความถึงบรรณาธิการ: สามารถขอรับภาพประกอบเพิ่มเติมได้ 

สื่อมวลชนติดต่อ:

Elissa Tyrrell

Destination NSW

โทร: +61-02-9931-1426

อีเมล: elissa.tyrrell@dnsw.com.au

ผู้บริหาร XCMG เข้าพบประธานาธิบดีบราซิล ย้ำเดินหน้าลงทุนต่อแม้เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บราซีเลีย,บราซิล–31 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ประธานาธิบดีมิเชล เทเมอร์ ของบราซิล ได้พบปะพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับคุณหวัง หมิน ประธานบริษัท XCMG ร่วมด้วยคุณหวัง หยานซง รองประธานXCMG Machinery และประธาน XCMG Brazil รวมถึงคณะผู้แทนของ XCMG เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงบราซีเลีย ประเทศบราซิล

การพูดคุยเป็นไปในเชิงบวก โดยมีการกล่าวถึงบริษัทจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในบราซิลและช่วยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเทเมอร์ได้ชื่นชมการลงทุนของ XCMG ที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ และยกย่องว่าความสำเร็จของ XCMG เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับบริษัทจีนรายอื่นๆ ที่สนใจเข้ามาลงทุนในบราซิล

ประธานาธิบดีเทเมอร์กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการพบกับคุณหวังเป็นครั้งที่ 2 หลังการประชุมสุดยอด G20 ที่หางโจว จีนเป็นประเทศที่สามารถรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดียิ่งสำหรับทุกประเทศทั่วโลก การประชุมครั้งนั้นถือเป็นการเผยแพร่ “วิถีแบบจีน” ไปสู่หลายประเทศ และประสบการณ์ของจีนมีความจำเป็นมากในช่วงที่เรากำลังทำการกอบกู้เศรษฐกิจประเทศ

ฐานการผลิตในบราซิลไม่ใช่แค่ฐานการผลิตในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของ XCMG เท่านั้น แต่ยังเป็นนิคมอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างแห่งแรกและแห่งใหญ่ที่สุดในบราซิลที่สร้างโดยอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างจีน ฐานการผลิตนี้ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าของ XCMG ในบราซิล และช่วยผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วย

คุณหวังอธิบายว่า XCMG ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การวางรากฐานทางธุรกิจในบราซิลและการขยายธุรกิจในอเมริกาใต้ แม้ว่าเศรษฐกิจบราซิลกำลังอยู่ในช่วงขาลง เพราะบริษัทยังคงมีความเชื่อมั่นในการลงทุนในบราซิล

ภายหลังการหารือร่วมกัน คุณหวังได้มอบโมเดลรถเครนของ XCMG และเชิญประธานาธิบดีเทเมอร์ไปเยี่ยมชมโรงงานในเมืองโปซูอาแลกรี โดยประธานาธิบดีเทเมอร์ได้ตอบรับคำเชิญอย่างเต็มใจ

คุณหวังได้ไปเยือนฐานการผลิตของ XCMG ในบราซิล ตั้งแต่เขาและคณะผู้แทนของบริษัทเดินทางมาถึงบราซิลเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม และยังได้พบปะกับพนักงานของ XCMG ในบราซิล รวมทั้งเยี่ยมชมแผนกผลิตและประกอบชิ้นส่วน ตลอดจนประกาศว่า XCMG ต้องยึดมั่นในกลยุทธ์และเป้าหมายของบริษัทเพื่อก้าวสู่ความเป็นแบรนด์ระดับโลก

เกี่ยวกับ XCMG

 

XCMG เป็นบริษัทข้ามชาติผู้ผลิตเครื่องจักรหนักที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 73 ปี และปัจจุบันติดอันดับ 9 ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างของโลก บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังกว่า 176 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.xcmg.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook, Twitter, YouTube, LinkedIn และ Instagram

XCMG- Brazil President meeting / Brazilian President Michel Temer met with XCMG's chairman Wang Min (PRNewsFoto/XCMG)

รูปภาพ-http://photos.prnewswire.com/prnh/20161030/434059

XCMG- Brazil President / XCMG's chairman Wang Min presented Michel Temer, President of Brazil, with a XCMG crane model. (PRNewsFoto/XCMG)

รูปภาพ-http://photos.prnewswire.com/prnh/20161030/434060