Plintron ก้าวไปอีกขั้น ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการ MVNO ทะลุ 75 ล้านราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–18 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Plintron บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นการสื่อสารบนคลาวด์ระดับโลกแก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายเสมือน หรือ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) ประกาศว่า บริษัทมีฐานผู้ใช้บริการผ่านหลัก 75 ล้านรายแล้ว โดย Plintron ถือเป็น MVNE/MVNA (Mobile Virtual Network Enabler/Aggregator) รายใหญ่ที่สุดในโลกที่ช่วยให้บรรดา MVNO สามารถนำเสนอโซลูชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ให้กับลูกค้าทั่วโลก

          Plintron เป็นบริษัทด้าน MVNE/A ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยพิสูจน์ได้จากฐานผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จากจำนวน 50 ล้านรายเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

          Mohan Kumar Sundaram ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน Plintron แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสำเร็จครั้งนี้ว่า “การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้เป็นเครื่องยืนยันคุณภาพในการให้บริการและความสัมพันธ์แน่นแฟ้นของเรากับเหล่า MVNO นับเป็นอีกครั้งที่เราได้พิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชั่นล้ำสมัยที่ทำให้พันธมิตรของเราประสบความสำเร็จ”

          “ด้วยศักยภาพซึ่งเป็นที่ยอมรับ ทำให้เราขยายความสนใจไปยังเอเชียแปซิฟิกและละตินอเมริกา ล่าสุดเราบุกธุรกิจ VNO ที่อินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมูลค่า 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนับว่าเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับเรา” Subhashree Radhakrishnan ผู้ร่วมก่อตั้งและรองประธานกล่าว

          Plintron เป็นผู้สนับสนุนระดับ Gold Sponsor ของงาน MVNO Asia Congress ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 ตุลาคม 2559 ณ Novotel Singapore Clarke Quay ประทศสิงคโปร์ ขอเชิญชวน MVNO ทั่วโลก และผู้ที่ต้องการเตรียมความพร้อมสู่การเป็น MVNO แวะมาเยี่ยมชม Plintron หรือส่งอีเมลมาที่marketing@plintron.com เพื่อแนะนำแนวทางขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับเหล่าพันธมิตร

          เกี่ยวกับ Plintron

          Plintron คือผู้ให้บริการโซลูชั่นการสื่อสารบนคลาวด์ระดับโลก ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจรมากที่สุดให้แก่ MNO, MVNO และองค์กรต่างๆ โดยในระยะเวลาแปดปี Plintron เติบโตอย่างก้าวกระโดดสู่การเป็นผู้นำแห่งการทำแผนที่ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม บริษัทมีบทบาทในระดับสากลมากที่สุดในวงการ และมีเครือข่ายในหลายประเทศที่ทำให้บริษัทยังคงความเป็นผู้นำต่อไป

          ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จในระดับโลกคือ การมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ  การมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การมุ่งเน้นคุณภาพ ความยืดหยุ่น และความเป็นเจ้าของ บริษัทพยายามอย่างไม่หยุดยั้งในการยกระดับคุณค่าที่มีอยู่เดิมและพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆที่มีความทันสมัย

          Plintron มีการดำเนินงานที่แข็งแกร่งด้วยพนักงานกว่า 1,000 คน ในกว่า 21 ประเทศ บริษัทได้ตั้งศูนย์ Global Technology Delivery ซึ่งเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันในอินเดีย นอกจากนั้นยังมีสำนักงาน Business & Support ระดับภูมิภาคทั้งในลอนดอน (สหราชอาณาจักร) ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) และซีแอตเทิล (สหรัฐอเมริกา) และกำลังวางแผนที่จะเปิดสำนักงานในแอฟริกาและละตินอเมริกาด้วย

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

           http://www.plintron.com

           https://www.facebook.com/plintron.corporate

           https://twitter.com/plintron

           https://www.linkedin.com/company/plintron

          ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

          Sreenivas V

          +91-8754595584

           sales@plintron.com

          ที่มา: Plintron

Stanlov Nikitam นักปั่นจากทีม Astana Continental คว้ารางวัลการแข่งขันจักรยานที่เมืองประวัติศาสตร์ริมชายฝั่งของจีนรายการ 2016 Maritime Silk Road Ring of Quanzhou Bay

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฉวนโจว, จีน–18 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

           การแข่งขันจักรยานซึ่งจัดขึ้นที่เมืองประวัติศาสตร์ริมชายฝั่งของจีนปิดฉากลงอย่างสวยงาม โดยนักปั่นของจีนคว้ารางวัลนักปั่นเจ้าภูเขา “Best Climber”  ในขณะที่นักปั่นชาวโคลัมเบียคว้ารางวัลนักปั่นเจ้าความเร็ว “Best Sprinter”

          การแข่งขันจักรยานทางไกลรายการ 2016 Maritime Silk Road Ring of Quanzhou Bay International Road Cycling Race ซึ่งจัดซึ้นเป็นเวลา 3 วัน รูดม่านปิดฉากลงอย่างงดงามเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา ณ เมืองฉวนโจว เมืองชายฝั่งในมณฑลฝูเจี้ยน ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน โดย Stalnov Nikitam นักปั่นน่องเหล็กจากทีม Astana Continental คว้าชัยชนะในการแข่งขันพร้อมรับเสื้อแชมป์สีเหลือง ขณะที่ Wang Xin จากทีม Hysport Look Continental คว้ารางวัลนักปั่นเจ้าภูเขา “Best Climber” ส่วน Mauricio Ortega สังกัดทีม RTS – Monton Racing ได้รางวัลนักปั่นเจ้าความเร็ว “Best Sprinter” โดยที่ทีม Astana Continental คว้าแชมป์ประเภททีมจักรยานอาชีพ

The participating cyclists ride across the starting line after the blast of the starting gun

          รูปภาพ: http://photos.prnasia.com/prnh/20161017/0861610652

          นักปั่นที่เข้าร่วมแข่งขัน ควบจักรยานคู่ใจข้ามเส้นออกสตาร์ทหลังเสียงปืนปล่อยตัวนักกีฬาดังขึ้น

          ในฐานะที่เป็นการแข่งขันจักรยานระดับโลกเพียงหนึ่งเดียวที่มีวัตถุประสงค์หลักในการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมเส้นทางสายไหมทางทะเล และเป็นการแข่งขันกีฬาระดับสูงที่สุดที่เคยจัดในเมืองฉวนโจว ตลอดระยะเวลา 3 วันของการแข่งขันมีการแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกเป็นการปั่นไปตามเส้นทางผ่านเขตอนุรักษ์ทางธรรมชาติ ช่วงที่ 2 ปั่นไปตามเส้นทางรอบอ่าวฉวนโจว และช่วงสุดท้าย ปั่นบนเส้นทางรอบเมืองฉวนโจว รวมระยะทางทั้งสิ้น 337 กม.

          นอกเหนือไปจากนักปั่นอาชีพที่เข้าร่วมแข่งขันแล้ว ยังมีผู้ที่หลงใหลในการปั่นจักรยานอีกเกือบ 10,000 คนเข้าร่วมแข่งขันในช่วงที่ 2 เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ด้วย โดยนักปั่นเหล่านี้ได้ร่วมสัมผัสความตื่นเต้นในแบบที่นักปั่นอาชีพได้สัมผัส ซึ่งนักปั่นประเภททั่วไปนี้นำโดย Gong Jinjie นักปั่นจักรยานชาวจีนคนแรกที่คว้าเหรียญทองในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก และ Xu Zhihua ซีอีโอของบริษัทพีค สปอร์ต โปรดักส์

          Gong Jinjie กล่าวว่า “การที่ผมได้นำปั่นจักรยานในครั้งนี้ ทำให้ผมรู้จักเมืองฉวนโจวมากยิ่งขึ้น เมืองซึ่งได้รับสมญานามว่า ‘เมืองวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก’ และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมทางทะเล ที่นี่มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย และเมืองโบราณแห่งนี้จะกลายเป็นสวรรค์ของผู้ที่รักการปั่นจักรยานอย่างแน่นอน”

          การแข่งขันในปีนี้จัดขึ้นโดยบริษัท พีค สปอร์ต ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาชั้นนำของจีน โดยบริษัทมองว่าการรับบทบาทเป็นผู้จัดการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นย่างก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลง จากผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬา สู่การเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมกีฬาที่เติบโตอย่างเต็มที่

ผลสำรวจนักข่าวโดยพิอาร์นิวส์ไวร์ชี้ข่าวประชาสัมพันธ์เป็นแหล่งที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับการเขียนข่าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–18 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ผู้ตอบแบบสำรวจ 22% ใช้ข่าวประชาสัมพันธ์เป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับการเขียนข่าวหรือตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามมาด้วยแหล่งข่าวที่เป็นโฆษกของบริษัท (21%) และเว็บไซต์ทางการของบริษัท (19%)

          – องค์ประกอบมัลติมีเดีย เช่น รูปภาพ วิดีโอ และอินโฟกราฟิก เป็น 1 ใน 3 ข้อมูลประเภทแรกที่สื่อมวลชนต้องการเห็นมากที่สุดในข่าวประชาสัมพันธ์

          พีอาร์นิวส์ไวร์ เปิดเผยผลการค้นพบที่สำคัญจากรายงานการสำรวจ ซึ่งจัดทำขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อบ่งชี้สถานะการทำงานและพฤติกรรมการรวบรวมข่าวของนักข่าวและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ใน 6 ตลาดสำคัญของภูมิภาค ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไต้หวัน โดยรวบรวมคำตอบจากนักข่าวและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อจำนวน 482 คน

 

  โลโก้ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160617/8521603993LOGO-d

          รายงานฉบับนี้มุ่งหวังว่าจะมอบข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานในสายงานประชาสัมพันธ์ นักการตลาด และนักสื่อสารองค์กร สามารถก้าวทันความเคลื่อนไหวและแนวโน้มล่าสุด และเพื่อที่บุคลากรเหล่านี้จะได้เข้าใจวิธีการเข้าถึงสื่อและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงานผลการสำรวจฉบับภาษาอังกฤษได้ที่: http://misc.prnasia.com/atd/custeventreg.php?event_id=263&utm_source=web&utm_medium=pressrelease&utm_campaign=ADSurveyReport

 

 รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161008/8521606424-a

          รายงานการสำรวจนักข่าวเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2559 โดยพีอาร์นิวส์ไวร์

          “การแพร่ขยายของสื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดียกำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วต่อกระบวนการทำงานของห้องข่าว” ยู่เจี๋ย เฉิน รองประธานอาวุโส พีอาร์นิวส์ไวร์ เอเชีย กล่าว “ปัจจุบันวงจรการทำข่าวใช้เวลาสั้นลง และการเผยแพร่ข่าวด่วนทางออนไลน์ก่อนตีพิมพ์นั้นก็ได้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ไปแล้ว แม้นักข่าวต่างรู้สึกได้ว่าปรากฏการณ์ออนไลน์นี้กำลังกดดันให้พวกเขาต้องผลิตข่าวมากขึ้นและเร็วขึ้น แต่ในขณะเดียวกันนักข่าวก็ยอมรับความจริงว่า โซเชียลมีเดียเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตของทุกคน ซึ่งรวมถึงสื่อที่ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อรวบรวมไอเดียทำข่าว ขยายการเข้าถึงผู้รับสาร และเน้นสร้างการมีส่วนร่วมในรูปแบบที่ลึกซึ้งและเป็นกันเองยิ่งขึ้น”

          ประเด็นสำคัญจากรายงานการสำรวจประกอบด้วย:

          – ข่าวประชาสัมพันธ์ยังคงเป็นแหล่งอ้างอิงที่นักข่าวให้ความเชื่อถือและนิยมมากที่สุดเพื่อใช้เขียนข่าว หรือตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามมาด้วยโฆษกของบริษัท และเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัท

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161008/8521606424-b

          แหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุดสำหรับใช้อ้างอิงในการรายงานข่าว หรือตรวจสอบข้อเท็จจริง

          – โซเชียลมีเดียและเสิร์ชเอนจินเป็นสองช่องทางที่นักข่าวนิยมใช้มากที่สุดเพื่อติดตามข่าวสารล่าสุด สำหรับเจ้าของแบรนด์แล้ว การใช้โซเชียลมีเดียให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรมีการผสานความร่วมมือกับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีด้วย โดยปฏิสัมพันธ์ในทางที่ดีนั้นสามารถช่วยส่งเสริมอิทธิพลและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ได้

          – นักข่าวที่ร่วมตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่พอใจกับงานของตน และมองเห็นโอกาสก้าวหน้าในสายงานสื่อ อย่างไรก็ดี พวกเขาเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาตนเอง และเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติม เพื่อนำมาปรับใช้ในสภาพแวดล้อมสื่อที่กำลังเปลี่ยนแปลง

          – แม้ทักษะการทำข่าวแบบดั้งเดิมยังเป็นสิ่งสำคัญ แต่ปัจจุบันคอนเทนต์ต่างๆ ถูกผลิตสำหรับการใช้งานบนอุปกรณ์ดิจิทัลและเว็บไซต์มากขึ้น ดังนั้น การผลิตวิดีโอ การออกแบบกราฟฟิก และการถ่ายภาพจึงเป็นทักษะที่นักข่าวต้องการมากที่สุด

          – อีเมลคือช่องทางการสื่อสารในที่ทำงานที่นักข่าวใช้กันมากที่สุด อย่างไรก็ดี นักข่าวต้องการให้แบรนด์สร้างความสัมพันธ์ที่เป็นรูปธรรมกับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ ผ่านการประชุมเครือข่ายหรือการพบกันแบบตัวต่อตัว

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161008/8521606424-c

          ทักษะความสามารถที่นักข่าวต้องการ

          ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ประกอบด้วยผู้สื่อข่าว บรรณาธิการข่าว และบรรณาธิการบริหาร ซึ่งทุกคนตอบแบบสำรวจโดยพิจารณาจากพฤติกรรมการทำงานและประสบการณ์ส่วนตัวที่มีต่อนักสื่อสารองค์กรและนักประชาสัมพันธ์ การสำรวจใช้วิธีสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวและทางโทรศัพท์ เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้ตอบแบบสำรวจที่ได้รับการคัดเลือก

          พันธมิตรในการจัดทำรายงานการสำรวจครั้งนี้ ได้แก่ สมาคมข่าวออนไลน์สิงคโปร์ ชมรมข่าวสิงคโปร์ และสมาคมผู้จัดพิมพ์สื่อของสิงคโปร์ ซึ่งสนับสนุนและช่วยโปรโมตให้สมาชิกของตนร่วมตอบแบบสำรวจ

          ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงานผลสำรวจได้ที่: http://misc.prnasia.com/atd/custeventreg.php?event_id=263&utm_source=web&utm_medium=pressrelease&utm_campaign=ADSurveyReport

          เกี่ยวกับ พีอาร์นิวส์ไวร์  

          พีอาร์นิวส์ไวร์ (PR Newswire) บริษัทในเครือ ซิชั่น (Cision) เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและเผยแพร่มัลติมีเดียชั้นนำของโลก ที่ช่วยให้นักการตลาด นักสื่อสารองค์กร เจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ พีอาร์นิวส์ไวร์เป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการเผยแพร่ข่าวสารเชิงพาณิชย์เมื่อกว่า 60 ปีก่อน และปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นแบบเอ็นด์-ทู-เอ็นด์ เพื่อผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และวางเป้าหมายคอนเทนต์ ไปจนถึงเผยแพร่และวัดผล พีอาร์นิวส์ไวร์เพิ่มพลังให้กับเรื่องราวข่าวสารของทุกองค์กรทั่วโลก ด้วยการผนวกรวมเครือข่ายขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในการเผยแพร่และเพิ่มประสิทธิภาพคอนเทนต์หลายวัฒนธรรมและหลายช่องทาง เข้ากับแพลตฟอร์มและเครื่องมือการทำงานที่มีความครอบคลุม พีอาร์นิวส์ไวร์ให้บริการลูกค้าหลายหมื่นรายผ่านทางสำนักงานที่กระจายอยู่ในอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก

          ซิชั่น เป็นบริษัทด้านสื่ออัจริยะชั้นนำระดับโลก ซึ่งให้บริการนักสื่อสารมืออาชีพด้วยกระบวนการทำงานแบบครบวงจร

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

          PR Newswire’s Asia Marketing Team

          โทร. +852-2572-8228

          อีเมล: asia.marketing@prnasia.com

มหกรรม Guzhen Lightning Fair ต.ค.นี้ นำเสนอบริการตอบโจทย์ผู้ซื้อจากต่างแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

จงซาน, จีน–18 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – การลงทะเบียนออนไลน์สำหรับงาน Guzhen Lighning Fair ครั้งที่ 18 จะหมดเขตในอีก 2 วัน

          มหกรรม China (Guzhen) International Lighting Fair (Guzhen Lighting Fair) ครั้งที่ 18 จะจัดขึ้นในวันที่ 22-26 ตุลาคม 2559 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้า Guzhen Convention and Exhibition Centre ในเขตกู่เจิ้น เมืองจงซาน มณฑลกวางตุ้ง

 

  รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161018/0861610597-a

 

  รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20161018/0861610597-b

          การลงทะเบียนออนไลน์จะหมดเขตในอีก 2 วันข้างหน้า นับจากวันนี้ โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าด้วยหมายเลขโทรศัพท์มือถือได้ที่เว็บไซต์ของงาน (http://www.gzlightingfair.com/en) ผู้ที่ลงทะเบียนแล้วจะสามารถเข้างานได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 100 หยวน ทั้งยังจะได้รับบริการระดับ VIP ต่างๆ เช่น การจับคู่ธุรกิจ การเดินทางฟรี และอื่นๆ

          ผลิตภัณฑ์ไฟส่องสว่างจัดแสดงเต็มพื้นที่เกือบ 1.5 ล้านตารางเมตร

          เมื่อรวมส่วนจัดแสดงย่อย 5 ส่วนเข้าด้วยกันแล้ว พื้นที่จัดแสดงโดยรวมในปีนี้จะมีขนาดถึง 1.5 ล้านตารางเมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 20% โดยผู้จัดแสดงสินค้า 2,000 รายจะมาร่วมกันทำให้งานปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ขณะที่ผลิตภัณฑ์ไฟส่องสว่าง 10 ประเภทซึ่งครอบคลุมครบห่วงโซ่อุปทาน จะสามารถตอบสนองทุกความต้องการของกลุ่มผู้จัดซื้อได้อย่างแน่นอน

          ลดค่าใช้จ่ายในการตามหาซัพพลายเออร์ที่เหมาะกับคุณ ผ่านการพบปะจับคู่ธุรกิจ

          ผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 100 รายที่ได้รับการคัดสรรแล้วว่ามีความสามารถในการทำธุรกิจค้าขายระหว่างประเทศจะได้เข้าร่วมการพบปะจับคู่ธุรกิจ ซึ่งทางผู้จัดงานมีความตั้งใจที่จะช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกสามารถค้นพบและคัดเลือกพันธมิตรธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการจัดซื้อของลูกค้าได้เป็นอย่างดี วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศสามารถจัดซื้อสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด อันจะนำมาซึ่งข้อตกลงที่เอื้อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ผู้ซื้อต่างชาติแต่ละรายจะได้รับการบริการแบบพิเศษสุดเฉพาะบุคคล อาทิ การขอรับจดหมายเชิญและการจองโรงแรมออนไลน์ บริการรับ-ส่งฟรีที่สนามบิน บริการรถรับ-ส่งฟรี และบริการบุฟเฟต์อาหารกลางวันฟรีในบริเวณที่จัดไว้สำหรับพักผ่อน

          นอกจาก Guzhen Lighting Fair แล้ว ยังมีอีกงานเยี่ยมๆ อีกหลายงานที่จะจัดขึ้นพร้อมกันในกู่เจิ้น ได้แก่ เทศกาล “Lighting Cultural Festival” ที่จะใช้เทคโนโลยีการจัดแสงขั้นสูงในการนำเสนอโชว์แสงสีสามมิติสุดตระการตาในกู่เจิ้น นอกจากนี้ นายฟรานเชสโก ซานิ สถาปนิกชื่อดังชาวอิตาลี ได้รับเชิญมาบรรยายในหัวข้อ “Original Design as the Way to Success” เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเหตุผลและแนวทางพัฒนาการออกแบบที่เป็นต้นฉบับให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน

          มหกรรม Guzhen Lighting Fair ประจำฤดูใบไม้ร่วง จะก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้นในแง่ของขนาดการจัดงาน จำนวนและคุณภาพของผู้จัดแสดงสินค้า ผู้เข้าร่วมงานระดับมืออาชีพ และบริการการจัดแสดงสินค้า เพื่อทำให้มหกรรมแสงสีระดับนานาชาติงานนี้มีคุณภาพระดับดีเยี่ยม

          เว็บไซต์: http://www.gzlightingfair.com/en

 

Fragrance Du Bois Launches New Collection — ‘Nature’s Treasures’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

PARIS–17 Oct–PRNewswire/InfoQuest

Seductive and luxurious, “Nature’s Treasures” is an original collection of hand-blended perfumes from Fragrance Du Bois — the French, luxury brand renowned for its inspiring creations that use only the best, sustainably sourced, natural ingredients.

 

Photo – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161014/8521606583

With the ‘Nature’s Treasures’ Collection, each fragrance is inspired by nature, and created with the finest, sustainably sourced ingredients 

They are launching a new collection featuring six exquisite fragrances; Baie Rose, Patchouli Argent, Brume du Matin, Petales de Cashmere, Santal Complet and Zest Marin, with each distinctive melange displaying the perfect balance of sophistication and allure. The departure from Fragrance Du Bois’ current product range in which all formulations contain Fragrance Du Bois’ signature 100% pure, natural Oud oil. “Nature’s Treasures” reveals another facet of the young, innovative perfume house, that is sure to delight its burgeoning legion of devotees.

“We are delighted to reveal ‘Nature’s Treasures'”, says Nicola Parker, Brand Director of Fragrance Du Bois. “A lot of thought and research has been put into this project in the past year, as we’ve evolved a collection that not only resonates with us, but also one that we feel will speak to our existing clients as well as our clients to be. As the name of the collection would suggest, each fragrance is inspired by nature, and created with the finest, sustainably sourced ingredients. We’ve approached this collection in much the same way that we composed our Oud-based fragrances; only natural ingredients will be used, and only the best of the best of those.”

Committed to producing only the finest luxury fragrances — faithful to the age-old traditions of Grasse —  Fragrance Du Bois works with French Maître Parfumeurs who are experts in their craft, and whose deftness of touch has enabled all of the fragrances to be both bold and subtle; expressive, and yet light and fresh.

Despite its relative youth as a global brand, Fragrance Du Bois has already established an excellent reputation for its Oud-based fragrances and associated products — the perfume world resonating with the company’s “Pure Oud, Pure Luxury” mantra. Fragrance Du Bois’ decision to create a collection of delectable non-Oud-based fragrances can be seen as a natural step in the development of the brand’s portfolio, meeting the desires of an ever-expanding clientele for whom variety is the spice of life.

Furthermore, Fragrance Du Bois has recognised that many perfume aficionados are following the traditions that have been practised in the Middle East for hundreds, if not thousands of years; that of “layering” fragrances to create profiles that are quintessentially individual.

Women, and men, in the Middle East are used to combining a variety of different scents according to personal tastes and mores — the permutations of which are limited only by the individual’s imagination. With Oud often being the “star” ingredient and the ultimate “layer”, Fragrance Du Bois accepted the challenge of creating a series of products that are perfectly formulated, lighter in tone, and still containing only natural, finest quality ingredients.

“We believe that this collection will reach out to a different demographic in terms of our customers,” Parker concluded, “especially in Asia, where the climate seems to suit lighter and fresh, sparkling scents. Importantly though, we haven’t deviated from our core values and message. The new range follows through on the purity and the luxury with which our brand has come to be associated.”

Quintessentially luxurious, each perfume will be contained within an exquisite, signature, Fragrance Du Bois glass bottle, complete with a gold-plated cap, encrusted with Swarovski crystals.

Nature’s Treasures can be found at Fragrance Du Bois’ boutiques in Paris, Singapore, Kuala Lumpur and Geneva. Price: Available in 100ml at EUR595; 50ml available in selected regions at EUR295.

More information on the description and fragrance notes of each perfume can be found here.

Notes for Editors:

For further information, please contact:

Samantha Tham
PR & Marketing Executive, Singapore
Email: samantha.tham@fragrancedubois.com
Tel: +65-9144-0933

Charlotte Medigue   
Marketing & Administrative Officer
Email: charlotte.medigue@fragrancedubois.com
Mobile: +41-227-077-330

About Fragrance Du Bois

Fragrance Du Bois is a niche, luxury perfume house born from the richest essences of nature, crafted by fifth generation perfumers, from the 17th century French traditions of Grasse. At the heart of all Fragrance Du Bois’ creations is its signature Oud that exudes the ultimate in luxury, being both distinctive and unique. All the Oud used by Fragrance Du Bois is produced on its own sustainably managed plantations, and is guaranteed to be ethically and sustainably sourced.

เซบาสเตียน โอกิเยร์ จากทีมโฟล์คสวาเกน ผงาดคว้าแชมป์ World Rally Championship สมัยที่ 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซาโลว์, สเปน–17 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          เซบาสเตียน โอกิเยร์ นักขับชาวฝรั่งเศสวัย 32 ปี จากทีมโฟล์คสวาเกน และจูเลียน อินกราสเซีย โค-ไดรเวอร์ชาวฝรั่งเศสวัย 36 ปี ผงาดขึ้นครองแชมป์ FIA World Rally Championship (WRC) ได้เป็นสมัยที่ 4 หลังคว้าชัยในการแข่งขันสนาม 11 ที่ Rally Spain โดยสองนักขับคู่หูชาวฝรั่งเศสสามารถคว้าแชมป์แรลลี่โลกฤดูกาลนี้ไปครองได้สำเร็จ แม้ยังเหลือการแข่งขันอีก 2 สนาม ด้วยรถแข่ง Volkswagen Polo R WRC ซึ่งนับเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน หลังจากคว้าแชมป์มาแล้วในปี 2013, 2014, 2015

 Volkswagen-Motorsport-Champs / Sebastien Ogier/Julien Ingrassia (F/F), Volkswagen Polo R WRC, 2016 Rally Spain (PRNewsFoto/Volkswagen Motorsport GmbH)

Sebastien Ogier/Julien Ingrassia (F/F), Volkswagen Polo R WRC, 2016 Rally Spain (PRNewsFoto/Volkswagen Motorsport GmbH)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161016/429099 )

 Volkswagen-Motorsport / Sebastien Ogier/Julien Ingrassia (F/F), Volkswagen Polo R WRC, 2016 Rally Spain (PRNewsFoto/Volkswagen Motorsport GmbH)

Sebastien Ogier/Julien Ingrassia (F/F), Volkswagen Polo R WRC, 2016 Rally Spain (PRNewsFoto/Volkswagen Motorsport GmbH)

          (รูปภาพ:  http://photos.prnewswire.com/prnh/20161016/429100 )

          “การคว้าแชมป์โลกได้อีกสมัยถือเป็นความรู้สึกวิเศษสุด” โอกิเยร์กล่าวด้วยความยินดีหลังจบการแข่งขัน Rally Spain “แม้ครั้งนี้จะเป็นการคว้าแชมป์โลกครั้งที่ 4 ของจูเลียนและผม แต่ความรู้สึกก็ยังคงพิเศษเหมือนทุกครั้ง ผมไม่อาจบรรยายความรู้สึกที่มีในตอนนี้ได้ เพราะเราได้ต่อสู้อย่างหนักมาด้วยกันเพื่อที่จะคว้าแชมป์ในปีนี้ นอกจากการเกิดของลูกชายแล้ว การคว้าแชมป์ถือเป็นเหตุการณ์ที่ดีที่สุดในปีนี้สำหรับผม”

          สเวน สมีตส์ ผู้อำนวยการโฟล์คสวาเกน มอเตอร์สปอร์ต ได้กล่าวยกย่องแชมป์ทั้งสองคนว่า “ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จอันน่ามหัศจรรย์ของเซบาสเตียนและจูเลียน การคว้าตำแหน่งแชมป์โลก 4 ปีติดต่อกันถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถอันโดดเด่นของพวกเขา พวกเขาควรภูมิใจในตนเองและทีมที่ร่วมกันทำสิ่งนี้ให้เป็นไปได้”

          การแข่งขัน Rally Spain ยังนับเป็นความสำเร็จของรถแข่ง Polo R WRC ที่ลงสนามเป็นครั้งที่ 50 ในการแข่งขัน World Rally Championship และคว้าชัยได้เป็นครั้งที่ 41 โดยยังไม่มีรถรุ่นใดในประวัติศาสตร์ของการแข่งขัน World Rally Championship ที่สามารถคว้าชัยชนะภายในระยะเวลาอันสั้นได้มากเท่ากับรถแข่ง 318 แรงม้า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นนี้ ทั้งนี้ การแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลกจะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการหลังการแข่งอีก 2 สนาม ซึ่งรวมถึงรายการ Manufacturers’ Championship โดยขณะนี้โฟล์คสวาเกนเป็นผู้นำด้วยคะแนนทิ้งห่างฮุนได 62 คะแนน

          ข้อความถึงบรรณาธิการ:

          สามารถรับชมรูปภาพและข้อมูลได้ที่: http://www.volkswagen-motorsport.com (ชื่อผู้ใช้: vwrally; รหัสผ่าน: champion16)

          บริการและข้อมูลติดต่อ:

          Volkswagen Motorsport GmbH, Communications, Ikarusallee 7a, D-30179 Hanover

          Andre Dietzel, หัวหน้าฝ่ายการสื่อสารและการตลาด, มือถือ +49-175-7234689

          ที่มา: Volkswagen Motorsport GmbH

FreshTunes บริการจัดจำหน่ายเพลงดิจิทัลรูปแบบใหม่ พร้อมปฏิวัติวงการแล้ววันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–17 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          FreshTunes บริการจัดจำหน่ายเพลงดิจิทัลน้องใหม่ล่าสุดในตลาด เตรียมพร้อมปฏิบัติวงการด้วยข้อเสนอที่แตกต่าง ตอบโจทย์ศิลปินอิสระทั่วโลก โดยบริการเผยแพร่เพลงสู่แพลตฟอร์มสตรีมเพลงรายใหญ่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายนี้เปิดให้ใช้งานทางผ่านออนไลน์ที่ http://www.freshtunes.com

 FreshTunes / FreshTunes - a disruptive, new digital music distribution service is announced (PRNewsFoto/FreshTunes)

FreshTunes – a disruptive, new digital music distribution service is announced (PRNewsFoto/FreshTunes)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161014/428765 )

          FreshTunes นำเสนอการแสดงผลออนไลน์ที่ใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญดังนี้

          – เปิดให้ลงทะเบียนและอัพโหลดคอนเทนต์สู่ร้านค้าดิจิทัลรายใหญ่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ศิลปินสามารถจัดการเพลงออกใหม่ อาร์ตเวิร์ค รายละเอียดของเพลง รวมถึงติดตามยอดขายและสถิติการสตรีมเพลงได้จากกระดานแสดงข้อมูลที่สวยงาม

          – เผยแพร่เพลงผ่านแพลตฟอร์มเพลงรายใหญ่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Spotify, Apple Music, iTunes, Deezer, GoogleMusic, Amazon music, Shazam, YouTube, SAAVN, Guvera และอื่นๆอีกมากมาย

          – FreshTunes ไม่หักรายได้ ค่าสิทธิ หรือค่าลิขสิทธิ์ รายได้จึงเข้ากระเป๋าศิลปิน 100%

          – บริการสร้างรายได้เสริมอื่นๆ อาทิ การผลิตอาร์ตเวิร์ค การผลิตวิดีโอประกอบเนื้อร้อง การผลิตริงโทน การโปรโมตวิดีโอของศิลปินผ่านทางช่อง FreshTunesใน Youtube การทำมาสเตอร์เพลงแบบอัตโนมัติ และบริการ MFiT ซึ่งปรับแต่งเพลงให้ตรงกับมาตรฐานของ iTunes

          FreshTunes มีแบบแผนธุรกิจที่โปร่งใส เรียบง่าย และแตกต่างอย่างชัดเจน นั่นคือการทำรายได้จากบริการเสริมต่างๆ รวมถึงดอกเบี้ยจากเงินในบัญชี โดยผู้ใช้สามารถถอนเงินขั้นต่ำ 25 ปอนด์ และสามารถถอนเพิ่มได้เป็นจำนวนเท่าของ 25 ปอนด์ วิธีนี้ทำให้ FreshTunes จะยังคงสามารถให้บริการมาตรฐานแก่ทุกคนได้ฟรี

          FreshTunes เข้าสู่ตลาดในฤดูใบไม้ผลิ ปี 2016 และสามารถทำผลงานทะลุเป้าหมายที่วางไว้ทั้งหมด โดยมีผู้ใช้อยู่ใน 84 ประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา สหพันธรัฐรัสเซีย อินเดีย และบราซิล

          ภายในเวลาเพียง 6 เดือน FreshTunes มีเพลงเพิ่มเข้ามาอยางต่อเนื่องถึงเกือบ 50,000 รายชื่อ FreshTunes ได้มอบตำแหน่งอัลบัมอันดับ 1 (ชาร์ตฮิปฮอปในiTunes Russia) ให้แก่ Oxxxymiron ศิลปินฮิปฮอปอินดี และกำลังจัดจำหน่ายเพลงของ Jamala ชาวยูเครน ผู้คว้าชัยในรายการ Eurovision Song Contest 2016

          FreshTunes ร่วมก่อตั้งโดยนิโคไล โอโคโรโคฟ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ดูไบ และมีศูนย์การดำเนินงานและเทคโนโลยีอยู่ในมอสโก ซึ่งเป็นเมืองที่ก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางระดับโลกด้านเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างรวดเร็ว บริษัทสตาร์ทอัพแห่งนี้ยังมีสำนักงานอยู่ในบราซิลและสหราชอาณาจักรอีกด้วย

          นิโคไล โอโคโรโคฟ กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าเราได้สร้างโมเดลธุรกิจแบบใหม่ที่ยุติธรรมและช่วยให้ศิลปินอินดี้ได้รับเงินสมน้ำสมเนื้อที่สุด เราเชื่อว่าสิ่งนี้จะพลิกโฉมการจัดจำหน่ายเพลงดิจิทัล ปัจจุบันศิลปินจำนวนมากเลือกเป็นศิลปินไร้สังกัด แม้จะประสบความสำเร็จระดับโลกแล้วก็ตาม ซึ่งถือเป็นกระแสที่ไม่ควรมองข้าม โดย FreshTunes พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมเหล่านักดนตรีอิสระทั่วโลกให้สามารถประกอบอาชีพตามเงื่อนไขของตนเองได้”

          เกือบ 20 ปีบนเส้นทางสายนี้ คุณโอโคโรโคฟวัย 38 ปีได้ฝากผลงานที่น่าประทับใจมากมายในแวดวงเพลงดิจิทัล เทคโนโลยี และการสื่อสาร จากการเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นผู้บริหารบริษัทหลายแห่ง ได้แก่ Iricom, Rightscom, Kedoo สตูดิโอแอนิเมชั่น 3D Sparrow อีกทั้งยังถือหุ้นในค่ายเพลง NDA ในรัสเซีย การดำเนินธุรกิจที่สะท้อนวิสัยทัศน์อันกว้างไกล การบริหารงานด้วยความเชี่ยวชาญ และการตอบสนองโลกดิจิทัลที่หมุนอย่างรวดเร็ว ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคุณโอโคโรโคฟคือผู้นำตัวจริงในตลาดคอนเทนต์ดิจิทัลรัสเซียที่กำลังเฟื่องฟูอยู่ในขณะนี้

          คุณโอโคโรโคฟกล่าวเสริมว่า “ทุกอย่างฟรีหมด ใครๆก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้ FreshTunes มีโมเดล ฟรีเมียม‘ (freemium) โดยบริการหลักของเราในการจัดจำหน่ายเพลงไปยังแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้นไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น หากผู้ใช้ต้องการเพิ่มบริการเสริม ก็สามารถจ่ายเงินเพิ่มอีกเพียงเล็กน้อย เรามีความเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมว่า ทุกคนควรได้รับโอกาสในการแบ่งปันผลงานศิลปะ สร้างชุมชนศิลปิน และเข้าถึงคนฟังทั่วโลกโดยไม่ต้องเสียเงิน”

          แหล่งข่าว: FreshTunes

เศรษฐกิจใหม่ของรัสเซียช่วยสร้างงานและขับเคลื่อนการเติบโต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, รัสเซีย–14 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Ulmart แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำของรัสเซีย และผู้ค้าปลีกออนไลน์รายแรกที่ทำรายได้ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ ได้เข้าร่วมมหกรรมอสังหาริมทรัพย์“Expo Real” ที่มิวนิก เพื่อแสดงให้เห็นว่า เพราะเหตุใดบริษัทจึงเป็นดาวเด่นของ “เศรษฐกิจใหม่รัสเซีย หลังยุคบูมของสินค้าโภคภัณฑ์”

 Ulmart Logo / Ulmart Logo (PRNewsFoto/Ulmart)

Ulmart Logo (PRNewsFoto/Ulmart)

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20151015/277241LOGO )

ในปีที่ 2 ของการเข้าร่วมงานนี้ บูธของ Ulmart ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในเรื่องของความทันสมัย โดยได้มีการจัดแสดงแบบจำลองศูนย์บริหารจัดการคลังสินค้า หรือ fulfillment center ทั้งใจกลางเมืองและชานเมือง นอกจากนั้นยังจัดการเสวนาทางธุรกิจ 3 หัวข้อ โดยมุ่งเน้นไปที่บทบาทของบริษัทในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ดังที่ศาสตราจารย์คลอส ชวาบ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของ World Economic Forum เขียนไว้ในหนังสือ

ไบรอัน คีน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างประเทศของ Ulmart กล่าวว่า “การปฏิวัติดิจิทัลกำลังเป็นตัวกำหนดแนวทางการทำธุรกิจใหม่ทั้งหมด เศรษฐกิจเก่ายังคงมีความสำคัญในฐานะรากฐานของเศรษฐกิจใหม่ แต่ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนหลักอีกต่อไปในช่วง 10 20 และ 30 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำของรัสเซีย เราได้ยึดถือเนื้อหาในหนังสือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ของศ.ชวาบ และนำมาปรับเปลี่ยนแนวทางการทำธุรกิจในอนาคต”

ตัวแทนของ Ulmart เคยกล่าวไว้หลายครั้งว่า การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและเทคโนโลยีโดยรวมนั้น ไม่เพียงช่วยสร้างงานเพื่อรองรับเศรษฐกิจรัสเซียที่เริ่มมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ด้วย

เอเลนา สเมอร์โนวา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารของ Ulmart กล่าวว่า “โกดังและอาคารแบบเก่าไม่สามารถรองรับความต้องการของเราได้อีกต่อไป เนื่องจากผู้บริโภคในตลาดอีคอมเมิร์ซรัสเซียมีความต้องการที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง ต่างจากประเทศอื่นๆในยุโรปและอเมริกา และเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเหล่านี้ เราจึงจำเป็นต้องสร้าง fulfillment center โดยใช้เทคโนโลยีที่ไม่เคยใช้ในรัสเซียมาก่อน ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจของเราเติบโตอย่างมหาศาลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา”

ผู้บริโภครัสเซียคุ้นเคยดีกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทั้งยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ตามทันหรือแม้กระทั่งนำการปฏิวัติ ดังนั้น การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในรัสเซีย จึงถือเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจรัสเซียด้วย

“การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 กำลังเกิดขึ้น คุณเลือกได้ว่าจะยอมรับและประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน หรือจะไม่เปิดใจยอมรับและประสบความล้มเหลว” ไบรอัน คีน กล่าวสรุปในการเสวนาหัวข้อ “Can Smart Cities become islands of Growth for Russia’s Economy

ที่มา: Ulmart

SUEZ จับมือ NK รุกตลาดบำบัดน้ำอับเฉาเรือ มุ่งมั่นปกป้องมหาสมุทร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โซล, เกาหลีใต้–14 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

SUEZ ขยายการดำเนินงานในตลาดการบำบัดน้ำอับเฉา ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโต หลังมีการให้สัตยาบันข้อตกลงว่าด้วยการจัดการน้ำอับเฉาโดยองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) เมื่อวันที่ 8 กันยายน ทั้งนี้ ทางกลุ่มบริษัทได้ลงนามในข้อตกลงระยะเวลา 5 ปี ร่วมกับ NK ซึ่งเป็นบริษัทระดับนานาชาติรายใหญ่ในตลาดบำบัดน้ำอับเฉา เพื่อจัดหาเครื่องผลิตโอโซนสำหรับระบบบำบัดน้ำอับเฉา

น้ำอับเฉาคือน้ำที่ใช้ในเรือเพื่อรักษาความสมดุล ความเสถียร และความสมบูรณ์เชิงโครงสร้าง น้ำอับเฉานี้จะถูกบรรทุกหรือปล่อยลงสู่ทะเลระหว่างการขนส่งสินค้าตามท่าเรือ และในทะเลหลวงหรือน่านน้ำสากล การบำบัดน้ำอับเฉานับเป็นความท้าทายทางนิเวศในระดับสากล เนื่องจากน้ำอับเฉาอาจมีสิ่งมีชิวิตหลายพันสายพันธุ์ปะปนอยู่ เช่น แบคทีเรีย จุลชีพ สาหร่าย และอื่นๆ จึงทำให้เป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลและมหาสมุทร

 เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว IMO จึงได้จัดทำข้อตกลงการจัดการน้ำอับเฉา [1] ซึ่งได้มีการให้สัตยาบันเมื่อเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 กันยายน 2560 โดยกำหนดให้สมาชิก 52 ประเทศติดตั้งระบบบำบัดน้ำอับเฉาบนเรือเดินสมุทร เพื่อลดการเคลื่อนย้ายของเชื้อโรคและสิ่งมีชีวิตในน้ำที่เป็นอันตราย ซึ่งคาดว่าภายในปี 2563 จะมีเรือที่ติดตั้งระบบดังกล่าวมากกว่า 40,000 ลำ

 SUEZ และ NK ซึ่งตั้งอยู่ในเกาหลีใต้ ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระดับโลกระยะเวลา 5 ปี เพื่อรองรับตลาดที่มีโอกาสสดใสทั่วโลก ข้อตกลงฉบับนี้จะยกระดับความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่ช่วยในการบำบัดน้ำอับเฉาด้วยเครื่องผลิตโอโซน ซึ่งปัจจุบันจำหน่ายไปแล้ว 400 เครื่อง

 ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว SUEZ ได้ยืนยันการมีส่วนร่วมในการจัดหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมเพื่อควบคุมมลพิษในมหาสมุทร โดย SUEZ มีเทคโนโลยีโอโซนที่ล้ำสมัยและมีประสบการณ์กว้างขวางในด้านการบำบัดน้ำอับเฉา นอกจากนี้ เมื่อปี 2553 บริษัทยังได้ลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตที่ทันสมัยในเมืองเทียนจิน ประเทศจีน ความร่วมมือของบริษัทกับทาง NK จะก่อให้เกิดการประสานกำลังกันในหลายด้าน โดยอาศัยความเชี่ยวชาญทางเทคนิค โรงงาน และรูปแบบธุรกิจของแต่ละฝ่าย ทั้งนี้ SUEZ และ NK คาดว่าตลาดจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และจะเดินหน้าลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีของตนผ่านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในด้านการบำบัดน้ำอับเฉา

[1] การประชุมนานาชาติเพื่อการควบคุมและการจัดการน้ำอับเฉาเรือและตะกอนของเรือ 

SUEZ

เราอยู่ในจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติทรัพยากร ในยุคที่เราต้องเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรทั่วโลก การเติบโตของเมือง และการลดลงของทรัพยากร ส่งผลให้การรักษา ฟื้นฟู และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ากลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต่ออนาคตของเรา SUEZ (Paris: SEV, Brussels: SEVB) ได้จัดหาน้ำดื่มให้กับประชากร 92 ล้านคน และให้บริการด้านสุขาภิบาลกับประชากร 65 ล้านคน รวมทั้งเก็บรวบรวมของเสียจากประชากรเกือบ 34 ล้านคน เก็บขยะ 16 ล้านตันต่อปี และผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในท้องถิ่น 5,855 กิกะวัตต์ชั่วโมง ปัจจุบัน SUEZ มีบทบาทสำคัญในด้านการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน บริษัทดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้ง 5 ทวีปทั่วโลก มีพนักงานทั้งสิ้น 82,530 คน และมีรายได้รวม 1.51 หมื่นล้านยูโรในปี 2558

 SUEZ ในเอเชีย

 SUEZ ดำเนินธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานกว่า 60 ปี และดำเนินธุรกิจในจีนมานานกว่า 40 ปี ทั้งในด้านการจัดการน้ำดื่มและน้ำเสีย SUEZ มีพนักงาน 9,500 คนในเอเชีย และมีบริษัทที่ร่วมทุนกับผู้ประกอบการในท้องถิ่นกว่า 50 แห่ง บริษัทให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมและหน่วยงานท้องถิ่นในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน SUEZ สร้างโรงงานน้ำดื่มและโรงบำบัดน้ำเสียกว่า 420 แห่งในเอเชีย และจัดหาน้ำดื่มให้ประชากรมากกว่า 20 ล้านคน นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้บริหารโครงการน้ำภายใต้ความร่วมมือภาครัฐ-เอกชนโครงการแรกของจีนในมาเก๊า ทั้งยังเป็นผู้นำด้านการจัดการของเสียในฮ่องกง ตลอดจนส่งมอบความเชี่ยวชาญด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมให้แก่นิคมอุตสาหกรรม 11 แห่ง ทั้งนี้ ในปี 2558 SUEZ มีรายได้จากการทำธุรกิจในเอเชียมากกว่า 1 พันล้านยูโร

  NK Company Limited

  NK Company Limited เป็นผู้ผลิตกระบอกสูบแรงดันสูงรายใหญ่ที่สุดของเกาหลี และเป็นผู้จัดหาเทคโนโลยีขั้นสูงในด้านต่างๆ เช่น การคมนาคมขนส่ง การเก็บก๊าซธรรมชาติอัดและก๊าซอุตสาหกรรม ระบบดับเพลิง ระบบบำบัดน้ำอับเฉาเรือ และอีกมากมาย NK Company Limited ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า Nam Yang Industry Company Limited ก่อตั้งขึ้นในปี 2523 ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ปัจจุบันมีโรงงานผลิตหลายแห่ง ทั้งในเกาหลีใต้และในต่างประเทศ

  สื่อมวลชนติดต่อ:

  SUEZ Paris

  Catherine des Arcis 

  โทร: +33 1 58 81 54 23 

   อีเมล: catherine.desarcis@suez.com 

   SUEZ Asia 

   Joey CHIO 

   โทร: +853 6681 4700 

   อีเมล: joeychio@sinofrench.com 

GAC Motor เริ่มเดินเครื่องประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ในไนจีเรีย เน้นควบคุมคุณภาพตามแผนกลยุทธ์ก้าวสู่ระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจว, จีน–14 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา GAC Motor ได้เสร็จสิ้นการประกอบชิ้นส่วนและทดสอบรถยนต์ GS4 จำนวน 8 คันแรกในประเทศไนจีเรีย ภายใต้โครงการประกอบชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูป (SKD) ซึ่งดำเนินการผ่านทาง CIG Motors ผู้แทนจำหน่ายของ GAC Motor ในประเทศไนจีเรีย โครงการ GAC Motor SKD ประสบความสำเร็จในการเปิดตัว และเป็นครั้งแรกที่รถยนต์สัญชาติจีนมีอะไหล่ซึ่งประกอบในไนจีเรีย ซึ่งเป็นการส่งเสริมความร่วมมือทางอุตสาหกรรมระหว่างจีนและแอฟริกาได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังเป็นการสร้างมาตรฐานสำหรับยานยนต์จีนในตลาดไนจีเรีย

 

GAC Motor finishes parts assembly and testing of its first eight GS4 vehicles for its GAC Motor SKD (semi knocked-down) project through CIG Motors, distributor of GAC Motor in Nigeria

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20161014/0861610593   

          GAC Motor เสร็จสิ้นการประกอบชิ้นส่วนและทดสอบรถยนต์ GS4 จำนวน 8 คันแรกในประเทศไนจีเรีย ภายใต้โครงการประกอบชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูป (SKD) ซึ่งดำเนินการผ่านทาง CIG Motors ผู้แทนจำหน่ายของ GAC Motor ในประเทศไนจีเรีย

          โรงงาน SKD ถูกสร้างขึ้นในไนจีเรีย เพื่อประโยชน์ในการใช้ห่วงโซ่อุปทานอย่างเหมาะสม ย่นระยะเวลาและลดต้นทุนการผลิต พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางอาชีพและส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น มาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงานถูกนำมาใช้เพื่อรับประกันความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ โดย GAC Motors จะกำกับดูแลในภาคสนามเพื่อการควบคุมคุณภาพและการสนับสนุนทางเทคนิค

          โครงการดังกล่าวถือเป็นความก้าวหน้าของ GAC Motor ในการสำรวจตลาดโลก ปัจจุบัน GAC Motor มีโชว์รูมใน 15 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาใต้ ซึ่งในปี 2559 นี้ GAC Motor เปิดโชว์รูมเพิ่มอีก 3 แห่งในปารากวัย จอร์แดน และไนจีเรีย และลงนามข้อตกลงร่วมกับตัวแทนจำหน่ายในเมียนมา นอกจากนี้ GAC Motor ยังจัดงานการตลาดระดับโลกมากมาย ซึ่งรวมถึงงานทดลองขับรถยนต์ GAC Motor Bahrain International Circuit ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดย Tas’heelat Automotive Company ผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเพียงรายเดียวของ GAC Motor ในประเทศบาห์เรน รวมไปถึงการที่ GAC Motor เป็นผู้สนับสนุนรางวัล Africa Magic Viewers’ Choice Awards (AMVCA) ซึ่งเทียบเท่ากับรางวัลออสการ์ของแอฟริกา ณ ศูนย์การประชุม Eko Hotel Convention Center

          หยู จุน ผู้จัดการทั่วไปของ GAC Motor กล่าวว่า ทั้งตลาดเกิดใหม่และตลาดพัฒนาแล้วในยุโรปและอเมริกาเหนือ ล้วนเป็นตลาดที่สำคัญยิ่งตามเป้าหมายทางกลยุทธ์ของ GAC Motor ในการเป็นแบรนด์สากลอย่างแท้จริง สำหรับตลาดเกิดใหม่นั้น GAC Motor มุ่งเน้นที่การประชาสัมพันธ์แบรนด์ การบริการและการสนับสนุน รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยโครงการ SKD และ CKD (รถยนต์ประกอบภายในประเทศ) ในตลาดกลุ่มนี้ช่วยวางรากฐานให้กับห่วงโซ่อุปทานและระบบการผลิตทั่วโลก ขณะที่ในส่วนของตลาดพัฒนาแล้ว GAC Motor อยู่ระหว่างการวางแผนจัดตั้งศูนย์วิจัยในอเมริกาเหนือ เพื่อยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของบริษัท

          GAC Motor ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์อันดับ 1 ของจีนเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ในรายงาน Chinese New Vehicle Initial Quality Study Report ประจำปี 2559 โดย J.D. Power Asia Pacific และยังเป็นแบรนด์จีนที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการรั้งอันดับ 5 ในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ในขณะเดียวกัน GAC Motor GS4 ยังได้รับคะแนนสูงสุดในบรรดาแบรนด์จีน ด้วยคะแนน 93 คะแนนในประเภทรถยนต์ SUV ขนาดเล็กอีกด้วย

          ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา GAC Motor มีการพัฒนาอย่างยอดเยี่ยมในด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ การยกระดับผลิตภาพ และอิทธิพลของแบรนด์ อีกทั้งยังปูทางสู่การผลิตสมัยใหม่ในประเทศจีน รถยนต์รุ่นใหม่ GAC Motor GS8 จะเปิดตัวที่ศูนย์จัดแสดง Hangzhou International Expo Center ซึ่งเป็นสถานที่หลักในการจัดการประชุมสุดยอด G20 เพื่อแสดงความมุ่งมั่นของบริษัทที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้เห็นเป็นที่ประจักษ์

          เกี่ยวกับ GAC Motor

          GAC Motor เป็นบริษัทในเครือของ GAC Group ที่ทุ่มเทให้กับการพัฒนาและผลิตยานยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์ประดับยนต์ที่มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาส GAC Motor อยู่ในอันดับ 5 ของรายงาน China Initial Quality Study ประจำปี 2559 โดย J.D. Power Asia Pacific ซึ่งถือเป็นแบรนด์จีนที่ติดอันดับสูงสุดเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

          ติดต่อ:

          Zhujun Wang

          +86-20-3920-6308

          sukie_gacmotor@126.com

          Qi Li

          liqi@gacmotor.com