ผลวิจัยเผยการพาสุนัขเดินเล่นช่วยสร้างเสริมสุขภาพผู้เลี้ยง-สร้างความรู้สึกปลอดภัยในชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บรัสเซลส์–13 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ผลการวิจัยระดับนานาชาติซึ่งได้รับการเผยแพร่ในวารสาร BMC Public Health ระบุว่า ผู้ที่พาสุนัขไปเดินเล่นจะมีกิจกรรมทางกายต่อสัปดาห์เพิ่มขึ้น และการพาสุนัขไปเดินเล่นยังช่วยให้คนในชุมชนรู้สึกปลอดภัยอีกด้วย

 Dog-walker-1 / Dog walkers are more physically active than non-dog walkers. (PRNewsFoto/Mars Petcare)

Dog walkers are more physically active than non-dog walkers. (PRNewsFoto/Mars Petcare)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161007/416375 )

Dog-walker-2 / Dog walking can help people feel safer in their neighborhood (PRNewsFoto/Mars Petcare)

Dog walking can help people feel safer in their neighborhood (PRNewsFoto/Mars Petcare)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161007/416376 ) 

การวิจัยซึ่งจัดทำโดยดร.เฮย์ลีย์ คริสเตียน จากมหาวิทยาลัยเวสต์เทิร์น ออสเตรเลีย (UWA) ร่วมกับสถาบันวิจัยโภชนาการสัตว์เลี้ยงวอลแธมในเครือมาร์ส เพ็ทแคร์ นับเป็นการวิจัยระดับนานาชาติครั้งแรกที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการพาสุนัขเดินเล่น กิจกรรมทางกาย และมุมมองด้านความปลอดภัยของคนในชุมชน โดยได้ผู้เลี้ยงสุนัขกว่า 1,000 คนในเมืองเพิร์ทของออสเตรเลีย และใน 3 เมืองของสหรัฐอเมริกา (ซานดิเอโก แนชวิลล์ และพอร์ตแลนด์) มาเป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย Pet Connections ครั้งนี้ 

ผลการวิจัยเผยให้เห็นว่า ผู้ที่พาสุนัขเดินเล่นมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เพิ่มขึ้นหลายวันในหนึ่งสัปดาห์ เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้พาสุนัขออกไปเดินเล่น ดังนั้น การพาสุนัขเดินเล่นจึงช่วยให้ผู้เลี้ยงมีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ที่สนับสนุนให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ 

นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังได้เน้นย้ำถึงประโยชน์ของการเลี้ยงสุนัขที่มีต่อชุมชนโดยรวม โดยเกือบ 60% ของกลุ่มตัวอย่างในออสเตรเลียและสหรัฐยอมรับว่ารู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเดินเล่นกับสุนัข โดยผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะรู้สึกปลอดภัยมากกว่าผู้ชาย 

ดร.เฮย์ลีย์ คริสเตียน จากวิทยาลัยสุขภาพประชากรในสังกัดมหาวิทยาลัย UWA กล่าวว่า ผลวิจัยชี้ให้เห็นว่า ชาวสหรัฐที่พาสุนัขเดินเล่นรู้สึกปลอดภัยและรู้สึกเหมือนเป็นการตรวจตรารอบชุมชนมากกว่าชาวออสเตรเลีย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรมของคนสองชาติ ทั้งในเรื่องของรูปแบบการเลี้ยงสุนัขและการออกกำลังกาย” 

ผลการวิจัยนี้ยังได้ระบุถึงประโยชน์ทางด้านร่างกายและทางสังคมทั้งในระดับบุคคลและชุมชน รวมถึงสนับสนุนให้ผนวกกิจกรรมการพาสุนัขเดินเล่นไว้ในโปรแกรมและนโยบายด้านสุขภาพอีกด้วย 

เกี่ยวกับสถาบันวิจัยโภชนาการสัตว์เลี้ยงวอลแธม(R) (WALTHAM(R))

สถาบันวิจัยโภชนาการสัตว์เลี้ยงวอลแธม(R) คือผู้สนับสนุนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการและสุขภาพสัตว์เลี้ยงให้แก่บริษัท มาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด (Mars, Incorporated) โดยมีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี

ที่มา: Mars Petcare

เปิดปฏิบัติการค้นหาผู้ดำเนินรายการ “World Class List” คนๆนั้นอาจเป็นคุณ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–13 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          บรรดาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเฟ้นหาสุดยอดบาร์เทนเดอร์ของโลกในการแข่งขัน “World Class Bartender of the Year” ได้เริ่มภารกิจใหม่อีกครั้ง นั่นคือ การถ่ายทำรายการ “World Class List” เพื่อสร้างลิสต์รายชื่อสุดยอดเครื่องดื่มของโลก

 WORLD-CLASS-1 / World Class is searching for the right person to take on the world's greatest opportunity: a global adventure tocreate the ultimate drinks list. Travel to five of the world's most vibrant cities, immerse yourself in local culture, and uncover the most delicious food and drink. Sound like your dream gig? Head to MakeItWorldClass.com to find out how to #MakeTheList (PRNewsFoto/WORLD CLASS)

World Class is searching for the right person to take on the world’s greatest opportunity: a global adventure tocreate the ultimate drinks list. Travel to five of the world’s most vibrant cities, immerse yourself in local culture, and uncover the most delicious food and drink. Sound like your dream gig? Head to MakeItWorldClass.com to find out how to #MakeTheList (PRNewsFoto/WORLD CLASS)

          รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161007/416456

WORLD-CLASS-2 / World Class is searching for the right person to take on the world's greatest opportunity: a global adventure tocreate the ultimate drinks list. Travel to five of the world's most vibrant cities, immerse yourself in local culture, and uncover the most delicious food and drink. Sound like your dream gig? Head to MakeItWorldClass.com to find out how to #MakeTheList (PRNewsFoto/WORLD CLASS)

World Class is searching for the right person to take on the world’s greatest opportunity: a global adventure tocreate the ultimate drinks list. Travel to five of the world’s most vibrant cities, immerse yourself in local culture, and uncover the most delicious food and drink. Sound like your dream gig? Head to MakeItWorldClass.com to find out how to #MakeTheList (PRNewsFoto/WORLD CLASS)

          รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161007/416457

          World Class List เป็นรายการท่องเที่ยวที่จะพาคุณไปเยือน 5 ประเทศ ภายในเวลา 2 เดือน ซึ่งทาง World Class ก็กำลังมองหาบุคคลที่จะมาเป็นผู้ดำเนินรายการและ #MakeTheList

          เมื่อพูดถึงงานในฝัน หลายคนคงนึกถึงงานที่ได้ท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ ยิ่งเมื่อมีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศ รวมถึงได้ทำงานในแวดวงสื่อแล้ว นี่จึงเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตสำหรับผู้ที่มีความเหมาะสมที่สุด

          ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้ใช้เวลาตลอด 2 เดือนในการเดินทางท่องเที่ยว 5 ประเทศ เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและเปิดประสบการณ์ที่ดีที่สุด นั่นก็คือการกินและดื่ม โดยเหล่าผู้โชคดีไม่ได้เดินทางเพียงลำพัง เพราะจะมีบาร์เทนเดอร์ของ World Class ที่เป็นคนถิ่น ช่วยพาไปค้นหาความลับสุดยอดของแต่ละเมือง นอกจากนั้นยังมีทีมถ่ายทำติดตามไปทุกย่างก้าว เพื่อบันทึกประสบการณ์การเดินทางครั้งนี้

          World Class คือโครงการที่ริเริ่มโดยบริษัท Diageo ผู้ผลิต JOHNNIE WALKER SCOTCH WHISKY, TANQUERAY 10 GIN และ KETEL ONE VODKA โดยมีพันธกิจในการสร้างประสบการณ์อันไม่รู้ลืมในการดื่ม อันเป็นที่มาของ World Class List

          Johanna Dalley ผู้อำนวยการ World Class Global กล่าวว่า “นี่เป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตสำหรับผู้ที่รักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ที่จะได้ตะลุยและค้นหาเพชรในตมที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในเมืองสำคัญๆของโลก บาร์เทนเดอร์ของ World Class ไม่เพียงสร้างสรรค์เครื่องดื่มชั้นยอดเท่านั้น แต่ยังสามารถพาไปสัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดของเมืองนั้นๆได้ด้วย เราจึงต้องการให้ผู้ดำเนินรายการและบาร์เทนเดอร์ของ World Class ร่วมสำรวจ สร้างสรรค์ และแบ่งปันรายชื่อสุดยอดเครื่องดื่มแก่คนทั่วโลก”

          ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้มาดำเนินรายการ #MakeTheList จะต้องมีความมั่นใจเมื่ออยู่หน้ากล้อง ต้องรู้สึกสะดวกใจที่จะได้พบผู้คนใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเป็นผู้ที่รักในการผจญภัย

          การสมัครสามารถทำได้อย่างง่ายดาย เพียงอัพโหลดคลิปวิดีโอยาว 15 วินาทีผ่านอินสตาแกรม โดยให้บรรยายว่าเพราะเหตุใดคุณจึงควรได้เข้าร่วมรายการWorld Class List อย่าลืมใส่แฮชแท็ก #MakeTheList @worldclass #contest พร้อมทั้งกดติดตาม @worldclass บนอินสตาแกรมเพื่อให้ขั้นตอนการสมัครเสร็จสมบูรณ์

          ดูตัวอย่างรายการได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=5xtdPPAmwLw

          สามารถอัพโหลดคลิปวิดีโอได้ตั้งแต่วันที่ 10 ถึง 21 ตุลาคมนี้ โดยผู้ร่วมสนุกจะต้องมีอายุระหว่าง 25-35 ปี สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่MakeItWorldClass.com

          สำหรับบรรณาธิการ

          รับชมข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันได้ที่ MakeItWorldClass.com

          รับชมข้อมูล โครงการ และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบได้ที่ http://www.DRINKiQ.com

          ฉลองให้กับชีวิตได้ทุกที่ทุกเวลา

          ที่มา: WORLD CLASS

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ Asia Plantation Capital เดินหน้าวิจัยน้ำมันกฤษณาเพื่อใช้รักษาโรคมะเร็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เจนีวา–14  ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

นับเป็นเวลาหลายพันปีแล้วที่ไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณาได้กลายเป็นสิ่งล้ำค่าทางวัฒนธรรมและศาสนา และนอกจากจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในพิธีทางศาสนาและวัฒนธรรมของผู้คนหลายพันล้านคนแล้ว ปัจจุบัน การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้เริ่มเผยให้เห็นถึงสรรพคุณทางยาของน้ำมันกฤษณา ซึ่งเป็นสารที่ถูกกล่าวถึงในบันทึกที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160927/8521606131-a

Asia Plantation Capital ทุ่มเทให้กับการวิจัยสรรพคุณต่างๆของน้ำมันกฤษณา โดยใช้เทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรแล้วและวิธีการเพาะปลูกที่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพ

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160927/8521606131-b

การกลั่นน้ำมันกฤษณาในโรงกลั่นของ Asia Plantation Capital

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ได้ขึ้นทะเบียนต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียเป็น “พรรณไม้ใกล้สูญพันธุ์” เนื่องจากมีการลักลอบตัดไม้อย่างผิดกฎหมายเพื่อเอายางไม้ที่มีมูลค่าสูง

ยางของไม้กฤษณาจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติเพื่อตอบสนองต่อ “การบาดเจ็บ” โดยยางไม้จะไม่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดการตัดต้นกฤษณาอย่างหนักหน่วงจนเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ ก่อนที่ Asia Plantation Capital บริษัทเจ้าของพื้นที่ปลูกต้นกฤษณาอย่างยั่งยืน จะเข้ามาแทรกแซงในเรื่องนี้

การใช้เทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรแล้วและวิธีการเพาะปลูกที่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพ ได้ช่วยให้ต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียกลับมาเจริญงอกงามอีกครั้ง นอกจากนี้ บริษัทยังคำนึงถึงหลักความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการนำส่วนต่างๆของต้นกฤษณา (ยางไม้ ไม้บริเวณลำต้น หรือแม้กระทั่งใบ) ไปใช้ผลิตสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่มหลากหลายประเภท

Asia Plantation Capital ได้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยบรรดานักวิชาการ นักวิจัย และบุคคลชั้นแนวหน้าในแวดวงไม้กฤษณาและผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในนั้นคือ ศ.ดร.ยูมิ ซูฮานิส ฮัส-ยัน ฮาชิม จากสาขาวิชาวิศวกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัย International Islamic University ประเทศมาเลเซีย

ดร.ยูมิ มีความชำนาญในด้าน “การส่งเสริมรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี และป้องกันโรคภัยไข้เจ็บผ่านการพัฒนา การใช้ และ/หรือการบริโภคผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ” โดยเธอมาพร้อมกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน เพื่อเติมเต็มโมเดลธุรกิจแบบบูรณาแนวดิ่งของ Asia Plantation Capital

ปัจจุบัน นอกจากน้ำมันกฤษณาจะเป็นที่ต้องการอย่างสูงในอุตสาหกรรมน้ำหอมแล้ว เหล่านักวิทยาศาสตร์ยังได้มีการประเมินสรรพคุณทางยาของน้ำมันกฤษณาด้วย และผลลัพธ์เบื้องต้นนับว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง

ตลอดห้วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ นอกจากจะเป็นที่ปรารถนาเพราะกลิ่นหอมอันล้ำลึกแล้ว ไม้กฤษณายังถูกนำไปใช้ในการรักษาอาการปวดข้อ อาการป่วยจากการอักเสบ และโรคกระเพาะ นอกจากนั้นยังเป็นสารระงับประสาท และแม้กระทั่งสารกระตุ้นที่มีฤทธิ์ไม่รุนแรง ทั้งยังมีหลักฐานบ่งชี้ว่า แม้แต่สารสกัดดิบและสารที่สกัดออกมาบางชนิด ยังมีสรรพคุณในการต่อต้านโรคภูมิแพ้ ป้องกันภาวะขาดเลือด (ป้องกันโรคหัวใจ) ป้องกันโรคเบาหวาน ต่อต้านอนุมูลอิสระ และต้านจุลชีพ (1)นอกจากนี้ ไม้กฤษณายังประกอบด้วยฟลาโวนอยส์บางชนิดซึ่งมีคุณสมบัติในการชะลอวัย ขณะที่น้ำชาจากไม้กฤษณายังช่วยย่อยอาหารและช่วยให้ความดันโลหิตคงที่ด้วย

หลังจากที่พบสรรพคุณทางยาอันยอดเยี่ยม รวมถึงสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอันหลากหลาย ขณะนี้จึงได้มีการวิจัยไม้กฤษณาเพิ่มเติมเพื่อประเมินประสิทธิภาพในการป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง(2)

ไม้กฤษณาถูกนำไปใช้ในวงการแพทย์แผนโบราณมาเนิ่นนาน แม้ว่าแทบจะไม่มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์หรือหลักฐานรองรับ อย่างไรก็ดี คุณสมบัติที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในการรักษาการติดเชื้อจุลชีพ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เช่น โรคท้องร่วง อาการไอ โรคเรื้อน และโรคบิด ส่งผลให้นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยหันมาศึกษาสรรพคุณในการต่อต้านอนุมูลอิสระของไม้กฤษณา เพื่อประเมินศักยภาพในการต้านฤทธิ์ “ออกซิเดทิฟสเตรส” (oxidative stress) ที่อาจเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานและโรคมะเร็ง

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สารซึ่งมีความเก่าแก่กว่าประวัติศาสตร์เช่นนี้ ได้รับการยกย่องเชิดชูมาจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ในแง่ของสรรพคุณในการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยที่ดี และจากนี้ไป วิทยาการสมัยใหม่และสติปัญญาของนักวิจัย อาจช่วยให้ไม้กฤษณาขึ้นแท่นเป็น “การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่” ในการรักษาโรคมะเร็งรวมถึงโรคอื่นๆ

การค้นพบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การปลูกและผลิตไม้กฤษณารวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องอย่างยั่งยืนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง และมีเพียงการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบและมีจรรยาบรรณเท่านั้น ที่จะเปิดโอกาสให้สารล้ำค่าชนิดนี้อยู่รอดไปถึงรุ่นต่อๆไป เพื่อสานต่อการค้นหาวิธีรักษาโรคทั้งหลายที่อันตรายต่อชีวิต

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

ชาร์ลอตต์ เมดิก
เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและธุรการ
อีเมล: charlotte.medigue@apcgroup.ch
มือถือ: +41-227-077-330

เกี่ยวกับ APC Group

Plantation Capital ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2545 ก่อนจะก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2551 ในสหราชอาณาจักร จากนั้นบริษัท Asia Plantation Capital จึงถือกำเนิดขึ้นที่ศรีลังกาในปี 2552 ตามมาด้วยไทย ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย ล่าสุดในปี 2558 ได้มีการจัดตั้งบริษัทใหม่เพิ่มอีกสองแห่ง ได้แก่ Africa Plantation Capital ในเคนยา และ America Plantation Capital ในฟลอริดา สหรัฐอเมริกา

Asia Plantation Capital Group เป็นเจ้าของพื้นที่เพาะปลูกและโครงการด้านการเกษตรใน 4 ทวีป ซึ่งรวมถึงโครงการในระยะต่างๆทั่วโลก ส่งผลให้บริษัทเป็นผู้เพาะปลูก ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น น้ำมันกฤษณา ไม้กฤษณา และไม้ไผ่ รายใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลกที่มีการทำธุรกิจแบบบูรณาการแนวดิ่ง

อ้างอิง

1) Journal of Ethnopharmacology, Volume 189, 2 August 2016, pages 331-360.

‘Aquilaria (agarwood) as source of health beneficial compounds: A review of traditional use, phytochemistry and pharmacology.’

Authors: Dr Yumi Zuhanis Has-Yun Hashim, Phirdaous Abbas, Hamzah Mohd Salleh –  Department of Biotechnology Engineering, Faculty of Engineering, International Islamic University Malaysia, Phillip G Kerr School of Biomedical Sciences, Charles Sturt University.

http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0378874116304159

2) Alexandria Journal of Medicine, Volume 52, Issue 2, June 2016, pages 141-150.

‘In vitro antimestatic activity of Agarwood (Aquilaria crassna) essential oils against pancreatic cancer cells.’

Authors: Saad Sabbar Dahham, Yasser M Tabana, Loiy E Ahmed Hassan, Mohamed B Khadeer Ahamed, Amin Malik Shah Abdul Hamid – EMAN Research and Testing Laboratory, School of Pharmaceutical Sciences, Universiti Sains Malaysia, Penang, and Aman Shah Abdul Majid – Advanced Medical and Dental Institute (IPPT), Universiti Sains Malaysia, Penang.

http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2090506815000500

 

6 ประเทศในเอเชียแปซิฟิกอ้าแขนรับมาตรฐานชิปการ์ดของ “ยูเนี่ยนเพย์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–13 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) ประกาศความร่วมมือกับสมาชิก 7 รายของเครือข่าย Asian Payment Network (APN) เพื่ออนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีชิปการ์ดของยูเนี่ยนเพย์ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการผลักดันเทคโนโลยีการเงินมาตรฐานจีนให้ก้าวไกลในระดับสากล โดยเครือข่ายใหญ่ๆในสิงคโปร์ ไทย เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ต่างเตรียมใช้มาตรฐานชิปการ์ดของยูเนี่ยนเพย์ในการออกบัตรและรับชำระเงินผ่านบัตร

ฟาน อี้เฟย รองประธานธนาคารกลางจีน, เก่อ หัวหย่ง ประธานไชน่า ยูเนี่ยนเพย์ และซื่อ เหวินเชา กรรมการผู้จัดการไชน่า ยูเนี่ยนเพย์ ได้เข้าร่วมในพิธีลงนาม โดยมี ไฉ เจี้ยนโป ซีอีโอของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล รวมถึงตัวแทนจากฝ่ายต่างๆ เป็นผู้ลงนาม

ปัจจุบัน บัตรยูเนี่ยนเพย์สามารถใช้ได้ใน 160 ประเทศและดินแดน และมีบริการออกบัตรใน 40 ประเทศและดินแดนทั่วโลก โดยนอกจากจะเป็นผู้ผลักดันการทำธุรกิจข้ามพรมแดนแล้ว ยูเนี่ยนเพย์ยังนำเอาจุดเด่นด้านเครือข่าย ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และมาตรฐาน มาใช้ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินในตลาดต่างๆ นอกประเทศจีนอย่างเต็มรูปแบบ

ฟาน อี้เฟย กล่าวว่า อุตสาหกรรมการชำระเงินของจีนกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆในการส่งเสริมธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงิน ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ การที่สมาชิกของ APN นำมาตรฐานชิปการ์ดของยูเนี่ยนเพย์ไปใช้ แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีและการบริการของยูเนี่ยนเพย์ได้รับการยอมรับในระดับสากลนอกจากนี้ เขายังยินดีรับคำแนะนำและข้อเสนอแนะจากหุ้นส่วนต่างชาติ และพร้อมแบ่งปันโอกาสกับหุ้นส่วนรายใหม่ๆในอนาคต

เก่อ หัวหย่ง กล่าวว่า ยูเนี่ยนเพย์มีบทบาทในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของหลายประเทศในเอเชียมาตั้งแต่ปี 2557 การร่วมมือกับกลุ่ม APN ในครั้งนี้จะช่วยให้การเชื่อมโยงเครือข่ายการชำระเงินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกบรรลุผล และยังช่วยอำนวยความสะดวกในด้านการแลกเปลี่ยนทางการเงินระหว่างประเทศเหล่านี้ด้วย

กลุ่ม APN เกิดจากการรวมตัวกันของ 13 เครือข่ายจาก 11 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการชำระเงินที่หลากหลายในภูมิภาคเข้าด้วยกัน ในปี 2548 ยูเนี่ยนเพย์ได้รับเลือกจาก APN ให้เป็นผู้จัดหาชิปการ์ดข้ามพรมแดนเพียงรายเดียวภายหลังการแข่งขันอย่างดุเดือด และในตอนนี้ สมาชิกของกลุ่ม APN จะใช้มาตรฐานชิปการ์ดของยูเนี่ยนเพย์เป็นมาตรฐานในการออกบัตรทุกใบในเครือ APN

การลงนามข้อตกลงครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งด้วยเหตุผลหลายประการ หนึ่งคือ แสดงให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างยูเนี่ยนเพย์และอุตสาหกรรมการชำระเงินนอกประเทศจีนนั้น มีการพัฒนาจากความร่วมมือทางธุรกิจเพียงอย่างเดียวไปสู่ความร่วมมืออย่างครอบคลุมทั้งในด้านมาตรฐานและผลิตภัณฑ์ สองคือ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการชำระเงินในภูมิภาค รวมทั้งปูทางไปสู่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์การชำระเงินอันทันสมัยของยูเนี่ยนเพย์ และสุดท้ายคือ ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมการชำระเงินของจีน

Campari เตรียมเปิดตัวปฏิทินแนวใหม่ “Campari Red Diaries” มกราคมปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มิลาน–13 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Campari แบรนด์เครื่องดื่มสัญชาติอิตาลีที่มีสีแดงเป็นเอกลักษณ์ เตรียมเปิดตัว “Campari Red Diaries” ปฏิวัติความจำเจของปฏิทินแนวเดิมๆ

Campari Red Diaries จะพลิกแนวทางการสื่อสารของแบรนด์ ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวของค็อกเทลในรูปแบบภาพยนตร์ที่มีชีวิตชีวา เพื่อสะท้อนในสิ่งที่เราเชื่อว่า ค็อกเทลทุกแก้วมีเรื่องเล่าและเพื่อตอกย้ำว่า ค็อกเทลคือกุญแจสำคัญที่ผลักดันให้บาร์เทนเดอร์แต่ละคนแสดงฝีมือออกมาอย่างเต็มที่

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7946751-clive-owen-paolo-sorrentino-campari-red/

ปฏิทินของ Campari ในปีก่อนๆ บอกเล่าเรื่องราวผ่านรูปภาพ แต่ปฏิทินปี 2560 จะบอกเล่าเรื่องราวอย่างสมบูรณ์ผ่านภาพยนตร์สั้นเป็นครั้งแรก โดยจะพาแฟนพันธุ์แท้ของ Campari ไปสัมผัสกับเรื่องเล่าเหนือจินตนาการของค็อกเทลตลอดทั้งปี  

ภาพยนตร์สั้นดังกล่าวเป็นแนวฟิล์มนัวร์ และมีชื่อเรื่องว่า “Killer in Red” เขียนบทและกำกับโดย เปาโล ซอร์เรนติโน ผู้กำกับมือรางวัลชาวอิตาลี และนำแสดงโดย ไคล์ฟ โอเวน ดาราดังระดับโลก

Killer in Red จะบอกเล่าเรื่องราวของ 12 สุดยอดค็อกเทลจากบาร์เทนเดอร์ทั่วโลก โดยมี อิวาน โอลิตา ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงชาวอิตาลี เป็นผู้ปลุกพรสวรรค์และความเป็นศิลปินของบาร์เทนเดอร์แต่ละคนให้ลุกโชน

การฉายรอบปฐมทัศน์ของ Killer in Red และการเปิดตัว Campari Red Diaries จะเกิดขึ้นพร้อมกันในวันที่ 24 มกราคม 2560 ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี อันเป็นที่ตั้งของโรงถ่ายภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Cinecitta และจะมีการเผยแพร่ภาพยนตร์ผ่านทางยูทูบแชนแนลของ Campari เพียงที่เดียวเท่านั้น (https://www.youtube.com/EnjoyCampari)

เปาโล ซอร์เรนติโน กล่าวถึงการเขียนบทและกำกับ Killer in Red ว่า “Campari คือสัญลักษณ์ของความเป็นอิตาลี ซึ่งได้รับความรักและความสนใจจากทั่วโลกด้วยรสนิยมอันสุนทรีย์และสไตล์ที่ชัดเจน อันเป็นสิ่งเดียวกันกับที่ผมภาคภูมิใจ แคมเปญนี้เลือกใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อ ผมจึงต้องทำให้มั่นใจว่า ผมได้ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาอย่างเข้มข้นเร้าใจจริงๆ

ไคล์ฟ โอเวน นักแสดงหนุ่มเจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำ กล่าวเสริมว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเลือกให้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง Killer in Red โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ Campari ได้เข้ามาสู่โลกของภาพยนตร์

บ๊อบ คุนซ์-คอนเซวิตซ์ ซีอีโอของ Gruppo Campari กล่าวว่า ทิศทางของแคมเปญในปีนี้มีความโดดเด่นมาก เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เราเลือกใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อ เพื่อชูรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของ Campari อันเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มมากมาย เราตั้งตารอที่จะเปิดตัวแคมเปญอย่างเต็มรูปแบบในเดือนมกราคมที่จะถึง

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชนทั่วโลก http://www.camparigroup.com/en/media/contacts

เว็บไซต์: http://www.campari.com

แฮชแท็ก: #Campari #RedDiaries

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.campari.com

https://www.youtube.com/EnjoyCampari

https://www.facebook.com/Campari

https://instagram.com/campariofficial

https://twitter.com/campari

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161011/427145 )

ที่มา: Gruppo Campari

80 ปี ของ บลาเซอร์ สวิสลูป (Blaser Swisslube)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮาสเล่-เรือกเซา, สวิตเซอร์แลนด์–13 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          “การให้บริการย่อมมาก่อนผลกำไร” นี่เป็นคติพจน์ที่ผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นอย่าง บลาเซอร์ สวิสลูป (Blaser Swisslube)ได้ฉลองครบรอบ 80 ปีของบริษัท ซึ่งถือปฏิบัติมาโดยตลอด ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2479 บริษัทได้เริ่มผลิตยาขัดรองเท้า “บลาฮา-กลานซ์ (Blaha-Glanz)” นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ได้เกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมากมาย บริษัทเป็นบริษัทที่บริหารจัดการกันเองภายในครอบครัวในเมือง ฮาสเล่-เรือกเซา (Hasle-R?egsau) (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) และได้พัฒนาจากบริษัทขนาดเล็กระดับภูมิภาค จนกระทั่งกลายเป็นบริษัทที่มีบทบาทระดับโลกดังเช่นในปัจจุบัน ศูนย์เทคโนโลยีของบริษัทได้มุ่งเน้นงานวิจัยและพัฒนาอย่างแน่วแน่ การมุ่งเน้นไปที่เรื่องดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการพัฒนาและการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งนำไปสู่ผลสำเร็จ จนกลายเป็นโครงการการบินพลเรือนในปัจจุบัน

          ผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จนี้ ผลิตเป็นครั้งแรกโดยบริษัทเดิม ซึ่งมีชื่อว่า บลาเซอร์+โค. เอจี (Blaser+Co. AG) ซึ่งผลิตครีมขัดรองเท้ากันน้ำ ยี่ห้อ บลาฮา-กลานซ์ (Blaha-Glanz) โดยจำหน่ายให้กับฟาร์มต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง วิลลี่ บลาเซอร์ (Willy Blaser)ได้วางรากฐานสำหรับกลุ่มบริษัทไว้ตั้งแต่พ.ศ. 2479 ซึ่งเป็นปีที่เกิดวิกฤต ในวัย 20 ปีซึ่งเป็นช่วงที่เขาไม่สามารถหางานในวงการค้าภาพวาดที่ตนเองได้ฝึกฝนร่ำเรียนมานั้น บลาเซอร์ได้ก่อตั้งบริษัทด้วยตัวคนเดียวภายในบ้านของพ่อแม่ ซึ่งที่นั่นเป็นที่ที่เขาผลิตน้ำยาหล่อลื่นและเคมีภัณฑ์ทางเทคนิคเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ ความมุมานะอุตสาหะคือปณิธานที่เขาตั้งไว้ในวันนั้น เนื่องจากการขาดแคลนวัตถุดิบในระหว่างช่วงสงครามนั่นเอง

          อย่างไรก็ตาม โชคชะตาของบริษัทได้พลิกผันไปอย่างแท้จริงภายหลังสงครามได้ยุติลง เมื่อฐานลูกค้าที่นอกเหนือไปจากกลุ่มเกษตรกรได้ขยายตัวออกไป ครอบคลุมถึงห้างร้านที่จำหน่ายเครื่องจักรกล อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมการผลิตไม้และเหล็ก และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในยุคแรกๆ “ด้วยจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกอย่างมุ่งมั่นที่มีอยู่ช่วงเริ่มก่อตั้งนั่นเอง บริษัททำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อขยายกิจการออกไปอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้เพิ่มและพัฒนาศูนย์การผลิตให้ทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งยกระดับการค้นคว้าวิจัยโดย”มาร์ค บลาเซอร์ (Marc Blaser) หลานชายและกรรมการผู้จัดการคนปัจจุบัน กล่าวอธิบาย

          ในปี พ.ศ. 2517 ปีเตอร์ บลาเซอร์ (Peter Blaser) (ประธานคณะกรรมการบริหารตั้งแต่ พ.ศ.2553) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ และเป็นผู้บริหารรุ่นที่สองของตระกูลบลาเซอร์ที่เข้ามาบริหารจัดการบริษัท และในฐานะที่เป็นวิศวกรเครื่องกล เขาเริ่มนำกระบวนการผลิตเหล็กมาใช้ในสต็อกของบริษัท พร้อมทั้งจัดตั้งและขยายเครือข่ายการขายออกไปทั้งในยุโรปและต่างประเทศ ด้วยแนวทางสู่ความเป็นสากลของบริษัทนั่นเอง ชื่อของบริษัทจึงได้ถูกเปลี่ยนเป็น บลาเซอร์ สวิสลูป (Blaser Swisslube) โดยในปี พ.ศ. 2524 บริษัท บลาเซอร์ สวิสลูป  (Blaser Swisslube Inc.) จัดตั้งขึ้นที่เมืองโกเช่น (Goshen) มลรัฐนิวยอร์ก ต่อมาได้มีการเปิดบริษัทในเครือในประเทศเยอรมนี สาธารณรัฐเช็กและญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2538 และ 2539 ในปัจจุบัน บลาเซอร์ (Blaser) มีบริษัทในเครือและเอเยนต์ของบริษัท ซึ่งให้บริการอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และว่าจ้างพนักงานทั้งหมดกว่า 600 ราย โดยมี 300 คนอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

IBS Software Services ประกาศรวมแบรนด์ HBSi อย่างเป็นทางการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอตแลนต้า—19 ต.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

แบรนด์ HBSi จะถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของ IBS ในฐานะธุรกิจการโรงแรม Hospitality Strategic Business Unit

IBS Software Services ผู้ให้บริการชั้นนำของโลกด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การขนส่ง และโลจิสติกส์ ประกาศผนวกรวม Hotel Booking Solutions Inc. (HBSi) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านโลจิสติกส์ การโรงแรมและการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท โดยในอนาคต HBSi ซึ่งทาง IBS ได้ซื้อกิจการทั้งหมดเมื่อปี 2555 จะดำเนินงานในฐานะธุรกิจ Hospitality Strategic Business Unit (SBU) ของ IBS

IBS Software / IBS Software

IBS Software

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20121122/577929 )

HBSi ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในแอตแลนต้า ดำเนินงานร่วมกับทั้งบริษัทเจ้าของโรงแรมและตัวแทนท่องเที่ยว เพื่อมอบแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อแบบ B2B ที่มีความยืดหยุ่นและเรียลไทม์ โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับ การเชื่อมต่อโดยตรงแบบเรียลไทม์ รวมถึงการยกระดับระบบบริหารจัดการรายการสิ่งของ ตลอดจนบริการวางระบบซอฟต์แวร์ HBSi ให้บริการลูกค้าในกว่า 37 ประเทศ ซึ่งรวมถึงแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Marriott, IHG, Fairmont, Caesars Entertainment, Las Vegas Sands, Kerzner, Posadas, Sandals และ Prince Hotels นอกจากนี้บริษัทยังให้บริการแก่แบรนด์ท่องเที่ยวออนไลน์กว่า 150 ราย ซึ่งรวมถึงผู้นำอุตสาหกรรมอย่าง Priceline, Expedia, Orbitz, C-Trip และ Booking.com

การที่ IBS เข้าซื้อกิจการของ HBSi โดยสมบูรณ์เมื่อปี 2555 นั้นถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญในแผนกลยุทธ์ของเราที่จะขยายการดำเนินงานของ IBS ในธุรกิจการโรงแรมวีเค แมทธิวส์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ IBS Group กล่าว “หลังผ่านมาเกือบ 4 ปี บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะผนวกรวม HBSi เข้าเป็นส่วนหนึ่งของIBS อย่างสมบูรณ์ โดยจะดำเนินงานในฐานะธุรกิจ Strategic Business Unit นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยว การขนส่ง และโลจิสติกส์อื่นๆ ของ IBS”

การรีแบรนด์ HBSi นั้นเป็นไปตามขั้นตอน หลังจากที่บริษัทของเราได้เริ่มผนวกรวมธุรกิจเข้ากับ IBS อย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงที่ผ่านมา และสอดคล้องกับการที่เราเดินหน้าลงทุนในโซลูชันการโรงแรมยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง” ปีเตอร์ เครบส์ Head of Hospitality SBU กล่าว “การรวมแบรนด์จะช่วยให้เราเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งต่อไป ในขณะที่ IBS ยังคงเดินหน้าขยายการดำเนินงานเพื่อสานต่อและยกระดับสถานะของบริษัทในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรมทั่วโลก”

IBS ได้รับเงินลงทุนจาก Blackstone เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ทั่วโลก โดยมีบุคลากรมืออาชีพเกือบ 3,000 คนประจำสำนักงาน 9 แห่ง และนำเสนอผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ยุคใหม่มากมายให้กับสายการบินอันดับต้นๆของโลก ตลอดจนบริษัทด้านการโรงแรมรายใหญ่ที่สุด สนามบินที่มีผู้โดยสารคับคั่งที่สุด เรือสำราญระดับแนวหน้า ตัวแทนจำหน่ายด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่ และบริษัทน้ำมันและก๊าซชั้นนำ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBS ได้ที่ http://www.ibsplc.com

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อสอบถาม
Bratati Ghosh
Chief Marketing Officer IBS
bratati.ghosh@ibsplc.com

ที่มา: IBS Software Services

TUTC ได้รับการโหวตเป็น “บริษัทแคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูชั้นนำของเอเชีย” จากเวที World Travel Awards 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ–19 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

The Ultimate Travelling Camp (TUTC) แคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูแบบเคลื่อนที่ ผงาดคว้ารางวัล บริษัทแคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูชั้นนำของเอเชียในงานประกาศรางวัล World Travel Awards ครั้งที่ 23 ซึ่งจัดขึ้นที่ InterContinental Danang Sun Peninsula Resort ประเทศเวียดนาม โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ TUTC ได้รับการเสนอชื่อและคว้ารางวัลบนเวทีอันทรงเกียรติสูงสุดในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก จากการโหวตของแขกผู้เข้าพักและผู้เชี่ยวชาญในวงการ

 PR NEWSWIRE EUROPE / Rajnish Sabharwal COO TUTC accepting the award for Asia's Leading Luxury Camp at the World Travel Awards in Vietnam

Rajnish Sabharwal COO TUTC accepting the award for Asia’s Leading Luxury Camp at the World Travel Awards in Vietnam

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161018/829503 )

TUTC-Kohima / TUTC's luxurious camp in Kohima, Nagaland (PRNewsFoto/The Ultimate Travelling Camp)

TUTC’s luxurious camp in Kohima, Nagaland (PRNewsFoto/The Ultimate Travelling Camp)

            (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160913/406904 )

Experience Ladakh in all its Splendour With TUTC's Luxury Camps / TUTC’s luxury camp at Thiksey, Ladakh

TUTC’s luxury camp at Thiksey, Ladakh

            (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160509/803072 )

นายราชนิช สภาวาล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ TUTC กล่าวว่า นับเป็นเกียรติอย่างสูงที่เราได้รับการยอมรับในฐานะ “แคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูชั้นนำของเอเชีย” ในงานประกาศรางวัล World Travel Awards รางวัลนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นการยอมรับความพยายามของเราในการมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมและพิเศษสุดให้แก่นักท่องเที่ยว ผ่านการให้บริการอย่างหรูหรามีระดับ

เขากล่าวเสริมว่า ในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกการจัดแคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูในอินเดีย เรารู้สึกปลื้มใจมากที่ความอุตสาหะของเราในการเนรมิตสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวมีระดับนั้น ได้รับการยอมรับจากแขกผู้เข้าพักและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก รางวัลนี้ตอกย้ำคำมั่นสัญญาของเราในการมอบประสบการณ์ที่หาที่อื่นไม่ได้ให้แก่นักท่องเที่ยวผู้มีวิสัยทัศน์ และนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดของอินเดียสู่นักท่องเที่ยวในรูปแบบที่หรูหราที่สุด

รางวัล World Travel Awards เปรียบเสมือน “รางวัลออสการ์แห่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” โดยมีการเชิดชูความเป็นเลิศด้านต่างๆในแวดวงการท่องเที่ยวระดับโลก และพิธีมอบรางวัลก็ถือเป็นโอกาสอันดีในการสร้างเครือข่ายภายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากมีบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง 

แคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูแบบเคลื่อนที่ของ TUTC ทั้งที่ธิคเซย์และดิสกิตในเมืองลาดักห์ รวมถึงที่เมืองโคฮิมาในรัฐนากาแลนด์ ไม่เพียงเปิดโลกทัศน์ใหม่ของการผจญภัยและเปิดโอกาสให้แขกของเราได้สัมผัสกับภูมิทัศน์อันงดงามเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์ตรงในการดื่มด่ำกับวัฒนธรรม เทศกาล อาหาร กีฬา และอัตลักษณ์อันโดดเด่นของท้องถิ่น โดยแคมป์ชัมบาในลาดักห์จะพาไปสัมผัสกับแง่มุมต่างๆของชาวลาดักห์และวิถีของชาวพุทธ ขณะที่แคมป์ในเมืองโคฮิมาจะช่วยฟื้นฟู ปกป้อง และอนุรักษ์วัฒนธรรมอันรุ่มรวยและมีเอกลักษณ์ของชนเผ่า 16 เผ่าในนากาแลนด์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tutc.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล chaitra.shetty@tutc.com หรือ info@tutc.com

ที่มา: The Ultimate Travelling Camp (TUTC)

คุณโทชิอากิ เองาชิระ คว้ารางวัล Lifetime Achievement จากเวที Asia Insurance Industry Awards ครั้งที่ 20

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาเก๊า–12 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

อุตสาหกรรมการประกันของเอเชียฉลองความเป็นเลิศด้วยการจัดงานกาล่าดินเนอร์ที่มาเก๊าเมื่อคืนนี้ พร้อมเชิดชูเกียรติผู้นำในอุตสาหกรรม 15 ท่าน ในการประกาศรางวัล Asia Insurance Industry Awards ครั้งที่ 20 อันมีจุดมุ่งหมายเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของผู้นำด้านต่างๆในธุรกิจประกัน โดยมีการมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่อุทิศตนเพื่ออุตสาหกรรมการประกันในเอเชียมาอย่างยาวนาน และรางวัล Lifetime Achievement ในปีนี้ตกเป็นของคุณโทชิอากิ เองาชิระ ที่ปรึกษาอาวุโสของคณะกรรมการบริหารบริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด (Mitsui Sumitomo Insurance Company, Limited.)

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161012/8521606477-a

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161012/8521606477-b

คุณเองาชิระเป็นผู้นำที่กล้าได้กล้าเสียและสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน เขาเข้าร่วมงานกับบริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ หรือ MSI (บริษัทประกันวินาศภัยรายใหญ่ในเครือ MS&AD) มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2549 เขาได้ใช้ประสบการณ์กว่า 30 ปีในด้านการประกันภัย การตลาด และกลยุทธ์องค์กร เพื่อรับมือกับความท้าทายสูงสุดในชีวิตการทำงาน นั่นคือ การเปลี่ยนบริษัท MSI ที่ทำธุรกิจในประเทศเป็นหลัก ให้กลายเป็นบริษัทประกันชั้นนำระดับโลก โดยเขาได้ปฏิรูปองค์กรตั้งแต่รากฐานจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรในที่สุด

คุณเองาชิระได้รับการยกย่องในฐานะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและการขยายกิจการ อีกทั้งยังเป็นผู้นำในการพัฒนารูปแบบของกรมธรรม์อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ประกันของ MSI ส่งผลให้เขาได้รับความไว้วางใจและได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าเป็นอย่างดี เขามุ่งหวังให้ MSI “เป็นบริษัทที่ใส่ใจความคิดเห็นของลูกค้าเป็นอันดับแรกปัจจุบัน มิตซุย สุมิโตโม เป็นที่รู้จักดีในเรื่องของ “คุณภาพ” และ “ความน่าเชื่อถือ” ทั้งในประเทศญี่ปุ่นและทั่วภูมิภาคเอเชีย

คุณเองาชิระ ผู้มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี และเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ กล่าวต่อผู้ฟังอย่างถ่อมตนว่า “รางวัลนี้ไม่ได้เป็นของผมคนเดียว แต่ยังรวมไปถึงฝ่ายบริหารและพนักงานทุกคน ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจของมิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ ที่ผมได้มีโอกาสร่วมงานตลอดระยะเวลากว่า40 ปีของการทำงานในวงการนี้” พร้อมกับกล่าวเสริมว่า “เราทุกคนต้องตระหนักว่า ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของอุตสาหกรรม เราก็ควรจะหาทางพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ดังคติพจน์ “To Go Above and Beyond” ที่ MSIG ยึดมั่นมาตลอดในการให้บริการ เพื่อประโยชน์ของลูกค้าของเรารวมถึงสังคมในวงกว้าง”

คุณเองาชิระกล่าวทิ้งท้ายว่า “อุตสาหกรรมนี้เป็นเรื่องของจิตใจ และผมหวังว่าอุตสาหกรรมของเราจะมีผลในเชิงบวกต่อชีวิตของผู้คนมากมายต่อไป”

ด้วยจำนวนผู้เข้าชิงรางวัลมากถึง 395 ราย รวมถึงคณะกรรมการ 30 ท่านที่เป็นผู้นำธุรกิจและเจ้าหน้าที่กำกับดูแลในอุตสาหกรรมประกันจากนานาชาติ ส่งผลให้รางวัลประจำปี Asia Insurance Industry Awards เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค งานนี้จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2540 โดยวารสาร Asia Insurance Review ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมประกันในภูมิภาคเอเชีย

เกี่ยวกับ เอ็มเอส แอนด์ เอดี อินชัวรันซ์ กรุ๊ป (MS&AD Insurance Group) หรือ MS&AD 

MS&AD ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2553 จากการรวมตัวทางธุรกิจระหว่างบริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (Mitsui Sumitomo Insurance Group Holdings, Inc.) บริษัท ไอโออิ อินชัวรันซ์ จำกัด (Aioi Insurance Co. Ltd.) และบริษัท นิสเซย์ โดวา เจเนอรัล อินชัวรันซ์ จำกัด (Nissay Dowa General Insurance Co., Ltd.) ปัจจุบัน MS&AD เป็นหนึ่งในกลุ่มประกันวินาศภัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการดำเนินงานในกว่า 46 ประเทศและดินแดน ในจำนวนนี้อยู่ในแถบเอเชียและโอเชียเนียทั้งสิ้น 16 ประเทศ MS&AD มีสำนักงานใหญ่อยู่ในญี่ปุ่น และให้บริการใน 5 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจประกันวินาศภัย (ภายในประเทศญี่ปุ่น),ธุรกิจประกันชีวิต (ภายในประเทศญี่ปุ่น), ธุรกิจในต่างประเทศ, ธุรกิจสถาบันการเงิน และธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ MS&AD การันตีผลการดำเนินงานด้วยรางวัล “General Insurance Company of the Year” จาก Asia Insurance Review ในปี 2554

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ms-ad-hd.com

เกี่ยวกับ เอ็ม เอส ไอ จี หรือ MSIG

เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้วที่ MSIG อยู่ในฐานะบริษัทประกันภัยวินาศภัยชั้นแนวหน้าของเอเชีย ปัจจุบัน MSIG มีการดำเนินงานในทุกประเทศอาเซียน และยังคงเติบโตอย่างมั่นคงทั้งในแง่ของความแข็งแกร่งและความครอบคลุม MSIG มาพร้อมประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานและความมุ่งมั่นที่มีต่อตลาดเอเชีย ทั้งยังมีความได้เปรียบจากช่องทางมากมายในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ การเป็นพันธมิตรอย่างเหนียวแน่นกับบรรดาตัวแทน รวมถึงเครือข่ายทางภูมิศาสตร์ที่ครอบคลุม จึงสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันอันหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าบุคคลและองค์กร

พนักงาน 4,500 ชีวิตของ MSIG ที่กระจายอยู่ทั่วเอเชีย ต่างยึดมั่นในหลักปฏิบัติสากลและหลักปฏิบัติของแต่ละประเทศ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจและรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้า MSIG เป็นบริษัทในเครือของ MS&AD โดยบริษัทสาขาในเครืออย่าง MSIG Singapore ได้รับการยกย่องให้เป็น “Insurer Claims Team of the Year” ในการประกาศรางวัล Claims Award Asia-Pacific ประจำปี 2559 ขณะที่ MSIG Malaysia ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเช่นกัน โดยได้รับรางวัล “General Insurer of the Year” ในการประกาศรางวัล Asia Insurance Industry Awards ประจำปี 2558

นอกจากนี้ MSIG ยังเคยได้รับรางวัล “Corporate Social Responsibility Award” จากเวที Asia Insurance Industry Awards ประจำปี 2552 ซึ่งยกย่องการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม จากการที่บริษัทได้ทุ่มเทคืนกำไรให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

เอ็ม เอส ไอ จี โฮลดิ้งส์ (เอเชีย) (MSIG Holdings (Asia) Pte. Ltd.) หรือ MSIG Asia เป็นสำนักงานใหญ่ส่วนภูมิภาคเอเชียของบริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด ที่ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ภายใต้การบริหารงานของ MS&AD ปัจจุบัน MSIG Asia อยู่ภายใต้การนำของคุณอิซาโอะ โนโจ ประธานกรรมการ และคุณอลัน วิลสัน กรรมการผู้อำนวยการ

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161011/8521606477LOGO

Fragrance Du Bois บุกตลาดฮ่องกง เปิดตัวที่ร้าน “Parfumerie Tresor” เป็นแห่งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–12 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Fragrance Du Bois แบรนด์น้ำหอมสุดหรูสัญชาติฝรั่งเศส มีความยินดีที่จะประกาศว่า ทางแบรนด์ได้รุกเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม2559 ผ่านการวางจำหน่ายในร้าน Parfumerie Tresor ซึ่งเป็นบูติกน้ำหอมเฉพาะกลุ่มแห่งแรกและแห่งเดียวในฮ่องกง

Parfumerie Tresor เป็นบูติกน้ำหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องแต่งตัวของสุภาพสตรี โดยตั้งอยู่ที่ 28 Lyndhurst Terrace ใจกลางเขตเซ็นทรัลของนครที่ไม่เคยหลับใหล นับตั้งแต่เปิดกิจการเมื่อปี 2557 บูติกแห่งนี้ได้นำเสนอแบรนด์น้ำหอมเฉพาะกลุ่มทั้งสิ้น 23 แบรนด์ อาทิ Jovoy, Bella Bellissima, Xerjoff, Memo, Jeroboam และอีกมากมาย

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161010/8521606449-a

Parfumerie Tresor บูติกน้ำหอมเฉพาะกลุ่มแห่งแรกและแห่งเดียวในฮ่องกง

หัวใจสำคัญในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์น้ำหอม Fragrance Du Bois คือ น้ำมันกฤษณาจากธรรมชาติที่มีความบริสุทธิ์ 100% และผ่านกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืนจากพื้นที่ปลูกต้นกฤษณาของแบรนด์เอง

สำหรับไม้กฤษณาซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำมันกฤษณานั้น เป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันดีในฮ่องกง เพราะพันธุ์ไม้นี้เองที่ทำให้ดินแดนแห่งนี้ได้ชื่อว่าฮ่องกง ซึ่งมีความหมายว่า “ท่าเรือหอม” โดยชื่อนี้ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการหลังจากมีการทำสนธิสัญญานานกิงในปีพ.ศ.2385 ดินแดนแห่งนี้ โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือ ถือเป็นศูนย์กลางการซื้อขายเครื่องหอมที่สำคัญของภูมิภาคเอเชีย

น้ำมันกฤษณาได้มอบเอกลักษณ์กลิ่นหอมอันนุ่มลึกและคงทนให้แก่น้ำหอม ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์หลากหลายภายใต้แบรนด์ Fragrance Du Bois เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเปิดตัวที่กรุงปารีสเมื่อช่วงต้นปี  Jovoy บูติกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “แหล่งรวมน้ำหอมหายาก”

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161010/8521606449-b

ฝาครอบทรงระฆังคว่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของ Fragrance Du Bois ที่ร้าน Parfumerie Tresor ในฮ่องกง

คุณนิโคลา พาร์คเกอร์ ผู้อำนวยการแบรนด์ Fragrance Du Bois กล่าวว่า “เราตื่นเต้นมากที่ได้มาเปิดตัวในฮ่องกงเป็นครั้งแรก คุณพอลลีนและทีมงานของเธอเป็นตัวแทนที่เหมาะสมของเรา เพราะสามารถรักษาคุณค่าและแบบแผนของ Fragrance Du Bois เฉกเช่นเดียวกับที่เราทำ เราจึงจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะมีพันธมิตรรายใดที่ดีไปกว่า Parfumerie Tresor ทั้งนี้ ฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเจาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน ซึ่งรู้จักน้ำมันกฤษณาและไม้กฤษณาเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะปรากฏอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีของจีน”

เธอกล่าวเสริมว่า “นอกจากนี้ เรายังมองหาช่องทางเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในฮ่องกง โดยจะให้ครอบคลุมถึงชิ้นไม้สับ น้ำมันกฤษณา และธูปภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เราตั้งตารอคอยที่จะได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นเยี่ยมอย่าง Parfumerie Tresor และรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่กำลังจะมาถึงนี้”

คุณพอลลีน เหลา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของ Parfumerie Tresor กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับ Fragrance Du Bois สู่ฮ่องกง เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและสร้างสรรค์ เราจึงนำเสนอแบรนด์น้ำหอมสุดหรูระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าในฮ่องกงและเอเชีย ทั้งนี้ ด้วยความพิเศษและหรูหราของ Fragrance Du Bois ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า แบรนด์นี้จะสามารถมอบประสบการณ์และสัมผัสอันหอมหวนรูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้าของเราได้อย่างแน่นอน”

ผลิตภัณฑ์ Fragrance Du Bois เลือกใช้เฉพาะส่วนผสมที่ดีที่สุดจากแหล่งที่มีความยั่งยืน ทางแบรนด์มีบูติกน้ำหอมอยู่ทั่วโลกทั้งที่ปารีส สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ และกรุงเทพฯ นอกจากนั้นยังมีแผนเปิดบูติกอีกหลายสาขา ทั้งที่โดฮา เจนีวา มิลาน มาร์เบลลา นิวยอร์ก และลอสแองเจลิส ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://fdbo.is/HK-launch

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

ซาแมนธา ธาม 
ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดประจำสิงคโปร์ 
อีเมล: samantha.tham@fragrancedubois.com
โทร. +65 9144 0933

เกี่ยวกับ Fragrance Du Bois

Fragrance Du Bois เป็นแบรนด์น้ำหอมสุดหรูที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยถือกำเนิดขึ้นจากแก่นแท้ของธรรมชาติและรังสรรค์โดยเหล่านักผสมน้ำหอมรุ่นที่ห้า ผู้สานต่อการผลิตน้ำหอมแบบฉบับเมืองกราสส์ของฝรั่งเศสที่สืบทอดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 น้ำหอมทุกขวดของ Fragrances Du Bois สร้างสรรค์ขึ้นจากน้ำมันกฤษณาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่ทั้งหรูหราและโดดเด่นไม่เหมือนใคร น้ำมันกฤษณาที่ใช้ในน้ำหอมของเราล้วนผลิตขึ้นจากแหล่งปลูกต้นกฤษณาของเราเอง ซึ่งรับประกันว่าผลิตตามหลักจรรยาบรรณและหลักความยั่งยืน

เกี่ยวกับ Parfumerie Tresor

Parfumerie Tresor นำเอาแบรนด์น้ำหอมที่เปี่ยมด้วยความสร้างสรรค์และเอกลักษณ์มารวมไว้ในที่เดียว ซึ่งน้ำหอมเหล่านี้แทบหาไม่ได้จากร้านอื่น Parfumerie Tresor มิใช่แค่แหล่งรวมเรื่องราวและจิตวิญญาณของน้ำหอมเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมด้านวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมศิลปะของน้ำหอมอีกด้วย ทั้งนี้ การจับคู่น้ำหอมให้เข้ากับบุคลิกของตน ถือเป็นวิธีที่สง่างามในการนำเสนอความเป็นตัวเองให้โลกได้รู้