Wacom เปิดตัวโซลูชั่น Intuos 3D โซลูชั่นล่าสุดสำหรับการสร้างสรรค์ ผลิต และพิมพ์อย่างครบวงจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์ 12 ต.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โซลูชั่นสามมิติฉบับสมบูรณ์โซลูชั่นแรกสำหรับผู้ที่หลงใหลในงานสามมิติได้ผสานแท็บเล็ตปากกา Intuos ของ Wacom เข้ากับซอฟต์แวร์ ZBrushCore ของ  Pixologic เพื่อสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ดิจิตอลแบบสามมิติและพร้อมพิมพ์ รวมทั้งครีเอทคาแรคเตอร์

Wacom (R) เปิดตัว Intuos 3D โซลูชั่นสามมิติสมบูรณ์แบบในราคาเอื้อมถึงโซลูชั่นแรกของโลกที่ครบครันด้วยเครื่องมือสำคัญสำหรับการสร้างสิ่งประดิษฐ์สามมิติแบบพร้อมพิมพ์บนคอมพิวเตอร์พีซีหรือคอมพิวเตอร์แม็ค ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านแท็บเล็ตปากกาดิจิตอลและเทคโนโลยีจอแสดงผลที่ให้คุณค่ากับความคิดสร้างสรรค์ Wacom จึงเป็นบริษัทแนวหน้าที่กรุยทางให้การสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และศิลปะสามมิติเหนือจินตนาการสุดเจ๋งกลายเป็นที่นิยมในวงกว้าง ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต้นแบบและการออกแบบที่เข้าถึงได้ดังกล่าว

ผู้ที่สนใจสามารถรับชมข่าวประชาสัมพันธ์รูปแบบมัลติมีเดียฉบับเต็มได้ที่

http://www.prnasia.com/mnr/wacom_20160907.shtml

Intuos 3D

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160905/8521605489-a

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160905/8521605489-b

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160905/8521605489-c

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160906/8521605489-d

Intuos 3D ของ Wacom วางขายสู่ตลาดในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ เนื่องจากความสนใจด้านการพิมพ์และการออกแบบสามมิตินั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เจฟฟ์ แมนเดลล์ รองประธานบริหารฝ่ายธุรกิจตราสินค้าของบริษัท Wacom กล่าวว่า “ขณะที่การออกแบบสามมิติและการพิมพ์ด้วยตนเองกลายเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามWacom จึงตัดสินใจคว้าโอกาสดังกล่าวพัฒนาส่วนหน้าของกระบวนการออกแบบอย่างสร้างสรรค์และส่งมอบโซลูชั่นอันสมบูรณ์ที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่หลงใหลในงานสามมิติ โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น กระบวนการที่ครบวงจรของ Wacom จะมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบให้แก่ลูกค้า จากความคิดสู่ผลงานที่เป็นรูปธรรมและสัมผัสได้ ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์อันดับต้นๆของวงการอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ แฟชั่น และการออกแบบเกมได้นำผลิตภัณฑ์ที่การันตีด้วยหลากหลายรางวัลมาใช้ในงานสามมิติของตนเอง และเราคิดว่าเราควรจะแบ่งปันความรู้ดังกล่าวกับผู้ที่เริ่มสนใจในงานสามมิติ”

เพื่อให้มั่นใจว่าโซลูชั่นสามมิติมีความครอบคลุมทุกด้าน Wacom จึงได้รวมตัวกับผู้นำแห่งอุตสาหกรรมอย่าง Pixologic® Shapeways® และ Sketchfab® ในการผนึกรวมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การบริการพิมพ์ภาพสามมิติและเผยแพร่เข้าด้วยกัน” Tom Kopinski ผู้บริหารอาวุโสด้านกลยุทธ์การตลาดสร้างสรรค์ของ Wacom กล่าว ปากกาที่เป็นธรรมชาติและได้ดั่งใจของ Intuos 3D สามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ ZbrushCore® อันทรงพลังของ Pixologic  ได้อย่างไร้ที่ติ โดยซอฟต์แวร์ดังกล่าวมีรากฐานมาจาก ZBrush® ซึ่งบรรดามืออาชีพในวงการภาพยนตร์และเกมต่างเลือกใช้เพื่อการสร้างผลงานสามมิติมาเป็นเวลาหลายปี ปากกา Intuos ที่ไม่มีแบตเตอรี ไร้สาย และไวต่อแรงกด ได้ถูกนำมาใช้กับ ZBrushCore เพื่อให้ได้ความรู้สึกเดียวกับการใช้แปรง ปากกา หรืออุปกรณ์เซรามิกที่มีอยู่ก่อนหน้านี้

ด้วยการร่วมมือกับ Wacom เราจึงสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์การออกแบบภาพสามมิติระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถนำไปใช้กับแท็บเล็ตของ Intuosและแน่นอนว่า จะสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้สรรสร้างผลงานสามมิติอย่างแน่นอน” Jaime Labelle ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการจากบริษัท Pixologic, Inc กล่าว “เรารอคอยที่จะดูผลงานชิ้นเยี่ยมจากอุปกรณ์ที่มาจากการร่วมมือกันพัฒนาของเรา

ผู้ใช้ที่ต้องการพิมพ์ภาพ 3 มิติตามคำสั่ง สามารถส่งโมเดลที่ทำเสร็จแล้วส่งไปยัง Shapeways เพื่อรับบริการพิมพ์ภาพผ่านช่องทางออนไลน์ได้ สำหรับผู้ที่ต้องการจะตีพิมพ์และเผยแพร่ผลงาน เว็บไซต์ Sketchfab ก็เป็นแพลตฟอร์มและชุมชนในรูปแบบเว็บไซต์ที่เจ้าของ Intuos 3D สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ โซลูชั่น Intuos 3Dง่ายต่อการติดตั้ง อีกทั้งยังมีวิดีโอแนะนำที่ทำขึ้นอย่างสวยงามซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถเริ่มสร้างสรรค์ผลงานได้ในทันทีภายหลังการซื้อสินค้า

ราคาและสินค้าพร้อมส่ง

Intuos 3D (ราคา 8,774 บาท รวมภาษีสินค้าและบริการ) พร้อมจัดส่งในบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงาม ภายในประกอบด้วย แท็บเล็ต Intuos 3D,ปากกา, ซอฟต์แวร์ Pixologic ZBrushCore สำหรับการดาวน์โหลด พร้อมด้วยข้อเสนอพิเศษสุดจาก Shapeways และ Sketchfab โดย Intuos 3D จะวางจำหน่ายในร้านค้าชั้นนำทั่วโลกและทางเว็บไซต์ Wacom eStore ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

เกี่ยวกับ Wacom

Wacom ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2526 เป็นบริษัทระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในญี่ปุ่น (ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว 6727) โดยมีบริษัทในเครือและสำนักงานสาขากระจายอยู่ทั่วโลก เพื่อรองรับการทำตลาดและการจัดจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศ Wacom มีวิสัยทัศน์ในการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเทคโนโลยีผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เฟสที่เป็นธรรมชาติ ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้นำของโลกด้านการผลิตจอดิสเพลย์และแท็บเล็ตมีปากกา เช่นเดียวกับปากกาสไตลัสแบบดิจิตอลและโซลูชั่นสำหรับการเซฟและจัดทำลายมือชื่อดิจิตอล เทคโนโลยีขั้นสูงในตัวอุปกรณ์อินพุตอันล้ำสมัยของ Wacom ถูกนำไปใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบดิจิตอล ภาพยนตร์ สเปเชียลเอฟเฟค แฟชั่น และการออกแบบอันน่าตื่นตาตื่นใจทั่วโลก และยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั้งเชิงธุรกิจและทั่วไปสามารถแสดงตัวตนของตนเองผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เฟสชั้นนำนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเข้าชมที่เว็บไซต์ www.wacom.com

เกี่ยวกับ Pixologic

Pixologic Incorporated ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 เป็นผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายอุปกรณ์นวัตกรรมซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ วิดีโอ งานกราฟฟิกดีไซน์ และการวาดภาพประกอบ โดยเป้าหมายของโปรแกรมกราฟฟิก ZBrush คือพัฒนาให้การใช้เทคโนโลยีการสร้างผลงานผ่านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ โปรแกรม ZBrush ยังดึงดูดความสนใจของผู้ใช้งานในวงกว้าง เนื่องจากมีเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการสร้างภาพดิจิทัลได้ผ่านสัญชาตญาณและการมองเห็น

ด้วยการรวมความสามารถเฉพาะทางของเทคโนโลยีสองมิติ และสามมิติเข้าไว้ด้วยกันในเดียว ZBrush จึงทำลายอุปสรรคทั้งด้านการเงินและการใช้งานที่ยุ่งยาก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์ภาพอันน่าทึ่งต่อไป

Pixologic เป็นบริษัทเอกชนซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในแคลิฟอร์เนีย และมีสำนักงานสาขากระจายอยู่ในลอสแองเจลิสและพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

Daphne Tan
Wacom Singapore Pte Ltd
โทร. +65 9233 2370
อีเมล: daphne.tan@wacom.com

ผลวิจัยจาก Vector Vitale ชี้การเลือกไอโซโทปคือทางเลือกใหม่แห่งการวินิจฉัยและรักษาโรคท้าทาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไมอามี–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

คณะนักวิจัยจากบริษัท Vector Vitale Inc. ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ค้นพบว่า การรักษาอัตราส่วนไอโซโทปในธาตุเคมี ซึ่งคิดเป็นไม่ถึง 1% ของมวลกายมนุษย์ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมนั้น คือสิ่งที่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของผู้ป่วยได้ การค้นพบครั้งสำคัญนี้ทำให้เราเข้าใจว่าโรคภัยไข้เจ็บนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรและด้วยเหตุใด
Vector Vitale Logo / Vector Vitale (PRNewsFoto/Vector Vitale Inc.)

Vector Vitale (PRNewsFoto/Vector Vitale Inc.)
โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161010/426726LOGO

หนึ่งในการค้นพบที่สำคัญคือฟังก์ชั่นการแยกไอโซโทปในต่อมไร้ท่อและระบบภูมิคุ้มกัน คุณภาพและประสิทธิภาพของโปรตีนที่ถูกผลิตโดยต่อมต่างๆ ในระบบต่อมไร้ท่อ อวัยวะที่เกี่ยวข้อง เนื้อเยื่อและเซลล์ ต่างถูกกำหนดโดยอัตราส่วนไอโซโทป เช่นเดียวกับฮอร์โมน สเปิร์ม น้ำนม ฯลฯ ที่ต่างอุดมไปด้วยไอโซโทปเบาและปราศจากไอโซโทปหนักของธาตุเคมีชนิดเดียวกัน นอกจากนี้ เซลล์ที่ถูกผลิตจากไขกระดูกแดง ได้แก่ เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ เซลล์เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด ยังถูกควบคุมด้วยกระบวนการเดียวกันอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผลเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเลือกไอโซโทป คือ การสะสมของไอโซโทปหนักภายในส่วนต่างๆ ของระบบต่อมไร้ท่อและระบบภูมิคุ้มกัน ไม่ว่าจะเป็นไขกระดูกแดง กระดูก ไฮโปทาลามัส ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ ต่อมพาราไทรอยด์ ต่อมหมวกไต ต่อมเหนือสมอง อวัยวะสืบพันธุ์ (รังไข่และอัณฑะ) ตับอ่อน ต่อมน้ำนม ต่อมลูกหมาก หรือเซลล์อื่นๆ ที่มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมน (ในกระเพาะ ลำใส้เล็ก และผิวหนัง) โดยการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของอัตราส่วนไอโซโทปหนักเป็นสัญญาณของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดและก้อนเนื้อร้าย

การสะสมของไอโซโทปหนักที่กล่าวถึงนี้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอัตราส่วนไอโซโทปที่ต่างไปจากที่เป็นอยู่ตามธรรมชาตินั้น เกิดจากการที่ไอโซโทปเบาถูกแทนที่ด้วยธาตุเดียวกันแต่มีมวลหนักในระดับโมเลกุลใหญ่ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนแรกสุดของพยาธิกำเนิด ซึ่งเป็นส่วนที่ขาดหายแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุของโรคทั้งหลาย

การวิจัยพรีคลินิกที่จัดทำร่วมกับบรรดาสถาบันวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางนั้น ได้ยืนยันถึงประสิทธิภาพของเทคนิคการรักษาแบบเลือกไอโซโทป ในการรักษาโรคทางพยาธิวิทยาที่เป็นอันตรายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งปอด มะเร็งไต และมะเร็งเต้านม ตลอดจนการกำจัดการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส เช่น สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส; อีโคไล; ซูโดโมแนส แอรูจีโนซา; เริมชนิด 1 และ 2, โรคติดเชื้อไวรัสเอ็บสไตน์บาร์ และตับอักเสบซี

นวัตกรรมการแพทย์แบบเลือกไอโซโทปที่ Vector Vitale ได้คิดค้นขึ้นใหม่นี้ นับเป็นมาตรฐานใหม่สู่ความสำเร็จในการรักษาและป้องกันโรคเสื่อมและโรคติดเชื้อ

คณะนักวิทยาศาสตร์จาก Vector Vitale มุ่งเน้นในเรื่องคุณสมบัติอันโดดเด่นของเทคนิคการรักษาแบบเลือกไอโซโทป และเชื่อว่าเทคนิคดังกล่าวเป็นวิธีการหนึ่งเดียวที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงในการฟื้นฟูทั้งระบบภูมิคุ้มกันและระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนระบบร่างกายมนุษย์ให้กลับมามีสุขภาพดีเฉกเช่นช่วงก่อนเกิดโรค และอยู่ในสภาพอ่อนเยาว์ ด้วยระบบคุ้มกันครอบคลุมโรคต่างๆอย่างถาวร ตั้งแต่โรคเสื่อมอย่างมะเร็ง เบาหวาน อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ไปจนถึงการติดเชื้ออีกหลายประเภท ซึ่งถือเป็นการเปิดขอบฟ้าใหม่สำหรับแวดวงเวชศาสตร์ชะลอวัย

Scrambl3 แอพโทรศัพท์และรับส่งข้อความแอพแรกที่มอบความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้อย่างแท้จริง พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ววันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เออร์ไวน์, แคลิฟอร์เนีย – 12 ต.ค. พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– Scrambl3 เป็นส่วนตัวและปลอดภัยกว่า WhatsApp และ Viber รวมถึงแอพโทรศัพท์อื่นๆ ทั้งหมด

– Scrambl3 มอบความเป็นส่วนตัว ไม่ก้าวก่ายผู้ใช้  ไม่ใช้เบอร์โทรของคุณ  ไม่ขอดูเบอร์โทรในรายการติดต่อ (ขณะที่ WhatsApp และ Viber ทำเช่นนั้น) แถมยังสามารถใช้กับ iPad หรือแท็บเล็ต Android ได้ด้วย ในขณะที่ WhatsApp และ Viber ทำไม่ได้ เพราะต้องใช้เบอร์โทรของผู้ใช้ในการโทรออก รับสาย และส่งข้อความ

การออกแบบ VPN (Dark Tunnel) ที่มีรูปแบบเฉพาะตัวของ Scrambl3 ช่วยขจัดช่องโหว่ความปลอดภัย SS7 ของระบบโทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งเปิดช่องให้แฮคเกอร์สามารถดักฟังโทรศัพท์และอ่านข้อความใน WhatsApp และ Viber

ผู้ใช้สามารถยูสเซอร์เนม Scrambl3 กับอุปกรณ์มือถือได้มากตามที่ต้องการ เนื่องจาก Scrambl3 ไม่ได้จดจำผู้ใช้จากเบอร์โทร แต่จำจากยูสเซอร์เนมของScrambl3 ซึ่งไม่ระบุตัวตน

เพื่อความโปร่งใสสมบูรณ์แบบ Scrambl3 ใช้ส่วนประกอบของซอฟต์แวร์แบบโอเพ่นซอร์สเท่านั้น ในการสร้าง Top Secret-grade VPN อัลกอริธึมเข้ารหัส และอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล

USMobile, Inc. บริษัทด้านการสื่อสารเอกชน เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ว สำหรับ Scrambl3 (Scrambl3.com) แอพมือถือบนระบบปฏิบัติการ IOS และ Android ที่ช่วยให้การโทรศัพท์และรับส่งข้อความของคุณมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดในโลก

 Scrambl3 Black Book / The Scrambl3 Black Book contact listing provides complete user privacy, and a presence indicator (PRNewsFoto/Scrambl3)

The Scrambl3 Black Book contact listing provides complete user privacy, and a presence indicator (PRNewsFoto/Scrambl3)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161003/414559

 USMobile - Scrambl3 - Logo / Scrambl3 (PRNewsFoto/USMobile)

Scrambl3 (PRNewsFoto/USMobile)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20150529/219538LOGO

ความเป็นส่วนตัวขั้นสุดยอด: ลงทะเบียนผู้ใช้แบบไม่ระบุตัวตนและเพิ่มรายการติดต่อใน Black Book ภายใน 5 วินาที

สำหรับการเริ่มใช้งาน Scrambl3 นั้น สิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำคือการตั้งยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดเท่านั้น ในขณะที่แอพโทรศัพท์และรับส่งข้อความอื่นๆ จะขอให้ผู้ใช้ยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ ขอดูเบอร์โทรในรายการติดต่อ และอาจจะถามอีเมลของคุณด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างความยุ่งยากและละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

ผู้ใช้ Scrambl3 ยังสามารถแลกเปลี่ยนยูสเซอร์เนมด้วยกันเองได้อย่างเป็นส่วนตัว และเพิ่มยูสเซอร์เนมที่ได้ในรายการติดต่อ Scrambl3 Black Book ทำให้บล็อกสายเรียกเข้าหรือข้อความไม่พึงประสงค์ได้

สิ่งที่ทำให้ Scrambl3 เป็นส่วนตัวกว่าและปลอดภัยกว่า WhatsApp และ Viber

มีแค่ Scrambl3 เท่านั้นที่สามารถสร้าง ‘Dark Internet Tunnel’ ซึ่งเป็นเครือข่ายส่วนตัวเสมือนระดับลับสุดยอด (Top Secret-grade Virtual Private Network (VPN))ของ USMobile ให้อยู่แยกต่างหากและอยู่นอกระบบโทรศัพท์สาธารณะโดยสิ้นเชิง วิธีการที่ไม่เหมือนใครนี้ทำให้การสื่อสารถูกอำพรางหรือมองไม่เห็นในฝั่งของผู้ที่ต้องการเจาะระบบเข้าไปจอห์น ฮาเนอร์ ซีอีโอ USMobile กล่าว

การวางการสื่อสารแบบเข้ารหัสภายในเครือข่าย Top Secret-grade VPN ทำให้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นทวีคูณ แฮกเกอร์จึงไม่สามารถทะลวงเข้ามาได้แบรด์ เอแรนท์ ซีทีโอของ USMobile กล่าว

รับชมผลการประเมินอิสระเกี่ยวกับ Scrambl3 โดยศาสตราจารย์ ดร.ยูเหลียง เจิ้ง นักถอดรหัสลับชั้นนำของโลกจากมหาวิทยาลัยอลาบามา ได้ที่ Scrambl3.com

จุดเด่นของ Scrambl3

Scrambl3

(เปิดตัว 5ต.ค. 16)

WhatsApp

(ผู้ใช้ 1 พันล้านคน)

Viber

(ผู้ใช้ 250ล้านคน)

ความปลอดภัย Scrambl3 ไม่ถามเบอร์โทรของผู้ใช้ ไม่ขอดูรายการติดต่อของผู้ใช้

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

ไม่ต้องลงทะเบียนผู้ใช้ เพียงตั้งยูสเซอร์เนม Scrambl3 ก็ใช้งานได้แล้ว

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

รองรับอุปกรณ์ได้มากกว่า Scrambl3 รองรับอุปกรณ์ iPad และแท็บเล็ต รวมถึงอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่านWiFi เพียงอย่างเดียว

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

สถาปัตยกรรม VPN (Dark Tunnel) ความปลอดภัยขั้นสูง ขจัดช่องโหว่ระบบ SS7 ไม่ให้แฮกเกอร์เจาะเข้าไปได้

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

บัญชีเดียวใช้ได้กับหลายเครื่อง เพื่อผู้ใช้ Scrambl3 จะได้ไม่ต้องผูกมัดอยู่กับอุปกรณ์เดียว

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

บัญชีองค์กรรองรับผู้ใช้หลายคน พร้อมหน้าแอดมินฟรีสำหรับผู้ใช้

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

ฟีเจอร์พรีเมียม ได้แก่ การเชื่อมต่อสายโทรศัพท์เพื่อการประชุมระดับองค์กร เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว และอีเมลส่วนตัว (ไตรมาส 4 ปี 2016)

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

เกี่ยวกับ USMobile

USMobile เป็นบริษัทในเออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งก่อตั้งโดยคุณฮาเนอร์และคุณเอแรนท์ ผู้มีความมุ่งมั่นในการมอบการสื่อสารที่เป็นส่วนตัวโดยสมบูรณ์ให้กับผู้ใช้

สื่อมวลชนติดต่อ:

Pete Arnold จาก Peter Arnold Associates

อีเมล: parnold@parnold.com

โทร. 781.248.3600

Bill Blanning จาก Blanning Associates

อีเมล blanning.bill@gmail.com

โทร. 714.916-4309

ดูไบเริ่มก่อสร้าง “The Tower” ตึกระฟ้าแห่งใหม่ เตรียมเป็นเจ้าของสถิติตึกสูงที่สุดในโลกในปี 2563

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักตูม รองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และนายกรัฐมนตรีและเจ้าผู้ครองนครดูไบ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคาร “The Tower at Dubai Creek Harbour” ซึ่งจะเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกเมื่อแล้วเสร็จในปี 2563

 Dubai-Tower-1 / HH Sheikh Mohammed breaks ground on future icon 'The Tower at Dubai Creek Harbour (PRNewsFoto/Emaar Properties)

HH Sheikh Mohammed breaks ground on future icon ‘The Tower at Dubai Creek Harbour (PRNewsFoto/Emaar Properties)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161011/427130 )

 Dubai-Tower-2 / HH Sheikh Mohammed breaks ground on future icon 'The Tower at Dubai Creek Harbour (PRNewsFoto/Emaar Properties)

HH Sheikh Mohammed breaks ground on future icon ‘The Tower at Dubai Creek Harbour (PRNewsFoto/Emaar Properties)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161011/427131 )

          ทั้งนี้ ฯพณฯ โมฮัมหมัด อัล เกอร์กาวี ประธาน Dubai Holding, โมฮัมเหม็ด อัลอับบาร์ ประธาน Emaar Properties และผู้มีเกียรติท่านอื่น ๆ ได้เข้าร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์ดังกล่าวด้วย

          The Tower จะส่งเสริมชื่อเสียงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในด้านการรังสรรค์นวัตกรรมทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการก่อสร้าง โดยตึกระฟ้าแห่งใหม่ที่เตรียมขึ้นครองบัลลังก์ตึกที่สุดในโลกแทนเจ้าของสถิติในปัจจุบันอย่าง Burj Khalifa นั้น โดดเด่นด้วยวิว 360 องศาสุดตระการตา ซึ่งสามารถมองเห็นเมืองทั้งเมือง รวมถึงมุมมองที่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา

          The Tower กำหนดนิยามใหม่ของเส้นขอบฟ้าอันน่าประทับใจ และเตรียมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับโลกแห่งใหม่ โดยตึกระฟ้าแห่งใหม่นี้กินพื้นที่ 6 ตารางกิโลเมตรใน Dubai Creek Harbour โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับมาสเตอร์แพลนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางอัจฉริยะแห่งยุคหน้า ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาล่าสุดในด้านปัญญาประดิษฐ์

          Dubai Creek Harbour ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่าง Emaar และ Dubai Holding ตั้งอยู่ใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติดูไบและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติ Ras Al Khor ที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญาแรมซาร์ของยูเนสโก โดยได้ ซานติเอโก คาลาทราวา วอลลส์ สถาปนิกลูกครึ่งสเปนสวิส เป็นผู้ออกแบบ

          โมฮัมหมัด อัล เกอร์กาวี กล่าวว่า “การสร้างตึกระฟ้าแห่งใหม่นี้เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพราะเราวางแผนให้อาคารดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของประเทศ นอกจากนี้ The Tower ยังเป็นการเฉลิมฉลองวิสัยทัศน์ของ ท่านชีค โมฮัมเหม็ด ที่เน้นย้ำด้วยการประกาศ “UAE Strategy for the Future” กลยุทธ์เพื่ออนาคตในการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการเปลี่ยนผ่านของประเทศ

          โมฮัมเหม็ด อัลอับบาร์ กล่าวว่า “ดูไบเป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมการสร้างตึกระฟ้า รวมถึงการพัฒนาสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมสุดล้ำ และ The Tower จะขึ้นแท่นเป็นสิ่งปลูกสร้างอันยอดเยี่ยมของเมืองอัจฉริยะ ตามดำริของท่านชีค โมฮัมเหม็ด ซึ่งเราจะเดินหน้าผลักดันการก่อสร้างอาคารแห่งนี้ให้แล้วเสร็จทันงานมหกรรม Expo 2020″

          ทั้งนี้ Emaar เลือกใช้เทคโนโลยีการสร้างตึกระฟ้ารูปแบบใหม่ซึ่งไม่เหมือนกับอาคารใดในโลก โดยได้มีการทดสอบการต้านทานแรงลมและแรงแผ่นดินไหวของโครงสร้างตึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ตัวอาคารยังได้รับการออกแบบตามมาตราฐานสากลระดับสูงสุด ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุ ไปจนถึงเทคโนโลยีการก่อสร้าง

          สำหรับสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเพชรยอดมงกุฎของตึกแห่งนี้คือจุดชมวิว Pinnacle Room ซึ่งตั้งอยู่บนจุดสูงสุด อีกทั้งยังมีสวน VIP Obeservation Garden Decksโดยตัวตึกจะมีไฟส่องสว่างอยู่ตลอดเวลาเพื่อเสริมให้ตึกระฟ้าแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คที่สวยงามน่าทึ่งตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

          ที่มา: Emaar Properties

Sotheby’s New York เตรียมเปิดประมูลไวน์สุดหายากจาก “Chateau La Mission Haut-Brion” 19 ตุลาคมนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

สิ่งที่เรามองเห็นในขวดไวน์เหล่านี้คือ บรรดาเพื่อนเก่าและเรื่องราวเก่าๆมากมาย เราไม่เคยมีโอกาสได้ลิ้มรสไวน์เหล่านี้ และในอนาคตก็คงไม่มีโอกาสเช่นนี้อีก เพราะมันหายากมากจริงๆ” เจ้าชายโรเบิร์ตแห่งลักเซมเบิร์ก ประธานและซีอีโอของ Domaine Clarence Dillon กล่าว 

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7949651-single-cellar-sale-sothebys-new-york/

คุณโรเบิร์ต พาร์คเกอร์ นักวิจารณ์ไวน์ชื่อดัง ยกย่องไวน์ของ La Mission ด้วยการให้คะแนนเต็ม 100 จากการประเมินคุณภาพไวน์ทั้งหมด 9 ครั้ง นับว่าได้คะแนนสูงสุดเหนือไวน์ดังทุกแบรนด์ในแคว้นบอร์กโดซ์ของฝรั่งเศส

ในคอลเลคชั่นไวน์ส่วนตัวของผม ผมมีไวน์ของ La Mission Haut-Brion มากกว่าไวน์ยี่ห้ออื่นจากทั่วโลก La Mission เป็นหนึ่งในไวน์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยลิ้มลองมา และยังเป็นไวน์ที่มีรสชาติคงที่อย่างน่าทึ่ง” คุณโรเบิร์ต พาร์คเกอร์ จูเนียร์ กล่าวไว้เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2012

บรรดานักสะสมจะได้มีโอกาสครอบครองไวน์หายากสุดพิเศษเหล่านี้ ซึ่งได้รับการขนานนามอย่างไม่เป็นทางการว่าเป็นไวน์ First Growth ลำดับที่ 6 ของบอร์กโดซ์

สำหรับนักวิจารณ์ ผู้บริโภค และผู้ค้าจำนวนมาก La Mission ถือเป็นไวน์ชั้นยอดเทียบเท่ากับไวน์ First Growth จนได้รับการขนานนามว่าเป็นไวน์ First Growth ลำดับที่ 6 อีกทั้งยังกวาดคะแนนสูงสุดกินขาดไวน์ยี่ห้ออื่นๆ เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ได้พิจารณาไวน์ต่างๆของ Chateau La Mission Haut-Brion พวกเขาต่างยอมรับว่าเป็นหนึ่งในไวน์ที่ดีที่สุดในโลกคุณเจมี ริตชี หัวหน้า Sotheby’s Wine กล่าว

นอกจากนี้ Liv-Ex ซึ่งเป็นตลาดแลกเปลี่ยนไวน์ชั้นเลิศ ยังประกาศให้ Chateau La Mission Haut-Brion เป็นไวน์ First Growth ลำดับที่ 6 ในทุกๆครั้งที่มีการจัดประเภทไวน์ของบอร์กโดซ์นับตั้งแต่ปี 2009

นับเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ทาง Liv-Ex ได้จัดประเภทไวน์ด้วยตัวเอง และไวน์ของ La Mission Haut-Brion ก็จัดอยู่ในประเภท First Growth ทุกครั้ง” Liv-Ex กล่าวเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2015

นี่เป็นการประมูลครั้งแรกที่เจาะจงไปที่ไวน์ของ La Mission โดยเฉพาะ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่นักสะสมผู้มีวิสัยทัศน์จะได้ครอบครองไวน์ขาวชั้นเลิศสุดหายาก อาทิ Chateau Laville Haut-Brion และ Chateau La Mission Haut-Brion Blanc ที่ผลิตเพียง 500 ขวดต่อปีเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ประมูลยังมีโอกาสได้ร่วมทำบุญกับองค์กรการกุศลในนิวยอร์ก โดยจะมีการเปิดประมูลรอบพิเศษเพื่อมอบรายได้ให้กับองค์กรไม่แสวงผลกำไร GOSO (Getting Out and Staying Out) ซึ่งผู้ชนะการประมูลจะได้รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร Le Clarence ของ Domaine Clarence Dillon ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส รวมถึงได้รับสิทธิเข้าเยี่ยมชมและรับประทานอาหารกลางวันอย่างเป็นส่วนตัวสำหรับ 6 ท่าน ณ Chateau La Mission Haut-Brion ด้วย

ที่มา: Domaine Clarence Dillon

“Style Up BE@RBRICK at Harbour City” เมื่อศิลปะผสมผสานกับแฟชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ครั้งแรกของโลกกับการเปิดจำหน่าย BE@RBRICK ขนาด 2000% ทางออนไลน์เพื่อการกุศล

          ฮาร์เบอร์ ซิตี้ (Harbour City) ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในเอเชียและมีขนาดใหญ่ที่สุดในฮ่องกง เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นศูนย์กลางแฟชั่นแห่งหนึ่งของโลก เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ จึงได้ร่วมมือกับไอคอนทางวัฒนธรรมอันโด่งดังอย่าง “BE@RBRICK”อีกครั้ง หลังจากที่เคยร่วมงานกันมาแล้วเมื่อปี 2550 โดยในครั้งนี้ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ได้เชิญแบรนด์แฟชั่นระดับโลก 37 แบรนด์มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการแฟชั่น-ศิลปะ BE@RBRICK ที่ใหญ่ที่สุดของฮ่องกง “Style Up BE@RBRICK at Harbour City” ระหว่างวันที่ 19 กันยายน ถึง 16 ตุลาคม 25559 ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ของงานนี้คือการจำหน่าย BE@RBRICK ขนาด 2000% เพื่อการกุศลเป็นครั้งแรกของโลก ระหว่างวันที่ 6 – 16 ต.ค. นี้ ในราคาตัวละ 68,000 ดอลลาร์ฮ่องกง

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161007/8521606408-a

          ครั้งแรกของโลกกับการเปิดจำหน่าย BE@RBRICK ขนาด 2000% ทางออนไลน์เพื่อการกุศล

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161007/8521606408-b

          นิทรรศการแฟชั่น-ศิลปะ “Style Up BE@RBRICK at Harbour City”

 

  โลโก้ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20140721/8521404095LOGO

 

          ยิ่งไปกว่านั้น ฮาร์เบอร์ ซิตี้ จะจัดการประกวดออกแบบ “Style Up” BE@BRICK Design Competition ในหัวข้อ “ฮ่องกง” โดยนอกจากจะได้รับโอกาสนำไปสร้าง BE@RBRICK ขนาด 2000% เพื่อจัดแสดงในฮาร์เบอร์ ซิตี้แล้ว ผลงานการออกแบบที่ได้รับรางวัลชนะเลิศยังจะถูกนำไปผลิตเป็นฟิกเกอร์ BE@RBRICK ขนาด 100% เพื่อเป็นหนึ่งในของที่ระลึกจากฮาร์เบอร์ ซิตี้อีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมจะตามมาเร็วๆนี้

          พลาดไม่ได้กับการจำหน่าย BE@RBRICK ขนาด 2000% เพื่อการกุศล ครั้งแรกของโลก

          BE@RBRICK ขนาด 2000% (สูงประมาณ 1.4 เมตร) จำนวน 37 ตัว จะได้รับการตกแต่งตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ ภายใต้ธีมแฟชั่นและศิลปะร่วมสมัย และจัดแสดงที่ Ocean Terminal Forecourt ภายในฮาร์เบอร์ ซิตี้ ระหว่างวันที่ 19 กันยายน ถึง 16 ตุลาคม 2559

          Harbour City ยังจับมือกับ HBX (ร้านค้าออนไลน์ของ Hypebeast) และมูลนิธิ Hong Kong Blood Cancer Foundation ในการเปิดจำหน่าย BE@BRICK ขนาด 2000% เพื่อการกุศลเป็นครั้งแรกของโลก โดยการจำหน่าย BE@BRICK ขนาด 2000% ทั้ง 37 ตัว จะมีขึ้นในวันที่ 6-16 ตุลาคม 2559 ในราคาตัวละ 68,000 ดอลลาร์ฮ่องกง รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับมูลนิธิ Hong Kong Blood Cancer Foundation ดูรายละเอียดได้ที่ http://hbx.com/bearbrick-harbour หรือที่http://social.harbourcity.com.hk

          วิดีโอโปรโมตนิทรรศการ: https://youtu.be/11HGrkpt5aE

          แบรนด์แฟชั่นที่เข้าร่วมนิทรรศการ

          AGNÈS B. / ALICE AND OLIVIA BY STACEY BENDET / ANTEPRIMA / ATSURO TAYAMA / BLUMARINE / CARVEN / CHRISTOPHER KANE / COACH / DIANE VON FURSTENBERG / DIESEL / DUNHILL / EMILIO PUCCI / EMPORIO ARMANI / ETRO / I.T / J.CREW / KATE SPADE NEW YORK / KENZO / LANE CRAWFORD x MS MIN / LANVIN / MAJE / MAX MARA / MCM / MCQ / MONCLER / PAUL & SHARK /  PHILIPP PLEIN / REBECCA MINKOFF / REPETTO / ROBERTO CAVALLI / SALVATORE FERRAGAMO / SANDRO / THOM BROWNE / TORY BURCH / TSUMORI CHISATO / VIVIENNE TAM / VIVIENNE WESTWOOD

          ดาวน์โหลดรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่: https://www.dropbox.com/sh/0vvx7z8z64x63mf/AAAlINL_9gikyLvfAf56_QC6a?dl=0

          BE@RBRICK TM & ? 2001-2016 MEDICOM TOY CORPORATION. All rights reserved.

          Facebook / Instagram / twitter: #hcbearbrick #hcart #harbourcity

          สายด่วนลูกค้า: (852) 2118 8666

          เว็บไซต์: www.harbourcity.com.hk

          สื่อมวลชนติดต่อ : Harbour City Estates Limited

          Mr. Andrew Yeung

          โทร: (852) 2118 8674

          อีเมล: andrewyeung@harbourcity.com.hk

          Ms. Florence Man

          โทร: (852) 2118 8623

          อีเมล: florenceman@harbourcity.com.hk

ผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ยักษ์ใหญ่ “ZNShine” เข้าจดทะเบียนในตลาด NASDAQ ของจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ZNShine PV-Tech Co., LTD ผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ระดับโลก ได้จดทะเบียนขายหุ้น IPO ในตลาด National Equities Exchange and Quotations (NEEQ) หรือตลาด NASDAQ ของจีน ซึ่งเป็นกระดานหลักสำหรับบริษัทนวัตกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศ โดยหลังจากที่เปิดขายหุ้น IPOเป็นผลสำเร็จแล้ว ZNShine ก็ได้กลายเป็นบริษัทเซลล์แสงอาทิตย์อันดับ 1 ในตลาด NEEQ

 

ZNShine Board Chairman Wang Guifen rings the bell to celebrate its listing on NEEQ

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20161010/0861610408 

สถานะทางการเงินของ ZNShine เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยผลกำไรที่เพิ่มขึ้น 13.81% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 บริษัทจึงตั้งเป้าว่าจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในวงการ โดยเฉพาะในด้านการให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพสูงในระดับพรีเมียม ขณะเดียวกัน สายการผลิตอัตโนมัติของบริษัทก็มีกำลังการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ต่อปีเฉลี่ย 2 เมกะวัตต์ต่อแรงงาน 1 คน นอกจากนี้ บริษัทยังขยายเครือข่ายการขายจากยุโรปไปยังทวีปอเมริกาและเอเชียแปซิฟิก ซึ่งครอบคลุมถึงญี่ปุนและประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

นอกเหนือจากการขยายกิจการแล้ว ZNShine ยังแสวงหาโอกาสใหม่ๆในการนำเซลล์แสงอาทิตย์ไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ในการผลิตพืชผลทางการเกษตร โดยได้ผสานวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมเข้ากับการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์บนเรือนกระจกที่มีการปลูกพืชให้ผลผลิตสูง จึงสามารถใช้ที่ดินที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งยังช่วยเพิ่มผลิตภาพโดยรวมและช่วยลดต้นทุนด้วย บริษัทระบุว่า โครงการในลักษณะดังกล่าวประสบความสำเร็จในหลายประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น และอื่นๆ 

คุณหวัง กุ้ยเฟิน ประธานคณะกรรมการบริหาร ZNShine กล่าวว่า “โครงการเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมหาศาล โดยไม่เพียงแต่จะช่วยให้สภาพแวดล้อมดีขึ้นในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างงานให้กับคนในท้องถิ่นอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น โครงการในมณฑลซานซีมีแนวโน้มว่าจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 3 ล้านตันภายใน 25 ปี และสร้างงานมากกว่า 300 ตำแหน่ง” 

คุณหวังกล่าวเสริมว่า “การเปิดขายหุ้น IPO ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของบริษัท การเพิ่มทุนจะช่วยให้ ZNShine สามารถขยายและเจาะตลาดเซลล์แสงอาทิตย์ได้มากขึ้น ทั้งยังสามารถนำเสนอพลังงานหมุนเวียนให้แก่ทั่วโลกได้มากขึ้นด้วย” 

เกี่ยวกับ ZNShine 

ZNShine PV-Tech Co., LTD ก่อตั้งในปี 2531 ในฐานะผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ ผู้พัฒนาสถานีพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงผู้ดำเนินงาน EPC และสถานีพลังงานไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก บริษัทมีสายการผลิตที่ทันสมัย และมีกำลังการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ 1.6 กิกะวัตต์ ทั้งนี้ Bloomberg ได้ยกให้ ZNShine เป็นผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ระดับ Tier 1 รวมถึงเป็นผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีความน่าเชื่อถือ 20 อันดับแรกของโลก

OGT ประกาศเพิ่มตัวตรวจจับใหม่ในกลุ่ม Cytocell Aquarius(R) Haematology FISH Probe ตามคำเรียกร้องของลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อ็อกซ์ฟอร์ด, อังกฤษ–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Oxford Gene Technology (OGT) บริษัทด้านพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุล ประกาศเพิ่มตัวตรวจจับใหม่ในกลุ่ม Cytocell Aquarius(R) Haematology probes เพื่อรองรับการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเทคนิค FISH (Fluorescence in situ Hybridization) นับเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านตัวตรวจจับ (probe) คุณภาพสูง โดยตัวตรวจจับ 14 ตัวใหม่ที่เพิ่มเข้ามาตามคำเรียกร้องของลูกค้าประกอบด้วย

CBFB Proximal Probe Red          CSF1R/RPS14 (5q32-q33) Probe Red

CBFB Distal Probe Green           EGR1/CDC25C (5q31) Probe Green

MECOM Probe Red                    TERT (5p15.33) Probe Aqua

RUNX1 Probe Green                  CUX1 (7q22) Probe Green

NUP98 Proximal Probe Red        EZH2 (7q36) Probe Red

NUP98 Distal Probe Green         Chromosome 7 Alpha Satellite Probe Aqua

TET2 Probe Red

USP46 (4q12) Probe Green

 OGT-Logo Logo / Oxford Gene Technology (PRNewsFoto/Oxford Gene Technology)

Oxford Gene Technology (PRNewsFoto/Oxford Gene Technology)

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160909/406091LOGO )

ตัวตรวจจับใหม่ที่มีความคุ้มค่าและมีคุณภาพสูงทั้งหมดนี้ สามารถใช้ได้กับตัวอย่างทั่วๆไป โดยจำหน่ายในรูปแบบที่หลากหลายและใช้งานง่าย ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดในการทดลองให้เหลือน้อยที่สุด

OGT คือผู้ผลิตตัวตรวจจับสำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเทคนิค FISH ที่มีประวัติยาวนานที่สุดในโลก โดยได้นำเสนอความเชี่ยวชาญด้าน Cytocell รวมถึงให้บริการลูกค้าทั้งในด้านการพัฒนาและการผลิตผลิตภัณฑ์ FISH มานานถึง 25 ปีในปีนี้ โดย Faidra Partheniou ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์โลหิตวิทยาของ OGT กล่าวว่า “บริการ myProbes ช่วยให้เราสามารถพัฒนาตัวตรวจจับใหม่ๆตามคำเรียกร้องของลูกค้า ทั้งยังช่วยให้เราสามารถตอบสนองต่ออุปสงค์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับบรรดานักวิจัย ในฐานะศูนย์กลางการพัฒนาตัวตรวจจับใหม่ๆ ซึ่งตัวตรวจจับที่เพิ่มเข้ามาในกลุ่ม Cytocell Aquarius ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี”

นอกจากนี้ OGT ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้พิสูจน์ความแม่นยำและความสะดวกสบายของตัวตรวจจับในห้องแล็บของลูกค้าเองโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสามารถขอทดลองใช้ตัวตรวจจับได้ฟรีสูงสุด 4 ตัว จากตัวตรวจจับที่มีให้เลือกมากมาย

สามารถดูตัวตรวจจับทั้งหมดและขอทดลองใช้ฟรีได้ที่ http://www.cytocell.com

ขณะนี้ ตัวตรวจจับใหม่ในกลุ่ม Cytocell Aquarius(R) Haematology probes มีให้บริการเฉพาะในอเมริกาเหนือในฐานะ Analyte Specific Reagent (ASR) ที่ยังไม่มีการยืนยันคุณลักษณะประสิทธิภาพเชิงวิเคราะห์ ส่วนเวอร์ชั่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน CE-IVD สำหรับจำหน่ายในยุโรปจะเปิดตัวในเร็วๆนี้

สหรัฐอเมริกา: myProbes(R) Analyte Specific Reagent ยังไม่มีการยืนยันคุณลักษณะประสิทธิภาพเชิงวิเคราะห์ ส่วน myProbes(R) ใช้สำหรับการวิจัยเท่านั้น ไม่สามารถใช้ในขั้นตอนการวินิจฉัยโรค และผลิตภัณฑ์ Cytocell บางส่วนอาจไม่มีให้บริการในสหรัฐอเมริกา

ที่มา: Oxford Gene Technology (OGT)

Akamai เผยรายงานสถานการณ์อินเทอร์เน็ต Q2/2016 ชี้ความเร็วการเชื่อมต่อทั่วโลกเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 14% เทียบรายปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ตอบรับกับสถานการณ์ของบรรดาร้านค้าออนไลน์ที่เตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลช้อปปิ้งช่วงเทศกาลวันหยุดที่กำลังจะมาถึง

Akamai Technologies, Inc. (NASDAQ: AKAM) ผู้ให้บริการเครือข่ายการส่งคอนเทนต์ (CDN) ชั้นนำของโลก เปิดเผยรายงาน Second Quarter, 2016 State of the Internet Report ซึ่งเกิดจากการรวบรวมข้อมูลบนระบบ Akamai Intelligent Platform รายงานฉบับนี้จะพาไปเจาะลึกสถิติสำคัญๆจากทั่วโลก อาทิ ความเร็วการเชื่อมต่อ การวัดผลการใช้บรอดแบนด์ ปัญหาอินเทอร์เน็ตหลุด การที่ IPv4 หมดลง และการใช้งาน IPv6

ข้อมูลและกราฟฟิคในรายงาน Second Quarter, 2016 State of the Internet Report สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ Akamai State of the Internet และแอป Akamai State of the Internet สำหรับอุปกรณ์ iOS และ Android ซึ่งมาพร้อมข้อมูลที่อัดแน่นมากกว่าเดิมเพื่อการดูเปรียบเทียบ รวมถึงฟีเจอร์แสดงแนวโน้มในช่วงเวลาและประเทศต่างๆ และช่องทางการแชร์โซเชียลที่ง่ายดายสำหรับข้อมูลที่สร้างโดยผู้ใช้ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดพื้นที่อภิปรายเกี่ยวกับรายงาน State of the Internet Report ที่ Akamai Community อีกด้วย

ความเร็วการเชื่อมต่อเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถือเป็นแนวโน้มที่น่ายินดี เนื่องจากร้านค้าออนไลน์กำลังเตรียมพร้อมรับฤดูกาลช้อปปิ้งช่วงเทศกาลที่แสนวุ่นวาย” เดวิด เบลสัน บรรณาธิการของรายงาน State of the Internet Report โดย Akamai กล่าว “อย่างไรก็ตาม ปัญหาอินเทอร์เน็ตหลุดที่เกิดขึ้นในระยะนี้มาจากหลากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การดับไฟตามตามคำสั่งของรัฐบาล ไปจนถึงคนเล่นแผลงๆเพียงคนเดียวที่ทำเอาอินเทอร์เน็ตล่มเป็นวงกว้าง ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนว่ามีหลายปัจจัยที่อาจกระทบการเข้าถึงและการใช้งานอินเทอร์เน็ต อันเป็นปัญหาที่มักถูกมองข้าม”

สาระสำคัญในรายงาน Second Quarter, 2016 State of the Internet ของ Akamai ได้แก่

ความเร็วการเชื่อมต่อเฉลี่ยทั่วโลกและการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ทั่วโลก

  • ความเร็วการเชื่อมต่อเฉลี่ยทั่วโลก ลดลง 2.3% จากไตรมาสแรก ปี 2016 สู่ระดับ 6.1 Mbps แต่เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบรายปี
  • ความเร็วการเชื่อมต่อสูงสุดเฉลี่ยทั่วโลก เพิ่มขึ้น 3.7% สู่ระดับ 36.0 Mbps ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 2.5% เทียบรายปี
  • อัตราการใช้บรอดแบนด์ 10 Mbps ทั่วโลก เพิ่มขึ้น 0.7% เทียบรายไตรมาส แต่อัตราการใช้บรอดแบนด์ 15 Mbps และ 25 Mbps ลดลง 0.8% และ 2.1% ตามลำดับ 

IPv4 และ IPv6

  • จำนวนที่อยู่ IPv4 ที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งเชื่อมต่อกับ Akamai Intelligent Platform มีเพียงแค่ราว 800 ล้าน ซึ่งน้อยกว่าไตรมาสแรกของปี 2016 อยู่ 1%
  • เบลเยียมยังคงเป็นผู้นำระดับโลกด้านการใช้งาน IPv6 โดย 38% ของการเชื่อมต่อกับ Akamai เป็นการเชื่อมต่อบน IPv6 ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.1% จากไตรมาสก่อน
  • ผู้ให้บริการเคเบิลและผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย/มือถือยังคงเป็นผู้ส่งคำขอ IPv6 รายใหญ่ที่สุด โดย Verizon Wireless, T-Mobile และ Sky Broadband ติดโผผู้นำ โดย 74%, 61% และ 56% ของคำขอทั้งหมดที่บริษัทเหล่านี้ส่งมายัง Akamai นั้น เป็นการดำเนินการผ่าน IPv6 ในภูมิภาคที่เครือข่ายเหล่านี้อยู่ 

มือถือ

  • ความเร็วการเชื่อมต่อมือถือเฉลี่ยมีตั้งแต่สูงสุด 23.1 Mbps ในสหราชอาณาจักร ไปจนถึงต่ำสุด 2.2 Mbps ในเวเนซุเอลา 

เกี่ยวกับ Akamai State of the Internet Report

ในแต่ละไตรมาส Akamai จะจัดพิมพ์เผยแพร่รายงาน “State of the Internet — Connectivity” ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลที่รวบรวมจาก Akamai Intelligent Platform ในประเด็นเกี่ยวกับทราฟฟิคการโจมตี การใช้บรอดแบนด์ การเชื่อมต่อมือถือ และหัวข้ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตและการใช้อินเทอร์เน็ต ตลอดจนแนวโน้มที่พบจากข้อมูลในช่วงเวลานั้นๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวัดผลในรายงานและการวิเคราะห์การวัดผล กรุณาเข้าชมที่ http://akamai.me/sotimetrics ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและเข้าดูคลังเก็บรายงานฉบับก่อนๆ ได้ที่ https://www.akamai.com/us/en/our-thinking/state-of-the-internet-report/global-state-of-the-internet-connectivity-reports.jsp ดาวน์โหลดข้อมูลตัวเลขในรายงาน Second Quarter, 2016 State of the Internet Report ได้ที่ http://wwwns.akamai.com/soti/soti_q216_figures.zip 

เกี่ยวกับ Akamai

ในฐานะผู้ให้บริการ Content Delivery Network (CDN) ชั้นนำของโลก Akamai ช่วยให้อินเทอร์เน็ตของลูกค้าทำงานเร็ว เชื่อถือได้ และมีความปลอดภัย โซลูชั่นเพิ่มประสิทธิภาพเว็บ ประสิทธิภาพบนมือถือ ความปลอดภัยบนคลาวด์ และการส่งคอนเทนต์ที่ล้ำหน้าของบริษัทนั้นกำลังปฏิวัติแนวทางที่ภาคธุรกิจใช้ในการยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค องค์กร และความบันเทิงให้สามารถเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์และจากทุกที่ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมว่าโซลูชั่นของ Akamai และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตของเราช่วยขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าได้อย่างไร โดยเข้าไปที่www.akamai.com หรือ blogs.akamai.com และติดตาม @Akamai ได้ทางทวิตเตอร์

ติดต่อ:

Sharon Wu
Akamai Technologies
อีเมล: swu@akamai.com
โทร.+65 6576 9312

ปิยะฉัตร รัตนเกษม
วีโร่ พับลิค รีเลชั่นส์
อีเมล: piyachat@veropr.com
โทร. +66 86-093-9019

DMCC คว้ารางวัลเขตปลอดอากรที่ดีที่สุดในโลกจากนิตยสาร fDi ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

DMCC Free Zone คว้า 5 รางวัลจากการจัดอันดับเขตปลอดอากรที่ดีที่สุดในโลกประจำปีนี้ โดยนิตยสาร fDi ในเครือ The Financial Times อันได้แก่

GLOBAL – Free Zone of The Year

– GLOBAL – Free Zone of The Year for SME’s

– MIDDLE EAST – Free Zone of the Year

– MIDDLE EAST- Free Zone of The Year for SME’s

– GLOBAL – Specialism Award – Trade & Commodities

DMCC (Dubai Multi Commodities Centre) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการค้า วิสาหกิจ และสินค้าโภคภัณฑ์ของรัฐบาลดูไบ คว้ารางวัล “Global Free Zone of the Year” ประจำปี 2559 จากนิตยสาร fDi ในเครือ The Financial เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

 Ahmed-Bin-Sulayem / Ahmed Bin Sulayem Executive Chairman DMCC. (PRNewsFoto/DMCC)

Ahmed Bin Sulayem Executive Chairman DMCC. (PRNewsFoto/DMCC)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161009/426678 )

DMCC-logo Logo / DMCC logo (PRNewsFoto/DMCC)

DMCC logo (PRNewsFoto/DMCC)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161009/426679LOGO )

Gautam-Sashittal-CEO-and-Krysta-Fox / Gautam Sashittal CEO and Krysta Fox Executive Director Free Zone DMCC. (PRNewsFoto/DMCC)

Gautam Sashittal CEO and Krysta Fox Executive Director Free Zone DMCC. (PRNewsFoto/DMCC)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161009/426680 )

Infographic Infographic / DMCC Global Free Zone of the Year Infographic. (PRNewsFoto/DMCC)

DMCC Global Free Zone of the Year Infographic. (PRNewsFoto/DMCC)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161009/426682-INFO )

Info-for-TQ / Dubai's DMCC awarded 'Global Free Zone of the Year 2016' for the second year running (PRNewsFoto/DMCC)

Dubai’s DMCC awarded ‘Global Free Zone of the Year 2016’ for the second year running (PRNewsFoto/DMCC)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161009/426681 )

การสำรวจประจำปีดังกล่าวถือเป็นการจัดอันดับเขตปลอดอากร (free zone) ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ต่างๆ เช่น ผลการดำเนินงานอันโดดเด่นเมื่อเทียบรายปี แผนการเติบโตและการขยายธุรกิจ ข้อเสนออันแข็งแกร่งที่มอบให้แก่ลูกค้า และบทบาทของอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เป็นต้น โดย DMCC Free Zone ได้รับการยอมรับว่ามีการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีบริการลูกค้าที่แข็งแกร่ง ทั้งยังมีระบบนิเวศทางธุรกิจที่สามารถตอบสนองความต้องการในการจัดตั้งธุรกิจอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการตั้งสำนักงานสาขาหรือการดำเนินงานเต็มรูปแบบ

Ahmed Bin Sulayem ประธานบริหาร DMCC กล่าวว่า

ผมขอยกความดีความชอบจากการได้รับรางวัลนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ให้แก่บริษัทกว่า 12,700 แห่งใน DMCC Free Zone ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการเติบโต พลวัต และนวัตกรรม จนเราประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ DMCC ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุด โดยเป็นจุดบรรจบระหว่างตะวันออกและตะวันตก เหนือและใต้ เราภาคภูมิใจที่ได้เป็นเขตปลอดอากรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดในโลก

Gautam Sashittal ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DMCC กล่าวว่า

รางวัลเหล่านี้ตอกย้ำว่า DMCC เป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งในด้านการค้าและการทำธุรกิจ การครองตำแหน่งเขตปลอดอากรอันดับหนึ่งจากเขตปลอดอากรทั้งหมด 60 แห่งทั่วโลก ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของเรา ทั้งยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงประโยชน์ของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล การนำเสนอบริการระดับโลกให้แก่ลูกค้า และการสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมที่คึกคัก นอกจากนี้ การได้รับรางวัลดังกล่าวยังเป็นการตอกย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า เขตปลอดอากร DMCC เป็นตลาดที่มีการเชื่อมโยงกันอย่างแท้จริง จนบริษัทกว่า 12,700 แห่งสามารถทำการซื้อขายได้อย่างมั่นใจ และขยายธุรกิจของตนจนเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

DMCC มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2545 โดยปัจจุบันมีบริษัทสมาชิกมากกว่า 12,700 แห่ง และมีพนักงานรวมกัน 87,500 คนจากกว่า 170 ประเทศในเขตปลอดอากรนี้

ในทุกๆวันทำการ จะมีบริษัทใหม่ 7 แห่งเข้ามาตั้งบริษัทใน DMCC เขตปลอดอากรแห่งนี้จึงเป็นที่ตั้งของบริษัทชื่อดังระดับโลกมากมาย อาทิ Alcatel Lucent Middle East and North Africa, American Express, Carrera Y Carrera, Colgate-Palmolive, Dyson, Duracell, Eurofin, Hisense, John West Foods, Lukoil, LVMH, Nutricia Danone, Oddfjell, Rio Tinto – Dimexon และ TAG Worldwide

Courtney Fingar บรรณาธิการบริหารนิตยสาร fDi ในเครือ The Financial Times กล่าวว่า

ในปีนี้มีเขตปลอดอากรเข้าชิงรางวัลเป็นจำนวนมาก การแข่งขันจึงเป็นไปอย่างดุเดือด และการคัดเลือกผู้ชนะก็เป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง แต่ DMCC ยังคงโดดเด่นเหนือคู่แข่งอีกครั้งด้วยความเป็นเลิศรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนบริษัทสมาชิกที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มการเติบโตที่สดใส รวมถึงสิ่งดีๆที่นำเสนอให้กับบริษัทต่างๆ ที่มีหลากหลายขนาดและมาจากหลากหลายภาคส่วนทั่วโลก และนี่เป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เราตัดสินใจมอบรางวัล Global Free Zone of the Year ประจำปี 2559 ให้แก่ DMCC”

รางวัล Global Free Zone Awards ประจำปีของ fDi ถือเป็นการจัดอันดับเขตปลอดอากรที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยคณะกรรมการจาก fDi ได้รับมอบหมายให้ทำการศึกษาข้อมูลในแต่ละพื้นที่ จากนั้นจึงเสนอชื่อเขตปลอดอากรที่เป็นผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศในแต่ละภูมิภาค

DMCC ร่วมมือกับสมาชิกเพื่อสร้างผลงานที่ดีที่สุดสำหรับวันนี้ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนสำหรับอนาคต อันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ

DMCC. Made for Trade. Together.

http://www.dmcc.ae

ที่มา: DMCC (Dubai Multi Commodities Centre)