Maison Mumm เผยโฉมขวดแชมเปญดีไซน์ใหม่สู่สายตาเอเชีย ในงานแข่งรถ FIA Formula E Championship ที่ฮ่องกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ขวดแชมเปญรูปแบบใหม่ “Mumm Grand Cordon” เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาชาวเอเชียเป็นครั้งแรก ในงานแข่งรถ FIA Formula E Championship ครั้งแรกในฮ่องกง

          ไม่มีใจกลางเมืองใดที่น่าตื่นตาตื่นใจไปกว่าอ่าววิคตอเรียของฮ่องกง ซึ่งเต็มไปด้วยแสงสีและความหลากหลาย ทว่าบรรดานักแข่งรถระดับเทพของโลกกลับไม่มีเวลาชื่นชมความงามเหล่านี้ เพราะต้องลงชิงชัยในการแข่งรถสุดท้าทาย ซึ่งตอกย้ำจิตวิญญานแห่งความกล้าหาญที่ Formula E และ Maison Mumm ต่างยึดมั่นร่วมกัน โดย Seb Buemi ซึ่งเป็นผู้ชนะการแข่งขัน ได้เปิดแชมเปญ Mumm Grand Cordon โฉมใหม่เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะอันหอมหวานในครั้งนี้

          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

          https://www.multivu.com/players/uk/7946651-new-mumm-grand-cordon-bottle-asia

          Maison Mumm ยึดมั่นในคติพจน์ “Dare. Win. Celebrate.” จึงได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมท้าทายและแปลกใหม่อยู่เสมอ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2447 Maison Mumm เคยให้การสนับสนุนนักสำรวจ Jean-Baptise Charcot ในภารกิจสำรวจอาร์กติกเป็นครั้งแรกโดยชาวฝรั่งเศส และการเป็นพันธมิตรกับ Formula E ก็ถือเป็นการสนับสนุนวงการกีฬาครั้งล่าสุด หลังจากที่เคยให้การสนับสนุนการแข่งม้า Melbourne Cup และ Kentucky Derby รวมถึงการแข่งเรือใบ Jules Verne Trophy และ Admiral’s Cup

          Mumm Grand Cordon มีดีไซน์ที่ทันสมัยที่สุดในประวัติศาสตร์ 189 ปีของ Maison Mumm โดยฉีกรูปแบบเดิมๆ ด้วยการไม่แปะฉลากหน้าขวด แต่พิมพ์ลายเซ็นของ G.H. Mumm และสัญลักษณ์รูปนกอินทรีย์สีทองลงบนขวดโดยตรง อีกจุดที่เตะตาคือรูปทรงของขวด ซึ่งขนเอานวัตกรรมมากมายมาพลิกโฉมการผลิตขวดแชมเปญแบบดั้งเดิม และสิ่งที่สะกดสายตาที่สุดคือ การตีความสายคาดสีแดงสด Cordon Rouge ขึ้นมาใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 140 ปี โดยสายคาดสีแดงแบบเดิมได้กลายเป็นริบบิ้นจริงๆที่ฝังลงบนขวดแก้วโดยใช้เทคโนโลยีการผลิตสุดล้ำ ขวดแชมเปญ Mumm Grand Cordon เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ Ross Lovegrove นักออกแบบมากความสามารถผู้กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย และเคยร่วมงานกับ Maison Mumm มาแล้วในการออกแบบดาบสำหรับเปิดแชมเปญรุ่นพิเศษ

          ในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองนี้ Mumm ได้ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติหลายร้อยคนสู่ EMOTION Formula E Club ซึ่งมีโปรแกรมความบันเทิงรออยู่มากมาย โดยมีไฮไลท์อยู่ที่เครื่องจำลองการแข่งรถ เวิร์กช็อปสอนผสมเครื่องดื่ม และการถ่ายภาพหมู่

          Louis De Fautereau ผู้อำนวยการแบรนด์ทั่วโลกของ Mumm เปิดเผยว่า “การแข่งขัน Formula E ในฮ่องกงเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองที่เหมาะที่สุดสำหรับการเปิดตัวขวด Mumm Grand Cordon รูปโฉมใหม่ในเอเชีย เนื่องจาก Mumm เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะที่มีประวัติศาสตร์ด้านการเฉลิมฉลองมาอย่างยาวนาน”

          Mumm Grand Cordon เปิดตัวในฮ่องกงอย่างเป็นทางการในงานปาร์ตี้สุดหรู ซึ่งจัดขึ้นโดย Maison Mumm ณ ร้าน Dragon-i ที่โด่งดังอย่างมากในฮ่องกง โดยมีแขกระดับวีไอพีกว่า 600 ชีวิตมาร่วมงาน ขณะที่เซเลบคนดังของฮ่องกงอย่าง Alex Fong ได้ปรากฏตัวในวิดีโอเปิดตัว Mumm Grand Cordon อย่างเป็นทางการในฮ่องกง ในฐานะที่เขาเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำอาชีพที่กล้าก้าวเข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง Alex Fong จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Mumm

          ที่มา: Maison Mumm

TCL เปิดตัวแบรนด์ลูก XESS มุ่งเจาะตลาดพรีเมียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซินเจิ้น, จีน–10 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          TCL Corporation บริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงปี 2016 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ในงานนี้ บริษัทได้เผยโฉมแบรนด์ลูกระดับพรีเมียม XESS พร้อมกับทีวีรุ่น X1 และ X2 และหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่รุ่น S1 ภายใต้แบรนด์น้องใหม่ดังกล่าว โดยได้รับเกียรติจาก หลาง ผิง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติจีน ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ TCL มากว่า 20 ปี เข้าร่วมงานในฐานะแอมบาสเดอร์สำหรับผลิตภัณฑ์ทีวีแบรนด์ XESS

 

  รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160930/0861610256-a

 

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160930/0861610256-b

          XESS เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่

          ทอมสัน หลี่ ตงเฉิง ประธานกรรมการและซีอีโอของ TCL ได้กล่าวถึงความสำคัญของการเปิดตัวแบรนด์ระดับพรีเมียมดังกล่าว โดยในฐานะที่เป็นผู้ผลิตจีนรายแรกๆ ที่ออกไปบุกตลาดโลก TCL เชื่อว่าการรับรู้และจดจำแบรนด์ได้เป็นอย่างดีคือกุญแจสู่ความสำเร็จ และคาดว่า XESS จะช่วยยกระดับแบรนด์ในเครือของ TCL บนเวทีโลก ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในด้านเทคโนโลยี การออกแบบ และคุณภาพ นอกจากนี้ XESS ยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบรับกับความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ไฮเอนด์โดยเฉพาะ ด้วยการยกระดับเทคโนโลยีและคุณภาพผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ TCL ยังมีแผนที่จะใช้กลยุทธ์ “double +” ในการขยายขีดความสามารถในการให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อัจฉริยะของบริษัท รวมถึงการใช้งานที่เชื่อมโยงกัน ด้วยการรวมเอาข้อดีของ “smart + internet” มาอุดช่องว่างของตลาด

          อลิซ ลี ผู้จัดการทั่วไปของศูนย์การบริหารแบรนด์ของ TCL ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวความคิดที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ XESS ว่า ปรัชญาของแบรนด์ใหม่นี้มีความสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานขององค์กร 4 แนวทาง ได้แก่ การมีทีมงานชั้นยอดที่ทุ่มเทให้กับความเป็นเลิศ การกำหนดมาตรฐานให้กับอุตสาหกรรมในแง่ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี การสะท้อนให้เห็นถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงอย่างเหนือชั้นผ่านทางองค์ประกอบต่างๆที่ได้รับการยกระดับ การออกแบบที่เรียบง่าย แต่ทันสมัย เพื่อเน้นย้ำถึงความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแง่ของสุนทรียศาสตร์

          แต่งตั้ง หลาง ผิง เป็นแอมบาสเดอร์ ผลิตภัณฑ์ทีวีภายใต้แบรนด์ XESS

          หลาง ผิง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติจีน ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงานและเปิดตัวแบรนด์ XESS ในฐานะที่เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแอมบาสเดอร์สำหรับผลิตภัณฑ์ทีวีแบรนด์ XESS ซึ่งในโอกาสนี้ ประธานหลี่ได้แสดงความยินดีที่ได้ หลาง ผิง มาร่วมเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ระดับพรีเมียมของ TCL โดยกล่าวว่า “นำความเป็นจีน ก้าวไกลสู่ระดับโลก” คือความเหมือนระหว่าง หลาง ผิง และ XESS

          หลาง ผิง ได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพของเธอกับประธานหลี่ แห่ง TCL และกับบริษัท TCL ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อกว่า 20 ปีก่อน เริ่มตั้งแต่ที่ TCL ได้เข้ามาช่วยเหลือทีมวอลเลย์บอลหญิงของจีนในช่วงที่ทีมกำลังประสบปัญหา ในมุมมองของหลางนั้น ประธานหลี่เป็นผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้าในความคิดของตน นอกจากนี้ หลางเห็นด้วยกับปรัชญาของบริษัท TCL ที่ยึดมั่นต่อความเป็นเลิศในการเป็นยอดฝีมือ ทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้ และจิตวิญญาณแห่งความสร้างสรรค์ ซึ่งหลางเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของ TCL

          XESS นำเสนอโทรทัศน์รุ่น X1 และ X2 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานคุณภาพอย่างสมบูรณ์แบบ ตามปณิธานของประธานหลี่ โทรทัศน์ทั้งสองรุ่นนี้ผลิตขึ้นจากวัสดุเรืองแสงที่ดีที่สุด ด้วยเทคโนโลยีหน้าจอควอนตัมดอทของ Yuecai ซึ่งมอบประสิทธิภาพแบบเหนือชั้นในแง่ของช่วงสี หน้าจอสีคมชัด และการแสดงสีที่แม่นยำ นอกจากนี้ เทคโนโลยีการประมวลผลคุณภาพของภาพที่จดสิทธิบัตรยังช่วยยกระดับคุณภาพภาพได้อย่างมากในหลายระดับ ที่โดดเด่นสำหรับรุ่น X1 คือการใช้เทคโนโลยีแบล็คไลท์ พร้อมด้วยเซลล์เรืองแสงจำนวนสูงสุดในอุตสาหกรรม ตลอดจนหน้าจอ OD ขนาด 8 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมเช่นกัน

          ผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศในด้านการออกแบบ รุ่น X1 ผ่านการทวนสอบผลิตภัณฑ์มากกว่า 20 ครั้ง รวมเป็นระยะเวลากว่า 2,500 ชั่วโมง โดยได้มีการตรวจสอบและทวนสอบชิ้นส่วนประกอบแต่ละชิ้นในทุกขั้นตอนการประกอบ รุ่น X2 มีรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย แต่ทันสมัย ซึ่งเป็นผลงานของดีไซน์เนอร์ชื่อดัง 40 ราย จาก 6 ประเทศ เครื่องรับโทรทัศน์ของ XESS ถือเป็นตัวแทนของบริษัทในฐานะผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีขั้นสูงที่ผลิตขึ้นภายใต้กลยุทธ์ “Intelligence + Internet” ของ TCL โทรทัศน์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบควบคุมอัจฉริยะภายในบ้าน (Home Intelligent Control Center) ซึ่งมอบสามทางเลือกการใช้งาน ได้แก่ โหมดชมภาพยนตร์ โหมดบ้าน และโหมดควบคุมอัจฉริยะ

          ในส่วนของ S1 นั้น คือผลิตภัณฑ์หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ของ TCL Communication ที่ออกภายใต้แบรนด์ XESS มุ่งเจาะกลุ่มครอบครัวที่ประกอบไปด้วยคู่สามีภรรยา ลูกๆที่ยังอยู่ในวัยเด็ก และพ่อแม่ที่อยู่ในวัยชรา โดยผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้งานได้ในสามโหมด ได้แก่ โหมดให้ความรู้สำหรับเด็ก โหมดอาหาร และโหมดสำนักงาน ซึ่งล้วนตอบโจทย์สมาชิกครอบครัวทุกคนทุกรุ่น นอกจากนี้ยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียงและท่าทาง อีกทั้งสามารถใช้งานหลายหน้าจอในเวลาเดียวกันเพื่อให้ผู้ใช้จัดการโปรแกรมต่าง ๆ ได้พร้อมกัน แถมยังมีจอยสติ๊กให้ผู้ใช้เปลี่ยนหน้าต่างโปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว เพื่อการทำงานหลายภารกิจได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

          TCL สร้างระบบนิเวศใหม่ ตามกลยุทธ์ “Smart + internet” ของบริษัท

          นอกจากสินค้าแบรนด์ XESS ระดับพรีเมียมแล้ว TCL Corporation ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ล้ำสมัยอีกหลายรายการภายใต้แบรนด์ TCL

          TCL Communication ได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือสองรุ่น ได้แก่ TCL 950 และ TCL 580 โดยรุ่น TCL 950 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้านธุรกิจของเหล่าผู้บริหารที่ยุ่งอยู่กับงานตลอดเวลาได้อย่างเบ็ดเสร็จด้วยมือถือเครื่องเดียว โดยฟีเจอร์ผู้ช่วยการประชุมสามารถบันทึกเสียงคุณภาพสูงและลดเสียงรบกวนได้ อีกทั้งยังรองรับการแปลงเสียงพูดเป็นข้อความได้ถึงสองโหมดด้วยกัน โดยโหมดแรกใช้เทคโนโลยีประดิษฐ์เพิ่มความแม่นยำ ในขณะที่อีกโหมดสามารถแปลงเสียงพูดเป็นข้อความได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ทั้งสองโหมดนี้สามารถบันทึกทั้งเสียงและข้อความไปพร้อมกันได้ สำหรับมือถืออีกรุ่นอย่าง TCL580 นั้น ได้รับการออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่การทำงานโดยเฉพาะ ผสานดีไซน์โลหะและกระจกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จึงให้ภาพลักษณ์และความรู้สึกที่ไร้รอยต่อ

          ด้าน TCL Home Appliances ได้เปิดตัวเครื่องใช้ไฟฟ้ายิ่งใหญ่กว่าครั้งใด เริ่มจากสินค้าไฮไลท์ได้แก่ตู้เย็น 4 ประตู (รูปทรงเป็นเครื่องหมาย +) ซึ่งมาพร้อมกับระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ และตัวรับสัญญาณสองความถี่ โดยได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีที่มีการจดสิทธิบัตร 17 รายการ นอกจากตู้เย็นแล้ว ภายในงานยังมีการเปิดตัวเครื่องซักผ้าระบบไร้ฝุ่นสุดล้ำ เครื่องปรับอากาศอัจฉริยะที่มีความเป็นส่วนตัว ด้วยการยกระดับการควบคุมอากาศภายในบ้านขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งการอัพเกรดผลิตภัณฑ์นี้เป็นไปตามเสียงเรียกร้องของลูกค้า โดยแบ่งเป็นเครื่องปรับอากาศแบบสองท่อ รุ่น F1 ภายใต้แบรนด์ Zhixiao ที่เจาะกลุ่มตลาดผู้สูงอายุ และเครื่องปรับอากาศ Lexiang ที่สามารถเล่นเพลงขณะใช้งานได้ และกำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อสุขภาพ เช่น เครื่องฟอกอากาศ TCL800F ที่ตรงตามหรือเหนือกว่ามาตรฐานส่วนใหญ่ของรัฐบาลในด้านการกรองอนุภาคในอากาศ พร้อมทั้งสร้างอากาศที่สะอาดภายในบ้านได้อย่างยอดเยี่ยม

          หลายปีที่ผ่านมา TCL ได้พัฒนาระบบนิเวศใหม่ซึ่งผสมผสานการผลิตและบริการอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการผ่านอินเทอร์เน็ตได้ โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้งานภายในบ้าน บนอุปกรณ์มือถือ และเพื่อการพาณิชย์ ระบบนิเวศนี้สามารถแบ่งออกเป็น 4 ห่วงโซ่ย่อย ได้แก่ การศึกษา ความบันเทิง ไลฟ์สไตล์ และเกมส์ ซึ่งในแต่ละห่วงโซ่นั้นมีความสมบูรณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ในแง่ของประสบการณ์ที่ผู้ใช้จะได้รับ นอกจากนี้ บริการทางอินเทอร์เน็ตของTCL ยังแสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบด้านความหลากหลายของคอนเทนต์อีกด้วย

“เซลีน ดิออน” ฉลองความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ในโอกาสแสดงครบ 1,000 รอบ ณ โรงละคร The Colosseum โรงแรม Caesars Palace

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลาสเวกัส10 ต.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา เซลีน ดิออน ได้ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญร่วมกับแฟนพันธุ์แท้หลายพันคน เนื่องในโอกาสจัดการแสดง ณ โรงละคร The Colosseum โรงแรม Caesars Palace ครบ 1,000 รอบ โดยการแสดงครั้งนี้เปิดฉากด้วยวิดีโอสุดซาบซึ้งที่ถ่ายทอดช่วงเวลาอันน่าประทับใจตลอด 14 ปีที่เซลีนทำการแสดงที่ The Colosseum ก่อนจะปิดฉากลงด้วยกระดาษและลูกโป่งสีเงินและสีทองที่โปรยปรายลงมาบนเวที ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของแฟนเพลง 4,298 คน โดยทุกคนได้รับสมุดบันทึกตารางการแสดงและหนังสือรับรองเป็นที่ระลึกของความสำเร็จครั้งนี้

 

Oct 8: Celine Dion celebrates 1,000th show at The Colosseum at Caesars Palace. Photo by Denise Truscello (PRNewsFoto/Caesars Entertainment & AEG Live)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161009/426633

Oct 8: Celine Dion celebrates 1,000th show at The Colosseum at Caesars Palace. Photo by Denise Truscello (PRNewsFoto/Caesars Entertainment & AEG Live)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161009/426634

เซลีนเปิดการแสดง ณ โรงละคร The Colosseum โรงแรม Caesars Palace ครั้งแรกในชื่อ “A New Day…” ภายใต้การสร้างสรรค์และกำกับโดย ฟรังโก ดราโกน โดยทำการแสดงทั้งสิ้น 717 รอบ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2546 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2550 หลังจากนั้นได้พักการแสดง 3 ปี ก่อนจะหวนคืนเวทีอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 15 มีนาคม 2554 ด้วยการแสดงชุดใหม่สุดตื่นตาตื่นใจที่กำกับโดย เคน เออร์ลิค โปรดิวเซอร์ระดับตำนานเจ้าของรางวัล Grammy Awards โดยใช้ชื่อการแสดงว่า“Celine”

เซลีนกล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2546 ตอนที่เริ่มทำการแสดงในโรงละครสร้างใหม่แห่งนี้ เราไม่เคยคิดเลยว่าจะทำการแสดงเป็นพันรอบ ฉันขอขอบคุณ เรอเน ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและอยู่เคียงข้างกันมาตลอด ขอขอบคุณแฟนเพลงกว่า 4 ล้านคนที่เลือกดนตรีเป็นภาษาสากล และขอขอบคุณโรงแรม Caesars Palace และ AEG ที่มีความฝันร่วมกันและช่วยทำให้กลายเป็นความจริง

จอห์น เนลสัน รองประธานอาวุโสของ AEG Live Las Vegas กล่าวว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมฉลองการแสดงครบ 1,000 รอบของเซลีน เราชื่นชมในความตั้งใจ ความแข็งแกร่ง และความมุ่งมั่นของเธอตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว ไม่มีใครเหมือนเซลีน เราจะร่วมงานกับเธอและทีมงานอันเหลือเชื่อของเธอในการแสดงอีกนับ 1,000 รอบในอนาคต

มาร์ก ฟริสโซรา ซีอีโอของ Caesars Entertainment กล่าวว่า การแสดงครั้งแรกของเซลีน ดิออน ณ โรงละคร The Colosseum โรงแรม Caesars Palaceเมื่อปี 2546 ได้นำไปสู่การเปลี่ยนลาสเวกัสให้เป็นเมืองแห่งศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ เธอคือหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ผู้ครองบัลลังก์ท่ามกลางสุดยอดนักแสดงชื่อดังจากทั่วโลก และเป็นต้นกำเนิดของคำว่านักแสดงประจำในลาสเวกัส เราภูมิใจอย่างยิ่งที่เซลีนเรียกโรงละคร The Colosseum โรงแรม Caesars Palace ว่าเป็นบ้านของเธอ

บัตรชมการแสดง Celine ณ โรงละคร The Colosseum โรงแรม Caesars Palace เปิดขายแล้ววันนี้ และจะเริ่มเปิดการแสดงตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ไปจนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 และด้วยกระแสเรียกร้องของแฟนเพลง จึงได้มีการเพิ่มรอบการแสดงอีก 24 รอบ ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน ถึง 3 มิถุนายน 2560 โดยจะเปิดขายบัตรในวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม เวลา 12.00 น. ตามเวลาแปซิฟิก โดยรอบการแสดงมีดังนี้

ปี 2559

พฤศจิกายน: วันที่ 1, 2, 4, 5, 7, 9, 11, 12, 15, 16, 18, 19, 22, 25, 26

ปี 2560

มกราคม: วันที่ 17, 18, 20, 21, 24, 25, 27, 28, 31

กุมภาพันธ์: วันที่ 1, 3, 4

เมษายน: วันที่ 4, 5, 7, 8, 11, 12, 14, 15, 18, 19, 21, 22

พฤษภาคม: วันที่ 16, 17, 19, 20, 23, 24, 27, 28, 30, 31

มิถุนายน: วันที่ 2, 3

ท่านสามารถซื้อบัตรได้ด้วยตนเองที่ห้องจำหน่ายบัตรของโรงละคร The Colosseum โรงแรม Caesars Palace หรือติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 866-320-9763 หรือสั่งซื้ออนไลน์ที่เว็บไซต์ thecolosseum.com หรือ axs.com โดยการสั่งซื้อมีค่าบริการและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม บัตรราคาเริ่มต้นที่ $55 (ราคานี้รวมภาษีการแสดงสด 9%) สำหรับท่านที่ต้องการจองบัตร 10 ที่นั่งขึ้นไป กรุณาติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 866-574-3851 การแสดงทุกรอบจะเริ่มเวลา 19.30 น.

การแสดง “Celine” The Colosseum โรงแรม Caesars Palace เป็นการแสดงสุดอลังการที่กำกับโดยเคน เออร์ลิค โปรดิวเซอร์ระดับตำนานเจ้าของรางวัลGrammy Awards และนำเสนอโดย AEG Live และ Caesars Entertainment การแสดงชุดนี้ออกแบบให้กับ The Colosseum โดยเฉพาะ และอัดแน่นไปด้วยเพลงฮิตที่โด่งดังที่สุดของเซลีน ดิออน ผสานกับเพลงฮิตเหนือกาลเวลาของศิลปินดังท่านอื่นๆ เพื่อเฉลิมฉลองให้แก่ดนตรีทุกช่วงสมัยและทุกแนวเพลง นอกจากนั้นยังมีวงออร์เคสตราและวงดนตรีเต็มวง รวมถึงแสงสีประกอบการแสดงที่ออกแบบสำหรับโรงละครสุดล้ำสมัยขนาด 4,300 ที่นั่งโดยเฉพาะ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแสดงได้ที่ www.celineinvegas.com

เซลีน ดิออน เป็นหนึ่งในสุดยอดนักร้องชื่อก้องโลกผู้ทรงอิทธิพลและประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเพลงป๊อป เธอจำหน่ายผลงานเพลงได้เกือบ 250 ล้านอัลบัมตลอดระยะเวลาการทำงานกว่า 30 ปีในวงการ ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังกวาดรางวัลมาแล้วมากมาย อาทิ Grammy Awards 5 รางวัล, Academy Awards 2 รางวัล, American Music Awards 7 รางวัล, Juno Awards (แคนาดา) 20 รางวัล และครองรางวัล Felix Award (ควิเบก) มากถึง 40 รางวัล ในปี 2547 เซลีนได้รับรางวัล Diamond Award ในงาน World Music Awards ในฐานะศิลปินหญิงที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาล จากนั้นในปี 2550 เธอได้รับรางวัล Legend Award ในงาน World Music Awards จากความสำเร็จในระดับโลกและการอุทิศตนให้แก่วงการดนตรีอย่างโดดเด่น สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.celinedion.com

บริษัทจีนจากมณฑลกวางตุ้งเดินหน้าลงทุนในต่างประเทศ พร้อมมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์ “Go Global”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก ซิตี้, นิวยอร์ก–10 ต.ค.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการเปิดตัวรายงาน 2015 Report on the Sustainable Development of Chinese Enterprises Overseas ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ก จัดโดยโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ศูนย์วิจัยในสังกัดสำนักงานการบริหารและกำกับดูแลสินทรัพย์ของรัฐบาลจีน (SASAC) และสถาบันความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของจีน (CAITEC) โดยนายเฉิน ไห่เซียง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มณฑลกวางตุ้ง และประธานสมาคมวัฒนธรรมนานาชาติกวางตุ้ง ได้เข้าร่วมงานและขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงานนี้

          นายเฉินระบุว่า รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์การพัฒนา นั่นคือ “จีนหวังว่าจะทำงานร่วมกันกับทุกฝ่ายเพื่อสร้างเศรษฐกิจโลกที่สร้างสรรค์ เปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกัน และทุกฝ่ายมีส่วนร่วม อันจะนำมาซึ่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ยั่งยืน สมดุล และทั่วถึง” บริษัทต่างๆในมณฑลกวางตุ้งนั้นได้รับโอกาสให้ออกไปลงทุนในต่างประเทศตามยุทธศาสตร์ Go Global โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีบริษัทจากกวางตุ้งจำนวนมากประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งสร้างประโยชน์ให้กับทั้งบริษัทและประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุน รวมทั้งสร้างชื่อเสียงทีดีอีกด้วย

          ข้อมูลสถิติในรายงานฉบับดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า บริษัทสัญชาติจีนที่ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศนั้น จ่ายภาษีให้กับประเทศที่ตนเข้าไปลงทุน เป็นมูลค่า 3.119 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2015 ซึ่งเพิ่มขึ้น 62.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า บริษัทจีนเหล่านี้ว่าจ้างพนักงานชาวต่างชาติ 1.225 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 392,000 คนเมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปีก่อนหน้า บริษัทในมณฑลกวางตุ้ง นำโดย HUAWEI และ Tencent ได้รวมพลังกันเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจากระดับภูมิภาคไปทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “เปิดกว้าง ร่วมมือ และได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย”

          นายเฉินชี้ว่า กวางตุ้งมีความสำคัญอย่างมากต่อการสื่อสารข้อมูลและการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมกับทั่วโลก โดยใช้ประโยชน์จากสื่อและอินเทอร์เน็ตที่ถือเป็นข้อได้เปรียบของมณฑลกวางตุ้ง เพื่อสนับสนุนบริษัทและประชาชนให้ก้าวออกไปสู่ระดับโลก และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในต่างประเทศ ทั้งนี้ ด้วยการส่งเสริมการสื่อสารวัฒนธรรมและข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งเพื่อยกระดับความสามารถด้านการสื่อสารระหว่างประเทศ และดำเนินงานตามแผน Belt and Road Initiative ทำให้ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มณฑลกวางตุ้งได้เตรียมความพร้อมสำหรับการผลักดันวิธีการสื่อสารระหว่างประเทศให้ก้าวหน้า และขยายช่องทางการสื่อสาร ซึ่งดึงดูดกลุ่มผู้รับสารขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ มณฑลกวางตุ้งยังสร้างสภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยม เพื่อส่งเสริมการเจรจาหารือ การสร้างสรรค์และแบ่งปันร่วมกันในระดับโลก

          ที่มา: สำนักงานข่าว รัฐบาลมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน  

“ทางเลือกที่หลากหลาย” ตอบโจทย์นักช็อปออนไลน์ มากกว่า “ความรวดเร็วในการส่งสินค้า” เพียงอย่างเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–10 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ผลการสำรวจของ DHL พบว่านักช็อปออนไลน์ให้ความสำคัญกับความหลากหลายของการเลือกเวลาและสถานที่จัดส่งมากกว่าความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า อีกทั้งยังต้องการตรวจสอบสถานะการจัดส่งและชื่อบริษัทผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุได้ด้วยตัวเอง

          ผลการสำรวจซึ่งจัดทำโดยบริษัท DHL เผยว่าร้านค้าปลีกออนไลน์สามารถสร้างจุดแข็งของตัวเองได้โดยการเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าสามารถเลือกวัน เวลา สถานที่ และวิธีการรับสินค้าที่สั่งซื้อได้เอง

 

  โลโก้ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20150811/8521505246LOGO

          “ความรวดเร็วในการจัดส่งเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่ใช่คำตอบ” คุณชาร์ลส์ บรูเออร์ CEO, DHL eCommerce กล่าว “จากการสำรวจความคิดเห็นของนักช็อปออนไลน์กว่า 1,000 รายในประเทศเยอรมนี พบว่าลูกค้า eCommerce 78% ต้องการะบุเวลาในการจัดส่งสินค้า ขณะที่ 68% ต้องการเลือกวันรับสินค้าได้ด้วยตัวเอง และ 94% พึงพอใจที่สามารถเลือกสถานที่รับสินค้า เช่น ตู้รับฝากสินค้าของ DHL ให้เป็นสถานที่ในการจัดส่งได้ ในขณะเดียวกันครึ่งหนึ่งของผู้ทำแบบสำรวจต้องการให้ฝากส่งสินค้าไว้กับเพื่อนบ้านในกรณีที่ลูกค้าไม่อยู่บ้าน”

          นอกจากนี้ เรายังพบว่าค่านิยมดังกล่าวของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน โดยคุณมัลคอล์ม มอนติเอโร CEO, DHL eCommerce Asia Pacific กล่าวว่า “ในขณะที่ความรวดเร็วได้กลายเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการจัดส่งพัสดุไปแล้วนั้น  ร้านค้าปลีกออนไลน์จะไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ด้วยความรวดเร็วเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ซึ่งเห็นได้จากการที่ร้านค้าปลีกออนไลน์ในทวีปเอเชียจำนวนมากหันไปให้ความสำคัญกับการเพิ่มความหลากหลายของช่องทางในการเลือกรับสินค้า”

          จากผลสำรวจพบว่า 66 % ของนักช็อปออนไลน์ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า แต่ก็ยังดูเหมือนว่าช่องทางที่หลายหลายสำหรับลูกค้าในการเลือกวันเวลาและจุดรับสินค้าได้จะสำคัญยิ่งยวดไปกว่าการจัดส่งที่รวดเร็ว

          คุณมัลคอล์มกล่าวว่า “ความสำเร็จในการจัดส่งพัสดุจนถึงมือลูกค้าจะไม่ได้วัดจากความรวดเร็วเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว การจัดส่งพัสดุที่มีประสิทธิภาพจะต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการให้บริการไม่ว่าจะเป็นช่องทางการตรวจสอบสถานะการส่งพัสดุแบบเรียลไทม์ การแจ้งเตือนทาง SMS และแอพพลิเคชั่นบนมือถือ โดยระดับของความแม่นยำในการตรวจสอบจะเป็นตัวกำหนดความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อ eCommerce แบรนด์”

          ในขณะเดียวกัน คาดว่าตลาด eCommerce ในประเทศไทยจะเติบโตขึ้นกว่า 3 เท่า ถึง 3,600 ล้านยูโรนับจากวันนี้ไปจนถึงปีพ.ศ.2563 ทั้งนี้มีผลสืบเนื่องมาจากอัตราการใช้สมาร์ทโฟนที่สูงถึง 49% ซึ่งคุณเกียรติชัย พิตรปรีชา กรรมการผู้จัดการ DHL eCommerce ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า “การจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่ตอบโจทย์ลูกค้าในประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้บริโภคชาวไทยและร้านค้าปลีกออนไลน์จำนวนมากเริ่มหันมามองหาบริการจัดส่งพัสดุที่สามารถปรับใช้ได้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย”

          ทั้งนี้ คุณเกียรติชัยยังได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของทั้งผู้บริโภคและเจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับบริการด้านการขนส่งที่สะดวกเรียบง่ายไม่ซับซ้อน และยังคงไว้ซึ่งระบบการดำเนินงานที่มีคุณภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง

          คุณเกียรติชัยกล่าวว่า “แน่นอนว่าการให้บริการจัดส่งพัสดุที่สามารถปรับใช้ได้ตามความต้องการของลูกค้า  ประกอบกับระบบการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพจะเป็นที่ต้องการในตลาดมากยิ่งขึ้น  แนวโน้มดังกล่าวจะทำให้เจ้าของธุรกิจออนไลน์สามารถมุ่งเน้นในการปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจหลักของตนเองได้เต็มที่เพื่อสร้างการเจริญเติบโตของธุรกิจบนพื้นฐานของการให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ”

          นอกจากนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวยังพบว่า 88% ของนักช็อปออนไลน์ที่ทำแบบสำรวจต้องการตรวจสอบสถานะการขนส่งด้วยตัวเองโดยตรง ในขณะที่ 84% ต้องการทราบชื่อบริษัทผู้ให้บริการจัดส่งสินค้า และ 85% เห็นว่าหัวใจสำคัญของบริการคือการที่ลูกค้าสามารถติดตามตรวจสอบสถานะการจัดส่งได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการที่เครือข่ายการจัดส่งพัสดุแบบ B2C (Business to Consumer) ของ DHL eCommerce ในประเทศไทยให้บริการผ่านการส่ง SMS ถึงลูกค้าก่อนการจัดส่งทุกครั้ง

          “ร้านค้าปลีกออนไลน์ในประเทศไทยจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการโลจิสติกส์แบบครบวงจรซึ่งไม่เพียงแต่ให้บริการจัดส่งที่รวดเร็วเท่านั้น แต่ยังต้องเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการจัดส่ง รวมถึงช่องทางการติดตามพัสดุให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้ด้วย” คุณเกียรติชัยกล่าว “แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ยาก  แต่ผู้ให้บริการที่มีความพร้อมจะสามารถให้ทางเลือกที่หลากหลายและบริการที่มีความเรียบง่ายซึ่งจะเป็นโอกาสให้เจ้าของธุรกิจออนไลน์สามารถหันกลับไปทุ่มเทและดูแลธุรกิจของพวกเขาได้อย่างเต็มที่”

– จบ –

          ติดต่อสอบถาม:

          DHL eCommerce

          Ms.Cheryl Han / Ms.Monica Ng

          โทร: +65-6879-8012 / +65-6879-8011  

          อีเมล์: cheryl.han@dhl.com / monica.ng@dhl.com

          DHL เป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ซึ่งมอบบริการและความเป็นเลิศทางด้านโลจิสติกส์ทั้งการขนส่งภายในและระหว่างประเทศ การขนส่งทางบก ทางเรือ และการขนส่งด่วนทางอากาศ ตลอดจนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานในภาคอุตสาหกรรมผ่านกลุ่มธุรกิจต่างๆ ด้วยบุคลากรกว่า 340,000 คนใน 220 ประเทศและพื้นที่ต่างๆทั่วโลก DHL เชื่อมโยงผู้คนและธุรกิจด้วยบริการที่น่าเชื่อถือและปลอดภัย ซึ่งเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศด้วยความเชี่ยวชาญและโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์ที่ครบครันครอบคลุมตลาดและอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ซึ่งหมายรวมถึงอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ชีวภาพ อุตสาหกรรมด้านสุขภาพ พลังงาน ยานยนต์และการค้าปลีก อีกทั้งความมุ่งมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและการสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ในตลาดที่กำลังพัฒนาDHL จึงมั่นใจว่าเราเป็น “The logistics company for the world”

          DHL เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทดอยช์ โพสต์ ดีเอชแอล (Deutsche Post DHL Group – DPDHL) ซึ่งเรามีรายได้มากกว่า 59,000 ล้านยูโรในปีพ.ศ. 2558      

Spin Master วางจำหน่ายของเล่นสุดคิวท์ “Hatchimals” ต้อนรับคริสต์มาส-ปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โทรอนโต–10 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Spin Master Corp. (TSX: TOY) บริษัทของเล่นเด็กชั้นนำระดับโลก ประกาศวางจำหน่ายของเล่นสุดล้ำ “Hatchimals” ที่เด็กทั่วโลกตั้งตารอคอยมากที่สุดในปีนี้ นับตั้งแต่มีการเผยโฉมเป็นครั้งแรกในมหกรรมของเล่นระดับโลกหลายงานเมื่อช่วงต้นปี และติดอันดับของเล่นชั้นนำในร้านค้าอย่าง Target, Wal-Mart, Toys ‘R’ Us และ Kohl’s ตั้งแต่ยังไม่วางจำหน่าย

In a global launch today, Spin Master revealed Hatchimals, one of the most eagerly anticipated and innovative toys of the season. The plush Hatchimals incorporate advanced robotic technology to magically hatch from their eggs with a child’s help and nurturing touch. Available now at retailers around the world. (MSRP $59.99 USD). (PRNewsFoto/Spin Master)

รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161006/416331

Hatchimals ที่หลับใหลอยู่ในไข่ลายจุดสีสันสดใส จะฟักออกมาเมื่อได้รับการดูแลเอาใจใส่และการทะนุถนอมจากเด็กๆ โดย Hatchimals จะตอบสนองต่อการสัมผัส จากนั้นจะฟักออกจากไข่และสื่อสารกับมนุษย์ด้วยการแตะเบาๆ การจิก แสงไฟ และเสียง ส่วน Hatchimals จะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไรนั้น จะได้รู้ก็ต่อเมื่อฟักออกมาจากไข่แล้วเท่านั้น

การฟักไข่สามารถทำได้ครั้งเดียว และจะเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจ เด็กๆเป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดปล่อยความมหัศจรรย์ของHatchimals ผ่านการดูแลฟูมฟัก 3 ช่วง ตั้งแต่วัยทารก วัยเตาะแตะ ไปจนถึงโตเต็มวัย โดยสามารถสอนให้เดิน พูด เล่นเกม และอื่นๆอีกมากมาย

เบน วาราดิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของ Spin Master Ltd. กล่าวว่า เราคิดอยู่เสมอว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถจุดประกายและพัฒนาการเล่นรูปแบบใหม่ๆ เด็กทุกคนมีจินตนาการอันไร้ขีดจำกัด เราจึงพยายามคิดแบบเด็กตอนที่พัฒนาของเล่นใหม่ๆ และนี่เป็นที่มาของ Hatchimals ซึ่งผสานสุดยอดการเล่นแบบเลี้ยงดูเข้ากับหุ่นยนต์ เกิดเป็นของเล่นแนวใหม่ที่ให้ความสนุกสนานอย่างแท้จริง Hatchimals เป็นของเล่นที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่ Spin Master เคยเปิดตัวมา และเรามั่นใจว่าจะได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภค

ทั้งนี้ Hatchimals มี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ Pengula และ Draggle โดยเด็กๆสามารถเลือกได้แค่สีของไข่และสายพันธุ์ แต่ Hatchimals จะเป็นผู้เลือกนายของมันเอง สำหรับไข่ Pengula มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ ชมพู และชมพู/เขียวคราม ส่วนไข่ Draggle มีสีม่วง และเขียว/น้ำเงิน

Hatchimals วางจำหน่ายแล้วในร้านค้าชั้นนำทั่วโลก และทางเว็บไซต์ SpinMaster.com ในราคา 59.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคาขายปลีกที่ผู้ผลิตแนะนำ) โดยของเล่นชนิดนี้เหมาะสำหรับเด็กอายุ 5 ปีขึ้นไป

เกี่ยวกับ Spin Master

Spin Master คือบริษัทของเล่นเด็กชั้นนำระดับโลก โดยเป็นผู้สร้าง ออกแบบ ผลิต และจำหน่ายสินค้าสำหรับเด็กหลากหลายประเภท ทั้งเกม ของเล่น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ และสินค้าด้านความบันเทิง Spin Master เป็นเจ้าของแบรนด์ระดับรางวัลมากมาย ได้แก่ Zoomer(TM), Dino, Bakugan Battle Brawlers(TM), Air Hogs(R) รวมทั้ง Bunchems และ Meccanoid G15 เจ้าของรางวัล 2016 Toys of The Year นับตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา Spin Master ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลTIA Toy of The Year (TOTY) ถึง 64 ครั้ง และคว้ารางวัลมาได้ 18 ครั้ง นอกจากนั้นยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Innovative Toy of the Year ถึง 12 ครั้ง ซึ่งมากกว่าคู่แข่งทุกราย Spin Master เป็นบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่นอกจากจะพัฒนาและผลิตสินค้า ตัวละคร รวมถึงคอนเทนท์ความบันเทิงระดับโลกแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายและการขายลิขสิทธิ์ด้วย จนถึงขณะนี้ Spin Master ได้ผลิตรายการการ์ตูนฉายทางโทรทัศน์มาแล้ว 6 เรื่อง อาทิ “Bakugan Battle Brawlers” ในปี 2007 และล่าสุดคือ “Paw Patrol” ที่ออกอากาศในกว่า 160 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ทั้งนี้ Spin Master มีพนักงานกว่า 1,000 คนทั่วโลก และมีสำนักงานในแคนาดา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก ฝรั่งเศส อิตาลี สหราชอาณาจักร สโลวาเกีย สาธารณรัฐเช็ก เยอรมนี สวีเดน เนเธอร์แลนด์ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ทารา ทัคเกอร์

รองประธานฝ่ายสื่อสารการตลาดทั่วโลก

Spin Master Ltd.

อีเมล: tarat@spinmaster.com

ผลวิจัยเผย “อาคารสีเขียว” ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสมองแล่น-สุขภาพดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอสแองเจลิส–10 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ประโยชน์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เวลาทำงานเท่านั้น แต่ยังช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นด้วย

ตลอดเวลาที่ทำงาน คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า อาคารที่คุณทำงานอยู่นั้นดีต่อสุขภาพหรือไม่ ช่วยให้คุณสมองแล่นขึ้นไหม หรือช่วยให้คุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่

United Technologies logo

โลโก้ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160105/8521508235logo

คณะนักวิจัยจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health และ SUNY Upstate Medical University ไม่ใช่แค่สงสัยอย่างเดียว แต่ยังลงมือค้นหาคำตอบด้วยการศึกษาคนทำงาน 109 คน ในอาคาร 10 แห่ง ใน 5 เมืองทั่วสหรัฐอเมริกา และพบว่าการทำงานในอาคารที่ผ่านการรับรอง “มาตรฐานอาคารสีเขียว” มีความสัมพันธ์กับกระบวนการคิดที่ดีขึ้น อาการป่วยจากการทำงานในอาคารที่ลดลง และคุณภาพการนอนหลับที่ดีกว่าเดิม

งานวิจัยดังกล่าวต่อยอดมาจากการวิจัย COGfx Study ที่จัดทำขึ้นในปี 2558 เพื่อประเมินกระบวนการคิดของสมอง โดยพบว่าพนักงานออฟฟิศที่ทำงานในอาคารสีเขียวจำลองซึ่งมีอากาศถ่ายเทสะดวก สามารถทำคะแนนทดสอบกระบวนการคิดของสมองได้สูงกว่าพนักงานที่ทำงานในอาคารทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับงานวิจัยใหม่ล่าสุดนี้ ได้ถูกนำเสนอก่อนตีพิมพ์ ณ การประชุมประจำปี Greenbuild ของ Green Building Council ที่ลอสแองเจลิส โดยมีสาระสำคัญคือ พนักงานที่ทำงานในอาคารสมรรถภาพสูงที่ได้รับมาตรฐานอาคารสีเขียว สามารถทำคะแนนทดสอบกระบวนการคิดของสมองได้สูงกว่า 26% เมื่อเทียบกับพนักงานที่ทำงานในอาคารสมรรถภาพสูงแต่ไม่ได้รับมาตรฐานอาคารสีเขียว แม้ว่าจะมีการควบคุมปัจจัยอื่นๆที่อาจส่งผลต่อการทดสอบแล้วก็ตาม โดยพนักงานในอาคารสีเขียวสามารถ

  • ทำคะแนนการตอบสนองต่อภาวะวิกฤตได้ดีกว่าถึง 73%
  • ทำคะแนนด้านการประยุกต์ได้ดีกว่า 44% ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการตัดสินใจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายโดยรวม
  • ทำคะแนนด้านการใช้สมาธิได้สูงกว่า 38% ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการจดจ่ออยู่กับงานในมือ
  • ทำคะแนนด้านกลยุทธ์ได้สูงกว่า 31%

นอกเหนือจากข้อมูลที่มีความสำคัญในเชิงสถิติแล้ว งานวิจัยนี้ยังค้นพบด้วยว่า พนักงานในอาคารสีเขียวมีอาการป่วยจากการทำงานในอาคารลดลงถึง 30% อีกทั้งยังมีคะแนนคุณภาพการนอนหลับที่ดีกว่า 6% เมื่อเทียบกับพนักงานในอาคารที่ไม่ได้มาตรฐานอาคารสีเขียว สะท้อนให้เห็นว่าประโยชน์ของอาคารสีเขียวไม่ได้จำกัดอยู่แค่เวลาทำงานเพียงอย่างเดียว

John Mandyck ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืนของ United Technologies กล่าวว่า “อาคารที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียวไม่เพียงส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงานและการใช้ความคิดของคนในอาคารด้วย จึงนับเป็นการผสานรวมประสิทธิภาพอย่างลงตัว อันจะเร่งให้เกิดการสร้างอาคารสีเขียวไปทั่วโลก”

ผลการค้นพบล่าสุดทำให้คณะวิจัยเชื่อว่า จำเป็นต้องมีแนวทางการประเมินที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดย Dr. Joseph Allen ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชา Exposure Assessment Science แห่ง Harvard T.H. Chan School of Public Health รวมถึงผู้อำนวยการโครงการ Healthy Buildings Program ของ Center for Health and the Global Environment Harvard Chan School และผู้นำการวิจัยครั้งนี้ กล่าวว่า “เราทุ่มเทให้กับสิ่งที่เราเรียกว่า Buildingomics ซึ่งเป็นวิธีใหม่ในการประเมินปัจจัยทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับอาคาร”

แนวทางแบบพหุวิทยาการของ Buildingomics จะช่วยให้เราเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในอาคารมากขึ้น รวมถึงปลดล็อคความสามารถในการดึงประสิทธิภาพสูงสุดของอาคารออกมา เพื่อช่วยพัฒนากระบวนการคิดของสมองและยกระดับสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น”

รายงานฉบับเต็มในชื่อ “The Impact of Working in a Green Certified Building on Cognitive Function and Health” จะเผยแพร่ทางwww.CHGEHarvard.org/COGfxStudy และ www.theCOGfxStudy.com นอกจากนั้นยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวบนทวิตเตอร์ได้ที่แฮชแท็ก#TheCOGfxStudy

ทั้งนี้ United Technologies (NYSE: UTX) และบริษัทในเครืออย่าง UTC Climate, Controls & Security เป็นผู้สนับสนุนหลักในการวิจัยครั้งนี้

เกี่ยวกับ UTC Climate, Controls & Security

UTC Climate Controls & Security เป็นผู้นำด้านระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ ระบบปรับอากาศ และระบบแช่เย็น รวมถึงระบบควบคุมและระบบอัตโนมัติภายในอาคาร ตลอดจนระบบแจ้งเตือนไฟไหม้และรักษาความปลอดภัย อันจะนำไปสู่อาคารที่ชาญฉลาด ปลอดภัย ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น UTC Climate, Controls & Security เป็นบริษัทในเครือ United Technologies Corp. ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมระบบอากาศยานและอาคาร สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางทวิตเตอร์ @UTC_CCS และเฟซบุ๊ก UTC Climate, Controls & Security

เกี่ยวกับ United Technologies

United Technologies Corp. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองฟาร์มิงตัน รัฐคอนเนคทิคัต เป็นผู้นำเสนอบริการและระบบเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่อุตสาหกรรมอาคารและอากาศยานทั่วโลก การผสานความหลงใหลในวิทยาศาสตร์เข้ากับวิศวกรรมศาสตร์ที่แม่นยำ ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างสรรค์โซลูชั่นอัจฉริยะที่มีความยั่งยืนเพื่อตอบสนองความต้องการของทั่วโลก รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ UTC และโครงการเพื่อความยั่งยืนต่างๆ ได้ที่ www.utc.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางทวิตเตอร์  @UTC และ @JohnMandyck

ติดต่อ:

Ashley Barrie 
โทร. 860-416-3657 
อีเมล: Ashley.Barrie@utc.com

 

โรงเรียนวัดรางบัว : กิจกรรมเดือน กันยายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : โรงเรียนวัดรางบัว

https://www.facebook.com/watrangbua?fref=ts

.
โรงเรียนวัดรางบัว0โรงเรียนวัดรางบัว2

ร้อยรัก ร้อยใจ สายใยรางบัว
มุฑิตาคารวะ ครูเกษียณ 59.

กิจกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง

โรงเรียนวัดรางบัว : กิจกรรมเดือน สิงหาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : โรงเรียนวัดรางบัว

https://www.facebook.com/watrangbua?fref=ts

.
โรงเรียนวัดรางบัว0โรงเรียนวัดรางบัว2

กิจกรรมมอบทุนการศึกษา 2559.

 

ภาพงานทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา 59.
กิจกรรมวันแม่แห่งชาติ 2559.
กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้.
กิจกรรมประชุมผู้ปกครอง 1/2559.

 

Janus Capital Group Inc. และ Henderson Group plc ประกาศควบรวมกิจการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News    http://www.thaibusinessnews.com/

 

ลอนดอน & เดนเวอร์–(บิสิเนส ไวร์)–3 ตุลาคม 2016

“ห้ามเผยแพร่ ตีพิมพ์หรือแจกจ่าย ไม่ว่าในรูปแบบใด ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การประกาศนี้ประกอบด้วยข้อมูลวงใน”

ดูข่าวฉบับเต็มได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20161002005078/en/

วันนี้บริษัท Henderson Group plc (“Henderson”) (LSE & ASX: HGG) และบริษัท Janus Capital Group Inc. (“Janus”) (NYSE: JNS) นำโดยคณะกรรมการบริหารของทั้งสองบริษัท ได้ออกมาประกาศควบรวมกิจการ โดยได้มีข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นเอกฉันท์ ให้รวมกิจการของทั้งสองบริษัท โดยจะบริหารกิจการ ภายใต้บริษัทใหม่ ชื่อ Janus Henderson Global Investors plc.

การควบรวมกิจการดังกล่าว จะดำเนินการผ่านการปรับมูลค่าและโครงสร้างการถือหุ้นของทั้งสองบริษัท โดยหุ้นพื้นฐานของ Janus จะถูกปรับมูลค่าเป็น 4.7190 หน่วยหุ้น เพื่อนำไปควบรวมกับหน่วยหุ้นของ Henderson ทั้งนี้คาดการณ์ว่าโครงสร้างการถือหุ้นใหม่หลังจากควบรวมกิจการ ภายใต้ชื่อ Janus Henderson Global Investors จะมีสัดส่วนการถือหุ้น แบ่งเป็น 57% ถือโดย Henderson และ 43% ถือโดย Janus โดยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานของมูลค่า และปริมาณผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัท ณ ปัจจุบัน การควบรวมกิจการในครั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่สองของปี 2017 เนื่องจากจำเป็นต้องรอให้ผ่านความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นทั้งหมด รวมถึงผ่านขั้นตอนตามกฎระเบียบ และขั้นตอนทางกฎหมายต่างๆ

การควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัทยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้เกิดความตื่นตัวทางด้านการบริหารสินทรัพย์ ในระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เกิดแผนพัฒนาทั้งสินค้าและการลงทุนที่หลากหลาย และเกิดความเปลี่ยนแปลงต่อการกระจายตัวทางเศรษฐกิจโลกในเชิงลึกอย่างกว้างขวาง ผลที่ตามมาคือ องค์กรใหม่ ที่จะถูกจัดเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการทางด้านการบริหารสินทรัพย์ รายสำคัญอันดับต้นๆ ของโลก เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด และยกระดับมูลค่าหุ้นในตลาดหุ้นในอนาคต

Andrew Formica ผู้บริหารระดับสูงของ Henderson กล่าวว่า “เรา Henderson และ Janus จับมือกันเพื่อสร้าง ส่วนผสมทางธุรกิจที่ลงตัว นำไปสู่โอกาสในการพัฒนากลยุทธ์ทางธุกิจใหม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด นั่นก็คือ การให้การบริการด้านการบริหารสินทรัพย์ระดับโลกที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเรา ผมมีความยินดีที่จะทำงานเคียงข้างกับ Dick เพื่อยกระดับการให้บริการของเราไปสู่ลูกค้าทั่วโลกพร้อมกันกับสร้างเสถียรภาพ และฐานกำลังให้ธุกิจของเราสามารถรองรับความต้องการ และการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตได้อย่างยั่งยืน”

Dick Weil ผู้บริหารระดับสูงของ Jenus กล่าวว่า “ผมคิดว่าการควบรวมกิจการในครั้งนี้จะส่งผลดีต่อทั้งสองบริษัท Janus มีฐานธุรกิจที่มั่นคงทั้งในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ในขณะที่ Henderson ก็มีฐานที่เข้มแข็งทั้งในอังกฤษและภาคพื้นยุโรป ผมเชื่อว่าด้วยฐานการตลาดและธรรมชาติที่สอดรับกันทางธุกิจของทั้งสองบริษัทจะทำให้การควบรวมในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นการสร้างบริษัทใหม่ที่จะขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วโลก สร้างบริการที่เหมาะสมและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกระดับ ยกระดับความสามารถในการดำเนินกิจการ รวมถึงทำให้สถานะทางการเงินของเราเข้มแข็ง ช่วยเสริมให้การประกอบธุรกิจของเรามีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อทั้งลูกค้า ผู้ถือหุ้น และพนักงานทุกคนของบริษัท”

ผลประโยชน์จาการควบรวมกิจการ

ขยายทีมให้บริการที่เข้าถึงลูกค้าอย่างทั่วถึง

  • เพิ่มศักยภาพในการจัดจำหน่ายสินค้าและบริการ ครอบคลุมในทุกๆตลาดใหญ่ ทั้งในสหรัฐอมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอังกฤษ รวมถึงขยายตลาดในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา;
    • Janus Henderson Global Investors’ AUM คาดว่าจะแบ่งฐานการให้บริการ ในแต่ละภูมิภาคดังนี้ – 54% ในอเมริกา, 31% ในยุโรป-ตะวันออกกลาง-และแอฟริกา (EMEA), 15% ในเอเชียและแปซิฟิก; และ
  • ขยายฐานตลาดอย่างต่อเนื่องและ สร้างแบรนด์ที่เข้มแข็ง ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

สร้างความหลากหลายของสินค้าและบริการ รวมถึงเสนอกลยุทธ์ในการลงทุนที่หลากหลาย

  • สร้างความหลากหลายของสินค้าและบริการ รวมถึงเสนอกลยุทธ์ในการลงทุนเพื่อสนองความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น;
    • ทั้ง Henderson และ Janus ลงทุนเพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุดของลูกค้าในอนาคต เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลาย รวมถึงได้รับรายได้ และผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ;
  • การควบรวมองค์กรจะทำให้มีช่องทางการทำงาน และการวางแผนงานที่กว้างขึ้น; และ
  • เพิ่มแนวทางในการลงทุน, ยกระดับประสบการณ์ในการบริหารจัดการสินทรัพย์, และปรับปรุงคุณภาพงานวิจัยเชิงลึก เพื่อให้บริการที่ดียิ่งๆขึ้น เพื่อตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

ยกระดับความสามารถในการดำเนินงาน

  • สร้างองค์กรที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นโดยการรวบรวมทักษะและความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน ด้วยจำนวนพนักงานที่มีรวมกันกว่า 2,300 คน ทั่วโลก;
  • สร้างรูปแบบธุรกิจที่สมบูรณ์ ด้วยการรวมธรรมชาติที่สอดรับกันในการดำเนินธุรกิจของทั้งสองธุรกิจเป็นหนึ่งเดียว ขยายฐานการประกอบธุรกิจ เพื่อสร้างรูปแบบการทำงานที่กว้างขวางครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และ
  • สร้างวัฒนธรรมในการขับเคลื่อนองค์กรโดยให้ความสำคัญกับทั้งสองกลุ่มลูกค้า ของทั้งสองบริษัทเดิม ที่มีร่วมกัน และลดความเหลื่อมล้ำกันของกลยุทธ์ในการลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์โดยรวมของลูกค้า

เพิ่มความมั่นคงทางการเงิน

  • รวบรวมการบริหารจัดการทางบัญชีของทั้งสองบริษัทเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเพิ่มเสถียรภาพ และความมั่นคงทางการเงิน ผ่านวัฏจักรทางการตลาด เพื่อให้ธุรกิจของ Janus Henderson Global Investors มีการเติบโตอย่างมั่นคง ต่อเนื่อง และสามารถลงทุนเพื่อขยายโอกาสทางธุกิจใหม่ๆต่อไป;
  • การควบรวมทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกันทำให้รายได้รวมของบริษัทมีมูลค่ามากกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีรายได้รวมก่อนหักดอกเบี้ย-ภาษี-ค่าเสื่อมราคา-และค่าใช้จ่าย (EBITDA) กว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อ้างอิงจากข้อมูลเมื่อ 31 ธันวาคม ปี 2015 –(ดูหมายเหตุ);
  • ขยายฐานทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจและเพิ่มผลกำไรรวม และ
  • คาดว่าคณะผู้บริหารของ Janus Henderson Global Investors จะดำเนินนโยบายการเพิ่มผลประกอบการและจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินการทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก เน้นการเพิ่มผลกำไร ตามนโยบายมาตรฐานด้วยสัดส่วนการปันผลคงที่ด้วยรูปแบบการดำเนินการของ Henderson ที่มีอยู่เดิม

สร้างมูลค่าเพิ่ม

  • โดยตั้งเป้าต้นทุนประกอบการประจำปีไว้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลา 12 เดือนแรก และคาดว่าจะสามารถระดมทุนเต็มที่ได้ภายในระยะเวลา 3 ปี คิดเป็น 16% ของมูลค่ารายได้รวมก่อนหักดอกเบี้ย-ภาษี-ค่าเสื่อมราคา-และค่าใช้จ่าย (EBITDA) –(ดูหมายเหตุ)
  • คาดว่าการทำงานร่วมกันของทั้งสองบริษัทจะสามารถขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางธุรกิจได้ในระดับตัวเลขสองหลัก-ต่อหุ้น (หลังหักค่าใช้จ่าย) ภายในระยะเวลา 12 เดือนแรก; และ
  • คาดว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าเงินรวมของบริษัทได้ถึง 2-3 เปอร์เซนต์ โดยประมาณ ภายหลังจากการควบรวมกิจการ

บรรษัทภิบาลและการบริหารจัดการ

จำนวนคณะกรรมการบริหารประกอบด้วยกรรมการจากบริษัท Henderson และ Janus ในจำนวนที่เท่ากัน โดยมี Richard Gillingwater ประธานคณะกรรมการจาก Henderson เดิม ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารของบริษัทใหม่ และมี Glenn Schafer ประธานคณะกรรมการจาก Janus เดิม ดำรงตำแหน่งรองประธาน

โดย Janus Henderson Global Investors จะบริหารงานโดย คณะกรรมการบริหารที่มีการคัดเลือกใหม่ ขึ้นตรงต่อทั้ง Dick Weil และ Andrew Formica ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO ร่วมกัน โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ในแผนกต่างๆดังต่อไปนี้:

  • Enrique Chang หัวหน้าแผนกการลงทุนของ Janus เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น Global Chief Investment Officer
  • Phil Wagstaff Global Head of Distribution ของ Henderson เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น Global Head of Distribution
  • Bruce Koepfgen ประธานบริษัท Janus เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น Head of North America
  • Rob Adams -Executive Chairman Pan Asia ของ Henderson เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น Head of Asia Pacific
  • Jennifer McPeek CFO ของ Janus เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น Chief Operating and Strategy Officer
  • Roger Thompson ผู้บริหารระดับสูงดูแลการเงินและการบัญชีของ Henderson เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น หัวหน้าฝ่ายการเงินและการบัญชี (CFO)
  • David Kowalski – Chief Compliance Officer ของ Janus เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น Chief Risk Officer
  • Jacqui Irvine – General Counsel and Company Secretary จาก Henderson เดิม จะยังดำรงตำแหน่งเป็น Group General Counsel and Company Secretary

บริษัทลูกของ Janus ทั้ง INTECH และ Perkins จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆในการควบรวมกิจการในครั้งนี้ โดย Adrian Banner–CEO ของ INTECH จะยังคงขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริหารของ INTECH รวมทั้ง, Tom Perkins–CEO ของ Perkins ก็ยังคงขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริหารของ Perkins เช่นเดิม

เงินปันผลและการซื้อคืนหุ้น

ภายใต้เงื่อนไขในการควบรวมกิจการของ Henderson และ Janus มีข้อตกลงร่วมกันดังต่อไปนี้:

  • ก่อนการปิดงบประมาณ และก่อนได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นเดิมของ Henderson จะได้รับเงินปันผล สำหรับวาระล่าสุดภายใต้เงื่อนไขปกติของสิ้นปี–ในวันที่ 31 ธันวาคม 2016 โดยอาจมีการเลื่อนการจ่ายเงินปันผลขึ้นมาก่อนกำหนด ซึ่งทำให้การจ่ายเงินปันผลดังกล่าว ต้องมีการสั่งจ่ายก่อนช่วงเวลาปิดงบประมาณ
  • ก่อนการเสร็จสิ้นการควบรวมกิจการ และก่อนได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นเดิมของ Janus จะได้รับสิทธิ ในการจ่ายเงินปันผลสำหรับไตรมาสล่าสุด ในเดือน พฤศจิกายน 2016 และ กุมภาพันธ์ 2017  และ
  • หลังจากเสร็จสิ้นการควบรวมกิจการ ผู้ถือหุ้นของบริษัทใหม่ นั่นคือ Janus Henderson Global Investors จะได้รับสิทธิในการรับเงินปันผลในระยะเวลาสามเดือนแรกของปี โดยสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว ในวันที่ 31 มีนาคม ปี 2017 จำนวนเงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นได้รับ จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารบริษัท ภายใต้กรอบเวลาดังกล่าว

การซื้อคืนหุ้น มูลค่า 25 ล้านยูโร ของบริษัท Henderson ที่กำหนดไว้แต่เดิมว่า จะมีการเริ่มซื้อคืนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2016 จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป

ความสัมพันธ์กับ Dai-ichi

  • Dai-ichi เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Janus มีความเห็นชอบในการควบรวมกิจการดังกล่าว ของ Janus และ Henderson โดยเชื่อว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มความเข้มแข็งทางการเงิน รวมถึงเพิ่มเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจในระดับสากล ภายใต้บริษัท Janus Henderson Global Investors
  • หลังจากการควบรวมกิจการแล้ว เพื่อบรรลุเงื่อนไขความเป็นเจ้าของ ในส่วนที่ Dai-ichi เป็นเจ้าของหุ้นอยู่เดิม และเพื่อให้การควบรวมกิจการดำเนินการโดยสมบูรณ์ ผู้บริหารระดับสูงมีความเห็นตรงกัน ให้มีการขายหุ้นของ Janus Henderson Global Investors ให้แก่ Dai-ichi จำนวนไม่เกิน 5% ของกองทุนรวม  และ
  • Dai-ichi สามารถลงทุนเพิ่มในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใดๆ ของ Janus Henderson Global Investors ในมูลค่าไม่เกิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์ทั้งหมดที่ใช้ในการลงทุนในกองทุนรวมของ Janus Henderson Global Investors มีมูลค่า เพิ่มขึ้นเป็น 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เกี่ยวกับบริษัท Henderson

Henderson เป็นบริษัทด้านการดูแลบริหารจัดการสินทรัพย์สากล เชี่ยวชาญในด้านการบริหารจัดการตราสารหนี้โดยเฉพาะ โดยตั้งชื่อบริษัทตามลูกค้ารายแรก และบริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1934 Henderson เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจในการให้บริการลูกค้าในระดับสากล โดยมีพนักงานกว่า 1,000 คนทั่วทุกมุมโลก และมีสินทรัพย์กว่า 95 พันล้านยูโร (อ้างอิงจากข้อมูลเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2016) หัวใจหลักคือการบริการด้านตราสารทุน และตราสารหนี้ ทั้งในยุโรป และระดับสากล หลักทรัพย์สากล บริการการจัดการสินทรัพย์หลากหลาย และบริการในการเสนอทางเลือกในการลงทุนต่างๆ โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีสำนักงาน 19 แห่ง ทั่วทุกมุมโลก

Henderson เป็นบริษัทจดทะเบียนคู่ โดยจดทะเบียนทั้งในตลาดหุ้นตราสารหนี้ ของออสเตรเลีย (ออสเตรเลียn Securities Exchange: “ASX”) พร้อมๆกันกับจดทะเบียนอยู่ใน ตลาดหุ้นของลอนดอน (ลอนดอน Stock Exchange: “LSE”) โดยมีค่าดัชนีใน ASX อยู่ที 100 จุด และใน FTSE อยู่ที่ 250 จุด และมีมูลค่าการจดทะเบียนรวมอยู่ที่ 2.6 พันล้านยูโร (อ้างอิงจากข้อมูลเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2016)

จากข้อมูลเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2016 Henderson มีสินทรัพย์รวมถึง 1,876 ล้านยูโร และมีผลกำไรก่อนหักภาษีอยู่กว่า 220 ล้านยูโร สำหรับผลประกอบการสิ้นปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2015

เกี่ยวกับบริษัท Janus

Janus Capital Group Inc. เป็นบริษัทดูแลและให้คำแนะนำด้านการลงทุนระดับสากล โดยเน้นการให้บริการเพื่อได้ผลลัพธ์ในการลงทุนที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้า ผ่านการบริการด้านการลงทุนที่ครอบคลุมและหลากหลาย ทั้งด้าน ตราสารทุน ตราสารหนี้ กองทุนรวม การเสนอทางเลือกในการลงทุน รวมทั้งกลยุทธ์ในการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย โดยการดำเนินการผ่านรูปแบบระบบการบริหารจัดการสินทรัพย์ในหลายๆช่องทาง ทั้งจากบริษัท Janus Capital Management LLC (Janus) เอง และบริษัทในเครืออื่นๆ นั่นคือบริษัท INTECH, Perkins, และ Kapstream ซึ่งนอกจากการให้บริการด้านการลงทุน ในตลาดแลกเปลี่ยนแล้ว ด้วยทักษะและความเชี่ยวชาญที่หลากหลายของบริษัทในเครือ ทำให้การบริการด้านการลงทุนสินทรัพย์ของ Janus มีความชำนาญทั้งในรูปการให้บริการแบบเฉพาะด้าน และให้คำปรึกษาโดยภาพรวม พร้อมกันกับการให้ความเห็นเชิงลึก นอกจากนั้นยังสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงในการลงทุนต่างๆอีกด้วย  โดยบริษัทสามารถให้บริการได้ทั้งการลงทุนในกองทุนรวมของสหรัฐอเมริกา และในประเทศอื่นๆ ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการบริหารจัดการผ่านบัญชีแยก การสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนสะสม และการลงทุนในตลาดตราสารแลกเปลี่ยน

สำนักงานใหญ่ของ Janus ตั้งอยู่ที่เมือง เดนเวอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และอีกกว่า 12 แห่งทั่วโลก ทั้งในอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย  อ้างอิงจากข้อมูลในวันที่ 30 กรกฎาคม 2016  บริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์จดทะเบียน (ETP) รวมอยู่ที่  195 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Janus จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (นิวยอร์ค Stock Exchange: “NYSE”) โดยใช้ชื่อย่อ JNS ปัจจุบันมีกองทุนในตลาดหุ้นที่มีมูลค่ากว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากข้อมูล วันที่ 30 กรกฎาคม 2016 Janus มีสินทรัพย์รวมกว่า 2,839.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีผลกำไรสิ้นปี ก่อนหักภาษี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2016 กว่า 253.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

กำหนดการ การบรรยายสรุปสถานการณ์ทางการตลาด

Andrew Formica และ Dick Weil ผู้บริหารระดับสูงของ Henderson และ Janus เป็นผู้บรรยายสรุป สถานการณ์ทางการตลาด ในวันที่ 3 ตุลาคม 2016

การบรรยายสรุปที่ 1: นำโดย Andrew Formica ผู้บริหารระดับสูงของ Henderson:

เวลา 21:30 (ซิดนีย์) / 11:30 (ลอนดอน) / 06:30 (นิวยอร์ค) / 04:30 (เดนเวอร์)

รายละเอียดในการบรรยาย และ การออกอากาศผ่านเว็บไซต์: สามารถดูสไลด์การบรรยาย และเข้าร่วมฟังการถ่ายทอดเสียงการบรรยายทางเว็บไซต์ได้ที่www.henderson.com/ir โดยเลือกเมนูจากหน้าเว็บเพื่อเข้าชม  บันทึกการบรรยายสามารถ รับชม/รับฟังย้อนหลังได้หลังจากจบการบรรยาย

รายละเอียดการเข้าร่วมประชุมทางไกล: สามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายผ่านการประชุมทางไกล ได้โดยการต่อสายตามรายละเอียดด้านล่าง แนะนำให้ผู้เข้าร่วมประชุมต่อสาย 10 ถึง 15 นาทีก่อนกำหนดการเริ่มการบรรยาย

สหราชอาณาจักร            0800 694 0257 (ไม่มีค่าบริการ)

ออสเตรเลีย            1800 020 199 (ไม่มีค่าบริการ)

สหรัฐ                1 866 966 9439 (ไม่มีค่าบริการ)

ประเทศอื่นๆ            +44 (0) 1452 555 566 (หมายเลขนี้ต้องจ่ายค่าบริการในการโทร)

หัวข้อการประชุม            Henderson Group, Market Update

หมายเลขการประชุม        89099212

ผู้นำการประชุม            Andrew Formica

การบรรยายสรุปที่ 2: นำโดย , Dick Weil ผู้บริหารระดับสูงของ Janus:

เวลา 01:00 (ซิดนีย์) / 15:00 (ลอนดอน) / 10:00 (นิวยอร์ค) / 08:00 (เดนเวอร์)

รายละเอียดในการบรรยาย และ การออกอากาศผ่านเว็บไซต์: สามารถดูสไลด์การบรรยาย และเข้าร่วมฟังการถ่ายทอดเสียงการบรรยายทางเว็บไซต์ได้ที่ir.janus.com โดยเลือกเมนูจากหน้าเว็บเพื่อเข้าชม  บันทึกการบรรยายสามารถ รับชม/รับฟังย้อนหลังได้หลังจากจบการบรรยาย

รายละเอียดการเข้าร่วมประชุมทางไกล: สามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายผ่านการประชุมทางไกล ได้โดยการต่อสายตามรายละเอียดด้านล่าง แนะนำให้ผู้เข้าร่วมประชุมต่อสาย 10 ถึง 15 นาทีก่อนกำหนดการเริ่มการบรรยาย

สหรัฐ / แคนาดา:            +1 (877) 723 9511

สหราชอาณาจักร:            0808 101 7162

ออสเตรเลีย:            1800 617 345

ประเทศอื่นๆ:            +1 (719) 325 4926

หัวข้อการประชุม            Janus Capital Group Conference Call

หมายเลขการประชุม        2501328

ผู้นำการประชุม            Dick Weil

รับชม/รับฟังบันทึกการบรรยายสรุปย้อนหลังได้ หลังจากจบการบรรยายสด จากเว็บไซต์ของ Henderson Group ที่: www.henderson.com/ir และ เว็บไซต์ของ Janus ที่: ir.janus.com

รายละเอียดเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ

ภายใต้เงื่อนไขการเสนอการควบรวมกิจการ ระหว่างบริษัท Henderson และ Janus การควบคุมดูแลหลังจากการควบรวมกิจการจะอยู่ภายใต้การดำเนินการของ บริษัท Henderson เป็นหลัก ภายใต้ชื่อบริษัทใหม่ คือ Janus Henderson Global Investors plc (“Janus Henderson Global Investors”)

การควบรวมกิจการจะเกิดขึ้นผ่านการถ่ายโอนหุ้น โดยในการถ่ายโอนหน่วยหุ้นเดิมของ Janus จะมีค่าเท่ากับ 4.7190 หน่วย ของหน่วยหุ้นปกติของบริษัท Henderson โดยสัดส่วนในการแลกเปลี่ยนดังกล่าวอ้างอิงจาก ค่าเฉลี่ย VWAP  มาตรฐานประจำวัน ในช่วงเวลา 30 วัน ก่อนการประกาศควบรวมกิจการในครั้งนี้

หุ้นของ Janus Henderson Global Investors จะถูกส่งต่อไปยังผู้ถือหุ้นของ Janus ในกระบวนการการควบรวม โดย Janus Henderson Global Investors มีการขออนุญาตจดทะเบียนในตลาดหุ้น NYSE เป็นหลัก ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาสถานะกองทุนในตลาดหุ้น ASX ที่มีอยู่เดิมไว้  ทั้งนี้ Janus Henderson Global Investors มีความตั้งใจจะจดทะเบียนอย่างเต็มรูปทั้งในตลาดหลักทรัพย์ ของอเมริกา และ ASX ในอนาคต

Henderson จะเปลี่ยนชื่อเป็น Janus Henderson Global Investors ทันทีหลังจากมีการควบรวมกิจการ ทั้งนี้การบริหารงานของบริษัทจะยังคงรูปแบบการเป็นบริษัท Jersey ที่จัดตั้งและถิ่นที่อยู่ภาษีก่อตั้งอยู่ใน สหราชอาณาจักร

รายการสินทรัพย์

ปัจจุบันหุ้นของ Henderson ทำการซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ LSE และ ASX โดยดัชนีหุ้นของ Henderson ในกลุ่ม FTSE ปัจจุบันมีค่า 250 จุด และดัชนีในกลุ่ม ASX เท่ากับ 100 จุด ส่วนหุ้นของ Janus ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ NYSE โดยอยู่ในกลุ่ม S&P Mid-Cap เท่ากับ 400 จุด และ Rusell เท่ากับ 2000 จุด

ทั้ง Henderson และ Janus เชื่อว่า การควบรวมกิจการของทั้งคู่ในครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อดัชนีการลงทุน และสภาพคล่องของทั้งสองบริษัท โดยในปัจจุบัน Henderson มีสภาพคล่องสูงสุดในตลาด ออสเตรเลีย และ Janus มีสภาพคล่องสูงสุดในตลาดอเมริกา

หลังจากมีการพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุน หลังจากควบรวมกิจการแล้ว Henderson จะยังคงรักษาสถานภาพการลงทุน NYSE ไว้ แต่จะถอนการลงทุนในตลาด LSE (“London Delisting”) โดยจะโอนหลักทรัพย์ไปยัง SEC โดยจะเข้าลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ NYSE เป็นหลัก และหลังจากควบรวมกิจการแล้ว Janus Henderson Global Investors คาดว่าจะยังคง รักษาสถานภาพหลักทรัพย์ในตลาด ASX ไว้ที่ 100 จุด  และใน Russell ที่ 2000 จุด และคาดว่าจะรวบรวมดัชนี ในกลุ่ม S&P เข้ามาในอนาคต

การสร้างมูลค่าเพิ่ม

Henderson และ Janus เชื่อในโอกาสทางธุรกิจใหม่ และเชื่อมั่นว่าการควบรวมกิจการจะทำให้บริษัทสามารถลดภาระทางการเงินและเพิ่มการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง

จากประวัติการทำธุรกิจตลอดมา ทั้ง Henderson และ Janus สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้มูลค่าหุ้นของบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการทำธุรกิจทางการเงินโดยบูรณาการ และจับมือร่วมกับบริษัทเครือข่าย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามกำหนดเงื่อนไขภายในกรอบเวลาที่กำหนด ทั้ง Henderson และ Janus เชื่อว่าจะสามารถผลักดันให้เกิดการเติบโตของธุรกิจ และ รักษาคุณภาพมาตรฐานในการให้บริการที่ดีไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

การลดต้นทุนด้วยการทำงานร่วมกัน

Henderson กับ Janus ตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถประหยัดค่าดำเนินการได้อย่างน้อย 110 ล้านดอลลาร์ ของอัตราค่าใช้จ่ายดำเนินการรายปีสุทธิ ภายในระยะเวลา 12 เดือนแรก และคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้นสามปี

คาดว่าการประหยัดค่าดำเนินการจะเกิดจากการรวมหน่วยงานที่ทับซ้อนเข้าด้วยกัน และจากค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าเช่า ไอที ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและที่ปรึกษามืออาชีพ นอกจากนั้นยังสามารถลดต้นทุนได้โดยใช้นโยบายการปรับปรุงรูปแบบการทำงานที่มีอยู่เดิมของทั้งสองบริษัท โดยการลดต้นทุนด้วยการทำงานร่วมกันในครั้งนี้  โดยการประหยัดค่าดำเนินการจะมีการตรวจสอบอย่างอิสระจากนักบัญชีภายนอก

การดำเนินการกระบวนการในการลดภาระต้นทุนในครั้งนี้ คาดว่าจะใช้งบประมาณ 165-185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการดำเนินงานเพียงครั้งเดียว

โอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ

นอกจากการลดภาระต้นทุนดังที่ได้กล่าวไว้ในเบื้องต้นแล้ว คณะกรรมการบริหารของ Henderson และ Janus เชื่อว่าการควบรวมกิจการจะเป็นการสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการใช้แบรนด์ที่เข้มแข็งของทั้งสองบริษัทเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และขยายรูปแบบการให้บริการและสินค้าจากทั้งสองบริษัทเดิม รวมถึงฐานลูกค้าที่ครอบคลุมภูมิภาคต่างๆทั่วโลกมากยิ่งขึ้น:

  • สาขาย่อยในสหรัฐอเมริกาของ Janus ที่มีมูลค่า รวมโดยประมาณ 116 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ของ AUM ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าสาขาของ Henderson ของสหรัฐอเมริกาที่มีมูลค่า ของ AUM เพียง 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยประมาณ;
  • ฐานในญี่ปุ่นของ Janus ซึ่งมีมูลค่าของ AUM รวม 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการได้รับผลตอบแทนจากความสัมพันธ์กับ Dai-ichi ซึ่งถือว่ามีมูลค่ามาก เมื่อเทียบกับฐานในประเทศญี่ปุ่นของ Henderson ซึ่งมีมูลค่าของ AUM รวมน้อยกว่า 0.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ในสหราชอาณาจักร ซึ่ง Henderson มีมูลค่าของ AUM รวม 66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ Janus มี มูลค่าของ AUM รวมในสหราชอาณาจักรเพียง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ในยุโรปและลาตินอเมริกา ซึ่ง Henderson มีมูลค่าของ AUM รวม 28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับ Janus มีมูลค่าของ AUM รวมในภูมิภาคนี้เพียง 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

คณะกรรมการบริหารของ Henderson และ Janus เชื่อว่า การรวมตัวกันของทั้งสองบริษัท จะทำให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจโดยประมาณ 2-3 เปอร์เซนต์ ของมูลค่าบริษัทรวมสุทธิ

ผลกระทบทางการเงิน จากการควบรวมกิจการ

การควบรวมกิจการคาดว่าจะเพิ่มมูลค่าผลประกอบการต่อหุ้นให้ทั้งสองบริษัทได้ถึงระดับสองหลัก หลังหักค่าใช้จ่าย ภายในระยะเวลา 12 เดือนหลังจากควบรวมกิจการ

ทั้งนี้เป็นที่คาดการณ์เช่นกันว่าอัตราการจ่ายภาษีหลังจากมีการควบรวมแล้วอาจสูงขึ้น ซึ่งอาจเท่ากับอัตราภาษีของทั้งสองบริษัท Henderson และ Janus เดิม รวมกัน

ข้อเสนอแนะจากกรรมการบริหารของ Henderson

ผู้อำนวยการของ Henderson พิจารณาการควบรวมกิจการในครั้งนี้ว่า จะส่งผลดีต่อ Henderson และผู้ถือหุ้นของ Henderson ในภาพรวม คณะผู้บริหารจึงเสนอให้ผู้ถือหุ้นออกเสียงให้ความเห็นชอบการควบรวมกิจการในครั้งนี้ในวาระการประชุมทั่วไปของบริษัท Henderson ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ผู้อำนวยการของ Henderson ได้รับคำแนะนำด้านการเงินจากองค์กรธนาคารที่น่าเชื่อถือต่างๆ อาทิเช่น Bank of America, Merrill Lynch, และ Centerview Partners และรับคำปรึกษาด้านกฏหมายจากที่ปรึกษากฏหมายชั้นนำอาทิ เช่น Freshfields Bruckhaus Deringer LLP ในการควบรวมกิจการในครั้งนี้ ทั้งนี้การให้คำปรึกษาจากสถาบันการเงินดังกล่าวต่อผู้อำนวยการของ Henderson สถาบันได้ให้คำปรึกษาอยู่บนพื้นฐานของการควบรวมการบริหารสินทรัพย์เชิงพาณิชย์ของบริษัทเป็นหลัก

 

ข้อเสนอแนะจากกรรมการบริหารของ Janus

คณะกรรมการบริหารของ Janus มีความเห็นชอบให้มีการควบรวมกิจการในครั้งนี้ โดยพื้นฐานที่เชื่อว่าการควบรวมกิจการจะส่งผลดีต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท และผู้ถือหุ้นทั้งหมด เช่นเดียวกัน คณะกรรมการบริหารของ Janus เสนอให้ผู้ถือหุ้น  ลงมติอนุมัติเห็นชอบการควบรวมกิจการในครั้งนี้ ในวาระการประชุมพิเศษที่บริษัทจัดขึ้นเพื่อสรุปวาระการควบรวมกิจการในครั้งนี้

Janus Capital Group Inc. ได้รับคำปรึกษาทางการเงินและการลงทุนจาก Loeb Spencer House Partners, โดยแผนก ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนของ Loeb Partners Corporation โดยเฉพาะ, และบริษัทอื่นๆอีกเช่น Skadden, Arps, Slate, Meagher and Flom LLP and Affiliates.

ตารางสรุปกิจกรรม

กิจกรรมหลัก                                    วันที่

การประกาศการควบรวม                                 3 ตุลาคม 2016

ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ของ Janus                        25 ตุลาคม 2016

ประกาศการซื้อขายในไตรมาสที่ 3 ของ Henderson                    27 ตุลาคม 2016

ผลประกอบการสิ้นปี 2016 ของ Henderson                        9 กุมภาพันธ์ 2017

ผลประกอบการที่คาดหวังสำหรับสิ้นปี 2016 ของ Janus                    25 กุมภาพันธ์ 2017

เผยแพร่เอกสารการควบรวมเปิดผนึก                            ปลายปี 2016

—การควบรวมเสร็จสมบูรณ์—

  • Janus Henderson Global Investors เปิดซื้อ-ขายใน NYSE
  • Henderson คาดว่าจะหยุดซื้อขายใน LSE ไตรมาสที่ 2 ของปี 2017
  • CDI ของ Janus Henderson Global Investors ยังคงซื้อ-ขายต่อเนื่องใน ASX

มูลค่าการซื้อขาย ณ ปัจจุบัน

มูลค่า AUM ของ Henderson ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2016 อยู่ที่ 100 ล้านยูโร(ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2016 อยู่ที่ 95 พันล้านยูโร)

ข้อตกลงในการควบรวมกิจการ

ในวันที่ 3 ตุลาคม 2016 Henderson และ Janus ได้มีข้อตกลงร่วมกัน ในการดำเนินแผนการควบรวมกิจการ (“ข้อตกลงในการควบรวมกิจการ”) โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับสัดส่วนในการดำเนินธุรกิจของ Henderson และ Janus เป็นหลัก  ข้อตกลงในการควบรวมกิจการที่จัดทำขึ้นใหม่นั้นกำหนดว่าบริษัทสาขาของ Henderson ทั้งหมด จะถูกควบรวมกับ Janus โดยมีเงื่อนไขว่ากรรมสิทธิ์ของ Janus ทั้งหมด จะอยู่ภายใต้การดูแลของ Henderson และกำหนดให้ Janus มีสถานะเป็นบริษัทลูกของ Henderson ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขการควบรวมดังกล่าว หน่วยหุ้นของ Janus จะถูกถ่ายโอนไปยัง Henderson โดย หนึ่งหน่วยหุ้นของ Janus จะมีค่าเทียบเท่า 4.7190 หน่วยหุ้นทั่วไปของ Henderson

อนึ่ง ข้อตกลงในการควบรวมกิจการดังกล่าว Dia-ichi ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ส่วนหนึ่งใน Janus ได้ให้ความเห็นชอบ ยอมรับเงื่อนไขในการโอนหุ้นของในส่วนตน เพื่อควบรวมกิจการ

ในการควบรวมกิจการของ Henderson และ Janus บริษัทมีความประสงค์ที่จะได้รับอนุมัติผ่านเงื่อนไขในการรับรององค์กร จากองค์กรกลาง ของประเทศสหรัฐอเมริกา –ในประเภท การปรับโครงสร้างองค์กร  เพื่อจุดประสงค์ในการหักภาษีรายได้ จากการดำเนินงานของบริษัท

ข้อตกลงในการควบรวมกิจการ ประกอบด้วยข้อตกลงร่วมกันในการแต่งตั้งตัวแทน และเงื่อนไขรับประกันต่างๆ จากทั้ง Henderson และ Janus นอกจากนั้นยังประกอบด้วย พันธสัญญาก่อน-การควบรวมกิจการ รวมถึงพันธสัญญาอื่นๆ นั่นคือ (1) ก่อนการควบรวมทั้งสองบริษัท ภายใต้เงื่อนไขปกติ ทั้งสองบริษัทจะยังคงดำเนินการทางธุรกิจต่างๆไปตามรูปแบบที่มีมาแต่เดิม โดยไม่มีการแทรกแซงการทำงานระหว่างองค์กรใดๆ (รวมถึงการชี้แจงเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และการจ่ายเงินปันผลที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้า), (2) ห้ามให้มีการร้องขอ ชักจูง หรือชี้นำเพื่อให้เกิดการกระทำใดๆเพื่อ กระตุ้น การหลบเลี่ยงเงื่อนไขใดๆก็ตามที่ส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ดังที่กล่าวมา นอกจากนั้นยังห้ามไม่ให้มีการเข้าร่วมในการพูดคุย หรือ ต่อรองใดๆ ในอันที่จะก่อให้เกิดการละเมิดข้อตกลงเดิม (3) ห้ามไม่ให้มีการยกเว้นข้อตกลงใดๆ  ห้ามไม่ให้มีการเพิกถอน เพิ่มเติม หรือปรับเปลี่ยน การสนับสนุนใดๆของผู้อำนวยการบริหาร ตามข้อตกลงในการควบรวมกิจการ และ (4) ห้ามไม่ให้มีการเสนอผลประโยชน์ใดๆต่อเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อผลในการอนุมัติเงื่อนไขใดๆในการควบรวมกิจการในครั้งนี้

ข้อตกลงในการควบรวมกิจการ ประกอบด้วยเงื่อนไขของสิทธิในการเพิกถอนข้อตกลงของ ทั้ง Henderson และ Janus ในกรณีต่าง ๆ ต่อไปนี้ (1) หากการควบรวมไม่สามารถทำให้เสร็จสมบูรณ์ได้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2017 (ต่อไปนี้จะเรียกกำหนดวันที่ดังกล่าวว่าเป็น “ระยะเวลาเกินกำหนด”) (2) หากไม่ได้รับการอนุมัติความเห็นชอบในการควบรวมกิจการจากผู้ถือหุ้นของทั้ง Henderson และ Janus ตามวาระการประชุมที่กำหนด หรือ (3) หากมีข้อยกเว้นใดๆทางกฎหมายที่สามารถยับยั้ง หรือสั่งห้ามไม่ให้การควบรวมกิจการให้ลุล่วงไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น Henderson และ Janus ยังสามารถเพิกถอนข้อตกลงในการควบรวมกิจการได้ ในเงื่อนเวลาก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นที่กำหนดไว้เดิม เฉพาะในกรณีที่คณะผู้บริหารของทั้งสองบริษัท หรือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง มีการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอแนะ โดยที่ผู้ถือหุ้น หรือกลุ่มบุคคลที่สาม มีการอนุมัติให้ควบรวมก่อนการประชุม และหยิบยกข้อตกลงในการควบรวมกิจการดังกล่าวมาบังคับใช้

นอกจากนั้นข้อตกลงในการควบรวมกิจการ ยังเปิดช่องให้ ในกรณีที่ถ้าหาก Henderson หรือ Janus เพิกถอนข้อตกลงในการควบรวมกิจการ เนื่องจากไม่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นหรือกลุ่มบุคคลที่สาม ตามวาระการประชุมเพื่ออกเสียงที่กำหนดไว้ Henson หรือ Janus สามารถเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆที่มีการสำรองจ่ายไปก่อน หรือค่าใช้จ่ายใดๆที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการดังกล่าว จากบุคคลที่สามที่ไม่อนุมัติเห็นชอบ หรือไม่ยอมรับการควบรวมกิจการดังที่กล่าวไว้ การชำระต้องอยู่ภายในวงเงิน 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (หรือประมาณ 8 ล้านยูโร) โดยกรณี หากการเพิกถอนข้อตกลงในการควบรวมดังกล่าว เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) เกิดการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการผู้บริหารจาก Henderson หรือ Janus หรือ (2) มีการเพิกถอนข้อตกลงในการควบรวมบริษัทเนื่องจากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ถือหุ้นหรือกลุ่มบุคคลที่สาม และทำให้การควบรวมกิจการไม่สามารถทำให้เสร็จสิ้นได้ก่อนระยะเวลาเกินกำหนด ที่ระบุไว้  ในขณะเดียวกันหากมีข้อเสนอหรือทางเลือกอื่นใดจากกลุ่มบุคคลที่สาม (กลุ่มบุคคลใดๆที่สามารถทำให้การควบรวมกิจการสมบูรณ์แล้วเสร็จได้ภายในช่วงเวลา 12 เดือน) ในกรณีนี้ Henderson และ Janus จะต้องชำระเงินให้แก่บุคคลกลุ่มบุคคลที่สามเป็นค่าใช้จ่ายในการเพิกถอนดังกล่าว ด้วยเงินสดจำนวน 34 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ1 (หรือ 26 ล้านยูโรโดยประมาณ)

กฎข้อบังคับ 

การควบรวมกิจการ อยู่บนเงื่อนไขกฎข้อบังคับความเห็นชอบตามธรรมเนียมร่วมกัน ข้อบังคับดังกล่าว รวมถึง การกำหนดวันสิ้นสุดเงื่อนไข และการบอกเลิกการดำเนินการระหว่างระยะเวลาในการรอพิจารณาใดๆ หากเงื่อนไขดังกล่าวเข้าข่ายภายใต้กฎหมาย Hart-Scott-Rodino Antitrust Improvements Act of 1976 โดยอนุญาตให้การควบรวมกิจการทำได้โดย บริษัท Financial Industry Regulatory Authority, Inc และการอนุมัติให้ควบรวมภายใต้บัญญัติ Financial Conduct Authority (“FCA”) โดยให้สิทธิ Henderson ในการควบคุมทรัพย์สินของ Janus ได้โดยทันทีภายใต้อำนาจในบทบัญญัติ FCA

เงื่อนไขในการควบรวมกิจการ

การควบรวมกิจการให้เสร็จสมบูรณ์ดังที่กล่าวมานั้น ต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขตามธรรมเนียมที่ทำร่วมกัน เหนืออื่นใด ในการซื้อขายด้วยมูลค่าดังกล่าว การดำเนินการจำเป็นต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) ได้รับความเห็นชอบให้ควบรวมกิจการจากผู้ถือหุ้นของ Janus (2) ได้รับความเห็นชอบให้ควบรวมกิจการจากผู้ถือหุ้นของ Henderson และมีการเปลี่ยนชื่อบริษัทจากเดิม Henderson Group plc เป็น Janus Henderson Global Investors plc ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงชื่อดังกล่าวครอบคลุมถึงการเปลี่ยนชื่อในหนังสือบริคณห์สนธิ และบันทึกใดๆ (Memorandum and Articles of Association) ของบริษัท Henderson เดิม รวมถึงการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน London Delisting ด้วย (3) ความเห็นชอบในกฎข้อบังคับต่างๆต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ข้างต้น (4) SEC ต้องมีการแถลงผลการลงทะเบียนหุ้นของ Henderson โดยหลังการแถลง กำหนดให้การควบรวมกิจการตามเงื่อนไขดังกล่าวมีการบังคับใช้โดยทันที โดยให้บริษัท Henderson จดทะเบียนในตลาดหุ้น NYSE  (5) ห้ามไม่ให้มีการพิพากษา โดยใช้คำสั่ง ข้อบังคับ หรือ กฤษฎีกา ใดๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาบังคับใช้เพื่อให้การควบรวมกิจการมีผลสมบูณ์  (6) ต้องมีการเห็นชอบในข้อตกลงใหม่ให้มีการลงทุนในสัดส่วน 67.5% ของกองทุนสาธารณะของ Janus และ (7) ห้ามไม่ให้มีการฝ่าฝืน การรับรอง หรือ การรับประกันต่างๆ ที่ดำเนินการโดย Henderson และ Janus (ขึ้นอยู่กับสาระสำคัญของคุณสมบัตินั้นๆ) และไม่ขัดต่อผลการการบังคับใช้ใดๆตามพันธะสัญญาที่กำหนดไว้โดย Henderson และ Janus

ข้อตกลงกับ Dai-ichi 

Dai-ichi คือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Janus มีมติเห็นชอบการควบรวมกิจการ โดยเชื่อว่าการเข้าร่วมทุนจะช่วยเสริมความเป็นพันธมิตรระดับโลกของ Janus Henderson Global Investors กับ Dai-ichi มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น หลังจากการควบรวมกิจการแล้ว Dai-ichi จะยังคงถือหุ้นรวมในสัดส่วน 9% โดยประมาณ และคาดว่าจะลงทุนเพิ่มในอนาคต เพื่อให้สัดส่วนการถือหุ้นของ Dia-ichi อยู่ที่ 15% โดยประมาณ เพื่อช่วยให้บรรลุความประสงค์ดังกล่าว เมื่อการควบรวมกิจการเสร็จสมบูรณ์แล้ว กลุ่มผู้บริหารมีความเห็นชอบที่จะเสนอทางเลือกในการขายหุ้นของ Janus Henderson Global Investors ให้แก่ Dai-ichi เพิ่มอีก 5% ซึ่งหาก Dai-ichi มีความประสงค์ในการซื้อหุ้นในสัดส่วนที่เสนอขายเพิ่มให้ตามข้อตกลงดังกล่าว  จะทำให้มูลค่าการลงทุนของบริษัทใหม่ เพิ่มขึ้น กว่า 500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ คิดเป็นผลให้มูลค่าการลงทุนรวมของ Janus Henderson Global Investors ทั้งสิ้นมีมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ

ข้อตกลงแผนความร่วมมือและการลงทุน

ในวันที่ 3 ตุลาคม 2016 บริษัท Janus Henderson และ Dai-ichi ได้ลงนามและแถลงข้อตกลงแผนความร่วมมือและการลงทุนร่วมกัน (Investment and Strategic Cooperation Agreement: – “ISCA”) ระหว่าง Dai-ichi กับกลุ่มบริษัทร่วมกิจการขึ้นมาใหม่ โดยใน ISCA ได้ให้สิทธิแก่ Dai-ichi ในการแต่งตั้งกรรมการของ Janus Henderson Global Investors และให้ Dai-ichi มีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะบางประการของบริษัทผู้ร่วมทุน และสิทธิในการเข้าร่วมการออกหุ้น หรือเสนอขายหุ้นใหม่ของบริษัทผู้ร่วมทุนในอนาคต ด้วยวิธีการจองหุ้น ในกรณีใดๆก็ตาม Dai-ichi ยังคงมีสิทธิในการถือหุ้นตามสัดส่วนที่ระบุไว้ โดยทันทีหลังจากการควบรวมกิจการ (ทั้งนี้อาจยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์) (โดยจากนี้จะเรียกสัดส่วนนี้ว่า  “สัดส่วนที่เหมาะสม”) ทั้งนี้ สัดส่วนในการถือหุ้นในบริษัทผู้ร่วมทุนของ Dai-ichi ต้องไม่เกิน 20%

ISCA กำหนดให้ Dai-ichi ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) Dai-ichi ต้องรับภาระใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับปริมาณหุ้นที่ถืออยู่ใน Janus Henderson Global Investors เว้นแต่สัดส่วนในการถือหุ้นของ Dai-ichi ที่ถืออยู่ในบริษัทร่วมทุน มีการลดลงต่ำกว่า 3% (ในกรณีนี้ภาระผูกพันธ์ใด ๆ ถือเป็นอันตกไป) (2) ห้ามไม่ให้มีการขายหุ้นที่มีอยู่ใน Janus Henderson Global Investors (โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ) ทั้งนี้เงื่อนไขในการโอนหรือขายหุ้นในส่วนของ Dai-ichi ดังกล่าว เป็นอันตกไปหากมีการเพิกถอนตามเงื่อนไขของ ISCA หรือภายในสามปีหลังจากมีการเซ็นสัญญาดังกล่าว โดย Janus Henderson Global Investors มีสิทธิ์ในการเสนอชื่อผู้ถือหุ้นที่เหมาะสมรายใหม่ เพื่อมาถือหุ้นแทนในส่วนของ Dia-ichi การเสนอชื่อดังกล่าวสามารถทำได้ตามที่ Henderson Global Investors เห็นสมควร

Dai-ichi ได้ตกลงที่จะคงส่วนการลงทุนในบริษัทร่วมทุน ให้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ และอาจลงทุนเพิ่มเติมจากมูลค่าดังกล่าวอีกไม่เกิน 500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยยอมรับในเงื่อนไขต่างๆที่เกิดขึ้นจากการพูดคุยโดยสุจริต ซึ่งสัดส่วนที่ Dai-ichi ลงทุน จะคงอยู่ในกองทุนหลัก ทั้งนี้ ทั้ง Janus Henderson Global Investors และ Dai-ichi มีข้อตกลงร่วมกันที่จะดำเนินการต่างๆโดยสุจริต และร่วมมือกันทางธุรกิจเพื่อเปิดช่องทางในการค้าขายและสร้างผลกำไรให้สินค้าและบริการของบริษัทร่วมทุนในทุกๆช่องทางระหว่างกัน

ISCA มีสิทธิในการเพิกถอน รวมทั้งสิทธิในการบอกเลิกข้อตกลงของทั้ง Janus Henderson Global Investors หรือ Dai-ichi ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) หากมูลค่าหุ้นที่ Dai-ichi ถือครองตกลงต่ำกว่าสัดส่วนตามเงื่อนไข (2) หาก Dai-ichi เสียสิทธิในการแต่งตั้งผู้อำนวยการคณะกรรมการบริหารของ Janus Henderson Global Investors และ (3) หลังจากเซ็นสัญญาไปแล้วเป็นเวลา 3 ปี โดยต้องมีการแจ้งล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ต่ำกว่า 90 วัน

ข้อตกลงทางเลือก

Henderson และ Dai-ichi ได้เข้าร่วมในข้อตกลงทางเลือก ภายใต้เงื่อนไข เพื่อให้ข้อตกลงในการควบรวมกิจการสมบูรณ์ Henderson จะเสนอข้อเสนอต่างๆให้ Dai-ichi ดังต่อไปนี้ (1) การแบ่งชำระค่าหุ้นเป็น 11 งวด สำหรับหน่วยหุ้นของ Janus Henderson Global Investors จำนวน 5,000,000 หน่วยหุ้น โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2.7% ของมูลค่าหุ้นรวมในราคา 299.72 เพนนี (pence) ต่อหุ้น และ (2) โดยการบังคับใช้ภายใต้ความยินยอมของผู้ถือหุ้นของ Henderson อนุญาตให้สามารถแบ่งชำระสำหรับหน่วยหุ้น ของ Janus Henderson Global Investors จำนวน 5,000,000 หุ้น ออกเป็น 9 งวด โดยคิดเป็นสัดส่วนการลงทุนมูลค่าประมาณ 2.2% ของมูลค่าหุ้นรวม ในราคา 299.72 เพนนี (pence) ต่อหุ้น ซึ่งราคาที่ Dai-ichi จำเป็นต้องชำระเพื่อดำเนินการสำหรับทางเลือกดังกล่าว มีมูลค่า 19.8 ล้านยูโร เพราะฉะนั้น โดยสรุปคือ หาก Dai-ichi ดำเนินการตามทางเลือกดังกล่าว จะทำให้ Dai-ichi เป็นเจ้าของหุ้นบริษัทผู้ร่วมทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% โดยประมาณ

เรื่องบัญชี

Janus Henderson Global Investors จะรายงานสถานการณ์ทางบัญชีด้วยสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ ภายใต้ U.S, GAAP โดยเปลี่ยนจากการใช้ IFRS เดิม ไปเป็น U.S. GAAP เอกสารข้อมูลทางการเงินที่ส่งล่วงหน้าไปยัง U.S. GAAP ของ Henderson จะถูกเผยแพร่ใน U.K. Circular โดยเอกสารจะผ่านการตรวจสอบโดย SEC นอกเสียจากกรณีที่ข้อมูลทางการเงินที่ระบุอยู่ในเอกสารดังกล่าวถูกเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของ IFRS ประวัติการรายงานใดๆที่ผ่านการใช้ IFRS อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่ทำร่วมกับ U.S. GAAP

Henderson สามารถกำหนดหน่วยค่าเงินทุนเรือนหุ้นของตนใหม่จากสกุลเงินจากปอนด์ (pounds sterling) เป็นดอลล่าร์สหรัฐ โดยต้องมีผลบังคับตั้งแต่เพิ่มเติมในหนังสือบริคณห์สนธิ ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น ระหว่างวาระการประชุมสามัญทั่วไป

การพิจารณาการซื้อธุรกิจแบบย้อนกลับ (Reverse Takeover)

อ้างอิงจากเงื่อนไขตามข้อบังคับ Rule 5.6.12G(2) ของข้อบังคับการแจกแจงรายการทรัพย์สินแห่งราชอาณาจักร (Listing Rules of the U.K. Listing Authority) หรือในที่นี้จะเรียกว่า “ข้อบังคับการแจกแจงรายการ” ( “Listing Rules”) Henderson ยืนยันว่า เนื่องจากการควบรวมกิจการ อยู่บนโครงสร้างการควบรวมบริษัท Janus เข้ากับบริษัท Henderson ซึ่งกระทำการโดยบริษัท Henderson โดยการเปรียบเทียบมูลค่าของบริษัท Janus สัมพันธ์กับมูลค่าของบริษัท Henderson การกระทำในลักษณะดังกล่าว เป็นผลให้การควบรวมในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการเข้าควบคุมกิจการบริษัท Janus โดยบริษัท Henderson ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ใน ข้อบังคับการแจกแจงรายการ

โดยอ้างอิงจากเงื่อนไขตามข้อบังคับ Rule 5.6.12G(2) บริษัท Henderson ยืนยันว่า (ก.) Jenus ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการแจกแจงทรัพย์สินของ NYSE และ (ข.) ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของเนื้อหาแตกต่างกันระหว่างรายงานการแจกแจงทรัพย์สินต่อ NYSE กับรายงานการแจกแจงทรัพย์สินโดยโปร่งใสตามที่ระบุในคู่มือของ FCA ทั้งนี้ข้อมูลทรัพย์สินใดๆที่เปิดเผยต่อ NYSE อาจสามารถเข้าถึงได้ผ่าน www.janus.com

Henderson จะเผยแพร่ข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นดังกล่าวเบื้องต้น ในวาระการประชุมทั่วไป ซึ่งจำเป็นจะต้องขอความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นในการควบรวมกิจการ และรวมทั้งขอความเห็นชอบในกิจกรรมใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการดังกล่าว

ทั้งนี้ สถานภาพการควบรวม ณ ปัจจุบัน ยังไม่ถือเป็นการซื้อธุรกิจ (Takeovers) และ/หรือ การควบรวมกิจการ (Mergers) ใดๆทั้งสิ้น  ตามเงื่อนไขของ City Code

แถลงการณ์เป้าหมายในอนาคต และข้อมูลสำคัญอื่นๆ 

ประกาศนี้ระบุเกี่ยวกับ “แถลงการณ์เป้าหมายในอนาคต” (“Forward-looking statements”) อ้างอิงนิยามตาม กฏหมายหลักทรัพย์แห่งรัฐ (federal securities laws) ในส่วน Section 27A ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ ปี 1933 (Securities Act) และ ในส่วน Section 21E ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และการแลกเปลี่ยน ปี 1934 (Securities Exchange Act of 1934) ในประเด็นเกี่ยวกับเงื่อนไขทางการเงิน ซึ่งส่งผลต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท Janus  บริษัท Henderson และบริษัทร่วมทุน  โดยธรรมชาติในการประกอบธุรกิจของกลุ่มบริษัทที่กล่าวถึงนั้น ทำให้แถลงการณ์เป้าหมายในอนาคต ดังกล่าวนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในการประกอบธุรกิจ อันขึ้นอยู่กับสถานการณ์แวดล้อมต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต อันส่งผลให้ผลลัพธ์ที่กล่าวถึงใน แถลงการณ์เป้าหมายในอนาคตนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงจากที่ประกาศไว้เดิมในปัจจุบัน  ทั้งนี้ถ้อยแถลงที่อยู่ในประกาศฉบับนี้ไม่ใช่การคาดการณ์ผลกำไรหรือรายได้ทางธุรกิจใดๆในอนาคต  ทั้งนี้ ทั้งบริษัท Janus และ Henderson ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความเปลี่ยนแปลง หรือการปรับปรุงข้อมูลใดๆทั้งสิ้นในประกาศแถลงการณ์เป้าหมายในอนาคตฉบับนี้  ทั้งนี้ ทั้งบริษัท Janus และ Henderson ไม่ได้มีความประสงค์ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงข้อความ หรือผลลัพธ์ใดๆในประกาศนี้ ในอนาคต นอกจากว่า เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อันเป็นผลจากการบังคับใช้กฎหมายหลักทรัพย์หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องใดๆในอนาคต

เพื่อเชื่อมโยงกับธุรกรรมที่ได้นำเสนอไว้ข้างต้น บริษัท Henderson มีความประสงค์ที่จะจดทะเบียนข้อมูลถ้อยแถลง โดยระบุให้บริษัท Henderson ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของบริษัท Janus สำหรับการดำเนินการด้านเอกสารใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่ได้เสนอไว้ข้างต้น โดยจะดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการหลักทรัพย์และการแลกเปลี่ยนแห่งสหรัฐอเมริกา (the U.S. Securities and Exchange Commission: the “SEC”)

ผู้ถือหุ้นของ Janus และ Henderson จะต้องอ่านและทำความเข้าใจเอกสารใดๆทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการ หากเอกสารนั้นๆเปิดเผยให้สามารถเข้าถึงได้ (รวมถึงเอกสารที่เปิดเผยต่อสาธารณะ) เนื่องจากเอกสารใดๆเหล่านั้น มีการระบุสาระสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆในการควบรวมกิจการไว้ทั้งหมด  เช่นเดียวกัน ขอแนะนำให้ผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้นอ่านทำความเข้าใจข้อมูลในส่วนของ Janus ที่ได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมโดย SEC ที่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยละเอียดถี่ถ้วน  ไม่เพียงแต่รายงานประจำปีที่ระบุในแบบฟอร์ม 10-K เท่านั้น แต่รวมถึง proxy statements รายงาน 8-K ฉบับปัจจุบัน  และรายงานในแบบฟอร์ม 10-Q ประจำไตรมาส สำหรับสำเนาประกาศแถลงเรื่องตัวแทนจะมีการส่งให้ผู้ถือหุ้นของ Janus ทุกๆคน เมื่อมีการประกาศข้อมูลดังกล่าวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว  และสำเนาประกาศแถลงเรื่องตัวแทน อาจสามารถอ่านได้จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ SEC ที่ http://www.sec.gov หรือโดยการร้องขอโดยตรงไปที่ Janus Capital Group Inc. ตามที่อยู่ 151 Detroit Street, Denver, Colorado 80206

ภายใต้กฎข้อบังคับของ  SEC นั้น บริษัท Janus และ บริษัท Henderson รวมทั้งคณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัท อาจถือเป็นผู้ทำหน้าที่เสมือนเป็นผู้แทนของผู้ถือหุ้น ในการดำเนินการ และการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆในนามองค์กร

ข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการและผู้บริหารระดับสูง ของ บริษัท Janus รวมถึงข้อมูลการถือหุ้นและการเป็นเจ้าของหุ้นร่วมกันจะถูกระบุอยู่ในรายงานประจำปีฉบับที่ 4 ในแบบฟอร์ม 10-K ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2015  ข้อมูลดังกล่าวนี้ได้รับการตรวจสอบ เพิ่มเติมโดย SEC ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2016 นอกจากนั้นข้อมูลเพิ่มเติมใดๆที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบุคคลที่สาม หรือบุคคลใดๆที่เป็นผู้ดำเนินการเสมือนตัวแทนของผู้ถือหุ้นของ Janus อาจถูกระบุอยู่ในประกาศแถลงเรื่องตัวแทนเพื่อการดำเนินธุรกรรมต่างๆภายใต้ชื่อองค์กร  โดยสำเนาประกาศแถลงเรื่องตัวแทนดังกล่าวจะถูกส่งไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนทันทีที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้รายละเอียดต่างๆจะเป็นไปตามที่ระบุไว้ตามข้อความในย่อหน้าที่กล่าวไว้เบื้องต้น

ประกาศนี้จัดทำขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของสหราชอาณาจักรและประเทศออสเตรเลีย โดยข้อมูลที่ระบุในประกาศนี้อาจไม่เหมือนกับข้อความประกาศเดียวกัน ที่ใช้กับกฎข้อบังคับนอกเหนือจากสหราชอาณาจักร และประเทศออสเตรเลีย  ข้อมูลในประกาศนี้ไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และห้ามทำการเผยแพร่เนื้อหาใดๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หากฝ่าฝืน ผู้ฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษสูงสุดตามขอบเขตของกฎหมาย

ห้ามไม่ให้บุคคลใด นำเสนอหรือเปิดเผยข้อมูลใดๆ นอกเหนือไปจากที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ และ ในกรณีเมื่อมีการให้เผยแพร่ หรือนำเสนอเอกสารสู่สาธารณชน  ข้อมูลที่เผยแพร่ออกไปดังกล่าวจะไม่ถือว่าอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลใดๆของ บริษัท Henderson หรือ Merrill Lynch International หรือ Centerview Partners อีกต่อไป

นอกเหนือจากที่กล่าวไว้อย่างชัดเจนในข้อความต่างๆข้างต้นแล้ว ข้อมูลอื่นใดก็ตาม ทั้งจากกลุ่มบริษัท Henderson และ กลุ่มบริษัท Janus หรือ เว็บลิงค์ใดๆก็ตาม ที่ระบุไว้บนเว็บไซต์ของ Henderson และ Janus ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของประกาศฉบับนี้

ประกาศฉบับนี้ ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการเสนอขาย หรือการเชิญชวนให้ซื้อหุ้นใดๆในประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น  สินทรัพย์ใดๆก็ตามที่ถูกกล่าวถึงหรืออ้างถึงในประกาศฉบับนี้ อาจไม่สามารถเสนอขายในประเทศสหรัฐอเมริกา หากไม่มีการจดทะเบียนภายใต้บัญญัติหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกา ปี 1993 ซึ่งในที่นี้จะเรียกสั้นๆว่า บัญญัติหลักทรัพย์ (U.S. Securities Act of 1933: – “Securities Act”) นอกเสียจากได้รับอนุญาตให้สามารถยกเว้นใดๆ ตามที่ระบุไว้ใน บัญญัติหลักทรัพย์ หรือได้รับการยกเว้นใดๆตามบทบัญญัติดังกล่าว  ทั้งนี้การเสนอขายหลักทรัพย์ รวมถึงประกาศแถลงทางการเงินใดๆในสหรัฐอเมริกา จะต้องกระทำภายใต้ชื่อ Henderson และ Janus หรือบริษัทในการดูแลเท่านั้น  ข้อยกเว้นใดๆที่ไม่ได้ระบุอยู่ในบัญญัติหลักทรัพย์ไม่สามารถบังคับใช้ได้ ถึงแม้ว่าจะดำเนินการโดย Henderson เองก็ตาม

ประกาศนี้เป็นประกาศเพื่อแจ้งให้ทราบเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการนำเสนอข้อมูลใดๆเพื่อผลทางการค้าหลักทรัพย์ใดๆก็ตามที่ถูกระบุไว้ในประกาศ และไม่ใช่ประกาศที่ทำขึ้นเพื่อหวังผลประโยชน์ใดๆในการออกเสียง หรือการผ่านการอนุมัติใดๆ รวมถึงไม่ใช่เอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อคาดหวังผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น

Merrill Lynch International (หรือ “Bank of America Merrill Lynch”) เป็นองค์กรสาขาของ Bank of America ซึ่งได้รับการรับรองโดย Prudential Regulation Authority และกำกับดูแลโดย Financial Conduct Authority และ Prudential Regulation Authority ของสหราชอาณาจักร โดย Bank of America Merrill Lynch ดำเนินการให้กับ Henderson โดยเฉพาะ และไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการควบรวมกิจการใดๆให้กับบริษัทหรือองค์กรอื่นใดอีกทั้งสิ้น Bank of America Merrill Lynch ไม่มีส่วนในการรับผิดชอบองค์กรอื่นใดนอกจากบริษัท Henderson ในการคุ้มครองลูกค้า และให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับศักยภาพในการควบรวมกิจการ หรือ เรื่องอื่นใดที่อยู่ในประกาศฉบับนี้

Centerview Partners U.K. LLP (หรือ “Centerview Partners”) รับรอง และคุ้มครองโดย Financial Conduct Authority โดย Centerview Partners ดำเนินการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการให้เพียงเฉพาะบริษัท Henderson เท่านั้น Centerview Partners ไม่มีส่วนในการรับผิดชอบองค์กรอื่นใดนอกจากบริษัท Henderson ในการคุ้มครองลูกค้า และให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับศักยภาพในการควบรวมกิจการ หรือ การงานอื่นใดที่อยู่ในประกาศฉบับนี้

นอกเหนือจากความรับผิดชอบและภาระหนี้สินผูกพันธ์ใดๆ ซึ่งอาจถูกเรียกเก็บโดย บัญญัติ Financial Services and Markets Act ปี 2000  ทั้ง Bank of America Merrill Lynch และ Centerview Partners จะไม่ขอมีส่วนรับผิดชอบ ไม่ว่าในกรณีใดๆ และไม่มีส่วนรับผิดชอบ การรับรอง หรือการรับประกันใดๆที่ระบุในประกาศฉบับนี้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งความถูกต้องแม่นยำ ความยุติธรรม ประสิทธิภาพ และความสมบูรณ์ หรือ การตรวจสอบความเป็นจริง หรือ ถ้อยแถลงใดๆที่สร้างขึ้น หรือ มีผลภายใต้ประกาศฉบับนี้ ที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการของ บริษัท Henderson หรือ ศักยภาพ ในการควบรวมกิจการ และรวมถึงข้อความใดๆก็ตามในประกาศฉบับนี้ ที่อาจส่งผลใดๆ หรือมีการสัญญาว่าจะกระทำการใดๆ ทั้งในอดีต และอนาคตต่อไป โดยทั้ง Bank of America Merrill Lynch และ Centerview Partners ขอปฏิเสธการเกี่ยวข้องกับข้อผูกมัดใดๆ โดยทั้งสององค์กรได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายตามสิทธิอย่างเต็มรูป ต่อความรับผิดชอบและภาระหนี้สินผูกพันธ์ใดๆ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากการละเมิด พันธะสัญญา หรือ อื่นๆ (ตามสิทธิคุ้มครองที่ได้กล่าวถึงข้างต้น) ที่เกิดขึ้นจากผลการบังคับใช้ประกาศฉบับนี้

ไม่มีข้อความใดในประกาศฉบับนี้ที่แสดงถึงเจตนาในการคาดการณ์ผลกำไรในอนาคต และห้ามไม่ให้มีการแปลความใดๆที่สื่อถึงรายได้ต่อหุ้นของ Henderson ทั้งในรอบปีงบประมาณปัจจุบัน และในอนาคต ทั้งนี้ตัวเลขทางการเงินที่ระบุอยู่ในประกาศฉบับนี้ ไม่ได้สะท้อนถึงรายได้ใดๆในอนาคต รวมถึงประวัติผลประกอบการที่ผ่านมาใดๆของ Henderson ที่ระบุไว้ไม่สามารถสะท้อนผลประกอบการในอนาคตแต่อย่างใด

เนื้อหาในเว็บไซต์ใดๆก็ตามที่ถูกอ้างถึงในประกาศฉบับนี้ ไม่ได้ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของประกาศฉบับนี้  และไม่มีเนื้อหาใดๆในประกาศฉบับนี้ที่สามารถนำไปใช้ในการให้คำแนะนำ หรือนำเสนอผลประโยชน์เพื่อการลงทุนใดๆทั้งสิ้น

ถ้อยคำที่อยู่ในประกาศฉบับนี้ อันเกี่ยวข้องกับแนวโน้มหรือกิจกรรมในอดีตใดๆ ไม่สามารถนำไปใช้เป็นคำรับรองว่าแนวโน้มหรือกิจกรรมต่างๆเหล่านั้นจะยังคงดำเนินต่อเนื่องไปเช่นเดิมในอนาคต ข้อมูลที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องมีการประกาศล่วงหน้า นอกเสียจากว่าเป็นข้อกำหนดทางกฎหมาย  ทั้งนี้ บริษัท Henderson หรือ Bank of America Merrill Lynch หรือ Centerview Partners หรือบริษัทในเครืออื่นใด ไม่มีส่วนในความรับผิดชอบ หรือถือเป็นภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ในการตรวจทาน หรือในการตรวจแก้ไขใดๆในส่วนแถลงการณ์เป้าหมายในอนาคต ที่ได้ระบุไว้ในประกาศนี้  ทั้งนี้บริษัทข้างต้นมิได้มีส่วนรับผิดชอบต่อผลในอนาคตใดๆที่เกิดจากคำประกาศ   นอกจากนั้น ไม่ควรยึดข้อความใดๆจากแถลงการณ์ไปใช้ นอกเหนือจากวันที่ประกาศเท่านั้น

เพื่อเชื่อมโยงกับข้อเสนอในการควบรวมกิจการของ Henderson และ Janus จำเป็นต้องให้ Henderson มีการเก็บรักษาข้อมูลการจดทะเบียนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และการเป็นตัวแทนของ Janus และ Henderson จะต้องเผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบหนังสือเวียนให้ผู้ถือหุ้นในสหราชอาณาจักร ซึ่งเอกสารดังกล่าว จะระบุข้อมูลสำคัญ เกี่ยวกับการควบรวมกิจการ  ที่จำเป็นต้องอ่านและศึกษาโดยละเอียด ก่อนการตัดสินใจดำเนินกิจกรรมใดๆที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการ โดยผู้ถือหุ้นของ Henderson และ Janus ต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้อย่างอิสระโดยปราศจากค่าใช้จ่ายใดๆ  ผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้นจะต้องได้รับข้อมูลในการจดทะเบียนต่างๆ (เมื่อมีการเผยแพร่) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดยผ่านเว็บไซต์ของ SEC ที่  www.sec.gov เอกสารจดทะเบียนใดๆที่เกี่ยวข้องกับ SEC อาจสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านเว็บไซต์ของ Henderson เช่นกันที่ www.henderson.com/ir และเว็บไซต์ของ Janus ที่  ir.janus.com

และเมื่อมีการเผยแพร่หนังสือเวียน กำหนดให้ผู้ถือหุ้นในสหราชอาณาจักรสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ทางเว็บไซต์ www.henderson.com/ir

โดยสรุป ข้อตกลงต่างๆในการควบรวมกิจการ ที่ได้กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด จะถูกรวบรวมเพื่อนำเสนอต่อนักลงทุน ข้อตกลงในการควบรวมกิจการ จะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับเปลี่ยนเนื้อหาข้อความใดๆ หรือแบ่งการเผยแพร่ออกเป็นบางส่วน สำหรับข้อมูลที่อ้างอิงเกี่ยวกับ Janus ในรายงานที่ผ่านการตรวจสอบ เพิ่มเติมโดย SEC   เว้นแต่อาจเผยแพร่ในส่วนของสถานะข้อตกลงในการควบรวมกิจการในรูปแบบเอกสารสัญญา ที่มีการตีพิมพ์และควบคุมดูแลโดยรัฐบาล เกี่ยวกับข้อกฎหมายระหว่างกลุ่มบุคคล อันเกี่ยวข้องกับธุรกรรม อันเกี่ยวเนื่องกับข้อตกลงการควบรวมกิจการ ทั้งนี้ไม่มีเจตนาเพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงในเชิงธุรกิจ หรือข้อมูลในการดำเนินกิจกรรมใดๆของกลุ่มบุคคลภายนอก  การรับรองและการรับประกัน และพันธะสัญญาต่างๆที่กระทำโดยกลุ่มบุคคลในข้อตกลงในการควบรวมกิจการ ไม่ได้กระทำเพื่อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มบุคคลใดๆโดยเฉพาะ รวมทั้งข้อมูลใดๆที่ไม่มีการเปิดเผย อันอาจเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆกับกลุ่มบุคคลภายนอกอื่นๆเพื่อบังคับใช้ข้อตกลงนั้นๆ  การรับรองและการรับประกันอาจสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการรวบรวมเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยความเสี่ยงระหว่างกลุ่มบุคคล รวมถึงกลุ่มบุคคลที่อาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงทั้งหมด ทั้งนี้ นักลงทุนไม่ได้จัดเป็นกลุ่มบุคคลที่สามที่ได้รับผลประโยชน์จากข้อตกลงในการควบรวมกิจกรรมดังกล่าว ในขณะเดียวกันนักลงทุนไม่ควรยึดข้อมูลการรับรอง การประกันหรือพันธะสัญญาใดๆ หรือคำบรรยายใดๆในประกาศนี้ แทนเจตคติที่มีต่อ บริษัท Henderson บริษัท Janus หรือบริษัทในเครือใดๆที่ถูกกล่าวถึงในรายงานฉบับนี้

ผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม

Janus, Henderson กรรมการและผู้บริหารระดับสูง รวมถึงสมาชิกระดับบริหารและพนักงานทุกคน อาจได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมเป็นตัวแทน ในกิจกรรมการเสนอการควบรวมกิจการในครั้งนี้ โดยข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงของ Janus จะถูกระบุไว้ในแบบฟอร์ม 10-K สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2015 และจะมีการตรวจสอบ เพิ่มเติม ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2016   ในส่วนของบริษัท Henderson นั้นมีความประสงค์ที่จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงในเอกสารลงทะเบียน ในกรณีหากเอกสารจดทะเบียนนั้น ผ่านการตรวจสอบ สำหรับข้อมูลอื่นๆเกี่ยวกับสิทธิการเข้าร่วมเป็นตัวแทน และข้อความบรรยายเกี่ยวกับผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมในการถือหลักทรัพย์ จะถูกระบุไว้ในเอกสารที่ผ่านการตรวจสอบ เพิ่มเติมจาก SEC ที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการ  นักลงทุนควรทำการศึกษาข้อมูลเอกสารจาก SEC โดยละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงความเห็นใดๆ โดยสำเนาเอกสารต่างๆสามารถหาได้จากแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้ข้างต้น

หมายเหตุ

ประกาศนี้ได้รวมข้อมูลชี้วัดที่เป็น non-US GAAP ซึ่งใช้ในการชี้วัดดัชนีของ Janus และตัวชี้วัดทางการเงินที่เป็น non-IFRS ที่ใช้ในการชี้วัดดัชนีของ Henderson ตัวชี้วัดนี้รวมถึง EBITDA  โดยตัวชี้วัด non-US GAAP และ ตัวชี้วัดทางการเงิน non-IFRS ดังกล่าว ควรใช้เป็นดัชนีในการพิจารณาประสิทธิภาพทางการเงินเพิ่มเติม สำหรับ Janus ตัวชี้วัดได้จัดทำตามดัชนีชี้วัด US GAAP และในทำนองเดียวกัน  สามารถใช้ตัวชี้วัดดังกล่าว เป็นดัชนีในการพิจารณาประสิทธิภาพทางการเงินของ Henderson ได้จัดทำตามดัชนีชี้วัด IFRS นอกจากนี้ ตัวชี้วัดดังกล่าวอาจถูกนิยามต่างออกไปตามบริบทอื่นๆ

สามารถศึกษาแหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์ businesswire.com ได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20161002005078/en/