GC Aesthetics จับมือศัลยแพทย์พลาสติกชื่อดัง เดินสายจัดการบรรยายทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดับลิน–5 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

การบรรยายทางวิทยาศาสตร์ระดับเวิลด์คลาสสำหรับศัลยแพทย์ทั่วโลก

GC Aesthetics (http://www.gcaesthetics.com) ผู้ผลิตเต้านมเทียมชั้นนำระดับโลกที่ก้าวสู่การเป็นเบอร์หนึ่งด้านยอดขาย เตรียมเดินสายจัดการบรรยายทางวิทยาศาสตร์ให้แก่ศัลยแพทย์ทั่วโลกในหัวข้อ “Science for Excellence Educational Series” ด้วยความร่วมมือกับ Dr.Per Heden ศัลยแพทย์พลาสติกชื่อดังจากสตอกโฮล์ม โดยจะจัดการบรรยายครั้งแรกในเดือนหน้าที่ปูซานและกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

GC Aesthetics Logo (PRNewsFoto/GC Aesthetics)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160711/388149LOGO )

Dr Per Heden, Akademikliniken (PRNewsFoto/GC Aesthetics)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160927/412549 )

GC Aesthetics ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงดับลิน เป็นบริษัทแม่ของ Nagor ผู้ผลิตเต้านมเทียมรายเดียวในสหราชอาณาจักร และ Eurosilicone แบรนด์เต้านมเทียมในฝรั่งเศส โดยในช่วงไม่กี่ปีมานี้ GC Aesthetics ได้กลายเป็นแบรนด์เต้านมเทียมยอดนิยมแบรนด์หนึ่งของโลก และครองอันดับหนึ่งด้านยอดขายในบราซิล เม็กซิโก และสเปน นอกจากนั้นยังตั้งเป้าขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในฝรั่งเศสภายในปีนี้ ในขณะที่ Dr.Heden ซึ่งมีชื่อเสียงจากการพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ ในการประยุกต์ใช้เต้านมเทียมที่มีลักษณะคงตัว ได้ตัดสินใจทำงานร่วมกับ GC Aesthetics เพราะมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการยกระดับผลการผ่าตัดและความพึงพอใจของคนไข้ โดยการบรรยายจะเน้นย้ำในประเด็นดังกล่าว และจะมีการเพิ่มพูนทักษะด้านการเตรียมการล่วงหน้าและการผ่าตัดให้แก่ศัลยแพทย์ด้วย

Dr.Heden กล่าวว่า ผมมีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับ GC Aesthetics เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกันในการพัฒนากระบวนการเลือกเต้านมเทียม การกำหนดจุดก่อนการผ่าตัด ตลอดจนแนะนำเทคนิคการศัลยกรรมให้แก่ศัลยแพทย์ ผมเฝ้ารอที่จะจัดการบรรยายอย่างใจจดใจจ่อ ศัลยแพทย์ทุกคนจำเป็นต้องใฝ่หาความรู้ด้านเทคนิคใหม่ๆอยู่ตลอด และต้องพยายามหาทางยกระดับผลการผ่าตัดและความพึงพอใจของคนไข้อยู่เสมอ

Dr.Per Heden ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ Marko Godina จุลศัลยแพทย์ผู้มีชื่อเสียง ได้กลายเป็นกำลังสำคัญในการวางรากฐานด้านจุลศัลยกรรมในสตอกโฮล์ม เขาเขียนเอกสารทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 50 ฉบับ ทั้งยังได้รับเชิญไปบรรยายในการประชุมและงานต่างๆเกี่ยวกับศัลยกรรมพลาสติกทั้งในระดับชาติและนานาชาติอยู่เป็นประจำ นอกจากนั้นยังเป็นผู้ก่อตั้ง Akademikliniken โรงพยาบาลศัลยกรรมพลาสติกเอกชนแห่งใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย

Ayse Kocak ประธานบริหาร GC Aesthetics ซึ่งเป็นซีอีโอหญิงคนแรกในวงการนี้ กล่าวเสริมว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับศัลยแพทยผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งใช้ผลิตภัณฑ์ของเราอยู่แล้ว และเรามีวิสัยทัศน์ร่วมกันในเรื่องความพึงพอใจของคนไข้ เรามั่นใจว่าจะสามารถถ่ายทอดทักษะใหม่ๆให้แก่ศัลยแพทย์ผ่านการเดินสายบรรยายในครั้งนี้

เกี่ยวกับ GC Aesthetics 

GC Aesthetics มุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์และเพื่อนคู่คิดที่ได้รับความไว้วางใจจากเหล่าสุภาพสตรี ผู้ที่ต้องการให้ตนเองดูสวย สุขภาพดี อ่อนเยาว์ มีชีวิตชีวา และมีความมั่นใจในตัวเองตลอดไป บริษัทมุ่งเน้นในด้านการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศัลยกรรมที่ครอบคลุมที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งซิลิโคนเสริมหน้าอก

ที่มา: GC Aesthetics

“ไพโอเนียร์” ยกระดับเครื่องเสียงรถยนต์ไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ Feel the Details และไมโครไซต์แห่งใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–5 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ไพโอเนียร์ อีเล็คโทรนิคส์ เอเชีย เซ็นเตอร์ (Pioneer Electronics Asia Centre) ผู้นำด้านเทคโนโลยีสาระบันเทิงสำหรับยานยนต์ ประกาศเปิดตัวไมโครไซต์Pioneer Car Sound เพื่อเฉลิมฉลองรางวัลล่าสุดของไพโอเนียร์ พร้อมนำเสนอลำโพง ซับวูฟเฟอร์ และเครื่องขยายเสียงหลากหลายรุ่นด้วยกัน และสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มมองหาเครื่องเสียงในรถ ไมโครไซต์แห่งใหม่นี้มีตัวช่วยแบบอินเทอร์แอคทีฟอย่าง Speaker Finder เพื่อให้ผู้ใช้สามารถรับชม เปรียบเทียบ และเลือกลำโพงที่มีคุณสมบัติตรงใจได้อย่างง่ายดาย ตามแนวเพลงที่ชอบและในวงเงินที่เลือก

          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.prnasia.com/mnr/pioneer_201610.shtml

รูปภาพ 1: ไมโครไซต์เหมาะสำหรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160929/8521606060-a

รูปภาพ 2: ไมโครไซต์ Pioneer Car Sound ประกอบด้วยอินเตอร์เฟซสำหรับเดสก์ท็อปที่เรียบง่าย เป็นมิตรกับผู้ใช้

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160929/8521606060-b

รูปภาพ 3: แคมเปญ Feel The Details

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160929/8521606060-c

รูปภาพ 4: ลำโพงและซับวูฟเฟอร์ระดับรางวัลจากไพโอเนียร์

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160929/8521606060-d

          ไมโครไซต์ Pioneer Car Sound เปิดตัวอย่างเป็นทางการวันนี้ พร้อมกับแคมเปญ “Feel the Details” เพื่อส่งเสริมการวางตำแหน่งของบริษัทในฐานะแบรนด์สาระเทิงสำหรับยานยนต์ระดับพรีเมียม โดยมุ่งเจาะกลุ่มชาวมิลเลนเนียล เจ้าของรถยนต์ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี และผู้ขับขี่ทั่วไป แคมเปญ “Feel the Details” นั้นถือกำเนิดและสร้างสรรค์ขึ้นโดย Ugly Duckling Projects สิงคโปร์ ด้วยเป้าหมายที่จะพาผู้ใช้เดินทางไปตามเส้นทางแห่งอารมณ์ความรู้สึก ที่ขนานไปกับรายละเอียดอันงดงามของชีวิต ตลอดจนเสียงรายรอบที่ทั้งยิ่งใหญ่และมีชั้นเชิงของไพโอเนียร์ ซึ่งได้รับรางวัลยกย่องมาแล้วมากมายจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านลำโพงรถยนต์อย่าง Top Ten Reviews และ CarAudioNow

          จุดเด่นของไมโครไซต์

          – ตอบสนองอย่างเหนือชั้น รับคำแนะนำผลิตภัณฑ์ตามแนวเพลงยอดนิยมและวงเงินที่เลือก ผ่านฟังก์ชั่น Speaker Finder

          – ออกแบบให้รองรับอุปกรณ์หลากหลายประเภท ไมโครไซต์นี้ได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานผ่านทางคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เช่นเดียวกับอุปกรณ์มือถือระบบ Android และ iOS อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เปิดโอกาสให้ผู้ชมและใช้บริการไมโครไซต์สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ได้ในทุกอุปกรณ์และทุกขนาดหน้าจอ

          – ติดตามข่าวสารได้ตลอดเวลา ศูนย์รวมข้อมูลแบบ one-stop นี้นำเสนอข่าวสารผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ทั้งหมด ตลอดจนคลิปวิดีโอที่เร้าใจอย่าง Feel the Detailsและข้อมูลติดต่อสำนักงานของไพโอเนียร์ในเอเชียและอิสราเอล

          ให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่

          เป้าหมายของไพโอเนียร์คือการให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่เกี่ยวกับประโยชน์ของผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงในรถยนต์ที่ไม่ได้ติดตั้งมาพร้อมกับรถตั้งแต่แรก โดยไมโครไซต์ Pioneer Car Sound ที่มาพร้อมฟังก์ชั่น Speaker Finder จะทำหน้าที่เป็นผู้นำทางคนสำคัญสำหรับลูกค้าปัจจุบันและอนาคตของบริษัท เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่อันรื่นรมย์และน่าพึงใจยิ่งขึ้น

          สมาพันธ์ยานยนต์อาเซียน [1] ระบุว่า บางประเทศในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ต่างมียอดจำหน่ายรถยนต์อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ซึ่งหมายถึงการมีเจ้าของรถยนต์คันใหม่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารถยนต์จะเป็นที่นิยม แต่ผู้ขับขี่บางรายยังใช้ระบบเสียงพื้นฐานที่ติดตั้งมาพร้อมกับรถ

          ยิ่งไปกว่านั้น รถยนต์รุ่นเก่าอาจจะไม่มีลำโพงสเตอริโอด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ดี ค่าใช้จ่ายในการยกระดับผลิตภัณฑ์และระบบเสียงรุ่นเก่าเหล่านี้ไม่สูงอย่างที่หลายคนคิด เนื่องด้วยความก้าวหน้าของรถยนต์และเทคโนโลยีเคลื่อนที่

          “ที่ไพโอเนียร์ เราเข้าใจดีว่าสำหรับใครหลายคนแล้ว การอัพเกรดเครื่องเสียงในรถยนต์นั้นน่าหวั่นใจ การออกแบบลำโพงขั้นสูงของเราสืบทอดมาจากมรดกอันยาวนานของธุรกิจที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1937 ไพโอเนียร์ได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหลายปี เพื่อมอบคุณภาพเสียงและประสบการณ์ในรถยนต์ที่ดีขึ้น เราไม่หยุดคิดค้นนวัตกรรม ดังสะท้อนให้เห็นได้จากความพยายามต่างๆของเรา ซึ่งรวมถึง TAD ธุรกิจเครื่องเสียงระดับมืออาชีพ เราเดินหน้าสร้างบรรทัดฐานด้านเทคนิคและรางวัลขึ้นมาใหม่ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องการันตีว่าไพโอเนียร์มีศักยภาพในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ผ่านทางไมโครไซต์ Pioneer Car Sound ใหม่ล่าสุด และแคมเปญ “Feel the Details” ของเรา” คุณทาคาโอะ ชิบะ รองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายวางแผนธุรกิจและการตลาด กลุ่มงานขายและการตลาด บริษัท ไพโอเนียร์ อีเล็คโทรนิคส์ เอเชีย เซ็นเตอร์ กล่าว

          สัมผัสถึงความแตกต่างจากการอัพเกรดเครื่องเสียงในรถ

          – พลังเสียงที่เหนือชั้น เพลิดเพลินไปกับคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น ซึ่งสัมผัสได้จากเสียงที่คมชัด มีมิติ และทรงพลังมากยิ่งขึ้น ซึ่งแม้แต่ผู้ฟังทั่วไป ที่ไม่ได้เป็นกูรูด้านเครื่องเสียง ก็ยังสามารถรู้สึกได้ถึงรายละเอียด และได้ยินเสียงที่ต่างไปจากเดิม!

          – ปรับตั้งค่าเสียงได้ นำเสนอทางเลือกอื่นๆ อีกมากมายในการจูนเสียงให้ตรงรสนิยมของผู้ฟัง ด้วยการจับคู่ลำโพง ซับวูฟเฟอร์ และเครื่องขยายเสียง

          – ความทนทานที่แข็งแกร่งขึ้น เลือกใช้วัสดุและชิ้นส่วนประกอบคุณภาพสูง เพื่อรับประกันความพึงพอใจ

          มาสนุกไปกับการสร้างสรรค์ระบบความบันเทิงส่วนตัวในรถ พร้อมสำรวจและค้นพบเสียงที่ยังขาดหายไป ได้ที่ www.pioneercarsound.com

          ดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูงได้ที่ http://bit.ly/pioneercarsound

          [1]  AAF June 2016 Statistics

          เกี่ยวกับ   Pioneer Electronics Asia Centre (PAC) Pte. Ltd.

          Pioneer Electronics Asia Centre (PAC) Pte. Ltd. เป็นสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคของไพโอเนียร์ คอร์ปอเรชั่น (Pioneer Corporation) มาตั้งแต่ปี 1992 ธุรกิจหลักของไพโอเนียร์ ได้แก่ระบบภาพและเสียงภายในรถ ไพโอเนียร์มีเป้าหมายเพื่อเป็นผู้ผลิตและซัพพลายเออร์หลังการขายชั้นแนวหน้า ซึ่งให้บริการแก่ค่ายรถยนต์ชั้นนำ พร้อมนำเสนอโซลูชั่นสาระบันเทิงภายในรถอย่างครบวงจร ด้วยการพัฒนาอุปกรณ์ยุคใหม่ เช่นเดียวกับบริการคลาวด์อันล้ำสมัยสำหรับตลาดรถยนต์ที่มีการเชื่อมต่ออย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pioneer.com.sg

          เกี่ยวกับ  Ugly Duckling Projects

          Ugly Duckling Projects เป็นบริษัทผลิตครีเอทีฟคอนเทนต์ครบวงจร ซึ่งกวาดรางวัลในสาขาการถ่ายภาพและการผลิตภาพยนตร์จากเวทีระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานกว่า 10 ปี รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.uglyD.com

          ติดต่อ:

          Hang Xiu Zhen                                                     Charlotte Tan

          Pioneer Electronics AsiaCentre Pte. Ltd                   Text100 Global Integrated Communications

          โทร. +65 6378 7548                                             โทร.+65 6603 9000

          อีเมล: Hangxz@pioneer.com.sg                             อีเมล: SingaporePioneer@text100.com.sg

         

          คำบรรยายวิดีโอและรูปภาพ

          วิดีโอ: วิดีโอเปิดตัวแคมเปญ Feel The Details

         

ยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์ เผยตลาดหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์โตไม่หยุด เชื่อครองแชมป์ตลาดโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์ (5 ตุลาคม 2559) : สมาพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ หรือ ไอเอฟอาร์ (International Federation of Robotics (IFR)เผยแพร่รายงานสถานการณ์ตลาดผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์โลกประจำปี 2559 โดยคาดการณ์ว่า หุ่นยนต์ที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ (collaborative robots หรือ cobots) ซึ่งมีขนาดเล็กกะทัดรัดและใช้งานง่าย จะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในตลาดออโตเมชั่น รายงานระบุว่า ยอดขายหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมทั่วโลกต่อปี จะเติบโตอย่างน้อยเฉลี่ย 13 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ปี 2560 ถึง 2562 โดยหุ่นยนต์ประเภทที่ทำงานร่วมกับมนุษย์จะเป็นดาวเด่นเพราะสามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย ราบรื่น ปราศจากข้อจำกัดและยังช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์อีกด้วย 

นายแดเนียล ฟริส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์ กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ ยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อมูลในรายงานดังกล่าว เนื่องจากบริษัทมีเป้าหมายที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการขจัดความยุ่งยากซับซ้อนในอดีตเมื่อต้องใช้งานหุ่นยนต์หรือการพัฒนาหุ่นยนต์ให้มีราคาถูกลง” 

ปัจจุบัน หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ ของยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์ ถูกนำไปใช้งานทั่วโลกแล้วกว่า                  10,000 ตัว ซึ่งแสดงให้เห็นศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของหุ่นยนต์ประเภทนี้ที่กำลังเข้ามาพลิกโฉมเทคโนโลยีด้านออโตเมชั่น เราช่วยให้องค์กรขนาดเล็กและกลางเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันระดับโลกได้เนื่องจากหุ่นยนต์ของเรามีระยะเวลาการคืนทุนเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม” 

        “สมาพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (ไอเอฟอาร์) คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมที่จะนำหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์มาใช้งานเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ซึ่งล้วนเป็นภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญของภูมิภาคเอชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญของยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์” 

นายฟริส กล่าวว่า “ปัจจุบัน หุ่นยนต์ของเราถูกนำไปใช้งานในสายการผลิตยานยนต์เพิ่มมากขึ้น                      โดยทำงานควบคู่กับพนักงานในโรงงาน และช่วยผ่อนแรงในสายงานหยิบจับสิ่งของซ้ำๆ ที่ก่อให้เกิดความเมื่อยล้าและก่อปัญหากับสรีระ เรามีตัวอย่างกรณีศึกษาว่าหุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์สามารถเพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการฉีดขึ้นรูปถึง 4 เท่า ได้อย่างไร และหุ่นยนต์แขนกลตั้งโต๊ะรุ่น UR3 สามารถใช้ในการประกอบชิ้นส่วนเล็กๆ ที่มีน้ำหนักเบา อาทิ การหยิบจับแผงวงจร ได้อย่างไร 

        สมาพันธ์ ไอเอฟอาร์ ยังคาดการณ์ว่า ตลาดหุ่นยนต์จะเติบโตต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ปริมาณซัพพลายของหุ่นยนต์เติบโตขึ้นถึง 18 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ ในขณะที่ มีการคาดการณ์ว่า การติดตั้งหุ่นยนต์จะเพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์  โดยประเทศจีนจะเป็นตลาดหลักที่ผลักดันให้ตลาดหุ่นยนต์ของโลกเติบโต และคาดว่า จะมีปริมาณการติดตั้งหุ่นยนต์เพื่อใช้งานในประเทศจีนเป็นสัดส่วนถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2562 

        “เอเชียเป็นตลาดสำคัญของเรา เราเปิดบริษัทสาขาที่เซี่ยงไฮ้เมื่อปี 2556 และแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายในภูมิภาคต่างๆ ที่ลูกค้าใช้งานหุ่นยนต์ของเราอยู่ เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์และทดแทนการใช้แรงงานคนในการทำงานที่ต้องทำซ้ำๆ ซึ่งเป็นปัญหาด้านแรงงานประเภทหนึ่งที่หลายๆโรงงานประสบอยู่” 

นายฟริส ยังกล่าวว่า ความต้องการสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคทั่วโลกผลักดันให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมและมีคุณภาพสูงให้ได้อย่างรวดเร็ว สม่ำเสมอและยั่งยืน 

        “เมื่อไม่นานมานี้ ยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์ ได้เปิดตัวโชว์รูมออนไลน์เพื่อนำเสนออุปกรณ์ที่ใช้ต่อเข้ากับข้อมือหุ่นยนต์สำหรับงานประเภทต่างๆ รวมทั้ง ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ต่อพ่วงและอุปกรณ์เสริมจากกลุ่มนักพัฒนาจากภายนอกซึ่งพัฒนาอุปกรณ์ให้เข้ากับระบบนิเวศของยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์ และทำงานเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมกับหุ่นยนต์ของเรา เพื่อตอบสนองดีมานด์ที่สูงขึ้นในโซลูชั่นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ โชว์รูมออนไลน์นี้ช่วยให้ นักวางระบบ ผู้แทนจำหน่ายและลูกค้าของบริษัทมีความเข้าใจในการทำงานของหุ่นยนต์เป็นอย่างดีและมีความพร้อมในการใช้งานหุ่นยนต์ได้ทันทีที่ติดตั้งหุ่นยนต์ตัวต่อไปแล้วเสร็จ”นายฟริส กล่าว 

นอกจากนี้ ศูนย์การเรียนรู้ของยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์ (UR Academy) แห่งใหม่ ยังช่วยส่งเสริมตลาดของ ยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์ โดยศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าวเปิดสอนผ่านระบบอี-เลิร์นนิ่งเกี่ยวกับโปรแกรมพื้นฐานของหุ่นยนต์ ได้แก่ การต่ออุปกรณ์เข้ากับข้อมือหุ่นยนต์ การเชื่อมต่อระบบ I/Os เพื่อสื่อสารกับอุปกรณ์ภายนอกและการติดตั้งโซนเพื่อความปลอดภัย ซึ่งบริษัทฯ คาดหวังว่าการริเริ่มศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนยุค อินดัสตรี 4.0 

นายฟริส กล่าวว่า “โมดูลการสอนที่ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริงและเป็นการเรียนแบบอินเตอร์แอคทีฟ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายและผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีไลเซนส์เพื่อสมัครเรียนนั้น นับเป็นประวัติการณ์ใหม่ ศูนย์การเรียนรู้ของเราเป็นเครื่องมือที่สำคัญซึ่งช่วยให้เราส่งผ่านความรู้เพื่อให้ตลาดได้รับรู้ว่าเทคโนโลยีสามารถรองรับความท้าทายทางธุรกิจได้อย่างไร ในขณะที่ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตของโลก ดังนั้นการให้ความรู้กับผู้ใช้งานหุ่นยนต์และโปรแกรมเมอร์เสียแต่ตอนนี้จะช่วยเชื่อมโยงช่องว่างต่างๆ และถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง”

### 

เกี่ยวกับยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์

ยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์ ก่อตั้งขึ้นจากการค้นคว้าและวิจัยยาวนานหลายปี ณ ศูนย์การออกแบบหุ่นยนต์เมืองโอเดนเซ ประเทศเดนมาร์ก บริษัทฯ ก่อตั้งในปี 2548 โดยนาย เอสเบ้น ออสเตอการ์ด ซึ่งต้องการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ให้สามารถเข้าถึงได้ทุกระดับ ด้วยการพัฒนาหุ่นยนต์ที่ใช้งานในภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีขนาดเล็ก ใช้งานง่าย ราคาสมเหตุสมผล มีความยืดหยุ่น ปลอดภัยและทำงานเข้ากับกระบวนการผลิตของโรงงาน

ผลิตภัณฑ์ของยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์ ประกอบด้วย แขนกลหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์รุ่น UR3, UR5 และ UR10 ซึ่ง ตั้งชื่อตามกำลังการยกวัตถุซึ่งมีหน่วยเป็นกิโล นับตั้งแต่หุ่นยนต์แขนกล UR เปิดตัวครั้งแรกในปี 2551 บริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยยอดจำหน่ายหุ่นยนต์กว่า 50 ประเทศ ทั่วโลก โดยระยะเวลาที่หุ่นยนต์ช่วยให้ลูกค้าคืนทุนเฉลี่ย (ภายใน 12 เดือน) นับว่ารวดเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม บริษัทฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท เทราดีน จำกัด ในบอสตัน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองโอเดนเซและ มีบริษัทในเครือและสำนักงานสาขาในสหรัฐอเมริกา สเปน เยอรมนี สิงคโปร์ สาธารณรัฐเชค อินเดีย และจีน ยูนิเวอร์ซอล โรบอตส์ มีพนักงานกว่า 300 คน ทั่วโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เยี่ยมชมได้ที่ www.universal-robots.com และบล็อกของบริษัท https://www.universal-robots.com/blog/ ส่วนรายงานสถานการณ์ตลาดหุ่นยนต์โลกฉบับเต็ม สามารถเข้าดูได้ที่เว็บไซต์ www.ifr.org 

ขอขอบพระคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ

คุณพรปวีณ์ กุลมา (ตุ๋ม), คุณอฑิตยา นาคทอง (ตุ๋ม)

บริษัท ออพติมอล คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด

มือถือ 087-589-6319, 088-055-0168

อีเมล์: pornpavee@optimal-com.com; artitayan@gmail.com, nakthong.ammy@gmail.com

Multisorb ประกาศตั้งฐานการผลิตแห่งใหม่ มุ่งรองรับอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ในอินเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บัฟฟาโล, นิวยอร์ก และ ไฮเดอราบัด, อินเดีย–5 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 Multisorb Technologies ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ ประกาศสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ในเมืองไฮเดอราบัด รัฐเตลันกานา ประเทศอินเดีย

Pictured (L-R) Dhaval Bhatia (GMR), Adrian Possumato, Laxmikant Khaitan, R. Narayan (GMR), and Eric Armenat (PRNewsFoto/Multisorb Technologies)

รูปภาพ- http://photos.prnewswire.com/prnh/20161004/415060

โรงงานแห่งนี้เกิดจากการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ และจะตั้งอยู่ใน GMR Aerospace Park ณ ท่าอากาศยานนานาชาติราจีฟ คานธี ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองไฮเดอราบัดไปทางทิศใต้ราว 25 กิโลเมตร

โรงงานแห่งนี้มีขนาดราว 4,000 ตารางเมตร และจะมีกระบวนการผลิตอันล้ำสมัยภายใต้สภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย นอกจากนั้นยังได้มาตรฐาน CGMPจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (21 CFR Parts 210-211) เช่นเดียวกับโรงงานแห่งอื่นๆของ Multisorb

Eric Armenat ซีอีโอของ Multisorb Technologies กล่าวว่า การลงทุนในอินเดียสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทที่เรามีต่อผู้ผลิตเวชภัณฑ์ในประเทศ เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าไปอีกขั้น ผ่านการผลิตและการมีส่วนร่วมในโครงการ Make in India”

Laxmikant Khaitan ผู้จัดการทั่วไปของ Multisorb Technologies India Pvt. Ltd. จะเข้ามาดูแลโรงงานแห่งใหม่นี้ โดยเขากล่าวว่า “เทคโนโลยีการดูดซับความชื้นและการบรรจุยาอันล้ำสมัยของ Multisorb ได้กลายมาเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมในอินเดียตลอด 15 ปีที่ผ่านมา และลูกค้าของเรากำลังจะได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในต้นทุนที่ต่ำลง”

Adrian Possumato รองประธานฝ่ายบรรจุภัณฑ์เฮลธ์แคร์ของ Multisorb กล่าวว่า อินเดียถือเป็นศูนย์กลางของโลกด้านการผลิตเวชภัณฑ์มานานหลายปีแล้ว และเรายินดีที่ได้ขยายบทบาทในดินแดนแห่งนี้ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของแวดวงการผลิตยา รวมทั้งสนับสนุนโครงการ Success through Efficiency(sm) ของบริษัทจากโรงงานในไฮเดอราบัดโดยตรง”

Multisorb วางแผนที่จะผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อการแพทย์ในโรงงานแห่งนี้ อาทิ ซองดูดความชื้น StripPax(R), ซองควบคุมความชื้น IntelliSorb(R) และซองดูดออกซิเจน StabilOx(R) โดยคาดว่าจะเปิดให้ตรวจสอบระบบคุณภาพในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 และจะเริ่มผลิตออกสู่ตลาดช่วงไตรมาสแรกของปี 2561

เกี่ยวกับ Multisorb Technologies

Multisorb Technologies คือผู้บุกเบิกเทคโนโลยีการดูดซับความชื้นมานานกว่า 50 ปี บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2504 โดย John S. Cullen เพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์จากความชื้น ปัจจุบัน Multisorb เป็นผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาและผลิตส่วนประกอบต่างๆของบรรจุภัณฑ์

สำนักงานของ Multisorb ตั้งอยู่ที่

            325 Harlem Road

Buffalo, New York 14224 USA

“China Yiwu International Forest Products Fair” เปิดฉากพ.ย.นี้ ชูนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและความร่วมมือพัฒนาอุตสาหกรรมป่าไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อี้อู, จีน–5 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือน สำหรับการเปิดฉากมหกรรม “China Yiwu International Forest Products Fair” ครั้งที่ 9 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 พฤศจิกายน 2559 ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ Yiwu International Expo Center โดยการคัดเลือกผู้เข้าร่วมจัดแสดง การส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนกิจกรรมสนับสนุนอื่นๆ ได้ดำเนินการมาจนถึงช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว

          ซัพพลายเออร์คุณภาพหลายพันรายและผู้ซื้ออีกกว่าแสนรายจากทั่วทุกมุมโลกจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ ซึ่งจะจัดแสดงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ป่าไม้ที่ก้าวหน้าที่สุดของจีน นวัตกรรมป่าไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุด และผลิตภัณฑ์แปลกใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์สีเขียวที่แสนจะสดชื่นภายในงาน

          มหกรรม China Yiwu International Forest Products Fair ครั้งที่ 9 นี้ได้ขยายพื้นที่จัดแสดงเพิ่มขึ้นเป็น 80,000 ตารางเมตร สำหรับจัดแสดงบูธขนาดมาตรฐาน 3,600 บูธ โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 8 โซนด้วยกัน ประกอบด้วย เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง งานฝีมือจากไม้และไม้ไผ่ ของใช้ประจำวันที่ทำจากไม้และไม้ไผ่ งานไม้และวัสดุก่อสร้างที่ทำจากไม้ อาหารป่า ผลิตภัณฑ์ชา ดอกไม้และการทำสวน เทคโนโลยีป่าไม้และเครื่องมือทำป่าไม้

          จุดน่าสนใจหลักของงานในปีนี้อยู่ที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการค้าผลิตภัณฑ์ป่าไม้ ขณะเดียวกันภายในงานยังจะมีการจัดแสดงนิทรรศการที่มีความโดดเด่นของกลุ่มชาติพันธุ์และของภูมิภาค อาทิ “Taiwan Agroforestry Products Collections”, “Rosewood Furniture Boutiques”, “Forestry Products of ‘She People’ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในมณฑลเจ้อเจีย, “Classical Bamboo Products”, “Agroforestry E-Commerce” และ “Creative Forestry Products” ตลอดจนส่วนจัดแสดงในธีม “One Belt and One Road” ที่สะท้อนถึงแนวคิดริเริ่มทางเศรษฐกิจล่าสุดของรัฐบาลจีน พร้อมมอบประสบการณ์ที่โดดเด่นและชัดเจนเกี่ยวกับเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 ให้กับบรรดาผู้เข้าชมงาน

          ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบผลิตภัณฑ์สุดหรูชั้นเยี่ยมจากป่าไม้หรือผลิตภัณฑ์ป่าไม้แบบดั้งเดิม คุณสามารถพบผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้ได้ที่งาน China Yiwu International Forest Products Fair ครั้งที่ 9

          เกี่ยวกับ China Yiwu International Forest Products Fair

          มหกรรม China Yiwu International Forest Products Fair จัดขึ้นโดยสำนักงานบริหารกิจการป่าไม้จีนและรัฐบาลมณฑลเจ้อเจียง เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2551 มหกรรม Forest Fair เป็นงานจัดแสดงผลิตภัณฑ์ป่าไม้ การทำป่าไม้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปล่อยคาร์บอนต่ำ พร้อมด้วยฟังก์ชั่นการซื้อขายที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยังนำเสนอโอกาสทางเศรษฐกิจมากมาย บทบาทโดดเด่นในระดับนานาชาติ และระบบบริการที่สมบูรณ์แบบ มหกรรม Forest Fair เป็นงานจัดแสดงที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้งานเดียวในประเทศจีนและเป็นงานจัดแสดงนวเกษตรงานที่สองของโลกที่ได้รับการรับรองโดยสมาคมอุตสาหกรรมการจัดงานแสดงสินค้าโลก (UFI)

          ติดต่อ

          China Yiwu International Forest Products Fair

          Hui Wang, +86-579-85415888

           service@yiwufair.com

อูดิท บาทรา ผู้บริหารเมอร์ค คว้ารางวัล ‘ซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งปี’ จาก CPhI Pharma

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาร์มสตัดท์เยอรมนี–ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– บริษัทยังคว้าอีก 2 รางวัล สำหรับความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมของ Parteck(R) SRP 80 และ Emprove(R) program

เมอร์ค (Merckผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกาศในวันนี้ว่า อูดิท บาทรา ซีอีโอกลุ่มธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ของเมอร์ค ได้รับรางวัล “ซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งปี” ประจำปี 2559 จาก CPhI Pharma เนื่องด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมนวัตกรรมในแวดวงชีววิทยาศาสตร์ทั่วโลกให้ก้าวหน้า

Udit Batra, Member of the Merck Executive Board and CEO of the Life Science Business of Merck, has been named CPhI Pharma’s CEO of the Year. (PRNewsFoto/Merck)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161004/415307

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับรางวัล CPhI Pharma Award อีก 2 รางวัล โดยรางวัลแรกได้แก่ความเป็นเลิศในการพัฒนาสารปรุงแต่งและตำรับยา ส่วนอีกรางวัลได้แก่กระบวนการและการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ ทั้งนี้ CPhI ได้ประกาศผู้ชนะรางวัลที่งานเฉลิมฉลองการมอบรางวัลประจำปีขององค์กร เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

เพราะความก้าวหน้าในการคิดค้นยานำมาซึ่งวิธีการรักษาโรคที่ซับซ้อนยิ่งกว่า การพัฒนาและผลิตยาจึงต้องก้าวไกลให้มากกว่านั้น” อูดิท บาทรา สมาชิกคณะกรรมการบริหารและซีอีโอกลุ่มธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ (Life Science) ของเมอร์ค กล่าว “ที่เมอร์ค เราจะเดินหน้ามอบพลังขับเคลื่อนแก่นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ ด้วยโซลูชั่นที่ช่วยยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพในการพัฒนายา เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากที่สุดได้ โดยในนามของเมอร์ค ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัลนี้

การได้รับการยอมรับจากองค์กรอันทรงเกียรติแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีและโซลูชั่นระดับโลกของบริษัท เพื่อเหล่านักวิจัย นักพัฒนายา และผู้ทำงานในห้องแล็บที่กำลังค้นหาวิธีการรักษาโรค

รางวัล CPhl Pharma Award ให้การยกย่องสุดยอดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี การตั้งตำรับ ขั้นตอนการกำกับดูแล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยผลงานของเมอร์คที่ได้รับรางวัลมีดังนี้:

Parteck(R) SRP 80 ได้รับรางวัล “การพัฒนาสารปรุงแต่งและตำรับยา”

Parteck(R) SRP 80 เป็นสารเพิ่มปริมาณยาที่สามารถตอกอัดเป็นเม็ดได้โดยตรงเพื่อการออกฤทธิ์เนิ่นนาน โดยสังเคราะห์ขึ้นสำหรับการผลิตแต่ละรุ่นการผลิต (batch-to-batch) เพื่อความสม่ำเสมอ และเพื่อเพิ่มฤทธิ์ของตัวยา

The Emprove(R) program ได้รับรางวัล “กระบวนการและการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ”

โครงการนี้เปิดเผยเอกสารและข้อมูลกำกับเกี่ยวกับวัตถุดิบหรือวัสดุที่ใช้ในการผลิตยา ข้อมูลนี้ทำให้กระบวนการผลิตมีความโปร่งใส อำนวยความสะดวกในกระบวนการประเมินความเสี่ยงของผู้ผลิตและคุณสมบัติของผู้จัดหาวัตถุดิบ

CPhl เป็นองค์กรระดับโลกที่เชื่อมผู้คนเข้ากับภาคเภสัชกรรม สร้างโอกาสแก่บริษัทยาในการต่อยอดทางธุรกิจ พบปะลูกค้า เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่งเสริมแบรนด์และขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ๆ รางวัล CPhl Pharma Award เป็นรางวัลสำหรับบริษัทในแวดวงชีววิทยาศาสตร์ ที่เปลี่ยนแรงบันดาลใจเป็นนวัตกรรม และร่วมยินดีไปกับเหล่านักคิดนักสร้างที่มอบสิ่งใหม่ๆ ให้แก่วงการ ทั้งการคิดค้นสูตรยา การพัฒนากระบวนการ บรรจุภัณฑ์และเทคโนโลยี

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาคลิกที่ www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้

เกี่ยวกับเมอร์ค

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว 50,000 คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึง liquid crystal ที่ใช้กับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ LCD ทั้งนี้ ในปี 2558 เมอร์คสามารถทำยอดขายได้ 1.285 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ

เมอร์ค ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2211 จึงเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทเมอร์ค ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

เนสเพรสโซ จับมือ เกษตรกรผู้เพาะปลูกกาแฟในเซาท์ซูดาน เดินหน้าฟื้นฟูอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โลซาน, สวิตเซอร์แลนด์–5 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

แม้ความขัดแย้งในประเทศจะยังไม่สิ้นสุด แต่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในเซาท์ซูดานยังเดินหน้าฟื้นฟูอุตสาหกรรมกาแฟของประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลจากความอุตสาหะและทุ่มเทดังกล่าวทำให้เนสเพรสโซเตรียมเปิดตัวกาแฟพันธุ์ Grand Cru SULUJA ti South Sudan* แบบลิมิเต็ดอิดิชั่น ในอีก 5 ประเทศในช่วงต่อไปของเดือนนี้ จากก่อนหน้านี้ที่มีการจำหน่ายกาแฟพันธุ์ดังกล่าวเฉพาะในฝรั่งเศส

เนสเพรสโซได้เปิดตัว SULUJA ti South Sudan เป็นครั้งแรกในฝรั่งเศสเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นกาแฟพันธุ์แรกจากประเทศเกิดใหม่อย่างเซาท์ซูดาน และยังเป็นการส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมันเป็นครั้งแรกของประเทศอีกด้วย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในเซาท์ซูดานจึงผลิตกาแฟกันมากขึ้น ผ่านโครงการ AAA Sustainable Quality(TM) Program ของเนสเพรสโซ ซึ่งช่วยให้เหล่าเกษตรกรสามารถเพิ่มการผลิตและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองให้ดีขึ้น

เนสเพรสโซ ร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงผลกำไร เทคโนเซิร์ฟ (TechnoServe) มาตั้งแต่ปี 2554 เพื่อฟื้นฟูกาแฟสายพันธุ์ดังกล่าวที่ถูกลืมและถูกทำลายจนแทบไม่หลงเหลือในช่วงที่เกิดความขัดแย้งในภูมิภาค โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เนสเพรสโซ และ เทคโนเซิร์ฟ ได้ทำงานร่วมกับเกษตรกรกว่า 700 คน โดยได้เข้าไปสอนทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเพาะปลูกกาแฟ และก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต ทั้งยังช่วยกันจัดตั้งสหกรณ์กาแฟ 5 แห่งแรกในประเทศ พร้อมอำนวยความสะดวกในการก่อสร้างและการดำเนินงานของโรงงานบดเปียกทั้ง 6 แห่งในเมืองเยอิ การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้นและนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของเมือง อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างในเมืองเยอิระยะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อโครงการ และทำให้เทคโนเซิร์ฟประสบความยากลำบากในการเดินหน้าฝึกอบรมเกษตรกรในท้องถิ่น ทั้งนี้ เพื่อเอาชนะอุปสรรคดังกล่าว เทคโนเซิร์ฟจึงหาหนทางเข้าถึงเกษตรกรที่ไม่ละทิ้งไร่กาแฟของตน ด้วยการถ่ายทอดความรู้ด้านพืชศาสตร์ผ่านการกระจายเสียงทางวิทยุเป็นประจำทุกสัปดาห์

ฌอง-มาร์ก ดูวัวแซง ซีอีโอของเนสเพรสโซ กล่าวว่า เราเชื่อในศักยภาพของกาแฟว่าจะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่เกษตรกรในเซาท์ซูดาน และทำให้ฐานเศรษฐกิจของประเทศมีความหลากหลาย เรายังคงมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะช่วยให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกกาแฟฟื้นฟูอุตสาหกรรมของพวกเขา โดยเป้าหมายหลักของเราคือการสร้างมรดกตกทอดอันจะนำมาซึ่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง

การเปิดตัวกาแฟพันธุ์ใหม่นี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) ได้ประกาศเมื่อต้นปีนี้ว่าจะทำงานร่วมกับเนสเพรสโซและเทคโนเซิร์ฟ ในการลงทุน 3.18 ล้านดอลลาร์ในโครงการนี้ตลอด 3 ปีข้างหน้า โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้เซาท์ซูดานกระจายตลาดส่งออกให้หลากหลายออกไปจากปัจจุบันที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันถึง 99% ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ รวมทั้งเพิ่มรายได้ครัวเรือนให้แก่เกษตรกรผู้เพาะปลูกกาแฟรายเล็ก

การร่วมงานกับพันธมิตร

ชีวิตของเกษตรกรในเซาท์ซูดานตกอยู่ในสภาวะที่ต้องแบกรับความท้าทายมาเป็นเวลายาวนาน และจนกระทั่งไม่นานมานี้ก็ยังไม่มีใครคาดคิดว่าการส่งออกกาแฟคุณภาพสูงนั้นจะเป็นไปได้ อย่างไรก็ดี เรามีความคืบหน้าในการทำงานร่วมกับเกษตรกรผ่านการสร้างทักษะและความรู้ เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถปรับปรุงคุณภาพและปริมาณพืชผลได้อย่างยั่งยืน” วิลเลียม วอร์เชอร์ ประธานและซีอีโอของเทคโนเซิร์ฟ กล่าว ในขณะที่สภาพแวดล้อมการทำงานในเซาท์ซูดานยังคงถูกท้าทาย รัฐบาลและเหล่าเอ็นจีโอจึงไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง ด้วยเหตุนี้ การลงทุนด้านธุรกิจจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งเนสเพรสโซได้แสดงความเป็นผู้นำในเรื่องนี้ด้วยการขยายธุรกิจเข้าสู่เซาท์ซูดานและลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง

กาแฟชนิดพิเศษ

SULUJA ti South Sudan ผลิตจากเมล็ดกาแฟโรบัสตาล้วนๆ ทำให้ได้รสสัมผัสนุ่มนวลและมีกลิ่นหอมของเมล็ดพืชตากแห้ง แฝงด้วยกลิ่นไม้บางๆ SULUJA ti South Sudan ใช้กรรมวิธีการผลิตแบบ ‘washed coffee’ ซึ่งต้องอาศัยเกษตรกรที่มีความชำนาญและใช้ระยะเวลานานกว่า แต่จะได้กาแฟที่ให้รสสัมผัสนุ่มนวลกว่า อ่อนละมุนกว่า และมีกลิ่นหอมมากกว่าเช่นกัน SULUJA ti South Sudan จะวางจำหน่ายในสวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ในปริมาณจำกัด อันเนื่องมาจากความหายากของกาแฟชนิดนี้

* SULUJA ti SOUTH SUDAN หมายถึง การเริ่มต้นของเซาท์ซูดานในภาษา Kakwa ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองที่พูดกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่เพาะปลูกกาแฟส่วนใหญ่ในภูมิภาค

เกี่ยวกับ เนสท์เล่ เนสเพรสโซ เอสเอ

เนสท์เล่ เนสเพรสโซ เอสเอ (Nestle Nespresso S.A.) คือผู้บุกเบิกและเป็นต้นแบบกาแฟคุณภาพสูงสุด เนสเพรสโซ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และดำเนินธุรกิจใน 64 ประเทศ ด้วยพนักงานมากกว่า 12,000 คน บริษัทบริหารเครือข่ายค้าปลีกทั่วโลกในรูปแบบร้านเนสเพรสโซ บูติก ซึ่งมีอยู่มากกว่า 450 แห่งในปี 2558 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าชมเว็บไซต์ของบริษัทได้ที่ http://www.nestle-nespresso.com

เกี่ยวกับโครงการ Nespresso AAA Sustainable Quality(TM) Program

โครงการ Nespresso AAA Sustainable Quality(TM) Program เปิดตัวในปี 2546 ด้วยความร่วมมือกับองค์กรเอ็นจีโอ The Rainforest Alliance เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้เพาะปลูกกาแฟ ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน การรับซื้อกาแฟคุณภาพเยี่ยมและมีแนวปฏิบัติด้านการเกษตรที่ดีในราคาที่สูงกว่า การฝึกอบรมแก่เกษตรกร การให้ความช่วยเหลือทางการเงินและเทคนิค เพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับปรุงคุณภาพ ความยั่งยืน และผลิตภาพได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเสาหลัก 3 ประการ ดังสะท้อนให้เห็นผ่านตัวอักษร “AAA” ในชื่อของโครงการนั่นเอง โดยแนวทางนี้จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาสภาพสังคม สภาพแวดล้อม และสภาพเศรษฐกิจสำหรับเกษตรกรผู้เพาะปลูกกาแฟและชุมชนการเกษตร ปัจจุบันมีเกษตรกรกว่า 70,000 รายใน 11 ประเทศเป็นสมาชิกของโครงการนี้

ที่มา: Nespresso

กรุงเวียนนาประกาศข้อบังคับในการจัดเก็บภาษีที่พัก ครอบคลุมเว็บจองห้องพัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เวียนนา–4 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          เพื่อการแข่งขันอย่างยุติธรรมในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กรุงเวียนนาได้ประกาศแก้ไขข้อบังคับสำหรับผู้ให้บริการเช่าห้องพักแก่นักท่องเที่ยว ทั้งผู้ประกอบการพาณิชย์ ผู้ประกอบการเอกชน และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจองห้องพักผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยเจ้าของห้องพักหรือผู้ให้เช่าจะต้องรายงานข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อการชำระภาษี โดยมีผลบังคับใช้ในทันที

          รัฐบาลท้องถิ่นของกรุงเวียนนาวางกรอบข้อบังคับสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงการจัดเก็บภาษีห้องพักตามกฎหมาย Vienna Tourism Promotion Act โดยมูลค่าภาษีคิดเป็นสัดส่วน 3.2% ของราคาห้องพักสุทธิ ซึ่งแขกผู้เข้าพักเป็นผู้จ่าย และมีผลบังคับใช้ทั้งกับที่พักเพื่อการพาณิชย์และที่พักเอกชน โดยประกาศแก้ไขข้อบังคับซึ่งผ่านความเห็นชอบเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ระบุเงื่อนไขว่า เจ้าของที่พักต้องยื่นรายละเอียดที่อยู่ของที่พักทั้งหมดซึ่งเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อให้แน่ใจว่าการชำระภาษีเป็นไปอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ แพลตฟอร์มจองห้องพักผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจะต้องยื่นข้อมูลเพื่อระบุตัวตนของผู้ให้บริการ รวมถึงที่อยู่ของที่พักซึ่งจะเปิดให้บริการเช่นกัน หากละเมิดข้อบังคับดังกล่าว เจ้าของห้องพักจะถูกปรับเป็นเงิน 2,100 ยูโร นอกจากนี้ กรุงเวียนนายังได้ออกแคมเปญให้ความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย

          คุณนอร์เบิร์ท เคทท์เนอร์ ผู้อำนวยการ Vienna Tourist Board กล่าวถึงข้อบังคับดังกล่าวว่า “เมื่อพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจแบ่งปันแล้ว เวียนนาเชื่อมั่นในแนวทางปฏิบัติเพื่อความยุติธรรมมากกว่าการปกป้องผลประโยชน์ เวียนนาสร้างรากฐานการแข่งขันที่มีความโปร่งใส รวมถึงสร้างความเที่ยงตรงของกฎหมายเกี่ยวกับที่พักอาศัย ผ่านการออกข้อบังคับทางกฎหมายที่มีความชัดเจน เพื่อขจัดความคลุมเคลือในการดำเนินการที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ เวียนนามุ่งมั่นที่จะสร้างความหลากหลายให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยกฎข้อบังคับเดียวกันนี้จะต้องมีผลบังคับใช้กับผู้ให้บริการทุกราย และจะมีการเรียกเก็บภาษีในอัตราที่เท่าเทียมกันสำหรับผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการโฆษณาด้านการท่องเที่ยวซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเงินภาษีที่พักในท้องถิ่น”

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

          Vienna Tourist Board

          Isabella Rauter

          โทร. +43-1-21114-301

          อีเมล: media.rel@vienna.info

          ที่มา: Vienna Tourist Board

แมนดาริน ออร์ชาร์ด สิงคโปร์ คว้ารางวัลโรงแรมในเมืองยอดเยี่ยมของสิงคโปร์ ที่งานทีทีจี ทราเวล อวอร์ด ครั้งที่ 27

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–4 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          แมนดาริน ออร์ชาร์ด สิงคโปร์ โรงแรมชั้นนำในเครือเมอริทัส โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ได้รับรางวัล “โรงแรมในเมืองยอดเยี่ยมของสิงคโปร์” (Best City Hotel  — Singapore) ภายใต้สาขาผู้ให้บริการการท่องเที่ยว (Travel Supplier Awards Category) ณ งานมอบรางวัล ทีทีจี ทราเวล อวอร์ด ครั้งที่ 27 ประจำปี 2016

(From L to R) TTG Group Publisher Michael Chow presenting the Best City Hotel — Singapore award to Tan Kim Seng, Chief Operating Officer of Meritus Hotels & Resorts, together with Pierre Quek, TTG Publisher — Online Section.

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161003/8521606283

          บรรยายภาพ: (จากซ้ายไปขวา) ไมเคิล โชว จากทีทีจี กรุ๊ป พับลิชเชอร์ มอบรางวัลโรงแรมในเมืองยอดเยี่ยมของสิงคโปร์ ให้แก่นาย แทน คิม เซง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของ เมอริทัส โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ร่วมกับ ปิแอร์ เควก ตัวแทนจากทีทีจี พับลิชเชอร์ ฉบับออนไลน์

Meritus Hotels & Resorts

          โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160803/8521604955LOGO

          ทีทีจี ทราเวล อวอร์ด จัดขึ้นโดย ทีทีจี เอเชีย เพื่อเชิดชูเกียรติสุดยอดผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิก โดยผู้อ่าน ทีทีจี เอเชีย, ทีทีจี เอเชีย,ทีทีจี ไชน่า, ทีทีจีไมซ์, ทีทีจี แอสโซซิเอชั่นส์ และ ทีทีจี-บีทีไมซ์ ไชน่า เป็นผู้โหวตเลือกองค์กรการท่องเที่ยวที่ตนชื่นชอบมากที่สุด

          นับเป็นครั้งที่ 5 แล้วที่ แมนดาริน ออร์ชาร์ด สิงคโปร์ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ หลังจากที่คว้ารางวัลครั้งแรกเมื่อปี 2010 และถัดมาในปี 2013, 2014, และ 2015

          “นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เราได้รับรางวัลร่วมกับเหล่าผู้ชนะที่มีชื่อเสียงในปีนี้ นอกจากแสดงถึงการยอมรับในแบรนด์ของเราแล้ว รางวัลนี้ยังเน้นย้ำให้เห็นถึงความโดดเด่นของ แมนดาริน ออร์ชาร์ด สิงคโปร์ และคุณค่าที่นำเสนอต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งเราได้ยึดถือมาโดยตลอด” แทน คิม เซง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของ เมอริทัส โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท กล่าว “เราขอมอบรางวัลนี้ให้แก่ลูกค้าคนสำคัญของเรา รวมถึงพันธมิตรในอุตสาหกรรม ตลอดจนทีมงานทุกคนที่แมนดาริน ออร์ชาร์ด สิงคโปร์”

          แมนดาริน ออร์ชาร์ด สิงคโปร์ สร้างความประทับใจให้แขกผู้เข้าพักด้วยความนุ่มนวล ความอบอุ่น และการดูแลเอาใจใส่ในแบบฉบับเอเชียมานานกว่า 40 ปี ห้องพักทั้ง 1,077 ห้อง ของแมนดาริน ออร์ชาร์ด สิงคโปร์ ยังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับนักเดินทางจากทั่วโลกผู้พิถีพิถัน ซึ่งต้องการบริการชั้นเลิศและประสบการณ์การช้อปปิ้งซึ่งรวมไว้ในที่เดียว ณ ใจกลางย่านช้อปปิ้งอันโด่งดังระดับโลกของสิงคโปร์

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมนดาริน ออร์ชาร์ด สิงคโปร์ กรุณาเข้าชมที่ www.mandarinorchard.com.sg

          สื่อมวลชนติดต่อ:

          Ikram Zainy

          ผู้จัดการฝ่ายการสื่อสารการตลาด

          แมนดาริน ออร์ชาร์ด สิงคโปร์ ในเครือเมอริทัส

          โทร: +65 6831 6051

          อีเมล: ikram.zainy@meritushotels.com

         

“LUI Che Woo Prize” จัดพิธีมอบรางวัลประจำปี 2559 ท่ามกลางสักขีพยานกว่าพันคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–4 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

LUI Che Woo Prize – Prize for World Civilisation จัดพิธีมอบรางวัลครั้งปฐมฤกษ์ขึ้นที่ฮ่องกง เพื่อยกย่องบุคคล 3 ท่านแรกที่คว้ารางวัลนี้ และเพื่อเผยแพร่พันธกิจการสร้างโลกที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันร่วมกับแขกผู้มีเกียรติกว่าหนึ่งพันคน

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.prnasia.com/mnr/lcw_201610.shtml

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161003/8521606161-a

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161003/8521606161-b

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161003/8521606161-c

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161003/8521606161-d

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161003/8521606161-e

ศาสตราจารย์หยวน หลงปิง ได้รับรางวัล LUI Che Woo Prize สาขาการพัฒนาโลกอย่างยั่งยืน (Sustainability Prize) โดยมีจุดสนใจพิเศษคือ “อุปทานอาหารโลก: ความปลอดภัยและความมั่นคง” จากความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ในการพัฒนาข้าวลูกผสมที่ให้ผลผลิตสูง ซึ่งนำไปสู่อุปทานอาหารโลกที่มั่นคง โดยศ.หยวนกล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล LUI Che Woo Prize ซึ่งจะเป็นกำลังใจและแรงผลักดันให้ผมพัฒนาตนเองต่อไป”

องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) ได้รับรางวัล LUI Che Woo Prize สาขาการยกระดับความเป็นอยู่ของมนุษยชาติ (Welfare Betterment Prize) โดยมีจุดสนใจพิเศษคือ “การรักษา และ/หรือ การควบคุมโรคระบาด โรคติดเชื้อ หรือโรคเรื้อรัง” จากบทบาทอันสำคัญยิ่งในการรักษาและควบคุมการแพร่ระบาดของอหิวาตกโรคในประเทศเฮติเมื่อปี 2553 และการแพร่ระบาดของอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557 โดยดร.หลิว เฉิน-คุน ประธาน MSF สาขาฮ่องกง กล่าวว่า “MSF รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ และรู้สึกยินดีเป็นพิเศษที่ LUI Che Woo Prize เลือกการรักษาและควบคุมโรคระบาดและโรคติดเชื้อเป็นจุดสนใจพิเศษที่ได้รับรางวัลครั้งปฐมฤกษ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า LUI Che Woo Prize ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาทางเลือกการรักษาและความสามารถในการตอบสนองในกรณีฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคมากที่สุด การต่อสู้กับการแพร่ระบาดของอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกทำให้ MSF ตระหนักว่า ประชาคมโลกยังต้องทำอะไรอีกหลายอย่างเพื่อลดความเสี่ยงที่ยังมีอยู่ให้เหลือน้อยที่สุด”

คุณเจมส์ เอิร์ล “จิมมี่” คาร์เตอร์ ได้รับรางวัล LUI Che Woo Prize สาขาการส่งเสริมทัศนคติที่ดีและกระตุ้นพลังงานด้านบวก (Positive Energy Prize) โดยมีจุดสนใจพิเศษคือ “บุคคลหรือองค์กรที่มีบทบาทในการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างพลัง และมอบความหวังให้กับผู้อื่น” จากการที่ตัวเขาเองและ The Carter Center ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2525 ได้สั่งสมคุณงามความดีมาโดยตลอด ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งในการส่งเสริมทัศนคติที่ดีและกระตุ้นพลังงานด้านบวกให้แก่โลกใบนี้ คุณคาร์เตอร์กล่าวว่า “อันดับแรก ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการพิจารณาจากชายผู้มีจิตใตเมตตาผู้นี้ และถัดมา ผมยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลร่วมกับคนอื่นๆที่ได้รางวัลนี้เช่นกัน รางวัลนี้จะทำให้ The Carter Center สามารถพัฒนาโครงการต่างๆได้อย่างมหาศาล แต่รางวัลนี้ไม่ใช่ของผมคนเดียว ผมจะมอบรางวัลและเงินรางวัลให้แก่ The Carter Center”

ผู้ที่ได้รับรางวัลแต่ละท่านจะได้รับเงินสดมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 2.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เกียรติบัตร และถ้วยรางวัล

ดร.หลิว เฉอ อู๋ กล่าวเสริมว่า “ผู้ที่ได้รับรางวัลล้วนมีภูมิลำเนาและภูมิหลังที่แตกต่างกัน โดยมีทั้งบุคคลและองค์กร ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นสากล ความหลากหลาย และความครอบคลุมของ LUI Che Woo Prize ผมเชื่อว่าความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันคือหัวใจสำคัญ และเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการลดเหตุการณ์ความขัดแย้งทั่วโลก ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า LUI Che Woo Prize ที่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความถูกต้องดีงาม จะเติบโตไปทั่วพื้นที่และเพิ่มสีสันให้แก่โลกของเรา”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีแขกรับเชิญอย่างเป็นทางการมากมายหลายท่าน ได้แก่ คุณถัง ฉี-หวา สมาชิกคณะกรรมการตัดสินรางวัล และรองประธานคณะกรรมการการประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีนชุดที่ 12, คุณซีวาย เหลียง ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และคุณจาง เสี่ยวหมิง ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานของรัฐบาลกลางจีนประจำเขตปกครองพิเศษฮ่องกง นอกจากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ สถาบันการศึกษา ผู้นำศาสนา ผู้นำจากภาคธุรกิจ สื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 800 ท่าน รวมถึงกงสุลกว่า 30 ท่าน ที่เข้าร่วมพิธีเพื่อเป็นสักขีพยานและร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของผู้ที่ได้รับรางวัล ขณะเดียวกัน คณะประสานเสียงเยาวชนแอฟริกันจากยูกันดา รวมถึงคุณเทรย์ ลี นักเชลโชชื่อดัง คุณยิม หวัน นักเปียโนผู้มีชื่อเสียง และคุณมิเชล ซิว ศิลปินผู้ทุพพลภาพ ยังให้เกียรติเข้าร่วมแสดงในพิธี เพื่อมอบพลังบวกและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสังคม ซึ่งจะช่วยสร้างโลกที่เปี่ยมด้วยความรักและสันติภาพ

LUI Che Woo Prize เป็นรางวัลสากลที่มอบให้กับทุกภาคส่วน โดย “จุดสนใจพิเศษ” ของรางวัลแต่ละสาขาจะเปลี่ยนไปในแต่ละปี เพื่อให้สอดรับกับปัญหาและความจำเป็นที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

จุดสนใจพิเศษของรางวัลแต่ละสาขาในปี 2560 ประกอบด้วย

สาขา: การพัฒนาโลกอย่างยั่งยืน (Sustainability Prize)
จุดสนใจพิเศษ: การป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สาขา: การยกระดับความเป็นอยู่ของมนุษยชาติ (Welfare Betterment Prize) 
จุดสนใจพิเศษ: การบรรเทาความยากจน

สาขา: การส่งเสริมทัศนคติที่ดีและกระตุ้นพลังงานด้านบวก (Positive Energy Prize)
จุดสนใจพิเศษ: การสร้างความปรองดองในกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ Ruder Finn Asia

Carmen Lee 
โทร. +852-2201-6435/+852-9755-3121 
อีเมล: leec@ruderfinnasia.com

Gregory Cole 
โทร. +852-2201-6416 / +852-9501-5281
อีเมล: coleg@ruderfinnasia.com