Manufacturing World Osaka 2016 – งานแสดงสินค้าชั้นนำของญี่ปุ่นสำหรับอุตสาหกรรมโรงงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โอซาก้า, ญี่ปุ่น–(บิสิเนส ไวร์)–23 กันยายน 2016

ทำลายสถิติ! ผู้จัดงาน 1,180 รายจากทั่วโลก

Reed Exhibitions Japan Ltd. ซึ่งเป็นผู้จัดงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ประกาศว่างาน Manufacturing World Osaka 2016 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าชั้นนำของญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมโรงงาน กำลังจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้วที่ INTEX โอซาก้าในวันที่ 5-7 ตุลาคม 2016 โดยจะจัดยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20160923005279/en/

http://mms.businesswire.com/media/20160923005279/en/546218/5/IMG_5176%E3%80%80.jpg?download=1
ภาพมุมสูงของงาน Manufacturing World Osaka 2015 (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

จัดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด!
เนื่องจากการได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่งใหญ่จากอุตสาหกรรมโรงงานในประเทศญี่ปุ่นและในเอเชีย จำนวนของผู้จัดงานในปี 2016 คาดว่าจะมากถึง 1,180* รายจากทั่วโลก ตัวเลขนี้จะเป็นตัวเลขที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการจัดงาน Manufacturing World Osaka และเพิ่มจากปีที่แล้ว 11%

ตัวเลขของผู้เข้างานคาดว่าจะมีจำนวน 51,000* คนหนาแน่นพื้นที่ตลอดสามวันของงานแสดง จากการเซอร์เวย์ของผู้เข้างานในขั้นตอนก่อนลงทะเบียนนั้นได้ให้ข้อมูลว่า แรงจูงใจของผู้เข้าร่วมงานในการซื้อสินค้าจากผู้แสดงสินค้านั้นมีอยู่สูงมาก *ตัวเลขที่คาดหวัง

ผู้จัดงานนานาชาติมากขึ้น ที่พบปะที่ดีสำหรับธุรกิจของโลก!
ตัวเลขของผู้จัดงานนานาชาติปี 2016 คาดว่าจะมี 200 ราย* และตัวเลขนี้ได้เพิ่มขึ้น 11% จากปีที่แล้ว ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการจัดงาน Manufacturing World Osaka “ข้อเท็จจริงนี้หมายถึงว่า Manufacturing World Osaka ได้มีวิวัฒนาการให้เป็นงานแสดงสินค้าของโลกและงานแสดงนี้เป็นแพลตฟอร์มของโลกสำหรับผู้จัดงานนานาชาติเพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่กับโรงงานของญี่ปุ่น” Takeshi Fujiwara ผู้อำนวยการการจัดงานแสดงของ Manufacturing World กล่าว “เราหวังว่าจะมีการพบปะกันระหว่างผู้แสดงสินค้านานาชาติและผู้เข้างานชาวญี่ปุ่นใน Manufacturing World Osaka 2016 และนำพาไปสู่นวัตกรรมที่สามารถทำให้เกิดรถที่ดีขึ้น รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถไฟ เครื่องบิน และอื่นๆ” *ตัวเลขที่คาดหวัง

งานแสดงสินค้าที่รอคอยมาอย่างยาวนาน! 1st Factory Facilities & Equipment Expo, FacTex Osaka (เครื่องอำนวยความสะดวกและเครื่องมือในโรงงาน) จะมีการเปิดตัวในงาน Manufacturing World Osaka 2016

โอซาก้านั้นขึ้นชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดในด้านอุตสาหกรรมโรงงานแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และจะมีโรงงาน โกดังสินค้าในโอซาก้าและญี่ปุ่นฝั่งตะวันตกเข้าร่วมมากมาย 1st Factory Facilities & Equipment Expo, FacTex Osaka เป็นงานแสดงสินค้าที่ผู้คนที่บริหารจัดการโรงงาน และโกดังของตนเองสามารถพบปะกับบริการ และผลิตภัณฑ์ที่ดีสำหรับตนเองในการบริหารหรือพัฒนาให้โรงงานของตนเองดีขึ้น

งานแสดงในครั้งนี้เป็นงานแสดงที่มีคอนเซ็ปต์ที่เป็นเอกลักษณ์ในโลก ดังนั้น FacTex Osaka จึงมุ่งความสนใจไม่เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นแต่จากทั่วโลก

ประเด็นที่สำคัญ – ผู้นำทางอุตสาหกรรมกล่าวถึงประเด็นน่าสนใจล่าสุด

ประเด็นสำคัญต่างๆ จะมีการจัดขึ้นในงานแสดงสินค้า ผู้นำในอุตสาหกรรมจากโรงงานชั้นนำของโลก อย่าง NISSAN, PANASONIC, SIEMENS, DENSO, FANUC, BECKHOFF, FUJITSU และอื่นๆ จะมาเปิดเผยถึงประเด็นใหม่ล่าสุดของเขาในเรื่องยานยนต์แห่งอนาคต อุตสาหกรรม 4.0 IoT เทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมโรงงาน เป็นต้น คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานสัมมนาประมาณ 5,000 คน (4,636 คนเข้าร่วมในงานปี 2015 ซึ่งตัวเลขนี้ไม่นับซ้ำซ้อนกับผู้เข้าชมงานแสดงสินค้า)

ประเด็นสำคัญ (M-K)
Hideyuki Sakamoto รองประธานกรรมการของ NISSAN MOTOR CORPORATION
“ความท้าทาย: การสร้างยานพาหนะเจเนอเรชั่นใหม่โดย NISSAN”

ลงทะเบียนเข้างานได้แล้ววันนี้! สมัครเพื่อรับบัตรเข้าชมงานแสดงฟรี!
สำหรับการเข้างาน Manufacturing World Osaka 2016 ฟรีนั้น ผู้เข้างานต้องสมัครลงทะเบียนสำหรับผู้ร่วมงานผ่านทางเว็บไซต์ทางการของงาน ณ ขณะนี้ได้เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว สามารถเข้าไปที่ URL ด้านล่างและลงทะเบียนในแบบฟอร์มสำหรับการรับบัตรเข้างาน

ลงทะเบียนเพื่อรับบัตรเขางาน:
http://www.japan-mfg.jp/en/osaka/inv/
ใบสมัครเข้างานเป็นหมู่คณะ (มากกว่า 6 คน):
http://www.japan-mfg.jp/en/osaka/inv_group/

ข้อมูลของ Manufacturing World Osaka 2016

วัน/สถานที่/ผู้จัด
วัน: พุธที่ 5 ถึงศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2016
สถานที่: INTEX โอซาก้า ญี่ปุ่น
จัดโดย: Reed Exhibitions Japan Ltd.

งานแสดงภายใน Manufacturing World Osaka 2016
• 19th Mechanical Components & Materials Technology Expo [M-Tech Osaka]
• 19th Design Engineering & Manufacturing Solutions Expo [DMS Osaka]
• 1st Factory Facilities & Equipment Expo [FacTex Osaka]

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
Manufacturing World Osaka 2016: http://www.japan-mfg.jp/en/osaka/
รายชื่อผู้แสดงสินค้า: http://www.japan-mfg.jp/en/osaka/exhibitor/
ฐานข้อมูลผู้แสดงสินค้า: http://www.mtech-kansai.jp/en/eguide/
ติดต่อรับบัตรเข้างาน (สำหรับผู้เข้างาน): http://www.japan-mfg.jp/en/osaka/inv/
ติดต่อข้อมูลของงาน (สำหรับผู้แสดงงาน): http://www.mtech-kansai.jp/en/ex/

ข้อมูลของ Manufacturing World Series – 3 ครั้งใน 1 ปี

Osaka Show – ครั้งที่ 19
งานที่ใหญ่ที่สุดในตลาดญี่ปุ่นตะวันตก ผู้จัดงาน 1,180* ราย ผู้เข้างาน 51,000* คน (*ตัวเลขที่คาดหวัง)

Manufacturing World Osaka 2016
วัน: พุธที่ 5 ถึงศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2016
สถานที่: INTEX โอซาก้า ญี่ปุ่น
เว็บไซต์: http://www.japan-mfg.jp/en/osaka/

Nagoya Show – ครั้งที่ 2
งานที่ใหญ่ที่สุดในตลาดญี่ปุ่นตอนกลาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมโรงงานในญี่ปุ่น ผู้จัดงาน 1,000* ราย ผู้เข้างาน 35,000* คน (ตัวเลขที่คาดหวัง)

Manufacturing World Nagoya 2017
วัน: พุธที่ 12 ถึงศุกร์ที่ 14 เมษายน 2017
สถานที่: Nagoya International Exhibition Hall (Portmesse Nagoya) ญี่ปุ่น
เว็บไซต์: http://www.japan-mfg.jp/en/nagoya/

Tokyo Show – ครั้งที่ 28
ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ผู้จัดงาน 2,420* ราย ผู้เข้างาน 89,000* คน (ตัวเลขที่คาดหวัง)

Manufacturing World Japan 2017
วัน: พุธที่ 21 ถึงศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2017
สถานที่: Tokyo Big Sight ญี่ปุ่น
เว็บไซต์: http://www.japan-mfg.jp/en/tokyo/

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160923005279/en/

สถาปนิกชาวดัตช์นำเสนอสิ่งประดิษฐ์ใหม่ มุ่งต่อยอดพัฒนาเครื่องกำเนิดพลังงานจากแรงโน้มถ่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อัมสเตอร์ดัม–29 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – สถาปนิกและนักวิทยาศาสตร์ชาวดัตช์พิสูจน์ทฤษฎีที่ว่า “เราสามารถนำพลังงานจากแรงโน้มถ่วงมาใช้ได้หรือไม่?”

          – ขณะนี้สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นคำตอบของคำถามข้างต้นกำลังนำไปสู่การพัฒนาเครื่องกำเนิดพลังงานภายในบ้านอันยั่งยืน

          เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว Janjaap Ruijssenaars สถาปนิกชาวดัตช์จาก Universe Architecture ในกรุงอัมสเตอร์ดัม และนักวิทยาศาสตร์จาก VIRO เมืองเฮงเงโล ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้พิจารณาหลักฐานทางกายภาพ ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์บนพื้นฐานของการคำนวณก่อนหน้านี้ โดยเมื่อแรงโน้มถ่วงผนวกเข้ากับความไม่แน่นอนเชิงกลไกจะก่อให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพของเทคนิคที่เปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า เรียกว่า เพียโซอิเล็กทริก (piezoelectricity) ซึ่งประสิทธิภาพที่เพิ่มสูงขึ้นนี้เองจะช่วยเปิดประตูสู่การพัฒนาเครื่องกำเนิดพลังงานรูปแบบใหม่

Janjaap Ruijssenaars with proof of principle of Gravity Energy invention (photo by Martin Wengelaar) (PRNewsFoto/Universe Architecture)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160926/412014 )

          ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ Ruijssenaars ระบุว่า “ผมพยายามคิดหาหนทางที่จะนำหลักการเปลี่ยนแปลงของแรงโน้มถ่วงมาใช้ เพราะการเปลี่ยนแปลงของแรงโน้มถ่วงสามารถทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าได้” ทั้งนี้ บทสัมภาษณ์ดังกล่าวซึ่งถูกนำไปออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ในหลายประเทศ ได้เรียกความสนใจจากบรรดานักลงทุนด้านพลังงาน ซึ่งรวมถึง Jeroen van den Hamer โดยนักลงทุนอิสระ (Angel investor) ผู้นี้ได้เข้าซื้อหุ้น 10% ของบริษัท Gravity Energy ในกรุงอัมสเตอร์ดัมที่จะออกใบอนุญาตให้นำสิ่งประดิษฐ์ที่จดสิทธิบัตรดังกล่าวไปพัฒนาต่อไป Jeroen van den Hamer กล่าวว่า “เมื่อเทียบกับพลังงานยั่งยืนที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาทิ กังหันลม และแผงเซลล์แสงอาทิตย์แล้ว สิ่งประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพสูงนี้สามารถเรียกความสนใจจากเรา เพราะสิ่งนี้อาจถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมได้เลย”

          แนวคิด: เมื่อทำให้น้ำหนักไร้สมดุล พลังงานจากแรงโน้มถ่วงจะกลายเป็นตัวเสริมแหล่งกำเนิดพลังงานเพียโซ แค่สายลมเอื่อย ๆ ก็เพียงพอสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว สำหรับพลังงานที่เหลือจะถูกเก็บไว้ใช้ในขดลวดสปริงซึ่งสามารถนำน้ำหนักกลับคืนสู่ภาวะสมดุลที่ไร้ความเสถียรได้ นี่ถือเป็นแก่นของแนวคิด พร้อมประสิทธิภาพพลังงานที่สูงถึง 80% ต่อรอบ

          Ruijssenaars ตื่นเต้นกับสิ่งประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและได้รับการพิสูจน์รับรองแล้ว ทั้งนี้ เขาต่อต้านแนวคิด perpetuum mobile เนื่องจากวิธีการดังกล่าวจำเป็นต้องมีพลังงานป้อนอยู่เสมอ ทว่าหลักการของสิ่งประดิษฐ์ข้างต้นสามารถปรับใช้ได้ทั้งในสถานที่ขนาดเล็กและใหญ่ นอกจากนี้ เขายังมองเห็นความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบกำเนิดพลังงานซึ่งมีอยู่แล้วในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอีกด้วย

          รับชมวิดีโอการบรรยายเกี่ยวกับ Gravity Energy ได้ที่: http://www.gravityenergy.nl/#video

          การเผยแพร่ทฤษฎีการประดิษฐ์ครั้งแรกเมื่อช่วงปลายปี 2015: http://www.thaipr.net/energy/668002

          ข้อมูล:

           http://www.universearchitecture.com

          เพิ่มเติม:

          บทสัมภาษณ์จากรอยเตอร์: https://www.youtube.com/watch?v=W_KG91PVYtA

          การออกอากาศทางโทรทัศน์: 

           https://www.youtube.com/watch?v=tBIghZwP-x4

           https://www.youtube.com/watch?v=i84EH93u8f0

           https://www.youtube.com/watch?v=SN-Fr3VMV1I

          ที่มา: Universe Architecture

“วันหัวใจโลก” ปีนี้ เริ่มเปลี่ยนตัวเองเพื่อสุขภาพหัวใจที่ดีกว่าเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เจนีวา–29 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

เนื่องในวันหัวใจโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 29 กันยายน 2559 ทางสมาพันธ์หัวใจโลก (WHF) ได้ออกมารณรงค์ให้ทั่วโลกใช้พลังของข้อมูลข่าวสารเพื่อช่วยชีวิตประชากร 1 ใน 10 ของโลกที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคหัวใจและหลอดเลือด[1]

 

World Heart Day (PRNewsFoto/The World Heart Federation (WHF))

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160927/412404LOGO) 

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตทั่วโลก โดยคร่าชีวิตผู้ป่วยกว่า 17 ล้านคนต่อปี อย่างไรก็ตาม กว่า 80% ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสามารถป้องกันได้[2] 

ด้วยเหตุนี้ เว็บไซต์วันหัวใจโลก (http://worldheartday.org) จึงได้รวบรวมข้อมูลสำคัญๆ เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงสุขภาพหัวใจของตนเองมากขึ้น เช่น แบบทดสอบระดับ IQ ของหัวใจ ที่จะทำให้รู้ว่าเราดูแลหัวใจดีแค่ไหน นอกจากนี้ ทางสมาพันธ์หัวใจโลกยังได้เรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายและรัฐบาลประเทศต่างๆ ใช้ข้อมูลข่าวสารให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงใช้ระบบติดตามและเฝ้าระวังโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพด้วย 

การออกมารณรงค์ครั้งนี้อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลสรุปนโยบายของทางสมาพันธ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการเฝ้าระวังโรคหัวใจและหลอดเลือดของประเทศต่างๆทั่วโลกที่ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งยังกล่าวถึงความท้าทายอีกหลายประการ เช่น การขาดแคลนทรัพยากร บุคลากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไปจนถึงการขาดแรงผลักดันทางการเมือง นอกจากนั้นยังให้ข้อเสนอแนะต่างๆ ทั้งในด้านการเสริมความแข็งแกร่งของระบบจดทะเบียนชีพ การแบ่งปันแนวปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการทำลายแรงเฉื่อยทางการเมือง 

โจฮันนา ราลสตัน ประธานบริหารสมาพันธ์หัวใจโลก กล่าวว่า “โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ในหลายกรณี เราจึงพยายามรณรงค์ให้ประชาชนเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองในวันหัวใจโลกนี้ การเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆน้อยๆ เช่น การหันมารับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และเลิกสูบบุหรี่ สามารถทำให้สุขภาพหัวใจดีขึ้นได้จริงๆ นอกจากนี้ เรายังต้องการระบบเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพและมีความละเอียดมากกว่าเดิม เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าประเทศใดบ้างที่ต้องการความช่วยเหลือ และประเทศใดบ้างที่เราสามารถเอาเป็นแบบอย่างได้” 

ปัจจุบัน คาดว่ามีเพียง 42 ประเทศที่มีระบบติดตามและเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อ ซึ่งนับว่าเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายการลดจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อขององค์การอนามัยโลก[3] 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันหัวใจโลกได้ที่ http://www.worldheartday.org 

อ้างอิง

1. World Health Organization, 2012

2. http://www.world-heart-federation.org/what-we-do/world-heart-day/about-world-heart-day/

3. Kroll et al. Challenges to the surveillance of non-communicable diseases-a review of selected approaches BMC Public Health (2015) 15:1243 DOI 10.1186/s12889-015-2570-z 

ที่มา: The World Heart Federation (WHF)

Acumatica จับมือ Censof นำซอฟต์แวร์ Cloud ERP มาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบลวิว, วอชิงตัน–29 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          -ขึ้นแท่นพันธมิตรรับจ้างผลิต (OEM) ระดับภูมิภาครายใหม่

          Acumatica ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการบัญชีและซอฟต์แวร์การวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning – ERP) บนระบบคลาวด์ ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับบริษัท Censof Holdings Berhad (Censof) ผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์ชั้นนำของประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการจัดหาและให้บริการโซลูชั่นการจัดการเงิน การเป็นพันธมิตรระดับนานาชาติในครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ทั้งภาคการค้าและประชาชนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับประโยชน์มากมายจากการวางแผนทรัพยากรองค์กรบนระบบคลาวด์

Blue-Horizontal-Logo-on-White-Background-JPG Logo / Acumatica logo (PRNewsFoto/Acumatica)

Acumatica logo (PRNewsFoto/Acumatica)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160131/327762LOGO

          การจับมือเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงรายได้และการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งของทั้งสองบริษัท จากการที่มีผู้ใช้ Cloud ERP เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

          จอน รอสคิลล์ ซีอีโอของ Acumatica กล่าวว่า “Censof มีประวัติยาวนานในการนำเสนอนวัตกรรมและบริการทางการเงินระดับเวิลด์คลาส ซึ่งการนำเสนอบริการ Cloud ERP โดยอาศัยเทคโนโลยีจาก Acumatica จะเป็นการสานต่อแบบแผนดังกล่าว พร้อมมอบประสิทธิภาพที่เหนือความคาดหมาย ตลอดจนความยืดหยุ่นและความแคล่วคล่องว่องไวให้กับลูกค้า เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับโอกาสทางการตลาดที่รอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า”

          “แพลตฟอร์มของ Acumatica สามารถใช้งานได้จริงตามความเป็นจริงในปัจจุบัน และในขณะเดียวกันก็พร้อมปรับตัวสำหรับอนาคต” อาเมียร์ บิน ชาอิค ไมดิน กรรมการผู้จัดการกลุ่ม Censof กล่าว “ไม่มีบริษัทใดอีกแล้วที่มอบความสะดวกสบายใช้งานง่าย และความสามารถในการปรับแต่งให้แก่ลูกค้ามากเท่ากับเรา เทคโนโลยี Acumatica คือแพลตฟอร์มที่ใช่สำหรับเรา เพื่อที่เราจะได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์คลาวด์ให้สอดคล้องกับความต้องการในท้องถิ่นต่อไป”

          “การเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้จะช่วยประหยัดเวลาในการพัฒนาได้หลายปี และช่วยให้เราเปิดตัวออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วพร้อมความได้เปรียบในการแข่งขัน เรารู้สึกตื่นเต้นเกี่ยวกับโอกาสที่จะได้รับจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมคลาวด์ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ซึ่งแม้อัตราการใช้งานยังไม่สูงนัก แต่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ”

          “นี่ถือเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ Acumatica” โรเบิร์ต มาโฮวาลด์ รองประธานกลุ่ม โมเดลธุรกิจคลาวด์และแอปพลิเคชั่นของ IDC กล่าว “Acumaticaเพิ่งติดทำเนียบ ‘IDC Private Vendor Watch List’ ของเราเมื่อไม่นานมานี้ และการเป็นพันธมิตร OEM ดังเช่นที่ทำร่วมกับ Censof นั้น จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของพวกเขา ในขณะเดียวกัน ผู้นำตลาดอย่าง Censof เองก็ต้องการใช้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์ ERP บนระบบคลาวด์อย่างเต็มความสามารถเพื่อการเติบโตต่อไปในตลาดแห่งอนาคตที่มีคลาวด์เป็นพื้นฐาน”

          Censof ยังคงรุกเดินหน้าขยายธุรกิจไปทั่วโลก เพื่อวางรากฐานตำแหน่งของตนให้แข็งแกร่งทั้งในตลาดที่พัฒนาแล้วและในตลาดเกิดใหม่ นอกเหนือจากโซลูชั่นการจัดการการเงินแล้ว Censof ยังให้บริการโซลูชั่นธุรกิจตามความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการดำเนินงานทางธุรกิจ การวิเคราะห์บริษัท การบริหารความมั่งคั่ง การพัฒนาแอปพลิชั่น และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนได้รับการรับรองความเป็นมืออาชีพตามมาตรฐาน ISO 9001:2008 ซึ่งออกให้โดยหน่วยงาน Bureau Veritas Certification

          “Censof คือผู้รับจ้างผลิตสินค้ามืออาชีพและมากความสามารถ” คริสเตียน ลินด์เบิร์ก รองประธานฝ่ายพาร์ทเนอร์โซลูชั่นของ Acumatica กล่าว “เราตั้งตารอที่จะได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Cloud ERP ของ Censof ซึ่งมี Acumatica เป็นขุมกำลังขับเคลื่อน”

          เกี่ยวกับ Censof

          Censof Group ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญด้านโซลูชั่นซอฟต์แวร์การจัดการการเงิน โซลูชั่นของบริษัทมีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั้งในภาครัฐและเอกชนในมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฮ่องกง กลุ่มบริษัทยังได้ขยายโซลูชั่นบริการทางการเงินให้ครอบคลุมบริการอี-เพย์เมนต์เกตเวย์ และโซลูชั่นซอฟต์แวร์บริหารจัดการความมั่งคั่งอีกด้วย นอกจากนี้ Censof ยังมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนงานพัฒนาทุนมนุษย์ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการรับรองเทคโนโลยี ทั้งนี้เมื่อเดือนมกราคม 2011 กลุ่มบริษัทได้จดทะเบียนซื้อขายบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่ www.censof.com

          เกี่ยวกับ Acumatica

          Acumatica ให้บริการซอฟต์แวร์การบริหารธุรกิจบนระบบคลาวด์ที่ช่วยให้บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางสามารถเร่งการขยายธุรกิจได้เร็วขึ้น Acumatica นำเสนอชุดแอปพลิเคชันการบริหารธุรกิจที่ครบวงจร เช่น การเงิน การจัดจำหน่าย CRM และบัญชีโครงการ บนแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่น โดยใช้เทคโนโลยีคลาวด์และเคลื่อนที่ ตลอดจนโมเดลการออกใบอนุญาตที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.acumatica.com

          สื่อมวลชนติดต่อ:

          อีเมล: aaronblank@feareygroup.com

          โทร: 206.343.1543

จดหมายข่าว BRpr เดือนก.ย. โดยสมาคมสื่อสารธุรกิจบราซิล ถกประเด็นน่าสนใจกับประธาน Itau Bank

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซาเปาโล–29 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Aberje – Associacao Brasileira de Comunicacao Empresarial หรือสมาคมการสื่อสารภาคธุรกิจของบราซิล ได้ออกจดหมายข่าว BRpr ฉบับที่ 5 ประจำเดือนกันยายน โดยทางสมาคมได้ริเริ่มโครงการจดหมายข่าวขึ้นเพื่อนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีสำหรับแวดวงการสื่อสารองค์กรของบราซิล ผ่านการสนทนาแลกเปลี่ยนกับนานาประเทศ

จดหมายข่าวฉบับที่ 5 นี้ ประกอบด้วยบทความน่าสนใจหลายชิ้น หนึ่งในนั้นคือการอภิปรายถึงนโยบายสาธารณะของบราซิลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่ง Ricardo Sennes หุ้นส่วนผู้จัดการจาก Prospectiva ได้นำเสนอสาระสำคัญและปัญหาหลักๆ ของนโยบายเหล่านี้ ขณะที่ความร่วมมือระหว่าง Aberje กับ Beatriz Garcia นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ก็ได้รับการนำเสนอในจดหมายข่าวฉบับนี้เช่นกัน จากการที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันทำการศึกษาวิจัยระยะเวลาหนึ่งปี เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมของมหกรรมโอลิมปิก ริโอ เกมส์ 2016 โดยได้รับความร่วมมือจาก School of Communication and Arts แห่งมหาวิทยาลัยเซาเปาโล (USP) และได้รับการสนับสนุนจาก British Academy

สำหรับบทความอีกหนึ่งชิ้นนั้นกล่าวถึงการประชุมของ Lidercom ในเซาเปาโล ซึ่ง Roberto Setubal ประธานของธนาคาร Itau ได้ร่วมพูดคุยกับกลุ่มนักสื่อสาร โดยมุ่งเน้นไปที่ขั้นตอนและนโยบายต่างๆ ที่ทำให้ Itau ประสบความสำเร็จในการสร้างชื่อเสียงระดับโลก ขณะที่ความโปร่งใส ความสอดคล้อง การจัดการอย่างเป็นระบบ และการกำกับดูแล คือหนึ่งในหัวข้อหลักของการประชุมครั้งนี้

เกี่ยวกับ Aberje  – Aberje – Brazilian Association for Business Communication หรือ สมาคมการสื่อสารภาคธุรกิจของบราซิล เป็นแหล่งอ้างอิงหลักสำหรับการผลิตและการเผยแพร่ความรู้และวิธีปฏิบัติในด้านการสื่อสารองค์กรของประเทศบราซิล Aberje ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 ในฐานะองค์กรวิชาชีพและวิทยาศาสตร์ซึ่งไม่แสวงผลกำไร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการสื่อสารภายในบริษัทและสถาบันต่าง ๆ และปลูกฝังบทบาทของนักสื่อสาร สำหรับกิจกรรมหลักของ Aberje ได้แก่ การสนับสนุน เนื้อหา การศึกษา และอาชีพ

กิจกรรมของ Aberje ไม่ได้จำกัดอยู่ในประเทศบราซิล โดยทางองค์กรได้สร้างความสัมพันธ์และดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนกับหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส เยอรมนี อิตาลี อินเดีย เม็กซิโก อาร์เจนตินา ชิลี โคลอมเบีย และเปรู โดยมีสถานะเป็นหน่วยงานคลังสมองเพื่อการสื่อสารภาคธุรกิจของประเทศบราซิล

สมัครรับจดหมายข่าว BRpr ได้ที่ http://aberje.siteprofissional.com/optinbrpr.asp

 

ข้อมูลสำหรับติดต่อ:
Tato Carbonaro
ฝ่ายรัฐกิจและวิเทศสัมพันธ์
โทร. +55 11 5727-9090
อีเมล: tatocarbonaro@aberje.com.br

TE Index Q3 ชี้ภาคประชาชน คะแนนหด ตกเกณฑ์ ความรับผิดชอบต่ำ ส่อคอร์รัปชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ผลเท่ อินเด็กซ์ (TE Index) ภาคประชาชน ไตรมาส 3 ภาพรวมคะแนนลดลงทุกปัจจัย ต่ำกว่าเกณฑ์ ความรับผิดชอบได้คะแนนต่ำสุด คอร์รัปชั่นรั้งท้าย แนะช่วยกันตรวจสอบ เลิกคบค้าพวกไม่ซื่อ

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสภาปัญญาสมาพันธ์ และประธานอำนวยการบริหารจัดทำดัชนีประสิทธิผลประเทศไทย (เท่ อินเด็กซ์) แถลงผลดัชนีประสิทธิผลประเทศไทยดัชนีประสิทธิผลการทำงานของภาคประชาชน ประจำไตรมาส 3 ปี 2559 ชี้ภาพรวมคะแนนลดลงทุนปัจจัย โดยความรับผิดชอบได้คะแนนต่ำสุด ส่วนคอร์รัปชั่นรั้งท้าย แนะให้ช่วยกันตรวจสอบ และเลิกคบค้าพวกไม่ซื่อ และการบรรยายพิเศษจาก รศ.ดร. สมภพ มานะรังสรรค์ เรื่อง “Thailand 4.0 and the global mega trends”ในงานแถลงผลของสภาปัญญาสมาพันธ์ครั้งที่ 10 มีผู้สนใจและกลุ่มนักศึกษาจากองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงเข้าร่วมรับฟัง

ดัชนีประสิทธิผลการทำงานของภาคประชาชน (People Sector Effectiveness Index – PPE Index) ประจำไตรมาส 3 ปี 2559 พบว่า ในภาพรวม ได้คะแนนร้อยละ 69.1 ลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา ร้อยละ 1.65 (ไตรมาส 2 ร้อยละ 70.8) โดยรวมแล้วมีคะแนนลดลงในทุกปัจจัย และต่ำกว่าความคาดหวังของประชาชน

ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้ คณะทำงานฯ ได้สอบถามประชาชนถึงระดับคะแนนขั้นต่ำที่ประชาชนพอใจที่จะนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินประสิทธิผลการทำงาน ซึ่งได้ค่าคะแนนที่ร้อยละ 71.9 ดังนั้น เมื่อเทียบประสิทธิผลการทำงานของภาคประชาชนกับเกณฑ์แล้ว ถือว่าภาคประชาชนยังไม่ผ่านเกณฑ์ในไตรมาสนี้ 

ปัจจัยที่ได้คะแนนสูงสุดในไตรมาสที่ 3 ได้แก่ การสร้างพันธมิตรและการบูรณาการ ได้คะแนนร้อยละ 71 ลดลงเล็กน้อย โดยไตรมาส 2 ได้คะแนนร้อยละ 72 แต่ยังถือว่าสูง สาเหตุอาจเนื่องมาจากการทำงานแบบเชื่อมโยงกับภาคส่วนอื่นๆ เป็นลักษณะเฉพาะที่เห็นได้ชัดเจนของภาคประชาชน และในช่วงที่ผ่านมา มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ประชาชนรับรู้ถึงการทำงานของภาคประชาชนที่สร้างพันธมิตรกับหน่วยงานอื่นๆ

ปัจจัยอันดับสอง ได้แก่ การตอบสนองความต้องการของสังคม ได้คะแนนร้อยละ 70.8 ลดลงจากไตรมาสก่อน ร้อยละ 1.9 (ไตรมาส 2 ร้อยละ 72.6) ประชาชนให้คะแนนปัจจัยนี้เป็นอันดับ 2 เหตุผลอาจเนื่องจากภาคประชาชนทำหน้าที่เพื่อฟื้นฟู พัฒนา และแก้ไขปัญหาที่ตอบสนองความคาดหวังของสังคมได้อย่างรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ ตรงประเด็น โดยเฉพาะองค์การที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปของประชาชน เช่น มูลนิธิกระจกเงา ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาสังคม และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเรื่องของการติดตามบุคคลสูญหาย เป็นต้น

ส่วนคะแนนอันดับสาม ได้แก่ ปัจจัยความสามารถในการเข้าถึงประชาชน ได้คะแนนร้อยละ 70.1 ลดลงจากไตรมาสก่อนเพียงเล็กน้อย (0.89%) สาเหตุน่าจะเป็นเพราะการที่องค์การภาคประชาชนยังคงมีข่าวปรากฏในสื่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนรับรู้ถึงผลการปฏิบัติงานที่แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็วและสำเร็จ

ส่วนปัจจัยที่ได้คะแนนต่ำสุด ได้แก่ ความรับผิดรับชอบ ได้คะแนนร้อยละ 65.4 ลดลงจากไตรมาส 2 ร้อยละ 2.8 (ไตรมาส 2 ร้อยละ 68.2) ปัจจัยนี้ นอกจากได้คะแนนต่ำที่สุดแล้ว ยังมีคะแนนลดลงจากไตรมาสก่อนมากที่สุดอีกด้วย เหตุผลอาจสืบเนื่องจากในไตรมาสที่ 3 นั้น มีข่าวด้านลบเกี่ยวกับองค์กรภาคประชาชนปรากฏในสื่ออย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีผู้ควบคุมการผลิตคอนเสิร์ตการกุศล “สร้างรอยยิ้มเพื่อผู้ยากไร้และด้อยโอกาส” ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชน ทำการเบิกเงินจริงสำหรับการจัดคอนเสิร์ตการกุศลดังกล่าว และไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบเมื่อเรื่องราวถูกเปิดเผย เป็นต้น

นอกจากนี้ ปัจจัยที่ได้คะแนนต่ำรั้งท้ายรองลงมา ได้แก่ การปลอดคอร์รัปชั่น ได้คะแนนร้อยละ 67.9 ลดลงร้อยละ 2.8 จากไตรมาสก่อน (ไตรมาส 2 ร้อยละ 70) คะแนนที่ลดลง สะท้อนว่า ประชาชนเริ่มเห็นว่าการคอร์รัปชั่นไม่ได้เป็นเพียงปัญหาในภาครัฐและภาคเอกชนเท่านั้น แต่ยังได้กลายเป็นปัญหาในภาคประชาชนด้วย ทั้งนี้ อาจเนื่องจากมีข่าวที่มีองค์การภาคประชาชนบางส่วนได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีความเรื่องการคอร์รัปชั่น เช่น คดีฉ้อโกงทรัพย์สินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กรณีสมาคมกีฬายูโด ค้างเบี้ยฝึกซ้อมแก่นักกีฬาและคู่ซ้อม หรือกรณีสหกรณ์แห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีทำสัญญาขายฝากที่ดินโดยมิชอบ เป็นต้น

จากกรณีข่าวการทุจริตในภาคประชาชนปรากฏในสื่อบ่อยขึ้นนั้น เสนอว่า ประชาชนควรสนใจดูแล ตรวจสอบ และควรใช้มาตรการกดดันทางสังคม ไม่ให้ความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาชนที่ไม่แสดงความรับผิดเมื่อเกิดความเสียหายแก่สังคม รวมทั้ง ควรมีการประชาสัมพันธ์ประชาชนให้รับรู้ว่า หากเกิดเหตุเสียหาย สามารถร้องเรียนกรณีความผิดได้ในช่องทางใดบ้าง เช่น ส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 2 สำนักงานสอบสวนและนิติกร กรมการปกครอง เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ประชาชนยังไม่รับรู้มากนัก เป็นต้น

สามารถดูภาพข่าวเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2cCfauI

อี้หร้ง ผู้นำเข้า IT Security Product รุกจัดงาน Security Solution Day by E-rong ผู้สนใจเข้าร่วมงานคึกคัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บริษัท อี้หร้ง คอนซัลแตนท์ส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Cyberoam UTM Firewall แห่งประเทศไทย และปัจจุบันเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Sophos  แห่งประเทศไทย ได้จัดงานสัมมนา Security Solution Day เพื่ออัพเดทเรื่องของโลกอินเทอร์เน็ต ความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ต การจัดการสารสนเทศ ความน่ากลัวของภัยคุกคามแบบต่างๆ รวมทั้งการเสนอแนะโซลูชั่นต่างๆที่เหมาะสม ให้แก่ผู้เ้ข้าร่วมสัมมนา ที่โรงแรมเชอราตันแกรนด์สุขุมวิท โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

คุณธิติมา มานิตพร Business Director บริษัท อี้ หร้ง คอนซัลแตนท์ส จำกัด ได้กล่าวเปิดงานก่อนที่การสัมมนาจะเปิดฉาก พร้อมทั้งการบรรยายในหัวข้อ Internet of Thing และ IT Management Challenge นอกจากนี้ยังมีวิทยาการผู้เชี่ยวชาญอีกหลายท่านที่เข้ามาบรรยายในหัวข้อต่างๆที่น่าสนใจ Prevention better than cure, Security Forum และสาธิตการใช้งานอุปกรณ์อย่าง Sophos XG การเชื่อมโยงเทคโนโลยีไฟร์วอลระหว่าง Cyberoam และ Sophos รวมถึงการสาธิตการใช้งาน Endpoint Product อย่าง Sophos Central

ภายในงาน ยังได้มีการจัดส่วนแสดงเป็นบูธโซลูชั่นที่น่าสนใจต่างๆ ได้แก่ Sophos XG, Sophos Endpoint Product, Sophos Network Security และบูธ Synchronized security ที่นอกจากการให้ความรู้ และคำแนะนำดีๆต่างๆ ให้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาแล้ว ยังมีกิจกรรมและการแจกของรางวัลต่างๆมากมาย

ภายในงานทีจัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา ยังมีการเสวนาเรื่องการแก้ปัญหาต่างๆทางด้านระบบเน็ตเวิร์ก สารสนเทศในองค์กร ที่ได้รับเกียรติจากลูกค้าบริษัทชั้นนำ มาเป็นผู้ร่วมเปิดประเด็นเสวนาบนเวทีอีกด้วย และในตอนท้ายของงานสัมมนายังมีการจับรางวัลผู้โชคดีเป็น iPhone6S และ iPad อีกด้วย

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าดูได้ที่เว็บไซต์ https://www.facebook.com/erong.consultants/

E-mail: sales@e-rong.co.th โทร 02-664-6588

ทีเส็บจับมือ UNWTO จัดงานประชุมไมซ์แห่งประชาคมอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ชูแผนขับเคลื่อนไมซ์ตามยุทธศาสตร์อาเซียน 10 ปี

 

28 กันยายน 2559 กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ จัดงาน ASEAN Conference on MICE in collaboration with UNWTO หรือ การประชุมธุรกิจไมซ์อาเซียนโดยความร่วมมือกับองค์กรการท่องเที่ยวโลก แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนโยบาย ผนึกกำลังหวังผลักดันให้อาเซียนเป็นจุดหมายเดียวกัน รองรับนักธุรกิจไมซ์จากทั่วโลก พร้อมยึดกรอบยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน 10 ปี(พ.ศ. 25592568) ขับเคลื่อนไมซ์ไทยสู่จุดหมายปลายทางคุณภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า “การส่งเสริมไมซ์ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 2579)  นั้น ได้ให้ความสำคัญกับการทำงานภายใต้ความร่วมมือกับประเทศอาเซียน และหน่วยงานหลักๆระดับโลกที่ส่งเสริมธุรกิจไมซ์ โดย ทีเส็บได้เป็นสมาชิกสมทบ (Affiliate Member) ขององค์การการท่องเที่ยวโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์การการท่องเที่ยวโลกในด้านธุรกิจไมซ์ ทั้งนี้การจัดงาน ASEAN Conference on MICE in collaboration with UNWTO หรือ การประชุมธุรกิจไมซ์อาเซียนโดยความร่วมมือกับ UNWTO นับเป็นการจัดงานครั้งแรกในประเทศไทย ที่ดำเนินการภายใต้กรอบยุทธศาสตร์อาเซียน และเป็นเวทีสำคัญที่สร้างการตระหนักรู้และเห็นถึงความสำคัญของธุรกิจไมซ์ในอาเซียนของผู้นำอาเซียนทุกประเทศ อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนทางความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน ก่อให้เกิดความร่วมมือในระดับภูมิภาค และการประสานงานเชิงนโยบายในการส่งเสริมธุรกิจไมซ์ของอาเซียน โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานในภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับความต้องการของนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากทั่วโลกให้มาจัดงานไมซ์ในภูมิภาคนี้ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางไมซ์แห่งอาเซียน การประชุมดังกล่าวมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจไมซ์จากอาเซียนเข้าร่วมเป็นจำนวนกว่า 270 ราย”

ด้าน นางสาววิภารัตน์ ธาราธีรภาพ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารรัฐกิจวิสาหกิจ ทีเส็บ กล่าวถึง แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน 10 ปี (พ.ศ.2559-2568) ว่า “ภายใต้แผนยุทธศาสตร์นั้น วางเป้าหมายว่าในปี พ.ศ. 2568 อาเซียนจะเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวและการจัดงานไมซ์ที่มีคุณภาพ โดยนำเสนอความหลากหลายผ่านประสบการณ์อาเซียน อันนำไปสู่การจัดงานไมซ์อย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน มีความครอบคลุมในทุกมิติอย่างมีสมดุล นำไปสู่การกินดีอยู่ดี และความเป็นอยู่ที่ดีทางเศรษฐกิจและสังคมประชาชนอาเซียน โดยมี 2 แนวทางหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่

ด้านที่ 1 การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในฐานะที่เป็นจุดหมายปลายทางเดียวกัน ผ่านแนวทางต่างๆ ดังนี้ (1) ทำการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างเข้มข้น (2) มีผลิตภัณฑ์สำหรับการจัดกิจกรรมไมซ์ที่หลากหลาย (3) ดึงดูดให้เกิดการลงทุนทางด้านธุรกิจไมซ์เพิ่มมากขึ้น (4) เพิ่มปริมาณและความสามารถของบุคลากรด้านไมซ์ (5) วางแผนดำเนินงานและขยายมาตรฐานในการจัดงานไมซ์ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก บริการ และจุดหมายปลายทางต่างๆ (6) วางแผนดำเนินงานและขยายการเชื่อมต่อตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานของจุดหมายปลายทางต่างๆ และ (7) เสริมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการจัดงานไมซ์

ด้านที่ 2 สร้างความมั่นใจว่าการจัดงานไมซ์ในอาเซียนเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ (1) เพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของภาครัฐและภาคเอกชนในห่วงโซ่อุปทานด้านไมซ์ (2) ปรับปรุงและพัฒนาความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาสถานที่ที่มีความสำคัญทางธรรมชาติและวัฒนธรรม และ (3) เพิ่มความรับผิดชอบต่อการปกป้องสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลของสภาพภูมิอากาศ

สำหรับการขับเคลื่อนไมซ์ภายใต้ยุทธศาสตร์อาเซียนนั้น ทีเส็บสามารถไปใช้ประโยชน์จากแนวทางการดำเนินงานต่างๆ ทั้งเพื่อการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และทิศทางให้สอดรับการแนวทางการดำเนินงานของอาเซียน โดยที่ผ่านมาประเทศไทยทำงานร่วมกับคณะทำงานไมซ์อาเซียนในหลายประเด็น แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นผลงานสำคัญของประเทศไทย คือการที่ ที่ประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียนครั้งที่ 43 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้เห็นชอบให้มาตรฐานสถานที่จัดงานไมซ์ หรือ ASEAN MICE VENUE STANDARD กลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน 10 ปี โดยมอบหมายให้ประเทศไทยเป็นแกนหลักในการผลักดันการพัฒนามาตรฐานดังกล่าว ทั้งนี้มาตรฐาน ASEAN MICE VENUE STANDARD นั้น ได้รับการพัฒนามาจาก Thailand MICE VENUE STANDARD ที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ริเริ่มการดำเนินงานมาตรฐานนี้เพื่อสร้างมาตรฐานสำหรับสถานที่จัดงานไมซ์ และยังมีอีกหลากหลายมิติของการขับเคลื่อนไมซ์อาเซียน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ ทั้งการส่งเสริมการตลาด การพัฒนาสินค้าและบริการ หรือการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านไมซ์ที่ทุกประเทศในอาเซียนต้องทำงานร่วมกัน” นายนพรัตน์กล่าวสรุป

อนึ่ง ในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานเฉลิมฉลองวันท่องเที่ยวโลก (World Tourism Day) ระหว่างวันที่ 27-28กันยายน 2559 ทีเส็บได้เรียนเชิญผู้บริหารระดับสูงขององค์การท่องเที่ยวโลก นายซู จิง (Mr. Xu Jing) ผู้อำนวยการกลุ่มภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคขององค์การท่องเที่ยวโลก ร่วมกล่าวเปิดงานประชุมดังกล่าว โดยย้ำว่า ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการประชุม (Meeting Industry) ได้ส่งผลให้การท่องเที่ยวของโลกเติบโตอย่างรวดเร็วและประสบผลสำเร็จ และยังได้ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจากการสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนมากขึ้นด้วย อีกทั้งอุตสาหกรรมการประชุมยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างสม่ำเสมอทั้งปี และสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนและการพัฒนาทางองค์ความรู้

ดังนั้น การจัดการประชุมในวันนี้ จึงเป็นช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมกับการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ในตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ นายซู จิง ได้กล่าวว่า ในปี 2561 คาดการณ์ว่าภูมิภาคอาเซียนจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 119 ล้านคน และในจำนวนนี้ คาดว่าจะมีนักเดินทางไมซ์มาสู่ภูมิภาคอาเซียนประมาณ 12 ล้านคน การประชุมในวันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีของประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เพื่อให้อุตสาหกรรมการประชุมในอาเซียนได้ประโยชน์จากการเติบโตของตลาดภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ องค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) มีกำหนดที่จะเผยแพร่รายงานอุตสาหกรรมไมซ์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ฉบับที่ 2 ในเร็ววันนี้

สำหรับงาน ASEAN Conference on MICE in collaboration with UNWTO กำหนดจัดให้มีขึ้นในวันที่ 28 กันยายน 2559 โดยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมงาน อาทิ นายซู จิง ผู้อำนวยการกลุ่มภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคขององค์การท่องเที่ยวโลก และนายอิกอร์ สเตฟาโนวิค ผู้แทนองค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ที่จะมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ Role of Accessibility towards Competitive Advantage in MICE นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาร่วมกันของผู้ทรงคุณวุฒิของไทยและระดับโลก หลายสาขา อาทิ ดร. ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางคาเรน บอลิงเกอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานการจัดประชุมแห่งเมลเบิร์น นางเจเนท ทาน คอลลิส ประธานของสมาคมส่งเสริมการจัดประชุมและแสดงสินค้าของประเทศสิงคโปร์ (SACEOS) เป็นต้น

#####

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ส่วนงานสื่อสารองค์กร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

นางสาวอริสรา ธนูแผลง            ผู้จัดการอาวุโส      โทรศัพท์ 02-694-6095  อีเมล arisara_t@tceb.or.th

นางสาวกนกวรรณ กะดีแดง                ผู้จัดการ                โทรศัพท์ 02-694-6006  อีเมล kanokwan_k@tceb.or.th

นางสาวฐิติวัลยา ไทยมงคลรัตน์ ผู้จัดการ                โทรศัพท์ 02-694-6103  อีเมล titiwanlaya_t@tceb.or.th

นางสาวขวัญชนก อดทน           ผู้ปฏิบัติการ โทรศัพท์ 02-694-6096  อีเมล kwanchanok_o@tceb.or.th

นางสาวปนิยดา มุลาลินน์           ผู้ปฏิบัติการ           โทรศัพท์ 026946091  อีเมล paniyada_m@tceb.or.th

 

เอ พับลิซิสท์ โทร. 0 2101 6860

คุณธิษตยา (แจง) 083 668 1112, คุณโกสินทร์ (ต้น) โทร. 081 566 2053, คุณสรศักดิ์ (เอิร์ธ) โทร. 089 406 5544

Mozido ประกาศแต่งตั้ง “มาร์คัส รีมาร์ค” เป็นรองประธานบริหารฝ่ายขายและการบริการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออสติน, เท็กซัส–28 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Mozido ผู้ให้บริการโซลูชั่นการค้าและการชำระเงินดิจิตอลที่เชื่อถือได้แก่ลูกค้าทั่วโลก ประกาศว่า มาร์คัส รีมาร์ค ได้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทในตำแหน่งรองประธานบริหารฝ่ายขายและการบริการ โดยมีผลในทันที คุณรีมาร์คจะเป็นผู้รับผิดชอบในด้านการพัฒนา การกำกับดูแล และดำเนินกลยุทธ์กระตุ้นยอดขายทั่วโลก รวมถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ด้วย

ท็อดด์ แบรดลีย์ ซีอีโอของ Mozido กล่าวว่า ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับมาร์คัสเข้าร่วมทีมบริหารของเรา เขาเป็นผู้นำด้านกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในการขาย การให้บริการ และการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก ผมจึงมั่นใจว่าเขาจะช่วยให้ลูกค้าและพันธมิตรของ Mozido เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านโมบายคอมเมิร์ซ

คุณรีมาร์คมีความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานและการส่งมอบผลิตภัณฑ์ โดยมีความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานานกว่า 20 ปีทั้งในด้านการพลิกธุรกิจ การเสริมสร้างประสิทธิภาพขององค์กร และการเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรหลายแห่ง อาทิ Oracle, TOA, Motive, Crossworlds และ PeopleSoft

ล่าสุด คุณรีมาร์คดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายดูแลลูกค้าของ Oracle โดยเขาได้ทำให้อัตราความพึงพอใจของลูกค้าพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และก่อนหน้านั้นเขาเคยดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายดูแลลูกค้าทั่วโลกของ TOA Technologies ซึ่งเป็นบริษัทโมบายบิสิเนสที่ถูก Oracle ซื้อกิจการไปเมื่อปี 2557นอกจากนี้ เขายังเคยดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสของ Motive โดยได้ปฏิรูปองค์กรขนานใหญ่ ส่งผลให้รายได้เติบโตขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ทั้งนี้ คุณรีมาร์คสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จาก University of Applied Sciences ในเมืองซาร์บรูกเคน ประเทศเยอรมนี

คุณรีมาร์คกล่าวว่า ผมตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับ Mozido และจะได้ช่วยผลักดันบริษัทให้เติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นในตลาดการโอนเงินและการชำระเงินดิจิตอลระดับโลก ตลอดจนสนับสนุนความุ่งมั่นของ Mozido ในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนด้วยเทคโนโลยีดิจิตอลและโทรศัทพ์มือถือ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคหลายพันล้านคนทั่วโลกมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น

เกี่ยวกับ Mozido 

Mozido ให้บริการโซลูชั่นการค้าและการชำระเงินดิจิตอลที่เชื่อถือได้แก่ลูกค้าทั่วโลก ซึ่งรวมถึงโซลูชั่นระบบคลาวด์ที่มีความคุ้มค่า โซลูชั่นของ Mozidoทำงานร่วมกันได้ดีกับเครือข่ายไร้สายและอุปกรณ์มือถือทุกประเภท ทั้งยังสามารถผสานเข้ากับโฆษณา ข้อเสนอพิเศษ และผลิตภัณฑ์อื่นๆจากบุคคลที่สามได้อย่างง่ายดาย Mozido ดำเนินธุรกิจและให้บริการในสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย แอฟริกา ศรีลังกา ตะวันออกกลาง ยุโรป และละตินอเมริกา โดยพร้อมช่วยเหลือลูกค้าในการบริหารการเงิน การชำระเงิน และบริการอื่นๆผ่านโทรศัพท์มือถือ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  mozido.com หรือติดตามเราได้ทางทวิตเตอร์  @Mozido

ติดต่อ

แวน ลีห์

รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดของ Mozido

โทร. 512-518-2200

Miral เผยอัตลักษณ์ใหม่ของ “เกาะยาส” จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–28 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

อัตลักษณ์ใหม่จะเป็นตัวกำหนดภาพของเกาะยาสในอนาคต

ซีอีโอของ Miral ประกาศวิสัยทัศน์ของเกาะยาสปี 2565

เปิดตัวโครงการ #YasDream เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ร่วมแชร์ความคิดเห็นในหัวข้อเกาะยาสในฝันผ่านสื่อออนไลน์

Miral เผยอัตลักษณ์ใหม่ของเกาะยาสในพิธีเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่ Ferrari World Abu Dhabi เพื่อสะท้อนตัวตนของเกาะแห่งนี้ โดยอัตลักษณ์ใหม่ของเกาะยาสจะกลายเป็นสัญลักษณ์การเติบโตของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยความเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม สังคม ธุรกิจ และการพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย 

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

https://www.multivu.com/players/uk/7936651-miral-unveils-new-identity-for-yas-island 

โมฮัมเหม็ด คาลิฟา อัล มูบารัค ประธานบริษัท Miral กล่าวว่า “Miral มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนวิสัยทัศน์ของอาบูดาบี ด้วยการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนและความบันเทิงระดับโลก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถือเป็นเสาหลักที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจและผลักดันการพัฒนาสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สำหรับการพัฒนาเกาะยาสในครั้งนี้ถือเป็นการพัฒนาตามธรรมชาติ เนื่องจากเกาะนี้มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง กระบวนการในการพัฒนาทำให้เรามั่นใจว่าเกาะยาสจะยังคงเป็นจุดขายหลักของอาบูดาบี ในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างแท้จริง” 

โมฮัมเหม็ด อับดุลลา อัล ซาบี ซีอีโอของ Miral กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เผยอัตลักษณ์ใหม่ที่รวมเอาจุดเด่นของเกาะยาสมาไว้อย่างครบครัน เส้นสายและสีสันอันสดใสสะท้อนถึงความสนุกสนานและความมีชีวิตชีวาของเกาะยาส เราขอร่วมเป็นสักขีพยายานในเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ ซึ่งเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการพัฒนาเกาะยาส แต่ยังคงยึดมั่นต่อคุณค่าที่แท้จริงของเกาะ ทั้งในแง่ของเอกลักษณ์ การพัฒนา การขับเคลื่อน ความแน่วแน่ การเปิดกว้าง และการบุกเบิก” 

คุณอัล ซาบี กล่าวเสริมว่า “อีกสิ่งหนึ่งที่น่าตื่นเต้นคือการประกาศวิสัยทัศน์ของเกาะยาสปี 2565 ซึ่งก็คือ การขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 10 สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวยอดนิยมของโลก ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 48 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ เกาะยาสยังพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากองค์กรราว 100,000 คน และมีแผนสร้างโรงแรมสำหรับการพักผ่อนและทำธุรกิจรวมกันทั้งสิ้น 4,000 ห้อง เกาะยาสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์กับความงดงามตามธรรมชาติ ทั้งยังตั้งอยู่บนทำเลทองและมอบประสบการณ์ใหม่ๆให้กับนักท่องเที่ยวเสมอมา เกาะยาสจึงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางเพื่อการพักผ่อนชั้นนำของอาบูดาบี ทั้งนี้ แผนการพัฒนาเกาะยาสยังคงดำเนินต่อไป และเตรียมต้อนรับผู้คนที่จะเข้ามาอยู่อาศัยกว่า 10,000 คน รวมถึงนักท่องเที่ยวแบบไปกลับอีก 10,000 คนต่อวัน” 

คุณอัล ซาบี ระบุว่า “แผนการพัฒนาเกาะยาสไม่ได้เป็นเพียงวิสัยทัศน์ที่เป็นนามธรรม แต่หยั่งรากลึกลงในจิตใจของผู้คน ชุมชนที่มีความหลากหลายและมั่งคั่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างเกาะยาสขึ้นมา และผลักดันให้เกาะนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก” 

เนื่องในโอกาสนี้ Miral ได้เปิดตัวโครงการ “Yas Dream” ที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ร่วมแบ่งปันความคิดเห็นในหัวข้อเกาะยาสในฝัน โดยการตีความนิยามของเกาะยาสขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวแต่ละคน เพราะเกาะยาสเป็นสถานที่ในฝันทั้งสำหรับผู้ที่แสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจและผู้ที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจ ผู้ที่มาเยือนเกาะยาสสามารถแบ่งปันช่วงเวลาอันน่าประทับใจรวมถึงบอกเล่าประสบการณ์ที่อยากให้คนอื่นมาร่วมสัมผัสผ่านแฮชแท็ก #YasDream 

เมื่อไม่นานมานี้ เกาะยาสได้เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนปี 2559 พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 50% โดยมีนักท่องเที่ยวกว่า 600,000 คนเลือกเยือนสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเกาะยาส 2 แห่ง ได้แก่ Yas Waterworld และ Ferrari World Abu Dhabi 

ติดตามความเคลื่อนไหวของ #YasIsland ได้ที่ 

Facebook

Instagram

Twitter

ร่วมแบ่งปันความคิดเห็นในหัวข้อเกาะยาสในฝันผ่านทางแฮชแท็ก 

– #YasIsland

– #YasDream

– #MyYasDream

เกี่ยวกับ Miral 

Miral เป็นผู้เนรมิตสถานที่ท่องเที่ยวในอาบูดาบี และดึงดูดผู้คนด้วยการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจ Miral เป็นผู้พัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์บนเกาะยาส ตั้งแต่แหล่งบันเทิง โรงแรม สถานที่พักผ่อนและเล่นกีฬา ร้านอาหาร ห้างร้าน ไปจนถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ปัจจุบัน เกาะยาสเป็นที่ตั้งของ Ferrari World Abu Dhabi, Yas Waterworld, Yas Links Golf Course, Yas Mall, Yas Marina Circuit, Yas Marina และโรงแรม 7 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Yas Viceroy รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.miral.ae 

เกี่ยวกับเกาะยาส 

เกาะยาสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยตั้งอยู่บนแนวชายฝั่งของอาบูดาบี ห่างจากใจกลางกรุงอาบูดาบีเพียง 25 นาที และห่างจากดูไบเพียง 50 นาทีเท่านั้น เกาะอันน่าทึ่งแห่งนี้มอบประสบการณ์อันหลากหลายและความทรงจำไม่รู้ลืมให้แก่นักท่องเที่ยว โดยครอบครัว เพื่อนฝูง ผู้มาพักผ่อน และนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ สามารถเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาอันล้ำค่าได้ที่นี่ เกาะยาสผสานธรรมชาติอันงดงามเข้ากับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์อันดึงดูดใจอย่างลงตัว เพื่อมอบความสุขให้กับทุกคนในครอบครัว 

เกาะยาสเป็นที่ตั้งของ Ferrari World Abu Dhabi, Yas Waterworld, Yas Mall, Yas Links Golf Course และ Yas Marina Circuit ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังจากการเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน FORMULA 1 ETIHAD AIRWAYS ABU DHABI GRAND PRIX(TM) รวมถึงงานอีเวนต์และคอนเสิร์ตระดับโลกตลอดทั้งปี นอกจากนั้นยังมีโรงแรม Yas Viceroy และโรงแรมนานาชาติในเครือ Yas Plaza อีก 6 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลแสนสะดวกใจกลางเกาะยาส 

เกาะยาสยังมีโรงแรมสุดทันสมัยอีกหลายแห่ง สวนสนุกที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ ภัตตาคารอันหลากหลาย สนามกอล์ฟ รวมถึงห้างสรรพสินค้าที่อัดแน่นไปด้วยแบรนด์ชั้นนำและร้านอาหารระดับโลก นอกจากนี้ เกาะยาสยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ออกแบบมาเพื่อรองรับบรรดานักธุรกิจ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายตั้งแต่สถานที่จัดประชุมไปจนถึงสถานที่จัดเลี้ยง ตลอดจนบริการจัดประชุมและนิทรรศการครบวงจร (MICE) นับเป็นการผสมผสานกิจกรรมเชิงธุรกิจเข้ากับการพักผ่อนอย่างลงตัว เพื่อมอบประสบการณ์ที่ครบครันให้แก่ลูกค้า 

เกาะยาสเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เสน่ห์ พลัง และความสนุกสนานไม่รู้จบ ซึ่งพร้อมให้คุณได้ผจญภัยเหนือจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัด 

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ yasisland.ae และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางโซเชียลมีเดีย (FacebookTwitter และ Instagram) เพื่อเกาะติดประสบการณ์การท่องเที่ยวที่รอให้คุณมาสัมผัสด้วยตัวเอง 

Yas-Island / Yas Waterworld (PRNewsFoto/Miral Asset Management)

Yas Waterworld (PRNewsFoto/Miral Asset Management)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160927/412383 ) 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ 

Anoud Saeed

Weber Shandwick MENA

โทร. +971-2-449-4457

มือถือ: +971-50-2625915

อีเมล:  Asaeed@webershandwick.com 

ที่มา: Miral Asset Management