ศูนย์ประชุมนานาชาติไฮเดอราบัดคว้ารางวัล National Tourism Award สาขา “Best Standalone Convention Centre”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไฮเดอราบัด, อินเดีย–7 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ศูนย์ประชุมนานาชาติไฮเดอราบัด (HICC) หนึ่งในสถานที่จัดนิทรรศการ การประชุม และการแสดงสินค้าแบบครบวงจร หรือ ไมซ์ (MICE) ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเอเชียใต้ เฉลิมฉลองครบรอบ 1 ทศวรรษแห่งการก่อตั้ง ด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ “Best Standalone Convention Centre” จากเวทีNational Tourism Award นับเป็นการคว้ารางวัลดังกล่าวเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งตอกย้ำผลงานที่สำคัญของ HICC ที่มีต่ออุตสาหกรรมไมซ์ ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทั้งยังเสริมสร้างสถานะของไฮเดอราบัดในฐานะจุดหมายปลายทางไมซ์ระดับพรีเมียม โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นโดยกระทรวงการท่องเที่ยว รัฐบาลอินเดีย ณ ศูนย์ประชุม Vigyan Bhavan ในกรุงนิวเดลี

HICC เป็นสถานที่จัดการประชุมแห่งแรกในอินเดียที่บริหารงานโดยAccorHotels กลุ่มโรงแรมและการจัดการการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก และมี Emaar Properties PJSC Dubai และ Telangana State Industrial Infrastructure Corporation Ltd. เป็นเจ้าของร่วมกัน HICC เป็นสักขีพยานการจัดงานสำคัญหลายงานในปี 2558 ทั้งการประชุมในระดับประเทศและนานาชาติ งานอีเวนต์ของบริษัทต่างๆ งานแสดงสินค้าของอุตสาหกรรม ตลอดจนงานอีเวนต์ทางสังคมของบรรดาคนดัง สำหรับการประชุมสำคัญซึ่งถูกจัดขึ้นที่ HICC ในปีนี้ อาทิ Internet Corporation of Assigned Names and Numbers (ICANN) Global Meeting, World Stroke Congress, International Congress on Infectious Diseases และAnnual Scientific Meeting of the Research Society of Study of Diabetes (RSSDI) นอกจากนี้ INTERSPEECH 2018, International Society for Pediatric and Adolescent Diabetes Conference 2018 และ14th Asia-Oceania ORL-HNS Congress 2019 ก็มีกำหนดจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งนี้เช่นเดียวกัน

 PRNE-Neil-Image / Neil Paterson, General Manager, Novotel Hyderabad Convention Centre & HICC (PRNewsFoto/Novotel Hyderabad Convention Cen)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161206/445953 )

นีล แพตเตอร์สัน ผู้จัดการทั่วไปของ Novotel Hyderabad Convention Centre & HICC กล่าวว่าทีมงานของเรามีความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงครบรอบ 10 ปีแห่งการก่อตั้งของเรา เราเป็นศูนย์การประชุมแห่งแรกที่ตระหนักถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของภาคส่วนไมซ์ในภูมิภาค และจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่ทัดเทียมกับศูนย์การประชุมนานาชาติระดับชั้นนำ การผสมผสานระหว่างโครงสร้างพื้นฐานแบบไมซ์อันล้ำสมัย และการให้บริการระดับโลกจากบริษัทที่น่าเชื่อ ทำให้ HICC เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับศูนย์การประชุมแบบสแตนด์อโลน เราขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ และคณะกรรมการมอบรางวัล ที่ให้การสนับสนุนและเล็งเห็นคุณค่าของเรา รางวัลนี้จะช่วยยกระดับความพยายามของเราในการนำพาไฮเดอราบัดสู่ตลาดระดับโลก และนำพาโลกทั้งใบมายังเมืองอันรุ่งโรจน์แห่งนี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

Priyancy Shah

PR Associate

Criesse Communications

โทร: +91-22-64407080

มือถือ: +91-97735-34687

อีเมล: priyancy.shah@criesse.com

ที่มา: Novotel Hyderabad Convention Centre & HICC

Jardine Schindler Group และ Aspen Group ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ มุ่งส่งเสริมการใช้โซลูชั่นดิจิทัลโมบิลิตี้อัจฉริยะในโครงการอสังหาฯของ Aspen

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปีนัง, มาเลเซีย—7 ธ.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เปิดฉากภารกิจร่วม เพื่อนำเสนอโซลูชั่นดิจิทัลโมบิลิตี้สุดล้ำสมัย ที่จะช่วยยกระดับชีวิตประจำวันของชาวมาเลเซีย 

Antah Schindler Sdn Bhd และ Aspen Vision All Sdn Bhd (บริษัทย่อยของ Aspen Group) ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ ณ รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อความร่วมมือและการดำเนินงานในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วมาเลเซียในอนาคต ด้วยระบบโมบิลิตี้ดิจิทัลอัจฉริยะสำหรับการใช้ชีวิตในเมือง

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161202/8521607899LOGO

http://photos.prnasia.com/prnvar/20141111/8521406714LOGO

การลงนามครั้งนี้ถือเป็นกรอบการทำงานเพื่อความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างทั้งสองฝ่าย ในด้านการออกแบบ วิศวกรรม การจัดหา การส่งมอบ การติดตั้ง การทดสอบ และการเริ่มใช้งานทั้งระบบโมบิลิตี้และ Smart Digital Solution สำหรับโครงการพัฒนาอสังหาฯทั้งหมดของ Aspen ในรัฐปีนังและรัฐสลังงอร์ Smart Digital Solution เป็นหัวใจสำคัญอุปกรณ์นวัตกรรมของ Schindler โดยมาพร้อมกับระบบตรวจสอบระยะไกล ระบบวิเคราะห์ขั้นสูง ระบบควบคุมลิฟต์อัจฉริยะที่ช่วยปรับการจราจรของลิฟต์ให้เหมาะสม บริการผู้โดยสารส่วนบุคคล ระบบเข้าออกอาคารผ่านสมาร์ทโฟน เทคโนโลยีโมบิลิตี้ และอื่นๆอีกมากมาย

ข้อตกลงดังกล่าวลงนามโดย Jujudhan Jena ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Jardine Schindler Group, Ashok Ramachandran กรรมการผู้จัดการของ Antah Schindler Sdn Bhd, Dato’ M. Murly ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Aspen Group และ Woo Kok Weng กรรมการบริหารของ Aspen Group

YAB Lim Guan Eng มุขมนตรีรัฐปีนัง ได้ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามครั้งสำคัญนี้ ร่วมกับ Dato’ Seri Nazir Ariff ประธานคณะกรรมการและกรรมการบริหารของ Aspen Group เช่นเดียวกับ Chan Siu Shing ผู้อำนวยการฝ่าย New Installation ของ Antah Schindler Sdn Bhd

ความร่วมมือเป็นพันธมิตรครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Aspen Group ได้ทำสัญญาร่วมกับ Schindler ซึ่งภายใต้สัญญาดังกล่าว Schindler จะเป็นผู้จัดหาลิฟต์อัจฉริยะจำนวน 442 ตัวให้กับโครงการพัฒนาเขตการค้า Verveaของ Aspen Group

เขตการค้า Vervea ถือเป็นเฟสแรกของ Aspen Vision City ในเมืองบาตู คาวาน ของรัฐปีนัง ประกอบไปด้วยสำนักงานร้านค้าแบบ 3 ชั้น และ 4 ชั้น รวม 441 ยูนิต ซึ่งมาพร้อมกับองค์ประกอบอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มมูลค่า เช่น ช่องทางเชื่อมพิเศษสู่พื้นที่หรืออาคารอื่นๆ โดยรอบ ถนนเส้นหลักซึ่งมีระยะทางยาว 300 เมตร ทางเท้าที่มีต้นไม้ประดับตลอดข้างทาง และทุกยูนิตจะมีลิฟต์ส่วนตัว Aspen Vision City มีพื้นที่รวม 245 เอเคอร์ และถือเป็นโครงการพัฒนาอสังหาฯ ซึ่งผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัยและพาณิชย์(Mixed-Use) ขนาดใหญ่ที่สุดในรัฐปีนัง โดยเป็นโครงการร่วมลงทุนขนาดใหญ่ระหว่าง Aspen Group และ Ikano Pte Ltd.

เรารู้สึกยินดีที่มีพันธมิตรธุรกิจรายใหม่ที่แข็งแกร่งในมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญของเรา” Jujudhan Jena ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Jardine Schindler Group กล่าว “การนำโซลูชั่นดิจิทัลอัจฉริยะมาสู่ประเทศนี้ถือเป็นเป้าหมายอันน่าภาคภูมิใจที่เรามีร่วมกับ Aspen Groupและเราคาดหวังที่จะเสริมสร้างธุรกิจของเราในมาเลเซียให้แข็งแกร่งผ่านความร่วมมือครั้งสำคัญนี้”

การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในความร่วมมือครั้งใหม่ของเรากับAspen Group” Ashok Ramachandran กรรมการผู้จัดการของ Antah Schindler Sdn Bhd กล่าว “เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการพัฒนา Aspen Vision City ซึ่งเป็นผลมาจากความมีชื่อเสียงของแบรนด์และความสัมพันธ์อันดีของเรากับลูกค้า”

เราตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับ Schindler ในครั้งนี้ ซึ่งเราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงวิธีการสัญจรของผู้คนในโครงการพัฒนาที่กำลังจะเกิดขึ้นของ Aspen” Dato’ M. Murly ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของAspen Group กล่าว “ด้วยการผนวกรวม Smart Digital Solutions ล่าสุดของ Schindler อาทิ ระบบลิฟต์ขนส่งอัจฉริยะที่มอบประสิทธิภาพการจราจรระดับแนวหน้า ระบบควบคุมการเข้าออกเพื่อความปลอดภัย และบริการผู้โดยสารส่วนบุคคลอัจฉริยะ และอีกมากมาย เรามุ่งหวังที่จะมอบการสัญจรที่ไร้รอยต่อ ความมีประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายให้แก่ชาวมาเลเซียทุกคน

เกี่ยวกับ Antah Schindler Sdn Bhd – บริษัทในเครือของSchindler ในมาเลเซีย

Antah Schindler Sdn Bhd เป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่าง Jardine Schindler Group และ Syarikat Persaka Antah Sdn Bhd ที่ให้บริการติดตั้งลิฟต์และบันไดเลื่อน และบริการบำรุงรักษาทั่วประเทศ ซึ่ง Schindler Malaysia ได้ดำเนินงานในโครงการสำคัญหลายโครงการ รวมถึง KL Eco City, Intermark – Integra Tower, Pavilion KL, KLCC Lot C, KL Sentral, KL International Airport และ Pavilion Residences

เกี่ยวกับ Aspen Group

Aspen Group คือกลุ่มการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในรัฐปีนัง ก่อตั้งขึ้นด้วยเป้าหมายทที่จะส่งมอบคุณภาพและราคาที่เอื้อมถึงได้ในอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา Aspen Group ก้าวขึ้นเป็นกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของคุณภาพที่เป็นเยี่ยม ตอบสนองไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับผู้ซื้อเป็นหลัก ด้วยการใช้โมเดลธุรกิจที่ขับเคลื่อนโดยลูกค้า ทั้งนี้ ด้วยอนาคตที่สดใสของภาคอุตสาหกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Aspen Group พร้อมแล้วที่จะเผชิญกับความท้าทายที่ใหญ่ขึ้นหลายแง่มุมในทำเลยุทธศาสตร์แห่งใหม่

เกี่ยวกับ Aspen Vision City

Aspen Vision City คือโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในปีนัง โดยมีมูลค่าการพัฒนาเบื้องต้น 8 พันล้านริงกิตมาเลเซีย ครอบคลุมที่ดินทำเลทอง 245 เอเคอร์ ซึ่งทางโครงการครอบครองกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ Aspen Vision City เป็นโครงการขนาดใหญ่ระดับเมกะโปรเจคอันเกิดจากการร่วมทุนครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง Aspen Group และ Ikano Pte Ltd เจ้าของแฟรนไชส์ห้างเฟอร์นิเจอร์ยอดนิยมอย่าง IKEA 

หลังจากผ่านการพัฒนามาหลายเฟสซึ่งได้รับการวางแผนมาอย่างพิถีพิถันAspen Vision City ได้กลายเป็นศูนย์รวมคอนโดมิเนียม ร้านกาแฟ อพาร์ทเมนท์ โรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์กลางทางการเงิน ศูนย์กลางทางการแพทย์ และโรงเรียนนานาชาติที่ผสมผสานกันได้อย่างน่าทึ่ง และมีอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเยี่ยมรองรับมากมาย สำหรับจุดเด่นของโครงการนี้คือศูนย์การค้าครบวงจรและห้าง IKEA แห่งแรกในภาคเหนือของมาเลเซีย ซึ่งทั้งสองแห่งบริหารงานโดย Ikano Pte Ltd.

Aspen Vision City พลิกมิติใหม่แห่งภูมิทัศน์ของบาตู คาวาน ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ ณ จุดลงสะพานปีนัง 2 (Second Penang Bridge) ที่มีบรรยากาศคึกคัก และอาจกล่าวได้ว่าเป็นทำเลที่เป็นที่ต้องการที่สุดในปีนังตะวันออกเฉียงใต้ จึงคาดว่ามูลค่าและสถานะของ Aspen Vision City จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้

ข่าวเกษตรรุ่น 23 เดือน ธันวาคม 2559

ku23-title1 ku23-title2

2506-2556     Jubilee KU 23

ฉบับเดือน ธันวาคม 2559 ฉบับ วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (5 ธค.) วันดินโลก (5 ธค.) วันรัฐธรรมนูญ (10 ธค.) วัน X-mas (25 ธค.) วันส่งท้ายปีเก่า (31 ธค.)

king10-01

king10-02

เมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ตามเวลาในประเทศไทย สำนักพระราชวังออกประกาศว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคตแล้วด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษารวม 89 ปี

ประกาศของสำนักพระราชวังมีใจความว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2557 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรหาคลายไม่ ได้ทรุดหนักลงตามลำดับถึงวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เวลา 15 นาฬิกา 52 นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัติได้ 70 ปี”พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 — 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559) เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จสู่พระราชสมบัติตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2489 เป็นพระมหากษัตริย์ไทยผู้เสวยราชย์ยาวนานที่สุด พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ และได้ทรงหยุดยั้งการกบฏ เช่น ในคราวปี 2524 และปี 2528 กระนั้น ก็ได้ทรงแต่งตั้งหัวหน้าคณะยึดอำนาจหลายคณะ เช่น จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในช่วงพุทธทศวรรษที่ 2500 กับพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ในช่วงปลายพุทธทศวรรษที่ 2540 ตลอดรัชกาลของพระองค์ เกิดรัฐประหารโดยกองทัพ 13 ครั้ง รัฐธรรมนูญ 19 ฉบับ และนายกรัฐมนตรี 29 คน

ประชาชนชาวไทยจำนวนมากเคารพพระองค์ อนึ่ง ตามรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะและผู้ใดจะละเมิดมิได้ ส่วนประมวลกฎหมายอาญาว่า การดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์เป็นความผิดอาญา คณะรัฐมนตรีหลายชุดที่ได้รับการเลือกตั้งมาก็ถูกคณะทหารล้มล้างไปด้วยข้อกล่าวหาว่านักการเมืองผู้ใหญ่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กระนั้น พระองค์เองได้ตรัสเมื่อปี 2548 ว่า สาธารณชนพึงวิพากษ์วิจารณ์พระองค์ได้ พระองค์ทรงเป็นที่สรรเสริญในประเทศไทยเกี่ยวกับพระราชดำริในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคฟี แอนนัน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์แด่พระองค์ กับทั้งพระองค์ยังทรงเป็นเจ้าของสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ งานพระราชนิพนธ์ และงานดนตรีจำนวนหนึ่งด้วย ด้านสินทรัพย์ของพระองค์นิตยสารฟอบส์จัดอันดับให้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ผู้มีพระราชทรัพย์มากที่สุดในโลก ตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2556 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 พระองค์มีพระราชทรัพย์ 30,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ดูหมายเหตุด้านล่าง) สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้นใช้สินทรัพย์เพื่อสวัสดิการสาธารณะ เช่น เพื่อพัฒนาเยาวชน แต่ได้รับการยกเว้นมิต้องจ่ายภาษีและให้เปิดเผยการเงินต่อพระมหากษัตริย์แต่พระองค์เดียวขณะที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชก็ได้ทรงอุทิศพระราชทรัพย์ไปในโครงการพัฒนาทรัพยากรน้ำ สวัสดิการทางคมนาคม และสวัสดิการสาธารณ นับแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 พระองค์เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับรักษาพระอาการพระโรคไข้หวัดและพระปัปผาสะอักเสบ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตลอดมา แต่พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ จนเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 15:52 น. สิริพระชนมายุ 88 ปี 313 วัน

หลังจากที่มีประกาศจากทางการให้วันที่ 5 ธันวาคม 2559 เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และยังคงกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงราชย์

เมื่อสมเด็จพระบรมชนกนาถสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เป็นที่คาดหมายว่าพระองค์จะสืบราชสมบัติต่อ ทั้งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันว่า จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ แต่ทรงขอผ่อนผัน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี จึงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์โดยตำแหน่งไปพลางก่อน จนกระทั่งวันที่ 29 พฤศจิกายน สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้จัดประชุมวาระพิเศษ โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้แจ้งหนังสือหนังสือด่วนที่สุดที่ นร.0503/44549 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ที่ได้รับจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้แก่ที่ประชุม เพื่อรับทราบ ก่อนอัญเชิญพระองค์เสด็จขึ้นทรงราชย์ และพระองค์ได้ทรงรับเป็นพระมหากษัตริย์ จากนั้นวันที่ 1 ธันวาคม จึงพระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตัวแทนฝ่ายบริหาร และวีรพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา ตัวแทนฝ่ายตุลาการ เข้าเฝ้าฯ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อกราบบังคมทูลเชิญขึ้นสืบราชสมบัติ จากนั้นพระองค์มีพระราชดำรัสตอบรับ ความว่า

ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้กล่าวในนามของปวงชนชาวไทย เชิญข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ว่าเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, 1 ธันวาคม 2559

ทั้งนี้ ในทางนิตินัยถือว่าได้ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลของทุกประเทศที่จะให้พระราชบัลลังก์ว่างลงไม่ได้ และโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร”

*********************

ku23-59-12-01

KU-23 VDO 59-11-23 by Yong Gy

KU-23 VDO 59-11-23 by Suchint

สวัสดีเดือนธันวาคม 2559 ครับเพื่อนๆ

ข่าวเดือนนี้ขอเสนอเรื่องเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรต่ออีก 1 ฉบับ เรื่องต่อๆปนี้จะขอเล่าเหตุการณ์ที่ได้เห็นความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชหรือร.9 คือญาคิๆเรา 3 ครอบครัวและเพื่อนอีก 1 ครอบครัวรวม16คน นัดกันไปกราบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตจึงได้จองโรงแรมรัตนโกสินทร์ที่ตั้งอยูที่หัวมุมถนนริมคลองหลอดข้ามถนนข้ามคลองหลอดก็จะเข้าจุดตรวจคัดกรองเดินตัดถนนราชดำเนินในตรงศาลอาญาเดิม(ตอนนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง)เข้าสนามหลวงเลี้ยวขวาก็จะเจอเต้นท์ตั้งเรียงรายเต็มพื้นที่มีชื่อเต้นท์กำกับตั้งแต่ ก ข ค จ…แต่ละเต้นท์มีเก้าอี้นั่งแถวละ 4 ตัว 3 แถวเรียงกันไปตามยาวของแต่ละต้วอักษรเต้นท์หนึ่งก็จุได้เกือบ 2 พันคนได้วันที่เราไปคือเย็นวันที่ 3 (วันที่ 1 &2 ปิดเพื่อ Big cleaning day ) ประมาณ 5 โมงเย็น เดินเข้าไปข้างทางจะมีของแจกเป็นระยะๆ มีอาหาร ยากันยุง ยาดม พลาสเตอร์ปิดรองเท้ากัดเราเข้าสนามหลวงเย็นแล้วคนเริ่มซาเต้นท์ส่วนใหญ่ว่างเราเดินเข้าไปถึงเต้นท์ ข. นั่งสักพักถึงได้ยืนเคารพธงชาติ 6 โมงเย็นระหว่างนั่งก็จะมีอาหารนานาชนิดตั้งแต่เส้นหมี่ลูกชิ้นปลา ก๋วยเตี๋ยวออร์แกนิค สลัด ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน บะหมี่ เกี๋ยว น้ำใบหญ้านาง น้ำสมุนไพร น้ำ Hale Blue boy ลูกอม กล้วยนานาชนิด น้ำมันคลายกล้ามเนื้อ แม้กระทั่งชุดทำความสะอาดร่างกายแบบพกพา มีแปรง-ยาสีฟันผ้าเช็ดหน้า ยาสระผม shower gel พวกเรารออยู่ที่เต้นท์ ข .นานหน่อยเพราะมีพิธีในพระบรมมหาราชวังแต่ระหว่างรอก็จะมีพวกจิตอาสาเอาของมาแจกตลอดเวลา ทุกคนมาด้วยจิตอาสาและทีน่าประทับใจคือมีเด็กผู้ชายหิ้วตระกร้าใส่พวกลูกอมมาเดินแจกมีคุณแม่เดินตามมาห่างๆ พวกพี่ป้าน้าอาถามว่าหนูเรียนชั้นไหน หลานตอบว่าอยู่อนุบาล 2 ครับทางกทม.ประกาศว่าจะปิดทางเข้าสนามหลวง 3 ทุ่มเพื่อทำความสะอาด คนที่เข้ามานั่งในเต้นท์แล้วจะได้เข้าไปกราบพระบรมศพแน่นอนตอนที่ประกาศมีคนเข้ามาไม่ถึงครึ่งของเต้นท์ ค.ระหว่างนั่งรออากาศไม่ร้อนมีพัดลม และไฟสว่างไสวประมาณเกือบ 3 ทุ่มขบวนก็เริ่มขยับข้ามถนนเข้าไปในวังได้ชมพระบรมมหาราชวังเวลากลางคืนเปิดไฟสวยงามหลังจากกราบพระศพเรียบร้อยตอนออกก็มีการแจกขนมพวกขนมปังสังขยา และรูปของพระบาทสมเด็จร.9 เราออกมาถึงโรงแรมก่อนห้าทุ่ม ปกติทางเข้าหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์เขาจะเปิดให้เข้าเวลาตี4แต่วันที่ 4 ธค.เป็นวันหยุดวันอาทิตย์เขาเลยเปลี่ยนเวลาเข้าเป็นตี 3 ครึ่ง ตอนก่อนเที่ยงคืนน้องแฟนเราเขาลงมาหน้าโรงแรมปรากฎว่ามีคนจากตจว.มาตั้งแถวรอเข้าสนามหลวงแถวยาวมาก ตอนกราบพระศพเสร็จออกมาข้างนอกก็จะมีอาสาสมัครประกาศจุดที่จะขึ้นรถฟรีมีตั้งแต่รถเมล์ รถกอล์ฟ รถมอเตอร์ไซด์ไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ตื่นเช้าประมาณ 6 โมงเราออกมาออกกำลังกายเดินถึงหน้าศาลปรากฎว่าแถวในสนามหลวงเต็มปลายแถวเลยไปถึงศาลหลักเมืองแล้ววกมายืนในถนนฝั่งตรงข้ามศาลที่ฝั่งเดียวกับศาลก็ยังตั้งแถวอีกยาวพอสมควร(วันที่4เป็นวันที่มีคนเข้าไปกราบสูงสุด ห้าหมื่นสองพันกว่าคน) เราเดินไปทาง ม.ศิลปากรไปอ้อมวัดโพธิ์ ย้อนกลับหน้าก.กลาโหมมาโรงแรมระหว่างทางก็มีจุดแจกอาหารการกินมาตลอดเช่นผัดไทยขนมจีนน้ำยา(วันต่อมามีประกาศของดอาหารพวกเสาะท้องพวกขนมจีน ยำต่างๆ) ไข่ต้ม กาแฟ ตอนสายก็มีไอศครีมฯลฯ จึงขอแนะนำเพื่อนๆที่ต้องการไปกราบพระศพให้เข้าสนามหลวงช่วงเย็นประมาณ 5-6 โมงเย็นเพราะแถวไม่ยาวและอากาศไม่ร้อน น่าศรัทธาคนไทยทั้งในกทม.โดยเฉพาะชาวตจว.ที่มีต่อพ่อหลวงบางคนบอกว่ามาวันนี้(3ธค.) เป็นครั้งที่3แล้วและจะมาให้ครบ 9 ครั้ง

ขอเข้าเรื่องของรุ่นเดือนพย.เป็นเดือนที่พวกเรามีกิจกรรมรวมตัวครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งและทำที่ตจว.เริ่มวันที่5-6 พย.เราชวน ** รองฯอ้วน- ไชยสิทธิ์ **ไปร่วมเป็นประธานทอดกฐินที่วัดหนองแดง อ.ภูเพียง จ.น่านและก็ได้รับความอนุเคราะห์ท่านรองฯช่วยขอยืมรถตู้จากเขตพัฒนาที่ดินที่7 (จ.น่าน)มาให้บริการ นำเที่ยวที่ทำการเทศบาลเวียงสาอดีตเป็นที่ทำการอำเภอที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวร.9 เสด็จออกสีหบัญชรบนหน้ามุขของที่ทำการอำเภอ บริการพวกเราเสร็จก็บินเข้ากทม.แล้วบินไปรับรองเพื่อนๆที่สถานีพัฒนาที่ดินเชียงรายต่ออีกขอขอบคุณมากๆครับ แม้ไม่ได้ร่วมไปทัวร์เชียงใหม่-เขียงรายกับเพื่อนๆแต่ได้เห็นกิจกรรมของเพื่อนๆแล้วน่าสนุกน่าอิจฉาพวกกลุ่มนี้น่าจะมีความสุข สุขภาพแข็งแรงและอายุยืน เพราะ1.ได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์และหนาวเย็น 2.ได้หัวเราะทำให้อายุยืนยาว 3.ได้เดินทางด้วยยานพาหนะที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและทัศนียภาพของลำน้ำกก 4.ได้เข้าวัดทำบุญ 5.ได้เข้าพิธีต่ออายุ เพราะฉะนนั้นคนที่ไม่ได้ร่วมคณะครั้งควรฝากผีฝากไข้ให้เพื่อนที่ไปชม.-ชร.ครั้งนี้ช่วยจัดการสิ่งต่างให้ด้วยเพราะพวกนี้จะตายช้าเพราะเข้าร่วมพิธีต่ออายุกันแล้ว คนที่มาทัวร์ครั้งนี้มาจากทั่วทิศที่มาไกลที่ 1 คือ**แต๋ว-วรรณรัตน์**เพราะมาจาก เลย เลยไปโน่นไปนี่ไปนอกโลกแล้วจึงมาถึงชร.-ชม. คนมาไกลที่ 2คือ**มณฑล **จากอเมริกา ที่3คือ ** ดร.เวช **จากปักษ์ใต้บ้านเรา เนื่องจากเดือนนี้มีรูปกิจกรรมดีมากจนล้นจึงขอนำรูปเพื่อนที่ไม่ค่อยได้เจอะเจอกันมานานมาลงให้ดูเช่นรูปของ**สุจินต์ *ปรีดี(กำนัน)*พัลลภ*มะลิ*สมบูรณ์*จำลอง*เพ็ญแข*ละออง*พงษ์ศักดิ์*เวช*สมยศ*มุ้ย*นิจพร*มณฑา(เต่า)* สุรีย์*ผู้พันกนิษฐ์*เล็ก*พเยาว์*ตุ๊ก-วราภรณ์*เจ้วาส และรูปเพื่อนที่ไปร่วมกิจกรรม นนทรีทรงปลูกดนตรีทรงโปรด ที่หน้าหอประชุมเมื่อวันที่ 29 พย. และขอแสดงความยินดีกับ **วสันต์ ** ที่ได้รับรางวัลในงานประขุม ชลประทานโลก พวกเรามีคนเก่งๆระดับโลกเยอะ และขอแจ้งว่าเดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายของปีจึงขอเชิญเพื่อนๆไปเจอหน้าเจอตากันมากๆท่านประธานบอกว่าจะนิมนต์**หลวงพี่คะนอง **มาให้ศีลให้พรพวกเราด้วย

สังสรรค์เดือนพย.มีสมาชิกมาร่วม joyกันมากเป็นพิเศษพอดีห้องติดกันไม่ว่างเลยต้องมีการเล่นเก้าอี้ดนตรีกัน เช่น ** สุจินต์ ** กวีเอกที่เพิ่งมาเปิดตัวให้เพื่อนๆได้เห็นผลงานกันตอนแก่นี่เอง อีกคน ** ปรีดีหรือ กำนัน ** หุ่นนอกจากจะเหมือนกำนันแล้วยังมีหน้าที่เกี่ยวกับวัดๆวาๆอยู่เสมอ หลังจากหายหน้าหายตาไปพักใหญ่ๆก็มีข่าวว่า ** เสถียร **ป่วยต้องเข้ารพ.เมื่อเดือนที่แล้วกลางเดือน ** อุดล **ได้ข่าวก็ไปเยี่ยมที่รพ.รามาฯแต่ปรากฎว่าเสถียรออกจากรพ.เสียก่อนเหตุที่ป่วยก็มีไขมันไปอุดเส้นเลือดหมดสติไปพักใหญ่กว่าหมอจะช่วยไว้ได้เดือนพย.เลยโผล่มาให้เพื่อนๆได้เห็นหน้า ฝ่ายหญิงก็มี ** พะเยาว์ ** เจ้วาส ** เห็นเป็นคนเงียบๆแต่ก็ซุ่มเป็นเสือซ่อนเล็บ **ไพฑูรย์-ฮิตเลอร์ ** นอกจากจะส่งออกข่าวเป็นรูปและ VDO แล้วยังมีเพลงประกอบด้วยแจ๋วจริงๆเพื่อนเรา

อย่าลืมเดือนนี้เรามีนัดกันที่ห้องอาหาร สหโภชน์ ในวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2559 อย่าลืมไปเจอกันนะครับ

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

ข่าวเกษตรรุ่น 23 มารดาของวีระพงษ์(โกร่ง) เลื่อนประไพ เสียชีวิตด้วยโรคชราอายุ 96 ปี

ku23-title1 ku23-title2

2506-2556     Jubilee KU 23

 

เพื่อนๆที่รัก
มารดาของวีระพงษ์ (โกร่ง) เลื่อนประไพ เสียชีวิตด้วยโรคชราอายุ 96 ปี  มีพิธีสวดที่วัดเจดย์หลวง เริ่มวันที่ 11 ธค.59 ฌาปนกิจวันพฤหัสบดี ที่ 15 ธค.59  เวลา 14.00 น.ณ สุสานหายยา  
รุนฯจะร่วมเป็นเจ้าภาพสวด 1 คืน  ราบละเอียดสอบถามที่เล็ก สุวรรณธาดา 089 637 5047 หรือวีระพงษ์ 081 671 0975 ครับ
วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

NTT Communications และ RagingWire จะลงทุน 160 ล้านเหรียญในเซ็นเตอร์แห่งใหม่ Ashburn VA3 Data ใจกลาง ‘Data Center Alley’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News    http://www.thaibusinessnews.com/

 

ลาสเวกัส–(บิสิเนส ไวร์)–5 ธันวาคม 2016

RagingWire Data Centers ซึ่งเป็นแหล่งผู้ให้ข้อมูลชั้นนำของชาติ และบริษัทแม่ของเขา NTT Communications (NTT Com) ซึ่งเป็น ICT โซลูชั่นส์และธุรกิจการสื่อสารระหว่างประเทศใน NTT Group (NYSE: NTT) ประกาศวันนี้ว่าได้ลงทุน 160 ล้านเหรียญในการสร้างศูนย์กลางข้อมูลแห่งใหม่ Ashburn VA3 Data Center ใจกลาง ‘Data Center Alley’ ที่มีชื่อเสียงในแอชเบิร์น รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นตลาดศูนย์กลางข้อมูลอันดับต้นของโลก Ashburn VA3 Data Center เป็นเฟสหนึ่งของการพัฒนาแคมปัสขนาดใหญ่ Ashburn Data Center Campus ของ RagingWire ซึ่งจะประกอบด้วยตึก 6 ตึกบนพื้นที่ 76.5 เอเคอร์ในแอชเบิร์น VA3 Data Center ซึ่งมีพื้นที่ 245,000 ตารางนิ้วและพลังงาน 16 เมกะวัตต์จะเปิดปลายปี 2017

RagingWire และ NTT Communications ประกาศเรื่องนี้ในงานประชุม2016 Gartner Data Center, Infrastructure, and Operations Management Conference จัดขึ้นที่ลาสเวกัสวันที่ 5-8 ธันวาคม ซึ่งเป็นอีเว้นท์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของผู้นำด้านศูนย์ข้อมูล ซึ่ง RagingWire ได้เป็นสปอนเซอร์จัดงานเป็นปีที่ 5 แล้ว

“Ashburn VA3 Data Center ยกระดับของการนำศูนย์ข้อมูลไปอยู่ในตลาดศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดของโลก” George Macricostas ซึ่งเป็นประธาน, CEO และผู้ก่อตั้ง RagingWire Data Centers กล่าว “VA3 ได้ให้ประสิทธิภาพที่สำคัญ มีการกำหนดคุณสมบัติได้อย่างยืดหยุ่นสำหรับคลาวด์ไฮเปอร์สเกลและการใช้งานของบริษัท ช่วยให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างเยี่ยมยอด และบูรณาการระดับโลกได้กับการเติบโตของพอร์ตโฟลิโอของ NTT Com ในศูนย์ข้อมูล 140 แห่งทั่วโลก”

VA3 Data Center จะร่วมกับศูนย์ข้อมูล VA1 และ VA2 ของ RagingWire ซึ่งอยู่ที่แอชเบอร์นเช่นกัน การรวมกันของ VA1, VA2 และ VA3 จะสร้างโครงสร้างศูนย์ข้อมูลที่มากกว่าครึ่งล้านตารางนิ้วและใช้พลังงาน 44.4 เมกะวัตต์ และรวมถึงผู้รักษาความปลอดภัยในไซต์และระบบรักษาความปลอดภัยหลายชั้น มีระบบโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพสูง และมีการติดต่อสื่อสารโดยตรงกับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับแนวหน้า รวมถึงศูนย์ข้อมูลต่างๆ ใน Data Center Alley ในสเกลที่กว้างขึ้นนี้ VA3 จะทำให้ RagingWire เติบโตขึ้นจากโครงสร้างเดิมที่มีอยู่ 1.2 ล้านตารางนิ้ว ซึ่งรวมถึง CA1, CA2, และ CA3 ในแคลิฟอร์เนียเหนือ และ TX1 ในดัลลัส เท็กซัส รวมถึงศูนย์ให้บริการข้อมูลระดับโลกของ NTT Com ที่ปฏิบัติการภายใต้ชื่อ Nexcenter TM

“NTT Communications มีความภูมิใจที่จะลงทุนใน VA3 Data Center และ Ashburn Data Center Campus ของ RagingWire,” Tetsuya Shoji ซึ่งเป็นประธานและ CEO ของ NTT Communications กล่าว “เวอร์จิเนียเป็นตลาดศูนย์ข้อมูลอันดับต้นของโลกและมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์สำหรับ NTT Com เพราะเราได้ขยายความสามารถของศูนย์ข้อมูล VA3 Data Center ของ RagingWire จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับบริษัทต่างๆ ของ NTT ในการให้บริการ ICT โซลูชั่นส์ที่ทำให้ลูกค้าของเราได้ทำธุรกิจรูปแบบดิจิทัลได้”

การลงทุนใน VA3 Data Center โดย RagingWire และ NTT Communications นั้นสำคัญต่อเศรษฐกิจของเวอร์จิเนีย ไม่เพียงการสร้างงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนการงดเว้นจากภาษี Virginia Sales และ Use Tax ในการซื้ออุปกรณ์เครื่องมีที่อยู่ในคุณสมบัติโดย RagingWire และลูกค้าของเขา การยกเว้นนี้ทำให้ลูกค้าของ RagingWire ได้ประหยัดไปหลายล้านเหรียญ และได้สนับสนุนบริษัทต่างๆ ให้สร้างและขยายการปฏิบัติการทางธุรกิจและ IT ในเวอร์จิเนีย

“ขอบคุณ NTT Communications และ RagingWire สำหรับการลงทุนครั้งใหญ่นี้ใน Ashburn VA3 Data Center รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ควรยกย่องในเวอร์จิเนีย” ผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย Terry McAuliffe กล่าว “เวอร์จิเนียเป็นตลาดศูนย์ข้อมูลอันดับต้นของโลก NTT และ RagingWire ที่ร่วมมือกันจะช่วยพัฒนาความเป็นผู้นำของเวอร์จิเนียในการเป็นศูนย์ข้อมูลและภาคส่วนของเทคโนโลยีระดับสูง รองรับเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายในรัฐ ทำให้เกิดรายได้จากภาษี และสร้างโอกาสในงานที่มีคุณค่า ผมเพิ่งได้พบกับผู้บริหารบริษัทในโตเกียวในพันธกิจกร้างสร้างตลาดในประเทศริมมหาสมุทรแปซิฟิค และตั้งตารอที่จะสร้างความแข็งแกร่งในความสัมพันธ์ครั้งนี้ที่เราได้สร้างเศรษฐกิจใหม่ให้กับเวอร์จิเนีย”

VA3 Data Center จะสร้างระดับใหม่ให้กับการเข้าถึงการใช้งาน ความยืดหยุ่นและใช้ได้ระดับโลก สถานที่แห่งนี้จะมีการออกแบบทางไฟฟ้าที่ยืดหยุ่นที่สร้างจากการส่งพลังงานที่ได้รับรางวัลและการจดสิทธิบัตรอย่าง 2N+2TM ที่ได้ให้ลูกค้ารายใหญ่ที่ซื้อทั้งวอลท์ที่ให้โซลูชั่นที่ให้บริการที่รวมทั้ง N+1 และ 2N วอลท์จะมีให้เป็นส่วนที่เพิ่มขึ้น 2-4 เมกะวัตต์ และจะมีพื้นที่และพลังงานสำหรับมัลติแร็กเคจที่จะสามารถเติบโตได้อีก แคมปัสจะมีทางเข้าแบบไฟเบอร์ 3 แบบ ที่มีพลังงานน่าเชื่อถือและราคาที่คุ้มค่าจาก Dominion Virginia Power ซึ่งเป็นทางเข้าที่มีความปลอดภัยสูงและมีรั้วเส้นแนวตะแกรงเหล็กที่รักษาความปลอดภัย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลกให้กับลูกค้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเล้านจ์ ห้องพักรับรอง ห้องเกม ห้องออกกำลังกาย ห้องล็อกเกอร์และอาบน้ำ ห้องประชุม และส่วนของสำนักงาน VA3 จะให้การเชื่อมต่อสื่อสารที่ขยายกว้างขึ้นกับศูนย์ข้อมูลและผู้ให้บริการคลาวด์อื่นๆ ด้วย

เกี่ยวกับ RagingWire Data Centers

RagingWire Data Centers ออกแบบ สร้าง และปฏิบัติการเป็นศูนย์ข้อมูลแบบ mission critical ที่ให้บริการ 100% พลังงานสูง มีการปรับแต่งค่าที่ยืดหยุ่น ติดต่อแบบโครงข่าย และมีการให้บริการที่ยอดเยี่ยม บริษัทได้ส่งผ่าน IT 97 MV ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล 1.2 ล้านตารางนิ้วในแคลิฟอร์เนียเหนือ แอชเบิร์น เวอร์จิเนีย และดัลลัส เท็กซํส ด้วยแผนการขยายที่ใหญ่ขึ้นในพื้นที่เหล่านี้และตลาดศูนย์ข้อมูลระดับต้นอื่นๆ ในอเมริกาเหนือ RagingWire เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม NTT Communications เป็นหนึ่งให้ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลรายใหญ่ที่สุดในโลกที่ให้บริการเครือข่ายทั่วโลก มีศูนย์ข้อมูลกว่า 140 ศูนย์ที่ปฏิบัติการโดย NTT Communications ภายใต้ชื่อ Nexcenter™ และเป็นองค์กรหนึ่งที่แข็งแกร่งในด้านการเงินในอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ragingwire.com

เกี่ยวกับ NTT Communications Corporation

NTT Communications ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของ NTT Communications ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่ายชั้นนำ Global Tier-1 IP อย่าง Arcstar Universal One(TM) VPN ซึ่งครอบคลุมถึง 196 ประเทศ/ดินแดน และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัย 140 แห่งทั่วโลก โซลูชั่นของ NTT Communications ใช้ทรัพยากรของกลุ่มบริษัท NTT ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA

www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com:http://www.businesswire.com/news/home/20161205005492/en/

สื่อมวลชนติดต่อ

RagingWire Data Centers

James Leach, +1-703-840-7721

jleach@ragingwire.com

หรือ

NTT Communications

Yuichiro Iwahashi / Hiroshi Seo, +81-3-6733-9521

wg-cl@ntt.com

โตชิบาเปิดตัวเรกูเลเตอร์ 1.3A LDO สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่บรรจุในแพ็กเกจขนาดเล็กที่เป็นผู้นำของอุตสาหกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News    http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–5 ธันวาคม 2016

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) วันนี้ประกาศเปิดตัวเรกูเลเตอร์ 1.3A กระแสเอ้าต์พุต CMOS LDO, TCR13AGADJ, สำหรับใช้ในการให้กระแสพลังงานในอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยบรรจุอยู่ในแพ็กเกจขนาดเล็ก เรกูเลเตอร์ในแพ็กเกจรุ่น WCSP6F นี้มีขนาดเพียง 0.8mm x 1.2mm, t: 0.33mm (max) โดยเริ่มจัดส่งวันนี้

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:http://www.businesswire.com/news/home/20161205005478/en/

โตชิบา: “TCR13AGADJ”, 1.3A LDO เรกูเลเตอร์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ บรรจุในแพ็กเกจขนาดเล็กที่เป็น

Toshiba: "TCR13AGADJ", 1.3A LDO Regulator for Mobile Devices with the Industry's Leading-class Small Package (Photo: Business Wire)

ผู้นำของอุตสาหกรรม (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

TCR13AGADJ เป็นเรกูเลเตอร์ LDO ที่สามารถใช้ได้กับการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงชิปเซต Wi-Fi® สำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต พาวเวอร์ซัพพลายสำหรับกล้องถ่ายรูป RF โมดูล และที่ควบคุมพาวเวอร์ซัพพลายสำหรับอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้ โน้ตบุค PC กล้องวิดีโอดิจิทัล อุปกรณ์บันทึกและกล่องเซตท็อป ในการใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก (VBAT) ทำให้ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้สามารถเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในที่มีแรงดันดร็อปเอ้าต์ต่ำ ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของพาวเวอร์ซัพพลายของเซ็ตที่ใช้

TCR13AGADJ ใช้แพ็กเกจ WCSP6F  ขนาด 0.8mm x 1.2mm, t: 0.33mm(max) ซึ่งเป็นแพ็กเกจขนาดเล็กที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรม สำหรับเรกูเลเตอร์ 1.3A LDO ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานแบบเคลื่อนที่และโมดูลที่ต้องการพื้นที่เล็กและโครงสร้างบาง

นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้สามารถเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมในเรื่องอัตราขจัดสัญญาณริปเปิลที่ปนเข้ามากับแรงดันอินพุตสูง (High Ripple Rejection) ซึ่งสามารถทำให้ช่วยลดเสียงริปเปิลจากคอตเวอร์เตอร์ DCDC และ PMIC ซึ่งเป็นปัญหาที่พบเจอประจำเมื่อผู้ใช้ต้องการซัพพลายพาวเวอร์ไปที่กล้องและส่วนของ RF การใช้ตัวต้านทานภายนอกนี้ทำให้แรงดันเอ้าต์พุตของผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ได้รับการปรับเปลี่ยนได้ระหว่างช่วง 0.55V ถึง 3.6V เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน

การปกป้องแบบบิลท์อินรวมถึงการป้องกันกระแสไฟที่มากเกินไปและอุณหภูมิที่สูงเกินไป ฟีเจอร์เหล่านี้รองรับการสร้างโซลูชั่นส์ LDO ที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการใช้งานที่ต้องการแรงดันเอ้าต์พุตแบบคงที่สม่ำเสมอที่กระแสไฟเอ้าต์พุตสูงและใช้พลังงานต่ำ

ฟีเจอร์หลักของผลิตภัณฑ์ใหม่:

  1. เป็นผู้นำอุตสาหกรรมในด้านแพ็กเกจเล็ก[1] “WCSP6F” ขนาด 0.8mm x 1.2mm, t: 0.33mm (max)
  2. ปรับแรงดันเอ้าต์พุตได้ตั้งแต่ 0.55 V ถึง 3.6 V
  3. เป็นผู้นำอุตสาหกรรม[1] แรงดันดร็อปเอ้าต์ต่ำ: 92mV (typ.), 162mV (max)@ 0.9V, 1.0A
  4. เป็นผู้นำอุตสาหกรรมในเรื่องอัตราขจัดสัญญาณริปเปิลที่ปนเข้ามากับแรงดันอินพุตสูง: 90dB (typ.)@0.9V, 1kHz
  5. การปกป้องแบบบิลท์อินรวมถึงการป้องกันกระแสไฟที่มากเกินไปและอุณหภูมิที่สูงเกินไป มีการปกป้องทันทีและฟังก์ขั่นที่ทำเองแบบอัตโนมัติ

หมายเหตุ

[1] ในเรกูเลเตอร์หมวดกระแสเอ้าต์พุต 1.3A LDO ณ วันที่ 5 ธันวาคม 2016 จากการสำรวจโดยโตชิบา

[2] Low Drop-Out Voltage: LDO

* Wi-Fi เป็นเครื่องหมายจดทะเบียนของ Wi-Fi Alliance

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้โดยคลิ้กลิ้งค์ด้านล่างนี้:

1. TCR13AGADJ:

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/linear/power-supply/detail.TCR13AGADJ.html

2. ไลน์อัพของ LDO เรกูเลเตอร์ของโตชิบา:

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/linear/power-supply/ldo-regulator.html

ลูกค้าติดต่อ:

Small Signal Device Sales & Marketing Department

โทร: +81-3-3457-3411

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016)

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/index.htm

สื่อมวลชนติดต่อ:

Toshiba Corporation

Storage & Electronic Devices Solutions Company

Digital Marketing Department

Koji Takahata, +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

พาวเวอร์ IC เอนกประสงค์มีระบบมัลติเอ้าต์พุตใหม่ของโตชิบารองรับกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่และเสียงที่เบากว่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News    http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว—(บิสิเนส ไวร์)—1 ธันวาคม 2016

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) วันนี้ประกาศเปิดตัว “TC7739FTG” ซึ่งเป็นพาวเวอร์ IC เอนกประสงค์ มีระบบมัลติเอ้าต์พุตที่ใช้กับพาวเวอร์ซัพพลายแบบ DC-DC และเรกูเลเตอร์แบบต่อเนื่อง การผลิตจำนวนมากจะเริ่มขึ้นปลายเดือนนี้

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:http://www.businesswire.com/news/home/20161201005543/en/

โตชิบา: “TC7739FTG” ซึ่งเป็นพาวเวอร์ IC เอนกประสงค์ มีระบบมัลติเอ้าต์พุตที่ใช้กับพาวเวอร์ซัพพลายแบบ DC-DC และเรกูเลเตอร์แบบต่อเนื่อง (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

Toshiba: a general purpose, multi-output system power IC "TC7739FTG" with DC-DC power supplies and serialized regulators. (Photo: Business Wire)

 

การที่แทปเล็ตและอุปกรณ์เคลื่อนที่อื่นๆ เน้นในด้านความเร็วในการประมวลผล จำเป็นต้องใช้พาวเวอร์ซัพพลายสำหรับแรงดันต่ำและกระแสไฟขับสูง และต้องลดเสียงรบกวนเพื่อปรับใช้สำหรับการลดขนาดของ PCBs

พาวเวอร์ IC ระบบมัลติเอ้าต์พุตใหม่นี้ให้ประสิทธิภาพสูง รองรับกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้ด้วยคอนเวอร์เตอร์ 2-ch DC-DC และเรกูเลเตอร์แบบต่อเนื่อง 4-ch สำหรับการลดเสียง และ 1-ch โหลดสวิตช์ คอนเวอร์เตอร์ DC-DC แต่ละอันขับด้วยการควบคุมความถี่ กำเนิด โดยลดระดับสวิตช์เสียงสูงสุด ความสามารถในการเปลี่ยนแรงดันเอ้าต์พุตและลำดับผ่านบัส 12C ทำให้รับประกันได้ว่า IC สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย

การใช้งาน

อุปกรณ์ข้อมูลเช่นสมาร์ทโฟนและแทปเล็ต

ฟีเจอร์หลัก

คอนเวอร์เตอร์ DC-DC แบบสเต็ปดาวน์(2 ch) + LDO (4 ch) + Load SW (1 ch)

การจัดเรียงเอ้าต์พุตแรงดังและลำดับผ่านบัส I2C

แพ็กเกจขนาดเล็ก: QFN32 (5×5 mm)

สเป็คหลัก
ชื่อผลิตภัณฑ์ TC7739FTG
Control I/F I2C
Input voltage 4.5 V to 5.5 V
แพ็กเกจ QFN32: 5 × 5 (mm), Pin pitch: 0.5 (mm)
DC-DC

คอนเวอร์เตอร์

ch1: 1.05 V (initial value), 2 MHz, 2 A (max)ch2: 3.30 V (initial value), 1.5 MHz, 2 A (max)
เรกูเลเตอร์แบบต่อเนื่อง ch3: 1.15 V (initial value), 0.7 A (max)ch4: 1.50 V (initial value), 0.6 A (max)

ch5: 1.80 V (initial value), 0.2 A (max)

ch6: 3.30 V (initial value), 0.06 A (max)

Load SW Input voltage range: 3.0 V to 3.6 VON resistance: 62 mΩ (typ.)
Abnormality

detections

ป้องกันแรงดันสูงเกินไป แรงดันต่ำเกินไป ข้อจำกัดกระแสไฟที่มากเกินไป ป้องกันแรงดันที่ตำเกินไปสำหรับการจ่ายไฟ และฟังก์ชั่นตัดไฟเครื่อง
การผลิตเป็นจำนวนมาก ปลายเดือนธันวาคม 2016

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ รับชมได้ที่:https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/linear/power-supply/detail.TC7739FTG.html

ลูกค้าสามารถติดต่อได้ที่

Mixed Signal IC Sales and Marketing Department

โทร: +81-44-548-2821

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016)

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/index.htm

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่http://www.businesswire.com/news/home/20161201005543/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Toshiba Corporation

Storage & Electronic Devices Solutions Company

Chiaki Nagasawa, +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

InMobi ผนึก Nielsen Digital Ad Ratings ช่วยนักโฆษณาวัดผลผู้รับชมได้อย่างแม่นยำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซานฟรานซิสโก–7 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

InMobi ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโฆษณาและการค้นหาผ่านอุปกรณ์มือถือ ประกาศผนวกรวมโซลูชั่น Nielsen Digital Ad Ratings (DAR) อันเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการวัดผลโฆษณาดิจิทัล การดำเนินการดังกล่าวเปิดโอกาสให้เหล่านักโฆษณาสามารถวัดองค์ประกอบทางประชากรศาสตร์ของกลุ่มผู้ที่รับชมโฆษณาผ่าน InMobi ด้วยแหล่งข้อมูลอิสระมาตรฐานอุตสาหกรรม

การผนึกกำลังกันในครั้งนี้จะช่วยยกระดับการดำเนินการของ Inmobi ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้สำหรับการซื้อสื่อ ทั้งในเครือข่ายโฆษณาของบริษัท และช่องทางซื้อขายโฆษณาอัตโนมัติInMobi Exchange ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยให้นักโฆษณาสามารถใช้แท็กจาก Nielsen DAR เพื่อระบุอายุและเพศของผู้ใช้งานมือถือกลุ่มเป้าหมาย เครื่องมือนี้สามารถใช้งานได้บนเครือข่ายโฆษณาและผ่านการซื้อโฆษณาแบบ PMP (Private Marketplace) บน InMobi Exchangeนอกจากนี้ Inmobi ยังได้รับการรับรองจาก Nielsen สำหรับการใช้ DARผ่านแอปมือถือในหลายตลาดทั่วโลก ซึ่งรวมถึงสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรเลีย อินเดีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย มาเลเซีย และญี่ปุ่น

Nielsel DAR แสดงข้อมูลการรับชมโฆษณาออนไลน์และทางโทรศัพท์มือถืออย่างครอบคลุมได้ในวันถัดไป เทียบได้กับการวัดเรตติ้งทีวีของNielsen นอกจากนี้ ยังได้รับการสนุนจากฐานข้อมูลผู้ใช้ขนาดใหญ่ที่สุด และเครื่องมือวัด (panel) ที่มีคุณภาพมากที่สุดในโลก ทำให้กลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการวัดผู้ชมยุคดิลิทัล

คุณภาพของผู้ชมนับว่าเป็นเรื่องที่นักโฆษณากังวลมากเจฟฟ์ คูน รองประธาน Global Alliances ของ InMobi กล่าวเรามุ่งมั่นจัดหาเครื่องมือวัดที่จำเป็นให้แก่นักโฆษณา เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพของผู้ชม การผนวกรวมกับ Nielson Dar จะเปิดทางให้เราสามารถทำตามสัญญาแห่งคุณภาพที่วัดผลได้แก่นักโฆษณา

เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับ InMobi เพื่อใช้ Nielsen DAR บนเครือข่ายระดับโลกแอนดริว เฟเกนสัน กรรมการผู้จัดการฝ่ายดิจิทัลของ Nielsenกล่าว “Nielsen มุ่งมั่นที่จะส่งมอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชมที่นักโฆษณาทุกท่านจำเป็นต้องรู้ รวมทั้งเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้ชมครอบคลุมในทุกอุปกรณ์

เกี่ยวกับ InMobi

InMobi เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ค้นพบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ผ่านโฆษณาบนอุปกรณ์มือถือที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาโดนใจ รูปแบบการโฆษณาอันทันสมัยของ InMobi ช่วยให้นักพัฒนาแอปพลิเคชัน ผู้ประกอบการ และแบรนด์ต่างๆ สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้มือถือทั่วโลกได้InMobi ได้รับการยกย่องจาก Fast Company ให้เป็นหนึ่งในบริษัทนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่สุดของโลกในปี 2559 โดยสามารถเข้าถึงอุปกรณ์มือถือได้มากกว่า 1.5 พันล้านเครื่องทั่วโลก

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ
Anneka Patel
InMobi
อีเมล: pr@inmobi.com
InMobi Logo / InMobi Logo
โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20150914/266030LOGO

“Horse and Rider” ผลงานประติมากรรมหนึ่งเดียวของ “เลโอนาร์โด ดา วินชี” เผยโฉมสู่สายตาชาวโลกอีกครั้งที่มิลาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มิลาน และ ลาสเวกัส–7 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Palazzo delle Stelline จัดแสดงผลงานประติมากรรมหนึ่งเดียวของเลโอนาร์โด ดา วินชี

นิทรรศการศิลปะซึ่งจัดแสดงผลงานประติมากรรมชิ้นเดียวเท่าที่โลกรู้จักของเลโอนาร์โด ดา วินชี เปิดให้สาธารณชนได้เข้าชมแล้วตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน ณ Institut Francais ใน Palazzo delle Stelline กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งอยู่ใกล้กับโบสถ์ Santa Maria delle Grazie อันเป็นสถานที่เก็บรักษาผลงาน The Last Supper ของจิตรกรอัจฉริยะผู้นี้

ศาสตราจารย์เออร์เนสโต โซลารี นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านผลงานของดาวินชี กล่าวในพิธีเปิดว่า “การจัดแสดงผลงาน Horse and Rider ในครั้งนี้ นำพา Charles d’Amboise กลับมาสู่มิลานอีกครั้งในรอบกว่า 500 ปี” ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ประติมากรรมHorse and Rider ซึ่งได้รับการรังสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1508 คือต้นแบบของอนุสรณ์ขนาดมหึมาที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ของ Charles d’Amboise ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนสนิทและผู้อุปถัมภ์ของดาวินชี

ในโอกาสนี้ เจมส์ เพตตี และ ร็อด มาลี เจ้าของประติมากรรมจากลาสเวกัส รัฐเนวาดา ได้เดินทางมาร่วมในพิธีเปิดเช่นเดียวกัน โดยคุณเพตตีกล่าวว่า “นิทรรศการศิลปะครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่มีการนำประติมากรรม Horse and Rider และเบ้าหล่อมาอวดโฉมสู่สายตาชาวโลก” ขณะที่คุณมาลีกล่าวเสริมว่า “เราเห็นสมควรที่จะจัดแสดงผลงานอันน่าทึ่งชิ้นนี้ในมิลาน เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ดาวินชีสร้างสรรค์ประติมากรรมชิ้นนี้ขึ้นมา รวมถึงผลงานอื่นๆที่แสดงถึงอัจฉริยภาพในฐานะนักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ และศิลปิน”

นิทรรศการศิลปะ Leonardo Sculptor – Horse and Rider เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมจนถึงวันที่ 22 ธันวาคมนี้ โดยสามารถเข้าชมได้ทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 5 ยูโร ส่วนนักเรียนเข้าชมฟรี ทั้งนี้ ในอนาคตประติมากรรมดังกล่าวจะไปอวดโฉมในยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสหรัฐอเมริกาด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

สก็อต เฟอร์กูสัน

อีเมล: Scottf@artencounter.com

โทร. 702-227-0220

เว็บไซต์: www.davincihorseandrider.com

เอมานูเอลา รอสซี

อีเมล: Emanuela.rossi@equipemilano.com หรือpress@emanuelarossi.com

โทร. +39 335.6950018

 Leonardo da Vinci Horse and Rider / Leonardo da Vinci Horse and Rider (PRNewsFoto/Da Vinci Horse and Rider)

รูปภาพ http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444918 

Opening Night of Leonardo da Vinci / Opening Night of Leonardo da Vinci Horse and Rider Exhibit - 24 November, 2016 - Milan, Italy (PRNewsFoto/Da Vinci Horse and Rider)
รูปภาพ http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444920 

Milan Exhibit of Da Vinci Horse and Rider / Milan Exhibit of Da Vinci Horse and Rider (PRNewsFoto/Da Vinci Horse and Rider)
รูปภาพ http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444919

Slim Chickens จับมือ Alghanim Industries รุกขยายธุรกิจอาหารในตะวันออกกลาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

คูเวต ซิตี้–7 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Slim Chickens เตรียมเปิดร้านอาหารสาขาแรกในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือต้นปีหน้า 

Slim Chickens ผู้นำธุรกิจร้านอาหารแบบฟาสต์-แคชชวลในสหรัฐอเมริกา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “better chicken” เตรียมขยายธุรกิจนอกอเมริกาเป็นครั้งแรก ผ่านการร่วมมือกับ Alghanim Industries บริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA) โดยทั้งสองบริษัทประกาศว่าได้ทำข้อตกลงมาสเตอร์แฟรนไชส์ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ Alghanim Industries สามารถนำแบรนด์ Slim Chickens เข้าสู่ภูมิภาค MENA เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองความอร่อยกันถ้วนหน้า

 Slim-Chickens-Store / One of the latest Slim Chickens stores in the USA (PRNewsFoto/Alghanim Industries)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445568 )

Slim-Chickens-Contract / Tom Gordon and Omar Alghanim signing the contract (PRNewsFoto/Alghanim Industries)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445569 )

Slim-Chickens-2 / Tom Gordon and Omar Alghanim (PRNewsFoto/Alghanim Industries)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445570 ) 

Alghanim Industries มีสำนักงานใหญ่อยู่ในคูเวต ซิตี้ เมืองหลวงของประเทศคูเวต โดยเป็นเจ้าของและผู้บริหารมากกว่า 30 ธุรกิจใน 40ประเทศทั่วภูมิภาค MENA รวมถึงตุรกี อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Alghanim Industries ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลักมานานกว่า 1 ศตวรรษ ปัจจุบัน บริษัทเติบโตจนมีแบรนด์ภายใต้การบริหารมากกว่า 300 แบรนด์ ซึ่งรวมถึงแบรนด์ที่จับมือกับคู่ค้าจากสหรัฐอย่างGeneral Motors, Ford, Mars, Whirlpool, Wendy’s และ American Express 

Slim Chickens ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 ที่ฟาเยตต์วิลล์ รัฐอาร์คันซอ โดยมุ่งมั่นที่จะให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองเนื้อไก่คุณภาพสูงภายใต้สโลแกน “Life Changing Chicken” แบรนด์ดังจากรัฐทางใต้ของอเมริกานี้มีเมนูยอดนิยมมากมาย เช่น ไก่นุ่มชุบแป้งทอด ไก่ย่าง และปีกไก่ ทานคู่กับซอสสูตรเฉพาะแบบแฮนด์เมด ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 10 รสชาติ จึงได้รับความนิยมจากทั้งผู้บริโภคและนักวิจารณ์อาหารมาอย่างต่อเนื่อง 

สำหรับร้าน Slim Chickens สาขาแรกในภูมิภาค MENA นั้น คาดว่าจะเปิดให้บริการที่คูเวตในเดือนมีนาคม ปี 2560 หลังจากนั้นจะมีการเปิดสาขาอื่นๆตามมาอย่างรวดเร็วจนครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค 

Kutayba Alghanim ประธาน Alghanim Industries กล่าวว่า เรามุ่งมั่นที่จะขยายกิจการของเราออกไปอีก ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทที่เป็นผู้บุกเบิกและให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลักอย่าง Slim Chickens เราตั้งตารอที่จะนำเสนอแนวคิดของ Slim Chickens ให้กับลูกค้าทั่วตะวันออกกลาง ทั้งนี้ เราภูมิใจในผลงานการพัฒนาธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและเปี่ยมด้วยศักยภาพในการเติบโต ซึ่งสามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคที่กำลังขยายตัวได้เป็นอย่างดี 

Omar Alghanim ซีอีโอของ Alghanim Industries กล่าวว่า ความร่วมมือตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เราเข้าใจถึงความคาดหวังในด้านอาหารและเครื่องดื่มของผู้บริโภคในภูมิภาค MENA มากขึ้น Slim Chickens เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐอเมริกา และเราเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกันในตะวันออกกลาง Alghanim Industries และ Slim Chickens มีค่านิยมหลักร่วมกัน โดยทั้งสองบริษัทต่างมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับชุมชน ไม่ยอมอ่อนข้อในเรื่องของคุณภาพ อีกทั้งยังมีความมุ่งมั่นในการทำผลงานให้เหนือกว่าความคาดหวังของลูกค้าเสมอ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าการที่จะได้ช่วยพัฒนาแบรนด์Slim Chickens ให้มีความเป็นสากล และเปิดร้านสาขาแรกนอกอเมริกาในภูมิภาคของเรา 

Tom Gordon ซีอีโอของ Slim Chickens กล่าวถึงค่านิยมร่วมกันของสองบริษัท และแนวทางในการขยายธุรกิจในครั้งนี้ว่า การที่Alghanim Industries มีความเป็นเลิศในด้านการให้บริการลูกค้าและมีผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยมนั้น ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับแบรนด์ของเรา ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับบริษัท ผู้คน และค่านิยมที่เรามีร่วมกัน ซึ่งทำให้สองบริษัทมีความแนบแน่นยิ่งขึ้น 

เขากล่าวเสริมว่า เรารู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติที่ได้เป็นหุ้นส่วนกับ Alghanim Industries และเราตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับทีมงานของ Alghanim Industries เพื่อนำไก่สูตรเฉพาะ ไมตรีจิตในแบบฉบับของเรา และการบริการอันเป็นเลิศ มามอบให้กับลูกค้าในตะวันออกกลางSlim Chickens เสิร์ฟอาหารด้วยความจริงใจ ต้องการให้ลูกค้ามีความสุขกับอาหาร ทั้งยังใส่ใจในชุมชน และความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถขยายวิสัยทัศน์และเจตนารมณ์ดังล่าวไปยังตลาดแห่งใหม่ และเข้าถึงลูกค้าที่มีคุณค่าทั่วภูมิภาค MENA   

Alghanim Industries มีความกระตือรือร้นที่จะขยายธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ซึ่งเริ่มทำเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2556 ด้วยการลงนามในข้อตกลงแฟรนไซส์ร่วมกับ Costa Coffee ธุรกิจร้านกาแฟสัญชาติอังกฤษที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ต่อมาในปี 2558 Alghanim Industries ได้รับสิทธิ์ในการขยายธุรกิจร้านอาหารสัญชาติอเมริกันอย่างWendy’s ในภูมิภาค MENA ซึ่งครอบคลุมถึงร้านทุกสาขาในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ยังเตรียมขยายสาขาไปยังคูเวตในปี 2559 รวมถึงซาอุดิอาระเบียในปี 2560 และการจับมือกับ Slim Chickens ล่าสุดนี้ก็สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจ F&B ของ Alghanim Industries สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.alghanim.com

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน

ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ

Alghanim Industries

Reem AIGshat

อีเมล: ralgshat@alghanim.com

โทร. +965 60650205

สหราชอาณาจักร

Powerscourt

Giles Read / Isabelle Saber / Tessa Berry

อีเมล: alghanim@powerscourt-group.com

โทร. +44 (0)20 7324 0495

สหรัฐอเมริกา

Hill+Knowlton Strategies

Leslie Cauley

อีเมล: Leslie.Cauley@hkstrategies.com

โทร. (202) 412-4847

            ที่มา: Alghanim Industries