ตัวแทนภาครัฐและเอกชนจากทั่วโลกเตรียมตบเท้าเข้าร่วมงาน Africa Oil Week 2016 ที่เคปทาวน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เคปทาวน์, แอฟริกาใต้–27 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Africa Oil Week 2016 คืองานใหญ่ของอุตสาหกรรมน้ำมันแอฟริกา ที่จะมีวิทยากรมากกว่า 130 ท่านมาให้ความรู้ รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมพิเศษอื่นๆ อาทิ งานเลี้ยงรับรองแบบค็อกเทลและงานเลี้ยงอาหารค่ำ การสร้างเครือข่ายตลอด 5 วันร่วมกับผู้แทนจากภาครัฐและเอกชน และอีกมากมาย โดยทั้งหมดรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับผู้แทนระดับสูงจากรัฐบาลประเทศต่างๆในแอฟริกา และจากบริษัทชั้นนำทั่วโลกรวมกว่า 1,000ท่าน ที่จะมาเข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

2016-Africa-Oil-Week-1 / Leading Corporate and State Delegations at Africa Oil Week in Cape Town (PRNewsFoto/Global Pacific & Partners)

Leading Corporate and State Delegations at Africa Oil Week in Cape Town (PRNewsFoto/Global Pacific & Partners)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160919/409546 )

2016-Africa-Oil-Week-2 / Leading Corporate and State Delegations at Africa Oil Week in Cape Town (PRNewsFoto/Global Pacific & Partners)

Leading Corporate and State Delegations at Africa Oil Week in Cape Town (PRNewsFoto/Global Pacific & Partners)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160919/409548 )

สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่เว็บไซต์ http://www.africa-oilweek.com

ผู้ร่วมงานจะได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของแอฟริกาจากบรรดาวิทยากรภาคเอกชน นักคิดระดับแนวหน้า ผู้กำหนดนโยบาย เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงตัวแทนจากประเทศต่างๆ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ไนจีเรีย สวิตเซอร์แลนด์ เคนยา แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย เซเนกัล ยูกันดา สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ แองโกลา โมซัมบิก สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิตาลี ไอวอรีโคสต์ โปรตุเกส กานา ญี่ปุ่น แทนซาเนีย มอริเตเนีย เอริเทรีย นามิเบีย เอธิโอเปีย มาดากัสการ์ นอร์เวย์ อินเดีย โมร็อกโก กินี-บิสเซา มาเลเซีย อาร์เจนตินา ฝรั่งเศส สวีเดน โซมาเลีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก อิยิปต์ เดนมาร์ก และคอโมรอส

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษสำหรับตัวแทนจากแอฟริกาใต้และกลุ่มประเทศสมาชิก SADC และกำลังเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเป็นสปอนเซอร์ในกิจกรรมนี้

กิจกรรมภายในงาน Africa Oil Week ครั้งที่ 23 ประจำปี 2016 ประกอบด้วย

การบรรยายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมต้นน้ำ น้ำมัน ก๊าซ และแอลเอ็นจีของแอฟริกา จากผู้บรรยายแถวหน้า

การพบปะผู้แทนจากรัฐบาล กระทรวงพลังงาน และบริษัทน้ำมันของรัฐ

การประชุม Africa Upstream Conference ครั้งที่ 23

การประชุม Africa Independents Forum ครั้งที่ 15

การจัดนิทรรศการจากผู้จัดกว่า 100 ราย

งาน ExxonMobil Ice Breaker, Aquarium

งาน PetroAfricanus Dinner in Africa ครั้งที่ 78 พร้อมวิทยากรพิเศษ

การประชุม Africa Local Content Forum ครั้งที่ 4

งาน African Institute of Petroleum Luncheon ครั้งที่ 21

งานประกาศรางวัล “Big-Five” Board Awards ประจำปีครั้งที่ 20

งาน Global Women Petroleum & Energy Club Luncheon ครั้งที่ 7

การเปิดพื้นที่ Africa Exploration Zone และ Corporate/State Speakers Corner

การประชุม Young Professionals Meeting in Africa ครั้งที่ 4

การทำเวิร์กช็อป Law of the Sea: Special Africa Workshop

งานเลี้ยงอาหารกลางวันและการเจรจาของภาคเอกชน

การทำเวิร์กช็อป SEEP: Africa Workshop

งานเลี้ยงรับรองแบบค็อกเทลอย่างเป็นทางการที่ CTICC

งานเลี้ยงรับรองเพื่อสร้างเครือข่ายที่ Mondiall Restaurant

งานเลี้ยงรับรองที่ SA Rugby Museum โดยมี Francois Pienaar นักรักบี้ระดับตำนานเป็นแขกพิเศษ

กิจกรรม Global Oil Press Club: Inaugural Africa Breakfast

การประชุม Annual African Institute of Petroleum, Africa Oil Legend Induction

กิจกรรม Traditional Braai-BBQ ที่ Grand Africa Beach Cafe

งานเลี้ยงรับรองเพื่อสร้างเครือข่ายที่ Mitchell’s

การนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและการพบปะพูดคุยกันหลังการประชุม

ดาวน์โหลดโบรชัวร์ของการประชุมได้ที่

http://app.streamsend.com/c/27409845/28863/YiwJ6eW/i69qzpmzz2?redirect_to=http%3A%2F%2Fwww.globalpacificpartners.com%2Frefer%2F%3Fz%3Ddeb%26id%3D966

รับชมวิดีโอไฮไลท์ของการประชุม Africa Oil Week 2015 ได้ที่

http://app.streamsend.com/c/27409845/28865/YiwJ6eW/i69qzpmzz2?redirect_to=https%3A%2F%2Fvimeo.com%2F145983058

รับชมรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการประชุมได้ที่ http://www.africa-oilweek.com

ข้อมูลติดต่อสำหรับ

สปอนเซอร์: amanda@glopac-partners.com

ผู้เข้าร่วมจัดแสดง: sonika@glopac-partners.com

สื่อมวลชน/ฝ่ายการตลาด: jodee@glopac-partners.com

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน: judith@glopac-partners.com

ที่มา: Global Pacific & Partners

ผลวิจัยล่าสุดชี้ทั่วโลกต้องแสวงหาแนวทางใหม่รับมือโรคความดันโลหิตสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–27 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

คณะกรรมาธิการ The Lancet Commission on Hypertension เรียกร้องให้ทั่วโลกปรับปรุงแนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยระบุว่ายังมีตัวแปรหลายอย่างที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ซึ่งถ้าหากจัดการได้ก็จะช่วยลดภาระที่เกิดจากโรคความดันโลหิตสูง อันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก

ตัวแปรดังกล่าวครอบคลุมถึงวิธีที่ใช้ในการวัดความดัน รวมถึงปริมาณเกลือในอาหารที่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

ระหว่างการประชุมทางวิทยาศาสตร์ของ International Society of Hypertension (ISH) ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ทางคณะกรรมาธิการได้เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า โรคความดันโลหิตสูงมักถูกมองข้าม เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการทั้งยังไม่ค่อยมีการตรวจวินิจฉัย และแม้ว่าวงการแพทย์จะทราบดีถึงวิธีการป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิตสูง แต่ผู้ใหญ่กว่า 30% ทั่วโลกก็ยังเป็นโรคนี้

สจ๊วต สเปนเซอร์ บรรณาธิการบริหารอาวุโสของวารสาร The Lancet กล่าวว่า “ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด และมักไม่ได้รับการรักษา รายงานของเราได้เผยให้เห็นถึงตัวแปรที่ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม เช่น การเข้าถึงการวินิจฉัยและรักษาโรคของประชากรในประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงวิธีการใหม่ๆในการรับมือกับโรคทั้งในระดับบุคคลและระดับสาธารณสุข”

ศาสตราจารย์นีล โพลเตอร์ ว่าที่ประธาน ISH กล่าวว่า “เรายินดีที่ทางคณะกรรมาธิการเลือกเปิดเผยรายงานฉบับสำคัญในการประชุมของเรา ปัจจุบัน โรคความดันโลหิตสูงกำลังเป็นปัญหาในวงกว้าง เราจึงจำเป็นต้องสร้างความตื่นตัวในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผู้คนทั่วไปในระดับโลก”

“สาเหตุสำคัญของโรคความดันโลหิตสูง คือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ การออกกำลังกายน้อยลง การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น การบริโภคอาหารที่มีเกลือและแคลอรีสูง รวมถึงการบริโภคผักและผลไม้น้อยลง พฤติกรรมเหล่านี้ผนวกกับอายุที่มากขึ้น จะทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น เราจำเป็นต้องรู้ว่าตัวเองเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ ซึ่งทำได้ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้และวิธีการวินิจฉัยโรคที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ทางคณะกรรมาธิการได้ทำการศึกษาสาเหตุของโรคและหลักฐานที่ได้จากการทดลอง เพื่อเน้นให้เห็นว่าจุดใดที่มีการศึกษาเข้มแข็งดีแล้วและจุดใดที่ต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม นอกจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการยังคาดการณ์ว่า จำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจะปรับตัวสูงขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและประเทศที่มีรายได้ปานกลางบางประเทศหากไม่มีการดำเนินการอย่างเหมาะสม ด้วยเหตุนี้ จึงมีการเรียกร้องให้แสวงหาวิธีใหม่ๆในการรักษาผู้ป่วย โดยอ้างอิงจากการวิจัยอันแข็งแกร่ง รวมถึงเร่งดำเนินการวิจัยเพิ่มเติมเพื่ออุดช่องโหว่ด้านความรู้ โดยทางคณะกรรมาธิการได้พัฒนาแผนปฏิบัติการ 10 ประการขึ้นมา โดยหวังให้รัฐบาลทั่วโลกนำไปใช้เพื่อลดภาระอันเกิดจากโรคความดันโลหิตสูง

สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่

http://www.thelancet.com/journals/lancet/article/PIIS0140-6736(16)31134-5/fulltext

ที่มา: International Society of Hypertension

OGT เปิดตัวชุดหาลำดับเบสใหม่ล่าสุด ช่วยตรวจจับยีนก่อมะเร็งที่สำคัญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อ็อกซ์ฟอร์ด, อังกฤษ–27 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Oxford Gene Technology (OGT) บริษัทด้านพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุล เปิดตัว SureSeq myPanel(TM) NGS Custom Cancer Panels ชุดหาลำดับเบสของยีนด้วยวิธี Next Generation Sequencing (NGS) ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ เพื่อรองรับการทำวิจัยของบรรดานักวิทยาศาสตร์ โดยมีคลังข้อมูลยีนที่ครอบคลุมยีนมะเร็งสำคัญๆ ได้แก่ มะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบมัยอีลอยด์ มะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์แบบเรื้อรัง (CLL) มะเร็งรังไข่ และมะเร็งเต้านม และอาศัยการจับยึดด้วยเทคนิคไฮบริไดเซซันในการหาลำดับเบสอย่างสมบูรณ์และครอบคลุม นอกจากนั้นยังมีการอัพเดทข้อมูลยีนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สัมพันธ์กับการวิจัยในปัจจุบันมากที่สุด

OGT-Logo Logo / Oxford Gene Technology (PRNewsFoto/Oxford Gene Technology)

Oxford Gene Technology (PRNewsFoto/Oxford Gene Technology)

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160909/406091LOGO ) 

SureSeq myPanel NGS Custom Cancer Panels นำเสนอยีนที่ลูกค้าให้ความสนใจอย่างสมบูรณ์และครอบคลุม ซึ่งรวมถึงยีนที่มีปริมาณเบส GC สูง นักวิจัยสามารถเลือกตัวตรวจจับ (probe) เฉพาะที่ตรงกับความสนใจของตนเองได้ และยังคงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของข้อมูล นอกจากนี้ ขอบเขตการหาลำดับเบสที่แคบลงและปรับแต่งได้ตามความต้องการ ยังทำให้รองรับปริมาณงานได้มากขึ้นแต่ใช้เวลาตรวจสอบน้อยลง และหลังจากที่ได้มีการปรึกษากับคณะผู้เชี่ยวชาญแล้ว ทางOGT จึงได้ทำการเพิ่มตัวตรวจจับใหม่ๆเข้ามา ชุดหาลำดับเบสนี้จึงสามารถนำมาใช้แทนหรือช่วยเติมเต็มของเดิมได้ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับชุดหาลำดับเบสแบบตายตัวที่ปรับแต่งไม่ได้ จึงมั่นใจได้ว่าการวิจัยในขั้นต่อๆไปจะไม่ถูกปิดกั้น

Anna Skowronska นักวิทยาศาสตร์ฝ่ายวิจัยและพัฒนาประจำศูนย์ปฏิบัติการ West Midlands Regional Genetics Laboratory ซึ่งทดลองใช้ SureSeq ในการหาลำดับเบสของยีนเพื่อวิเคราะห์โรคเอ็มพีเอ็น (มะเร็งโรคเลือด) ให้ความเห็นว่า เรารู้สึกพอใจกับประสิทธิภาพการทำงานของ SureSeq ซึ่งมีความสอดคล้องอย่างสมบูรณ์กับเทคนิคอื่นๆที่เราใช้ โดยสามารถตรวจจับการกลายพันธุ์ทุกรูปแบบที่เรารู้จัก ด้วยค่าความไวเหลือเพียง 1% และยังสามารถตรวจพบการกลายพันธุ์ของยีน JAK2 V617F ทั้งที่ ddPCR ไม่สามารถตรวจจับได้ เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ขั้นที่สองภายใต้ไพรเมอร์ นอกจากนี้ ยังสามารถแสดงการกลายพันธุ์ของยีนตัวอย่างอื่นๆ แม้มี JAK2 V617F ในระดับต่ำ และพบความสัมพันธ์ระหว่างความถี่ของแอลลีลกับการวิเคราะห์เชิงปริมาณโดย ddPCR ทั้งนี้ เรามีแผนที่จะนำ SureSeq มาใช้จริงในอนาคตอันใกล้นี้

David Cook ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์อาวุโสของ OGT กล่าวอธิบายว่า “SureSeq myPanel NGS Custom Cancer Panels เปิดโอกาสให้นักวิจัยสามารถเลือกตัวตรวจจับที่ตรงกับความต้องการของตนได้อย่างง่ายดาย และสามารถอัพเดทข้อมูลยีนใหม่ๆได้ตามความต้องการ ความมุ่งมั่นที่เรามีต่อการวิจัยและพัฒนาทำให้เรามีการอัพเดทยีนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถขอให้เพิ่มยีนที่ยังไม่มีได้ และรับชุดหาลำดับเบสของยีนที่ปรับแต่งเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ogt.com/sureseq

SureSeq(TM): สำหรับใช้ในการวิจัยเท่านั้น ไม่สามารถใช้ในขั้นตอนการวินิจฉัยโรค

ที่มา: Oxford Gene Technology (OGT)

ไมโครชิป นำเสนออุปกรณ์กำเนิดสัญญาณ MEMS ตระกูล DSC6000 ที่มีขนาดเล็กที่สุดและกินพลังงานน้อยที่สุดในวงการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–27 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

อุปกรณ์กำเนิดสัญญาณ MEMS มอบประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ในระดับเดียวกับเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมความถี่ที่มีเสถียรภาพสูงแม้ใช้งานในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (Microchip Technology Inc.) บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ สัญญาณผสม อนาล็อก และแฟลช-ไอพี ประกาศวางจำหน่ายอุปกรณ์กำเนิดสัญญาณ Micro-Electro-Mechanical Systems (MEMS) ตระกูล DSC6000 ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์กำเนิดสัญญาณ MEMS MHz ที่มีขนาดเล็กที่สุดในวงการ ทั้งยังกินพลังงานน้อยที่สุด และรองรับความถี่ครอบคลุมตั้งแต่ 2KHz ถึง 100MHz

Microchip Ultra-Low Power & Ultra-Small Package MEMS Oscillators

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160919/8521605927

อุปกรณ์กำเนิดสัญญาณ MEMS ในแพ็คเกจขนาดเล็กและใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษจากไมโครชิป

อุปกรณ์กำเนิดสัญญาณ MEMS ตระกูล DSC6000 ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับใช้เป็นสัญญาณนาฬิกาอ้างอิงในอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ เช่น อุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์ IoT ที่ต้องมีขนาดเล็ก กินพลังงานต่ำ และต้องใช้งานในระยะยาว นอกจากนี้ อุปกรณ์กำเนิดสัญญาณ MEMS DSC6000 ยังมีความทนทานและความน่าเชื่อถือตามมาตรฐาน Q100 (AEC-Q100) อันเข้มงวดของ Automotive Electronics Council ดังนั้นจึงนำไปใช้งานใต้ฝากระโปรงรถได้

อุปกรณ์กำเนิดสัญญาณ DSC6000 ของไมโครชิป มาในแพ็คเกจมาตรฐาน 4-pin DFN โดยมีขนาดหลากหลายตั้งแต่เล็กสุด 1.6 x 1.2 มม. ไปจนถึง 7 x 5 มม. และกินพลังงานเพียง 1.3 mA (โดยทั่วไป) หรือน้อยกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับอุปกรณ์กำเนิดสัญญาณแบบควอตซ์ที่ประหยัดพลังงานที่สุดในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังมีช่วงอุณหภูมิการทำงานกว้างที่สุดตั้งแต่ –40 ถึง +85 องศาเซลเซียส และมีค่าความผิดพลาดเพียง +/-25 ppm ในช่วงอุณหภูมิดังกล่าว รวมทั้งยังสามารถทนต่อการกระแทกได้มากกว่า 500 เท่า และทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับอุปกรณ์กำเนิดสัญญาณแบบควอตซ์ จึงรับประกันความแข็งแกร่งในเกือบทุกสภาพการทำงาน

รามี คานามา รองประธานกลุ่มอุปกรณ์การจับเวลาและการสื่อสารของไมโครชิป กล่าวว่า “อุปกรณ์กำเนิดสัญญาณ MEMS มีข้อดีมากกว่าอุปกรณ์กำเนิดสัญญาณแบบควอตซ์ดั้งเดิมมากมายมหาศาล โดยเฉพาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องมีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาลง ใช้พลังงานน้อยลง และมีการจับเวลาที่แม่นยำ ไมโครชิปได้นำเสนอโซลูชั่นการจับเวลาโดยใช้ MEMS ที่ครบครันที่สุดในอุตสาหกรรม นั่นคือ DSC6000 อุปกรณ์กำเนิดสัญญาณ MEMS และอุปกรณ์กำเนิดสัญญาณนาฬิกาMEMS ตระกูลใหม่ล่าสุด ที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างการใช้พลังงานต่ำและประสิทธิภาพสูงในแพ็คเกจขนาดเล็ก ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับอุปกรณ์ IoTและอุปกรณ์พกพา

เครื่องมือกำหนดค่าออนไลน์ ClockWorks(R) ของไมโครชิป ช่วยให้นักออกแบบสามารถเลือกอุปกรณ์กำเนิดสัญญาณที่มีคลื่นความถี่ ขนาดแพ็คเกจ ppm และช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมได้อย่างง่ายดาย หลังจากนั้นยังสามารถขอตัวอย่างของอุปกรณ์กำเนิดสัญญาณดังกล่าวผ่านทางเครื่องมือเดียวกันได้ด้วย ขณะเดียวกัน ชุดการเขียนโปรแกรม TimeFlash Field Programming Kit ยังช่วยให้สามารถกำเนิดคลื่นความถี่ได้ในทันที ด้วยการเชื่อมเมโมรีการเขียนโปรแกรมแบบใช้ครั้งเดียว (One-Time Programmable: OTP) เข้ากับพื้นที่ว่างเปล่าของ DSC6000 ที่สามารถสั่งซื้อแยกได้

การสนับสนุนการพัฒนา

เพื่อความสะดวกในการประเมินและการพัฒนา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ClockWorks Configurator ของไมโครชิปได้ที่ clockworks.microchip.com/Timing และดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TimeFlash Field Programming Kit ซึ่งสนับสนุน DSC6000ได้ที่ http://www.microchip.com/timeflash ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถขอให้ตั้งค่าบอร์ดพัฒนาตามความต้องการได้ โดยแจ้งความจำนงได้ที่ตัวแทนขายหรือผู้แทนจำหน่ายทั่วโลกที่ได้รับอนุญาตจากไมโครชิป

การวางจำหน่าย

DSC60xx และ DSC61xx อยู่ในขั้นตอนการผลิตและพร้อมจำหน่ายเมื่อซื้อ 10,000 ชิ้น โดยมีแพ็คเกจให้เลือกหลายขนาด ได้แก่ 1.6 x 1.2 มม. 2.0 x 1.6 มม. 2.5 x 2.0 มม. ในแบบ 4-pin VLGA และขนาด 3.2 x 2.5 มม.ในแบบ 4-pin VDFN หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อตัวแทนขายหรือผู้แทนจำหน่ายทั่วโลกที่ได้รับอนุญาตจากไมโครชิป หรือเข้าชมเว็บไซต์ของไมโครชิปที่ http://www.microchip.com/DSC6000

สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่ระบุถึงในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ได้ที่ microchipDIRECT หรือติดต่อพันธมิตรจัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจากไมโครชิป

แหล่งข้อมูลและภาพ

สามารถดูรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่ฟลิกเกอร์ หรือติดต่อกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก)

ภาพกราฟฟิกเพื่อการประชาสัมพันธ์: www.flickr.com/photos/microchiptechnology/29606073196/sizes/l

– TimeFlash Field Programming Kit: www.flickr.com/photos/microchiptechnology/29641314135/sizes/l

โลโก้ ClockWorks: www.flickr.com/photos/microchiptechnology/29641048925/sizes/l

ติดตามไมโครชิปได้ที่

– RSS Feed สำหรับข่าวผลิตภัณฑ์ของไมโครชิป: http://www.microchip.com/RSS/recent-PRProduct.xml

ทวิตเตอร์: twitter.com/microchiptech

เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/microchiptechnology

ยูทูบ: www.youtube.com/user/microchiptechnology

เกี่ยวกับไมโครชิป เทคโนโลยี

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ ตลอดจนโซลูชั่นอนาล็อกสัญญาณผสม และแฟลช-ไอพี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนรวมของทั้งระบบ และร่นระยะเวลาในการนำเสนอแอปพลิเคชั่นหลายพันรายการสำหรับลูกค้าในตลาดทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของไมโครชิปตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศพร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่ www.microchip.com

หมายเหตุ: ชื่อและชื่อโลโก้ Microchip รวมถึงตัวโลโก้ Microchip เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วน ClockWorks เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกา สำหรับเครื่องหมายการค้าอื่นๆ ทั้งหมดที่ระบุถึงในข่าวฉบับนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

Daphne Yuen (ไมโครชิป)

โทร. (+852) 2943 5115

อีเมล: daphne.yuen@microchip.com

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160919/8521605927

เตรียมพบกับมหกรรมแสดงสินค้าแฟชั่นสุดยิ่งใหญ่ “FASHION WORLD TOKYO 2016” เริ่ม 7-9 พ.ย.นี้ ที่โตเกียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–27 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

งาน FASHION WORLD TOKYO 2016 มหกรรมแสดงสินค้าแฟชั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เตรียมเปิดฉากขึ้นในระหว่างวันจันทร์ที่ 7 ถึงวันพุธที่ 9 พฤศจิกายน 2016 ณTokyo Big Sight ประเทศญี่ปุ่น

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160923/0861609883-a

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160923/0861609883-b

“ภาพบรรยากาศจากงานปี 2015”

มหกรรมครั้งนี้ประกอบไปด้วยงานแสดงสินค้าสุดพิเศษ 7 งานด้วยกัน ได้แก่ สิ่งทอ เสื้อผ้าแฟชั่น กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับแฟชั่น เสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับบุรุษ และการรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) โดยจำนวนของผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าเพิ่มขึ้น 190 รายจากปีที่ผ่านมา เป็น 860 ราย และจะดึงดูดผู้เข้าร่วมชมงานจากทั่วโลกได้ถึง 28,000 คน

ไฮไลท์ของงานในปีนี้คือ TEXTILE TOKYO ซึ่งเริ่มได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น หลังจากเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา โดยงานจัดแสดงสินค้าในครั้งนี้ได้รวบรวมสิ่งทอคุณภาพสูงจากผู้ผลิตชาวญี่ปุ่น ไปจนถึงสิ่งทอที่ทำขึ้นจากวัสดุพิเศษใหม่ๆ มาไว้ในงานเดียว

สำหรับปีนี้จะมีโซนจัดแสดงสินค้าใหม่คือ “Production Technology Zone” ที่จะทำให้บรรดาผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นได้เต็มอิ่มไปกับนวัตกรรมใหม่ๆ ยิ่งกว่าเดิม

เดือนพฤศจิกายนนี้ ขอเชิญชวนร่วมงาน FASHION WORLD TOKYO 2016 มหกรรมแสดงสินค้าแฟชั่นที่มีความครอบคลุมมากที่สุดและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

*จำนวนผู้จัดแสดง (รวมผู้จัดแสดงงานอื่นๆที่จัดขึ้นพร้อมกัน) เป็นตัวเลขคาดการณ์ ซึ่งอาจแตกต่างจากจำนวนจริงในวันงาน

สิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับงานปีนี้

พบกับวัสดุสุดพิเศษจากญี่ปุ่นได้ที่ TEXTILE TOKYO

บริษัทชั้นนำสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง ”Uni Textile” และ ”Lily Lace” ซึ่งมีความภูมิใจในคุณภาพของสินค้าญี่ปุ่น ร่วมด้วยบริษัทนับ 100 รายจากทั่วโลก จะมาร่วมจัดแสดงสินค้าของตนกันที่งานนี้ ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตสิ่งทอจากผ้าฝ้าย ผ้าไหม และใยสังเคราะห์ ผู้ผลิตสินค้าเครื่องหนัง ไปจนถึงผู้ผลิตกระดุมและซิปสำหรับสินค้าแฟชั่น

สิ่งหนึ่งที่จะเรียกความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงานได้มากที่สุดคือ นวัตกรรมสิ่งทอใหม่ของผู้ผลิตชาวญี่ปุ่นที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีล่าสุด โดยบริษัทน้องใหม่อย่าง“Lametex” จะมาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับสัมผัสที่ไม่เรียบเนียนของผ้าประเภทกลิตเตอร์ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีการผลิตผ้ากลิตเตอร์และเส้นใยอิลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน

นอกจากนี้ งานนี้ยังได้รวบรวมผู้จัดแสดงที่มาพร้อมกับวัสดุใหม่ๆ อาทิ สิ่งทอพิเศษที่ทำจาก Prousion (วัสดุประเภทเซรามิกไอออน) ซึ่งช่วยในการกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ฟื้นฟูอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ และกำจัดอนุมูลอิสระ รวมถึงวัสดุพิเศษที่ถักทอขึ้นจากกระดาษมิโนะ (ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก) ที่ให้สัมผัสนุ่มลื่นไปกับผิว และปิดท้ายด้วยสิ่งทอที่มุ่งใช้ประโยชน์จากถ่านกัมมันต์ โดยอาศัยการใช้เส้นใยฝ้ายที่ไม่ผ่านกระบวนการcarbonized

นอกจากผู้ผลิตชาวญี่ปุ่นแล้ว ยังมีบริษัทจาก 16 ประเทศทั่วโลก รวมถึงอิตาลี สหรัฐ และอินเดีย ที่เตรียมตบเท้าเข้าร่วมงานนี้ โดยผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์และสิ่งทอคุณภาพสูงตามแบบฉบับญี่ปุ่นที่มีความเป็นสากล สามารถรับชมรายละเอียดเกี่ยวกับผู้จัดแสดงสินค้าและงานแสดงสินค้าได้ที่ http://www.fashion-tokyo.jp/en/eguide

ดีไซเนอร์ 100 ชีวิตจะมารวมตัวในโซนพิเศษ ”Designer’s Gate”

”Designer’s Gate” เป็นอีกหนึ่งพื้นที่จัดแสดงที่จะเรียกความสนใจจากผู้ชมไปได้ไม่น้อย ด้วยการจัดแสดงผลงานคอลเล็กชั่นพิเศษของเหล่าดีไซเนอร์ดาวรุ่ง โดยในปีนี้ จำนวนของดีไซเนอร์จะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึงสองเท่า เป็น 100 ราย

ผลงานส่วนใหญ่ของเหล่าดีไซเนอร์จะเป็นงานแฮนเมดและมีเพียงชิ้นเดียว ด้วยเหตุนี้ Designer’s Gate จึงเป็นพื้นที่จัดแสดงที่ผู้ที่กำลังมองหาสิ่งใหม่ๆจะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง สามารถเยี่ยมชมแบรนด์เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่และจิตวิญญาณแห่งความอิสระเสรี เพื่อก้าวนำเทรนด์ก่อนใครได้ที่โซนนี้

แนะนำโซนใหม่ Production Technology Zone

เพื่อตอบรับเสียงเรียกร้องจากบรรดาผู้ผลิตเสื้อผ้า งานปีนี้จะมีการเปิดตัวพื้นที่สำหรับจัดแสดงเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งนอกจากเครื่องเย็บผ้าจากบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นอย่าง “Juki” แล้ว ที่โซนนี้ยังจะมีการนำเสนอนวัตกรรมต่างๆ อาทิ ระบบ CAD ที่ใช้งานง่าย, ระบบตรวจสอบสินค้าด้วย X-Ray เพื่อการควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงเครื่องพิมพ์นานาชนิด เพื่อมอบเทคโนโลยีล่าสุดให้กับผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องแต่งกาย

ติดต่อขอรับบัตรเข้างานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่: http://www.fashion-tokyo.jp/en/inv

ข้อมูลโดยสังเขปของงาน FASHION WORLD TOKYO 2016

วัน/เวลา: วันจันทร์ที่ 7 ถึงวันพุธที่ 9 พฤศจิกายน 2016 เวลา 10:00 น. – 18:00 น.

สถานที่: Tokyo Big Sight

ผู้จัดงาน: Reed Exhibitions Japan Ltd.

งานแสดงสินค้า 7 งาน:

มหกรรมแสดงสินค้า FASHION WORLD TOKYO 2016 เดือนพฤศจิกายน http://www.fashion-tokyo.jp/en/ ประกอบด้วย

–          TEXTILE TOKYO – Textile & Material Expo Tokyo [พฤศจิกายน]

–          TOKYO FASHION WEAR EXPO [พฤศจิกายน]

–          TOKYO BAG EXPO [พฤศจิกายน]

–          TOKYO SHOES EXPO [พฤศจิกายน]

–          TOKYO FASHION JEWELLERY EXPO [พฤศจิกายน]

–          TOKYO MEN’S FASHION EXPO -MEN’S TOKYO- [พฤศจิกายน]

–          OEM/SOURCING EXPO [พฤศจิกายน]

ติดต่อ

FASHION WORLD TOKYO Show Management

Reed Exhibitions Japan Ltd.

โทร. +81-3-3349-8519

อีเมล: visitor-eng.fwt@reedexpo.co.jp

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160923/0861609883-a

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160923/0861609883-b

อะโดบี และ ไมโครชอฟท์ ผนึกกำลังดันระบบคลาวด์ Azure ช่วยธุรกิจสร้างความผูกพันกับลูกค้าในยุคดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอตแลนต้า–27 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – อะโดบีเตรียมนำเสนอบริการคลาวด์บนแพลตฟอร์ม Microsoft Azure ขณะที่ไมโครชอฟท์เลือกอะโดบีเป็นบริการเด่นทางการตลาดสำหรับโซลูชั่นDynamics 365 Enterprise

          ที่งาน Microsoft Ignite วันจันทร์ที่ 26 กันยายน อะโดบี และ ไมโครชอฟท์ คอร์ป ได้ประกาศแผนการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อช่วยให้องค์กรบริษัทต่างๆ สามารถเปิดรับการพลิกโฉมธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัล พร้อมมอบประสบการณ์ที่กระตุ้นความสนใจและตรงกับความต้องการของผู้ใช้แต่ละราย ผ่านการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในทุกระยะ เมื่อรวมพลังกันแล้ว ทั้งสองบริษัทจะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ของตน ผ่านโซลูชั่นที่ผสานการทำงานเข้ากับ Microsoft Azure, Adobe Marketing Cloud และ Microsoft Dynamics 365

MICROSOFT CORP. LOGO / Microsoft company logo. (PRNewsFoto/Microsoft Corp.)

Microsoft company logo. (PRNewsFoto/Microsoft Corp.)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20000822/MSFTLOGO

          “ผู้นำธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมต่างให้ความสำคัญเกี่ยวกับวิธีการสร้างความผูกพันกับลูกค้าทางดิจิทัล ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ใดก็ตาม” สัตยา นาเดลลา ซีอีโอของไมโครซอฟท์ กล่าว “ทั้งไมโครซอฟท์และอะโดบี จะร่วมมือกันเพื่อนำเสนอความสามารถด้านการตลาดที่ล้ำสมัยที่สุด บนระบบคลาวด์ที่ทรงพลังและอัจฉริยะที่สุด เพื่อช่วยให้บริษัทต่างๆ ก้าวสู่ยุคดิจิทัล และสร้างความผูกพันกับลูกค้าด้วยวิธีการใหม่ๆ”

          “ลูกค้าในทุกวันนี้ต่างคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ที่มีการออกแบบมาเป็นอย่างดี มีความเป็นส่วนตัว และมีความสอดคล้องกันในทุกๆ ครั้งที่พวกเขาได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์” ชานทานู นาเรเยน ประธานและซีอีโอของอะโดบี กล่าว “อะโดบีและไมโครซอฟท์จะร่วมกันขับเคลื่อนพลังแห่งคลาวด์และความสามารถครบวงจร เพื่อช่วยแบรนด์ต่างๆ ในการออกแบบและมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า”

          ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว อะโดบีจะใช้ Microsoft Azure เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับนำเสนอบริการ Adobe Marketing Cloud, Adobe Creative Cloudและ Adobe Document Cloud โดย Azure ทำให้อะโดบีมีระบบคลาวด์ที่ได้รับความไว้วางใจระดับโลก และมีแพลตฟอร์มข้อมูลอันทรงประสิทธิภาพสำหรับให้บริการอัจฉริยะรูปแบบต่างๆ ซึ่งรวมถึงการเรียนรู้ด้วยเครื่อง (Machine Learning) อย่างครอบคลุม และความสามารถในการประมวลผลข้อมูลที่มีอยู่ในชุดซอฟต์แวร์Microsoft Cortana Intelligence Suite และ SQL Server

          ขณะที่ไมโครซอฟท์จะนำเสนอ Adobe Marketing Cloud เป็นบริการเด่นด้านการตลาดสำหรับ Dynamics 365 Enterprise เพื่อมอบบริการการตลาดที่ครอบคลุมและทรงประสิทธิภาพให้แก่ลูกค้าที่ใช้งานแอปพลิเคชั่นธุรกิจอัจฉริยะรุ่นใหม่ของไมโครซอฟท์

          ทั้งสองบริษัทจะร่วมมือกันในการผสานข้อมูลเพื่อรับประกันว่าลูกค้าจะสามารถทำงานบน Adobe Marketing Cloud และแพลตฟอร์มธุรกิจ Dynamics 365 ได้อย่างราบรื่น ซึ่งรวมถึงการใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ การเรียนรู้ด้วยเครื่อง และการวิเคราะห์ขั้นสูง นอกจากนี้ ลูกค้าจะสามารถใช้ข้อมูลที่ผนวกรวมกันเหล่านี้ผ่านทางโซลูชั่นของอะโดบีและไมโครซอฟท์ เพื่อสร้างขีดความสามารถด้านการตลาดและขับเคลื่อนยอดขายด้วยข้อมูล ลูกค้าระดับองค์กรบริษัท ตลอดจนผู้พัฒนาและพันธมิตรบุคคลที่สาม ยังจะได้ประโยชน์จากการต่อยอดแบบจำลองข้อมูลที่มีอยู่เดิม อันจะเป็นการสนับสนุนการพัฒนาและการสร้างสรรค์นวัตกรรมในระบบนิเวศที่มีการแบ่งปันร่วมกัน

          อะโดบีและไมโครชอฟท์จะทำงานร่วมกับบรรดาบริษัทชั้นนำ เพื่อช่วยให้บริษัทเหล่านี้ได้มองเห็นภาพและนำโซลูชั่นครบวงจรไปใช้ขับเคลื่อนการทำงานจนเป็นผลสำเร็จ โดยผลของความร่วมมือนี้จะทำให้ลูกค้าของทั้งสองบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกและข้อมูลการคาดคะเนที่มีความสำคัญยิ่ง เชื่อมโยงธุรกิจของพวกเขาเข้ากับจุดสัมผัสของลูกค้า ส่งเสริมความสัมพันธ์ ตลอดจนขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจและความภักดีต่อแบรนด์

          เกี่ยวกับอะโดบี ซิสเต็มส์

          อะโดบี (Nasdaq “ADBE”) กำลังเปลี่ยนแปลงโลกผ่านประสบการณ์ดิจิทัล สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.adobe.com

          เกี่ยวกับไมโครซอฟท์

          ไมโครซอฟท์ (Nasdaq “MSFT” @microsoft) คือแพลตฟอร์มชั้นนำ และเป็นบริษัทที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขยายขีดความสามารถในการทำงานสำหรับโลกยุค mobile-first, cloud-first ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างพลังอำนาจให้ทุกคนและทุกองค์กรบนโลกใบนี้สามารถบรรลุผลสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น

“เฉิงตู” รุกผลักดันนวัตกรรม พร้อมยกระดับสู่มหานครแห่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจของประเทศจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 


เฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวน เดินหน้าผลักดันนวัตกรรมระดับชาติ พร้อมปฏิรูปเมืองด้วยการผนวกรวมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจเข้าไว้ด้วยกันในพื้นที่ ในฐานะมหานครระดับนานาชาติแห่งภาคตะวันตกของจีน เฉิงตูได้รับการมอบหมายจากคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลเสฉวน (Sichuan Provincial CPC Committee) ให้เป็นเมืองหลักในการให้ความช่วยเหลือพื้นที่อื่นๆในมณฑลเสฉวน เพื่อผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นของเฉิงตู

เฉิงตู ไฮเทคโซน (Chengdu Hi-Tech Zone) เป็นหนึ่งในหลายโครงการหลักที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการที่มีความคิดสร้างสรรค์ชาวจีนสร้างนวัตกรรม และริเริ่มธุรกิจเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาค และประเทศ โดยมุ่งให้บริการและสนับสนุนผู้ประกอบการและกลุ่มสตาร์ทอัพผ่านนโยบายสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ เพื่อพัฒนาสถานประกอบการในสาขาไอที, เภสัชภัณฑ์, และอุตสาหกรรมการผลิตที่ทันสมัย

ทั้งนี้ นโยบายที่สร้างแรงจูงใจให้กับภาคธุรกิจนั้น ได้แก่ ค่าเช่าออฟฟิศในราคาพิเศษ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และเงินอุดหนุนด้านทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งนโยบายเหล่านี้ช่วยดึงดูดสตาร์ทอัพรายใหม่ๆที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพได้เป็นจำนวนมากนอกจากนี้ สภาพแวดล้อมในการทำงานที่เยี่ยมยอด พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสันทนาการและกีฬา ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เชื้อเชิญให้บรรดาผู้ประกอบการรวมถึงสตาร์ทอัพให้ตบเท้าเข้ามาริเริ่มกิจการใน เฉิงตู ไฮเทคโซน (Chengdu Hi-Tech Zone) แห่งนี้

ความสำเร็จด้านนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการในเมืองเฉิงตูนั้นมีความโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง อาทิ บริษัท จุ่น ซิง หยุน เสวีย เทคโนโลยี จำกัด (Zhun Xing Yun Xue Technology Co., Ltd.) และ บริษัท ทินแมน เทคโนโลยี จำกัด (Tinman Technology Co. Ltd.) เป็นตัวอย่างของสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จซึ่งอยู่ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลเฉิงตู

บริษัท เฉิงตู จุ่น ซิง หยุน เสวีย เทคโนโลยี จำกัด (Chengdu Zhun Xing Yun Xue Technology Co., Ltd.) เป็นผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีออฟฟิศอยู่ใน เฉิงตู ไฮเทคโซน (Chengdu Hi-Tech Zone) โดยบริษัทดังกล่าวเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จด้านการคิดค้นสมาร์ทเพน หรือปากกาอัจฉริยะ ซึ่งช่วยยกระดับการศึกษาในเมืองเฉิงตู โดยโรงเรียนในเฉิงตูกว่า 20 แห่งต่างใช้แอปพลิเคชั่นดังกล่าวเพื่อประเมินประสิทธิภาพการเรียนของนักเรียน และปรับปรุงคุณภาพด้านการสอน สำหรับผู้ปกครองเองยังสามารถตรวจสอบทักษะของบุตรหลานผ่านทางสมาร์ทเพนได้ด้วยในขณะที่เด็กๆ ก็สามารถใช้อุปกรณ์นี้เป็นเครื่องมือในการทำการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ได้เช่นกัน ทั้งนี้ บริษัท เฉิงตู จุ่น ซิง หยุน เสวีย มีแผนที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์สมาร์ทเพนไปยังเมืองอื่น ๆ ด้วย

บริษัท เฉิงตู ทินแมน เทคโนโลยี จำกัด เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตซึ่งผสมผสานการสร้างสรรค์คอนเทนต์ และการพัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อันชาญฉลาดเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นผู้จัดหาผลิตภัณฑ์เพื่อการศึกษาและความบันเทิงให้กับเด็กก่อนเข้าวัยเรียน โดยทางบริษัทได้ผลิตแอปพลิเคชั่นเพื่อการศึกษาในระดับปฐมวัยมากกว่า 200 แอปพลิเคชั่น เพื่อช่วยปลูกฝังองค์ความรู้ให้แก่เด็กๆผ่านหนังสือที่มีภาพเคลื่อนไหว และเกมส์เพื่อการศึกษาแบบอินเตอร์แอคทีฟ นอกจากนี้ ทินแมนยังมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตของเล่นอัจฉริยะ โดยหนึ่งในสินค้ายอดนิยมของทินแมนคือสมาร์ท โจโจ้ซึ่งเป็นอุปกรณ์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็กที่สามารถใช้เป็นของเล่นได้ในคราวเดียว รวมถึงยังทำหน้าที่เสมือนเป็นสื่อโซเชียลสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยผู้ปกครองสามารถพูดคุยกับบุตรหลานได้ผ่านของเล่นสุดไฮเทคชิ้นนี้

นอกจากนี้ เมืองเฉิงตูยังเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจใหม่เทียนฝู่ (Tianfu New Area) ซึ่งเป็นโครงการนำร่องที่มุ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและธุรกิจบริการระดับไฮเอนด์ พร้อมด้วยความสะดวกสบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแห่งนี้ จะกลายเป็นมาศูนย์รวมของบริษัทข้ามชาติและบริษัทชั้นนำของจีนต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ เฉิงตูยังได้พัฒนาศูนย์กลางคมนาคมที่มีความครอบคลุมในระดับสากล ซึ่งรวมถึงบริการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางเฉิงตู-ยุโรป (Chengdu-Europe Express Railway Service) ที่มุ่งตรงจากเมืองเฉิงตูไปยังเมืองลอดซ์ ประเทศโปแลนด์ ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากจีนไปยังยุโรปได้อย่างสะดวกสบาย ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน ท่าอากาศยานนานาชาติเทียนฝู่ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2559 นั้น ก็จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการบินระดับสากล โดยเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ เฉิงตูก็จะขึ้นแท่นเป็นเมืองที่ 3 ของจีนที่มีสนามบินถึง 2 แห่ง เช่นเดียวกับปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้

เฉิงตูได้ดำเนินตามเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ รวมถึงการเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์วัฒนธรรม และการเป็นศูนย์กลางคมนาคมที่มีความครอบคลุมมากที่สุดในภาคตะวันตกของจีน ตามนโยบายการเปิดประตูเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศ

Mahindra Comviva เผยโฉมโซลูชันใหม่ ช่วยองค์กรธุรกิจครองใจลูกค้าในยุคดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวเดลี–27 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทางลัดขององค์กรธุรกิจในการพลิกโฉมสู่ดิจิทัล

Mahindra Comviva ผู้นำระดับโลกด้านการให้บริการโซลูชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ เปิดตัว ‘Infinity’ แพลตฟอร์มการสร้างรายได้จากบริการข้อมูล ที่งาน Service Innovation World 2016 ในกรุงลอนดอน แพลตฟอร์ม Infinity ใหม่ล่าสุดนี้ นับเป็นความสำเร็จของการผสมผสานความต้องการขององค์กรธุรกิจเข้ากับศักยภาพเครือข่ายของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ทำให้องค์กรธุรกิจมีสื่อกลางที่สมบูรณ์แบบในการบริหารและขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในยุคดิจิทัล

Mahindra Comviva Logo / Mahindra Comviva Logo

Mahindra Comviva Logo

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20130626/625127 )

แพลตฟอร์มการสร้างรายได้จากบริการข้อมูล ‘Infinity’ ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถขับเคลื่อนการมีส่วนในเชิงบริบทร่วมกับผู้บริโภค พนักงาน หุ้นส่วน และอุปกรณ์เขื่อมต่อต่างๆ โดยอาศัยประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรข้อมูลของผู้ให้บริการโทรคมนาคม ในขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มดังกล่าวยังเปิดทางให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถนำข้อมูลมาใช้เป็นช่องทางขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมให้กับองค์กรธุรกิจได้เป็นครั้งแรก โดยจะช่วยให้ทำรายได้จากบริการข้อมูลได้มากขึ้น แพลตฟอร์ม Infinity ยังนำเสนอเลเยอร์ธุรกิจที่ล้ำสมัย ด้วย Use Case ที่ติดตั้งมาในตัวและพร้อมใช้งาน ช่วยให้องค์กรธุรกิจต่างๆ สามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ช่วยครองใจลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

Aditya Dhruva รองประธานและหัวหน้าแผนกโซลูชันการรับส่งข้อความและบรอดแบนด์ของ Mahindra Comviva กล่าวถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ว่า “ผู้ให้บริการโทรคมนาคมมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ช่วยขับเคลื่อนการมัดใจลูกค้ายุคดิจิทัลสำหรับองค์กรธุรกิจ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ที่ช่วยครองใจลูกค้าได้เร็วขึ้น ดีขึ้น และถูกลง อย่างไรก็ตามในปัจจุบันองค์กรธุรกิจต่างๆ กำลังเผชิญกับหนทางที่ยากลำบากในการสร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านวิธีที่ยิบย่อยทางแอปมือถือ เว็บไซต์ และคอนเทนต์ แพลตฟอร์ม Infinity ของ Mahindra Comviva แก้ปัญหานี้ได้โดยช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถนำเสนอช่องทางบริการข้อมูลแก่องค์กรธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในยุคดิจิทัลในแนวทางที่สอดคล้องและเป็นหนึ่งเดียวกัน เราเชื่อว่าข้อมูลคือสกุลเงินใหม่ และ Infinity คือก้าวสำคัญที่จะทำให้กระบวนทัศน์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริง”

Mahindra Comviva จะเข้าร่วมงาน Service Innovation World  ที่บูธหมายเลข 5 ในระหว่างวันที่ 27-28 กันยายนนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

Sundeep Mehta

Global Manager – PR & Corporate Communications

มือถือ: +91-9910030732

อีเมล: pr@mahindracomviva.com

ที่มา: Mahindra Comviva

“JBL Pass” บัตรรถบัสครอบคลุม 92 เส้นทางทั่วญี่ปุ่น เปิดจำหน่ายแล้ววันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–26 ก.ย.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

เชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นด้วยรถบัสด่วน

เมื่อวันที่ 15 กันยายน JAPAN BUS LINES (หรือ JBL) ซึ่งผู้ให้บริการรถบัสด่วน 59 รายทั่วญี่ปุ่นร่วมกันจัดตั้งขึ้น ได้ประกาศเปิดตัวบัตรโดยสาร “JBL Pass” สำหรับการเดินทางด้วยรถบัสด่วนครอบคลุม 92 เส้นทางทั่วญี่ปุ่น ในแบบ 7 วัน หรือ 14 วันติดต่อกัน โดยวางจำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์ (http://japanbuslines.com/) ในช่วงเวลาจำกัด

(รูปภาพ:

http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103940/201609234602/_prw_OI2fl_5BhZ37jm.png)

การเปิดตัวบัตรรถโดยสารดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนให้ผู้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีมานี้ หันมาใช้บริการรถบัสด่วนกันมากขึ้น และช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเป็นไปอย่างราบรื่น โดยสนนราคาของบัตรโดยสารอยู่ที่ 20,000 เยนสำหรับ 7 วัน และ 28,000 เยนสำหรับ 14 วัน ซึ่งผู้ถือบัตรสามารถเดินทางใน 92 เส้นทางได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตามระยะเวลาการใช้บัตร

JBL Pass ช่วยให้ผู้โดยสารเดินทางได้ในราคาที่ถูกกว่าการซื้อตั๋วรถบัสด่วน หรือระบบขนส่งอื่นๆ แบบแยกเป็นรายเที่ยว และเนื่องจากผู้เดินทางสามารถซื้อและชำระค่าบัตรโดยสาร รวมถึงจองที่นั่งได้ทางออนไลน์ ผู้เดินทางจึงไม่ต้องเสียเวลาแลกตั๋วรถที่สำนักงานจำหน่ายตั๋ว จึงช่วยให้การเดินทางด้วยรถบัสด่วนง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตร JBL Pass เมื่อเดินทางมาถึงญี่ปุ่น

นอกจากนี้ JBL ยังขอแนะนำเส้นทางสำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งรวมถึงสถานที่ที่เป็นมรดกโลก (ภูเขาฟูจิ นารา เกียวโต และฮิโรชิมา) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เดินทางที่ใช้บัตร JBL Pass ได้รู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในญี่ปุ่น ทั้งนี้ หลังจากสิ้นสุดช่วงจำหน่ายบัตรแล้ว JBL จะทำการวิเคราะห์สถิติการขายและวิธีการใช้บัตร เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการจำหน่ายบัตรรถบัสด่วนประจำปีหน้า และเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศได้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลโดยสังเขปเกี่ยวกับบัตรโดยสาร

– URL ของเว็บไซต์สำหรับจองที่นั่ง:

  http://japanbuslines.com/en/buspass/ (ภาษาอังกฤษ)

  http://japanbuslines.com/tw/buspass/ (ภาษาจีนตัวเต็ม)

ช่วงเวลาจำหน่ายบัตร: 15 กันยายน – 7 ธันวาคม 2016

ช่วงเวลาที่ผู้ถือบัตร JBL Pass สามารถเริ่มต้นการเดินทางได้: 26 กันยายน – 15 ธันวาคม 2016

ระยะเวลาการใช้บัตร: 7 หรือ 14 วันติดต่อกัน นับตั้งแต่เริ่มใช้บัตร JBL Pass ครั้งแรกในช่วงเวลาที่กำหนด

ราคา: 20,000 เยนสำหรับบัตรโดยสารแบบ 7 วัน และ 28,000 เยนสำหรับบัตรโดยสารแบบ 14 วัน

ที่มา: สำนักเลขาธิการ JAPAN BUS LINES

โฟตอนเปิดตัว “Foton Super Trucks” บนเวทีโลก ในงาน IAA 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮันโนเวอร์, เยอรมนี 27 ก.ย. พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อเวลา 17:00 น. วันที่ 22 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศเยอรมนี “โฟตอน” ได้จับมือกับบริษัทชั้นนำที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์เครือข่ายซูเปอร์ทรัคอัจฉริยะจีน (China Intelligent Connected Super Truck Alliance – CICSA) เช่น เดมเลอร์, คัมมินส์, แซดเอฟ และ คอนติเนนทอล เอจี เพื่อเปิดตัวขบวนรถซูเปอร์ทรัคของโฟตอน ในพิธี “Foton Super Trucks Global Launch” ซึ่งจัดขึ้นที่มหกรรม IAA 2016 ในเมืองฮันโนเวอร์

งานนี้ได้รับเกียรติจาก Mr. Gong Yueqiong รองประธานบริหารโฟตอน มอเตอร์ กรุ๊ป, Mr. Zhou Liang ซีอีโอโฟตอน เดมเลอร์ ออโตโมทีฟ, Mr. Brett Merritt ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจบนทางหลวง กลุ่มธุรกิจเครื่องยนต์ของคัมมินส์, Mr. Joachim Holzner รองประธานอาวุโสฝ่ายยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ของแซดเอ็ฟ และMr. Michael J. Ruf ประธานฝ่ายยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ของคอนติเนนทอล เอจี รวมถึงสมาชิกรายอื่นๆของ CICSA ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดตัว “Foton Super Trucks” ซึ่งรวมถึงรถบรรทุกงานหนัก “AUMAN EST” และรถบรรทุกงานเบา-ปานกลาง “AUMARKS”

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160926/0861610009-a

โฟตอนและสมาชิก CICSA ร่วมพิธี Foton Super Trucks Global Launch

เนื่องจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเริ่มเป็นที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ การขนส่งที่มีประสิทธิภาพและไม่ก่อมลพิษจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้นเช่นกัน Foton Super Trucks จึงถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน และปลอดภัย โดยเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างโฟตอน, เดมเลอร์, คัมมินส์ ผนวกกับความรู้ความชำนาญของ CICSA สำหรับเป้าหมายในอนาคตนั้น ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงจะลดลง 30% (หรือทดแทนด้วยพลังงานไฟฟ้า) การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะลดลง 30% (หรือลดลงเป็นศูนย์) ในขณะที่ประสิทธิภาพการขนส่งจะเพิ่มขึ้น 70% ซึ่งจะทำให้รถบรรทุก Foton AUMAN EST สามารถรองรับการขนส่งระยะทางไกลได้อย่างตรงเวลา มีประสิทธิภาพสูง และคุ้มค่าสำหรับลูกค้าทั่วโลก ขณะที่รถบรรทุก Foton Aumark Series จะรองรับการขนส่งในเขตเมืองทั่วโลก

เมื่อเดือนมิ.ย. 2016 โฟตอน มอเตอร์ กรุ๊ป ได้ก่อตั้งสมาพันธ์เครือข่ายซูเปอร์ทรัคอัจฉริยะขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทชื่อดังระดับโลก อาทิ โฟตอน, แซดเอฟ, คัมมินส์, คอสโค โลจิสติกส์, ซีว่า ลอจีสติกส์, โฟเรอเซีย, แว็บโค, คอนติเนนทอล อิเล็กทรอนิกส์ และทียูวี ไรน์แลนด์ ซึ่งครอบคลุมสาขาต่างๆ ตั้งแต่การผลิตยานยนต์ ระบบส่งกำลัง การขนส่งและโลจิสติกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงโลจิสติกส์อัจริยะ และอินเทอร์เน็ต ซึ่งหากเทียบกับการรวมตัวกันก่อนหน้านี้ระหว่างโฟตอน, เบนซ์ เดมเลอร์ และคัมมินส์แล้ว จะเห็นได้ว่าทางสมาพันธ์ได้ขยายขอบเขตความเป็นพันธมิตรให้ครอบคลุมบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตและโลจิสติกส์อัจฉริยะมากขึ้น ทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก

Michael J. Ruf. ตัวแทนจาก CICSA และประธานฝ่ายยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ บริษัทคอนติเนนทอล กล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นตัวแทนของ CICSA คอนติเนนทอลได้ให้คำแนะนำระดับมืออาชีพสำหรับการวิจัยและพัฒนา Foton Super Trucks ในยุโรปตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในด้านของความปลอดภัยของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ, EBS, ระบบเบรค, โครงรถ และระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับตัวรถ”

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160926/0861610009-b

Mr. Michael J. Ruf ประธานฝ่ายยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ บริษัทคอนติเนนทอล ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในพิธี Foton Super Trucks Global Launch

“Foton Super Trucks นับเป็นโปรเจกต์ที่มีความสำคัญมาก เราจึงรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนารถซูเปอร์ทรัคเหล่านี้ ด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนและโครงรถที่ล้ำสมัยของเรา เพื่อให้ Foton Super Trucks ลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์”Mr. Joachim Holzner รองประธานอาวุโสฝ่ายยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ของแซดเอ็ฟ กล่าว

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160926/0861610009-c

Mr. Joachim Holzner รองประธานอาวุโสฝ่ายยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ของแซดเอ็ฟ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในพิธี Foton Super Trucks Global Launch

โฟตอนเป็นพันธมิตรรายสำคัญของคัมมินส์ และคัมมินส์เองก็เป็นสมาชิกหลักของโครงการรถซูเปอร์ทรัคของสหรัฐ เราให้การสนับสนุนโฟตอนด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ล้ำสมัย ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบให้กับโฟตอน มอเตอร์ กรุ๊ป เป็นอย่างมาก” Brett Merritt ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจบนทางหลวง กลุ่มธุรกิจเครื่องยนต์ของคัมมินส์ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160926/0861610009-d

Mr. Brett Merritt ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจบนทางหลวง กลุ่มธุรกิจเครื่องยนต์ของคัมมินส์ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์

การเปิดตัว Foton Super Trucks ในวันนี้แสดงให้เห็นว่า โฟตอนได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อ “ส่งมอบโซลูชั่นการขนส่งอัจฉริยะสู่ลูกค้าทั่วโลก” ซึ่งจะเร่งการเดินหน้าเข้าสู่ยุคแห่งรถซูเปอร์ทรัคได้เร็วยิ่งขึ้น