Corus Entertainment นำเสนอ 3 รายการไลฟ์สไตล์ใหม่ในงาน MIPCOM

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โทรอนโต–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Home to Win, Backyard Builds และ $ave My Reno รายการไลฟ์สไตล์ไม่มีสคริปต์ใหม่ล่าสุดจาก Corus Entertainment พร้อมขายลิขสิทธิ์เพื่อออกอากาศทั่วโลก 

Corus Entertainment ประกาศขายลิขสิทธิ์ 3 รายการไลฟ์สไตล์ไม่มีสคริปต์สำหรับออกอากาศทั่วโลก ณ งาน MIPCOM ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเดินหน้าพัฒนารายการคุณภาพเพื่อออกอากาศในช่องรายการผู้หญิงและไลฟ์สไตล์ โดยในซีซั่นนี้บริษัทขอนำเสนอรายการ Home to Win (10×60),Backyard Builds (8×30) และ $ave My Reno (14×30) สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก

John MacDonald รองประธานอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์สำหรับผู้หญิงและไลฟ์สไตล์ของ Corus Entertainment กล่าวว่ารายการไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมของเราเป็นที่ชื่นชอบทั่วโลก และเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้นำเสนอ 3 รายการใหม่ในงาน MIPCOM เราจะเดินหน้าพัฒนารายการคุณภาพสำหรับออกอากาศทั่วโลก พร้อมให้บริการอย่างเหนือชั้นแก่ลูกค้าของเราต่อไป

รายการไลฟ์สไตล์ไม่มีสคริปต์ที่ขายในงาน MIPCOM ประกอบด้วย

Home to Win (10×60)

Home to Win คือรายการยอดนิยมที่รวม 20 คนดังของช่อง HGTV Canada มาไว้ในรายการเดียว โดยแต่ละคนต้องนำความเชี่ยวชาญ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถมาใช้ในการปรับปรุงบ้านอย่างเหนือชั้น เหล่าผู้รับเหมาและนักออกแบบชื่อดังที่ตบเท้าเข้าร่วมรายการมีทั้ง Scott McGillivray (Income Property, Moving the McGillivrays), Bryan Baeumler (Leave it to Bryan, Bryan Inc.), Mike Holmes (Holmes on Homes, Holmes and Holmes) และ Sarah Richardson(Sarah’s Rental Cottage, Sarah 101) โดยทุกคนจะผนึกกำลังกันเพื่อแปลงโฉมบ้านธรรมดาๆ ให้กลายเป็นบ้านในฝันอันน่าประทับใจ สำหรับจุดไคลแม็กซ์ของรายการจะอยู่ที่ตอนสุดท้ายความยาวหนึ่งชั่วโมง ซึ่งบรรดาผู้ที่ต้องการบ้านจะต้องแข่งขันกันเพื่อคว้าบ้านหลังนี้ไปครอง รายการนี้สร้างสรรค์โดย Architect Films ด้วยความร่วมมือกับ Corus Entertainment

Backyard Builds (8×30) – อยู่ระหว่างการถ่ายทำ

เมื่อพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านไม่เพียงพอต่อความต้องการ Backyard Builds ขอนำเสนอแนวทางการจัดสรรพื้นที่นอกบ้านอย่างไร้ขีดจำกัด ดำเนินรายการโดยผู้รับเหมาคนดังอย่าง Brian McCourt และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบอย่าง Sarah Keenleyside โดยทั้งคู่จะร่วมมือกับเจ้าของบ้านเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยบริเวณหลังบ้านให้ได้มากที่สุดและตรงกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตู้คอนเทนเนอร์สำหรับเก็บของ ห้องทำขนมเค้ก บ้านต้นไม้ หรือพื้นที่พักผ่อนริมสระว่ายน้ำ ผู้รับเหมาและนักออกแบบคู่นี้ก็สามารถบันดาลให้ได้ตามงบประมาณที่เจ้าของบ้านมี รายการนี้สร้างสรรค์โดย Frantic Films ด้วยความร่วมมือกับCorus Entertainment

$ave My Reno (14×30) – อยู่ระหว่างการถ่ายทำ

รายการใหม่มาแรงอย่าง $ave My Reno จะถ่ายทอดเรื่องราวของบรรดาเจ้าของบ้านที่มีงบประมาณจำกัด แต่โชคดีที่ได้พบกับผู้รับเหมามากความสามารถอย่าง Sebastian Clovis และนักออกแบบแนว DIY มากไอเดียอย่าง Sabrina Smelko เจ้าของบ้านสามารถโยนบิลแจ้งค่าปรับปรุงบ้านอันแสนแพงทิ้งไปได้เลย เพราะทั้งคู่จะทำให้ฝันของคุณกลายเป็นจริงแม้มีงบเพียงน้อยนิด แต่ผลลัพธ์ที่ได้เกินราคามากนัก ทั้งคู่จะช่วยประหยัดเงินด้วยการให้เจ้าของบ้านลงมือทำงานเองและออกล่าของมือสอง โดย Sabrina เป็นเจ้าแม่ในเรื่องการหาของดีราคาถูก รวมถึงการออกแบบและงานฝีมืออันน่าทึ่ง ส่วน Sebastian เป็นเจ้าพ่อเรื่องการใช้เงินอย่างชาญฉลาดเพื่อสร้างชิ้นงานสุดเซอร์ไพรส์ให้กับเจ้าของบ้าน ทั้งสองจะช่วยให้ปรับปรุงบ้านได้ตามความปรารถนาในราคาที่เอื้อมถึง รายการนี้สร้างสรรค์โดยGreat Pacific Media ด้วยความร่วมมือกับ Corus Entertainment

Corus Entertainment มีประวัติความสำเร็จมาอย่างยาวนานในด้านรายการเด็ก โดยดำเนินธุรกิจผ่านทางบริษัทผลิตและกระจายคอนเทนต์อย่าง Nelvanaและในช่วงไม่กี่ปีมานี้ บริษัทได้ขยายคอนเทนต์ให้ครอบคลุมรายการผู้หญิงและไลฟ์สไตล์แบบไม่มีสคริปต์ โดยบริษัทได้นำความเชี่ยวชาญในการผลิต ออกอากาศ และจัดจำหน่ายมาใช้กับรายการแนวใหม่นี้ และได้สร้างสรรค์รายการสัญชาติแคนาดาที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลกอย่าง Masters of Flip ที่ออกอากาศในกว่า 90 ประเทศ และ Buying the View ที่ออกอากาศในกว่า 60 ประเทศ สำหรับรายการผู้หญิงและไลฟ์สไตล์ในเครือประกอบไปด้วย Food Network Canada, HGTV Canada, W Network, Slice(TM), Lifetime, OWN: Oprah Winfrey Network (Canada), CMT (Canada) และ Cosmo TV

ทั้งนี้ Rita Carbone Fleury จะเป็นตัวแทนของ Corus เข้าร่วมงาน MIPCOM โดยจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการขายคอนเทนต์ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก ในฐานะที่เป็นผู้บริหารฝ่ายขายคอนเทนต์มากความสามารถและมีประสบการณ์ในระดับนานาชาติ ทั้งยังเคยดูแลลูกค้ารายใหญ่มากมาย อาทิ Bell Broadcast & New Media Fund, QVF Productions, Verite Films, marblemedia, Studio B Productions, BRB International (Spain) และ RAI Italian Television Corporation หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ Rita Carbone Fleury ภายในงาน MIPCOM ที่ Stand P-1.A0 — Telefilm Booth

เกี่ยวกับ Corus Entertainment Inc.

Corus Entertainment Inc. (TSX: CJR.B) เป็นบริษัทสื่อและคอนเทนต์ชั้นนำ ซึ่งสร้างสรรค์และนำเสนอแบรนด์และคอนเทนต์คุณภาพสูงผ่านแพลตฟอร์มต่างๆสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก บริการด้านมัลติมีเดียของบริษัทประกอบไปด้วยรายการโทรทัศน์เฉพาะทาง 45 ช่อง สถานีวิทยุ 39 สถานี สถานีโทรทัศน์ทั่วไป 15 สถานี ธุรกิจคอนเทนต์ระดับโลก ธุรกิจดิจิทัล รายการสด หนังสือสำหรับเด็ก ซอฟต์แวร์แอนิเมชั่น รวมถึงบริการด้านเทคโนโลยีและสื่อ ทั้งนี้ Corus ดำเนินธุรกิจผ่านแบรนด์ชั้นนำมากมาย ได้แก่ Global Television, W Network, OWN: Oprah Winfrey Network Canada, HGTV Canada, Food Network Canada, HISTORY(R), Showcase, National Geographic Channel, Q107, CKNW, Fresh Radio, Disney Channel Canada, YTV และ Nickelodeon Canada สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.corusent.com

ติดต่อ:

Cathy Kurzbock

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์

Corus Entertainment

โทร. 416.860.4219

อีเมล: cathy.kurzbock@corusent.com

สำหรับในงาน MIPCOM กรุณาติดต่อ

Mary Powers

MPowers Communications

อีเมล: mpowers@mpowers.ca

ร้านค้ากว่าครึ่งในออสเตรเลียรับชำระเงินด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์ผ่านระบบ Mobile QuickPass

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          บริษัท ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประกาศเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้จุดชำระเงินราว 270,000 แห่งในออสเตรเลียรองรับการชำระเงินผ่านMobile QuickPass แล้ว หลังจากที่มีการเปิดตัวบริการดังกล่าวไปเมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่ามีร้านค้าถึงครึ่งหนึ่งในประเทศรองรับการชำระเงินด้วยบัตรชิปการ์ดของยูเนี่ยนเพย์และสมาร์ทโฟนผ่านระบบ QuickPass โดยในขณะนี้ออสเตรเลียได้กลายเป็นประเทศที่มีร้านค้ารองรับการชำระเงินด้วยระบบ Mobile Quickpass มากที่สุดนอกประเทศจีน

          ในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนมากกว่า 1 ล้านคนเดินทางไปเยือนออสเตรเลีย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 21% โดยวัตถุประสงค์หลักของการท่องเที่ยวคือการเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ และการพักผ่อน ซึ่งนับตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนมิ.ย. ออสเตรเลียได้เปิดตัว SmartGate สำหรับชาวจีน (รวมถึงฮ่องกงและมาเก๊า) ที่ถือหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้นักท่องเที่ยวผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายขึ้น ซึ่งอาจช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมายังออสเตรเลียมากขึ้น ทั้งนี้ การคาดการณ์ล่าสุดของสำนักงานวิจัยการท่องเที่ยวออสเตรเลียระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มสูงขึ้นแซงหน้านิวซีแลนด์ และก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังออสเตรเลียมากที่สุดในปีหน้า

          การใช้บัตรยูเนี่ยนเพย์ในออสเตรเลียนั้นมีความสะดวกสบาย เนื่องจากมีตู้เอทีเอ็ม 90% และจุดชำระเงิน 65% รองรับ ทั้งในห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว นอกจากนี้ ธนาคารยักษ์ใหญ่ทั้ง 4 แห่งในออสเตรเลียก็รองรับบัตรยูเนี่ยนเพย์เช่นกัน จึงส่งผลให้มีจำนวนร้านค้าที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์เพิ่มขึ้นเป็น 80% ภายในปีนี้ สำหรับ Mobile QuickPass นั้นถือเป็นบริการเด่นของยูเนี่ยนเพย์ในออสเตรเลีย เพราะนอกจากจะสะดวกและปลอดภัยแล้ว ขอบเขตการรองรับการบริการดังกล่าวยังขยายตัวอย่างรวดเร็วอีกด้วย บริการนี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในบรรดาร้านค้าและผู้ถือบัตรมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นหนึ่งในวิธีการยกระดับการให้บริการของร้านค้าต่าง ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า

          ในประเทศออสเตรเลียนั้น ร้านค้าที่รองรับการชำระเงินด้วยบริการ Mobile QuickPass ประกอบด้วย Myer, Captain Cook Cruise, Harvey Norman, MUJI, UNIQLO และร้านอาหาร Golden Century Seafood Restaurant ในซิดนีย์ โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องเซ็นชื่อ เมื่อชำระเงินด้วยบัตรเดบิตของยูเนี่ยนเพย์ผ่าน Mobile QuickPass และไม่ต้องใส่รหัสหรือเซ็นชื่อแต่อย่างใด เมื่อชำระเงินต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ด้วยบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ ผ่าน Mobile QuickPass

          กรณีที่มียอดใช้จ่ายที่ร้านเกิน 300 ดอลลาร์ออสเตรเลีย นักท่องเที่ยวสามารถขอคืนภาษีด้วยบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ ณ จุดคืนภาษีศุลกากรทั้ง 15 แห่งก่อนเดินทางกลับ เพียงโหลดแอป TRS บนมือถือ และเลือกใช้บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ในการขอคืนภาษี ลูกค้าก็สามารถกรอกข้อมูลออนไลน์และใช้ช่องทางพิเศษได้ โดยจะมีการคืนภาษีเป็นสกุลเงินหยวนเข้าสู่บัญชีโดยตรง ซึ่งทั้งสะดวกและปลอดภัย

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.uionpayintl.com

Akamai เผยรายงานสถานการณ์อินเทอร์เน็ตและความมั่นคงทางไซเบอร์ ประจำ Q2/2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เคมบริดจ์, แมสซาชูเซตส์–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

รายงานประจำไตรมาส 2 ชี้ การโจมตีชนิด DDoS เพิ่มขึ้น 129% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และชนิด NTP reflection เพิ่มขึ้น 276% ทำสถิติใหม่

การโจมตีเว็บแอพพลิเคชั่นเพิ่มขึ้น 14 % โดยการโจมตีชนิด SQL Injection และ Local File Inclusion (LFI) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขึ้นแท่นรูปแบบการโจมตีที่พบมากที่สุด

Akamai Technologies, Inc. (NASDAQ: AKAM) ผู้ให้บริการเครือข่ายการส่งคอนเทนต์ (CDN) ชั้นนำของโลก เปิดเผยรายงาน Second Quarter, 2016 State of the Internet / Security Report ซึ่งเกิดจากการรวบรวมข้อมูลบนระบบ Akamai Intelligent Platform(TM) รายงานฉบับนี้สะท้อนภาพรวมด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ โดยเฉพาะแนวโน้มการโจมตีในรูปแบบ DDoS การโจมตีเว็บแอพพลิเคชั่น รวมทั้งทราฟฟิคประสงค์ร้ายที่มาจากโปรแกรมบอท

ดาวน์โหลดรายงาน State of the Internet / Security Report ฉบับล่าสุด ซึ่งประกอบด้วยข้อมูล บทวิเคราะห์ และกราฟฟิคได้ที่akamai.com/stateoftheinternet-security

แม้ว่าขนาดการโจมตีจะเล็กลง แต่เรายังคงเห็นจำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้น เนื่องจากเครื่องมือโจมตีเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ทั้งยังใช้งานง่ายและทำเงินง่ายอีกด้วย”Martin McKeay บรรณาธิการบริหาร ผู้จัดทำรายงาน State of the Internet / Security Report กล่าว “เครื่องมือเหล่านี้มีหน้าตาคล้ายกันจนแยกไม่ออก ทำให้ภาคธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยงจากการโจมตีซึ่งเกิดขึ้นถี่จนภาคธุรกิจไม่สามารถรับมือเองได้ และเนื่องจากเรากำลังเข้าสู่เดือนแห่งการสร้างความตระหนักรู้ด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cybersecurity Awareness Month) ในเดือนตุลาคม องค์กรต่างๆจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะการที่ผู้ประสงค์ร้ายขู่โจมตี DDoS เพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่งพบว่ากำลังเพิ่มขึ้นอยู่ในขณะนี้”

สาระสำคัญในรายงาน Second Quarter, 2016 State of the Internet / Security Report โดย Akamai ได้แก่

การโจมตีชนิด DDoS

  • จำนวนการโจมตีชนิด DDoS ใน Q2/2016 เพิ่มขึ้น 129% จาก Q2/2015 โดยในไตรมาส 2 ที่ผ่านมานี้ Akamai ป้องกัน DDoS ได้ทั้งสิ้น 4,919 ครั้ง
  • Akamai พบการโจมตีชนิด DDoS ขนาดใหญ่ที่สุดที่ระดับ 363 Gbps เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน โดยเป็นการโจมตีสื่อยุโรปรายหนึ่ง ส่วนขนาดเฉลี่ยของการโจมตีลดลง 36% มาอยู่ที่ 3.85 Gbps
  • การโจมตี 12 ครั้งในช่วงไตรมาส 2 มีขนาดเกิน 100 Gbps และการโจมตี 2 ครั้งซึ่งมีขนาด 300 Gbps นั้นพุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิง

การโจมตีเว็บแอพพลิเคชั่น

  • การโจมตีเว็บแอพพลิเคชั่นใน Q2/2016 เพิ่มขึ้น 14% จาก Q1/2016
  • พบการโจมตีจากแหล่งที่มาในประเทศบราซิล เพิ่มขึ้น 197% ทำให้บราซิลกลายเป็นประเทศต้นกำเนิดการโจมตีเว็บแอพพลิเคชั่นแห่งใหญ่ที่สุด
  • สหรัฐ ซึ่งรั้งอันดับ 2 ประเทศที่พบการโจมตีเว็บแอพพลิเคชั่นมากที่สุด มีการโจมตีประเภทดังกล่าวลดลง 13% เมื่อเทียบกับ Q1/2016
  • SQL Injection (44%) และ Local File Inclusion (45%) เป็น 2 รูปแบบการโจมตีที่พบมากที่สุดในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา

วิเคราะห์ทราฟฟิคที่มาจากโปรแกรมบอท

  • ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โปรแกรมบอทคิดเป็นสัดส่วน 43% ของทราฟฟิคเว็บทั้งหมดที่พบใน Akamai Intelligent Platform ในรอบ 24 ชั่วโมง
  • เครื่องมืออัตโนมัติและการดึงข้อมูลคิดเป็น 63% ของทราฟฟิคจากโปรแกรมบอททั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% จาก Q1/2016 โดยโปรแกรมบอทเหล่านี้จะดึงข้อมูลจากเว็บไซต์หรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจง โดยไม่ระบุจุดประสงค์และจุดกำเนิด

ดาวน์โหลดรายงาน Q2 2016 State of the Internet / Security Report ได้ฟรีที่ akamai.com/stateoftheinternet-security ดาวน์โหลดข้อมูลตัวเลขประกอบคำบรรยายได้ที่ http://akamai.me/2cxMcJb

เกี่ยวกับ Akamai

ในฐานะผู้ให้บริการ Content Delivery Network (CDN) ชั้นนำของโลก Akamai ช่วยให้อินเทอร์เน็ตของลูกค้าทำงานเร็ว เชื่อถือได้ และมีความปลอดภัย โซลูชั่นเพิ่มประสิทธิภาพเว็บ ประสิทธิภาพบนมือถือ ความปลอดภัยบนคลาวด์ และการส่งคอนเทนต์ที่ล้ำหน้าของบริษัทนั้นกำลังปฏิวัติแนวทางที่ภาคธุรกิจใช้ในการยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค องค์กร และความบันเทิงให้สามารถเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ และจากทุกที่ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมว่าโซลูชั่นของ Akamai และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตของเราช่วยขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าได้อย่างไร โดยเข้าไปที่ www.akamai.com หรือblogs.akamai.com และติดตาม @Akamai ได้ทางทวิตเตอร์

ติดต่อ:

Sharon Wu
Akamai Technologies
อีเมล: swu@akamai.com
โทร.+65 6576 9312

ปิยะฉัตร รัตนเกษม
วีโร่ พับลิค รีเลชั่นส์
อีเมล: piyachat@veropr.com
โทร. +66 086-093-9019

เพียวร์เซอร์เคิลสร้างโรงงานแปรรูปแห่งใหม่ รองรับการผลิตหญ้าหวานเพิ่มสองเท่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โอ๊กบรูค, อิลลินอยส์–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – คาดเริ่มเดินเครื่องในปี 2560 พร้อมแยกสายการผลิตพิเศษสำหรับส่วนผสมที่เป็นที่ต้องการสูง

          เพื่อตอบสนองกับความต้องการส่วนผสมจากหญ้าหวานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพียวร์เซอร์เคิล (PureCircle) จึงประกาศในวันนี้ว่า บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการสร้างโรงงานแปรรูปแห่งใหม่ ซึ่งจะยกระดับกำลังการผลิตสารสกัดจากใบหญ้าหวานเอกสิทธิ์เฉพาะของบริษัทขึ้นเป็นสองเท่า พร้อมแยกสายผลิตพิเศษเพื่อรองรับการผลิตส่วนผสมป้อนตระกูลผลิตภัณฑ์ Zeta Family โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ตระกูล Zeta นี้ประกอบไปด้วยสตีวิออลไกลโคไซด์ เช่น Reb M ซึ่งให้ความหวานใกล้เคียงกับน้ำตาลมากที่สุด และช่วยลดแคลอรีได้เป็นอย่างดี

          เมื่อโรงงานก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว คาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตสารสกัดจากใบหญ้าหวานของเพียวร์เซอร์เคิลได้อีก 50% และน่าจะยกระดับกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์หญ้าหวานได้เป็นสองเท่า

          “เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งกับการเดินหน้าสร้างโรงงานแห่งใหม่นี้ เนื่องจากมีความต้องการผลิตภัณฑ์หญ้าหวานเพิ่มขึ้นอย่างมากตลอด 6 ปีที่ผ่านมา” เจสัน เฮ็กเคอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการค้าของเพียวร์เซอร์เคิล กล่าว “ถ้าให้พูดเจาะจงกว่านี้ ความต้องการส่วนผสมตระกูล Zeta ของเพียวร์เซอร์เคิลนั้นเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะเปิดโอกาสให้เราสามารถรองรับอุตสาหกรรมหญ้าหวานได้อย่างที่ไม่มีผู้ผลิตรายใดทำได้ ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นทำให้ลูกค้าของเรามั่นใจได้ว่า เราจะจัดส่งหญ้าหวานให้กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอและยั่งยืน และลูกค้ายังสามารถนำหญ้าหวานของเราที่ให้รสชาติยอดเยี่ยมที่สุดในตลาดไปเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ของพวกเขาได้”

          โรงงานแห่งใหม่จะช่วยสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของเพียวร์เซอร์เคิลที่มีการบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบ เช่นเดียวกับแผนการดำเนินงานด้านเกษตรกรรมทั่วโลก ซึ่งเพิ่งประกาศให้ทราบเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยแผนการที่กล่าวถึงนี้รวมถึงโครงการลงทุนเพิ่มอีก 100 ล้านดอลลาร์ในโครงการ PureCircle Agronomy Program ซึ่งส่งผลให้มีการวางแผนเพาะปลูกในพื้นที่ 10,000 เฮกตาร์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสารสกัดจากใบหญ้าหวานคุณภาพยอดเยี่ยมได้ตลอดทั้งปี

          “เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งต่อห่วงโซ่อุปทานของเรา รวมถึงบทบาทในการรักษาการดำเนินงานเหล่านี้เพื่อมอบผลประโยชน์ให้กับเกษตรกร ลูกค้า และสิ่งแวดล้อม” บ็อบ คอมเพียร์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการกลุ่มของเพียวร์เซอร์เคิล กล่าว “โรงงานแห่งใหม่อันล้ำสมัยนี้ช่วยให้โครงการพืชไร่และแผนการด้านห่วงโซ่อุปทานของเราเดินหน้าอย่างครบวงจร และด้วยความร่วมมือกับเกษตรกร เราจึงสามารถจัดหาสารสกัดจากใบหญ้าหวานธรรมชาติได้ในปริมาณที่มากที่สุด โดยเราได้มีการวางแผนการผลิตเพื่อป้อนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้ถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อให้ลูกค้าประสบความสำเร็จต่อไป”

          ทั้งนี้มีการประมาณการว่าการขยายกำลังการผลิตดังกล่าวจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 42 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ในต้นปี 2560 โรงงานแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ในมาเลเซีย เช่นเดียวกับสำนักงานอื่นๆของเพียวร์เซอร์เคิล

          เกี่ยวกับ เพียวร์เซอร์เคิล

          เพียวร์เซอร์เคิล เป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตผลิตภัณฑ์หญ้าหวานคุณภาพสูงสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก ภารกิจของเพียวร์เซอร์เคิลคือการสนับสนุนให้ทั่วโลกให้ความสำคัญกับอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ด้วยการผลิตส่วนผสมจากธรรมชาติป้อนให้กับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก วิสัยทัศน์ของบริษัทคือการเป็นผู้นำการเติบโตของหญ้าหวานในฐานะสารให้ความหวานจากธรรมชาติ ซึ่งจะมีการผลิตปริมาณมากต่อไปในอนาคต เพียวร์เซอร์เคิลมีสำนักงานอยู่ทั่วโลก โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 และได้รวมเป็นกลุ่มบริษัท เพียวร์เซอร์เคิล ลิมิเต็ด ในปี 2550 ทั้งนี้ เพียวร์เซอร์เคิลเป็นบริษัทจดทะเบียนบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน โดยมีการซื้อขายหุ้นในชื่อย่อPURE สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่ www.purecircle.com

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเส้นทางสายไหม ครั้งที่ 3 เปิดฉากแล้วในเมืองซีอาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซีอาน, จีน–21 ก.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ต/อินโฟเควสท์

          เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเส้นทางสายไหม หรือ Silk Road International Film Festival (SRIFF) ครั้งที่ 3 เริ่มต้นขึ้นแล้วในซีอาน เมืองโบราณของจีน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเทศกาลภาพยนตร์ซึ่งจัดขึ้นเป็นระยะเวลา 5 วันจะนำเสนอเสน่ห์ของประเทศต่างๆบนเส้นทางสายไหม และทำหน้าที่เป็นสะพานเพื่อส่งเสริมการรวมตัวและการพัฒนาระหว่างวัฒนธรรมอันหลากหลาย

          เทศกาล SRIFF ประจำปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Film in Development, Culture with Diversity” โดยภายในงานจะประกอบไปด้วยกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่ การประกวดภาพยนตร์ การฉายภาพยนตร์ การประชุมด้านภาพยนตร์ ตลาดภาพยนตร์ การแสดงวัฒนธรรม และอีกมากมาย งานนี้ดึงดูดภาพยนตร์ 676 เรื่อง จาก 35 ประเทศ อาทิ จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น เยอรมนี และเกาหลีใต้ ให้ส่งผลงานเข้าชิงรางวัลในสาขาต่างๆ ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม นักแสดงชายยอดเยี่ยม นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม และรางวัลอื่น ๆ  อีกมากมาย

          เทศกาล SRIFF จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2557 โดยเน้นจัดแสดงภาพยนตร์จากประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมเป็นหลัก และจัดสลับกันระหว่างเมืองซีอาน และเมืองฝูโจว ซึ่งเป็นเมืองต้นทางของโครงการ “Belt and Road Initiative” เทศกาลภาพยนตร์นี้เป็นที่รู้จักดีในฐานะที่เป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมภาพยนตร์ของประเทศต่าง ๆ ตลอดเส้นทางสายไหม โดยเทศกาล SRIFF ประจำปีนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยจะจัดเป็นระยะเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 19-23 ก.ย.

          ที่มา: คณะกรรมการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเส้นทางสายไหมครั้งที่ 3

          ลิงค์ภาพประกอบ:

Chinese tenor singers Dai Yuqiang, Mo Hualun and Wei Song song Wandering along the Silk Road at the opening ceremony of the 3rd Silk Road International Film Festival, September 19th

           http://asianetnews.net/view-attachment?attach-id=276408

Heliatek ระดมทุนเพิ่ม 80 ล้านยูโร มุ่งขยายกำลังการผลิต HeliaFilm(R)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เดรสเดน, เยอรมนี–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ขยายกำลังการผลิตขนาดใหญ่ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาตลาดทั่วโลก

          Heliatek ผู้นำระดับโลกด้านเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสารอินทรีย์ และผู้ผลิตฟิล์มกรองแสง ระดมทุนรวม 80 ล้านยูโร (88 ล้านดอลลาร์) เพื่อนำมาใช้ในการขยายกำลังการผลิต HeliaFilm(R) เป็น 1 ล้าน m2 p.a. โดยแบ่งเป็นการระดมทุนจากการขายหุ้นจำนวน 42 ล้านยูโร เงินกู้ 20 ล้านยูโร และเงินอุดหนุนประมาณ 18 ล้านยูโร

 

Heliatek HQ with active HeliaFilm(R) façade (PRNewsFoto/Heliatek)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160920/410009 )

          “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบนี้ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเราในฐานะผู้นำระดับโลกด้านฟิล์มกรองแสงชนิดสารอินทรีย์ ทั้งยังช่วยให้เราขยายตลาดได้เร็วขึ้นด้วย เราจะยังคงเป็นผู้นำในการผลิตพลังงานแบบกระจายศูนย์สำหรับภาคอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ต่อไป”Thibaud Le Seguillon ซีอีโอของ Heliatek กล่าว “เราจะทำตามกลยุทธ์ด้วยการขยายตลาดอาคารที่ติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสารอินทรีย์ (Building Integrated Organic Photovoltaic – BIOPV) ผ่านการผลิต HeliaFilm(R) ในปริมาณมากเพื่อจัดส่งให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและอาคาร”

          การระดมทุนรอบ Series D นี้ นำโดย innogy SE ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานชั้นนำของยุโรป รวมไปถึงนักลงทุนรายใหม่ ได้แก่ ENGIE, BNP Paribas และCEE Group ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนของ Lampe Equity Management ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านพลังงานหมุนเวียน ในขณะที่นักลงทุนรายเดิมที่เข้าร่วมการระดมทุนรอบนี้ ประกอบด้วย AQTON, BASF, eCAPITAL, HTGF, Innogy Venture Capital, TUDAG และ Wellington Partners

          ธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรปได้อนุมัติเงินกู้จำนวน 20 ล้านยูโรให้กับ Heliatek ภายใต้โครงการ “InnovFin – EU Finance for Innovators” ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป และคณะกรรมาธิการยุโรป ภายใต้โครงการ Horizon 2020

          บริษัทได้สมัครเข้าร่วมโครงการเงินกู้สำหรับเทคโนโลยีและนวัตกรรม “KETs Pilot Lines project” ของรัฐแซกโซนี และได้รับเงินลงทุนจากกองทุนพัฒนาภูมิภาคยุโรป (European Regional Development Fund – ERDF) โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะได้รับเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 18 ล้านยูโร

          Heliatek มีแผนที่จะติดตั้งสายการผลิตแบบม้วนต่อม้วนที่โรงงานของบริษัทในเมืองเดรสเดนในช่วง 18 เดือนต่อจากนี้ โดยคาดว่าจะผลิตฟิล์มกรองแสงได้ 1 ล้าน m2 p.a. เมื่อเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง บริษัทจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ HeliaFilm(R) ในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและยานยนต์ควบคู่กันไปพร้อมกันทั่วโลก ทั้งนี้ คาดว่าการขยายกำลังการผลิตดังกล่าวจะช่วยสร้างงานใหม่ในสาขาไฮเทคให้กับรัฐแซกโซนีได้มากกว่า 50 ตำแหน่ง

          Heliatek  http://www.heliatek.com

          innogy SE  http://www.innogy.com

          BNP Paribas  http://www.bnpparibas.com

          CEE  http://www.cee-group.de

          ENGIE  http://www.engie.com

          European Investment Bank  http://www.eib.org/press

          HeliaFilm เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Heliatek GmbH

          ข้อมูลติดต่อเฉพาะสื่อมวลชน

          Cornelia Jahnel, Heliatek GmbH, โทร. +49-351-213-034-421, cornelia.jahnel@heliatek.com

          Nigel Robson, Vortex PR, โทร. +44-1481-233080, nigel@vortexpr.com

          ที่มา: Heliatek

วาคอมเปิดตัว STU-540 ซิกเนเจอร์แพดรุ่นล่าสุดพร้อมคุณสมบัติครบครันและรองรับการใช้งานหลากรูปแบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

บริษัท วาคอม จำกัด เปิดตัว STU-540 ซิกเนเจอร์แพดรุ่นล่าสุดที่เปี่ยมประสิทธิภาพ เพิ่มเติมจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้านการเก็บบันทึกลายเซ็นที่มีอยู่เดิมของบริษัท ด้วยตัวเลือกการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมสูงสุด ความสะดวกที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ใช้ และเทคโนโลยีการเข้ารหัสลับขั้นสูง ทำให้ STU-540 กลายเป็นตัวเลือกแรกสำหรับองค์กรที่ต้องการปรับใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับกระบวนการทำงานของตน

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160913/8521605797

STU-540 Signature Pad

โลโก้ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160607/8521603701LOGO-b

ซิกเนเจอร์แพดรุ่นใหม่ล่าสุดจากวาคอมพร้อมรองรับการเก็บบันทึกลายเซ็นในระบบการทำงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในระบบเดสก์ท็อปที่ใช้พอร์ต USBมาตรฐาน รวมถึงการกำหนดค่าเดสก์ท็อปเสมือนที่มีตัวเลือกให้ใช้งานหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างสูงสุด STU-540 พร้อมรองรับ Citrix v7.6.3 และเวอร์ชันที่สูงกว่า สำหรับการใช้งาน Citrix v6.5 และระบบเดสก์ท็อปเสมือนอื่นๆ สามารถตั้งค่าซิกเนเจอร์แพดรุ่นใหม่นี้ให้ทำหน้าที่จำลองพอร์ต serial ผ่านพอร์ต USB ได้ นอกจากนี้ STU-540 ยังมีชุดอุปกรณ์เสริมแยกต่างหากที่มีอุปกรณ์คอนเนคเตอร์สำหรับพอร์ต serial แทนการใช้พอร์ต USB และวาคอมยังได้จัดเตรียมโปรแกรมยูทิลิตี้เพื่อให้การใช้งานซิกเนเจอร์แพดเป็นเรื่องง่าย ด้วยการรวมเอาคุณสมบัติและฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยมาไว้ใน STU-540 ด้วย ขณะที่จอสีบนตัวเครื่องก็สามารถใช้งานได้หลายแบบนอกเหนือจากการเก็บบันทึกลายเซ็น โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสร้างและเรียกใช้แอพพลิเคชันเฉพาะของตน แต่สามารถใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้ได้โดยง่ายผ่านโปรแกรมยูทิลิตี้ เมื่อไม่ได้อยู่ในโหมดเซ็นชื่อ จอสีบนซิกเนเจอร์แพดจะสามารถแสดงภาพโฆษณาที่มีคุณภาพสูงได้โดยไม่ต้องเรียกใช้แอพพลิเคชันแยกต่างหาก ซึ่งภาพดังกล่าวจะเรียกใช้ ได้โดยตรงจากซิกเนเจอร์แพด นอกจากนี้ยังมีแป้นตัวเลขแบบกำหนดได้เอง ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถตั้งค่าแป้นตัวเลขหรือซอฟต์คีย์บนหน้าจอเพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลชนิดต่างๆ สำหรับนำไปใช้สนับสนุนขั้นตอนการทำงานต่างๆได้ ทั้งนี้ STU-540  ยังคงใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสลับแบบเดิมที่วาคอมใช้ป้องกันข้อมูลลายเซ็นที่ส่งผ่านระหว่างซิกเนเจอร์แพดกับเครื่องเวิร์กสเตชั่นหรือเทอร์มินอล โดย STU-540 ติดตั้งเทคโนโลยีการเข้ารหัสลับ AES256 / RSA2048 ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความปลอดภัยสูง

การเปิดตัวซิกเนเจอร์แพดรุ่น STU-540 ทำให้วาคอมสามารถนำเสนอคุณสมบัติที่ทันสมัยให้กับลูกค้า ในการผสานรวมลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เขียนด้วยลายมือเข้ากับขั้นตอนการทำงาน เพื่อสนับสนุนการก้าวเข้าสู่กระบวนการทำงานแบบไร้กระดาษ เราเลือกใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสลับชั้นนำในอุตสาหกรรมสำหรับซิกเนเจอร์แพดของเราเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในด้านการใช้งานลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกการเชื่อมต่อที่ช่วยให้ผู้ใช้ในระบบการทำงานที่แตกต่างกันมั่นใจได้ว่าจะสามารถปรับใช้ซิกเนเจอร์แพดในระบบของตนได้อย่างเหมาะสม และหากเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น STU-540 ก็สามารถปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อ ได้ตามต้องการ” Shigeki Komiyama รองประธานบริหารบริษัท วาคอม จำกัด กล่าว และเรายังได้เปิดตัวคุณสมบัติใหม่ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถนำผลิตภัณฑ์นี้ไปใช้ได้อย่างหลากหลายรูปแบบในธุรกิจของตนด้วย”

“STU-540 มาพร้อมจอสีแบบ LCD ขนาด 5 นิ้วที่มีคุณสมบัติป้องกันแสงสะท้อน ให้ประสบการณ์การรับชมที่ดีขึ้นในทุกสภาพแสง และยังให้สัมผัสขณะลงนามที่ดีกว่าเดิมด้วย นอกจากนี้ยังมี WILL (Wacom Ink Layer Language) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหมึกดิจิทัลของวาคอมในการสร้างลายเซ็นบนหน้าจอให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ชัดเจน และมีลักษณะเหมือนกับการใช้ปากกาลงนามในกระดาษจริงๆ ขณะที่เทคโนโลยีปากกาไร้สายแบบไม่ใช้แบตเตอรี่ของวาคอม (จดสิทธิบัตรแล้ว) ช่วยให้ผู้ใช้มีประสบการณ์การลงนามที่ดีเยี่ยม ด้วยความไวต่อแรงกดที่มากถึง 1024 ระดับ ซึ่งสูงสุดในตลาด และสามารถเก็บบันทึกโปรไฟล์แรงกดของผู้ลงนามให้เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลโปรไฟล์ชีวมาตรที่ไม่ซ้ำกันได้ในระหว่างขั้นตอนการลงนาม และแต่ละเครื่องยังมี ID ฮาร์ดแวร์ที่สามารถใช้ในการกำหนดชุดอุปกรณ์ที่เจาะจงสำหรับการลงนามโดยเฉพาะ ทั้งนี้ STU-540 เข้ามาเสริมความสมบูรณ์ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์แพดของวาคอม ซึ่งประกอบด้วย STU-300B, STU-430, STU-430V และ STU-530 โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ทุกรุ่นพร้อมรองรับ Citrix v7.6.3 และเวอร์ชันที่สูงกว่า นอกจากนี้ STU-540 และ STU-430V ยังรองรับ Citrix เวอร์ชันเก่า รวมถึงระบบเทอร์มินอลเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ ด้วย

สำหรับ Signature SDK (ชุดพัฒนาซอฟต์แวร์) และ STU SDK ของวาคอมพร้อมใช้งานแล้วสำหรับการผสานรวมการทำงานของซิกเนเจอร์แพดจากวาคอมเข้ากับแอพพลิเคชั่นต่างๆ

การวางจำหน่ายและราคา

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Wacom

เกี่ยวกับ Wacom

Wacom ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2526 เป็นบริษัทระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในญี่ปุ่น (ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว 6727) โดยมีบริษัทในเครือและสำนักงานสาขากระจายตัวอยู่ทั่วโลก เพื่อรองรับการทำตลาดและการจัดจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศ Wacom มีวิสัยทัศน์ในการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเทคโนโลยีผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เฟสที่เป็นธรรมชาติ ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้นำของโลกด้านการผลิตจอดิสเพลย์และแท็บเล็ตพร้อมเมาส์ปากกา เช่นเดียวกับปากกาสไตลัสแบบดิจิทัล รวมถึงโซลูชั่นสำหรับการบันทึกและประมวลผลลายเซ็นดิจิทัล เทคโนโลยีขั้นสูงในอุปกรณ์อินพุตอันล้ำสมัยของ Wacom ถูกนำไปใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบดิจิทัล ภาพยนตร์ สเปเชียลเอฟเฟค แฟชั่น และการออกแบบอันน่าตื่นตาตื่นใจทั่วโลก และยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั้งเชิงธุรกิจและทั่วไปสามารถแสดงตัวตนของตนเองผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เฟสชั้นนำนี้ โซลูชั่น eSignature ของ Wacom ได้ถูกนำไปใช้ในงานหลายอย่างที่จำเป็นต้องมีความลื่นไหลและมีความปลอดภัยสูง เช่น POS อีเพย์เมนท์ พาสปอร์ตอิเล็กทรอนิกส์ การประกัน การธนาคาร และการเช็คอินโรงแรม

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://business.wacom.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Kelly Chung
โทร. +65-9232-9627 
อีเมล: kelly.chung@wacom.com

 

Hublot เปิดตัวนาฬิกา “MP-05 LaFerrari Sapphire” แรงบันดาลใจจากซูเปอร์คาร์ FXX K สุดล้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นียง, สวิตเซอร์แลนด์–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

อูโบลท์ (Hublot) แบรนด์นาฬิกาสุดหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ เหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์โปรโมทนาฬิการุ่นใหม่ MP-05 LaFerrari Sapphire 

นาฬิกาที่มาพร้อมขุมกำลังสำรองพลังงานสูงสุดเท่าที่เคยมีมา โดดเด่นเหนือใครเฉกเช่นเดียวกับซูเปอร์คาร์สุดล้ำ จะเป็นตัวเอกของภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์ใหม่ล่าสุดจาก Digital Domain 

ในนครลอสแองเจลิส บนดาดฟ้าของ Ace Museum คือสถานที่เปิดตัวภาพยนตร์ที่ “อูโบลท์” อำนวยการสร้างร่วมกับผู้นำระดับโลกในวงการภาพยนตร์แอคชั่นและวิชวลเอฟเฟกต์อย่าง “Digital Domain” ตัวเอกของภาพยนตร์สุดอลังการเรื่องนี้คือซูเปอร์คาร์ไฮบริดขุมพลัง 1,200 แรงม้าอย่าง “FXX K” และสุดยอดนาฬิกาที่สำรองพลังงานได้สูงสุด 50 วัน ซึ่งถือเป็นสถิติโลกสำหรับอูโบลท์

 

Movie MP-05 LaFerrari Sapphire – A tribute to the FXX K-Screen1 (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404842 )

Movie MP-05 LaFerrari Sapphire – A tribute to the FXX K-Screen2 (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404843 )

Movie MP-05 LaFerrari Sapphire – A tribute to the FXX K-Screen3 (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404844 )

Movie MP-05 LaFerrari Sapphire – A tribute to the FXX K-Screen4 (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404845 )

Hublot MP-05 LaFerrari Sapphire animated movie in Los Angeles (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404852 )

Fave Night – Hublot MP-05 LaFerrari Sapphire animated movie in Los Angeles (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404853 )

Ricardo Guadalupe, CEO of Hublot, and Pierre Michel, Director of the Film (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404854 ) 

ริคาร์โด กัวดาลูป ซีอีโอของอูโบลท์ กล่าวว่า “LaFerrari Sapphire ผสานรวมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดและล้ำสมัยที่สุดในการรังสรรค์นาฬิกาและกลไกภายใน รวมถึงแรงบันดาลใจจากซูเปอร์คาร์ FXX K ตลอดจนผลงานปฏิวัติวงการของสตูดิโอภาพยนตร์ชั้นเลิศและมีชื่อเสียงที่สุดอย่าง Digital Domain ผมรู้จักนาฬิการุ่นนี้ทุกแง่มุม ทุกฟีเจอร์การทำงาน ทุกรายละเอียด และภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนาฬิกาเรือนนี้ เป็นรถคันนี้ ผมคือความเร็ว เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผมเป็นเจ้าของสถิติ! 

ภายใต้ป้าย “HOLLYWOOD” อันเป็นสัญลักษณ์ของศูนย์กลางแห่งโลกภาพยนต์ ดาดฟ้าของ Ace Museum ที่ได้รับการตกแต่งอย่างล้ำยุคนั้น ได้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์แบบไดรฟ์อินเพื่อร่ายมนต์ของอูโบลท์อีกครั้ง ด้วยภาพยนตร์เรื่องแรกที่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำแห่งเทคโนโลยีของอูโบลท์ มาพร้อมสเปเชียลเอฟเฟกต์ระดับฮอลลีวู้ด นำแสดงโดยสุดยอดซูเปอร์คาร์ Ferrari FXX K และสุดยอดนาฬิกา MP-05 “LaFerrari” Sapphire ด้วยความสามารถของDigital Domain สถิติอันเป็นตำนาน (คุณสมบัติสำรองพลังงานสูงสุด 50 วัน) จึงได้ถูกบันทึกลงบนแผ่นฟิล์มตราบนานเท่านาน 

ภาพแอนิเมชั่นในภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดมาจากนักขับที่อยู่หลังพวงมาลัยจริงๆ และได้มีการปรับแต่งเทคนิคพิเศษเพื่อสร้างภาพการขับขี่ที่สมจริงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยใช้เทคนิคการผลิตภาพยนตร์แบบ CGI นอกจากนี้ Digital Domain ยังได้สร้างซาวด์แทร็กแบบที่นิยมใช้ในหนังแอคชั่นฮอลลีวู้ด โดยใช้เสียงเครื่องยนต์ของซูเปอร์คาร์ FXX K เป็นองค์ประกอบ 

ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงกลไกของนาฬิกา HUB9005.H1.PN.1 และตัวเรือนอันโดดเด่นซึ่งทำจากแซฟไฟร์ นาฬิกา 3 มิติสุดล้ำรุ่นนี้ประกอบด้วยกลไกภายในที่ทำจากแซฟไฟร์ 7 ชิ้น ซึ่งใช้เวลาในการผลิตกว่า 600 ชั่วโมง โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญด้านงาน 3 มิติ นาฬิการุ่นนี้ใช้ชิ้นส่วนที่ทำจากคาร์บอนน้ำหนักเบาพิเศษ จึงมีน้ำหนักเพียง 53.5 กรัมเท่านั้น นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับคุณสมบัติสำรองพลังงานสูงสุด 50 วัน รวมถึงบาร์เรลคู่ 11 ชุดบริเวณกลางตัวเรือน พร้อมด้วยชิ้นส่วนกลไกอีกกว่า 637 ชิ้น ซึ่งทำสถิติสูงสุด MP-05 “LaFerrari” Sapphire จึงเป็นนาฬิกาที่มีความโดดเด่นอย่างแท้จริง และเมื่อปรากฏอยู่บนจอภาพยนตร์ขนาดยักษ์ก็ยิ่งสะกดสายตาจนยากที่จะต้านทาน 

ลิงค์ภาพยนต์: https://youtu.be/sXXeLbWiTE0 

ลิงค์เบื้องหลังภาพยนตร์: https://youtu.be/YxFPYjOzNwY 

ลิงค์ดาวน์โหลดข่าวประชาสัมพันธ์: http://j.mp/2c3mz2G 

สื่อมวลชนติดต่อ

Annabelle Galley

อีเมล: a.galley@hublot.ch

โทร. +41(0)22-990-9000 

ที่มา: Hublot SA

“ZHEN-AO” ขึ้นแท่นผู้นำในโครงการสุขภาพ “Healthy China”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ต้าเหลียน, จีน–21 ก.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

นิวคลีอิน (Nuclein) หรือปัจจุบันรู้จักกันในชื่อของกรดนิวคลีอิก ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในปี 2411 โดยฟรีดริช มีเชอร์ นักชีววิทยาชาวสวิส ต่อมาในปี 2496 ฟรานซิส คริก นักชีวฟิสิกส์ชาวอังกฤษ ร่วมด้วย เจมส์ วัตสัน นักชีวเคมีชาวอเมริกัน จึงได้ค้นพบโครงสร้างเกลียวคู่ของดีเอ็นเอ และผลักดันการวิจัยนิวไคลด์ (Nuclide) ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ส่งผลให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ๆ พร้อมปูทางสู่ยุคแห่งชีววิทยาศาสตร์

สำหรับประเทศจีน ZHEN-AO ถือเป็นรายแรกที่ทำให้กรดนิวคลิอิกเป็นที่รู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่ประชาชน ZHEN-AO ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2539 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ ZHEN-AO Bio Valley ซึ่งตั้งอยู่ใน Dalian Advanced Equipment Manufacturing Zone โดยมีพื้นที่ 38,000 ตารางเมตร และมูลค่าการลงทุนกว่า2.2 พันล้านหยวน

จากการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งตลอดระยะเวลา 20 ปี ZHEN-AO ไม่เพียงก้าวขึ้นเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพชั้นแนวหน้าของเมืองต้าเหลียนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุตสาหกรรมสุขภาพของจีนด้วย นอกจากนี้ ZHEN-AO ยังได้สร้างความร่วมมือระยะยาวกับสถาบันวิจัยกว่าสิบแห่ง และนักวิทยาศาสตร์นับร้อยคน ทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับในอนาคตต่อจากนี้ ZHEN-AO จะมุ่งความสนใจไปที่อุตสาหกรรมสุขภาพ และยึดมั่นในเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับการพัฒนาตนเองให้เป็นบริษัทที่สร้างกำไร มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีความยั่งยืน นอกจากนี้ ZHEN-AO ยังจะเป็นต้นแบบแห่งระบบบริการสุขภาพ ด้วยการพัฒนาทั้งสิ่งแวดล้อมและการบริหารงานในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ และด้วยข้อได้เปรียบและจุดแข็งของบริษัท ZHEN-AO จะเดินหน้าพัฒนาตนเองเพื่อก้าวขึ้นเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพสัญชาติจีนที่มีขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล

ที่มา: ZHEN-AO

ลิงค์ภาพประกอบ:

http://asianetnews.net/view-attachment?attach-id=276397

แอร์ ไชน่า เปิดให้บริการเที่ยวบินแบบไม่หยุดแวะพักเส้นทางปักกิ่ง-วอร์ซอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–21 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ในงานแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา แอร์ ไชน่า (Air China) ได้ประกาศว่า เที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางปักกิ่ง-วอร์ซอ จะเปิดให้บริการในวันที่ 21 กันยายนนี้

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20141017/0861407509LOGO

กรุงวอร์ซอซึ่งทอดตัวอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวิสตูลา คือเมืองหลวงของประเทศโปแลนด์อันเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมอันมีเสน่ห์น่าหลงใหล ทั้งกรุงปักกิ่งและวอร์ซอต่างมีความโดดเด่นในแง่ของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันรุ่มรวย และแม้จะเคยผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งวุ่นวายในอดีต แต่ทั้งสองเมืองก็ยังคงไว้ซึ่งสุนทรียภาพและความมีชีวิตชีวาเฉกเช่นเดียวกับเสียงดนตรีของโชแปง สถิตินักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมาระหว่างจีนและวอร์ซอระหว่างเดือนมิถุนายน 2558 ถึงเดือนพฤษภาคม 2559 เพิ่มขึ้น 8.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แตะที่ 106,000 คน และการเปิดเที่ยวบินตรงปักกิ่ง-วอร์ซอในครั้งนี้ จะช่วยรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยแอร์ ไชน่า และ LOT Polish Airlines ซึ่งต่างก็เป็นสมาชิกของเครือข่ายสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างStar Alliance จะให้บริการเที่ยวบินในรูปแบบโค้ดแชร์ เพื่อมอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นให้แก่นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้งขาเข้าและขาออกจากโปแลนด์ รวมทั้งเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสารจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโอเชียเนีย ที่จะมาต่อเครื่องเพื่อเดินทางไปยังยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออก

เที่ยวบินปักกิ่ง-วอร์ซอ เป็นเที่ยวบินระยะไกลแบบไม่หยุดแวะพักเที่ยวบินที่ 2 ของแอร์ ไชน่า ที่บินจากจีนไปยังยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออก หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวเที่ยวบินตรงเส้นทางมินสก์-ปักกิ่ง-บูดาเปสต์ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่เพียงช่วยขยายเครือข่ายการบินทั่วโลกของแอร์ ไชน่า อันมีศูนย์กลางอยู่ที่ปักกิ่งเท่านั้น แต่ยังช่วยเติมเต็มเครือข่ายเส้นทางบินที่เชื่อมโยงระหว่างจีนกับยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออกด้วย 

ปัจจุบัน แอร์ ไชน่า เป็นผู้ให้บริการเที่ยวบินระหว่างจีนและยุโรปรายใหญ่ที่สุด ด้วยจำนวนเที่ยวบินเกือบ 200 เที่ยวต่อสัปดาห์ และการเปิดตัวเส้นทางบินปักกิ่ง-วอร์ซอ จะทำให้จำนวนเที่ยวบินของแอร์ ไชน่า ซึ่งให้บริการระหว่างจีนและยุโรปเพิ่มขึ้นเป็น 24 เที่ยวบิน ครอบคลุม 19 เมืองหลักๆทั่วยุโรป อาทิ ลอนดอน ปารีส มิวนิก แฟรงก์เฟิร์ต ดุสเซลดอร์ฟ เวียนนา เจนีวา มาดริด บาร์เซโลนา โรม และมิลาน 

ข้อมูลเที่ยวบิน 

เที่ยวบิน CA737/8 ให้บริการ 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ ในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และเสาร์ โดยเที่ยวบินขาออกจะเดินทางจากปักกิ่งเวลา 02.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น และถึงกรุงวอร์ซอในเวลา 06.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนเที่ยวบินขาเข้าจะเดินทางออกจากวอร์ซอเวลา 14.10 น.ตามเวลาท้องถิ่น และเดินทางถึงปักกิ่งเวลา 04.30 น.ของวันถัดไปตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ เที่ยวบินดังกล่าวให้บริการด้วยเครื่องบินแอร์บัส 330-200 โดยที่นั่งชั้นธุรกิจสามารถปรับเป็นเตียงนอนราบได้ และที่นั่งทุกชั้นของเที่ยวบินมีบริการเครื่องเล่นวิดีโอและเพลงส่วนตัว (AVOD) เพื่อสร้างความบันเทิงให้ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง