Handheld เปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของแท็บเล็ตสายพันธุ์แกร่ง “ALGIZ 10X”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลิดโคปิง, สวีเดน–20 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Handheld Group ผู้นำด้านการผลิตคอมพิวเตอร์พกพาและแท็บเล็ตสุดทนทาน ประกาศอัพเกรด Algiz 10X แท็บเล็ตพันธุ์แกร่งรุ่นยอดนิยม ด้วยเทคโนโลยีจอภาพที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ พร้อมฟังก์ชั่น GPS/GLONASS ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Algiz 10X เวอร์ชั่นใหม่นี้มีหน้าจอทัชสกรีนแบบ Projective Capacitive ความละเอียดสูงขนาด 10.1 นิ้ว ที่มีความสว่างมากเป็นพิเศษและออกแบบเพื่อการใช้งานกลางแจ้งโดยเฉพาะ หน้าจอที่มีจุดสัมผัสถึง 10 จุดทำให้ใช้งานได้แม้สวมถุงมือหรือมือเปียก จึงสามารถใช้งานกลางแจ้งได้อย่างราบรื่นในทุกสภาพอากาศ Algiz 10X ยังมีอุปกรณ์เสริมเป็นปากกาสไตลัสแบบ Projective Capacitive รองรับการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีเครื่องรับสัญญาณ u-blox NEO-M8Nรุ่นใหม่ ที่รองรับระบบ GPS และ GLONASS ช่วยให้รับสัญญาณดาวเทียมได้มากกว่าที่เคย

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่


http://www.multivu.com/players/uk/7917851-handheld-new-algiz-10x-ultra-rugged-tablet/

Algiz 10X เวอร์ชั่นล่าสุดนี้มี Windows 10 เวอร์ชั่น Enterprise LTSB เป็นระบบปฎิบัติการมาตรฐาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของ Handheld ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าองค์กรที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพในระยะยาว นอกจากนี้ Algiz 10X ยังทรงพลังด้วยโปรเซสเซอร์ Intel quad-core N2930 1.83 GHz รวมถึง solid state drive ขนาด 128 GB ที่เพิ่มขนาดได้ และ DDR3 RAM ขนาด 4 GB พร้อมช่องทางการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทั้ง WLAN และ BT, USB 2.0 และUSB 3.0, VGA และ RS232

Algiz 10X ได้คะแนน IP65 จากการประเมิณคุณสมบัติด้านการป้องกันสิ่งแปลกปลอมภายนอก นอกจากนั้นยังผ่านการทดสอบมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810G ด้านการป้องกันฝุ่น น้ำ การสั่นสะเทือน การตกหล่น รวมถึงอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำสุดขีด แท็บเล็ตพันธุ์อึดนี้มีหน้าจอทัชสกรีนใหญ่ 10.1 นิ้ว และสว่างเป็นพิเศษด้วยเทคโนโลยีหน้าจอ MaxView มีน้ำหนักเบาเพียง 1.3 กิโลกรัม (2.9 ปอนด์) และบางแค่ 32 มิลลิเมตร (1.2 นิ้ว) เท่านั้น

Johan Hed ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในเวอร์ชั่นนี้ได้สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าของเรา การอัพเดตหน้าจอและฟังก์ชั่น GPS/GLONASS ทำให้ Algiz 10X เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนทำงานภาคสนามที่มองหาอุปกรณ์ที่ทนทานอย่างแท้จริงเพื่อใช้งานในสภาพการทำงานสุดหฤโหด”

Algiz 10X เวอร์ชั่นใหม่ยังคงขายในราคาเดิม โดยเราเปิดรับออเดอร์และพร้อมจัดส่งในทันที ส่วนเวอร์ชั่นก่อนหน้าที่มีหน้าจอทัชสกรีนแบบ Resistive จะยังคงมีวางจำหน่ายต่อไป

Algiz 10X เวอร์ชั่นใหม่จะเปิดตัวในงานต่างๆที่จัดขึ้นช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ซึ่งรวมถึงงาน InterGeo ในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี

ลิงค์ที่เป็นประโยชน์

ALGIZ 10X product specifications
ALGIZ 10X press images
About Handheld Group
Handheld product lineup
What does rugged mean?

ทวิตข่าวนี้:

Handheld เปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของแท็บเล็ตสายพันธุ์แกร่ง “ALGIZ 10X” http://www.handheldgroup.com/PCAP

เกี่ยวกับ Handheld

Handheld Group เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พกพา พีดีเอ และแท็บเล็ตที่แข็งแรงทนทาน Handheld และตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกนำเสนอโซลูชั่นอุปกรณ์พกพาแบบครบวงจรให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ภูมิสารสนเทศ โลจิสติกส์ ป่าไม้ ขนส่งมวลชน สาธารณูปโภค การก่อสร้าง การซ่อมบำรุง การทำเหมืองแร่ การทหาร และการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท Handheld Group ตั้งอยู่ในสวีเดน และมีสำนักงานสาขาในฟินแลนด์ สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ อิตาลี เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.handheldgroup.com

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160901/403429 )

แหล่งข่าว: Handheld Group

AACSB International เผย 5 แนวทางที่บัณฑิตจากสถาบันบริหารธุรกิจใช้เปลี่ยนแปลงโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แทมปาฟลอริดา–20 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โครงการ Influential Leaders Challenge ปี 2 เผยโฉมหน้า 30 ผู้นำทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงสังคมของตนในเชิงสร้างสรรค์

ทุกวันนี้ บัณฑิตที่จบจากสถาบันบริหารธุรกิจไม่ได้ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในองค์กรเท่านั้น แต่ยังสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมด้วย ซึ่งนับเป็นการก้าวข้ามบทบาทในรูปแบบเดิมๆ AACSB International (AACSB) จึงขอรวบรวม 5 แนวทางที่บัณฑิตสถาบันบริหารธุรกิจใช้ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ในชุมชนต่างๆทั่วโลก

 AACSB Logo / AACSB International is the world's largest business education network--connecting students, academia, and business. As a nonprofit membership organization AACSB's mission is to foster engagement, accelerate innovation, and amplify impact within business education. Founded in 1916, AACSB is a global association of more than 1,500 member organizations in over 90 countries and territories, with headquarters in North America, Asia Pacific, and Europe. With more than 760 business schools accredited worldwide, AACSB ensures the highest quality standard in business education to prepare the next generation of business leaders. (PRNewsFoto/AACSB International)

AACSB International is the world’s largest business education network–connecting students, academia, and business. As a nonprofit membership organization AACSB’s mission is to foster engagement, accelerate innovation, and amplify impact within business education. Founded in 1916, AACSB is a global association of more than 1,500 member organizations in over 90 countries and territories, with headquarters in North America, Asia Pacific, and Europe. With more than 760 business schools accredited worldwide, AACSB ensures the highest quality standard in business education to prepare the next generation of business leaders. (PRNewsFoto/AACSB International)

โลโก้ – https://photos.prnewswire.com/prnh/20160711/388301LOGO

ผลงานของผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทั้ง 30 ท่านได้รับการยกย่องในการประชุม Annual Accreditation Conference ของ AACSB ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 2016 AACSB Influential Leaders Challenge ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2015 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องศิษย์เก่าของสถาบันบริหารธุกิจ ผู้เป็นแบบอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจและทำประโยชน์ต่อสังคม

Thomas R. Robinson ประธานและซีอีโอ AACSB กล่าวว่า “Influential Leaders สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันบริหารธุรกิจมีอิทธิพลไปไกลเกินกว่าห้องประชุมและเข้าถึงผู้คนทั่วทุกมุมโลก ผู้นำเหล่านี้เป็นแบบอย่างในการสร้างอิทธิพลเชิงบวกต่อธุรกิจและสังคม โดยอาศัยภาวะผู้นำ ความรู้ และทักษะ เพื่อแก้ปัญหายากๆในสังคมโลก

บุคคลที่ติดทำเนียบ Influential Leaders ในปีนี้ มาจากกว่า 15 ภาคส่วน ใน 11 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่องค์กรเพื่อสังคม การบริการสุขภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยี แม้ว่าผู้นำเหล่านี้จะมีความต่างในเรื่องของความถนัดและเส้นทางสู่ความสำเร็จ แต่แนวทางในการทำประโยชน์ต่อสังคมไม่ได้แตกต่างกันเลย

สำหรับแนวทาง 5 ประการที่ผู้นำเหล่านี้ใช้ในการทำประโยชน์ต่อสังคม ประกอบด้วย

ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยี: บัณฑิตที่จบจากสถาบันบริหารธุรกิจต่างอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างสัมฤทธิ์ผลและยั่งยืน พวกเขาเหล่านี้ได้กลายเป็นผู้สร้างธุรกิจสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จ เป็นผู้บริหารบริษัทชั้นนำอย่าง Jonathan Mildenhall แห่งแบรนด์Airbnb และเป็นถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงรักษาความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตของสหราชอาณาจักร โดยทุกคนล้วนเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมและการพัฒนา

พัฒนาการศึกษาและการจ้างงานโดยอาศัยความสามารถในฐานะผู้ประกอบการ: บรรดาศิษย์เก่าของสถาบันบริหารธุรกิจต่างใช้ความสามารถในฐานะผู้ประกอบการเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและการจ้างงานให้กับชุมชนที่ด้อยโอกาส เช่น Zibu Mthyiane ผู้เกิดในยุคที่มีการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ ได้ก่อตั้งธุรกิจขึ้นมา 2 ส่วน หนึ่ง เปิดโอกาสให้ผู้หญิงในชนบทได้มีธุรกิจเป็นของตนเอง และสอง คอยให้คำแนะนำแก่เยาวชนในเมือง ตลอดจนจัดการประชุมผู้ประกอบการทั่วโลกเพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆช่วยกันสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม

สนับสนุนความหลากหลาย การรวมตัวกัน และความเสมอภาค: บรรดาศิษย์เก่าของสถาบันบริหารธุรกิจต่างตระหนักดีถึงบทบาทความสำคัญของความหลากหลาย การรวมตัวกัน และความเสมอภาค ที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม จึงพยายามสร้างสภาพแวดล้อมเชิงบวกเพื่อต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมกัน อย่างเช่น Nashwa Taher นักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จในซาอุดิอาระเบีย ก็ได้ร่วมก่อตั้งองค์กร 2 แห่งขึ้นมา เพื่อสร้างงานให้กับคนหนุ่มสาวและสตรีที่ด้อยโอกาส เช่นเดียวกับ Tawani Cranz จาก Netflix ก็มีส่วนสำคัญในการผลักดันนโยบายใหม่ ที่อนุญาตให้บิดาและมารดาสามารถลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตรอย่างเสมอภาค นอกจากนั้นยังมีศิษย์เก่าอีกมากมายที่สนับสนุนความเท่าเทียมกันของชาวแอฟริกันอเมริกัน ทหารผ่านศึก รวมถึงผู้พิการ

สร้างอนาคตที่ยั่งยืนกว่าเดิม: บัณฑิตที่จบจากสถาบันบริหารธุรกิจต่างนำแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมาใช้ เพื่อปกป้องและปรับปรุงโลกของเราให้ดีขึ้น อย่างเช่น Rahul Pushp ผู้ร่วมก่อตั้ง i-Solarlite ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าในชนบทด้วยการใช้โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ เช่นเดียวกับGuillermo Dietrich รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของอาร์เจนตินา ที่ได้สร้างระบบขนส่งสาธารณะและขนส่งทางเลือกที่มีความยั่งยืนในกรุงบัวโนสไอเรส

สร้างความมั่นใจในเรื่องของสุขภาพ: การใช้ความรู้ความชำนาญเพื่อหาทางแก้ปัญหาด้านสุขภาพทั่วโลก คืออีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ อย่างเช่น Pete Petit ที่ได้พัฒนาอุปกรณ์ตรวจจับการทำงานของอวัยวะทารกสำหรับใช้ในบ้านเป็นครั้งแรก หลังจากสูญเสียลูกชายไปจากโรคการเสียชีวิตเฉียบพลันในเด็กทารก (SIDS) เช่นเดียวกับ Analjit Singh ผู้ปฏิรูประบบดูแลสุขภาพของอินเดีย ด้วยการสร้างโรงพยาบาลที่ให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่คำนึงถึงระดับรายได้

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Influential Leaders Challenge รวมทั้งรายชื่อผู้ที่ได้รับการยกย่องทั้งหมดได้ที่ http://www.aacsb.edu/Influential-Leaders

เกี่ยวกับ AACSB International

ในฐานะที่เป็นเครือข่ายการศึกษาด้านธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเชื่อมโยงวิชาการเข้ากับธุรกิจ AACSB มีพันธกิจในการให้ความรู้ด้านธุรกิจ รับรองคุณภาพ และพัฒนาความเป็นมืออาชีพ ให้แก่องค์กรสมาชิกกว่า 1,500 แห่งจาก 91 ประเทศและดินแดน AACSB ก่อตั้งขึ้นในปี1916 และให้การรับรองโรงเรียนธุรกิจมาแล้ว765 แห่งทั่วโลก สำนักงานใหญ่ระดับโลกของ AACSB ตั้งอยู่ในเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ส่วนสำนักงานใหญ่ประจำเอเชียแปซิฟิกตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ และสำนักงานใหญ่ประจำยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ตั้งอยู่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.aacsb.edu

Bond No. 9 เปิดตัวน้ำหอมใหม่สำหรับสุภาพบุรุษ “Sutton Place”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–20 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Bond No. 9 เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นใหม่สุดคลาสสิกสำหรับสุภาพบุรุษ สะท้อนความเงียบสงบและสุขุมของ “Sutton Place” อันเป็นที่พำนักของเหล่าสุภาพบุรุษนักการทูตแห่งสหประชาชาติ

Bond No. 9 มีประวัติอันยาวนานในฐานะผู้บุกเบิก เราคือผู้ผลิตน้ำหอมเจ้าแรกที่เลือกใช้สถานที่ต่างๆมาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ อันประกอบด้วยน้ำหอมที่สะท้อนกลิ่นอายของย่านต่างๆในเมืองบ้านเกิดอันเป็นที่รักอย่างนิวยอร์ก นอกจากนี้ เรายังเป็นเจ้าแรกที่ทำน้ำหอมยกย่องความอดทนอดกลั้นและการแก้ไขความขัดแย้งอย่าง “Scent of Peace” น้ำหอมสะท้อนความเป็นผู้นำทางการเงินอย่าง “Wall Street” ไปจนถึงน้ำหอมตัวแทนของย่านช้อปปิ้งอย่าง “MADISON AVENUE” และบัดนี้ เรามีความภูมิใจที่จะเปิดตัวน้ำหอม eau de parfum ที่สะท้อนกลิ่นอายของการทูตเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในโลก โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากมหานครนิวยอร์ก อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ

 

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ – https://www.multivu.com/players/English/7920851-bond-no-9-new-scent-sutton-place

สถานที่อันเป็นจุดกำเนิดของน้ำหอมกลิ่นใหม่นี้คือ “Sutton Place” อาคารเก่าแก่ขนาด 6 บล็อกที่สร้างตั้งแต่ก่อนสงครามโลก ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างถนน 59thStreet Bridge และอาคารสหประชาชาติ ย้อนกลับไปในปีค.ศ.1875 อาคารอันเร้นลับ เงียบสงบ เป็นส่วนตัว ทว่าสง่างามแห่งนี้ ได้ถูกสร้างขึ้นโดย Effingham B. Sutton ผู้ทรงอิทธิพลในธุรกิจชิปปิ้ง โดยใช้หินแดงน้ำตาล ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นที่พำนักของเจ้าหน้าที่ ผู้แทน และนักการทูตของสหประชาชาติ (เป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของเลขาธิการสหประชาชาติ) จึงถือเป็นภาพสะท้อนของความสามารถและรสนิยมของเหล่านักการทูตได้เป็นอย่างดี

เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของผู้ชายในฐานะนักการทูตที่ได้รับความไว้วางใจบนเวทีโลก เราจึงรังสรรค์ “Sutton Place” ให้มีกลิ่นที่สะท้อนถึงความเป็นชายอย่างชัดเจน ด้วยกลิ่นหอมแนว oriental floral gourmand ซึ่งเปิดตัวด้วยกลิ่นจี๊ดจ๊าดของค็อกเทล ที่มีส่วนผสมของพืชตระกูลส้มอย่างมะกรูดและส้มเขียวหวาน ผสานความเผ็ดร้อนของพริกไทยสีชมพู น้ำเชื่อมคาสซิสที่สดชื่นและเข้มข้น รวมถึงสับปะรดอันหอมหวานและชุ่มฉ่ำ ตามมาด้วยกลิ่นหลักของดอกไม้นานาพันธุ์ ได้แก่ ดอกมะลิที่มีกลิ่นหอมเย้ายวน ดอกลิลลี่ที่ให้ความรู้สึกร่าเริง และดอกแพทชูรี่ที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ปิดท้ายด้วยกลิ่นสุดคลาสสิกที่แสดงถึงความเป็นชาย ได้แก่ กลิ่นอำพันที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเด็ดเดี่ยว พร้อมด้วยกลิ่นมัสก์และหนังสัตว์อันปลุกเร้า เจือด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆจากวานิลลา

Sutton Place เป็นน้ำหอมตัวแรกที่ Bond No. 9 เลือกใช้ขวดสีน้ำตาล โดยเป็นสีน้ำตาลเข้มโทนเดียวกับซิการ์ (maduro brown) และมีผิวสัมผัสที่คล้ายกับหนังงู ประดับด้วยตัวอักษรสีทองเรียบหรูบริเวณกึ่งกลางขวด

Bond No. 9 Sutton Place จะวางจำหน่ายตามเคาน์เตอร์น้ำหอมทั่วสหรัฐอเมริกาในวันที่ 1 ตุลาคม และจะวางจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 1 พฤศจิกายน

ราคา: ขนาด 100ml ราคา 350 ดอลลาร์

www.bondno9.com

Stewart & Stevenson ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่การเงินคนใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮิวสตัน–20 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Stewart & Stevenson LLC ประกาศแต่งตั้ง แจ็ค แอล. ไพเพอร์ (Jack L. Pieper) ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน

 Stewart - Stevenson LLC Logo / Stewart & Stevenson, based in Houston, is a leading provider of specialized equipment and aftermarket parts and service to the global oil & gas, marine, construction, power generation, transportation, material handling, mining, agricultural and other industries. For more information, visit www.stewartandstevenson.com. (PRNewsFoto/Stewart & Stevenson LLC) (PRNewsFoto/Stewart & Stevenson LLC)

Stewart & Stevenson, based in Houston, is a leading provider of specialized equipment and aftermarket parts and service to the global oil & gas, marine, construction, power generation, transportation, material handling, mining, agricultural and other industries. For more information, visithttp://www.stewartandstevenson.com. (PRNewsFoto/Stewart & Stevenson LLC) (PRNewsFoto/Stewart & Stevenson LLC)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160916/408767LOGO

          ปัจจุบันแจ็คดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี โดยเขาเป็นพนักงานรุ่นที่สองของ Stewart & Stevenson ที่มีความโดดเด่นและประสบความสำเร็จในสายงานบริการหลากหลายตำแหน่ง แจ็คเป็นผู้สอบบัญชีรับใบอนุญาต (Certified Public Accountant) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด

          สำหรับในตำแหน่งใหม่นี้ แจ็คจะเป็นสมาชิกของสำนักงานประธานกรรมการ และมีบทบาทสำคัญร่วมกับทีมบริหารระดับสูง ในการดูแลวินัยทางการเงิน การวางแผนทางการเงิน การจัดทำงบประมาณ การควบคุมต้นทุน การพัฒนาองค์กร การบริหารเงิน การธนาคาร และเรื่องที่เกี่ยวข้อง

          Stewart & Stevenson ตั้งอยู่ในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส บริษัทเป็นผู้นำในการจัดหาเครื่องมือเฉพาะทาง อะไหล่ และการบริการหลังการขายแก่อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ พาณิชย์นาวี การก่อสร้าง การผลิตไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง การจัดการวัสดุ เหมืองแร่ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมอื่นๆทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stewartandstevenson.com

          ติดต่อ: Chris Archie

          Office of the Chairman

          713-751-2772

โตชิบาประกาศเปิดตัว พาวเวอร์รีซีฟเวอร์ไร้สาย IC เครื่องแรกของอุตสาหกรรมที่ได้รับรอง Qi v1.2 15W

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–16 กันยายน 2016 โตชิบา คอร์ปอเรชั่น(TOKYO:6502)วันนี้ประกาศว่าพาวเวอร์รีซีฟเวอร์ไร้สาย IC “TC7766WBG” ได้รับการรับรอง Qi[1] v1.2 EPP (Extended Power Profile) โดย Wireless Power Consortium (WPC) ซึ่ง TC7766WBG เป็นรีซีฟเวอร์ IC ตัวเดียวที่ได้รับการรับรอง 15W Qi ในอุตสาหกรรม

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20160915006688/en/

         http://mms.businesswire.com/media/20160915006688/en/544883/5/TC7766WBG_1000.jpg?download=1 โตชิบา: TC7766WBG เป็นรีซีฟเวอร์ IC ตัวเดียวที่ได้รับการรับรอง 15W Qi ในอุตสาหกรรม (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

TC7766WBG มีแพ็กเกจที่เล็กที่สุด [2] ในบรรดา Qi v1.2 คอมไพลอันท์รีซีฟเวอร์แบบชิพเดียวซึ่งมีส่วนทำให้ใช้กับระบบรีซีฟเวอร์ Qi v1.2 ยิ่งไปกว่านั้น ในการเข้าถึงการจดจำ TC7766WBG ผ่านทางตัวประสาน I2C [3] TC7766WBG จะให้การควบคุมและการออกแบบระบบที่ยืดหยุ่น

โตชิบามีรีซีฟเวอร์ Qi v1.2-คอมไพลอันท์ สองแบบ: TC7766WBG-M000 สำหรับ 15W; และ TC7766WBG-M010 ซึ่งทำตาม Baseline Power Profile สำหรับ 5W โดย IC ทั้งสองกำลังอยู่ในการผลิตจำนวนมาก

ฟีเจอร์หลัก
WPC Qi v1.2 คอมไพอันท์
Maximum output power : 15W
Maximum output current : 1.7A
Output voltage settings : 5V to 14V
ฟังก์ชั่นการป้องกันที่หลากหลาย
ตัวประสาน I2C [3] ที่เข้ากันได้: ตัวควบคุมด้านรีซีฟเวอร์สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทราสมิตเตอร์ที่เข้ากันได้ และเข้าถึงสถานะการปฏิบัติการของ TC7766WBG ผ่านทางตัวประสาน I2C ซึ่งจำทำให้ผู้ใช้ได้รับรู้ถึงสถานะการชาร์จแบบไร้สายในหน้าจอของอุปกรณ์เคลื่อนที่ไร้สาย

แอพพลิเคชั่น
อุปกรณ์เคลื่อนที่ (สมาร์ทโฟน ฟีเจอร์โฟน แทปเล็ต) อุปกรณ์ในอุตสาหกรรม

ข้อมูลจำเพาะหลัก
ชิ้นส่วนเลขที่ TC7766WBG-M000 (15W)
ทรานสมิตเตอร์/รีซีฟเวอร์ รีซีฟเวอร์
กระบวนการส่งผ่าน การชักนำกระแสไฟฟ้าแม่เหล็กไฟฟ้า
แพ็กเกจ WCSP28; 2.4 x 3.67 x 0.5 (mm)

[1] มาตรฐานนานาชาติสำหรับการชาร์จไร้สายที่ให้คำจำกัดความโดย WPC
[2] ข้อมูล ณ วันที่ 16 กันยายน 2016 จากการเก็บข้อมูลของโตชิบา
[3] ตัวประสานอนุกรมที่พัฒนาโดย Philips

เพจผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรอง Qi ของ WPC: https://www.wirelesspowerconsortium.com/products/details/1674/tc7766wbg-m000

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่ http://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=TC7766WBG®ion=apc&lang=en

ลูกค้า ติดต่อ
Mixed Signal IC Sales and Marketing Department
โทร: +81-44-548-2826
http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับโตชิบา
โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016)

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/in

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160915006688/en/

ผู้ผลิตเบียร์ร่วมมือกับภาครัฐ NGO พนักงาน และผู้ค้าปลีกทั่วโลกในการโปรโมทการดื่มแบบมีความรับผิดชอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

อัมสเตอร์ดัม, บรัสเซล และโคเปนเฮเก้น, เดนมาร์ก–(บิสิเนส ไวร์)–15 กันยายน 2016

– วัน Global Beer Responsibility วันดื่มแบบมีความรับผิดชอบ ได้ขยายความพยายามในการโปรโมทการดื่มแบบมีความรับผิดชอบใน 76 ประเทศ

ในวันที่ 16 กันยายน ผู้ผลิตเบียร์ ภาครัฐ NGO และผู้ค้าปลีกใน 76 จังหวัดทั่วโลกจะร่วมมือกันในวันประจำปีที่จัดเป็นปีที่สอง Global Beer Responsibility Day (GBRD) เป็นความพยายามทั่วโลกในการโปรโมทการดื่มเบียร์แบบมีความรับผิดชอบ

วัน Global Beer Responsibility Day 2016 ริเริ่มโดย Anheuser-Busch InBev, Carlsberg และ HEINEKEN ร่วมมือกันกับผู้ผลิตเบียร์ท้องถิ่นและองค์กรเบียร์ต่างๆ โดยมุ่งหวังในการสร้างความสำเร็จและแรงเหวี่ยงในปีแรกโดยการนำเอาพนักงานของผู้ผลิตเบียร์ ภาครัฐและ NGO นับหมื่นคนรวมถึงผู้ค้าปลีกกว่า 5 แสนรายร่วมกันช่วยลดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างอันตราย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และพันธมิตรมุ่งหวังที่จะให้ผู้บริโภคกว่า 700,000 คนมีส่วนรวม และเข้าถึงผู้บริโภคมากกว่า200,000,000 ให้ได้รับข้อความในเรื่องการดื่มแบบมีความรับผิดชอบและเกิดการกระตุ้น

การร่วมมือกันเกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ ที่ต่อต้านการดื่มแล้วขับ และการการดื่มโดยยังไม่บรรลุนิติภาวะ การเทรนนิ่งบาร์เทนเดอร์และพนักงานเสิร์ฟ และการให้การศึกษาแก่ผู้บริโภค การร่วมมือกันนี้ช่วยทำให้เป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ United Nations นั้นก้าวไปไกลมากขึ้นในเรื่องของการรับมือและป้องกันเกี่ยวกับอันตรายรุนแรงที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์

“ผู้ผลิตเบียร์อย่างเราไม่ได้เพียงมุ่งมั่นในการผลิตเบียร์คุณภาพ แต่ต้องให้มั่นใจว่าเบียร์ที่เราผลิตนั้นได้รับการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ พวกเราตื่นเต้นที่จะร่วมมือกันทั้งอุตสาหกรรมในปีนี้ เพื่อทำให้เกิดผลกระทบที่มากกว่าเดิมในการลดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างอันตราย” Carlos Brito ซึ่งเป็น CEO ของ Anheuser-Busch InBev กล่าว

“วัน Global Beer Responsibility เป็นวิธีที่เราจะสามารถแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ และมันก็ส่งเสริมกับกิจกรรมที่เราและพันธมิตรของเราได้ทำตลอดปีในการสนับสนุนให้ดื่มอย่างพอประมาณและต่อสู้กับการดื่มที่ก่อให้เกิดอันตราย พวกเรายินดีที่จะเห็นประเทศและพันธมิตรมาร่วมกับเรามากขึ้น และเราจะสามารถจัดการปัญหาสังคมนี้ได้ก็ต่อเมื่อเราร่วมมือกัน” Cees ‘t Hart ซึ่งเป็ CEO ของ Carlsberg กล่าว

นอกจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นทั่วโลกแล้ว ทาง Anheuser-Busch InBev และ HEINEKEN จับมือกับผู้ผลิตเบียร์ท้องถิ่นผ่านทาง Mexican Beer Chamber ร่วมมือกับผู้มีอำนาจเทศบาลและรัฐจาก 32 สหพันธรัฐในการสื่อสารข้อความการดื่มแบบมีความรับผิดชอบไปสู่ผู้ค้าปลีกและผู้บริโภคทั่วประเทศเม็กซิโก ในรัสเซีย Carlsberg และพนักงานกว่า 2,000 คนจากสมาชิก ของ Russian Beer Union–ซึ่งรวมถึง AB InBev, EFES และ HEINEKEN–ได้โปรโมทการขายด้วยความรับผิดชอบลงสู่ผู้ค้าปลีกทั่วประเทศ

“ทัศนคติต่อการดื่มแบบมีความรับผิดชอบนั้นกำลังเปลี่ยนไป เราเห็นเพิ่มขึ้นว่าชาวเจเนอเรชั่นวายดื่มด้วยความพอดีเพื่อหาประสบการณ์ นี่เป็นโอกาสที่ว่าอุตสาหกรรมนี้จะต้องได้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกัน ในการที่เราให้ทางเลือกแบบมีความรับผิดชอบโดยผ่านทางการตลาดและการเน้นย้ำในเรื่องโปรแกรมการศึกษากับผู้ที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน พวกเราสามารถชี้นำความประพฤติไปในทางที่ดีได้” Jean-François van Boxmeer ซึ่งเป็น CEO ของ HEINEKEN กล่าว

“วัน Global Beer Responsibility ทำให้เราเห็นว่าพวกเราแข็งแกร่งขึ้นด้วยกัน” Simon Spillane ประธานของ Worldwide Brewing Alliance กล่าว “การรวมกันขององค์กรผู้ผลิตเบียร์ท้องถิ่นทั่วโลก ผู้ผลิตรายเล็กและใหญ่ทำงานร่วมกันกับ NGO และพันธมิตรของรัฐบาลในการสนับสนุนและผลักดันกิจกรรม แคมเปญต่างๆ ให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ทั้งโปรโมทการดื่มเบียร์แบบมีความรับผิดชอบและต่อต้านกับการใช้แอลกอฮอล์ในทางที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม”

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ผลิตเบียร์ในการช่วยส่งเสริมการดื่มอย่างพอเพียงและลดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างอันตรายได้ที่เว็บไซต์ Worldwide Brewing Alliance: http://gsri.worldwidebrewingalliance.org/php/home.php

เกี่ยวกับวัน Global Beer Responsibility
วัน Global Beer Responsibility เป็นมาตรการริเริ่มในอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ประจำปีที่นำเอาผู้ผลิตเบียร์ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ องค์กรเกี่ยวกับเบียร์ต่างๆ ในการเน้นย้ำในด้านความรับผิดชอบซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยผู้ผลิตเบียร์ที่เป็นพันธมิตรกับผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก รัฐบาล เจ้าหน้าที่ราชการ NGO และบุคคลอื่นๆ ซึ่งเป็นโครงการที่ก่อตั้งในปี 2015 ของ Anheuser-Busch InBev, Carlsberg และ HEINEKEN วัน Global Beer Responsibility เป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตเบียร์ และพันธมิตรท้องถิ่น ผู้ถือผลประโยชน์ร่วม ในการเปิดตัวและแสดงให้เห็นถึงโปรแกรมที่หลากหลายทั้งโปรแกรมใหม่ๆ และที่กำลังดำเนินการอยู่ ที่มุ่งหวังในการลดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างอันตราย ซึ่งรวมถึงการดื่มแล้วขับ และการดื่มของผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โครงการที่ริเริ่มนี้รวมถึงการเทรนนิ่งพนักงานเสิร์ฟและผู้ขาย มีโปรแกรมการตรวจบัตรประจำตัวประชาชน และการให้การศึกษาในการบริโภค

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160915005157/en/

SAP และ NTT จับมือเป็นพันธมิตรระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–15 กันยายน 2016

– การพัฒนาโซลูชั่น IoT เพื่อรองรับการปฏิบัติการความปลอดภัยของธุรกิจคมนาคม

SAP SE (NYSE:SAP) และ Nippon Telegraph and Telephone Corporation (NTT) (NYSE:NTT) ประกาศวันนี้ถึงการพัฒนาระดับการเป็นพันธมิตรในสามด้านคือ ‘Co-Innovation’, ‘Cross-Selling of Solutions’ และ ‘Global Reference’

SAP และ NTT ได้ร่วมมือกันโดยบูรณาการเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งโปรเจ็กต์แรกที่ทำคือการรองรับการปฏิบัติการความปลอดภัยของธุรกิจคมนาคม โดยทั้งสองบริษัทได้พัฒนาโซลูชั่นที่นำเอาโซลูชั่นส์ Connected Transportation Safety (CTS) ของ SAP ซึ่งเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับยานพาหนะ ด้วย hitoe® ของ NTT ซึ่งเป็นเซนซิงแฟบริคที่ได้พัฒนาร่วมกันกับ Toray Industries รวมถึงแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ NTT IoT ที่ได้ให้ข้อมูลทางชีวภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยการเต้นของหัวใจและการประเมินความเหนื่อยล้า ซึ่งโปรเจ็กต์นี้มุ่งหวังที่จะให้ข้อมูลที่เที่ยงตรงแม่นยำและเวลาแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับยานพาหนะและสภาวะของผู้ขับ

ในการ่วมมือกันกับบริษัท Keifuku Bus (ฟุกุอิ, ญี่ปุ่น), SAP และ กลุ่ม NTT จะทำการทดลองภาคสนามตั้งแต่เดือนตุลาคม 2016 โดยตั้งเป้าในการบริการอยู่ที่เดือนมกราคม 2017 ทั้งสองบริษัทต่างวางแผนที่จะผลักดันให้มีการใช้โซลูชั่นนี้ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเช่นกัน

“เรารู้สึกเป็นเกียรติที่จะร่วมมือกับกลุ่ม NTT ที่เป็นผู้ขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดของโลก” Rob Enslin สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ SAP SE และประธาน Global Customer Operations, SAP “การร่วมมือกันจะนำมาซึ่งผลกระทบที่สำคัญต่อ SAP เพื่อเพิ่มทางเลือกของลูกค้าอำนวยความสะดวกในเรื่องการผันเปลี่ยนด้านดิจิทัล การบูรณาการของเทคโนโลยีล้ำสมัยของ NTT กับโซลูชั่นส์ที่มีวิวัฒนาการของ SAP จะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงในการยกระดับของตลาดโดยรวมไปอีกขั้นหนึ่ง การที่เราขยับขยายไปสู่สเกลระดับโลกร่วมกันอย่างใกล้ชิดนั้น NTT และ SAP จะยังคงกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้นเพื่อมุ่งขับเคลื่อนในการริเริ่มสามสิ่งคือ Co-innovation, Global Partnership, และ SAP Solution Reference Customer ในระยะยาว”

“NTT ตั้งเป้าที่จะช่วยเหลือในด้านการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจของลูกค้าที่เป็นองค์กร โดยให้บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกับพันธมิตรต่างๆ” Jun Sawada ซึ่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโสของ NTT กล่าว “การร่วมมือเป็นพันธมิตรระดับโลกกับ SAP ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มความแข็งแกร่งในการแข่งขันในตลาด ICT ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการร่วมมือกันนี้ ควบคู่ไปกับความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของ SAP จะทำให้ NTT สามารถพัฒนาความสามารถให้ดียิ่งขึ้นเพื่อรองรับลูกค้าในตลาดโลก และสามารถเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนด้านดิจิทัลในอุตสาหกรรมนี้”

ความพยายามในการร่วมือกันทางนวัตกรรมเริ่มที่เมืองพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย และนำโดย NTT Labs และ SAP Labs ประเทศจีน SAP และกลุ่ม NTT มีความประสงค์ในการร่วมกันด้านนวัตกรรมในอีกหลายพื้นที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่และขยายความสัมพันธ์ผ่านการทำโปรโมชั่นการตลาดทั่วโลก

SAP และกลุ่ม NTT ได้ตกลงที่จะพัฒนาการร่วมมือกันในด้านการใช้งานดิจิทัล และได้จัดรูปแบบสำหรับ Industrial Revolution กลุ่มเป้าหมายหลักสำหรับปี 2016 คือการให้ลูกค้าย้ายไปใช้คลาวด์สำหรับ IoT และ Industry 4.0

ในขณะที่การร่วมมือกันครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง Industrial Revolution ทั้งสองบริษัทยังคงเร่งการร่วมมือกันให้เกิดขึ้นเกี่ยวกับการจัดการส่วนตัวด้านคลาวด์โซลูชั่นส์ เช่น SAP HANA Enterprise Cloud โดยการใช้เครือข่ายศูนย์ข้อมูลของ NTT ทั่วโลก NTT เป็นผู้ได้รับรางวัล S/4 HANA Adoption Pinnacle ในปี 2016 อีกด้วย

นอกจากนี้ NTT และ SAP จะสร้างชื่อเสียงระดับโลกที่สามารถมาเป็นโมเดลของโลกได้ NTT กำลังการก่อตั้งแพลตฟอร์มทางธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT เพื่อสร้างการทำงานร่วมกันภายในกลุ่ม ซึ่ง NTT จะใช้โซลูชั่นส์ล่าสุดของ SAP

เกี่ยวกับ SAP
ผู้นำการตลาดในซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นขององค์กร SAP (NYSE: SAP) ช่วยบริษัททุกขนาดและทุกอุตสาหกรรมทำงานได้ดีขึ้น นับตั้งแต่งานหลังบ้านไปจนถึงห้องประชุมคณะกรรมการ คลังสินค้า หน้าร้าน เดสก์ท็ป และอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ SAP ทำให้ผู้คนและองค์กรทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้การมองเข้าไปอย่างลึกซึ้งในเรื่องธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อเป็นผู้นำในการแข่งขัน SAP แอพพลิเคชั่นส์และเซอร์วิสได้ทำให้ลูกค้ากว่า 320,000 รายปฏิบัติงานได้อย่างมีกำไร มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอและเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใต้แบรนด์ ‘SAP’ ในตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ต ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก และตลาดใหญ่ๆ ระดับโลก ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sap.com

Copyright© 2016 SAP SE หรือบริษัทในเครือ SAP สงวนลิขสิทธิ์
SAP, โลโก้ SAP และผลิตภัณฑ์หรือบริการ SAP ที่ได้กล่าวถึงรวมทั้งโลโก้ เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ SAP SE (หรือบริษัทในเครือ SAP) ในเยอรมนีและประเทศอื่นๆ ชื่อบริษัทอื่นๆ โลโก้ ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้กล่าวถึงนี้เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน หรือเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ

เกี่ยวกับ Nippon Telegraph and Telephone Corporation (NTT)
กลุ่ม NTT ให้บริการเทคโนโลยีชั้นสูง และนวัตกรรมโซลูชั่นส์ในเรื่องของเครือข่าย ซอฟต์แวร์การสื่อสาร การประมวลผลแบบคลาวด์ ที่ช่วยปรับเปลี่ยนบริษัท รัฐบาล และสังคมทั่วโลก กลุ่ม NTT จะให้บริการที่สะดวกสบาย ที่ไว้ใจได้เพื่อช่วยดูแลลูกค้าให้เป็นดั่ง “คู่ค้าทรงคุณค่า” ที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ วันนี้ 85% ของบริษัทที่ติดอันดับ Fortune Global 100 ต่างใช้บริการกลุ่ม NTT ให้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ กลุ่ม NTT มีรายได้กว่า 95 พันล้านเหรียญต่อปี มีศูนย์ข้อมูลมากกว่า 240 แห่งและพนักงานกว่า 241,000 คนทำงานใน 87 ประเทศ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ntt-global.com

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160915005612/en/

ทีเส็บเปิดตัว Convention Day – The Essence of Fame เผยแผนปี 2560 ผลักดันไทยสู่ผู้นำศูนย์การจัดประชุมนานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

19 กันยายน 2559 กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บเปิดตัวงาน Convention Day ซึ่งเป็นการจัดงานในรูปแบบใหม่ที่ทีเส็บจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเชิดชูเกียรติสมาคมที่ชนะการประมูลสิทธิ์งาน และกระตุ้นให้เกิดการประมูลสิทธิ์งานเพิ่มมากขึ้น พร้อมชูแผนการจัดประชุมนานาชาติปี 2560 เดินหน้าตามแผนประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล ผนึกสมาคมวิชาชีพตั้งเป้าประมูลสิทธิ์การจัดงานขนาดใหญ่ เน้นเจาะกลุ่ม 5 อุตสาหกรรมหลัก

นายนพรัตน์  เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า ธุรกิจการจัดประชุมนานาชาตินั้น เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยเติบโต โดยทีเส็บได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องผลทางด้านเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมไมซ์ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในองค์รวมในปี พ.. 2558 พบว่าอุตสาหกรรมไมซ์ของไทย มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจหลายด้าน โดยมูลค่าการใช้จ่ายทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจจากการดำเนินกิจกรรมของอุตสาหกรรมไมซ์ คิดเป็นจำนวน 2.2 แสนล้านบาท อุตสาหกรรมไมซ์ยังส่งผลต่อการจ้างงานในระบบเศรษฐกิจประมาณ164,000 อัตรา และยังส่งผลประโยชน์เชิงปริมาณที่เกิดจากการสร้างเครือข่าย การสร้างตราสินค้าและการแบ่งปันทักษะระหว่างอุตสาหกรรม ในส่วนของอุตสาหกรรมการประชุมนานาชาติ หรือ Convention นั้น ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยเป็นจำนวนถึง 66,426 ล้านบาท สร้างรายได้ทางภาษีให้กับภาครัฐจำนวนกว่า2,900 ล้านบาท อีกทั้งยังสร้างงานให้แก่บุคลากรของประเทศมากกว่า 46,000 ตำแหน่ง

“โดยภาพรวมการดำเนินงานด้านการประชุมนานาชาติระหว่างเดือนตุลาคม 2558 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยชนะการประมูลสิทธิ์ 16 งาน มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศประมาณ 12,000 คน ประมาณการรายได้เข้าประเทศ 1,000 ล้านบาทในส่วนของงานประชุมที่ทีเส็บให้การสนับสนุนระหว่างเดือนตุลาคม 2558 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวน 90 งาน จำนวนผู้เข้าประชุมจากต่างประเทศประมาณ 44,000 คน ส่วนนี้สร้างรายได้ประมาณ 3,800 ล้านบาท ตัวอย่างงานสำคัญ อาทิงาน Asian Utility Week 2016 เป็นงานเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจพลังงานซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญสำหรับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยมีผู้ร่วมงานจากต่างประเทศประมาณ 1,000 คน และ อีกงานหนึ่งที่มีความสำคัญในฐานะประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของโลกคืองาน Pig, Poultry and Dairy Focus Asia 2016 ซึ่งเป็นงานการประชุมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหาร ด้านการพัฒนาองค์ความรู้ของการเพาะเลี้ยงและการบริหารจัดการการเพาะเลี้ยงสุกร สัตว์ปีกและโคนม มีผู้ร่วมงานทั้งจากทวีปแอฟริกา ออสเตรเลีย เอเชีย และวิทยากรจากยุโรปและอเมริกา รวมทั้งหมดประมาณ 500 คน”

 

ด้าน นางสาววิชญา สุนทรศารทูล ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดประชุมนานาชาติ กล่าวถึงการจัดงาน Convention Day ว่า  ในปีนี้จะเป็นการจัดงานในรูปแบบใหม่ที่ทีเส็บจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อมอบเข็มเชิดชูเกียรติInternational Conference Bid Achievement ให้กับ 16 สมาคมและองค์กรของไทยที่ได้ทุ่มเทและเสียสละประโยชน์ส่วนตัวทำงานประมูลสิทธิ์แข่งขันกับประเทศอื่นๆ ภายใต้การสนับสนุนของทีเส็บ จนได้รับชัยชนะสามารถดึงงานการประชุมนานาชาติเข้ามาจัดในประเทศไทยได้สำเร็จ ทั้งนี้ ผลงานชนะการประมูลสิทธิ์ที่ได้รับเข็มเชิดชูเกียรติเป็นผลงานที่เกิดขึ้นในรอบปีงบประมาณ 2559 การจัดงาน Convention Dayจึงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด The Essence of Fame  ในวันที่ 19 กันยายน 2559 เวลา 17.00-20.30 น. ณ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ พระราชวังพญาไท โดยพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาร่วมงานและมอบเข็มเชิดชูเกียรติให้กับสมาคมและองค์กรที่ชนะการประมูลสิทธิ์ ซึ่งงานที่ชนะการประมูลสิทธิ์มีหลากหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งงานประชุมด้านการแพทย์ สัตวแพทย์ ปศุสัตว์ การศึกษา ดนตรี โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว

นอกจากการมอบเข็มเชิดชูเกียรติ ไฮไลท์อื่นๆ ของงาน Convention Day ประกอบด้วย นิทรรศการ Hall of Fame เพื่อเผยแพร่ผลงานชนะการประมูลสิทธิ์ของทั้ง 16 สมาคมและองค์กร ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าร่วมงานมีโอกาสได้รับชมและรับรู้รายละเอียดผลงานการชนะการประมูลสิทธิ์ลำดับถัดมาคือ การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “แรงบันดาลใจ สร้างสรรค์อนาคตไทย” โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ประธานมูลนิธิคนตาบอดไทย และกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติ เป็นวิทยากร

“ทีเส็บคาดว่าการจัดงาน Convention Day ในรูปใหม่นี้ จะช่วยกระตุ้นให้บทบาทในการประมูลสิทธิ์งานประชุมของสมาคมวิชาชีพในประเทศไทยได้รับการยอมรับทั้งจากภาครัฐและภาคส่วนอื่นๆ ในวงกว้างว่าเป็นการทำงานที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศ ทั้งในแง่ของการพัฒนาองค์ความรู้ของสาขาวิชาชีพ การสร้างเครือข่าย การสร้างรายได้เข้าประเทศ อีกทั้งยังสร้างชื่อเสียงในฐานะประเทศที่มีขีดความสามารถในการจัดประชุมนานาชาติด้วย และจะเป็นแรงบันดาลใจให้สมาคมอื่นๆ ร่วมแข่งขันยื่นประมูลสิทธิ์งานต่อไปในอนาคต

สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจการประชุมนานาชาติในปีหน้า นางสาววิชญา กล่าวว่า “การดำเนินงานส่งเสริมตลาด Conventionของปี พ.. 2560 สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมความรู้ สร้างนวัตกรรมและมูลค่าเพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมายแห่งการประเทศที่มีรายได้สูง ซึ่งการประชุมนานาชาติถือเป็น 1หนึ่งในฐานเศรษฐกิจใหม่ของโมเดลไทยแลนด์ 4.0 เนื่องจากเป็นเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในสาขาวิชาชีพ ที่ผู้ร่วมประชุมสามารถใช้เป็นฐานพัฒนาขีดความสามารถสำหรับต่อยอดนำไปพัฒนาสินค้าและบริการหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายของผู้ร่วมสาขาวิชาชีพเดียวกันต่อยอดไปสู่การร่วมมือในการพัฒนาในอนาคต”

“โดยด้านการประมูลสิทธิ์และการตลาด เน้นให้ประเทศไทยชนะการประมูลสิทธิ์จัดงานประชุมนานาชาติ สนับสนุนส่งเสริมและผลักดันให้สมาคมวิชาชีพในประเทศไทยยื่นประมูลสิทธิ์จัดงาน เพื่อเพิ่มจำนวนงานประชุมนานาชาติในประเทศ และเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศ โดยในปีหน้าจะเน้นการสนับสนุนการประมูลสิทธิ์และการจัดงานประชุมนานาชาติขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น ตั้งเป้าหมายประมูลสิทธิ์การประชุมใน 5 อุตสาหกรรมหลัก คือ (1) สุขภาพ/การแพทย์ (2) พลังงาน (3) อาหารและอุตสาหกรรมการเกษตร (4) โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ (5) ยานยนต์/อิเล็กทรอนิกส์สอดรับกับอุตสาหกรรมหลักที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ซึ่งจะทำงานร่วมกับสมาคมวิชาชีพต่างๆ ของไทยและการทำตลาดผ่านสมาคมนานาชาติ และพันธมิตรต่างๆในอุตสาหกรรมการประชุม”

นอกจากนี้ ยังมีแคมแปญ Convene in Paradise สนับสนุนการประชุมนานาชาติ เปิดตัวในปีงบประมาณ2559 จนถึงปีงบประมาณ 2560 เพื่อสนับสนุนการประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ในประเทศไทย ได้แก่ (1)การประชุมนานาชาติที่มีผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างชาติอย่างน้อย 1,000 คน (2) การประชุมนานาชาติใน 5 อุตสาหกรรมหลัก และมีผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างชาติอย่างน้อย 500 คน (ประกอบด้วย สุขภาพ/การแพทย์ พลังงาน อาหารและอุตสาหกรรมการเกษตร โครงสร้างพื้นฐานและ       โลจิสติกส์ และยานยนต์/อิเล็กทรอนิกส์) และ (3) การประชุมของสมาคมวิชาชีพในต่างประเทศที่เข้ามาจัดงานประชุมในประเทศไทย (offshore meeting) โดยจะต้องมีผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างชาติอย่างน้อย 200 คน และร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศจะต้องมาจากประเทศเดียวกัน

ขณะเดียวกันในด้านการพัฒนา ยังได้กำหนดแผนงานที่จะช่วยยกระดับความรู้เกี่ยวกับการประมูลสิทธิ์งานและการบริหารจัดการสมาคมให้เป็นองค์กรมืออาชีพที่แข็งแกร่งให้กับสมาคมวิชาชีพในประเทศไทย โดยร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมการประชุมระหว่างประเทศในยุโรปและอเมริกาเพื่อจัดอบรมให้กับสมาคมวิชาชีพของไทย เพื่อทำให้สมาคมวิชาชีพมีความพร้อมมากที่สุดในการประมูลสิทธิ์งานได้เพิ่มมากขึ้นต่อไป นางสาววิชญา กล่าวปิดท้าย

สำหรับเป้าหมายในภาพรวมของอุตสาหกรรมไมซ์และการประชุมนานาชาติในปี 2560 นายนพรัตน์กล่าวสรุปว่า ทีเส็บตั้งเป้าจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ 1,109,000 คน สร้างรายได้ 101,000 ล้านบาทในจำนวนนี้ จะเป็นนักเดินทางในกลุ่มการประชุมนานาชาติ จำนวน 315,000คน สร้างรายได้ประมาณ 30,000ล้านบาท โดยงานประชุมสำคัญๆ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2560 คือ งาน The 10th  International Convention of Asia Scholars ระหว่างวันที่ 20-23 กรกฎาคม 2560 เชียงใหม่ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศ 2,000 คน

#####

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ส่วนงานสื่อสารองค์กร  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

นางสาวอริสรา ธนูแผลง                       ผู้จัดการอาวุโส      โทรศัพท์ 02-694-6095          อีเมล arisara_t@tceb.or.th

นางสาวกนกวรรณ กะดีแดง                                ผู้จัดการ                  โทรศัพท์ 02-694-6006          อีเมล kanokwan_k@tceb.or.th

นางสาวฐิติวัลยา ไทยมงคลรัตน์          ผู้จัดการ                  โทรศัพท์ 02-694-6103          อีเมล titiwanlaya_t@tceb.or.th

นางสาวขวัญชนก อดทน                      ผู้ปฏิบัติการ            โทรศัพท์ 02-694-6096          อีเมล kwanchanok_o@tceb.or.th

นางสาวปนิยดา มุลาลินน์                     ผู้ปฏิบัติการ            โทรศัพท์ 026946091          อีเมล paniyada_m@tceb.or.th

 

เอ พับลิซิสท์ โทร. 0 2101 6860

คุณธิษตยา (แจง) 083 668 1112, คุณโกสินทร์ (ต้น) โทร. 081 566 2053, คุณสรศักดิ์ (เอิร์ธ) โทร. 089 406 5544

Spin Master เตรียมวางจำหน่ายของเล่นสุดล้ำ “Hatchimals” 7 ตุลาคมนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โทรอนโต–16 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ความลับสุดยอดของ Hatchimals จะได้รับการเปิดเผย 7 ตุลาคมนี้

Spin Master Corp. (TSX: TOY) บริษัทของเล่นเด็กชั้นนำระดับโลก เตรียมเปิดตัว “Hatchimals” หนึ่งในของเล่นที่เด็กๆรอคอยมากที่สุดในรอบปี ในวันที่ 7ตุลาคมนี้

Spin Master’s Hatchimals will be revealed to the world on October 7th, 2016. Only the loving touch and care of a child can hatch the egg and reveal who is inside. (MSRP $59.99 USD) (PRNewsFoto/Spin Master)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160915/408469

Hatchimals ของเล่นนวัตกรรมใหม่ที่เกิดจากการผสานเทคโนโลยีอันทันสมัยและลูกเล่นที่หลากหลาย ได้เผยโฉมสู่สายตาผู้ชมบางส่วนในมหกรรมของเล่นชั้นนำหลายงานเมื่อช่วงต้นปี และจ่อคว้ารางวัลทั่วโลก นอกจากนั้นยังติดอันดับของเล่นชั้นนำในร้านค้าปลีกอย่าง Target, Wal-Mart, Toys ‘R’ Us และ Kohl’s เป็นที่เรียบร้อย และในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ เด็กๆจะได้ยลโฉมและเลือกซื้อ Hatchimals พร้อมกันเป็นครั้งแรก ณ ร้านค้าปลีกชั้นนำและทางเว็บไซต์ SpinMaster.com ในราคา 59.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคาขายปลีกที่ผู้ผลิตแนะนำ)

จนถึงวันนี้ Hatchimals ได้เปิดเผยเพียงรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นรูปไข่เท่านั้น โดยเด็กๆอายุ 5 ขวบขึ้นไปสามารถเลือกสีและชนิดของไข่ Hatchimal ได้ตามต้องการ แต่จะมีตัวอะไรอยู่ข้างในนั้น เด็กๆจะได้รู้ก็ต่อเมื่ออุ้มและทำการฟักไข่เท่านั้น

เจมส์ มาร์ติน หัวหน้า Robotics Global Business Unit ของ Spin Master Ltd. กล่าวว่า “Hatchimals จะฟักออกมาเมื่อไข่มีความผูกพันกับเด็ก ซึ่งจะทำให้เด็กๆได้รู้จักการทะนุถนอม สายสัมพันธ์อันน่ามหัศจรรย์และประสบการณ์สุดแสนวิเศษนี้จะพัฒนาไปเรื่อยๆจนไข่ฟักออกมาเป็นตัว ซึ่งจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเด็กๆอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสารใหม่ๆได้ที่ www.hatchimals.com

เกี่ยวกับ Spin Master

Spin Master คือบริษัทของเล่นเด็กชั้นนำระดับโลก โดยเป็นผู้สร้าง ออกแบบ ผลิต และจำหน่ายสินค้าสำหรับเด็กหลากหลายประเภท ทั้งเกม ของเล่น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ และสินค้าด้านความบันเทิง Spin Master เป็นเจ้าของแบรนด์ระดับรางวัลมากมาย ได้แก่ Zoomer(TM), Dino, Bakugan Battle Brawlers(TM), Air Hogs(R) รวมทั้ง Bunchems และ Meccanoid G15 เจ้าของรางวัล 2016 Toys of The Year นับตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา Spin Master ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลTIA Toy of The Year (TOTY) ถึง 64 ครั้ง และคว้ารางวัลมาได้ 18 ครั้ง นอกจากนั้นยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Innovative Toy of the Year ถึง 12 ครั้ง ซึ่งมากกว่าคู่แข่งทุกราย Spin Master เป็นบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่นอกจากจะพัฒนาและผลิตสินค้า ตัวละคร รวมถึงคอนเทนท์ความบันเทิงระดับโลกแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายและการขายลิขสิทธิ์ด้วย จนถึงขณะนี้ Spin Master ได้ผลิตรายการการ์ตูนฉายทางโทรทัศน์มาแล้ว 6 เรื่อง อาทิ “Bakugan Battle Brawlers” ในปี 2007 และล่าสุดคือ “Paw Patrol” ที่ออกอากาศในกว่า 160 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ทั้งนี้ Spin Master มีพนักงานกว่า 1,000 คนทั่วโลก และมีสำนักงานในแคนาดา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก ฝรั่งเศส อิตาลี สหราชอาณาจักร สโลวาเกีย สาธารณรัฐเช็ก เยอรมนี สวีเดน เนเธอร์แลนด์ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ทารา ทัคเกอร์

รองประธานฝ่ายสื่อสารการตลาดทั่วโลก

Spin Master Ltd.

อีเมล: tarat@spinmaster.com

NTT Communications และ Mitsui Chemicals ประสบความสำเร็จในการคาดคะเนในคุณภาพของผลิตภัณฑ์เคมีในกระบวนการผลิตโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–15 กันยายน 2016

การใช้โมเดล Deep Learning ช่วยคาดคะเนในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ

NTT Communications Corporation (NTT Com) ผู้ให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นส์และการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของ NTT (NYSE: NTT) และ Mitsui Chemicals, Inc. (Mitsui Chemicals) วันนี้ได้ประกาศว่าทั้งสองได้ประสบความสำเร็จในการสร้างเทคนิคที่สามารถคาดคะเนได้อย่างรวดเร็วแม่นยำในเรื่องของคุณภาพผลิตภัณฑ์แก๊ส เทคนิคนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของโมเดลความสัมพันธ์ระหว่างเซ็ตข้อมูลที่แตกต่างกันจากวัตถุดิบป้อนเขาไปในเครื่องปฏิกรณ์ และเงื่อนไขของเครื่องปฏิกรณ์ และความเข้มข้นของสารละลายแก๊ส X ซึ่งเป็นตัวแสดงถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์แก๊ส

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:

http://www.businesswire.com/news/home/20160914006466/en/

ข้อมูลนี้ได้รับการวิเคราะห์โดยใช้ชุดคำสั่ง Deep Learning ซึ่งเป็นวิธีการทาง AI ที่ดำเนินการเรื่องปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติเพื่อโมเดลออกมาและประเมินถึงผลลัพธ์ ในกระบวนการผลิตแก๊ส ปัจจัยเหล่านี้ได้ถูกแสดงให้เห็นด้วยข้อมูลกระบวนการโดยอิงกับเวลา 51 แบบ เช่นอุณหภูมิ ความดัน และความไหลลื่น ผลที่ได้รับนั้นเป็นการประเมินคุณภาพของผลิตภัณฑ์แก๊สที่แม่นยำ

http://www.ntt.com/content/dam/nttcom/hq/en/about-us/press-releases/img/2016/20160915b.jpg
รูปภาพ1. กระบวนการทำงานอย่างไร

การใช้กระบวนการโมเดลใหม่นี้ทำให้ทั้งสองบริษัทประสบความสำเร็จในการเก็บความแตกต่างระหว่างความเข้มข้นของสารละลายแก๊ส X คาดคะเนโดยใช้โมเดลนี้ และการใช้ความเข้มข้นจริงๆ ใน +/-3 จุดเปอร์เซ็นต์ในสเกลทั้งหมด

http://www.ntt.com/content/dam/nttcom/hq/en/about-us/press-releases/img/2016/20160915c.jpg
รูปภาพ2. การคาดคะเนความแม่นยำของเรตความเข้มข้นของสารละลายแก๊ส X

ในการพัฒนาความแม่นยำในการคาดคะเนของความเข้มข้นของสารละลายแก๊ส X โดยใช้โมเดลนี้ ผู้ปฏิบัติการในโรงงานเคมีจะสามารถตรวจเซ็นเซอร์การจับผิดความเสียหายหรือประเมินเครื่องมือและเข้าถึงเงื่อนไขของโรงงานเคมีได้อย่างปัจจุบันทันด่วนรวมถึงในอนาคต และความผิดปกติในผลิตภัณฑ์เคมี ซึ่งสิ่งนี้เองที่จะช่วยพัฒนาความแม่นยำในการเตือน ทำให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้นและการปฏิบัติการที่คงที่มากขึ้น และเพื่อการคงรักษาโรงงานไว้อย่างชาญฉลาด

Mitsui Chemicals กำลังศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีการผลิตในยุคสมัยหน้า เพื่อนำมาใช้สำหรับการบำรุงรักษาโรงงานอย่างชาญฉลาด ทำให้การปฏิบัติการมีความปลอดภัยและคงที่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยก่อให้เกิดระบบการผลิตหลากหลายเกรดที่ต้องการในการวางกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้นและแลกเปลี่ยนความรู้ในการปฏิบัติการในยุคโลกาภิวัฒน์ Mitsui Chemicals จะทำการวิจัยสำหรับเทคโนโลยีการผลิตในยุคสมัยหน้าซึ่งรวมถึง IoT, big data, และ AI ในการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับอุปกรณ์และการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ มีการขยายโครงสร้างพื้นฐานในเทคโนโลยีการผลิตเพื่อตอบสนองต่อความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

NTT Com ร่วมกับ Virtual Engineering Community ได้ทำแบบทดสอบยืนยันความจริงเพื่อพัฒนาคลาวด์และสภาพแวดล้อมในเครือข่ายที่ทำให้การผลิตของโรงงานได้รับการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นและมีกระบวนการซ่อมบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2015 ถึงแม้ว่าจะมีเพียงไม่กี่เคสที่การวิเคราะห์ข้อมูล IoT ได้ให้ประโยชน์ที่เฉพาะเจาะจงในการผลิตจริง แต่ความสำเร็จนี้ก็สามารถเป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับการผลิตที่มีประสิทธิภาพ

NTT Com วางแผนที่จะปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมวิธีการ AI ที่ใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีล่าสุดเหล่านี้ ผ่านการใช้ข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับความเสียหายระหว่างการผลิต และข้อมูลจากโรงงานผลิตอื่น ทำให้สามารถขยายสโคปของการใช้งานและพัฒนาความแม่นยำโดยรวม ในอนาคต NTT Com จะรวมเอาส่วนต่างๆ ของการวิจัย IoT และ AI และพัฒนาโซลูชั่นส์ภายใต้แบรนด์ corevoTM ของกลุ่ม NTT

NTT Com จะยังคงทำการวิจัยในทิศทางที่พัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติการให้ดีขึ้นในด้านโรงงานเคมีผ่านการใช้โมเดล AI รวมถึงการป้องกันความผิดพลาดของเครื่องจักรและการแสดงตัวของความไม่ปกติของคุณภาพ บริษัทยังคงใช้โมเดลที่คล้ายกันในการพัฒนาโซลูชั่นส์ IoT

ปกติแล้วโรงงานผลิตเคมีจะเช็คคุณภาพของผลิตภัณฑ์โดยการเปรียบเทียบข้อมูลการผลิตกับเกณฑ์มาตรฐาน และโดยการตัดสินทางกายภาพโดยพนักงานผู้มีประสบการณ์ และด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด และการคาดคะเนในผลลัพธ์ ทำให้การพัฒนาร่วมกันระหว่า NTT Com และ Mitsui Chemicals ตั้งเป้าไปที่การพัฒนาความเที่ยงตรงแม่นยำในการตรวจสอบจับผิดความเสียหายในอุตสาหกรรมเคมี

หมายเหตุ: corevoTM เป็นเครื่องหมายการค้าของ Nippon Telegraph and Telephone Corporation

เกี่ยวกับ NTT Communications Corporation
NTT Communications ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่ายชั้นนำ Global Tier-1 IP อย่าง Arcstar Universal One(TM) VPN ซึ่งครอบคลุมถึง 196 ประเทศ/ดินแดน และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัย 140 แห่งทั่วโลก โซลูชั่นของ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ใช้ทรัพยากรของกลุ่มบริษัท เอ็นทีที ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA

http://www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

เกี่ยวกับ Mitsui Chemicals (โตเกียว: 4183, ISIN: JP3888300005)

รากฐานของ Mitsui Chemicals เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1912 เมื่อเริ่มที่จะพัฒนาวัตถุดิบสำหรับปุ๋ยเคมีจากแก๊สถ่านหิน ซึ่งเป็นบริษัทแรกในญี่ปุ่นที่กระทำขึ้น งานนี้มีความสำคัญในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นประเด็นทางสังคมที่สำคัญในขณะนั้น หลังจากนั้น บริษัทได้ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีจากเคมีฐานหินเป็นเคมีแก๊ส และในปี 1958 ได้สร้างคอมเพล็กซ์ทางปิโตรเคมีแห่งแรกในญี่ปุ่น และได้เสร้างแรงกระตุ้นกับภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ในวันนี้บริษัทได้ผลิตผลิตภัณฑ์ระดับโลกมากมายโดยมีมากกว่า 135 บริษัทใน 27 ประเทศ พอร์ตโฟลิโอของธุรกิจรวมถึงวัตถุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติสำหรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในเจเนอเรชั่นหน้า บริการด้านสุขภาพเพื่อให้ทราบถึงสุขภาพและความสุขในสังคมผู้สูงอายุ บรรจุภัณฑ์ที่ให้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหาร เคมีทางการเกษตรที่ส่งเสริมให้เกิดการผลิตอาหารที่เพิ่มมากขึ้น วัตถุทางไฟฟ้า และวัตถุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติสำหรับภาคส่วนพลังงาน

Mitsui Chemicals จะยังคงมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาความท้าทายของสังคม ด้วยการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยและโดยสร้างคุณค่ากับลูกค้าด้วยนวัตกรรม

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mitsuichem.com/index.htm

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160914006466/en/