แพลตฟอร์มของ NTT Communications ประสบความสำเร็จในการได้รับการรับรองครั้งแรกจาก Cloud Foundry Foundation ในญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–14 กันยายน 2016

NTT Communications Corporation (NTT Com) ผู้ให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นส์และการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของเอ็นทีที (NYSE: NTT) วันนี้ได้ประกาศว่า บริษัทได้เป็นบริษัทญี่ปุ่นรายแรกที่มีแพลตฟอร์มที่ได้รับการรับรองโดย Cloud Foundry Foundation ซึ่งเป็นองค์กรแพลตฟอร์มมาตรฐานอุตสาหกรรมแบบมัลติคลาวด์ การได้รับการรับรองครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมของอุตสาหกรรมที่ออกแบบมาเพื่อก่อตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เชื่อถือได้ในแพลตฟอร์มต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมแบบมัลติเวนเดอร์ (ระบบที่มีคนขายหลายคน) และมัลติคลาวด์

Cloud Foundry ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยบริษัทที่หลากหลาย รวมถึงโรงงานชั้นนำ การสื่อสารโทรคมนาคม และบริษัทให้บริการด้านการเงิน เป็นคลาวด์ PaaS แบบ open-source ที่นักพัฒนาสามารถสร้าง ใช้ สเกลแอพพลิเคชั่นทั้งโมเดลคลาวด์แบบสาธารณะหรือส่วนตัว

Cloud Foundry Foundation เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรและปฏิบัติการภายใต้โมเดล “governance by contribution”

ลูกค้าของ Enterprise Cloud ของ NTT ซึ่งเป็นบริการคลาวด์สำหรับองค์กรต่างๆ ใน 11 ประเทศ รวมถึงแพลตฟอร์มที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตอีก 9 แห่ง สามารถเปลี่ยนแอพพลิเคชั่นได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากพวกเขาได้ใช้ส่วนประกอบหลักที่เหมือนกันของเทคโนโลยี Cloud Foundry open source ซึ่งช่วยให้พวกเขาได้ประโยชน์จากโครงสร้างรวมของการใช้แอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์มนี้ รวมถึง API และตัวประสานบรรทัดคำสั่ง ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ใช้บริการได้โดยปราศจากความเสี่ยงในการโดนล็อคติดอยู่ในคลาวด์เวนเดอร์เพียงอันเดียว

ลูกค้าต่างได้ประโยชน์จากการส่งสารอย่างรวดเร็วโดยผ่านการใช้งาน NTT Com ของ การพัฒนาแบบ Cloud Foundry open-source มาใช้ในการพัฒนาด้านบริการ ในการก้าวไปข้างหน้านั้น NTT Com วางแผนที่จะส่งความเชื่อมโยงนี้ผ่านบริการเครือข่ายส่วนตัว Arcstar Universal One และคลาวด์ส่วนตัวที่มีประสิทธิภาพในการให้ลูกค้าได้สามารถใช้ Cloud Foundry ในสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะการตอบสนองความต้องการบริษัทที่ต้องการเพิ่มความปลอดภัยและการปฏิบัติตามให้แข็งแกร่งมากขึ้น ในการใช้แพลตฟอร์ม Cloud Foundry นั้น NTT Com จะสนับสนุนลูกค้าต่อไปโดยการให้บริการระบบนิเวศแบบเปิดในระดับโลกผ่านการร่วมมือกันกับพันธมิตร Cloud Foundry ผู้อื่น

NTT Com ให้บริการคลาวด์ซึ่งรวมกับ Cloud Foundry ตั้งแต่ปี 2012 และเป็นหนึ่งในผู้ใช้งานระดับแรกๆ ของการใช้โมเดล PaaS เพื่อให้บริการลูกค้าที่เป็นองค์กร และเป็นผู้ให้บริการระดับโลกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค NTT Com เป็นผู้ก่อตั้ง Cloud Foundry Group Japan และช่วยส่งเสริมให้มีการใช้ในหมู่ลูกค้าที่เป็นองค์กรในประเทศนั้น นอกจากนั้น NTT Corporation (NTT) ได้มีส่วนร่วมเป็น Gold Member ของ Cloud Foundry Foundation ระดับโลกตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2014 โดยเน้นย้ำในด้านการช่วยเหลือส่งเสริม Cloud Foundry ในกลุ่ม NTT ทั้งหมด

เกี่ยวกับ Cloud Foundry Foundation
Cloud Foundry Foundation เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรอิสระที่ได้รับการก่อตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนา การสนับสนุนและการใช้ Cloud Foundry ให้เป็นแพลตฟอร์มมัลติคลาวด์ที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม Cloud Foundry ทำให้มันเร็วและง่ายขึ้นในการสร้าง ทดสอบ ใช้ และสเกลแอพพลิเคชั่นส์ Cloud Foundry เป็นโปรเจ็กต์ที่ได้รับใบอตุญาต Apache 2.0 ซึ่งมีอยู่ที่: https://github.com/cloudfoundry สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: http://www.cloudfoundry.org

เกี่ยวกับ NTT Communications Corporation
NTT Communications ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่ายชั้นนำ Global Tier-1 IP อย่าง Arcstar Universal One(TM) VPN ซึ่งครอบคลุมถึง 196 ประเทศ/ดินแดน และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัย 140 แห่งทั่วโลก โซลูชั่นของ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ใช้ทรัพยากรของกลุ่มบริษัท เอ็นทีที ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA

www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160914005513/en/

แอพพลิเคชั่นโปรเซสเซอร์ของโตชิบา หัวใจของอุปกรณ์สวมใส่สุดชาญฉลาดล้ำยุคของ World Media & Technology

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว—(บิสิเนส ไวร์)–14 กันยายน 2016

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) ประกาศว่าแอพพลิเคชั่นโปรเซสเซอร์รุ่น TZ1000 ของตระกูล ApP Lite™ สำหรับ IoT และอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้ ซึ่งถูกใช้งานใน “Helo” สายรัดข้อมือสุดชาญฉลาดรุ่นใหม่จาก Media & Technology (“Wor(l)d”) ที่มีฐานอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

ApP Lite™ TZ1000 จับตัวบ่งชี้ที่สำคัญต่างๆ ของผู้ใช้ ด้วยความแม่นยำสูงและกินพลังงานต่ำเมื่อใช้งาน ข้อมูลที่ได้รับจะถูกส่งไปที่สมาร์ทโฟนของผู้ใช้ โดยใช้เทคโนโลยี Bluetooth® ไร้สายพลังงานต่ำ

สายรัดข้อมือของ Wor(l)d รุ่น“Helo” สามารถจับตัวบ่งชี้จากข้อมือ และมอนิเตอร์อย่างต่อเนื่องและวิเคราะห์ภาวะของผู้ใช้และส่งผลไปที่สมาร์ทโฟน TZ1000 มีความสามารถในการช่วยให้สายรัดข้อมือรับระบบสัมผัสได้อย่างแม่นยำ มีขนาดเล็ก และใช้พลังงานต่ำ

ในการช่วยนักออกแบบ โตชิบาได้พัฒนาชุดคำสั่งซอฟต์แวร์หลากหลายสำหรับซีรี่ส์ TZ1000 ซึ่งรวมถึง Activity Monitoring, PPG (photoplethysmography) Monitoring และ ECG (electrocardiography) Monitoring ที่จะช่วยให้โซลูชั่นด้านระบบแก่ผลิตภัณฑ์ที่สวมใส่ได้

โตชิบาจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาแอพพลิเคชั่นโปรเซสเซอร์สำหรับ IoT และอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้ต่อไป

* Bluetooth เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนซึ่งเป็นของ Bluetooth SIG, Inc., และการใช้เครื่องหมายการค้านี้โดยโตชิบาอยู่ภายใต้ใบอนุญาต
* ApP Lite เป็นเครื่องหมายการค้าของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น
* เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าเป็นสินทรัพย์ของเจ้าของนั้นๆ

เกี่ยวกับ World Media & Technology และ “Helo”
http://www.worldmediatech.com/
https://www.worldgn.com/wear/
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TZ1000 ของโตชิบาได้ที่:
http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/assp/applite/tz1000.html

ลูกค้าติดต่อสอบถามได้ที่:
Logic LSI Marketing & Engineering Department
โทร: +81-44-548-2110
http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับโตชิบา
โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016)

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/in

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160913006758/en/

PowerBTC มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับผู้ทำธุรกรรมด้วยบิทคอยน์ในปริมาณมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–16 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

เนื่องจากการซื้อขายบิทคอยน์กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทออนไลน์จำนวนมากจึงพยายามเสาะหาวิธีใหม่ๆ เพื่อที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากสกุลเงินดิจิตอลนี้ แต่ไม่มีใครเชี่ยวชาญเท่า PowerBTC บริษัทการเงินดาวรุ่งที่ก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างมากในตลาดอีคอมเมิร์ช 

PowerBTC LLC (http://www.PowerBTC.com) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ให้บริการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลในตลาดออนไลน์ พร้อมมอบผลตอบแทนจากการซื้อขายบิทคอยน์สูงกว่าราคาตลาดทั่วไป แม้ข้อเสนอสุดพิเศษของเราจะมีระยะเวลาจำกัด แต่ก็คุ้มค่าด้วยผลตอบแทนที่มากขึ้นสำหรับผู้ที่ทำธุรกรรมในปริมาณมาก พร้อมมอบของพรีเมียมและของสมนาคุณให้ด้วย เหล่านี้คือโปรโมชั่นพิเศษนอกเหนือจากมาตราฐานเดิมของเรา ที่มอบผลตอบแทนให้กับผู้ขายบิทคอยน์สูงกว่าอัตราอ้างอิงของตลาดถึง 10%   

ทั้งนี้ ลูกค้าทุกท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากรายการที่ระบุไว้ด้านล่างได้ตลอดเวลา 

ข้อเสนอสุดพิเศษของ POWERBTC ณ ขณะนี้ 

10+ BTC (เหรียญทอง 24 กะรัต)

20+ BTC (เหรียญทอง 24 กะรัต +3%)

30+ BTC (เหรียญทอง 24 กะรัต +5%)

50+ BTC (เหรียญทอง 24 กะรัต +8%) 

เหรียญทอง 24 กะรัตมีมูลค่า 450 ดอลลาร์สหรัฐ โดยอ้างอิงจากราคาตลาดทองคำ 

ทอม คลาร์ก ซีอีโอของ PowerBTC กล่าวว่า “เรายินดีที่ได้มีส่วนช่วยขยายตลาดบิทคอยน์ผ่านการมอบข้อเสนอเหล่านี้ให้แก่ลูกค้า เราหวังว่าจะได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำแห่งวงการบิทคอยน์ซึ่งเป็นคลื่นลูกใหม่ในยุคดิจิตอล เพื่อมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษให้แก่ผู้ซื้อบิทคอยน์ทุกท่านต่อไป เราต้องก้าวให้ทันเทรนด์ใหม่ๆ และเราก็ตระหนักดีว่าบิทคอยน์เป็นการลงทุนอันชาญฉลาดที่จะพาเราไปสู่จุดสูงสุด” 

เว็บไซต์ www.PowerBTC.com ของเรามีดีไซน์ที่สะอาดตาและใช้งานง่าย ช่วยให้การทำธุรกรรมด้วยบิทคอยน์เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว เพียงแค่กรอกอีเมลและข้อมูลธนาคารหรือ PayPal ก็สามารถรับสิทธิพิเศษจากโปรโมชั่นนี้ได้แล้ว 

ถึงแม้ว่าข้อเสนอนี้จะดูวุ่นวายเล็กน้อยสำหรับผู้ขายบิทคอยน์ทั่วไป แต่เราก็อิงจากความต้องการซื้อบิทคอยน์ของเรา จากกำไรในการขายต่อ รวมถึงจากการคำนวณตามหลักแคลคูลัสขั้นสูงและหลักการอื่นๆ เช่นเดียวกับธุรกิจบริการทางการเงินอื่นๆ  

เพื่อข้อมูลที่แม่นยำที่สุด อัตราแลกเปลี่ยนจะมีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลาตามความเคลื่อนไหวของตลาด นอกจากนี้ PowerBTC ยังมีพนักงานที่รู้จริงและหน้าข่าวที่อัพเดทอย่างสม่ำเสมอ เราจึงได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นๆด้านข้อมูลตลาดเชิงลึกที่เหนือกว่าใคร 

ขณะนี้ PowerBTC กำลังเปิดรับซื้อบิทคอยน์ ผู้ขายที่สนใจจึงควรรีบเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.PowerBTC.com เพื่อรับข้อเสนอพิเศษสุด

ติดต่อ

มาร์ค ทเวน

อีเมล: ads@powerbtc.com

โทร. +1-(917)-979-2728

UL เปิดตัวโปรแกรมทดสอบอินเวอร์เตอร์และการรับรอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นอร์ทบรู๊ค, อิลลินอยส์–16 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

อุปกรณ์การทดสอบและรับรองอินเวอร์เตอร์และอุปกรณ์ DG ที่เชื่อมต่อกับสาธารณูปโภคอื่นๆสำหรับฟังก์ชั่นสนับสนุนเครือข่ายไฟฟ้าของ UL จะใช้ มาตรฐาน UL 1741 Supplement A ใหม่

UL ซึ่งเป็นองค์กรวิทยาศาสตร์ด้านความปลอดภัยชั้นนำระดับโลก เปิดตัวโปรแกรมการทดสอบอินเวอร์เตอร์ขั้นสูงและการรับรอง ในช่วงเวลาที่ผู้ให้บริการไฟฟ้าในระดับสาธารณูปโภคเดินหน้าปรับปรุงระบบเครือข่ายไฟฟ้าของตนเองให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้งานโรงไฟฟ้าที่หลากหลายและแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น บริการต่างๆของ UL จึงขยายตัวอย่างสอดคล้องกับความต้องการทั้งในเรื่องของความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และฟังก์ชั่นการรองรับเครือข่ายไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา โปรแกรมใหม่นี้จะใช้ มาตรฐานUL 1741 Supplement A (SA) ใหม่ในการทดสอบและรับรองอินเวอร์เตอร์และอุปกรณ์กำเนิดไฟฟ้าแบบกระจาย (DG) ที่เชื่อมต่อกันกับสาธารณูปโภคอื่นๆ เพื่อให้สามารถรองรับฟังก์ชั่นของระบบเครือข่ายไฟฟ้า ซึ่งจะส่งผลให้การเชื่อมโยงของเครือข่ายไฟฟ้ามีความเป็นอัจฉริยะ ความปลอดภัย และเป็นเชิงโต้ตอบมากขึ้น

 UL Enterprise Logo / UL Logo (PRNewsFoto/UL)

UL Logo (PRNewsFoto/UL)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20140721/129100

การดับไฟเป็นบางส่วนหรือภาวะไฟดับนั้น  บ่งชี้ถึงผลกระทบจากภาวะไร้เสถียรภาพของระบบเครือข่ายไฟฟ้าในระดับสาธารณูปโภค” เจฟฟ์ สมิดท์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพลังงานและเทคโนโลยีพลังงานกล่าว “เรายินดีที่ต่อจากนี้ไป จะได้มีการเผยแพร่ข้อมูลล่าสุดผ่านทาง มาตรฐาน UL 1741 SAสำหรับอินเวอร์เตอร์เชิงโต้ตอบในระดับสาธารณูปโภคที่รองรับระบบเครือข่ายไฟฟ้าเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการระบบเครือข่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพมากขึ้นในตลาดปัจจุบัน”

การทดสอบอินเวอร์เตอร์ขั้นสูงมีการควบคุม DG แบบอัจฉริยะและเชิงโต้ตอบ เพื่อรองรับการปรับระบบกริดให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่องโดยใช้ระดับ DG และแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่สูงขึ้น ข้อกำหนดการเชื่อมโยงของระบบสาธารณูปโภคในแบบดั้งเดิม (IEEE 1547) กำหนดให้อุปกรณ์ DG ต้องตัดการเชื่อมต่อเมื่อกริดมีปัญหาด้านเสถียรภาพ มาตรฐานUL 1741 SA ได้กำหนดวิธีการทดสอบที่จำเป็นในการวางรากฐานเพื่อช่วยให้อุปกรณ์ DG เชื่อมต่อได้ตลอดเวลา และมีการปรับเอาต์พุตและพฤติกรรมโดยทั่วไปเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับกริดเมื่อเกิดเหตุผิดปกติในการทำงานมากกว่าที่จะตัดการเชื่อมต่อไป

           รัฐแคลิฟอร์เนียได้ประกาศว่า อินเวอร์เตอร์ที่ติดตั้งในรัฐจะต้องทำตามข้อกำหนดการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้า Rule 21 ภายในหนึ่งปีนับจากการตีพิมพ์ มาตรฐาน UL 1741 SA ขณะที่รัฐอื่นๆกำลังพิจารณานำข้อกำหนดการติดตั้งที่คล้ายกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการใช้งานของ DG และพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับสูง

            Rule 21 เป็นส่วนการปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับอินเวอร์เตอร์ใน State of California Electric Tariff Rule 21 โดยคณะกรรมการสาธารณูปโภคภาครัฐแห่งแคลิฟอร์เนีย (CPUC) Rule 21 ถือเป็นเอกสาร Source Requirement Document (SRD) ที่ใช้ควบคู่กับ มาตรฐาน UL 1741 SA เอกสาร SRD โดยทั่วไปจะกำหนดการตั้งค่าพารามิเตอร์เฉพาะ เพื่อใช้กับวิธีการทดสอบ มาตรฐานUL 1741 SA เอกสาร SRD อื่นๆอาจนำมาใช้กับ มาตรฐานUL 1741 SA ได้เช่นกัน ในขณะที่ตลาดต่างๆก็หาทางพัฒนาการทำงานของระบบเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อให้ระบบส่งไฟฟ้าของพื้นที่เหล่านั้นมีความทันสมัย

            UL ก้าวขึ้นเป็นผู้นำวงการ โดยร่วมมือกับในวงการ เพื่อพัฒนา มาตรฐาน UL 1741 SA ขึ้นมาใช้เป็นแนวทางสำหรับการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสมัยใหม่ นอกจากนี้ UL ยังสร้างห้องปฏิบัติการทดสอบอินเวอร์เตอร์ล้ำสมัย 2 แห่ง เพื่อรองรับอินเวอร์เตอร์ขั้นสูง ห้องปฏิบัติการเหล่านี้ใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อร่นระยะเวลาการเปิดตัวสินค้าสู่ตลาด และยังสามารถลดเวลาในการทดสอบเฉลี่ยลงเหลือไม่ถึง 3 สัปดาห์ นอกจากนี้ UL ยังมีบริการจัดส่งเจ้าหน้าที่วิศวกรที่ชำนาญเฉพาะทาง เพื่อไปสังเกตการณ์การทดสอบถึงโรงงานของลูกค้าซึ่งติดตั้งอุปกรณ์จากห้องปฏิบัติการที่สามารถทดสอบตามแผนการทดสอบที่กำหนดไว้ได้

            สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม พบกับเราได้ที่งาน SPI บูธหมายเลข W525 และ The Battery Show บูธหมายเลข 1621 ลงทะเบียนร่วมฟังผ่านทางเว็บบินาร์ฟรีเกี่ยวกับ Advanced Inverters มาตรฐาน UL 1741 SA วันที่ 6 ตุลาคม 2559 เวลา 10.00-11.00 น. ตามมาตรฐานเวลา CST ได้ที่ http://s.ul.com/UL1741SAWebinar หรือเข้าชมที่เว็บไซต์http://www.ul.com/inverters กรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทดสอบ การประเมิน และการรับรองผลิตภัณฑ์ ส่งอีเมลหาเราได้ที่ ULHELPS@ul.com

          เกี่ยวกับ UL

          ULเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์ความปลอดภัยที่เป็นอิสระ ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 120 ปี ผู้เชี่ยวชาญเกือบ 10,000 รายปฏิบัติตามพันธกิจของULในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานและการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยสำหรับทุกๆคน ULได้ใช้การวิจัยและมาตรฐานต่างๆ เพื่อยกระดับ และตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมออย่างต่อเนื่อง เราเป็นพันธมิตรกับบรรดาธุรกิจ ผู้ผลิต สมาคมการค้า และหน่วยงานกำกับดูแลระดับนานาชาติ เพื่อนำโซลูชั่นต่างๆ เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกที่มีความซับซ้อนมากขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับรอง การทดสอบ การตรวจสอบ การให้คำปรึกษา และบริการด้านการศึกษาของเรา สามารถรับชมได้ที่ http://www.UL.com

          ติดต่อ:

          Dagmar Ebaugh

          ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดีย

          UL Commercial & Industrial

          สำนักงาน: +1-678-872-0320

          มือถือ: +1-404-216-4354

          อีเมล: dagmar.ebaugh@ul.com

“ธิสเซ่นครุปป์” ใช้เทคโนโลยี Microsoft HoloLens ปฏิวัติการซ่อมบำรุงลิฟต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–16 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

– HoloLens จะทำหน้าที่สนับสนุนช่างซ่อมบำรุงทั้งก่อนหน้าและระหว่างปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการซ่อมบำรุงลงอย่างมาก

สานต่อความสำเร็จจาก MAX โซลูชั่นซ่อมบำรุงลิฟต์แบบคาดการณ์ล่วงหน้าได้ตัวแรกของวงการ ซึ่งถูกนำไปใช้กับลิฟต์หลายพันตัวเป็นที่เรียบร้อย

อาคารสำคัญหลายแห่งได้มีการเชื่อมต่อกับ MAX ผ่านทางระบบคลาวด์ รวมไปถึงอาคาร One World Trade Center ที่จะติดตั้ง HoloLens ด้วยเช่นกัน 

ธิสเซ่นครุปป์ (thyssenkrupp) เปิดเผยว่า บริษัทได้นำเอาเทคโนโลยี Microsoft HoloLens มาใช้ในการซ่อมบำรุงลิฟต์ทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้ช่างซ่อมบำรุงของบริษัทที่มีมากกว่า 24,000 คน สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งช่วยให้ผู้คนในเมืองต่างๆใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

 

HoloLens will support thyssenkrupp elevator technicians prior to and on the job site, significantly reducing service intervention times. (PRNewsFoto/thyssenkrupp Elevator AG)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160912/406364 ) 

HoloLens จะช่วยให้ช่างซ่อมบำรุงสามารถจำลองภาพและระบุปัญหาของลิฟต์ได้ก่อนที่จะไปถึงหน้างาน รวมทั้งสามารถเข้าถึงข้อมูลทางเทคนิคได้จากระยะไกลโดยไม่ต้องลงมือเช็คตัวลิฟต์เมื่ออยู่หน้างาน ส่งผลให้สามารถลดเวลาและความเครียดลงได้อย่างมาก โดยผลการทดสอบภาคสนามในเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าสามารถทำการซ่อมบำรุงได้เร็วกว่าเดิมถึง 4 เท่า 

แอนเดรียส ไชเรนเบ็ค ซีอีโอบริษัท ธิสเซ่นครุปป์ เอลลิเวเตอร์ กล่าวว่า “ลิฟต์รองรับผู้คนมากกว่า 1 พันล้านคนในแต่ละวัน การซ่อมบำรุงลิฟต์จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเมืองให้เดินหน้าต่อไป เรายังคงให้ความสำคัญกับการเป็นผู้นำในการปฏิวัติอุตสาหกรรมนี้ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยี กระบวนการ และการฝึกอบรมรูปแบบใหม่ๆมาใช้ เพื่อช่วยให้ช่างซ่อมบำรุงสามารถทำงานได้ดีขึ้น สนุกกับงานมากขึ้น และมีความเครียดน้อยลง เป้าหมายของเราคือการเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มระยะเวลาการให้บริการของลิฟต์ และทำการซ่อมบำรุงให้เสร็จเร็วที่สุด เพื่อรับประกันว่าลิฟต์จะทำงานได้อย่างราบรื่นตามปกติ และผู้โดยสารจะได้ใช้งานลิฟต์อย่างปลอดภัยและสะดวกสบายที่สุด” 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thyssenkrupp-elevator.com 

ติดต่อ:

ธิสเซ่นครุปป์ เอลลิเวเตอร์ เอจี

ไมเคิล ริดเดอร์

หัวหน้าฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์

โทร. +49-201-844-563054

อีเมล: michael.ridder@thyssenkrupp.com

ทวิตเตอร์: @Michael23Ridder 

แหล่งข่าว: ธิสเซ่นครุปป์ เอลลิเวเตอร์ เอจี

“เอสไอ กรุ๊ป” บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อโรงงานผลิตจาก “ทีพีซี กรุ๊ป”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สเกอเนคเทอดี, นิวยอร์ก–15 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และสารเคมีจากแหล่งน้ำมัน 

เอสไอ กรุ๊ป (SI Group) ผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาและผลิตสารตัวกลาง เรซินชนิดพิเศษ และสารละลายต่างๆ เปิดเผยว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อโรงงานผลิตของ ทีพีซี กรุ๊ป (TPC Group) ในเมืองเบย์ทาวน์ รัฐเท็กซัส ซึ่งครอบคลุมถึงคลังน้ำมันในโรงงาน และสินทรัพย์ต่างๆที่ใช้ในการผลิตโนนีน เททระเมอร์ และสารอื่นๆที่ได้มาจากโพรไพลีน ทั้งนี้ โนนีนและเททระเมอร์ คือโอลิโกเมอร์ที่ใช้เป็นสารตัวกลางในการผลิตพลาสติไซเซอร์ ผงซักฟอก สารเติมแต่งน้ำมันหลื่อลื่น สารต้านอนุมูลอิสระ และผลิตภัณฑ์เสริมสมรรถนะอื่นๆ

 

SI Group Global Headquarters in Schenectady, New York. (PRNewsFoto/SI Group, Inc.)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160914/407556

SI GROUP, INC. LOGO / SI Group Corporate Logo. (PRNewsFoto/SI Group, Inc.)

SI Group Corporate Logo. (PRNewsFoto/SI Group, Inc.)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20130204/NY53537LOGO-b 

แฟรงค์ โบซิค ประธานและซีอีโอของเอสไอ กรุ๊ป กล่าวว่า ทีพีซี กรุ๊ป และ เอสไอ กรุ๊ป เป็นพันธมิตรกันมาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี โรงงานที่เมืองเบย์ทาวน์จะช่วยเสริมศักยภาพของเราในการจัดหาผลิตภัณฑ์ และช่วยยกระดับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาดปลายน้ำ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และสารเติมแต่งจากแหล่งน้ำมัน เรามุ่งมั่นที่จะทำให้การควบรวมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการเติบโตของเรา” 

เอ็ด ไดนีน ประธาน กรรมการผู้จัดการ และซีอีโอของทีพีซี กรุ๊ป กล่าวว่า ในปี 2559 ทีพีซี กรุ๊ป มีความก้าวหน้าอย่างมากในการดำเนินแผนการเพิ่มรายได้และกระแสเงินสด หรือ ECIP ที่มีเป้าหมายเพิ่มรายได้ 100 ล้านดอลลาร์เมื่อเทียบปีต่อปี หนึ่งในหัวใจสำคัญของแผนการนี้คือ การขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์หลัก อย่างเช่นโรงงานในเบย์ทาวน์ แม้ว่าโรงงานและพนักงานในเบย์ทาวน์จะสร้างมูลค่าให้กับทีพีซี กรุ๊ป อย่างต่อเนื่อง แต่รายได้จากการขายโรงงานจะสามารถนำมาเสริมความแข็งแกร่งและขยายธุรกิจการแปรรูป C4, ผลิตภัณฑ์เสริมสมรรถนะ และน้ำมันเชื้อเพลิงออกเทน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเรา ในฐานะที่เป็นตัวแทนของผู้บริหารระดับสูงทั้งหมด เราขอแสดงความขอบคุณในความตั้งใจ ความทุ่มเท ความเอาใจใส่ และการทำงานอย่างปลอดภัยของพนักงานที่โรงงานในเบย์ทาวน์ทุกคน” 

เกี่ยวกับเอสไอ กรุ๊ป

เอสไอ กรุ๊ป คือผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาและผลิตสารตัวกลาง เรซินชนิดพิเศษ และสารละลายต่างๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอุตสาหกรรมมากมายมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ เอสไอ กรุ๊ป เป็นธุรกิจครอบครัวที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2449 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองสเกอเนคเทอดี รัฐนิวยอร์ก และมีพนักงานกว่า 2,700 คนทั่วโลก บริษัทมีฐานการผลิต 20 แห่งใน 5 ทวีป และมียอดขาย 1.6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ในปี 2559 เอสไอ กรุ๊ป ได้รับรางวัลเหรียญเงินในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมจาก EcoVadis และอยู่ในกลุ่ม 13% แรกจากบริษัท 25,000 แห่งทั่วโลก สโลแกนของบริษัทคือ “The Substance Inside” สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.siigroup.com 

เกี่ยวกับทีพีซี กรุ๊ป 

ทีพีซี กรุ๊ป คือผู้นำด้านการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบปิโตรเคมี เช่น ไฮโดรคาร์บอน C4 บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการเพิ่มสมรรถนะ ผลิตภัณฑ์พิเศษ และสารตัวกลางต่างๆ ซึ่งรวมถึงยางสังเคราะห์ น้ำมันเชื้อเพลิง สารเติมแต่งน้ำมันหล่อลื่น พลาสติก และสารลดแรงตึงผิว บริษัทมีประวัติการดำเนินงานยาวนานกว่า 70 ปี โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส และมีโรงงานผลิตหลายแห่งในนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้กับ Houston Ship Channel, Port Neches และที่เมืองเบย์ทาวน์ รัฐเท็กซัส อีกทั้งยังมีคลังสินค้าบิวทาไดอีนในเมืองเลคชาร์ลส รัฐลุยเซียนา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tpcgrp.com 

ติดต่อ:

ทาร่า มอร์แกน

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร

เอสไอ กรุ๊ป

โทร. + 1 518-347-4194

อีเมล: tara.morgan@siigroup.com

ประธานโครงการ Kimberley Process เข้าพบประธานาธิบดีกานาเพื่อชี้แจงเรื่องการดำเนินโครงการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–15 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

นายอาเหม็ด บิน สุลาเย็ม ประธานโครงการ Kimberley Process (KP) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้าพบนายจอห์น ดรามานี มาฮามา ประธานาธิบดีกานา โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่อย่าง Africa Initiative

 

UAE KP Chair Ahmed Bin Sulayem with President of Ghana HE John Dramani Mahama (PRNewsFoto/Kimberley Process)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160914/407593 )

UAE KP Chair Ahmed Bin Sulayem with President of Ghana HE John Dramani Mahama (PRNewsFoto/Kimberley Process)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160914/407594 )

UAE KP Chair Ahmed Bin Sulayem with President of Ghana HE John Dramani Mahama (PRNewsFoto/Kimberley Process)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160914/407596 )

Kimberley-Process-Logo Logo / Kimberley Process logo (PRNewsFoto/Kimberley Process)

Kimberley Process logo (PRNewsFoto/Kimberley Process)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160914/407597LOGO )

หลังปิดการประชุม “Africa Dubai Precious Metals Forum” ครั้งที่ 2 ที่กรุงอักกรา เมืองหลวงของกานา นายอาเหม็ด บิน สุลาเย็ม ประธานโครงการ KP ได้เข้าพบประธานาธิบดีจอห์น ดรามานี มาฮามา ของกานา เพื่อหารือถึงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับ KP และนำเสนอรายงาน KP Chair Mid-Term Repor

เนื่องจากกานาเป็นสมาชิกของ KP อย่างเต็มตัว ประธานาธิบดีกานาจึงยืนยันหนักแน่นว่า กานาได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎการดำเนินงานของ KP ทุกประการ สำหรับกานา การทำเหมืองเพชรค่อนข้างมีน้อยเมื่อเทียบกับการทำเหมืองอื่นๆ และมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของจีดีพีที่มาจากสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทแร่ ถึงกระนั้น กานาก็ยังให้ความสำคัญกับภาคส่วนนี้

กานาส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทแร่คิดเป็นมูลค่า 2,515 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรกของปี 2559 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจาก 2,558 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 4 ของปี 2558 โดยมีสถิติการส่งออกสูงสุดในไตรมาสแรกของปี 2555 คิดเป็นมูลค่า 4,119 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ กานายังเป็นประเทศที่มีแหล่งเพชรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 11 ของโลก และเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดอันดับที่ 14 ในแอฟริกา  

ประธานาธิบดีกานาได้กล่าวย้ำต่อนายบิน สุลาเย็ม ถึงการเปลี่ยนแปลงกฎหมายของรัฐเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้รายได้ 85ที่มาจากการส่งออกวัตถุดิบต้องกลับเข้าสู่รัฐ ขณะเดียวกัน การทำธุรกรรมการส่งออกทั้งหมด รวมถึงการส่งออกเพชร จะมีการลงบันทึกและรายงานโดยธนาคารกลางกานา ดังนั้น เพชรที่มาจากกานาจึงเป็นที่ต้องการไปทั่วโลก เพราะมีระบบการจัดการด้านการเงินที่โปร่งใส และมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ Kimberley Process อย่างจริงจัง ประธานาธิบดีกานาได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ระบบดังกล่าวทำให้รัฐบาลสามารถนำเงินกลับมาลงทุนในสาธารณูปโภคและโครงการอื่นๆได้

นายบิน สุลาเย็ม แจ้งต่อประธานาธิบดีว่า เขาเพิ่งเดินทางกลับจากเมืองคูมาซี ในเขตอชันตี ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของกานา และได้เห็นว่ารัฐดำเนินนโยบายอย่างจริงจัง โดยมีการสร้างโรงเรียนใหม่หลายต่อหลายแห่ง นอกจากนี้ เขายังได้ไปเยี่ยมชมโครงการด้านมนุษยธรรมต่างๆของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงการเปิดบ่อน้ำและบ่อบาดาลเพื่อให้ทั้งชุมชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ทั้งยังได้เดินทางเยือนมัสยิดต่างๆ และโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนจากสภากาชาดด้วย

ประธานาธิบดีกานา ผู้สนับสนุนการศึกษาอย่างจริงจัง เห็นด้วยกับนายบิน สุลาเย็ม โดยกล่าวว่าต้องมีการสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนที่ยากจน พร้อมกับกล่าวชื่นชมองค์กรการกุศลต่างๆของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด

กานามีโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานอยู่มากมาย รวมถึงโครงการสร้างโรงเรียน 200 แห่ง เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษาโดยเสียค่าใช้จ่ายไม่มากนัก

ประธานาธิบดีกานายังได้กล่าวถึงการร่างกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อผนวกไว้ในการขอใบอนุญาตทำเหมืองและค้าขาย ซึ่งเป็นการบังคับให้บริษัทต่างๆมีส่วนร่วมกับโครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการปลูกป่า และโครงการอื่นๆที่มีจุดประสงค์เดียวกัน

ประธานของ KP กล่าวว่า การเข้าหารือกับประธานาธิบดีจอห์น ดรามานี มาฮามา ทำให้ได้รับข้อมูลมากมายและช่วยสร้างแรงจูงใจ และถือเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Kimberly Process และอุตสาหกรรมเหมืองของกานาในครั้งต่อๆไป

หลังจากที่ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐแอฟริกากลาง แองโกลา แอฟริกาใต้ และบูร์กินาฟาโซ นายบิน สุลาเย็ม ยังมีแผนเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นๆในแอฟริกา รวมถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่อย่าง Africa Initiative

Africa Initiative เกิดจากความมุ่งมั่นของประธาน KP ที่จะเชื่อมโยงกลุ่มประเทศผู้ผลิตเพชรในแอฟริกา เพื่อช่วยให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของ KP เพื่อให้พันธกิจของ KP บรรลุผลสำเร็จ และเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้แก่แอฟริกา

เกี่ยวกับ Kimberley Process Certification Scheme  

Kimberley Process Certification Scheme เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาล ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคม เพื่อป้องกันการนำเอาเพชรที่มีความขัดแย้งเข้าสู่วงการซื้อขายเพชร 

ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการ 54 ราย โดยเป็นตัวแทนจาก 81 ประเทศ รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

ในปี 2546 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้มีการแก้กฎหมาย “Union Law no.13 Regarding Supervision of Import/Export and Transit of Rough Diamonds”และได้กลายเป็นประเทศแรกในกลุ่มอาหรับที่นำ Kimberley Process Certification Scheme มาบังคับใช้ ทั้งนี้ สำนักงานของ Kimberley Process ใน DMCC เป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงเศรษฐกิจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้เป็นผู้รับรองที่มาของเพชรดิบที่มีการซื้อขายในประเทศ  

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.kimberleyprocess.com  

ที่มา: Kimberley Process

Hublot ประกาศชื่อนักออกแบบรุ่นใหม่ผู้คว้ารางวัล “Hublot Design Prize” ปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นียง, สวิตเซอร์แลนด์–15 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เปลี่ยนพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นความสำเร็จ

“Hublot Design Prize” คือการประกวดที่คนในวงการออกแบบห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ และช่วยผลักดันให้ผู้เข้าแข่งขันไปสู่ความสำเร็จ สำหรับผู้ที่คว้ารางวัลในปีนี้ไปครองคือ “Christophe Guberan” พร้อมรับเช็คเงินสด100,000 ฟรังก์เพื่อสนับสนุนผลงานของเขาให้กลายเป็นความจริง

 

Christophe Guberan receives the prize from Ricardo Guadalupe – Hublot CEO – and Pierre Keller – President of the Jury (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160914/407500 )

Christophe Guberan (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160914/407501 )

Hublot Design Prize 2016 – finalists and jury (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160914/407502 )

The 8 finalists of the Hublot Design Prize 2016 (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160914/407503 )

Ricardo Guadalupe ซีอีโอของอูโบลท์ กล่าวว่า “ความแตกต่างระหว่างพรสวรรค์กับความสำเร็จคือ การก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อกำหนดชะตาของตนเอง โดยอาศัยความวิริยะอุตสาหะ ความรักในการสร้างสรรค์ผลงาน และแรงผลักดันที่เหมาะสม การประกวด Hublot Design Prize ได้เปลี่ยนพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นความสำเร็จ และอูโบลท์ได้เข้ามามีบทบาทในฐานะผู้ให้คำแนะนำ โดยส่งต่อสิ่งที่เราเคยได้รับให้กับผู้อื่น เพื่อสนับสนุนและการผลักดันนักออกแบบรุ่นใหม่รวมถึงนวัตกรรมแห่งอนาคต”

Jean-Claude Biver, Ricardo Guadalupe และ Pierre Keller อดีตอธิการบดี ECAL University of Art and Design ในโลซาน ต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาและสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ และเชื่อว่าอูโบลท์สามารถสร้างโอกาสสูงสุดให้กับนักออกแบบเหล่านี้ ด้วยการมอบรางวัล Hublot Design Prize อันทรงคุณค่า ซึ่งตัดสินโดยคณะกรรมการอิสระ 5 ท่านที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบร่วมสมัย นำโดย Pierre Keller ร่วมด้วย Marwa Griffin Wilshire, Lapo Elkann, Ronan Bouroullec และ Phillips de Pury & Company โดยแต่ละท่านมีสิทธิเลือกผู้เข้ารอบท่านละ 5 คน รวมเป็น 25 คน จากนั้นจะคัดเหลือ 8 คนสุดท้ายที่จะได้มีโอกาสแสดงผลงานของตนที่สำนักงานใหญ่ของอูโบลท์ในเมืองนียง ซึ่งจะถูกแปลงโฉมเป็นพื้นที่จัดแสดงชั่วคราว

Hublot Design Prize ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2558 ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของนาฬิกาคอลเลคชั่น “Big Bang” อันเป็นเอกลักษณ์ของอูโบลท์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ผู้มากด้วยพรสวรรค์ รางวัลนี้ไม่ได้มอบให้แก่นักออกแบบมืออาชีพที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่จะมอบให้แก่นักออกแบบหน้าใหม่ผู้มีความสามารถแต่ยังไม่มีโอกาสได้แสดงผลงานสู่สาธารณชน รางวัลนี้จะส่งเสริมหน้าที่การงานของนักออกแบบรุ่นใหม่ สร้างแรงผลักดัน และนำพาไปสู่ความสำเร็จ เฉกเช่นเดียวกับนาฬิกาคอลเลคชั่น Big Bang ที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลกและได้กลายมาเป็นแม่แบบของการออกแบบนาฬิกา

สำหรับเกณฑ์ในการตัดสินรางวัลประกอบด้วย นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความแปลกใหม่ของผลงาน การเลือกใช้วัสดุและคุณภาพของผลงาน อายุการใช้งานและความยั่งยืนของผลงาน รวมถึงประโยชน์ใช้สอยและคุณค่าของผลงาน

ประวัติผู้ชนะ: Christophe Guberan http://www.christopheguberan.ch  

Christophe Guberan เกิดเมื่อปี 2528 และจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ECAL ปัจจุบันประกอบอาชีพนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยทำงานระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกา และมีโอกาสร่วมงานกับ MIT มาตั้งแต่ปี 2557

สไตล์การทำงานอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาคือ การทดลองและสังเกตปฏิกิริยาต่างๆของวัสดุ

http://www.hublot.com

ติดต่อ:

Annabelle Galley

โทร. +41(0)22-990-90-00

อีเมล: a.galley@hublot.ch

ที่มา: Hublot SA

“เรนเมทิกซ์” คว้าเงินลงทุน 14 ล้านดอลลาร์จาก “บิล เกตส์” และบริษัทพลังงานระดับโลก “โททาล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฟิลาเดลเฟีย15 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

เรนเมทิกซ์ (Renmatix) ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตน้ำตาลเซลลูโลสราคาย่อมเยาสำหรับทำเชื้อเพลิงชีวภาพ คว้าเงินลงทุน 14 ล้านดอลลาร์จากกลุ่มนักลงทุนซึ่งนำโดยบิล เกตส์ มหาเศรษฐีระดับโลก

 

Sample applications for 1M tons of cellulosic sugar, produced by the Plantrose process (PRNewsFoto/Renmatix)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160913/407416-INFO 

ภาคอุตสาหกรรมกำลังต้องการตัวเลือกทดแทนในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ แม้ว่าจะได้รับแรงกดดันจากตลาดก็ตาม เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว เทคโนโลยี Plantrose(R) ของเรนเมทิกซ์ จึงเข้ามามีบทบาทเพื่อสร้างกำไรให้กับบรรดาโรงกลั่นชีวภาพ การลงทุนในเทคโนโลยี Plantrose ครั้งนี้ จะผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจากเรนเมทิกซ์สามารถสร้างโรงกลั่นชีวภาพได้ในตลาดต่างๆทั่วโลก ทั้งแคนาดา อินเดีย มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และอื่นๆ นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนการพัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์ชีวภาพปลายน้ำด้วย 

บิล เกตส์ กล่าวว่า “เพื่อจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ เราต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมีราคาประหยัด ที่สำคัญคือต้องช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคอุตสาหกรรม และก่อให้เกิดการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพที่มีต้นทุนต่ำด้วย ซึ่งเรนเมทิกซ์ได้มอบนวัตกรรมอันเป็นแนวทางในการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้” 

บิล เกตส์ ลงทุนในรอบนี้ร่วมกับบริษัทพลังงานระดับโลกอย่างโททาล (NYSE: TOT) ซึ่งเข้ามาลงทุนในเรนเมทิกซ์เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2557 และได้ขยายการลงทุนพร้อมกับทำข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในการผลิตน้ำตาลเซลลูโลสปริมาณ 1 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะสร้างรายได้มหาศาลให้กับเรนเมทิกซ์ตลอดระยะเวลาของข้อตกลง 

ปาทริค ปูยานน์ ประธานและซีอีโอของโททาล กล่าวว่า โททาลต้องการเป็นผู้ผลิตพลังงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม เราจะทำให้ธุรกิจที่ใช้คาร์บอนต่ำเป็นตัวสร้างกำไรของบริษัทให้ได้ในสัดส่วน 20% ภายใน 20 ปี ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงสร้างและขยายความร่วมมือกับเรนเมทิกซ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านี้ 

กระบวนการ Plantrose ที่จดสิทธิบัตรอย่างถูกต้อง ใช้เทคโนโลยีการแยกสารสกัดด้วยของไหลยิ่งยวดเพื่อลดต้นทุนในการแปลงชีวมวลเป็นน้ำตาลเซลลูโลส อันเป็นส่วนสำคัญในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพและชีวเคมี เทคโนโลยีการแยกสารสกัดด้วยของไหลยิ่งยวดของเรนเมทิกซ์มีปฏิกิริยารวดเร็วและไม่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง จึงช่วยสนับสนุนกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ ก่อเกิดเป็นน้ำตาลเซลลูโลสที่มีปริมาณมาก ต้นทุนต่ำ และเข้าถึงได้ในวงกว้าง ทั้งนี้ บริษัทมีรากฐานที่แข็งแกร่งในด้านน้ำตาลสำหรับอุตสาหกรรม และยังคงเดินหน้าขยายความครอบคลุมของผลิตภัณฑ์ต่อไป ด้วยการพยุงราคาของผลิตภัณฑ์ชีวภาพอื่นๆ รวมถึง Omno(R) polymers และ crystalline cellulose 

ไมค์ แฮมิลตัน ซีอีโอของเรนเมทิกซ์ กล่าวว่า “ความก้าวหน้าในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาเชื้อเพลิงจากน้ำตาลเป็นไปอย่ารวดเร็ว เหนือกว่าการพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งยังสะอาดกว่าและมีความยั่งยืนมากกว่า เราได้ร่วมมือกับเหล่าพันธมิตรเพื่อคว้าโอกาสในการปฏิวัติเชื้อเพลิงชีวภาพในตลาดหลายแห่ง เช่น สหรัฐอเมริกาและอินเดีย และเงินลงทุนจากคุณเกตส์และโททาลได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จด้านเทคโนโลยีของเรา ทั้งยังช่วยตอกย้ำกระแสตอบรับในเชิงพาณิชย์ด้วย การเป็นที่ยอมรับและการบรรลุข้อตกลงกับโททาลเป็นตัวบ่งชี้การเติบโตของเทคโนโลยี Plantrose ในระดับโรงกลั่นชีวภาพ” 

เกี่ยวกับ เรนเมทิกซ์ 

เรนเมทิกซ์ เป็นบริษัทชั้นนำผู้ออกใบอนุญาตด้านเทคโนโลยีสำหรับการแปลงชีวมวลเป็นน้ำตาลเซลลูโลส ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้สำหรับเชื้อเพลิงปิโตรเลียมทางเลือกที่ใช้งานในตลาดเชื้อเพลิงชีวภาพและชีวเคมีทั่วโลก กรรมวิธี Plantrose(R) ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท สร้างความท้าทายให้แก่ตลาดน้ำตาลด้วยการแปลงมวลชีวภาพที่มีเนื้อเยื่อที่ได้มาจากเศษไม้ไปจนถึงกากวัตถุดิบจากการเกษตรมาเป็นน้ำตาล Plantro(R) ที่มีราคาถูกและมีประโยชน์ด้วยกระบวนการที่มีต้นทุนต่ำ เทคโนโลยีการแยกสารสกัดด้วยของไหลยิ่งยวดของเรนเมทิกซ์ช่วยแยกชีวมวลที่ไม่ใช่อาหารได้รวดเร็วกว่ากระบวนการอื่นๆเป็นอย่างมาก และยกระดับข้อได้เปรียบทางด้านต้นทุนด้วยการไม่ใช้วัสดุสิ้นเปลืองจำนวนมาก ทั้งนี้ เรนเมทิกซ์เป็นบริษัทของเอกชน โดยมีศูนย์เทคนิคระดับโลกที่เพนซิลเวเนีย มีโรงงานแปรรูปวัตถุดิบตั้งต้น (FPF) ในนิวยอร์ก และดำเนินการผลิตที่ Integrated Plantrose Complex (IPC) ในรัฐจอร์เจีย รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.renmatix.com 

ติดต่อ

ดันแคน ครอส

รองประธานฝ่ายพัฒนาองค์กร

เรนเมทิกซ์

อีเมล: renmatix@missionc2.com

ยูเนี่ยนเพย์ จับมือ ธนาคารกรุงเทพ ออกบัตรเดบิต 6 แสนใบในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้, จีน–15 ก.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกันออกบัตรเดบิต “ทีพีเอ็น ยูเนี่ยนเพย์” จำนวน 6 แสนใบ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยคุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพออกบัตรเดบิตรวมทั้งสิ้น 14 ล้านใบ และบัตรทุกใบกำลังจะเปลี่ยนเป็นบัตรทีพีเอ็นที่ได้มาตรฐานยูเนี่ยนเพย์ทั้งนี้ คุณชาติศิริเพิ่งได้รับรางวัล Shanghai Magnolia Silver Award ซึ่งมอบให้แก่ชาวต่างชาติที่มีบทบาทโดดเด่นในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของเซี่ยงไฮ้

ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของไทยอีกหลายแห่ง ได้ร่วมกันจัดตั้ง ไทย เพย์เมนต์ เน็ตเวิร์ก (ทีพีเอ็น) ขึ้น ภายใต้มาตรฐานทางเทคนิคของยูเนี่ยนเพย์ และเริ่มเปิดตัวเครือข่ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยมีบัตรเดบิตใบแรกบนเครือข่ายการชำระเงินของไทยเอง นอกจากนี้ ไทยยังเป็นประเทศแรกนอกจีนแผ่นดินใหญ่ที่นำมาตรฐานของยูเนี่ยนเพย์มาเป็นมาตรฐานชิพการ์ด ซึ่งความร่วมมือเหล่านี้เป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายการชำระเงินของทั้งสองประเทศ

ปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ทุ่มเทพัฒนาอุตสาหกรรมการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศให้รุดหน้า คุณชาติศิริให้ความเห็นว่า การที่ธนาคารกรุงเทพนำเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของยูเนี่ยนเพย์มาสร้างเครือข่ายการชำระเงินในประเทศนั้น ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย โดยกล่าวว่า “ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีประสบการณ์มากมายในด้านการชำระเงินผ่านมือถือและอีคอมเมิร์ซ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการให้บริการของอุตสาหกรรมการชำระเงินในประเทศไทย”

คุณชาติศิริมีสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับประเทศจีน โดยเมื่อปี 2552 ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) ได้เปิดสำนักงานใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ และถือเป็นธนาคารไทยเพียงแห่งเดียวในประเทศจีน ต่อมาในปี 2557 ธนาคารกรุงเทพได้เปิดสาขาในเขตการค้าเสรีของเซี่ยงไฮ้ อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในการสถาปนาโครงสร้างทางการเงินของเซี่ยงไฮ้ด้วย ปัจจุบัน ธนาคารกรุงเทพมี 6 สาขาในประเทศจีน ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซียะเหมิน เซินเจิ้น ฉงชิ่ง และเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้

คุณชาติศิริกล่าวเสริมว่า ธนาคารกรุงเทพยังคงสนับสนุนบริษัทสัญชาติจีนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยและประเทศอื่นๆในอาเซียน ในขณะเดียวกันก็จัดให้บริษัทจากประเทศไทยและอาเซียนไปเยือนเซี่ยงไฮ้เพื่อกระตุ้นการลงทุนในประเทศจีนด้วย และเพื่อเป็นการตอบรับนโยบาย Belt and Road ของทางการจีน ธนาคารกรุงเทพจะทำหน้าเป็นสื่อกลางในการเชื่อมประเทศอาเซียนกับจีนต่อไป

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.unionpayintl.com/

ที่มา: ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

            AsiaNet 65754