แคมเบียม เน็ตเวิร์ค เปิดตัว “cnReach” โซลูชั่นแนโรว์แบนด์ไร้สายสำหรับ Industrial Internet Of Things (IIoT)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โรลลิง มีโดวส์, อิลลินอยส์–14 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

คลื่นวิทยุ cnReach จะช่วยเติมเต็มโซลูชั่นไร้สายแบบครบวงจรของบริษัทให้สมบูรณ์ และสามารถผสานเข้ากับ cnMaestro แพลตฟอร์มบนคลาวด์เพื่อการควบคุมเครือข่าย IIoT แบบเรียลไทม์

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค (Cambium Networksผู้ให้บริการโซลูชั่นเครือข่ายไร้สายชั้นนำของโลก ประกาศเปิดตัว cnReach(TM) คลื่นวิทยุแนโรว์แบนด์เพื่อการส่งสัญญาณทางไกลที่เชื่อถือได้และมีความปลอดภัยสูง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ Industrial Internet of Things (IIoT) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ไฟฟ้าและประปา รถไฟ คมนาคม และเหมืองแร่ กว่าทศวรรษแห่งการลงทุนในเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สาย วันนี้ แคมเบียม เน็ตเวิร์ค พร้อมแล้วที่จะให้บริการโซลูชั่นแนโรว์แบนด์ไร้สาย ซึ่งเหมาะสำหรับใช้เชื่อมต่อเซ็นเซอร์ของเครือข่ายเข้ากับศูนย์ข้อมูลส่วนตัวหรือศูนย์ข้อมูลบนคลาวด์ โดยบริษัทได้พัฒนาชุดผลิตภัณฑ์ Point-to-Point (PTP) backhaul, Point-to-Multipoint (PMP) access และ WiFi wireless networking เพื่อมอบการเชื่อมต่อที่น่าเชื่อถือในราคาที่เอื้อมถึง ซึ่งมีระยะตั้งแต่ 2 เมตร ถึง 245 กิโลเมตรใน 1 ฮอพ

 Cambium Networks logo / Cambium Networks Logo (PRNewsFoto/Cambium Networks)

Cambium Networks Logo (PRNewsFoto/Cambium Networks)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20140613/117974

ไมค์ มิตเชล ประธาน Petro Communications กล่าวว่า การเชื่อมต่อแบบแนโรว์แบนด์ของ cnReach ช่วยขยายโครงข่ายการสื่อสารและช่องสื่อสารภาคพื้นดิน เราจึงสามารถจัดการเครือข่าย IIoT ทั้งหมดได้อย่างครบวงจร เราต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อที่เชื่อถือได้ เพื่อส่งข้อมูลเซ็นเซอร์และส่งคำสั่งควบคุมไปยังตำแหน่งที่อยู่ไกลที่สุดอย่างสมบูรณ์

อาตุล บาตนาการ์ ประธานและซีอีโอของแคมเบียม เน็ตเวิร์ค กล่าวว่า ในการติดตามและควบคุมการดำเนินงานอันซับซ้อนแบบเรียลไทม์ บรรดาผู้นำในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องพึ่งพาโปรแกรมที่สามารถรวบรวมและคัดกรองข้อมูลจากเครือข่ายได้อย่างถูกต้อง สามารถวิเคราะห์และจัดการข้อมูลดังกล่าว รวมทั้งส่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่ผ่านกระบวนการแล้วไปยังศูนย์ข้อมูลส่วนตัวหรือศูนย์ข้อมูลบนคลาวด์ แพลตฟอร์ม cnReach เป็นโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับการส่งข้อมูลจากสถานีเชื่อมโยงไปยังศูนย์ปฏิบัติการเครือข่าย (NOC) ขณะที่ cnMaestro(TM) สามารถจัดการเครือข่ายทั้งหมดจากจุดเดียว

คลื่นวิทยุ cnReach N500 จะเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับโซลูชั่นแนโรว์แบนด์และบรอดแบนด์ไร้สายที่มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายมีโซลูชั่นเครือข่ายไร้สายครบวงจรสำหรับนำไปใช้กับ IIoT ด้วยการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ จากส่วนนอกสุดของการดำเนินงาน cnReach N500 สนับสนุนการทำงานทั้งที่มีใบอนุญาตและไม่มีใบอนุญาตในคลื่นความถี่ 900 MHz และ 700 MHz และจะรับรองคลื่นความถี่เพิ่มเติมในอนาคต นอกจากนี้ ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนจากเครือข่ายอนุกรมเป็นเครือข่าย IP ที่มาพร้อม I/O ด้วย

 บรูซ คอลลินส์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ cnReach ของแคมเบียม เน็ตเวิร์ค กล่าวว่า “cnReach ช่วยให้ภาคสาธารณูปโภค ปิโตรเคมี และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอื่นๆ สามารถดึงศักยภาพของอินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรมออกมาได้อย่างเต็มที่ ด้วยการแปลงข้อมูลสะสมแบบเรียลไทม์เป็นความรู้เชิงลึกและการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม cnReach นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารที่จำเป็น ซึ่งมีความยืดหยุ่นและความน่าเชื่อถือในระดับสูง เพื่อรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เซ็นเซอร์และส่วนควบคุมที่กระจายอยู่ในเครือข่ายขนาดใหญ่ การเชื่อมต่อดังกล่าวจะมอบข้อมูลที่สำคัญและฟังก์ชั่นการควบคุมที่จำเป็นในการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ยกระดับความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน”

ฟีเจอร์หลักของ cnReach ประกอบด้วย

ซอฟต์แวร์ cnMaestro สำหรับติดตามสถานะของเครือข่ายทั้งระบบ โดยเคลื่อนย้ายทราฟฟิคจากเซ็นเซอร์ไปยังส่วนควบคุม

            – คลื่นความถี่ 700 MHz ที่ได้รับใบอนุญาต และ 900 MHz ทั้งแบบที่ได้รับและไม่ได้รับใบอนุญาตในวิทยุสื่อสารตัวเดียว และเตรียมรองรับย่านความถี่วิทยุอื่นๆเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ได้แก่ 100, 200 และ 400 MHz

การสื่อสารที่ปลอดภัยด้วยการเข้ารหัส AES 128/256 bit พร้อมการตรวจสอบความถูกต้องของรหัสผ่าน

การสื่อสารมีความน่าเชื่อถือสูงด้วยการซิงค์จุดเชื่อมต่อและโมดูลที่ปรับได้ด้วยตัวเอง

การกำหนดค่าคลื่นวิทยุแบบเดี่ยวและคู่ เพื่อให้รีเลย์และแอปพลิเคชันการกักเก็บและส่งต่อมีประสิทธิภาพสูง

คุณสมบัติ I/O ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านจากเครือข่ายแบบอนุกรมไปยัง IP ทั้งหมดง่ายขึ้น ด้วยพอร์ตแบบอนุกรม พอร์ตอีเธอร์เน็ต รวมทั้ง I/O แบบอนาล็อก/ดิจิตอลในตัว

การวางแผนเครือข่ายอย่างซับซ้อนด้วย LINKPlanner ซึ่งเป็นเครื่องมือวางแผนที่ไม่คิดค่าบริการ ช่วยให้นักออกแบบเครือข่ายสามารถคาดการณ์ได้ทั้งศักยภาพและความพร้อมของเครือข่ายในทุกเทคโนโลยีของแคมเบียม

ฟีเจอร์หลักของ cnMaestro ประกอบด้วย 

– RESTful API แบบเปิด ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลสถิติของโครงสร้างพื้นฐานและช่องสื่อสารภาคพื้นดินทั้งในอดีตและแบบเรียลไทม์ จากเครือข่ายภาคสนามที่ห่างไกลไปจนถึงศูนย์ปฏิบัติการ อินเทอร์เฟสเหล่านี้ช่วยให้แอปพลิเคชั่นภายนอกสามารถติดตามการทำงานของอุปกรณ์ ประสิทธิภาพของคลื่นวิทยุ และทราฟฟิคของเครือข่ายได้

– Webhooks API ที่จะส่งข้อมูลการแจ้งเตือนและข้อมูลสถิติในช่วงเวลาหนึ่งอย่างปลอดภัย ไปยังระบบประมวลผลข้อมูลและกิจกรรมที่มีความซับซ้อน ซึ่งรองรับการทำงานร่วมกับการบริหารเครือข่ายองค์กรและบริการแจ้งเตือน

การบริหารโลเคชั่นของ cnReach ช่วยรับประกันการติดตาม การจัดการ และความน่าเชื่อถือของช่องสื่อสารภาคพื้นดินของเครือข่าย ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลและการทำงานของ IIoT มีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ 

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค มีประสบการณ์นานหลายปีในการใช้โซลูชั่นเครือข่าย ทั้งช่องสื่อสารภาคพื้นดินผ่านคลื่นไมโครเวฟศักยภาพสูง กล้องวงจรปิด การเข้าถึงจากระยะไกล คู่สายอินเทอร์เน็ตแบบให้เช่า WiFi รวมถึงระบบควบคุมและติดตาม SCADA ส่งผลให้ในวันนี้บริษัทมีศักยภาพเพียงพอที่จะนำเสนอโซลูชั่น IIoTแบบครบวงจรที่สามารถบริหารจัดการจากจุดเดียว 

cnReach จำหน่ายผ่านทางตัวแทนจำหน่ายของแคมเบียม เน็ตเวิร์ค ในอเมริกาเหนือ ทั้งนี้ บริษัทจะจัดการสัมมนาผ่านเว็บเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม cnReach ในวันที่ 15 กันยายน ณ เวลา 9.00 น. ตามเวลา CDT 

เกี่ยวกับ แคมเบียม เน็ตเวิร์ค 

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค คือผู้ให้บริการโซลูชั่นไร้สายชั้นนำระดับโลกที่เชื่อมโยงผู้คน สถานที่ และสิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน บริษัทนำเสนอแพลตฟอร์มบรอดแบนด์และแนโรว์แบนด์ไร้สายที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และเชื่อถือได้ ช่วยให้ผู้ให้บริการทุกประเภท ตั้งแต่ภาคอุตสาหกรรม บริษัท หน่วยงานภาครัฐ ไปจนถึงธุรกิจบริการ สามารถสร้างเครือข่ายการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ ในราคาที่เอื้อมถึง ปัจจุบัน บริษัทได้ติดตั้งช่องทางการสื่อสารวิทยุกว่า 5 ล้านจุดให้กับหลายพันเครือข่ายในกว่า 150 ประเทศ ทั้งนี้ บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ชิคาโก นอกจากนั้นยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาหลายแห่งทั้งในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และอินเดีย บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการผ่านทางตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.cambiumnetworks.com และwww.connectingtheunconnected.org 

ติดต่อ 

Golin ตัวแทนของ Cambium Networks

Cyrus Hedayati

โทร. +1 415 318 4377

อีเมล: chedayati@golin.com

London School of Business and Finance ในสิงคโปร์ เปิดตัวแพลตฟอร์มอีเลิร์นนิ่ง “LSBF AgileLearning”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–14 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            London School of Business and Finance (LSBF) สถาบันการศึกษาของเอกชนที่เปิดสอนในสิงคโปร์เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2554 ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “LSBF AgileLearning”

            LSBF AgileLearning คือแพลตฟอร์มอีเลิร์นนิ่งแบบ “solution-in-a-box” ที่ประกอบด้วยคอร์สให้ความรู้แบบอินเตอร์แอคทีฟมากกว่า 800 คอร์ส ทั้งในด้านการเงิน การตลาด การวางแผนธุรกิจ และทักษะการใช้ซอฟต์แวร์

            LSBF AgileLearning เปิดตัวด้วยคอร์สที่พัฒนาโดยมืออาชีพหลายร้อยคอร์ส และตั้งเป้าว่าจะเพิ่มคอร์สใหม่ 2 คอร์สทุกๆเดือน พร้อมมอบตัวเลือกการเรียนที่หลากหลายในราคาเริ่มต้นเบาๆเพียง 9.90 ดอลลาร์สิงคโปร์เท่านั้น

            การเปิดตัวแพลตฟอร์มอีเลิร์นนิ่งในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิตอลของ LSBF ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายขอบเขตการให้ความรู้และเพิ่มอิทธิพลของทางสถาบัน เพื่อนำเสนอการเรียนรู้ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใครในสิงคโปร์ สำหรับผู้ที่เป็นนักเรียนของ LSBF ในสิงคโปร์ สามารถเข้าใช้งานแพลตฟอร์มนี้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อพัฒนาทักษะระหว่างเวลาเรียน

            เพื่อฉลองการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่นี้ LSBF จะเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าใช้งานแพลตฟอร์มฟรีในระยะเวลาจำกัด

AgileLearning

แพลตฟอร์ม LSBF AgileLearning แบ่งการให้บริการออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

สำหรับองค์กร 

LSBF AgileLearning มุ่งเสริมศักยภาพขององค์กรและยกระดับการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อสนับสนุนการฝึกฝนทักษะและการพัฒนาอาชีพตามนโยบายSkillsFuture ของสิงคโปร์

แพลตฟอร์มนี้ถือเป็นระบบบริหารการเรียนการสอน (Learning Management System: LMS) เต็มรูปแบบ โดยสามารถสร้างคอร์สและปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่น จึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการให้อีเลิร์นนิ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาและการเรียนรู้

บริษัทต่างๆสามารถปรับแต่งคอร์สออนไลน์เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์กร และนำไปใช้ฝึกฝนพนักงานได้มากเท่าที่ต้องการ โดยทาง LSBF รับประกันว่าเนื้อหาการเรียนการสอนจะมีคุณภาพ ทันสมัย และใช้งานจริงได้แน่นอน และเมื่อเรียนจบคอร์ส พนักงานจะได้รับผลการเรียนและเอกสารรับรองทันที

            เพียงแค่จ่ายค่าติดตั้งครั้งเดียว 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ บริษัทต่างๆก็สามารถนำแพลตฟอร์มนี้ไปใช้งานได้ภายใต้ชื่อของบริษัทเอง

            สำหรับบุคคลทั่วไป 

            LSBF AgileLearning นำเสนอคอร์สให้ความรู้สำหรับบุคคลทั่วไปมากกว่า 800 คอร์ส เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย SkillsFuture ของรัฐบาลสิงคโปร์ ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบวิชาชีพต่างๆ ก้าวทันโลกของการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และช่วยเหลือคนทำงานในช่วง mid career ที่อาจเผชิญความยากลำบากในการฝึกฝนทักษะใหม่ๆ

            บุคคลทั่วไปสามารถเลือกเรียนคอร์สต่างๆได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 9.90 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยจะได้รับผลการเรียนและเอกสารรับรองทันทีเมื่อจบคอร์ส

เกี่ยวกับ London School of Business and Finance (LBSF) ในสิงคโปร์

London School of Business & Finance (LSBF) ในสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 โดยได้รับการสนับสนุนจาก LSBF ในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีเจ้าชายไมเคิลแห่งเคนต์เป็นองค์อุปถัมภ์

ในฐานะสถาบันการศึกษาระดับโลก LSBF ในสิงคโปร์ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคว้ารางวัลและการรับรองมากมาย นอกจากนั้นยังมีการขยายพื้นที่เป็น2 วิทยาเขต ณ ใจกลางย่านธุรกิจของสิงคโปร์

LSBF ในสิงคโปร์ มอบความรู้และทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้เรียนผ่าน 6 หลักสูตร ได้แก่ School of Professional, School of Business, School of Hospitality, School of English, Chinese Business Department และ Executive Development

LSBF ในสิงคโปร์ มีครูผู้สอนมากด้วยประสบการณ์ มีบริการครบวงจรสำหรับผู้เรียน และมีทรัพยากรด้านการเรียนการสอนอันสมบูรณ์ จึงสามารถทลายกำแพงและช่วยให้ผู้เรียนจากทั่วทุกมุมโลกได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพสูงสุด

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.LSBF.edu.sg

OGT ขยายบริการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งปอดด้วยเทคนิค FISH

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อ็อกซ์ฟอร์ด, อังกฤษ–13 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ตัวตรวจจับ (probe) ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ จะมีส่วนช่วยในการวินิจฉัยและจำแนกวิธีการรักษาโรคมะเร็งปอดชนิด NSCLC

Oxford Gene Technology (OGT) บริษัทด้านพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุล เปิดให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเทคนิค FISH (Fluorescence in situ Hybridization)มาตรฐาน CE-IVD สำหรับโรคมะเร็งปอด โดยใช้ตัวตรวจจับ (probe) สองตัวใหม่ ได้แก่ Cytocell Aquarius(R) ROS1 Plus Breakapart และ RET Breakapart* ซึ่งมีความจำเพาะเจาะจงและแม่นยำในการตรวจจับการสับเปลี่ยนตำแหน่งของจีโนม ที่มีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งปอดที่พบได้บ่อยอย่างโรคมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (NSCLC) โดยจะเข้ามาเติมเต็มตัวตรวจจับที่มีอยู่เดิมของ OGT (ALK Breakapart, EGFR Amplification และ EML Breakapart) เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการวินิจฉัยโรคและจำแนกผู้ป่วย

 OGT-Logo Logo / Oxford Gene Technology (PRNewsFoto/Oxford Gene Technology)

Oxford Gene Technology (PRNewsFoto/Oxford Gene Technology)

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160909/406091LOGO ) 

มะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคมะเร็งเพศชาย ในปี 2555 มีผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดรายใหม่มากถึง 1.8 ล้านรายทั่วโลก[1] โดยเป็นมะเร็งปอดชนิด NSCLC ในสัดส่วนสูงถึง 85%[2] Manisha Maurya นักวิทยาศาสตร์คลินิกประจำ Royal Marsden NHS Foundation Trust ได้อธิบายถึงความสำคัญของตัวตรวจจับใหม่นี้ว่า เนื่องจากมะเร็งปอดชนิด NSCLC สามารถจำแนกประเภทโมเลกุลได้หลายกลุ่มย่อย ดังนั้น การแยกแยะจีโนมอย่างถูกต้องแม่นยำจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง เพื่อให้สามารถรักษาได้อย่างตรงจุด จากการวิจัยพบว่า ตัวตรวจจับใหม่ทั้งสองตัวมีการส่งสัญญาณที่แม่นยำชัดเจน ทำให้เห็นภาพและวัดผลได้โดยง่าย จึงช่วยเพิ่มศักยภาพในการจำแนกกลุ่มและรักษาโรคมะเร็งปอดชนิด NSCLC”

Steve Chatters ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสประจำฝ่ายพยาธิวิทยาของ OGT กล่าวว่า ปัจจุบันการวิจัยโรคมะเร็งกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยทาง OGT ก็ได้มีการร่วมงานกับบรรดานักวิทยาศาสตร์คลินิกชั้นแนวหน้า เพื่อพัฒนานวัตกรรมอันล้ำสมัยโดยต่อยอดมาจากความรู้ใหม่ๆด้านวิทยาศาสตร์ อย่างเช่น Cytocell Aquarius ROS1 Plus Breakapart ที่มิได้ครอบคลุมแค่ยีน ROS1 เท่านั้น แต่ยังรวมถึงส่วนที่ขาดหายไปของ ROS1-GOPC ซึ่งช่วยให้การวิเคราะห์เป็นไปอย่างครอบคลุมมากขึ้น

การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยตัวตรวจจับใหม่นี้ มีให้เลือก 2 รูปแบบ มาพร้อมกับบัฟเฟอร์ระบบไฮบริด ซึ่งช่วยร่นเวลาและลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ทั้งยังรองรับชิ้นเนื้อที่ผ่านการแช่ในฟอร์มาลีนและฝังพาราฟิน (FFPE) โดยจะส่งสัญญาณความเข้มสูงแต่แบคกราวด์ต่ำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและเชื่อถือได้ ทำให้วินิจฉัยได้อย่างถูกต้อง

สามารถดาวน์โหลดโบรชัวร์ใหม่ของ OGT เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ogt.com/NSCLC

อ้างอิง          

1. Ervik M, et al (2016) Cancer Today. Lyon, France: International Agency for Research on Cancer. Cancer Today. Available from: http://gco.iarc.fr/today, accessed 30/08/2016

2. Molina JR, et al (2008) Non-Small Cell Lung Cancer: Epidemiology, Risk Factors, Treatment, and Survivorship. Mayo Clinic proceedings Mayo Clinic. 83(5):584-594 

หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ:  

เกี่ยวกับ Oxford Gene Technology  

Oxford Gene Technology (OGT) นำเสนอโซลูชั่นการวิจัยด้านพันธุศาสตร์ระดับเวิลด์คลาสให้กับสถาบันวิจัยเชิงคลินิกและสถาบันวิจัยเชิงวิชาการชั้นนำหลายแห่ง บริษัทก่อตั้งขึ้นโดย Professor Sir Edwin Southern และมีลูกค้าในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก OGT มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับการยอมรับในตลาดการแพทย์ระดับจีโนมที่มีขนาดใหญ่และกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเทคนิค FISH (Fluorescence in situ Hybridization) อันประกอบด้วย Cytocell(R), CytoSure(TM) และ SureSeq(TM) ของบริษัท รวมถึง microarray และ next generation sequencing (NGS) ล้วนมอบการวิเคราะห์พันธุกรรมที่มีศักยภาพสูง เพื่อความแม่นยำในการระบุและยืนยันตัวแปรที่เป็นสาเหตุของโรคพันธุกรรม

* Cytocell Aquarius(R) RET Breakapart และ ROS1 Plus Breakapart ได้รับการรับรองมาตรฐาน CE-IVD และพร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2559

CytoSure(TM), SureSeq(TM) และ myProbes(R) สำหรับใช้ในการวิจัยเท่านั้น ไม่สามารถใช้ในขั้นตอนการวินิจฉัยโรค และผลิตภัณฑ์ Cytocell บางส่วนอาจไม่มีให้บริการในสหรัฐอเมริกา

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  

Oxford Gene Technology

Begbroke Science Park, Begbroke Hill, Woodstock Road, Begbroke, Oxfordshire, OX5 1PF, U.K.

โทร. +44(0)1865-856826

แฟกซ์: +44(0)1865-848684

อีเมลcontact@ogt.com

เว็บไซต์http://www.ogt.com

ทวิตเตอร์@OxfordGeneTech 

ที่มา: Oxford Gene Technology

โครงการ TOEFL(R) Young Students Series GO English! กลับมาเป็นปีที่ 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พรินซ์ตัน, นิวเจอร์ซีย์–13 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            เปิดโอกาสให้นักเรียนจากทั่วโลกได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษบอกเล่าเรื่องราวของ “มิตรภาพ”

            ว่ากันว่าเพื่อนแท้คือสิ่งที่ประเมินค่ามิได้ และเราอยากรู้ว่า “มิตรภาพ” มีความหมายอย่างไรสำหรับคุณ ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายนเป็นต้นไป Educational Testing Service (ETS) และ TOEFL ขอเชิญชวนนักเรียนจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมใช้ทักษะภาษาอังกฤษบอกเล่าเรื่องราวของมิตรภาพ ในโครงการ TOEFL(R) Young Students Series GO English! ครั้งที่ 3 ประจำปี 2016–17

 

What does friendship mean to your students? We invite you to participate in the 2016-17 TOEFL(R) Young Students Series GO English! project by creating a video, radio, poster or newspaper announcement that tells us what friendship means to your students. (PRNewsFoto/Educational Testing Service)

รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160909/405996

EDUCATIONAL TESTING SERVICE LOGO / ETS logo. (PRNewsFoto/Educational Testing Service)

ETS logo. (PRNewsFoto/Educational Testing Service)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20120110/DC33419LOGO

หัวข้อของโครงการในปีนี้คือ “What is Friendship? In Your Words.” ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนและคุณครูได้ทำงานร่วมกันในชั้นเรียน เพื่อใช้ทักษะภาษาอังกฤษแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพในรูปแบบของคลิปวิดีโอ สปอตวิทยุ โปสเตอร์ หรือโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ โดยนอกจากจะต้องแสดงทักษะภาษาอังกฤษแล้ว นักเรียนยังต้องนำเสนออย่างสร้างสรรค์ด้วย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ได้ที่ www.ets.org/toefl/goenglish และขอแนะนำให้ชมวิดีโอไฮไลท์ของปี 2015-16 ที่ https://www.ets.org/s/toefl_young_students_series/videos/34706_toefl-young-students-series-go-english-highlight.html 

เดวิด เพย์น รองประธาน ETS และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการฝ่าย Global Education กล่าวว่า “โครงการ TOEFL Young Students Series GO English! ปี2015-16  มีนักเรียนกว่า 6,000 คนจาก 27 ประเทศที่ส่งผลงานเข้าประกวด และเรายินดีที่ได้เปิดโอกาสครั้งใหม่ให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นทักษะที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆในยุคปัจจุบัน” 

นักเรียนสามารถส่งผลงานเข้าร่วมโครงการประจำปี 2016-17 ได้ภายในวันที่ 31 มกราคม 2017 สำหรับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ของสมนาคุณ อุปกรณ์การศึกษา และประกาศนียบัตรรับรองความสำเร็จ 

เกี่ยวกับ TOEFL(R) Young Students Series 

TOEFL Young Students Series ประกอบไปด้วยแบบประเมิน ผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีความเหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงวัย เพื่อปูพื้นฐานความรู้สำหรับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ โดยประกอบด้วยแบบทดสอบ TOEFL Junior(R) และ TOEFL(R) Primary(TM) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ภาษาขั้นต่อไปให้แก่นักเรียนรุ่นเยาว์ 

เกี่ยวกับ ETS 

ETS พัฒนาระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและเที่ยงธรรมสำหรับทุกคนทั่วโลก ด้วยการคิดค้นการประเมินผลรูปแบบต่างๆที่อ้างอิงจากการวิจัยอย่างเข้มข้น ETS ตอบสนองความต้องการของบุคคลทั่วไป สถาบันการศึกษา และหน่วยงานรัฐต่างๆ ด้วยโซลูชั่นที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการรับรองครูผู้สอน การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รวมถึงการศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และเตรียมอุดมศึกษา นอกจากนั้นยังทำการวิจัย วิเคราะห์ และศึกษานโยบายด้านการศึกษาด้วย ทั้งนี้ETS ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2490 ในฐานะองค์กรไม่แสวงผลกำไร ปัจจุบันเป็นผู้พัฒนา บริหารจัดการ และให้คะแนนข้อสอบกว่า 50 ล้านฉบับต่อปี ซึ่งรวมถึงการสอบTOEFL(R) และ TOEIC(R), การสอบ GRE(R) และการประเมิน The Praxis Series(R) ในสนามสอบกว่า 9,000 แห่งในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ets.org

งานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 120 เตรียมมอบบริการพิเศษให้แก่ผู้ซื้อจากทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจวจีน13 ก.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

งานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกของจีน ครั้งที่ 120 (China Import and Export Fair: Canton Fair) เตรียมเปิดฉากอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม ถึง 4 พฤศจิกายนนี้ ณ นครกว่างโจว พร้อมมอบบริการสุดพิเศษซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของงานให้แก่ผู้ซื้อที่มาจากทั่วทุกมุมโลก

นายหลิว ฉวนตง รองผู้อำนวยการสำนักกิจการต่างประเทศของงานแคนตันแฟร์ เปิดเผยว่า บริการเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การทำธุรกิจที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น และเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับซัพพลายเออร์และผู้ซื้อจากทั่วโลก โดยบริการดังกล่าวประกอบไปด้วย VIP Lounge, Exclusive Sourcing Service, i-Invite events และ ARNB (Advertisement Reward for New Buyers)

VIP Lounge

VIP Lounge คือบริการพิเศษสำหรับผู้ซื้อขาประจำที่เข้าร่วมงานแคนตันแฟร์มากกว่า 15 ครั้ง ภายในมีให้บริการขนมและเครื่องดื่ม คูปองอาหารกลางวันและกาแฟ ตลอดจนบริการอื่นๆ อาทิ ทัวร์นำชมงาน ช่องทางด่วนสำหรับลงทะเบียน รวมถึงสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมงานสัมมนาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Exclusive Sourcing Service

Exclusive Sourcing Service คือบริการซอร์สซิงสำหรับบริษัทซอร์สซิงจากนานาประเทศ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ซัพพลายเออร์และผู้ซื้อ นอกจากนั้นยังมีพื้นที่พิเศษสำหรับการเจรจาการค้าและการโปรโมทแบรนด์ด้วย

i-Invite events

i-Invite events ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้ผู้จัดแสดงสินค้าและผู้ซื้อขาประจำเชิญชวนผู้ซื้อรายใหม่มาร่วมงาน ผ่านทางแพลตฟอร์ม BEST อย่างเป็นทางการของงานแคนตันแฟร์ เพื่อลุ้นรับรางวัลพิเศษมากมาย เช่น ห้องพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว และคูปองอาหารกลางวันภายในงาน

ARNB

ARNB ออกแบบมาเพื่อผู้ซื้อรายใหม่โดยเฉพาะ โดยผู้ซื้อจะได้รับคูปองรับประทานอาหารกลางวันหรือกาแฟภายในงาน หรือคูปองจองโรงแรม 5 ดาว อาทิStarwood Hotels and Resorts สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

http://www.cantonfair.org.cn/en/ARNB/index.shtml

นายหลิวกล่าวว่า เรานำเสนอบริการเหล่านี้เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้จัดแสดงสินค้าเพลิดเพลินไปกับการทำธุรกิจในงานแคนตันแฟร์ อันเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสวงหาโอกาสใหม่ๆ เรายินดีอย่างยิ่งที่จะได้สร้างประสบการณ์อันน่าพึงพอใจให้แก่ทุกคน

เกี่ยวกับงานแคนตันแฟร์ 

งานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกของจีน หรืองานแคนตันแฟร์ จัดขึ้นปีละ 2 ครั้งในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ณ นครกว่างโจว งานนี้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2500 จึงเป็นงานแสดงสินค้าที่มีประวัติอันยาวนานที่สุด ทั้งยังมีระดับที่สุด ขนาดใหญ่ที่สุด และมีจำนวนสินค้ามากที่สุด นอกจากนั้นยังมีผู้ซื้อจากนานาประเทศมากที่สุด และมีมูลค่าการทำธุรกิจสูงสุดในประเทศจีน

OutSystems แต่งตั้งรองประธานบริษัทคนใหม่ รุกขยายธุรกิจทั่วเอเชียแปซิฟิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอตแลนตา สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ–13 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Mark Weaser ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท เพื่อช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง

OutSystems ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนา low code application ประกาศแต่งตั้ง Mark Weaser เป็นรองประธานบริษัทประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคนใหม่ ในขณะที่บริษัทกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้มีการขยายฐานลูกค้าและหุ้นส่วนไปทั่วภูมิภาค

OutSystems Logo

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160902/8521605564LOGO

นับตั้งแต่ปี 2556 OutSystems สามารถคว้าลูกค้ารายใหม่ในเอเชียแปซิฟิกมาได้มากกว่า 75 ราย ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำอย่าง Atos และ REST Industry Super ในออสเตรเลีย, HealthTech และ Transnational Diversified Group ในฟิลิปปินส์ รวมถึง Ricoh และ NCS ในสิงคโปร์ และนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ บริษัทก็ได้ลูกค้ารายใหม่จากหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่นและฮ่องกง นอกจากนั้นยังสร้างพันธมิตรในอินเดีย ไทย และอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน

ปัจจุบัน OutSystems กำลังรุกขยายธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรวมถึงตลาดใหม่อย่างเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยทางบริษัทคาดว่าจะมีจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นถึง 50% ตลอดปีนี้

Paulo Rosado ซีอีโอของ OutSystems กล่าวว่า “ธุรกิจของเราเติบโตอย่างโดดเด่นในเอเชียแปซิฟิกตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และเรากำลังสร้างทีมผู้นำที่มีประสบการณ์ด้านงานบริหารและรู้จักภูมิภาคนี้เป็นอย่างดี เพื่อดำเนินการตามแผนการขยายธุรกิจระดับโลกของเรา”

Mark Weaser มีประสบการณ์การทำงานกับบริษัทซอฟต์แวร์ในหลายประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก ดังนั้น เขาจะเป็นกำลังสำคัญที่นำพา OutSystems ให้ประสบความสำเร็จในภูมิภาคนี้ โดยเขาจะทำให้บรรดาบริษัทชั้นนำในเอเชียแปซิฟิกหันมาใช้แพลตฟอร์มการพัฒนา low code application ของ OutSystems กันมากขึ้น

Paulo Rosado กล่าวว่า “Mark มีประสบการณ์สูงในการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เขามีความเข้าใจในภูมิภาคนี้และมีไหวพริบทางธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราเติบโตยิ่งขึ้น”

Mark Weaser มาพร้อมประสบการณ์กว่า 25 ปีในด้านการบริหารและการพัฒนาธุรกิจ เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหลายแห่งในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท รวมถึงอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และเทคโนโลยีระดับองค์กร ซึ่งเขาได้เพิ่มรายได้ให้กับบริษัทมากมาย อาทิ Qumu, Manugistics, Manhattan Associates และ EXE Technologies

Mark Weaser กล่าวว่า “ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงสุดในแง่ของการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ บริษัทชั้นนำมากมายเริ่มตระหนักแล้วว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิตอลจะนำมาซึ่งโอกาสในการเติบโตมากมาย”

ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับ OutSystems ซึ่งเป็นผู้นำอุตสาหกรรมและมีผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ผมรอคอยที่จะทำงานกับทีมงานในเอเชียแปซิฟิก เพื่อทำประโยชน์ให้ได้มากที่สุดจากโอกาสเหล่านี้”

เกี่ยวกับ  OutSystems

OutSystems ให้บริการแพลตฟอร์ม Rapid Application Development (RAD) สำหรับลูกค้าองค์กร ซึ่งจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิตอล แพลตฟอร์มของ OutSystems เป็นวิธีที่รวดเร็วและครอบคลุมที่สุดในการสร้าง ใช้งาน เปลี่ยนแปลง รวมถึงบริหารการใช้งานเว็บและอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยสามารถเชื่อมโยงข้ามอุปกรณ์ได้อย่างราบรื่น OutSystems ให้บริการโซลูชั่นทั้งในระบบคลาวด์และ on-premise ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบเดิมและโครงสร้างแบบเปิดได้อย่างแนบเนียน จึงสามารถบริหารวงจรการใช้งานได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตามความต้องการของลูกค้าองค์กรกว่า 600 ราย จาก 33 ประเทศ ในอุตสาหกรรม 22 ประเภท รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.outsystems.com หรือติดตามเราได้ทางทวิตเตอร์ @OutSystems หรือลิงก์อิน www.linkedin.com/company/outsystems

 

Music China มหกรรมเครื่องดนตรีชั้นนำของเอเชีย เตรียมเปิดฉากที่เซี่ยงไฮ้ ตุลาคมนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–13 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Music China หนึ่งในงานจัดแสดงเครื่องดนตรีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26-29 ต.ค. 2016 ณ ศูนย์แสดงสินค้า Shanghai New International Expo Centre

มหกรรม Music China ในปีนี้ คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าชมงานกว่า 85,000 คนจากทั่วทุกมุมโลก โดยภายในงานจะประกอบด้วยการจัดแสดงเครื่องดนตรีหลายชนิดจากหลายแบรนด์ดัง ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญและผู้มีชื่อเสียงในวงการดนตรี สำหรับ 3 จุดเด่นของงาน Music China 2016 ประกอบด้วย

– ชื่อเสียงสั่งสมยาวนาน

มหกรรม Music China จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2002 โดย China Music Instrument Association (CMIA), INTEX Shanghai Co. Ltd. และ Messe Frankfurt (HK)โดยคาดว่างานในปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ เกือบ 1,900 ราย จาก 30 ประเทศและภูมิภาค และจะมีการจัดแสดงเครื่องดนตรีพื้นบ้านของจีนและเครื่องดนตรีตะวันตกหลากหลายประเภทในส่วนจัดแสดงทั้ง 10 ฮอลล์ กินพื้นที่จัดแสดงทั้งสิ้น 112,000 ตารางเมตร

ศูนย์รวมแบรนด์ชั้นนำ

แบรนด์ดังมากมายต่างยืนยันแล้วว่าจะมาเข้าร่วมงาน Music China 2016 เพื่อตอบรับการเติบโตทางธุรกิจและสร้างปรากฏการณ์ในตลาด อาทิ Bluethner, Buffet, Casio, D’Addario, ESP, Fazioli, Fender, GEWA, Hsinghai, Laney, Line 6, Ludwig, Marshall, Orange, Pearl River, Roland, Samick, Schimmel, Selmer, Shanghai No.1 National Musical Instruments Factory, Steinway, Tama, Taylor, Yamaha และ Zildjian

หลากหลายกิจกรรมเสริม

ในฐานะเจ้าของรางวัล ‘Most Innovative Exhibition’ จาก Events Fortune ซึ่งเป็นนิตยสารการค้าชั้นนำของประเทศจีนนั้น มหกรรม Music China มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัฒนธรรมและการศึกษา ซึ่งภายในงานปีนี้จะมีการจัดสัมมนาและเสวนาหลากหลายประเด็นให้ผู้สนใจเข้ารับฟัง ทั้ง Industry Form, Dealers Training Courses, Global Forum on Chinese Traditional Music, Educational Programme, Violin Master Workshop, Jazz Master Forum และ Kids Music Landนอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีสดกลางแจ้งอีกหลายร้อยรายการที่จะมามอบประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับบรรดาผู้จัดซื้อจากบริษัทต่างๆ ตลอดจนผู้รักในเสียงดนตรี

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Music China 2016 กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ทางการของงานได้ที่ www.musicchina-expo.com และลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานฟรีได้ก่อนวันที่ 8 ต.ค. หวังว่าเราจะได้พบกันที่เซี่ยงไฮ้

ติดต่อ:

Miss Arlene Zhu / Miss Lisa Sha  
โทร: +86-21-6295-5609 / +86-21-6295-3159  
อีเมล zhuliwen@intex-sh.com / shaling@intex-sh.com 

พนักงานบริษัท “เทียนส์” กว่า 8,000 ชีวิต รวมตัวกันที่บาหลีเพื่อถือธงสันติภาพขนาดยักษ์ ฉลองครบรอบ 21 ปีบริษัท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาหลี, อินโดนีเซีย–13 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เพื่อฉลองครบรอบ 21 ปีในฐานะผู้นำของโลกในอุตสาหกรรมสุขภาพ บริษัท เทียนส์ กรุ๊ป (Tiens Group) ได้จัดกิจกรรมมากมายที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160912/0861609191

พนักงานบริษัทเทียนส์ร่วมกันถือธงสันติภาพขนาดยักษ์

กิจกรรมดังกล่าวประกอบไปด้วยการจัดขบวนรถหลายร้อยคันตกแต่งในธีมสันติภาพ การส่งต่อไฟแห่งเทียนส์ และการถือธงสันติภาพขนาด 3,700 ตารางเมตร

พนักงานบริษัทเทียนส์กว่า 8,000 ชีวิตจากกว่า 50 ประเทศได้มาร่วมกิจกรรมนี้เพื่อส่งเสริมสันติภาพและมิตรภาพ หลังจากที่เคยจัดกิจกรรมในลักษณะนี้มาแล้วที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส และกรุงมาดริด ประเทศสเปน

ตลอดระยะเวลา 10 ปีในการดำเนินธุรกิจในอินโดนีเซีย เทียนส์ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรและความรับผิดชอบที่มีต่อหุ้นส่วนต่างชาติ โดยช่วยให้คนทั่วไปที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของเราประสบความสำเร็จ ด้วยการค่อยๆปลูกฝังวัฒนธรรมด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงทัศนคติในเรื่องสันติภาพและการพัฒนา พร้อมทั้งมอบโอกาสทางธุรกิจให้ด้วย

จนถึงขณะนี้ เทียนส์ได้ขยายธุรกิจครอบคลุม 190 ประเทศทั่วโลก โดยได้นำไลฟ์สไตล์ทันสมัยที่ดีต่อสุขภาพไปสู่ 40 ล้านครอบครัว และได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ พนักงาน 6,400 คนของบริษัทได้ทำลายสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส ด้วยการแปลอักษรมนุษย์เป็นวลียาวที่สุดในโลก และในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พนักงานของเทียนส์ กรุ๊ป ได้ร่วมกันถือธงสันติภาพขนาด 6,000 ตารางเมตรที่สเปน โดยกิจกรรมเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสร้างสะพานแห่งมิตรภาพ

เทียนส์ กรุ๊ป อุทิศตนทำกิจกรรมเพื่อการกุศลและเพื่อสังคมมาโดยตลอด จนถึงขณะนี้ บริษัทได้ทำสาธารณประโยชน์ในหลายๆด้านเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.5 พันล้านหยวน รวมถึงในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การบรรเทาความยากไร้ และการให้การศึกษา

“New Beginnings, New Development, New Future” คือแนวคิดหลักภายใต้กลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาบริษัท และในระหว่างการเฉลิมฉลองครบรอบ 21 ปี บริษัทจะใช้โอกาสนี้โปรโมทระบบการให้ผลตอบแทนรูปแบบใหม่ทั่วโลก ตลอดจนสนับสนุนนโยบาย “One Belt, One Road” ของรัฐบาลจีน และรวบรวมพนักงานทั่วโลกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เทียนส์ดำเนินธุรกิจหลากหลายทั้งในอุตสาหกรรมสุขภาพ การดูแลสุขภาพ อีคอมเมิร์ซ ทั้งยังเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ โดยยึดแนวคิดที่ว่า “ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงและสร้างธุรกิจของตนเองได้” ซึ่งแนวคิดนี้จะผลักดันให้เทียนส์เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสุขภาพระดับโลก

 

ศูนย์สภาพภูมิอากาศระยะกลางของยุโรปมุ่งมั่นผลักดันข้อจำกัดของการคาดการณ์ในกลยุทธ์ปี 2568

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เรดดิ้ง, อังกฤษ–12 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

การพยากรณ์สภาพภูมิอากาศที่ก่อให้เกิดผลกระทบสูง จะถูกขยายขอบเขตการคาดการณ์ไปได้ถึง 2 สัปดาห์ล่วงหน้า ด้วยรูปแบบที่มีขนาดใหญ่และการเปลี่ยนผ่านถึง 4 สัปดาห์ล่วงหน้า

แนวทางในการพยากรณ์ระดับโลกทั้งหมด เพื่อเพิ่มขนาดอีกกว่า 3 เท่า ด้วยขนาดของกริดตั้งแต่ 18 กิโลเมตรลงไปถึง 5 กิโลเมตร 

ภายใต้กลยุทธ์ใหม่ที่ได้มีการประกาศในวันนี้ ศูนย์สภาพภูมิอากาศระยะกลางของยุโรป (European Centre for Medium-Range Weather Forecasts หรือECMWF) มุ่งมั่นที่จะขยายทักษะในการทำแบบจำลองความน่าจะเป็นของการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศที่ก่อให้เกิดผลกระทบสูงในช่วงระยะเวลา 3-6 วันในศตวรรษหน้า 

ECMWF ตั้งเป้าที่จะติดตามสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรง เช่น พายุลม Tor ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรปเมื่อเดือนม.ค. 2559 ให้สามารถคาดการณ์ได้ในระดับโดยเฉลี่ยที่ 10 วันล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดสภาพภูมิอากาศดังกล่าว และล่วงหน้าถึง 2 สัปดาห์ให้ได้ภายในปี 2568 เช่นเดียวกันกับสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้าง เช่น คลื่นความร้อนที่ส่งผลกระทบทวีปยุโรปเมื่อเดือนก.ค./ส.ค. 2558 ก็ควรจะเป็นสภาพอากาศที่น่าจะคาดการณ์ได้ในระดับเฉลี่ย 3 สัปดาห์ก่อนที่จะเกิดสภาพอากาศดังกล่าว และคาดการณ์ได้ถึง 4 สัปดาห์ล่วงหน้าในบางกรณี 

ความก้าวหน้าเหล่านี้จะสามารถบรรลุผลได้ด้วยการผลักดันขอบเขตของการวิจัยและการประมวลผลเพื่อปรับปรุงคำอธิบายการคาดการณ์ในเบื้องต้นของECMWF และการนำเสนอกระบวนการทางกายภาพที่กำกับสภาพของเหลวบนโลก ปัจจัยที่สำคัญของความสำเร็จของกลยุทธ์ดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องของการวิจัยและความร่วมมือด้านการประมวลผลในระดับนานาชาติ 

ECMF จะยังคงเดินหน้าผลงานที่ก้าวหน้าอย่างใหญ่หลวงบนระบบการผสมผสานข้อมูลใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ระบบโลกจะมีความต่อเนื่องในกรณีที่มีการคาดการณ์ในเบื้องต้นไม่ว่าจะอยู่ในช่วงขอบเขตเวลาเช่นใดก็ตาม 

เป้าหมายเชิงกลยุทธ์แบบใหม่ของ ECMWF มีดังนี้ 

การเพิ่มแนวทางตามแนวนอนของระบบคาดการณ์ระดับโลกทั้งหมดให้เป็น 5 กิโลเมตร ซึ่งมากกว่าแนวทางที่มีอยู่เดิม 3 เท่า

การพัฒนารูปแบบระบบโลกแบบที่มีความละเอียดสูงที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว เพื่อให้สามารถตรวจสอบปฎิสัมพันธ์ที่มีความซับซ้อนระหว่างสภาพบรรยากาศ มหาสมุทร น้ำแข็งในทะเล และพื้นดินและละอองของเหลว และโอโซนได้ 

การใช้วิธีการที่สามารถวัดขนาดได้เพื่อเข้ารหัสการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศแบบตัวเลข (NWP) ได้อย่างทั่วถึง เพื่อตอบสนองพลังในการประมวลผลในอนาคตและความท้าทายในด้านบิ๊กดาต้า 

ฟลอเรนซ์ เรเบียร์ ผู้อำนวยการของ ECMWF กล่าวว่า 

ความทะเยอทะยานในปี 2568 ของเราช่วยยกระดับมาตรฐานสากล เมื่อพิจารณาจากความเป็นไปได้ของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่คุกคามชีวิตที่มีต่อสภาพภูมิอากาศบนโลก เราจะสามารถรวบรวมข้อมูลที่ทันสมัยได้อย่างรวดเร็วรวมทั้งเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความแม่นยำและขยายช่วงการคาดการณ์ได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น

“ECMWF เป็นตัวอย่างที่ดีของคุณค่าของยุโรปและความร่วมมือระดับโลกในสาขาวิทยาศาสตร์ และหนึ่งในผลประโยชน์ที่สามารถจับต้องได้ก็คือเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ และชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันของผู้คนหลายล้านคน

การคาดการณ์ที่ดีขึ้นคือ การแจ้งเตือนล่วงหน้าถึงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรงได้มากขึ้น เช่น พายุลม น้ำท่วม และคลื่นความร้อน และยังทำให้บริการด้านอุตุนิยมวิทยาระดับประเทศและบริการฉุกเฉินต่างๆสามารถปกป้องชีวิตผู้คนและทรัพย์สินได้ดียิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ สภาพผิดปกติที่เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น เอลนิโญ ก็จะสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า 1 ปี

ความก้าวหน้าดังกล่าว ตามพื้นฐานแล้วจะต้องมีวิธีการทางด้านวิทยาศาสตร์และการประมวลผลแบบใหม่ ด้วยการรวบรวมความเชี่ยวชาญและทรัพยากรในระดับนานาชาติ 

ECMWF ยังจะจัดหาระบบการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงต่อไป เพื่อที่จะได้มีการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมในรูปแบบที่ยั่งยืนสำหรับสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน 

ECMWF ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2518 ในฐานะองค์กรรัฐบาลสากลที่เป็นอิสระ ทำหน้าที่ในการจัดหาข้อมูลและบริการที่จำเป็นสำหรับบริการด้านอุตุนิยมวิทยาระดับประเทศในประเทศสมาชิกและประเทศที่ร่วมมือ  34 ประเทศ เพื่อให้ข้อมูลการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศที่เที่ยงตรงแก่ประชาชนทั่วไป 

ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ECMWF ได้กำหนดให้องค์กรเป็นผู้นำในการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศ ด้วยความสามารถด้านการประมวลผลที่ทันสมัย ซึ่งสามารถรวบรวมข้อมูลการสังเกตการณ์ได้โดยเฉลี่ย 40 ล้านข้อมูลต่อ 1 วันจากเครื่องมือดาวเทียมมากกว่า 70 เครื่องมือ องค์กรยังได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาที่เป็นสมาชิกและไม่ได้เป็นสมาชิก 

หมายเหตุบรรณาธิการ  

1. ศูนย์สภาพภูมิอากาศระยะกลางของยุโรป (ECMWF) เป็นองค์กรรัฐบาลสากลที่เป็นอิสระที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศต่างๆ 34 ประเทศ และก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2518 ภารกิจหลักของ ECMWF คือ การจัดทำการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศแบบตัวเลข  จัดทำการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิค เพื่อปรับปรุงทักษะการพยากรณ์ และรักษาชุดข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาที่มีอยู่ไว้ 

2. โร้ดแมพไปยังเอกสารปี 2568 สามารถดูได้ที่: http://www.ecmwf.int/en/about/who-we-are/strategy  

ที่มา: European Centre for Medium-Range Weather Forecasts (ECMWF)

หัวเว่ย เปิดตัวโซลูชั่น BES Cloud ที่งาน HUAWEI CONNECT 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–12 ก.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            ในงาน HUAWEI CONNECT 2016 หัวเว่ยได้ประกาศเปิดตัวโซลูชั่น “BES Cloud” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งของบริษัทในการพัฒนาระบบBSS ระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ด้วยการนำเสนอระบบ BSS และ BES (Business Enabling System) รุ่นใหม่ในรูปแบบ SaaS ทั้งนี้ BES Cloud จะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ทั่วโลก รวมถึงสร้างแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและปรับขนาดได้สำหรับนำเสนอฟีเจอร์ OOTB (out-of-the-box)  

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160909/0861609294

มัวรีซ หม่า (ขวา) รองประธาน Huawei Carrier Software BU และ เจี้ยน กวน (ซ้าย) ผู้จัดการทั่วไปฝ่าย BES as a Service Product ของ Huawei Carrier Software BU ขณะตอบคำถามของสื่อมวลชน

เพื่อตอบสนองความต้องการของเศรษฐกิจยุคดิจิตอล หัวเว่ยจึงได้พัฒนาโซลูชั่น BES Cloud เพื่อช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิตอลทั่วโลก ซึ่งสามารถติดตั้งและใช้งานได้ภายใน 3 เดือน ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนรวมของการเป็นเจ้าของ (TCO) ได้สูงสุดถึง 45% นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งยังสนับสนุนความคล่องตัวด้านธุรกิจและไอที ด้วยการอัพเกรดอย่างราบรื่นและฟีเจอร์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆสู่ตลาด ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้สามารถใช้โมเดลธุรกิจใหม่ๆได้ด้วย

โซลูชั่น BES Cloud ของหัวเว่ยประกอบไปด้วย BSS Lite Cloud และ Commerce Cloud โดย BSS Lite Cloud จะช่วยแก้ปัญหาต้นทุนสูงและการใช้เวลานานในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มักพบในระบบ BSS ทั่วไป ด้วยการมอบโซลูชั่นแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ที่มีฟีเจอร์ครบถ้วนสมบูรณ์ ตั้งแต่ CRM ไปจนถึงการแจ้งค่าบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเกิดใหม่ตลอดจนผู้ให้บริการทั้งขนาดกลางและขนาดย่อม ประโยชน์หลักๆของ BSS Lite Cloud คือช่วยร่นระยะเวลาในการติดตั้งและใช้งานระบบลง 60% โดยเฉลี่ย และลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้อย่างมาก

ส่วน Commerce Cloud ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับระบบเดิมที่มีอยู่ได้นั้น เป็นโซลูชั่นที่มีขนาดเล็กและคล่องตัว สามารถแก้ปัญหาให้กับผู้ให้บริการที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิตอล Commerce Cloud มี UI และ web front end ที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะ พร้อมโครงสร้างแบบ multi tenant บนคลาวด์ ซึ่งรองรับ meta dataและ auto scaling ทั้งนี้ เนื่องจากหัวเว่ยยึดหลักปฏิบัติที่ดีที่สุดและออกแบบผลิตภัณฑ์โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการนำเสนอโซลูชั่นเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าผ่านช่องทางดิจิตอล ดังนั้น Commerce Cloud จะช่วยเพิ่ม Net Promoter Score และ Order Conversion Rates ในทุกช่องทางการทำธุรกิจ

เกี่ยวกับหัวเว่ย 

หัวเว่ย เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำระดับโลก หัวเว่ยให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางและการสร้างความร่วมมือแบบเปิดกว้าง บริษัทจึงได้สร้างสรรค์โซลูชั่นไอซีทีแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ที่ช่วยให้ลูกค้ามีความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและโครงข่ายระดับองค์กร อุปกรณ์เคลื่อนที่ และคลาวด์คอมพิวติ้ง ทั้งนี้ โซลูชั่น ผลิตภัณฑ์ และบริการด้านไอซีทีของเราถูกนำไปใช้ในกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค เพื่อให้บริการแก่ประชากรกว่าหนึ่งในสามของโลก 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.huawei.com