งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ CIFF ครั้งที่ 38 เปิดฉากยิ่งใหญ่ ดึงดูดผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 2,000 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–12 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ China International Furniture Fair หรือ CIFF ครั้งที่ 38 (เซี่ยงไฮ้) เปิดฉากอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ (NECC) ในย่านหงเฉียว นครเซี่ยงไฮ้ โดยมีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้ามากถึง 2,000 รายจากทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160909/0861609291

            มหกรรม CIFF (เซี่ยงไฮ้) ได้ยกทัพเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านและสำนักงาน ของตกแต่งบ้าน สินค้าเคหะสิ่งทอ อุปกรณ์กลางแจ้งและสันทนาการ ไปจนถึงเครื่องจักรและวัสดุพื้นฐานต่างๆ มาจัดแสดงอย่างคับคั่งตลอดระยะเวลาการจัดงาน 4 วัน โดยเน้นเป็นพิเศษที่เฟอร์นิเจอร์สั่งทำและสมาร์ทเฟอร์นิเจอร์

            นอกจากนี้ กิจกรรมการจับคู่ทางธุรกิจภายในงานยังประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี โดยช่วยให้ซัพพลายเออร์และผู้ซื้อจากทั่วโลกได้บรรลุข้อตกลงและปิดดีลกันง่ายขึ้น อย่างเช่นบริษัท Zuoyou ซึ่งเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์จากเซินเจิ้น ก็ได้รับออเดอร์ล็อตใหญ่จากอินเดียตั้งแต่วันแรกของการจัดงาน   

            Shuyuan Hu รองประธานธุรกิจ Brand Center ของบริษัท HTL China กล่าวว่า “มหกรรม CIFF (เซี่ยงไฮ้) เป็นเวทีระดับคุณภาพที่เปิดโอกาสให้เราเข้าถึงผู้ซื้อที่มีศักยภาพสูงได้มากขึ้น ภายใน 2 วันเราได้ตัวแทนจำหน่ายรายใหม่มากกว่า 70 ราย นับว่าดีเกินคาด”

            นอกเหนือจากการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดแล้ว มหกรรม CIFF (เซี่ยงไฮ้) ยังจัดอีเวนท์ต่างๆมากกว่า 40 รายการ อาทิ EAST Design Show และ Office Life Theme Pavilion ตลอดจนการประชุมระดับโลกของเหล่าผู้นำในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม China Furnishing Industrial CEO Forum, A Dialogue Between Modern Architecture and Public Art, China Wood Market Analysis และอีกมากมาย

            งานนี้ยังได้รับเกียรติจากนักออกแบบและสถาปนิกชื่อดังระดับโลกหลายท่าน อาทิ Campion Platt สถาปิกชาวอเมริกัน และ Cristobal ศิลปินชาวสเปน ที่มาร่วมแบ่งปันแนวคิดและวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในอนาคต ร่วมกับบรรดาผู้จัดแสดงสินค้าและผู้เข้าร่วมชมงาน

            นอกจากนี้ Pinnacle Awards หรือที่รู้จักกันในฐานะรางวัลออสการ์ของวงการเฟอร์นิเจอร์อเมริกา ยังมาเดินสายที่จีนเป็นครั้งแรกและเปิดตัวด้วยการเข้าร่วมจัดแสดงในงานนี้ ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาจะเปิดพาวิลเลียนอย่างเป็นทางการในงาน CIFF (เซี่ยงไฮ้) ประจำฤดูใบไม้ร่วงปีหน้าด้วย

เกี่ยวกับ CIFF

CIFF คืองานแสดงเฟอร์นิเจอร์งานแรกและงานใหญ่ที่สุดในประเทศจีน สำหรับงานครั้งที่ 38 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของศูนย์การค้าต่างประเทศจีน สมาคมเฟอร์นิเจอร์แห่งกวางตุ้ง สมาพันธ์หอการค้าจีนเพื่อการนำเข้าและส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเบาและงานศิลปะหัตถกรรม และดำเนินงานโดยบริษัท China Foreign Trade Guangzhou Exhibition General Corp

 

The 38th China International Furniture Fair (CIFF) Shanghai officially opened on September 7 at the National Exhibition and Convention Center (NECC) in Hongqiao, Shanghai, featuring a total of 2000 exhibitors from all fields in the furniture.

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160909/0861609291

คำบรรยายภาพ – งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ China International Furniture Fair หรือ CIFF ครั้งที่ 38 (เซี่ยงไฮ้) เปิดฉากอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ (NECC) ในย่านหงเฉียว นครเซี่ยงไฮ้ โดยมีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้ามากถึง 2,000 รายจากทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์

“i2c” จับมือ “TIS” ให้บริการชำระเงินแบบ Agile Processing ในญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เร้ดวู้ด ซิตี้, แคลิฟอร์เนีย–12 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เตรียมจัดงานสัมมนาร่วมกันในโตเกียว มุ่งบรรลุความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวในตลาดญี่ปุ่นและตลาดสำคัญๆในเอเชียแปซิฟิก

i2c ผู้ให้บริการระบบชำระเงินอัจฉริยะและโซลูชั่นเชิงพาณิชย์แบบบูรณาการ เตรียมจัดงานสัมมนาร่วมกับบริษัทพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่าง TIS Inc. ในวันที่13 กันยายน 2559 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยทั้งสองบริษัทจะมาร่วมพูดคุยกับผู้ออกบัตรเครดิตในญี่ปุ่น ผู้จัดการโปรแกรม ผู้ให้บริการเทคโนโลยีการเงิน ตลอดจนผู้สื่อข่าว ในเรื่องของเทรนด์และนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงโซลูชั่น Agile Processing ของ i2c ที่จะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถรับมือกับภูมิทัศน์การชำระเงินที่เปลี่ยนแปลงไปได้ โซลูชั่น Agile Processing คือแม่แบบของการชำระเงินแห่งโลกอนาคต ที่จะช่วยให้ผู้ให้บริการชำระเงินสามารถควบคุมธุรกิจและบรรลุวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างราบรื่น

 i2c Logo / i2c Inc. logo (PRNewsFoto/i2c Inc.)

i2c Inc. logo (PRNewsFoto/i2c Inc.)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20151020/278944LOGO

งานสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือครั้งล่าสุดของทั้งสองบริษัท หลังจากที่ได้ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรระยะยาวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 โดย TISได้นำเอาแพลตฟอร์มของ i2c มาใช้ เพื่อเปิดให้บริการ Agile Processing ในญี่ปุ่นและตลาดสำคัญๆในเอเชียแปซิฟิก

TIS คือผู้ให้บริการโซลูชั่นชำระเงินชั้นนำของโลก ที่มีประสบการณ์อันยาวนานในการทำงานร่วมกับธนาคารและผู้ออกบัตรเครดิตทั่วญี่ปุ่นและเอเชีย การสร้างความร่วมมือและการนำโซลูชั่น Agile Processing ของ i2c มาใช้ จะช่วยให้ TIS มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการทำงานร่วมกับสถาบันการเงินและผู้ออกบัตรเครดิต เพื่อให้สามารถส่งมอบนวัตกรรมการชำระเงินได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่า

Amir Wain ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ i2c กล่าวว่า “i2c ตระหนักดีว่าระบบการชำระเงินในญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ TIS จะช่วยให้เราสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งต่อไปในภูมิภาคนี้ ผ่านการผสานทรัพยากรอันสมบูรณ์เข้ากับแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงและเข้าถึงลูกค้าจำนวนมาก i2c ให้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้ เรามุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ธนาคารและผู้ออกบัตรเครดิตสามารถสร้าง ปรับแต่ง รวมถึงให้บริการระบบชำระเงินอันทันสมัยได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายตามที่ลูกค้าต้องการ โดยปราศจากข้อจำกัดทางด้านเวลาและเทคโนโลยี”

เกี่ยวกับ i2c Inc.

i2c ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซิลิคอนวัลเลย์ คือผู้ให้บริการระบบชำระเงินอัจฉริยะและโซลูชั่นเชิงพาณิชย์แบบบูรณาการ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการเงิน บริษัท แบรนด์ และรัฐบาลทั่วโลก ให้ส่งมอบบริการตามที่ผู้บริโภคในปัจจุบันคาดหวัง แพลตฟอร์มรูปแบบคลาวด์ของ i2c รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตทุกรูปแบบ ทั้งการรูดบัตร การชำระผ่านอินเทอร์เน็ต และการชำระผ่านโทรศัพท์มือถือ ลูกค้าของเราใช้แพลตฟอร์ม i2c ในการให้บริการบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรพรีเพด เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ถือบัตรแต่ละรายใน 216 ประเทศและดินแดนทั่วโลก สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.i2cinc.com

อาฟิมิลค์ เปิดตัวบริการ Calving Alert แจ้งเตือนเกษตรกรเมื่อโคเริ่มคลอดลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อาฟิคิม, อิสราเอล–12 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

พร้อมเตือนซ้ำเมื่อการคลอดกินเวลานานกว่าปกติ

อาฟิมิลค์ (Afimilk) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นบริหารฟาร์มโคนม ประกาศผนวกบริการ Calving Alert เข้ากับระบบติดตามอาการของโค AfiAct II เพื่อช่วยให้เกษตรกรโคนมรับทราบและสามารถช่วยเหลือโคที่ประสบกับภาวะการคลอดยากหรือการคลอดผิดปกติได้อย่างทันท่วงที

 

Afimilk introduces Automatic Calving Alert Service. Picture credit BCEL Ouest-Pascal Lecoz (PRNewsFoto/Afimilk)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160822/399915 ) 

ดร.อลอน อราซี สัตวแพทย์ผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกอาวุโสประจำทีมวิจัยของอาฟิมิลค์ กล่าวว่า บริการ Calving Alert จะช่วยให้เกษตรกรโคนมสามารถตรวจจับสัญญาณการให้กำเนิดลูกวัวได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะคลอดยากที่ต้องใช้เวลานานกว่าปกติ

ภาวะคลอดยากทำให้ลูกวัวมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตหรือเป็นโรค ขณะที่ผลการวิจัยเผยให้เห็นว่า โคนมพันธุ์โฮลสไตน์ที่เพิ่งให้กำเนิดลูกเป็นครั้งแรกมากถึงครึ่งหนึ่งในสหรัฐ จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากเกษตรกรหรือสัตวแพทย์ขณะกำลังคลอดลูก*

การเฝ้าสังเกตวัวที่รอคลอดลูกเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานมาก และยังต้องอาศัยทักษะของผู้สังเกตด้วยดร.อราซี กล่าว ระบบติดตามอาการอัตโนมัติและต่อเนื่องจึงช่วยประหยัดแรงได้มากกว่า และยังติดตามอาการได้ตลอด 24 ชั่วโมงด้วย

เอดู เมสนิค ผู้จัดการฟาร์มโคนมมากประสบการณ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ติดตั้งระบบ AfiAct II เมื่อปีที่แล้ว พบว่าอัตราการเสียชีวิตของลูกวัวปรับตัวลดลงเป็นอย่างมาก

ปัจจุบัน เราสามารถควบคุมขั้นตอนการคลอดลูกวัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแทบจะไม่มีลูกวัวเสียชีวิตหลังคลอดเลยเขากล่าว

AfiAct II เป็นอุปกรณ์ติดตั้งบริเวณขารุ่นแรกที่สามารถแจ้งเตือนการคลอดลูกวัวที่กินเวลานานกว่าปกติ โดยระบบจะส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านเครือข่ายไร้สาย จากเซ็นเซอร์บริเวณขาวัวไปยังสมาร์ทโฟนเมื่อการคลอดลูกเริ่มขึ้น และแจ้งเตือนซ้ำเมื่อการคลอดกินเวลานานกว่าปกติ

นอกจากจะแจ้งเตือนเมื่อวัวคลอดลูกแล้ว AfiAct II ยังสามารถตรวจจับอาการอื่นๆ จากการเคลื่อนไหวและพฤติกรรมขณะอยู่นิ่งของวัว ซึ่งรวมถึงการติดสัด การแท้งลูก ความไม่สบายตัว และการเจ็บป่วย

นอกจากนี้ อาฟิมิลค์ยังมีระบบติดตาม Silent Herdsman ที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ติดตั้งบริเวณคอวัว ซึ่งสามารถตรวจจับการติดสัด โรคตามวงรอบการระบาดของโรค และความเจ็บป่วยต่างๆ จากการเคลื่อนไหว การสำรอก และพฤติกรรมการกินของวัว ทั้งนี้ ระบบติดตามที่กล่าวถึงทั้ง 2 รุ่นจะจัดแสดงที่งานSPACE International Livestock Trade Fair ณ เมืองแรนส์ ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 13-16 กันยายน และที่งาน World Dairy Expo ณ เมืองแมดิสัน รัฐวิสคอนซิน ระหว่างวันที่ 4-8 ตุลาคมนี้

อาฟิมิลค์เป็นผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์การบริหารฟาร์มโคนม ระบบติดตามอาการของวัว และเครื่องมือวิเคราะห์นม ซึ่งให้บริการแก่ผู้ประกอบธุรกิจฟาร์มโคนมใน 50 ประเทศ ท่านที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบติดตามอาการวัวรุ่น AfiAct II หรือ Silent Herdsman ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายของอาฟิมิลค์ หรือดูข้อมูลได้ที่ Afimilk.com

*A.C. Barrier et al. Parturition progress and behaviours in dairy cows and calving difficulty. Applied Animal Behaviour Science 139 (2012) 209-217

ติดต่อ:

โนอา โยนิช

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด

โทร. +972-50-758-9973

อีเมล: noa@afimilk.com

คิม พาร์

โทร. +1-(315)-476-1646 ต่อ 225

อีเมล: kparr@lpm-adv.com 

แหล่งข่าว: Afimilk, Ltd

Lexinta แต่งตั้ง Dr. Paul Fang ดำรงตำแหน่งซีอีโอของกลุ่มบริษัท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซุก, สวิตเซอร์แลนด์–12 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Lexinta Group มีความยินดีในการประกาศแต่งตั้ง Dr. Paul Fang เป็นซีอีโอของกลุ่มบริษัท ในขณะที่ Lexinta Group กำลังขยายธุรกิจไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดย Dr. Fang จะเริ่มบทบาทใหม่ในวันที่ 1 ตุลาคม 2559

 Lexinta Logo / Lexinta is a privately owned independent global asset management firm. Our operations encompass asset management, private wealth management, hedge funds, financial research, corporate and financial advisory services. The Lexinta asset management team provides investment advisory services to both individual and institutional clients. For further information visit www.lexintagroup.com (PRNewsFoto/LEXINTA AG)

Lexinta is a privately owned independent global asset management firm. Our operations encompass asset management, private wealth management, hedge funds, financial research, corporate and financial advisory services. The Lexinta asset management team provides investment advisory services to both individual and institutional clients. For further information visit http://www.lexintagroup.com(PRNewsFoto/LEXINTA AG)

http://photos.prnewswire.com/prnh/20160909/405942LOGO

Bismark Badilla ประธานของ Lexinta Group กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับพอลเข้าสู่ทีมผู้บริหารและครอบครัวขนาดใหญ่ของLexinta ประสบการณ์อันกว้างขวางครอบคลุมทำให้เขาเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งผู้นำในการขยายธุรกิจของเราเข้าสู่ตลาดเอเชียและตลาดอื่นๆ”

Dr. Paul Fang กล่าวว่า “ผมรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำบริษัทระดับโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ ปัจจุบันตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับอุปสรรคนานัปการ การจะประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมนี้จึงมีความท้าทายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเอเชียที่มีการแข่งขันสูง ผมตั้งใจที่จะนำประสบการณ์อันยาวนานทั้งในด้านการให้คำปรึกษาด้านการบริหาร การธนาคาร และการจัดการสินทรัพย์ มาใช้ผลักดันการเติบโตของ Lexinta ต่อไป

เกี่ยวกับ Lexinta Group

Lexinta Group คือบริษัทบริหารสินทรัพย์ระดับโลกที่มีเอกชนเป็นเจ้าของ และมีสำนักงานอยู่ใน 3 ทวีป โดยสำนักงานใหญ่คือ Lexinta AG ตั้งอยู่ในเมืองซุก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2554 โดยมีที่อยู่ที่ใช้จดทะเบียนคือ Bahnhofstrasse 23, 6300 Zug, Switzerland บริษัทได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการบริหารสินทรัพย์และเป็นตัวกลางทางการเงินภายใต้กฎหมายของสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งนี้ Lexinta AG เป็นสมาชิกของ PolyReg (http://www.polyreg.ch) และ PolyAsset (http://www.polyasset.ch) ซึ่งเป็นองค์กร Self-Regulatory Organisation (SRO) ที่ได้รับการรับรองจาก FINMA

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lexinta Group ได้ที่ http://www.lexintagroup.com

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

David Scott

Lexinta Group

โทร. +41-41-544-83-89

อีเมล: pr@lexintagroup.com

ที่มา: LEXINTA AG

“Midea” กำหนดนิยามใหม่ของการออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ที่งาน IFA 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบอร์ลิน–9 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Midea ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านชั้นนำของโลก ได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดมากมายในมหกรรม IFA 2016 ระหว่างวันที่ 2-7 กันยายนที่ผ่านมา ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ Messe Berlin โดยทุกผลิตภัณฑ์ต่างให้ความสำคัญกับผู้ใช้เป็นหลัก นับเป็นการกำหนดนิยามใหม่ของการออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีชีวิตที่ง่ายขึ้น

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160909/0861609113 

แดเนียล บอล์ยส์ ผู้อำนวยการแผนกการสร้างแบรนด์และการตลาด ฝ่ายขายและการตลาดต่างประเทศของ Midea Kitchen Appliance Division กล่าวว่า “นอกเหนือจากความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการประหยัดพลังงานแล้ว การออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆของMidea ยังให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในทันทีด้วย” 

หนึ่งในผลิตภัณฑ์เด่นของ Midea คือ เครื่องดูดฝุ่นรุ่น 16D ซึ่งเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นแรกของ Midea ที่มาพร้อมระบบป้องกันเศษผมพันที่แท่นชาร์จ 16Dได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้การทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องง่ายดาย ด้วยระบบลมหมุนทรงพลังที่ทำความสะอาดได้ดีขึ้น ทั้งยังประหยัดพลังงานด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมที่สามารถเปลี่ยนได้ เครื่องดูดฝุ่นรุ่นนี้มีด้ามจับแบบพับได้พร้อมปุ่มควบคุม ทำให้เคลื่อนที่และเข้าถึงซอกมุมต่างๆได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้Midea ยังจัดแสดงหุ่นยนต์ทำความสะอาดพื้นและหน้าต่างอันทรงประสิทธิภาพอีกด้วย       

ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวยุคใหม่ของ Midea ก็มาในดีไซน์ที่สวยงามไม่เทอะทะ สามารถเข้ากับห้องครัวได้เกือบทุกรูปแบบ นอกจากนี้ ชุดเตาแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมเตาอบและเครื่องดูดควัน (HHO) ที่มีแผงควบคุมแบบสัมผัส ยังมอบประสบการณ์ใหม่ในการทำอาหารให้แก่ผู้ใช้งานด้วย 

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์ของบริษัทคือ เตาอบไมโครเวฟเคลือบสารป้องกันแบคทีเรีย ช่วยให้ผู้ใช้ปรุงอาหารได้อย่างถูกสุขอนามัย มาพร้อมเซ็นเซอร์ที่สามารถปรับเวลาการทำอาหารและระดับความร้อนให้เหมาะสมกับปริมาณและชนิดของอาหาร นอกจากนี้ยังมีระบบอินเวอร์เตอร์สำหรับละลายอาหารแช่แข็ง ช่วยให้ประหยัดพลังงานและเวลาในการทำอาหารด้วย 

คุณบอล์ยส์กล่าวว่า “เราต้องการให้ลูกค้าทุกคนเข้าใจถึงความหมายของคำว่าบ้าน เราจึงใส่ใจทุกรายละเอียดในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ทุกคนสนุกไปกับการทำครัวและทำความสะอาดบ้านด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าของเรา” 

เกี่ยวกับ Midea Kitchen Appliance Division 

Midea Kitchen Appliance Division เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Midea Group หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรายใหญ่ที่สุดของจีน Midea ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1968 และเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยรายได้จากการขายทะลุ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ทั้งยังเป็นผู้ผลิตเตาไมโครเวฟอันดับ 1 ของโลก และผู้ผลิตเครื่องล้างจานอันดับ 3 ของโลก ปัจจุบัน Midea Kitchen Appliance Division มีฐานการผลิต 3 แห่ง รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนา 2 แห่งในจีน นอกจากนั้นยังมีฐานการผลิตในประเทศเบลารุส รวมทั้งมีศูนย์วิจัยและพัฒนาในเมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลีด้วย

ร้านสะดวกซื้อ 90% ทั่วประเทศญี่ปุ่นรับชำระเงินผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้, จีน–9 ก.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          หลังจากร้านสะดวกซื้อ Lawson, FamilyMart และ Circle K Sunkus ทุกสาขาในญี่ปุ่นรับชำระเงินผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ ล่าสุดผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรเดบิตและเครดิตของยูเนี่ยนเพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ MINISTOP กว่า 2,000 สาขาได้แล้ว ทำให้ปัจจุบันมีร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์มากถึง 90%

          ข้อมูลสถิติขององค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นระบุว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ญี่ปุ่นต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 11.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 48% เทียบรายปี นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากจีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ และประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความที่ประเทศเหล่านี้ออกบัตรยูเนี่ยนเพย์อย่างแพร่หลาย ร้านค้าในญี่ปุ่นจำนวนมากจึงพยายามหาทางดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยการรับชำระผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์

          นับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคในญี่ปุ่น จนทำให้มีเครือร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ถึง 5 รายที่รับชำระเงินด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์ ปัจจุบัน MINISTOP ยินดีรับทั้งบัตรเดบิตและบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ โดยจำเป็นต้องมีรหัส PINเพื่อยืนยันการชำระเงิน ส่วน 7-11, Lawson, FamilyMart และ Circle K Sunkus นั้นรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์แบบไม่ต้องใช้รหัส PIN ยืนยันการชำระเงิน ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้กันทั่วไปในญี่ปุ่น โดยเมื่อมียอดชำระเงินต่ำกว่า 10,000 เยนผ่านบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ ไม่จำเป็นต้องใช้รหัส PIN หรือลายเซ็น แต่หากมียอดชำระเกิน 10,000 เยน เจ้าของบัตรเพียงแค่ลงลายเซ็นเพื่อยืนยัน ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้บัตร ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จึงได้จับมือกับผู้ออกบัตรและผู้รับยอดในการตรวจสอบความเสี่ยง แจ้งเตือนและควบคุมรายการธุรกรรมที่ผิดปกติ โดยผู้ออกบัตรจะแจ้งรายการชำระเงินกับเจ้าของบัตรผ่าน SMS

          ความสะดวกสบายไม่ได้จำกัดอยู่แค่การชำระเงินเท่านั้น เพราะผู้ถือบัตรยังสามารถกดเงินสดผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ได้ในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย โดยตู้เอทีเอ็มทุกตู้ในร้านสะดวกซื้อ 7-11 และ Lawson กว่าครึ่งใน FamilyMart ตลอดจนตู้เอทีเอ็มของ Aeon Bank ใน MINISTOP ต่างรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ในการกดเงินสด ซึ่งร้านสะดวกซื้อเหล่านี้สามารถพบได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น

          ระบบบริการของยูเนี่ยนเพย์ในประเทศญี่ปุ่นครอบคลุมทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ร้านค้าท้องถิ่นประมาณ 500,000 ร้าน และตู้เอทีเอ็มเกินครึ่งประเทศต่างรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ นอกจากนี้เว็ปไซต์ของ Rakuten Global Market ยังรับชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์อีกด้วย ทั้งนี้ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เร่งปรับตัวให้เข้ากับของธุรกิจท้องถิ่นด้วยการออกบัตรเครดิต เดบิต และบัตรชำระเงินล่วงหน้า โดยอาศัยประโยชน์จากการยอมรับทางสภาพแวดล้อมและความสามารถในการให้บริการ ซึ่งบัตรเหล่านี้ถูกใช้งานทั้งในประเทศและต่างประเทศ

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.unionpayintl.com/

          ที่มา: ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

          AsiaNet 65672

ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ฮ่องกง เตรียมจัดนิทรรศการ “Style Up BE@RBRICK at Harbour City”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–9 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

นิทรรศการแฟชั่น-ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดของฮ่องกง เปิดพื้นที่จัดแสดง BE@RBRICK ขนาดยักษ์ที่ออกแบบโดยแบรนด์แฟชั่นระดับโลก 37 แบรนด์

ฮาร์เบอร์ ซิตี้ (Harbour City) ห้างแห่งแรกในเอเชียและห้างที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นศูนย์กลางด้านแฟชั่นแห่งหนึ่งของโลก เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ จึงได้ร่วมมือกับไอคอนทางวัฒนธรรมอันโด่งดังอย่าง “BE@RBRICK” อีกครั้ง หลังจากที่เคยร่วมงานกันมาแล้วเมื่อปี 2550 โดยในครั้งนี้ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ได้เชิญแบรนด์แฟชั่นระดับโลก 37 แบรนด์มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการแฟชั่น-ศิลปะ BE@RBRICK ที่ใหญ่ที่สุดของฮ่องกงอย่าง “Style Up BE@RBRICK at Harbour City” ระหว่างวันที่ 19 กันยายน ถึง 16 ตุลาคมนี้

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160908/8521605697-a

1. “Style Up BE@RBRICK at Harbour City” เตรียมจำหน่าย BE@RBRICK ขนาดยักษ์ รายได้มอบให้องค์กรการกุศล

BE@RBRICK ขนาด 2000% (สูงประมาณ 1.4 เมตร) จำนวนทั้งสิ้น 37 ตัว จะได้รับการตกแต่งตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ ภายใต้ธีมแฟชั่นและศิลปะร่วมสมัย และหลังจากที่นิทรรศการปิดฉากลง จะมีการเปิดจำหน่าย BE@RBRICK ทั้ง 37 ตัวในรอบการกุศลทั่วโลกเป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคม สนนราคาตัวละ68,000 ดอลลาร์ฮ่องกง รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับมูลนิธิ Hong Kong Blood Cancer Foundation โดยจะมีการเปิดเผยรายละเอียดต่างๆในภายหลัง

แบรนด์แฟชั่นที่ร่วมนิทรรศการ

AGNES B. / ALICE AND OLIVIA BY STACEY BENDET / ANTEPRIMA / ATSURO TAYAMA / BLUMARINE / CARVEN / CHRISTOPHER KANE / COACH / DIANE VON FURSTENBERG / DIESEL / DUNHILL / EMILIO PUCCI / EMPORIO ARMANI / ETRO / I.T / J.CREW / KATE SPADE NEW YORK / KENZO / LANE CRAWFORD x MS MIN / LANVIN / MAJE / MAX MARA / MCM / MCQ / MONCLER / PAUL & SHARK /  PHILIPP PLEIN / REBECCA MINKOFF / REPETTO / ROBERTO CAVALLI / SALVATORE FERRAGAMO / SANDRO / THOM BROWNE / TORY BURCH / TSUMORI CHISATO / VIVIENNE TAM / VIVIENNE WESTWOOD

นอกจากนี้ เพื่อให้เข้ากับธีม “Style Up BE@RBRICK” แบรนด์แฟชั่นส่วนหนึ่งยังเตรียมจัดแสดง BE@RBRICK เวอร์ชั่นพิเศษในร้านของตนซึ่งตั้งอยู่ที่ฮาร์เบอร์ ซิตี้ด้วย ซึ่งรวมถึงแบรนด์ EMPORIO ARMANI, LANVIN และ SALVATORE FERRAGAMO

รายละเอียดของนิทรรศการ

วัน: 20 กันยายน – 16 ตุลาคม 2559 (พิธีเปิดและรอบสื่อมวลชนในวันที่ 19 กันยายน)
เวลา: 10.00-22.00 น.
สถานที่: โซน Ocean Terminal Forecourt, ฮาร์เบอร์ ซิตี้

2.  สินค้าสะสมรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น

ฮาร์เบอร์ ซิตี้ เตรียมจำหน่ายสินค้าสะสม “Style Up BE@RBRICK” รุ่นพิเศษตลอดระยะเวลาการจัดนิทรรศการ ทั้งหนังสือ โปสเตอร์ โปสการ์ด และเคสไอโฟน 2แบบ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับมูลนิธิ Hong Kong Blood Cancer Foundation

นอกจากนี้ EMPORIO ARMANI และ MAX MARA ยังภูมิใจนำเสนอกระเป๋าโท้ท (tote bag) BE@RBRICK รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น โดยสามารถแลกรับได้เมื่อมียอดซื้อถึงกำหนดตลอดระยะเวลาการจัดนิทรรศการ

3. นิทรรศการ BE@RBRICK 15th Anniversary Collectable Exhibition

“Gallery by The Harbour” ยังเตรียมจัดนิทรรศการ “BE@RBRICK 15th Anniversary Collectable Exhibition” เพื่อจัดแสดง BE@RBRICK รุ่นพิเศษที่จัดทำขึ้นตลอด15 ปี รวมถึงบางรุ่นที่เคยจัดแสดงที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาด้วย

รายละเอียดของนิทรรศการ

วัน: 19 กันยายน – 16 ตุลาคม 2559
เวลา: 11.00-22.00 น.
สถานที่: “Gallery by the Harbour” (Shop 207, โซน Ocean Centre, ฮาร์เบอร์ ซิตี้)

สามารถดาวน์โหลดรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่

https://www.dropbox.com/sh/0vvx7z8z64x63mf/AAAlINL_9gikyLvfAf56_QC6a?dl=0

BE@RBRICK TM & (C) 2001-2016 MEDICOM TOY CORPORATION สงวนลิขสิทธิ์

Facebook / Instagram / twitter: #hcbearbrick #hcart #harbourcity
สายด่วนลูกค้า: (852) 2118 8666 
เว็บไซต์: www.harbourcity.com.hk

“Style Up BE@RBRICK at Harbour City” featuring original 2000% BE@RBRICKS from 37 International Fashion Labels

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160908/8521605697-b

http://photos.prnasia.com/prnvar/20140721/8521404095LOGO

 

Mahindra Comviva ติด 1 ใน 20 สุดยอดผู้ให้บริการโซลูชั่นบิ๊กดาต้าน่าจับตามอง โดยนิตยสาร CIOReview

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวเดลี9 ก.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Mahindra Comviva ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ประกาศว่า บริษัทติดทำเนียบ 20 Most Promising Big Data Solution Providers หรือ 20 สุดยอดผู้ให้บริการโซลูชั่นบิ๊กดาต้าน่าจับตามอง โดยนิตยสาร CIOReview

 PRNE-CIOReviewMahindra-Image / Certificate CIOReview Top 20 Big Data Players (PRNewsFoto/Mahindra Comviva)

Certificate CIOReview Top 20 Big Data Players (PRNewsFoto/Mahindra Comviva)

     (รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160908/405488 )

Mahindra Comviva Logo / Mahindra Comviva Logo

Mahindra Comviva Logo
(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20130626/625127 )

Vignesh Ananthraj บรรณาธิการบริหาร CIOReview กล่าวว่า บริษัทในทำเนียบ 20 Most Promising Big Data Solution Providers ถือเป็นกลุ่มสุดยอดองค์กรที่กำลังนำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมของตน ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ที่สร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงแนวทางการทำงานของบริษัทซึ่งได้รับการทดสอบแล้วโดยอุตสาหกรรม” พร้อมกล่าวต่อไปว่า “Mahindra Comviva ได้ขึ้นปกนิตยสาร เนื่องจากเราเป็นบริษัทที่มีบทบาทโดดเด่นในขอบเขตของบิ๊กดาต้า โดยใน CIOReview ฉบับนี้ เราได้อธิบายถึงความพยายามต่างๆ ของบริษัทในการไขความกระจ่างให้กับลูกค้าด้วยข้อมูลบิ๊กดาต้าที่นำไปสู่ความรู้ความเข้าใจที่ปฏิบัติได้จริง เราตื่นเต้นที่จะได้เห็นการเติบโตในอนาคตของ Mahindra Comviva หลังบริษัทได้เดินหน้าจากการพิสูจน์แนวคิดมาสู่การปฏิบัติอย่างประสบความสำเร็จ

Amit Sanyal หัวหน้างานธุรกิจ ฝ่าย Consumer Value Solutions ของ Mahindra Comviva กล่าวว่า การติดโผรายชื่อในครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ว่าเรานั้นเดินมาถูกทางในการนำเสนอชุดโซลูชั่นบริหารและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเชิงลึก Customer Value Management เบ็ดเสร็จในหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นการต่อยอดห่วงโซ่คุณค่าโดยรวมของผู้ให้บริการโทรคมนาคม สภาพแวดล้อมด้านโทรคมนาคมที่ซับซ้อนในปัจจุบันทำให้โซลูชั่นแบบครบวงจรเป็นที่ต้องการ เพื่อทำให้รับทราบมุมมองของลูกค้าในแบบองค์รวมและเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งจะช่วยผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการวางแนวทางเพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าสนใจให้แก่ผู้ใช้บริการได้ สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านรายได้ของบริษัทเท่านั้น แต่ยังช่วยลดเวลาในการนำสินค้าและบริการออกสู่ตลาด ซึ่งถือเป็นปัจจัยชี้ชะตาผู้ให้บริการในตลาดที่มีการแข่งขันสูงเช่นปัจจุบัน

Mahindra Comviva ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมได้รับทราบมุมมองของลูกค้าที่มีเนื้อหาสาระและเป็นหนึ่งเดียว โดยมุมมองที่เจาะลึกของลูกค้าจะทำให้ผู้ให้บริการสามารถดูแลลูกค้าได้ง่ายขึ้นในทุกขั้นตอน ด้วยเนื้อหาที่มีสาระและตรงตามความสนใจของแต่ละบุคคล ชุดโซลูชั่นบิ๊กดาต้า Mobilytx ของ Mahindra Comviva จะบันทึกการโต้ตอบของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ และใช้ข้อมูลเพื่อนำไปรวบรวมหาบทวิเคราะห์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งจำเป็นต่อการขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

CIOReview เป็นนิตยสารด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับโซลูชั่นระดับองค์กร ที่สามารถกำหนดนิยามใหม่ให้กับเป้าหมายทางธุรกิจของบริษัทต่างๆ ในอนาคต CIOReview เป็นแหล่งข้อมูลชั้นนำที่แบ่งปันโซลูชั่นนวัตกรรมระดับองค์กร ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยผู้ให้บริการจัดหาโซลูชั่น และบริษัทดาวรุ่งที่กำลังมาแรง อีกทั้งยังเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นกลางสำหรับผู้มีหน้าที่ตัดสินใจด้านเทคโนโลยี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

Sundeep Mehta

Global PR & Corporate Communications

อีเมลpr@mahindracomviva.com

ที่มา: Mahindra Comviva

“Midea” ปฏิวัติวงการเครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดตัวเครื่องล้างจานรุ่นใหม่สุดล้ำที่งาน IFA 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบอร์ลิน–9 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Midea ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านชั้นนำของโลก เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ สร้างความตื่นตะลึงในมหกรรม IFA 2016 ที่เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ Messe Berlin

 

Midea’s highly energy-efficient dishwasher only takes 7.5L water per cycle with the AquaVaultTM smart water management system which customizes the water usage per requirement.

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160908/0861609112

เครื่องล้างจานประหยัดพลังงานของ Midea ใช้น้ำเพียง 7.5 ลิตรต่อการล้างจานหนึ่งรอบ มาพร้อมระบบควบคุมน้ำอัจฉริยะ AquaVault(TM) ที่สามารถปรับปริมาณการใช้น้ำให้เหมาะสมกับการล้างจานแต่ละครั้ง

Midea กลับมาร่วมงาน IFA อย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้ โดยมาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่มุ่งทำให้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวง่ายขึ้น

ผลิตภัณฑ์ดาวเด่นของ Midea ในงาน IFA ครั้งนี้คือ เครื่องล้างจานแบบบิวท์อินรุ่น 7735L ที่ฉลาดและปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม มาพร้อม 5 เทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานและการประหยัดพลังงาน

เครื่องล้างจานรุ่นนี้ใช้น้ำเพียง 7.5 ลิตร (2 แกลลอน) ต่อการล้างจานหนึ่งรอบ และมีระบบควบคุมน้ำอัจฉริยะ AquaVault(TM) ที่สามารถปรับปริมาณการใช้น้ำให้เหมาะสมกับการล้างจานแต่ละครั้ง เหนือชั้นกว่าเครื่องล้างจานทั่วไปที่ต้องใช้น้ำมากถึง 10 ลิตร นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยี HeartFLEX(TM) ที่สามารถเพิ่มอุณหภูมิของน้ำได้ตามต้องการ รวมถึงเทคโนโลยี Velox(TM) ที่สามารถทำให้จานแห้งได้ภายใน 15 นาที

พร้อมกันนั้นยังมี Flip2Launch(TM) แผงควบคุมแบบสัมผัสด้านหน้าเครื่องซึ่งปิดหน้าจอได้เอง ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นมาก รวมถึงนวัตกรรมTrueChildLock(TM) ป้องกันไม่ให้เด็กๆเปิดเครื่องเล่น

นอกจากนี้ Midea ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆในสินค้าตัวอื่น เพื่อส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพและปราศจากความยุ่งยากวุ่นวาย โดยได้นำผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาจัดแสดงในงาน IFA 2016 ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเตาอบไอน้ำประหยัดพลังงานที่เพิ่มระดับความร้อนได้ถึง 100 องศาเซลเซียส (212 องศาฟาเรนไฮต์) ภายใน 2นาที หรือไมโครเวฟอัจฉริยะที่สามารถปรับเวลาทำอาหารได้เองตามความชุ่ม ความชื้น หรือน้ำหนักของอาหาร

แดเนียล บอล์ยส์ ผู้อำนวยการแผนกการสร้างแบรนด์และการตลาด ฝ่ายขายและการตลาดต่างประเทศของ Midea Kitchen Appliance Division กล่าวว่าเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว Midea มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ และมุ่งแก้ปัญหาที่ผู้บริโภคต้องเผชิญอยู่ทุกวันในบ้านของตัวเอง”

เกี่ยวกับ Midea Kitchen Appliance Division

Midea Kitchen Appliance Division เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Midea Group หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรายใหญ่ที่สุดของจีน Midea ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1968 และเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยรายได้จากการขายทะลุ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ทั้งยังเป็นผู้ผลิตเตาไมโครเวฟอันดับ 1 ของโลก และผู้ผลิตเครื่องล้างจานอันดับ 3 ของโลก ปัจจุบัน Midea Kitchen Appliance Division มีฐานการผลิต 3 แห่ง รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนา 2 แห่งในจีน นอกจากนั้นยังมีฐานการผลิตในประเทศเบลารุส รวมทั้งมีศูนย์วิจัยและพัฒนาในเมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลีด้วย

Fragrance Du Bois เตรียมเปิด 7 สาขาใหม่ในเดือนนี้ หลังน้ำหอมและน้ำมันกฤษณาของแบรนด์ได้รับความสนใจท่วมท้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เจนีวา–9 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ข่าวดีสำหรับผู้ที่หลงใหลในน้ำมันกฤษณาและผู้ที่ชื่นชอบน้ำหอมทั่วโลก เมื่อแบรนด์น้ำหอมสุดหรูสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Fragrance Du Bois และหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจของแบรนด์ กำลังจะเรียงรายเข้ามาให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

          โดย Fragrance Du Bois จะเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 7 แห่งภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อผลักดันแบรนด์อันสดใหม่สู่สากล หลังจากที่ร้านบูติกของแบรนด์ได้รับความสนใจอย่างถล่มทลายมาแล้วทั้งในสิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯ รวมถึงที่ร้าน Jovoy ในปารีส

          Fragrance Du Bois ตระหนักดีว่า น้ำมันกฤษณาจากธรรมชาติ 100% และผลิตภัณฑ์ที่เขี่ยวข้อง กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากและมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ ทางบริษัทจึงมีแผนรับมือกับตลาดที่มีการขยายตัวสูงสุดเท่าที่เคยมีมา

 

รูปภาพ 1 –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160907/8521605651-a

          ย่าน Rue du Rhone อันโด่งดังของกรุงเจนีวา เป็นสถานที่ตั้งของแฟลกชิปบูติกสาขาล่าสุดของ Fragrance Du Bois ในยุโรป (ภาพจาก Citizen Hedonist)

          กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าแบรนด์หรูระดับโลก จะกลายมาเป็นที่ตั้งของแฟลกชิปบูติกแห่งใหม่ของ Fragrance Du Bois บนเลขที่ 8 Rue du Rhone โดยได้รับการตกแต่งภายในอย่างสวยงาม และจะก้าวขึ้นเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชาวยุโรปผู้หลงใหลในน้ำมันกฤษณาและผู้ที่ชื่นชอบน้ำหอมทุกคน เฉกเช่นเดียวกับที่เคยครองใจลูกค้าทั้งในกัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯ และสิงคโปร์มาแล้ว

 

รูปภาพ 2 – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160907/8521605651-b

          Fragrance Du Bois เตรียมเปิดสาขาใหม่ที่ร้าน Profumo บนถนน Via Brera ในกรุงมิลาน ประเทศอิตาลี (ภาพจาก Profumo Milano)

          สำหรับที่หมายต่อไปในยุโรปที่ทาง Fragrance Du Bois จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์คือที่ร้าน Profumo ร้านน้ำหอมครอบครัวที่เก่าแก่ที่สุดและได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Via Brera ในกรุงมิลาน ประเทศอิตาลี อันเป็นแหล่งน้ำหอมใจกลางย่านที่โด่งดังในด้านการออกแบบ ศิลปะ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ ผู้มาเยือนจะได้พบกับตัวอย่างท่อนไม้กฤษณาและโต๊ะครอบแก้วอันเป็นสัญลักษณ์ของ Fragrance Du Bois ซึ่งนำมาจัดแสดงในร้านน้ำหอมแห่งนี้

          ต่อมาคือที่ย่าน Puerto Banus เมืองมาร์เบย่า ประเทศสเปน โดยบรรดามหาเศรษฐีและคนรักน้ำหอมจะได้เคลิบเคลิ้มไปกับน้ำหอมจาก Fragrance Du Bois ที่ร้าน Niche Perfumes บูติกที่ชูจุดเด่นนำเสนอเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำหอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟเท่านั้น

          ส่วนในตะวันออกกลาง กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ถือเป็นที่ตั้งอันเหมาะสมสำหรับ Fragrance Du Bois เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาค ทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับไม้กฤษณาและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว

          Fragrance Du Bois ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการวางจำหน่ายน้ำหอมในร้าน Jovoy ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทางแบรนด์จึงสานต่อความสัมพันธ์อันดีนี้ด้วยการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในแฟลกชิปบูติกแห่งใหม่ของ Jovoy ในตะวันออกกลาง โดยนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์น้ำหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของFragrance Du Bois แล้ว น้ำมันกฤษณาที่หายากก็จะถูกนำมาวางจำหน่ายด้วย ซึ่งผู้ที่หลงใหลในน้ำมันกฤษณาจะต้องอดใจไม่ไหวอย่างแน่นอน

          นอกจากนี้ Fragrance Du Bois ยังขยายตลาดไปสู่เอเชียด้วยการเปิดสาขาในฮ่องกง ซึ่งมีความพิเศษทั้งในเชิงการค้าและด้านคุณค่าทางจิตใจ

          ฮ่องกง มีความหมายว่า “ท่าเรือหอม” ชื่อนี้ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการหลังจากมีการทำสนธิสัญญานานกิงในปีพ.ศ.2385 ที่ถูกเรียกเช่นนี้เพราะมีการค้าขายไม้กฤษณา (อันเป็นต้นกำเนิดของน้ำมันกฤษณา) ณ ท่าเรืออันคึกคักแห่งนี้เมื่อกว่า 150 ปีมาแล้ว ปัจจุบัน ฮ่องกงมีพื้นที่ปลูกต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียเหลืออยู่เพียงแห่งเดียว และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการในนามของ Fragrance Du Bois

          Fragrance Du Bois จะเปิดตัวในเอเชียตะวันออกที่เกาะฮ่องกง ณ บูติกน้ำหอมแห่งแรกและแห่งเดียวของฮ่องกงอย่าง Parfumerie Tresor ซึ่งตั้งอยู่บนเลขที่ 28 Lyndhurst Terrace ใจกลางเมือง นอกจากนั้นยังมีแผนที่จะปรุงน้ำหอมสูตรพิเศษโดยใช้น้ำมันกฤษณาที่ได้จากพื้นที่ปลูกต้นกฤษณาในฮ่องกงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 100 ปีด้วย

 

รูปภาพ 3 – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160907/8521605651-c

          Fragrance Du Bois ขยายตลาดสู่เอเชีย เตรียมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในฮ่องกงที่ร้าน Parfumerie Tresor

          คุณนิโคลา พาร์คเกอร์ ผู้อำนวยการแบรนด์ Fragrance Du Bois กล่าวว่า “ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจ เราต้องมองการณ์ไกลเสมอ และต้องตระหนักถึงบทบาทในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรวมถึงสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์ น้ำมันกฤษณาของเราผลิตจากพื้นที่ปลูกต้นกฤษณาที่เราบริหารจัดการเองตามหลักความยั่งยืน และเราสามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างเต็มที่ น้ำหอมและน้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์ของเราเป็นที่ต้องการอย่างท่วมท้น เห็นได้ชัดจากการที่เราต้องเพิ่มสาขาไปทั่วโลก ในช่วงเวลานี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยกระดับระบบโลจิสติกส์ของเรา รวมถึงความสามารถในการออกแบบร้านใหม่ ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานและแก่นแท้ของแบรนด์”

          นอกเหนือจากการเปิดบูติกน้ำหอมที่ห้าง Robinsons ในกัวลาลัมเปอร์และสิงคโปร์ ตามแนวคิด “boutique within a store” แล้ว Fragrance Du Bois ยังเตรียมเปิดร้านบูติกเพิ่มอีก 7 สาขาทั่วโลกภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ นอกจากนั้นยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ที่ซูริก ริยาด ญิดดะฮ์ มัสกัต ดูไบ ลอสแองเจลิส และนิวยอร์กในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และยังมีแผนการพิเศษสำหรับลอนดอนด้วย แต่ทางบริษัทขออุบไว้ก่อน

          คุณพาร์คเกอร์กล่าวสรุปว่า “แบรนด์น้ำหอมของเรา รวมถึงแบรนด์น้ำหอมอื่นๆที่เรานำมาจำหน่ายในร้านกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก เราจึงมีแผนบุกตลาดโลกด้วยขยายสาขาใหม่ 200 สาขาภายในปี 2563 ซึ่งแม้จะดูท้าทาย แต่เราเชื่อว่าเราทำได้ หลักปรัชญา “Pure Oud, Pure Luxury” ของเรากำลังก้องไกลไปทั่วโลก และเราจะเดินหน้าอย่างสุดความสามารถเพื่อรักษาพลังขับเคลื่อนนี้และตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่อไป”

          หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

          ชาร์ลอตต์ เมดิก

          ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดประจำยุโรป

          อีเมล: charlotte.medigue@fragrancedubois.com

          โทร. +41 22 707 7330

          ซาแมนธา ธาม

          ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดประจำเอเชีย

          อีเมล: samantha.tham@asiaplantationcapital.com

          มือถือ: +65 6634 4707

          เกี่ยวกับ Fragrance Du Bois

          Fragrance Du Bois เป็นแบรนด์น้ำหอมสุดหรูที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยถือกำเนิดขึ้นจากแก่นแท้ของธรรมชาติและรังสรรค์โดยเหล่านักผสมน้ำหอมรุ่นที่ห้า ผู้สานต่อการผลิตน้ำหอมแบบฉบับเมืองกราสส์ของฝรั่งเศสที่สืบทอดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 น้ำหอมทุกขวดของ Fragrances Du Bois สร้างสรรค์ขึ้นจากน้ำมันกฤษณาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่เหนือชั้นกว่าด้วยความหรูหราทั้งในแง่ของความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว น้ำมันกฤษณาที่ใช้ในน้ำหอมของเราล้วนผลิตขึ้นจากแหล่งปลูกต้นกฤษณาของเราเอง ซึ่งรับประกันว่าผลิตตามหลักจรรยาบรรณและหลักความยั่งยืน