สวีเดนเตรียมจัดการประชุมสุดยอดธุรกิจครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–8 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

หน่วยงานต่างๆของสวีเดนพร้อมใจกันจัดการประชุม “Sweden – Southeast Asia Business Summit” ครั้งปฐมฤกษ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 21-22 กันยายน 2559 ที่สิงคโปร์  

บริษัทสัญชาติสวีเดนราว 600 แห่งจากภาคส่วนต่างๆ ตั้งแต่ภาคการบริการ การผลิต ไปจนถึงการค้าปลีก เตรียมมารวมตัวกันที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการประชุม Sweden – Southeast Asia Business Summit ซึ่งร่วมกันจัดขึ้นโดยสถานทูตสวีเดนและสถานทูตสิงคโปร์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อดึงดูดนักธุรกิจชั้นนำและผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจทั้งจากสวีเดนและประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการประกอบธุรกิจในภูมิภาคอันคึกคักแห่งนี้ 

Hakan Jevrell เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำสิงคโปร์ กล่าวว่า “เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซีอีโอและผู้บริหารบริษัทจำเป็นต้องเข้าใจถึงสภาวการณ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างถ่องแท้ การประชุม Sweden – Southeast Asia Business Summitจึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ทุกท่านจะได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกจากผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมและผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบาย อีกทั้งยังได้มีโอกาสพบปะกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพอีกด้วย” 

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรมากกว่า 650 ล้านคน และกลุ่มชนชั้นกลางมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเศรษฐกิจจีนกำลังประสบภาวะชะลอตัวในขณะนี้ แต่เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 5-6% ต่อปีในช่วงทศวรรษหน้า ภูมิภาคนี้จึงเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนยังมีแนวโน้มว่าจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของภูมิภาคอีกด้วย 

ผู้แทนคนสำคัญจากภาคการเมืองและภาคธุรกิจของสวีเดนที่จะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย Mr. Mikael Damberg รัฐมนตรีกระทรวงวิสาหกิจและนวัตกรรมMrs.Ylva Berg ซีอีโอของ Business Sweden หรือสภาส่งเสริมการค้าและการลงทุนแห่งสวีเดนMr. Marcus Wallenberg ประธานบอร์ดบริหาร SEB และSAAB Group & Foundation Asset Management, Mr.Magnus Bocker ประธานบริหารของ Blibros และอดีตซีอีโอของ Singapore Exchange รวมถึงตัวแทนท่านอื่นๆอีกมากมาย การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของ “Team Sweden” ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันประกอบด้วยสถานทูตสวีเดน สภาส่งเสริมการค้าและการลงทุนแห่งสวีเดน ตลอดจนสมาคมผู้ประกอบธุรกิจและหอการค้าในแต่ละประเทศ 

เรายินดีต้อนรับผู้ประกอบธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ 

หากต้องการข้อมูล รูปภาพ หรือการรับรองเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

Catharina Jevrell

หัวหน้าฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์

อีเมล: catharina@jevrell.se

โทร. +65-85024237

เว็บไซต์: www.sweden-sea.com/press

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุม Sweden – Southeast Asia Business Summit ได้ที่ www.sweden-sea.com

“ดีลอยท์” เปิดเผยรายได้ประจำปีงบการเงิน 2559 โต 9.5% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.68 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–7 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          — ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยทุกภาคธุรกิจ ภูมิภาค และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์

          — มีการจ้างงานใหม่เกือบ 72,000 ตำแหน่ง

          บริษัทสมาชิกในเครือบริษัทดีลอยท์ (Deloitte) รายงานรายได้รวมแตะ 3.68 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปีงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 (ปีงบการเงิน 2559) ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อคำนวณตามสกุลเงินท้องถิ่น

Deloitte Logo / As used in this document, "Deloitte" means Deloitte LLP. Please see www.deloitte.com/us/about for a detailed description of the legal structure of Deloitte LLP and its subsidiaries. Certain services may not be available to attest clients under the rules...

As used in this document, “Deloitte” means Deloitte LLP. Please seehttp://www.deloitte.com/us/about for a detailed description of the legal structure of Deloitte LLP and its subsidiaries. Certain services may not be available to attest clients under the rules and regulations of public accounting. (PRNewsFoto/Deloitte)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160614/379251LOGO

          “การเติบโตของดีลอยท์ในปีที่ผ่านมานั้น สะท้อนถึงคุณค่าที่จับต้องได้ รวมถึงบริการวิชาชีพอันเป็นเลิศที่เราได้มอบให้กับลูกค้า” คุณพูนิต เรนเจน ซีอีโอของดีลอยท์ โกลบอล กล่าว “ดีลอยท์มีความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จในเวทีธุรกิจระดับโลก ซึ่งกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนและการเข้ามาของเทคโนโลยียุคดิจิทัล เช่นเดียวกับในฐานะผู้ให้บริการ ซึ่งช่วยให้ตลาดการเงินโลกเดินหน้าต่อไปอย่างที่ควรจะเป็น”

          การให้ความสำคัญกับลูกค้าช่วยหนุนการเติบโตทั่วทุกธุรกิจหลักและภูมิภาคทางภูมิศาสตร์

          การที่ดีลอยท์สามารถมอบความพึงพอใจให้กับลูกค้าในทั่วทุกภูมิภาคทางภูมิศาสตร์และขอบข่ายบริการนั้น ส่งผลให้ธุรกิจหลักทั้ง 5 ของบริษัทเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบบัญชี การให้คำปรึกษา ให้คำปรึกษาด้านการเงิน การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนภาษีและกฎหมาย ขณะที่ธุรกิจให้คำปรึกษามีการเติบโตในอัตราตัวเลขสองหลักทั่วโลก โดยมีจุดสำคัญอยู่ที่:

          – ธุรกิจการบริหารความเสี่ยงโตเกือบ 22.5% ซึ่งมากที่สุดเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากบริการด้านไซเบอร์และการกำกับดูแลที่ได้รับความต้องการสูง

          – ธุรกิจให้คำปรึกษาโต 10.8% โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากบริการแบบบูรณาการซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้น เพื่อรองรับการพลิกโฉมสู่ยุคดิจิทัล การวางระบบ ระบบทรัพยากรมนุษย์ และโครงการด้านกลยุทธ์

          – ธุรกิจด้านภาษีและกฎหมายโต 10.0% ในปีงบการเงิน 2559 ทำสถิติเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ปีงบการเงิน 2551 โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจด้านกฎหมาย ซึ่งเติบโตในอัตราตัวเลขสองหลักมาเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน

          การลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อตอบรับกับความต้องการของลูกค้า

          ธุรกิจต่างๆกำลังมองหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงและการเข้ามาของเทคโนโลยี และเพื่อตอบรับกับความต้องการนี้ ดีลอยท์จึงเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจหลักทั้ง 5 ธุรกิจ เพื่อยกระดับศักยภาพชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรมในขอบข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไซเบอร์ M&A การวิเคราะห์ การระดมพลังมวลชน ปัญญาประดิษฐ์ คลาวด์คอมพิวติ้ง เทคโนโลยีดิจิทัล และ Internet of Things (IoT)

          แนวทางการลงทุนที่มีทิศทางชัดเจนเช่นนี้เปิดโอกาสให้ดีลอยท์สามารถ:

          – ลงทุนได้กว่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาตั้งแต่ปี 2551 เพื่อยกระดับคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และความสัมพันธ์ของการตรวจสอบบัญชี โดยลงทุนครอบคลุมในเรื่องของระบบการทำงานอัตโนมัติ ซึ่งพลิกโฉมขั้นตอนการทำงานประจำ เช่นเดียวกับระบบวิเคราะห์ที่สามารถเจาะข้อมูลได้ลึกและรอบด้านยิ่งขึ้น

          – ต่อยอดเทคโนโลยีและทรัพย์สินด้านบริการทางการเงิน เช่น ศูนย์ Financial Services Blockchain Lab แห่งใหม่ในไอร์แลนด์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ดีลอยท์สามารถเร่งรัดขั้นตอนจากแนวคิดให้กลายเป็นต้นแบบ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ในทำนองเดียวกัน เครือข่าย Financial Crime Strategy & Response Network ที่ดีลอยท์ได้จัดตั้งขึ้นนั้น ยังช่วยให้สถาบันการเงินทั้งหลายสามารถเดินหน้าทางกลยุทธ์ เพื่อจัดการกับภัยคุกคามที่กำลังปรากฏให้เห็น ทั้งการฟอกเงิน อาชญากรรมไซเบอร์ การฉ้อโกง และการทุจริต

          – จัดตั้งเครือข่ายศูนย์ Cyber Intelligence Centers ทั่วโลก ซึ่งนำเสนอโซลูชั่นเสริมที่ปรับแต่งได้ เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆสามารถดำเนินงานได้อย่างปลอดภัย รอบคอบ และยืดหยุ่น ท่ามกลางภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่นับวันยิ่งยุ่งยากซับซ้อน

          – ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแสดงข้อมูลด้วยภาพภายในธุรกิจ M&A ของดีลอยท์ เพื่อยกระดับศักยภาพของลูกค้าในการวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมมาจากการสอบทานธุรกิจ

          – เปิดตัวแอพพลิเคชั่นระดมพลังมวลชน เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆสามารถงัดใช้ข้อได้เปรียบจากฝูงชนภายนอกองค์กร พร้อมเข้าถึงความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะจุดที่หาได้ยาก ทั้งยังช่วยให้สามารถประสานงานเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือแนวคิดใหม่ๆ เช่นเดียวกับการออกแบบ สร้าง และทดสอบทรัพย์สินดิจิทัลใหม่ๆด้วย

          – ลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีและทรัพย์สินใหม่ๆ เพื่อตอบรับกับความต้องการเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างเช่น บริษัทวิทยาศาสตร์ชีวภาพและบริการสุขภาพสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเร่งการเปลี่ยนความคืบหน้าด้านการแพทย์ ให้นำไปปฏิบัติได้ในทางคลินิก และยังสามารถยกระดับผลลัพธ์ของผู้ป่วย บริหารจัดการสุขภาพแก่ประชากรหลายกลุ่ม และบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

          นอกเหนือจากเทคโนโลยีแล้ว ดีลอยท์ยังมีการลงทุนในรูปแบบของการจับมือเป็นพันธมิตรที่มีความพิเศษและทรงอิทธิพล ร่วมกับบรรดาองค์กรชั้นแนวหน้ารายใหญ่ๆ เช่นเดียวกับบริษัทที่มีผลงานน่าจับตามอง ด้วยเหตุนี้เอง ดีลอยท์จึงสามารถสร้างสรรค์โซลูชั่นดิจิทัลที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ เพื่อให้ลูกค้าสามารถตอบรับกับอุปสรรค เร่งการเปลี่ยนโฉม และพัฒนาโมเดลใหม่ๆเพื่อส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ

          สร้างงาน และพัฒนาผู้นำ

          ในปีงบการเงิน 2559 ดีลอยท์ได้เพิ่มจำนวนบุคลากรทั่วโลกในทุกภูมิภาคทางภูมิศาสตร์และขอบข่ายธุรกิจ ดีลอยท์มีบุคลากรเพิ่มขึ้น 8.5% ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา โดยดีลอยท์ได้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเกือบ 72,000 ตำแหน่งในปีงบการเงินล่าสุด ปัจจุบันมีพนักงาน 244,400 คนทั่วโลก

          ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับความเป็นผู้นำในทุกระดับขั้นขององค์กร เมื่อไม่นานมานี้ ดีลอยท์จึงได้เปิดตัวมหาวิทยาลัย Deloitte University (DU) แห่งที่ 4 ได้แก่ DU Asia Pacific ซึ่งตั้งอยู่ในสิงคโปร์ โดยมหาวิทยาลัยแห่งใหม่นี้เป็นการสานต่อความสำเร็จของ DU ในเมืองเวสต์เลค รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา DU Europe, the Middle East, and Africa ทีเมืองลาฮุลเป ประเทศเบลเยียม และเมืองชานทิลลี ประเทศฝรั่งเศส เช่นเดียวกับ DU India ที่เมืองไฮเดอราบาด ประเทศอินเดีย

          คุณเรนเจน กล่าวว่า “ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกับความท้าทายให้กับลูกค้า หรือความท้าทายทางสังคมที่ครอบคลุมยิ่งกว่า เราหมั่นฝึกฝนให้ทีมงานของเรารู้จักคิดการใหญ่ เกี่ยวกับผลกระทบที่พวกเขามีส่วนสร้างเมื่อทำงานกับดีลอยท์ โดยเราเชื่อว่าเป้าหมายดังกล่าว ประกอบกับวัฒนธรรมของเราในการไม่หยุดขวนขวายหาความรู้ เป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดบุคลากรมากความสามารถ ไปพร้อมกับพัฒนาผู้นำให้มีความแข็งแกร่ง”

          ขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางสังคม

          ดีลอยท์มีความมุ่งมั่นที่จะมอบผลลัพธ์อันดีให้กับทั้งโลก ซึ่งสิ่งนี้ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นจากผลงานที่เราได้สร้างให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเห็นได้จากโครงการตามพื้นที่ต่างๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาท้าทายทางสังคมและชุมชนด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในปีงบการเงิน 2559 ทีมงานของดีลอยท์ได้ทุ่มเทเวลาไปแล้วกว่า 1.3 ล้านชั่วโมง ในโครงการที่ปราศจากค่าตอบแทนและโครงการจิตอาสา โดยเครือข่ายของดีลอยท์ได้มอบเงินสนับสนุนเป็นจำนวนกว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐแก่องค์กรไม่แสวงผลกำไร เมื่อคำนวณรวมกันแล้ว ประมาณการว่ามีมูลค่ากว่า 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          “เราก้าวนำเหนือคำว่าธุรกิจอย่างที่เคยทำเรื่อยมา” คุณเรนเจนกล่าว “เราใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของเราทั่วโลก รวมถึงศักยภาพ ประสบการณ์ และข้อมูลเจาะลึก เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ”

          หมายเหตุ:

          – อัตราการเติบโตทั้งหมดที่ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้คำนวณในรูปสกุลเงินท้องถิ่น เว้นแต่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น

          – สามารถรับชมข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้ทางเว็บไซต์ http://www2.deloitte.com/global/en/pages/about-deloitte/articles/global-revenue-announcement.html

          เกี่ยวกับดีลอยท์

          ดีลอยท์ หมายถึงบริษัทแห่งเดียวหรือหลายแห่งในเครือบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ จำกัด (DTTL) ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนโดยหลักประกันของอังกฤษ รวมถึงเครือข่ายบริษัทสมาชิก และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับบริษัท DTTL (หรือหมายถึง “ดีลอยท์ โกลบอล”) และบริษัทสมาชิกแต่ละแห่งแยกจากกันทางกฎหมายและมีความเป็นอิสระ DTTL ไม่ได้ให้บริการแก่ลูกค้า รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DTTL และบริษัทสมาชิกได้ที่เว็บไซต์ www.deloitte.com/about

          ดีลอยท์ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี การให้คำปรึกษา ให้คำปรึกษาด้านการเงิน การบริหารความเสี่ยง ภาษี และบริการที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ลูกค้าทั้งในภาครัฐและเอกชนในหลากหลายวงการ ดีลอยท์ให้บริการบริษัทที่ติดอันดับ Fortune Global 500(R) เป็นสัดส่วนถึง 4 ใน 5 ด้วยเครือข่ายบริษัทสมาชิกในกว่า 150 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ดีลอยท์จึงมีศักยภาพสูงในการนำเสนอบริการชั้นเลิศให้แก่ลูกค้า ตลอดจนนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็นสำหรับการรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจที่มีความซับซ้อนที่สุด สามารถรับชมการทำงานของพนักงานดีลอยท์ที่มีอยู่ประมาณ 244,400 คน ซึ่งล้วนมีส่วนสร้างผลลัพธ์ที่สำคัญได้ทางFacebookLinkedIn หรือ Twitter

นครหนานหนิงผลักดันโครงการ “Six Major Upgrading” มุ่งยกระดับการพัฒนา เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หนานหนิง, จีน–7 ก.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์ 

          หนานหนิง เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน ได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงกว่าระดับเฉลี่ยของประเทศในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา 

          คุณหวาง เสี่ยวตง สมาชิกคณะกรรมการถาวรพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเมืองหนานหนิง กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า หนานหนิงได้ผลักดันโครงการ “Six Major Upgrading” ประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านและยกระดับอุตสาหกรรม การยกระดับ “Nanning Channel” การยกระดับ Green City การยกระดับการปฏิรูป การยกระดับหลักนิติธรรมในหนานหนิง และการยกระดับสุขภาวะของประชาชน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจระดับโลก 

          เพื่อที่จะสนับสนุนโครงการยกระดับเหล่านี้ หนานหนิงจะมุ่งมั่นส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพของอุตสาหกรรม บ่มเพาะอุตสาหกรรมนวัตกรรม ตลอดจนจัดสรรผลประโยชน์และทรัพยากรเพื่อพัฒนา 3 อุตสาหกรรมหลัก อันได้แก่ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตอุปกรณ์ขั้นสูง และชีวการแพทย์ ยิ่งไปกว่านั้น หนานหนิงยังจะยกระดับการเปิดกว้างสำหรับประเทศในภูมิภาคอาเซียน สร้างศูนย์กลางเชื่อมต่อระหว่างกันเพื่อเอื้อต่อการดำเนินแผนริเริ่ม Belt and Road Initiative และยกระดับงานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (China-ASEAN Expo) รวมทั้งดึงดูดให้ประเทศและภูมิภาคต่างๆ เข้ามาตั้งสถานกงสุลในเมืองหนานหนิงเพิ่มขึ้น เพื่อกระชับความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างกัน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างศูนย์กลางการขนส่งระหว่างประเทศในระดับภูมิภาค เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการแวะพักที่สนามบินอูซูได้ 72 ชม. โดยไม่ต้องใช้วีซ่า ตลอดจนปรับปรุงสภาพแวดล้อมเชิงนิเวศ และส่งเสริมการสร้างพื้นที่เมืองใหม่ 

          ผู้มีอำนาจตัดสินใจของเมืองหนานหนิงวางแผนที่จะเพิ่ม GDP ในปี 2561 ให้เป็นสองเท่าของปี 2553 และเพิ่มรายได้เฉลี่ยของประชากรในเมืองและชนบทในปี 2563 ให้เป็นสองเท่าของปี 2553 เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างสังคมมีกินมีใช้ได้อย่างรอบด้าน 

          หนานหนิง เป็นเมืองเอกระดับมณฑลเพียงแห่งเดียวในประเทศจีนที่มีพรมแดนทั้งทางบกและทางทะเลติดกับประเทศในอาเซียน และอยู่ในตำแหน่งแนวหน้าของจีนที่เปิดรับความร่วมมือกับอาเซียน ทั้งยังทำหน้าที่เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญตามเส้นทางสายไหมทางทะเล นอกจากนี้ หนานหนิงยังเป็นสถานที่จัดงานถาวรสำหรับมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (China-ASEAN Expo) และการประชุมสุดยอดด้านธุรกิจและการลงทุนจีน-อาเซียน(China-ASEAN Business and Investment Summit) อีกด้วย 

          ที่มา: Nanning Municipal Bureau of News

 

          ลิงค์ภาพประกอบ:

           http://asianetnews.net/view-attachment?attach-id=275594

“SuperD” ผู้นำด้านเทคโนโลยีภาพจากจีน เปิดตัว SuperD D1 สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อม Full Display Mode

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซินเจิ้น, จีน–7 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

SuperD บริษัทเทคโนโลยีจากเซินเจิ้น จัดงานเปิดตัว “SuperD D1 สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อม Full Display Mode เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2559 ที่ปักกิ่ง งานนี้ยังถือเป็นการประกาศก้าวเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนอย่างเป็นทางการของ SuperD และมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อื่นๆเช่นกัน ได้แก่ SuperD VR ZERO Helmetและ SuperD VR ONE โดยมีผู้คร่ำหวอดในวงการสมาร์ทโฟนและสื่อกระแสหลักร่วมเป็นสักขีพยานในงานครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปิดศักราชใหม่ให้กับวงการสมาร์ทโฟน พร้อมกันนี้ แขกผู้ร่วมงานยังได้มีโอกาสสัมผัสสมาร์ทโฟน Full Display Mode เครื่องแรกของโลกด้วย

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160906/0861609039-a

Michael Hsu ซีอีโอของ SuperD 

SuperD เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าของโลกที่ได้พัฒนาฐานความรู้อันลึกซึ้งในด้านที่บริษัทเชี่ยวชาญ โดยร่วมมือกับแบรนด์และผู้ผลิตชั้นแนวหน้าของโลกหลายรายทั้งในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอกนิกส์ การแสดงผลดิจิตอล และวิดีโอเกม การรุกเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความคิดชั่ววูบ แต่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีเพื่อปฏิวัติวงการ หลังจากที่บริษัทได้เตรียมความพร้อมและสั่งสมทักษะความชำนาญในด้านที่จำเป็นมาตลอดหลายปี 

งานนี้เปิดโอกาสให้แขกผู้ร่วมงานได้ทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่จาก SuperD ด้วยตัวเอง อันประกอบด้วยเทคโนโลยีระดับสูงและฟีเจอร์ที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน อาทิ ฟังชั่น Full Display Mode ที่สามารถสลับโหมด 2D 3D และ VR ได้อย่างราบรื่น, หน้าจอ 3D ที่ไม่ต้องใส่แว่นสามมิติก็ดูได้, ชิปจับความเคลื่อนไหว 3D/VR และกล้องที่จับสายตาของผู้ใช้ โดยฟีเจอร์เหล่านี้ได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจากแขกทุกท่าน 

SuperD D1 

SuperD D1 ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อม Full Display Mode ที่สามารถสลับการรับชมในโหมด 2D 3D และ VR ได้อย่างราบรื่นด้วยมือข้างเดียว ช่วยให้ผู้ใช้เต็มอิ่มกับประสบการณ์อันเหนือชั้นในการท่องโลก 3D ขณะเดียวกัน จอภาพ 3D LCD ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้สัมผัสเอฟเฟคท์ 3D และVR อย่างเต็มอิ่มโดยไม่ต้องสวมแว่น ประสบการณ์ที่เหลือเชื่อนี้เป็นจริงได้ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยี VR ใหม่ล่าสุดเข้ากับอุปกรณ์สวมศีรษะอัจฉริยะ ผลที่ได้คือโซลูชั่นครบวงจรที่รวมประสิทธิภาพของชิป VR แพลตฟอร์ม VR และอุปกรณ์สวมศีรษะ VR เข้าด้วยกัน นวัตกรรมที่ใช้สร้างสรรค์โซลูชั่นนี้เกิดจากการนำชิปตรวจจับความเคลื่อนไหว VR ของ SuperD มาติดตั้งกับ GPU ของโทรศัพท์มือถือทั่วๆไป ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการประมวลผลภาพ 3D และ VR โดยอาศัยอัลกอริธึม 3D/VRจึงช่วยขจัดปัญหาการคำนวณผลที่ล่าช้าเมื่อสร้างภาพที่ซับซ้อน ลดความหน่วงในการแสดงภาพสู่ระดับต่ำสุด และสร้างภาพที่สอดรับกัน ผลที่ได้คือภาพที่ชัดเจนและแม่นยำในรายละเอียด นอกจากนี้ SuperD D1 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีกล้องหน้าคู่ที่เหนือกว่ากล้องหลังคู่ในสมาร์ทโฟนทั่วๆไป โดยกล้องตัวหนึ่งใช้บันทึกภาพ ส่วนอีกตัวมีไว้จับตำแหน่งดวงตาของผู้ใช้งาน จึงสามารถแสดงภาพได้อย่างเหมาะสมโดยอิงจากตำแหน่งดวงตาและระยะห่างระหว่างศูนย์กลางของลูกตาดำสองข้าง (IPD) ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ 3D ที่คมชัดและสบายตาไม่ว่าจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดก็ตาม

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160906/0861609039-b

SuperD D1 สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อม Full Display Mode 

SuperD VR ZERO Helmet 

SuperD VR ZERO Helmet สามารถสร้างภาพได้ภายในเวลาเพียง 1 วินาทีหลังผู้สวมใส่เคลื่อนไหวร่างกายหรือศีรษะจนองศาการมองเปลี่ยนไป ภาพที่สร้างขึ้นจะเป็นภาพแบบพาโนรามาที่มีรายละเอียดอัดแน่นและแม่นยำ ถือเป็นการมอบประสบการณ์ VR อันสมบูรณ์แบบสมกับที่ทั่วโลกรอคอย SuperD VR ZERO Helmetใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อมอบประสบการณ์ที่เต็มอิ่มและสมบูรณ์อย่างแท้จริง 

SuperD VR ONE 

SuperD VR ONE คือเทคโนโลยีสร้างภาพ VR ด้วยแสงบนจอแสดงผลขนาดเล็ก โดย SuperD ได้บุกเบิกแนวทางใหม่ในการประยุกต์ใช้แสงและสร้างฮาร์ดแวร์ที่ใช้ควบคู่กัน นำไปสู่การแสดงภาพอย่างเหนือชั้นผ่านอุปกรณ์น้ำหนักเบาและบางเป็นพิเศษ แตกต่างจากทุกผลิตภัณฑ์ VR ที่เคยมีมา SuperD VR ONE มีน้ำหนักไม่ถึง 400 กรัม มีขนาดเล็กกว่าอุปกรณ์สวมศีรษะ VR อื่นๆถึง 30% และมาพร้อมจอ Ultra HD LCD แสดงผลที่ความละเอียดกว่า 600 PPI ต่อตาหนึ่งข้าง ขณะที่อัลกอริธึมที่สนับสนุนซอฟต์แวร์สามารถสร้างภาพพาโนรามาที่ขาดไม่ได้ในเกมหรือวิดีโอ VR ด้วยความละเอียดถึง 1080P นอกจากนี้ SuperD VR ONE ยังเป็นการผสมผสานกันระหว่างดีไซน์ภายนอกที่เกิดจากความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้ากับดีไซน์ภายในและฟีเจอร์มากมายจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุดในปัจจุบัน จนได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่การันตีความสามารถเหนือผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งในตลาดฮาร์ดแวร์ VR ที่มีการแข่งขันสูง

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160906/0861609039-c

VR One ผลิตภัณฑ์ VR ใหม่ล่าสุดจาก SuperD 

สมาร์ทโฟน SuperD D1 จะเปิดให้สั่งซื้อทางเว็บไซต์ http://www.jd.com และ www.SuperD.cn พร้อมกันในวันที่ 12 กันยายน ในราคา 1,199 หยวน หรือราว 190 ดอลลาร์สหรัฐ และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 กันยายน

Magnificent Seven – Fragrance Du Bois Announces Expansion Plans for September 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

GENEVA–7 Sep–PRNewswire/InfoQuest

For Oud aficionados and fragrance fans around the world, the French, luxury perfume house, Fragrance Du Bois and its glittering array of products, may soon be even closer.

With existing, beautifully appointed boutiques already turning heads in Singapore, Kuala Lumpur, Bangkok, and at the House of Jovoy in Paris, Fragrance Du Bois will open its doors in no less than seven new locations before the end of September, significantly increasing the global footprint of the young, vibrant brand.

Fragrance Du Bois has realised that the appetite for the 100% pure, natural Oud oil and its associated products is already overwhelming, and continuing to grow, and is addressing this with ambitious plans to cater to an ever-expanding market.

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160907/8521605651-a

The famous Rue du Rhone in Geneva is home to Fragrance Du Bois’ latest flagship boutique in Europe (photo credit to Citizen Hedonist) 

Home to many of the world’s most prestigious, luxury brands, Geneva, Switzerland will soon be playing host to the latest Fragrance Du Bois flagship boutique. With interior design elements that have already captivated customers in Kuala Lumpur, Bangkok and Singapore, the boutique at 8 Rue du Rhône is set to become a landmark for European Oud lovers and “perfumistas”.

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160907/8521605651-b

Fragrance Du Bois will be available in Profumo, Via Brera, Milano Italy (Photo credit to Profumo Milano) 

Staying in Europe, Fragrance Du Bois will be opening along a street that is becoming synonymous with the world of perfumery — the Via Brera, in Milan, Italy — in the heart of a district that has for years now been associated with design, art, innovation and creativity. In association with Profumo — one of the oldest and most respected family-owned perfumeries in Italy — Fragrance Du Bois’ signature sampling trunk and cloche table will take to the retail stage.

In Puerto Banus, Marbella, Spain, Fragrance Du Bois will be tempting the olfactory palates of international jetsetters and fragrance lovers at the house of Niche Perfumes — an exclusive boutique that prides itself on carrying only the most exclusive, innovative products.

Set in the heart of the Middle East, and associated with Oud and all its by-products for thousands of years, Doha, Qatar, was a logical location choice in Fragrance Du Bois’ plans for expansion.

Continuing its synergistic partnership with the House of Jovoy — which is proving so successful and rewarding in Paris, France — Fragrance Du Bois will become an integral part of Jovoy’s new, flagship boutique in the Middle East. Apart from Fragrance Du Bois’ range of exotic fragrances, vintage, rare Oud oils will also be on display, and will be sure to tempt the region’s leading Oud connoisseurs.

Moving east to Asia, Fragrance Du Bois’ opening in Hong Kong has particular significance, both commercially and emotionally.

Hong Kong, or “Fragrant Harbour”, became the officially recorded name after the Treaty of Nanking in 1842, and was so called because of the trade in agarwood (from which Oud oil is derived) that passed through the bustling port more than a century and a half ago. Only one plantation of the Aquilaria species of tree that produces agarwood remains in the territory, and it is now managed on behalf of Fragrance Du Bois.

Fragrance Du Bois will de debuting in East Asia at Hong Kong’s first and only artistic perfume boutique, Parfumerie Trésor, in the city’s Central district at 28 Lyndhurst Terrace, and plans are in place for a unique expression in the FDB range that will contain Oud oil distilled from a plantation in Hong Kong for the first time in more than 100 years.

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160907/8521605651-c

Moving east to Asia, Fragrance Du Bois will be available in Hong Kong at Parfumerie Tresor. 

“As a company, we have always been forward thinking, and aware of the role we play in looking after the environment as well as in protecting endangered species,” said Nicola Parker, Fragrance Du Bois’ Brand Director. “All the Oud we produce is from our own, managed, sustainable plantations, and this also means that we have absolute quality control. The demand for our boutiques and our pure Oud concept is overwhelming, and our expansion plans reflect this. At this juncture, we are only limited by logistics and our creative team’s ability to design and fit new outlets while remaining true to our standards and ethos.”

With new “boutique within a store” concept openings at Robinsons in Kuala Lumpur and Singapore, Fragrance Du Bois will be increasing its outlets around the world by a magnificent seven by the end of September, with plans already in place for Zurich, Riyadh, Jeddah, Muscat, Dubai, Los Angeles and New York in the months ahead. Something special and unique is also in the pipeline for London, but the company is remaining tight lipped for now.

“With the demand for our fragrances, associated products and the guest brands that we also carry,” concluded Parker, “We’re on track for a global presence in some 200 locations by the year 2020, and while it seems daunting, we believe we can do it. Our mantra ‘Pure Oud, Pure Luxury’ is reverberating around the world, and we will do our very best to maintain the momentum, and keep up with the demand.”

Notes for Editors:

For further information, please contact:

Charlotte Medigue
PR & Marketing Executive – Europe
Email: charlotte.medigue@fragrancedubois.com
Tel: +41 22 707 7330

Samantha Tham   
PR & Marketing Executive – Asia
Email: samantha.tham@asiaplantationcapital.com
Mobile: +65 6634 4707

About Fragrance Du Bois

Fragrance Du Bois is a niche luxury perfume house born from the richest essences of nature, crafted by fifth generation perfumers from the 17th century French traditions of Grasse. At the heart of all Fragrance Du Bois’ creations is our signature Oud that exudes the ultimate in luxury, being both distinctive and unique. All the Oud used by Fragrance Du Bois is produced on our own sustainably managed plantations, and is guaranteed to be ethically and sustainably sourced.

องค์กรสหพันธ์ทันตกรรมโลก (FDI) ออกสมุดปกขาวแนะวิธีการรับมือฟันผุอย่างครอบคลุม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พอซนาน, โปแลนด์–7 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

องค์กรสหพันธ์ทันตกรรมโลก (FDI World Dental Federation) ได้ออกสมุดปกขาวในหัวข้อ “การป้องกันและจัดการฟันผุ” ภายใต้โครงการความร่วมมือเพื่อป้องกันฟันผุร่วมกับ “คอลเกต” โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการป้องกันและจัดการฟันผุสำหรับให้ทุกฝ่ายปฏิบัติร่วมกัน ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพช่องปาก ผู้กำหนดนโยบาย และประชาชนทั่วไป

 FDI Logo / FDI World Dental Federation (PRNewsFoto/FDI World Dental Federation)

FDI World Dental Federation (PRNewsFoto/FDI World Dental Federation)

โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160831/402993LOGO 

ดร.แพทริค เฮสคอต ประธานของ FDI กล่าวว่า “โรคฟันผุที่ไม่ได้รับการรักษานั้น ส่งผลกระทบต่อประชากรโลกเกือบครึ่งหนึ่ง (ราว 44%) ถึงกระนั้นก็ยังมีอีกหลายประเทศที่ไม่มีแผนจัดการกับโรคฟันผุอย่างเป็นรูปธรรม พันธกิจของ FDI คือการปกป้องทุกคนจากความเจ็บปวดและการสูญเสียฟันจากโรคฟันผุด้วยกลยุทธ์การป้องกันที่มีประสิทธิภาพ” 

สมุดปกขาวที่เผยแพร่โดย FDI ระหว่างการประชุมทันตกรรมโลกประจำปีที่เมืองพอซนาน ประเทศโปแลนด์ (7-10 กันยายน) ได้อธิบายถึงวิธีที่ทันตแพทย์สามารถนำไปใช้ เพื่อเปลี่ยนจากการแก้ไขฟันผุไปเป็นการป้องกันฟันผุ พร้อมกับเน้นย้ำว่าการทำเช่นนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายบังคับใช้มาตรการป้องกันโรคฟันผุให้ครอบคลุมประชากรทั้งหมด (เช่น การแจกจ่ายฟลูออไรด์ การเก็บภาษีอาหารและเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง) ส่วนผู้จ่ายเงินแทนผู้รับบริการก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินที่ล้าสมัยเช่นกัน 

ศ.ไนเจล พิตส์ ผู้ร่วมจัดทำสมุดปกขาว กล่าวว่า “การมีสุขภาพช่องปากที่ดีถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน อย่างไรก็ตาม ประชากรมากกว่า 3.9 พันล้านคนทั่วโลกยังคงได้รับผลกระทบจากโรคในช่องปาก เนื่องจากยังไม่มีระบบควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น เราจึงรวบรวมทางออกของโรคฟันผุที่มีหลักฐานสนับสนุนไว้ในสมุดปกขาวเล่มนี้ ซึ่งควรนำไปปฏิบัติทั้งในระดับคลินิกและระดับนโยบายอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพช่องปากสามารถดูแลคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”  

ดร.มาร์ชา บัตเลอร์ รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากของคอลเกต กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ได้ให้การสนับสนุนโครงการความร่วมมือเพื่อป้องกันฟันผุ ซึ่งนอกจากจะมอบสื่อความรู้คุณภาพสูงให้แก่โครงการต่างๆขององค์กรสมาชิก FDI แล้ว ยังมุ่งที่จะแก้ปัญหาโรคฟันผุในระดับประเทศผ่านการมอบรางวัล FDI Smile Awards จำนวน 2 รางวัล โดยผู้ชนะในปีนี้คือสมาคมทันตกรรมจากปาเลสไตน์และกัมพูชา และเราเต็มใจอย่างยิ่งที่จะให้การสนับสนุนโครงการต่างๆในปีต่อไป” 

สมุดปกขาวสรุปว่า สิ่งที่ชุมชนสุขภาพช่องปากและผู้กำหนดนโยบายต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ

สนับสนุนความพยายามในการป้องกันโรคฟันผุทั้งในระดับส่วนบุคคลและระดับประชากร

ปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการโรคฟันผุ

ส่งเสริมการเปลี่ยนนิยามของการศึกษาโรคฟันผุ

ผลักดันให้มีการผนวกสุขภาพช่องปากไว้ในนโยบายสุขภาพทั่วไป

เข้าร่วมการทบทวนกระบวนการออกเงินชดเชยค่าพยาบาลอันเกิดจากการป้องกันและจัดการโรคฟันผุ

สนับสนุนการป้องกันและจัดการโรคฟันผุด้วยการใช้ข้อมูลและหลักฐานสนับสนุน 

ศ.โดเมนิค ซีโร ผู้ร่วมจัดทำสมุดปกขาว กล่าวว่า “องค์กรและกลุ่มต่างๆในวงการทันตกรรมต่างเรียกร้องให้มีการป้องกันโรคฟันผุอย่างมีประสิทธิภาพและรักษาโครงสร้างฟันให้แข็งแรงมานานกว่า 20 ปีแล้ว ตอนนี้เราต้องหยุดพูดและเริ่มลงมือทำ ซึ่งสมุดปกขาวเล่มนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก” 

เกี่ยวกับโครงการความร่วมมือเพื่อป้องกันฟันผุ (Caries Prevention Partnership) 

http://www.fdiworldental.org/caries-prevention 

เกี่ยวกับผู้เขียน 

ศ.ไนเจล พิตส์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ Dental Innovation & Translation Centre King’s College London 

ศ.โดเมนิค ซีโร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ Oral Health Research Institute Indiana University School of Dentistry อีเมล: dzero@iu.edu 

เกี่ยวกับองค์กรสหพันธ์ทันตกรรมโลก (FDI)  

FDI เป็นตัวแทนหลักของทันตแพทย์กว่า 1 ล้านคนทั่วโลก สมาชิกขององค์กรประกอบด้วยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและสมาคมทันตกรรมระดับชาติกว่า 200 แห่ง ในกว่า 130 ประเทศ วิสัยทัศน์ขององค์กรคือ การเป็นผู้นำในการทำให้ประชากรโลกมีสุขภาพช่องปากที่ดี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.fdiworldental.org, http://www.facebook.com/FDIWorldDentalFederation และ https://www.twitter.com/worldentalfed   

เกี่ยวกับคอลเกต-ปาล์มโอลีฟ 

คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (Colgate-Palmolive) คือผู้ผลิตสินค้าสำหรับผู้บริโภคชั้นนำของโลก โดยเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ สินค้าของคอลเกตมีวางจำหน่ายในกว่า 200 ประเทศทั่วโลกภายใต้แบรนด์ซึ่งเป็นที่ยอมรับ ได้แก่Colgate, Palmolive, Softsoap, Irish Spring, Protex, Sorriso, Kolynos, elmex, Tom’s of Maine, Sanex, Ajax, Axion, Soupline, Suavitel, Hill’s Science Diet, Hill’s Prescription Diet และ Hill’s Ideal Balance รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจทั่วโลกของคอลเกตได้ที่ http://www.colgatepalmolive.com 

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

Charanjit Jagait

อีเมล: cjagait@fdiworldental.org

โทร. +41-22-560-81-48

ที่มา: FDI World Dental Federation

Kuang-Chi เปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาในเมืองไหโข่ว เตรียมส่ง Traveler II Beta สู่ขอบอวกาศในปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซินเจิ้น, จีน–7 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Kuang-Chi Group กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเซินเจิ้น ประกาศว่า Traveler II Beta จะส่งสัตว์ขึ้นสู่ขอบอวกาศในระหว่างการทดสอบเที่ยวบินในปีนี้ ซึ่งการประกาศความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในระหว่างพิธีเปิดศูนย์วิจัยเทคโนโลยีขอบอวกาศของบริษัท ในเมืองไหโข่ว มณฑลไห่หนาน ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของประเทศจีน

รูปภาพ-  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160906/0861609140

          Traveler II Beta คืออุปกรณ์การบินที่ใช้สำหรับเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล และเดินทางไปยังขอบอวกาศ ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 20-100 กม. เหนือกว่าระดับการบินของเครื่องบินพาณิชย์มากกว่า 2 เท่า โดยในเดือนมิ.ย. 2558 Traveler ได้ทำการทดสอบเที่ยวบินเที่ยวแรกในนิวซีแลนด์ ที่ความสูง 21 กม. ตามกำหนด และส่งข้อมูลกลับมายังพื้นโลกได้สำเร็จ

          สถาบันเทคโนโลยีแห่งอนาคตไหโขว่ (Haikou Institute of Future Technology) ของบริษัท Kuang-Chi ตั้งอยู่ในนิคมไฮเทคไหโขว่ (Haikou Hi-tech Zone)ซึ่งเป็นนิคมไฮเทคเพียงแห่งเดียวในมณฑลไห่หนาน โดยเมื่อเดือนธ.ค. 2558 ทางสถาบันฯ ได้ลงนามข้อตกลงด้านการพัฒนาและการสำรวจเทคโนโลยีขอบอวกาศ นายหนี่ เฉียง นายกเทศมนตรีเมืองไหโข่ว เผยว่ามีโครงการที่จัดตั้งในนิคมไฮเทคแห่งนี้มากกว่า 40 โครงการนับตั้งแต่ปี 2558 และกว่า 80% ของโครงการเหล่านี้เป็นบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเหมาะสำหรับ Kuang-Chi เป็นอย่างมาก เมื่อพิจารณาจากความทุ่มเทในด้านนวัตกรรม

          ดร. หลิว รั่วเผิง ประธานของ Kuang-Chi กล่าวว่า “ไหโข่วมีทรัพยากรการวิจัยที่ดีที่สุดสำหรับการสำรวจอวกาศ โดย Wenchang Satellite Launch Center นั้นตั้งอยู่ในมณฑลไห่นาน และผู้ปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ต่างอาศัยอยู่ในเมืองไหโข่ว สิ่งเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนการสำรวจขอบอวกาศของเรา” พร้อมกล่าวเสริมว่า มณฑลไห่หนานมีทรัพยากรทางทะเลอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นอาณาบริเวณที่กว้างขวางสำหรับการสังเกตและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอนาคต

          ระบบรองของ Traveler II Beta นั้นสมบูรณ์แล้ว และอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการประกอบและทดสอบ ขณะที่เครื่อง Traveler II ที่บังคับด้วยมนุษย์อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการประกอบและการทดสอบเช่นกัน โดยคาดว่าการทดสอบห้องโดยสารจะแล้วเสร็จภายในปี 2559 และจะเริ่มทดสอบการบินได้ในปี 2560 

          Kuang-Chi เป็นบริษัทที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน บริษัทได้ถือกำเนิดขึ้นจากทีมงาน 5 คน กระทั่งปัจจุบันได้ขยายเป็นชุมชนนวัตกรรมระดับโลกที่มีพนักงานมากกว่า 2,400 คน ใน 18 ประเทศและภูมิภาค

          KuangChi Science Limited (00439.HK) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Kuang-Chi มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต และดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกในสาขาต่างๆ เช่น การสำรวจอวกาศอนาคต และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศรายงานฉบับกลาง ระยะเวลา 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2559 ซึ่งระบุว่าบริษัทมีรายได้ประมาณ 312 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 461.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมีผลกำไรประมาณ 105.53  ล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดย Cloud ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการบริการด้านอวกาศอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนบริการสื่อสารอื่นๆ และเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการพาณิชย์ผลิตภัณฑ์แรกของกลุ่มบริษัทนั้น คิดเป็นสัดส่วนถึง 284.73 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงของรายได้ทั้งหมด ขณะที่มูลค่าทางการตลาดของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นเป็นเกือบ 1.73 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงในปัจจุบัน    

          ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

          Kuang-Chi

          อีเมล: xiaokelan@kuang-chi.com

          โทร: +86-181-2625-4673

 

Elan ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง 3 ตำแหน่ง มุ่งผลักดันธุรกิจสู่สากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบกูเนีย, สโลวีเนีย– 7 ก.ย. –พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Elan แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง 3 ตำแหน่ง เพื่อเติมเต็มการเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่โครงสร้างการบริหารงานแบบตะวันตก ดังนี้

Milan Slevec จาก Novartis ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน

Katarina Lavrin Marence จาก Avtotehna ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย ทรัพยากรบุคคล และองค์กร

John Peterson จาก Hunter Marine ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเรือ

Milan Slevec ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินคนใหม่ มีประสบการณ์ครอบคลุมด้านการเงิน การรายงาน และการควบคุม ทั้งยังมีความเชี่ยวชาญด้านบัญชีและการกำกับดูแลทางการเงิน ก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานกับ Novartis, Jungheinrich และ Bayer โดยในระหว่างที่ทำงานกับ Novartis เขาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และมีหน้าที่ดูแลกิจการของบริษัทใน 15 ประเทศในยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออก ทั้งนี้ เขาเข้าร่วมงานกับ Elan เมื่อเดือนสิงหาคม 2016

Blank1 Logo / ELAN (PRNewsFoto/ELAN)

ELAN (PRNewsFoto/ELAN)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160408/353289LOGO )

Katarina Lavrin Marence ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย ทรัพยากรบุคคล และองค์กร เป็นนักกฎหมายที่มีประสบการณ์ยาวนานถึง 18 ปีด้านกฎหมายองค์กร ทรัพยากรบุคคล และการบริหารจัดการ ล่าสุดเธอดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและทรัพยากรบุคคลที่ Avtotehna และก่อนหน้านั้นเคยดำรงตำแหน่งระดับหัวหน้ามาแล้วมากมาย รวมถึงตำแหน่งที่ปรึกษาทางกฎหมายของสหภาพการค้าที่ใหญ่ที่สุดในสโลวีเนีย ทั้งนี้ เธอเข้าร่วมงานกับ Elan เมื่อเดือนมิถุนายน 2016

John Peterson ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเรือ มีประสบการณ์ด้านเรือเร็วและเรือใบมานานถึง 28 ปี เขาเคยดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายขายและการตลาดของ Hunter Marine ตั้งแต่ปลายยุค 90 จนถึงปี 2006 ซึ่งเป็นช่วงที่ Hunter Marine ขึ้นเป็นผู้นำตลาดในสหรัฐอเมริกา และตั้งแต่ปี 2006-2014 เขาได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานบริษัทและเป็นสมาชิกบอร์ดบริหารด้วย นอกจากนี้ เขายังได้รับเลือกให้เป็นประธานสมาคม Sail America และได้รับรางวัล Sailing Industry Leadership Award ในปี 2007

Jeffrey Tirman หัวหน้ากรรมการบริหารของ Elan กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้บุคคลมากความสามารถมาร่วมงาน ภาวะผู้นำและประสบการณ์ของทั้งสามคนจะช่วยเติมเต็มการเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีความพร้อมและความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก”

เกี่ยวกับ ELAN

Elan d.o.o. คือบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลากหลาย ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1945 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเบกูเนีย ประเทศสโลวีเนีย ในปี 2015 บริษัทถูกซื้อกิจการโดยกลุ่มนักลงทุนเอกชนระหว่างประเทศ ธุรกิจหลัก 4 อย่างของ Elan ประกอบด้วย 1) ส่วนประกอบที่ล้ำสมัยและมีเทคโนโลยีขั้นสูง สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและอุตสาหกรรมพิเศษอื่นๆ 2) อุปกรณ์กีฬา ซึ่ง Elan เป็นผู้บุกเบิกและผู้นำของโลกในธุรกิจนี้ 3) เรือใบประสิทธิภาพสูงสำหรับใช้ในการแข่งขันและการสันทนาการ และ 4) โซลูชั่นด้านวิศวกรรมสำหรับสนามกีฬาทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ info@elan.si หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์http://www.elan.si

ติดต่อ

Mrs. Tatjana Justin

อีเมล: tatjana.justin@elan.si

โทร. +386-(0)4-5351-101

ที่มา: ELAN

งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ CIFF ครั้งที่ 38 ที่เซี่ยงไฮ้ เปิดเวทีให้ซัพพลายเออร์และผู้ซื้อจากทั่วโลกได้พบกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–7 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ China International Furniture Fair หรือ CIFF ครั้งที่ 38 (เซี่ยงไฮ้) เปิดฉากแล้วระหว่างวันที่ 7-10 กันยายน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ (NECC) ในนครเซี่ยงไฮ้ ภายในงานมีการจัดอีเวนท์ระดับมืออาชีพมากกว่า 40 รายการจากผู้คร่ำหวอดในวงการ ซึ่งรวมถึง Pinnacle Awardsหรือที่รู้จักกันในฐานะรางวัลออสการ์ของวงการเฟอร์นิเจอร์อเมริกา ซึ่งมาเดินสายที่จีนเป็นครั้งแรกและเข้าร่วมจัดแสดงในงานนี้

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160906/0861609105

งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ China International Furniture Fair หรือ CIFF ครั้งที่ 38 (เซี่ยงไฮ้) เปิดฉากขึ้นในวันที่ 7 กันยายน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ (NECC) ในย่านหงเฉียว นครเซี่ยงไฮ้

ผังการจัดงาน (ภาษาอังกฤษ)

China International Furniture CIFF Shanghai / The China International Furniture Fair (CIFF) will open the 38th CIFF (Shanghai) on September 7 at the National Exhibition and Convention Center (NECC) in Hongqiao, Shanghai. (PRNewsFoto/China International Furniture)

The China International Furniture Fair (CIFF) will open the 38th CIFF (Shanghai) on September 7 at the National Exhibition and Convention Center (NECC) in Hongqiao, Shanghai. (PRNewsFoto/China International Furniture)

http://photos.prnewswire.com/prnh/20160906/404175

งานครั้งนี้จัดขึ้นในธีม “Modern Home Furniture, Innovation for New Life” และประกอบด้วยอีเวนท์ต่างๆมากมาย รวมถึงการจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์และการประชุมเชิงธุรกิจ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการสื่อสารระหว่างซัพพลายเออร์และผู้ซื้อในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ทั่วโลก

งาน CIFF ครั้งที่ 38 ยังเชิญผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติ อาทิ ผู้ชนะรางวัล Pinnacle Awards, ผู้ที่มาเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20, Cristobal Gabarronศิลปินดังชาวสเปน และ Alvaro Siza สถาปนิกชาวโปรตุเกสเจ้าของรางวัล Pritzker Prize มาร่วมพูดคุยถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในงานนี้ด้วย

ในส่วนของ EAST Design Show จะเน้นนำเสนอในเรื่องของ “สีสัน” โดยมีการจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ชั้นนำมากมายในเอเชีย มีเวิร์กช็อปสำหรับนักเรียนนักศึกษา นอกจากนั้นยังมีสตูดิโอสำหรับผู้ร่วมงานทั่วไปและสำหรับสื่อมวลชน เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สนุกสนานไปกับสีสันอันสดใส ทั้งยังเป็นการโปรโมทเฟอร์นิเจอร์ชั้นยอดของโลกตะวันออกด้วย

สำหรับผู้ซื้อที่สนใจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานสามารถไปได้ที่โซน office pavilion และร่วมชม “Fashion Office” ซึ่งเป็นการนำเสนอสำนักงานแห่งอนาคตในรูปแบบของแฟชั่นโชว์ การแสดงเฟอร์นิเจอร์อันตระการตา รวมถึงสำนักงานอีคอมเมิร์ซอัจฉริยะ 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดประชุม China Furniture Industry Forum ควบคู่กันไปด้วย โดยเหล่าผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมจากทั่วโลกจะมาพูดคุยเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรต่างๆ การพัฒนานวัตกรรม ไปจนถึงโอกาสท่ามกลางอุตสาหกรรมการผลิตที่กำลังซบเซาทั่วโลก

งาน CIFF ครั้งที่ 38 จัดบนพื้นที่มากถึง 400,000 ตารางเมตร โดยมีผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรม ผู้ค้า และนักออกแบบกว่า 200 รายจากกว่า 30 ประเทศให้เกียรติเข้าร่วมงาน นอกจากนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้แก่ผู้เยี่ยมชมงาน ทางผู้จัดจึงได้ยกเครื่องบริการต่างๆให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับปรังปรุงการเดินทางภายในพื้นที่จัดงาน เพื่อให้ผู้มาเยือนไปถึงโซนที่ต้องการได้อย่างสะดวกสบาย

สมาชิกของคณะกรรมการจัดงาน CIFF ครั้งที่ 38 กล่าวว่า “CIFF คืองานแสดงเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำของจีนที่ยึดมั่นในการสร้างสรรค์ คุณภาพ และนวัตกรรมนับตั้งแต่เริ่มแรก CIFF ไม่ใช่แค่งานแสดงสินค้า แต่เป็นสะพานที่เชื่อมโยงเหล่าผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมจากทั่วโลก ให้มาพบปะพูดคุยและส่งเสริมอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในระดับสากล”

เกี่ยวกับ CIFF 

CIFF คืองานแสดงเฟอร์นิเจอร์งานแรกและงานใหญ่ที่สุดในประเทศจีน สำหรับงานครั้งที่ 38 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของศูนย์การค้าต่างประเทศจีน สมาคมเฟอร์นิเจอร์แห่งกวางตุ้ง สมาพันธ์หอการค้าจีนเพื่อการนำเข้าและส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเบาและงานศิลปะหัตถกรรม และดำเนินงานโดยบริษัท China Foreign Trade Guangzhou Exhibition General Corp

HSRx Biopharmaceutical เปิดตัว HSRx 431(TM) ยาต้านไวรัสชนิดออกฤทธิ์กว้าง ผลทดสอบชี้มีฤทธิ์ที่ส่งผลกับไวรัสซิกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ทัคสัน, แอริโซนา—7 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

HSRx Biopharmaceutical ผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนายาสูตร polyfunctional สำหรับรักษาภาวะของโรคติดเชื้อ รวมถึงภาวะของโรคเรื้อรังที่มีความสัมพันธ์กับความชรา ได้ประกาศยืนยันว่า HSRx 431(TM) ซึ่งเป็นสารต้านไวรัสที่มีศักยภาพในการเป็นยาชนิดรับประทาน (drug candidate) แบบออกฤทธิ์กว้าง (broad-spectrum) ทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการจัดการกับไวรัสซิกา โดยบริษัท HSRx คาดว่า จะเริ่มทดสอบกับมนุษย์ได้ในช่วงต้นปี 2560 และจะเร่งการขออนุมัติตัวยาจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ (FDA)

HSRx Biopharmaceutical Zika virus / SRI International's infectious disease group's HSRx 431(TM) screening effectiveness data against the Zika virus at IC-50 dose levels of ~3 micrograms per ml. (PRNewsFoto/HSRx Biopharmaceutical)

SRI International’s infectious disease group’s HSRx 431(TM) screening effectiveness data against the Zika virus at IC-50 dose levels of ~3 micrograms per ml. (PRNewsFoto/HSRx Biopharmaceutical)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160905/404133

HSRx Biopharmaceutical Logo / HSRx Biopharmaceutical (PRNewsFoto/HSRx Biopharmaceutical)

HSRx Biopharmaceutical (PRNewsFoto/HSRx Biopharmaceutical)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160905/404112LOGO

โครงการศึกษาที่ผ่านการคัดกรอง ซึ่งดำเนินการโดย SRI International ที่ศูนย์ Shenandoah Valley นั้นได้ยืนยันถึงประสิทธิภาพของ HSRx 431 ในการจัดการกับไวรัสซิกา ขณะที่การวิจัยประเภทเข้าสู่ร่างกาย (in vivo) ที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสารดังกล่าว ในการจัดการกับการติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกเดงกีและไวรัสชิคุนกุนยา โดย SRI International จะดำเนินการวิจัยตัวยา HSRx 431 สำหรับการรักษาไวรัสซิกาเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันก็จะมีการวางเกณฑ์วิธีทางคลินิก และยื่นเรื่องไปยัง FDA เพื่อขอทดสอบความปลอดภัยในการจัดการไวรัสซิกากับมนุษย์ด้วย

โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งองค์การอนามัยโลกระบุไว้ว่าเป็นโรคที่ไม่มีวัคซีนหรือยารักษานั้น มียุงลายสายพันธุ์ Aedes aegypti เป็นพาหะ ยุงลายสายพันธุ์นี้พบได้ในทวีปอเมริกา แอฟริกา แคริบเบียน เอเชีย และแปซิฟิก โดยฟลอริดาซึ่งมีผู้ติดเชื้อซิกาหลายร้อยราย และเปอร์โตริโกอีก 5,000 รายเป็นพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ในขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ได้แจ้งไว้ว่า ยุงลายสายพันธุ์ Aedes นี้พบเห็นได้ในประมาณ 30 รัฐทั่วประเทศ ส่วนนพ.แอนโทนี ฟาวซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NIAID) ได้คาดการณ์ไว้ว่า ในปีหน้าประชาชนชาวเปอร์โตริโกสัดส่วน 25% จากทั้งหมด 3.55 ล้านคน คาดว่า จะติดเชื้อไวรัสซิกา

ดร.ฟาวซี และนพ.เดวิด เอ็ม มอเรนส์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านวิทยาศาสตร์ประจำ NIAID ได้เขียนลงในวารสาร New England Journal of Medicine ไว้ว่า: “ในแง่ของการรักษาโรค การแพร่ระบาดของไวรัสที่มีแมลงเป็นพาหะบ่งชี้ว่า แนวทางการรักษาแบบ one-bug-one-drug นั้นยังไม่เพียงพอ โดยขณะนี้มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ในการพัฒนายาต้านไวรัสชนิดออกฤทธิ์กว้าง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการจัดการกับไวรัสทุกชนิด

ดร. โจชัว คอสติน นักวิทยาไวรัสและผู้อำนวยการฝ่ายชีววิทยาของ HSRx กล่าวว่า HSRx 431 ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว โดยแสดงความเห็นว่า “นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับเหตุผลเพิ่มเติม นั่นคือ การอนุมัติวัคซีนต้านทานเชื้อไวรัสซิกาอาจจะมีความยุ่งยากและล่าช้า หากการวิจัยใหม่ๆพบว่า ความเกี่ยวข้องระหว่างเชื้อไวรัสซิกา/ไข้เลือดออก เป็นเรื่องจริง” ดร. ฟาวซี กล่าวว่า “อย่างเร็วที่สุดเราจะมีวัคซีนก็คือในปี 2561 หากทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น”

โดยปกติ ภูมิต้านทานที่สร้างขึ้นจากการติดเชื้อจะช่วยให้สร้างภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อที่จะเกิดขึ้นตามมา แต่
Antibody Dependent Enhancement (ADE) ซึ่งได้มีการรายงานเป็นครั้งแรกว่า ADE เป็นทฤษฎีโดยนายแพทย์สก็อตต์ อัลสเตด หัวหน้าหน่วยงานเกี่ยวกับการแพร่เชื้อไวรัสโดยยุงนั้น ADE ทำให้ไวรัสไข้เลือดออกก่อให้เกิดการติดเชื้อต่างๆตามมา ซึ่งภูมิต้านทานจะทำให้อาการเจ็บป่วยมีความรุนแรงมากขึ้น การวิจัยที่สมบูรณ์เมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่า เซรั่มสำหรับมนุษย์ที่มีภูมิต้านทานไวรัสไข้เลือดออกทำให้การติดเชื้อซิกามีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็น 200 เท่า CDC ระบุว่า กว่า 1 ใน 3 ของประชากรโลกอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อไข้เลือดออก และมีประชาชนที่ติดเชื้อ 400 ล้านคนในแต่ละปี ไวรัสไข้เลือดออกมีถิ่นกำเนิดมาจากเปอร์โตริโก ละตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะแคริบเบียน และคาดว่า จะแพร่ระบาดเข้าสู่สหรัฐในอีกไม่นานเช่นเดียวกับซิกา

โธมัส ซัลลิแวน จูเนียร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HSRx อธิบายว่า “เราได้จดสิทธิบัตรเฉพาะ HSRx 431 เท่านั้น และจดร่วมกับ Oseltamivir (Tamiflu(TM)) และยาต้านไวรัสอื่นๆ ซึ่งช่วยให้ HSRx 431 เป็นยาต้านไวรัสหลายตัวที่ดีที่สุดในการรักษาและป้องกันการติดเชื้อไวรัสหลายอย่างได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งรวมไปถึง ไวรัสซิกา ไวรัสไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา ไข้หวัดใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องระบุสารที่เป็นสาเหตุ CDC ระบุว่า “มีประชาชนหลายล้านคนเจ็บป่วย หลายแสนคนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และหลายหมื่นคนเสียชีวิตจากไข้หวัดในสหรัฐในแต่ละปี การผสมผสานยา HSRx 431 เข้ากับ Oseltamivir จะช่วยพัฒนายาต้านทานไวรัสที่ทั่วโลกต้องการ ยารับประทาน และต่อต้านไวรัสหลายชนิดที่มีอายุการใช้งานและอายุสิทธิบัตรที่ยาวนาน”

เกี่ยวกับ HSRx Biopharmaceutical

HSRx Biopharmaceutical เป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์ในรัฐแอริโซนา ซึ่งเป็นผู้นำในการพัฒนายาสูตร polyfunctional ที่ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหม่ในการรักษาโรคด้วยยา โดยยาสูตรผสมของ HSRx เจาะจงไปที่หลายโมเลกุลเป้าหมายที่มีความเกี่ยวเนื่องกับภาวะของโรค ไม่ใช่แค่โมเลกุลเป้าหมายเดียวเหมือนยารักษาโรคทั่วไป จึงก่อให้เกิดยาที่สามารถรักษาภาวะของโรคได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่อาการของโรคเพียงอาการใดอาการหนึ่ง ยาสูตร polyfunctional ชนิดรับประทานนี้ ได้รับการรับรองทางคลินิกว่ามีความปลอดภัยมากกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าในการรักษาภาวะของโรคเรื้อรังและโรคติดเชื้อหลายประเภท HSRx ใช้เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทในการค้นหาและเก็บสารอาหารที่ช่วยจัดการกับโรคทั้งหลายในอาหารที่ผ่านมาตรฐาน GRAS พร้อมผนวกรวมส่วนประกอบเหล่านี้เข้ากับกลุ่มยาสามัญที่ผ่านการรับรองจาก FDA จนก่อเกิดยาสูตรผสมอันทรงพลังที่มีอายุสิทธิบัตรยาวนาน โดยผลการวิจัยทางคลินิกซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยาสูตรผสมของ HSRx กับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยาสามัญที่ได้รับความนิยมในตลาดนั้น พบว่า ยาสูตรผสมของ HSRxมีประสิทธิภาพเหนือกว่าและมีผลข้างเคียงน้อยกว่า สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ HSRxBiopharmaceutical.com

ติดต่อ:
Matt Russell
Russell Public Communications
โทร. +
1-520-232-9840
อีเมล:
mrussell@russellpublic.com