ดูไบ โอเปรา เปิดม่านการแสดงปฐมฤกษ์อย่างยิ่งใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–31 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– ปลาซิโด โดมิงโก สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการเปิดการแสดง ณ สถานที่สุดอลังการที่ทั่วโลกต่างรอคอยในมหานครดูไบ

ค่ำคืนนี้ทุกสายตาทั่วโลกต่างจับจ้องไปที่มหานครดูไบ เมื่อดูไบ โอเปรา เปิดม่านการแสดงครั้งปฐมฤกษ์ โดยมีผู้โชคดีเพียงไม่กี่ท่านที่ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการแสดงอันน่าทึ่งของ ปลาซิโด โดมิงโก นักร้องอุปรากรเสียงเทเนอร์ผู้โด่งดังระดับโลก พร้อมยลโฉมความงดงามอลังการของสถานที่แห่งนี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

Placido Domingo takes to the stage at the first night of the Dubai Opera. (PRNewsFoto/Dubai Opera)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160830/402505 )

Official shot of Dubai Opera’s first performance – Placido Domingo (interior) (PRNewsFoto/Dubai Opera)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160830/402506 )

บัตรเข้าชมการแสดงปฐมฤกษ์ของดูไบ โอเปรา ถูกขายหมดภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมงที่เปิดขายเมื่อเดือนเม.ย. ทั้งนี้ ดูไบ โอเปรา ต้อนรับแขกผู้เข้าชมตั้งแต่เวลา18.00 น. ด้วยเครื่องดื่มและคานาเป้ ก่อนที่ทุกท่านจะไปยังที่นั่งเพื่อเริ่มชมการแสดงซึ่งจะเป็นที่จดจำไปชั่วชีวิต

แจสเปอร์ โฮป ประธานบริหารของดูไบ โอเปรา กล่าวว่าคืนนี้คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์แห่งเสียงเพลงและท่วงทำนองดนตรี ดูไบ โอเปรา สาดประกายแห่งความงดงามน่าตื่นตะลึงในยามค่ำคืนเมื่อมองจากภายนอก และผู้โชคดีที่มีโอกาสได้เข้าไปยังภายในโรงละครยังสามารถยืนยันได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการที่กู้ก้องด้วยสุดยอดการแสดงอันน่ามหัศจรรย์ของปลาซิโด โดมิงโก ผู้เป็นตำนาน เราตั้งตารอที่จะได้ให้การต้อนรับผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่จะมาเยือนสถานที่แห่งนี้ในอีกไม่กี่วัน ไม่กี่สัปดาห์ และไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมร่วมชมผลงานชิ้นเอกที่จะจารึกไว้กับ ดูไบ โอเปรา ต่อไปในอนาคต

ดูไบ โอเปรา พร้อมแล้วสำหรับการจัดการแสดงอันน่าทึ่งของศิลปินระดับโลก ด้วยสถานที่ที่สามารถจุผู้ชมได้มากถึง 2,000 ที่นั่ง ไม่ว่าจะเป็นอุปรากร ละครเวที คอนเสิร์ต นิทรรศการศิลปะ ออร์เคสตรา ภาพยนตร์ รายการกีฬา และโปรแกรมตามฤดูกาล ก็สามารถเนรมิตให้เกิดขึ้นได้ ณ สถานที่แห่งนี้ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของThe Opera District

ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การรับชมการแสดงระดับโลก ณ สถานที่ที่งดงามที่สุดในดินแดนตะวันออกกลาง โดยสามารถดูตารางการแสดงของดูไบ โอเปราได้ทางเว็บไซต์ และสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแสดง The Pearl Fishers, The Barber of Seville, Opera Without Words, Coppélia, Giselle, Postcards from Vienna, Mozart Gala, Impossible, José Carreras, Vivaldi’s The Four Seasons, Sara Baras, Anoushka Shankar, Béjart Ballet Lausanne, The Nutcracker on Ice และ Slava’s Snowshow ได้ทางออนไลน์ที่ http://www.dubaiopera.com

ที่มา: Dubai Opera

“SMART CHINA” รายการที่จะพาคุณไปสัมผัสความฉลาดล้ำของประเทศจีน ออกอากาศตอนแรก 3 กันยายนทาง Discovery Channel

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–1 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

แฮกเกอร์ชื่อดัง “จอช ไคลน์” รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการความยาว 3 ตอน เพื่อพาทุกท่านไปพบกับสุดยอดนวัตกรรมและบุคคลที่เป็นมันสมองของจีน

เดือนกันยายนนี้ ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางไปพร้อมกับจอช ไคลน์ เพื่อสัมผัสกับสุดยอดการทดลอง เทคโนโลยี และบุคคลที่เป็นมันสมองของจีน รวมทั้งก้าวข้ามขีดจำกัดด้านอัจฉริยภาพของมนุษย์ และมาดูกันว่าจีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำนวัตกรรมของโลกได้อย่างไร ในรายการ “SMART CHINA” ความยาว 3 ตอน ทางช่องDiscovery Channel ออกอากาศตอนแรกในวันที่ 3 กันยายน โดยรายการนี้เป็นส่วนหนึ่งของตารางการออกอากาศในช่วง HOUR CHINA ซึ่งนำเสนอความเป็นเลิศของประเทศจีน

จอช ไคลน์ เป็นแฮกเกอร์ผู้ชื่นชอบการสำรวจตรวจสอบสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ ขั้นตอนการทำงาน ไปจนถึงพฤติกรรมสัตว์ เขาพิจารณาสิ่งเหล่านี้แบบแยกเป็นส่วนๆ ก่อนจะนำมารวมกันอีกครั้งเพื่อสร้างสิ่งที่ดีกว่าเดิมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในรายการ SMART CHINA แต่ละตอน จอชจะพาไปเจาะลึกแนวทางที่จีนใช้ในการพลิกโฉมประเทศ จากเดิมที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก สู่การเป็นห้องปฏิบัติการแห่งการประดิษฐ์คิดค้นและการทำธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างชาญฉลาด สะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น ในขณะที่กำลังก้าวเข้าสู่ศตวรรษต่อไป

รายการนี้จะพาผู้ชมไปพบกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆที่ไม่เหมือนใคร อาทิ รถรางซูเปอร์คาปาซิเตอร์ ระบบติดตามความปลอดภัยอาหาร การสื่อสารด้วยแสงที่มองเห็นได้ แอปเทียบราคา และเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ มาดูกันว่านวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและไลฟ์สไตล์ในจีนได้อย่างไร ทั้งในเรื่องของมลภาวะ การขาดแคลนน้ำ การจราจรที่แน่นขนัด และความปลอดภัยอาหาร

Smart Move

ออกอากาศครั้งแรก 3 กันยายน

จอชออกเดินทางหลายพันกิโลเมตรเพื่อไปพบกับบุคคลที่เป็นมันสมองของจีน เรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมอันโดดเด่นที่คนเหล่านี้สร้างสรรค์ขึ้น พร้อมทั้งผนึกกำลังกับทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อเสาะแสวงหานวัตกรรมที่สามารถแก้ปัญหาการคมนาคมของโลกได้ถึงรากฐาน อาทิ รถรางพลังสูงที่มีตัวเก็บประจุซึ่งสามารถชาร์จไฟได้มากเป็นพิเศษ โดยชาร์จแค่ 10 วินาทีก็สามารถแล่นได้ไกลเกือบ 10 กิโลเมตร ตลอดจนนวัตกรรมสุดอัศจรรย์ที่สามารถพลิกโฉมการขนส่งทางอากาศเชิงพาณิชย์ และนวัตกรรมที่จะทำให้การเดินทางในแต่ละวันสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่าการคมนาคมแห่งอนาคตอยู่ที่นี่แล้ว!

Smart Life

ออกอากาศครั้งแรก 10 กันยายน

ในตอนนี้ จอชจะพาไปพบกับนวัตกรรมที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้อย่างพลิกฝ่ามือ อาทิ เทคโนโลยีน่าทึ่งในการใช้แสงเพื่อส่งผ่านข้อมูลดิจิตอล ซึ่งเร็วกว่าWi-Fi ถึง 10,000 เท่า และแทบไม่สามารถแฮกข้อมูลได้ ระบบติดตามความปลอดภัยอาหารขั้นสูงเพื่อรับประกันความปลอดภัยของอาหารตั้งแต่แหล่งผลิตจนมาถึงมือผู้บริโภค ตลอดจนหุ่นยนต์ที่มีความรู้สึกนึกคิดซึ่งทำจากโลหะ Liquid Metal และจะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา เหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งศตวรรษใหม่ ซึ่งนิยายวิทยาศาสตร์กลายเป็นความจริง

Smart Planet

ออกอากาศครั้งแรก 17 กันยายน

การสร้างโลกแห่งอนาคตให้มีความฉลาดล้ำไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องละทิ้งอดีต แต่แท้จริงแล้วเป็นการผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อสร้างอนาคตที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น จอชจะพาไปสำรวจเทคโนโลยีที่อาจเปลี่ยนชีวิตของเราและสร้างโลกที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในตอนนี้คุณจะได้พบกับโครงการแห่งอนาคตที่แหวกแนว ไม่ว่าจะเป็นสุดยอดนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพื่อขยายขีดความสามารถในการเจริญเติบโตของพืชและการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงรถยนต์ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอัจริยะได้ เปิดทางให้เรามีความปลอดภัยและใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่พลังงานยุคเก่าอย่างถ่านหินก็ได้รับการพลิกโฉมให้เป็นแหล่งพลังงานสะอาดซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังมีเครื่องทำความสะอาดที่สามารถกรองน้ำเสียได้มากถึง 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

รายการ SMART CHINA ผลิตโดย Discovery Channel โดยได้รับความร่วมมือจาก China Intercontinental Communication Center (CICC)

ผลสำรวจครั้งใหญ่เผยจำนวนประชากรช้างสะวันนาแอฟริกาลดลงอย่างน่าใจหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โฮโนลูลู–1 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผลสำรวจดังกล่าวได้รับการเปิดเผยต่อที่ประชุม World Conservation Congress ของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) และจะนำไปสู่การตัดสินใจออกมาตรการอนุรักษ์ทั่วโลกเพื่อความอยู่รอดของช้างแอฟริกา

บริษัท วัลแคน อิงค์ (Vulcan Inc.) ของคุณพอล จี. อัลเลน ได้เปิดเผยผลสำรวจ Great Elephant Census (GEC) ซึ่งเป็นการสำรวจประชากรช้างสะวันนาทั่วทวีปแอฟริกาเป็นครั้งแรก ต่อที่ประชุม World Conservation Congress ของ IUCN โดยเผยให้เห็นว่า จำนวนช้างสะวันนาแอฟริกาลดลงถึง 30% ใน 15 จาก 18ประเทศที่มีการสำรวจ [1]

 

The Elephants Without Borders team flew GEC surveys in their home country of Botswana, which is also home to Africa’s largest elephant population with an estimated 130,451 elephants according to the Census. Dr. Mike Chase, founder of EWB, was the principal investigator of the Great Elephant Census. (Photo credit: Great Elephant Census) (PRNewsFoto/Vulcan Inc.)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160829/402412

คุณพอล อัลเลน นักการกุศลผู้ก่อตั้งบริษัทวัลแคน กล่าวว่า “การสำรวจครั้งใหญ่นี้เป็นการร่วมมือข้ามพรมแดน วัฒนธรรม และอาณาเขต เราทำภารกิจใหญ่สำเร็จแต่สิ่งที่ได้รับรู้กลับทำให้สลดใจ เนื่องจากจำนวนช้างกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว พวกเราต้องร่วมกันรับผิดชอบและทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาไว้ซึ่งพันธุ์สัตว์หายากชนิดนี้

ตลอดระยะเวลา 2 ปี การสำรวจ GEC ได้ใช้วิธีการจัดเก็บและพิสูจน์ข้อมูลที่ได้มาตรฐาน ทำให้สามารถระบุจำนวนและการกระจายตัวของช้างสะวันนาแอฟริกาเกือบทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการสำรวจและวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคตด้วย

จากการสำรวจพบว่า

ช้างสะวันนามีจำนวนลดลง 30% (ราว 144,000 ตัว) ในช่วงปี 2550-2557 [2]

ปัจจุบัน อัตราการลดลงของจำนวนช้างอยู่ที่ 8% ต่อปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบุกรุกเข้าไปล่าสัตว์ ส่วนในช่วงปี 2550-2557 นั้น อัตราการลดลงของจำนวนช้างเพิ่มขึ้นทุกปี

จำนวนช้างใน 18 ประเทศที่มีการสำรวจอยู่ที่ 352,271 ตัว คิดเป็นสัดส่วนราว 93% ของช้างสะวันนาทั้งหมดในประเทศเหล่านี้

– 84% ของช้างในการสำรวจครั้งนี้พบในเขตสงวน ส่วนอีก 16% พบนอกเขตสงวน อย่างไรก็ดี มีการพบซากช้างเป็นจำนวนมากในเขตสงวน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าช้างทั้งในและนอกเขตสงวนล้วนเผชิญกับภัยคุกคาม

ไมค์ เชส หัวหน้าคณะสำรวจ GEC และผู้ก่อตั้งองค์กร Elephants Without Borders กล่าวว่า ถ้าเรายังอนุรักษ์ช้างแอฟริกาไม่ได้ เราก็คงไม่สามารถอนุรักษ์สัตว์ป่าทั่วทั้งแอฟริกาได้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หากมีการใช้เครื่องมือ การวิจัย วิธีการอนุรักษ์ และนโยบายทางการเมืองอย่างถูกต้องเหมาะสม เราจะสามารถอนุรักษ์ช้างไปได้อีกหลายทศวรรษข้างหน้า

นอกเหนือไปจากการทุ่มเทเวลาและความพยายามแล้ว คุณพอล อัลเลน ยังทุ่มเงินมากกว่า 7 ล้านดอลลาร์ไปกับการดำเนินโครงการ การสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจนการเผยแพร่ผลสำรวจครั้งนี้บนโลกออนไลน์

 เจมส์ ดอยช์ ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าของวัลแคน กล่าวว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องใช้ความพยายามอย่างมากนับตั้งแต่การสำรวจเริ่มขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2556 เราต้องใช้เครื่องบิน 81 ลำ เจ้าหน้าที่ 286 คน และบินด้วยระยะทางรวม 463,000 กิโลเมตรกว่าการสำรวจจะเสร็จสมบูรณ์ เราขอขอบคุณเจ้าหน้าที่จากหน่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าใน 18 ประเทศที่ให้ความร่วมมือและให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี รวมไปถึงองค์กรเอ็นจีโออย่าง Elephants Without Bordersและพันธมิตรเอ็นจีโอรายอื่นๆ ตลอดจนนักวิทยาศาสตร์ 90 ท่าน และคณะที่ปรึกษาทางเทคนิค เราคงไม่สามารถทำการสำรวจได้หากปราศจากความช่วยเหลือจากบุคคลและองค์กรเหล่านี้

2 ใน 3 ของตัวเลขประชากรช้างสะวันนาในทวีปแอฟริกาที่ระบุในรายงาน African Elephant Status Report (AESR) ประจำปี 2559 ของ IUCN นั้น นำข้อมูลมาจากผลการสำรวจ GEC โดยรายงาน AESR จะถูกนำไปเผยแพร่ล่วงหน้าก่อนการประชุม Conference of the Parties to CITES ครั้งที่ 17 (CoP17) ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ และจะถูกนำไปประกอบการตัดสินใจกำหนดนโยบายที่จะมีผลต่ออนาคตของช้าง

คุณอัลเลนรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากกับผลการสำรวจ GEC จึงได้ตัดสินใจยกประเด็นการอนุรักษ์ช้างขึ้นมาเป็นวาระสำคัญสูงสุด พร้อมทั้งประสานงานกับบุคคล องค์กร และรัฐบาลประเทศต่างๆทั่วโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าคนรุ่นหลังจะยังได้เห็นช้างตัวเป็นๆ มิใช่เห็นแค่ในหนังสือ

วัลแคนได้ดำเนินโครงการใหม่ๆเพื่ออนุรักษ์ช้าง อาทิ การสำรวจจำนวนประชากรช้างป่าในภูมิภาคที่การลักลอบล่าสัตว์เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประชากรช้างลดลง รวมถึงภูมิภาคที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจำนวนประชากรช้าง นอกจากนั้นยังได้พัฒนาระบบข้อมูลรูปภาพเพื่อให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์แก่เขตสงวน โดยระบบใหม่นี้ถูกนำไปใช้ในโครงการนำร่องในประเทศเคนยา

นอกจากนี้ เพื่อให้ผู้คนทั่วไปได้เข้าใจสถานการณ์อันน่าเป็นห่วงของช้างแอฟริกา บริษัท วัลแคน โปรดักชั่นส์ ของคุณพอล อัลเลน จึงได้เผยแพร่ภาพยนตร์สองเรื่องในปีนี้ ได้แก่ “The Ivory Game” สารคดีเปิดโปงด้านมืดของขบวนการลักลอบค้างาช้าง และ “Naledi: A Baby Elephant’s Tale” เรื่องจริงของลูกช้างที่เกิดในศูนย์พักพิงช้างในประเทศบอตสวานา และกำพร้าแม่เมื่อมีอายุเพียง 1 เดือน

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลสำรวจ GEC ได้ที่

The African Elephant Atlas เว็บแสดงข้อมูลภาพจากรายงาน Great Elephant Census Report ของวัลแคน

เอกสาร “Continent-wide survey reveals massive decline in African savanna elephants” ของไมค์ เชส หัวหน้าคณะสำรวจ GEC

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารจากเราได้ทาง Twitter, Facebook, Google Plus และ Paper.li

อ้างอิง

[1] มีการสำรวจใน 18 ประเทศ แต่มีข้อมูลเปรียบเทียบเพียง 15 ประเทศ

[2] สุ่มตัวอย่างโดย GEC ใน 15 จาก 18 ประเทศ และเปรียบเทียบกับข้อมูลในอดีตเท่าที่หาได้

Cloudscene เปิดตัวฐานข้อมูลรายชื่อศูนย์ข้อมูลและผู้ให้บริการคลาวด์ครอบคลุมที่สุดรายแรกของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บริสเบน, ออสเตรเลีย–1 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/ อินโฟเควสท์

บีแวน สแลตเตอรี ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีชาวออสเตรเลีย ประกาศเปิดตัว Cloudscene จุดอ้างอิงการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมที่สุดในโลก สำหรับศูนย์รับฝากเซิร์ฟเวอร์ ผู้ให้บริการคลาวด์ และโครงสร้างการเชื่อมต่อ พร้อมเปิดให้ผู้สนใจทั่วไปใช้ฐานข้อมูลรายชื่อได้แล้ววันนี้

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160826/8521605400LOGO

 Cloudscene ก่อตั้งขึ้นเพื่อยกระดับความโปร่งใสในอุตสาหกรรม และรวมตลาดแยกย่อยเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับรองรับบริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน (IaaS) บริการรับฝากเซิร์ฟเวอร์ (Colocation) และโซลูชั่นคลาวด์อื่น ๆ

Cloudscene นำเสนอแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยให้ลูกค้าปัจจุบันและผู้ที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคตสามารถค้นหาและวิเคราะห์ผู้ให้บริการได้อย่างอิสระ จากรายชื่อศูนย์ข้อมูลกว่า 4,700 แห่ง และผู้ให้บริการคลาวด์/อินเทอร์เน็ตกว่า 4,200 ราย ใน 110 ประเทศ

บีแวน สแลตเตอรี ผู้ก่อตั้ง Cloudscene กล่าวว่า “เห็นได้อย่างชัดเจนมาระยะหนึ่งแล้วว่า กระบวนการจัดซื้อสำหรับศูนย์ข้อมูลและบริการคลาวด์ระดับองค์กรนั้นมีความยุ่งยากและกินเวลานาน และไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น”

แนวคิดของ Cloudscene ถือกำเนิดขึ้นจากความคับข้องใจนี้ ผมเองหลังจากที่ได้ทุ่มทุนไปกับบริการต่างๆ เหล่านี้ ทำให้มองเห็นช่องว่างด้านข้อมูล และเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ขึ้น”

Cloudscene เป็นทรัพยากรหนึ่งเดียวที่ครอบคลุมมากที่สุดในขณะนี้ โดยช่วยให้รับทราบข้อมูลผู้ให้บริการคลาวด์และอินเทอร์เน็ตภายในศูนย์ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง

ผู้เช่าหรือผู้ซื้อบ้านไม่จำเป็นต้องเข้าเว็บไซต์ของตัวแทนอสังหาริมทรัพย์แต่ละรายเพื่อดูข้อมูลรายชื่อมาเป็นสิบปีแล้ว แต่ทำไมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีถึงยังคงย่ำอยู่กับที่ เมื่อพูดถึงบริการไอทีระดับองค์กร” สแลตเตอรีกล่าวเพิ่มเติม

เจสัน บิงแฮม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Cloudscene กล่าวว่า “เป้าหมายหลักของ Cloudscene คือการส่งมอบข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำและเชื่อถือได้ให้แก่ตลาด เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ เราจึงได้ลงทุนสร้างทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นเอง รวมถึงว่าจ้างนักวิเคราะห์ข้อมูลในออสเตรเลีย เพื่อดำเนินการวิจัย วิเคราะห์ และตรวจสอบความถูกต้องของงาน”

เรามีแผนพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ของ Cloudscene และนี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น” บิงแฮมกล่าว

Digital Realty, Telstra, VentraIP, EU Networks, Megaport, Vocus Communications, Epsilon, Superloop และ NextDC คือตัวอย่างส่วนหนึ่งของผู้ให้บริการที่ได้ใช้งาน Cloudscene แล้ว รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudscene.com

เกี่ยวกับ Cloudscene:
Cloudscene คือจุดอ้างอิงการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมที่สุดในโลกสำหรับศูนย์รับฝากเซิร์ฟเวอร์ ผู้ให้บริการคลาวด์ และโครงสร้างการเชื่อมต่อ ข้อมูลของ Cloudsceneมีความเป็นกลางและผ่านการตรวจสอบแล้ว ตั้งแต่ระบบไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล ความปลอดภัย และขนาดโครงสร้าง ไปจนถึงรายละเอียดสถานที่ตั้งและการติดต่อ ซึ่งช่วยให้เจ้าของกิจการและผู้อยู่ในสายงานไอทีตัดสินใจเลือกศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่กว่า 4,700 แห่ง และผู้ให้บริการ 4,200 ราย จาก 110 ประเทศได้ด้วยตนเอง www.cloudscene.com

สื่อมวลชนติดต่อ :
Renee Harper
+61-7-3193-3260
renee.harper@cloudscene.com

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160826/8521605400LOGO

Salvat จับมือ Arbor เปิดตัวผลิตภัณฑ์ยาหยอดหู OTOVEL(R) ในสหรัฐอเมริกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาร์เซโลนา, สเปน และ แอตเเลนตา31 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Laboratorios SALVAT S.A. ร่วมกับ Arbor Pharmaceuticals, LLC เปิดตัวผลิตภัณฑ์ OTOVEL(R) (ciprofloxacin 0.3% and fluocinolone acetonide 0.025%) ยาหยอดหูชนิดแรกและชนิดเดียวที่รวมยาปฏิชีวนะและสเตียรอยด์ไว้ด้วยกันในหลอดแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่ปลอดเชื้อและปลอดวัตถุกันเสีย OTOVEL ผลิตโดยบริษัท Salvat ขณะที่ Arbor ได้รับสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้ในสหรัฐอเมริกา

 Salvat Logo / Salvat (PRNewsFoto/Laboratorios Salvat S.A.)

Salvat (PRNewsFoto/Laboratorios Salvat S.A.)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160108/320296LOGO )

Arbor-Logo Logo / Arbor Pharmaceuticals logo (PRNewsFoto/Arbor Pharmaceuticals)

Arbor Pharmaceuticals logo (PRNewsFoto/Arbor Pharmaceuticals)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160830/402702LOGO ) 

เอ็ด ชูตเตอร์ ประธานและซีอีโอของ Arbor กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับ Salvat เพื่อนำ OTOVEL มาจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา โดยOTOVEL จะเข้ามาเติมเต็มผลิตภัณฑ์ยาสำหรับเด็กที่จัดจำหน่ายทั่วประเทศโดยมืออาชีพด้านการขายกว่า 200 คนของเรา” 

อัลเบอร์โต บูเอโน ซีอีโอของ Salvat กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ขยายขอบเขตการจัดจำหน่ายยา OTOVEL ในระดับสากล ผ่านการร่วมมือกับบริษัท Arborในสหรัฐอเมริกา การเปิดตัว OTOVEL จึงนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของบริษัท ในขณะที่เรากำลังพยายามขยายธุรกิจในสหรัฐอเมริกา” 

เกี่ยวกับ OTOVEL(R) 

OTOVEL(R) (ciprofloxacin 0.3% and fluocinolone acetonide 0.025%) เป็นยาสำหรับใช้รักษาผู้ป่วยเด็ก (อายุ 6 เดือนขึ้นไป) ที่เป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันและมีการใส่ท่อระบายสังเคราะห์ (AOMT) อันมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย S. aureus, S. pneumoniae, H. influenzae, M. catarrhalis และ P. aeruginosa ทั้งนี้ OTOVEL ได้ถูกประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทดลองเฟส 3 สองครั้ง ซึ่งเป็นการทดสอบแบบสุ่ม อำพรางสองฝ่าย มีกลุ่มควบคุมและกลุ่มคู่ขนาน และจัดทำในศูนย์หลายแห่ง เพื่อเปรียบเทียบกับยาหยอดหู ciprofloxacin และยาหยอดหู fluocinolone acetonide ผลการทดลองทั้งสองครั้งในผู้ป่วยเด็ก (อายุ 6 เดือนถึง 12 ปี) ที่ใส่ท่อระบายสังเคราะห์จำนวนทั้งสิ้น 662 คน บ่งชี้ว่า OTOVEL สามารถยับยั้งน้ำหนวกได้เร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับยาหยอดหู ciprofloxacin และ fluocinolone acetonide โดยการทดลองครั้งแรกใช้เวลาเฉลี่ย 3.75 วัน และครั้งที่สองใช้เวลา 4.94 วัน 

OTOVEL(R) บรรจุในหลอดแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่ละหลอดมีสารละลายปลอดเชื้อและปลอดสารกันเสียปริมาณ 0.25 mL โดยมีบริษัท Arbor เป็นผู้จัดจำหน่ายทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา 

เกี่ยวกับโรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันที่มีการใส่ท่อระบายสังเคราะห์ (AOMT)  

โรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน (AOM) คืออาการอักเสบในหูชั้นกลางหลังเยื่อแก้วหู ซึ่งมักเป็นผลมาจากการติดเชื้อ ทำให้เกิดน้ำในหูชั้นกลาง ส่งผลให้เกิดแรงดันเพิ่มขึ้นในเยื่อแก้วหู แรงดันดังกล่าวอาจทำให้ผู้ป่วยมีไข้ เจ็บหู และมีปัญหาการได้ยิน สำหรับเด็กที่เป็นโรค AOM ซ้ำอีก อาจต้องใส่ท่อระบายสังเคราะห์ด้วยการกรีดแผลเล็กๆที่เยื่อแก้วหูเพื่อช่วยระบายน้ำออกจากหูชั้นกลาง ในสหรัฐอเมริกานั้น ทุกปีจะมีเด็กประมาณ 1 ล้านคนที่ต้องใส่ท่อระบายดังกล่าว แม้ว่าการใส่ท่อระบายจะช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นโรค AOM แต่หลายผลการวิจัยเผยให้เห็นว่า 83% ของผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการใส่ท่อระบายสังเคราะห์เป็นเวลานาน 18 เดือน ยังคงกลับมาเป็นโรค AOMT อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ ในผู้ป่วยเด็กนั้น อาการของโรค AOMT มีความแตกต่างจากโรค AOM โดยโรค AOM เยื่อแก้วหูยังทำงานปกติ รวมถึงมีอาการเจ็บปวดและมีไข้น้อยกว่า ส่วนโรค AOMT จะมีน้ำหนวกไหลออกมาจากหู

ข้อมูลความปลอดภัยของยา OTOVEL

ข้อบ่งชี้ 

OTOVEL เป็นยาสำหรับใช้รักษาผู้ป่วยเด็ก (อายุ 6 เดือนขึ้นไป) ที่เป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันและมีการใส่ท่อระบายสังเคราะห์ (AOMT) อันมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย S. aureus, Streptococcus S. pneumoniae, H. influenzae, M. catarrhalis และ P. aeruginosa

ข้อบ่งห้าม 

ห้ามใช้ยา OTOVEL ใน 

– ผู้ป่วยที่แพ้ยากลุ่ม fluocinolone acetonide, corticosteroids, ciprofloxacin หรือ quinolones หรือส่วนประกอบอื่นๆของยา OTOVEL

– ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไวรัสในช่องหูชั้นนอก ซึ่งรวมถึงการติดเชื้ออีสุกอีใส เริม และเชื้อราในช่องหู

คำเตือนและข้อควรระวัง 

อาการแพ้ยาควรหยุดใช้ยา OTOVEL เมื่อเกิดผื่นคันหรืออาการแพ้อื่นๆ เนื่องจากพบว่ามีการแพ้ยาที่รุนแรงและบางครั้งถึงขั้นเสียชีวิต (anaphylactic) ในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยา quinolones โดยบางกรณีเกิดขึ้นหลังการใช้ยาเพียงครั้งเดียว และในบางกรณีพบอาการอื่นด้วย เช่น อาการหัวใจและหลอดเลือดล้มเหลว หมดสติ อาการบวมใต้ชั้นผิวหนัง (รวมถึงอาการบวมบริเวณกล่องเสียง คอหอย หรือใบหน้า) ทางเดินหายใจอุดตัน อาการหายใจลำบาก ลมพิษ และอาการคัน โดยอาการแพ้ยารุนแรงจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนทันที 

ภาวะจุลินทรีย์เติบโตมากเกินไปเมื่อใช้ยาเป็นเวลานาน – การใช้ยา OTOVEL เป็นเวลานานอาจส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราชนิด non-susceptible เติบโตมากเกินไป หากอาการติดเชื้อไม่ดีขึ้นหลังได้รับการรักษาไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ แพทย์ควรทำการเพาะเชื้อเพื่อกำหนดวิธีการรักษาเพิ่มเติมต่อไป และหากเกิดอาการติดเชื้อแล้วควรหยุดใช้ยาและหาวิธีรักษารูปแบบอื่นแทน

การเกิดหูน้ำหนวกยืดเยื้อหรือกลับมาเป็นซ้ำ – หากอาการหูน้ำหนวกยังคงอยู่หลังได้รับการรักษาครบกระบวนการ หรือเกิดอาการหูน้ำหนวกซ้ำมากกว่า 2 ครั้งภายในระยะเวลา 6 เดือน ควรมีการประเมินอาการเพิ่มเติมเพื่อตัดสาเหตุแฝงอื่นๆออกไป เช่น ภาวะโคเลสเทียโตมาร์ สิ่งแปลกปลอมในร่างกาย หรือเนื้องอก 

อาการไม่พึงประสงค์

จากการทดลองทางคลินิกหลายครั้งพบว่า อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยมากกว่า 1 คนประกอบด้วยอาการหูน้ำหนวก การสร้างเนื้อเยื่อทดแทนมากเกินไป หูติดเชื้อ อาการคันหู เยื่อแก้วหูผิดปกติ ใบหูบวม และปัญหาการทรงตัว

หากต้องการข้อมูลด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ข้อมูลยา OTOVEL ฉบับเต็ม

http://arborpharma.com/docs/OTOVEL_USPI_Final.pdf    

เกี่ยวกับ Salvat  

Laboratorios SALVAT คือกลุ่มบริษัทเภสัชกรรมเอกชนที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีและทุ่มเทให้กับการวิจัยและพัฒนา Salvat ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2498 มีสำนักงานใหญ่อยู่ในบาร์เซโลนา ประเทศสเปน และมีสำนักงานสาขาอย่าง Salvat USA ที่ไมอามี รัฐฟลอริดา Salvat ดำเนินธุรกิจในกว่า 60 ประเทศ และเดินหน้าขยายธุรกิจในระดับนานาชาติผ่านการให้ลิขสิทธิ์ผลิตภัณฑ์ยาที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง บริษัทได้เปิดตัวยาหยอดหู CETRAXAL (R) (ciprofloxacin 0.2%) ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2552 ส่วนยาหยอดหู OTOVEL(R) (ciprofloxacin 0.3% and fluocinolone acetonide 0.025%) ผ่านการรับรองจากองค์กรอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) เมื่อเดือนเมษายน 2559 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทและผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ที่ http://www.salvatbiotech.com 

เกี่ยวกับ Arbor  

Arbor Pharmaceuticals ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย คือบริษัทเภสัชกรรมที่มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าในตลาดยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ยาสำหรับเด็ก รวมถึงตลาดยาโรงพยาบาล บริษัทมีพนักงานมากกว่า 600 คน รวมถึงมืออาชีพด้านการขายกว่า 500 คนที่คอยนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้แก่แพทย์ โรงพยาบาล และเภสัชกร ปัจจุบัน Arbor จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยา NDA และ ANDA ที่ผ่านการรับรองแล้วรวม 20 รายการ และมีผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกกว่า 40 รายการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทและผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ที่ http://www.arborpharma.com หรืออีเมลสอบถามได้ที่info@arborpharma.com

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Salvat และผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ที่ http://www.salvatbiotech.com 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Arbor และผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ที่ http://www.arborpharma.com

ติดต่อ:

Laboratorios SALVAT S.A.

Alberto Bueno

Chief Executive Officer

อีเมล: abueno@salvatbiotech.com

Francesc Rosell

International Director

อีเมล: frosell@salvatbiotech.com

Enrique Jimenez, MD

Medical Director

อีเมล: ejimenezv@salvatbiotech.com

Arbor Pharmaceuticals, LLC

Ed Schutter

President & CEO

อีเมล: eschutter@arborpharma.com

โทร. +1-678-334-2421

Brian Adams

Head of Business Development

อีเมล: badams@arborpharma.com

โทร. +1-404-496-5915

ที่มา: Laboratorios SALVAT และ Arbor Pharmaceuticals

Puma Energy ขยายทีมงานระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์—31 ส.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Puma Energy บริษัทพลังงานกลางน้ำและปลายน้ำระดับโลก มีความยินดีที่จะประกาศว่า บริษัทได้ขยายทีมงานโดยว่าจ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพิ่ม 2ตำแหน่ง ได้แก่ หัวหน้าฝ่ายค้าปลีกระดับโลก (Global Head of Retail) และ หัวหน้าฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานระดับโลก (Global Head of Compliance)

Puma Energy Logo / Puma Energy is a global integrated midstream and downstream oil company active in over 47 countries. (PRNewsFoto/Puma Energy)

Puma Energy is a global integrated midstream and downstream oil company active in over 47 countries. (PRNewsFoto/Puma Energy)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160830/402490LOGO)

อเลสซิโอ โตเรลลี เข้าร่วมงานกับบริษัทในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายค้าปลีกระดับโลก โดยย้ายมาจาก Eni Refining & Marketing ซึ่งเขาดูแลในส่วนของบริการเคลื่อนย้าย Retail & Smart Mobility Services ในอิตาลี ก่อนหน้านี้ คุณโตเรลลีได้รับบทบาทหลากหลายในแวดวงค้าปลีกระดับโลก ตั้งแต่นวัตกรรมและการพัฒนา ไปจนถึงพาหนะเพื่อการพาณิชย์ และตั้งแต่การพัฒนาเครือข่าย ไปจนถึงการควบรวมกิจการ ระหว่างที่ร่วมงานกับ Eni และก่อนหน้านั้นที่ Shell (ตั้งแต่ปี 2544 – 2554) ทั้งนี้ Puma Energy มีสถานีบริการน้ำมัน 2,419 แห่งทั่วโลก

             แอนดริว แมคแคลร์รอน เข้าร่วมงานกับ Puma Energy ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานระดับโลก ก่อนหน้านี้ คุณแมคแคลร์รอนทำงานอยู่ที่ BP (ปี 2530-2559) โดยรับผิดชอบแผนงานจริยธรรมและการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Ethics and Compliance) ให้กับธุรกิจหลายแห่งของบริษัทที่กระจายอยู่ทั่วโลก สำหรับ Puma Energy นั้น ปัจจุบันมีพนักงานที่ทำงานอย่างแข็งขันเป็นจำนวน 7,900 ราย ใน 47 ประเทศ

ปิแอร์ เอลาดารี ซีอีโอของ Puma Energy กล่าวว่า อเลสซิโอและแอนดริวมีประวัติที่ได้รับการยอมรับในสายงานของตน โดยการควบคุมการปฏิบัติงานได้อย่างดีเยี่ยมในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั้น เป็นคุณสมบัติสำคัญที่พวกเขาจะนำมาใช้รับมือกับความท้าทายใหม่ที่ Puma Energy เราตั้งเป้าหมายใหญ่ ๆ ไว้เสมอ และบทบาทเหล่านี้จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนผลกำไรของบริษัทให้เติบโตขึ้น”

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.pumaenergy.com

ที่มา: Puma Energy

ASEAN Character Award 2016 ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–31 ส.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ASEAN-Japan Centre ได้ประกาศผู้ชนะรางวัล ASEAN Character Award 2016 จำนวน 3 รางวัลที่ผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดหรือได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลรวม 36 ผลงานในปีนี้ 

ผู้ชนะรางวัลจะได้รับโอกาสให้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ตัวการ์ตูนของตนเองที่งาน Tokyo Game Show 2016 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน ณ ศูนย์การประชุมMakuhari Messe ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ผู้ชนะแต่ละรายยังจะมีโอกาสได้นำเสนอผลงานของตนในระหว่างงานสัมมนา ASEAN Networking Seminar วันที่ 17กันยายน ณ ห้องประชุม 303 อาคาร International Conference Hall (ชั้น 3) ของศูนย์การประชุม Makuhari Messe อีกด้วย 

ผู้ชนะรางวัล ASEAN Character Award 2016 ได้แก่:

รางวัลชนะเลิศ (Grand Prize)

ผลงาน “ORIGANIMALS”

บริษัท Giggle Garage Sdn. Bhd. (มาเลเซีย)

http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103865/201608293691/_prw_OI1fl_pmY5MHFR.jpg

รางวัลรองชนะเลิศ (Second Prize)

ผลงาน ติดลม ห้อยเวหา” (Tidlom The Sky Hanger)

บริษัท ไซโลสตูดิโอ จำกัด (ประเทศไทย)

http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103865/201608293691/_prw_OI2fl_YBVm09FQ.jpg

รางวัลขวัญใจกรรมการ (Special Jury Award)

ผลงาน “Rickshaw NaPain”

บริษัท My Play Co., Ltd. (เมียนมา)

http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103865/201608293691/_prw_OI3fl_ODY3Hx56.jpg

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรางวัล ASEAN Character Award ได้ทางเว็บไซต์

https://asean.jp/aseancharacter/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

ASEAN Character Award Secretariat, ASEAN-Japan Centre

info-aca@asean.jp

เกี่ยวกับ ASEAN-Japan Centre

ASEAN Promotion Centre on Trade, Investment and Tourism (ASEAN-Japan Centre) ก่อตั้งขึ้นในปี 1981 โดยรัฐบาลของประเทศสมาชิกอาเซียนและญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมการส่งออกของอาเซียนไปยังญี่ปุ่น พร้อมกับฟื้นฟูการลงทุน การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างญี่ปุ่นและอาเซียน

ที่มา: ASEAN-Japan Centre

3 นักเรียนไทยคว้ารางวัล Stockholm Junior Water Prize จากผลงานนวัตกรรมกักเก็บน้ำสุดล้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สตอกโฮล์ม–31 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          นางสาวสุรีย์พร ตรีเพชรประภา นางสาวธิดารัตน์ เพียรจัด และ นางสาวกาญจนา คมกล้า ตัวแทนนักเรียนจากประเทศไทย ได้รับรางวัล Stockholm Junior Water Prize ประจำปี 2559 จากผลงานนวัตกรรมการกักเก็บน้ำซึ่งทำงานเลียนแบบต้นสับปะรดสี โดยในโอกาสนี้ เจ้าฟ้าชายคาร์ล ฟิลิป แห่งสวีเดน ได้พระราชทานรางวัล ในพิธีมอบรางวัลซึ่งจัดขึ้นที่งานสัปดาห์น้ำโลก (World Water Week) ณ กรุงสตอกโฮล์ม

          หลังจากที่ได้ทดสอบประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำตามธรรมชาติของต้นสับปะรดสี โดยเฉพาะด้านรูปทรงของพืชที่สามารถกักเก็บน้ำได้เป็นอย่างดีแล้ว สุรีย์พร ตรีเพชรประภา ธิดารัตน์ เพียรจัด และ กาญจนา คมกล้า จึงได้สร้างอุปกรณ์กักเก็บน้ำที่มีกลไกการทำงานคล้ายกับการเก็บน้ำของต้นสับปะรดสี และได้นำอุปกรณ์ดังกล่าวไปติดตั้งบนต้นยางพารา ซึ่งผลปรากฏว่า นักเรียนไทยทั้ง 3 คนสามารถคว้ารางวัล Stockholm Junior Water Prize ประจำปี 2559 ไปครองได้สำเร็จ จากผลงานดังกล่าวซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ธรรมชาติคือครูที่ดีที่สุดของมนุษย์

          คณะกรรมการตัดสินรางวัลรู้สึกประทับใจในความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัด ความวิริยะอุตสาหะ ความกระตือรือร้น และความสนใจ เอาใจใส่ที่มีต่อน้ำ ของนักเรียนไทยผู้ชนะรางวัล

          “ผลงานที่ชนะรางวัลในครั้งนี้จะช่วยจัดการกับปัญหาความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในอนาคต รวมทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในชนบท ผ่านการใช้เทคโนโลยีสุดล้ำที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่าย แต่ทว่าซ่อนความซับซ้อนของกลไกภายในไว้เป็นอย่างดี!” คณะกรรมการตัดสินรางวัลระบุในคำประกาศกิตติคุณ

          “อุปกรณ์ดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง โดยเกษตรกรหลายร้อยคนได้ทดลองใช้อุปกรณ์ในพื้นที่เพาะปลูก และต่างก็ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพืชสวยงามที่มีศักยภาพในการกักเก็บน้ำอย่างยอดเยี่ยม”

          เมื่อถามถึงการต่อยอดโครงการในอนาคต นางสาวสุรีย์พร ตรีเพชรประภา กล่าวว่า “ดิฉันจะนำแนวคิดนี้ไปใช้เพื่อช่วยบรรเทาความยากจนในชุมชนของเรา”

          Torgny Holmgren กรรมการบริหารของ Stockholm International Water Institute (SIWI) กล่าวว่า “สิ่งนี้แสดงว่าในการที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้ได้อย่างแท้จริงนั้น เราต้องเริ่มต้นตั้งแต่ระดับชุมชน และผลงานชิ้นนี้ก็ถือเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมที่สะท้อนถึงความเรียบง่าย ความชาญฉลาด และตอบโจทย์เรื่องการปรับใช้งาน ซึ่งจะสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่”

          การแข่งขันชิงรางวัล Stockholm Junior Water Prize จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นความสนใจด้านทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมในหมู่นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ระดับหัวกะทิจากทั่วทุกมุมโลก โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับประเทศจำนวนหลายพันคน เพื่อเป็นตัวแทนจาก 29 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้าย ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างงานสัปดาห์น้ำโลกประจำปี 2559 ที่กรุงสตอกโฮล์ม

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stockholm International Water Institute, Stockholm Junior Water Prize และ World Water Week สามารถเยี่ยมชมได้ที่http://www.siwi.org และ http://www.worldwaterweek.org

          สื่อมวลชนติดต่อ:

          Susanne Hedberg

          Communications Officer

          โทร. +46-8-1213-6036

          ที่มา: Stockholm International Water Institute

หัวเว่ย จับมือ OVUM เปิดเผยรายงาน “วิวัฒนาการของบิ๊กวิดีโอ – การศึกษาโอกาสจากบริการวิดีโอสู่การพลิกโฉมอุตสาหกรรมโทรคมนาคม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–29 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            – กุญแจ 3 ประการสู่ความสำเร็จในการพลิกโฉมธุรกิจบิ๊กวิดีโอของผู้ให้บริษัทโทรคมนาคม 

            หัวเว่ย และ OVUM ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยเทคโนโลยีและที่ปรึกษาระดับโลก เปิดเผยรายงาน “วิวัฒนาการของบิ๊กวิดีโอ – การศึกษาโอกาสจากบริการวิดีโอสู่การพลิกโฉมอุตสาหกรรมโทรคมนาคม” (The Evolution of Big Video – Examining telco transformation video opportunities”) โดยรายงานฉบับนี้ครอบคลุมสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัทโทรคมนาคมที่ให้บริการวิดีโอรูปแบบต่างๆ แก่ตลาดสื่อสารและบันเทิง รวมถึงตลาดแนวดิ่งอื่นๆ พร้อมทั้งเปิดเผยแนวโน้มล่าสุดสำหรับวิวัฒนาการของบิ๊กวิดีโอ ตลอดจนให้คำแนะนำและข้อมูลเชิงลึกเพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคมบนเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงผ่านไอซีทีและบิ๊กวิดีโอ ซึ่งจะเน้นไปที่การใช้งานและการเข้าถึงวิดีโอของลูกค้าบุคคล ครอบครัว และองค์กร

            รายงานดังกล่าวนำเสนอการวิเคราะห์อย่างครอบคลุมเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของธุรกิจวิดีโอ รวมทั้งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมุมมองธุรกิจในอนาคตของอุตสาหกรรม โมเดลธุรกิจที่เป็นไปได้ แนวโน้มการบริโภคของผู้ใช้บริการ และแรงผลักดันของเทคโนโลยีล่าสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานได้ชี้ว่า

            – ภายในปี 2563 การใช้วิดีโอผ่านทางมือถือจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 75% ของปริมาณการใช้งานทั้งหมดบนเครือข่าย 4G จากระดับ 15% ในปี 2559 โดยวิดีโอ4K UHD, วิดีโอบนโซเชียลมีเดีย, แอปพลิเคชัน VR/AR, การเข้าถึงเครือข่าย 5G/FTTx และแนวโน้มเทคโนโลยีไอทีล่าสุด (คลาวด์คอมพิวติ้ง, บิ๊กดาต้า, Telco OSฯลฯ) จะเป็นแรงขับเคลื่อนการใช้งานวิดีโอให้เพิ่มสูงขึ้น

 

รูปภาพ  –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160829/0861608784-c

            – นอกจากนี้ การใช้วิดีโอเชิงธุรกิจจะเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อแนวโน้มการเติบโตของวิดีโอ โดยนอกเหนือไปจากบริการวิดีโอในปัจจุบัน เช่น การฝึกอบรม การประชุมกับลูกค้า และบริการการแพทย์ทางไกลแล้ว เครื่องมือการประชุมผ่านวิดีโอรูปแบบใหม่ๆ จะถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่างๆ

 

 รูปภาพ  –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160829/0861608784-d

            – การประชุมผ่านวิดีโอมีบทบาทต่อการกำหนดรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ของผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดยผู้ให้บริการรายใหญ่กำลังสำรวจแนวทางใหม่ๆ ในการดำเนินกลยุทธ์การใช้วิดีโอเชิงธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ท่ามกลางโอกาสมากมายจากการพลิกโฉมธุรกิจวิดีโอ

            เนื่องจากบิ๊กวิดีโอถูกกำหนดแล้วว่าเป็นธุรกิจที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง รายงานนี้จึงได้ชี้ชัดลงไปว่า IPTV, SVOD และการใช้บริการวิดีโอในวงกว้างจะมีอิทธิพลต่อการทำธุรกิจบิ๊กวิดีโอของผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดยบันได 3 ขั้นสู่ความสำเร็จ ได้แก่:

            – ประการแรก ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะต้องใช้โอกาสจากการให้บริการที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการกำหนดให้กลุ่มบุคคลทั่วไป ครอบครัว และองค์กร เป็น 3 ตลาดสำคัญที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมควรจัดหาแพคเกจบริการที่แปลกใหม่ตามกลุ่มเป้าหมาย อาทิ บริการออนไลน์หรือบริการวิดีโอผ่านมือถือ และบริการความบันเทิงทางโทรทัศน์ เป็นต้น

            – ประการที่สอง ผู้ให้บริการโทรคมนาคมควรพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้างและรักษาความจงรักภักดีของลูกค้า ด้วยการศึกษารูปแบบการทำรายได้จากธุรกิจวิดีโอใหม่ๆ ตั้งแต่การจ่ายเงินซื้อบริการทั่วไป ไปจนถึงการจ่ายเงินเพื่อซื้อประสบการณ์การใช้งานวิดีโอคุณภาพสูงที่แตกต่างอย่างเหนือชั้น

            – ประการที่สาม ผู้ให้บริการโทรคมนาคมควรพยายามขับเคลื่อนการบูรณาการให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมวิดีโอทั้งระบบ เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับผู้มีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมจัดจำหน่ายวิดีโอโดยทั่วถึงกัน

            เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในสถานการณ์ที่การใช้งานวิดีโอเติบโตเร็วเช่นนี้ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจำเป็นต้องวางแผนพัฒนาธุรกิจวิดีโอในเชิงรุกและเชิงกลยุทธ์ที่ต่างจากการดำเนินการภายใต้ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานในปัจจุบัน โดยต้องพลิกโฉมโครงข่ายจากเดิมที่เป็นท่อส่งข้อมูลธรรมดา สู่การเป็นเครือข่ายที่รองรับวิดีโอเป็นหลัก และขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมด้วยแบบแผนธุรกิจและความร่วมมือที่แปลกใหม่ในระบบนิเวศของอุตสาหกรรม

            “The Evolution of Big Video – Examining telco transformation video opportunities” รวบรวมหลักปฏิบัติที่ดีที่สุดในด้านบิ๊กวิดีโอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความเข้าใจที่ตกผลึกของ OVUM และหัวเว่ย รายงานฉบับนี้ได้รับการสนับสนุนโดยงานวิจัยอันครอบคลุมจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นแนวหน้าจากทั่วทุกมุมโลก หัวเว่ยระบุว่า บริษัทจะยังคงพันธกิจในการสำรวจตลาดบิ๊กวิดีโอต่อไป ด้วยเป้าหมายที่จะสนับสนุนวิวัฒนาการของบิ๊กวีดีโอ และส่งเสริมให้บรรดาผู้ให้บริการโทรคมนาคมประสบความสำเร็จจากโอกาสทางธุรกิจใหม่นี้

            ดาวน์โหลดรายงาน “The Evolution of Big Video – Examining telco transformation video opportunities” ได้ที่http://photos.prnasia.com/prnk/20160829/0861608784-a

            เกี่ยวกับหัวเว่ย

          หัวเว่ย เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำระดับโลก เรามีจุดมุ่งหมายคือการเติมความสมบูรณ์ให้ชีวิตและยกระดับประสิทธิภาพด้วยการสร้างโลกที่เชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น โดยเรารับบทเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ผู้ผลักดันนวัตกรรมในสังคมสารสนเทศ และผู้มีส่วนช่วยเหลืออุตสาหกรรม ด้วยแรงผลักดันจากนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าและพันธมิตรแบบเปิดกว้าง หัวเว่ยได้สร้างสรรค์โซลูชันไอซีทีแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ที่ช่วยให้ลูกค้ามีความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมแลเครือข่ายระดับองค์กร อุปกรณ์ และคลาวด์คอมพิวติ้ง พนักงาน 170,000 คนทั่วโลกของหัวเว่ยมีพันธกิจในการสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม บริษัทและผู้บริโภค โซลูชั่น ผลิตภัณฑ์และบริการด้านไอซีทีของเราถูกนำไปใช้ในกว่า 170ประเทศและภูมิภาค เพื่อให้บริการแก่ประชากรมากกว่าหนึ่งในสามของโลก ทั้งนี้ หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่พนักงานเป็นเจ้าของร่วมกัน

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.huawei.com

            เกี่ยวกับ 2016 HUAWEI CONNECT

            HUAWEI CONNECT จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 2 กันยายนนี้ ที่ Expo Center, Mercedes-Benz Arena และ Shanghai World Expo Exhibition and Convention Center ทั้งนี้ HUAWEI CONNECT ถือเป็นการประชุมครบวงจรวสำหรับระบบนิเวศ ICT ทั่วโลก โดยมีผู้นำอุตสาหกรรมกว่า 15,000 รายเข้าร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อเตรียมการสำหรับโลกแห่งการเชื่อมต่อที่ดีขึ้น และการพลิกโฉมธุรกิจของอุตสาหกรรมต่างๆสู่ดิจิทัล เราขอเชิญทุกท่านเยี่ยมชมบูธ Big Data ภายในงานHUAWEI CONNECT และติดตามข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับรายงาน Big Data ได้ที่งานนี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมได้ที่:

            http://www.huawei.com/minisite/huaweiconnect2016/en/index.html

อิเซตัน มิทซึโคชิ กรุ๊ป เตรียมเปิดสเปเชียลตี้สโตร์แห่งใหม่ “ISETAN The Japan Store Kuala Lumpur” ในมาเลเซีย นำเสนอคุณภาพ ไลฟ์สไตล์ และความงามตามแบบฉบับญี่ปุ่นขนานแท้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–29 ส.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

อิเซตัน มิทซึโคชิ กรุ๊ป ด้วยการสนับสนุนจากกองทุน คูล เจเปน ฟันด์ อิงค์ ของรัฐบาล จะเปิดสเปเชียลตี้สโตร์แห่งใหม่ “ISETAN The Japan Store Kuala Lumpur”ในประเทศมาเลเซีย ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2016 

เนื่องจากความสนใจในญี่ปุ่นยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั่วทุกมุมโลก เราจึงมีความยินดีที่จะได้แนะนำประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เทคโนโลยี ความหลากหลาย และการออกแบบที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของญี่ปุ่นให้ชาวโลกได้เห็นและสัมผัส ร้านแห่งใหม่นี้จะนำเสนอไลฟ์สไตล์และความงามแบบฉบับญี่ปุ่นให้แก่ลูกค้า โดยเราไม่เพียงมอบสิ่งที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังจะสร้างประสบการณ์ความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้อีกด้วย

(ภาพประกอบ 5 ภาพ: http://prw.kyodonews.jp/opn/release/201608263665/)

ร้านนี้มี 6 ชั้น ซึ่งจะจัดแสดงสินค้าคุณภาพสูง ตลอดจนนำเสนอประสบการณ์และบริการต่างๆ ดังนี้:

ชั้น LFG: เปิดประสบการณ์รับประทานอาหารรูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับรสชาติและเทคโนโลยีตามแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สาเก เบียร์และวิสกี้ ขนมญี่ปุ่นและตะวันตก ชาเชียว อาหารสำเร็จรูป พื้นที่สำหรับรับประทานอาหาร และอาหารสด เป็นต้น

ชั้น GF: พื้นที่จัดแสดงแฟชั่น ศิลปะ เทคโนโลยี และความหลากหลายของญี่ปุ่น

ชั้น 1F: ศูนย์รวมวัฒนธรรมแฟชั่นของญี่ปุ่น สะท้อนการผสมผสานอย่างเป็นเอกลักษณ์

ชั้น 2F: แหล่งรวมวัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีสุดแนวจากญี่ปุ่น ที่จะช่วยยกระดับไลฟ์สไตล์สุขภาพและความงาม

ชั้น 3F: สัมผัสประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ผ่านร้านหนังสือ โรงเรียนสอนวัฒนธรรม และเลานจ์สำหรับถ่ายรูป เป็นต้น

ชั้น 4F: พบกับร้านอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ พร้อมเปิดให้บริการในเดือนมกราคม 2017

ฮิโรชิ โอนิชิ ประธานและซีอีโอ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า:

เราจะแนะนำผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์ และการบริการที่ยอดเยี่ยมของญี่ปุ่นให้โลกได้รู้จัก ตามที่กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ของญี่ปุ่นได้เปิดตัวโครงการ “Cool Japan” เมื่อปี 2011 เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ประจำภูมิภาค แฟชั่น และสินค้าอื่นๆ ของญี่ปุ่นไปทั่วโลก โดยในการนี้ อิเซตัน มิทซึโคชิ กรุ๊ป ได้เปิดตัวแคมเปญ “JAPAN SENSES” เพื่อนำเสนอผลงานที่สะท้อนเอกลักษณ์อันโดดเด่นจากทั่วประเทศญี่ปุ่น ผสมผสานการออกแบบที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ให้กับลูกค้าของเรา และเพื่อเป็นการถ่ายทอดเจตนารมณ์ของ “Cool Japan” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น บัดนี้ เราพร้อมแล้วที่จะแสดงให้โลกได้เห็นถึงฝีมืออันยอดเยี่ยมซึ่งญี่ปุ่นภูมิใจนำเสนอ ณ ศูนย์การค้า LOT 10 ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ด้วยการสนับสนุนจาก คูล เจเปน ฟันด์ อิงค์

ข้อมูลร้านโดยสังเขป:

ชื่อร้าน:              ISETAN The Japan Store Kuala Lumpur

บริษัท:               Isetan Cool Japan Department Store SDN. BHD.

ที่ตั้ง:                 LOT 10 Shopping Centre, 50 Jalan Sultan Ismail, 50250 Kuala Lumpur,

Malaysia

ขนาด:               ประมาณ 11,000 ตร.ม.

ข่าวประชาสัมพันธ์ต้นฉบับ (ภาษาอังกฤษ):

http://pdf.irpocket.com/C3099/xoy0/i7rK/g0ec.pdf

เว็บไซต์ The Japan Store: http://thejapanstore.mistore.jp/

เว็บไซต์บริษัท: http://www.imhds.co.jp/english/

ที่มา: Isetan Mitsukoshi Holdings Ltd.