เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ขยายเขตการให้บริการและฟังก์ชั่น Enterprise Cloud สำหรับสภาพแวดล้อมไอซีทีแบบดั้งเดิมและแบบคลาวด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–27 กรกฎาคม 2016

– สามพื้นที่ใหม่ในญี่ปุ่นและต่างแดน และฟังก์ชั่นที่เพิ่มเติมขึ้นมา

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น (เอ็นทีที คอม) ผู้ให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นส์และการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของเอ็นทีที (NYSE: NTT) ประกาศในวันนี้ว่าบริษัทได้ขยายขอบข่ายเมนูการให้บริการครอบคลุมของบริการ Enterprise Cloud สำหรับ hosted private และผู้ใช้บริการหลายราย เขตการให้บริการที่เพิ่มขึ้นมาใหม่คือญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก (“JP2”) ฮ่องกง (“HK1”) และเยอรมนี (“DE1”) ซึ่งพร้อมให้บริการทันที ฟังก์ชั่นใหม่ในญี่ปุ่นฝั่งตะวันออกที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ (“JP1”) จะเพิ่มของ vSphere ESXi และบล็อกสตอเรจที่ได้รับการรับประกันประสิทธิภาพการทำงาน IO (ดูเอกสารแนบสำหรับราคา)

ขอบเขตใหม่และฟังก์ชั่นใหม่ของ JP1
http://www.ntt.com/en/about-us/press-releases/news/article/2016/20160727/b.html

เขตการให้บริการที่เพิ่มขึ้นมาใหม่
ผู้ใช้งานในเขตการให้บริการใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา ในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก (“JP2”) ฮ่องกง (“HK1”) และเยอรมนี (“DE1”) จะสามารถเข้าถึงคลาวด์แบบ hosted private และฟังก์ชั่นคอมพิวเตอร์สำหรับคลาวด์แบบผู้ใช้บริการหลายราย ที่ขึ้นอยู่กับคลาวด์แพลตฟอร์มแบบ open-source ของ OpenStack ในส่วนของฟังก์ชั่นที่น่าสนใจนั้นประกอบไปด้วยการมอร์นิเตอร์และบล็อกสตอเรจสำหรับเครือข่ายบน Logical Network

ฟังก์ชั่นที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ใน JP1
• vSphere ESXi hypervisor สำหรับคลาวด์แบบไพรเวท
• ทรัพยากรสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงและบริหารจัดการได้อย่างยืดหยุ่นและรวดเร็วด้วย vSphere ESXi ติดตั้งใน Enterprise Cloud bare-metal เซิฟเวอร์ สภาพแวดล้อมเสมือนจริงของ VMWare สามารถใช้ระบบปฏิบัติการสำหรับสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นอยู่รวมถึงซอฟแวร์ในการบริหารหลังจากเปลี่ยนมาเป็น Enterprise Cloud
• บล็อกสตอเรจ 4 IOPS/GB
• ฟังก์ชั่นใหม่นี้ได้ให้มีบล็อกสตอเรจที่มี 4 IOPS/GB ประสิทธิภาพสูง ขึ้นกับโปรโตคอล Internet Small Computer System Interface (iSCSI) เพื่อสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูล TCP/IP ความสามารถอยู่ที่ 100GB ถึง 12,000GB สำหรับฐานข้อมูลแบบไฮสปีด และสตอเรจภายนอกสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีปริมาณมาก สภาพแวดล้อมที่คงที่จะไม่มีผลกระทบจากการโหลดข้อมูลอื่นๆ

ในการพัฒนาไปข้างหน้า เอ็นทีที คอม ยังคงให้การสนับสนุนในนวัตกรรมที่ช่วยเหลือลูกค้า โดยเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) อย่างยอดเยี่ยม รวมไปถึงฟังก์ชั่นและบริการบริหารไอซีทีแบบดั้งเดิมและแบบคลาวด์ การวางแผนที่เฉพาะเจาะจงนั้นรวมไปถึงฟังก์ชั่นที่มีการขยายโซลูชั่นส์ของ VMware มากขึ้นสำหรับไอซีทีแบบดั้งเดิม ฟังก์ชั่นแบบ open source ที่แข็งแรงขึ้นสำหรับไอซีทีแบบคลาวด์ ส่วนประกอบ OpenStack ที่เพิ่มขึ้นมา และ virtual private cloud ที่ขึ้นกับ Cloud Foundry แพลตฟอร์มแบบ open source และ cloud computing การบริการที่ได้รับการบริหารจะมีความแข็งแกร่งขึ้นสำหรับแพลตฟอร์มการบริหารคลาวด์ การที่อัพเกรดฟังก์ชั่นเพื่อการบริหารสำหรับบริการ SDx ใหม่นี้ เช่น SD-Exchange, SD-WAN และ SD-LAN ทางเอ็นทีที คอม มุ่งที่จะให้ลูกค้าได้ใช้บริการภายนอกองค์กรทั้งหมด หากเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางไอซีที

เกี่ยวกับเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น
เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่ายชั้นนำ Global Tier-1 IP อย่าง Arcstar Universal One(TM) VPN ซึ่งครอบคลุมถึง 196 ประเทศ/ดินแดน และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัย 140 แห่งทั่วโลก โซลูชั่นของ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ใช้ทรัพยากรของกลุ่มบริษัท เอ็นทีที ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA

www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160726006672/en/

ติดต่อ:
สื่อมวลชน ติดต่อ:
NTT Communications Corporation
Mr. Yasumasa Morita / Mr. Masayuki Hayashi / Ms. Yuko Tomita, +81 3 6733-9521
CloudServicesg-cl@ntt.com

เอกสารแนบ
ราคาสำหรับ vSphere ESXi และบล็อกสตอเรจที่มีประสิทธิภาพ IO ที่ได้รับการรับประกัน(4IOPS/GB) ใน JP 1

vSphere ESXi dedicated hypervisor

เมนู: vSphere ESXi (ค่าธรรมเนียมแบบ fixed และ usage-based)
แผน: มาตรฐาน
General Purpose 1
– ชนิดของค่าธรรมเนียม: Fixed
– ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): –
– มากสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 10,000
– ชนิดของค่าธรรมเนียม: Usage-based
– ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): 2.827
– มากสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 114,000

General Purpose 2
– ชนิดของค่าธรรมเนียม: Fixed
– ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): –
– มากสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 20,000
– ชนิดของค่าธรรมเนียม: Usage-based
– ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): 5.704
– มากสุดต่อเดือน(ไม่รวมภาษี; JPY) 230,000

General Purpose 3
– ชนิดของค่าธรรมเนียม: Fixed
– ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): –
– มากสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 20,000
– ชนิดของค่าธรรมเนียม: Usage-based
– ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): 8.283
– มากสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 334,000

Workload Optimized 1
– ชนิดของค่าธรรมเนียม: Fixed
– ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): –
– มากสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 10,000
– ชนิดของค่าธรรมเนียม: Usage-based
– ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): 4.414
– มากสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 178,000

หมายเหตุ:

General Purpose 1 — 1 Socket/4Cores, 32GB memory, 600GB × 2 disks
General Purpose 2 — 2 Sockets/24Cores, 256GB memory, 600GB × 2 disks
General Purpose 3 — 2 Sockets/36Cores, 512GB memory, 600GB × 2 disks
Workload Optimized 1 — 1 Socket/4Cores, 256GB memory, 600GB × 2 disks

บล็อกสตอเรจที่มีประสิทธิภาพ IO ที่ได้รับการรับประกัน(4IOPS/GB)
เมนู: บล็อกสตอเรจที่มีประสิทธิภาพ IO ที่ได้รับการรับประกัน(4IOPS/GB)

แผน: 100 GB
ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): 0.434
ราคาสูงสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 17,500

แผน: 250 GB
ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): 0.173
ราคาสูงสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 7,000

แผน: 500 GB
ราคาต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 0.868
ราคาสูงสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 35,000

แผน: 1,000 GB
ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): 1.736
ราคาสูงสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 70,000

แผน: 2,000 GB
ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): 3.472
ราคาสูงสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 140,000

แผน: 4,000 GB
ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): 6.944
ราคาสูงสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 280,000

แผน: 8,000 GB
ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): 13.888
ราคาสูงสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 560,000

แผน: 12,000 GB
ราคาต่อนาที (ไม่รวมภาษี; JPY): 20.833
ราคาสูงสุดต่อเดือน (ไม่รวมภาษี; JPY): 840,000

ผู้เชี่ยวชาญชี้เทคโนโลยีเคลือบนาโนมีศักยภาพสูงในอนาคต ตอกย้ำ Nanopool เดินกลยุทธ์ถูกทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โฮลซ์ไวเลอร์, เยอรมนี–28 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ข่าวดีจากบุคคลในแวดวงอุตสาหกรรม:

          นักวิเคราะห์ชั้นแนวหน้าคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมนาโนเทคโนโลยีมีศักยภาพที่จะเติบโตสูงต่อไปอีกหลายปี

          บรรดาผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า สารเคลือบนาโนสำหรับยับยั้งแบคทีเรียเพียงภาคส่วนเดียวก็มีมูลค่าในตลาดโลกมากถึง 3.8 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2563 ดังที่ระบุไว้ในรายงาน “Global Industry Analysts”

          สำหรับ Nanopool ซึ่งเป็นผู้คิดค้นระบบเคลือบสมรรถนะสูงนั้น ตัวเลขเหล่านี้ช่วยยืนยันถึงกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทว่ามาถูกทางแล้ว โดยนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2549 สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งประเทศเยอรมนี (DPMA) ได้อนุมัติการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีเคลือบต้านแบคทีเรียรวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ ให้กับ นายซาสช่า ชวินท์ กรรมการผู้จัดการและผู้คิดค้นนวัตกรรมของ Nanopool ส่งผลให้ Nanopool มีเอกสิทธิ์ในการผลิตและให้บริการระบบป้องกันพื้นผิวต้านแบคทีเรียทั่วทวีปยุโรปไปจนถึงปี 2570 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจเรือเดินสมุทร การติดตั้งระบบท่าเรือ ตลอดจนแท่นขุดเจาะและท่อส่งน้ำมัน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับความเสียหายจากน้ำทะเล และจำเป็นต้องได้รับการปกป้องไม่ให้เกิดการเสื่อมสภาพและการปนเปื้อน

          นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ทาง Nanopool จดสิทธิบัตรไว้ยังมีคุณสมบัติในการปกป้องบรรจุภัณฑ์จากความชื้น โดยมีการนำผลิตภัณฑ์เคลือบต้านแบคทีเรียไปใช้ตามโรงพยาบาล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ครัวโรงแรม โรงงานแปรรูปอาหาร ไปจนถึงบนรถไฟ และรถโดยสารด้วย

          Nanopool ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 ในฐานะบริษัทผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นาโนจากรัฐซาร์ลันด์ ประเทศเยอรมนี Nanopool ได้สั่งสมความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตสารเคลือบสมรรถนะสูงมาเป็นเวลาถึง 10 ปี โดยสามารถพบผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ในหลายส่วนตลาด ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์อันยาวนาน ตลอดจนรายการผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมของ Nanopool บริษัทจึงสามารถนำเสนอโซลูชั่นที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรมและลูกค้าเฉพาะราย “การดำเนินกลยุทธ์ของบริษัทเมื่อปี 2549 นั้นมาถูกทางแล้ว สิ่งนี้ได้รับการยืนยันในรายงานการวิเคราะห์ตลาดล่าสุด รวมทั้งยังได้รับการพิสูจน์แล้วจากความพึงพอใจของลูกค้าและพันธมิตร” ซาสช่า ชวินท์ กรรมการผู้จัดการของ Nanopool ทิ้งท้าย

          สื่อมวลชนติดต่อ: info@nanopool.eu

          โทร: +49(0)6831-8902712

          ที่มา: Nanopool GmbH

มกุฎราชกุมารดูไบเปิดตัวโครงการใหม่ “Dubai Future Accelerators” มุ่งรับมือกับความท้าทายสำคัญ 7 ประการแห่งศตวรรษที่ 21

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–28 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

– ดูไบเตรียมจัดตั้งโครงการใหม่เพื่อมอบรางวัลให้กับบรรดาบริษัทนวัตกรรมจากทั่วโลก

– บริษัทที่เข้าร่วมโครงการจะแข่งขันกันค้นหาวิธีรับมือกับ ความท้าทายสำคัญ 7 ประการแห่งศตวรรษที่ 21

– มุ่งขยายขอบเขตความร่วมมือและทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆในระดับชุมชนเมือง

– ตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของดูไบในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการทดสอบเทคโนโลยีและธุรกิจแห่งอนาคต

– มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตของดูไบ (และอาจรวมถึงอนาคตของโลก) 

มกุฎราชกุมารแห่งดูไบประกาศเปิดตัวโครงการเปลี่ยนแปลงโลกสุดยิ่งใหญ่ “Dubai Future Accelerators” ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทนวัตกรรมระดับโลกและหน่วยงานรัฐได้ร่วมมือกันทดสอบโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อรับมือกับความท้าทายสำคัญๆในระดับชุมชนเมือง

 Dubai-Future-Accelerators / PULLING THE FUTURE FORWARD FASTERThe Dubai Future Accelerators are an intensive 12-week program that pairs top companies & cutting-edge entrepreneurs with powerful partners in Dubai to create breakthrough solutions together. (PRNewsFoto/Dubai Future Foundation)

PULLING THE FUTURE FORWARD FASTERThe Dubai Future Accelerators are an intensive 12-week program that pairs top companies & cutting-edge entrepreneurs with powerful partners in Dubai to create breakthrough solutions together. (PRNewsFoto/Dubai Future Foundation)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160727/393408 ) 

โครงการ Dubai Future Accelerators มุ่งจัดการกับ ความท้าทายสำคัญ 7 ประการแห่งศตวรรษที่ 21เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจ การสร้างงาน ตลอดจนการพัฒนาสังคม

ความท้าทายสำคัญ 7 ประการประกอบด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัย ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์, จีโนมิกส์, การพิมพ์ 3 มิติ, ระบบบัญชีแยกประเภทแบบกระจายตัว (distributed ledgers), นวัตกรรมเลียนแบบธรรมชาติ (biomimicry) และเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ และวิธีการทำงาน รูปแบบใหม่ โดยมุ่งจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ในภาคส่วนต่างๆของรัฐ ทั้งภาคการบริการสุขภาพ การศึกษา การคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานหมุนเวียน และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล

โครงการ Dubai Future Accelerators โดดเด่นเหนือโครงการอื่นๆ เพราะมุ่งทดสอบนวัตกรรมต้นแบบแห่งอนาคตในระดับชุมชนเมือง ซึ่งไม่เคยมีโครงการใดทำมาก่อน โดยต้องยกความดีความชอบให้กับรัฐบาลดูไบที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

โครงการแห่งศตวรรษที่ 21

โครงการ Dubai Future Accelerators ริเริ่มโดยท่านชีค ฮัมดัน บิน โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม มกุฎราชกุมารแห่งดูไบ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขึ้นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รวมถึงเจตนารมณ์ของท่านชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของยูเออี และผู้ครองนครดูไบ

“วิสัยทัศน์ของท่านชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด คือการเปลี่ยนยูเออีให้กลายเป็นศูนย์กลางของโลกในการสร้างสิ่งที่ดีกว่าเพื่ออนาคต” ท่านชีค ฮัมดัน กล่าวในแถลงการณ์

มูฮัมหมัด อับดุลลาห์ อัล เกอร์กาวี รัฐมนตรีกระทรวงกิจการรัฐมนตรีและอนาคต ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานมูลนิธิ Dubai Future Foundation กล่าวว่า “เราขอเชิญชวนทุกท่านทั่วโลกให้เดินทางมายังดูไบเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าเดิม”

ทุกบริษัทสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทสตาร์ทอัพหรือบริษัทขนาดใหญ่ ขอเพียงแค่มีแนวความคิดต้นแบบที่ใช้จัดการกับความท้าทายที่กล่าวถึงข้างต้น โดยบริษัทที่ชนะจะต้องนำเสนอแนวคิดอย่างละเอียด เพื่อทำเป็นโครงการนำร่องแห่งอนาคตที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีนั้นๆ

ดูไบพร้อมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการทดสอบเทคโนโลยีและดีไซน์แห่งอนาคต

Dubai Future Foundation เป็นผู้ดำเนินโครงการ Dubai Future Accelerators ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ Dubai Future Agenda ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ที่มุ่งพัฒนาโครงการและโซลูชั่นแห่งศตวรรษที่ 21 ทั่วโลก สำหรับโครงการอื่นๆภายใต้ Dubai Future Agenda ประกอบด้วย Dubai 3D Printing Strategy (ดำเนินงานร่วมกับเทศบาลนครดูไบ), Dubai Autonomous Transport Strategy (ดำเนินงานร่วมกับ RTA ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านคมนาคมขนส่งของดูไบ), Global Blockchain Council และ Museum of the Future

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์: https://dubaifutureaccelerators.com/en

สื่อมวลชน: https://dubaifutureaccelerators.com/en/press

ภาษาอารบิก: https://dubaifutureaccelerators.com/ar

ที่มา: Dubai Future Foundation

สมาคมสื่อสารธุรกิจ Aberje ออกจดหมายข่าวฉบับที่ 3 ชูบทบาทของการสื่อสารในการเอาชนะวิกฤตการณ์ในบราซิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซาเปาโล–28 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Aberje หรือสมาคมการสื่อสารภาคธุรกิจของบราซิล ได้เผยแพร่จดหมายข่าว BRpr ประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นฉบับที่ 3 แล้ว โดยทางสมาคมได้ริเริ่มโครงการจดหมายข่าวขึ้นเพื่อนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีที่แวดวงการสื่อสารองค์กรของบราซิลใช้ในการสนทนาแลกเปลี่ยนกับนานาประเทศ

จดหมายข่าวฉบับที่ 3 นี้ประกอบด้วยบทความ 2 บทความที่สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในบราซิล บทความแรกเขียนขึ้นโดย Paolo Nassarประธานของ Aberje และอาจารย์ที่ USP (University of Sao Paulo) ซึ่งได้กล่าวถึงวิกฤตในประเทศบราซิล รวมไปถึงบทบาทของการสื่อสารในการเอาชนะวิกฤตดังกล่าว ขณะที่ Serge Giacomo ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารที่ GE ได้พูดคุยถึงมหกรรมโอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ตลอดจนเรื่องราวอันเป็นตำนานเละแรงบันดาลใจของกีฬาโอลิมปิก

บทความอีกหนึ่งชิ้นเป็นการพูดถึงแบรนด์ LATAM ที่เกิดจากการรวมตัวกันระหว่าง 2 สายการบิน ได้แก่ TAM และ LAN ซึ่งมีการดำเนินงานอย่างมากในด้านการสื่อสาร นอกจากนี้ ในจดหมายข่าวฉบับนี้ ยังได้มีการชูแคมเปญจาก Vorantim Cimentos, Pirelli และ Volvo ตลอดจนการนำเสนอข้อคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการที่องค์กรของบราซิลได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกใหม่ของ Global Alliance for PR และโอกาสครบรอบ 10 ปีความร่วมมือเป็นพันธมิตรระหว่าง Aberje กับSyracuse University อีกด้วย

เกี่ยวกับ Aberje – Aberje Brazillian Association of Business Communication เป็นแหล่งอ้างอิงหลักสำหรับการผลิตและการเผยแพร่ความรู้และวิธีปฏิบัติในด้านการสื่อสารองค์กรของประเทศบราซิล Aberje ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2510 ในฐานะองค์กรวิชาชีพและวิทยาศาสตร์ซึ่งไม่แสวงผลกำไร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการสื่อสารภายในบริษัทและสถาบันต่าง ๆ และปลูกฝังบทบาทของนักสื่อสาร สำหรับกิจกรรมหลักของ Aberje ได้แก่ การสนับสนุน เนื้อหา การศึกษา และอาชีพ

องค์กรมีสมาชิกมากกว่า 500 ราย (ทั้งบริษัทและบุคคล) ซึ่งมีส่วนร่วมในการพัฒนาการสื่อสารองค์กรและกิจกรรมภายในองค์กร หรือมีบทบาททั้งทางตรงและทางอ้อมในเรื่องดังกล่าว กิจกรรมของ Aberje ไม่ได้จำกัดอยู่ในประเทศบราซิล โดยทางองค์กรได้สร้างความสัมพันธ์และดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนกับหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส เยอรมนี อิตาลี อินเดีย เม็กซิโก อาร์เจนตินา ชิลี โคลอมเบีย และเปรู โดยมีสถานะเป็นหน่วยงานวิจัยด้านการสื่อสารภาคธุรกิจของประเทศบราซิล

สมัครรับจดหมายข่าว BRpr ได้ที่ http://aberje.siteprofissional.com/optinbrpr.asp

ข้อมูลสำหรับติดต่อ:

Tato Carbonaro

ฝ่ายรัฐกิจและวิเทศสัมพันธ์

โทร. +55 11 5627-9090 ต่อ 824

อีเมล: tatocarbonaro@aberje.com.br

“พับลิค แบงก์” เตรียมขึ้นแท่นธนาคารมาเลเซียรายแรกที่ออกบัตรยูเนี่ยนเพย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–28 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

พับลิค แบงก์ (Public Bank) ธนาคารรายใหญ่อันดับสามของมาเลเซีย ลงนามข้อตกลงร่วมกับเครือข่ายการชำระเงินระดับโลกอย่าง ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (UnionPay International) เพื่อออกบัตรเดบิตยูเนี่ยนเพย์ ซึ่งจะส่งผลให้ พับลิค แบงก์ เป็นธนาคารมาเลเซียรายแรกที่ออกบัตรยูเนี่ยนเพย์ในประเทศ

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160726/8521604793-a

Dato’ Chang Kat Kiam รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของพับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด, Tan Sri Dato’ Sri Tay Ah Lek กรรมการผู้จัดการของพับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด, ไช่ เจียนป๋อ ซีอีโอของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ หยาง เหวินฮุ่ย ผู้จัดการทั่วไปของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในพิธีลงนามข้อตกลงออกบัตรเดบิตยูเนี่ยนเพย์ โดยการลงนามครั้งนี้จะส่งผลให้พับลิค แบงก์

 

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20151105/8521507450Logo

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160726/8521604793LOGO

พับลิค แบงก์ จะออกบัตรเดบิต PB UnionPay Lifestyle Debit Card และให้บริการเปิดบัญชีออมทรัพย์ PB UnionPay Savings Account เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วไปและนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปยังประเทศจีนเป็นประจำ โดยลูกค้าจะได้รับความสะดวกสบายจากการพกบัตรแทนที่จะต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบัน บัตรยูเนี่ยนเพย์ใช้ได้ทั่วประเทศจีนและในอีก 160 ประเทศทั่วโลก ดังนั้น ชาวมาเลเซียที่ต้องเดินทางเป็นประจำ ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในมาเลเซีย รวมถึงนักศึกษาและแรงงานจากจีนที่เดินทางมาเรียนและทำงานในมาเลเซีย จึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของยูเนี่ยนเพย์

ในมาเลเซียนั้น ตู้เอทีเอ็มกว่า 90% และร้านค้า 60% ต่างยินดีรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ทั้งที่ออกภายในประเทศและต่างประเทศ

อนึ่ง ข้อตกลงที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นการลงนามระหว่าง Tan Sri Dato’ Sri Tay Ah Lek กรรมการผู้จัดการของพับลิค แบงก์ และ ไช่ เจียนป๋อ ซีอีโอของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ Menara Public Bank โดยมีผู้บริหารท่านอื่นๆของพับลิค แบงก์ และเจ้าหน้าที่จากยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมเป็นสักขีพยาน

Tan Sri Dato’ Sri Tay Ah Lek แสดงความเห็นว่า “การได้เป็นธนาคารมาเลเซียแห่งแรกที่ออกบัตรยูเนี่ยนเพย์ นับเป็นการพิสูจน์อีกครั้งว่า พับลิค แบงก์ ให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าและการพัฒนาธุรกิจลูกค้ารายย่อย เพื่อยกระดับประสบการณ์ทางการเงินของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกในการชำระเงินให้แก่ลูกค้า”

ไช่ เจียนป๋อ กล่าวเสริมว่า “มาเลเซียเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับเรา โดยตู้เอทีเอ็มกว่า 90% และร้านค้า 60% ในประเทศต่างยินดีรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ การลงนามข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งในขณะที่เราเดินหน้าขยายธุรกิจในมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง เราจะเพิ่มจำนวนร้านค้าที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์ให้ได้ถึง 90% ภายในสิ้นปี 2560 และจะออกบัตรร่วมกับธนาคารมาเลเซียรายอื่นๆ รวมถึงมอบสิทธิพิเศษเพื่อยกระดับบริการและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ถือบัตร ในส่วนของนวัตกรรมการชำระเงินนั้น เราจะเร่งเปิดตัวระบบชำระเงิน e-wallet และสร้างระบบนิเวศการชำระเงินแบบ 020 ต่อไป”

เกี่ยวกับยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (UPI) มุ่งสนับสนุนธุรกิจการชำระเงินทั่วโลกของยูเนี่ยนเพย์ ปัจจุบัน บัตรยูเนี่ยนเพย์สามารถใช้ได้ใน 160 ประเทศและดินแดน ครอบคลุมร้านค้ากว่า 35 ล้านแห่ง และตู้เอทีเอ็มกว่า 2 ล้านตู้ทั่วโลก ยูเนี่ยนเพย์ออกบัตรกว่า 5.4 พันล้านใบในกว่า 40 ประเทศและดินแดน นับว่ามีฐานลูกค้าผู้ถือบัตรมากที่สุดในโลก นอกจากนั้นยังนำเสนอบริการชำระเงินที่มีคุณภาพ คุ้มค่า และปลอดภัย ทั้งยังให้บริการสนับสนุนร้านค้าที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์ซึ่งกำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

ในอาเซียนนั้น มีการออกบัตรยูเนี่ยนเพย์และมีตู้เอทีเอ็มและร้านค้าที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์ครบทั้ง 10 ประเทศ ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ UPIได้ที่ www.unionpayintl.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook, Sina Weibo และ WeChat รวมทั้งสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบนมือถือโดยเสิร์ชคำว่า “UnionPay International” บน Apple App Store หรือ Google Play Store

เกี่ยวกับพับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด

พับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 โดย Tan Sri Dato’ Sri Dr. Teh Hong Piow และจดทะเบียนบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์ Bursa Securities Malaysia ในปี 2510 ปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำซึ่งให้บริการลูกค้ากว่า 5 ล้านรายในมาเลเซีย และด้วยการบริหารจัดการอันชาญฉลาดกอปรกับการกำกับดูแลกิจการอันแข็งแกร่ง พับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด จึงได้รับรางวัลและการยกย่องทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติอยู่เสมอ

พับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบบริการอันยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันเหนือชั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความซับซ้อนมากขึ้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pbebank.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Alvin Chia
ผู้จัดการ
ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
โทร. +65-6329-1116
อีเมล: chiayaoqing@unionpayintl.com

Dato’ Chang Kat Kiam
รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
พับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด
โทร.  +6-03-21639797
อีเมล: changkk@publicbank.com.my

ไทยขึ้นแท่นลงทุนเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยสูงสุดในอาเซียน คาดการณ์ 5 ปี ตลาดสมาร์ทโฮมโตเฉลี่ย 40เปอร์เซ็นต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไทยขึ้นแท่นลงทุนเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยสูงสุดในอาเซียน คาดการณ์ 5 ปี ตลาดสมาร์ทโฮมโตเฉลี่ย 40เปอร์เซ็นต์

สมาร์ทซิตี้และโฮมออโตเมชั่นครองแชมป์หนุนการเติบโต 

กรุงเทพฯ–เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต นิว เอร่า และ เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. เผยตลาดเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยหรือซิเคียวริตี้ เทคโนโลยี (Security Technology)ของประเทศไทยมีมูลค่าสูงสุดในอาเซียนโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายสมาร์ทซิตี้และการขยายโครงข่ายสาธารณูปโภคของภาครัฐตลอดจนการขยายการลงทุนของภาคอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า คาดการณ์ 5 ปีตลาดสมาร์ทโฮม (Smart Home) เติบโตเฉลี่ย 40 เปอร์เซ็นต์ โดยโซลูชั่นด้านโฮมออโตเมชั่นครองแชมป์สัดส่วนสูงสุด ในขณะที่สังคมผู้สูงอายุจะผลักดันการเติบโตของผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมเพื่อการดูแลผู้สูงอายุเติบโตถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมเพื่อการรักษาความปลอดภัยจะเติบโต 45 เปอร์เซ็นต์

นายศิระพัฒน์ เกตุธาร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เวิลด์เด็กซ์จี.อี.ซี. จำกัดกล่าวว่า “ในปี 2558 ตลาดกล้องวงจรปิดของไทยมีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในอาเซียน โดยมีปัจจัยผลักดันจากการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าหลายสายในกรุงเทพฯ และการพัฒนาปรับปรุงสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิของภาครัฐซึ่งทำให้มีการติดกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้น และยังมีการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ รวมทั้งเหตุก่อการร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความกังวลและเพิ่มความเข้มงวดด้านการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น” 

สำหรับแนวโน้มของเทคโนโลยี คาดว่าจะมีการใช้เทคโนโลยีวิชวลไลเซชัน (Visualization)หรือการบันทึกภาพให้มองเห็นอย่างชัดเจนซึ่งช่วยให้ได้ข้อมูลแม่นยำและเห็นความร่วมมือกัน(Collaboration) ของเจ้าของเทคโนโลยีต่างๆ มากขึ้นเพื่อประสานเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยอันนำไปสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ โดยผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัยจะเป็นส่วนสำคัญระหว่างความร่วมมือดังกล่าว นอกจากนี้ การใช้กล้องวงจรปิดอัจฉริยะจะไม่เป็นแค่เพื่อการสอดส่องดูแลรักษาความปลอดภัยเท่านั้น แต่โรงแรม ห้างสรรพสินค้าและองค์กรธุรกิจต่างๆ ยังสามารถนำข้อมูลของลูกค้าที่บันทึกไว้ในกล้องมาประมวลผลเพื่อวางแผนการตลาดสินค้าให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคอีกด้วย 

ในด้านตลาดผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมของประเทศไทยในปี 2559 คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 645 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นถึง 2,500 ล้านบาท ในปี 2563 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 40 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยผลิตภัณฑ์โฮมออโตเมชั่นจะยังครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ 

ในแง่ของอัตราการเติบโตในอีก 5 ปี พบว่าผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมเพื่อการดูแลผู้สูงอายุจะเติบโตสูงสุดถึง 60 เปอร์เซ็นต์และผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมเพื่อการรักษาความปลอดภัยจะมีอัตราการเติบโตเป็นอันดับที่สองที่45 เปอร์เซ็นต์ 

 “แนวโน้มของการติดตั้งผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมจะเปลี่ยนจากการซื้ออุปกรณ์ DIY ไปติดตั้งเองทีละชิ้นไปเป็นการวางแผนติดตั้งระบบต่างๆ ให้ทำงานประสานกันโดยอัตโนมัติเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้น และนอกจากการติดตั้งอุปกรณ์สมาร์ทโฮมเพื่อการรักษาความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยแล้วยังจะมีการติดตั้งเพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้สูงอายุที่อยู่บ้านลำพัง ตลอดจนสัตว์เลี้ยง และยังจะมีความนิยมในการใช้หลอดไฟอัจฉริยะที่เป็นกล้องและลำโพงในตัว และการติดตั้ง Smart front door เพื่อให้ผู้อยู่ในบ้านเห็นหน้าและโต้ตอบกับบุคคลที่มาเยือนโดยที่ยังไม่ต้องเดินออกไปที่ประตูซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องความสะดวกสบายแล้วยังเป็นการป้องกันมิจฉาชีพอีกด้วย” นายศิระพัฒน์ กล่าวเสริม 

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มว่า ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมในอนาคตจะมีราคาถูกลงและควบคุมได้ผ่านสมาร์ทโฟน เนื่องจากการประยุกต์ใช้ Internet of Things (IoT) กับผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมอาทิ หลอดไฟอัจฉริยะ หรือ กล้องวงจรปิดที่ใช้กับที่อยู่อาศัย ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคในระดับกลางก็สามารถติดตั้งอุปกรณ์สมาร์ทโฮมได้ 

จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดดังกล่าว เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ตนิว เอร่า บิสิเนส มีเดีย หนึ่งในผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติระดับโลกและผู้จัดงาน Secutech จึงได้ร่วมกับ เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. เตรียมจัดงานแสดงสินค้าด้านการรักษาความปลอดภัยและสมาร์ทโฮมควบคู่กับงานสัมมนานานาชาติด้านเทคโนโลยีพร้อมกันสองงาน ได้แก่ GDSF Thailand 2016 หรือ Global Digital Security & Solutions Forum และ SMAhome Thailand 2016 by Secutech ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2559 ณ ไบเทค บางนา โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สมาคมรักษาความปลอดภัยภาคพื้นเอเชีย สมาคมผู้ประกอบการระบบรักษาความปลอดภัยไทย และ สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร 

งาน GDSF Thailand 2016 และงาน SMAhome Thailand 2016 by Secutechเหมาะสำหรับนักธุรกิจด้านการรักษาความปลอดภัยและสมาร์ทโฮม นักพัฒนา ผู้ผลิต ผู้ติดตั้ง เจ้าของธุรกิจ วิศวกร สถาปนิก นักออกแบบ รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้งานในหน่วยงานภาครัฐ นักลงทุน เจ้าของกิจการขนาดใหญ่ องค์กรคมนาคมขนส่ง โรงงานอุตสาหกรรม นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ค้าปลีก โรงแรมและธนาคาร 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ที่เว็บไซต์ www.thailandsmartech..comหรือติดต่อบริษัท เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. จำกัดโทรศัพท์: 02 664 6488 ต่อ 401และ 405 โทรสาร: 02-641-5480,82 อีเมล์: info@thailandsmartech.com

# # #

เกี่ยวกับบริษัท เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ตนิว เอร่า บิสิเนส มีเดีย จำกัด

บริษัท เมสเซ่ แฟรงเฟิร์ต นิว เอร่า บิสิเนส มีเดีย จำกัด คือผู้จัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยชั้นนำของโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 ภายหลังจากที่เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งเป็นผู้จัดงานแสดงสินค้าเพื่อผู้ประกอบการชั้นนำของโลกได้เข้าซื้อกิจการของกลุ่มบริษัทเอแอนด์เอส (A&S Group) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัย การควบรวมของสองบริษัทชั้นนำก่อให้เกิดรวมกันของแพลตฟอร์มด้านการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยโดยมีการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเว็บไซต์ที่อัพเดทข้อมูลในอุตสาหกรรม การจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติและระดับภูมิภาคทางด้านอุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยและความปลอดภัยของอิเลคทรอนิกส์ ความปลอดภัยของข้อมูล การป้องกันอัคคีภัยและธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมได้ที่ www.mfnewera.com 

เกี่ยวกับบริษัท เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. จำกัด

บริษัท เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2527 โดยเป็นบริษัทสัญชาติไทยที่มีชื่อเสียงสูงสุดในธุรกิจงานแสดงสินค้าเพื่อผู้ประกอบการ ปัจจุบัน บริษัทฯ ยังคงความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการทั้งในและต่างประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมได้ที่ www.worldexgroup.com

ทีเอชนิคเปิดรับจด “.th” แบบไร้หมวดหมู่คั่นกลาง รอบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ทีเอชนิคเปิดรับจด “.th” แบบไร้หมวดหมู่คั่นกลาง รอบใหม่

ทีเอชนิค (THNIC) ประกาศเปิดรับจด “.th” ในระดับที่ 2 แบบไม่มีหมวดหมู่คั่นกลาง รอบใหม่ เพื่อหาทุนทำโครงการเน็ตชนบทสู่ครัวเรือนของมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย รับสมัครระหว่างวันที่ 1 .. -12 .. ศกนี้

นายภาคภูมิ ไตรพัฒน์ กรรมการ บริษัท ที.เอช.นิค จำกัด ในฐานะอนุกรรมการนโยบายชื่อโดเมน ของมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย ได้กล่าวถึงการเปิดรับจด .th ในระดับที่ 2 ครั้งใหม่ ว่า การเปิด SLD.th รอบใหม่นี้จะเป็นแบบเฉพาะกิจสำหรับการจดทะเบียนชื่อโดเมนด้วยชื่อนิติบุคคลทางธุรกิจ ชื่อรัฐวิสาหกิจ ชื่อเครื่องหมายการค้า และ ชื่อการจัดงาน หรือ โครงการขนาดใหญ่ขององค์กรเอกชนหรือหน่วยงานภาครัฐเท่านั้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนบริจาคสำหรับโครงการอินเทอร์เน็ตชนบทสู่ครัวเรือน ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งในหลายโครงการของมูลนิธิฯ ที่เน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มประชากรอินเทอร์เน็ตไทย อันจะส่งผลต่อพัฒนาการด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเรียนรู้ ของชุมชนในไทย

 “ตามที่มูลนิธิฯ ได้เปิด SLD.th ปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2557 ก็ได้รับการตอบรับที่ดี โดยมี SLD .th เปิดใช้งานแล้วรวม 48 ชื่อ อาทิ teda.thเว็บไซต์โครงการมั่นใจในการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ของ สพธอ. และ ku.thเว็บไซต์ ม. เกษตรศาสตร์  เป็นต้น  ในส่วนเงินบริจาคที่ได้รับมาจากทั้งสองครั้งนั้น ทางมูลนิธิฯ ได้นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ได้แก่ โครงการศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เป็นกลาง หรือBKNIX ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินโครงการประสบความสำเร็จโดยมีสมาชิกจำนวน 9 ราย มีผู้ให้บริการ Content Delivery Network (CDN) จำนวน 3 ราย โดยรายล่าสุดคือ CommunityDNS และ Akamai Technology และอีกโครงการหนึ่ง คือ โครงการอินเทอร์เน็ตชนบทสู่ครัวเรือน หรือ Net2Home ที่ได้มีการวิจัยพัฒนาเฟิร์มแวร์สำหรับอุปกรณ์ WiFi ให้ต่อเชื่อมกัน สร้างเป็นโครงข่ายที่ลดการเดินสาย ต้นทุนต่ำ และง่ายต่อการเคลื่อนย้าย ซึ่งได้นำไปใช้งานจริงแล้วในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือเช่น อ.แม่สอด และ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นต้น

            ผู้สนใจสามารถส่งคำขอสมัครจดชื่อโดเมนพร้อมค่าธรรมเนียมการสมัครจำนวน 1 หมื่นบาท ต่อ 1 ชื่อโดเมน ได้ที่บริษัท ที.เอช.นิค จำกัด ระหว่างวันที่ 1 .. – 12 .. 2559 ผู้สมัครที่ได้รับอนุมัติสามารถบริจาคเงินเพื่อจดโดเมนจำนวน 1 ล้านบาทต่อชื่อ สำหรับตลอดอายุการใช้งาน หรือ บริจาคเงินจำนวน 1 แสนบาทต่อชื่อต่อปี ให้แก่มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย ได้โดยตรง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ thnic.co.th/sld หรือ ติดต่อที่ โทร: 02-105-4007 หรือ อีเมล: sld@thnic.co.th

เกี่ยวกับมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย

            มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย (Thai Network Information Center Foundation)  เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่มุ่งเน้นด้านการพัฒนาการใช้งานอินเทอร์เน็ตและโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย มูลนิธิฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการใช้งานโดเมน “.TH” และ “.ไทย ทั้งยังสนับสนุนการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาเพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และเป้าหมายสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตไทย ในด้านเทคโนโลยี ความรู้ ความเร็วอินเทอร์เน็ต และการลดต้นทุนติดต่อ: thnic.or.th

เกี่ยวกับ บริษัท ที.เอช.นิค. จำกัด

            บริษัท ที.เอช.นิค. จำกัด เป็นผู้รับจดทะเบียน (Registrar) ชื่อโดเมนภายใต้สกุล “.TH” และ “.ไทยในชื่อโดเมนระดับที่ 3 (Third Level Domain) จำนวน 7 หมวดหมู่ ตามนโยบายที่กำหนดโดยคณะอนุกรรมการนโยบายชื่อโดเมน ภายใต้มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย มาตั้งแต่ปี พ.. 2542 สถิติจำนวนชื่อโดเมน ณ เดือน มิ.. 2559 จำนวน “.TH” มี 65,433 ชื่อ และ “.ไทยมี 17,007 ชื่อ ปัจจุบันมีผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตกว่า 50 ราย ติดต่อ: ทีเอชนิค.ไทย หรือ thnic.co.th

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์ แถลงผลดัชนี TE Index ภาครัฐ ไตรมาส 3 “ดีขึ้น แต่ไม่ถึงความคาดหวัง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์ แถลงผลดัชนี TE Index ภาครัฐ ไตรมาส 3 ดีขึ้น แต่ไม่ถึงความคาดหวัง

 

 

ผลเท่ อินเด็กซ์ (TE Index) ภาครัฐ ประจำไตรมาส 3 ภาพรวมดีขึ้นเล็กน้อยทุกด้าน เข้าถึงง่าย ทำงานบูรณาการดี รับผิดชอบขึ้น แต่ยังไม่ถึงความคาดหวังของประชาชน ด้านความโปร่งใส ปลอดคอร์รัปชั่นยังต่ำ ต้องปรับปรุง

.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสภาปัญญาสมาพันธ์ และประธานอำนวยการบริหารจัดทำดัชนีประสิทธิผลประเทศไทย (เท่ อินเด็กซ์) แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อดัชนีประสิทธิผลภาครัฐ (Public Sector Effectiveness Index – PBE Index) ประจำไตรมาส 3 เมื่อวันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2559 ณ สำนักงานส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่าในภาพรวม ประชาชนให้คะแนนภาครัฐร้อยละ 58.9 ขยับขึ้นร้อยละ 1.1 จากไตรมาสก่อนที่ได้คะแนนร้อยละ 57.7 ซึ่งต่ำกว่าความคาดหวังของประชาชนถึงกว่าร้อยละ 14 (ประชาชนคาดหวังผลงานของภาครัฐในระดับคะแนนร้อยละ 72.6)

ผลการประเมินประสิทธิผลภาครัฐ พบว่า ปัจจัยที่ได้คะแนนสูงสุด อันดับหนึ่ง คือ การเข้าถึงบริการภาครัฐ ได้คะแนนร้อยละ 64.2 ต่ำกว่าค่าคาดหวังของประชาชนอยู่ร้อยละ 8.4 โดยหน่วยงานภาครัฐที่ประชาชนนึกถึง 5 อันดับแรก ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล โรงพยาบาล สถานีอนามัย และที่ว่าการอำเภอ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเข้าถึงบริการพื้นฐานที่รัฐจัดให้ในระดับท้องถิ่นเป็นสำคัญ ส่วนปัจจัยที่ได้คะแนนเป็นอันดับสอง ได้แก่ การสร้างพันธมิตรและการบูรณาการ ได้ร้อยละ 62.4 และอันดับสาม ความรับผิดชอบ ได้คะแนนร้อยละ 60.8

ในส่วนของปัจจัยที่ได้คะแนนต่ำที่สุด ได้แก่ การปลอดคอร์รัปชั่น ได้คะแนนเพียงร้อยละ 53.8 ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนอาจมองว่า ภาครัฐยังไม่มีผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ยังไม่มีการจับคนผิดมารับโทษได้ ส่วนปัจจัยที่ได้คะแนนต่ำเป็นอันดับสอง ได้แก่ ความโปร่งใส ได้ร้อยละ 56.6 ส่วนคะแนนต่ำอันดับสาม ได้แก่การกำกับดูแล ได้ร้อยละ 57

ผลของดัชนีเมื่อเทียบกับไตรมาสสอง พบว่า ความรับผิดชอบเป็นปัจจัยที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2 มากที่สุด โดยมีผลต่างคะแนนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 อาจเนื่องมาจากการที่ประเทศไทยได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง รองลงมาเป็นเรื่อง ประสิทธิภาพ เพิ่มร้อยละ 2.3 จากผลงานของรัฐบาลในช่วงทีผ่านมา และ การเข้าถึง เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6

ส่วนคะแนนที่เพิ่มจากไตรมาสสองเพียงเล็กน้อย (ไม่เกินร้อยละ 0.9) ได้แก่ ปัจจัยด้านการกำกับดูแล  ความโปร่งใส ความเป็นมืออาชีพ ซึ่งภาครัฐควรกำกับดูแลกิจการของรัฐอย่างเข้มงวดและมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา และปัจจัยที่มีผลต่างคะแนนเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด เพียงร้อยละ 0.3 ได้แก่ การปลอดคอร์รัปชั่น เป็นซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลแทบไม่มีความก้าวหน้าในการดำเนินนโยบายด้านคอร์รัปชั่นในสายตาของประชาชน

จากผลเท่ อินเด็กซ์ ประสิทธิผลภาครัฐ ไตรมาส 3 นี้ เสนอว่า การที่ภาครัฐได้คะแนนสูงในปัจจัยด้านการเข้าถึงและการสร้างพันธมิตรและบูรณาการ ภาครัฐควรส่งเสริมและเร่งความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นเพื่อดำเนินนโยบายได้ผลเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง และจากการเชื่อมั่นในความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น หน่วยงานภาครัฐควรรักษามาตรฐานในการทำงานด้วยความรับผิดชอบให้ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์การทำงานที่ดี มีประสิทธิภาพ และทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ในการสำรวจครั้งนี้ ได้มีการสอบถามเพิ่มเติมว่า เรื่องใดที่ต้องการให้ส่วนราชการปรับปรุงมากที่สุด ในครึ่งปีหลังของปี 2559 โดยด้านเศรษฐกิจ 5 อันดับแรก ได้แก่ การควบคุมราคาสินค้าและค่าครองชีพ การควบคุมราคาน้ำมัน การยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร การปรับอัตราการลดหย่อนภาษีให้ทันสมัย และการส่งเสริมการท่องเที่ยว

สามารถดูภาพข่าวเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2atAa4W

FOCUS Brands ต้อนรับรองประธานคนใหม่ มุ่งเสริมแกร่งธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอตแลนตา28 ก.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
FOCUS Brands (www.focusbrands.comต้อนรับ เคน เฉิน เข้ารับตำแหน่งรองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ ประจำเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจะรับผิดชอบในการเดินหน้าพัฒนาธุรกิจค้าปลีกของ FOCUS Brands ให้เติบโตขึ้นในตลาดเดิม รวมทั้งขยายธุรกิจในจีน ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และประเทศอื่นๆ โดยในปัจจุบันCinnabon(R) และ Auntie Anne’s(R) เป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตเป็นอันดับต้นๆ ในหลายประเทศ ตามมาด้วย Carvel(R), Moe’s Southwest Grill(R)และ Schlotzsky’s(R)

Ken-Chen / FOCUS Brands Strengthens Commitment to Asia Pacific with appointment of Ken Chen as Senior Vice President and Managing Director of Asia Pacific (PRNewsFoto/FOCUS Brands)

FOCUS Brands Strengthens Commitment to Asia Pacific with appointment of Ken Chen as Senior Vice President and Managing Director of Asia Pacific (PRNewsFoto/FOCUS Brands)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160722/392317
เคน เฉิน สั่งสมประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาด้านการจัดการมาอย่างยาวนานถึง 20 ปี ก่อนหน้านี้ เคนได้ร่วมงานกับ
 L.E.K. Consulting เป็นเวลา 12 ปี ซึ่งเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศจีน โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือบริษัทต่างๆจากทั่วโลกในการดำเนินกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดและการเติบโตในจีนและเอเชีย สำหรับในบทบาทใหม่นี้ เคนจะรับผิดชอบในการมอบข้อมูลเชิงลึกและเครื่องมือทางกลยุทธ์ให้แก่ลูกค้า เพื่อการประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ซับซ้อนของจีน

นิโกลาส์ บูเดต์ ประธาน Focus Brands International กล่าวว่า เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ผู้มีประสบการณ์กว้างขวางในภูมิภาคนี้มาร่วมทีม เคนเป็นอีกบุคลากรคนสำคัญในครอบครัว FOCUS Brands ที่จะเข้ามาช่วยเรายกระดับผลการดำเนินงานทางธุรกิจสำหรับผู้ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ในประเทศต่างๆ รวมถึงการเจาะตลาดใหม่ๆ ในเอเชียแปซิฟิก เพื่อขยายการเข้าถึงผู้บริโภคของแบรนด์ ประสบการณ์ของเขามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของเราในการขยายธุรกิจสู่ระดับโลก” 

เคนอาศัยอยู่ในเซี่ยงไฮ้ กับ เจมี ภรรยา และโจฮันน์ บุตรชาย 

เกี่ยวกับ FOCUS Brands
FOCUS Brands Inc. มีสำนักงานใหญ่อยู่ในแอตแลนตา บริษัทเป็นเจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์และดำเนินธุรกิจร้านไอศครีม เบเกอรี่ ร้านอาหารและคาเฟ่ 4,500 แห่งในสหรัฐอเมริกา ดิสทริกออฟโคลัมเบีย เปอร์โตริโก และ 60 ประเทศ ภายใต้ชื่อแบรนด์ Carvel(R), Cinnabon(R), Schlotzsky’s(R), Moe’s Southwest Grill(R), Auntie Anne’s(R), McAlister’s Deli(R) และ Seattle’s Best Coffee(R) ซึ่งเปิดให้บริการตามฐานทัพและในตลาดนานาชาติบางแห่ง
ติดต่อ
: Loryn Franco | lfranco@focusbrands.com | 404-257-7004

Electro-Harmonix เปิดตัวมินิซินธิไซเซอร์รุ่นใหม่ รองรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก—28 ก.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
แอพพลิเคชั่นราคาย่อมเยาช่วยรังสรรค์เสียงสังเคราะห์สไตล์วินเทจ พร้อมฟีเจอร์การใช้งานสำหรับผู้ใช้มือถือ –

Electro-Harmonix เปิดตัวคีย์บอร์ดซินธิไซเซอร์ระบบอิเล็กทรอนิกส์ The Mini Synthesizer เวอร์ชั่นรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์มือถือ โดยมีสนนราคาอยู่ที่ 2.99 ดอลลาร์สำหรับสมาร์ทโฟน และ 4.99 ดอลลาร์สำหรับแท็บเล็ต ปัจจุบันเปิดให้ดาวน์โหลดแล้วบนไอแพดและไอโฟน (IOS เวอร์ชั่น 8.0 หรือสูงกว่า) ขณะที่ระบบแอนดรอยด์จะเปิดให้ดาวน์โหลดในเดือนตุลาคมนี้ แอพพลิเคชั่นนี้ให้เสียงแบบวินเทจยุค 1980 พร้อมยกระดับให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะด้วยอินพุท MIDIเสมือน เมนูเอฟเฟกต์เสริม ตัวควบคุมริบบอน และอื่นๆ

วิดีโอ – https://www.youtube.com/watch?v=QzlVPgQyyR8

Electro-Harmonix Mike Matthews / Mike Matthews, Electro-Harmonix President and Founder, pictured with an original Mini-Synthesizer circa 1980. Electro-Harmonix has released a mobile app version of this early electronic synthesizer keyboard. (PRNewsFoto/Electro-Harmonix)

Mike Matthews, Electro-Harmonix President and Founder, pictured with an original Mini-Synthesizer circa 1980. Electro-Harmonix has released a mobile app version of this early electronic synthesizer keyboard. (PRNewsFoto/Electro-Harmonix)
รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160726/393183

Electro-Harmonix Mini-Synthesizer App / Electro-Harmonix Mini-Synthesizer App shown in iPad and iPhone versions (PRNewsFoto/Electro-Harmonix)

Electro-Harmonix Mini-Synthesizer App shown in iPad and iPhone versions (PRNewsFoto/Electro-Harmonix)
รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160726/393184

สามารถรับชมวิดีโอและดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ที่ www.ehx.com/products/mini-synthesizer-app

แอพพลิเคชั่นนี้มาพร้อมกับโปรแกรมเสียงที่ตั้งค่าไว้ให้แล้ว 22 ชุด โดยผู้ใช้แอพสามารถตั้งโปรแกรมของตนได้แทบจะไม่จำกัด นอกจากนี้ยังมีสไลเดอร์ 12 ตัว สวิตช์อีก 9 ตัว เพื่อให้การสร้างสรรค์และดัดแปลงเสียงนั้นเป็นไปอย่างไร้ขอบเขต

ไมค์ แมทธิวส์ ประธานและผู้ก่อตั้ง Electro-Harmonix กล่าวว่า ผมเชื่อว่าบรรดาแฟนๆเสียงสังเคราะห์สไตล์วินเทจจะชื่นชอบความสามารถของแอพ ในการสร้างสรรค์เสียงแบบอนาล็อกที่แฝงด้วยความอบอุ่นเสมือนมาจากเครื่องดนตรีจริง เช่นเดียวกับเสียงเบสสไตล์ฟังกี้ และด้วยราคาที่เอื้อมถึงและสามารถใช้งานได้ง่าย บรรดาผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และผู้ที่ไม่ใช่นักดนตรีก็จะหลงรักแอพนี้ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลโดยสรุปของยูสเซอร์อินเตอร์เฟซ:

OSC Section

– PITCH: สไลเดอร์สำหรับการปรับเพิ่มหรือลดระดับเสียงของตัวโน้ตครั้งละ +/- 1 อ็อกเทฟ
– SUB-OCTAVE: สไลเดอร์ซึ่งทำหน้าที่ลดอ็อกเทฟลงหนึ่งขั้น ขณะที่กำลังเล่นเสียงเพื่อเป็น Extra Bottom ให้กับเสียงนั้น
– OCTAVE UP: สวิตช์ซึ่งทำหน้าที่ปรับเพิ่มอ็อกเทฟของตัวโน้ตขึ้นอีกขั้น
– TUNE: น็อปสำหรับการจูน Mini Synthesizer เข้ากับอุปกรณ์อื่นๆ รวมถึงแหล่งเสียงในช่วง +/- 50 เซนต์

FILTERS Section

– PHASE RATE: สไลเดอร์สำหรับการปรับความเร็วของตัวเปลี่ยนเฟส
– FILTER START: สำหรับการตั้งความถี่แรกของตัวปรับฟิลเตอร์
– FILTER STOP: สำหรับการตั้งความถี่สุดท้ายของตัวปรับฟิลเตอร์
– SWEEP RATE: สำหรับการควบคุมความเร็วของตัวปรับฟิลเตอร์
– PHASE: สวิตช์เปิด/ปิดเอฟเฟกต์
– 2X FILTER: สวิตช์สำหรับการเปลี่ยนรูปแบบของเสียงที่เคลื่อนตัวผ่านฟิลเตอร์ (ขนานหรือเป็นชุดลำดับ)
– Q: สวิตช์สำหรับการตั้งค่าความก้องของตัวปรับฟิลเตอร์
– RETRIGGER SWITCH: สำหรับการเปิด/ปิดรีทริกเกอร์

DELAY Section

– TIME: สไลเดอร์สำหรับการปรับเวลาหน่วงสูงสุดได้ 2 วินาที
– FEEDBACK: สำหรับการควบคุมจำนวนครั้งของการซ้ำเสียงสะท้อน
– BLEND: สำหรับการปรับมิกซ์ของสัญญาณเดิมและการซ้ำเสียงสะท้อน
– DELAY: สวิตช์เปิด/ปิดเอฟเฟกต์

REVERB Section

– AMOUNT: สไลเดอร์ปรับระดับเอฟเฟกต์สะท้อน
– BLEND: สไลเดอร์ปรับมิกซ์ของสัญญาณทั้ง Dry Signal กับ Wet Signal
– REVERB: สวิตช์เปิด/ปิดเสียงสะท้อน
– REVERB>DELAY: สวิตช์สำหรับการตั้ง Delay หรือ Reverb เป็นจุดเริ่มต้นในลำดับเอฟเฟกต์ เพื่อให้เอฟเฟกต์เสียงที่ออกมานั้นหลากหลายและน่าสนใจ

MISCELLANEOUS CONTROLS

– VOL (Volume): สไลเดอร์ปรับระดับเอาท์พุทของเสียงโดยรวมจาก Mini Synthesizer
– POLY/MONO: สวิตช์ปิดเปิดระหว่างโหมดประสานเสียง (เล่นได้พร้อมกัน 4 โน้ต) หรือช่องทางออกของเสียงทางเดียว (เล่นได้เพียงโน้ตเดียว)
– PRESETS: เมนูป๊อปดาวน์แสดงผลพรีเซทที่สามารถใช้ได้ ทั้งยังสามารถเลือกใช้ได้ทันที
– HORIZONTAL: สไลเดอร์สำหรับการปรับเรนจ์เสียงของคีย์บอร์ด ครอบคลุมอ็อกเทฟ 8 ช่วง
– RIBBON Interface: สำหรับการเล่นแบบ Portamento (ระดับเสียงเลื่อนขึ้นหรือลง) แบบ Vibrato ตลอดจนเทคนิคอื่นๆ

เกี่ยวกับ Electro-Harmonix
Electro-Harmonix ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1968 โดยไมค์ แมทธิวส์ และได้กลายเป็นผู้บุกเบิกรายหนึ่งในการสร้างสรรค์ซาวด์เอฟเฟกต์ให้กับบรรดานักดนตรีมานับตั้งแต่นั้น โดยผลิตภัณฑ์รุ่นแรกเริ่มของบริษัทอย่าง LPB-1 Linear Power Booster ได้ช่วยขับเคลื่อนการเดินหน้าสู่ “Age of Overdrive” จากนั้นบริษัทได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Big Muff Pi Distortion/Sustainer, POG2 Polyphonic Octave Generator และ Deluxe Memory Man Analog Delay ซึ่งล้วนได้รับความนิยมทั้งสิ้น ทั้งนี้ Electro-Harmonix มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มหานครนิวยอร์กนับตั้งแต่วันก่อตั้ง ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สร้างซาวด์เอฟเฟกต์ให้บรรดานักดนตรีเลือกสรรอย่างหลากหลายกว่า 125 รายการ