ขอบคุณชาวไทยที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน “ออมสินโลก” ครั้งที่ 23 อย่างยิ่งใหญ่ ออมสินปรับบทบาทสู่การเป็นธนาคารแห่งศตวรรษที่ 21 ด้วยดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของ World Savings and Retail Banking Institute ครั้งที่ 23 (23rd WSBI Annual Meetings 2016) ปิดฉากลงแล้วอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 ณ โรงแรมอวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้เกียรติร่วมพิธีเปิดการประชุม โดยมี มร.เฮนริซ ฮาซิส ประธานสถาบันธนาคารออมสินโลก คุณประภาศ คงเอียด กรรมการธนาคารออมสิน คุณชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสมาชิกสถาบันธนาคารออมสินโลกทั่วโลก ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงการคลังและหน่วยงานในสังกัด สถาบันการเงิน และหน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วมการประชุม

            โดยงานนี้ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการออมของไทย เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2559 ในหัวข้อ การธนาคารแห่งศตวรรษที่ 21(Banking in the 21st Century) เพื่อก้าวให้ทันกับการเข้าสู่ยุคดิจิทัลของธนาคารรายย่อย ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 500 คน รวมถึงตัวแทนธนาคารออมสินจากประเทศต่างๆ กว่า 110 แห่งใน 80 ประเทศทั่วโลก งานประชุม “ออมสินโลก” ในปีนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับสมาชิก WSBI และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างเครือข่ายรวมถึงแสดงออกถึงพลวัตของธนาคารรายย่อยที่มีเป้าหมายในการลดช่องว่างทางการเงินระหว่างคนในสังคม ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินในระบบได้อย่างทั่วถึง ยังเป็นปัจจัยที่สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (The United Nations Sustainable Development Goals) อีกด้วย

            นอกจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปีแล้ว ยังมีงานสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล การพัฒนาบริการของธนาคาร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นภายใต้สภาวการณ์ของโลกในปัจจุบัน โดยวิทยากรจากสถาบันการเงินระดับโลกและองค์กรที่เกี่ยวข้อง

            นาย Heinrich Haasis ประธานสถาบันธนาคารออมสินโลก กล่าวว่า ธนาคารรายย่อยไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด เช่น ที่สาขาธนาคารทางออนไลน์ หรือทางอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่เป็นพลังขับเคลื่อนการเจริญเติบโตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารจะต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นโลกแบบ “Always-on

            ในส่วนของธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นสมาชิกของ WSBI และเป็นธนาคารเพื่อการออมที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี ได้ปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล แต่ยังคงมุ่งมั่นในภารกิจเพื่อสังคมไทย “ธนาคารออมสินต้องปรับเปลี่ยนยกระดับให้ทันกับการปฏิวัติไปสู่ยุคดิจิทัล เราเชื่อว่าดิจิทัลเทคโนโลยีจะสามารถช่วยพัฒนาให้มีความทันสมัยทุกที่ ทุกเวลา และเป็นช่องทางในการที่จะให้บริการลูกค้าได้รับความสะดวก รวมถึงประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ” นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าว

            ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม WSBI ครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำการยอมรับและความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทยในเวทีสากล และทำให้แบรนด์ของธนาคารออมสินก้าวสู่ระดับสากล อีกทั้งยังเป็นการแสดงความพร้อมของธนาคารออมสินในการเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค

            ภายหลังการประชุม เป็นธรรมเนียมของ WSBI ที่จะต้องทำข้อตกลงร่วมกันในปีนี้ที่ประชุมได้ลงนามใน Bangkok Resolution ซึ่งกำหนดเป้าหมายขยายการเข้าถึงประชาชนให้มากขึ้นใน 80 ประเทศทั่วโลก สร้างโอกาสจากเทคโนโลยีใหม่ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมและประชาชนเข้าถึงได้ พร้อมประสานและร่วมมือกับกลุ่มประเทศในอาเซียน (AEC) ส่งเสริมสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Finance) เพราะธนาคารออมสินและธนาคารรายย่อยมีบทบาทสำคัญในกรสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม

ที่ประชุมยังย้ำถึงเป้าหมายของ WSBI เพิ่มลูกค้าใหม่ให้ได้ 1,700 ล้านราย โดยเปิดบัญชีใหม่ 400 ล้านบัญชี ภายในปี 2563 และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการเพิ่มขอบข่ายของการทำธุรกรรมของธนาคารดิจิทัล ดังรายละเอียดใน Resolution of the 23rd WSBI Annual Meetings อย่างไรก็ดีในช่วงเช้าคณะกรรมการและสมาชิกสถาบันธนาคารออมสินโลกได้ร่วมกันประชุม WSBI General Assembly ด้วย             

            สำหรับในช่วงบ่ายของการประชุมได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ การธนาคารในศตวรรษที่ 21 ในเรื่อง A Customer – Centric Approach และThe Human Factor ด้วย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างประเทศพร้อมด้วยคุณอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมเป็นวิทยากรในการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องอย่างกว้างขวาง และในช่วงค่ำของวันดังกล่าว ได้จัดให้มีงานเลี้ยงรับรองผู้เข้าร่วมการประชุมโดยล่องเรือชมความงามและทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยา จัดให้มีการแสดงแสง สี เสียง “A Legend of Harmony in Diversity” ในสถานที่สำคัญต่างๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

            ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 คณะสมาชิกสถาบันธนาคารออมสินโลกได้เดินทางไปศึกษาดูงานสถาบันการเงินชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ 2 ซึ่งธนาคารออมสินให้การสนับสนุน โดยมีคุณชลธี ยังตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง อ.เกาะเกร็ด ผู้จัดการสถาบันการเงินชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ 2 และสมาชิก ร่วมให้การต้อนรับ นำเยี่ยมชมศูนย์เครื่องปั้นดินเผา การสาธิตการทำขนมไทย และการแสดงดนตรีไทย ณ เกาะเกร็ด จ.นนทบุรีด้วย

            อนึ่ง ในช่วงค่ำของวันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ได้จัดให้มีงานเลี้ยงรับรองคณะผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการสถาบันธนาคารออมสินโลก ณ พระราชวังพญาไท โดยผู้อำนวยการธนาคารออมสินนำเยี่ยมชมความงดงามของพระราชวังพญาไท เพื่อเทิดพระเกียรติในพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 6  ที่ทรงก่อตั้งคลังออมสิน  จุดกำเนิดสถาบันการออมของชาติ ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก ซึ่งธนาคารออมสินขอขอบคุณหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกรมเจ้าท่า ในการเป็นที่ปรึกษาแนะนำเตรียมการเพื่อต้อนรับคณะผู้เข้าประชุมจากประเทศสมาชิกสถาบันออมสินโลก โดยให้คำปรึกษาด้านความเหมาะสมเรื่องชุดการแสดงอันเป็นการเผยแผ่ศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดทั้งให้คำแนะนำความเหมาะด้านสถานที่จัดการแสดงบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นการแสดงออกถึงวิถีชีวิตรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมคนไทยเมื่อครั้งอดีต

ไทยคือผู้นำโลกด้านการออม

–      ธนาคารออมสิน ก่อตั้งมาแล้ว 103 ปี จากพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ.2456 โดยใช้ชื่อว่า “คลังออมสิน” เพื่อช่วยให้ราษฏรเก็บรักษาทรัพย์อย่างปลอดภัยและเกิดดอกออกผลงอกเงย

–      World Savings and Retail Banking Institute (WSBI) หรือสถาบันธนาคารออมสินโลก ก่อตั้งมาแล้ว 92 ปี ในปี พ.ศ.2467 ทำหน้าที่เป็นตัวแทนและสื่อกลางระหว่างธนาคารหรือสถาบันการเงินทั่วโลก ส่งเสริมและสนับสนุนการออมทรัพย์ ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยี่ยม มีสมาชิก 110 แห่ง ใน 79 ประเทศทั่วโลก

–      นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนายอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินกลุ่มลูกค้าบุคคล ได้รับเลือกเป็นกรรมการ WSBI (WSBI Board of Directors) จากการประชุมWSBI เมื่อวันที่ 24-25 กันยายน พ.ศ. 2558 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

*******************************************************

FXTM จับมือ วาเลอรี โรซอฟ นักกีฬาเบสจัมป์ระดับตำนานจากทีมเรดบูล เปิดตัวแคมเปญสุดท้าทาย กระตุ้นแรงบันดาลใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาซอล,ไซปรัส–15 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          FXTMโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ระดับโลก ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกับ วาเลอรี โรซอฟ นักกีฬาเบสจัมป์และนักกีฬาแห่งทีมเรดบูล (Red Bull)ผู้โด่งดัง โดยFXTMจะให้การสนับสนุนโรซอฟ ในการเดินทางไปทั่วโลกเพื่อพิชิตภารกิจกระโดดเบสจัมป์ ภายใต้โปรเจค#FXTMbasejumpที่จะนำเสนอการผจญภัยสุดเร้าใจ พร้อมเปิดประสบการณ์น่าตื่นเต้น เต็มไปด้วยเหตุการณ์อันน่าทึ่งและไม่เคยปรากฏให้เห็นที่ไหนมาก่อน ตลอดการเดินทาง

          สามารถรับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่http://www.multivu.com/players/uk/7881951-fxtm-partnering-with-valery-rozov/

          โอลกา ไรบัลกินา ซีอีโอของForexTime Limitedกล่าวถึงความร่วมมือกับโรซอฟว่า “FXTMและวาเลอรี มีความหลงใหลในสิ่งเดียวกัน นั่นคือการสร้างนิยามใหม่ให้กับมาตรฐานที่มีอยู่ เราต้องการสะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนและความทุ่มเทที่เรามีให้กับลูกค้า ผ่านการสนับสนุนวาเลอรีในความมุ่งมั่นครั้งล่าสุดของเขา และต้องการให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นแรงบันดาลใจสำหรับเทรดเดอร์ในการเปิดประสบการณ์ให้กว้างขึ้น” 

          วาเลอรี โรซอฟ กล่าวเสริมว่า “ความปรารถนาที่จะทำลายขีดจำกัดเป็นสิ่งสำคัญต่อการประสบความสำเร็จ ทั้งในโลกของกีฬาเอ็กซ์ตรีมและธุรกิจการเงิน นี่คือเหตุผลที่ทำให้FXTMเป็นพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบสำหรับโปรเจคล่าสุดของผม ความมุ่งมั่นของFXTMในการก้าวไปไกลกว่าความคาดหมายและการแสวงหาโซลูชั่นล้ำสมัยนั้น สอดคล้องกับแนวทางการกระโดดเบสจัมป์ของผม การทำงานร่วมกันในโปรเจค#FXTMbasejumpจะต้องเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน”

          วาเลอรี เป็นนักกีฬาเบสจัมป์และการดิ่งพสุธาระดับตำนาน ด้วยจำนวนการกระโดดและดิ่งพสุธากว่า 11,000 ครั้ง โรซอฟ เป็นแชมป์โลกดิ่งพสุธาถึง 2 สมัย (ปี 2542 และ 2546) เขาเป็นมนุษย์คนแรกที่กระโดดเบสจัมป์จากยอดเขาชิฟลิงและเอลบรูซ และยังเป็นคนแรกที่ดิ่งพสุธาลงบริเวณภูเขาไฟ (มัตนอฟสกี ประเทศรัสเซีย) อีกด้วย ในปี 2556 เขาได้นิยามขีดจำกัดขึ้นใหม่ ด้วยการทำลายสถิติการกระโดดเบสจัมป์ที่สูงที่สุดจากเทือกเขาเอเวอเรสต์ (7220 เมตร)

          บนเส้นทางอาชีพของนักกีฬาเรดบูลผู้นี้ เขาได้ทำภารกิจสุดแหวกแนวหลายต่อหลายครั้งในประเทศต่างๆ อาทิ จีน มาเลเซีย รวมทั้งในประเทศที่ท้าทายที่สุดอย่างปากีสถาน เมื่อปี 2547 นอกจากนี้ โรซอฟ ยังมีแผนที่จะเดินทางไปทำภารกิจกระโดดแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ตามมุมอื่นๆ ของโลก อาทิ ฮ่องกง ไนจีเรีย อินโดนีเซีย ยูเออี และอีกมากมาย

          รับชมการกระโดดเบสจัมป์ครั้งแรกของโปรเจค#FXTMbasejumpได้ที่http://fxtm.co/29N7vqV

          ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเป็นพันธมิตรครั้งนี้ได้ที่http://fxtm.co/29sNYIw

          การซื้อขายฟอเร็กซ์มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้ขาดทุนได้ กรุณาอ่านเอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงฉบับสมบูรณ์ของFXTM (http://www.forextime.com/regulatory-compliance/risk-disclosure/)

          ForexTime Limitedอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งไซปรัส (ใบอนุญาตเลขที่ 185/12) และFT Global Limitedอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริการทางการเงินระหว่างประเทศ (ใบอนุญาตเลขที่IFSC/60/345/TSและIFSC/60/345/APM)

 FXTM Logo / FXTM Logo (PRNewsFoto/FXTM)

FXTM Logo (PRNewsFoto/FXTM)

          (โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20160614/378942LOGO )

          วิดีโอ: http://www.multivu.com/players/uk/7881951-fxtm-partnering-with-valery-rozov/

          ที่มา:FXTM

Fragrance Du Bois เผยโฉมน้ำหอมคอลเลคชั่นใหม่ “Lite Attars”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–14 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Fragrance Du Bois แบรนด์น้ำหอมสุดหรูจากฝรั่งเศส เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำหอมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “Lite Attars” อันประกอบด้วยน้ำหอม 10 รุ่นจากตระกูลShades Du Bois และ Prive ที่รังสรรค์ขึ้นจากน้ำมันกฤษณา น้ำหอมคอลเลคชั่นใหม่นี้ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ทั้งยังมีความเข้มข้นสูง และผลิตตามหลักความยั่งยืนด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ พร้อมมอบสัมผัสแห่งความหรูหราและกลิ่นหอมเย้ายวนอันน่าประทับใจ

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160621/8521604051-a

น้ำหอม Fragrance Du Bois คอลเลคชั่น Lite Attars ประกอบด้วยน้ำหอม 10 รุ่นจากตระกูล Shades Du Bois และ Prive

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160621/8521604051-b

น้ำหอมคอลเลคชั่น Lite Attars บรรจุในขวดขนาด 15ml มาพร้อมกล่องกำมะหยี่หรูหรา

น้ำหอมคอลเลคชั่นนี้บรรจุอยู่ในขวดแก้วสุดหรูขนาด 15ml พร้อมจุกแก้วปิดฝาขวดรูปทรงเก๋ไก๋ และมีความเข้มข้นสูงกว่าน้ำหอม eaux de parfums ทั่วไปที่มีสัดส่วนของหัวน้ำหอมราว 10-20% โดยปกติแล้ว กลิ่นของน้ำหอม eaux de parfums มักจางหายไปค่อนข้างเร็วหลังฉีด ผิดกับน้ำหอม Lite Attars ที่จะมีกลิ่นหอมขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังมีความชุ่มชื่นและเหมาะสมกับทุกสภาพผิว

เนื่องจาก Attars ผลิตด้วยวิธีการกลั่น ยิ่งเวลาผ่านไปกลิ่นของน้ำหอมก็จะยิ่งเข้มข้นและลึกล้ำขึ้น ส่งผลให้กลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสมีความแตกต่างจากเดิมเมื่อบ่มจนได้ที่ ซึ่งจะช่วยให้กลิ่นติดทนนานยิ่งขึ้น

คุณนิโคลา พาร์คเกอร์ ผู้อำนวยการแบรนด์ Fragrance Du Bois กล่าวว่า “Attars คือที่สุดของน้ำหอม เพราะปราศจากแอลกอฮอล์และผลิตจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ อย่างไรก็ดี หลายคนยังเข้าใจผิดว่า Attars มีกลิ่นฉุนมาก และไม่เคยรู้เลยว่า Attars เป็นน้ำหอมแบบเบาบางชนิดหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ เราจึงเรียกผลิตภัณฑ์ของเราว่า “Lite Attars” เพื่อตอกย้ำว่าน้ำหอมที่มีความบริสุทธิ์และมาจากธรรมชาติ 100% นี้ อาจจะมีกลิ่นแรงกว่าตัวอื่น แต่จะไม่ฉุนเกินไปอย่างแน่นอน”

คุณนิโคลากล่าวเสริมว่า “ความทนทานของกลิ่นเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อน้ำหอมของผู้บริโภคส่วนใหญ่ น้ำหอม eau de parfum คอลเลคชั่นล่าสุดของเรามีคุณสมบัติอันน่าอัศจรรย์ของน้ำมันกฤษณา จึงสามารถอยู่ได้ถึง 8 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้นหลังฉีด ขณะที่น้ำหอม Lite Attars ก็สามารถอยู่ได้นานเหมือนกันแม้ฉีดน้อยกว่า”

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ขอแนะนำให้แต้มน้ำหอม 2-3 จุดบริเวณข้อมือด้านใน ลำคอ หรือหลังใบหู

น้ำหอมแต่ละรุ่นในคอลเลคชั่นนี้บรรจุอยู่ในกล่องกำมะหยี่หรูหรา โดยวางขายในร้านบูติกสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ Fragrance Du Bois ทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน ในราคา 175 ยูโร หรือ 199 ดอลลาร์

ดาวน์โหลดรูปภาพและไฟล์ต่างๆสำหรับสื่อมวลชนได้ที่ http://fdbo.is/LiteAttarsCollection

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

ซาแมนธา ธาม 
ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด 
อีเมล: samantha.tham@asiaplantationcapital.com
มือถือ: +65 9144 0933

ชาร์ลอตต์ เมดิก 
ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด 
อีเมล: charlotte.medigue@fragrancedubois.com  
โทร. +41 22 707 7330

เกี่ยวกับ   Fragrance Du Bois   

Fragrance Du Bois เป็นแบรนด์น้ำหอมสุดหรูที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยถือกำเนิดขึ้นจากแก่นแท้ของธรรมชาติและรังสรรค์โดยเหล่านักผสมน้ำหอมรุ่นที่ห้า ผู้สานต่อการผลิตน้ำหอมแบบฉบับเมืองกราสส์ของฝรั่งเศสที่สืบทอดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 น้ำหอมทุกขวดของ Fragrances Du Bois สร้างสรรค์ขึ้นจากน้ำมันกฤษณาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่เหนือชั้นกว่าด้วยความหรูหราทั้งในแง่ของความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว น้ำมันกฤษณาที่ใช้ในน้ำหอมของเราล้วนผลิตขึ้นจากแหล่งปลูกต้นกฤษณาของเราเอง ซึ่งรับประกันว่าผลิตตามหลักจรรยาบรรณและหลักความยั่งยืน

Thailand Raises e-Payment Standards to Global Level

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

BANGKOK–14 Jul–PRNewswire/InfoQuest

Electronic Payment or e-Payment may be relatively new for a lot of people but it is fast gaining in popularity due to its convenience and security. The Thai government is jumping on the bandwagon with the launch of its National e-Payment Masterplan to raise the standard of living of the Thai population.

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160712/8521604506

Ascend Group Chief Executive Officer Punnamas Vichitkulwongsa, as chairman of the Thailand e-Payment Association (TEPA), said Thailand is moving into the digital payment era. Digital cash has become the norm in developed countries as can be seen in Sweden where only 4.4% of the population uses cash, Canada at 19.5%, the United States at 29.0%, and even Singapore at 30.5%. On the other hand, developing countries still predominantly use cash with the Philippines at 98.1%, Indonesia at 99.9%, India at 99.78%, and Thailand at 98.5%.

The high usage of cash results in a huge management cost and obstacles in access to cash. Carrying an excessive amount of cash to make payments is a security concern and cash is conducive to corruption as its usage can evade taxation. Moreover, cash transactions require documentation thus limiting efficiency in financial management.

As a result, various sectors have gotten together to push forth the National e-Payment Masterplan which involves 5 key factors:

  1. PromptPay allows the population to conduct money transfer using just the 13-digit identification card number. Registration will start in the third quarter of 2016 and will cover telephone numbers in the future.
  2. Replace cash usage with cards and e-Payment by supplying shops nationwide with the Electronic Data Capture (EDC) system by the third quarter of this year.
  3. Once e-Payment becomes more prevalent, tax audit will become more efficient and the need for documents will lessen so work can be streamlined. This should be introduced in the fourth quarter.
  4. The state e-Payment system will be used to pay out welfare through the PromptPay campaign.
  5. Education and support for electronic transactions are important parts in helping Thais know, understand, and use e-Payment efficiently.

By the second half of 2016, money transfers will be possible via the PromptPay scheme. Cross-provincial money transfers, which used to be carried out at commercial banks and waste time and money, have been replaced by Internet Banking but that still faced access restraints. Now, PromptPay will simplify the process and keep the transaction fee very low for consumers and commercial banks.

These are the major changes to Thailand’s financial system but what is also required is an update of the rules and regulations governing the sector, development of the various infrastructure and support systems, and a guarantee of the safety of the technology to be used.

e-Payment is a national agenda that requires cooperation from all sides. It all starts with the registration for PromptPay in July. This will set the path to reset Thailand and generate positive changes to bring the country into the digital era.

Contact information:

Saengduan Sidaeng
Ascend Group Co.,Ltd.
Tel. +668-5805-8550
Email: Saengduan.sid@ascendcorp.com

 

Photo – http://photos.prnasia.com/prnh/20160712/8521604506

Caption – Ascend Group Chief Executive Officer Punnamas Vichitkulwongsa, as chairman of the Thailand e-Payment Association (TEPA)

รายงานล่าสุดชี้ทุกประเทศต้องเร่งแก้ปัญหาเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2573

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กือเทอร์สโลเยอรมนี และนิวยอร์ก14 ก.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ในการประชุมสุดยอดองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อปีที่แล้ว บรรดาประเทศสมาชิกได้มีมติรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) แต่ล่าสุด ดัชนีและแดชบอร์ด SDG ได้แสดงให้เห็นว่า ทุกประเทศต่างเผชิญกับความท้าทายอันใหญ่หลวงในการบรรลุเป้าหมายภายในปี 2573 โดยที่ผ่านมายังไม่มีประเทศใดสามารถบรรลุเป้าหมาย SDG ได้ แม้กระทั่งประเทศที่ทำผลงานได้ดีอย่างสวีเดน ก็ยังมีคะแนนอยู่ในระดับ วิกฤต” (red) ในหลายเป้าหมาย

เมื่อปีที่แล้ว ผู้นำจากประเทศสมาชิกยูเอ็น 193 ชาติ ได้มารวมตัวกันที่นิวยอร์กในการประชุมสุดยอดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และยอมรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการ ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจ การมีส่วนร่วมของทุกคนในสังคม และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และในวันนี้ Sustainable Development Solutions Network (SDSN) ได้จับมือกับ Bertelsmann Stiftung ในการเผยแพร่ดัชนีและแดชบอร์ด SDG ใหม่ล่าสุด เพื่อรายงานความก้าวหน้าและรายละเอียดต่างๆ ที่จะแสดงให้เห็นว่าบรรดาผู้นำประเทศสามารถทำตามคำมั่นสัญญาได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งยังกระตุ้นให้แต่ละประเทศไม่หมดไฟในการปฏิรูปในประเด็นสำคัญๆ ดัชนีและแดชบอร์ด SDG จะรวบรวมข้อมูลเพื่อให้สมาชิก 149 ชาติได้ประเมินความก้าวหน้าของตนเอง ณ ปี 2559 ในการบรรลุเป้าหมาย SDG

 

The Sustainable Development Goal Index collects data from 149 countries to assess where each country stands in 2016 with regard to achieving the Sustainable Development Goals. OECD countries score best, poor and developing countries score lowest on the index. The Sustainable Development Goals were adopted by the UN in 2015 and are to be implemented by all UN-member-states until 2030. (PRNewsFoto/Bertelsmann Stiftung)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160712/388809-INFO )

ประเทศที่ใกล้บรรลุเป้าหมายมากที่สุดมิใช่ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด แต่กลับเป็นประเทศขนาดเล็กที่พัฒนาแล้ว ได้แก่ สวีเดน เดนมาร์ก และนอร์เวย์ ขณะที่มีประเทศในกลุ่ม G7 เพียงสองประเทศที่ติดอันดับท็อปเทน ได้แก่ เยอรมนีและสหราชอาณาจักร ส่วนสหรัฐอเมริกาอยู่ในอันดับที่ 25 ด้านสหพันธรัฐรัสเซียและจีนอยู่ในอันดับที่ 47 และ 76 ตามลำดับ สำหรับประเทศยากจนและประเทศกำลังพัฒนามีคะแนนต่ำสุดในดัชนี SDG เนื่องจากมีทรัพยากรที่จำกัด โดยสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ชาด และไนเจอร์อยู่รั้งท้าย และห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมาย SDG มากที่สุด

นอกจากนี้ รายงานยังเน้นย้ำถึงความท้าทายหลักๆของแต่ละภูมิภาค โดยระบุว่า ประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความไม่เท่าเทียม การบริโภคอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และระบบนิเวศ ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาประสบปัญหาใหญ่กว่า นั่นคือ การจัดหาบริการพื้นฐานทางสังคมและสาธารณูปโภคให้แก่ประชาชน สำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ทำผลงานได้ดีกว่าประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ แต่ก็ยังเผชิญกับความท้าทายด้านสาธารณสุขและการศึกษา ส่วนประเทศในละตินอเมริกาและแคริบเบียน ความไม่เท่าเทียมในระดับสูงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด และในภูมิภาคแอฟริกาใต้สะฮารานั้น แม้ว่าจะบรรลุความก้าวหน้าที่สำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ภูมิภาคที่ยากจนที่สุดในโลกแห่งนี้ยังคงเผชิญความท้าทายในแทบทุกเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความยากจน ความอดอยาก และสาธารณสุข ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างมาก

อาร์ต เดอ กุส ซีอีโอและประธานของ Bertelsmann Stiftung กล่าวว่า “บรรดาผู้นำจากทั่วโลกได้หารือกันในการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปีที่แล้ว และตอนนี้เราต้องแน่ใจว่าทุกประเทศทำตามที่คุยกันไว้ ช่วงปีแรกๆหลังการรับเป้าหมายเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2573

เจฟฟรีย์ ดี แซคส์ ผู้อำนวยการ SDSN กล่าวว่า “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่ประเทศต่างๆสามารถบรรลุได้หากมีความชัดเจนและแน่วแน่ ดัชนีและแดชบอร์ด SDG สามารถช่วยประเทศต่างๆในการวางแนวทางปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

เกี่ยวกับงานวิจัย

เนื่องในโอกาสของการจัดงานประชุมทางการเมืองระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนและการประชุมระดับรัฐมนตรี ณ มหานครนิวยอร์ก (วันที่ 18-20 กรกฎาคม 2559) ทาง Bertelsmann Stiftung และ SDSN จึงนำเสนองานวิจัยฉบับแรกของโลกที่เปรียบเทียบความก้าวหน้าของ 149 ประเทศในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ SDSN เกิดจากการรวมตัวของสถาบันวิจัยหลายแห่ง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายใหม่ของยูเอ็น ขณะที่ Bertelsmann Stiftung เป็นมูลนิธิที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเยอรมนี โดยมุ่งสนับสนุนให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในสังคม

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมและรายงานฉบับสมบูรณ์ในภาษาอังกฤษได้ที่ http://www.bertelsmann-stiftung.de หรือ www.unsdsn.org/

ผู้เชี่ยวชาญของเรา

คริสเตียน โครล

โทร. +49(0)5241-81- 81471

มือถือ: +49-173-660- 1646

อีเมล: christian.kroll@bertelsmann-stiftung.de

หรือ

ไมเคิล แชงค์

โทร. +1-212-870- 2473

อีเมลmichael.shank@unsdsn.org

แหล่งข่าว: Bertelsmann Stiftung

China-ASEAN Expo ครั้งที่ 13 เตรียมเปิดฉากก.ย.นี้ มุ่งส่งเสริมบริษัทจีนเข้าลงทุนในอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หนานหนิง, จีน–13 ก.ค.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

สำนักเลขาธิการงานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (China-ASEAN Expo: CAEXPO) ได้ประกาศเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า จะมีการเปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมการค้าและการลงทุนในระหว่างการจัดงานมหกรรมปีนี้ เพื่อผลักดันบริษัทต่างๆของจีนให้ออกไปลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน ตามกลยุทธ์ “going global” โดยงานมหกรรมในปีนี้จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการประชุมระดับสูงเพื่อส่งเสริมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆของอาเซียน และการประชุมสัมมนาเพื่อจับคู่โครงการการลงทุนและการเงินระหว่างจีน-อาเซียน

งานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 13 จะจัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก สร้างเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 สานสัมพันธ์จีน-อาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ด้วยจุดมุ่งหมายร่วมกัน” (“Building the 21st Century Maritime Silk Road, Forging an Even-Closer China-ASEAN Community of Common Destiny”) โดยหวัง เหลย เลขาธิการ CAEXPO เปิดเผยว่า งาน CAEXPO ครั้งที่ 13 นี้ จะมุ่งเน้นผลักดันการลงทุนระหว่างจีนและอาเซียนในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะความร่วมมือที่สำคัญ ๆ ในด้านการผลิตเครื่องมือและกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ

งาน China-ASEAN Expo ครั้งที่ 13 มีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11-14 กันยายน ที่เมืองหนานหนิง ซึ่งเป็นเมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ตามกำหนดการแล้ว งานในปีนี้จะมีการเปิดเวทีการประชุมว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของอาเซียน โดยจะมีตัวแทนจากนิคมอุตสาหกรรมหลัก ๆ  ในอาเซียนเข้าร่วมประชุม พร้อมนำเสนอโครงการส่งเสริมการลงทุนคุณภาพสูงหลายสิบโครงการเพื่อเชิญชวนให้จีนเข้าไปร่วมลงทุน ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านการพาณิชย์จาก 10 ประเทศอาเซียนจะจัดงานสัมมนาส่งเสริมการลงทุนของแต่ละประเทศรวม 10 งาน และเจ้าหน้าที่ระดับกระทรวงจะร่วมแนะนำสภาพแวดล้อมการลงทุน รวมไปถึงนโยบายของแต่ละประเทศซึ่งจะอำนวยประโยชน์ต่อนักลงทุนชาวจีน ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้นักลงทุนชาวจีนมีความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนดีขึ้น งานนี้จึงจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนและที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและการพาณิชย์จากประเทศในอาเซียนได้ติดต่อทำความรู้จักกัน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ของจีนสามารถฟันฝ่าข้อจำกัดในการบุกตลาดอาเซียน นอกจากนี้ ตัวแทนจากรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลกลางจีนจะเข้าร่วมงานนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์อีกด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากการสัมมนาจับคู่โครงการด้านการลงทุนและการเงินระหว่างจีนและอาเซียนในแต่ละปีนั้น ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนจีนและอาเซียน ทางสำนักเลขาธิการจึงได้รวมงานสัมมนาจับคู่โครงการความร่วมมือด้านกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมนานาชาติเข้ากับงานสัมมนาจับคู่โครงการการลงทุนและการเงิน โดยมีการจับคู่โครงการความร่วมมือด้านการผลิตอุปกรณ์และกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมนานาชาติเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งนักลงทุนจะสามารถหารือแบบตัวต่อตัวในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือด้านการผลิตอุปกรณ์และกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ การทำสัญญาโครงการ การพัฒนาทรัพยากร การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีขั้นสูง การส่งเสริมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม และการบริการด้านการเงิน เป็นต้น

นักลงทุนจีนให้ความสำคัญอย่างมากในประเด็นที่เกี่ยวกับการเงิน ด้วยเหตุนี้เอง ภายในงานจึงจะมีการจัด กิจกรรมว่าด้วยการสนับสนุนด้านการเงินสำหรับบริษัทจีนที่เข้าไปลงทุนในอาเซียนโดยจะมีตัวแทนจากสถาบันการเงินต่าง ๆ มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการและการสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทและนักลงทุนจีนอย่างคร่าว ๆ

งาน China-ASEAN Expo (CAEXPO) ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยประเทศจีนและประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีตลอดการจัดงาน 12 ครั้งที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2547 ในฐานะที่เป็นงานมหกรรมด้านเศรษฐกิจและการค้าเพื่อสนับสนุนเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน (China-ASEAN Free Trade Area: CAFTA)

ที่มา: Naning Municipal Bureau of News

ลิงค์ภาพประกอบ:

http://asianetnews.net/view-attachment?attach-id=273395

Citibank Korea เลือกใช้แท็บเล็ตพร้อมเมาส์ปากกาของ Wacom กว่า 300 เครื่อง ใน 126 สาขาทั่วเกาหลีใต้ เพื่อประมวลผลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โซล, เกาหลีใต้–13 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

แท็บเล็ตพร้อมเมาส์ปากกาของ Wacom ช่วยลดระยะเวลาในการประมวลผล ทำให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจมากยิ่งขึ้น 

Wacom Co., Ltd. เปิดเผยว่า แท็บเล็ตพร้อมเมาส์ปากการุ่น DTU-1141 จำนวน 317 เครื่องของบริษัท ได้ถูกนำไปใช้งานในสาขาต่างๆของ Citibank Korea Inc. เพื่อใช้ประมวลผลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึงลายเซ็นดิจิตอล นับเป็นอีกก้าวสู่การเลิกใช้กระดาษโดยสิ้นเชิง ทั้งยังช่วยลดระยะเวลาในการประมวลผล ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับบริการอันน่าประทับใจยิ่งขึ้น

 

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160712/8521604499

แท็บเล็ตพร้อมเมาส์ปากการุ่น DTU-1141 ของ Wacom ถูกนำไปใช้ที่ Citibank Korea

 

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160607/8521603701LOGO-b 

ปัจจุบัน Citibank Korea Inc. กำลังนำเสนอ “Citi Remote Application Service” ซึ่งเป็นบริการที่ไม่ใช้กระดาษ โดยลูกค้าสามารถยื่นเรื่องขอเปิดบัญชีใหม่และออกบัตรได้ก่อนที่จะเดินทางมายังธนาคาร ด้วยการกรอกแบบฟอร์มล่วงหน้าผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน จากนั้นจึงแวะไปยังธนาคารสาขาที่สะดวกเพื่อเซ็นเอกสารบนแท็บเล็ตของ Wacom และเมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจสอบตัวตนทั่วๆไปแล้ว ลูกค้าก็สามารถใช้บริการได้ทันที 

โซลูชั่นแบบไร้กระดาษช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีกว่าเดิม ด้วยระยะเวลาการประมวลผลที่สั้นลงและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเก็บและจัดการกับเอกสารที่เป็นกระดาษด้วย 

การเดินหน้าสู่การเลิกใช้กระดาษของ CitiBank Korea ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับอุตสาหกรรมการเงินในเกาหลีใต้ และเรายินดีอย่างยิ่งที่ผลิตภัณฑ์ของ Wacom ได้ถูกเลือกใช้เพื่อการนี้” ชิเงกิ โคมิยามะ รองประธานบริหารของ Wacom Co., Ltd. กล่าว “เราจะใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในระบบไร้กระดาษที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษในการเผยแพร่การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ไปทั่วเอเชีย” 

Wacom นำเสนอโซลูชั่นไร้กระดาษมานานเกือบ 3 ทศวรรษ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา ทั้งยังช่วยยกระดับความปลอดภัยในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ การดูแลสุขภาพ โรงแรมและการท่องเที่ยว การประกัน และภาคสาธารณะ 

แท็บเล็ตพร้อมเมาส์ปากการุ่น DTU-1141 ที่ Wacom จัดหาให้กับ Citibank Korea เป็นแท็บเล็ตพร้อมเมาส์ปากการุ่นใหม่ที่มีจอสี LCD ขนาด 10.6 นิ้ว รองรับภาพความคมชัดสูงถึงระดับ Full HD (1920×1080) หน้าจอคุณภาพระดับพรีเมียมช่วยให้ลูกค้ามองเห็นเอกสารได้อย่างชัดเจนและรู้สึกมั่นใจในการเซ็นเอกสาร ขณะเดียวกันหน้าจอยังมีการเคลือบแบบแข็งและไม่สะท้อนแสง จึงให้ความรู้สึกเหมือนใช้กระดาษและปากกาจริง และใช้งานได้ดีภายใต้สภาวะแสงที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังมีการเข้ารหัสแบบ RSA/AES เพื่อรับประกันความปลอดภัยของการทำธุรกรรม และด้วยขนาดที่กะทัดรัด DTU-1141 จึงสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายในทุกสถานการณ์ 

รับชมวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/_nONogdaYn8

อ่านกรณีศึกษาได้ที่ http://www.wacom.com/enterprise/business-solutions/resources-and-information/customer-stories 

เกี่ยวกับ Wacom 

Wacom ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2526 เป็นบริษัทระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในญี่ปุ่น (ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว 6727) โดยมีบริษัทในเครือและสำนักงานสาขากระจายตัวอยู่ทั่วโลก เพื่อรองรับการทำตลาดและการจัดจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศ Wacom มีวิสัยทัศน์ในการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเทคโนโลยีผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เฟสที่เป็นธรรมชาติ ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้นำของโลกด้านการผลิตจอดิสเพลย์และแท็บเล็ตพร้อมเมาส์ปากกา เช่นเดียวกับปากกาสไตลัสแบบดิจิตอล รวมถึงโซลูชั่นสำหรับการบันทึกและประมวลผลลายเซ็นดิจิตอล เทคโนโลยีขั้นสูงในอุปกรณ์อินพุตอันล้ำสมัยของ Wacom ถูกนำไปใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบดิจิตอล ภาพยนตร์ สเปเชียลเอฟเฟค แฟชั่น และการออกแบบอันน่าตื่นตาตื่นใจทั่วโลก และยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั้งเชิงธุรกิจและทั่วไปสามารถแสดงตัวตนของตนเองผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เฟสชั้นนำนี้ โซลูชั่น eSignature ของ Wacom ได้ถูกนำไปใช้ในงานหลายอย่างที่จำเป็นต้องมีความลื่นไหลและมีความปลอดภัยสูง เช่น POS อีเพย์เมนท์ พาสปอร์ตอิเล็กทรอนิกส์ การประกัน การธนาคาร และการเช็คอินโรงแรม 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชั่นของเราได้ที่ http://business.wacom.com 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

Kelly Chung 

Wacom Singapore 

โทร. +65-9232-9627 

อีเมล: kelly.chung@wacom.com.sg

แบงค์ ฮอร์โมน ชวนคนรัก มังงะ อนิเม ชมนิทรรศการรวมดาวมังงะชื่อดังจากญี่ปุ่น ฟรี! ตลอดงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เมื่อเร็วๆ นี้ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรมศิลปากร จัดงานแถลงข่าวนิทรรศการระดับชาติ “มังงะ อนิเม เกม” นำเสนอวัฒนธรรมสมัยใหม่ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกสู่สายตาแฟนๆ ชาวไทยให้ได้ชมเป็นครั้งแรกฟรี!!  โดยคัดสรรผลงานที่ผสมผสานศิลปะหลากหลายแขนงรวม 45 ผลงานที่ได้รับความนิยมสูงสุดที่ญี่ปุ่นจากศิลปินชื่อดังระดับตำนาน อาทิ Hiromu Arakawa, Gosho Aoyama, Yuji Yamaguchi และศิลปินระดับตำนานอีกมากมาย ซึ่งนิทรรศการในครั้งนี้จะจัดขึ้นให้ชมฟรี ทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม – 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า

ในส่วนของ แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์ นักแสดงวัยรุ่นจากซีรีย์ชื่อดังฮอร์โมน กล่าวว่า “ส่วนตัวเป็นคนผูกพันธ์กับมังงะญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็กแล้ว ผมว่ามันให้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่างนะ โอเคอาจจะดูสนุกๆเพลิดเพลิน แต่เค้าแฝงแง่มุมการใช้ชีวิตไว้ด้วย ทำให้เมื่อเราโตขึ้นแล้วเราสามารถรับมือกับสิ่งต่างๆรอบตัวได้มากขึ้น อย่างการ์ตูนที่ชอบก็คือ Naruto นารูโตะเค้าก็สูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่เคยนำมาเป็นปมด้อยของตัวเอง นอกจากเรื่องของข้อคิดที่ได้จากคาแรคเตอร์ของตัวการ์ตูนแล้ว ผมยังรู้สึกว่าการดูหรืออ่านมังงะยังเป็นการแลกเปลี่ยนและซึมซับวัฒนธรรมญี่ปุ่นอีกด้านหนึ่ง ผ่านผลงานลายเส้นของมังงะ อนิเม อีกด้วย”

หนุ่มแบงค์ยังทิ้งท้ายว่าไม่พลาดแน่นอนสำหรับงานนี้ นอกจากจะไปดูผลงาน จากปรมาจารย์อนิเมแล้วยังมีเสวนาถึงที่มาที่ไปของอนิเม ว่ากว่าจะมาเป็นมังงะอนิเมหนึ่งเรื่องนั้นต้องผ่านอะไรและต้องทำยังไงบ้าง  ใครไปงานนี้เจอกับหนุ่มแบงค์แน่นอน ซึ่งงานจะจัดขึ้นให้ชมฟรี ทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม – 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/Manga*Anime*Games from Japan in Thailand

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่: หัทยา ฉายจันทร์ทิพย์ อีเมล์: Hattaya.c@dex.co.th โทร: 086 363 8371

ไฮเซนส์ เปิดตัวเลเซอร์ทีวี ให้ภาพมุมกว้าง พร้อมความคมชัดระดับ 4K เครื่องแรกของโลกที่กรุงปารีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–12 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

          – มุ่งสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุน ทำให้ความฝันที่จะมีโทรทัศน์จอใหญ่ในทุกบ้านเป็นจริงได้ 

          “โลกกำลังมองมาที่ฉัน” ไฮเซนส์ ผู้ผลิตโทรทัศน์รายใหญ่ที่มียอดขายมากที่สุดของจีน ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า ยูโร 2016 อย่างเป็นทางการ ได้เปิดตัวเลเซอร์ทีวีที่ให้ภาพมุมกว้าง พร้อมความคมชัดระดับ 4K เครื่องแรกของโลก ณ กรุงปารีส ในค่ำคืนก่อนการแข่งขันฟุตบอลยูโรนัดชิงชนะเลิศ ที่ผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลกต่างรอคอย โดยการเปิดตัวครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก

 

Hisense Group global vice president Lin Lan giving a speech (PRNewsFoto/Hisense)

          รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160711/388173   

          ปัจจุบันโทรทัศน์ LCD ที่ใช้หลอดไฟ LED กำลังครองตลาด แต่ด้วยหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ ย่อมทำให้ราคาสูงขึ้นตามไปด้วย โดยปกติโทรทัศน์ LCD ที่มีความคมชัดระดับ 4K ขนาด 100 นิ้ว จะมีราคาอยู่ที่ 600,000 หยวน (ราว 90,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อเครื่อง แต่ไฮเซนส์ได้ทำในสิ่งที่โลกไม่เคยทำได้มาก่อน ด้วยการนำเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรแล้วถึง 217 รายการ มาสร้างสรรค์เลเซอร์ทีวี ที่มีระบบออปติคอลโดดเด่น เลนส์ที่มีความละเอียดสูง และกระบวนการผลิตที่มีความแม่นยำ ทำให้ LCD TV ของไฮเซนส์ มีความสว่างและความเข้มของสีล้ำหน้า LCD TV ทั่วไป และที่น่าตื่นตะลึงไปกว่านั้น ไฮเซนส์ได้ตั้งราคาโทรทัศน์รุ่นใหม่นี้ไว้ที่ราว 10,000 ดอลลาร์ต่อเครื่อง หรือเพียงแค่ 1 ใน 10 ของราคาขาย LCD TV ที่มีหน้าจอขนาดเดียวกันในท้องตลาด โดยก่อนหน้านี้ บริษัทโซนี่ของญี่ปุ่นได้เปิดตัวเครื่องเลเซอร์โปรเจคเตอร์ 4K LCOS  ในราคาเครื่องละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ 

          ลิน หลาน รองประธาน ไฮเซนส์ กรุ๊ป กล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “เป้าหมายสูงสุดของเทคโนโลยีต่างๆ ก็คือการสร้างความได้เปรียบทางด้านต้นทุน” การทำให้ทุกครอบครัวสามารถมีโฮมเธียร์เตอร์ที่บ้านนั้นถือเป็นความฝันของบริษัท และเป็นกลยุทธ์ที่จะทำให้ไฮเซนส์ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ผลิตโทรทัศน์ชั้นนำ หากฝันนี้เป็นจริง ไฮเซนส์จะกลายเป็นผู้นำในตลาดโทรทัศน์สีของโลกโดยที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ 

          เจียง ซาน (Jiang Shan)

          โทร. +86-532-8087-8024

          อีเมล: jiangshan5@hisense.com

แฮนด์เฮลด์ เปิดตัว “NAUTIZ X2” คอมพิวเตอร์พกพาออลอินวันพันธุ์แกร่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลิดโคปิง, สวีเดน–12 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Handheld Group ผู้นำด้านการผลิตคอมพิวเตอร์พกพาสุดทนทาน ประกาศเปิดตัว “Nautiz X2” คอมพิวเตอร์พกพาแบบออลอินวันสำหรับการใช้งานในองค์กร ที่ผสานรวมสแกนเนอร์คุณภาพสูง กล้องถ่ายรูป และโทรศัพท์มือถือไว้ด้วยกัน มาพร้อมรูปทรงจับถนัดมือและถูกหลักสรีรศาสตร์มากที่สุดในตลาด 

Nautiz X2 สามารถรองรับงานประจำวันได้ทุกอย่าง ทั้งยังมีความแข็งแรงทนทานเป็นเลิศ จึงสามารถใช้งานได้ทุกที่ตั้งแต่ในโกดังไปจนถึงกลางแจ้ง ทนได้ทั้งความเปียกชื้น ฝุ่นละออง อุณหภูมิที่สูงหรือต่ำสุดขั้ว รวมถึงการตกหล่น

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7832051-handheld-launches-nautiz-x2-rugged-android

Nautiz X2 มาพร้อมฟีเจอร์ที่หลากหลายและครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด ได้แก่

– หน่วยประมวลผล quad-core อันทรงพลัง และระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop ที่ใช้งานง่าย

– สแกนเนอร์ความเร็วสูงคุณภาพเยี่ยม ซึ่งสแกนได้ทั้งแบบ 1D และ 2D

– กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มาพร้อมระบบออโตโฟกัสและแฟลช

– ระบบโทรศัพท์ 4G/LTE Android

Google GMS ช่วยให้ใช้ Google Maps และดาวน์โหลดแอปต่างๆจาก Play Store ได้

– หน้าจอแบบมัลติทัชขนาด 4.7 นิ้ว มองเห็นได้ชัดเจนแม้แสงแดดสว่างจ้า

Nautiz X2 นำเสนอความคุ้มค่าสูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน และสิ่งที่โดดเด่นยิ่งกว่าคือขนาดที่เล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา และรูปทรงที่จับถนัดมือ

            “ความท้าทายในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ในลักษณะนี้คือ การสร้างสมดุลระหว่างองค์ประกอบหลักๆอย่างเทคโนโลยี ดีไซน์ วัสดุ และฟังก์ชั่นการใช้งาน ขณะที่ราคาก็เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจด้วย” คุณโจฮัน เฮ็ด ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ของแฮนด์เฮลด์ กล่าว “จุดเด่นที่สุดของ Nautiz X2 คือรูปทรงที่จับถนัดมือและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และเราสามารถนำเสนอทั้งสองสิ่งได้ในราคาที่คุ้มค่า”

Nautiz X2 มีขนาด 150 x 73.5 มิลลิเมตร และหนาเพียง 16 มิลลิเมตรเมื่อวัดจากบริเวณที่มีแผงปุ่มกด ทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 230 กรัม Nautiz X2 ได้มาตรฐานIP65 ซึ่งหมายความว่าสามารถกันฝุ่น ทราย และน้ำได้ นอกจากนั้นยังได้มาตรฐาน MIL-STD-810G อันเข้มงวดของกองทัพสหรัฐ ทั้งในด้านการต้านทานความเปียกชื้น การกระแทก การสั่นสะเทือน การตกหล่น เกลือ รวมถึงอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำสุดขีด ส่วนหน้าจอทัชสกรีนก็ทำจากกระจก Gorilla Glass ที่มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ 

การวางจำหน่าย 

สามารถสั่งซื้อ Nautiz X2 ได้ตั้งแต่บัดนี้ โดยคาดว่าจะมีการผลิตเต็มรูปแบบในเดือนกรกฎาคม

ลิงค์ที่เป็นประโยชน์ 

NAUTIZ X2 product specification [http://www.handheldgroup.com/Nautiz-X2]

Press images [http://www.handheldgroup.com/pressroom/nautiz-x2]

Product introduction webinar [http://www.handheldgroup.com/webinar/new-product]

About Handheld Group [http://www.handheldgroup.com/about-handheld/]

Handheld product lineup [http://www.handheldgroup.com/en/rugged-computer/]

What does rugged mean? [http://www.handheldgroup.com/en/why-rugged-handheld-computers/what-is-rugged/] 

            ทวิตข่าวนี้ 

            แฮนด์เฮลด์ เปิดตัว “NAUTIZ X2” คอมพิวเตอร์พกพาออลอินวันพันธุ์แกร่ง มาพร้อมสแกนเนอร์คุณภาพสูง http://www.handheldgroup.com/X2

เกี่ยวกับ แฮนด์เฮลด์ 

แฮนด์เฮลด์ กรุ๊ป เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พกพา พีดีเอ และแท็บเล็ตที่แข็งแรงทนทาน แฮนด์เฮลด์และตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกนำเสนอโซลูชั่นอุปกรณ์พกพาแบบครบวงจรให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ภูมิสารสนเทศ โลจิสติกส์ ป่าไม้ ขนส่งมวลชน สาธารณูปโภค การก่อสร้าง การซ่อมบำรุง การทำเหมืองแร่ การทหาร และการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทแฮนด์เฮลด์ กรุ๊ป ตั้งอยู่ในสวีเดน และมีสำนักงานสาขาในฟินแลนด์ สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ อิตาลี เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.handheldgroup.com     

Handheld group / Handheld Launches the NAUTIZ X2 all-in-one Rugged Android Device (PRNewsFoto/Handheld Group)

Handheld Launches the NAUTIZ X2 all-in-one Rugged Android Device (PRNewsFoto/Handheld Group)

รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160711/388330

 

แหล่งข่าว: แฮนด์เฮลด์ กรุ๊ป