โรงเรียนวัดรางบัว : พิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนาม เนื่องในวันสถาปนา คณะลูกเสือแห่งชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : โรงเรียนวัดรางบัว

https://www.facebook.com/watrangbua?fref=ts

.
โรงเรียนวัดรางบัว0โรงเรียนวัดรางบัว2

 

โรงเรียนวัดรางบัว : กิจกรรมโรงเรียนวิถีพุทธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : โรงเรียนวัดรางบัว

https://www.facebook.com/watrangbua?fref=ts

.
โรงเรียนวัดรางบัว0โรงเรียนวัดรางบัว2

กิจกรรมโรงเรียนวิถีพุทธ ซึ่งจัดขึ้นทุกวันศุกร์ โดยมีผู้อำนวยการเยาวณี เสมา และรองผู้อำนวยนราธิป พรหมโชติ นำนักเรียน ครู และบุคลากรโรงเรียนวัดรางบัว ตักบาตรอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ และร่วมกันสวดมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคลแด่ตนเอง และโรงเรียน ทั้งนี้โรงเรียนยังได้มีนโยบาย ให้คณะครูแต่งกายด้วยผ้าไทย เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยด้วย

 

C.H. Robinson ได้รับการโหวตโดยผู้อ่าน Inbound Logistics ให้เป็นเบอร์ 1 ในการให้บริการงานโลจิสติกส์แบบบุคคลที่ 3 (3PL) เป็นสมัยที่ 6

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

อีเดน แพรรี, มินนิโซตา–(บิสิเนส ไวร์)–8 กรกฎาคม 2559

C.H. Robinson ผู้นำของโลกในด้านการให้บริการงานโลจิสติกส์แบบบุคคลที่ 3 ได้รับเลือกให้เป็นเบอร์ 1 โดยผู้อ่านนิตยสาร Inbound Logistics ติดต่อกันเป็นปีที่ 6

“พวกเราต่างมุ่งมั่นในการให้บริการและโซลูชั่นต่างๆ แก่ลูกค้า ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ผลิต เกษตรกร เพื่อให้ห่วงโซ่อุปทานของพวกเขามีความได้เปรียบทางการแข่งขัน” John Wiehoff ประธานกรรมการบริหารของ C.H. Robinson กล่าว “เกียรติยศที่ได้รับในครั้งนี้เป็นของพนักงานของเราทุกคนทั่วโลกกว่า 13,000 คนที่แสดงให้เห็นในแต่ละวันว่า C.H. Robinson เชื่อมั่นในการช่วยเหลือลูกค้าของเราให้ทำงานได้ง่ายและชาญฉลาดมากขึ้น”

ทุกๆ วัน C.H. Robinson ได้เพิ่มความฉับไวในการค้าโลกโดยใช้ความสามารถของบุคลากร กระบวนการ และเทคโนโลยี เพื่อช่วยพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของโลก รางวัลที่ได้รับนี้ รวมไปถึงรางวัลอื่นๆ เกี่ยวกับลูกค้า ธุรกิจ และสถานที่ทำงานที่เราเพิ่งได้รับนั้น เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเราได้เน้นการให้บริการและนวัตกรรม ที่ C.H. Robinson ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 110,000 รายและผู้ให้บริการขนส่ง 68,000 ราย ปัจจัยสำคัญแห่งความสำเร็จคือการที่เราเน้นในการติดต่อสื่อสาร การแก้ไขปัญหา และการวางแผนรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่เปลี่ยนไปตามเงื่อนไขของตลาด

นับตั้งแต่ปี 1998 นิตยสาร Inbound Logistics ได้ดำเนินการการจัดอันดับจากผู้อ่านประจำปี Top 10 3PL Excellence Awards เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญในวงการโลจิสติกส์ได้ตระหนักในคุณค่าของ 3PL และ 3PL ได้ส่งผลตอบรับในแง่บวกต่างๆ ให้กับของตน บริษัท C.H. Robinson ได้รับการยอมรับในการติดอันดับตั้งแต่มีการเริ่มโครงการนี้

“จำนวนผลโหวตที่ได้รับโดยผู้อ่าน Inbound Logistics ในการโหวต 2016 Top 10 3PL Excellence Awards นั้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ Inbound Logistics ได้เริ่มโปรแกรมนี้มาตั้งแต่ปี 1998” Felecia Stratton บรรรณาธิการของ Inbound Logistics กล่าว “ผู้อ่านทั่วสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกได้โหวตให้กับ 3PL และการแข่งขันในปีนี้เข้มงวดมาก สำหรับในปีที่ 6 นี้ C.H. Robinson ได้รับการโหวตจากผู้อ่าน Inbound Logistics เป็น 3PL อันดับหนึ่ง ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมในทุกๆ มาตรฐาน”

เกี่ยวกับ C.H. Robinson
ที่ C.H. Robinson เราเชื่อในการเพิ่มความฉับไวในการค้าโลกเพื่อที่จะสามารถขนส่งสินค้าและผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร้อุปสรรคเพื่อช่วยผลักดันเศรษฐกิจของโลก ด้วยจุดแข็งของพนักงานที่มีความรู้ กระบวนการการที่ผ่านการพิสูจน์ตรวจสอบ และเทคโนโลยีระดับโลก ทำให้เราสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าให้สามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาด เราเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งแบบ 3PL ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เราเอื้ออำนวยการบริการการขนส่งที่หลากหลาย การจัดหาวัตถุดิบสดใหม่ และการบริการจัดการ ให้กับลูกค้ามากกว่า 110,000 ราย และผู้ให้บริการขนส่ง 68,000 ราย โดยผ่านเครือข่ายของเรา 280 แห่ง และ พนักงานมากกว่า 13,000 คน

นอกจากนี้ นอกจากนี้ บริษัท มูลนิธิ และพนักงานของเรายังมอบเงินให้กับองค์กรต่างๆ ปีละหลายล้านดอลล่าร์สหรัฐ C.H. Robinson (CHRW) ที่มีสำนักงานใหญที่อีเดน แพรรี ในรัฐมินนิโซตา ได้เริ่มซื้อขายใน NASDAQ ตั้งแต่ปี 1997

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.chrobinson.com

ติดต่อ
C.H. Robinson
Nichole Axtman, 952-683-3977
ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร
nichole.axtman@chrobinson.com

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160708005093/en

SUEZ เปิดตัว AQUADVANCED(R) Urban Drainage นวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อประสิทธิภาพการระบายน้ำสูงสุดและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–12 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ในยุคที่ประชากรตามเมืองใหญ่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางปัญหาโลกร้อน และกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเสียและน้ำฝนถือเป็นสิ่งที่หน่วยงานท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ และเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ SUEZ จึงได้เปิดตัว AQUADVANCED(R) Urban Drainage[1] นวัตกรรมดิจิทัลที่จะช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถตรวจสอบโครงข่ายท่อระบายน้ำเสียและน้ำฝนได้แบบเรียลไทม์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดน้ำท่วมพร้อมทั้งควบคุมคุณภาพของน้ำที่ระบายสู่ธรรมชาติ

ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเสียและน้ำฝน : ปัญหาท้าทายของหน่วยงานท้องถิ่น

การขยายตัวของเขตเมืองและพื้นผิวที่น้ำไม่สามารถซึมผ่านได้นั้น ส่งผลให้น้ำฝนซึมผ่านลงดินตามธรรมชาติได้เพียง 15% ส่วนอีก 85% ที่เหลือจะไหลไปตามพื้นผิว ทำให้เศษต่างๆจากหลังคาและพื้นถนน (เช่น น้ำมัน โลหะหนัก พลาสติก ฯลฯ) ไหลไปสะสมรวมกัน จนกลายเป็นปัญหาท้าทายของหน่วยงานท้องถิ่นในการนำน้ำเสียดังกล่าวเข้าสู่โรงบำบัดเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุทกภัย ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนลดมลพิษในระบบนิเวศทางธรรมชาติ ทั้งนี้ น้ำฝนเป็นสาเหตุเบื้องหลังมลพิษมากถึง 50% ที่ไหลลงสู่แม่น้ำและชายหาดในเขตเมือง

AQUADVANCED(R) URBAN DRAINAGE ยกระดับการจัดการน้ำเสียและน้ำฝน ป้องกันการเกิดน้ำท่วม และรักษาคุณภาพของน้ำ

เพื่อรับมือกับปัญหาท้าทายเหล่านี้ SUEZ จึงเปิดตัว AQUADVANCED(R) Urban Drainage นวัตกรรมที่จะช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นบริหารระบบท่อระบายน้ำเสียและน้ำฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถเลือกโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ตั้งแต่การตรวจสอบสภาพแวดล้อม (แม่น้ำ ทะเล แหล่งน้ำเสีย) การคาดการณ์อุทกภัยและมลพิษในสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการบริหารจัดการระบบระบายน้ำเสียอย่างครบวงจร

AQUADVANCED(R) Urban Drainage ช่วยให้สามารถตรวจสอบระบบระบายน้ำทั้งหมดได้แบบเรียลไทม์ทั่วโลก โดยใช้ข้อมูลจากเซนเซอร์ที่ติดตั้งทั้งในเครือข่ายและในสภาพแวดล้อม (เช่น แม่น้ำ ทางน้ำ ฯลฯ) รวมถึงข้อมูลพยากรณ์อากาศในช่วงเวลานั้นๆ ซอฟต์แวร์ตัวนี้จะทำการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดเพื่อคาดการณ์น้ำในระบบ (เช่น ความจุน้ำอิ่มตัว ปริมาณน้ำรอรับการบำบัด ฯลฯ) หรือระบบนิเวศทางธรรมชาติ (ความเสี่ยงในการเกิดมลภาวะ หรือทางน้ำล้น) นอกจากนี้ สำหรับระบบระบายน้ำเสียบางประเภท ซอฟต์แวร์ดังกล่าวยังสามารถคำนวณหาวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมน้ำ พร้อมตรวจสอบส่วนต่างๆของระบบ (เช่น แหล่งเก็บน้ำ สถานีสูบน้ำ ฯลฯ) ได้แบบอัตโนมัติจากระยะไกล

AQUADVANCED(R) Urban Drainage สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงที่น้ำเสียซึ่งยังไม่ผ่านการบำบัดจะไหลสู่ระบบนิเวศทางธรรมชาติ รวมถึงตรวจสอบคุณภาพของน้ำที่ระบายออกเป็นรายวัน ตลอดจนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการติดตั้งระบบนี้สามารถลดปริมาณน้ำฝนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำหรือทะเลได้สูงสุด 45%

AQUADVANCED(R) Urban Drainage ได้ถูกนำไปใช้งานเป็นที่เรียบร้อยใน 8 เมืองของยุโรป อาทิ บอร์โด พื้นที่ขยายของกรุงปารีส มาร์แซย์ และบาร์เซโลนา นอกจากนั้นยังอยู่ระหว่างการจัดแสดงในงาน Singapore International Water Week ระหว่างวันที่ 10-14 กรกฎาคม

SUEZ คือผู้นำในตลาด Smart Water ของยุโรป บริษัทให้การสนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ด้วยซอฟต์แวร์AQUADVANCED(R) Urban Drainage ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเสียและน้ำฝน นอกจากนี้ บริษัทยังมีซอฟต์แวร์จัดการระบบน้ำดื่มในชื่อ AQUADVANCED(R) Water Networks ด้วย

SUEZ

เราอยู่ในจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติทรัพยากร ในยุคที่เราต้องเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรทั่วโลก การเติบโตของเมือง และการลดลงของทรัพยากร ส่งผลให้การรักษา ฟื้นฟู และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ากลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต่ออนาคตของเรา SUEZ (Paris: SEV, Brussels: SEVB) ได้จัดหาน้ำดื่มให้กับประชากร 92ล้านคน และให้บริการด้านสุขาภิบาลกับประชากร 65 ล้านคน รวมทั้งเก็บรวบรวมของเสียจากประชากรเกือบ 34 ล้านคน เก็บขยะ 16 ล้านตันต่อปี และผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในท้องถิ่น 5,855 กิกะวัตต์ชั่วโมง ปัจจุบัน SUEZ มีบทบาทสำคัญในด้านการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน บริษัทดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้ง 5ทวีปทั่วโลก มีพนักงานทั้งสิ้น 82,530 คน และมีรายได้รวม 1.51 หมื่นล้านยูโรในปี 2558

SUEZ ในเอเชีย

SUEZ ดำเนินธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานกว่า 60 ปี และดำเนินธุรกิจในจีนมานานกว่า 40 ปี ทั้งในด้านการจัดการน้ำดื่มและน้ำเสีย SUEZ มีพนักงาน 9,500คนในเอเชีย และมีบริษัทที่ร่วมทุนกับผู้ประกอบการในท้องถิ่นกว่า 50 แห่ง บริษัทให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมและหน่วยงานท้องถิ่นในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน SUEZ สร้างโรงงานน้ำดื่มและโรงบำบัดน้ำเสียกว่า 420 แห่งในเอเชีย และจัดหาน้ำดื่มให้ประชากรมากกว่า 20 ล้านคน นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้บริหารโครงการน้ำภายใต้ความร่วมมือภาครัฐ-เอกชนโครงการแรกของจีนในมาเก๊า ทั้งยังเป็นผู้นำด้านการจัดการของเสียในฮ่องกง ตลอดจนส่งมอบความเชี่ยวชาญด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมให้แก่นิคมอุตสาหกรรม 11 แห่ง ทั้งนี้ ในปี 2558 SUEZ มีรายได้จากการทำธุรกิจในเอเชียมากกว่า 1 พันล้านยูโร

สื่อมวลชนติดต่อ

SUEZ Paris
Catherine des Arcis
โทร. +33 1 58 810 54 23
อีเมล: catherine.desarcis@suez-env.com

SUEZ Asia

Joey CHIO 
โทร. +853 6681 4700 
อีเมล: joeychio@sinofrench.com

[1] AQUADVANCED(R) เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือเครื่องหมายการค้าที่อยู่ระหว่างการยื่นขอจดทะเบียน

Deccan Odyssey รถไฟสุดหรูในอินเดีย เปิดตัว “Companion Offer” มอบข้อเสนอสุดพิเศษแก่เพื่อนเดินทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ–11 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Deccan Odyssey รถไฟสุดหรูระดับรางวัลที่ดำเนินงานโดยบริษัท Cox & Kings ซึ่งเป็นพันธมิตรผู้ให้บริการขององค์การการท่องเที่ยวแห่งรัฐมหาราษฏระMaharashtra Tourism Development Corporation (MTDC) ในอินเดีย ประกาศเปิดตัวการเดินทางบทใหม่ในเดือน ต.ค. 2559 นี้ พร้อมข้อเสนอ Companion Offerสุดพิเศษ ที่จะมอบส่วนลด 25% เมื่อทำการจองที่นั่งสำหรับเพื่อนร่วมเดินทาง

 

The Deccan Odyssey, India’s most luxurious train

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160711/813035)

          Deccan Odyssey จะเริ่มออกเดินทางครั้งใหม่ในเดือน ต.ค. 2559 นี้ โดยชาวอินเดียผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (NRI) ผู้ถือบัตรประจำตัวชาวอินเดียโพ้นทะเล (OCI) ชาวอินเดียและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ (ซึ่งรวมถึงอ่าวอาหรับและตะวันออกไกล) จะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษ เมื่อทำการจองที่นั่งในระหว่างวันที่ 16 มิ.ย. ถึง 31 ส.ค. 2559 ทั้งยังจะได้ตื่นตาตื่นใจกับขบวนรถไฟที่ได้รับการตกแต่งใหม่ตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้เดินทางยุคใหม่

          นอกเหนือจากส่วนลดสำหรับเพื่อนเดินทางแล้ว Deccan Odyssey ยังมอบบริการสปาฟรี 30 นาที ณ ร้านสปาสุดหรู ‘Ayush’ สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเป็นคู่ และยังมีบาร์ไว้คอยให้บริการไวน์และเบียร์ฟรีแก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทางอีกด้วย

          Deccan Odyssey โดดเด่นด้วยบริการเหนือระดับที่ผสานเข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลก พร้อมมอบความประทับใจในแบบฉบับ “Incredible India”ด้วยการจอดแวะตามจุดหมายปลายทางซึ่งล้วนแต่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และนำเสนอวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย การเดินทางไปกับ Deccan Odysseyในแต่ละครั้งจะเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้สัมผัสกับความหลากหลายของประเทศอินเดีย และวัฒนธรรมที่อยู่เหนือกาลเวลา

          รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทาง 8 วัน 7 คืน ได้ที่: http://www.thedeccanodyssey.com/mailer16/book-cabin-25-v2/departure-dates.html

          กำหนดการเดินทาง:

          – ความงามแห่งรัฐมหาราษฏระ 

          – สมบัติล้ำค่าแห่งรัฐคุชราต 

          – โอดิสซีย์แห่งอินเดีย

          – ค้างแรมแบบอินเดีย 

          – อัญมณีแห่งเดคข่าน 

          – เส้นทางธรรมชาติแห่งมหาราษฏระ 

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thedeccanodyssey.com และสามารถจองตั๋วได้ที่ trains@deccanodyssey.in

          เกี่ยวกับ Deccan Odyssey

          Deccan Odyssey เป็นหนึ่งในขบวนรถไฟหรูยอดนิยมของอินเดีย ประกอบด้วยตู้รถไฟ 21 ตู้ แบ่งเป็นตู้โดยสาร 12 ตู้ ซึ่งรองรับผู้โดยสารได้ตู้ละ 8 คน (ตู้โดยสารแบบธรรมดา/เดอลุกซ์ 10 ตู้ รองรับผู้โดยสารตู้ละ 8 คน และตู้โดยสารแบบเพรสิเดนเชียลสวีท 2 ตู้ รองรับผู้โดยสารตู้ละ 4 คน) นอกจากนั้นยังมีตู้สำหรับประชุม/ความบันเทิง 1 ตู้, ตู้สำหรับรับประทานอาหาร 2 ตู้, ตู้ปั่นไฟและเก็บสัมภาระ 2 ตู้, ตู้สำหรับพนักงาน 2 ตู้, ตู้สปา 1 ตู้ และตู้บาร์ 1 ตู้ โดยรถไฟสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ทั้งสิ้น 88 คน

          รถไฟ Deccan Odyssey คว้ารางวัลมาครองมากมายในปี 2558 ซึ่งรวมถึงรางวัล World Travel Awards สาขารถไฟสุดหรูชั้นนำของเอเชีย และรางวัล The India Travel Awards สาขารถไฟสุดหรูยอดเยี่ยมของอินเดีย

          ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: thomasct@coxandkings.com

          ที่มา: Deccan Odyssey

ทอมสันส์ ออนไลน์ เบเนฟิตส์ ชูธุรกิจ SaaS ผลักดันการเติบโตในระยะยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–11 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – Darwin(TM) ขึ้นแท่นผู้นำในตลาดบริหารทรัพยากรบุคคล (HCM) มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

          ทอมสันส์ ออนไลน์ เบเนฟิตส์ (“ทอมสันส์” หรือ “บริษัท”) ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์จัดการผลประโยชน์พนักงานและการสร้างความผูกพันของพนักงานทั่วโลก ในรูปแบบ SaaS (Software as a Service) เปิดเผยผลประกอบการประจำปี สำหรับงวด 12 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558

 Thomsons Online Benefits logo / Thomsons Online Benefits logo

Thomsons Online Benefits logo

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150610/748352 )

          ผลการดำเนินงานที่โดดเด่น

          – Darwin(TM) ขึ้นแท่นผู้นำเทคโนโลยีการบริหารจัดการผลประโยชน์พนักงานและการสร้างความผูกพันของพนักงาน ในตลาดบริหารทรัพยากรบุคคล (HCM)

                    — ผู้ใช้งาน Darwin(TM) เพิ่มขึ้น 60%

                    — บริษัทเทคโนโลยีท็อป 10 ของโลก 7 แห่ง และแบรนด์ท็อป 10 ของโลก 6 แบรนด์ วางใจเลือกใช้ Darwin(TM)

                    — Darwin(TM) มีการใช้งานในกว่า 80 ประเทศ และ 25 ภาษา

          – ปัจจุบันบริษัทเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการ HCM รายใหญ่ที่สุดและได้รับการยอมรับมากที่สุด 3 แห่ง ได้แก่ เอดีพี, ซีรอกซ์ โกลบอล เบเนฟิตส์ เซอร์วิสเซส และเมอร์เซอร์

          – มีอัตราการรักษาลูกค้า 98% และรักษาลูกค้าองค์กรได้ถึง 100%

          – ขยายความสัมพันธ์กับบริษัทเอ็นจีอาร์ ฮิวแมน รีซอร์สเซส ครอบคลุมไปถึงธุรกิจลูกค้าองค์กรในยุโรปและธุรกิจในเอเชีย

          ผลงานที่โดดเด่นด้านการเงิน

          – รายได้ 32.4 ล้านปอนด์ (ปี 2557: 32.0 ล้านปอนด์) อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงธุรกิจไปสู่การเป็นผู้ให้บริการ SaaS แบบบอกรับสมาชิกทั่วโลก จากเดิมที่เป็นธุรกิจนายหน้า เทคโนโลยี และการจัดการแบบครบวงจรในสหราชอาณาจักร

                    — รายได้ที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์มีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 33% มาตั้งแต่ปี 2555

                    — รายได้จาก SaaS เพิ่มขึ้น 36% โดยได้แรงหนุนจากลูกค้าในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) และลูกค้าองค์กรข้ามชาติระดับโลก

                    — 50% ของยอดการบอกรับบริการ SaaS มาจากการทำข้อตกลงกับกลุ่มลูกค้าองค์กรระดับโลก คิดเป็น 50%         

                    — รายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 54% ซึ่งคิดเป็นเกือบ 20% ของรายได้ทั้งหมดในปัจจุบัน

          – EBITDA* อยู่ที่ 4.5 ล้านปอนด์ (ปี 2557: 5.7 ล้านปอนด์) อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ

          – อัตราหมุนเวียนเงินสด EBITDA* อยู่ที่ 141%

          – งบดุลแข็งแกร่ง ด้วยจำนวนเงินสด 12.3 ล้านปอนด์ (ปี 2557: 12.6 ล้านปอนด์)

          แนวโน้ม

          – แนวโน้มลูกค้าแข็งแกร่งในปี 2559 ทั้งในยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา และลูกค้าองค์กรระดับโลก

          – ความร่วมมือใหม่ๆจะนำไปสู่การสร้างระบบ และเปิดช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดขายเพิ่มขึ้น

          – แนวโน้มความชัดเจนของรายได้** คาดว่าจะอยู่ที่ 141 ล้านปอนด์ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยประเมินจากอัตราการต่อสมาชิกในปัจจุบัน

          * EBITDA คือกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา

          ** แนวโน้มความชัดเจนของรายได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ประกอบด้วยรายได้จากการทำสัญญากับลูกค้าปัจจุบัน ซึ่งอ้างอิงจากอัตราการต่อสมาชิกที่ผ่านมา บวกกับรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นซ้ำสำหรับบริการที่ยังไม่มีการทำสัญญากับลูกค้าเหล่านี้ โดยประเมินจากการดำเนินงานที่ผ่านมา

          ไมเคิล วิตฟิลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แสดงความคิดเห็นว่า:

          “เพียง 3 ปี เราก็สามารถพลิกโฉมทอมสันส์ จากธุรกิจในประเทศที่ทำรายได้จากค่านายหน้าเป็นส่วนใหญ่ สู่การเป็นธุรกิจ SaaS ข้ามชาติซึ่งมีศักยภาพในการขยายขนาด เราทุ่มทุนอย่างมากในธุรกิจของเรา เพื่อสร้างระบบและรักษาความสามารถในการทำรายได้ตลอดช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจ และได้วางตำแหน่งแพลตฟอร์มเรือธงของเราอย่าง Darwin (TM) ให้เป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมนี้

          “ปี 2558 เป็นปีที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา โดยมีลูกค้าที่ขยายการใช้งาน Darwin(TM) ในประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของพนักงานในการเข้าถึงผลประโยชน์ของตนเองในรูปแบบดิจิตอลได้อย่างสะดวก ปลอดภัยและน่าสนใจ เช่นเดียวกับความต้องการของนายจ้างในการความคุมความเสี่ยงและต้นทุน ขณะที่ธุรกิจของพวกเขาขยายตัวอย่างรวดเร็วในต่างประเทศ”

          “นอกจากนี้ ปี 2558 ยังเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างโดดเด่นในส่วนของกลยุทธ์พันธมิตร โดยเราได้ทำสัญญากับพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายรายสำคัญหลายรายในหลายประเทศ ซึ่งจะช่วยเร่งการเติบโตของเราอย่างมากในช่วง 5 ปีข้างหน้า”

          “ตลาด HCM ยังคงพึ่งพาการใช้เทคโนโลยีบนคลาวด์ เพื่อผลักดันประสิทธิภาพการทำงานผ่านทางระบบอัตโนมัติ ตลอดจนนำเสนอประสบการณ์ระดับเดียวกับผู้บริโภคให้แก่พนักงาน และการวิเคราะห์แบบรวมศูนย์”

          “ผลประโยชน์ของพนักงานสามารถช่วยให้องค์กรต่างๆ มีความได้เปรียบในการแข่งขัน และ Darwin(TM) คือผู้นำตลาดอย่างชัดเจนด้วยการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้”

          “เรามีแนวโน้มยอดขายที่แข็งแกร่ง โดยเราคาดว่ายอดขายจะยังคงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และนำไปสู่ยอดการบอกรับบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่พันธมิตรของเรากำลังขยายธุรกิจ และเราสามารถคว้าสัญญาใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากผ่านทางพันธมิตรของเรา”

          “ซอฟต์แวร์ Darwin(TM) ของทอมสันส์ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกแล้วว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดของวงการ ทั้งนี้ ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ฐานลูกค้าชั้นนำของโลก และกลยุทธ์ SaaS อันแข็งแกร่งและสามารถขยายขนาดได้ เราจึงยินดีอย่างมากกับช่วงเวลานี้ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เราประสบความสำเร็จมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน”

          หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

          ทอมสันส์ เป็นบริษัทระดับโลกผู้ให้บริการซอฟต์แวร์จัดการผลประโยชน์พนักงานและการสร้างความผูกพันของพนักงาน ซึ่งรวมถึงซอฟต์แวร์ Darwin(TM) ที่ได้รับรางวัลการันตีมาแล้ว โดยแพลตฟอร์มชั้นนำนี้นำเสนอการดูแลผลประโยชน์พนักงานอย่างครบวงจรและเป็นอัตโนมัติ ช่วยให้พนักงานในกว่า 80 ประเทศ และ 25 ภาษา สามารถเข้าถึงผลประโยชน์ของตนเองได้ตลอดชั่วอายุ ขณะที่บริษัทชั้นนำของโลก ซึ่งรวมถึงบริษัทเทคโนโลยีระดับท็อป 10 ถึง 7 แห่ง ต่างไว้วางใจเลือกใช้

          Darwin(TM) นำเสนอโซลูชันที่ปรับแต่งให้ตอบสนองความต้องการด้านผลประโยชน์และผลตอบแทนพนักงานในหลากหลายรูปแบบ เช่น การสร้างความผูกพันของพนักงาน การบริหารความเสี่ยง การควบคุมต้นทุน และการปรับปรุงการดูแลผลประโยชน์พนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

          ทอมสันส์ กวาดรางวัลจากแวดวงอุตสาหกรรมมาแล้วถึง 103 รางวัล ซึ่งรวมถึงรางวัลระดับทองคำอันทรงเกียรติจาก Brandon Hall Group ในสาขา Best Advance in Rewards and Recognition Technology

          ทอมสันส์ มีทีมงานในสหราชอาณาจักร โรมาเนีย สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เพื่อให้บริการแก่ฐานลูกค้าทั่วโลก

          ติดต่อสอบถาม:

          Thomsons Online Benefits

          +44 (0) 203 328 4000

          Michael Whitfield, Chief Executive Officer

          Paul Smolinski, Chief Financial Officer

          Instinctif Partners

          +44 (0) 207 457 2020

          Adrian Duffield / Lauren Foster

          ที่มา: Thomsons Online Benefits

TOKYO SKYTREE (SM) เปิดตัวบัตร “Fast Skytree Combo ticket” สำหรับขึ้นจุดชมวิวสูงสุด เอาใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–8 ก.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2559 TOKYO SKYTREE ซึ่งบริหารงานโดยบริษัทโทบุ ทาวเวอร์ สกายทรี จำกัด ได้เปิดจำหน่ายบัตร “Fast Skytree Combo ticket” สำหรับขึ้นจุดชมวิว “Tembo Deck” และ “Tembo Galleria” พิเศษสุดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ นอกจากนี้ อัตราค่าเข้าชมในบัตรใหม่นี้ยังถูกปรับให้มีความยุ่งยากน้อยลง เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้าใจได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

          ก่อนหน้าบัตร “Fast Skytree Combo ticket” ทาง TOKYO SKYTREE ได้เปิดตัวบัตร “Fast Skytree Ticket” สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2558 ซึ่งผู้ถือบัตรนี้สามารถผ่านขึ้นไปยังจุดชมวิว “Tembo Deck” โดยไม่ต้องรอต่อแถวซื้อบัตรที่ช่องจำหน่ายบัตร ซึ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่นักท่องเที่ยว

          ต่อมาจึงได้มีการเพิ่มจุดชมวิว “Tembo Galleria” เข้าในบัตร “Fast Skytree Ticket” และปรับอัตราค่าเข้าชมจาก 4 ช่วงอายุภายใต้บัตร “Fast Skytree Ticket”เหลือเพียง 2 ช่วงอายุภายใต้บัตร “Fast Skytree Combo ticket” นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่มาเยือน TOKYO SKYTREE จึงได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยบัตรแบบใหม่นี้

          สัดส่วนของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือน TOKYO SKYTREE เป็นรายบุคคลนั้น เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 6.8% ในปีงบการเงิน 2556 เป็น 12.4% ในปีการเงิน 2557 และเป็น 15.4% ในปีการเงิน 2558 (*) ดังนั้น TOKYO SKYTREE จึงได้เปิดตัวบริการหลากหลายรูปแบบนับตั้งแต่เปิดดำเนินการเมื่อปี 2555 เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มาเยือนให้ดียิ่งขึ้น

          TOKYO SKYTREE มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะใช้มาตรการต่างๆ ต่อไป เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

          (*) ตัวเลขอ้างอิงมาจากผลการสำรวจสัดส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ไม่รวมนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ) และการแบ่งตามที่มาของนักท่องเที่ยว (ประเทศและภูมิภาค) ซึ่งบริษัทโทบุ ทาวเวอร์ สกายทรี จำกัด ได้จัดทำขึ้นตั้งแต่ปี 2556 ทั้งนี้ ในแบบสำรวจดังกล่าว บริษัทได้สัมภาษณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อบัตรเข้าชม TOKYO SKYTREE (ไม่รวมนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ) โดยดำเนินการปีละ 3 ครั้ง รวมเป็นระยะเวลา 6 วัน ในปีงบการเงิน 2556 และ 2557 และ 5 ครั้ง รวม 10 วันสำหรับปีงบการเงิน 2558

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่:

           http://www.tokyo-skytree.jp/upload/FastSkytreeTicket_en_160701.pdf

 

          (รูปภาพ: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M102887/201607052230/_prw_OI1fl_9tYeNX21.jpg )

          ที่มา: บริษัทโทบุ ทาวเวอร์ สกายทรี จำกัด

ฟิลลิป มอร์ริส พ่ายคดีฟ้องล้มกฎหมายควบคุมบุหรี่ของอุรุกวัย ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของสาธารณสุขโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

วอชิงตัน11 ก.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

แถลงโดยไมเคิล อาร์ บลูมเบิร์ก และแมทธิว แอล ไมเออร์ส 

ชัยชนะด้านสาธารณสุขครั้งประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจารึก หลังรัฐบาลอุรุกวัยมีชัยเหนือบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล (Philip Morris International) ในการต่อสู้ทางกฏหมายระหว่างประเทศเพื่อปกป้องกฎหมายควบคุมบุหรี่ของอุรุกวัย

 

Campaign for Tobacco-Free Kids logo. (PRNewsFoto/Campaign for Tobacco-Free Kids)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20080918/CFTFKLOGO

นับเป็นเวลานานกว่า 6 ปีที่ฟิลลิป มอร์ริสได้ดำเนินการฟ้องร้องอุรุกวัย และในวันนี้ (9 ก.ค.) ทางคณะอนุญาโตตุลาการของธนาคารโลกได้ตัดสินให้อุรุกวัยชนะคดี และปฏิเสธคำร้องของฟิลลิป มอร์ริส ที่ฟ้องร้องกฎหมาย 2 มาตราของอุรุกวัย อันมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ได้แก่ การบังคับให้พิมพ์ภาพเตือนพิษภัยของบุหรี่ กินพื้นที่ 80% บนซองทั้งสองด้าน และการบังคับให้บุหรี่แต่ละแบรนด์ใช้ซองได้แบบเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้คำหรือสีที่ทำให้เข้าใจผิดว่าบุหรี่มีอันตรายน้อยลง (เช่น คำว่า “light และ “mild” เป็นต้น)

ถ้อยแถลงของไมเคิล อาร์ บลูมเบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Bloomberg Philanthropies และอดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก 3 สมัย   

นี่คือชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวอุรุกวัย และแสดงให้เห็นว่าทุกประเทศสามารถลุกขึ้นมาต่อต้านและเอาชนะบริษัทยาสูบได้ รัฐบาลต้องสามารถปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน และเราพร้อมให้ความช่วยเหลือรัฐบาลเมื่อบริษัทยาสูบพยายามเข้ามาขัดขวาง ไม่ว่าประเทศใดก็ไม่สมควรถูกบริษัทยาสูบฟ้องร้องดำเนินคดี และนี่จะเป็นคดีตัวอย่างที่ทำให้หลายประเทศกล้าทำในสิ่งต่างๆที่จะช่วยรักษาชีวิตของประชาชน

ถ้อยแถลงของแมทธิว แอล ไมเออร์ส ประธาน Campaign for Tobacco-Free Kids 

คำตัดสินดังกล่าวมีความสำคัญในระดับโลก เพราะมิได้เป็นเพียงการยืนยันสิทธิอธิปไตยของอุรุกวัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิทธิอธิปไตยของทุกประเทศทั่วโลกในการปกป้องสุขภาพของพลเมือง ด้วยการใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการสูบบุหรี่ นอกจากนั้นยังเป็นการตำหนิฟิลลิป มอร์ริสอย่างรุนแรง จากการที่บริษัทนำข้อตกลงทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมาใช้ในทางที่ผิด เพื่อท้าทายกฏหมายควบคุมยาสูบที่เข้มงวดของอุรุกวัยและประเทศอื่นๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ฟิลลิป มอร์ริส คิดว่าสามารถทำให้อุรุกวัยยอมผ่อนปรนกฎหมายควบคุมยาสูบที่เข้มงวด ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการคุกคามประเทศอื่นๆทั่วโลกด้วย แต่อุรุกวัยกลับต่อสู้อย่างกล้าหาญ การที่อุรุกวัยไม่ยอมแพ้จนประสบชัยชนะเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าทุกประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ร่ำรวยหรือไม่ ก็สามารถต่อกรกับอุตสาหกรรมยาสูบและปกป้องกฎหมายคุ้มครองชีวิตได้เช่นเดียวกัน คำตัดสินนี้จะช่วยกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆทั่วโลกหันมาดำเนินการตามกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลกซึ่งลงนามโดย 180 ประเทศอย่างเต็มตัวและเร่งด่วน ทั้งนี้ หากยังปราศจากท่าทีที่เด็ดขาดตั้งแต่วันนี้ ภายในศตวรรษนี้จะมีผู้คนอีกนับพันล้านคนทั่วโลกที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับบุหรี่

Campaign for Tobacco-Free Kids ขอยกย่องอุรุกวัยและประธานาธิบดีทาบาเร วาสเควซ ที่ต่อสู้กับบุหรี่อย่างกล้าหาญด้วยการบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ที่เข้มงวดและต่อสู้กับฟิลลิป มอร์ริส กฎหมาย 2 มาตราที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการอันครอบคลุมที่อุรุกวัยได้บังคับใช้เพื่อลดการสูบบุหรี่ ซึ่งรวมถึงกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ 100% ห้ามโฆษณาบุหรี่ และเพิ่มภาษีบุหรี่อย่างหนักหน่วง ทุกวันนี้ อัตราส่วนเยาวชนอุรุกวัยที่สูบบุหรี่มีเพียง 8% ลดลงจาก 23%ในปี 2550 และเพื่อสานต่อความพยายามในการลดการสูบบุหรี่ของคนในประเทศ ประธานาธิบดีวาสเควซได้ประกาศแผนการใช้กฎหมายใหม่ที่กำหนดให้มีการใช้ซองบุหรี่แบบเรียบ

ความเป็นมา 

ฟิลลิป มอร์ริส ฟ้องร้องอุรุกวัยโดยให้เหตุผลว่า กฎหมายของอุรุกวัยละเมิดสนธิสัญญาการลงทุนระหว่างอุรุกวัยกับสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่สำนักงานใหญ่ของฟิลลิป มอร์ริสตั้งอยู่ โดยยื่นฟ้องต่อศูนย์ยุติข้อพิพาทด้านการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นคณะอนุญาโตตุลาการของธนาคารโลก และในวันนี้ (9 ก.ค.) รัฐบาลอุรุกวัยได้เปิดเผยคำพิพากษา ซึ่งตัดสินให้รัฐบาลอุรุกวัยชนะคดี และมีคำสั่งให้ฟิลลิป มอร์ริส ชดใช้ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายให้แก่รัฐบาลอุรุกวัยด้วย 

ชัยชนะของอุรุกวัยในครั้งนี้ นับเป็นชัยชนะครั้งล่าสุดในการต่อสู้ทางกฎหมายกับบรรดาบริษัทยาสูบที่ต่อต้านการบังคับใช้กฎหมายควบคุมยาสูบที่เข้มงวด โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2558 ศาลระหว่างประเทศก็ได้พิพากษาให้ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล แพ้คดีที่ยื่นฟ้องรัฐบาลออสเตรเลียที่ออกกฎหมายให้ใช้ซองบุหรี่แบบเรียบ โดยสรุปว่าเป็นการละเมิดสิทธิ นอกจากนั้นในเดือนพฤษภาคม ศาลสูงของสหราชอาณาจักรยังสนับสนุนกฎหมายซองบุหรี่แบบเรียบ ในขณะที่ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปก็ได้สนับสนุนกฎหมายควบคุมยาสูบฉบับใหม่ ที่บังคับให้มีการพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ลงบนซองเพื่อเตือนพิษภัยของบุหรี่ รวมทั้งให้ประเทศสมาชิกใช้ซองบุหรี่แบบเรียบ 

คำตัดสินเหล่านี้ได้กระตุ้นให้ทั่วโลกลุกขึ้นมาร่วมกันต่อสู้กับบุหรี่ และเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ทั่วโลกจะไม่ยอมให้บริษัทยาสูบเห็นกำไรสำคัญกว่าชีวิตคนอีกต่อไป 

ทั้งนี้ Bloomberg Philanthropies และ Campaign for Tobacco-Free Kids เป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านการเงินและเทคนิคแก่ทีมกฎหมายของรัฐบาลอุรุกวัย นอกจากนี้ ในปี 2558 Bloomberg Philanthropies ได้ร่วมมือกับ Bill & Melinda Gates Foundation ในการก่อตั้งกองทุน Anti-Tobacco Trade Litigation Fund เพื่อช่วยเหลือประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่กำลังเผชิญกับการฟ้องร้องในลักษณะนี้

Vivo ขึ้นแท่นแบรนด์สมาร์ทโฟนท็อป 5 ของโลกในรายงาน IDC ประจำไตรมาส 1 ปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–11 ..–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Vivo Mobile (Vivo) ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับที่ 5 ของโลก ในรายงาน Worldwide Quarterly Mobile Phone Tracker ประจำไตรมาส 1ปี 2559 ของ International Data Corparation (IDC)

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160701/0861606578

IDC มองว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Vivo เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559โดย Vivo มียอดขนส่งโทรศัพท์มือถือ 14.3 ล้านเครื่องในช่วงดังกล่าว ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 123.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 4.3% ของส่วนแบ่งตลาดทั่วโลก

อเล็กซ์ เฟิง รองประธานระดับโลก และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Vivo กล่าวว่าผลการดำเนินงานอันยอดเยี่ยมของ Vivo เกิดจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ และการเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด เราเห็นว่าผู้บริโภคต้องการอุปกรณ์ที่มีคุณภาพดีกว่า เราจึงได้วางตำแหน่งแบรนด์ของเราเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียม

ผลการจัดอันดับโดย IDC ที่ Vivo สามารถครองอันดับต้น ๆ ได้นั้น แสดงให้เห็นว่า Vivo มีศักยภาพที่จะรองรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจากตลาดที่เติบโตเต็มที่ อย่างสหรัฐอเมริกา และยุโรปตะวันตกเฟิงกล่าว

Vivo ได้เริ่มขยายธุรกิจไปทั่วโลกในปี 2557 ด้วยการตั้งสำนักงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย จากนั้นในปี 2558 Vivo ได้สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้วยการปรับปรุงการออกแบบผลิตภัณฑ์ และได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง V3 ซึ่งเน้นฟังก์ชั่นการทำงานที่ชาญฉลาดขึ้น และคุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi (High-Fidelity)

แนวทางของเราคือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นในการทำให้ชีวิตดีขึ้นและง่ายขึ้นเฟิงกล่าวและเรายังคงมุ่งมั่นที่จะหลอมรวมเทคโนโลยีให้เข้ากับวิถีชีวิตผู้คนได้อย่างไร้รอยต่อ เราหวังที่จะนำเสนอตัวเลือกและผลิตภัณฑ์มากขึ้นแก่ผู้ใช้ที่หลากหลายจากทั่วโลกในอนาคตอันใกล้นี้

Vivo ยังได้ขยายขอบเขตการเข้าถึงตลาดทั่วโลกในปีนี้ ด้วยการโปรโมทสมาร์ทโฟนเรือธงที่เปิดตัวใหม่อย่าง V3 และ V3MAX อีกทั้งยังประกาศร่วมมือกับแบรนด์ Captain America: Civil War ของ Marvel โดยสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นจะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลื่นไหลและสนุกสนานเพลิดเพลิน ด้วยวิดีโอและเสียงคุณภาพระดับ Hi-Fi สำหรับประเทศเป้าหมายประกอบด้วย ไทย อินโดนีเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม และเมียนมา

            กว่า 2 ปีแล้ว ที่ Vivo ได้เริ่มเข้ามาทำการตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ อินเดีย ด้วยพฤติกรรมการบริโภคและความต้องการของคนในภูมิภาคนี้  โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ผู้บริโภคมีความหลากหลายด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ต้องการทางเลือกที่มากขึ้น  Vivo  จึงได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการเข้ามาทำตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งรวมถึงในประเทศไทยที่มีศักยภาพสูงเป็นอย่างมาก  ในเมืองไทย  Vivo  ได้ลงทุนด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ  ทั้งโฆษณาในสื่อหลักต่างๆ  รวมทั้งสื่ออนไลน์  ตลอดจนกิจกรรม  ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ต่างๆ  ทั่วประเทศ  โดยเน้นในพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองหลัก  อาทิ เชียงใหม่  ขอนแก่น  นครราชสีมา  สงขลา  ฯลฯ  และกระจายสินค้าไปยังพันธิตรที่เป็นบริษัทจำหน่ายมือถือชั้นนำทั่วประเทศอีกด้วย

เกี่ยวกับ Vivo

Vivo เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำระดับโลก ซึ่งมุ่งเน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเสียงระดับมืออาชีพ มีรูปลักษณ์สุดล้ำ และมอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็วและราบรื่น บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและมีสไตล์ สำหรับผู้ที่มีความกระตือรือร้นและพร้อมเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ทั้งนี้ Vivoได้เข้าสู่การเป็นท็อป 5 แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกในรายงานประจำไตรมาส 1 ของปี 2559 โดย IDC

เอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์ เตรียมจัดงาน “Science and Technology Symposium” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–11 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เปิดงานสัมมนาทางวิทยาศาสตร์ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในห้องปฏิบัติการทั้งทางด้านการวิจัยและอุตสาหกรรม

บริษัทเอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์ (NYSE:A) ประกาศจัดงาน Science and Technology Symposium ประจำปี 2559 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นโอกาสพิเศษที่มีนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจากเอจิเลนต์จะได้มาร่วมหารือกันถึงแนวทางในการตอบโจทย์ที่จะช่วยรับมือกับความท้าทายทางวิทยาศาสตร์และธุรกิจที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ในปัจจุบัน

การประชุมนี้จะจัดขึ้นใน 3 ประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การทดสอบอาหารและสภาพแวดล้อม รวมทั้งผลิตภาพของห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นปัญหาหลักๆที่ลูกค้าของเอจิเลนต์ในภูมิภาคนี้เผชิญอยู่ โดยนับเป็นครั้งแรกที่เหล่านักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจะได้มีโอกาสศึกษาและรวบรวมแนวทางทั้งหมดของเอจิเลนต์ที่ใช้ในการแก้ไขความท้าทายทุกด้านของห้องปฏิบัติการ ตั้งแต่เทคนิคเฉพาะในการจัดเตรียมตัวอย่าง การวัดและการวิเคราะห์ ไปจนถึงกลยุทธ์ด้านต้นทุนสำหรับห้องปฏิบัติการ และการปรับปรุงประสิทธิภาพ นอกจากนี้ หัวข้อการประชุมอื่นๆยังครอบคลุมถึง ระเบียบข้อบังคับและแนวโน้มผู้บริโภคในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการฝึกอบรมพนักงาน

นายนิโน โตติโน ผู้จัดการทั่วไปของ Agilent Laboratory Solutions Sales ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกใต้และเกาหลี กล่าวว่า “ห้องปฏิบัติการในปัจจุบันต่างเปิดรับการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพ และต่างก็กำลังรับมือกับการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความซับซ้อนมาก ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ระเบียบข้อบังคับที่มีความเข้มงวดมากขึ้นและการตรวจจับสารมากขึ้นนั้นต้องอาศัยระบบการจัดการข้อมูลเช่นกัน เราตั้งตารอที่จะได้พบปะกับลูกค้า และร่วมพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางในการตอบปัญหา เพื่อรับมือกับความต้องการเหล่านี้”

ในโอกาสนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมยังจะได้รับชมระบบงานห้องปฏิบัติการของเอจิเลนต์ที่มีการปรับปรุงล่าสุดครบวงจร ตั้งแต่อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ไปจนถึงบริการ การฝึกอบรม และการถ่ายทอดความรู้ โดยภายในงานยังมีการตอบคำถามของผู้เข้าร่วมประชุมอีกด้วย

การนำเสนอหลักๆ ประกอบไปด้วย:

กรณีศึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการเทคโนโลยีภายในห้องปฏิบัติการ พร้อมข้อมูลเจาะลึกเพื่อรับรองความต่อเนื่องในการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการ

การสาธิตวิธีการสกัดธาตุอาหารพืชในดินของเครื่อง Agilent 5110 ICP-OES รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับระบบ Advanced Valve System ซึ่งสามารถร่นระยะเวลาวิเคราะห์ข้อมูล โดยไม่ทำให้ประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ลดลง ส่งผลให้ห้องปฏิบัติการทำกำไรได้มากขึ้น ด้วยการลดต้นทุนในการใช้เครื่องมือให้ได้มากที่สุด

การพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการประหยัดต้นทุน เวลา และตัวทำละลาย ในการตรวจสอบสารกลุ่มโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAH) ต้นกำเนิด 16 ชนิดในสภาพแวดล้อม ด้วยการใช้ Online Solid Phase Extraction และ UHPLC

สำหรับวิทยากรที่จะร่วมพูดคุยในงานที่มาเลเซียและไทย ประกอบด้วยลูกค้าของเอจิเลนต์ ได้แก่ ดร.คอชิค บาเนอร์จี นักวิชาการและหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของICAR-National Research Centre for Grapes เมืองปูเน่ ประเทศอินเดีย, รองศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ ฉิมพาลี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ดร.เมอรานีย์ แม็คแคนน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์สำหรับการชะละลายด้วยความร้อน (Thermal Desorption) จาก Markes International, แซม มาลลาร์ด จาก Australian Superintendence Company รวมถึงผู้เชี่ยวชาญของเอจิเลนต์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

การประชุมจะเปิดฉากขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เป็นแห่งแรกในวันที่ 19-20 กรกฎาคม ตามด้วยกรุงเทพฯ วันที่ 22-23 กรกฎาคม ส่วนที่สิงคโปร์มีกำหนดจัดการประชุมในเดือนตุลาคม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุม Agilent Science and Technology Symposium ประจำปี 2559 สามารถรับชมได้ที่www.agilent.com/chem/asts2016

เกี่ยวกับ เอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์

เอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ (NYSE: A) เป็นผู้นำระดับโลกในวงการชีววิทยาศาสตร์ วิชาการวินิจฉัยโรค และเคมีประยุกต์ และเป็นพันธมิตรห้องปฏิบัติการระดับแนวหน้าเพื่อสร้างสรรค์โลกที่ดีกว่า เอจิเลนต์ทำงานร่วมกับลูกค้าในกว่า 100 ประเทศ โดยเป็นผู้จัดหาเครื่องมือ ซอฟต์แวร์ บริการ และวัสดุสิ้นเปลืองให้กับการดำเนินการในห้องปฏิบัติการอย่างครบวงจร ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ 4.04 พันล้านดอลลาร์ในปีงบการเงิน 2558 และมีพนักงานประมาณ 12,000 คนทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอจิเลนต์ สามารถรับชมได้ที่ www.agilent.com

กองบรรณาธิการติดต่อ:
Alexis Chuah 
โทร: +60-4-680-3712 
อีเมล: alexis.chuah@agilent.com