ผลวิเคราะห์ล่าสุดจาก SIRFLOX ชี้ ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่ลุกลามไปยังตับ มีการตอบสนองมากกว่าเมื่อรักษาด้วย SIR-Spheres(R) Y-90 resin microspheres

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาร์เซโลนา, สเปน–11 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์-เฟิร์สคอลล์/อินโฟเควสท์ 

ข้อมูลใหม่ล่าสุดที่ศ.ดร. โวลเกอร์ ไฮน์มานน์ ได้นำเสนอ ณ ที่ประชุม World Congress on Gastrointestinal Cancer ครั้งที่ 18 ของสมาคมมะเร็งวิทยาแห่งยุโรป (ESMO) ระบุว่า ผลการวิจัย SIRFLOX ที่ได้รับการเผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ได้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจาย (mCRC) ซึ่งมีการลุกลามไปยังตับ และได้รับการรักษาขั้นพื้นฐานด้วยการใช้ mFOLFOX6 ร่วมกับ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres นั้น มีการตอบสนองต่อการรักษามากกว่ากลุ่มที่ทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว[1]

 Sirtex Logo / Sirtex Logo

Sirtex Logo

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20150119/724485 )

SIRFLOX Logo / SIRFLOX Logo (PRNewsFoto/Sirtex Medical Limited)

SIRFLOX Logo (PRNewsFoto/Sirtex Medical Limited)

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160629/385027LOGO ) 

จากการวิเคราะห์ความลึกของการตอบสนอง (DpR) ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างใหม่และมีความสัมพันธ์กับระยะการดำรงอยู่โดยรวม (OS) และระยะการอยู่รอดหลังโรคลุกลาม (PPS) ในการวิจัยผู้ป่วยโรค mCRC ครั้งก่อนนี้[2] พบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ควบคู่กับการทำเคมีบำบัด มีความลึกของการตอบสนองมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ (ปริมาณเซลล์มะเร็งในตับลดลงเฉลี่ย 75.0% เทียบกับ 67.8%; p=0.039) และยังมีระยะเวลา DpR หรือระยะเวลาเนื้องอกหดตัวมากกว่า 2 เดือนเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว (เฉลี่ย 266 วัน เทียบกับ 206 วัน; p<0.001)

นอกจากนี้ ผลวิเคราะห์ยังเผยให้เห็นว่า การรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ให้ผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีปริมาณเซลล์มะเร็งในตับมากกว่า (มีเนื้องอกกินพื้นที่ตับมากกว่า 12% ขณะเข้าร่วมการวิจัย ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับการคาดการณ์ DpR) โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้ซึ่งมีสัดส่วนเกินครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยในโครงการ SIRFLOX มีค่า DpR สูงกว่าถึง 20% (77.5% เทียบกับ 57.2%; p=0.003) และมีระยะเวลา DpR ยาวนานกว่า 3 เดือน (เฉลี่ย 298 วัน เทียบกับ 196 วัน; p<0.001) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ยังมีความเชื่อมโยงกับระยะปลอดโรค (PFS)เฉลี่ยในตับที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่า จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงในผู้ป่วยกลุ่มนี้ (27.2 เดือน เทียบกับ 13.1 เดือน; p=0.003) 

ส่วนกลุ่มผู้ป่วยที่มีเนื้องอกกินพื้นที่ตับเท่ากับหรือน้อยกว่า 12% ขณะเข้าร่วมการวิจัยนั้น มีความเป็นไปได้มากกว่า 6 เท่าที่จะตอบสนองอย่างสมบูรณ์หรือสามารถกำจัดเนื้องอกในตับได้ทั้งหมด ภายหลังการรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว (11.3% เทียบกับ 1.7%; p=0.003)

ศ.ไฮน์มานน์ จากภาควิชาวิทยาเนื้องอกแห่งศูนย์มะเร็งของมหาวิทยาลัย Ludwig-Maximillian University ในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะวิจัยประจำยุโรปของโครงการ SIRFLOX กล่าวว่า เนื่องจากการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจายได้ก้าวหน้าเป็นอย่างมากตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา อายุขัยของผู้ป่วยโรคนี้จึงเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นอุปสรรคในการพิสูจน์ประสิทธิภาพของวิธีการรักษาใหม่ๆ หรือการบูรณาการวิธีการรักษาต่างๆเข้าด้วยกัน

เหล่านักวิทยาเนื้องอกได้สังเกตเห็นมาสักระยะหนึ่งแล้วว่า ระยะปลอดโรค (PFS) มิใช่ปัจจัยคาดการณ์ระยะการดำรงอยู่โดยรวมที่มีประสิทธิภาพเสมอไป สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจาย ดังที่ปรากฎให้เห็นในการวิจัยบางโครงการที่ใช้ยากลุ่มสารชีวภาพศ.ไฮน์มานน์ กล่าว ด้วยเหตุนี้เอง ในช่วงไม่กี่ปีมานี้จึงมีการทุ่มเทอย่างหนักเพื่อหาปัจจัยบ่งชี้ที่ดีกว่าในการคาดการณ์ระยะการดำรงอยู่โดยรวมในผู้ป่วยโรค mCRC โดยเฉพาะผลของการรักษาที่มีต่อความลึกในการตอบสนองของผู้ป่วย ทั้งนี้ ระดับความลึกของการตอบสนองและระยะเวลาการตอบสนองสูงสุดภายหลังการรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres รวมถึงค่า PFS ในตับยิ่งมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี และทำให้เรามีความคาดหวังมากขึ้นเกี่ยวกับข้อมูลการอยู่รอดที่เราหวังว่าจะได้เห็นในปี 2560

ศ.ไฮน์มานน์ และคณะทำงานในมิวนิก ได้คิดค้นคอนเซปต์และวิธี DpR ขึ้น โดยร่วมมือกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นๆในแวดวงการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล DpR ในการวิจัย SIRFLOX นั้น ได้มีการใช้โมเดลเชิงปริมาตรรูปแบบใหม่เพื่อคาดคะเนปริมาณก้อนเนื้องอกในตับของผู้ป่วย โดยคำนวณจากความยาวของเนื้องอกตับสูงสุด 5 จุด ซึ่งถูกเลือกโดยดูจากการทำ Blinded Independent Central Review (BICR) ภาพเส้นฐานและภาพรังสีของผู้ป่วย จากนั้นจึงทำการวัดค่า DpR ด้วยการตรวจระดับการหดตัวของเนื้องอกจนเนื้องอกหดตัวถึงจุดต่ำสุด ทั้งนี้ ในการวิเคราะห์ค่า DpR ครั้งก่อนหน้าในการวิจัย FIRE-3 ที่มีการใช้ยากลุ่มสารชีวภาพ cetuximab นั้น ศ.ไฮน์มานน์ พบว่าค่า DpR และระยะการดำรงอยู่โดยรวมมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ[2] และข้อมูลนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากผลการวิจัย TRIBE ด้วย[3]

ศ.ไฮน์มานน์ กล่าวเสริมว่า เราสามารถทำการวิเคราะห์ค่า DpR ได้อย่างลุล่วง เนื่องจากวิธีที่ SIRFLOX ใช้อยู่แล้วนั้น ครอบคลุมข้อมูลทางรังสีที่มากพอสำหรับการประเมินการตอบสนองต่อการรักษา โดยใช้เกณฑ์ RECIST ที่ใช้กันทั่วไป จุดเด่นของวิธีนี้คือ เมื่อมีชุดข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมแล้วก็ไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมาใช้คาดคะเนปริมาณอีก นอกจากนั้นยังอาจทำให้เราได้ข้อมูลใหม่ๆจากผลการค้นพบเดิมด้วย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากวิธีการนี้ อาจได้รับการพิสูจน์เมื่อข้อมูลระยะการดำรงอยู่โดยรวมจากการวิจัย SIRFLOX, FOXFIRE และ FOXFIRE Global ซึ่งเป็นการศึกษาความเชื่อมโยงของ mFOLFOX6 และ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ในฐานะวิธีรักษาขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่มีการลุกลามไปยังตับนั้น ได้รับการเผยแพร่ในปี 2560

เกี่ยวกับ SIRFLOX  

SIRFLOX คือโครงการวิจัยโรคมะเร็งในเชิงรังสีร่วมรักษาแบบสุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีผู้ป่วยเข้าร่วมทั้งสิ้น 530 ราย[4] โดยเป็นการวิจัยประสิทธิภาพของการใช้ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ควบคู่กับการทำเคมีบำบัดที่เป็นมาตรฐานปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นวิธีพื้นฐานในการรักษาผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ที่มีการแพร่กระจายไปยังตับและไม่สามารถผ่าตัดรักษาได้ SIRFLOX เป็นการวิจัยแบบสุ่ม มีกลุ่มควบคุม ไม่มีการปกปิดข้อมูล และเป็นการวิจัยแบบไปข้างหน้า (prospective) ตามศูนย์วิจัยต่างๆในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ

การวิจัย SIRFLOX มีจุดยุติปฐมภูมิอยู่ที่ระยะปลอดโรค (PFS) ทุกจุด ดูจากการทำ Independent Central Review (ICR) กับภาพ CT หรือ MRI โดยค่า PFS จะแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยสามารถอยู่รอดได้นานเท่าใดหลังมะเร็งหยุดลุกลาม สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกทุติยภูมิซึ่งลุกลามมาจากโรคมะเร็งลำไส้ ค่า PFS ที่สูงขึ้นมักสัมพันธ์กับระยะเวลาดำรงอยู่โดยรวมที่สูงขึ้นด้วย[5]-[7] นอกจากนี้ ค่า PFS ในตับยังเป็นจุดยุติทุติยภูมิที่สำคัญในการวิจัย SIRFLOX ส่วนจุดยุติอื่นๆประกอบด้วยอัตราการตอบสนองของเนื้องอกในตับ อัตราการตอบสนองของเนื้องอกในทุกจุด อัตราการผ่าตัดเฉือนเนื้อตับ อัตราการกลับมาเป็นซ้ำทั้งในตับและนอกตับ คุณภาพชีวิตในแง่ของสุขภาพ ความเป็นพิษ ความปลอดภัย และระยะการดำรงอยู่โดยรวม

ผู้ป่วยที่ร่วมการวิจัย SIRFLOX นั้น ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ที่มีการลุกลามไปยังตับและไม่สามารถผ่าตัดรักษาได้ โดยผู้ป่วยราว 40% ยังมีการแพร่กระจายไปยังปอด และ/หรือ ต่อมน้ำเหลือง ขณะที่ 45% มีเนื้องอกลำไส้ใหญ่และทวารหนักปฐมภูมิแต่อวัยวะยังทำงานปกติ ผู้ป่วยประมาณ 90% มีอาการที่เกิดขึ้นพร้อมกันมากกว่าหนึ่งจุด ซึ่งหมายความว่ามีการพบเนื้อร้ายที่แพร่กระจายห่างออกไป พร้อมๆกับที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีเนื้องอกปฐมภูมิ ผู้ป่วยในลักษณะนี้พยากรณ์โรคได้ยากกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่เนื้องอกแพร่กระจายออกไปตามจุดต่างๆ หลังจากได้รับการวินิจฉัยเนื้องอกปฐมภูมิและได้ผ่าตัดออกไปแล้ว[8]

ผลการวิจัย SIRFLOX ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในแง่ของระยะปลอดโรค (PFS) ทุกจุด ในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยเคมี-รังสีบำบัด ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เนื่องจาก SIR-Spheres Y-90 resin microspheres เป็นวิธีการรักษาที่เน้นไปที่ตับโดยตรง และไม่มีผลต่อเนื้อร้ายที่แพร่กระจายนอกตับ อย่างไรก็ดี คณะวิจัยพบว่า ผู้ป่วยมีค่า PFS ในตับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อทำการวิเคราะห์ความเสี่ยง จากค่าเฉลี่ย 12.6 เดือนในผู้ป่วยกลุ่มควบคุม ไปเป็น 20.5 เดือน (p=0.002)ในกลุ่มผู้ป่วยที่รักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres จึงสรุปได้ว่า วิธีการดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของการลุกลามในตับได้มากถึง 31% ซึ่งเป็นจุดที่รังสีบำบัดพุ่งเป้าเพื่อรักษาโดยตรง

สำหรับข้อมูลระยะการดำรงอยู่โดยรวมจะมีการรายงานในภายหลัง ภายใต้โครงการวิเคราะห์ข้อมูลการอยู่รอดแบบบูรณาการ ซึ่งครอบคลุมข้อมูลจากการวิจัยแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมอีก 2 โครงการที่มีลักษณะคล้ายกับโครงการ SIRFLOX อันได้แก่ FOXFIRE ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการวิจัยในสหราชอาณาจักร และFOXFIRE Global ซึ่งเป็นการวิจัยในระดับนานาชาติ โดยทั้งสองการวิจัยมีผู้ป่วยรวมกัน 573 ราย และเมื่อรวมกับ SIRFLOX ก็จะมีผู้ป่วยมากกว่า 1,100 ราย ซึ่งข้อมูลจากผู้ป่วยเหล่านี้จะเป็นฐานข้อมูลที่มีน้ำหนักในเชิงสถิติ สำหรับใช้ในการประเมินประโยชน์ในแง่ของการอยู่รอดจากการใช้ SIR-Spheres Y-90 resin microspheresควบคู่กับการทำเคมีบำบัดพื้นฐาน ทั้งนี้ ข้อมูลระยะการอยู่รอดจากโครงการวิจัยทั้งสามคาดว่าจะเผยแพร่ได้ในปี 2560

เกี่ยวกับ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres

SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ผ่านการรับรองเพื่อใช้ในการรักษาเนื้องอกตับชนิดผ่าตัดไม่ได้ในอาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล สหภาพยุโรป (CE Mark) สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี และอีกหลายๆประเทศในเอเชีย ส่วนในสหรัฐอเมริกา SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ได้รับการรับรอง Pre-Market Approval (PMA) จากองค์การอาหารและยา (FDA) สำหรับใช้รักษามะเร็งตับที่ลุกลามจากมะเร็งลำไส้ใหญ่และผ่าตัดเฉือนเนื้อร้ายไม่ได้ ร่วมกับการทำเคมีบำบัดหลอดเลือดในตับโดยใช้ FUDR (Floxuridine)

เกี่ยวกับ Sirtex

Sirtex Medical Limited (ASX: SRX) เป็นธุรกิจเฮลธ์แคร์สัญชาติออสเตรเลียระดับแนวหน้าของโลกที่มุ่งยกระดับการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผลิตภัณฑ์เด่นของบริษัทคือ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ซึ่งเป็นรังสีบำบัดเฉพาะจุดสำหรับรักษาโรคมะเร็งตับ โดยมีการส่งมอบไปแล้วราว 61,000 โดส เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งตับในศูนย์การแพทย์กว่า 1,000 แห่ง ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ http://www.sirtex.com

SIR-Spheres(R) เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Sirtex SIR-Spheres Pty Ltd. 

อ้างอิง 

1. Heinemann V, van Hazel GA, Sharma NK et al. Evaluation of depth of response within a volumetric model in patients with metastatic colorectal cancer: Results of the SIRFLOX study. Annals of Oncology 2016; 27 (Suppl 2): Abs. O-014.

2. Heinemann V, Stintzing S, Modest DP et al. Early tumour shrinkage (ETS) and depth of response (DpR) in the treatment of patients with metastatic colorectal cancer (mCRC). European Journal of Cancer 2015; 51: 1927-1936.

3. Cremolini C, Loupakis F, Antoniotti C et al. Early tumor shrinkage and depth of response predict long-term outcome in metastatic colorectal cancer patients treated with first-line chemotherapy plus bevacizumab: results from phase III TRIBE trial by the Gruppo Oncologico del Nord Ovest. Annals of Oncology 2015; 26: 1188-1194.

4. van Hazel GA, Heinemann V, Sharma NK et al. SIRFLOX: Randomized phase III trial comparing first-line mFOLFOX6 (plus or minus bevacizumab) versus mFOLFOX6 (plus or minus bevacizumab) plus selective internal radiation therapy in patients with metastatic colorectal cancer. Journal of Clinical Oncology 2016; 34: 17231731.

5. Sherrill B, Kaye J, Sandin R et al. Review of meta-analyses evaluating surrogate endpoints for overall survival in oncology. OncoTargets and Therapy 2012; 5: 287-296.

6. Shi Q, de Gramont A, Grothey A et al. Individual patient data analysis of progression-free survival versus overall survival as a first-line end point for metastatic colorectal cancer in modern randomized trials: Findings from the analysis and research in cancers of the digestive system database. Journal of Clinical Oncology 2015; 33: 22-28.

7. Petrelli F, Barni S. Correlation of progression-free and post-progression survival with overall survival in advanced colorectal cancer. Annals of Oncology 2013; 24: 186-192.

8. Kumar R, Price TJ, Beeke C et al. Colorectal cancer survival: An analysis of patients with metastatic disease synchronous and metachronous with the primary tumor. Clinical Colorectal Cancer 2014; 13: 87-93.

342-EUA-0616

ที่มา: Sirtex Medical Limited

โรงแรมหรูระดับ 4 ดาว “V E Hotel & Residence Bangsar South” เปิดตัวใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–11 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

พร้อมมอบความสะดวกสบายและบริการอันครอบคลุมให้แก่นักธุรกิจที่เดินทางมายังย่านบังซาร์ใต้ ศูนย์กลางการค้าและไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์

V E Hotel & Residence Bangsar South (V E Bangsar South) คือโรงแรมระดับ 4 ดาวแห่งใหม่ที่เปิดตัว ณ ศูนย์กลางการค้าและไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์อย่างย่านบังซาร์ใต้ โรงแรมแห่งนี้ประกอบด้วยห้องดีลักซ์และห้องสวีทหัวมุมที่ตกแต่งอย่างดี 337 ห้อง พร้อมด้วยเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ขนาด 1 และ 2ห้องนอนที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบครันอีก 90 ห้อง นับเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวกับย่านอันรุ่งเรืองใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์แห่งนี้

V E Bangsar South ตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์และนักธุรกิจผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ด้วยบรรยากาศแบบโมเดิร์นพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งที่นอนคุณภาพเยี่ยม สัญญาณ WiFi แรงชัด สิ่งอำนวยความสะดวกที่เลือกสรรมาเป็นอย่างดี บริการอันใส่ใจ และทำเลอันเหมาะสม การเดินทางก็สะดวกสบายเพราะอยู่ใกล้กับ KL Sentral ซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้า LRT สถานีหลักของกรุงกัวลาลัมเปอร์ เชื่อมตรงสู่รถไฟด่วนที่มุ่งไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์

V E Bangsar South ใส่ใจในทุกรายละเอียดการออกแบบ โดยมีบริเวณล็อบบี้อันกว้างขวาง พร้อมด้วยเคาน์เตอร์เช็คอิน 3 จุดที่เปิดให้บริการเพื่อความฉับไว แขกทุกท่านสามารถเลือกได้ว่าจะพักห้องดีลักซ์ ห้องสวีท หรือห้องบิสิเนสดีลักซ์ที่มีเลาจ์ส่วนตัว หรือจะเลือกเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ขนาด 1 หรือ 2 ห้องนอนที่มีเคาน์เตอร์เช็คอินและลิฟต์แยกออกไปต่างหากก็ได้เช่นกัน

 

รูปภาพ  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160705/8521604388-a

บริเวณล็อบบี้อันกว้างขวาง ออกแบบโดยใช้สีโทนอบอุ่น ประดับด้วยไม้ไผ่อย่างสวยงาม

 

รูปภาพ  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160705/8521604388-b

ห้องพักใช้สีโทนเย็น ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย

สำหรับบริการอาหาร ความบันเทิง และสุขภาพนั้น ทางโรงแรมได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้บนชั้น 5 ซึ่งออกแบบได้อย่างน่าประทับใจด้วยสระน้ำบริเวณใจกลางพื้นที่ ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการภัตตาคาร The Straits Estate ที่เปิดให้บริการตลอดทั้งวัน รวมถึงห้องอาหารส่วนตัว 3 ห้อง เลาจน์และบาร์กลางแจ้ง สระว่ายน้ำแบบinfinity pool ตลอดจนห้องออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์ครบครันและเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง พื้นที่นี้ได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาด โดยมีการจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้ใช้งานง่ายภายในชั้นเดียว ทำให้แขกสามารถเข้าถึงบริการของทางโรงแรมได้อย่างสะดวกสบาย

 

รูปภาพ  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160705/8521604388-c

ทิวทัศน์แบบพาโนรามาเมื่อมองจากสระว่ายน้ำ infinity pool

ในส่วนของการจัดประชุมและงานสังสรรค์ต่างๆนั้น V E Bangsar South ก็เชื่อมตรงกับศูนย์การประชุม Connexion Conference & Events Centre ผู้ให้บริการจัดอีเวนท์ชั้นแนวหน้า ซึ่งมีพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถรองรับคนได้สูงสุดถึง 2,000 คน

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

www.vehotel.com
facebook.com/VEBangsarSouth 
Instagram.com/VEBangsarSouth

G2A ใช้ระบบยืนยันตัวตนผู้ค้าหน้าใหม่แบบหลายชั้น มุ่งยกระดับความปลอดภัยในตลาดเกมดิจิตอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เชชูฟ โปแลนด์, ลอนดอน และฮ่องกง–8 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

G2A.COM ตลาดเกมดิจิตอลที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก ประกาศใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น โดยมีผลในทันที เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสบการณ์ของผู้ใช้งาน โดยขั้นตอนการยืนยันตัวตนผู้ค้าหน้าใหม่ในตลาด G2A ประกอบด้วย

การยืนยันตัวตนด้วยบัญชีโซเชียลมีเดีย

            – การยืนยันตัวตนด้วยหมายเลขโทรศัพท์

            – จำกัดการขายสินค้าได้สูงสุดแค่ 10 รายการ สำหรับผู้ค้าที่มิได้ยืนยันตัวตนเพิ่มเติม

 

Part of the G2A Team finalizing the front-end verification steps for the G2A Marketplace to tighten security for new sellers. (PRNewsFoto/G2A.com)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160707/387293)

วัตถุประสงค์หลักของ G2A ยังคงเป็นการยกระดับการยืนยันตัวตนผู้ค้าหน้าใหม่ด้วยการใช้มาตรการใหม่ๆเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการยืนยันตัวตนด้วยบัตรเครดิต บัญชี PayPal และที่อยู่ (สมุดบัญชีธนาคาร) โดยมาตรการเหล่านี้จะมีการบังคับใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ระบบยืนยันตัวตนแบบหลายชั้นจะช่วยให้ผู้ใช้รายเดิมและรายใหม่ที่ลงทะเบียนใช้งานตลาด G2A มีความเชื่อมั่นมากขึ้น

“G2A เปิดรับความคิดเห็นจากชุมชนนักเล่นเกม นักพัฒนาและเผยแพร่เกม รวมถึงสื่อมวลชนมาโดยตลอด” Bartosz Skwarczek ซีอีโอของ G2A กล่าว “หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวระบบสนับสนุนนักพัฒนาเกมเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 เราก็มั่นใจว่า ขั้นต่อไปเราควรยกระดับระบบยืนยันตัวตนผู้ค้าหน้าใหม่แบบหลายชั้นในตลาด G2A ของเรา”

เนื่องจากวงการเกมทั่วโลกกำลังขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง การเพิ่มการรักษาความปลอดภัยจึงมีความจำเป็นสำหรับคอเกมกว่า 2 พันล้านคนทั่วโลก มูลค่าการซื้อขายในอุตสาหกรรมเกมมีแนวโน้มเติบโตเกือบแตะ 1 แสนล้านดอลลาร์ และจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การทำธุรกรรมเหล่านี้เป็นแบบดิจิตอล ดังนั้นG2A จึงใช้ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูงมาโดยตลอด เพื่อปกป้องการทำธุรกรรมมากกว่า 1 ล้านครั้งต่อเดือน และการเพิ่มระบบยืนยันตัวตนแบบหลายชั้นจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการรักษาความปลอดภัยภายในชุมชน G2A และทำให้เรารู้จักลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของนโยบายที่ G2A ยึดมั่นเสมอมา

ระบบยืนยันตัวตนรูปแบบใหม่จะช่วยให้ G2A สามารถใช้มาตรการเพิ่มเติมตามแนวทางการป้องกันการฟอกเงินของ MSO ว่าด้วยการระบุอัตลักษณ์และยืนยันตัวตนผู้สร้าง (ข้อ 10.6) เพื่อต่อต้านการฉ้อโกงด้วยการขโมยหรือใช้บัตรเครดิตโดยมิชอบ

G2A ภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับนักพัฒนาและบริษัทซอฟต์แวร์มากมาย ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดคือการร่วมมือกับนักวิเคราะห์สืบสวนของ Microsoft โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 Microsoft ได้ติดต่อ G2A และแจ้งโค้ดเกมกว่า 550 โค้ดที่เชื่อว่าถูกซื้อผ่านเว็บไซต์เติร์ดปาร์ตีโดยใช้บัตรเครดิตที่ถูกขโมย ทาง G2A จึงช่วยตรวจสอบคีย์และถอดออกจากการประมูลได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ G2A ให้ความช่วยเหลือแก่ Microsoft และเจ้าหน้าที่ผู้ทำคดีฉ้อโกงอย่างเต็มที่ และพร้อมเสมอที่จะแบ่งปันความเชี่ยวชาญให้แก่หุ้นส่วนของเรา

G2A ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี หลังจากที่บริษัทได้เปิดตัวระบบสนับสนุนนักพัฒนาเกมและระบบยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น

Sergey Sholom ซีอีโอของ Datcroft Games กล่าวว่า “G2A มีความโดดเด่นในเรื่องการพัฒนาและการรับฟังหุ้นส่วนมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้เราจึงยินดีมากที่ได้ร่วมงานกับ G2A และในฐานะที่เป็นผู้พัฒนาเกมเล่นฟรี เราจึงไม่หยุดที่จะแสวงหาโอกาสใหม่ๆทางธุรกิจ ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ทั้งสองบริษัทต่างมีเหมือนกัน เราเชื่อว่า G2A จะมีอนาคตที่สดใสในตลาดเกมนานาชาติ และเรายินดีที่ G2A ได้เปิดตัวระบบสนับสนุนนักพัฒนาเกมและระบบการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมhttp://datcroft.com

Robert Siejka ซีอีโอของ Farm 51 แสดงความคิดเห็นในทำนองเดียวกันว่า เราร่วมงานกับ G2A มาได้ประมาณ 4 เดือน ซึ่งในช่วงนั้นเราก็ประสบความสำเร็จในการโปรโมทและจำหน่ายเกม Chernobyl VR Project ผมเชื่อว่าระบบสนับสนุนนักพัฒนาเกมและระบบยืนยันตัวตนหลายชั้นจะนำความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่มาสู่นักพัฒนาเกมรายเล็กๆ และผมมั่นใจว่าจะมีบริษัทอื่นๆอยากร่วมงานกับ G2A มากขึ้นhttp://www.thefarm51.com/thecurrentwebsite.php

– Lukasz Hacura ซีอีโอของ Anshar Studios กล่าวว่า เราร่วมงานกับ G2A มานานกว่า 1 ปี ความร่วมมือนี้เปิดทางให้เราโปรโมทและขายเกมได้ ผมคิดว่าระบบสนับสนุนนักพัฒนาเกมและระบบยืนยันตัวตนหลายชั้นจะนำความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่นักพัฒนาเกมรายเล็กๆ และผมมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาจะมีบริษัทมากมายที่อยากร่วมมือกับ G2A เช่นเดียวกับเราhttp://ansharstudios.com

– Hristo Tenchev ซีอีโอของ XS Software กล่าวเสริมว่า เราร่วมมือกับ G2A มานานหลายปี และพึงพอใจกับความสัมพันธ์ของเราเสมอมา ผมคิดว่า G2A มีทัศนคติเชิงบวกต่อนักพัฒนาเกมอิสระ ทั้งยังพยายามสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในหลายๆทาง การฉ้อโกงถือเป็นปัญหาของบริษัทเกมทุกแห่งที่ต้องพึ่งพายอดขายจากระบบดิจิตอล ผมหวังว่าปัญหานี้จะคลี่คลายในเร็ววันhttp://www.xs-software.com/company.php

Bartosz Skwarczek กล่าวปิดท้ายว่า “G2A เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การใช้งานตลาดเกมอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้มีความโปร่งใส เปิดกว้าง และปลอดภัยเท่าที่จะเป็นไปได้ เรายินดีที่ชุมชนเกมให้ฟีดแบคกลับมา เพื่อที่เราจะได้นำไปปรับปรุงตลาด G2A ให้ดีขึ้นต่อไป เรารับฟังและตอบสนองอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการสร้างหลักประกันความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าของเรา

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ security@g2a.com

ผู้เขียน: Jacqueline Purcell – jpurcell@G2A.com

ที่มา: G2A.com

“Prolight + Sound Shanghai” มหกรรมแสดงระบบแสงและเสียงสุดยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย พร้อมเปิดฉาก 26-29 ตุลาคมนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–8 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ย้ายสถานที่จัดงานไปยังฮอลล์ N1 N2 และ N3 ของศูนย์แสดงสินค้า Shanghai New International Expo Center

สินค้าหลากหลายประเภทตั้งแต่เครื่องเสียง ระบบไฟ เวที รวมถึงผลิตภัณฑ์ความบันเทิงจากกว่า 500 แบรนด์และบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม จะถูกนำมาจัดแสดงในมหกรรม Prolight + Sound Shanghai 2016 ระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้า Shanghai New International Expo Center

แบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกตบเท้าเข้าร่วมงาน 

มหกรรม Prolight + Sound Shanghai 2016 เตรียมเปิดพื้นที่จัดแสดงกว่า 38,000 ตารางเมตร เพื่อต้อนรับแบรนด์ดังทั้งของจีนและจากประเทศอื่นๆทั่วโลก อาทิ AIKA, Aiweidy, AKG, Alctron, Audiocenter, Audio-technica, Behringer, beyerdynamic, Big Dipper, BLG, CPL, csyes, dBTechnologies, deliya, Desam Audio, DGX, DJPOWER, DPA, ETC, FDB, Fidek, FS Audio, Global Truss, HARMAN, Hi-Ltte, HMAUDIO, Hotion, Hotwood , ICAN, ISK, JBL, JES, JOLLY, Kaifat, KV2Audio, LITELEES, JTS, Maxo, Midas, NEXO, nightsun, Qituo, Robert Juliat, SAE, Sennheiser, Soundking, Srexact, SSA, Superlux, Takstar, TASSO, TONOCH, Tonwel, TW Aduio, Vello, Viasho, YAMAHA, YELLOWRIVER, YME, ZSOUND และ ZYlight

โซนจัดแสดงสินค้าด้านการผลิตและการบันทึกเสียงโฉมใหม่ 

โซนจัดแสดงสินค้าด้านการผลิตและการบันทึกเสียงได้รับการปรับโฉมใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในตลาด โดยมีการเปลี่ยนคอนเซ็ปต์และสถานที่จัดแสดงใหม่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับโอกาสทางธุรกิจ ทำความรู้จักกับผู้อื่น และเรียนรู้สิ่งต่างๆมากขึ้น 

เวทีสร้างความร่วมมืออันครอบคลุมรอบด้าน 

ในมหกรรมนี้จะมีการจัดอีเวนท์คู่ขนานหลายรายการ เพื่อนำเสนอแนวคิดและโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน โดยอีเวนท์เด่นในงานประกอบด้วย Vision X Network Production Presentation, Recording Technology Forum, VPLT Training Course และ Concert Sound Arena 

สำหรับบริษัทที่กำลังมองหาช่องทางขยายธุรกิจและต้องการรับข้อมูลข่าวสารการตลาดในเอเชีย Prolight + Sound Shanghai ถือเป็นมหกรรมที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง หวังว่าเราจะได้พบกันที่เซี่ยงไฮ้ในเดือนตุลาคมนี้ 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.prolightsound.com 

ติดต่อ

Vicky Fu

โทร. +86-21-6295-3191

อีเมล: fuhaiqiang@intex-sh.com 

เกี่ยวกับ Prolight + Sound Shanghai 

มหกรรม Prolight + Sound Shanghai ซึ่งจัดโดยบริษัท INTEX Shanghai Co., Ltd. จะเปิดฉากขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้า Shanghai New International Expo Center (เลขที่ 2345 ถนนหลงหยาง) ระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคมนี้ โดยสินค้าที่นำมาจัดแสดงในงานประกอบด้วยอุปกรณ์และระบบออดิโอ/วิดีโอ อุปกรณ์และเทคโนโลยีเครื่องเสียง เทคโนโลยีการผลิตและบันทึกเสียง อุปกรณ์และเทคโนโลยีแสงไฟสำหรับมืออาชีพ ระบบรวมออดิโอ/วิดีโอ ระบบสเปเชียลเอฟเฟกต์ เลเซอร์ ป้ายไฟ LED เทคโนโลยีสำหรับเวทีและระบบ truss อุปกรณ์ถ่ายทอดสด รวมถึงระบบสำหรับการประชุม

ลาบอรี เสร็จสิ้นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในบริษัทเมดิ-เทต จำกัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โทรอนโต–8 ก.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ลาบอรี เมดิคัล เทคโนโลยีส์ (Laborie Medical Technologies หรือ “LABORIE”) ในเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา ได้เสร็จสิ้นการลงทุนในบริษัทเมดิ-เทต จำกัด (Medi-Tate Ltd.) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองอากิวา ประเทศอิสราเอลแล้ว โดยเมดิ-เทต เป็นบริษัทเครื่องมือแพทย์ที่มุ่งเน้นไปที่การวิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายโซลูชั่นล้ำสมัยสำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโต (BPH)

การลงทุนของลาบอรีในบริษัทเมดิ-เทต จะช่วยสานต่อจุดมุ่งหมายของบริษัทในการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมเพื่อให้การสนับสนุนลูกค้าในกลุ่มโรคระบบทางเดินปัสสาวะและระบบทางเดินอาหาร

เมดิ-เทต ได้พัฒนาวิธีการรักษาแบบบาดแผลเล็กที่เรียกว่า iTind เพื่อรักษาอาการต่อมลูกหมากโตในผู้ชาย แทนการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด ขั้นตอน iTind นี้จะใช้เวลา 5 วันในการขยายท่อปัสสาวะที่ผ่านต่อมลูกหมาก (Prostatic urethra) และสร้างช่องทางเทียมสำหรับการไหลของปัสสาวะ โดยไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาและการผ่าตัด ปัจจุบัน ระบบ iTind สำหรับรักษาโรคต่อมลูกหมากโตมีจำหน่ายเฉพาะในสหภาพยุโรปและแคนาดา ขณะที่iTind เป็นอุปกรณ์วินิจฉัยโรคที่กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐกำหนดให้ใช้เพื่อการวินิจฉัยโรคเท่านั้นในประเทศสหรัฐอเมริกา

นี่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญมากของลาบอรีนายไบรอัน เอลลาคอต ประธานและซีอีโอของลาบอรี กล่าว นวัตกรรมเทคโนโลยีในการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตของเมดิ-เทต จะเอาชนะความกังวลของผู้ป่วยที่ต้องเผชิญความทุกข์ทรมานจากโรคต่อมลูกหมากโต ซึ่งทางเลือกในการรักษาที่มีอยู่ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาหรือการผ่าตัด ต่างมีความเสี่ยงที่จะทำลายการทำงานของต่อมลูกหมากซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศได้

นายไอโด ไคเลมนิก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเมดิ-เทต กล่าวว่า เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นหุ้นส่วนกับลาบอรี การรวมเทคโนโลยี iTind ของเรา เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะและการมีธุรกิจอยู่ทั่วโลกของลาบอรี จะเปิดทางให้เราสามารถทำตลาด iTind ได้โดยเร็ว เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับชายสูงอายุมากกว่า 500 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากโรคต่อมลูกหมากโต

เกี่ยวกับลาบอรี

ลาบอรี เป็นบริษัทระดับโลกผู้พัฒนา ผลิต และจำหน่ายเทคโนโลยีการแพทย์ที่ล้ำสมัยและวัสดุสิ้นเปลือง สำหรับการวินิจฉัยและรักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะและระบบทางเดินอาหาร รวมถึงความผิดปกติของอุ้งเชิงกราน ทั้งนี้ ลาบอรี เป็นบริษัทที่ได้รับเงินลงทุนจาก ออแด็กซ์ ไพรเวท อีควิตี้ (Audax Private Equity)

ผลวิจัยจากสถาบันสวิสเผยเกษตรอินทรีย์ให้ผลดีกว่าเกษตรดั้งเดิมในเขตร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซูริค–8 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

การศึกษาระยะยาวของสถาบันวิจัยเกษตรอินทรีย์สวิตเซอร์แลนด์ (FiBL) ในประเทศเคนยา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เกษตรอินทรีย์ไม่เพียงให้ผลผลิตที่เทียบเคียงได้กับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมากกว่าด้วย

การศึกษาระยะเวลา 10 ปีในเมือง Thika และ Chuka ซึ่งทางสถาบันฯ ได้จัดทำร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี 2550 นั้น ขัดแย้งกับความเชื่อดั้งเดิมที่ว่า การทำเกษตรอินทรีย์ต้องใช้พื้นที่มากกว่าเพื่อให้ได้ผลผลิตที่เท่ากัน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการทำเกษตรอินทรีย์มีต้นทุนน้อยกว่า แต่สามารถขายผลผลิตได้ราคาดีกว่า โดยเกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบอินทรีย์จะเริ่มมีรายได้สูงกว่าเกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบดั้งเดิมหลังทำการเพาะปลูกไปได้ 5 ปี และในปีที่ 6 จะมีรายได้มากกว่าเกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบดั้งเดิมถึง 63%

Biovision Logo / Biovision Logo (PRNewsFoto/Biovision Foundation)
(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160624/383319LOGO )
ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งจากการศึกษาครั้งนี้คือ ดินที่ใช้ทำการเกษตรแบบอินทรีย์จะมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น นอกจากนี้ การที่ระบบเกษตรอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ยังส่งผลดีทั้งต่อระบบนิเวศและสุขภาพของประชาชน เนื่องจากไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตราย
การศึกษาคู่ขนานเรื่องการผลิตฝ้ายในประเทศอินเดีย และการผลิตกาแฟในประเทศโบลิเวีย เผยให้เห็นผลลัพธ์เชิงบวกที่เหมือนกันจากการใช้วิธีเกษตรอินทรีย์ โดยการเปรียบเทียบระบบเกษตรกรรมเขตร้อนในระยะยาว (SysCom) นั้นมุ่งหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของการทำเกษตรอินทรีย์เทียบกับการทำเกษตรแบบดั้งเดิม และมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และนานาชาติ
การศึกษายังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าวิธีทำการเกษตรแบบอินทรีย์เป็นยุทธศาสตร์ที่สามารถปฏิบัติได้จริงในเขตร้อน ที่ซึ่งการเผยแพร่ความรู้และการฝึกอบรมการทำเกษตรอินทรีย์เป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญ ทั้งนี้ การเผยแพร่ความรู้ถือเป็นเรื่องหลักที่ Biovision Foundation ได้พยายามผลักดันมาโดยตลอด เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรรายย่อยในแอฟริกาตะวันออกปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของตนให้ดีขึ้น โดยทางมูลนิธิฯ ได้ให้การสนับสนุนทุนการศึกษาระยะยาวในประเทศเคนยา ร่วมกับหน่วยงาน Swiss Agency for Development and Cooperation, Liechtenstein Development Service และบริษัท Coop ผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์
นอกเหนือจากการวิจัยระยะยาวดังกล่าวซึ่งจะดำเนินต่อไปจนถึงปี 2562 เป็นอย่างน้อย ทางสถาบันฯ ยังใช้วิธีการวิจัยแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาและส่งเสริมให้เกษตรกรในท้องถิ่นทำการเกษตรแบบประยุกต์ เพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน โดยเกษตรกรท้องถิ่นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายอื่น ๆ ได้ดำเนินการทดลองภาคสนามในรูปแบบที่ต่างกัน เพื่อทดสอบและวิเคราะห์แนวทางปฏิบัติที่แปลกและแตกต่างกันไปตามพื้นที่เพาะปลูกและสถานีเกษตรแต่ละแห่ง
รับชมข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งดาวน์โหลดกราฟและรูปภาพ ได้ที่

Systems comparison in the tropics

http://www.systems-comparison.fibl.org

http://www.biovision.ch

ที่มา: Biovision Foundation

Sunrise Kempinski Hotel, Beiing & Yanqi Island ได้รับเกียรติเป็นสถานที่จัดการประชุมรัฐมนตรีพลังงานกลุ่มประเทศ G20 ประจำปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–7 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Sunrise Kempinski Hotel, Beijing & Yanqi Island ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมในฐานะสถานที่จัดการประชุมรัฐมนตรีพลังงานของกลุ่มประเทศ G20 เมื่อวันที่ 29-30 มิถุนายน 2559 โดยมีรัฐบาลจีนเป็นเจ้าภาพ นับเป็นครั้งที่ 3 ที่ทีมงานของ Kempinski ได้รับหน้าที่จัดการประชุมระดับโลกจนประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี หลังจากที่เคยจัดการประชุม APEC เมื่อปี 2557 และการประชุม “Understanding China Conference” เมื่อปี 2558 มาแล้ว

 

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160706/0861606769  

          Sunrise Kempinski Hotel Beijing & Yanqi Island เป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับจัดประชุมผู้นำระดับนานาชาติ โดยในปีนี้ทางโรงแรมได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ครั้งที่ 11 ทั้งนี้ เครือโรงแรม Kempinski มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปี และได้ดำเนินธุรกิจในประเทศจีนมาแล้ว 23 ปี จึงมีความเข้าใจประเทศจีนและวัฒนธรรมจีนเป็นอย่างดี โดยทางคณะผู้บริหารมั่นใจว่าพันธกิจในการจัดประชุม G20 ประจำปี 2559 นี้ได้สำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี

          การประชุมรัฐมนตรีพลังงาน G20 ในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 300 ราย ประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิกและประเทศรับเชิญ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงนางชามฉัด อัคตาร์ รองเลขาธิการสหประชาชาติ และผู้นำระดับสูงจากประเทศจีนอีกหลายท่าน โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับการยอมรับและชื่นชมว่ามีการเตรียมการและจัดการได้เป็นอย่างดี

          “เราได้รับการยอมรับและยกย่องจากบรรดาผู้นำของรัฐบาลจีนและผู้ทรงเกียรติจากนานาประเทศในด้านคุณภาพของการบริการ ที่ทีมงานของ Kempinski ได้แสดงให้เห็น” บรีซ เปอ็อง ผู้จัดการทั่วไปของ Sunrise Kempinski Hotel Beijing & Yanqi Island กล่าว

          ความสำเร็จในการจัดการประชุมรัฐมนตรีพลังงานของกลุ่มประเทศ G20 ในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของเครือ Kempinski ในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 23 ของการก่อตั้งโรงแรมในประเทศจีน

          Sunrise Kempinski Hotel, Beijing & Yanqi Island ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นอีกครั้งว่า เราสามารถนำเสนอความโอ่อ่าสไตล์ยุโรป ผสมผสานกับความหรูหราได้อย่างลงตัว

 

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160706/0861606769

          คำบรรยายภาพ: การประชุมรัฐมนตรีพลังงานของกลุ่มประเทศ G20 ประจำปี 2559 ณ ประเทศจีน

“อะคาเซีย กัม” วัตถุเจือปนอาหารที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารยุคปัจจุบัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–7 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

อะคาเซีย กัม (Acacia Gum) คือวัตถุเจือปนอาหารอเนกประสงค์จากธรรมชาติ 100% สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์อาหารจากธรรมชาติและมีความยั่งยืน

ในช่วงหลายปีมานี้ วิกฤตการณ์ด้านอาหารที่เกิดขึ้นมากมายได้ส่งผลให้ผู้บริโภคทั่วโลกเกิดความตื่นตระหนกและมีทัศนคติที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มหันมาใส่ใจอาหารที่รับประทานกันมากขึ้น ทั้งในแง่ของคุณภาพและผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะเดียวกันผลวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่า ความกลัวของผู้บริโภคเป็นตัวกำหนดเทรนด์อาหาร โดยผู้บริโภคต่างหันมารับประทานอาหารมังสวิรัติมากขึ้น สนใจอาหารจากธรรมชาติและอาหารออร์แกนิกมากขึ้น รวมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารดัดแปลงพันธุกรรมและแต่งกลิ่นรสสังเคราะห์ จึงสรุปได้ว่า คุณภาพของผลิตภัณฑ์และอาหารเพื่อสุขภาพมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7873551-role-of-acacia-gum-in-food-industry/

ด้วยความที่ผู้บริโภคมีความกังวลในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ผู้บริโภคจึงมีการหาข้อมูลและแสดงความต้องการของตนเองมากกว่าเดิม โดยมีการใช้เทคโนโลยีเพื่อเตือนภัยและติดต่อสื่อสารกัน ผู้บริโภคจริงจังกับสิ่งที่ทำและต้องการให้ผู้ผลิตอาหารหันมาสนใจด้วย ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นตัวกำหนดรูปแบบการโฆษณาขายสินค้า และบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการอาหารต่างต้องปรับตัวตามเทรนด์นี้ รวมทั้งปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามความคาดหวังของผู้บริโภคด้วย

สิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคมีความกังวลมากที่สุดคือ “วัตถุเจือปนอาหาร” ซึ่งคำนี้ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ดี เทรนด์การบริโภคในปัจจุบันจึงเน้นไปที่การลดปริมาณอาหารที่ใส่วัตถุเจือปนมากจนเกินไป และจำกัดการบริโภคอาหารที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพหากรับประทานมากเกินไป หรือเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคต้องรู้จักแยกแยะวัตถุเจือปนอาหาร ทั้งในแง่ของแหล่งที่มาและผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากวัตถุเจือปนอาหารบางชนิดมาจากธรรมชาติ 100% ซึ่งมีความปลอดภัยต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เฉกเช่นเดียวกับ “อะคาเซีย กัม” วัตถุเจือปนอาหารอเนกประสงค์ที่มีความปลอดภัย100%

อะคาเซีย กัม หรืออีกชื่อหนึ่งคือ E414 เป็นยางไม้ธรรมชาติที่ได้จากการกรีดต้นอะคาเซีย จึงมีความยั่งยืนและเป็นธรรมชาติ 100% มนุษย์เราใช้ประโยชน์จากอะคาเซีย กัม มานานนับพันปี และในปัจจุบันได้มีการนำอะคาเซีย กัม มาใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์มากมาย เช่น ไวน์ ขนมหวาน เครื่องสำอาง น้ำอัดลม และวัตถุปรุงแต่งรสอาหาร เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการใช้อะคาเซีย กัม เป็นตัวเคลือบลูกกวาด ช่วยในการแขวนตัวและให้ความคงตัวในเครื่องดื่ม รวมถึงเสริมเส้นใยให้กับผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งหมายความว่าอะคาเซีย กัม มีความปลอดภัยต่อระบบย่อยอาหาร และได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่ามีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติก

วัตถุเจือปนอาหารอเนกประสงค์จากธรรมชาติอย่าง อะคาเซีย กัม จึงตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์อาหารจากธรรมชาติและมีความยั่งยืน

ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่

http://www.multivu.com/players/uk/7873551-role-of-acacia-gum-in-food-industry/docs/ar-technical-paper-eng-bd-1691297687.PDF

หากต้องการรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอะคาเซีย กัม กรุณาติดต่อ Alland & Robert บริษัทระดับโลกผู้มีความเชี่ยวชาญด้านอะคาเซีย กัม มาตั้งแต่ปี2427

เว็บไซต์: http://www.allandrobert.com

 

Acacia Gum is harvested on wild acacia trees that grow mainly in Africa (PRNewsFoto/Alland et Robert)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160630/385304 )

วิดีโอ: http://www.multivu.com/players/uk/7873551-role-of-acacia-gum-in-food-industry/

ที่มา: Alland et Robert

THOMAS SABO เปิดตัวนาฬิกาข้อมือคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2016 ผสานดีไซน์และนวัตกรรมอย่างลงตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอฟ อัน แดร์ เพกนีตซ์, เยอรมนี–7 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

THOMAS SABO เปิดตัวนาฬิกาข้อมือคอลเลคชั่นใหม่ที่รวมเอาความสวยงามและดีไซน์เฉพาะตัวเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ได้แก่ นาฬิการุ่น Spirit สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ที่ดึงดูดทุกสายตาด้วยสายนาฬิกาสเตนเลสสตีล และนาฬิการุ่น Karma สำหรับสุภาพสตรีที่โดดเด่นด้วยสีดำสวยสง่า ตอกย้ำให้เห็นถึงดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ THOMAS SABO

 

Timeless moments – the new THOMAS SABO Watches collection autumn/winter 2016 #thomassabo. (PRNewsFoto/THOMAS SABO GmbH & Co.KG)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160705/386121)

นาฬิกาข้อมือรุ่น Spirit นำสายนาฬิกาแบบผ้าลายทางที่เราคุ้นตามาตีความใหม่ โดยแทนที่ด้วยสายที่ทำจากสเตนเลสสตีล Milanaise เคลือบไอออน ซึ่งให้สีสันสวยงามสะดุดตา ทั้งสีดำ สีน้ำเงิน สีกุหลาบ และสีทอง นอกจากนี้ นาฬิกาสำหรับสุภาพสตรียังมีการออกแบบเป็นพิเศษ โดยเพิ่มหน้าปัดสีน้ำเงินรอยัลบลู สีแดงเบอร์กันดี และสีเขียว ตัดกับสายนาฬิกาสีทอง ซึ่งเพิ่มความสง่างามอย่างมีสีสัน เติมเต็มด้วยเข็มนาฬิกาสีทองกุหลาบที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับนาฬิการุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

เอกลักษณ์เฉพาะของ THOMAS SABO อยู่ที่ดีไซน์อันโดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งนาฬิการุ่น Karma ก็สื่อถึงเอกลักษณ์นี้อย่างชัดเจน ด้วยเม็ดมะยมขนาดใหญ่ที่มีลวดลายแบบอาหรับ ขณะเดียวกัน นาฬิการุ่น Masculine Rebel Icon ที่มีสายสีดำด้านสไตล์เรซซิ่งพร้อมลวดลายหัวกะโหลกบนหน้าปัด ก็ช่วยเติมเต็มนาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ให้สมบูรณ์แบบ

นาฬิกา THOMAS SABO สัมผัสแห่งช่วงเวลาสุดพิเศษ

ดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูงได้ที่

http://images.thomassabo.com/www/2/2016/07/THOMAS-SABO_WATCHES-AW16_IMAGES.zip

เกี่ยวกับ THOMAS SABO

THOMAS SABO เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับ นาฬิกา และเครื่องแต่งกายชั้นนำระดับโลก โดยออกแบบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ทั้งสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี THOMAS SABO มีร้านค้าเป็นของตนเองเกือบ 300 สาขา ใน 5 ทวีป และมีพันธมิตรทางการค้าประมาณ 2,800 รายทั่วโลก

สื่อมวลชนติดต่อ

Felizia Kindermann

หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศและองค์กร

โทร. +49-912-397-150-0

อีเมล: press@thomassabo.com

เว็บไซต์: http://www.thomassabo.com

แหล่งข่าว: THOMAS SABO GmbH & Co.KG

THOMAS SABO เปิดตัวเครื่องประดับคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2016 ชูความสวยงามของความรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอฟ อัน แดร์ เพกนีตซ์, เยอรมนี–7 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

THOMAS SABO ผสานความหรูหรา ช่วงเวลาอันน่าประทับใจ และสัญลักษณ์ของความรักอันเป็นนิรันดร์ไว้ในเครื่องประดับคอลเลคชั่นใหม่ “2016 Sterling Silver Autumn/Winter” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า “Together” ที่เข้าถึงความรู้สึกของคนทั่วโลก คำที่สวยงามและทรงพลังนี้ได้รับการถ่ายทอดออกมาเป็นเครื่องประดับอันโดดเด่นและงดงามสมบูรณ์แบบด้วยการประดับเพชรเจียระไน

 

THOMAS SABO presents the Sterling Silver autumn/winter campaign 2016 #thomassabo (PRNewsFoto/THOMAS SABO GmbH & Co.KG)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160705/386081 )

Susanne Kolbli ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ ได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานว่า เครื่องประดับอัญมณีสามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกอันลึกซึ้งของคนเราได้ ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความสุข หรือช่วงเวลาอันแสนพิเศษในชีวิต และเราสวมใส่เครื่องประดับเหล่านี้เพราะอยากเก็บความรู้สึกดีๆไว้ใกล้ตัวเราที่สุด

ในส่วนของเครื่องประดับไลน์ Glam & Soul สำหรับสุภาพสตรีนั้น ได้มีการประดับเพชรเม็ดงามเพื่อให้โดดเด่นสะดุดตาดั่งต้องมนต์สะกด และกลายเป็นสัญลักษณ์ล้ำค่าที่สื่อถึงความรักอันสวยงาม โดยใช้ชื่อใหม่ว่า Glam & Soul Diamonds ส่วนเครื่องประดับไลน์ใหม่อย่าง Triangle Diamonds ได้ผสานเสน่ห์อันโดดเด่นเข้ากับความเก๋แบบเรียบง่าย เพื่อสื่อถึงความงามของอิสตรี

ตั้งแต่ซีซั่นนี้เป็นต้นไป THOMAS SABO ได้เพิ่มเครื่องประดับใหม่ในไลน์ Love Bridge โดยเครื่องประดับที่เพิ่มเข้ามาประกอบด้วยชุดแหวน Love Bands สุดโรแมนติก และจี้ห้อย Love Coins ที่แสดงถึงความรัก

นอกจากนี้ THOMAS SABO ยังมีเครื่องประดับไลน์อื่นๆที่เปี่ยมด้วยความโดดเด่นล้ำค่า ได้แก่ Nile Treasures ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามทางวัฒนธรรม โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์แห่งการปกป้องคุ้มครองของชาวอียิปต์โบราณที่ออกแบบสไตล์แอ็บสแตรค เช่นเดียวกับไลน์ Prana ที่ผสานศิลปะแบบตะวันออกไกลเข้ากับลายเส้นแบบพาสลีย์ซึ่งเป็นลายผ้าพื้นเมืองอย่างลงตัว นับว่าเป็นการเติมเต็มคอลเลคชั่นใหม่นี้อย่างสมบูรณ์

@THOMASSABO #TogetherWith

ดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูงได้ที่

http://images.thomassabo.com/www/2/2016/07/THOMAS-SABO_STERLING-SILVER-AW16_IMAGES.zip

เกี่ยวกับ THOMAS SABO

THOMAS SABO เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับ นาฬิกา และเครื่องแต่งกายชั้นนำระดับโลก โดยออกแบบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ทั้งสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี THOMAS SABO มีร้านค้าเป็นของตนเองเกือบ 300 สาขา ใน 5 ทวีป และมีพันธมิตรทางการค้าประมาณ 2,800 รายทั่วโลก

สื่อมวลชนติดต่อ

Felizia Kindermann

หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศและองค์กร

โทร. +49-912-397-150-0

อีเมล: press@thomassabo.com

เว็บไซต์: http://www.thomassabo.com

แหล่งข่าว: THOMAS SABO GmbH & Co.KG