สรุปข้อเสนอแนะจากการประชุม Astana Economic Forum 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อัสตานา, คาซัคสถาน–1 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Astana Economic Forum เป็นงานประชุมประจำปีซึ่งจัดขึ้นที่กรุงอัสตานา เมืองหลวงของประเทศคาซัคสถาน โดยมีตัวแทนจากประชาคมเศรษฐกิจของโลก ประมุขของรัฐทั้งในอดีตและปัจจุบัน ผู้ได้รับรางวัลโนเบล บุคคลดังจากแวดวงวิทยาศาสตร์ ตลอดจนเหล่านักธุรกิจมารวมตัวกัน การประชุมนี้เป็นที่รู้จักดีในฐานะที่เป็นเวทีระดับนานาชาติซึ่งก่อให้เกิดการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ในประเด็นเกี่ยวกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ทั้งในเอเชียกลางและทั่วโลก อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่พบเห็นได้ในเศรษฐกิจโลก

          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.multivu.com/players/uk/7872751-recommendations-astana-economic-forum

          Astana Economic Forum 2016 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25-26 พฤษภาคม ที่กรุงอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน ภายใต้หัวข้อ “ความเป็นจริงด้านใหม่ของเศรษฐกิจ: ความหลากหลาย นวัตกรรม และเศรษฐกิจฐานความรู้” โดยวาระการประชุมครอบคลุมถึงประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากที่สุด

          ผลการประชุม AEF 2016 นำมาซึ่งข้อเสนอแนะต่างๆ ที่สามารถสรุปได้ดังนี้

          – ในระยะสั้น การดำเนินการด้านนโยบายจะต้องมุ่งเน้นไปที่การสร้างความสามารถในการตั้งรับความเสี่ยงขาลงที่มีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้รวมไปถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจเกิดใหม่และเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนา ความผันผวนในภาคการเงินท่ามกลางเงื่อนไขการกู้ยืมทั่วโลกที่เข้มงวดขึ้น และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งในระหว่างที่การชะลอตัวกำลังเกิดขึ้นเป็นวัฏจักรอยู่นี้ และในขณะที่ยังพอมีช่องทางสำหรับการดำเนินนโยบาย เราจึงควรใช้มาตรการกระตุ้นการเงินและการคลังในลักษณะต่อต้านวัฏจักร เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็จะต้องส่งเสริมการดำเนินนโยบายตามวัฏจักรเศรษฐกิจโดยใช้มาตรการเชิงโครงสร้างระยะยาว มาตรการเหล่านี้ควรมุ่งเน้นไปที่การลดข้อจำกัดด้านอุปทาน รวมทั้งลดทอนความท้าทายและอุปสรรคด้านประชากรของประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมีรายได้ค่อนข้างสูงขึ้น แต่กลับมีสัดส่วนประชากรวัยทำงานหดตัวลง

          – ในการสร้างความหลากหลายจากเดิมที่พึ่งพาแต่ภาคอุตสาหกรรมน้ำมันนั้น จะต้องมีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเพิ่มเติม มีมาตรการจูงใจที่ดึงดูดมากขึ้นเพื่อพัฒนาภาคเอกชน (ซึ่งรวมถึงการลดช่องว่างของค่าแรงระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน) อีกทั้งมีการป้อนความรู้และทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้นด้วย รัฐบาลควรที่จะสนับสนุนการจ้างงานในภาคเอกชน ขณะที่บริษัทต่าง ๆ ก็ควรที่จะพัฒนาโมเดลธุรกิจของตน โดยหลีกเลี่ยงการพึ่งพากิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งนี้ การส่งเสริมการพัฒนาด้านการเงินและขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการนำทรัพยากรไปทำให้เกิดผลงอกงาม การจัดหาโอกาสอย่างเหมาะสมและการสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึงนั้นจะช่วยบรรเทาแรงกดดันทางสังคม โดยเฉพาะในยามที่กลุ่มคนหนุ่มสาวกำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานเป็นจำนวนมาก

          – การปฏิรูปโครงสร้างให้ลึกยิ่งขึ้นนับว่ามีความสำคัญต่อการส่งเสริมความหลากหลายและการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่น้ำมัน อันจะนำไปสู่การสร้างงานเพื่อรองรับตลาดแรงงานที่กำลังขยายตัว นอกจากนี้ การสร้างงานและการเติบโตของประเทศที่ส่งออกน้ำมันในภูมิภาคนี้ยังจะสร้างแรงกระเพื่อมที่สำคัญต่อประเทศคู่ค้า ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการค้าและการโอนเงินที่เพิ่มขึ้น

          สามารถดูข้อเสนอแนะทั้งหมดได้ที่: http://forum-astana.org/en/page/rekomendacii-aef-20164

 

Plenary Session at Astana Economic Forum 2016 (PRNewsFoto/Astana Economic Forum)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160629/384775 )

          วิดีโอ:  http://www.multivu.com/players/uk/7872751-recommendations-astana-economic-forum/

          ที่มา: Astana Economic Forum

หัวเว่ย ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ นำเสนอความร่วมมือที่เปิดกว้างในงาน Mobile World Congress Shanghai 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–30 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ผลักดันทั่วโลกพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอล ด้วยระบบนิเวศทางดิจิตอลที่แข็งแกร่ง

          ในสัปดาห์นี้ที่งาน Mobile World Congress Shanghai (MWC Shanghai) 2016 หัวเว่ยจะเผยมุมมองเกี่ยวกับยุคแห่งการเชื่อมต่อเต็มรูปแบบ ซึ่งขับเคลื่อนโดยการเปิดกว้าง ความร่วมมือ และความสำเร็จร่วมกัน หัวเว่ย ซึ่งเป็นพันธมิตรระดับแพลตินัมของงาน จะอธิบายกลยุทธ์ในการเร่งการพลิกโฉมธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงแนวทางในการร่วมมือกับผู้ที่มีบทบาทในอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลที่กำลังเฟื่องฟู

          พัฒนาการที่ก้าวไกลไปอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมมือถือ นำไปสู่การเชื่อมต่อในทุกหนแห่งจนสามารถเปลี่ยนโลกทัศน์ของเรา เปลี่ยนแนวทางการดำเนินธุรกิจ และพลิกรูปแบบการบริหารเมืองและประเทศต่างๆ อินเทอร์เน็ตกำลังแผ่ขยายอาณาเขตไปทั่วโลก จึงถึงเวลาแล้วที่ผู้ให้บริการต้องคิดใหม่เกี่ยวกับธุรกิจหลัก และกำหนดบทบาทของตนเองในโลกแห่งการเชื่อมต่อ หัวเว่ยเชื่อว่าผู้ให้บริการเครือข่ายจะนำไปสู่ห่วงโซคุณค่า และจะเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญจากการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอล

          “ปัจจุบัน Internet of Things (IoT) และเทคโนโลยีคลาวด์เข้าสู่ช่วงเติบโตเต็มที่ ขณะที่วิดีโอกลายเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร การพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอลจึงกลายเป็นประเด็นที่ทุกอุตสาหกรรมและรัฐบาลให้ความสำคัญ สำหรับปัจจัยที่กำหนดยุคใหม่นี้ ได้แก่ การทำงานร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมผ่านการเชื่อมต่อถึงกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะเดียวกัน แม้การปฏิวัติและวิวัฒนาการของโมเดลธุรกิจจะสะท้อนให้เห็นความท้าทายมากมาย แต่ก็นำไปสู่โอกาสมหาศาลเช่นกัน” โซว จือเหล่ย ประธาน Carrier Business Group ของหัวเว่ยกล่าว “หัวเว่ยเว่ยมุ่งมั่นที่ผลักดันขอบเขตของเทคโนโลยีที่รองรับอนาคตให้ไกลออกไป และพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งร่วมกับหุ้นส่วนของเรา เพื่อมอบการสนับสนุนที่รอบด้านให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลก เพื่อที่จะได้พลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอลและประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจ”

          สำหรับธีมของหัวเว่ยสำหรับงาน MWC Shanghai ปีนี้ ได้แก่ “Open ROADS to a Better Connected World” โดยหัวเว่ยจะเป็นเจ้าภาพเดี่ยวหรือเป็นเจ้าภาพร่วมกับ GSMA ในการประชุมอภิปราย การประชุมระดับผู้นำ และการประชุมย่อยหลายงานซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลาย โดยผู้เชี่ยวชาญของหัวเว่ยจะมาแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทรนด์เทคโนโลยี โมเดลธุรกิจ และความคืบหน้าในการพัฒนาระบบนิเวศในด้านหลักๆ อาทิ 5G วิดีโอมือถือ และ IoT หัวเว่ยได้ตั้งเป้าว่า การอภิปรายเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยผู้ให้บริการเร่งกระบวนการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอลและเปลี่ยนแปลงบทบาทของตนเองในแง่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

          เพื่อสนับสนุนให้ผู้บริการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอล หัวเว่ยจึงได้ต่อยอดนวัตกรรมโดยยึดข้อมูลเชิงลึกที่ได้รวบรวมมา เกี่ยวกับความจำเป็นด้านธุรกิจและเทคโนโลยีที่เป็นตัวผลักดันกลยุทธ์ดิจิตอลของผู้ให้บริการ เป้าหมายของหัวเว่ยคือมอบบริการและการสนับสนุนอย่างครอบคลุมทั่วถึงใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ธุรกิจ การดำเนินงาน สถาปัตยกรรม และเครือข่าย

          การสำรวจบริการดิจิตอลคือเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของหัวเว่ยในการสนับสนุนผู้ให้บริการพลิกโฉมธุรกิจ ซึ่งการที่จะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้อย่างประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมของธุรกิจดิจิตอลใหม่ใน 3 ด้านหลัก คือบริการวิดีโอ IoT และคลาวด์ หัวเว่ยผลักดันให้มีการใช้มาตรฐาน U-vMOS เพื่อสร้างประสบการณ์รับชมวิดีโอที่เหนือชั้น บริษัทจะสร้างระบบนิเวศวิดีโอที่เกิดจากการร่วมมือของหลายฝ่าย เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการนำเสนอบริการวิดีโอที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อผู้ใช้งาน หัวเว่ยได้ดำเนินกลยุทธ์ “1+2+1” ซึ่งเปิดทางให้บริษัทได้พัฒนาโซลูชั่นธุรกิจแบบครบวงจรสำหรับสถานการณ์ที่มีการใช้งาน IoTเป็นหลัก อาทิ รถที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ สมาร์ทโฮม และการใช้งาน Narrow-band IoT (NB-IoT) สำหรับอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้ผู้บริการเครือข่ายได้เจาะตลาด IoT ซึ่งยังไม่มีใครเข้าไปมากนักเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆทางธุรกิจ ในส่วนของตลาดบริการคลาวด์ หัวเว่ยได้นำเสนอโซลูชั่น ICT ครบวงจรที่มาพร้อมพลังประสิทธิภาพของคลาวด์และเครือข่าย เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการกำหนดจุดยืนในการนำบริการ B2B มาเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตในยุคดิจิตอลได้ดีขึ้น

          หัวเว่ยเข้าใจในความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานไปสู่ดิจิตอลของผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลก เพื่อตอบสนองในเรื่องดังกล่าว บริษัทจึงได้เปิดตัว Telco OS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการดิจิตอลล้ำยุคระบบแรกของอุตสาหกรรม รวมทั้งยังได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรรายอื่นๆในอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศสำหรับธุรกิจดิจิตอล และเพื่อช่วยทำให้การดำเนินงานดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบกลายเป็นจริง ด้วยการนำเสนอเครือข่าย BEST (beneficial: เป็นประโยชน์, efficient: มีประสิทธิภาพ, service-oriented: มุ่งเน้นบริการ และ transformative: เปลี่ยนแปลงได้) ตามการรับรู้ของผู้ใช้ที่ช่วยขับเคลื่อนมูลค่าการดำเนินงาน หัวเว่ยจะช่วยผู้ให้บริการโทรคมนาคมเสริมศักยภาพการแข่งขันของตนเองในตลาด ผ่านทางบริการเสียงและวิดีโอที่มีคุณภาพสูง รวมทั้งการบริหารจัดการประสบการณ์ลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ

          เครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็นทรัพย์สินที่สำคัญของผู้ให้บริการโทรคมนาคม แต่ผู้ให้บริการกำลังได้รับแรงกดดันเพิ่มขึ้นในการทำให้เครือข่ายของตนเปลี่ยนแปลงไปสู่เครือข่าย ICT ที่บรรจบกันได้ทุกหนทุกแห่ง เพื่อให้ตอบรับกับความต้องการในยุคเศรษฐกิจดิจิตอล และเพื่อรับรองศักยภาพการแข่งขันในอนาคตของตนเองในยุคอินเทอร์เน็ต ในส่วนของเครือข่ายเคลื่อนที่นั้น หัวเว่ยใช้เทคโนโลยี 5G และ 4.5G เพื่อให้บริการลูกค้าด้วยความเร็วสูงถึง 1 Gbit/s และช่วยผู้ให้บริการเสริมความแข็งแกร่งในการนำเสนอบริการบรอดแบนด์มือถือ การขยายบริการไปยังภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมแนวดิ่ง และช่วยให้มีการใช้งาน IoTรูปแบบใหม่ๆ ทั้งนี้ เนื่องจากเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นมากกว่าที่เคย หัวเว่ยจะให้การสนับสนุนผู้ให้บริการในการบรรลุเป้าหมายการให้บริการเต็มรูปแบบ ครบวงจร และขับเคลื่อนโดย FMC 2.0 เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ให้บริการได้เริ่มพัฒนา Network 2020 ซึ่งเป็นกลยุทธ์เปลี่ยนแปลงเครือข่ายรองรับอนาคต เพื่อยกระดับความคล่องตัวและประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ในฐานะผู้บุกเบิกและนักปฏิบัติเชิงรุกในด้าน SDN และNFV หัวเว่ยจะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่าย เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของเครือข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ และช่วยคิดค้นนวัตกรรมการบริการที่แปลกใหม่ได้เร็วขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างครอบคลุมสำหรับเครือข่ายของผู้ให้บริการ

          อุปกรณ์พกพาถือเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศ ICT ทั้งนี้ เพื่อดำเนินการตามพันธกิจ “MAKE it POSSIBLE” ของบริษัท หัวเว่ยกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม ตลอดจนยกระดับความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น สำหรับภาคธุรกิจนั้น หัวเว่ยได้นำเสนอโซลูชันอุปกรณ์ที่ปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของลูกค้า เช่น โซลูชันอุปกรณ์การรักษาความปลอดภัย และโซลูชันการดูแลสุขภาพแบบเคลื่อนที่ ในส่วนของผู้บริโภค หัวเว่ยได้นำเสนออุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง เช่น สมาร์ทโฟน P9 และ Mate 8, MateBook และนาฬิกาอัจฉริยะที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล่าสุด

          หัวเว่ยมุ่งหวังที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมและผู้บริโภค เพื่อสร้างโลกที่เชื่อมต่อถึงกันได้ดีขึ้นตามวิสัยทัศน์ของบริษัท ที่บูธ ‘Innovation City’ใน Hall N3 หัวเว่ยจะแบ่งปันความรู้ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับ ประสบการณ์ชีวิตในยุคแห่งการเชื่อมต่อเพื่อนำเสนอให้เห็นว่าเทคโนโลยีอัจฉริยะและ IoT จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร พร้อมทั้งจุดประกายโอกาสตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จากในบ้านถึงสถานที่สาธารณะ ผ่านการจำลองสถานการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง การดูแลสุขภาพ และในเมืองที่มีความปลอดภัย การนำเสนอดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของการพัฒนา ICT ที่มีต่อการให้บริการในเขตเมือง การให้บริการสาธารณะ และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

          งาน Mobile World Congress Shanghai 2016 จัดขึ้นที่ Shanghai New International Expo Center (SNIEC) ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม หัวเว่ยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันล่าสุดของบริษัทที่บูธหลักใน Hall N1 A40 และที่บูธ “Innovation City” ใน Hall N3 A40 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่: http://www.huawei.com/en/events/mwcshanghai#Agenda

          เกี่ยวกับหัวเว่ย 

          หัวเว่ย เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำระดับโลก ด้วยแรงผลักดันจากนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าและพันธมิตรแบบเปิด หัวเว่ยได้สร้างสรรค์โซลูชันไอซีทีแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ ที่ช่วยให้ลูกค้ามีความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและแวดวงเครือข่ายธุรกิจ อุปกรณ์ และคลาวด์คอมพิวติ้ง

NEXCO East แนะนำทริปขับรถเที่ยวญี่ปุ่น เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพในมิติใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว 29 มิ.ย. –เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

เผยการจัดอันดับจุดบริการ/จุดพักรถบนทางด่วน ซึ่งแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ –

East Nippon Expressway Co., Ltd. (NEXCO East Japan) (http://www.e-nexco.co.jp/english/) ผู้ให้บริการหลากหลายรูปแบบ ณ จุดบริการและจุดพักรถเลียบทางด่วน เปิดเผยการจัดอันดับจุดบริการและจุดพักรถเหล่านี้

(รูปภาพ: http://prw.kyodonews.jp/opn/release/201606281975/)

อันดับจุดบริการและจุดพักรถเลียบทางด่วนที่ NEXCO East Japan แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ:

อันดับ 1: จุดพักรถ Hanyu บนทางด่วน Tohoku (เลียบถนนขาเข้าโตเกียว) — “Hanyu Onihei Edo-dokoro”

ที่นี่เป็นจุดพักรถที่จะทำให้คุณรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลาไปยังยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603-1867) คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับภูมิทัศน์ถนนในสมัยเอโดะ รวมทั้งซื้อของที่ระลึกและอาหาร 

http://en.driveplaza.com/haikara/e-book/HTML5/pc.html#/page/44

http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103848/201606281975/_prw_OI1fl_XF96CV5z.jpg

อันดับ 2: จุดพักรถ Yorii บนทางด่วน Kan-Etsu (เลียบถนนขาเข้าโตเกียว) – “Hoshi no Oji-sama (The Little Prince) Parking Area”

คุณจะได้สัมผัสโลกแห่ง เจ้าชายน้อยณ จุดพักรถ Yorii ด้วยภูมิทัศน์ถนนที่จำลองมาจากแคว้นโพรวองซ์ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบ้านเกิดของอองตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี ผู้ประพันธ์หนังสือเล่มนี้

http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103848/201606281975/_prw_OI2fl_tpl08Bn2.jpg

อันดับ 3: จุดบริการ Yokokawa บนทางด่วน Joshin-Etsu (เลียบถนนขาเข้าโตเกียว)

ที่นี่คือจุดบริการพิเศษที่คุณสามารถต่อรถไฟได้ คุณจะได้ลิ้มรส “Toge no Kamameshi” หนึ่งใน Ekiben (ข้าวกล่องที่จำหน่ายในสถานีรถไฟ) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ที่โซน “Yokokawa Station Memorial” ซึ่งได้รับออกแบบตามสถานีรถไฟ Yokokawa สาย JR Shin-Etsu โดยเดิมที Toge no Kamameshi วางจำหน่ายอยู่ที่สถานี Yokokawa

 

http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103848/201606281975/_prw_OI3fl_XsfItQax.jpg

อันดับ 4: จุดบริการ Nasu Kogen (Highland) บนทางด่วน Tohoku (เลียบถนนขาเข้าโตเกียว)

ณ จุดบริการแห่งนี้ คุณจะรู้สึกราวกับอยู่ท่ามกลางรีสอร์ทบนที่ราบสูง เนื่องจากบ้านพักตากอากาศของราชวงศ์ญี่ปุ่นตั้งตระหง่านอยู่บนที่ราบสูงของภูมิภาคนาสุ โดยมีการเนรมิตสถานที่ให้คุณสามารถเดินทอดน่องท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ที่นี่ยังมีร้านอาหารซึ่งให้บริการโต๊ะบริเวณชานด้านนอก ขอเชิญทุกท่านมาพักผ่อนหย่อนใจ ณ จุดบริการ Nasu Kogen (Highland) บนทางด่วน Tohoku (เลียบถนนขาเข้าโตเกียว)

 

http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103848/201606281975/_prw_OI4fl_cO49K8Cr.jpg

 อันดับ 5: จุดพักรถ Umihotaru (Sea Fireflies) เลียบ Tokyo Bay Aqua-Line (ทางด่วน Trans-Tokyo Bay)

Umihotaru คือจุดพักรถ 5 ชั้นบนเกาะเทียมความยาว 650 เมตรในอ่าวโตเกียว ที่รอทุกท่านให้มาเยี่ยมเยือน ที่นี่คือศูนย์การค้าใจกลางมหาสมุทร ซึ่งมีร้านค้าร้านอาหารมากมาย และมีวิวทิวทัศน์มุมกว้างที่สวยงามน่าเกรงขามของอ่าวโตเกียว ซึ่งไม่สามารถพบเห็นได้จากที่ไหน 

 

http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103848/201606281975/_prw_OI5fl_0LzQY7hY.jpg

 จุดบริการและจุดพักรถเลียบทางด่วนในญี่ปุ่น นอกจากจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดแวะพักสำหรับผู้ใช้ทางด่วนแล้ว ยังสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสถานที่ที่ผู้ใช้ทางด่วนจะได้เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพ ทริปขับรถเที่ยวโดยใช้ทางด่วนเปิดโอกาสให้คุณได้เพลิดเพลินกับจุดบริการและจุดพักรถที่พิเศษไม่เหมือนใครในญี่ปุ่น

‘Cool Travel, Cool Expressway’ Hai-kara na tabi” เป็นอีบุ๊กแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับทริปขับรถเที่ยว สามารถคลิกเข้าไปดูที่ URL:http://en.driveplaza.com/haikara/

เว็บไซต์ของ NEXCO East Japan แนะนำจุดแวะพักบนทางด่วน สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ URL: http://en.driveplaza.com/rest_facilities/

ขอให้ท่านสนุกกับทริปขับรถเที่ยวในญี่ปุ่น และค้นพบมิติใหม่แห่งญี่ปุ่นด้วยตัวคุณเอง

เกี่ยวกับ East Nippon Expressway Co., Ltd. (NEXCO East Japan)

NEXCO East Japan เป็นบริษัทเอกชนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 ด้วยการแยกตัวจาก Japan Highway Public Corp. โดย NEXCO East Japan ก่อสร้าง บริหารจัดการ และดำเนินการทางด่วนในพื้นที่คันโตและตอนเหนือของญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงฮอกไกโด ตลอดจนดำเนินการจุดบริการและดำเนินธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวกับทางด่วน

ที่มา: East Nippon Expressway Co., Ltd.

Miral ลงนามความร่วมมือกับ skyTran มุ่งปฏิวัติการคมนาคมบนเกาะยาสในอาบูดาบี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–30 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– skyTran บริษัทในเครือ NASA Space Act เตรียมเปิดตัวระบบขนส่งส่วนบุคคลเจเนอเรชั่นใหม่เป็นครั้งแรกในตะวันออกกลาง

Miral ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับ skyTran (TM) Inc. บริษัทในเครือ NASA Space Act ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ NASA Ames Research Center ใกล้กับเมืองเมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อเปิดทางไปสู่การศึกษาและใช้งานระบบขนส่งส่วนบุคคลความเร็วสูงของ skyTran เป็นครั้งแรกในตะวันออกกลาง บนเกาะยาสในอาบูดาบี

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7871551-miral-signs-mou-skytran-yas-island/

 

ระบบขนส่งส่วนบุคคลเจเนอเรชั่นใหม่ที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น เป็นยานพาหนะที่มีลักษณะคล้ายเครื่องบินเจ็ท ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ นั่งได้สองคน และมีการนำเทคโนโลยี skyTran Magnetic Levitation (STML) สุดล้ำสมัยมาใช้แทนล้อรถ ระบบดังกล่าวพัฒนาขึ้นที่ NASA Ames Research Center และได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย ระบบนี้จะช่วยให้การเดินทางมีความรวดเร็ว ตรงเวลา ปลอดภัย ประหยัดต้นทุนและพลังงาน โดยยานพาหนะจะแล่นไปตามรางแม่เหล็กที่ทอดตัวอยู่เหนือถนนทั่วไป จากต้นทางไปจนถึงปลายทางทั่วทั้งเกาะ วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างจุดต่างๆบนเกาะยาส และท้ายที่สุดจะเชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอาบูดาบีด้วย

โมฮัมเหม็ด อับดุลลา อัล ซาบี ซีอีโอของ Miral ได้กล่าวถึงบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ว่า นวัตกรรมยังคงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับเกาะยาส และในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกและขยายเกาะยาสนั้น เราจำเป็นต้องมีระบบขนส่งที่ประหยัดพลังงานและสร้างประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นให้แก่ผู้มาเยือน ทั้งนี้ skyTranเป็นพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันกับเราในการรังสรรค์นวัตกรรมเพื่ออาบูดาบี รวมถึงพัฒนาบริการที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงประสบการณ์บนเกาะยาส อันเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และจากประเทศอื่นๆทั่วโลก”

ระบบขนส่งอันทันสมัยของ skyTran ได้ช่วยเติมเต็มวิสัยทัศน์ของ Miral ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับทุกคนที่มาเยือนเกาะยาส นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังสามารถขยายโครงข่ายได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งรางเสริมหรือเพิ่มจำนวนยานพาหนะเพื่อรองรับผู้มาเยือนที่เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน การควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ยังช่วยให้ยานพาหนะสามารถทำความเร็วที่เหมาะสมที่สุดและมีความปลอดภัยที่สุดตามความต้องการของผู้โดยสาร

เจอร์รี่ แซนเดอร์ส ซีอีโอของ skyTran กล่าวว่า “skyTran เป็นระบบขนส่งอัจริยะสำหรับเมืองแห่งอนาคตอย่างแท้จริง และเราก็มีความยินดีที่ได้นำเทคโนโลยีนี้มาสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นครั้งแรก การที่เราเข้าถึงเทคโนโลยีสุดล้ำและความเชี่ยวชาญของ NASA ช่วยให้เราสามารถนำเสนอนวัตกรรมสู่เกาะยาส และปูทางให้อาบู ดาบีเป็นผู้กำหนดนิยามของการคมนาคมแห่งอนาคตในตะวันออกกลาง”

ปัจจุบัน เกาะยาสดึงดูดผู้มาเยือนมากถึง 25 ล้านคนต่อปี เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เช่น Ferrari World Abu Dhabi, Yas Waterworldและ Yas Marina Formula 1 Circuit นอกจากนั้นจะมีการเปิดตัว Warner Bros. Theme Park ในปี 2561 และคาดว่าจำนวนผู้มาเยือนเกาะยาสจะเพิ่มขึ้นทะลุ 30 ล้านคน

เกี่ยวกับ Miral  

Miral เป็นผู้เนรมิตสถานที่ท่องเที่ยวในอาบูดาบี และดึงดูดผู้คนด้วยการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจ Miral เป็นผู้พัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์บนเกาะยาส ตั้งแต่แหล่งบันเทิง โรงแรม สถานที่พักผ่อนและเล่นกีฬา ร้านอาหาร ห้างร้าน ไปจนถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ปัจจุบัน เกาะยาสเป็นที่ตั้งของ Ferrari World Abu Dhabi, Yas Waterworld, Yas Links Golf Course, Yas Mall, Yas Marina Circuit, Yas Marina และโรงแรม 7 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Yas Viceroy รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.miral.ae

เกี่ยวกับ Skytran  

skyTran Inc. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ NASA Ames Research Center ในเมืองเมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย คือผู้คิดค้นและพัฒนาระบบขนส่งส่วนบุคคลความเร็วสูงแบบยกระดับและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบแรกและระบบเดียวในชื่อ STMagLev(TM) 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Miral และเกาะยาส กรุณาติดต่อ     

Mariam El Chami

โทร. +971565026139

อีเมล: mariam.elchami@edelman.co

Roger Margulies

skyTran Public Relations

โทร. +1-650-319-8619, ต่อ 108

อีเมล: roger@skytran.com

 

Yas Island skyTran (PRNewsFoto/Miral Asset Management)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160628/384170 ) 

วิดีโอ:http://www.multivu.com/players/uk/7871551-miral-signs-mou-skytran-yas-island 

ที่มา: Miral Asset Management

CGAP เปิดรับผลงานเข้าร่วมการประกวดภาพถ่ายประจำปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

วอชิงตัน–30 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            CGAP เปิดรับผลงานเข้าร่วมการประกวดภาพถ่ายครั้งที่ 11 ประจำปี 2559 โดยช่างภาพมือสมัครเล่นและมืออาชีพทั่วโลกสามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7 กันยายน ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดต้องเป็นภาพที่ถ่ายเองและแสดงถึงความสำคัญของการเข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐานสำหรับผู้คนทั่วโลก

            รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ : http://www.multivu.com/players/English/7554953-cgap-annual-photo-contest/

             นวัตกรรมดิจิตอลต่างๆ ซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟนที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น กำลังช่วยให้ผู้ที่มีฐานะยากจนและลูกค้าในชนบทบริหารการเงินในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ช่วยให้ธุรกิจเติบโตขึ้น ทั้งยังช่วยรองรับยามเกิดเหตุไม่คาดฝัน อย่างไรก็ดี ประชากรมากกว่า 2 พันล้านคนทั่วโลกยังคงเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐาน เช่น การเปิดบัญชีเงินฝากและการทำบัตรเครดิต เป็นต้น การอุดช่องว่างเหล่านี้จะช่วยลดความยากไร้และเพิ่มพูนความมั่งคั่งได้

            จากเหตุผลข้างต้น ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดในปีนี้จึงต้องสะท้อนถึง 4 หัวข้อหลัก ได้แก่

            – การเงินบนโทรศัพท์มือถือและนวัตกรรมการเงินดิจิตอล

            – อำนาจทางเศรษฐกิจของสตรี

            – ความยืดหยุ่นทางการเงิน

            – ธุรกิจขนาดย่อม

            ผลงานภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดควรแสดงถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงิน สถาบันการเงิน และวิธีเข้าถึงบริการทางการเงินภายใต้หัวข้อหลักข้างต้น และอาจแสดงถึงประเด็นทางสังคม เศรษฐกิจ การพัฒนา และเทคโนโลยีด้วยก็ได้ โดยเปิดรับผลงานจากทุกภูมิภาคทั่วโลก ทั้งจากชนบทและในเมือง

            รางวัลในการประกวดแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ได้แก่ รางวัลผู้ชนะระดับภูมิภาค รางวัลขวัญใจมหาชน รางวัลชมเชย และรางวัลผู้ชนะในแต่ละหัวข้อ สำหรับการประกวดในปี 2558 นั้น มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 3,300 ผลงานจาก 77 ประเทศทั่วโลก โดยผลงานของบรรดาผู้ชนะได้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อชั้นนำทั่วโลก และมียอดเข้าชมออนไลน์หลายหมื่นครั้ง

            ส่งภาพถ่ายเข้าร่วมประกวดได้ที่ https://wqa08cgap.votigo.com/landingpages/show/cgap

            รับชมผลงานของผู้ชนะในปี 2558 ได้ที่ https://cgap.exposure.co/2015-cgap-photo-contest-winners-and-finalists

CGAP (Consultative Group to Assist the Poor) เป็นความร่วมมือระดับโลกของ 34 องค์กรชั้นนำเพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงิน CGAP พัฒนานวัตกรรมการให้บริการทางการเงินผ่านการวิจัยเชิงปฏิบัติและการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังกับบรรดาผู้ให้บริการทางการเงิน ผู้จัดทำนโยบาย และผู้ให้ทุนสนับสนุนCGAP ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ธนาคารโลก ได้นำแนวทางการพัฒนาตลาดด้วยความรับผิดชอบและแนวทางสนับสนุนที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์มาบูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีฐานะยากจนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณารับชมได้ที่ www.cgap.org

“ยูนิเวอร์ซัม” เผยผลการจัดอันดับบริษัทที่นักศึกษาอยากทำงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สตอกโฮล์ม–29 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

คนรุ่นใหม่มองอุตสาหกรรมพลังงานน่าสนใจน้อยลง ขณะที่แบรนด์ไลฟ์สไตล์กลับสร้างแรงดึงดูดมากขึ้น

นักศึกษาสาขาธุรกิจและวิศกรรม/ไอทีกว่า 267,000 คน ใน 12 ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกได้ร่วมตอบแบบสำรวจ Talent Survey ของยูนิเวอร์ซัม (Universum) ซึ่งจัดอันดับบริษัทที่คนยุคมิลเลนเนียลอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด และผลสำรวจดังกล่าวนับเป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

 

World’s Most Attractive Employers 2016 by Universum (PRNewsFoto/Universum)

     (รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160616/380236 )

งานที่ดีต้องมีความสมดุล

นักศึกษาสาขาธุรกิจและวิศวกรรม/ไอทีต่างต้องการมีวิถีชีวิตที่สมดุลระหว่างการทำงานและการมีเวลาส่วนตัว ไลฟ์สไตล์ที่สมดุลเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกในการมองหางานของนักศึกษาทั้งสองสาขาในทุกประเทศ ยกเว้น อินเดีย ที่มองว่าการได้ทำงานในต่างแดนนั้นสำคัญกว่า และ รัสเซีย ที่ยกให้ความมั่นคงในหน้าที่การงานมาเป็นอันดับหนึ่ง

ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารต่างมีจุดเด่นที่คล้ายคลึงกัน

สำหรับประเทศส่วนใหญ่ที่ใช้ภาษาอังกฤษ เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา การปรับข้อเสนอให้เข้ากับบริบทท้องถิ่นเพื่อดึงดูดพนักงานกลุ่มเป้าหมายนั้นแทบจะไม่มีความจำเป็น ขณะเดียวกันความแตกต่างในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทำให้ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าอะไรที่เป็นปัจจัยดึงดูด ทั้งนี้ ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุด ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่ยูนิเวอร์ซัมได้สำรวจ

กูเกิล” ยังครองใจนักศึกษาสาขาธุรกิจและวิศกรรม/ไอทีได้มากที่สุด แต่อย่าประมาท “แอปเปิล” ที่กำลังไล่ตามมาติดๆ

สำหรับนักศึกษาสาขาวิศวกรรม/ไอที กูเกิลยังคงครองอันดับ 1 ตามมาด้วยไมโครซอฟท์ แอปเปิล บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป และไอบีเอ็ม ซึ่งชิงอันดับ 5 มาจากจีอี ในส่วนของนักศึกษาสาขาธุรกิจ พบว่าแอปเปิลกำลังสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำของกูเกิล เมื่อสามารถทำอันดับเลื่อนขึ้นถึง 5 ขั้น จากอันดับ 7 มาอยู่ที่อันดับ 2 ตามด้วยเอินส์ท แอนด์ ยัง (EY) และโกลด์แมน แซคส์ ขณะที่ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (PwC) กลับร่วงถึง 3 อันดับลงไปอยู่ที่อันดับ 5

ด้านธนาคารต่างๆนั้นกำลังเผชิญกับความท้าทายในการช่วงชิงคนเก่งในสาขาธุรกิจเข้าทำงาน เนื่องจากต้องแข่งขันกับบรรดาบริษัทเทคโนโลยี จึงส่งผลให้อันดับของธนาคารบางแห่งลดลง อย่างไรก็ดี ธนาคารบางแห่งก็สามารถฉวยข้อได้เปรียบจากการที่นักศึกษาสาขาวิศกรรม/ไอทีสนใจร่วมงานกับบริษัทผู้ให้บริการทางการเงิน ทำให้อันดับของธนาคารเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่ระดับความน่าดึงดูดของอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงที่ แต่สำหรับบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคนั้นพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอันดับ โดยแบรนด์ “ไลฟ์สไตล์” ทำอันดับได้ดีกว่าแบรนด์ประเภทอื่นๆ เช่น ไนกี้ ซึ่งติดโผธุรกิจเป็นครั้งแรกในอันดับที่ 16 ส่วนอุตสาหกรรมพลังงานมีความน่าดึงดูดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันและก๊าซที่ตกต่ำ แต่ถึงกระนั้น บริษัทพลังงานทดแทนกลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่นักศึกษาทั้งสองสาขา

ยูนิเวอร์ซัม เป็นบริษัทวิจัย ให้คำปรึกษา และวางแผนกลยุทธิ์การสื่อสาร โดยอาศัยความรู้ความเข้าใจเชิงลึก และความเชี่ยวชาญในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับนายจ้าง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและผลการจัดอันดับทั้งหมด กรุณาดูที่ http://bit.ly/WMAE2016

สื่อมวลชนติดต่อ:

Jonas Barck, Global Director of Media and Public Relations

Jonas.barck@universumglobal.com

+46-706-933-388

ที่มา: Universum

“Hard Rock” เตรียมเปิดโรงแรม “Hard Rock Hotel New York” สร้างสีสันใหม่ให้มหานครแห่งดนตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออร์แลนโด, ฟลอริดา–30 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โรงแรม “Hard Rock Hotel New York” จะเริ่มการก่อสร้างในปีนี้

Hard Rock International ซึ่งดำเนินธุรกิจใน 70 ประเทศ และเป็นเจ้าของแบรนด์โรงแรมชื่อดังระดับโลก ภูมิใจเสนอ “Hard Rock Hotel New York” โรงแรมแห่งใหม่ที่จะเปิดให้บริการในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิปี 2562 ด้วยห้องพักทั้งสิ้น 445 ห้อง ในทำเลทองบนถนน 48th street ซึ่งอยู่ระหว่าง 7th Ave กับ Avenue of the Americas หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ “Music Row” อันเป็นย่านซื้อขายเครื่องดนตรีครบวงจรที่นักดนตรีดาวรุ่งและศิลปินระดับตำนานต่างเคยมาเยี่ยมเยือน ไม่ว่าจะเป็นจิมมี เฮนดริกซ์, อีริค แคลปตัน หรือเดอะสโตนส์ โรงแรม Hard Rock Hotel New York จะเข้ามาสร้างสีสันใหม่ให้แก่ย่านประวัติศาสตร์แห่งนี้

Official First Image of Hard Rock Hotel New York (PRNewsFoto/Hard Rock International)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160627/383758

Hard Rock Hotel Logo (PRNewsFoto/Hard Rock International)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160517/368695LOGO

เรารู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นที่จะได้นำประสบการณ์แบบฉบับ Hard Rock Hotels มาสู่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นมหานครที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณและพลังงานอันไร้ขีดจำกัดตรงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์เราเฮมิช ดอดส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Hard Rock International กล่าว ด้วยความที่ Hard Rock Hotel New York เป็นโครงการก่อสร้างใหม่ทั้งหมด เราจึงสามารถพัฒนาโรงแรมแห่งนี้ให้เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยจะมอบประสบการณ์ทางดนตรีสุดพิเศษให้แก่มหานครนิวยอร์กโดยเฉพาะ

โรงแรมหัวใจดนตรีแห่งนี้จะเชิดชูมรดกทางดนตรีและวัฒนธรรมของนิวยอร์ก ด้วยการแสดงดนตรีสดและการตกแต่งสถานที่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินดัง ในฐานะที่ Hard Rock International เป็นเจ้าของคอลเลคชั่นของสะสมในแวดวงดนตรีอันประเมินค่ามิได้ ทางโรงแรมจึงเตรียมประดับตกแต่งผนังด้วยของสะสมในลักษณะคล้ายๆพิพิธภัณฑ์ โดยจะเน้นของสะสมที่เกี่ยวข้องกับศิลปินร่วมสมัยของนิวยอร์ก รวมทั้งของนักดนตรีชื่อก้องโลก ตลอดจนภาพประวัติศาสตร์ที่ทำให้นครแห่งนี้เป็นมรดกทางดนตรีอย่างไร้ข้อกังขา

ทิม ฮอปกินส์ ประธานของ Times Square Alliance กล่าวว่า ไทม์สแควร์เป็นศูนย์กลางของดนตรีและป็อปคัลเจอร์ โดยมีทั้งโรงละครบรอดเวย์ Brill Building ไลฟ์คลับ ไปจนถึงร้านขายเครื่องดนตรีในย่าน Music Row และแม้ว่าไทม์สแควร์จะเปลี่ยนแปลงไปมากมายตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางดนตรี ที่ทั้งคนเมือง นักท่องเที่ยว และผู้มีชื่อเสียงในวงการดนตรีต่างแวะเวียนมาเลือกซื้อเครื่องดนตรีก่อนขึ้นแสดงสด สรุปว่าไม่มีสถานที่ใดเหมาะที่จะสร้างโรงแรมไปมากกว่านี้อีกแล้ว และ Hard Rock Hotel New York ก็เปรียบเหมือนเสียงดนตรีที่ไม่ได้ให้ความบันเทิงกับเราเท่านั้น แต่ยังเผื่อแผ่ไปสู่คนรักดนตรีทั่วโลกอีกด้วย

นอกจากประสบการณ์ทางดนตรีในทุกพื้นที่ของ Hard Rock Hotel New York แล้ว โรงแรมแห่งนี้ยังมีล็อบบี้ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ร้านอาหารและเลาจน์ตามแบบฉบับของ Hard Rock รวมถึงล็อบบี้บาร์ ขณะเดียวกัน โอเอซิสบนดาดฟ้าของโรงแรมก็จะกลายเป็๋นฮอตสปอตให้ผู้เข้าพักได้นอนอาบแดดในตอนกลางวันและเต้นรำในตอนกลางคืน พร้อมชมแสงสีสวยงามของไทม์สแควร์และบรรยากาศอันแสนคึกคักรอบๆ Rockefeller Center นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมอีกมากมายบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมทั้งช่วงกลางวันและช่วงเย็น ตั้งแต่การแสดงของดีเจ ศิลปิน ไปจนถึงดาราดัง ทั้งนี้ Hard Rock Hotel New York ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมสันทนาการและความบันเทิงแบบไม่รู้จบ บริเวณชั้นใต้ดินจึงถูกจัดเป็นส่วนให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่หรูหราและทันสมัย อันแสดงถึงแก่นแท้ของวัฒนธรรมดนตรีนิวยอร์กที่จะดึงดูดคนเมืองและนักท่องเที่ยวให้มาเยือน

เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของ Hard Rock โรงแรมแห่งนี้จะประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่เป็นลักษณะเฉพาะของแบรนด์ อาทิ Rock Spa ที่จะมอบความสดชื่นผ่อนคลายรูปแบบใหม่ด้วยสปาแบบ Rhythm & Motion ซึ่งเป็นการนวดผ่อนคลายแบบสวีเดนคลอไปกับเสียงดนตรี นอกจากนี้ แขกผู้เข้าพักจะได้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ดนตรี Sound of Your Stay(R) ซึ่งเป็นบริการให้เช่ากีตาร์ Fender และอุปกรณ์สำหรับดีเจถึงห้องพัก นอกจากนั้นยังมีห้องออกกำลังกาย Body Rock รวมถึงร้านค้า Rock Shop ที่สามารถเลือกซื้อสินค้าของแบรนด์ได้

Hard Rock Hotel New York ได้รับการพัฒนาร่วมกับบริษัท Extell Development ในนิวยอร์ก

“การดำเนินกลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจของ Hard Rock Hotels & Casinos ต้องอาศัยนักพัฒนาผู้รอบรู้ที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ ดังเช่น แกรี่ บาร์เนตต์ และ Extell group เราจะรอดูโครงการนี้เติบโตอย่างสดใสด้วยฝีมือของพวกเขา” มาร์โค โรก้า รองประธานบริหารฝ่ายพัฒนาโรงแรมทั่วโลกของ Hard Rock International กล่าว “การเปิดตัวโรงแรม Hard Rock Hotel New York รวมถึงการสร้างเสร็จสมบูรณ์ของโรงแรมในเบอร์ลินและดูไบ ตลอดจนโครงการสร้างโรมแรมแห่งใหม่ในเมืองใหญ่อื่นๆ แสดงถึงก้าวอันยิ่งใหญ่ของแบรนด์ และตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์โรงแรมระดับโลก

Hard Rock Hotels & Casinos คือแบรนด์ด้านความบันเทิงและไลฟ์สไตล์ชื่อดังระดับโลก ซึ่งนำเสนอรูปแบบการตกแต่งสถานที่อันล้ำสมัยและร่วมสมัย ควบคู่ไปกับการบริการอันเหนือชั้น รวมถึง “ดนตรี” ที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน โรงแรมและคาสิโนในเครือ Hard Rock ตั้งอยู่ในสถานที่อันเป็นที่ปรารถนาของทั่วโลก รวมถึงในเมืองหลักชั้นนำของโลก Hard Rock Hotels สามารถตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของนักเดินทางสมัยใหม่ ซึ่งหาทางปลดเปลื้องตัวเองจากประสบการณ์แบบเดิมๆที่ไร้ความตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นในการเดินทางเพื่อทำธุรกิจหรือเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนก็ตาม

Hard Rock Hotels & Casinos นำเสนอบริการที่สามารถตอบสนองแง่มุมต่างๆของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน เที่ยวเล่น หรือพักผ่อน ด้วยเสียงเพลงและสภาพแวดล้อมที่ชวนให้เกิดจินตนาการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองห้องพักได้ที่ www.hardrockhotels.com

เกี่ยวกับ Hard Rock International

Hard Rock International (HRI) คือบริษัทที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งดำเนินธุรกิจใน 70 ประเทศ โดยเป็นเจ้าของคาเฟ่ 165 แห่ง โรงแรม 23แห่ง และคาสิโน 11 แห่ง นอกจากนั้นยังเป็นผู้ครอบครองคอลเลคชั่นของสะสมในแวดวงดนตรีอันประเมินค่ามิได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกีตาร์ของอีริค แคลปตัน และจัดแสดงของสะสมเหล่านั้นในไปทั่วโลก ขณะเดียวกันยังโด่งดังในฐานะผู้ผลิตเสื้อผ้าและสินค้าเกี่ยวกับดนตรี สถานที่จัดการแสดงดนตรีสด รวมถึงเจ้าของเว็บไซต์ที่มีรางวัลการันตี ทั้งนี้ HRI เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า Hard Rock ทั่วโลก ทั้งยังเป็นเจ้าของและผู้บริหารคาเฟ่ในเมืองใหญ่ๆอย่างลอนดอน นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก ซิดนีย์ และดูไบ ขณะเดียวกันยังเป็นเจ้าของ และ/หรือ ผู้บริหารโรงแรมและคาสิโนทั่วโลก รวมถึงโรงแรมและคาสิโน 2 แห่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในแทมปาและฮอลลีวู้ด รัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นของ The Seminole Tribe of Florida (บริษัทแม่ของ HRI) ตลอดจนโรงแรมและคาสิโนในทำเลทองอื่นๆ เช่น บาหลี ชิคาโก แคนคูน อิบิซ่า ลาสเวกัส มาเก๊า และซานดิเอโก นอกจากนั้น ในเร็วๆนี้จะมีการเปิด Hard Rock Cafe ในเรคยาวิก เซี่ยงไฮ้ บากู และซานฮวน ทั้งยังเตรียมเปิด Hard Rock Hotels ในอาบูดาบี แอตแลนตา เบอร์ลิน ดูไบ อิตาเปมา ลอนดอน ลอสคาบอส นิวยอร์กซิตี้ เตเนรีฟ รวมถึงเซินเจิ้น ต้าเหลียน และไหโข่วในประเทศจีน สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.hardrock.com 

สื่อมวลชนติดต่อ:

            Kerry Anne Watson/Daniella DelaOsa

The Zimmerman Agency

โทร. +1.850.668.2222

อีเมล: hardrock-pr@zimmerman.com

นักวิจัยเผยเทคโนโลยียุคใหม่ช่วยยกระดับผลิตภาพแรงงานและศักยภาพทางการแข่งขัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

จาการ์ตา, อินโดนีเซีย–30 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          The Habibie Center (THC) ร่วมกับกระทรวงการคลังแห่งอินโดนีเซีย และมูลนิธิ World Islamic Economic Forum (WIEF) Foundation เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “คว้าประโยชน์จากเทคโนโลยียุคใหม่ เพื่อเพิ่มพูนผลิตภาพแรงงานในภาคการผลิต” (Seizing the Benefits of Disruptive Technology for Manufacturers in Increasing Labor Productivity) ในวันนี้ ณ ศูนย์ THC ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยเวทีสาธารณะดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงาน WIEFครั้งที่ 12 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 2-4 สิงหาคม 2559 ที่กรุงจาการ์ตา

          ดร.ซัมโรนี ซาลิม นักวิจัยเศรษฐกิจอาวุโสประจำสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งอินโดนีเซีย กล่าวว่า “เทคโนโลยียุคใหม่ไม่ได้ต่อต้านการปฏิบัติงานแบบเดิมที่ใช้แรงงานจำนวนมากเสมอไป แต่ได้เข้ามาช่วยในเรื่องของกระบวนการผลิต เช่น บิ๊กดาต้า และ Internet of Things ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของการดำเนินงาน ข้อมูลรายการสิ่งของจากซัพพลายเออร์แบบเรียลไทม์ ไปจนถึงความต้องการของลูกค้าปลายทาง”

          แท้จริงแล้ว เทคโนโลยียุคใหม่สามารถทำหน้าที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับอินโดนีเซียและประเทศอื่นๆในอาเซียน ในการเพิ่มกำไรและลดต้นทุนการผลิต เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถสร้างผลทางเศรษฐกิจให้กับอาเซียนได้ถึง 2.5-4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในปี 2573

          ความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยียุคใหม่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และมีผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาเป็นจำนวนมาก เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ดี ประเทศในอาเซียนก็มีโอกาสดึงดูดกลุ่มผู้ผลิตทั่วโลกที่มีความตระหนักในแง่ของต้นทุนการผลิต และได้เข้าไปมีบทบาทมากขึ้นในระบบห่วงโซ่อุปทานโลก สาเหตุหนึ่งนั้นเป็นเพราะจีนมี  GDP ต่อหัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังได้เปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออก ไปเป็นเศรษฐกิจที่อาศัยการบริโภค ซึ่งส่งผลให้ค่าแรงของจีนปรับตัวเพิ่มขึ้น

          สำหรับอินโดนีเซียที่แรงงานส่วนใหญ่อยู่ในภาค SME แล้วนั้น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะนำมาซึ่งโอกาสมากมาย ดังนั้น เทคโนโลยีและประสบการณ์ที่เหมาะกับธุรกิจจึงเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้ภาค SME ของอินโดนีเซียพร้อมก้าวเข้าสู่เวทีโลก โอกาสเหล่านี้เป็นจริงได้ด้วยการเข้าร่วมงานสร้างเครือข่ายแบบ B2Bระดับโลก เช่น งาน WIEF ครั้งที่ 12 ที่กำลังจะเปิดฉาก ซึ่งจะเปิดโอกาสให้มีการผนึกกำลังกันในรูปแบบ B2B โดยการประชุม WIEF ครั้งที่ 12 นี้จัดขึ้นในหัวข้อ “กระจายการเติบโต เสริมกำลังธุรกิจโลกอนาคต” (Decentralizing Growth, Empowering Future Business)

          เกี่ยวกับ WIEF

          WIEF Foundation เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ตั้งอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยทางมูลนิธิเป็นผู้จัดงาน WIEF ประจำปี ซึ่งเป็นเวทีทางธุรกิจระดับโลกที่มอบโอกาสในการทำธุรกิจในโลกมุสลิม ทั้งยังเป็นผู้ดำเนินแผนงานให้กับโครงการริเริ่มหลายโครงการ ที่ล้วนเสริมสร้างความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างชาวมุสลิมและผู้ที่ไม่ได้เป็นมุสลิม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่: http://wief.org/forum/12/

          สื่อมวลชนติดต่อ:

          Wai Fai Lo

          อีเมล: waifai@wief.org หรือ โทร: +6012-209-0068

          Fannie Waldhani

          อีเมล: fannie.waldhani@edelman.com หรือ โทร: +62-21-7215-9000

โรงเรียนวัดรางบัว : กิจกรรมวันสุนทรภู่ เพื่อสดุดีกวีเอกสุนทรภู่และอนุรักษ์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : โรงเรียนวัดรางบัว

https://www.facebook.com/watrangbua?fref=ts
โรงเรียนวัดรางบัว0โรงเรียนวัดรางบัว2

 

 

 

Global OConnect เปิดตัวคลังสินค้าในเวียดนาม สร้างขุมพลังใหม่แห่งอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นครโฮจิมินห์, เวียดนาม–29 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Global OConnect บริษัทที่มุ่งส่งเสริมการค้าและการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในฮ่องกง เตรียมเปิดตัวคลังแสดงสินค้า (exhibition warehouse) ในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 30 มิ.ย. 2559 โดยคลังแสดงสินค้าแห่งนี้ถือเป็นแห่งแรกในเวียดนามและในโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สร้าง GDP ถึง 1 ใน 3 ของประเทศ ทั้งยังเป็นคลังสินค้าแฟลกชิปของ Global OConnect อีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนสร้างคลังสินค้าแห่งที่สองในกรุงฮานอยภายในปีนี้เช่นกัน        

          ด้วยพันธกิจที่มุ่งส่งเสริมการค้าทั่วโลก Global OConnect จึงสร้างแพลตฟอร์มจัดซื้อสินค้าออนไลน์ ควบคู่กับการให้บริการแบบออฟไลน์ผ่านคลังสินค้าที่ผู้ซื้อจะมีโอกาสได้รับชมและทดลองผลิตภัณฑ์เป้าหมายได้โดยตรง ขณะที่ซัพพลายเออร์ชาวจีนจะมีพื้นที่สำหรับเก็บสินค้า และได้รับบริการคำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ คลังสินค้าเหล่านี้อยู่ระหว่างการสร้างและดำเนินการทั่วโลก โดยปัจจุบัน Global OConnect ประสบความสำเร็จในการสร้างธุรกิจในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์

          จากสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่มั่นคงและข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์บนคาบสมุทรอินโดจีน ส่งให้เวียดนามเป็นประเทศเศรษฐกิจที่สำคัญและเติบโตเร็วที่สุดในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เศรษฐกิจของเวียดนามนั้นเติบโตอย่างมีเสถียรภาพที่เกือบ 7% ในปีนี้ ส่งผลให้เวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยอุปสงค์ภายในประเทศกำลังขยายตัว ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติก็กำลังเฟื่องฟู

          ด้วยตระหนักเป็นอย่างดีถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของเวียดนาม และศักยภาพของเวียดนามในเศรษฐกิจโลก Global OConnect จึงเลือกสร้างคลังสินค้าแฟลกชิปขึ้นในประเทศ

          เมื่อเปิดดำเนินงาน Global OConnect จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนเชื่อมธุรกิจเวียดนามเข้ากับซัพพลายเออร์และผู้ซื้อทั่วโลก ธุรกิจต่าง ๆ ในเวียดนามจะมีตัวเลือกสินค้าอย่างหลากหลายที่ผลิตในจีนและประเทศอื่น ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในประโยชน์มากมายที่จะได้รับจากห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกของ Global OConnect รูปแบบการตลาดธุรกิจ (B2B) จะยังผลดีอื่น ๆ ให้แก่ธุรกิจในประเทศ อาทิ ต้นทุนที่ต่ำลง ประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการจัดการ และโอกาสที่เพิ่มขึ้นสำหรับธุรกิจ SME ท้องถิ่น ซึ่งตรงข้ามกับรูปแบบการตลาดผู้บริโภค (B2C) ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่จัดแสดงในคลังสินค้าของ Global OConnect นั้นผ่านการตรวจสอบจากศุลกากรของเวียดนามอย่างเคร่งครัด เพื่อรับรองคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน ด้วยความที่เวียดนามมีอุตสาหกรรมการผลิตที่แข็งแกร่ง จึงเป็นโอกาสแก่ธุรกิจในประเทศที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้ซื้อจากจีนและประเทศอื่นๆ

          ปัจจุบัน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอ และรองเท้าที่ผลิตในเวียดนามประสบความสำเร็จในการกรุยทางเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคของจีน และจีนยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรจากเวียดนามด้วย รัฐบาลเวียดนามสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ LED อันเนื่องมาจากอุปสงค์ด้านผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง ตลอดจนการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าและการเกิดภัยพิบัติที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก ดังนั้น ในขั้นต้น คลังสินค้าของ Global OConnect จะประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ LED ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องนอนและเครื่องใช้ในโรงแรมก็เป็นสินค้าอีกหนึ่งประเภทที่Global OConnect ให้ความสำคัญ เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุน GDP ของเวียดนาม

          สำหรับกรุงฮานอยนั้นจะเป็นที่ตั้งของคลังสินค้าแห่งที่สองของ Global OConnect และเป็นส่วนสำคัญของแผนขยายธุรกิจในเวียดนาม เนื่องจากเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับประเทศจีน

          เกี่ยวกับ Global OConnect

          Global OConnect Cross-Border E-commerce Co. Ltd. จัดตั้งขึ้นในปี 2558 และได้รับเงินทุนส่วนหนึ่งจากรัฐบาล บริษัทถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับชาติของจีน โดยมีพันธกิจในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในจีนสู่ประชาคมโลก ด้วยแนวทางที่มีประสิทธิภาพและเปิดโอกาสให้คู่ค้าได้มีส่วนร่วมมากขึ้น