Omnicom Media Group กวาดรางวัล Media Lions มากที่สุดในงาน Cannes Festival of Creativity

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

คานส์, ฝรั่งเศส–27 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

OMD ขึ้นแท่นมีเดียเอเจนซี่ที่คว้ารางวัล Media Lions มากที่สุด

OMD และ PHD คว้ารางวัลรวมกันทั้งสิ้น 15 รางวัล

Omnicom Media Group (OMG) ธุรกิจบริการด้านมีเดียของ Omnicom Group Inc. (NYSE: OMC) รั้งตำแหน่งบริษัทที่คว้ารางวัล Media Lions มากที่สุดในงาน Cannes Festival of Creativity เป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 5 ปี โดยมีเดียเอเจนซี่ในเครืออย่าง OMD และ PHD สามารถกวาดรางวัลรวมกันทั้งสิ้น 15 รางวัล

OMD เป็นมีเดียเอเจนซี่ที่คว้ารางวัล Media Lions ไปมากที่สุด 11 รางวัล ได้แก่ 1 ทอง 3 เงิน และ 6 ทองแดง รวมถึงรางวัลกรังปรีซ์ในสาขา PR, Creative Effectiveness and Mobile ส่วนทางด้าน PHD ได้รับรางวัล Media Lions 4 รางวัล ประกอบด้วย 1 ทอง 1 เงิน และ 2 ทองแดง

ศักยภาพของ OMD และ PHD ได้ผลักดันให้ Omnicom Media Group ขึ้นแท่นเป็นผู้นำในสาขา Media โดยได้รับรางวัล Media Lions มากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับบริษัทที่ได้รางวัลมากที่สุดเป็นอันดับรองลงมา

OMD คว้ารางวัลจากผลงานของมีเดียเอเจนซี่ในเครือทั่วโลก

OMD กวาดรางวัล Media Lions ไปทั้งสิ้น 11 รางวัล จากผลงานการสร้างสรรค์ของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ OMD ทั่วโลก ซึ่งออกแบบสื่อโฆษณาให้แก่ลูกค้าในหลากหลายวงการ ทั้งยานยนต์ สินค้าผู้บริโภค บริการทางการเงิน สื่อ การค้าปลีก สินค้ากีฬา และเทคโนโลยี สำหรับรายนามของมีเดียเอเจนซี่ ลูกค้า และผลงานที่ได้รับรางวัลมีดังนี้

รางวัล GOLD LION

OMD Dominican Republic จากผลงาน “Ending the Silence” ที่สร้างสรรค์ให้กับ La Sirena

รางวัล SILVER LION

OMD UK จากผลงาน “Humans” ที่สร้างสรรค์ให้กับ Channel 4 (2 รางวัล)

OMD Dominican Republic จากผลงาน “Ending the Silence” ที่สร้างสรรค์ให้กับ La Sirena

รางวัล BRONZE LION

OMD Italy จากผลงาน “Business Booster” ที่สร้างสรรค์ให้กับ Renault

OMD Sweden จากผลงาน “Slow Down GPS” ที่สร้างสรรค์ให้กับ IF Insurance

OMD UAE จากผลงาน “Champions Huack” ที่สร้างสรรค์ให้กับ Go Sport

OMD UAE จากผลงาน “I Can Teach You Too” ที่สร้างสรรค์ให้กับ Dubai Cares

OMD UK จากผลงาน “Hunted” ที่สร้างสรรค์ให้กับ Channel 4

OMD UK จากผลงาน “Campaign to Combat Loneliness” ที่สร้างสรรค์ให้กับ John Lewis

OMD USA จากผลงาน “Intel Winter Games” ที่สร้างสรรค์ให้กับ Intel

ความแข็งแกร่งของ PHD ในเอเชียแปซิฟิก

ใน 4 รางวัลที่ PHD คว้ามาได้นั้น เป็นผลงานของ PHD ในเอเชียแปซิฟิกถึง 3 รางวัล โดย PHD New Zealand ได้รับรางวัล GOLD LION จากผลงาน“Brewtroleum” ที่สร้างสรรค์ให้กับ DB Breweries ขณะที่ PHD Australia คว้ารางวัล BRONZE LION จากผลงาน “Smart Girls – Equal Future” ที่สร้างสรรค์ให้กับAustralia and New Zealand Banking Group และ PHD India ได้รับรางวัล BRONZE LION จากผลงาน “Lo Kar Lo Bat” ที่สร้างสรรค์ให้กับ Hindustan Unilever ขณะที่ PHD UK คว้ารางวัล SILVER LION จากผลงาน “Sharing the Gift of Reading at Christmas” ที่สร้างสรรค์ให้กับ Sainsbury

ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ Omnicom Media Group ที่เมืองคานส์ในปีนี้พิสูจน์ว่า การมุ่งสู่ความเป็นเลิศ การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างสรรค์ผลงานอย่างไม่หยุดยั้ง คือสิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จมาโดยตลอดดาริล ซิมม์ ซีอีโอของ Omnicom Media Group Worldwide กล่าว เราไม่เพียงเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เราได้ผลักดันให้ธุรกิจของลูกค้าเติบโตด้วย

เกี่ยวกับ Omnicom Media Group

Omnicom Media Group (OMG) คือธุรกิจบริการด้านมีเดียของ Omnicom Group Inc. (NYSE: OMC) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการโฆษณา การตลาด และการสื่อสารองค์กร ซึ่งให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 5,000 ราย ในกว่า 100 ประเทศ Omnicom Media Group ประกอบด้วยมีเดียเอเจนซี่ที่ให้บริการแบบครบวงจร 3 เอเจนซี่ ได้แก่ OMD, PHD และ Hearts & Science นอกจากนั้นยังมีแพลตฟอร์มข้อมูลและระบบวิเคราะห์ระดับโลกอย่าง Annalect รวมถึงแพลตฟอร์มการซื้อสื่อเชิงโปรแกรมอย่าง Accuen ตลอดจนเอเจนซี่โฆษณาระดับโลกอย่าง Resolution Media และบริษัทที่มีความชำนาญเป็นพิเศษด้านมีเดียอีกจำนวนหนึ่ง

FXTM เปิดตัวโปรแกรมสิทธิพิเศษแก่ลูกค้ารูปแบบใหม่ มอบผลตอบแทนมากขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลีมาซอล, ไซปรัส–24 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          FXTM โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ระดับโลก เปิดตัวโปรแกรมสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าที่ครอบคลุมที่สุดในชื่อ FXTM Loyalty Cashback (ตามข้อตกลงและเงื่อนไข) ซึ่งนับเป็นอีกครั้งที่ FXTM ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าบริษัทให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าเหนือสิ่งอื่นใด ด้วยการเป็นโบรกเกอร์รายแรกที่นำเสนอแนวทางที่ตรงไปตรงมาและล้ำสมัยเพื่อตอบแทนเทรดเดอร์อย่างต่อเนื่องด้วยเงินที่สามารถถอนได้จริง

 FXTM Logo / FXTM Logo (PRNewsFoto/FXTM)

FXTM Logo (PRNewsFoto/FXTM)

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160614/378942LOGO )

          โปรแกรมที่ไม่เหมือนใครนี้ประกอบด้วยเงินคืน 5 ระดับ ภายใต้แนวคิด “Trade. Earn. Repeat” โดยแต่ละระดับจะเพิ่มมูลค่าที่ลูกค้าได้รับจากการเทรดแบบper lot เทรดเดอร์จะได้รับเงินจริงแทนเงินเสมือนหรือคะแนน เมื่อมีการเลื่อนระดับขึ้น

          จามีล อาหมัด รองประธานฝ่ายการพัฒนาองค์กรและการวิจัยตลาด กล่าวว่า “โปรแกรมสิทธิพิเศษแก่ลูกค้ารูปแบบใหม่นี้ถือเป็นแนวทางที่ดีเยี่ยมสำหรับลูกค้าของเราในการได้รับเงินคืนมากขึ้นจากการเทรด เราให้คุณค่ากับความจงรักภักดีของเทรดเดอร์ และมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการมอบประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจและการมอบผลตอบแทนให้เทรดเดอร์ของเรา โปรแกรมสิทธิพิเศษนี้ถือเป็นการกล่าว “คำขอบคุณ” แก่ลูกค้าที่เลือกเทรดกับเรา”

          โปรแกรมสิทธิพิเศษแก่ลูกค้ารูปแบบใหม่นี้คือหนึ่งในหลายโซลูชันล่าสุดที่ FXTM ได้พัฒนาขึ้นโดยเน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งรวมถึง FXTM Investแนวทางการลงทุนอันทันสมัยของบริษัท และ FXTM Shares Account บัญชีหุ้นที่ลูกค้าสามารถเทรด CFDs ได้มากกว่า 180 สัญญาบนหุ้น อันเนื่องมาจากการเชื่อมโยงโดยตรงกับการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์ของตลาด NASDAQ และ NYSE นอกจากนี้ FXTM ยังมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมอีกในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะช่วยยืนยันสถานะความน่าเชื่อถือของบริษัทได้เป็นอย่างดี 

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าของ FXTM ได้ที่ http://fxtm.co/1ZNmOQL

          คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขายผลิตภัณฑ์การเงิน อาทิ ฟอเร็กซ์ และ CFDs มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนไม่ควรเสี่ยงเกินความสามารถในการรองรับผลขาดทุน และไม่ควรซื้อขายหากไม่เข้าใจถึงโอกาสเสี่ยงที่จะขาดทุนอย่างชัดเจน หากคุณไม่เข้าใจความเสี่ยงดังกล่าว กรุณาศึกษาคำแนะนำด้านการเงินด้วยตนเอง หรืออ่านเอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงฉบับสมบูรณ์ของ FXTM

          ForexTime Limited อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งไซปรัส (ใบอนุญาตเลขที่ 185/12) และ FT Global Limited อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริการทางการเงินระหว่างประเทศ (ใบอนุญาตเลขที่ IFSC/60/345/TS และIFSC/60/345/APM)

          ที่มา: FXTM

โรงเรียนวัดรางบัว : กิจกรรมต้านยาเสพติดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาส ครองราชย์ ครบ 70 ปี และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : โรงเรียนวัดรางบัว

https://www.facebook.com/watrangbua?fref=ts
โรงเรียนวัดรางบัว0โรงเรียนวัดรางบัว2

กิจกรรมต้านยาเสพติดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาส ครองราชย์ ครบ 70 ปี และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา

 

 

โตชิบา เปิดตัว N-Channel MOSFET ขนาดเล็กสำหรับสวิตซ์โหลดในการใช้งานแอลอีดีไดร์เวอร์ โดดเด่นด้วยค่าความต้านทานขณะสวิตซ์เปิดต่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–23 มิ.ย. 2016

– ได้มาตรฐาน AEC-Q101 สำหรับการใช้งานด้านยานยนต์

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของ โตชิบา คอร์ปอเรชั่น (TOKYO:6502) ประกาศเปิดตัว N-channel MOSFET ขนาดเล็กสำหรับสวิตซ์โหลดในการใช้งานแอลอีดีไดร์เวอร์รูปแบบต่างๆ ซึ่งรวมถึงมิเตอร์บริเวณแผงหน้าปัดรถยนต์ ไฟหน้ารถ และแบคไลท์ของแอลอีดีทีวี โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดนี้ขึ้นแท่นผู้นำอุตสาหกรรม[1] ด้วยค่าความต้านทานขณะสวิตซ์เปิด (on-resistance) ต่ำ พร้อมจัดส่งแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20160623005383/en/

(http://mms.businesswire.com/media/20160623005383/en/531535/4/TOSHIBA_SSM3K341R_SSM3K361R_160622_webready.jpg)
โตชิบา: N-Channel MOSFET ขนาดเล็กสำหรับสวิตซ์โหลดในการใช้งานแอลอีดีไดร์เวอร์ โดดเด่นด้วยค่าความต้านทานขณะสวิตซ์เปิดต่ำ (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

จากความนิยมในการใช้แอลอีดีประหยัดไฟกันมากขึ้น ทำให้ความต้องการ N-channel MOSFET เพื่อใช้เป็นสวิตซ์สำหรับแอลอีดีไดร์เวอร์จึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ โตชิบาจึงได้เพิ่ม MOSFET ขนาดเล็กใหม่สองรายการ ได้แก่ “SSM3K341R” ขนาด 60V และ “SSM3K361R” ขนาด 100V ซึ่งขึ้นแท่นผู้นำอุตสาหกรรมด้วยค่าความต้านทานขณะสวิตซ์เปิดต่ำ ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ลดการระบายความร้อนที่เป็นผลมาจากการสูญเสียจากการเปิดได้ถึงประมาณ 65% เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนของโตชิบา[2] นอกจากนี้ MOSFET ยังใช้ SOT-23F ประเภทตะกั่วขนาดเล็ก ซึ่งมีการระบายความร้อนในระดับคงที่ ขณะลดฟุตพริ้นท์ลงประมาณ 64% เมื่อเทียบกับ SOT-89 ทั่วไป ผลิตภัณฑ์ ทั้งสองรายการผ่านการรับรอง AEC-Q101 สำหรับการใช้ด้านยานยนต์

ข้อมูลจำเพาะ

Part Number	 Absolute Maximum Ratings	 	RDS(ON) typ. (mΩ)	 		Ciss typ.
		VDSS	VGSS	ID		VGS=4.0V	VGS=4.5V 	VGS=10V	(pF)
		(V)	(V)	(A)								
SSM3K341R	60	±20	6		43		36		28		550
SSM3K361R	100	±20 	3.5	 	-	 	65	 	51	 	430

หมายเหตุ
[1] ผลิตภัณฑ์ในระดับเดียวกัน ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2016 จากการสำรวจของโตชิบา
[2] เปรียบเทียบกับ “SSM3K318R” ของโตชิบา

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้:
1. SSM3K341R:
http://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=SSM3K341R®ion=apc&lang=en
2. SSM3K361R:
http://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=SSM3K361R®ion=apc&lang=en

ลูกค้าติดต่อสอบถามได้ที่:
Small Signal Device Sa les & Marketing Department
โทร: +81-3-3457-3411
http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Toshiba Corporation) หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั ่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016)

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ http://www.toshiba.co.jp/index.htm

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160623005383/en/

ติดต่อ:
สำหรับสื่อมวลชน
Toshiba Corporation
Storage & Electronic Devices Solutions Company
Koji Takahata, +81-3-3457-4963
semicon-NR-ma

Michael Kors ประกาศความร่วมมือกับ McLaren-Honda ขึ้นแท่นพันธมิตรด้านไลฟ์สไตล์อย่างเป็นทางการประจำทีม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

ลอนดอน–(บิสิเนส ไวร์)–22 มิ.ย. 2016

Michael Kors (NYSE:KORS) แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดหรูระดับโลก มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ประกาศความร่วมมือกับ McLaren-Honda และก้าวขึ้นเป็นพันธมิตรด้านไลฟ์สไตล์อย่างเป็นทางการประจำทีมแชมป์โลก Formula 1 ทั้งนี้ McLaren-Honda และ Michael Kors ต่างให้ความสำคัญกับดีไซน์และความเร็ว ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการเสริมสร้างและยกระดับภาพลักษณ์การใช้ชีวิตอย่างหรูหราและเต็มสปีดของทั้งสองแบรนด์

“Michael Kors และ McLaren-Honda ต่างเป็นผู้บุกเบิกในวงการของตน และเราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า McLaren-Honda เป็นพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบสำหรับเราในการรุกสู่ตลาด Formula 1” John D. Idol ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Michael Kors กล่าว “นี่เป็นช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นสำหรับเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่เรากำลังเติบโตในฐานะแบรนด์ไลฟ์สไตล์สำหรับส ุภาพบุรุษชั้นนำ”

กลุ่มผู้รับชมการแข่งขัน Formula 1ถือเป็นตลาดใหม่สำหรับ Michael Kors และนับเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดโลกของ Michael Kors ให้ชาวยุโรปได้รู้จักแบบหมดเปลือก นอกจากนี้ ชื่อเสียงอันเป็นตำนานของ McLaren-Honda รวมถึงทัพนักแข่ง Formula 1 มากด้วยฝีมือ ยังสื่อถึงภาพลักษณ์สุภาพบุรุษสไตล์ Michael Kors ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นั่นคือ บุรุษผู้เจนโลก มีความเป็นสากล ประสบความสำเร็จในชีวิต และหลงใหลในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

Ron Dennis ประธานบริหารและซีอีโอของ McLaren Group กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งในการประกาศความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่าง McLaren-Honda กับ Michael Kors ซึ่งเป็นผู้ออกแบบเครื่องประดับและเสื้อผ้าสำเร็จรูปสุดหรูชื่อดังของโลกที่มีรางวัลการันตีผลงาน”

“เฉกเช่นเดียวกับ McLaren ที่ร่วมแข่ง Formula 1 มาแล้วทั่วโลกตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ทาง Michael Kors เองก็เป็นบริษัทระดับโลกอย่างแท้จริง โดยมีร้านที่ทันส มัยและประสบความสำเร็จตั้งอยู่ในเมืองใหญ่หลายแห่งทั่วโลก ทั้งนิวยอร์ก เบเวอร์ลีฮิลส์ ชิคาโก ลอนดอน มิลาน ปารีส มิวนิก อิสตันบูล ดูไบ โซล โตเกียว และฮ่องกง”

“ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า วัฒนธรรมองค์กรของทั้ง McLaren และ Michael Kors ได้หลอมรวมพลังขับเคลื่อนและความเร้าใจเข้าไว้ด้วยกัน เช่นเดียวกับพันธสัญญาในการแสวงหาความสมบูรณ์แบบอย่างไม่หยุดยั้ง และด้วยเหตุนี้เอง แบรนด์ทั้งสองจึงคู่ควรกับการสร้างความร่วมมือในระยะยาว ความเหมือนกันนี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับทั้งสองแบรนด์ ที่ต่างสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองด้วยความเป็นเลิศในสิ่งที่ทำ และในวันนี้เราก็พร้อมก้าวไปด้วยกัน เพื่อให้แบรนด์ของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในวันข้างหน้า”

ในฐานะที่เป็นพันธมิตรด้านไลฟ์สไตล์อย่างเป็นทางการของทีม สัญลักษณ์แบรนด์ Michael Kors จะปรากฎอยู่บนชุดของนักแข่ง และบนรถแข่ง McLaren-Honda MP4-31

เพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือครั้งนี้ Michael Kors ได้ออกแบบแจ็ คเก็ตหนังสีดำสำหรับสุภาพบุรุษรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มีเพียง 50 ตัวเท่านั้น โดยจะวางจำหน่ายที่ชั้นเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษ ณ แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ในกรุงลอนดอนเพียงแห่งเดียว จนกว่าสินค้าจะหมด แจ็คเก็ตหนังรุ่นนี้ประดับโลโก้ของ Michael Kors และ McLaren พร้อมแผ่นโลหะลิมิเต็ดเอดิชั่นและหมายเลขการผลิตของแต่ละตัว

Michael Kors กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบรรจบกันของสไตล์และความเร็ว ซึ่งฝังอยู่ในดีเอ็นเอของทั้งแบรนด์ Michael Kors และ McLaren-Honda นอกจากนั้นยังนำพลัง ความเจนจัด และความเชื่อมั่นมาสู่แบรนด์ทั้งสอง และเราได้รังสรรค์เครื่องแต่งกายรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นเพื่อสื่อให้เห็นถึงสิ่งนี้”

เกี่ยวกับ Michael Kors

Michael Kors คือดีไซเนอร์ผู้ออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องประดับหรูที่มีชื่อเสียงระดับโลกและกวาดรางวัลมาแล้วมากมาย เขาก่อตั้งบริษัทขึ้นในปี ค.ศ.1981 และปัจจุบันผลิตสินค้ามากมายภายใต้แบรนด์ Michael Kors C ollection, MICHAEL Michael Kors และ Michael Kors Mens ที่มีทั้งเครื่องประดับ รองเท้า นาฬิกา เสื้อผ้าสำเร็จรูป และน้ำหอม Michael Kors มีร้านของตัวเองและร้านตัวแทนจำหน่ายกระจายอยู่ทั่วโลก ทั้งในนิวยอร์ก เบเวอร์ลีฮิลส์ ชิคาโก ลอนดอน มิลาน ปารีส มิวนิก อิสตันบูล ดูไบ โซล โตเกียว และฮ่องกง

เกี่ยวกับ McLaren Technology Group

McLaren เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะทีมแข่งรถที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและประสบความสำเร็จมากที่สุดทีมหนึ่งของโลก

McLaren Technology Group ได้ขยายธุรกิจออกไปนอกเหนือจากวงการแข่งรถ โดยปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจ McLaren Applied Technologies เพื่อจัดหาระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่สนามแข่งขัน Formula 1, Indycar และ NASCAR พร้อมกับพัฒนาโซลูชั่นล้ำสมัยให้กับอุตสาหกรรมไฮเทคต่างๆ ขณะเดียวกัน McLaren Automotive ก็ได้เติบโตขึ้นเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จระดับโลก นับตั้งแต่เปิดตัวยานยนต์สมรรถนะสูงอันเป็นที่ยอม รับทั่วโลกอย่าง 12C, 650S และ McLaren P1(TM)

McLaren-Honda เดินสายโปรโมทการแข่งขัน 2016 FIA Formula 1 World Championship พร้อมนักแข่งดีกรีแชมป์โลกสองสมัย (2005, 2006) อย่างเฟอร์นันโด อลอนโซ และแชมป์โลกปี 2009 อย่างเจนสัน บัตตัน โดยนักแข่งทั้งสองขับรถ McLaren-Honda MP4-31

ข้อความคาดการณ์อนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีข้อความที่เป็นลักษณะการคาดการณ์อนาคตเกี่ยวกับ Michael Kors และ McLaren ผู้อ่านไม่ควรยึดถือข้อความคาดการณ์มากเกินไป เพราะข้อความเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากความไม่แน่นอนและปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ซึ่งล้วนคาดเดาได้ยากและอาจอยู่เหนือการควบคุมของบริษัท ข้อความคาดการณ์อนาคตจะมีข้อมูลเกี่ยวกับการคาดการณ์ผลลัพธ์และผลการดำเนินงานในอนาคตของบริษัท ซึ่งรวมถึงรายละเอียดของกลยุทธ์ทางธุรกิจ ข้อความคาดการณ์มักจะมีคำว่า “อาจจะ” “จะ” “น่าจะ” “เชื่อว่า” “คาดว่า” “ค าดหมาย” “ตั้งใจ” “วางแผน” “คาดคะเน” หรือคำอื่นๆที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน ข้อความคาดการณ์อนาคตในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้อ้างอิงจากสมมติฐานที่ได้จากประสบการณ์ของผู้บริหาร รวมถึงการรับรู้ข้อมูลในอดีต สภาพการณ์ในปัจจุบัน ความคาดหมายในอนาคต และปัจจัยอื่นๆที่ผู้บริหารคิดว่ามีความเหมาะสมตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรทำความเข้าใจว่าข้อความเหล่านี้มิใช่เครื่องรับประกันผลลัพธ์หรือผลการดำเนินงานใดๆ เพราะข้อความเหล่านี้ประกอบด้วยสมมติฐาน ความเสี่ยง และความไม่แน่นอน ทั้งที่ทราบและไม่ทราบ แม้แต่ละบริษัทเชื่อว่าข้อความคาดการณ์อนาคตเหล่านี้อยู่บนพื้นฐานของสมมติฐานที่สมเหตุสมผล แต่ผู้อ่านก็ต้องตระหนักว่ามีปัจจัยอีกมากมายที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการทางการเงิน หรือผลการดำเนินงานที่แท้จริง และอาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงออกมาแตกต่างอย่างมากจากที่คาดการณ์ไว้ สามารถอ่านปัจจัยทั้งหมดนี้ได้ในส่วน “Risk Factors” และในรายงานประจำปี Form 10-K สำหรับปีงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 2 เมษายน 2016 (File No. 001-35368) ของ Michael Kors ที่ได้มีการยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐ ในวันที่ 1 มิ ถุนายน 2016

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160622006009/en/

ติดต่อ:
MICHAEL KORS
Dinesh Kandiah
VP, Global Communications
โทร. 917-214-2979
อีเมล: Dinesh.Kandiah@michaelkors.com
หรือ
นักลงทุนสัมพันธ์:
Michael Kors Holdings Limited
Krystyna Lack
VP, Treasurer and Investor Relations         โทร. 201-691-6133
อีเมล: InvestorRelations@MichaelKors.com

Keio Plaza Hotel Tokyo เตรียมจัดงาน “Summer Festival of Arita/Imari Porcelains” ครั้งที่ 36 ฉลองครบรอบ 400 ปีศิลปะเครื่องเคลือบดินเผาของญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–21 มิ.ย. 2016

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) โรงแรมระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ในย่านชินจูกุ กรุงโตเกียว จะจัดงาน “Summer Festival of Arita/Imari Porcelains” ครั้งที่ 36 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 400 ปีศิลปะเครื่องเคลือบดินเผาที่สืบทอดมาอย่างยาวนานของญี่ปุ่น นิทรรศการพิเศษน่าประทับใจนี้เปิดให้เข้าชมฟรี ณ บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 7 สิงหาคม 2016 โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจังหวัดซางะ นอกจากนี้ ผลงานศิลปะของศิลปินร่วมสมัยหลายคนจากเมืองอาริตะและเมืองอิมาริที่เป็นต้นกำเนิดของเครื่องเคลือบดินเผาญี่ปุ่นก็จะถูกนำมาจัดแสดงและจำหน่ายภายในนิทรรศการนี้ด้วย นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องเคลือบดินเผาอาริตะ/อิมาริ ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบศิลปะที่เก่าแก่และมีเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นได้ดียิ่ง ขึ้น ขณะเดียวกัน ร้านอาหารต่างๆภายในโรงแรมจะนำเสนอเมนูแสนอร่อยที่จัดเตรียมเป็นพิเศษ พร้อมเสิร์ฟบนภาชนะเครื่องเคลือบดินเผาอาริตะ/อิมาริ

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์พร้อมมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20160621005599/en/

(http://mms.businesswire.com/media/20160621005599/en/530799/4/KEIO-PLAZA-HOTEL.jpg)
Keio Plaza Hotel Tokyo จัดงานแสดง “เครื่องเคลือบดินเผาอาริตะ” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 400 ปีศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่น โดยแขกของทางโรงแรมจะได้เพลิดเพลินไปกับนิทรรศการอันน่าตื่นตาตื่นใจบริเวณล็อบบี้ รวมถึงเมนูสุดพิเศษที่เสิร์ฟบนภาชนะเครื่องเคลือบดินเผาอาริตะ (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

ศิลปะเครื่องเคลือบดินเผาอาริตะ/อิมาริถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 400 ปีที่แล้วในเมืองอาริตะและเมืองอิมาริ จังหวัดซางะ และได้รับการยกย่องอย่างสูงในญี่ปุ่นและต่างประเทศ Keio Plaza Hotel ได้จัดงานแสดงเครื่องเคลือบดินเผาอาริตะ/อิมาริ มาเป็นเวลา 36 ปีแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้แขกของทางโรงแรมได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์และงานศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ หัวข้อหลักของนิทรรศการปีนี้คือ “ศิลปะสมัยใหม่ ภาพสะท้อนแห่งอนาคต” (“ModernArt, Reflections of the Future”) โดยจะมีการจัดแสดงอนุสาวรีย์ “ต้นเครื่องเคลือบดินเผา” (“Porcelain Tree”) สูง 9.5 เมตร และกว้าง 3 เมตร บริเวณล็อบบี้หลัก นิทรรศการที่ตกแต่งอย่างสวยงามนี้ประกอบด้วยผลงานศิลปะเครื่องเคลือบดินเผาอาริตะจากสามศิลปินเครื่องเคลือบดินเผาผู้มีชื่อเสียง ได้แก่ อิโนอูเอะ มันจิ, อิมาอิซูมิ อิมาเอะมอน รุ่น 14 และซากาอิดะ คาคิเอมอน รุ่น 15 ซึ่งสองคนหลังนี้ถือเป็นปูชนียบุคคลของญี่ปุ่น และผลงานเครื่องเคลือบดินเผาอาริตะของศิลปินเหล่านี้ได้พลิกธรรมเนียมปฏิบัติและท้าท้ายแนวความคิดแบบดั้งเดิมไปอย่างสิ้นเชิง

นอกจากงานศิลปะเครื่องเคลือบดินเผาแล้ว ร้านอาหาร 10 แห่งใน Keio Plaza Hotel จะเสิร์ฟเมนูที่จัดเตรียมขึ้นเป็นพิเศษให้แก่แขกของโรงแรม ซึ่งภาชนะเครื่องเคลือบดินเผาหลากห ลายประเภทที่นำมาใช้เสิร์ฟเมนูสุดพิเศษดังกล่าว ก็จะนำมาวางจำหน่ายในงานนี้ด้วยเช่นกัน

เกี่ยวกับ Keio Plaza Hotel

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) เป็นหนึ่งในโรงแรมนานาชาติชั้นนำของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่านชินจูกุ ใจกลางกรุงโตเกียว โรงแรมของเรามีร้านอาหารและบาร์กว่า 20 แห่งไว้คอยต้อนรับแขกหลากหลายกลุ่มจากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มาเยือนโรงแรม พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก บริการชั้นเยี่ยม และการต้อนรับอันอบอุ่น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือติดตามเราทางยูทูบ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160621005599/en/

ติดต่อ:
Keio Plaza Hotel Tokyo
&nbs p;   Sunaho Nakatani, +81-3-5322-8113
Public Relations Manager
s-nakatani@keioplaza.co.jp

“BiologicTx MatchGrid” ซอฟต์แวร์จับคู่ผู้บริจาค-ผู้รับบริจาคไต ประสบความสำเร็จในการนำไปใช้ในต่างประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โทโทวา, นิวเจอร์ซีย์–24 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

            การปลูกถ่ายไตแบบไขว้ 4 คู่ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกภายใน 2 เดือนหลังซอฟต์แวร์ดังกล่าวถูกนำไปใช้ในต่างประเทศ 

            BiologicTx(R) ประกาศว่า ซอฟต์แวร์จับคู่ผู้บริจาค-ผู้รับบริจาคไต BiologicTx MatchGrid(TM) ได้ถูกนำไปใช้ในต่างประเทศ ณ King Faisal Specialist Hospital and Research Centre ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย ภายใต้การดูแลของ Dr. Khlaid Almeshari นักวิทยาภูมิคุ้มกันและศัลยแพทย์ปลูกถ่ายไต ผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการด้านการจับคู่ผู้บริจาค-ผู้รับบริจาคไต และการปลูกถ่ายไตสำหรับผู้ที่มีกรุ๊ปเลือดและเนื้อเยื่อไม่เข้ากัน โดยนับตั้งแต่มีการใช้ซอฟต์แวร์ MatchGrid เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ทาง King Faisal Hospital ก็สามารถทำการจับคู่ผู้บริจาค-ผู้รับบริจาคไตแบบไขว้ 4 คู่ได้สำเร็จ

 

BiologicTx Company Logo. (PRNewsFoto/BiologicTx) (PRNewsFoto/)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20130520/LA16505LOGO

ในการบริจาคไตนั้น ผู้บริจาคที่มีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจและมีผู้รอรับบริจาคอยู่ อาจไม่สามารถบริจาคได้เพราะเนื้อเยื่อและเลือดไม่เข้ากัน ดังนั้นจึงต้องไปสลับคู่กับผู้บริจาคและผู้รับรายอื่นที่เข้ากันได้ ในกรณีดังกล่าว ซอฟต์แวร์สุดล้ำสมัยอย่าง BiologicTx MatchGrid จะช่วยให้แพทย์สามารถจับคู่ผู้บริจาค-ผู้รับบริจาคไตได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยสามารถประเมินความเป็นไปได้ในการจับคู่แบบไขว้ตั้งแต่ 2 คู่ไปจนถึง 12 คู่ภายในเวลาไม่กี่นาที ช่วยให้ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะประหยัดเวลาในการจับคู่ได้หลายเดือน นอกจากนั้นยังสามารถแสดงจำนวนสูงสุดที่เป็นไปได้ในการจับคู่สำหรับกลุ่มที่จับคู่ได้ยากที่สุด ทั้งยังมีคุณภาพในการจับคู่สูงมาก

Dr. Almeshari กล่าวว่า “BiologicTx MatchGrid ช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการจับคู่และปลูกถ่ายไตแบบไขว้ 4 คู่ซึ่งก่อนหน้านี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะผู้ป่วย 2 ใน 4 คนมีสภาพร่างกายที่ไวต่อเนื้อเยื่อแปลกปลอมอย่างมาก มากจนการลดภาวะภูมิไวก็ไม่ได้ผล การจับคู่จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่มีMatchGrid เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งกับศักยภาพของซอฟต์แวร์ตัวนี้ในการจับคู่แบบไขว้ ซึ่งจะช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากขึ้น”

Todd Krasinsky ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาของ BiologicTx กล่าวว่า “การปลูกถ่ายไตแบบไขว้ 4 คู่ในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความเชี่ยวชาญของ Dr. Almeshari รวมถึงศักยภาพของ BiologicTx MatchGrid และก้าวแรกของความสำเร็จในการใช้งานในต่างประเทศจะเปิดทางให้เราสามารถรุกเข้าสู่ประเทศอื่นต่อไป ซึ่งจะช่วยรักษาชีวิตผู้คนมากมายทั่วโลก” 

เกี่ยวกับ BiologicTx(R)

BiologicTx(R) ก่อตั้งขึ้นในฐานะบริษัทจัดหายากดภูมิทั้งแบบรับประทานและแบบฉีดให้แก่ผู้ที่ผ่านการปลูกถ่ายอวัยวะ จากนั้นบริษัทได้ขยายบริการจนครอบคลุมเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อสุขภาพ ซึ่งสามารถแสดงผลการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ทีมงานของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่ทุ่มเทให้กับการพัฒนาด้านการลดภาวะภูมิไวของผู้ป่วย การกดภูมิคุ้มกัน และการรับมือกับการปฏิเสธอวัยวะปลูกถ่าย ทำให้ผลการรักษาผู้ป่วยทั่วโลกมีความก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจ เรานำเสนอบริการที่มีประสิทธิภาพและครบวงจรซึ่งเป็นพื้นฐานของการดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งในบ้านและในคลินิก และบริการเหล่านี้ก็สอดคล้องกับการทำงานของทีมแพทย์ในศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ เราได้มอบความหวังและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ป่วยของเรา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.BiologicTx.com

ติดต่อ:

Tara Marchese

โทร. 877-567-8087

อีเมล: tmarchese@biologictx.com

ไมโครชิปเปิดตัวโซลูชั่น Bluetooth(R) Low Energy ใหม่ล่าสุด พร้อมอินเทอร์เฟซใช้งานง่าย รองรับการฝังสคริปต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–24 มิ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โมดูล RN4870 และ RN4871 รองรับมาตรฐาน Bluetooth 4.2 ล่าสุด

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ สัญญาณผสม อนาล็อก และแฟลช-ไอพี ประกาศเปิดตัวโซลูชั่น Bluetooth(R) Low Energy (BLE) สองรุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมอินเทอร์เฟซคำสั่งแบบ ASCII ที่ใช้งานง่ายและอำนวยความสะดวกในการปรับแต่ง ทั้งยังกำจัดขั้นตอนการแปลรหัสที่ยุ่งยากซับซ้อนให้หมดไป

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160621/8521603957

โมดูล Bluetooth Low Energy รุ่น RN4870/RN4871 จากไมโครชิป

RN4870  และ RN4871 รองรับระบบ Bluetooth 4.2 มาตรฐานล่าสุด และมาพร้อมกับ Bluetooth Stack ในตัว ซึ่งประกอบไปด้วยกลไกเขียนคำสั่ง เอื้อต่อการใช้งานแบบสแตนด์อโลน และตัดการใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU) เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน อุปกรณ์ Bluetooth สองรุ่นใหม่นี้ ช่วยร่นระยะเวลาในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด ทั้งยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตตลอดกระบวนการด้วย

อุปกรณ์ RN4870 และ RN4871 รองรับปริมาณข้อมูลมากกว่ารุ่นเดิมที่ทำงานบน Bluetooth 4.0 ถึง 2.5 เท่า นอกจากนี้ โซลูชั่น Bluetooth สองรุ่นใหม่ยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อมาตรฐานความปลอดภัยระดับ Federal Information Processing Standards (FIPS) ด้วยฟีเจอร์การใช้งานศักยภาพสูง

อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถถ่ายโอนข้อมูลแบบอนุกรมบนอุปกรณ์ BLE ได้อย่างแนบเนียน และยังรองรับ Beacon Format อย่าง iBeacon หรือ Eddystone ผ่านชุดคำสั่งเพียงหนึ่งเดียว อุปกรณ์ทั้งสองรุ่นที่มาพร้อมกับ Shield Option ได้รับการรับรองแล้วว่าสอดคล้องกับมาตรฐานทั่วโลก และยังมีขนาดกะทัดรัดเพียง 6 x 8 มม. ทั้งนี้ เมื่อผสานกับอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายของไมโครชิปแล้ว จึงช่วยให้ลูกค้าสามารถร่นระยะเวลาการนำสินค้าสู่ตลาดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ในที่สุดแล้วโซลูชั่นใหม่ล่าสุดจากไมโครชิปจะเปิดทางให้เหล่านักพัฒนาเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) สามารถสร้างแอพพลิเคชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขณะที่ใช้พลังงานลดลง” สตีฟ คาลด์เวล รองประธานฝ่าย Wireless Solution Group ของไมโครชิป กล่าว “ด้วยผลิตภัณฑ์ของเรา เหล่านักพัฒนาจะสามารถลดความยุ่งยากซับซ้อนในการออกแบบ และร่นระยะเวลานำเสนอสินค้าสู่ตลาด โดยโมดูลตระกูล RN รุ่นใหม่นี้ เป็นโซลูชั่นที่ใช้งานง่ายที่สุดสำหรับลูกค้า เพื่อเริ่มต้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนด้วยโซลูชั่น Bluetooth Low Energy”

โมดูลแต่ละรุ่นประกอบไปด้วย Software Stack ในตัว รองรับการทำงานควบคู่กับไมโครคอนโทรลเลอร์พลังงานต่ำทุกรุ่นของไมโครชิป เช่นเดียวกับไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ใช้อินเทอร์เฟซแบบ UART โดยโซลูชั่น RN4870 และ RN4871 ได้รับการออกแบบเพื่อเติมเต็มโซลูชั่นพลังงานต่ำของไมโครชิปที่มีให้เลือกมากมายสำหรับการใช้งานด้าน IoT

ไมโครชิปเป็นเจ้าแรกที่นำเสนอซิลิคอน โมดูล และซอฟต์แวร์ที่ทำงานบนระบบ Bluetooth 4.2″ คุณคาลด์เวล กล่าวเสริม “เรามีความภูมิใจที่ได้เป็นผู้นำในแวดวงเทคโนโลยี Bluetooth”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่: http://www.microchip.com/RN4870_Wireless6321

การวางจำหน่าย

RN4870-V/RM118 ซึ่งฝังสายอากาศป้องกันสัญญาณรบกวน พร้อมแจกตัวอย่างและผลิตในปริมาณขั้นต่ำ 1,000 ยูนิตสำหรับโมดูลขนาด 12 x 22 มม. สำหรับรุ่นRN4870U-V/RM118 ซึ่งไม่มีการป้องกันสัญญาณรบกวน และมาพร้อมกับสายอากาศภายนอก เปิดให้รับตัวอย่างและผลิตในปริมาณขั้นต่ำ 1,000 ยูนิตสำหรับโมดูลขนาด 12 x 15 มม.

RN4871-V/RM118 ซึ่งฝังสายอากาศป้องกันสัญญาณรบกวน พร้อมแจกตัวอย่างและผลิตในปริมาณขั้นต่ำ 1,000 ยูนิตสำหรับโมดูลขนาด 9 x 11.5 มม. สำหรับรุ่นRN4871U-V/RM118 ซึ่งไม่มีการป้องกันสัญญาณรบกวน และมาพร้อมกับสายอากาศภายนอก เปิดให้รับตัวอย่างและผลิตในปริมาณขั้นต่ำ 1,000 ยูนิตสำหรับโมดูลขนาด 6 x 8 มม.

การสนับสนุนการพัฒนา

ไมโครชิปยังได้เปิดตัว RN4870 Bluetooth 4.2 Low-Energy PICtail(TM)/PICtail Plus Daughterboard พร้อมแผงวงจรเซ็นเซอร์ (part # RN-4870-SNSR) โดยวางจำหน่ายแล้ววันนี้

นอกจากนี้ RN4870 และ RN4871 ยังรองรับอินเทอร์เฟซอื่นๆที่มีอยู่เดิม รวมทั้ง PIC18 Explorer Board (DM183032), Explorer 16 Board (DM240001/2) และPIC32 Expansion Board (DM32002)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อตัวแทนขายหรือผู้แทนจำหน่ายทั่วโลกที่ได้รับอนุญาตจากไมโครชิป หรือเข้าชมเว็บไซต์ของไมโครชิปที่ http://www.microchip.com/RN4870_Wireless6321 สามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการระบุถึงในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้ที่ microchipDIRECT หรือติดต่อพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของไมโครชิป

แหล่งข้อมูล

สามารถดูรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่ฟลิกเกอร์ หรือกองบรรณาธิการติดต่อ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก):

ภาพกราฟฟิคชิป: flickr.com/photos/microchiptechnology/27697657732/sizes/l


แผนภาพบล็อก: flickr.com/photos/microchiptechnology/27697654942/sizes/l

สามารถติดตามไมโครชิปได้ที่ 

– RSS Feed สำหรับข่าวผลิตภัณฑ์ของไมโครชิป:  http://www.microchip.com/RSS/recent-PRProduct.xml
ทวิตเตอร์: https://twitter.com/MicrochipTech
เฟซบุ๊ก: http://www.facebook.com/microchiptechnology
ยูทูบ: http://www.youtube.com/user/MicrochipTechnology

เกี่ยวกับไมโครชิป เทคโนโลยี 

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ ตลอดจนโซลูชั่นอนาล็อกสัญญาณผสม และแฟลช-ไอพี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนรวมของทั้งระบบ และร่นระยะเวลาในการนำเสนอแอปพลิเคชั่นหลายพันรายการสำหรับลูกค้าในตลาดทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของไมโครชิปตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศพร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่ http://www.microchip.com

หมายเหตุ: ชื่อและโลโก้ Microchip และ PIC เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ PICtail เป็นเครื่องหมายการค้าของไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆทั้งหมดที่ระบุถึงในข่าวฉบับนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ::

Daphne Yuen (Microchip)
โทร: (+852) 2943 5115
อีเมล: 
 daphne.yuen@microchip.com

 

มารีน่า แมนดาริน สิงคโปร์ แต่งตั้ง เมลวิน ลิม เป็นผู้จัดการทั่วไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–23 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          เมอริทัส โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท (Meritus Hotels & Resorts) แต่งตั้ง เมลวิน ลิม (Melvin Lim) ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม มารีน่า แมนดาริน สิงคโปร์ โรงแรมธุรกิจหรูขนาด 575 ห้อง บนทำเลเยี่ยมใจกลางย่านการเงินมารีน่าเบย์

 

คำบรรยายภาพ: เมลวิน ลิม ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมมารีน่า แมนดาริน

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160622/8521604108

          เมลวิน สั่งสมความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการโรงแรมมากว่า 20 ปี จากการรับบทบาทสำคัญและเป็นผู้บริหารโรงแรมชื่อดังหลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งโรงแรมในเครือ InterContinental, Millennium & Copthorne International, The Ascott Limited, Park Hotel Group และ Far East Hospitality

          ก่อนที่จะมาร่วมงานกับเมอริทัส โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท เมลวินประสบความสำเร็จขณะดำรงตำแหน่งผู้จัดการเขตที่บริษัท Far East Hospitality เป็นเวลา 2 ปี ซึ่งเขามีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานและทำกำไรให้กับโรงแรมหลัก 3 แห่งในเครือของ Far East Organisation ในสิงคโปร์ ได้แก่ Orchard Parade Hotel The Elizabeth Singapore และ The Quincy Hotel

          ก่อนหน้านั้น เมลวินได้ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธาน Park Hotel Group โดยทำหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินงานของโรงแรมในเครือในประเทศจีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน (Greater China) และยังควบตำแหน่งประธานคณะกรรมการ Product Innovation Committee ของกลุ่มบริษัท โดยเป็นผู้นำในการพัฒนาและวางมาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆให้กับแบรนด์

          นอกจากนี้ เมลวินเคยร่วมงานกับ Millennium & Copthorne International ในระหว่างปี 2005-2012 โดยดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของ M Hotel Singapore, Orchard Hotel Singapore และ Grand Millennium Kuala Lumpur

          สำหรับการรับบทบาทผู้นำที่มารีน่า แมนดาริน สิงคโปร์นี้ เมลวินมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนโรงแรมให้มีความสามารถในการแข่งขันและผลการดำเนินธุรกิจในระดับที่สูงขึ้น ด้วยจุดแข็งที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วในเรื่องการพัฒนาบุคลากร รวมทั้งการวางมาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม เมลวินจึงมีคุณสมบัติโดดเด่นที่จะมาเป็นผู้กำหนดทิศทางให้กับ มารีน่า แมนดาริน สิงคโปร์ เพื่อการเติบโตตามกลยุทธ์ที่วางไว้

          สื่อมวลชนติดต่อ:

          Janice Azupardo

          Regional Vice President, Branding & Communications

          Meritus Hotels & Resorts

          โทร: +65-6831-6385

          อีเมล: janice.azupardo@meritushotels.com

          Patricia Yong

          Director, Marketing Communications

          Marina Mandarin Singapore

          โทร: +65-6845-1239

          อีเมล: patricia.yong@meritushotels.com

Waves Audio เปิดแคมเปญระดมทุนทาง Kickstarter มุ่งต่อยอดการพัฒนาระบบเสียง 3 มิติรอบทิศทางสำหรับหูฟัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นอกซ์วิลล์, เทนเนสซี–23 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

เมื่อช่วงต้นปีนี้ Waves Audio ได้เปิดตัว “Waves Nx” ซอฟต์แวร์ปฏิวัติวงการที่สามารถเปลี่ยนหูฟังสเตอริโอทั่วไปให้กลายเป็นระบบเสียง 3 มิติรอบทิศทาง เปิดทางสำหรับการใช้งานร่วมกับ Virtual Reality, Augmented Reality, 3D Mixing และอื่นๆอีกมากมาย โดย Waves Nx ช่วยให้ผู้ใช้หูฟังได้ยินเสียงที่มีความลึกและมีการสะท้อนอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งได้รับจินตภาพจากเสียงเช่นเดียวกับเมื่อฟังจากลำโพงในห้อง นับเป็นการปฏิวัติการได้ยินเสียงเพลง ภาพยนตร์ และเกมจากหูฟังด้วยระบบเสียง 3 มิติรอบทิศทางที่สมจริง ทั้งนี้ Waves Audio ได้ตัดสินใจว่าจะทุ่มเทให้กับการวิจัยและพัฒนา Waves Nx ต่อไป เพื่อยกระดับเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น จึงขอเชิญชวนชุมชนนักฟังให้เข้ามามีส่วนร่วมในแคมเปญระดมทุนบนเว็บไซต์ Kickstarter ซึ่งเริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน เพื่อคว้าโอกาสในการเป็นเจ้าของอุปกรณ์สุดล้ำตั้งแต่เนิ่นๆ ท่านที่สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญนี้ได้ที่ http://waves.com/kickstarter

 

Waves Audio Nx technology is the subject of a new Kickstarter campaign. (PRNewsFoto/Waves Audio)

รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160621/382096

Waves Audio Logo / Waves Audio (PRNewsFoto/Waves Audio)

Waves Audio (PRNewsFoto/Waves Audio)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160621/382097LOGO 

Waves Audio คือผู้พัฒนาเทคโนโลยี Audio DSP ชั้นนำของโลก และเคยคว้ารางวัล Technical GRAMMY(R) Award มาแล้ว นับเป็นเวลากว่า 20 ปีที่บริษัทได้บุกเบิกการพัฒนาชุดคำสั่งประมวลผลสัญญาณการได้ยินของมนุษย์ ซึ่งช่วยยกระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการได้ยินและการรับรู้ของมนุษย์ และสามารถนำไปปรับปรุงคุณภาพเสียงที่ได้ยินให้ดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

การได้ยินเสียงอย่างมีมิติถือเป็นปรากฏการณ์ที่มีความซับซ้อน โดยเป็นการผสมผสานปฏิกิริยาระหว่างคลื่นเสียงอะคูสติกกับห้องหรือพื้นที่ว่าง ปฏิกิริยาระหว่างคลื่นเสียงกับการเคลื่อนไหวของศีรษะและหู การตอบสนองของหูชั้นกลาง หูชั้นใน และประสาทการได้ยิน ตลอดจนการรับรู้ของสมองและการตีความเสียงที่ได้ยินออกมาเป็นภาพ 

อย่างไรก็ดี การได้ยินเสียงผ่านหูฟังจะไม่มีมิติเหมือนฟังผ่านลำโพงในห้อง ซอฟต์แวร์ Waves Nx จึงอุดช่องโหว่ด้วยการสร้างลำดับและตำแหน่งการได้ยินขึ้นมาใหม่ภายในหูฟัง แบบเดียวกับที่หูของเราได้ยินตามธรรมชาติ หนึ่งในวิธีการก็คือการจับตำแหน่งศีรษะของผู้ใช้หูฟัง จากนั้นจึงกำหนดตำแหน่งเสียงในหูฟังให้ตรงกับรูปแบบการได้ยินจริงๆ โดย Waves Nx จะติดตามการเคลื่อนไหวของศีรษะผู้ใช้ ประมวลออกมาเป็นเสียงที่สมจริงและเปี่ยมพลัง รวมทั้งปรับตำแหน่งเสียงในหูฟังข้างซ้ายและขวาให้เหมาะสม เพื่อเลียนแบบการเคลื่อนไหวของเสียงในรูปแบบ 3 มิติ 

เมื่อเร็วๆนี้ Waves Audio ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แรกในตระกูล Nx ได้แก่ ปลักอิน Nx Virtual Mix Room ซึ่งเป็นอุปกรณ์ virtual monitoring ที่สร้างเสียงในหูฟังให้เหมือนกับเสียงในสตูดิโอมิกซ์เสียงระดับไฮเอนด์ ช่วยให้คนทำงานด้านเสียงตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าจะมิกซ์หรือบันทึกเสียงอย่างไรให้เหมาะสมกับหูฟัง นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งนั้น ปลักอินดังกล่าวก็โด่งดังถล่มทลาย สำหรับผลิตภัณฑ์ Nx ลำดับต่อไปที่กำลังจะเข้าสู่ตลาด (คาดว่าในเดือนกันยายนปีนี้) คือ Nx Head Tracker ซึ่งเป็นอุปกรณ์บลูทูธขนาดเล็กที่ติดตั้งกับหูฟังแบบเฮดโฟนได้ทุกรุ่น โดยมีหน้าที่จับการเคลื่อนไหวของศีรษะผู้ใช้ และส่งข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ Waves Nx นอกจากนี้ Nx Head Tracker ยังสามารถใช้คู่กับปลักอิน Nx Virtual Mix Room หรือกับแอปพลิเคชัน Wave Nx ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆนี้ โดยแอปดังกล่าวจะช่วยให้ทุกคนได้สัมผัสระบบเสียง 3 มิติจากคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือของตนเอง ทั้งนี้ ความช่วยเหลือจากชุมชนนักฟังผ่านทาง Kickstarter จะผลักดันให้ Waves Audio สามารถขยายขอบเขตการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในตระกูล Nx ต่อไป เพื่อยกระดับการรับรู้และพลิกแนวทางการฟังของเราทุกคนทั่วโลก 

สามารถดูรายชื่อรางวัลที่ Nx เคยได้รับได้ที่ http://waves.com/kickstarter 

ลิงค์วิดีโอ: http://youtu.be/iwIr_4pczXs

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://waves.com