IGNIS เซ็นสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรร่วมกับ LG Display

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

วอเตอร์ลู, ออนทาริโอ–23 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

IGNIS Innovation Inc. (“IGNIS”) บริษัทเทคโนโลยีจอแสดงผลแบบเปล่งแสง (emissive) ประกาศทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในสิทธิบัตร (Patent License Agreement) ร่วมกับบริษัท LG Display Co., Ltd. (“LG Display”) ผู้ผลิตจอแสดงผลชั้นนำของโลกที่ตั้งอยู่ในกรุงโซล โดย IGNIS จะอนุญาตให้ LG Display เข้าถึงเทคโนโลยีวงจร (circuit technology) ของบริษัทภายใต้ใบอนุญาตแบบไม่ผูกขาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของหน้าจอ OLED ให้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันเทคโนโลยีวงจรได้รับการยอมรับจากบรรดาผู้ผลิตจอแสดงผลชั้นนำในอุตสาหกรรม เนื่องจากมีความสำคัญสำหรับการใช้งานหน้าจอ AMOLED รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ เทคโนโลยีสารสนเทศ สมาร์ทโฟนความละเอียดสูง เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน ยานยนต์ และการพิมพ์ล้ำยุค

ทีมงานของเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ LG Display ซึ่งเป็นผู้นำและผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมระดับโลกในวงการจอภาพ OLED มาเป็นพันธมิตร” ปีเตอร์ มอนส์เบอร์เกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ IGNIS Innovation Inc. กล่าว “ความทุ่มเทของ IGNIS ตลอด 10 ปีที่ผ่านมานั้นมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีวงจร ซึ่งพัฒนาต่อยอดเป็นวัสดุและอุปกรณ์ที่พบในจอแสดงผลแบบเปล่งแสง ความพยายามนี้ส่งผลให้เกิดการพัฒนาความรู้ความชำนาญและทรัพย์สินทางปัญญาที่ IGNIS พร้อมนำเสนอแก่พันธมิตรของเรา ซึ่งรวมถึง LG Display ผมมั่นใจว่า ความร่วมมือระหว่างสองบริษัทจะช่วยผลักดันให้ตลาดจอ OLED ขยายตัวอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นต่อไป” ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของสัญญา เนื่องจากเป็นความลับทางธุรกิจ 

เกี่ยวกับ IGNIS

IGNIS Innovation Inc. เป็นบริษัทเทคโนโลยีจอแสดงผลแบบเปล่งแสง (emissive) ที่นำเสนอโซลูชันครบวงจรสำหรับจอแสดงผลแบบเปล่งแสงคุณภาพสูง บริษัทมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองวอเตอร์ลู ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีของรัฐออนทาริโอ ประเทศแคนาดา IGNIS ถือเป็นผู้นำด้านจอแสดงผลแบบเปล่งแสง โดยมีสิทธิบัตรกว่า 300 ฉบับในสาขานี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่ www.ignisinnovation.com

เกี่ยวกับ LG Display

LG Display Co., Ltd. [NYSE: LPL, KRX: 034220] เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีจอแสดงผลชั้นนำระดับโลก ซึ่งรวมถึงจอภาพผลึกเหลวทรานซิสเตอร์แผ่นบาง (TFT-LCD), OLED และจอภาพแบบโค้งงอได้ (flexible display) บริษัทผลิตและจัดหาจอภาพในขนาดและคุณสมบัติที่หลากหลาย สำหรับใช้กับทีวี คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก หน้าจอเดสก์ท็อปเป็นหลัก รวมไปถึงการใช้งานในรูปแบบอื่นๆ เช่น แท็บเล็ต อุปกรณ์มือถือ เป็นต้น ปัจจุบัน LG Display มีโรงงานผลิตในเกาหลีและจีน และโรงงานประกอบในเกาหลี จีน และโปแลนด์ บริษัทมีพนักงานประมาณ 49,000 คนทั่วโลก สำหรับข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ LG Display กรุณาเข้าชมที่ www.lgdisplay.com

ติดต่อ:

Peter Monsberger, CEO

pmonsberger@ignisinnovation.com

IGNIS Innovation Inc.

12-50 Bathurst Drive, Waterloo, Ontario, N2V 2C5, Canada

+1 519-772-1136 Ext. 252

ชิมอน เปเรซ ประธานาธิบดีคนที่ 9 ของอิสราเอล และดร.ไมค์ อีวานส์ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เพื่อแสดงความขอบคุณในไมตรีจิตและความช่วยเหลือที่มีต่อชาวยิวและรัฐอิสราเอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โรม–23 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

นายเปเรซกล่าวว่า ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ไปกว่ามิตรภาพในหมู่เพื่อนมนุษย์

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ร่วมด้วยนายชิมอน เปเรซ ประธานาธิบดีคนที่ 9 ของอิสราเอล ผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการระหว่างประเทศของพิพิธภัณฑ์ Friends of Zion (FOZ) ในกรุงเยรูซาเลม และดร.ไมค์ อีวานส์ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อส่งเสริมสันติภาพ และเรียกร้องให้มีการยุติการกระทำอันรุนแรงโดยอ้างศาสนา นอกจากนี้ นายเปเรซยังได้ถวายผลงานศิลปะหายากชิ้นหนึ่งจากหอศิลป์ Friends of Zion Founders แด่พระสันตะปาปาฟรานซิส โดยผลงานชิ้นนี้ถ่ายทอดเหตุการณ์ตามพระคัมภีร์ไบเบิล ขณะที่อับราฮัมกำลังตอบรับเสียงเรียกจากเบื้องบน โดยมีคำว่า “Hinneni” อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นคำภาษาฮิบรูที่มีความหมายว่า “Here Am I”

 Friends of Zion 1 / His Holiness Pope Francis, Israel's 9th President Shimon Peres, and Dr. Mike Evans Founder of the Friends of Zion Museum (PRNewsFoto/Friends of Zion)

His Holiness Pope Francis, Israel’s 9th President Shimon Peres, and Dr. Mike Evans Founder of the Friends of Zion Museum (PRNewsFoto/Friends of Zion)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160621/381702 )

Friends of Zion 2 / His Holiness Pope Francis, Israel's 9th President Shimon Peres, and Dr. Mike Evans Founder of the Friends of Zion Museum (PRNewsFoto/Friends of Zion)

His Holiness Pope Francis, Israel’s 9th President Shimon Peres, and Dr. Mike Evans Founder of the Friends of Zion Museum (PRNewsFoto/Friends of Zion)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160621/381703 )

นายเปเรซและดร.อีวานส์ได้บอกเล่าเรื่องราวของนางอิเรนา เซนด์เลอร์ วีรสตรีที่ได้รับการสดุดีในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ โดยในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง นางพยาบาลสาวชาวคาทอลิกผู้นี้ได้ช่วยชีวิตเด็กๆชาวยิวราว 2,500 คน ด้วยการลักลอบนำตัวออกจากย่านของชาวยิวในกรุงวอร์ซอ (Warsaw Ghetto) พร้อมทั้งปลอมเอกสารระบุตัวตนและจัดหาที่พักพิงให้เด็กๆ ในปี 2508 นางเซนด์เลอร์ได้รับรางวัล “Righteous Among the Nations” ซึ่งรัฐอิสราเอลมอบให้แก่บุคคลที่ไม่ใช่ชาวยิวแต่เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือชาวยิวจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซี นอกจากนี้ ดร.ไมค์ อีวานส์ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ FOZ ยังได้กล่าวถึงความสำคัญในการสร้างเสริมมิตรภาพอันดีระหว่างผู้คนทุกประเทศ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งขึ้นในทุกวันนี้ ท่ามกลางกระแสต่อต้านชาวยิวที่กำลังขยายอิทธิพลไปทั่วโลก

พิพิธภัณฑ์ FOZ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเยรูซาเลม พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลกให้เข้ามาสัมผัสกับเรื่องราวความกล้าหาญของผู้ที่ยืนหยัดเคียงข้างชาวยิวและรัฐอิสราเอลตลอด 200 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ย้อนเวลากลับไปซึมซับเรื่องราวอันน่าทึ่งเหล่านี้ ทางพิพิธภัณฑ์ได้นำเสนอเรื่องราวโดยใช้เทคโนโลยีสุดล้ำสมัย ทั้งการจัดแสดงแบบสามมิติ ทัชสกรีนจอยักษ์ การฉายภาพลงบนประติมากรรม ไปจนถึงแอนิเมชั่นแบบโรโตสโคป ซึ่งเปลี่ยนคลิปวิดีโอของคนจริงๆให้กลายเป็นแอนิเมชั่นสุดตื่นตา

สำหรับวีรบุรุษและวีรสตรีที่ได้รับการสดุดีในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ประกอบด้วย นายแฮร์รี่ ทรูแมน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ, นายวินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ, ศ.จอร์จ ดับเบิลยู บุช, นายออร์เด วินเกต รวมถึงบุคคลที่ได้รับรางวัล Righteous Among the Nations เช่น นายออสการ์ ชินด์เลอร์, นายราอูล วอลเลนเบิร์ก, นางอิเรนา เซนด์เลอร์ และครอบครัวเท็นบูม ซึ่งได้เสี่ยงชีวิตของตนเพื่อปกป้องชาวยิวที่ถูกข่มเหงทั่วโลก

ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ Friends of Zion เปิดให้เข้าชมที่กรุงเยรูซาเลมเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลก และกระตุ้นให้ชุมชนต่างๆแสดงจุดยืนเคียงข้างอิสราเอล

ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์: Friends of Zion Museum, 20 Yosef Rivlin Street, Jerusalem ทางพิพิธภัณฑ์พร้อมให้การต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่าน เพื่อความสะดวกของท่าน กรุณาสำรองบัตรเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ http://www.fozmuseum.com หรือส่งอีเมลถึงฝ่ายสำรองบัตรได้ที่ reservations@fozhc.com หรือโทร +972-2-532-9400

แหล่งข่าว: Friends of Zion

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค เปิดตัวแพลตฟอร์มบรอดแบนด์ไร้สาย PMP 450m มาพร้อมเทคโนโลยี cnMedusa(TM) สุดล้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โรลิง มีโดวส์, อิลลินอยส์–23 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ศักยภาพการรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นทวีคูณและประสิทธิภาพขั้นสูงของคลื่นความถี่ ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วระดับ 5G แก่ผู้ใช้ในวงกว้าง และช่วยขจัดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลยุคดิจิตอล 

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค (Cambium Networks(TM)) ผู้ให้บริการโซลูชั่นบรอดแบนด์ไร้สายชั้นนำของโลก ประกาศเปิดตัว PMP 450m แพลตฟอร์มบรอดแบนด์ไร้สายแพลตฟอร์มแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี cnMedusa(TM) ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถนำเสนอการเชื่อมต่อที่เร็วเท่า 5G แซงหน้า DSL และเคเบิล ทั้งยังมอบอัตราการส่งข้อมูลเทียบเท่าไฟเบอร์ นวัตกรรมนี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการในการรับชมสื่อผ่านบริการสตรีมมิ่งอย่าง Netflix(TM) รวมถึงความจำเป็นด้านทราฟฟิคของบริการบนคลาวด์ ตลอดจนการยกระดับ Service-Level Agreement (SLA)

 Cambium Networks logo / Cambium Networks Logo (PRNewsFoto/Cambium Networks)

Cambium Networks Logo (PRNewsFoto/Cambium Networks)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20140613/117974 

cnMedusa คือเทคโนโลยี Massive Multi-User, multiple-input multiple-output (MU-MIMO) สำหรับบรอดแบนด์ไร้สายประจำที่ (fixed wireless broadband) ตัวแรกที่มีการจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ มาพร้อมสายอากาศแถวลำดับ (antenna array) 14x14 ที่มีศักยภาพเหนือกว่าสายอากาศ 8x8 ทั้งแบบ 802.11AC Wave 2 และ LTE-A ทั้งยังรองรับได้พร้อมกันสูงสุด 7 carrier chain นอกจากนี้ ศักยภาพคลื่นความถี่อันเหนือชั้นของแพลตฟอร์ม PMP 450m ที่มาพร้อมเทคโนโลยี cnMedusa ยังเปิดทางให้ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายสามารถนำเสนอบริการในรูปแบบ triple play แก่ลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ได้โดยไม่ต้องแสวงหาคลื่นความถี่เพิ่มเติมที่ทั้งแพงและหายาก 

เทคโนโลยี Massive MU-MIMO ของ cnMedusa ซึ่งได้รับการพัฒนาเป็นเวลา 3 ปีในห้องปฏิบัติการของแคมเบียมนั้น เปิดทางให้เครือข่ายรองรับการใช้งานเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า และมอบประสิทธิภาพคลื่นความถี่ที่ปฏิวัติวงการแพลตฟอร์ม PMP 450 ทั้งยังสามารถควบคุมจากแผงควบคุมครบวงจรบนคลาวด์ได้ด้วย 

“cnMedusa ช่วยให้เราให้บริการ Ultra Broadband ในราคาที่ต่อกรกับคู่แข่งได้ โดยเฉพาะในการใช้งานภายนอกอาคารที่เราไม่เคยทำได้มาก่อน” Luca Spada ประธานและซีอีโอของ Eolo SpA กล่าว เทคโนโลยี Massive MIMO ในแพลตฟอร์ม PMP 450m เปิดทางให้เราสามารถต่อยอดการใช้งานจากของเดิม ด้วยคลื่นความถี่เดิมและอุปกรณ์เดิม แต่สามารถเพิ่มอัตราการส่งข้อมูลให้กับลูกค้าเดิมโดยใช้แบนด์วิดท์ที่รองรับการขยายเครือข่าย 

ฟีเจอร์หลักของเทคโนโลยี cnMedusa MU-MIMO ในแพลตฟอร์ม PMP 450m ประกอบด้วย 

– รองรับการใช้งานเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า ด้วยช่องสัญญาณ 20 MHz ความเร็วกว่า 400 Mbps

            – ประสิทธิภาพคลื่นความถี่ชั้นแนวหน้าในอุตสาหกรรม ตั้งแต่ 20 bps/Hz ขึ้นไป และเกินกว่า 40 bps/Hz เมื่อใช้งานที่มีการปรับตั้งค่าใช้ความถี่ซ้ำ

            – สายอากาศแบบเซ็กเตอร์อันล้ำสมัยและครบวงจร ช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการติดตั้ง รวมถึงค่าธรรมเนียมเสาทาวเวอร์ซึ่งเป็นรายจ่ายประจำ

            – ทำงานร่วมกับ PMP 450 subscriber module รุ่นเดิมได้ ช่วยให้การลงทุนในอุปกรณ์เครือข่ายเกิดความคุ้มค่าและรองรับการใช้งานเพิ่มขึ้นหลายเท่า เพียงแค่เปลี่ยน Access Point อย่างเดียวเท่านั้น

การเปิดตัว cnMedusa ถือเป็นการพลิกโฉมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เพราะกลายเป็นว่าเครือข่ายไร้สายเร็วกว่าเครือข่ายมีสาย” Atul Bhatnagar ประธานและซีอีโอของแคมเบียม เน็ตเวิร์ค กล่าว “Massive Multi-User MIMO เปิดทางให้ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายประจำที่สามารถนำเสนอข้อได้เปรียบทั้งในแง่ของต้นทุน ความยืดหยุ่น และการเข้าถึงการใช้งาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่บริการเข้าไปไม่ถึง ด้วยความเร็วและความน่าเชื่อถือที่เหนือกว่าเครือข่ายมีสาย ศักยภาพนี้เองที่เปิดทางให้ผู้คนในแทบทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงคอนเทนท์ที่อัดแน่นไปด้วยสื่อตามที่คาดหวังไว้ แม้แต่ในพื้นที่ที่มีประชากรเบาบางและเข้าถึงได้ยากทั่วโลก”

สามารถเป็นเจ้าของ cnMedusa ได้แล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายของแคมเบียม เน็ตเวิร์ค

เกี่ยวกับ แคมเบียม เน็ตเวิร์ค

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นบรอดแบนด์ไร้สายชั้นนำระดับโลกที่ช่วยขยายขอบเขตการเชื่อมต่อ ด้วยแพลตฟอร์มบรอดแบนด์ไร้สายแบบpoint-to-point (PTP) และ point-to-multipoint (PMP) รวมถึงแพลตฟอร์ม WiFi ที่มีความน่าเชื่อถือ ยืดหยุ่น และปลอดภัย แคมเบียม เน็ตเวิร์ค ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่าย บริษัท หน่วยงานภาครัฐ กองทัพ ตลอดจนบริษัทน้ำมันและก๊าซ บริษัทสาธารณูปโภค บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และเครือข่ายป้องกันภัยสาธารณะต่างๆ สามารถสร้างเครือข่ายการสื่อสารที่ทรงพลังและยั่งยืน ปัจจุบัน บริษัทได้ติดตั้งช่องทางการเชื่อมต่อและการสื่อสารวิทยุภาคพื้นดินกว่า 5 ล้านจุดให้กับหลายพันเครือข่ายในกว่า 150 ประเทศ ทั้งนี้ บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ชิคาโก นอกจากนั้นยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาหลายแห่งทั้งในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และอินเดีย บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการผ่านทางตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.cambiumnetworks.com  และwww.connectingtheunconnected.org

ติดต่อ

Golin ในนามของ Cambium Networks

Cyrus Hedayati

โทร. +1 415 318 4377

อีเมล: chedayati@golin.com

360 Security ผ่านการประเมินการรักษาความปลอดภัย AV-TEST ด้วยคะแนนเต็ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–22 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– 360 Security ได้คะแนนรวมสูงสุดในการประเมินผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยสำหรับโทรศัพท์มือถือประจำเดือนพฤษภาคม

เครื่องมือป้องกันไวรัสที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของ 360 Security สามารถตรวจจับมัลแวร์ชนิดใหม่ได้ 100 %

360 Security แอปพลิเคชั่นป้องกันไวรัสและเพิ่มประสิทธิภาพโทรศัพท์มือถือระดับโลก ได้รับคะแนนรวมสูงสุดในการประเมิน AV-TEST ล่าสุด (https://www.av-test.org/en/antivirus/mobile-devices/android/may-2016/qihoo-360-360-security-3.6-161820/)

 

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160622/0861606112-a

AV-TEST ได้ทำการประเมินแอปพลิเคชั่นป้องกันไวรัสบนโทรศัพท์มือถือทั้งหมด 26 แอปพลิเคชั่นทั่วโลก โดยพิจารณาจาก การป้องกัน” “การใช้งานและคุณสมบัติ

แอปพลิเคชั่น 360 Securityได้คะแนนเต็มในการประเมินด้าน “การป้องกัน” ด้วยความสามารถในการตรวจจับมัลแวร์แบบเรียลไทม์ และอัตราการตรวจจับตัวอย่างมัลแวร์ได้ถึง 100% ภายใน 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ เครื่องมือป้องกันไวรัสของ 360 Security ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่รู้จักกันในชื่อ QVM (Qihoo Support Vector Machine) เพื่อการตรวจจับและจดจำมัลแวร์รูปแบบใหม่

จุดสำคัญที่น่าสังเกตคือ 360 Security ยังได้คะแนนสูงทั้งด้าน การใช้งาน” (ประเมินจากผลกระทบของมัลแวร์และความเร็วบนอุปกรณ์มือถือ) และ คุณสมบัติ” (การป้องกันการโจรกรรม คัดกรองสแปม และคุณสมบัติเพิ่มเติม)

ซู ซิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ 360 Security กล่าวว่า เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับคะแนนยอดเยี่ยมจากการประเมินของ AV-TEST และได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องมือป้องกันไวรัสระดับโลกพร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า “360 Security ได้รับความคิดเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับเครื่องมือป้องกันไวรัส ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ในแบบเรียลไทม์ และเป็นเจ้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยในการเรียนรู้ ตรวจจับ และตอบสนองต่อมัลแวร์ใหม่

แอปพลิเคชั่น 360 Security มีผู้ใช้งานมากกว่า 450 ล้านคนทั่วโลก และเป็นแอปพลิเคชั่นรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจรในหนึ่งเดียวที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดใน 96 ประเทศ โดย 360 Security ช่วยป้องกันไวรัส ทำความสะอาด และเพิ่มความแรงของเครื่องโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัย รวมทั้งสมรรถนะของสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์มือถือให้กับผู้ใช้งาน

ติดต่อ:

Jean-Baptiste Carpentier
อีเมล: jeanbaptiste@mobimagic.com
โทร:(+86) 158 1157 3307

 

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160622/0861606112-b

Terumo BCT รับเงินทุนสนับสนุน 17.4 ล้านดอลลาร์จากสำนักวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวการแพทย์ของสหรัฐ (BARDA)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เลควูด, โคโลราโด–22 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Terumo BCT ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ระดับโลก มีความยินดีที่จะประกาศว่า บริษัทได้รับเงินทุนสนับสนุนในเบื้องต้นจำนวน 17.4 ล้านดอลลาร์ จากสำนักวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวการแพทย์ของสหรัฐ (BARDA) เพื่อเริ่มทำการทดลองทางคลินิกเกี่ยวกับเกล็ดเลือดในพลาสมา (MIPLATE) ในสหรัฐอเมริกา โดยใช้ระบบเทคโนโลยีการลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรค Mirasol(R) PRT ทั้งนี้ BARDA เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานผู้ช่วยเลขานุการด้านการเตรียมความพร้อมและการรับมือ สังกัดกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ โดยมีหน้าที่กำหนดแนวทางที่เป็นระบบและครบวงจรในการพัฒนาและจัดซื้อวัคซีน ยารักษาโรค รวมถึงเครื่องมือวินิจฉัยโรคที่จำเป็นสำหรับการให้บริการฉุกเฉินด้านสาธารณสุข

 

Terumo BCT (PRNewsFoto/Terumo BCT)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160524/371619LOGO

การทดลอง MIPLATE เป็นการทดลองแบบสุ่ม มีกลุ่มควบคุม และไม่มีความด้อยกว่า ซึ่งจัดทำในศูนย์หลายแห่ง เพื่อประเมินประสิทธิภาพทางคลินิกของเกล็ดเลือดทั่วไปในพลาสมา เมื่อเทียบกับเกล็ดเลือดที่ผ่านการลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรคด้วยระบบ Mirasol PRT การทดลองนี้จัดทำขึ้นในโรงพยาบาล 15 แห่ง และศูนย์บริการเลือดที่เข้าร่วมโครงการอีกหลายแห่ง โดยทดลองในผู้ป่วย 556 รายที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดและมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำจากการสร้างลดลง รวมถึงผู้ป่วยที่คาดว่ามีเกล็ดเลือดไม่เกิน 10,000 ต่อไมโครลิตร และจำเป็นต้องถ่ายเลือดอย่างน้อย 2 ครั้ง คาดว่าการทดลองนี้จะใช้เวลา 3.5 ปี

สัญญาให้เงินทุนสนับสนุนในครั้งนี้มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 169 ล้านดอลลาร์ตลอดระยะเวลา 10 ปี โดยนอกเหนือจากการทดลองข้างต้นแล้ว ยังอาจมีการทดลองอื่นๆเพิ่มเติม เช่น การวิจัยเกล็ดเลือดที่ผ่านการลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรคด้วยระบบ Mirasol PRT (รวมไปถึงเกล็ดเลือดที่เก็บรักษาในน้ำยา additive solution, เกล็ดเลือดที่เก็บมาจากแพลตฟอร์มต่างๆ และ/หรือ เกล็ดเลือดที่ได้จาก whole blood) ตลอดจนการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ยุคใหม่ และการพัฒนาทางคลินิกของพลาสมาที่ผ่านการลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรคด้วยะบบ Mirasol PRT

การได้รับเงินสนับสนุนในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ความปลอดภัยของเลือดและการเตรียมเลือดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ BARDA ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งเสริมเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อแวดวงสาธารณสุขและมีความสำคัญต่อประชาชนชาวอเมริกัน” ดร.เรย์ กู้ดริช รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ ฝ่ายเทคโนโลยีการลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรค กล่าว “การเลือก Terumo BCT เป็นพันธมิตรในโครงการนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำและผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมของเรา ระบบ Mirasol PRT จะช่วยทำให้เลือดมีความปลอดภัยอย่างแท้จริง เราจะทุ่มเทในการปลดล็อคศักยภาพของเลือดและเพิ่มความปลอดภัยให้กับคลังเลือดทั่วโลกด้วย Mirasol”

โครงการนี้ได้รับเงินทุนสนับสนุนทั้งหมดจากรัฐบาล ผ่านทาง BARDA ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานผู้ช่วยเลขานุการด้านการเตรียมความพร้อมและการรับมือ สังกัดกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ ภายใต้สัญญาเลขที่ HHSO100201600002C

ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ระบบ Mirasol PRT ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการทดลองเท่านั้น และมีวางจำหน่ายในบางประเทศ

            เกี่ยวกับ Terumo BCT

Terumo BCT เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการแยกสารประกอบเลือด การคัดกรองเลือดเพื่อการรักษาโรค และเซลล์ อีกทั้งยังเป็นบริษัทเดียวที่มีทั้งเทคโนโลยีการคัดกรองเลือดเพื่อการรักษา การตรวจเลือดครบวงจรแบบอัตโนมัติและแมนวล รวมถึงการลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรค เราเชื่อว่าเลือดสามารถช่วยเหลือคนไข้ได้มากกว่านี้ และความเชื่อนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เราเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและกระชับความร่วมมือกับลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง 

สื่อมวลชนติดต่อ

Sherri Hughes-Smith

Terumo BCT

โทร. +1.303.542.5113

อีเมล: press@terumobct.com

ซิกน่ารุกตลาดประกันสุขภาพ เปิดตัวแผนประกัน “พร้อมรัก..ษา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซิกน่า รุกตลาดประกันสุขภาพ เปิดตัวแผนประกัน พร้อมรัก..ษาแผนประกันแรกในกลุ่มประกันภัยสุขภาพมิติใหม่ อย่างเป็นทางการที่จังหวัดขอนแก่น

บริษัท ซิกน่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ผู้ให้บริการด้านสุขภาพระดับโลก ซึ่งมุ่งเน้นในการพัฒนาสุขภาพ ความเป็นอยู่ และความมั่นคงในชีวิต นำโดย มร.กัส จิราลโด้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท ซิกน่า ประกันภัย จำกัด (มหาชน) สานต่อคำมั่นสัญญาของแบรนด์ภายใต้จุดยืนใหม่ของแบรนด์ ชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี (Living Well)” ในการมุ่งตอบสนองความต้องการของคนไทยในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัว แผนประกันพร้อมรัก..ษาแผนประกันอุบัติเหตุและสุขภาพของคนไข้นอก ซึ่งเป็นแผนประกันแรกภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกันสุขภาพมิติใหม่(Enhance Health Products)” ที่จังหวัดขอนแก่นเป็นครั้งแรกก่อนการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพมิติใหม่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศกลางปีนี้ โดย ซิกน่า รุกตลาดเต็มที่ในไตรมาสแรกของปีด้วยการจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างเข้มข้นเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์และความเป็นผู้นำในตลาดประกันสุขภาพในประเทศไทย

มร.กัส จิราลโด้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท ซิกน่า ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าว ซิกน่า พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในธุรกิจประกันสุขภาพเพื่อยกระดับชีวิตของลูกค้าภายใต้จุดยืนใหม่ของแบรนด์ ด้วยการเปิดตัว แผนประกันพร้อมรัก..ษาซึ่งเป็นแผนประกันที่คุ้มครองครอบคลุมทั้งการรักษาแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก พร้อมทั้งความคุ้มครองอุบัติเหตุ ตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าในด้านการรักษาสุขภาพอย่างครบถ้วน โดย ซิกน่า ได้เพิ่มช่องทางการขายหลากหลายช่องทาง เช่น การขายผ่านบูธของซิกน่าโดยตรง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับลูกค้าของเรามากยิ่งขึ้น

ซิกน่า รุกตลาดอย่างเต็มตัวด้วยการจัดกิจกรรมทางการตลาดและการโฆษณาบนโทรทัศน์, วิทยุ, บิลบอร์ด, หนังสือพิมพ์ เพื่อครองส่วนแบ่งทางการตลาดและสร้างความรับรู้เกี่ยวกับแผนประกันใหม่ภายใต้แบรนด์ซิกน่าแก่กลุ่มเป้าหมายที่จังหวัดขอนแก่น โฆษณาล่าสุดของซิกน่า ที่ชื่อว่า “Happy (love) Sick” ซึ่งสื่อสารถึงเรื่องราวความรักแบบน่ารักและสนุกสนานของชายคนหนึ่งที่มาหาคุณหมอคนสวยที่เขาหลงรักที่โรงพยาบาลหลายครั้งโดยใช้บัตรซิกน่าแคร์การ์ด ซึ่งสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอก อันเนื่องมาจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บได้มากถึง 30 ครั้งต่อปี นอกจากนี้ ซิกน่า ยังได้จัดกิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถเรียกความสนใจจากผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เช่น ซิกน่าโร้ดโชว์, คาราวานตุ๊กตุ๊ก, น็อคดอร์ทรู้ป, กิจกรรมโชว์เต้นบีทบ็อกซ์ และ บูธแนะนำผลิตภัณฑ์ของซิกน่า ที่บิ๊กซี จ.ขอนแก่น

แผนประกันพร้อมรักษาพร้อมตอบโจทย์ ผู้บริโภคช่วงอายุระหว่าง 25-45 ปี ที่ประกอบอาชีพเป็นพนักงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน พนักงานบริษัทฯ ตามสัญญาจ้าง และผู้ประกอบการต่างๆ ที่กำลังมองหาสวัสดิการเพิ่มเติมสำหรับค่ารักษาพยาบาล โดยประโยชน์ที่จะได้รับจากแผนประกันดังกล่าวคือ สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอก (OPD) ได้มากถึง 30 ครั้งต่อปี ทั้งกรณีบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย ไม่ต้องสำรองจ่าย เพียงแสดงบัตรซิกน่า OPD แคร์การ์ดที่โรงพยาบาลชั้นนำในเครือข่ายกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ เบี้ยราคาเดียวทุกช่วงอายุไม่จำเป็นต้องซื้อแผนประกันผู้ป่วยในก่อน

ผู้บริโภคที่สนใจซื้อประกันสุขภาพหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ สามารถรับคำปรึกษาประกันภัยที่เหมาะกับคุณได้ที่หมายเลข 02-763-0888 หรือทางเว็บไซด์www.cigna.co.th

อินโฟเควสท์ขอเชิญนักลงทุนเข้าร่วมสัมมนาหุ้นฟรี! ในงาน “The Stock Season 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โอกาสของคนเมืองมาถึงแล้ว … อินโฟเควสท์ขอเชิญนักลงทุนเข้าร่วมสัมมนาหุ้นฟรี! ในงาน “The Stock Season 3 ตอน สแกนหุ้นเด่น เฟ้นหุ้นโดนใจ by Aspen Mobile” เสาร์ที่ 30 ก.ค. นี้ จำกัด 300 ที่นั่ง!

พิเศษ! รอบแรกของชาวกรุงเทพฯ หลังจากได้รับกระแสตอบรับดีจากการจัดสัมมนาหุ้นออนทัวร์ต่างจังหวัด บริษัท อินโฟเควสท์ จำกัด ผู้ให้บริการโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นชั้นนำ “แอสเพน” ขอเชิญนักลงทุนมาร่วมเฟ้นหุ้นแบบเจาะลึก พร้อมฟังการวิเคราะห์หุ้นแบบสดๆ และแนวทางการลงทุนในตลาด TFEX โดยวิทยากรมากประสบการณ์ ได้แก่ คุณนที เอี่ยมโอภาส (กรรมการบริหาร บริษัท ไออาร์เอส จำกัด) คุณรณกฤต สารินวงศ์ (รองกรรมการผู้จัดการ สายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)) และ  คุณเตชธร ลาภอุดมสุข (ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเทรด TFEX)  นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถนำ Tablet / Smartphone ส่วนตัว มาที่บูธ “Clinic Aspen” เพื่อรับคำแนะนำ – ปรึกษาปัญหาการใช้งานแอสเพน กับผู้เชี่ยวชาญได้บริเวณหน้างาน

… ในสัมมนาหุ้น “The Stock Season 3 ตอน สแกนหุ้นเด่น เฟ้นหุ้นโดนใจ by Aspen Mobile” เสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2559 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 อาคารสยามกลการ (รถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออก 2) …ฟรี! ตลอดงาน จำกัด 300 ท่านเท่านั้น สำรองที่นั่งด่วน โทร. 092-872-2181, 081-131-8280 (จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.00 – 17.00 น.) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.infoquest.co.th/th/thestock2016-bkk/

ไมโครชิป เปิดตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ PIC32 ตระกูลใหม่ล่าสุด คุ้มสุด กินไฟน้อยสุด มาพร้อมกับ Core Independent Peripherals

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–22 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– PIC32MM ตระกูลไมโครคอนโทรลเลอร์ใหม่ล่าสุดจากไมโครชิป สำหรับการใช้งานที่ตอบโจทย์ Internet of Things ผู้บริโภค การควบคุมระดับอุตสาหกรรมและการควบคุมมอเตอร์

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ [NASDAQ: MCHP] บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ สัญญาณผสม อนาล็อก และแฟลช-ไอพี ประกาศเปิดตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCUs) PIC32 ขนาด 32 บิทตระกูลใหม่ล่าสุดที่กินไฟต่ำสุดและมอบความคุ้มค่าสูงสุด ทั้งนี้ ตระกูล  PIC32MM จากไมโครชิปเชื่อมช่องว่างระหว่าง PIC24F XLP และ PIC32MX ซึ่งเป็นสองตระกูลไมโครคอนโทรลเลอร์ยอดนิยมของบริษัท นอกจากนี้ PIC32MM ยังเป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ PIC32ตระกูลแรกที่มาพร้อม Core Independent Peripherals ซึ่งได้รับการออกแบบให้สามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลในซีพียู เพื่อให้การใช้ไฟลดลงและลดต้นทุนการออกแบบระบบ อุปกรณ์ในตระกูล PIC32MM สนับสนุนการทำงานโดย Microchip MPLAB(R) Code Configurator (MCC) เปิดทางให้การออกแบบทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160606/8521603652

แอพพลิเคชั่นแบบฝังสำหรับงาน Internet of Things ผู้บริโภค การควบคุมระดับอุตสาหกรรมการและการควบคุมมอเตอร์ในปัจจุบันนั้น จำเป็นต้องใช้ MCUs ที่มีความยืดหยุ่น กินไฟน้อยลง มีความคุ้มค่ามากขึ้น และมีขนาดเล็กลง PIC32MM มีโหมดสลีปที่ใช้ไฟต่ำ 500 nA เหมาะสำหรับแอพพลิเคชั่นที่ต้องการใช้ไฟต่ำและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรีให้นานขึ้น สำหรับแอพพลิเคชั่นที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ก็มีทางเลือกได้แก่ แพคเกจขนาดเล็ก 4×4 มม. สำหรับอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับตระกูล PIC32MM ประกอบไปด้วย Core Independent Peripherals อาทิ Configurable Logic Cells (CLC) และ Multiple-output Capture Compare PWMs (MCCPs) ซึ่งช่วยให้แอพพลิเคชั่นสามารถควบคุมมอเตอร์ BLDC โดยไม่ต้องมีเซนเซอร์

“PIC32MM จำหน่ายในราคาเริ่มต้น 0.60 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการซื้อจำนวนมาก มีโหมดสลีปที่ใช้ไฟต่ำ 500 nA และมาในรูปแบบแพคเกจกะทัดรัด 4×4 มม. จึงเป็นโซลูชั่นที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับแอพพลิเคชั่นที่มีข้อจำกัดด้านงบ การใช้ไฟ และขนาด” โจ ธอมเซน รองประธานหน่วยธุรกิจ MCU16 ของไมโครชิปกล่าว “อุปกรณ์ PIC32MM เหล่านี้สนับสนุนการทำงานโดยเครื่องมือยอดนิยมอย่าง MPLAB Code Configurator การติดตั้งอุปกรณ์จึงทำได้ง่าย ช่วยร่นระยะเวลาออกแบบสำหรับตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

การสนับสนุนการพัฒนา

เพื่อช่วยเร่งการประเมินและการพัฒนา จึงมีการวางจำหน่าย PIC32MM processor plug-in module (MA320020) ซึ่งต่อเข้ากับExplorer 16 Development Board (DM240001) อุปกรณ์ทั้งหมดในตระกูล PIC32MM สนับสนุนการทำงานโดยระบบนิเวศ MPLAB ของไมโครชิป ประกอบด้วย MPLAB X IDE และ XC32 compiler ในขณะที่ MPLAB Code Configurator ซึ่งเป็นส่วนที่ต่อกับ MPLAB X นั้น ช่วยให้การติดตั้งอุปกรณ์เสริม การปรับตั้งค่าอุปกรณ์ และการทำแผนที่พินเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

สำหรับข้อเสนอพิเศษแบบจำกัดเวลา เมื่อซื้อ PIC32MM PIM (MA320020) ราคา 25 ดอลลาร์สหรัฐ จะสามารถซื้อ Explorer 16 board (DM240001) ในราคา89.99 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งประหยัดไปได้ถึง 40 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากhttp://www.microchip.com/PIC32MM

การวางจำหน่าย

ตระกูล PIC32MM พร้อมสำหรับการผลิตในปริมาณมาก ในรูปแบบแพคเกจ  QFN และ SSOP ขนาด 20 พิน; uQFN, QFN, SOIC, SSOP, SPDIP ขนาด 28 พิน; QFNขนาด 36 พิน และ uQFN ขนาด 40 พิน ในส่วนของอุปกรณ์เสริมจะมาในรูปแบบความจำแฟลช 16 KB, 32 KB และ 64 KB สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อตัวแทนขายหรือผู้แทนจำหน่ายทั่วโลกที่ได้รับอนุญาตจากไมโครชิป หรือเข้าชมเว็บไซต์ของไมโครชิปที่ www.microchip.com/PIC32MM

สามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการระบุถึงในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้ที่   MicrochipDIRECT หรือติดต่อพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของไมโครชิป

แหล่งข้อมูลและภาพ

สามารถดูรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่ฟลิกเกอร์ หรือติดต่อกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก):

รับชมวิดีโอได้ทางยูทูบ หรือติดต่อกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก): TBD Link

สามารถติดตามไมโครชิปได้ที่

เกี่ยวกับไมโครชิป เทคโนโลยี

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ ตลอดจนโซลูชั่นอนาล็อกสัญญาณผสม และแฟลช-ไอพี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนรวมของทั้งระบบ และร่นระยะเวลาในการนำเสนอแอปพลิเคชั่นหลายพันรายการสำหรับลูกค้าในตลาดทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของไมโครชิปตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศพร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่ http://www.microchip.com

หมายเหตุ: ชื่อและโลโก้ The Microchip, โลโก้ Microship รวมทั้ง MPLAB และ PIC เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆทั้งหมดที่ระบุถึงในข่าวฉบับนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
Daphne Yuen (Microchip)
โทร:  (+852) 2943-5115
อีเมล: daphne.yuen@microchip.com

 

โรงเรียนวัดรางบัว : ร่วมลงนามถวายพระพร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : โรงเรียนวัดรางบัว

https://www.facebook.com/watrangbua?fref=ts
โรงเรียนวัดรางบัว0โรงเรียนวัดรางบัว2

วันที่ 20 มิถุนายน 2559  เวลา 9.00 น. นางสาวเยาวณี เสมา ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดรางบัว นำคณะครูผู้บริหาร ครูที่จะเกษียณราชการในปีการศึกษา 2559 และคณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนวัดรางบัว ร่วมลงนามถวายพระพร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ.ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

 

IPG Mediabrands เปิดตัว “The D100” จัดอันดับสุดยอดแบรนด์ทรงพลังของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

คานส์, ฝรั่งเศส–(บิสิเนส ไวร์)–20 มิ.ย. 2016

GOOGLE, AMAZON และ SAMSUNG ขึ้นแท่นผู้นำแบรนด์ทรงพลังสามอันดับแรกของโลก

– เกณฑ์วัดเดิมที่มุ่งเน้นคุณค่าตราสินค้านั้นล้าสมัยไปแล้วสำหรับโลกยุคใหม่
– IPG Mediabrands ร่วมกับวิทยาลัยวาร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สร้างเกณฑ์วัดแบรนด์รูปแบบใหม่ในชื่อ “คะแนนพลังขับเคลื่อน”
– แบรนด์ที่มีคะแนนพลังขับเคลื่อนสูงกว่ามีรายได้เติบโตดีกว่า เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่มีคะแนนพลังขับเคลื่อนต่ำกว่า
– จัดอันดับโดยให้คะแนนพลังขับเคลื่อนใน 4 มิติด้วยกัน ได้แก่ ความว่องไว การตอบสนอง นวัตกรรม และการเข้าสังคม
– D100 เป็น การจัดอันดับแบรนด์ที่ได้คะแนนพลังขับเคลื่อนสูงสุด 100 อันดับแรกจากทั่วโลก

IPG Mediabrands ธุรกิจสื่อในเครือของ Interpublic Group (NYSE:IPG) ร่วมกับรองศาสตราจารย์ โจนาห์ เบอร์เกอร์ จากวิทยาลัยวาร์ตัน มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ผู้เขียนหนังสือขายดีติดอันดับนิวยอร์กไทมส์ เรื่อง Contagious: Why Things Catch On ได้เปิดตัว D100 อย่างเป็นทางการ โดยเป็นการจัดอันดับบริษัทที่ทรงพลังที่สุด 100 อันดับแรกของโลก จากการประเมินตามเกณฑ์วัดยุคใหม่

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20160620005848/en/

การจัดอันดับ D100 ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคกว่า 10,000 ราย ในตลาดใหญ่ 5 แห่งครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี จีน และอินเดีย โดยได้สอบถามผู้บริโภคเกี่ยวกับแบรนด์ต่างๆ ทั้งแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์เจาะจงเฉพาะตลาด รวมกันกว่า 1,200 แบรนด์ สำหรับแบรนด์ที่จัดว่าเป็นแบรนด์ระดับโลกนั้นต้องเป็นองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่ ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจอยู่บ้างในหลายประเทศ (เช่น Coca-Cola, Nike และ BMW) ขณะที่แบรนด์เจาะจงเฉพาะตลาดได้แก่แบรนด์ขนาดเล็กกว่า ซึ่งอาจมีการทำธุรกิจในตลาดเดียว (เช่น Royal Mail – สหราชอาณาจักร หรือ Hajmola – อินเดีย)

แบรนด์ทรงพลังที่สุด 10 อันดับแรกของโลก ได้แก่:

1. Google
2. Amazon
3. Samsung
4. Nike
5. Intel
6. NASA
7. BMW
8. Mercedes-Benz
9. Audi
;        10. Lenovo

เฮนรี่ เทเจอร์ ซีอีโอตลาดโลกของ IPG Mediabrands กล่าวว่า “การจัดอันดับ D100 ตลอดจนข้อมูลที่เราได้เก็บรวบรวมเพื่อจัดอันดับแบรนด์ที่ทรงพลังที่สุดของโลกนั้นเป็นเรื่องน่าทึ่ง โดยคะแนนพลังขับเคลื่อนและเกณฑ์วัดแบรนด์ยุคใหม่ซึ่งเราได้กำหนดขึ้นมานี้ เปิดโอกาสให้ IPG Mediabrands สามารถช่วยแบรนด์ทั้งหลายก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ที่ทรงพลังอย่างแท้จริง พร้อมก้าวทันไปกับผู้บริโภค”

คะแนนพลังขับเคลื่อนคำนวณจากการประเมินความทรงพลังของแบรนด์ใน 4 มิติหลักๆด้วยกัน ซึ่งตรงกันข้ามกับเกณฑ์วัด “โลกยุคเก่า” ที่ใช้อยู่เดิม เช่น การรับรู้แบรนด์ และมูลค่าแบรนด์

D100 ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีการประเมินความสำเร็จของแบรนด์ โดยใช้เกณฑ์วัดโลกยุคใหม่ ได้แก่:

– ความว่องไว: ศักยภาพของแบรนด์ในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาด
& nbsp;        – การตอบสนอง: ศักยภาพของแบรนด์ในการตอบสนองต่อความต้องการและการตอบรับจากลูกค้า
– นวัตกรรม: ศักยภาพของแบรนด์ในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ
– การเข้าสังคม: ศักยภาพของแบรนด์ในการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายบนโซเชียลมีเดีย ในแง่ของจำนวนและการมีส่วนร่วม

ข้อมูลใน 3 มิติแรก (ความว่องไว การตอบสนอง และนวัตกรรม) ได้รวบรวมขึ้นจากการสำรวจมุมมองของผู้บริโภค ส่วนมิติที่ 4 อย่างการเข้าสังคมนั้น รวบรวมจากข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter และ Weibo โดยข้อมูลจากแต่ละมิตินั้นได้นำมาแปลงเป็น Z-Score จากนั้นจึงหาค่าเฉลี่ยรวมกันเพื่อคำนวณเป็นคะแนนพลังขับเคลื่อนโดยรวมของแบรนด์นั้นๆ

โจนาห์ เบอร์เกอร์ รองศาสตราจารย์ภาควิชาการตลาด แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย กล่าวว่า “เราได้ร่วมมือกับ IPG Mediabrands ในการประยุกต์ใช้ระเบียบวิธีอันเข้มงวดและครอบคลุม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ใดบ้างที่กำลังขับเคลื่อนอนาคต โดยท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงแค่วันนี้ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงโลกในวันข้างหน้า”

สาระสำคัญของการวิจัยครั้งนี้คือการแสดงให้เห็นว่า วันนี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากตั้งแต่รากฐาน แต่ก่อนนั้นการเป็นแบรนด์ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดก็เพียงพอแล้วที่จะรับประกันความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ทว่าในตลาดยุคปัจจุบันที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีการเชื่อมต่อทางสังคม การเป็นโลกยุคใหม่คงไม่เพียงพอ แต่ต้องเป็นโลกแห่งแบรนด์ยุคใหม่ด้วย โดยอาศัยเกณฑ์วัดทั้ง 4 ประการนี้เป็นปัจจัยสนับสนุนความอยู่รอดของแบรนด์และการเติบโตอย่างยั่งยืน

D100 พบว่าคะแนนพลังขับเคลื่อนและผลประกอบการของบริษัทมีความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างชัดเจนและในเชิงบวก โดยแบรนด์ที่ทรงพลัง ซึ่งได้แก่แบรนด์ที่มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเหนือค่าเฉลี่ยความทรงพลังอยู่หนึ่งส่วนนั้น มีการเติบโตของรายได้งวดไตรมาสสี่ ส ูงขึ้น 2.7% จากปี 2014 ถึง 2015 ซึ่งแม้ว่าตัวเลขดังกล่าวอาจดูไม่มีนัยสำคัญมากนัก แต่การเติบโตของรายได้เฉลี่ยของแบรนด์ต่างๆโดยทั่วไปแล้วอยู่ที่เพียง 4.4% ความสัมพันธ์ระหว่างพลังขับเคลื่อนและการเติบโตของรายได้นั้นยังคงปรากฏให้เห็น แม้มีการควบคุมเกณฑ์วัดแบรนด์ที่ใช้กันทั่วไปร่วมด้วย เช่น การรับรู้แบรนด์และขนาดของแบรนด์ สิ่งนี้บ่งชี้ว่า พลังขับเคลื่อนของแบรนด์ช่วยส่งเสริมผลประกอบการในอนาคตเหนือกว่าเกณฑ์วัดแบรนด์แบบเดิมๆ นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างพลังขับเคลื่อนกับการเติบโตของรายได้ ยังได้รับการขับเคลื่อนเป็นพิเศษในมิติของความว่องไว และค่อนข้างได้รับผลกระทบในมิติของการเข้าสังคม ขณะที่บริษัทที่เด่นในเรื่องของความว่องไวยังมีมูลค่าตามราคาตลาดสูงกว่าด้วย

แมต แบกซ์เตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์และกลยุทธ์ กล่าวว่า “การวิจัยดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แบรนด์ทั้งหลายจำเป็นต้องก้าวออกจากการใช้เกณฑ์วัดแบรนด์อันล้าสมัย และเปิดรับการประเมินตามคะแนนพลังขับเคลื่อน โดยสิ่งที่เราได้พิสูจน์นั้นส อดคล้องอย่างมากกับการเติบโตของรายได้ในอนาคต ตลอดจนแรงผลักดันของบริษัทต่างๆ”

ทั้งนี้ D100 Award ได้มอบรางวัลบริษัทที่ทรงพลังที่สุดในโลกเป็นครั้งแรกให้กับ Google โดยมอบให้แก่คุณเอริค ชมิดท์ ประธานบริหารของ Alphabet Inc. (บริษัทแม่ของ Google ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่) ในเทศกาล Cannes Lions International Festival of Creativity ครั้งที่ 63 ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบอันดับของแต่ละแบรนด์ หรือรับชมอันดับทั้งหมด สามารถดูได้ที่ http://www.thed100.com

###

เกี่ยวกับ IPG Medibrands

IPG Mediabrands ก่อตั้งขึ้นโดย Interpublic Group (NYSE: IPG) เมื่อปี 2007 เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์ในเครือทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับสื่อ ปัจจุบัน บริษัทบริหารจัดการเงินลงทุนด้านการตลาดมูลค่ากว่า 3.7 หม ื่นล้านดอลลาร์ให้กับลูกค้า ด้วยเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารการตลาดกว่า 8,500 ราย ในกว่า 130 ประเทศ

IPG Mediabrands เป็นเอเจนซี่ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการตลาดเชิงพลวัต ด้วยการดำเนินงานอันว่องไว รวดเร็ว และเป็นเลิศทางข้อมูล เราจึงสามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ใหญ่ที่สุดของโลกหลายแบรนด์ เครือข่ายเอเจนซี่ของ IPG Mediabrands ประกอบไปด้วย UM, Initiative, BPN และ Orion Holdings รวมถึงธุรกิจเฉพาะทางอย่าง Magna Global, Cadreon, Ansible, Society, Reprise, Rapport และ IPG Media Lab

IPG Mediabrands. Dynamic by Design.

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160620005848/en/

ติดต่อ:
IPG Mediabrands
&nbs p; Dan Friedman
โทร: +1-212-883-4780
อีเมล: Dan.Friedman@mbww.com