รมช.กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งมาเลเซีย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดโรงกลั่นและศูนย์วิจัยไม้กฤษณาอย่างเป็นทางการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–10 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – Asia Plantation Capital ฉลองโอกาสครบรอบ 1 ปีโรงกลั่นและศูนย์วิจัยไม้กฤษณาอันทันสมัย ณ นิคมอุตสาหกรรมมาไซ รัฐยะโฮร์

          นับเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้วที่ Asia Plantation Capital Berhad (APC) ได้เปิดกิจการโรงกลั่นและศูนย์วิจัยไม้กฤษณาในนิคมอุตสาหกรรมมาไซ รัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย เนื่องในโอกาสนี้ Asia Plantation Capital จึงได้ฉลองให้กับความสำเร็จ ด้วยการจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการให้กับโรงกลั่นซึ่งได้เปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบและมีประสิทธิภาพตรงตามมาตรฐาน โดยได้รับเกียรติจาก YB Datuk Dr. Abu Bakar bin Mohamad Diah รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งมาเลเซีย (MOSTI) มาเป็นประธานในพิธีเปิดครั้งนี้

          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.prnasia.com/mnr/apc_201606.shtml

 

a – โรงกลั่นและศูนย์วิจัยไม้กฤษณาของ Asia Plantation Capital ที่เมืองยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160603/8521603612-a

b – ชิ้นไม้กฤษณาสับตากแห้งเพื่อรักษาคุณสมบัติความหอมให้มีคุณภาพสูงสุด

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160603/8521603612-b

c – ดร.โคดี คันดาซามี ที่ปรึกษาพิเศษประจำคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ Asia Plantation Capital พร้อมกับแขกผู้มีเกียรติอย่าง Yang Berhormat Datuk Dr. Abu Bakar Mohamad Diah รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม คุณแบร์รี รอว์ลินสัน กรุ๊ปซีอีโอของ Asia Plantation Capital และคุณสตีฟ วัตส์ ซีอีโอประจำเอเชียแปซิฟิกของ Asia Plantation Capital ในพิธีเปิดตัวโรงกลั่นและศูนย์วิจัยไม้กฤษณาอย่างเป็นทางการ ณ เมืองยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160603/8521603612-c

d – แขกผู้เข้าร่วมพิธีเปิดตัวโรงงานอันทันสมัยของ Asia Plantation Capital อย่างเป็นทางการ

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160603/8521603612-d

          โรงกลั่นน้ำมันกฤษณา ศูนย์แปรรูปชิ้นไม้สับ โรงงานไม้หอม และศูนย์วิจัยตั้งอยู่บนพื้นที่ 44,000 ตารางฟุตในนิคมอุตสาหกรรมมาไซ รัฐยะโฮร์ อีกทั้งยังมีศูนย์บริการแก่ผู้เยี่ยมชม ตลอดจนร้านค้าขายส่งที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม้กฤษณาหลากหลายประเภทที่ผลิตโดย APC นอกจากนี้ ในพื้นที่ยังมีห้องปฏิบัติการวิจัยน้ำหอมและน้ำมันหอมระเหย รวมถึงระบบเพาะเลี้ยงของ APC และระบบการวิเคราะห์เอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี (MSDS)

          ศูนย์กลางแห่งนี้ใช้ระบบพลังงานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน และครบครันด้วยศูนย์กลั่นไอน้ำแบบแลกเปลี่ยนความร้อนรุ่นล่าสุดที่ใช้น้ำบริสุทธิ์ และระบบพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยรับรองเรื่องประสิทธิภาพเชิงเศรษฐกิจในระดับสูงสุด การลงทุนหลายล้านดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญสำหรับแผนการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ในด้านโรงเพาะปลูกและความสามารถทางการผลิตของ APC ในมาเลเซีย

          ด้วยการเปิดตัวโรงงานไม้กฤษณาที่มีจุดประสงค์เฉพาะและมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค พร้อมทั้งพื้นที่เพาะปลูกที่ได้มีการซื้อมาหลายเอเคอร์ในมาเลเซีย ประกอบกับการประกาศย้ายสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคของ APC มาไว้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ การขยายธุรกิจดังกล่าวจึงเป็นโอกาสในการยกระดับการดำเนินงานของ APC ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

          “โรงงานแปรรูปไม้กฤษณาของเราได้ดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบมาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว” สตีฟ วัตส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำเอเชียแปซิฟิกของ APCกล่าว “ที่ผ่านมานั้น เราได้ให้การต้อนรับบรรดาผู้มาเยือน และ/หรือลูกค้าเข้าพื้นที่มาแล้วเป็นจำนวนมาก ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงเหล่าผู้จัดการด้านการลงทุนและกองทุนที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก”

          วัตส์ยังได้กล่าวเสริมว่า “การขยายโครงการของเราในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้เราคาดหวังว่า Asia Plantation Capital จะกลายเป็นผู้ส่งออกและผู้จ้างงานรายหลักที่สร้างความสำเร็จให้แก่มาเลเซียได้ เราได้ใช้เวลากว่า 7 ปีที่ผ่านมาในการวิจัยและปรับปรุงระบบของเราอย่างต่อเนื่องรวมทั้งคิดค้นรูปแบบกระบวนการผลิตเฉพาะตัว จากดินสู่น้ำมันซึ่งประกอบด้วยทรัพย์สินทางปัญญาจำนวน 22 รายการที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย ระบบการผลิตนี้ไม่เพียงแต่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการขยายส่วนแบ่งการตลาดขององค์กร แต่ยังถูกนำเสนอให้กับกลุ่มเกษตรกรรายย่อยทั่วเอเชีย เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวไม้กฤษณาไปจนถึงการแปรรูปเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ด้วยเหตุนี้ โครงการของเราจึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชนบทพร้อมกับรองรับความต้องการด้านวัตถุดิบของกลุ่มในอนาคต รวมถึงความรู้และระบบการผลิต เราได้นำเสนอโครงการรับซื้อคืนสำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ได้มีการผลิตขึ้นมาจากระบบของเราโดยเฉพาะ  และระบบนี้ได้ถูกนำไปใช้ในหลายประเทศแล้ว ได้แก่ อินเดีย ไทย และมาเลเซีย”

          โรงกลั่นและศูนย์วิจัยไม้กฤษณาของ Asia Plantation Capital จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการโดย YB Datuk Dr. Abu Bakar bin Mohamad Diah รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง MOSTI ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า “ผมขอชมเชยและแสดงความยินดีต่อ APC ในการเปิดตัวโรงงานอันทันสมัยเช่นนี้ เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่บริษัทที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลอย่าง Asia Plantation Capital ได้เลือกมาเลเซียเป็นทำเลในการขยายธุรกิจ ด้วยการเปิดตัวโรงกลั่นและศูนย์วิจัยแห่งนี้ ผมมั่นใจว่าสิ่งนี้จะตอกย้ำศักยภาพของมาเลเซีย ในฐานะทำเลทองในการดำเนินธุรกิจ ไม่เพียงแค่ในแง่ของต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำเท่านั้น แต่ยังได้เปรียบในแง่ของแรงงานที่เพียบพร้อมทั้งทักษะและความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย ทั้งนี้ โรงงานในลักษณะนี้” เขากล่าวสรุป “ไม่ได้ช่วยยกระดับการลงทุนและสร้างงานให้กับชาวมาเลเซียเพียงเท่านั้น แต่ยังจะเข้ามาช่วยส่งเสริมและกระตุ้นความก้าวหน้าในแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เช่นเดียวกับการวิจัยและพัฒนา”

          ซาอาฮิรา มูฮัมหมัด

          ผู้บริหารอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด

          อีเมล: zaahira.muhammad@asiaplantationcapital.com

          โทร: +6012-203-5344

          ซาแมนธา ธาม

          ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด

          อีเมล: samantha.tham@asiaplantationcapital.com

          โทร: +65-9144-0933         

APC Group ขยายธุรกิจสู่แอฟริกา รุกเปิดบริษัท Africa Plantation Capital ในเคนยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เจนีวา–10 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          APC Group ผู้บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกยักษ์ใหญ่ของโลก และเจ้าของบริษัทระดับรางวัลอย่าง Asia Plantation Capital ได้รุกขยายธุรกิจสู่ทวีปแอฟริกาด้วยการเปิดบริษัท Africa Plantation Capital ในประเทศเคนยา พร้อมกว้านซื้อที่ดินเพื่อปลูกต้นไผ่ที่มีมูลค่าสูง

 

1. ต้นไผ่ ต้นไม้ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และได้รับการขนานนามว่าเป็น “ต้นไม้มหัศจรรย์”

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160520/8521603229-a

          การขยายธุรกิจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้บริษัทได้ลงทุนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการปลูกต้นไม้ ซึ่งจะช่วยรับมือกับความท้าทายที่กำลังเป็นปัญหาในอุตสาหกรรมป่าไม้และชีวมวลทั่วโลก พร้อมทั้งปูทางสู่การผลิตอย่างยั่งยืนด้วย

          ต้นไผ่จัดว่าเป็นพรรณไม้ที่มีความยั่งยืนมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลกในปัจจุบัน ทั้งยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้หลากหลาย อันที่จริงบริษัทได้พัฒนาพื้นที่ปลูกต้นไผ่เชิงพาณิชย์ในประเทศไทยมานานหลายปีแล้ว โดยได้เข้ามาควบคุมดูแลพื้นที่เพาะปลูกในนามของลูกค้าเอกชน พร้อมด้วยคลังสินค้าของตนเอง

          แรกเริ่มเดิมทีทางบริษัทปลูกต้นไผ่เพื่อผลิตหน่อไม้ป้อนอุตสาหกรรมอาหารในเอเชีย จากนั้นจึงได้ทุ่มลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจนค้นพบวิธีการใหม่ๆ (บางกรณีเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่เลยทีเดียว) เพื่อแปรรูปเยื่อไผ่และใยไผ่ให้เกิดอรรถประโยชน์

          Asia Plantation Capital ร่วมงานกับบรรดาผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม รวมถึงคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ของบริษัทที่ประกอบด้วยเหล่านักวิชาการชั้นแนวหน้าของเอเชียจากมหาวิทยาลัยและองค์กรวิทยาศาสตร์หลายแห่ง เพื่อพัฒนาโครงการปลูกต้นไผ่เชิงพาณิชย์ อันเป็นต้นกำเนิดของหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วยกระบวนการบูรณาการแนวดิ่งเต็มรูปแบบ ตามค่านิยมและความเชื่อที่ Asia Plantation Capital และบริษัทในเครือเดียวกันได้ยึดมั่นเสมอมา และยังเป็นการนำหลักการทำธุรกิจแบบ “from Soil to Oil to You” มาสู่ภาคส่วนใหม่นี้ด้วย

 

2. “Boo Bike” ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ของ Plantation Capital Group

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160520/8521603229-b

          APC Group ตั้งใจสานต่อความสำเร็จแบบเดียวกับพรรณไม้อื่นๆ เช่น ไม้กฤษณา ด้วยการสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์และดึงศักยภาพสูงสุดของต้นไผ่ออกมา ต้นไผ่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ต้นไม้มหัศจรรย์” และได้รับการยอมรับในวงกว้างว่าช่วยแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้หลายประการ แต่ในเชิงพาณิชย์ยังถูกนำไปใช้ประโยชน์เพียงน้อยนิดเท่านั้น

 

3. กระเป๋าเดินทางไม้ไผ่จะปรากฎให้เห็นบนสายพานตามสนามบินต่างๆทั่วโลก

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160520/8521603229-c

          “ต้นไผ่เป็นพรรณไม้ที่ APC ให้ความสนใจมานานหลายปีแล้ว” แกรี่ เครตส์ ซีอีโอของ APC Group, Geneva กล่าว “เพราะนอกเหนือจากคุณประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่ปรากฎให้เห็นอย่างต่อเนื่องและไม่สิ้นสุดแล้ว ต้นไผ่ยังมีประโยชน์ในแง่ของสิ่งแวดล้อมด้วย ต้นไผ่เป็นต้นไม้ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยสามารถผลิตอาหารเพื่อทำกำไรได้ภายในเวลาไม่ถึงปี ทั้งยังสามารถใช้ทดแทนชีวมวลและไม้บางชนิดที่กว่าจะปลูกจนโตเต็มที่ต้องใช้เวลานาน 20-50 ปี นอกจากนี้ ต้นไผ่ยังปล่อยก๊าซออกซิเจนสู่บรรยากาศมากกว่าต้นไม้ชนิดอื่นในช่วงเวลาเท่าๆกัน”

          คุณเครตส์กล่าวเสริมว่า “ฉายา “ต้นไม้มหัศจรรย์” คู่ควรแล้วในความเห็นของผม แต่เรายังต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการวิจัยและทดสอบเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าต้นไผ่มีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์จริงๆ ส่วนขั้นตอนต่อไปได้แก่การพัฒนาพื้นที่ปลูกต้นไผ่ขนาดใหญ่ที่มีความยั่งยืน ซึ่งสามารถใช้ผลิตผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท”

          “เราได้มีการดำเนินงานในลักษณะเดียวกันนี้กับต้นไม้ชนิดอื่นๆ และเราเชื่อว่าเราได้คิดค้นโมเดลธุรกิจอันเหนือชั้นสำหรับต้นไผ่ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่เราตั้งไว้เมื่อเราทุ่มลงทุนในภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง ต้นไผ่มีประโยชน์ใช้สอยนานัปการ ทั้งเป็นอาหาร ชีวมวล ถ่านไม้ กระดานไม้สำหรับงานก่อสร้าง ถ่านชีวภาพ คาร์บอนกัมมันต์ กระดาษ ผ้าเส้นใยไผ่ราคาแพง กระดาษชำระ วัสดุที่ใช้ทำพื้นห้อง เครื่องใช้ในครัวและในบ้าน รถจักรยาน หรือแม้กระทั่งกระเป๋าเดินทาง ตลอดสามปีที่ผมได้เข้ามาประเมินศักยภาพของต้นไผ่ และแปรรูปไม้มหัศจรรย์นี้ในเชิงการค้า นับว่าเป็นช่วงเวลาอันน่าทึ่งและคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับผม”

          ความท้าทายที่ใหญ่หลวงที่สุดประการหนึ่งสำหรับทีมงานของ APC Group ในการนำต้นไผ่มาทำประโยชน์เชิงพาณิชย์ก็คือ การเสาะหาภูมิประเทศที่มีความเหมาะสมและมั่นคงที่สุดสำหรับการพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ โดยภูมิประเทศนั้นต้องสามารถเข้าถึงตลาดสำคัญๆได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนสภาพดินฟ้าอากาศในก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

          ประเทศเคนยา มีสภาพอากาศแทบจะสมบูรณ์แบบ อุดมไปด้วยพื้นที่ทำการเกษตร มีรากฐานเกษตรกรรมที่แข็งแกร่ง ทั้งยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่เป็นเลิศ จึงนับได้ว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

 

4. พื้นที่ปลูกต้นไผ่ของ Africa Plantation Capital บนทำเลทอง ใกล้กับท่าเรือเมืองมอมบาซาของเคนยา

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160520/8521603229-d

          ตอนนี้ ทางเครือบริษัทได้ก่อตั้ง Africa Plantation Capital และได้กว้านซื้อที่ดินเพื่อดำเนินการพัฒนาระยะเริ่มต้นในเคนยา

          “เรามีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการทางการเกษตรในแอฟริกามานานหลายปีแล้ว” คุณเครตส์กล่าว “แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ลงทุนในที่ดินของเราจริงๆ เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้พัฒนาอุตสาหกรรมไม้ไผ่อย่างยั่งยืนในแอฟริกา ด้วยการเริ่มต้นธุรกิจของเราที่เคนยาในนาม Africa Plantation Capital เราเล็งเห็นศักยภาพอันมหาศาลในประเทศและภูมิภาคนี้ การลงทุนระยะแรกเริ่มในเคนยามีมูลค่าประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับที่ดิน 1,000 เอเคอร์แรก รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง”

          นอกเหนือจากพันธสัญญาของเครือบริษัทในการสร้างสรรค์โซลูชั่นและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทั้งล้ำสมัย ยั่งยืน และมีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์แล้ว ทางบริษัทยังให้การสนับสนุน Boo?Tex Industries ซึ่งเป็นผู้พัฒนาผ้าเส้นใยไผ่สุดหรูหลากหลายรูปแบบสำหรับวงการแฟชั่นและเสื้อผ้ากีฬา และยังเป็นผู้สนับสนุนโปรเจคท์สร้างซูเปอร์คาร์ที่ผลิตขึ้นอย่างยั่งยืนเต็มรูปแบบรุ่นแรกของโลกอย่าง “ECOO7″ ซึ่งผสานเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย เช่น ตัวถังแบบไร้โครงที่ทำจากใยไผ่ รวมถึงตัวรถและโครงรถทั้งหมดที่ผลิตขึ้นด้วยส่วนประกอบจากใยไผ่ลักษณะเดียวกัน ไม้ไผ่มีความทนแรงดึงมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับเหล็กกล้า ไม่ขึ้นสนิม และมีน้ำหนักเบากว่าเส้นใยคาร์บอน จึงเป็นตัวเลือกอันสมบูรณ์แบบสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และคงไม่น่าแปลกใจหากเราได้เห็นเจมส์ บอนด์ ขับรถลักษณะนี้ในภาพยนตร์เรื่องใหม่

 

5. “ECOO7″ ซูเปอร์คาร์ที่ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำ มาพร้อมตัวถังแบบไร้โครงที่ทำจากใยไผ่

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160520/8521603229-e

          ด้วยพื้นที่เพาะปลูกที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลกครอบคลุมทั้งเอเชีย แอฟริกา และสหรัฐอเมริกา จึงเป็นที่ชัดเจนว่า APC Group และบริษัทในเครือ (Asia Plantation Capital, Africa Plantation Capital และ America Plantation Capital) ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรม และในขณะนี้ ทางเครือบริษัทตั้งเป้าว่าจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมไม้ไผ่ พร้อมขึ้นแท่นเป็นผู้นำด้านการปลูก ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากต้นไผ่ซึ่งมีการดำเนินงานแบบบูรณาการแนวดิ่งเต็มรูปแบบ

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: 

ชาร์ลอตต์ เมดิก
เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและธุรการ
อีเมล:charlotte.medigue@apcgroup.ch
มือถือ: +41 227 077 330 

เกี่ยวกับ APC Group

          Plantation Capital ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2545 ก่อนจะก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2551 ในสหราชอาณาจักร จากนั้น Asia Plantation Capital ได้ถือกำเนิดขึ้นที่ศรีลังกาในปี 2552 ตามมาด้วยไทย ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย ล่าสุดในปี 2558 ได้มีการจัดตั้งบริษัทใหม่เพิ่มอีกสองแห่ง ได้แก่ Africa Plantation Capital ในเคนยา และ America Plantation Capital ในฟลอริดา สหรัฐอเมริกา

          Asia Plantation Capital Group เป็นเจ้าของพื้นที่เพาะปลูกและโครงการด้านการเกษตรใน 4 ทวีป ซึ่งรวมถึงโครงการในระยะต่างๆในประเทศไทย มาเลเซีย จีน ลาว อินเดีย กัมพูชา ศรีลังกา เมียนมา เวียดนาม อเมริกาเหนือ แอฟริกา และยุโรป ส่งผลให้บริษัทเป็นผู้เพาะปลูก ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น น้ำมันกฤษณา ไม้กฤษณา และไม้ไผ่ รายใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลกที่มีการทำธุรกิจแบบบูรณาการแนวดิ่ง เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทได้เปิดโรงงานแปรรูปไม้กฤษณาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งกว้านซื้อพื้นที่เพาะปลูกใหม่ในแอฟริกาและสหรัฐอเมริกา ซึ่งล้วนตอกย้ำถึงหลักการดำเนินงานของบริษัทอย่างชัดเจน

          เกี่ยวกับ Boo-Tex

          Boo-Tex Industries ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Boo-Tex Group ก่อตั้งขึ้นที่สหราชอาณาจักรโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนา วิจัย และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่หลากหลายประเภท เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมต่างๆ Boo-Tex Group ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย องค์กร และหน่วยงานรัฐบาล ในการพัฒนาไม้ไผ่ วัสดุอื่นๆที่มีความยั่งยืน รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนที่สุดประเภทหนึ่งในโลกยุคปัจจุบัน        

Hublot สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการฟุตบอล ดึง “เปเล่-มาราโดน่า” มาลงสนามเดียวกันที่ปารีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–10 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ก่อนที่การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป UEFA EURO 2016(TM) จะเปิดฉากขึ้น “อูโบลท์” แบรนด์นาฬิกาสุดหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน ได้เขียนตำนานบทใหม่ให้กับวงการลูกหนัง ด้วยการจัดฟุตบอลแมตช์ประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและแฟนบอลทั่วโลกต่างฝันถึง

          ริคาร์โด กัวดาลูป ซีอีโอของอูโบลท์ กล่าวว่า “เราทุกคนต่างเคยฝันถึงทีมในอุดมคติที่นักเตะคนโปรดมารวมตัวกันและลงสนามในเสื้อสีเดียวกัน การพบกันของสองคู่แข่งตลอดกาลจึงเป็นแมตช์แห่งตำนานที่สานฝันของแฟนบอลให้เป็นจริง นับเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษที่ผมยกให้เป็น “EURO moment” ที่ประทับใจที่สุด แมตช์นี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการมีส่วนร่วมและสายสัมพันธ์ของอูโบลท์กับวงการฟุตบอลที่ถักทอร่วมกันมานานกว่าทศวรรษ ผ่านการสร้างความร่วมมือกับบรรดาสโมสรที่มีชื่อเสียง ผู้ฝึกสอนชื่อดัง นักฟุตบอลเปี่ยมพรสวรรค์ และลีกที่ดีที่สุด”

          อูโบลท์ นาฬิกาหรูแบรนด์แรกที่เข้ามามีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลตั้งแต่ปี 2008 ได้เลือก “ecrin” ซึ่งอยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ใจกลางพระราชวังหลวงปาแล-รัวยาล ถัดจาก “Colonnes de Buren” เพียงไม่กี่เมตร เป็นสถานที่จัดการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์นี้ โดยสองสุดยอดนักเตะตลอดกาลอย่างเปเล่และมาราโดน่า ได้ฟอร์มทีมร่วมกับนักเตะดังอีก 10 คนเพื่อทำการแข่งขันนัดกระชับมิตร โดยก่อนจะเขี่ยบอลเริ่มการแข่งขันโค้ชทั้ง 2 คนได้จับมือกัน และในช่วงพักครึ่งก็มีการแข่งขันดวลลูกโทษการกุศลเพื่อ “UEFA Foundation for the children” ด้วย

          สมาชิกของทั้งสองทีมประกอบด้วย

          ทีมเปเล่ – เฟอร์ดินานด์ เอียร์โร ดีด้า เกรสโป และเบเบโต้

          ทีมมาราโดน่า – เทรเซเกต์ เปรุซซี เฟอร์เรร่า คันนาวาโร และซีดอร์ฟ

          Football, Hublot’s winning formula.

          ติดต่อ

          Annabelle Galley

          +41-(0)-22-990-90-00

          a.galley@hublot.ch

          http://www.hublot.com

 

Hublot Creates History in Bringing Pele and Maradona Together 2 Legends for a Historic Once in a Lifetime Match! (PRNewsFoto/Hublot)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160606/375708 )

Hublot Creates History in Bringing Pele and Maradona Together 2 Legends for a Historic Once in a Lifetime Match! (PRNewsFoto/Hublot)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160606/375709 )

Hublot Creates History in Bringing Pele and Maradona Together 2 Legends for a Historic Once in a Lifetime Match! (PRNewsFoto/Hublot)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160606/375710 )

Hublot Creates History in Bringing Pele and Maradona Together 2 Legends for a Historic Once in a Lifetime Match! (PRNewsFoto/Hublot)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160606/375711 )

Hublot Creates History in Bringing Pele and Maradona Together 2 Legends for a Historic Once in a Lifetime Match! (PRNewsFoto/Hublot)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160606/375712 )

Hublot Creates History in Bringing Pele and Maradona Together 2 Legends for a Historic Once in a Lifetime Match! (PRNewsFoto/Hublot)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160606/375717 )

          ที่มา: HUBLOT

หัวเว่ย ผงาดกวาด 4 รางวัล Best of Show Awards จากงาน Interop Tokyo 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–9 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

– โชว์ศักยภาพด้านโซลูชั่นนวัตกรรม พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์

หัวเว่ย ได้แสดงกลยุทธ์และโซลูชั่นด้านนวัตกรรมสำหรับการพลิกโฉมธุรกิจสู่ดิจิทัล ภายใต้ธีม “Leading New ICT, Building a Better Connected World” ในงานIntertop Tokyo 2016 งานแสดงด้านไอซีทีที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นซึงจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 มิ.ย.

 

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160609/0861605642

คำบรรยายภาพ –  หยาน หลี่ต้า ประธาน Enterprise Business Group ของหัวเว่ย (ขวา) รับมอบรางวัล 2016 Interop Tokyo Best of Show “Grand Prix” Awardสำหรับผลิตภัณฑ์ Huawei KunLun 9032 Mission Critical Server จากตัวแทนของ Interop Tokyo Committee (ซ้าย) 

สำหรับโซลูชั่นของหัวเว่ยที่เป็นไฮไลท์สำคัญในงานนี้ได้แก่ Internet of Things (IoT), Hybrid Cloud, Software-Defined Networking (SDN) และ Converged Cloud Communications ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รวมเอาคุณสมบัติ “cloud-pipe-device” ไว้เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและคุณค่าเพื่อธุรกิจ โดยในบรรดาโซลูชั่นเหล่านี้ ปรากฏว่า Huawei KunLun 9032 Mission Critical Server, Huawei IP Hard Pipe Solution และ Huawei NE40E-X2-M8A Universal Service Routerสามารถคว้ารางวัล Best of Show “Grand Prix” Awards ด้านนวัตกรรมไอซีทีเพื่อธุรกิจ มาครองได้ถึง 3 สาขาด้วยกัน ขณะที่ หัวเว่ย ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชั่นไอซีทีชั้นนำ ยังได้รับรางวัล Interop ShowNet “Grand Prix” Award อีกด้วย

ในงานนี้ หัวเว่ยยังได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะสร้างระบบนิเวศไอซีทีที่เปิดกว้างและแข็งแกร่งในญีปุ่น โดยร่วมกับหุ้นส่วนกลยุทธ์ระดับโลก ได้แก่ Intel และ SAP ตลอดจนหุ้นส่วนญี่ปุ่น ประกอบด้วย CyberAgent, Hanshin Electric Railway, JBS และ Softbank 

รางวัล Best of Show Awards ยกย่องนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจของหัวเว่ย

ภายในงาน Interop Tokyo 2016 ได้มีการประกาศรางวัล Best of Show Awards เพื่อเชิดชูนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจใน 3 สาขา ซึ่งตัดสินโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรม โดยผลิตภัณฑ์ Huawei KunLun 9032 Mission Critical Server ได้รับรางวัล Best of Show Awards “Grand Prix” ในสาขา Server and Storage เนื่องด้วยดีไซน์ Reliability, Availability, and Serviceability (RAS) อันโดดเด่น ตลอดจนศักยภาพในการขยายขนาดที่ไม่เหมือนใคร และสถาปัตยกรรมแบบเปิด ขณะที่ Huawei IP Hard Pipe Solution ได้รับรางวัล Best of Show Awards “Grand Prix” ในสาขา Enterprise/SMB Networking เนื่องจากคุณสมบัติด้าน physical pipe isolation ตลอดจนความหน่วงต่ำ ความน่าเชื่อถือสูง การพัฒนาข้อตกลง Service-Level Agreement (SLA) ในระดับสากล และการปฏิบัติการและบำรุงรักษา (O&M) ที่เรียบง่าย ส่วน Huawei NE40E-X2-M8A Universal Service Router ได้รับรางวัล Best of Show Awards “Grand Prix” ในสาขา Carrier/ISP Networking จากศักยภาพในการส่งต่อข้อมูลที่สูงถึง 480gdps ดีไซน์กะทัดรัด และฟังก์ชั่นการทำงานที่สนับสนุนบริการอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ หัวเว่ยได้เข้าร่วมงาน Interop ShowNet อันเป็นส่วนหนึ่งของงาน Interop Tokyo เพื่อสาธิตเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตอันครอบคลุม โดยหัวเว่ยได้จัดแสดงสวิตช์และเราเตอร์สำหรับศูนย์ข้อมูล 6 รายการ ประกอบด้วย Huawei CE12800, CE8860, CE6800, NE5000E, NE40E และ NE20E รวมทั้ง Huawei Agile Controllerซึ่งประสิทธิภาพที่อยู่ในระดับสูงของโซลูชั่นเหล่านี้ส่งผลให้หัวเว่ยได้รับรางวัล Interop Best of ShowNet Award ภายหลังจากที่ได้มีการทดสอบความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างกันโดยใช้ EVPN/VXLAN

ทั้งนี้ หัวเว่ยชนะรางวัล Best of Show Award ที่งาน Interop Tokyo ติดต่อกันมา 4 ปีแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาโซลูชั่นประสิทธิภาพสูง เพื่อขยายขอบเขตการสร้างสรรค์นวัตกรรมไอซีทีให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของตลาดญี่ปุ่น

ก้าวนำไอซีที เสริมพลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่

เทคโนโลยีพลิกโฉม เช่น IoT คลาวด์ และบิ๊กดาต้า กำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล และจะเป็นขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจและสังคมในอีก 10 ปีข้างหน้า

คุณหยาน หลี่ต้า ประธาน Enterprise Business Group ของหัวเว่ย กล่าวสุนทรพจน์หลักในหัวข้อ “Leading New ICT, Empowering New Industrial Revolution” ว่าเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในการแข่งขันปัจจุบันนี้ องค์กรต่างๆจึงต้องการธุรกิจแบบเรียลไทม์และแพลตฟอร์มการวิเคราะห์เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิตอล เทคโนโลยีไอซีทีใหม่ๆ เช่น IoT คลาวด์ และบิ๊กดาต้า จะกลายเป็นศูนย์กลางของระบบการผลิตธุรกิจ โดยช่วยผลักดันการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และปลอดภัยเพื่อช่วยเหลือลูกค้าในการพัฒนาแอพพลิเคชันที่ปรับให้เข้ากับความต้องการด้านธุรกิจได้อย่างแท้จริง บนพื้นฐานของนวัตกรรมที่ผสานคุณสมบัติ cloud-pipe-device นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังช่วยสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนและเอื้อประโยชน์แก่ทุกฝ่ายอีกด้วย

คุณหยานได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการร่วมมือสร้างสรรค์นวัตกรรม และส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศคลาวด์ที่แข็งแกร่งในญี่ปุ่น เขากล่าวว่า เรามุ่งผลักดันให้ลูกค้าในญี่ปุ่น หุ้นส่วนและพนักงาน นำนวัตกรรมไอซีทีใหม่ๆ มาปรับใช้ในธุรกิจ เพื่อเร่งเดินหน้าการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิตอล และส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศคลาวด์ที่แข็งแกร่ง

จับมือผู้นำไอซีทีญี่ปุ่นสร้างสรรค์ระบบนิเวศคลาวด์อันแข็งแกร่ง

ในงานนี้ หัวเว่ยได้จัดกิจกรรมร่วมกับหุ้นส่วนอุตสาหกรรมและนักวิชาการ เพื่อแบ่งปันความรู้ในเชิงลึกไปจนถึงแนวปฏิบัติอันดีในการสร้างระบบนิเวศคลาวด์อันแข็งแกร่งและสร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย โดยในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ เอซากิ ฮิโรชิ จากมหาวิทยาลัยโตเกียว และศาสตราจารย์ นากามูระ โอซามุ จากมหาวิทยาลัยเคโอ ได้ให้เกียรติมาร่วมแบ่งปันมุมมองในการยกระดับการพัฒนาและขับเคลื่อนเทคโนโลยี SDN และคลาวด์

การเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมไอทีไปสู่สถาปัตยกรรมคลาวด์นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมไอซีทีเพื่อสร้างระบบนิเวศแบบเปิด สำหรับงาน Interop Tokyo ในปีนี้ หัวเว่ยได้จับมือกับ Interop Tokyo Committee  และ WIDE Project เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Tokyo Cloud Congress ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเปิดเวทีให้ผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมด์ได้หารือกันถึงแนวโน้มและกระแสต่างๆในอนาคต รวมทั้งแบ่งปันหลักปฏิบัติที่ดีที่สุดในการย้ายระบบไปยังคลาวด์

บูธของหัวเว่ยในงาน Interop Tokyo 2016 ตั้งอยู่ที่หมายเลข 5Z32 ณ ศูนย์ประชุมมาคุฮาริ เมสเซ (Makuhari Messe) สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวเว่ยที่งานInterop Tokyo 2016 ได้ทาง http://enterprise.huawei.com/topic/interop2016_jp_en/index.html

เมอร์ค ตั้งเป้าขยายกิจการในแอฟริกา เน้นธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์เป็นหลัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาร์มสตัดท์, เยอรมนี–9 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

เมอร์ค เล็งขยายธุรกิจครั้งใหญ่ในทวีปแอฟริกาในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์เป็นหลัก

– ปี 2559 จะเป็นปีแห่งการลงทุนในธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ในกลุ่มประเทศแอฟริกา โดยโฟกัสไปที่แบรนด์สำคัญของบริษัทอย่าง Seven Seas, Nasivin และNeurobion 

เมอร์ค (Merck) บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ เผยธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์มีบทบาทสำคัญภายใต้กลยุทธ์การขยายธุรกิจครั้งใหม่ในแอฟริกา โดยหลังจากเริ่มให้บริการเฮลธ์แคร์ในแอฟริกามาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2440 เมอร์คก็ได้ประกาศเป้าหมายใหม่ในการเพิ่มยอดขายในแอฟริกาเกินสองเท่าสู่ระดับ 500 ล้านยูโรภายในปี 2563 ในระหว่างที่บอร์ดบริหารของบริษัทเดินทางเยือน 10 ประเทศแอฟริกาเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทั้งนี้ ภายใต้กลยุทธ์ใหม่นั้น ปี 2559 ถือเป็นปีแห่งการลงทุนในธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ในกลุ่มประเทศแอฟริกา โดยโฟกัสไปที่แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Seven Seas(R), Nasivin(R) และ Neurobion(R) สำหรับธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ของเมอร์คนั้นมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมและการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ และคาดว่าธุรกิจนี้จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อภารกิจของเมอร์คในการส่งเสริมครอบครัว ชุมชน และประเทศในแอฟริกาให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์

Merck Logo (PRNewsFoto/Merck KGaA)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160202/328976LOGO )

The Merck team with the First Lady of Kenya; third person from the left (PRNewsFoto/Merck)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160607/376485 ) 

อูทา เคมเมอริช-คีล ประธานและซีอีโอธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ของเมอร์ค กล่าวว่า ธุรกิจเฮลธ์แคร์ถือเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตของเมอร์คในแอฟริกา และธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ของเราก็ทุ่มเทสุดกำลังที่จะสร้างความเข้าใจด้านสุขภาพในทวีปนี้ รวมทั้งตอบสนองความต้องการที่ไม่เคยถูกเติมเต็มของผู้บริโภคชาวแอฟริกันที่กำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 

แคมเปญ Beyond Zero ในเคนยา 

Seven Seas แบรนด์น้ำมันตับปลาภายใต้ธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ที่เปี่ยมนวัตกรรมและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในประเทศเคนยาด้วยการสนับสนุนแคมเปญ 2016 Beyond Zero ที่นำโดย ฯพณฯ มากาเร็ต เคนยัตตา สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของเคนยา โดยมีเป้าหมายเพื่อต่อสู้กับปัญหาการขาดสารอาหารอย่างจริงจัง ในประเทศเคนยามีเด็กถึง 35% ที่ประสบภาวะแคระแกร็น ดังนั้น Seven Seas หนึ่งในผู้สนับสนุนแคมเปญระดับชาติ 2016 Beyond Zero จึงได้นำความรู้ที่สั่งสมมานานกว่า 80 ปีในการเสาะแสวงหาความอุดมสมบูรณ์จากใต้ท้องทะเล มาสนับสนุนให้เด็กๆในแอฟริกาได้รับวิตามินและโอเมกา 3 ในปริมาณที่แนะนำ ซึ่งจะทำให้มีพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์

อูทา เคมเมอริช-คีล กล่าวเสริมว่า “เราเป็นผู้นำในการส่งเสริมสุขภาพส่วนบุคคลและโภชนาการที่ดี เพื่อช่วยให้เด็กรุ่นใหม่ๆในเคนยามีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์กว่าเดิม ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “Together for Stronger Generations” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถสร้างเสริมสุขภาพของตนเอง ชุมชน และสังคมโดยรวม ด้วยการเพิ่มความตระหนักในเรื่องการขาดสารอาหาร ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของเราขายได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ จึงสามารถตอบสนองความต้องการของชาวแอฟริกันได้เป็นอย่างดี และอีกไม่นานนี้ แบรนด์ Nasivin และ Neurobion ก็จะเข้ามาช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีของครอบครัว ชุมชน และประเทศในแอฟริกาเช่นกัน 

การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ 

ธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการขยายตัวของเมอร์คในทวีปแอฟริกานั้น มียอดขายสุทธิทั่วโลกอยู่ที่ 215 ล้านยูโรในช่วงไตรมาส 1/2559หรือเติบโตขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ไม่รวมผลกระทบที่เกิดขึ้นครั้งเดียว โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ 4 ใน 6 แบรนด์ระดับโลกของบริษัททำผลงานได้ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อันได้แก่แบรนด์ Neurobion, Dolo-Neurobion(R), Nasivin(R) และ Femibion รวมถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในหลายๆประเทศ ได้แก่ ชิลี เปรู และบราซิลในละตินอเมริกา รวมถึงอินโดนีเซีย อินเดีย และไทยในเอเชียแปซิฟิก

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาคลิกที่www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้ 

เกี่ยวกับธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ของเมอร์ค

แบรนด์ต่างๆภายใต้ธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ของเมอร์ค เช่น Neurobion(R), Bion(R), Nasivin(R), Seven Seas(R), Dolo-Neurobion(R) และ Femibion(R) เป็นผลิตภัณฑ์ชั้นนำในตลาดสำคัญๆ โดยเปี่ยมด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก ธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์มีพนักงานกว่า 3,700 คนในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก แบรนด์ต่างๆภายใต้ธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ทำยอดขายรวมต่อปีราว 1 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ คอนซูเมอร์เฮลธ์เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเฮลธ์แคร์ในเครือเมอร์ค กรุ๊ป ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่  http://www.merck-consumer-health.com หรือ https://twitter.com/merck_ch

เกี่ยวกับเมอร์ค 

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว 50,000 คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึงจอแอลซีดีสำหรับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ ทั้งนี้ ในปี 2558 เมอร์คสามารถทำยอดขายได้ 1.285 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ 

เมอร์คก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2211 จึงเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทเมอร์คในดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่, มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

XCMG จัดการแข่งขัน “XCMG Cup” เฟ้นหานักออกแบบนวัตกรรมใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซูโจว, จีน–9 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

品质,为你

          XCMG ผู้ผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างและอุปกรณ์ทำเหมืองชั้นนำของโลก ประกาศจัดการแข่งขันการออกแบบนวัตกรรมสีเขียว หรือ XCMG Cup พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ www.en.xcmg-cloud.com/ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา

          นักเรียนและผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านความคิดสร้างสรรค์จากทั่วโลกสามารถสมัครและส่งผลงานการออกแบบเข้าร่วมการแข่งขันในสาขาการออกแบบอุปกรณ์ทำความสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อม อาทิ อุปกรณ์และโซลูชั่นสำหรับทำความสะอาดถนน การบำบัดขยะแห้ง และการควมคุมสภาพแวดล้อม

          การแข่งขัน XCMG Cup ครั้งนี้ เป็น 1 ใน 14 โครงการระดับโลกของ XCMG ที่มุ่งคุ้มครองสวัสดิการสังคม โดยเน้นไปที่เทคโนโลยีสีเขียวซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการค้นหาดาวรุ่งดวงใหม่ที่จะมาช่วยผลักดันการยกระดับอุตสาหกรรม

          หลิว เซียนฟาง จากสถาบันวิจัย XCMG แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเริ่มต้นโครงการใหม่ในครั้งนี้ว่า “XCMG Cup กำลังมองหาความเป็นไปได้ในการสะท้อนแบบจำลองการร่วมสร้างสรรค์เทคโนโลยี ซึ่งเป็นการกระตุ้นความคิดย้อนกลับและการระดมสมองให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ ในการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เราขอเชิญชวนผู้สนใจจากทั่วโลกมาร่วมกันกรุยทางให้กับการพัฒนาเพื่ออนาคตผ่านเทคนิคการผลิตที่สร้างสรรค์และทันสมัยที่สุด”

          หัวข้อการแข่งขัน ‘เปลี่ยนแปลงโลกด้วยคลาวด์’ ยังเป็นการสะท้อนโครงการหลักล่าสุดของ XCMG ที่ได้ร่วมมือกับ Alibaba Cloud เพื่อสร้าง XCMG-Cloud ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลอุตสาหกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเก็บรวบรวมและแบ่งปันข้อมูลจำนวนมหาศาลในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ด้วยการผสานเข้ากับอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีประมวลผลรูปแบบคลาวด์ และการผลิต เพื่อนำเสนอโอกาสใหม่ ๆ

          “เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนคิดนอกกรอบ XCMG Cup จะนำโมเดลออนไลน์ใหม่ทั้งหมดมาใช้ในการจัดการแข่งขันผ่านระบบคลาวด์” หลิวกล่าว “การแก้ปัญหาคอขวดในอุตสาหกรรมด้วยการเปิดใจและทำงานเป็นทีมนั้นไร้ซึ่งขอบเขต อีกทั้งการแข่งขันในครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำหรับ XCMG ในการสร้างแพลตฟอร์มคลาวด์ที่แตกต่างไปจากเดิม”

          ผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมแข่งขัน XCMG Cup สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้จนถึงวันที่ 15 ส.ค. โดยนักออกแบบสามารถส่งผลงานเข้าร่วมการแข่งขันได้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. – 15 ส.ค. คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาผลงานทุกชิ้นและคัดเลือกเพื่อเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายที่จะจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ของ XCMG ในวันที่ 13-15 ต.ค. นี้

          เกี่ยวกับ XCMG:

          XCMG เป็นบริษัทผลิตเครื่องจักรหนักข้ามชาติที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 73 ปี ปัจจุบันติดอันดับ 5 ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างของโลก บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังกว่า 170 ประเทศในทุกภูมิภาคทั่วโลก

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่ www.xcmg.com หรือเพจ XCMG บน Facebook, Twitter, YouTube, LinkedIn และ Instagram

TREsemme เผย 5 วายร้ายทำลายเส้นผมและเคล็ดลับเด็ดช่วยปกป้องเส้นผมให้สวย สุขภาพดี ไม่ชี้ฟู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 


เทรซาเม่ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพจากอเมริกา ชวนสาวๆ มาทำความรู้จักกับ 5 วายร้ายทำลายเส้นผมและทิปส์เด็ดช่วยปกป้องเส้นผมให้แลดูสวย สุขภาพดี ไม่ชี้ฟู

1. ยางมัดผม

แม้จะชื่อว่ายางมัดผมแต่มันไม่เป็นมิตรกับเส้นผมเลย    ลองสังเกตว่าเรารัดผมบริเวณเดิมทุกวัน เส้นผมในบริเวณนั้นจะแห้งและหักงอ หรืออาจถึงขั้นแตกและหลุดร่วง ยิ่งบางคนรีบๆ ใช้ยางที่รัดอาหารมามัดผมบ่อยๆ ก็ถือเป็นการสร้างความเสียหายให้ผมได้อย่างมากเลยล่ะ  ดังนั้นจึงควรเลือกยางมัดผมที่มีผ้าหุ้มก็จะดีกับผมมากกว่า

2. แปรงและหวี

แปรงและหวีเปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจของเส้นผมและก็ยังเป็นที่สะสมของรังแค ฝุ่นละออง เชื้อโรคและสารเคมีต่างๆ ที่ติดมาจากเส้นผมด้วย  การทำความสะอาดแปรงและหวีให้แห้งสะอาดอยู่เสมอจึงเป็นการช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดกับเส้นผมได้  นอกจากนี้การใช้แปรงและหวีผิดประเภทก็เป็นการทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่ายเช่นกัน  หลังสระผมขณะที่ผมยังเปียก  ควรใช้หวีซี่ห่างก่อน หรือใช้ปลายหวีซี่ถี่แบ่งผมเป็นช่อเพื่อไดร์ หรือรอผมแห้งตามธรรมชาติแล้วจึงค่อยแปรงผม    

วิธีการหวีผมด้วยวิธีที่ถูกต้องคือ แบ่งผมเป็นส่วนๆ แล้วค่อยๆ หวีทีละส่วน โดยเริ่มหวีผมจากด้านในสุดมาด้านนอกสุด ห้ามหวีจากโคนไล่ลงมา เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้ผมพันกัน นอกจากนั้นยังควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผมก่อนแปรงผมด้วยเพื่อปิดเกล็ดผมและลดการเสียดสีระหว่างแปรงกับเส้นผม

3. ธรรมชาติ

ธรรมชาติแม้จะเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่จริงๆ แล้วเส้นผมอาจถูกธรรมชาติทำร้ายได้ โดยเฉพาะความร้อนจากแสงแดด โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีแดดจัดในทุกฤดูกาล ผลจากการตากแดดนานๆ จะทำให้เส้นผมแห้งกรอบ ก่อเกิดปัญหาผมบาง เปราะขาดง่าย เป็นต้นเหตุของ ปัญหาผมบาง ซึ่งรุนแรงท่ากับการกัดสีผม การฟอกสีผม  การดัดผม เพราะรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดจะทำลายโปรตีนเคราตินในเส้นผม

ในฤดูฝนนั้น  เส้นผมของเราต้องเผชิญกับความชื้นที่ทำให้ผมชี้ฟูจัดทรงยาก แต่กลับดูลีบแบน  นอกจากนี้ในปัจจุบันน้ำฝนยังมีมลพิษเจือปน  ทำให้เป็นอันตรายต่อเส้นผมและหนังศีรษะ

ส่วนฤดูหนาวความชื้นในอากาศจะค่อนข้างต่ำ เส้นผมจึงมีความแห้งเพราะเกิดจากการปล่อยน้ำออกมาทำให้เกิดประจุไฟฟ้า อันเป็นสาเหตุอาการผมชี้ฟู และที่แย่ไปกว่านั้น คือการที่หนังศีรษะแห้ง และหลุดลอกกลายเป็นรังแค วิธีป้องกันง่ายๆ เพียงแค่ใช้ครีมนวดหลังสระผมด้วยแชมพู

ปัญหาจากธรรมชาติและสภาพอากาศในภาวะต่างๆ จึงสามารถแก้ไขง่ายๆ ได้โดยการใช้แชมพูหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราตินเพื่อเติมเต็มและบำรุงเนื้อผม  ทำให้เส้นผมแข็งแรง จัดทรงง่ายขึ้นในทุกสภาพอากาศ

4. สารเคมีจากการยืด ดัด และทำสีผม

อุปสรรคของคนไทยส่วนใหญ่ก็คือ การมีผมเส้นผมที่ดำ และเส้นใหญ่หนา เป็นที่ทราบกันดีว่า สีดำเป็นสีที่ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนได้  ซึ่งหากจะทำสีผมให้ติดนั้น จะต้องกัดจนกว่าจะได้สีผมโดนใจ เส้นผมก็ถูกสารเคมีจากการกัดและยังโดนน้ำยาย้อมผมทำลายจนบอบช้ำ ส่วนการยืดและดัด เป็นการใช้สารเคมีในการสลายพันธะ ทำให้เส้นผมซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งเปลี่ยนรูปไป

การยืด ดัด ทำสีผมควรเว้นระยะห่างประมาณ 3 เดือน เพื่อไม่ให้เส้นผมสูญเสียเคราตินในเส้นผมมากเกินไป  เส้นผมที่ถูกทำร้ายจากสารเคมีนั้น ควรใข้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราติน  เพื่อช่วยในการเติมเคราตินกลับคืนสู่เส้นผม คือช่วยให้เกล็ดผมปิดสนิท ลดการแตกหักของเส้นผมทำให้เส้นผมทุกเส้นแข็งแรงขึ้น และควบคุมปัญหาผมชี้ฟู ช่วยให้ผมลื่นสวย จัดทรงง่าย

5. ความร้อนจากไดร์และเครื่องรีดผม

เชื่อว่าหลายๆ คนเมื่อสระผมแล้วก็ต้องไดร์ผม ยิ่งหากใจร้อนใช้ไดร์ที่เปิดความร้อนสูงๆ เป่าตั้งแต่หัวเปียกจนแห้งถือเป็นตัวการทำผมเสียอย่างร้ายแรง  ผมจะแห้งกรอบ จึงควรเช็ดผมให้แห้งที่สุดแล้วจึงใช้ไดร์ ส่วนการรีดผมนั้นควรแบ่งทีละช่อเพื่อให้ผมโดนความร้อนซ้ำน้อยที่สุด  นอกจากนี้สิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนอย่างสเปรย์หรือทรีทเมนท์ เช่น เทรซาเม่ เคราติน สมูท ฮีท แอคติเวทเตด ที่ช่วยลดผมชี้ฟูนาน 7 วัน แม้จะสระผมระหว่างอาทิตย์กี่ครั้งก็ตามและ เทรซาเม่ เคราติน สมูท แฟลต ไอรอน สมูทติ้ง สเปรย์ ที่ออกแบบมาเพื่อเส้นผมที่มักต้องสัมผัสกับความร้อนโดยเฉพาะ นอกจากจะช่วยป้องกันผมจากความร้อนแล้วยังทำปฏิกิริยากับความร้อนทำให้ผมอยู่ทรง ไม่ต้องไดร์หรือหนีบซ้ำหลายๆ ครั้งจนเส้นผมต้องเผชิญกับความร้อนไม่รู้จบ

เห็นมาร้ายๆ กันเป็นทีมแบบนี้ไม่ต้องกลัว เพราะจะมากันเยอะขนาดไหนหากเรามีเกราะป้องกันชั้นเลิศอย่างผลิตภัณฑ์จากเทรซาเม่ที่พร้อมจะปกป้องเส้นผมของคุณจากวายร้ายที่คอยมากวนใจ ลดปัญหาผมชี้ฟู และดูให้ผมของคุณนุ่มลื่นอยู่เสมอ

ยูนิลีเวอร์มอบสิ่งดีๆ คืนสู่สังคม ท่ามกลางเทรนด์ความงามยุคดิจิตัล พร้อมรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด “เพราะความงามอยู่ในตัวเราทุกคน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

Replace this image

ความสำเร็จของบริษัท ยูนิลีเวอร์ ในฐานะธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคลที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกนั้น ไม่ได้มาจากผู้บริหารที่สามารถคาดเดาอนาคตหรือทายใจผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ  ไม่ได้มาจากนักการตลาดที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจเพื่อเพิ่มปริมาณยอดขายและหวังผลกำไรแต่เพียงอย่างเดียว ยูนิลีเวอร์นิยามตนเองแตกต่างจากบริษัทอื่นๆ ว่า “เราไม่ใช่บริษัทธุรกิจด้านความงาม (Beauty Company) เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เรายังเป็นบริษัทผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคล (Personal Care Company) ที่มีจุดประสงค์หลักในการช่วยเหลือผู้คนให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่าที่สุด ด้วยสุขภาพที่ดีกว่า ความสุขที่มากกว่า และสวยงามที่สุดได้อย่างแท้จริง”

จากความสำเร็จของแคมเปญ โดฟ เดย์ 2015 ที่จัดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สอง กับ  “One Find Day หนึ่งวันดีๆ ที่สาวๆ จะรู้จักและรักตัวเองมากขึ้น” พร้อมกับสัปดาห์แห่งโดฟ เดย์ ทั่วโลก ชวนเด็กหญิงวัยรุ่นอายุ 11-14 ปี กว่า 650 คน เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปที่จะช่วยปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้เด็กผู้หญิงมีความมั่นใจและเห็นคุณค่าความสวยในแบบของตนเอง ท่ามกลางสายตาชื่นชมของผู้ใหญ่ และยังได้รับความสนใจจากพี่ๆ สื่อมวลชนที่มาส่งกำลังใจให้น้องๆ ให้พร้อมที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ กล้าคิด กล้าทำ ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมต่อไป  

กิจกรรม “One Find Day” ถือเป็นหนึ่งกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากภายใต้ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจที่เน้นการให้ความใส่ใจในผู้บริโภคที่ยูนิลีเวอร์ยึดถือมาตลอดตั้งแต่ยุคที่วิลเลี่ยม เฮสเกธ ลีเวอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ยูนิลีเวอร์ในปี ค.ศ. 1884 (ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านลอร์ด ลีเวอร์) ได้สรรสร้างผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผู้คนในโลกได้อย่างทั่วถึง  ไม่ว่าจะเป็นสบู่ไลฟ์บอย (Lifebuoy) สบู่ต้านแบคทีเรียในตำนานของโลก ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อความเป็นอยู่และสุขอนามัยที่ดีขึ้น โดยในยุคสมัยพระนางเจ้าวิกตอเรีย กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของการเสียชีวิตจากโรคอหิวาตกโรคที่ระบาดขึ้น รวมไปถึงโรคท้องร่วงและปอดบวม ซึ่งการล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่นั้น นับเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่ง ที่สามารถป้องกันและช่วยลดอัตราการตายของเด็กๆ ได้มากกว่า 600,000 คนในแต่ละปี สบู่ไลฟ์บอยจึงช่วยรักษาชีวิตของเด็กๆ นับล้านคนทั่วโลกจากการติดเชื้ออหิวาตกโรค และการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นในยุคนั้น 

วาสลีน ปิโตรเลียม เจลลี่ (Vaseline Petroleum Jelly) ที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแก้ปัญหาผิวแห้ง ไม่เพียงแต่ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิว แต่ยังช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวแห้ง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่แท้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งวาสลีน ปิโตรเลียม เจลลี่ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์และปลอดภัยนี้ยังสามารถช่วยสมานแผล ปลอบประโลมผิว และรักษารอยไหม้ต่างๆ นั้น สรรพคุณทางการแพทย์นี้ ทำให้วาสลีน ปิโตรเลียม เจลลี่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์อย่างมากในช่วงสงครามโลก สามารถช่วยเยียวยาผิวจากไฟไหม้ที่รุนแรง ทำให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรอดชีวิตมีอาการดีขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับตำนานของโลกมาจนถึงทุกวันนี้

จนมาถึงปัจจุบัน ยูนิลีเวอร์ยังดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญาที่เจาะลึกถึงความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ในกลุ่มผู้บริโภคทุกๆ คน ทุกๆ ชนชั้น ทุกๆ เพศ ทุกๆ วัย  เพื่อสร้างความสุข รอยยิ้ม ความรู้สึกและทัศนคติที่ดี ต่อการดำรงชีวิต จึงทำให้บริษัท ยูนิลีเวอร์ ประสบความสำเร็จ สามารถครองใจผู้บริโภคทั่วโลก ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำสำหรับผู้บริโภคทั่วไปมาอย่างยาวนาน  ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมไม่ว่าจะเป็น Dermalogica, REN, Murad และ Kate Sommerville ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ผสมผสานความหรูหราและไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน ยูนิลีเวอร์ยังก้าวต่อไปไม่หยุดยั้ง พร้อมมอบสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมด้วยโครงการอันน่าทึ่งเพื่อคืนความงดงามให้กับโลกใบนี้

นอกจากแคมเปญ โดฟ เดย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในประเทศไทยแล้วยังมีแคมเปญอื่นๆ ที่น่าจับตามองในระดับโลก อย่าง “Make You Mark” แคมเปญจาก TRESemmé ที่สนับสนุนให้ผู้หญิงยุคใหม่มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นในการทำงาน เพราะเชื่อว่าการดูดีและการมีเส้นผมที่สวยงามนั้น เป็นเรื่องของผลกระทบต่อความรู้สึก ความมั่นใจต่อความก้าวหน้าในชีวิต พร้อมออกแคมเปญ ‘Make Your Mark’ ผ่านโซเชียลมีเดีย ที่เป็นเหมือนแหล่งชุมชนให้ผู้หญิงได้สนับสนุนให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

โครงการ The Healing Power of Vaseline วาสลีน ปิโตรเลี่ยม เจลลี่ ที่ได้ช่วยรักษาผิวหนังให้กับผู้คนจำนวนมากมาตลอดระยะเวลากว่า 140 ปีที่ผ่านมา และในวันนี้ยังได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือปฐมพยาบาลสำหรับเหตุฉุกเฉิน ส่งไปยังค่ายอพยพพื้นที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ  ไลฟ์บอยได้สานต่อความเป็นผู้นำของการดูแลสุขอนามัย จึงได้ริเริ่มให้ความรู้แก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้เห็นความสำคัญของการล้างมือที่ถูกวิธีในแต่ละช่วงวัน พร้อมด้วยการสนับสนุนการมีส่วนร่วม ด้วยการเปิดโอกาสให้กับนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ได้เรียนรู้ถึงประสบการณ์ดีๆ จากการแบ่งปัน การเสียสละ และคุณค่าจากการให้ด้วยการสอนให้เด็กๆ ที่ยากไร้ได้รู้จักการล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกวิธี

เพราะความงดงามที่แท้จริงที่ได้มาจากการให้นั้น มีพลังมหาศาลในการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ให้กับโลกใบนี้ได้ แนวคิดของการมอบสิ่งดีๆ คืนกลับสู่สังคม ในคอนเซ็ปต์ที่มีความคล้ายคลึงกับประโยคที่ว่า “ยิ่งให้ ยิ่งสวย” จึงได้ถือกำเนิดขึ้น เพราะนอกเหนือไปจากคอนเซ็ปต์ที่ตอบโจทย์โดนใจ และประสิทธิภาพที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันแสนก้าวล้ำ อีกหนึ่งสิ่งที่ยูนิลีเวอร์มุ่งเน้น และให้ความสำคัญต่อทุกแบรนด์และผลิตภัณฑ์ทุกตัว นั่นก็คือ “คุณค่าและความงดงามที่แท้จริง” ที่ซ่อนอยู่ภายใต้บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ด้วยการตั้งคำถามที่ว่า 

“… ผลิตภัณฑ์นั้นสามารถช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้นได้มากน้อยเพียงใด? …ผลิตภัณฑ์นั้นช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและการยอมรับตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน ? …และผลิตภัณฑ์นั้นสามารถให้ประโยชน์อะไรคืนกลับแก่สังคมและสิ่งแวดล้อมได้บ้าง เพื่อช่วยให้โลกใบนี้สวยงามและน่าอยู่ยิ่งขึ้น” 

 “ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาจวบจนวันนี้  คำถามเหล่านี้คือโจทย์ที่ทำให้เราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคม ยูนิลีเวอร์โกลบอลได้เริ่มนำแผนธุรกิจเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในระยะยาวมาใช้กับหลายๆ แบรนด์ ด้วยแคมเปญเพื่อสังคมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากมายเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ซึ่งในประเทศไทยก็ได้มีการนำกลยุทธ์ดังกล่าวมาปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยมากที่สุด  ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างสูงสุด  จึงเกิดเป็นแรงผลักดันให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในการใช้พลังงานและทรัพยากรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด  เพราะมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอ  โดยเฉพาะอุณหภูมิโลกที่เริ่มสูงขึ้น พร้อมด้วยจำนวนประชากรที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณน้ำ อาหารและวัตถุดิบเริ่มขาดแคลน  ยูนิลีเวอร์เชื่อว่าธุรกิจจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น และพร้อมเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ยิ่งใหญ่หาทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากขึ้นเป็นสองเท่าไปพร้อมๆ  กับประสิทธิภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมด้วยในขณะเดียวกัน  ด้วยวิสัยทัศน์ที่ที่มุ่งเน้นการสร้างความเติบโตทางธุรกิจไปพร้อมๆ กับคุณภาพชีวิตของมนุษย์และโลกที่สวยงามขึ้น ถึงได้ครองใจผู้บริโภคทั่วโลกในฐานะผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคล ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกมาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามแคมเปญที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.unilever.co.th

มหกรรม “Inter Lubric China 2016” เจาะลึกตลาดน้ำมันหล่อลื่นจีนอย่างถึงแก่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–9 มิ.ย.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

มหกรรมแสดงสินค้าน้ำมันหล่อลื่นและเทคโนโลยีนานาชาติจีน หรือ Inter Lubic China เตรียมเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ในวาระครบครอบ 17 ปี ณ China Import and Export Fair Complex ในนครกว่างโจว ระหว่างวันที่ 20-22 กันยายนนี้

มหกรรม Inter Lubric China ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก SINOPEC Lubricant Company, PetroChina Lubricant Company และ CCPIT Shanghai และอำนวยการจัดงานโดย Intex Shanghai ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ปักกิ่ง กว่างโจว และเซี่ยงไฮ้ โดยตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา งานนี้สามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ามากกว่า 2,000 ราย และมีผู้เข้าชมงานที่เป็นทั้งผู้ผลิต ดีลเลอร์ ตัวแทนจำหน่าย และผู้ใช้สินค้ากว่า 70,000 ราย งานนี้จึงได้รับการยกย่องในฐานะมหกรรมแสดงสินค้าสุดยิ่งใหญ่ระดับนานานชาติที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพที่สุดในอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่น

สำหรับบริษัทที่ยืนยันแล้วว่าจะเข้าร่วมงานในปีนี้ประกอบด้วย SINOPEC, PetroChina, ExxonMobil Chemical, ENEOS, ENI, ENEOS, PRINCE, EMERY, NACO, OTL, JAMA, SEANON, HANDIOIL, API, KLK, BASF, SASOL, HANDI, NACO, EUBO, ITALMATCH, TIANHE, PCAS, TRCC, Rhein Chemie และอีกมากมาย

ผลิตภัณฑ์ที่จะจัดแสดงในงานนี้ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นสำหรับรถยนต์ ผลิตภัณฑ์เคมีบำรุงรักษารถยนต์ น้ำมันหล่อลื่นและจาระบีสำหรับอุตสาหกรรม น้ำมันหล่อลื่นและสารหล่อลื่นสำหรับงานโลหะ สารป้องกันสนิม สารเพิ่มคุณภาพการหล่อลื่นและน้ำมันพื้นฐาน เครื่องจักรและระบบหล่อลื่น รวมถึงอุปกรณ์ผสม เติมประจุ และบรรจุสำหรับการผลิต ทดสอบ ควบคุมคุณภาพ และเทคโนโลยีนำกลับมาใช้ใหม่ในส่วนของสารหล่อลื่น ตลอดจนอุปกรณ์สำหรับผลิตภัณฑ์หล่อลื่น บุคลากรสำหรับงานหล่อลื่น บริการให้คำปรึกษา บริการสำหรับสื่อมวลชน และอีกมากมาย

มหกรรม Inter Lubric China ยังมีกิจกรรมอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการตลาด โดยตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา มีการจัดสัมมนาและการประชุมกว่า 80 ครั้งในมหกรรมแสดงสินค้านี้ และในปีนี้จะมีการนำเสนอกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย ได้แก่

1. การประชุมและฝึกอบรมด้านการพัฒนาเทคโนโลยีงานโลหะจีน

(China Metalworking Technology Development Forum and Training Course)

2. การประชุมนานาชาติว่าด้วยสารหล่อลื่น น้ำมันพื้นฐาน และสารเติมแต่ง

(2016 China International Lubricants, Base Oil & Additives Conference)

3. โครงการจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้จัดจำหน่ายและดีลเลอร์ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น

(Lubricant Dealer and Distributor Matching Program)

4.  การประชุมผู้ประกอบการด้านสารหล่อลื่น

(2016 Lubricant Industry Entrepreneurs Salon)

5. การฝึกอบรวมด้านสารหล่อลื่นระดับนานาชาติ

(2016 International Lubricant Training Course)

ติดต่อ

Miss Apple Gu

โทร. +86-21-6295-2132

แฟกซ์: +86-21-6278-0038

อีเมล: guyuan@intex-sh.com

เว็บไซต์: www.interlubric.com

หอชมวิวฮ่องกง sky100 นำเสนอประสบการณ์ Little Twin Stars Sky-high จำนวนจำกัด การันตีด้วยรางวัล TripAdvisor Certificate of Excellence Award เป็นครั้งที่สามติดต่อกัน ซึ่งทำให้ sky100 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเยือนให้ได้ในฤดูร้อนนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–8 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

หอชมวิวฮ่องกง sky100 (sky100 Hong Kong Observation Deck หรือ sky100) บนชั้นที่ 100 ของอาคาร International Commerce Centre ซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในฮ่องกง อีกทั้งยังเป็นหอชมวิวบนดาดฟ้าที่สูงที่สุดในฮ่องกง และเป็นเพียงหอชมวิวภายในอาคารแห่งเดียวที่สามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งเมืองและท่าเรือวิคตอเรียที่มีชื่อเสียงของเกาะ โดยตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม – 23 สิงหาคม ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมจะได้ร่วมสนุกไปกับกิจกรรมใหม่ที่แสนจะตื่นเต้นอย่าง “sky100-Little Twin Stars Sky-high Hong Kong Adventure”  เชิญมาเยี่ยมชมและสัมผัสกับประสบการณ์แห่งพลวัตนิยมของฮ่องกงร่วมกับ Little Twin Stars และตื่นตาไปกับความงามอันน่าอัศจรรย์ของเมืองระดับโลกของเอเชียจากมุมบน

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160606/8521603666-a

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160606/8521603666-b

เตรียมพบกับ Little Twin Stars ในธีมฮ่องกงภายใต้ชื่อ The “Starry Sky-high Package” ในราคาเพียง 248 ดอลลาร์ฮ่องกง (สำหรับผู้ใหญ่) และ 198 ดอลลาร์ฮ่องกง (สำหรับเด็ก/ผู้สูงอายุ) ซึ่งสามารถเข้างานได้ 2 ครั้ง และประกอบด้วย 5 ฟีเจอร์ใหม่ๆดังต่อไปนี้:

1. การตกแต่งในธีม Little Twin Stars ในรูปแบบลิมิเต็ด เอดิชั่น

2. ข้อเสนอ “Little Twin Stars Sky-high Galaxy” ครั้งแรกของ sky100 ด้วยประสบการณ์ค่ำคืนอันแสนโรแมนติกพร้อมกับแสงดาวระยิบระยับ

3. กิจกรรมความบันเทิงเพื่อการศึกษาร่วมกับ “Little Twin Stars Starry-go-round Hong Kong Guide” ที่นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของ Little Twin Stars เพื่อสำรวจสถานที่อันเป็นแลนด์มาร์คต่างๆของฮ่องกง

4. “Little Twin Stars Creative Corner” ที่คุณสามารถเปลี่ยนผลงานโมเดลกระดาษแบบ 2 ธีมให้เป็นของที่ระลึกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อนำกลับบ้านไปพร้อมกับคุณ

5. ซองใส่บัตรเครดิต Little Twin Stars ในจำนวนจำกัด 1 ซอง

นอกจากนี้ ผู้เข้าเยี่ยมชมยังจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มในธีม Little Twin Stars ที่คาเฟ Vista@sky100 เพื่อดื่มด่ำไปกับความโดดเด่น 2 เท่าด้วยรสชาติและความเพลิดเพลินทางสายตา!

ทุกเมืองที่สำคัญทั่วโลกต่างก็มีดาดฟ้าชมวิวอันเป็นสัญลักษณ์ของตัวเมือง และ sky100 ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ดังกล่าวของฮ่องกง ดาดฟ้าดังกล่าว ซึ่งพึ่งจะเปิดทำการได้เพียง 5 ปี ได้รับประกาศนียบัตร Certificate of Excellence ของ TripAdvisor ถึง 3 ปีติดต่อกันในปี 2557, 2558 และ 2559 เนื่องจากวิวที่สวยงามCertificate of Excellence ช่วยให้ sky100 มีรายชื่ออยู่ในกลุ่ม 10% ต้นๆของรายชื่อสถานที่ดึงดูดใจทั่วโลกของ TripAdvisor นอกจากนี้ ดาดฟ้ายังช่วยให้ผู้เข้าเยี่ยมชมได้สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายด้วยการแสดงทางวัฒนธรรมที่เป็นลักษณ์เฉพาะของฮ่องกงผ่านทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยและแอปแบบอินเตอร์แอ็คทีฟอย่าง AR ดังนั้น sky100 จึงเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบในการเพลิดเพลินไปกับวิวที่สวยงามของฮ่องกง ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวของคุณมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น!

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ sky100 (www.sky100.com.hk)

(C)1976, 2016 SANRIO CO., LTD.
เลขที่ใบอนุญาต P160600052BC