Tech Mahindra หนุนกระทรวงยานยนต์ของรัฐเนวาดา สหรัฐฯ ยกระดับการดำเนินงานให้ทันสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดัลลัส – 3 มิ.ย. – พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

-บริษัทคว้าสัญญา 5 ปี มูลค่า 75 ล้านดอลลาร์ รับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบและวางระบบในโครงการ SysMod

Tech Mahindra ผู้เชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้ดิจิทัล การให้คำปรึกษา และการยกเครื่องธุรกิจ ประกาศว่า บริษัทได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงยานยนต์(Department of Motor Vehicles – DMV) ของรัฐเนวาดา ให้เป็นผู้ออกแบบและวางระบบ (Prime Integrator) สำหรับโครงการ System Modernization หรือ“SysMod” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการปฏิบัติงานของ DMV ให้มีความทันสมัย

 Tech Mahindra - Mahindra Satyam Merger Consummated / Tech Mahindra Logo

Tech Mahindra Logo

(โลโก้:  http://photos.prnewswire.com/prnh/20130625/623008 )

Tech Mahindra จะใช้โซลูชั่นระดับรางวัลอย่าง MOVES(TM) เพื่อวางพื้นฐานการพลิกโฉมการดำเนินงานของทางกระทรวงฯ โดยจะมีการย้ายโซลูชั่นไปยังโครงสร้างเทคโนโลยีของ Oracle และจะมอบประสบการณ์การให้บริการลูกค้าผ่านหลายช่องทาง โซลูชั่นที่เป็นระบบดิจิทัลนี้จะช่วยยกระดับการบริการลูกค้า ลดเวลาในการประมวลผลรายการ และช่วยเพิ่มความเร็วในการส่งผลิตภัณฑ์และการบริการจากทางกระทรวงฯ ออกสู่ตลาด ทั้งนี้ สัญญาดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานและการบริการต่างๆนั้น มีมูลค่ารวมสูงกว่า 70 ล้านดอลลาร์ ภายในระยะเวลา 5 ปี

“เราตื่นเต้นและยินดีที่จะได้ร่วมมือกับ Tech Mahindra ในการสร้างอนาคตของ DMV” เทอร์รี แอล แอนเดอร์สัน ผู้อำนวยการกระทรวงยานยนต์ กล่าว “นี่ไม่ใช่แค่การอัพเกรดเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เรากำลังจะสร้างหน่วยงานด้านยานยนต์ที่สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพไม่เป็นสองรองใคร อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของนวัตกรรมและหน่วยงานรัฐบาลที่มีการตอบสนองอย่างรวดเร็วภายใต้แผนพัฒนารัฐเนวาดา (Nevada Strategic Planning Framework) เป็นระยะเวลา 5 ปีของท่านผู้ว่าการรัฐ ไบรอัน แซนโดวัล”

Tech Mahindra รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นพันธมิตรกับกระทรวงยานยนต์ของรัฐเนวาดาในการออกแบบและวางอนาคตให้กับ DMV” อาร์วินด์ มัลโฮตรา หัวหน้ากลุ่มงานลูกค้าเชิงกลยุทธ์กล่าว “เราจะออกแบบและวางระบบอย่างเป็นขั้นตอน โดยใช้วิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile และใช้สถาปัตยกรรมไอทีที่มีความทันสมัย”

เกี่ยวกับ Tech Mahindra

Tech Mahindra มุ่งมั่นสร้างสรรค์โลกที่เชื่อมถึงกันมากขึ้น ผ่านการนำเสนอบริการและโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและตรงตามความต้องการของลูกค้า เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กร หุ้นส่วน และสังคมก้าวไปข้างหน้าตามแนวคิด Rise(TM) บริษัทของเรามีมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีผู้เชี่ยวชาญรวมกันกว่า107,100 คนใน 90 ประเทศ ที่คอยให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้ากว่า 800 รายทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้มีบริษัทระดับ Fortune 500 รวมอยู่ด้วยหลายแห่ง แพลตฟอร์มสุดล้ำสมัยและสินทรัพย์หมุนเวียนของเราได้ช่วยหลอมรวมเทคโนโลยีต่างๆไว้ด้วยกัน เพื่อมอบคุณค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้ให้แก่ผู้ถือผลประโยชน์ทุกคน ทั้งนี้ Tech Mahindra เป็นบริษัทระดับ Fab 50 ในเอเชีย จากการจัดอันดับของ Forbes ในปี 2557

Tech Mahindra เป็นส่วนหนึ่งของ Mahindra Group เครือบริษัทที่มีมูลค่า 1.69 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีพนักงานรวมกันกว่า 200,000 คนในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เครือบริษัทดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมหลักๆที่มีส่วนขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเป็นผู้นำในแวดวง รถแทรกเตอร์   รถยนต์อเนกประสงค์   เทคโนโลยีสารสนเทศ   ธุรกิจตลาดหลังการขาย และ บริการที่พักแบบ vacation ownership

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อรู้จักเราให้มากขึ้นได้ที่ http://www.techmahindra.com

หรือผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย: FacebookTwitterLinkedInYouTube

เกี่ยวกับกระทรวงยานยนต์ รัฐเนวาดา 

กระทรวงยานยนต์ (DMV) เป็นผู้ออกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ การออกทะเบียนและป้ายทะเบียนรถยนต์ในรัฐเนวาดา นอกจากนี้ยังเป็นหน่วยงานที่อนุญาต กำกับดูแล และเก็บภาษีรถยนต์ บริษัทขนส่ง และอุตสาหกรรมพลังงาน

พันธกิจของ DMV คือการนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ๆและทันสมัย โดยอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม การบริการลูกค้า และการฝึกอบรมบุคลากร ควบคู่ไปกับการป้องกันการทุจริตและปกป้องประชาชนผู้ขับขี่ด้วยการใช้มาตรการบังคับควบคุมและการอนุญาต ในขณะที่ยังคงรักษาความปลอดภัยข้อมูลของ DMV  

DMV มีบุคลากรมากกว่า 1,100 ราย และจัดเก็บรายได้ได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งจะนำไปใช้สนับสนุนโครงการสร้างทางด่วน บริการของรัฐบาลท้องถิ่น และเขตการศึกษาต่างๆ นอกจากนี้ทางกระทรวงฯ ยังเป็นผู้ระดมทุนให้แก่องค์กรการกุศลผ่านโครงการจำหน่ายป้ายทะเบียนแบบพิเศษอีกด้วย

เยี่ยมชมเว็บไซต์ของ DMV ได้ที่ http://www.dmvnv.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

Rajat Mittra

Global Media Relations

RM00461765@TechMahindra.com

Kevin Malone

Public Information Officer

kmalone@dmv.nv.gov

แหล่งข่าว: Tech Mahindra

NOMADD ระดมทุน 1 ล้านดอลลาร์จาก KAUST Innovation Fund

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ธูวาลซาอุดิอาระเบีย3 มิ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อไม่นานมานี้ NOMADD (NO-water Mechanical Automated Dusting Device) ได้ปิดการระดมทุนรอบ Series A จาก KAUST (King Abdullah University of Science and Technology) Innovation Fund โดยได้รับเงินทุนทั้งสิ้น 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ NOMADD คือระบบทำความสะอาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์กลางทะเลทรายที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งพัฒนาขึ้นที่  KAUST โดยจอร์จ ไอเทลฮูเบอร์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ NOMADD

NOMADD ได้รับเงินทุนเริ่มต้นและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจาก KAUST และการระดมทุนครั้งล่าสุดนี้จะช่วยให้ NOMADD สามารถสร้างรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในซาอุดิอาระเบีย พร้อมจ้างพนักงานในตำแหน่งสำคัญๆ และดำเนินกิจกรรมการทดสอบร่วมกับลูกค้าที่มีกำลังซื้อ

จอส แวน เดอ ไฮเดน ซีอีโอของ NOMADD กล่าวว่า เทคโนโลยีการกำจัดฝุ่นของ NOMADD จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) อันเป็นตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ที่สำคัญของโลกในทศวรรษที่กำลังจะมาถึง เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากกองทุนนี้ และเราจะเดินหน้าพัฒนาในเชิงพาณิชย์ต่อไป

“KAUST ช่วยผลักดันบริษัทสตาร์ทอัพให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีพลิกวงการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอโครงการสนับสนุนอันหลากหลาย สิ่งอำนวยความสะดวกและเจ้าหน้าที่ระดับท็อป ตลอดจนโอกาสในการระดมทุนให้แก่บริษัทสตาร์ทอัพมาร์ค โครเวลล์ รองประธานฝ่ายพัฒนาเศรษฐกิจและนวัตกรรมของ KAUST กล่าว เรายินดีที่ได้ระดมทุนให้แก่ NOMADD ตลอดจนช่วยพัฒนาภาพรวมของการลงทุนในซาอุดิอาระเบีย

การลงทุนครั้งนี้เป็นก้าวแรกของการลงทุนในด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างและสนับสนุนชุมชนบริษัทสตาร์ทอัพในประเทศนิโคลา เบตติโอ ผู้จัดการของ KAUST Innovation Fund กล่าว เราอยากเป็นหุ้นส่วนระยะยาวของบรรดาบริษัทสตาร์ทอัพที่เราลงทุนด้วย เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่ถือหุ้นส่วนน้อยเท่านั้น แต่ยังต้องการผลักดันให้บริษัทเหล่านี้พัฒนาต่อไป ด้วยการให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์และสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับ KAUST Innovation Fund  

KAUST Innovation & Economic Development ส่งเสริมความหลากหลายทางเศรษฐกิจในราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย รวมทั้งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ หนึ่งในกิจกรรมหลักของโครงการคือ KAUST Innovation Fund ที่ให้ความช่วยเหลือบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีตั้งแต่การให้เงินทุนขั้นต้นไปจนถึงช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจ ตลอดจนลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากต่างประเทศที่ต้องการดำเนินธุรกิจในซาอุดิอาระเบียและรับประโยชน์จากการวิจัยของ KAUST

เกี่ยวกับ KAUST  

King Abdullah University of Science and Technology (KAUST) เป็นมหาวิทยาลัยด้านการวิจัยระดับบัณฑิตศึกษานานาชาติในซาอุดิอาระเบีย KAUST พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านการวิจัยแบบสหวิทยาการ การศึกษา และนวัตกรรม สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.kaust.edu.sa

 แหล่งข่าว: KAUST

“Decatur” ชนะประมูลโครงการจัดหาแผ่นป้ายทะเบียนรถให้กรมการขนส่งเนปาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–3 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

กรมการขนส่งประเทศเนปาล (DOTM) ประกาศให้บริษัท Decatur ผู้นำระดับโลกด้านระบบจัดการระบุตัวตน เป็นผู้ชนะการประมูลโครงการมูลค่ากว่า 44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อ “จัดหาและส่งมอบแผ่นป้ายทะเบียนรถแบบนูนที่มีความปลอดภัยสูง มาพร้อมข้อมูลเจ้าของรถ ข้อมูลการจดทะเบียนรถ และโครงสร้างพื้นฐานไอที” การประมูลครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม โดยมีบริษัทชั้นนำระดับโลกเข้าร่วมการประมูลหลายราย แต่ท้ายที่สุดแล้ว Decatur ก็ชนะการประมูลเพราะที่มีคุณสมบัติตรงกับที่กำหนดมากที่สุดและนำเสนอโซลูชั่นนวัตกรรมได้ดีที่สุด สำหรับพิธีลงนามในสัญญาได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ณ สำนักงานใหญ่ของกรมการขนส่งเนปาล ในเขตมิณพาวัณ กรุงกาฐมาณฑุ

 Decatur / From left to right: Mr. Bijay Raj Pant, witness for Decatur; Mr. Chandra Man Shrestha, Director General DOTM; Mr. Michel Goffin, President of Decatur, and Mr. Govinda Prasad Kharel, Under Secretary DOTM. (PRNewsFoto/Decatur)

From left to right: Mr. Bijay Raj Pant, witness for Decatur; Mr. Chandra Man Shrestha, Director General DOTM; Mr. Michel Goffin, President of Decatur, and Mr. Govinda Prasad Kharel, Under Secretary DOTM. (PRNewsFoto/Decatur)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160602/374833 )

โครงการนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนรถและเก็บข้อมูลเจ้าของรถ การสร้างฐานข้อมูลระดับชาติ รวมถึงการผลิตแผ่นป้ายทะเบียนรถและแถบข้อมูล RFID ที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในการต่อต้านอาชญากรรมและรักษากฎหมาย นอกจากนี้ Decatur จะให้บริการโซลูชั่่นแบบครบวงจรทั้งระบบ ตั้งแต่การบริหารจัดการ บริการสนับสนุน ไปจนถึงการฝึกใช้งาน

คุณกอฟฟิน ประธานของ Decatur กล่าวว่า “หลังจากประสบความสำเร็จในการใช้งานระบบระบุยานพาหนะในหลายประเทศทั่วยุโรป เอเชีย และแอฟริกา เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสให้บริการแก่ชาวเนปาล” ทั้งนี้ Decatur ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ออกแบบโซลูชั่นล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ความท้าทายในการระบุตัวตน ด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรจากสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา

คุณเชรษฐา อธิบดีกรมการขนส่งเนปาล กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นกับการนำโซลูชั่นล้ำสมัยมาใช้ในประเทศของเรา เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ Decatur ได้เข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศตามวิสัยทัศน์ e-governance และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Decatur จะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีการระบุตัวตนที่ล้ำสมัย เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนชาวเนปาล”

เกี่ยวกับ Decatur 

Decatur เป็นกลุ่มบริษัทไอทีระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านระบบจัดการระบุตัวตน อันประกอบด้วยโซลูชั่นครบวงจรสำหรับบัตรประชาชน หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ระบบลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส์ ระบบจดทะเบียนรถอิเล็กทรอนิกส์ ใบขับขี่ ระบบตรวจคนเข้าเมือง และระบบระบุตัวตนไบโอเมตริก

นอกจากนี้ Decatur ยังชนะการประมูลโครงการอื่นๆอีกหลายโครงการ ได้แก่ “ระบบลงทะเบียนและอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์” ของกระทรวงสาธารณสุขในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา “ระบบขึ้นทะเบียนใบขับขี่ ออกใบขับขี่ สอบใบขับขี่ และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง” ในสาธารณรัฐทาจิกิสถาน รวมถึง “โซลูชั่นอัตโนมัติเพื่อการผลิตและออกแผ่นป้ายทะเบียนรถ” ในสาธารณรัฐมอลโดวา นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการโซลูชั่นอื่นๆในบังกลาเทศ เคนยา เมียนมา และอีกหลายประเทศด้วย

http://www.decatureu.com

office@decatureu.com

info@decatureu.com

ที่มา: Decatur

ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่า 30% ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เม็กซิโกซิตี้–3 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

รายงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในหัวข้อ The Heart of 25 by 25: achieving the goal of reducing global and regional premature deaths from cardiovascular diseases and strokeได้เตือนให้ผู้คนตระหนักว่า การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งทั่วโลกและสร้างภาระค่าใช้จ่ายสูงเกือบ 8.63 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกนั้น อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 30% สำหรับเพศหญิง และ 34% สำหรับเพศชาย ในช่วงทศวรรษหน้า หากปัจจัยเสี่ยงของโรคยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังจากบรรดาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก

สมาพันธ์หัวใจแห่งอเมริกา และสมาพันธ์หัวใจโลก ได้ร่วมกันศึกษาข้อมูลการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วโลกในกลุ่มประชากรอายุระหว่าง 30-70 ปี และพบว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากรเกือบ 6 ล้านคนต่อปี แต่ตัวเลขนี้อาจสูงขึ้นเกือบถึง 8 ล้านคนภายในปี 2568 โดยแยกตามภูมิภาคได้ดังนี้

ละตินอเมริกาและแคริบเบียนเพิ่มขึ้น 22% ในเพศหญิง และ 24% ในเพศชาย

เอเชียใต้ – เพิ่มขึ้น 43% ในเพศหญิง และ 56% ในเพศชาย

แอฟริกาใต้สะฮาราเพิ่มขึ้น 48% ในเพศหญิง และ 52% ในเพศชาย

ยุโรปกลาง ยุโรปตะวันออก และเอเชียกลางเพิ่มขึ้น 26% ในเพศหญิง และ 16% ในเพศชาย

ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ – เพิ่มขึ้น 32% ในเพศหญิง และ 35% ในเพศชาย

อย่างไรก็ตาม การวิจัยพบว่า อัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วโลกอาจชะลอตัวลงหรือแม้กระทั่งกลับกันในบางภูมิภาค หากสามารถจัดการกับปัจจัยเสี่ยงตามเป้าหมาย WHO “25 by 25” ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ความดันเลือด การสูบบุหรี่ โรคอ้วน และเบาหวาน

เพื่อช่วยให้เหล่าผู้นำด้านสุขภาพสามารถกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ พร้อมกับป้องกันผู้คนจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด การวิจัยนี้จึงมีการให้คำแนะนำในด้านต่างๆ ทั้งการเสนอกฎหมายปลอดบุหรี่ การขึ้นภาษีผลิตภัณฑ์ยาสูบและกวดขันระเบียบการโฆษณา การลดระดับโซเดียมในอาหารสำเร็จรูป การรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในหมู่ประชาชน การให้ทุนสนับสนุนการพัฒนายารักษาโรค รวมถึงการให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยที่เคยเกิดอาการหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือด หรือมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการ

ผลการวิจัยดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Circulation ของสมาพันธ์หัวใจแห่งอเมริกา ก่อนที่การประชุม World Congress of Cardiology and Cardiovascular Health ของสมาพันธ์หัวใจโลกจะเปิดฉากขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายนนี้ ณ กรุงเม็กซิโกซิตี้

ศาสตราจารย์เดวิด วู้ด ว่าที่ประธานสมาพันธ์หัวใจโลก และผู้ร่วมจัดทำรายงานการวิจัย กล่าวว่าการวิจัยครั้งนี้มีข้อสรุปที่ชัดเจน นั่นคือ การป้องกันการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้น จำเป็นต้องอาศัยทั้งปณิธานทางการเมืองและความมุ่งมั่นตั้งใจของกลุ่มผู้นำด้านสุขภาพ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์เชิงรุกนับตั้งแต่บัดนี้

แหล่งข่าว: สมาพันธ์หัวใจโลก

SEANET Myanmar เลือก JUPITER System(TM) จาก Hughes เป็นขุมพลังเครือข่ายดาวเทียมทั่วประเทศเพื่อมอบบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเชื่อถือได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เยอรมันทาวน์, แมริแลนด์–2 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– JUPITER System ช่วยให้ผู้ให้บริการในเมียนมาสามารถนำเสนอช่องทางเข้าถึงบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในราคาที่คุ้มค่าแก่ลูกค้า

Hughes Network Systems, LLC (Hughes) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นและบริการดาวเทียมบรอดแบนด์ ประกาศว่า SEANET Myanmar เลือก Hughes ให้เป็นผู้วางและติดตั้งระบบ JUPITER(TM) System ที่มีรางวัลการันตีคุณภาพมาแล้ว เพื่อนำเสนอบริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมความเร็วสูงและเชื่อถือได้แก่ลูกค้าภาคธุรกิจทั่วเมียนมา โดย SEANET ตั้งเป้าที่จะเปิดตัวเครือข่ายทั่วประเทศภายในเดือนมิ.ย. 2559 นี้

 HUGHES NETWORK SYSTEMS, LLC / Hughes Network Systems, LLC Logo. (PRNewsFoto/Hughes Network Systems, LLC)

Hughes Network Systems, LLC Logo. (PRNewsFoto/Hughes Network Systems, LLC)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20110112/NE29456LOGO

SEANET (Southeastasianet Technologies Myanmar Co Ltd.) จะใช้งาน JUPITER System เพื่อขยายขอบเขตการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังพื้นที่ต่างๆของเมียนมาที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ เนื่องจากระยะทางและสภาพภูมิศาสตร์เป็นอุปสรรคในการเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตภาคพื้นดิน เครือข่ายดาวเทียมบรอดแบนด์ใหม่นี้จะเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับการให้บริการแก่บริษัทโทรคมนาคม หน่วยงานรัฐบาล และภาคธุรกิจทั่วไป ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ ไปจนถึงบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ในส่วนของบริการที่ SEANET วางแผนที่จะให้การสนับสนุนนั้น ได้แก่ แนร์โรวแบนด์และบรอดแบนด์ความเร็วสูง ระบบ VoIP (Voice over Internet Protocol) เครือข่าย VPNs ( Virtual Private Network) และการส่งสัญญาณเครือข่าย GSM

ความต้องการบริการอินเทอร์เน็ตในภาคธุรกิจของเมียนมายังคงมีอยู่สูง” Pyone Muang Muang ประธาน SEANET กล่าว ซึ่งระบบ JUPITER System ของ Hughesทำให้เรามีเครื่องมืออันทรงพลังที่จะตอบรับกับความต้องการดังกล่าวได้ ด้วยแพคเกจบริการที่คุ้มค่าทั้งความเร็วและแบนด์วิดท์ ความร่วมมือกับ Hughes ยังเปิดทางให้เราได้รับประสบการณ์การสร้างเครือข่ายดาวเทียมทั้งเชิงกว้างและลึก ซึ่งจะมีค่าอย่างมากต่อการขยายธุรกิจของเราทั่วประเทศเมียนมา

JUPITER System เป็นแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตดาวเทียมที่มีประสิทธิภาพสูงระดับโลกและได้รับความนิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เกตเวย์ที่มีความยืดหยุ่นและทนทานซึ่งควบคุมได้จากระยะไกล, IPoS air interface ซึ่งได้รับการปรับปรุงเพื่อให้การใช้แบนด์วิดท์มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอุปกรณ์รับส่งสัญญาณประสิทธิภาพสูง ระบบ JUPITER ช่วยให้ผู้ให้บริการบรรลุขีดความสามารถและประสิทธิภาพสูงสุดของการใช้งานบรอดแบนด์ดาวเทียม ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่เป็นรากฐานของระบบนี้คือ JUPITER System on a Chip (SoC) อันทรงพลัง ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผล VLSI (Very Large Scale Integration) ที่สามารถออกแบบตามความต้องการของลูกค้า โดยใช้โครงสร้างแบบ multi-core และสามารถรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วถึง 100 Mbps บนทุกอุปกรณ์ภายในเครือข่ายของ JUPITER

เมียนมามีความก้าวหน้าอย่างมากในการขยายช่องทางการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้แก่ธุรกิจและชุมชนทุกขนาด” Ramesh Ramaswamy รองประธานอาวุโสระหว่างประเทศของ Hughes กล่าว “JUPITER System ช่วยให้การเปิดตัวบริการเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและในราคาประหยัด ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายของ SEANET ในการเชื่อมต่อชุมชนธุรกิจอันกว้างขวางในเมียนมาเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพสูงและไว้วางใจได้

เกี่ยวกับ Hughes Network Systems
Hughes Network Systems, LLC (Hughes) เป็นผู้นำระดับโลกด้านดาวเทียมบรอดแบนด์สำหรับบ้านและสำนักงาน โดยนำเสนอโซลูชั่นที่ล้ำสมัยและ HughesON(TM)ซึ่งเป็นแพคเกจบริการที่ครบวงจรสำหรับบริษัทและรัฐบาลทั่วโลก HughesNet(R) คือบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมความเร็วสูงอันดับ 1 ในตลาด ด้วยข้อเสนอที่เหมาะสำหรับงบประมาณทุกระดับ จนถึงปัจจุบัน Hughes ได้จัดส่งระบบมากกว่า 5 ล้านระบบให้กับลูกค้าในกว่า 100 ประเทศ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดถึงประมาณ 50%ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกจากองค์กร TIA, ETSI และ ITU ซึ่งรวมถึงมาตรฐาน IPoS/DVB-S2, RSM-A และ GMR-1

สำนักงานใหญ่ของ Hughes ตั้งอยู่ในเมืองเยอรมันทาวน์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่นอกกรุงวอชิงตัน ดีซี ออกไป และมีสำนักงานขายและสนับสนุนอยู่ทั่วโลก Hughes เป็นบริษัทลูกของ EchoStar Corporation (NASDAQ: SATS) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมและโซลูชั่นทีวีดิจิตอลระดับแนวหน้าของโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.hughes.com

เกี่ยวกับ EchoStar

EchoStar Corporation (NASDAQ: SATS) เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นดาวเทียมและการส่งสัญญาณวิดีโอชั้นนำระดับโลก ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเอนเกิลวูด รัฐโคโลราโด และดำเนินธุรกิจไปทั่วโลก EchoStar เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีการสื่อสารที่ปลอดภัย โดยดำเนินการผ่านทางธุรกิจในเครือได้แก่ EchoStar Satellite Services, EchoStar Technologies Corporation และ Hughes Network Systems สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ echostar.com หรือติดตาม @EchoStar ทางทวิตเตอร์

(C)2016 Hughes Network Systems, LLC บริษัทในเครือ EchoStar, Hughes และ HughesNet เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน และ HughesON เป็นเครื่องหมายการค้าของ Hughes Network Systems, LLC

“อ็อคคลูเทค” เผยอุปกรณ์ LAA Occluder ผ่านการรับรองมาตรฐาน CE ของยุโรป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ชาฟฟ์เฮาเซน, สวิตเชอร์แลนด์–2 มิ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

อ็อคคลูเทค (Occlutech) ผู้นำนวัตกรรมการฝังอุปกรณ์เพื่อรักษาความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ ประกาศว่า อุปกรณ์ LAA Occluder ของบริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน CE ของยุโรปเป็นที่เรียบร้อย อุปกรณ์ดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อปิดรยางค์ของหัวใจห้องบนซ้าย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (atrial fibrillation)

ทอร์ ปีเตอร์ส ซีอีโอของอ็อคคลูเทค กรุ๊ป กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์อันทันสมัยนี้แก่ผู้ป่วยและแพทย์โรคหัวใจ เราหวังว่าอุปกรณ์ LAA Occluder จะช่วยยกระดับและเพิ่มทางเลือกในการรักษาได้อย่างมีนัยสำคัญสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้”

อุปกรณ์ LAA Occluder ประกอบด้วยตาข่ายโลหะนิทินอล มาพร้อมเทคโนโลยีห่วงเกี่ยวและประสิทธิภาพในการอุดรอยรั่วรูปแบบเฉพาะตัว คุณสมบัติพิเศษดังกล่าวช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถในการดัดรูปทรง ส่งผลให้การปิดรูรั่วมีอัตราความสำเร็จสูง

เกี่ยวกับอ็อคคลูเทค

อ็อคคลูเทค คือผู้นำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อันล้ำสมัยสำหรับรักษาความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ บริษัทจัดจำหน่ายและทำการตลาดอุปกรณ์ปิดรูรั่วหัวใจทั้งแบบ ASD, PFO, PLD, VSD PDA และ LAA รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับปิดรูรั่วเฉพาะทางหลายรายการในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก อ็อคคลูเทคมีผลิตภัณฑ์อันทันสมัยมากมายที่อยู่ระหว่างการพัฒนา อีกทั้งยังมีโรงงานอยู่ในเยอรมนี ตุรกี และสวีเดน รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์http://www.occlutech.com

ที่มา: Occlutech

“ซอฟต์แบงก์” เปิดตัวภาพยนตร์ผ่านทางเว็บไซต์ สื่อความเป็นเลิศแห่งสมาร์ทโฟน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–1 มิ.ย.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          – สมาร์ทโฟนเชื่อมโยงคุณยายบนเกาะโอกินาว่าที่ห่างไกลเข้ากับหลานๆในโอซาก้า

          ซอฟต์แบงก์ คอร์ป เปิดตัวภาพยนตร์บนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 25 พ.ค. เพื่อบ่งชี้ความเป็นเลิศแห่งสมาร์ทโฟนแก่ผู้บริโภค

          วิดีโอ ลิงก์: https://youtu.be/yY12m7tjghI

          เรื่องราวอันอบอุ่นหัวใจในภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงหญิงชราคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะทารามะอันห่างไกลในเมืองโอกินาวาที่อัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนอยู่ในระดับต่ำ คุณยายคิดถึงหลาน ๆ ที่อาศัยอยู่ที่เมืองโอซาก้าซึ่งอยู่ห่างออกไป

          เนื่องจากจะได้พบกันเพียงปีละครั้งเท่านั้น ซอฟต์แบงก์จึงทดลองผลิตอุปกรณ์สื่อสารเพื่อช่วยให้คุณยายได้เห็นหน้าหลานๆของเธอเติบโต ผ่านทางสมาร์ทโฟน และด้วยความช่วยเหลือจากลูกชายและภรรยาของลูกชายคุณยายจึงได้พบกับหลานๆอยู่เป็นประจำจากการใช้อุปกรณ์ต่างๆ แม้ว่าคุณยายและหลานๆจะอยู่ห่างไกลกันก็ตาม

_prw_OI2fl_dJIYw587.png (1280×720)

          (รูปภาพ: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103854/201605311144/_prw_OI2fl_dJIYw587.png )

          (รูปภาพอื่นๆ: http://prw.kyodonews.jp/opn/release/201605311144/ )

          – ธีมของภาพยนตร์คือ “นวัตกรรมอนาล็อก”

          เพื่อเป็นการตอบสนองเสียงเรียกร้องจากผู้ที่มักจะกล่าวว่า “เราใช้สมาร์ทโฟนไม่เป็น และอยากเห็นหน้าลูกหลานเติบโต” ซอฟต์แบงก์จึงพัฒนาเครื่องมือระบบอนาล็อกที่ผู้สูงวัยเคยใช้งาน เพื่อที่จะช่วยให้คุณยายที่เกาะทารามะได้รับประสบการณ์เสมือนจริงจากการใช้สมาร์ทโฟน

          –  ครอบครัวหนึ่งครอบครัวจะได้สัมผัสประสบการณ์ “นวัตกรรมอนาล็อก” บนเกาะทารามะที่ซึ่งสมาร์ทโฟนไม่แพร่หลาย

เรื่องราวในภาพยนตร์ดังกล่าวบอกเล่าผ่านฉากบนเกาะทารามะ หนึ่งในพื้นที่ซึ่งมีอัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนต่ำ โดยหญิงชราผู้หนึ่งซึ่งใช้โทรศัพท์มือถือแบบธรรมดา และไม่เคยส่งอีเมลมาก่อนเลยในชีวิต ทว่าซอฟต์แบงก์ได้พัฒนาเครื่องมืออนาล็อกที่เธอเคยใช้ลงในอุปกรณ์การสื่อสารตัวใหม่ที่แม้กระทั่งผู้ใช้ซึ่งไม่เคยชินกับเครื่องมือดิจิตอลยังสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังได้รับความช่วยเหลือของ ลูกชายคุณยายที่อยู่ในโอซาก้า คุณยายจึงคุ้นชินกับสมาร์ทโฟนยิ่งขึ้น  

          – วิดีโอที่นำเสนอประสบการณ์ “นวัตกรรมอนาล็อก” ของคุณยาย เปิดตัวบนโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2559

          วิดีโอสารคดีที่นำเสนอประสบการณ์ “นวัตกรรมอนาล็อก” ของครอบครัวนี้ ออกฉายบนโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้ชมจะได้เห็นคุณยายซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะทารามะใช้เครื่องมือการสื่อสารแบบใหม่ในการพูดคุยกับหลาน ๆ ได้บ่อยอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

          เว็บไซต์เฉพาะ: http://www.softbank.jp/corp/special/personal-innovation-act/

          เรื่องราวในวิดีโอ: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103854/201605311144/_prw_OA1fl_Z6QjWnVk.pdf

          ที่มา: ซอฟต์แบงก์ คอร์ป

TechInsights ควบรวม Chipworks ขึ้นแท่นผู้นำระดับโลกด้านข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิคและบริการให้คำปรึกษาด้านสิทธิบัตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออตตาวา, ออนแทรีโอ–2 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

TechInsights และ Chipworks ประกาศควบรวมธุรกิจเข้าด้วยกัน พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิค และบริการให้คำปรึกษาการจดสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยี

TechInsights / John Day, CEO of TechInsights and Terry Ludlow, Founder and Chief Executive of Chipworks shake hands as news emerges of their newly combined businesses. (PRNewsFoto/TechInsights)

John Day, CEO of TechInsights and Terry Ludlow, Founder and Chief Executive of Chipworks shake hands as news emerges of their newly combined businesses. (PRNewsFoto/TechInsights)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160530/373336

TechInsights and Chipworks Logo / TechInsights and Chipworks Logos (PRNewsFoto/TechInsights)

TechInsights and Chipworks Logos (PRNewsFoto/TechInsights)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160530/374476LOGO

ผลประโยชน์ของสองบริษัทจะถูกรวมเข้าด้วยกันเป็นบริษัทใหม่ ซึ่งจะดำเนินงานภายใต้ชื่อ TechInsights และนำเสนอ:

ฐานข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิคที่ครอบคลุมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงจรรวม ซึ่งแสดงรายละเอียดในระดับย่อย

ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์และวิศวกรรมย้อนกลับ พร้อมด้วยคณะนักวิทยาศาสตร์ เทคนิคที่ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว และอุปกรณ์ที่ทันสมัยและสลับซับซ้อน ซึ่งสามารถวิเคราะห์ขั้นตอนการพัฒนาเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์

ทีมผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในกลุ่มสาขาวิชาเทคโนโลยีที่สำคัญ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรและวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการดำเนินคดีสิทธิบัตร ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะคอยติดตามพัฒนาการล่าสุดในสาขาที่ตนถนัด วิเคราะห์เทคโนโลยี และระบุแนวโน้มเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม การป้องกัน และการอนุญาตใช้สิทธิ

เทอร์รี่ ลุดโลว์ ผู้ก่อตั้งและประธานผู้บริหาร และจูเลีย เอลวิดจ์ ประธานของ Chipworks จะรับตำแหน่งอาวุโสในบริษัทที่เกิดจากการควบรวมระหว่าง TechInsightsและ Chipworks โดยทั้งสองคนจะรายงานตรงต่อ จอห์น เดย์ ซีอีโอของ TechInsights

บริษัทที่ควบรวมกันแล้วจะมีขนาดและทรัพยากรที่ช่วยยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึกแก่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก ตลอดจนสนับสนุนเจ้าของสิทธิบัตรเทคโนโลยีทั่วทุกหนทุกแห่ง ในบรรดาลูกค้าของทั้งสองบริษัทนั้นมีเจ้าของสิทธิบัตรรายใหญ่ของสหรัฐ 50 ราย รวมอยู่ด้วย 37ราย การควบรวมครั้งนี้จึงทำให้มั่นใจได้ว่า ลูกค้าของเราจะมีช่องทางเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและคำแนะนำด้านสิทธิบัตรเทคโนโลยีที่ดีที่สุด

จอห์น เดย์ ซีอีโอของ TechInsights กล่าวว่า “จุดมุ่งหมายของ TechInsights คือการเป็นแหล่งข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำด้านเทคโนโลยีสำหรับทุกคนที่ต้องการข้อมูลดังกล่าว ไม่ว่าจะเพื่อนำไปใช้ในการสนับสนุนกลยุทธ์การจดสิทธิบัตร หรือสนับสนุนการวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ข้อมูลการแข่งขัน การตลาด การวิจัยและการศึกษา หรือความต้องการอื่นๆ ซึ่งขนาดของบริษัทมีความจำเป็นต่อการบรรลุจุดมุ่งหมายนี้ และการควบรวมธุรกิจในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถเพิ่มมูลค่าของเราให้กับตลาดได้ถึงสองเท่า”

ทิม ลุดโลว์ กล่าวว่า “TechInsights และ Chipworks เป็นผู้นำในด้านนี้มาอย่างยาวนาน และผมได้เปรียบที่ได้มีบทบาทสำคัญในการก่อร่างสร้างบริษัททั้งสองแห่งเมื่อราว 25 ปีก่อน ผมมีความยินดีที่ธุรกิจทั้งสองได้มารวมตัวกันเป็นธุรกิจใหม่ ซึ่งเป็นการนำเอาจุดแข็งที่สำคัญของทั้งสองบริษัทมารวมกัน นั่นหมายความว่า เราจะให้บริการลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่องในระดับที่สูงขึ้นต่อๆไปในอีก 25 ปีข้างหน้า

“Asia Fashion Fair” เตรียมเปิดฉากที่โตเกียว ก.ย.นี้ พร้อมต้อนรับผู้ออกร้านจากทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–2 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

งานแสดงสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม “Asia Fashion Fair” (AFF) ครั้งที่ 29 จะจัดขึ้นที่ Sunshine City ในกรุงโตเกียว ระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน 2559 มหกรรมนี้จัดโดยบริษัท AFF Co., Ltd. ร่วมกับ Japan-China Economic Relations and Trade Center และดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดงาน AFF

AFF เป็นงานแสดงสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจากผู้ผลิตแบบ OEM-ODM ที่ยิ่งใหญ่และเป็นมืออาชีพที่สุด โดยมีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท อาทิ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องประดับตกแต่ง เคหะสิ่งทอ ผ้าผืน วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ และอีกมากมาย งานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2546 และจัดขึ้นปีละ 3 ครั้ง โดยทุกปีจะมีผู้ซื้อกว่า 10,000 รายเข้าร่วมงาน จนกลายเป็นมหกรรมที่ “พลาดไม่ได้” สำหรับผูู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของญี่ปุ่น ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติในปีที่ผ่านๆมาระบุว่า ผู้ซื้อมากถึง 85% ใช้เวลาในการเจรจาธุรกิจในงานนี้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

จากการสำรวจผู้เข้าชมงานพบว่า สัดส่วนระหว่างข้อตกลงที่คาดว่าจะบรรลุ กับข้อตกลงที่ตั้งใจว่าจะบรรลุให้ได้นั้น สูงเกิน 90% และโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ออกร้านแต่ละรายจะได้พบกับลูกค้าที่ซื้อสินค้าประเภทนี้เป็นประจำมากกว่า 50 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นลูกค้าใหม่ราว 60%

สมัครเข้าร่วมงานและรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ AFF  (www.asiafashionfair.jp)

อีเมล: info@asiafashionfair.jp

สื่อมวลชนติดต่อ

Huang Yuchen

มือถือ: +86-10-6528-5310

อีเมล: huangyuchen@chinatex.com

“EXPO Solar 2016” มหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์สุดยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย เตรียมเปิดฉากที่เกาหลีใต้ ก.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โซล, เกาหลีใต้–2 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 EXPO Solar 2016 Exhibition Logo / Asian photovoltaic business big market, 'EXPO Solar 2016', will be held in Korea (PRNewsFoto/EXPO Solar 2016 Exhibition)

Asian photovoltaic business big market, ‘EXPO Solar 2016’, will be held in Korea (PRNewsFoto/EXPO Solar 2016 Exhibition)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160531/373998LOGO

ผู้เข้าร่วมงาน “EXPO Solar 2016” ยังสามารถเข้าร่วมงาน “2016 Seoul Solar Living Festival” ที่จัดขึ้นเพื่อคนในกรุงโซลนับ 10 ล้านคนได้ด้วย 

EXPO Solar 2016 (www.exposolar.org) มหกรรมจัดแสดงผลิตภัณฑ์พลังงานแสงอาทิตย์และเวทีธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย จะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายนนี้ ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการ KINTEX ประเทศเกาหลีใต้ 

มหกรรม EXPO Solar 2016 จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงครึ่งหลังของปี และจัดเป็นครั้งที่ 8 แล้วในปีนี้ โดยทุกปีสามารถดึงดูดผู้ซื้อและผู้เยี่ยมชมงานกว่า 20,000รายทั้งจากจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง งานนี้จึงถือเป็นเวทีธุรกิจชั้นนำสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในเอเชีย 

EXPO Solar 2016 มีผู้ซื้อที่มีศักยภาพมากกว่า 300,000 รายทั้งในเกาหลีใต้และจากต่างประเทศ และกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากในปีนี้จะมีการเชิญผู้ซื้อจากต่างประเทศและจัดที่พักรองรับ เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับความสะดวกบายสูงสุด รวมทั้งเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลกด้วย 

นอกจากนี้ ผู้จัดงานยังเตรียม “Big Event” สำหรับผู้เข้าร่วมงาน EXPO Solar 2016 โดยผู้เข้าร่วมงานนี้ยังสามารถเข้าร่วมงาน “2016 Seoul Solar Living Festival” ซึ่งจะจัดขึ้นในพื้นที่กลางแจ้งใน Seoul Plaza ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน เพื่อให้ประชาชนกว่า 10 ล้านคนในกรุงโซลสามารถมาเยี่ยมชมงานได้ ในขณะที่ผู้คนจำนวนมากคาดหวังกับงานนี้ 

บริษัทผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ทุกรายจากทั่วโลกต่างตบเท้าเข้าร่วมงาน EXPO Solar/PV Korea เป็นประจำทุกปี เพราะงานนี้ถือเป็นประตูสู่ตลาดเอเชีย องค์กรต่างๆจะจัดแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นระดับเวิลด์คลาสของตนเองในงานนี้ ดังนั้น ผู้เยี่ยมชมงานจะได้รับความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์ที่หลากหลายแตกต่างกันไป 

ในงานยังมีการจัดประชุม “PV World Forum” เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งรวมถึงการออกแบบและใช้งานโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังมีการประชุมย่อยทางเทคนิคเพื่อแนะแนวทางการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ร่วมงานได้ทราบแนวโน้มตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกในปี 2017 ก่อนใคร 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน EXPO Solar 2016 ได้ที่ www.exposolar.org