ผลสำรวจ Vodafone เผย 75% ของบริษัททั่วโลกใช้นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น ขณะเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์—1 มิ..—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– 53% ของบริษัทในสิงคโปร์มีผลกำไรเพิ่มขึ้น หลังเริ่มใช้ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น

Vodafone เปิดเผยผลสำรวจ Flexible: friend or foe? ซึ่งพบว่า 75% ของบริษัททั่วโลกเริ่มใช้นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถปรับเปลี่ยนเวลาทำงานและใช้เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อทำงานทางไกล นอกจากนี้ การสำรวจบุคลากรในภาคธุรกิจ 8,000 คนใน 3 ทวีปยังเผยให้เห็นด้วยว่า 53% ของบริษัทในสิงคโปร์ที่ใช้ระบบการทำงานแบบยืดหยุ่นนั้น มีผลกำไรมากขึ้น นับตั้งแต่เริ่มนำแนวทางดังกล่าวมาปฏิบัติ

การศึกษาหัวในข้อ The Flexible: friend or foe? ได้ทำการสำรวจธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง องค์กรภาคเอกชน และบริษัทข้ามชาติ (MNCs) ใน 10ประเทศ ซึ่งพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เชื่อว่าประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น เนื่องจากระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น:

– 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกระบุว่าผลกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้น

– 81% รายงานถึงผลิตภาพที่ปรับตัวดีขึ้น และ

– 58% เชื่อว่านโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่นมีผลกระทบเชิงบวกต่อชื่อเสียงขององค์กร

การใช้บริการโมบายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง บรอดแบนด์พื้นฐาน และบริการคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะนี้ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิวัติสถานที่ทำงาน โดย 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้บริการบรอดแบนด์ที่บ้านเพื่อเข้าถึงระบบงานต่างๆ ขณะที่อีก 24% ใช้การเชื่อมต่อข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน แท็บแล็ต หรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กโดยใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อ dongle

บริษัทสิงคโปร์กว่า 3 ใน 4 มีการทำงานแบบยืดหยุ่น แม้จะยังพบอุปสรรคอยู่บ้าง

76% ขององค์กรที่ตอบแบบสอบถามในสิงคโปร์นำนโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นมาใช้ในองค์กร ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 75% โดยการใช้นโยบายดังกล่าวนำมาซึ่งประโยชน์ต่างๆ ดังนี้:

– 53% ของบริษัทสิงคโปร์มีกำไรเพิ่มขึ้นหลังใช้นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่น

– 77% ของบริษัทสิงคโปร์ที่ใช้นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นมีผลิตภาพของพนักงานเพิ่มสูงขึ้น

– 54% ขององค์กรในสิงคโปร์พบว่าการทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังใช้นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น

– 54% ของพนักงานในสิงคโปร์สนับสนุนการใช้นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น เพื่อความสมดุลระหว่างชีวิตกับงาน

– พนักงานในองค์กร 75% ที่ใช้นโยบายนี้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น

Vodafone ยังสำรวจด้วยว่าเหตุใดผู้ตอบแบบสอบถาม 20% ทั่วโลก โดยเฉพาะในสิงคโปร์ ยังไม่มีการใช้นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น ซึ่งผลสำรวจเฉพาะในสิงคโปร์พบว่า

– 27% ของบริษัทในสิงคโปร์ยังไม่มีการใช้นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่น เนื่องจากกลัวว่าความสามารถในการทำงานเป็นทีมจะลดลง

– 57% ของพนักงานในบริษัทสิงคโปร์รู้สึกว่ายังไม่มีนโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นที่สามารถใช้ได้กับตำแหน่งงานของตน

– 38% ของพนักงานในสิงคโปร์ไม่ได้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญในการทำงานแบบยืดหยุ่น

เบ็น เอล์มส์ ประธาน Vodafone Global Enterprise Asia Pacific กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้ทำให้เราพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างทั่วถึงและรวดเร็วในสถานที่ทำงานยุคใหม่ นายจ้างในสิงคโปร์บอกกับเราว่าการทำงานที่ยืดหยุ่นช่วยเพิ่มผลกำไร ในขณะที่ลูกจ้างมองว่าตนเองทำผลงานได้มากขึ้น ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของทั้งหมดทั้งมวลนี้คือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของทุกภาคส่วน ตั้งแต่เครือข่ายโมบายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและบรอดแบนด์พื้นฐาน ไปจนถึงบริการคลาวด์ล่าสุดที่เอื้อให้หลายฝ่ายทำงานร่วมกันได้ เรากำลังอยู่ในยุคที่การทำงานขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำ ไม่ใช่สถานที่ที่ทำ

สำหรับกองบรรณาธิการ

แบบสำรวจ The Flexible: friend or foe? จัดทำขึ้นระหว่างเดือนกันยายน – ตุลาคม 2558 โดย Morar (เดิมชื่อ Redshift Research) ในนามของ Vodafone สำหรับประเทศที่ได้รับการสำรวจประกอบด้วย เยอรมนี ฮ่องกง อินเดีย อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยมีการสัมภาษณ์นายจ้างและลูกจ้างรวม 8,000 คนใน 10 ประเทศผ่านทางออนไลน์

ดาวน์โหลดแนวทางการทำงานแบบยืดหยุ่นได้ที่ www.vodafone.com/WorkFlexi 

เกี่ยวกับ Vodafone Group

Vodafone เป็นหนึ่งในบริษัทด้านการสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลก และให้บริการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบริการสื่อสารทางเสียง ข้อความ ข้อมูล และการสื่อสารพื้นฐาน Vodafone ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ใน 26 ประเทศ เป็นพันธมิตรกับเครือข่ายมือถือในอีก 57 ประเทศ และให้บริการบรอดแบนด์พื้นฐานใน 17 ตลาด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 Vodafone มีลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ 461 ล้านราย และลูกค้าบรอดแบนด์พื้นฐาน 13 ล้านราย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.vodafone.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

Vodafone Group

Media Relations

www.vodafone.com/media/contact

Text100 Singapore for Vodafone

Charlotte Tan

+65 6603 9000

singaporevodafone@text100.com

ยูเนี่ยนเพย์รุกเพิ่มศักยภาพการชื้อขายให้กับตลาดผู้บริโภดออสเตรเลีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้,จีน–1 มิ.ย.–ซินหัว–เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          ด้วยการติดต่อที่ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นระหว่างชาวจีนและออสเตรเลีย ซึ่งไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวแบบส่วนตัวที่เดินทางไปเที่ยวประเทศออสเตรเลีย แต่เป็นผู้ประกอบการชาวจีนหลายต่อหลายรายที่สนับสนุนให้พนักงานเดินทางไปเที่ยวออสเตรเลีย ส่งผลให้ออสเตรเลียมีรายได้จากการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากเดินทางไปยังออสเตรเลียเพื่อทำธุรกิจมากกว่า 1,000 คน ซึ่งคาดว่า จะทำให้ออสเตรเลียมีรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อย่างน้อย 4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

          ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการชาวจีนบางรายจัดให้พนักงานเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อดูงาน จัดการประชุม และ สร้างทีม ซึ่งนักท่องเที่ยวเหล่านี้จะเดินทางกันเป็นกลุ่มใหญ่และมีจำนวนนักท่องเที่ยวหลายคน ในขณะเดียวกันบริษัทและคณะเดินทางเหล่านั้นก็มีอำนาจการซื้อที่แข็งแกร่ง และต้องการใช้จ่ายผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

          ไกด์นำเที่ยวจากหน่วยงานการท่องเที่ยวของจีน กล่าวว่า “จำนวนร้านค้าในต่างประเทศที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์เพิ่มขึ้น รวมทั้งข้อเสนอพิเศษมากมายสำหรับผู้ถือบัตรยูเนี่ยนเพย์ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อทำธุรกิจและถือบัตรยูเนี่ยนเพย์มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และค่าเฉลี่ยของการใช้จ่ายผ่านบัตรก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

          นักท่องเที่ยวชาวจีนเต็มใจที่จะใช้จ่ายเงินในประเทศออสเตรเลีย ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นฟื้นตัวขึ้นอย่างเด่นชัด ทั้งนี้ตามข้อมูลของศูนย์วิจัยการท่องเที่ยวออสเตรเลีย (TRA) ที่ได้มีการเผยแพร่เมื่อเร็วๆนี้ พบว่า ปริมาณการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนในออสเตรเลียเมื่อปีที่แล้ว มีมูลค่า 6.2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 7 เท่าในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

          จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้ร้านค้าในออสเตรเลียจำนวนมากขึ้นเริ่มรับชำระเงินผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยในปัจจุบัน ตู้ ATM ท้องถิ่น 80% และร้านค้าท้องถิ่น 50% รับบัตรยูเนี่ยนเพย์ ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ในจำนวนนี้มี 160,000 ร้านค้าที่ยอมรับยูเนี่ยนเพย์ “QuickPass” ในขณะเดียวกันรถแท็กซี่ถึง 97% รับชำระเงินผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์

          ภายในปีนี้ ผู้บริโภคจะได้เพลิดเพลินไปกับสิทธิประโยชนฺ์พิเศษจากบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่ Chinese Corner ในสนามบินเมลเบิร์น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมสิทธิพิเศษใหม่จากยูเนี่ยนเพย์อินเตอร์เนชั่นแนล โดยผู้ถือบัตรยูเนี่ยนเพย์จะได้รับส่วนลดพิเศษเมื่อซื้อสินค้าในร้านดิวตี้ฟรี 100 ร้านค้าภายในสนามบินนานาชาติซึ่ งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจะได้รับส่วนลดสูงสุด 40% หากชำระเงินผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 4 แห่งของออสเตรเลีย ได้แก่ Sydney sea world, สวน wildlife park, Madame Tussaud’s และ Sydney tower

          ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียแสดงให้เห็นว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศออสเตรเลียในปี 2558 มีจำนวนมากกว่า 1,000,000 คนเป็นครั้งแรก โดยภายในปี 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ล้านคน รั้งอันดับที่ 1 ของประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่ออสเตรเลียมากที่สุด

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ http://www.unionpayintl.com/

          ที่มา: UnionPay International

KBZ Gateway เผยโฉมสถานีดาวเทียมภาคพื้นดินแห่งใหม่ในเมียนมา ปฏิบัติการด้วยระบบ JUPITER(TM) System ของ Hughes

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เยอรมันทาวน์, แมริแลนด์–1 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

จานดาวเทียมและอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ JUPITER System เป็นรากฐานของบริการ VSAT ที่รวดเร็วที่สุดของเมียนมา

KBZ Gateway Co, Ltd. ผู้ให้บริการดาวเทียม VSAT ของเมียนมา เปิดตัวสถานีภาคพื้นดินแห่งใหม่ซึ่งปฏิบัติการด้วยระบบ JUPITER(TM) System ของบริษัท Hughes Network Systems, LLC (Hughes) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการให้บริการข้อมูลประสิทธิภาพสูงสำหรับภาคธุรกิจและผู้บริโภคทั่วประเทศเมียนมา

 HUGHES NETWORK SYSTEMS, LLC / Hughes Network Systems, LLC Logo. (PRNewsFoto/Hughes Network Systems, LLC)

Hughes Network Systems, LLC Logo. (PRNewsFoto/Hughes Network Systems, LLC)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20110112/NE29456LOGO

Pranav Roach ประธานของ Hughes India พร้อมด้วย Scot Marcial เอกอัครราชทูตสหรัฐ Mr. Stephane Lamourex ซีอีโอของ KBZ Gateway และบรรดาแขกวีไอพี ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดสถานีภาคพื้นดินซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองพะโคและได้เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2559 สถานีภาคพื้นดินแห่งนี้ประกอบด้วยเครือข่ายดาวเทียมสองเครือข่ายซึ่งจะเชื่อมต่อสถานดำเนินการทุกแห่งของ KBZ Group ทั่วประเทศ นอกจากนี้ KBZ Gateway ยังให้บริการบรอดแบนด์ดาวเทียมแก่กลุ่มลูกค้าองค์กร ผู้บริโภค และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เพื่อการเชื่อมต่อกับสถานีฐาน โดยทางบริษัทประมาณการว่าจะสามารถเชื่อมต่อสถานที่ต่างๆมากกว่า 6,000 จุดในอีก 5 ปีข้างหน้า

การใช้ระบบ JUPITER นับเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง” Stephane Lamoureux ซีอีโอของ KBZ Gateway กล่าว “Hughes เป็นพันธมิตรทรงคุณค่าของเราตลอดระยะเวลาดำเนินการนี้ โดยได้อุทิศความรู้และคำแนะนำมากมาย ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีอันโดดเด่น

KBZ Group ได้ประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ว่า บริษัทได้เลือกใช้ระบบ JUPITER System เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมช่อง Ku-band และ C-band ซึ่งKBZ Gateway จะเป็นผู้สร้างและดำเนินการสองเครือข่าย โดยเครือข่ายหนึ่งสำหรับบริการ C-band และอีกเครือข่ายสำหรับ Ku-band

“Hughes ได้รับเกียรติให้เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของ KBZ Gateway ซึ่งมุ่งมั่นขยายการเชื่อมต่อเครือข่ายประสิทธิภาพสูงให้แก่ลูกค้าภาคธุรกิจและผู้บริโภค” Ramesh Ramaswamy รองประธานอาวุโสระหว่างประเทศของ Hughes กล่าว การเลือกใช้ JUPITER System ทำให้ KBZ Gateway สามารถตอบโจทย์ความต้องการระยะสั้นได้ อีกทั้งยังเป็นการวางรากฐานการขยายเครือข่ายในอนาคต เรารอคอยที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาด้านบรอดแบนด์ดาวเทียมในเมียนมา รวมไปถึงการพัฒนาด้านเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นไปพร้อมกัน

JUPITER System ของ Hughes เป็นแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตดาวเทียมที่มีประสิทธิภาพสูงระดับโลกและได้รับความนิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เกตเวย์ที่มีความยืดหยุ่นและทนทานซึ่งควบคุมได้จากระยะไกล, IPoS air interface ซึ่งได้รับการปรับปรุงเพื่อให้การใช้แบนด์วิดท์มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอุปกรณ์รับส่งสัญญาณประสิทธิภาพสูง ระบบ JUPITER ช่วยให้ผู้ให้บริการบรรลุขีดความสามารถและประสิทธิภาพสูงสุดของการใช้งานบรอดแบนด์ดาวเทียม ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่เป็นรากฐานของระบบนี้คือ JUPITER System on a Chip (SoC) อันทรงพลัง ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผล VLSI (Very Large Scale Integration) ที่สามารถออกแบบตามความต้องการของลูกค้า โดยใช้โครงสร้างแบบ multi-core และสามารถรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วถึง 100 Mbps บนทุกอุปกรณ์ภายในเครือข่ายของJUPITER

เกี่ยวกับ KBZ Gateway Company Ltd.
KBZ Gateway Company Limited เป็นบริษัทในเครือ KBZ Group of Companies ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อขยายศักยภาพของกลุ่มบริษัทผ่านทางเทคโนโลยี และเพิ่มขีดความสามารถสูงสุดเพื่อช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและประเทศ ระบบนิเวศของบริษัทพันธมิตรก่อให้เกิดการบริการแบบครบวงจร ซึ่งรวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างประเทศและในประเทศ ที่ได้รับการสนับสนุนโดยขีดความสามารถของดาวเทียม VSAT รุ่นใหม่ จานเสาอากาศเคลื่อนที่ และจุดให้บริการเครือข่าย PoPs ตลอดจนบริการระดับมืออาชีพครบวงจรในฐานะพันธมิตร Oracle Gold สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kbzgateway.com

เกี่ยวกับ KBZ Group of Companies
Kanbawza (KBZ) Group of Companies ก่อตั้งโดย Aung Ko Win ในปี 2537 และปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 80,000 คน หลักการสำคัญของกลุ่มบริษัทคือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเมียนมาและประชาชนในประเทศ กลุ่มบริษัทมีบริษัทย่อยด้านการเกษตร การธนาคาร การบิน โรงแรมและการท่องเที่ยว การประกันภัย การผลิตและการทำเหมือง สามาถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kbzgroup.com.mm/

เกี่ยวกับ Hughes Network Systems
Hughes Network Systems, LLC (Hughes) เป็นผู้นำระดับโลกด้านบรอดแบนด์ดาวเทียมสำหรับบ้านและสำนักงาน โดยนำเสนอโซลูชั่นที่แปลกใหม่ และHughesON(TM) ซึ่งเป็นแพคเกจบริการที่ครบวงจรสำหรับบริษัทและรัฐบาลทั่วโลก HughesNet(R) คือบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมความเร็วสูงอันดับ 1 ในตลาด ด้วยข้อเสนอที่เหมาะสำหรับงบประมาณทุกระดับ จนถึงปัจจุบัน Hughes ได้จัดส่งระบบมากกว่า 5 ล้านระบบให้กับลูกค้าในกว่า 100 ประเทศ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดถึงประมาณ 50% ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกจากองค์กร TIA, ETSI และ ITU ซึ่งรวมถึงมาตรฐาน IPoS/DVB-S2, RSM-A และ GMR-1

สำนักงานใหญ่ของ Hughes ตั้งอยู่ในเมืองเยอรมันทาวน์ รัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่นอกกรุงวอชิงตัน ดีซี ออกไป และมีสำนักงานขายและสนับสนุนอยู่ทั่วโลก Hughes เป็นบริษัทลูกของ EchoStar Corporation (NASDAQ: SATS) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมและโซลูชั่นทีวีดิจิตอลระดับแนวหน้าของโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.hughes.com

เกี่ยวกับ EchoStar
EchoStar Corporation (NASDAQ: SATS) เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นดาวเทียมและการส่งสัญญาณวิดีโอชั้นนำระดับโลก ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเอนเกิลวูด รัฐโคโลราโด และดำเนินธุรกิจไปทั่วโลก EchoStar เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีการสื่อสารที่ปลอดภัย โดยดำเนินการผ่านทางธุรกิจในเครือได้แก่ EchoStar Satellite Services, EchoStar Technologies Corporation และ Hughes Network Systems สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ echostar.com หรือติดตาม @EchoStar ทางทวิตเตอร์

©2016 Hughes Network Systems, LLC บริษัทในเครือ EchoStar, Hughes และ HughesNet เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน และ HughesON เป็นเครื่องหมายการค้าของ Hughes Network Systems, LLC

Bureau van Dijk เปิดตัวยูสเซอร์อินเทอร์เฟสโฉมใหม่สุดล้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–1 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/ อินโฟเควสท์

–      ยกระดับบริษัทวิจัยไปอีกขึ้นด้วยยูสเซอร์อินเทอร์เฟสโฉมใหม่

          Bureau van Dijk ผู้นำด้านการให้บริการข้อมูลบริษัท เปิดตัวยูสเซอร์อินเทอร์เฟสรุ่นใหม่สุดล้ำในวันนี้ อินเทอร์เฟสโฉมใหม่นี้เกิดจากการพัฒนาเป็นเวลาสองปี และเป็นผลของการศึกษาวิจัยลูกค้าและทดสอบการใช้งานอย่างละเอียด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ใช้จะได้พบกับอินเทอร์เฟสเวอร์ชั่นใหม่ในสองผลิตภัณฑ์แนวหน้า ได้แก่ Fame ซึ่งครอบคลุมข้อมูลของบริษัทต่างๆในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ และ Orbis ผลิตภัณฑ์แฟลกชิพ ซึ่งครอบคลุมข้อมูลของบริษัทมากกว่า 200 ล้านแห่งทั่วโลก

 Bureau van Dijk (BvD) Logo / Bureau van Dijk (BvD) Logo

Bureau van Dijk (BvD) Logo

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20131213/659058 )

          แนวคิดหลักของอินเทอร์เฟสรุ่นใหม่นี้คือ ความเรียบง่ายที่แฝงความซับซ้อน(“Show simplicity, offer complexity”) โดยฐานข้อมูลของ Bureau van Dijk มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานจากการที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการข้อมูลที่มีคุณภาพของบริษัทต่างๆ ผ่านทางตัวเลือกการค้นหาและการวิเคราะห์ อินเทอร์เฟสใหม่นี้ยังมีตัวเลือกเหล่านี้อยู่ครบ โดยปรากฏอยู่ในหน้าแสดงผลแบบร่วมสมัย ซึ่งสะท้อนความเรียบง่ายอย่างน่าประทับใจ พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานที่ตอบสนองเป็นธรรมชาติ

          ในส่วนของเครื่องมือที่ใช้ในการดึงข้อมูลจากหลายๆแหล่งมารวมไว้ที่เดียวนั้น ช่วยให้ลูกค้าสามารถแปลผลการดำเนินงานของบริษัท และชุดข้อมูลที่มีความซับซ้อนอย่างข้อมูลของกลุ่มบริษัทระดับโลกได้ ทั้งนี้ Bureau van Dijk ได้ปรับปรุงการนำเสนอรายงานและแผนภาพต่างๆ อินเทอร์เฟสใหม่นี้ยังรองรับการใช้งานบนแท็บเล็ต สำหรับการนำข้อมูลวิจัยออกจากฐานข้อมูลก็สามารถทำได้โดยง่าย นอกจากนี้ยังมีส่วน Add-in ดีไซน์ร่วมสมัยซึ่งช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพใน Excel และผลิตภัณฑ์ Office อื่นๆ

          “ลูกค้ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในโปรเจคนี้หลุยส์ กรีน ผู้อำนวยการการตลาดสากลของ Bureau van Dijk กล่าว อินเทอร์เฟสนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆที่ลูกค้าได้บอกเล่าให้เราฟัง เราสร้างโซลูชั่นที่ใช้งานง่าย และเอื้อต่อการทำงานร่วมกัน จุดเด่นคือ Ownership Explorerเวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งทำให้โครงสร้างองค์กรเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ เราปรับปรุงฟังก์ชั่นการทำงานที่ลูกค้าให้ความสำคัญ ไปพร้อมกับพลิกโฉมประสบการณ์ของผู้ใช้

          หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรข้อมูลของบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งซึ่งมีพนักงานบัญชีอยู่ทั่วสหราชอารณาจักร กล่าวเสริมว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานในโปรเจคนี้ และได้ทดสอบอินเทอร์เฟสใหม่นี้มาพักหนึ่งแล้ว เราชื่นชอบแนวคิดใหม่ โดยเฉพาะอยางยิ่งวิธีการทำงานของอินเทอร์เฟสที่ช่วยรับมือกับความท้าทายที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งนักวิจัยของเราได้ตั้งข้อสังเกตในระหว่างการพัฒนา ส่วนการปรับฟอร์แมทและเอาท์พุทให้ตอบสนองความต้องการขององค์กรแต่ละแห่งนั้น ก็ทำได้อย่างง่ายดาย

          คริส พอร์เตอร์ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมข้อมูลระดับแนวหน้าจาก Porter Walford Consulting ได้ส่งคำชมมายัง Bureau van Dijk เช่นกัน โดยกล่าวว่า“Bureau van Dijk ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องคุณภาพและความลึกของข้อมูล อินเทอร์เฟสเวอร์ชั่นใหม่นี้สะท้อนลุคใหม่ดีไซน์โฉบเฉี่ยว และมีเครื่องมือดาต้าเวอร์ชวลไลเซชั่นที่ยอดเยี่ยม ซึ่งช่วยเร่งกระบวนการวิจัยให้เร็วขึ้นได้จริง

          Bureau van Dijk จะนำเสนออินเทอร์เฟสทั้งเวอร์ชั่นเก่าและใหม่ควบคู่กัน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกเปลี่ยนได้เมื่อต้องการ ขณะเดียวกัน บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาอินเทอร์เฟสใหม่นี้ต่อไป และจะหาทางประยุกต์ใช้อินเทอร์เฟสใหม่นี้กับผลิตภัณฑ์ข้อมูลอื่นๆของบริษัท 

          รับชมวิดีโอแนะนำจุดเด่นของอินเทอร์เฟสรุ่นใหม่ได้ที่ http://www.vimeo.com/album/3962508 และส่งคำขอทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Bureau van Dijk โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ http://www.bvdinfo.com

          เกี่ยวกับ Bureau van Dijk

          Bureau van Dijk เป็นผู้นำด้านการให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเอกชน กรรมสิทธิ์ในองค์กร และข้อตกลงต่างๆ ผลิตภัณฑ์ของ Bureau van Dijkรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ซึ่งรวมถึงพันธมิตรด้านข้อมูล 140 ราย เข้ากับซอฟต์แวร์ที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการข้อมูลเพื่อตอบโจทย์งานวิจัยและการใช้งานในรูปแบบต่างๆ

          ฐานข้อมูล Orbis ให้บริการข้อมูลบริษัทกว่า 200 ล้านแห่งทั่วโลก ส่วน Fame ให้บริการข้อมูลครอบคลุมบริษัทกว่า 10 ล้านแห่งในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์

          นอกจากนี้ Bureau van Dijk ยังช่วยรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจที่เฉพาะเจาะจง ด้วยโซลูชั่นในกลุ่ม Catalysts ประกอบด้วยราคาโอน, สินเชื่อ, การจัดซื้อจัดจ้าง, แนวทางปฏิบัติ Know Your Customer (KYC), การแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าใหม่ (client on-boarding), การวิจัยและการประเมินการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ขณะที่แนวทางปฏิบัติของ BvD ได้ก่อให้เกิดโซลูชั่นตามความต้องการของลูกค้า Bureau van Dijk ยังให้บริการฐานข้อมูล M&A ทั่วโลกที่ชื่อว่า Zephyr อีกด้วย

          Bureau van Dijk มีกิจการอยู่ทั่วโลก โดยมีสำนักงานกว่า 30 แห่งในประเทศต่างๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท สามารถเข้าชมได้ที่http://www.bvdinfo.com ทวิตเตอร์ @bureauvandijk และที่ฟีดทวิตเตอร์ในภูมิภาคต่างๆ

          ดาวน์โหลดภาพตัวอย่างหน้าจอของอินเทอร์เฟสใหม่ได้ที่นี่ หรือภาพของหลุยส์ กรีนได้ที่นี่ และสามารถขอรูปตัวอย่างหน้าจอเพิ่มเติมได้

          ที่มา: Bureau van Dijk

G2A เปิดประมูลเคสคอมพิวเตอร์รุ่นพิเศษจากภาพยนตร์ “Batman v. Superman” ระดมทุนเพื่อการกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เชชูฟ โปแลนด์, ลอนดอน และฮ่องกง–1 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

G2A.COM ตลาดเกมดิจิตอลที่มีเกมมากกว่า 30,000 เกมและกวาดรางวัลมาแล้วมากมาย สานต่อความมุ่งมั่นด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) ด้วยการร่วมมือกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ชั้นนำอย่าง MSI ในการใช้เทคโนโลยี VR สร้างสรรค์แอปพลิเคชัน “Gotham VR” เพื่อโปรโมทภาพยนตร์เรื่อง “Batman v. Superman” โดยแอปนี้มีการจำลองภาพให้เหมือนผู้เล่นกำลังขี่รถมอเตอร์ไซค์ของแบทแมนชมเมืองก็อธแธม

 G2A Casemod / This unique Batmobile PC casemod (a computer inside a customized case), was designed for the joint G2A MSI and Gaming for Good charity auction. (PRNewsFoto/G2A.COM)

This unique Batmobile PC casemod (a computer inside a customized case), was designed for the joint G2A MSI and Gaming for Good charity auction. (PRNewsFoto/G2A.COM)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160530/373275 ) 

นอกจากนี้ ตลาดเกมดิจิตอลที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกอย่าง G2A ยังมีความตั้งใจที่จะให้ความช่วยเหลือทางการเงินและด้านอื่นๆแก่สังคม โดยล่าสุด G2A ได้ร่วมมือกับ MSI และ Gaming for Good ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ระดมทุนให้แก่องค์กรการกุศล เพื่อเปิดโอกาสให้คอเกมได้สนับสนุนองค์การช่วยเหลือเด็ก Save the Children โดยทาง MSI เป็นผู้เตรียมสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อนำมาเปิดประมูลบนเว็บไซต์ Gaming for Good นั่นคือ เครื่องคอมพิวเตอร์และเคสรุ่นพิเศษจากภาพยนตร์เรื่อง “Batman v. Superman(Batmobile2k16 by Babetech Custom PC, 1:7 scale)

เคสดังกล่าวปิดประมูลที่ 2,500 ดอลลาร์ และมีผู้บริจาคสมทบอีกกว่า 105 ท่าน ส่งผลให้ระดมเงินบริจาคได้ทั้งสิ้น 4,704.90 ดอลลาร์ ซึ่งได้มอบให้แก่ Save the Children อันเป็นองค์กรเอ็นจีโอระหว่างประเทศที่ส่งเสริมสิทธิเด็ก ตลอดจนให้การสงเคราะห์และช่วยเหลือเด็กๆในประเทศกำลังพัฒนา 

ในช่วงปี 2557-2558 ชุมชน G2A ระดมเงินให้ Save the Children ได้มากกว่า 500,000 ดอลลาร์ และ US Aid ได้สบทบเงินบริจาคเพิ่มเป็น 5 ล้านดอลลาร์ให้แก่องค์กรแห่งนี้ 

ตัวอย่างผลงานด้านการกุศลของ G2A คือการพัฒนาระบบชำระเงิน G2A Pay ที่คว้ารางวัล Global Excellence Award สาขา “Outstanding New Product/ Service” มาครองเมื่อไม่นานนี้ โดยประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลได้กล่าวว่า G2A.COM ตลาดเกมดิจิตอลที่มีลูกค้ามากกว่า 10 ล้านรายทั่วโลก เติบโตแบบก้าวกระโดดและประสบความสำเร็จอย่างงดงาม 

Dawid Rozek ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ G2A กล่าวเสริมว่า ระบบ G2A Pay ถูกนำไปใช้บนเว็บไซต์ Gaming for Good เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักเล่นเกมทั่วโลกในการบริจาคเงินเพื่อการกุศล” เมื่อไม่นานมานี้ G2A Pay เพิ่งช่วยสนับสนุน Gaming for Good ในการระดมเงินบริจาค390,000 ดอลลาร์ให้แก่โครงการต่อสู้ภัยแล้งในประเทศเอธิโอเปีย ของ Save the Children

Reese Leysen จาก Gaming for Good กล่าวว่า รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นชุมชนนักเล่นเกมมอบสิ่งดีๆตอบแทนสังคม เราพยายามแสวงหาวิธีที่ดีที่สุดในการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับเรา รวมทั้งเดินหน้าพัฒนาโครงการเพื่อการกุศลต่างๆต่อไป

Dawid Rozek กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกท่านที่มีส่วนช่วยเหลือ 

ผู้เขียน:: Jacqueline Purcell – jpurcell@G2A.com

ที่มา: G2A.com

แฮนด์เฮลด์ เปิดตัว “Algiz RT7 eTicket” แท็บเล็ตแอนดรอยด์พันธุ์อึดเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลิดโคปิง, สวีเดน–1 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

แฮนด์เฮลด์ กรุ๊ป (Handheld Group) ผู้นำด้านการผลิตคอมพิวเตอร์พกพาพันธุ์แกร่ง ประกาศเปิดตัว “Algiz RT7 eTicket” ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของแท็บเล็ตแอนดรอยด์ยอดนิยมรุ่น Algiz RT7 โดยได้มีการติดตั้งเครื่องอ่าน RFID เพิ่มเข้าไป เพื่อให้เจ้าหน้าที่ขนส่งมวลชนสามารถใช้เป็นเครื่องอ่านบัตรแบบพกพาได้

 Blank1 / Handheld Adds eTicketing Capabilities to its ALGIZ RT7 Android Rugged Tablet (PRNewsFoto/Handheld Group)

Handheld Adds eTicketing Capabilities to its ALGIZ RT7 Android Rugged Tablet (PRNewsFoto/Handheld Group)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160523/371000 ) 

Algiz RT7 eTicket ถือกำเนิดขึ้นจากการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างฟังก์ชั่นขั้นเทพ ความเร็วขั้นสุดยอด น้ำหนักแสนเบา ความน่าเชื่อถือ และความทนทาน แท็บเล็ตพันธุ์แกร่งรุ่นนี้สามารถอ่านบัตรปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่จำเป็นต้องให้บัตรสัมผัสกับเครื่องก็สามารถอ่านข้อมูลได้ 

การติดตั้งเครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ด Arcontia ทำให้ Algiz RT7 eTicket กลายเป็นอุปกรณ์เก็บค่าโดยสารแบบไม่ต้องสัมผัสที่ทำงานอย่างรวดเร็วและไว้ใจได้ เครื่องอ่านบัตรอันทรงพลังนี้สามารถใช้ร่วมกับชิปในตระกูล MIFARE ได้ทั้งหมด โดยรองรับแท็กหรือบัตร RFID มาตรฐาน ISO/IEC และ ISO14443 คลาส A/Bนอกจากนั้นยังมี Secure Access Module (SAM) 2 โมดูล เพื่อการทำธุรกรรมอย่างปลอดภัย 

ผลิตภัณฑ์ล่าสุดนี้เป็นเครื่องตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของแฮนด์เฮลด์ กรุ๊ป ในการปฏิวัติการเก็บค่าโดยสารผ่านอุปกรณ์พกพา บริษัทเริ่มเปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์ตระกูล M3 eTicket และ Nautiz eTicket จากนั้นได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและมีฟีเจอร์หลากหลายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมคงไว้ซึ่งความทนทานอันเป็นคุณสมบัติเด่นของแฮนด์เฮลด์ 

บริษัทขนส่งมวลชนรายใหญ่ทั่วโลกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา” โยฮัน เฮด ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ของแฮนด์เฮลด์ กล่าว “องค์กรเหล่านี้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างรวดเร็ว เพราะการใช้อุปกรณ์พกพาอัจฉริยะช่วยให้ขั้นตอนที่ล่าช้าและใช้แรงงานจำนวนมาก กลายเป็นขั้นตอนที่ราบรื่นและง่ายดาย ลูกค้ารายงานว่าสามารถทำงานได้มากขึ้น จำนวนผู้โดยสารที่แอบไม่ซื้อบัตรน้อยลง และมีรายได้จากการขายบัตรเพิ่มขึ้นเกือบ 20%” 

นอกเหนือจากเครื่องอ่าน RFID ที่ทันสมัยแล้ว Algiz RT7 eTicket ยังมีฟีเจอร์ทรงประสิทธิภาพอื่นๆอีกมากมาย อาทิ Google GMS ที่ช่วยให้เข้าใช้งาน Google Play Store และ Google Maps ได้ รวมถึงหน้าจอแบบมัลติทัชที่คมชัดแม้มองในที่สว่างจ้า และกระจกสุดแข็งแรงทนทาน นอกจากนี้ Algiz RT7 eTicket ยังมาพร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล และตัวเลือกการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทั้งยังมีถาดใส่ซิมการ์ด 2 ซิม มีเครื่องรับสัญญาณ GPS ในตัว รวมทั้งเครื่องสแกนบาร์โค้ด 2 มิติ 

Algiz RT7 eTicket ผสมผสานประสิทธิภาพ ดีไซน์ที่ถูกหลักสรีระศาสตร์ และความทนทานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm quad-core มาพร้อมดีไซน์ที่จับถนัดมือด้วยน้ำหนักเพียง 600 กรัม ทั้งยังได้มาตรฐาน IP65 ซึ่งหมายความว่าสามารถกันน้ำได้ระดับหนึ่งและป้องกันฝุ่นทรายได้อย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกันยังได้มาตรฐาน MIL-STD-810G อันเข้มงวดของกองทัพสหรัฐ โดยสามารถต้านทานการตกหล่น การสั่นสะเทือน รวมถึงอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำสุดขีด 

แฮนด์เฮลด์จะจัดสัมมนาผ่านทางเว็บไซต์เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Algiz RT7 eTicket โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.handheldgroup.com/Webinar-eTicketing 

ท่านที่สนใจสามารถสั่งซื้อ Algiz RT7 eTicket ได้แล้ววันนี้ 

ลิงก์ที่เป็นประโยชน์

ALGIZ RT7 eTicket specifications [http://www.handheldgroup.com/algiz-rt7-eticket ]

Press images [http://www.handheldgroup.com/pressroom/algiz-rt7-eticket ]

Handheld Group [http://www.handheldgroup.com ]

Handheld product lineup [http://www.handheldgroup.com/en/rugged-computer ]

What is rugged? [http://www.handheldgroup.com/en/why-rugged-handheld-computers/what-is-rugged ] 

ทวีตข้อความนี้

แฮนด์เฮลด์ เปิดตัว “Algiz RT7 eTicket” แท็บเล็ตแอนดรอยด์พันธุ์อึดเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด http://www.handheldgroup.com/rt7-eticket

            เกี่ยวกับ แฮนด์เฮลด์

          แฮนด์เฮลด์ กรุ๊ป เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พกพาที่แข็งแรงทนทาน แฮนด์เฮลด์และตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกนำเสนอโซลูชั่นอุปกรณ์พกพาแบบครบวงจรให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ภูมิสารสนเทศ โลจิสติกส์ ป่าไม้ ขนส่งมวลชน สาธารณูปโภค การทำเหมืองแร่ การทหาร และการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทแฮนด์เฮลด์ กรุ๊ป ตั้งอยู่ในสวีเดน และมีสำนักงานสาขาในฟินแลนด์ สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ อิตาลี เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.handheldgroup.com

แหล่งข่าว: แฮนด์เฮลด์ กรุ๊ป

นักฟุตบอลเยาวชนจากหลายทวีปทั่วโลกเข้าร่วมการประชุม International Children’s Forum

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มอสโก–1 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

การประชุมเยาวชนนานาชาติ International Children’s Forum ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งภายใต้โครงการ FOOTBALL FOR FRIENDSHIP ของบริษัทก๊าซพรอม (Gazprom) ได้เปิดฉากขึ้นในวันนี้ที่กรุงมิลาน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลระดับเยาวชน รวมถึงปลูกฝังให้เยาวชนมีจิตใจที่เปิดกว้างและเคารพในความแตกต่างทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติ งานนี้มีนักฟุตบอลเยาวชนจากแอฟริกา เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้เข้าร่วม

 Football for Friendship / Vyacheslav Krupenkov, Senior Managing Director of GAZPROM Germania GmbH and Franz Beckenbauer, Global ambassador of the FOOTBALL FOR FRIENDSHIP program during the Fourth International Children's FOOTBALL FOR FRIENDSHIP Forum (PRNewsFoto/FOOTBALL FOR FRIENDSHIP)

Vyacheslav Krupenkov, Senior Managing Director of GAZPROM Germania GmbH and Franz Beckenbauer, Global ambassador of the FOOTBALL FOR FRIENDSHIP program during the Fourth International Children’s FOOTBALL FOR FRIENDSHIP Forum (PRNewsFoto/FOOTBALL FOR FRIENDSHIP)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160531/373671 )

ผู้เข้าร่วมการประชุมได้พบกับฟรานซ์ เบคเคนบาวเออร์ แอมบาสเดอร์ระดับโลกของโครงการ FOOTBALL FOR FRIENDSHIP รวมถึงกองกลางคนดังจากทีมชาลเก 04 อย่างแมกซิมิเลียน เมเยอร์ และเลออน โกเร็ทซ์ก้า ร่วมด้วยมิเชล ซัลกาโด แอมบาสเดอร์ของยูฟ่า

ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของงานนี้คือ การมอบรางวัล Nine Values Cup ให้แก่สโมสรฟุตบอลอาชีพที่มีผลงานโดดเด่นด้านการตอบแทนสังคม โดยในปีนี้รางวัลตกเป็นของสโมสรฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิก ซึ่งทุ่มเทให้กับการช่วยเหลือเด็กพิการ ริเริ่มโครงการด้านสุขภาพสำหรับเด็กๆในหลายประเทศ อีกทั้งยังให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้ด้วย

งานนี้ปิดฉากลงด้วยการแข่งขันสตรีทฟุตบอลนานาชาติ International Street Football Tournament รอบชิงชนะเลิศ โดยสโมสรฟุตบอลมาริบอร์จากสโลวีเนียคว้าแชมป์กลับบ้านไป

ทั้งนี้ มีสื่อมวลชนกว่า 200 ชีวิตจากองค์กรสื่อชั้นนำทั่วโลกเข้าทำข่าวนี้ ซึ่งรวมถึงผู้สื่อข่าวเยาวชนจากหลายประเทศที่มาทำข่าว ณ ศูนย์ผู้สื่อข่าวเยาวชนนานาชาติ

อเล็กซี มิลเลอร์ ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทก๊าซพรอม กล่าวว่า “ผู้เข้าร่วมโครงการ FOOTBALL FOR FRIENDSHIP มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี สำหรับปีนี้มีเยาวชนจาก 32 ประเทศเข้าร่วม อาทิ ซีเรีย ตุรกี อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเยาวชนมองข้ามความแตกต่างด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม และให้คุณค่ากับสันติภาพและมิตรภาพเหนือสิ่งอื่นใด เยาวชนทั้งชายและหญิงไม่เพียงได้เรียนรู้ที่จะเคารพซึ่งกันและกันเท่านั้น แต่ยังได้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่โครงการสนับสนุนตลอดมา ผมเชื่อว่าหากพวกเราทุกคนร่วมมือกัน เราก็สามารถสร้างสรรค์โลกใบนี้ให้น่าอยู่ขึ้นได้”

ฟรานซ์ เบคเคนบาวเออร์ กล่าวเสริมว่า “ผมรู้สึกยินดีที่ได้สนับสนุนโครงการ FOOTBALL FOR FRIENDSHIP ในฐานะแอมบาสเดอร์ระดับโลกตลอดหลายปีที่ผ่านมา โครงการนี้ช่วยส่งเสริมคุณค่าความเป็นมนุษย์อันเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการสร้างสังคมที่สงบสุข และผมรู้สึกยินดีเป็นพิเศษที่สโมสรฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิกได้รับรางวัล Nine Values Cup อันเป็นสัญลักษณ์และเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงจุดมุ่งหมายของโครงการ ทั้งนี้ รางวัล Nine Values Cup มาจากการตัดสินของเด็กๆผู้มีจิตใจเปิดกว้างที่สุด จึงนับเป็นรางวัลอันทรงคุณค่ายิ่งสำหรับสโมสรที่ได้รับ”

ที่มา: ศูนย์สื่อมวลชนโครงการ FOOTBALL FOR FRIENDSHIP

KuangChi Science ประกาศเปิดสำนักงานนวัตกรรมในสิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–31 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ก้าวที่ไม่หยุดนิ่งแห่งการพัฒนานวัตกรรมสู่เป้าหมายเมืองแห่งอนาคต

          KuangChi Science บริษัทลูกของ Kuang-Chi GCI ได้ประกาศที่งาน International Communications and Information Technology Exhibition & Conference ครั้งที่ 27 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมว่า บริษัทได้จัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมอาเซียน (ASEAN Innovation Headquarters) ในประเทศสิงคโปร์ เพื่อเป็นฐานการขยายการดำเนินงานทั่วเอเชีย โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน

          สำนักงานแห่งใหม่ในสิงคโปร์จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์เพื่อต่อยอดการพัฒนากลยุทธ์เมืองแห่งอนาคตของบริษัท นอกจากนี้ KuangChi Science ยังได้เซ็นสัญญาความร่วมมือกับ HyalRoute Communications Group ซึ่งได้รับเงินลงทุนรวมแล้วกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Kuang-Chi GCI

          Kuang-Chi GCI สื่อถึง Global Community of Innovation หรือชุมชนนวัตกรรมระดับโลกซึ่ง Kuang-Chi Group ได้ริเริ่มขึ้น โดยเป็นการรวมตัวของนักนวัตกรรมจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อทำให้โลกแห่งนิยายวิทยาศาสตร์และความฝันกลายเป็นความจริงได้ในอนาคต

          Kuang-Chi GCI ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนผู้มีชื่อเสียง 5 คนซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ Kuang-Chi GCI ก้าวขึ้นเป็นกลุ่มนวัตกรรมระดับโลกที่มีฐานการดำเนินงานอยู่ในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้สร้างความก้าวหน้าต่างๆ ในสาขาอภิวัสดุ โฟโตนิกส์ เทคโนโลยีดาวเทียม การบิน และวิทยาการหุ่นยนต์

          กลุ่มบริษัทมีมูลค่าทะลุหลัก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยการดำเนินงานผ่านบริษัทจดทะเบียน บริษัทหุ้นนอกตลาด และสถาบันค้นคว้าวิจัย โดยกลุ่มบริษัทได้ลงทุนในบริษัทหลายแห่ง ได้แก่ Solar Ship Inc., Martin Aircraft Company, ผู้บุกเบิกด้านไบโอเมตริกซ์อย่าง Zwipe และกลุ่มบริษัทสื่อสาร HyalRoute

          ทั้งนี้ สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินระหว่างประเทศที่สำคัญ และยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีมากที่สุดในโลกโดย World Economic Forum ดร.จาง หยางหยาง ซีอีโอร่วมของ KuangChi Science กล่าวว่า “สิงคโปร์เป็นฐานนวัตกรรมที่สมบูรณ์แบบ และการตั้งสำนักงานนวัตกรรมในสิงคโปร์จะเปิดโอกาสให้เราสามารถต่อยอดการค้นคว้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆร่วมกับบริษัทและสถาบันต่างๆในสิงคโปร์ได้”

          นอกจากการประกาศเปิดสำนักงานนวัตกรรมแล้ว KuangChi Science ยังประกาศกลยุทธ์เมืองแห่งอนาคต โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างเมืองอัจฉริยะเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของบริการต่างๆ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัย

          กลยุทธ์ดังกล่าวได้รับการผลักดันตามนโยบาย ‘Smart Nation’ ของสิงคโปร์ ซึ่งเปิดตัวในปี 2557 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ผ่านโซลูชันเทคโนโลยีซึ่งใช้ประโยชน์จากไอซีที เครือข่ายการสื่อสาร และบิ๊กดาต้า

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะเปิดทางให้รัฐบาลท้องถิ่นสามารถติดต่อสื่อสารกับชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองได้โดยตรง เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวและการพัฒนาของเมือง อันจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในท้ายที่สุด

          ในการยกระดับเมืองให้มีความอัจฉริยะและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นนั้น KuangChi Science ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านความปลอดภัย การถ่ายโอนข้อมูล และเทคโนโลยีไร้สายที่มีความครอบคลุมของสัญญาณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบริการที่สำคัญต่างๆ อันจะเป็นการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ในเมืองทั่วโลก ซึ่ง HyalRoute ถือเป็นหนึ่งในการลงทุนที่สำคัญของบริษัทเพื่อสนับสนุนเป้าหมายนี้

          HyalRoute เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทนวัตกรรมเทคโนโลยีในเครือ Kuang-Chi GCI และเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่ทันสมัยที่สุด อีกทั้งยังเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศในตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยบริษัทกำลังดำเนินการออกแบบและวางโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงระหว่างประเทศ ซึ่งมีระยะทางยาวกว่า 1 ล้านกิโลเมตร และเชื่อมต่อ 50 ประเทศ

          นายกั้ว เจี้ย ซีอีโอของสำนักงานนวัตกรรมสิงคโปร์ กล่าวว่า “เทคโนโลยีของ HyalRoute เป็นส่วนหนึ่งในแผนกลยุทธ์เมืองแห่งอนาคตของ KuangChi Science ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง Cloud, Solarship, Traveler, และเทคโนโลยีอื่นๆประกอบเข้าด้วยกัน” ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของ KuangChi Science ได้สร้างรากฐานสำหรับเมืองแห่งอนาคต ขณะที่เครือข่ายการสื่อสารของ HyalRoute จะมาช่วยเสริมทัพให้ภาพของเมืองแห่งอนาคตมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

          เมื่อต้นเดือนนี้ Kuang-Chi GCI ได้เปิดตัวกองทุนนวัตกรรมระหว่างประเทศขึ้นที่อิสราเอล โดยมีเป้าหมายเพื่อเข้าไปลงทุนในบริษัททั่วโลก กองทุนใหม่นี้มีทุนตั้งต้น 50 ล้านดอลลาร์ และมีแผนที่จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 300 ล้านดอลลาร์ภายใน 3 ปีข้างหน้า

          ติดต่อ:

          Kirk Lan

          +86-181-2625-4673

          xiaokelan@kuang-chi.com

JA Solar จัดหาเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ป้อนโปรเจคท์ “Front Runner” ของจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–1 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

JA Solar Holdings Co., Ltd. (Nasdaq: JASO) ผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประกาศว่า บริษัทเตรียมจัดหาเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 420 เมกะวัตต์ ให้แก่โครงการสาธิตเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์แห่งชาติในเมืองต้าถง มณฑลซานซี ซึ่งเป็นโครงการแรกภายใต้โปรเจคท์ “Front Runner” ของทางการจีน โดยครอบคลุมถึงเซลล์แสงอาทิตย์ Percium ขนาด 150 เมกะวัตต์ 

Percium คือเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ประสิทธิภาพสูงที่คิดค้นขึ้นโดย JA Solar และเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2556 โดยประกอบไปด้วยเซลล์ที่ใช้เทคโนโลยี Passivated Emitter and Rear Cell (PERC) ที่ช่วยให้ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จากนั้นในเดือนมิถุนายน 2557 ทางบริษัทได้เริ่มผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง Percium ในปริมาณมาก ส่งผลให้บริษัทก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการนำเสนอประสิทธิภาพการแปลงพลังงานสูงกว่า 20% สำหรับเซลล์แสงอาทิตย์แบบ P-type ที่ผลิตในปริมาณมาก ปัจจุบัน เซลล์แสงอาทิตย์ในตระกูล Percium มีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานสูงสุดถึง 21% ขณะที่กำลังการผลิตไฟฟ้าของโมดูลประเภท 60 เซลล์สูงกว่า 295 วัตต์ และกำลังการผลิตไฟฟ้าของโมดูล 72 เซลล์เกินกว่า 345 วัตต์ นอกจากนี้ เซลล์แสงอาทิตย์ Percium ยังมีจุดเด่นในด้านประสิทธิภาพการทำงานในยามแสงน้อย ค่าสัมประสิทธิ์อุณหภูมิต่ำกว่า การลดทอนแสงต่ำกว่า และการทนต่อการเสื่อมสภาพ (PID) ดีกว่า ที่สำคัญคือ สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ทั่วไป 2% เมื่อคิดเป็นวัตต์ 

JA Solar คือผู้นำในอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีหลักและคุณภาพ บริษัทเป็นที่รู้จักทั่วโลกจากผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง มีกำลังการผลิตไฟฟ้าสูง และมีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานสูง JA Solar มีเซลล์แสงอาทิตย์ 5 รุ่นที่ได้มาตรฐานหรือสูงกว่ามาตรฐานของ “Front Runner” ได้แก่ เซลล์แสงอาทิตย์ Cypress ชนิดโมโนคริสตัลไลน์, เซลล์แสงอาทิตย์ Cypress ชนิดโพลีคริสตัลไลน์, เซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง Percium ชนิดโมโนคริสตัลไลน์, เซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง Riecium ชนิดโพลีคริสตัลไลน์ และเซลล์แสงอาทิตย์แบบกระจกสองด้าน 

 “เซลล์แสงอาทิตย์ของ JA Solar ไม่เพียงครองส่วนแบ่งจำนวนมากในตลาดจีนเท่านั้น แต่ยังได้รับความนิยมมากขึ้นในตลาดต่างประเทศด้วยคุณเจี้ยน เซียะ ประธานของ JA Solar กล่าว ผลิตภัณฑ์ของเราแทบไม่พอป้อนตลาด เพราะเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงกำลังได้รับความนิยมจากลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ เราตั้งใจจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแปลงพลังงานและยกระดับกระบวนการผลิตให้ดียิ่งขึ้น เราภาคภูมิใจที่มีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมและยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ของจีน

JinkoSolar ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–31 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

บริษัท JinkoSolar Holding จำกัด (“JinkoSolar” หรือบริษัท“) (NYSE: JKS) ผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ ขอประกาศผลประกอบการก่อนตรวจสอบบัญชีประจำไตรมาสแรก ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2559

ไฮไลท์ประจำไตรมาสแรกของปี 2559

ยอดส่งมอบแผงแสงอาทิตย์ทั้งสิ้น 1,600 เมกะวัตต์ (MW) ในจำนวนนี้รวมถึงแผงแสงอาทิตย์ 166 เมกะวัตต์ที่ถูกใช้ในโครงการระดับปลายน้ำของทางบริษัท โดยยอดส่งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ดังกล่าวลดลง 6.4% จาก 1,710 เมกะวัตต์ในไตรมาสที่สี่ของปี 2558 แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 102.7% จากระดับ 789 เมกะวัตต์ในไตรมาสแรกของปี 2558

– รายได้รวมอยู่ที่ 5.47 พันล้านหยวน (847.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลง 10.0% จากไตรมาสสี่ของปี 2558 แต่เพิ่มขึ้น 98.8% จากไตรมาสแรกของปี 2558

– โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ได้ผลิตไฟฟ้าไปแล้ว 210 GWh ซึ่งเพิ่มขึ้น 36.4% จากไตรมาสสี่ของปี 2558 และเพิ่มขึ้น 81.7% จากไตรมาสแรกของปี 2558 สำหรับรายได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์นั้น อยู่ที่ 185.5 ล้านหยวน (28.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 36.1% จากไตรมาสสี่ของปี 2558 และเพิ่มขึ้น 81.7%จากไตรมาสแรกของปี 2558

– ณ วันที่ 31 มีนาคม 2559 บริษัทได้เชื่อมต่อโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ไปแล้ว
1,007 MW

ผลกำไรรวมอยู่ที่ 21.3% เมื่อเทียบกับสถิติที่ 19.5% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 และ 20.3% ในไตรมาสแรกของปี 2558

รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 573.7 ล้านหยวน (89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบกับ 482.7 ล้านหยวนในไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 และ 230 ล้านหยวนในไตรมาสแรกของปี 2558

กำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญของ JinkoSolar Holding Co., Ltd. อยู่ที่ 313.3 ล้านหยวน (48.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบกับ 349.4 ล้านหยวนในไตรมาสสี่ของปี 2558 และ 51 ล้านหยวนในไตรมาสแรกของปี 2558
กําไรต่อหุ้นปรับลดต่อหุ้นปันผลในสัดส่วนหนึ่งหุ้นปันผลต่อหุ้น  American Depositary Share (“ADS”) อยู่ที่ 9.32 หยวน (1.44 ดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบกับ 10.92หยวนในไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 และ 1.6 หยวนในไตรมาสแรกของปี 2558

รายได้สุทธิที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป (non-GAAP) ที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญของ JinkoSolar Holding Co., Ltd. ในไตรมาสแรกของปี 2559 อยู่ที่414.6 ล้านหยวน (64.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบกับ 503.5 ล้านหยวนในไตรมาสสี่ของปี 2558 และ 171.2 ล้านหยวนในไตรมาสแรกของปี 2558

– Non-GAAP พื้นฐานและกำไรต่อหุ้นปรับลดต่อ ADS อยู่ที่ 13.2 หยวน (2.04 ดอลลาร์สหรัฐ) และ 11.2 หยวน (1.72 ดอลลาร์สหรัฐ) ตามลำดับในไตรมาสแรกของปี2559