1 วัน มหัศจรรย์ในเมืองกรุงเก่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07076011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

หมุดไมล์

เรื่องโดย : คณินพงศ์ บัวชาติ

1 วัน มหัศจรรย์ในเมืองกรุงเก่า

พูดถึงการเรียนรู้เรื่องอดีตหรือการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์นั้น หลายคนคงมองเป็นเรื่องที่น่าเบื่อเป็นอันดับแรก แต่ถ้าเราได้ลองใช้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นตัวช่วยดู การศึกษาประวัติศาสตร์นั้นก็อาจจะกลายเป็นเรื่องที่น่าสนุก เพราะการได้ชมสถานที่จริง ได้ถ่ายภาพบรรยากาศสวยๆ ได้ทานอาหารขึ้นชื่อรสชาติอร่อยนั้น เป็นอรรถรสที่หาไม่ได้จากในหนังสืออย่างแน่นอน

หมุดไมล์ปักษ์นี้จะขอพาทุกท่านย้อนอดีตกันที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา “เมืองกรุงเก่า ของเราแต่ก่อน” ครับ เพื่อชมความเป็นที่สุดซึ่งซ่อนอยู่ที่นี่ ใน 1 วัน แต่ละที่นั้นจะซ่อนเรื่องราวอะไรเก็บไว้บ้าง ต้องลองหาคำตอบกันดู

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือในอดีตกาลเรียกกันว่า กรุงศรีอยุธยา นั้นถือเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของราชอาณาจักรสยาม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1893 ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือที่เรามักคุ้นเคยในชื่อ “พระเจ้าอู่ทอง” และล่มสลายลงเมื่อ พ.ศ. 2310 ในยุคสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ หรือ พระเจ้าเอกทัศน์ รวมเวลา 417 ปี ก่อนจะย้ายเมืองหลวงมาที่กรุงธนบุรี และกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ

การเดินทางครั้งนี้ เราจะเดินทางกันแต่เช้า แม้จะใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก แต่บรรยากาศสองข้างทางอาจจะทำให้หายง่วงนอนได้อย่างปลิดทิ้ง เพราะนอกจากสายลมของช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้ว ยังมีรวงข้าวสีทองอร่ามที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ ให้ได้ถ่ายภาพ พร้อมสูดออกซิเจนกันให้เต็มปอด หรือจะจิบกาแฟสดไปด้วยแบบวิถีฮิปสเตอร์ก็ได้บรรยากาศอีกแบบ

มาถึงตัวเมืองอยุธยาก็เริ่มต้นด้วยการทำบุญไหว้พระกันก่อน เพราะที่นี่มีวัดมากมายทั้งเก่าและใหม่ แต่ถ้าอยากเริ่มต้นไหว้พระ พร้อมชมความเป็นที่สุดแล้วล่ะก็ ขอแนะนำที่ วัดพนัญเชิง ครับ วัดแห่งนี้เป็นวัดโบราณที่มีมาก่อนการสร้างกรุงศรีอยุธยา โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากคลองสวนพลู ซึ่งในอดีตเคยเป็นย่านไชน่าทาวน์ของอยุธยามาก่อน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นวิถีความเป็นจีนปะปนอยู่อย่างมากมายภายในวัด

พระประธานของที่นี่คือ พระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต นอกจากจะเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นองค์ใหญ่ที่สุดของอยุธยาแล้ว ยังเก่าแก่กว่ากรุงศรีอยุธยาถึง 26 ปีอีกด้วย ลองคิดคำนวณเล่นๆ ก็ 443 ปีเลยทีเดียว

ไหว้พระเสร็จเราไปหาความรู้เรื่องอยุธยาที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา กันดีกว่า เพราะนอกจากด้านในจะมีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่ามากมายหลายชิ้น อย่างเช่น เศียรพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่, พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท, ประตูไม้แกะสลัก และหัวเรือรูปครุฑ แล้ว ชั้น 2 ของพิพิธภัณฑ์ยังเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงเครื่องทองคำโบราณสมัยอยุธยา ซึ่งขุดพบภายในกรุของวัดราชบูรณะ โดยแต่ละชิ้นไม่ว่าจะเป็น สุวรรณมาลา หรือ หมวกทองคำ, พระคชาธารทองคำประดับอัญมณี และ เครื่องราชูปโภคทองคำชิ้นต่างๆ แต่ละชิ้นถือว่ามีความงดงามอย่างวิจิตรที่สุด และสามารถชมได้เพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้นในประเทศไทย

เต็มอิ่มกับความอลังการของเครื่องทองกันแล้ว เราไปต่อกันที่ วัดส้ม วัดที่แม้จะมีพื้นที่เล็กๆ แต่หากได้ลองเข้าไปชมแล้วล่ะก็จะต้องอึ้งกับความงามที่ซ่อนอยู่

ไฮไลต์ของที่นี่อยู่ที่พระปรางค์ประธานครับ แม้จะมีขนาดเล็กแต่กลับมีลวดลายปูนปั้นศิลปะอยุธยาที่งดงามมากที่สุด หลงเหลือให้เห็นอยู่เยอะที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา จุดนี้หลายท่านคงสงสัยว่าศิลปะของอยุธยานั้นสำคัญไฉน ผมก็คงพูดได้เพียงว่า “ศิลปะรัตนโกสินทร์หรือของกรุงเทพฯ ที่เราเห็นว่าสวยว่างามตามวัดวาอารามหรือพระราชวังในช่วงยุคต้นกรุงเทพฯ นั้น ก็รับคติและรูปแบบมาจากศิลปะอยุธยาแทบทั้งนั้น”

ยามบ่ายหลังอิ่มท้องกับอาหารกลางวันเลิศรสอย่างก๋วยเตี๋ยวเรือ หรือกุ้งแม่น้ำตัวเขื่องแล้ว เราจะออกจากเกาะเมืองอยุธยาไปยัง วัดพุทไธศวรรย์ กันต่อครับ วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงสำคัญในสมัยอยุธยาตอนต้น มีตำนานว่าบริเวณวัดนั้นเคยเป็นที่ตั้งของ “ตำหนักเวียงเล็กหรือเวียงเหล็ก” ของพระเจ้าอู่ทองใช้เป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับเมื่อทรงอพยพมาตั้งอยู่ก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยา จากเรื่องในตำนานนี้ทำให้เราคิดกันเล่นๆ ว่าตัวโบราณสถานภายในวัด อาทิ พระปรางค์ประธานสีขาวที่ตั้งเด่นอยู่นั้น เป็นพระปรางค์ที่เก่าแก่ที่สุดในอยุธยาหรือเปล่า อันนี้ต้องลองหาคำตอบกันดู

ไม่ไกลจากวัดพุทไธศวรรย์มากนัก ยังมีอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ และคนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยเข้าไปชมกันแบบจริงจัง คือ หมู่บ้านโปรตุเกส ครับ

เป็นที่ยอมรับกันว่าโปรตุเกสเป็นประเทศในยุโรปชาติแรกสุดที่เข้ามาติดต่อกับกรุงศรีอยุธยา โดย อัลฟองโซ เดอ อัลบูเคอร์ก ผู้สำเร็จราชการเมืองมะละกาในขณะนั้น ได้ส่ง ดูอาร์เต เฟอร์แนนเดส เป็นทูตเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ของอยุธยา และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศซึ่งถ้านับดูแล้วก็รวมเวลาประมาณ 504 ปีเลยทีเดียว

ปัจจุบัน ภายในหมู่บ้านโปรตุเกสยังมีร่องรอยของสิ่งก่อสร้างปรากฏให้เห็นอยู่เล็กน้อย 3 แห่งคือ ซานเปาโล, ซานโตโดมิงโก และ ซานเปโดร ทั้งยังมีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์และเครื่องปั้นดินเผาอีกด้วย

เพียงเท่านี้กับเวลา 1 วัน ก็คงเพียงพอสำหรับผู้รักการเดินทาง หรือผู้ที่ชื่นชอบ “ของเก่า เล่าใหม่” ทุกท่าน แต่ถ้ายังไม่จุใจล่ะก็ จะแวะเที่ยวจุดอื่นในยามเย็นหรือแวะซื้อของฝากขึ้นชื่ออย่างโรตีสายไหม ที่มีให้เลือกมากมายหลายร้านก็แล้วแต่ความพอใจเถอะครับ สำหรับหมุดไมล์ฉบับหน้าเราจะพาไปไหนนั้น ต้องติดตามตอนต่อไป

ในวันที่ 10 ตุลาคม 2558 นี้ เตรียมพบกับทัวร์ศิลปวัฒนธรรม “7 ที่สุด ในอยุธยา” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มติชน อคาเดมี จะนำพาทุกท่านได้ร่วมแสวงหาและค้นคำตอบ เกร็ดความรู้ในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด พร้อมร่วมทริปกับวิทยากรพิเศษ ผศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือที่ http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

ปลากัดไทยบันลือโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07078011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

BIG IDEA

สุมิตรา จันทร์เงา

ปลากัดไทยบันลือโลก

ถ้าไม่เขียนเรื่องนี้ก็คงตกกระแสชนิดที่ไม่อาจให้อภัยตัวเองได้เลย

ท่านที่สนใจเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารทันสมัยคงไม่พลาดข่าวสมาร์ตโฟนยี่ห้อโด่งดังตระกูลแอปเปิลที่เพิ่งเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดคือ “ไอโฟน 6 เอส” (iPhone 6s) ที่ผู้คนทั้งโลกรอคอย

เชื่อกันว่า ไอโฟน 6 เอส น่าจะทำยอดขายได้ไม่น้อยกว่า 50 ล้านเครื่อง!

โอ้โฮเฮะ ฮิตกันจริงๆ

แต่ที่ฮือฮากันในหมู่คนไทยไปทั้งประเทศก็คือ ในงานเปิดตัวไอโฟนที่ผ่านมา ทุกคนต่างตื่นตะลึงกับภาพริ้วสีสดใสที่ปรากฏบนจอสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดนี้ที่เป็นภาพ “ปลากัดไทย”

แน่นอนว่า ไอโฟน 6 เคยเปิดตัวมา 2 ขนาดพร้อมกันคือ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus คราวนี้เมื่อมีการปรับโฉมใหม่ในรุ่น “เอส” ก็ต้องแนะนำของใหม่พร้อมกันทั้ง 2 ขนาดเช่นกันคือ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ที่มีจุดเด่นที่สุดคือหน้าจอสัมผัสขั้นเทพ 3D Touch!

รูปร่างหน้าตาโดยทั่วไปของเครื่องดูไม่ค่อยแตกต่างจาก i6 และ i6plus เท่าใดนัก แต่ตัวเครื่องจะมีความหนามากขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าเล็กน้อยและมีน้ำหนักมากขึ้นจากเดิมพอสมควร นอกจากนี้ ด้านหลังของตัวเครื่อง iPhone 6s นั้นจะมีการสกรีนตัวอักษร S อยู่ด้านหลังด้วย

แต่เพิ่มสีใหม่คือ สีชมพู Rose Gold เหมือนที่ใช้บน Apple Watch เข้ามา ทำให้ตอนนี้ตัวเลือกของไอโฟนทั้งหมดมี 4 สี คือ ขาว ดำ ทอง และล่าสุด ชมพูกุหลาบ ซึ่งคาดว่าจะขายกันได้ระเบิดไปเลย

นอกจากทางด้านสีสันที่เพิ่มมาใหม่ เทคโนโลยี 3D Touch ทำให้สามารถเปิดเมนูใหม่ด้วยการสัมผัสที่แตกต่างเหมือนกับเป็นเจนใหม่ของการสัมผัสหน้าจอ คล้ายกับการคลิกซ้ายคลิกขวาบนคอมพิวเตอร์ แต่เราแค่สัมผัสหน้าจอด้วยนิ้วเดียวเท่านั้น เป็นระบบสัมผัสรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใครสามารถเปิดเมนูพิเศษได้ด้วยแรงกดที่แตกต่าง บวกกับระบบสแกนลายนิ้วมือ Touch ID เวอร์ชั่นใหม่ที่สแกนได้เร็วและแม่นยำมากขึ้น 2 เท่า

สเปกที่โดดเด่นของ iPhone 6s ก็คือซีพียูใหม่ 64 บิต ทำให้ใช้งานเครื่องได้เร็วกว่าไอโฟนรุ่นปัจจุบันถึง 70 เปอร์เซ็นต์ แสดงผลกราฟิกดีขึ้น 90 เปอร์เซ็นต์ ปรับปรุงกล้องหลัง iSight ใหม่เพิ่มความละเอียดถึง 12 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ขณะที่กล้องหน้าเพิ่มเป็น 5 ล้านพิกเซล (รุ่นก่อนหน้ามีความละเอียดเพียง 1.2 ล้านพิกเซล) พร้อมเทคนิค Retina Flash ที่ใช้หน้าจอทำแสงแฟลชได้คล้ายกล้องหน้าและยังปรับ Face Time ให้มีความละเอียดสูงขึ้น

อุปกรณ์เสริมใหม่ของ Apple คราวนี้คือแท่นชาร์จที่เป็นสีสันตามเครื่องไอโฟน

สำหรับราคา iPhone 6s ในต่างประเทศนั้น ยังคงเป็นราคาเดียวกันกับเมื่อตอน iPhone 6 เปิดตัว ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศราคาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แต่ก็คาดว่า iPhone 6s นั้นน่าจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 24,900 บาท สำหรับรุ่น 16GB / 28,900 บาท สำหรับรุ่น 64 GB / 32,900 บาท สำหรับรุ่น 128 GB

วันวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่าน่าจะอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ ในขณะที่ ฝั่งอเมริกาและกลุ่มประเทศแรกที่ได้สิทธิ์จำหน่ายก่อนใครจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 กันยายน 2558 นี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลราคาและวันวางจำหน่ายในไทยยังไม่ใช่ข้อมูลอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็คงต้องติดตามกันต่อไปค่ะ

เป็นที่น่าเสียดายที่ประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศในกลุ่มแรกที่จะได้ซื้อไอโฟนรุ่นใหม่มาใช้ ไม่งั้นยอดขายคงกระฉูดจนแอปเปิลตกตะลึงแน่เพราะเราคงเห่อปลากัดไทยที่ได้เป็นนายแบบนางแบบในการเปิดตัวไอโฟนรุ่นนี้กันทั้งเมือง

นี่ขนาดเห็นแค่ภาพข่าวยังไม่เห็นของจริง กระแสไอโฟน 6 เอส ยังพุ่งกระฉูดทะลุโซเชียลมีเดีย

……………

ทันทีที่ข่าวการเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่แพร่ออกไป พร้อมภาพพลิ้วหางสีส้มทองของปลากัดอันสวยงามปรากฏอยู่บนกล่องบรรจุสินค้า สาวกไอโฟนก็กรี๊ดกันไป 3 ตลบค่ะ

แล้วก็มีการไปขุดหาข้อมูลกันจนพบว่า ภาพปลากัดที่ปรากฏในไอโฟนซีรีส์นี้น่าจะเป็นฝีมือการถ่ายภาพของช่างภาพอิสระ นาม “วิศรุต อังคทะวานิช” ช่างภาพคนไทยที่ทั่วโลกยอมรับในฝีมือ มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในอังกฤษ, อิตาลี, อาร์เจนตินา, รัสเซีย, ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลี ,ไทย ฯลฯ

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า “วิศรุต อังคทะวานิช” เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ เป็นช่างภาพอิสระ รับถ่ายภาพให้กับงานหลากหลายประเภท ที่สำคัญคือเขาเป็นผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงในการถ่ายภาพปลากัดให้ออกมาโดดเด่นสวยงาม ผลงานได้รับการตีพิมพ์และนำเสนอผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ระดับโลกอย่างมากมาย และล่าสุดทาง National Geography ของจีนก็เคยนำผลงานของเขาไปตีพิมพ์เผยแพร่

สื่อไทยทุกสำนักต่างก็ควานหาตัวเขาเพื่อจะเอามาสัมภาษณ์ แต่ช่างภาพอิสระของเราก็ไม่ยอมเปิดตัว และต่อมาทางเว็บไซต์ Siampod ได้เผยข่าวในอีกทางหนึ่งว่า ผู้ที่มาถ่ายภาพปลากัดนั้นเป็นทีมงานของแอปเปิล ยกกองมาถ่ายภาพถึงในเมืองไทยเอง โดยมีทีมงานเป็นต่างชาติทั้งหมด และผู้ช่วยทีมงานเป็นคนไทย

ในที่สุด วิศรุตได้ขอจบประเด็นเรื่องภาพที่ใครๆ ก็ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นฝีมือเขาด้วยการโพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัวว่า

“ผมมีเรื่องจะแจ้งให้สื่อต่างๆ และผู้สนใจทราบนะครับ หลังจากที่เมลไปคุยกับทางโน้นแล้ว ทางโน้นไม่อนุญาตให้พูดถึงอะไรได้เลย ต้องขออภัยด้วย แปลว่าผมจะไม่สามารถชี้แจงอะไรได้ที่เกี่ยวข้องกับเขา ดังนั้น ถ้าจะให้ไปคุยไปสัมภาษณ์ในประเด็นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นงานในอดีต โปรเจ็กต์ในอนาคตก็ไม่มีปัญหา ให้ลูกผมไปร้องเพลงด้วยก็ยังได้ พร้อมทำท่าประกอบให้น่ารัก

แต่ถ้าวกเข้าเรื่องนั้น คำสาปให้ไม่มีเสียง หรือพิมพ์ไม่ออกจะทำงานทันทีเหมือนในหนังเลยทีเดียว ส่วนท่านชาวเน็ตที่ยังคาใจ ผมต้องขออภัยที่ความคาใจนี้จะอยู่ยาวไปอีกนาน แต่ก็คิดซะว่าเราจะจับมือคาใจกันไปด้วยกัน หรือจนกว่าจะลืมๆ กันไปไม่เป็นไรเลยพวกเรา แต่นี่ก็เป็นที่สุดของสิ่งที่ผมจะทำได้ในขอบเขตของผม

ยังไงก็คิดซะว่ายังมีความจริงอีกหลายเรื่องรอท่านอยู่ในอนาคต เราอาจจะพลาดไปบ้าง ลืมไปบ้าง เข้าใจไปอีกแบบบ้าง ก็เป็นสีสันของชีวิต ความจริงบางอย่างสำคัญแต่ไม่สนุก ความจริงบางอย่างสนุกแต่ไม่มีสาระ ความจริงที่แท้จริงอาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเข้าถึงมันได้เลยก็เป็นได้…ก็เลือกเสพเอาแต่พอประมาณ

ผู้ที่สนใจจะมีภาพไปติดบ้าน ติดต่อทางแกลลอรี่ได้ครับ ชื่อ ละลานตา http://www.lalanta.com หรือ คุณฝน email : fon@lalanta.com (อันนี้ใช่มะที่เขาเรียกว่าฝากร้าน)(อา…ได้ฝากกะเขาแล้ว)(มันเป็นเช่นนี้นี่เอง) ส่วนงานแสดงครั้งต่อไปจะมีในเดือนตุลาคมนี้ อยากใช้พื้นที่นี้ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ ให้ความสนับสนุน

อยากขอบคุณมิตรสหายทุกสถาบัน เพื่อนๆ ช่างภาพ เพื่อนๆ เอเยนซี่ เพื่อนที่คริสตจักร ที่เราเติบโต ก้าวเดินมาด้วยกัน ได้ใช้เวลาร่วมกัน ณ จุดหนึ่งในชีวิต หรือเจอกันอีกใน fb นี้

อยากขอบคุณเพื่อนๆ นักทำปลาทั้งหลาย หากปราศจากท่าน และการอดทนในการเลี้ยงดูเพาะเลี้ยงปลาของท่าน รวมทั้งน้ำใจในการแบ่งปันปลามาให้ ผมคงไม่ได้ถ่ายอะไรสวยๆ แบบนี้

ขอบคุณพระเจ้าที่สร้างปลาและให้โอกาสดีๆ และสิ่งดีๆ ให้กับผม

……………

หลังจากได้ไล่อ่านที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายๆ ท่าน tag มาให้ผมทั้งวันนี้ ผมรู้สึกขอบคุณและตื้นตันมากๆ (เผอิญกลางวันผมถ่ายงานเลยไม่ได้ดู fb) แม้ว่าผมจะมีข้อจำกัดในการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ค่อนข้างมาก ถึงมากที่สุด (ก็คือพูดถึงไม่ได้นั่นแหละ ไม่ว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธหรืออธิบายความคลุมเครือที่เกิดขึ้น) แต่สิ่งหนึ่งที่อยากบอกคือ ความรู้สึกที่ทุกท่านรู้สึกว่าภูมิใจที่คนไทยทำได้นั้น ท่านไม่ต้องรู้สึกเก้อแน่นอน ถ้าภูมิใจไปแล้วจงภูมิใจต่อไปเถิดครับ

คนไทยเพาะปลาสวยงามขายในตลาดโลกเป็นจำนวนมาก ปลากัดไทยที่เราอาจจะคิดว่าตัวไม่กี่บาท ตอนนี้เป็นที่นิยมของชาวโลกแทบทุกทวีป ฟาร์มปลาใหญ่ๆ ส่งออกสัปดาห์เป็นหลักแสนตัว ยังไม่นับว่ามีเกษตรกรที่มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นเพราะการเลี้ยงปลาเยอะแยะ จากคนที่ลำบากกลับมาตั้งตัวได้และมีฐานะและคุณภาพชีวิตที่ดี

ประเทศเรามีโปรดักชั่นเฮ้าส์เก่งๆ มีทีมถ่ายหนังเก่งๆ ระดับที่ทำงาน inter กันตลอดทั้งปีเยอะแยะเต็มไปหมด แค่คนนอกวงการไม่ทราบ หนังโรงก็ดี หนังโฆษณาก็ดี แวะเวียนมาใช้เฮ้าส์ไทยกันและมีผลงานที่ไม่บอกไม่รู้เลยว่าคุณภาพนี้ทำจากเฮ้าส์คนไทย

ศิลปิน นักออกแบบ ช่างภาพคนไทย ไปสร้างชื่อเสียงระดับโลกมีมากมายเต็มไปหมด เว็บดังๆ ตัวท็อปๆ ที่เป็นคนไทยก็มีเยอะแยะ

กระทั่งนักกีฬาอย่างน้องนักแบดฯ หรือนักบอลที่เพิ่งสร้างชื่อ เราก็ภูมิใจร่วมกะเขาได้ เราเป็นกองเชียร์ที่ให้กำลังใจคน ส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้กันได้อย่างที่ผมรู้สึกตอนนี้

อยากจะขอบคุณจริงๆ จากใจครับ”

……………

สรุปแล้ว แม้ช่างภาพชาวไทยจะปฏิเสธไม่รู้เห็น (อย่างกำกวม) แต่ก็มีผู้เข้ามาให้กำลังใจและสนับสนุนจำนวนมาก จนมีคนสรุปเอาเองว่า เป็นไปได้สูงที่ Apple มาจ้างให้วิศรุตเป็นคนถ่ายภาพแต่ให้เซ็นสัญญารักษาความลับ/ความเป็นเจ้าของภาพ ว่าผลงานทั้งหมดเป็นของ Apple ห้ามไม่ให้ช่างภาพอ้างตัว/อ้างอิงถึงว่าเป็นเจ้าของภาพเด็ดขาด

ซึ่งถ้าใครเคยทำงานกับบริษัทใหญ่หรือโปรดักชั่นเฮ้าส์ระดับโลกก็จะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาทั้งนั้น แม้จะเป็นมืออาชีพก็ต้องทำใจ

……………

ถ้าเราลืมเรื่องการลงนามประทับตราว่าใครเป็นเจ้าของภาพถ่ายปลากัดชุดนี้ไปเสีย แล้วหันมามองความงดงามความน่าสนใจใน “ปลากัดไทย” ที่หลายคนมองข้ามไป ก็จะพบว่า ปลากัดนั้นมีเสน่ห์น่าหลงใหลเสียนี่กระไร

อยากบอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภาพปลากัดไทยถูกนำมาโปรโมต มีครั้งหนึ่งที่สร้างความฮือฮาก็คือตอนที่ Microsoft ใช้ภาพปลากัดไทยใน window 7 beta ขณะนั้น

หากยังจำกันได้เมื่อเราติดตั้ง Windows 7 และบู๊ตมันขึ้นเป็นครั้งแรกจะเห็นหน้า Desktop ที่มี Wallpaper เป็นรูปปลาตัวหนึ่ง นั่นเลยแหละมันคือปลากัดไทย หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า Siamese Fighting Fish หรือ Betta Fish นั่นเองครับ

ก็เพราะปลากัดมีอีกชื่อว่า Betta Fish เลยโดนจับใส่มาเป็น Default Wallpaper บนตัว Windows 7 Beta นี่เอง

ปลากัดไทยมีต้นกำเนิดมาจากเมืองไทย เราคนไทยก็เลยได้หน้าไปตามๆ กัน

สำหรับบรรยากาศทั่วไปหลังข่าวปลากัดไทยบันลือโลกเผยแพร่ออกในรูปวิดีโอโปรโมตโทรศัพท์ iPhone 6s ปรากฏว่าตลาดปลากัดไทยคึกคักมาก เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากัดไทยอย่างแน่นอน

ปลากัดที่ปรากฏบนวอลล์เปเปอร์โทรศัพท์ไอโฟนคือ ปลากัดสายพันธุ์ฮาล์ฟมูน หรือ “ปลากัดหางพระจันทร์ครึ่งซีก” สีสันสวยงามแปลกตา ซึ่งเพาะพันธุ์โดยคนไทย

มันน่าปลื้มไหมล่ะ

ปลากัดฮาล์ฟมูน ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้เลี้ยงปลาสวยงาม มีลักษณะเด่นของหางที่กางได้เหมือนพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว สีสันสวยงามเวลาพองตัว ปัจจุบันมีเกษตรกรและฟาร์มเลี้ยงหลายแห่งได้พัฒนาสายพันธุ์เพิ่มสีสันที่สวยงาม สามารถส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งพันธุ์นี้ส่งออกมากที่สุดในกลุ่มปลาสวยงาม ราคาจำหน่ายตั้งแต่หลักร้อยจนถึงพันบาท

ฟาร์มเพาะเลี้ยงปลากัดที่มีชื่อเสียงของไทยมีหลายแห่ง ใครอยากรู้ว่าอยู่ที่ไหนกันบ้าง แนะนำให้ไปเดินเล่นที่ตลาดปลากัดตลาดนัดจตุจักร รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง!

อาชีพเป็นเชฟโรงแรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07080011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

อาชีพที่ไม่เหมือนเรา

ไมตรี ลิมปิชาติ

อาชีพเป็นเชฟโรงแรม

ปัจจุบัน ศิริพร ชัยศิริพาณิชย์ เป็นแม่ครัวอยู่ที่โรงแรมโรแมนติค รีสอร์ท แอนด์ สปา

แต่ทุกคนจะเรียกเธอว่า “เชฟอ้อย”

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมได้รับเชิญให้ไปชมรีสอร์ตชั้นดีอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของป่าและภูเขา เปิดใหม่ที่มีชื่อเป็นทางการว่า มีลา การ์เดน

รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี นี้เอง

ก่อนไปถึงรีสอร์ตที่ว่า เราได้เลยไปกินอาหารกลางวันกันที่โรงแรมโรแมนติคฯ ดังกล่าว

พบว่าอาหารแต่ละอย่างที่เราได้กินรสชาติอร่อย ไม่ได้อร่อยเฉยๆ แต่อร่อยมากๆ ถ้าใช้สำนวนของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ก็คงจะพูดได้ว่า อร่อยเหลือเกิน จะบอกให้

อาหารที่เราได้กินวันนั้น เท่าที่จำทั้งชื่อและรสชาติได้ก็มี กะปิคั่ว แกงคั่วหอยขม ยำมะเขือ ปลาช่อนนึ่ง ไก่อบ และ แกงเลียง ทุกอย่างถูกจัดมาในภาชนะที่สวยงามชวนให้กิน

พวกเรากินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ด้วยความสนุกปาก จนเราบางคนต้องการดูตัวคนทำอาหาร

ทางโรงแรมไม่ขัดข้อง อนุญาตให้เชฟอ้อยออกมาโชว์ตัวได้ตามสบาย

ผู้ที่เคยไปกินอาหารที่นี่มาก่อนยังบอกให้เราได้รู้อีกว่า ยังมีอาหารอีก 2 อย่างที่ผู้ใดมากินแล้วต้องติดใจทุกคน

อาหารที่ว่าคือ แกงเขียวหวานไก่ หรือจะเป็นหมูหรือเนื้อก็ได้

อีกอย่างเป็น พิชซ่าผักขม เธอก็ทำได้อร่อยเช่นกัน แม้นักท่องเที่ยวที่ไปพักอยู่ที่อื่นไม่ได้พักอยู่ที่นี่ก็ยังแวะมาสั่งพิชซ่าไปกิน

เมื่อเป็นเช่นนี้ หลังจากกินอาหารอิ่มจนเดินแทบไม่ไหวแล้ว ผมอดที่จะขอบคุณกับเชฟอ้อยตรงๆ ไม่ได้ที่ทำอาหารแสนอร่อยให้เราได้กิน พร้อมอยากทราบประวัติความเป็นมาของเธอด้วย เพราะการจะได้พบคนทำอาหารที่มีรสมือฉมังเช่นนี้ นานๆ กว่าจะได้พบสักคน

เชฟอ้อย เล่าประวัติของตัวเองอย่างคร่าวๆ ให้เราฟังว่า

ปัจจุบันอายุ 44 ปี เธอเป็นคนพิษณุโลก สนใจเรื่องทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก จะเข้าครัวช่วยแม่ทำอาหารเสมอ

แม่ให้ทำงานอย่างอื่นๆ เธออาจจะเกี่ยง แต่ถ้าให้ทำอาหารเธอจะทำทันที เพราะชอบจึงทำให้สนุกกับการได้เข้าครัว

หลังเรียนจบชั้นมัธยมจากพิษณุโลกแล้ว เธอได้มาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร

เธอเรียนจบปริญญาโทด้านโภชนาการ จึงมีความรู้ในการเลือกวัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ เห็ด และอื่นๆ

สำหรับการทำอาหาร เธอทำได้ทั้งอาหารฝรั่ง อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น เป็นอาหารนานาชาติว่างั้นเถอะ

แต่ที่เธอชอบและสนใจเป็นพิเศษก็คือ อาหารไทย

เธอยืนยันว่า อาหารไทยดีที่สุดในโลก ดีทั้งรสชาติและคุณประโยชน์ที่ได้รับ และมีสมุนไพรที่ให้ประโยชน์กับร่างกายผสมอยู่มาก

หลังจากเรียนจบจากสวนดุสิต เธอได้เข้าทำงานที่โรงแรมระดับห้าดาวหลายแห่ง แล้วยังได้ไปทำอาหารอยู่ที่สถานทูตไทยในอเมริกาอีก 2 ปีด้วย

เธอจึงมีความรู้ทั้งอาหารนานาชาติและอาหารไทยเพิ่มขึ้นอีก

สำหรับอาหารไทยนั้น เธอไม่ได้ทำเหมือนๆ กับที่คนอื่นทำ เธอได้นำมาดัดแปลงใหม่ เพื่อให้มีรสชาติอร่อยแปลกลิ้นกว่าอาหารไทยทั่วไป ยกตัวอย่าง เช่น

แกงเผ็ดทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นแกงเขียวหวาน แกงส้ม เธอจะแยกน้ำแกงออกมากรองเอากากออก เช่นเดียวกับการทำต้มยำ ก็จะใช้วิธีกรองเอาแต่น้ำ ต้มยำของเธอจึงไม่มีใบมะกรูด ตะไคร้ และเครื่องปรุงอื่นๆ เป็นชิ้นๆ ลอยให้เห็น

เธอให้เหตุผลถึงการต้องกรองน้ำแกงและน้ำต้มยำก่อนเสิร์ฟ ก็เพื่อว่าเวลากินจะไม่ระคายคอ แต่จะละมุนลิ้น

ส่วนเครื่องแกงและเครื่องต้มยำนั้น เธอได้คิดส่วนผสมของตัวเองเพื่อให้มีรสชาติเข้มข้นสมกับเป็นอาหารไทย

เชฟอ้อยไม่ได้ทำแต่อาหารที่เป็นกับข้าวเท่านั้น ประเภทอาหารว่าง เช่น ขนมครกและอื่นๆ เธอก็ทำได้อร่อยเช่นกัน

เฉพาะขนมครกเธอเคยไปประกวดการทำขนมนานาชาติที่สหรัฐอเมริกา แข่งกับชาติอื่นๆ ได้รางวัลชนะเลิศมาแล้ว นับเป็นเกียรติประวัติที่ทำให้เธอภูมิใจมาก

อีกอย่างหนึ่งที่เธอทำได้ดีและสวยงามไม่แพ้อาหารคือ การแกะสลักผักผลไม้ เช่น แกะแตงโม แกะมันแกว แกะแตงร้าน แกะฟักทอง ฯลฯ ซึ่งเป็นศิลปะที่ควบคู่กับอาหารไทย ที่เมื่อนำมาประดับในจานจะทำให้สวยงามน่ากิน

เนื่องจากเชฟอ้อยเป็นเชฟที่มีฝีมือเป็นที่รู้จักในวงการเชฟมาเป็นอย่างดี ทำให้โรงแรมใหญ่ๆ หลายแห่งต้องการเธอและยอมให้ค่าตอบแทนสูง

ล่าสุด เธอทำงานอยู่ที่โรงแรมโรแมนติค รีสอร์ท แอนด์ สปา ดังกล่าวข้างต้น ตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์ กม.18 ห่างจากหน้าด่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แค่ขับรถไม่เกิน 5 นาที

เธอทำงานเป็นเชฟอยู่ที่นี่มาแล้วร่วม 2 ปีกว่า มีลูกน้องรวมทั้งนักศึกษามาฝึกงานทั้งสิ้นจำนวน 16 คน

เธอมีทีมงานเท่าที่ว่านี้ แต่สามารถทำอาหารเลี้ยงคนได้เป็นพันคนเลยทีเดียว เพราะทางโรงแรมมีงานเลี้ยงบ่อยมาก

เธอบอกกับผมว่า คงจะปักหลักเป็นเชฟอยู่ที่นี่อีกนาน เพราะมีลูกค้าให้เธอได้แสดงฝีมืออาหารตลอดปี

รู้จัก 2 บริการใหม่ที่น่าสนใจจาก LINE

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07085011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

ไอทีมาร์เก็ตติ้ง

กิตติ ภูวนิธิธนา twitter@Cheaupa

รู้จัก 2 บริการใหม่ที่น่าสนใจจาก LINE

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา LINE ผู้พัฒนาแอพแชตที่ได้รับความนิยม ได้พัฒนาบริการใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นบริการที่น่าสนใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น LINE Music, LINE Pay และอีก 2 บริการที่กำลังจะเขียนถึงต่อไปนี้คือ LINE HERE กับ LINE@ (ไลน์แอด)

LINE HERE บริการแชร์ตำแหน่งสำหรับคนใช้ไลน์

LINE HERE เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้ใช้ LINE สามารถแชร์ตำแหน่งกันได้แบบเรียลไทม์ มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอยู่ 4 ฟังก์ชั่น คือ?

– เช็กตำแหน่งได้แบบเรียลไทม์ ขอเพียงเปิด Location Service ก็สามารถเช็กตำแหน่งของแต่ละคนได้แบบเรียลไทม์

– สร้างสถานที่เพื่อใช้ในการเช็กตำแหน่งได้ เช่น สร้างตำแหน่งของร้านค้าเอาไว้ เมื่อมีลูกค้าเดินทางไปถึงสถานที่ที่สร้างไว้ ระบบจะแจ้งเตือนให้ทราบทันที

– สร้างห้องแชร์ตำแหน่งได้ ในการใช้งานทั่วไปอาจเป็นการแชร์ตำแหน่งระหว่างกลุ่มเพื่อน กลุ่มคนในที่ทำงาน หรือคนในครอบครัว แต่ในมุมของการค้าขายอาจเป็นการสร้างห้องระหว่างผู้ขายและลูกค้าเพื่อแชร์ตำแหน่งระหว่างกัน

– ตั้งเวลาการแสดงตำแหน่งได้ เพื่อความเป็นส่วนตัวหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการติดต่อระหว่างกันสามารถปิดหรือตั้งเวลาการแสดงตำแหน่งได้

LINE HERE สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี ถ้าใครใช้แอพ LINE อยู่แล้ว สามารถลงทะเบียนเพื่อใช้งาน LINE HERE ได้ทันที ในการใช้งานสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ทั้ง 3G, 4G และ WiFi

การเชิญบุคคลที่เราต้องการแชร์ตำแหน่งด้วยการผ่าน LINE HERE ทำได้หลายช่องทาง จะเชิญผ่านทาง LINE โดยตรงก็ได้ ผ่าน Facebook, Wechat, WhatsApp หรือส่ง Link ผ่าน SMS ก็ได้ เมื่อฝ่ายตรงข้ามตอบรับการแชร์ตำแหน่ง เราจะเห็นตำแหน่งของคนคนนั้นแบบเรียลไทม์ สามารถเช็กได้เลยว่าตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามอยู่ที่ไหน เมื่อแตะที่ไอคอนแสดงตำแหน่งยังทราบได้อีกว่า ระยะทางจากตำแหน่งของเราไปยังตำแหน่งของอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ห่างกันเป็นระยะทางเท่าไร

การประยุกต์ใช้ LINE HERE กับธุรกิจการค้าอาจนำไปใช้ได้ทั้ง การติดตามตำแหน่งในการจัดส่งสินค้า ใช้ติดตามสถานะของสินค้าว่าอยู่ที่ไหนแล้ว หรือใช้ในการแชร์ตำแหน่งกับลูกค้าเพื่อบอกเส้นทางไปที่ร้านก็ได้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งบริการที่น่าสนใจและมีประโยชน์ไม่น้อยเลย

LINE@ บริการใหม่ที่ธุรกิจร้านค้าไม่ควรพลาด

LINE@ (ไลน์แอด) เป็นบริการที่พัฒนาขึ้นมารองรับธุรกิจรายย่อยที่สนใจสร้าง Official Account กับ LINE เหมือนกับธุรกิจหรือแบรนด์สินค้าดังๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินหลักแสนหรือหลักล้านบาท ในการเริ่มต้นสามารถที่จะสร้าง Official Account ได้ฟรีเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าต้องการประสิทธิภาพหรือขอบเขตการใช้งานที่มากขึ้นก็สามารถจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมได้ตามความสมัครใจ

ก่อนที่จะใช้งานไปดูกันก่อนว่า LINE@ มีฟีเจอร์อะไรบ้าง

– หน้าบัญชี (Account Page) เป็นเหมือนหน้าโฮมเพจเว็บไซต์ของร้านค้า สามารถใส่ภาพ พร้อมทั้งระบุข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับร้านได้ เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับร้าน วันและเวลาให้บริการ และเบอร์ติดต่อ เป็นต้น

– ไทม์ไลน์ (Timeline) อัพเดตข้อมูลหรือสิ่งที่น่าสนใจบน Timeline เพื่อให้คนที่ติดตามร้านค้าสามารถรับข่าวสารต่างๆ ได้

– ส่งข้อความถึงทุกคน (Broadcast) สามารถส่งข้อความ รูปภาพ คูปอง และโปรโมชั่น ไปยังลูกค้าที่ติดตามบัญชี LINE@ ของร้านค้าได้ และยังสามารถตั้งเวลาส่งข้อความล่วงหน้าได้ สามารถส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่น LINE@ หรือบน PC ก็ได้

– Chat แบบ 1 ต่อ 1 แชตสนทนากับลูกค้าแบบตัวต่อตัวได้

– คูปองและโปรโมชั่น (Coupon and Promotion) สามารถสร้างหน้าคูปองและโปรโมชั่น เพื่อส่งให้ลูกค้าได้ และยังสามารถตั้งระยะเวลาในการใช้ จำนวนครั้งในการใช้ และจำนวนคูปองที่ต้องการแจกได้

– หน้าแบบสอบถาม (Polls & Surveys) หากต้องการความเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการ หรือตั้งประเด็นการโหวตจากลูกค้า สามารถสร้างแบบสอบถามหรือโพลผ่าน LINE@ ได้

– ข้อมูลสถิติ (Statistic) ใน LINE@ จะมีส่วนที่รวบรวมข้อมูลการใช้งานต่างๆ เอาไว้ให้ร้านค้าประเมินการใช้งานด้วย เช่น ข้อมูลสถิติเกี่ยวกับสิ่งที่โพสต์บน Timeline จำนวนลูกค้าที่ติดตาม LINE@ ของร้านมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เปลี่ยนแปลงอย่างไร และสามารถดาวน์โหลดสถิติต่างๆ เก็บไว้ได้

ข้อจำกัดในการใช้ LINE@ ฟรี! คือ จะไม่สามารถกำหนดชื่อ ID ของร้านได้ตามที่ต้องการ ชื่อที่ได้รับจะเป็นชื่อแบบสุ่ม เป็นการผสมกันระหว่างตัวอักษรและตัวเลข เช่น @1JabC539 ซึ่งจำได้ยาก หากต้องการชื่อเฉพาะที่กำหนดขึ้นเอง ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับ LINE 5.99 เหรียญ ต่อปี

อีกข้อจำกัดหนึ่งในการใช้งานฟรีคือ สามารถส่งข้อความถึงลูกค้าที่ติดตาม LINE@ ของร้านได้เพียง 1,000 ข้อความ ต่อเดือน เท่านั้น ถ้าต้องการส่งข้อความได้มากขึ้นต้องจ่ายค่าบริการในส่วนนี้เพิ่มเป็นจำนวน 24.99 เหรียญ ต่อเดือน หรือประมาณ 950 บาท ต่อเดือน จะสามารถส่งข้อความได้ถึง 50,000 ข้อความ ต่อเดือน ข้อความที่ 50,001 ขึ้นไป คิดเพิ่มข้อความละ 20 สตางค์

เป็น 2 บริการดีๆ จาก LINE ที่เพิ่งเปิดให้บริการไม่นานมานี้ นับเป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจร้านค้าที่ต้องการเพิ่มช่องทางเกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์

เทคนิคการบริหารเวลา สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07086011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

จอดป้ายเส้นทางเศรษฐี

เทคนิคการบริหารเวลา สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป แนะเคล็ดไม่ลับ ฉบับ : ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามลืมแบ่งเวลา!!

1. ปลุกสมอง และเตรียมความพร้อมก่อนการทำงาน โดยการตั้งสมาธิ และ สติ ก่อนทำงานในทุกๆ เช้า

2. กำหนดเป้าหมายและผลสำเร็จของงานอย่างชัดเจน

3. ทำ To Do List จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของงาน

4. กำหนดเกณฑ์ในการใช้เวลาในการทำกิจกรรมแต่ละอย่างให้ชัดเจน

5. มนุษยสัมพันธ์ที่ดี เป็นสิ่งที่จะแบ่งเบาภาระการทำงานได้ดีทีเดียว เราสามารถมอบหมายงานให้คนอื่นทำจะเป็นการประหยัดเวลาในการทำงาน และเป็นเทคนิคการบริหารเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

6. แบ่งเวลาการทำงาน และการพักผ่อนให้มีความสมดุลกัน

7. พยายามควบคุมเวลาในการประชุม ใช้เวลาประชุมให้น้อยที่สุด เน้นที่สาระสำคัญของการประชุมแต่ละครั้ง พยายามไม่ให้นอกเรื่อง

8. การใช้โทรศัพท์ให้เป็น ต้องรู้จักปฏิเสธสาย หรือพยายามหลีกเลี่ยงการพูดจาที่ไร้สาระมากเกินไป ควรใช้จิตวิทยาในการปฏิเสธเพื่อไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง

9. การจัดเก็บเอกสารให้เป็นระเบียบ โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจน เพื่อง่ายต่อการค้นหา

10. การใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ อีเมล เว็บออนไลน์ต่างๆ เพื่อลดกระดาษ และเป็นการรักษาข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ

รอดตายด้วย LINE HERE

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07087011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

เทคโนโลยีสร้างอาชีพ

สุเทพ โลหณุต

รอดตายด้วย LINE HERE

“รู้ไว้ใช่ว่า?ใส่บ่าแบกหาม” เชื่อว่าสมัยเรียนคงเคยได้ยินมาบ้างใช่ไหม แต่ใครจะคิดล่ะว่าความรู้บางอย่างอาจจะช่วยเหลือชีวิตคุณหรือคนที่คุณรักได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยี?

สวัสดีครับคุณผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน ก่อนที่ผมจะเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ในบทความนี้ต้องขอขอบคุณลูกศิษย์ท่านหนึ่งที่ได้ส่งเมลมาหาและเล่าถึงประสบการณ์ความเป็นความตายของผู้เป็นพ่อเรื่องหนึ่ง คุณผู้อ่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเรียลิตี้เล่าเรื่องผีนะ ต้องขอออกตัวก่อนว่าไม่เกี่ยวเลย แต่เป็นเรื่องราวของเทคโนโลยีโดยเฉพาะการใช้แอพตัวหนึ่งที่ช่วยชีวิตคนได้ในนาทีที่เฉียดเป็นเฉียดตาย

ผมขอนำเนื้อความบางส่วนของลูกศิษย์มาเล่าอย่างย่อๆ นะครับ ลูกศิษย์ท่านนี้พักอยู่กับพ่อ 2 คนที่คอนโดมิเนียมย่านกลางเมืองแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผู้เป็นพ่ออายุ 80 ปี และเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือสมองเสื่อม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้เป็นพ่อออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าโดยไม่ได้บอกกล่าวลูกชาย จากนั้นก็หายไปเป็นวัน ถามเพื่อนบ้านแถวนั้นก็ไม่มีใครทราบหรือรู้เลยว่าออกไปไหน แต่โชคดีที่เวลาออกไปไหนจะพกโทรศัพท์ไปด้วย ความแปลกอย่างหนึ่งของผู้สูงวัยท่านนี้ก็คือ ถึงแม้จะพกโทรศัพท์ไปแต่ก็ไม่ชอบรับสายหรือกดโทรหาใครเลย มีก็เหมือนไม่มีนั่นแหละครับ เพราะเวลาลูกโทรหาก็ไม่ยอมรับสายแล้วแบบนี้จะเจอตัวได้อย่างไร? นั่นคือปัญหาที่เจอบ่อยมากสำหรับครอบครัวนี้

ทันทีที่ลูกชายตื่นมาตอนเช้าแล้วไม่พบพ่ออยู่ในห้องพักของตน ตัวลูกชายเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจออกไปสอบถามเพื่อนบ้าน และตระเวนเดินหารอบคอนโดฯ ตลอดจนบริเวณใกล้เคียง เวลาก็ผ่านไปเกือบจะเที่ยงผู้เป็นพ่อก็ไม่ติดต่อมาในใจก็คิดว่าอาจจะเกิดเรื่องร้ายกับพ่อหรือเปล่า? เพราะปกติถึงแม้จะออกไปไหนโดยไม่บอกใครก็ตามแต่ไม่เคยหายไปไหนนานค่อนวันขนาดนี้ ลูกชายพยายามโทรหาพ่ออยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่รับสายเช่นเคย ท้ายที่สุดตัวลูกชายเองนึกได้ว่าเคยแอบติด “LINE HERE” ไว้ในเครื่องและเปิดสัญญาณ GPS เอาไว้ นั่นแหละจึงทำให้ค้นหาตำแหน่งเจอ แล้วก็พบผู้เป็นพ่อในสภาพนอนหมดสติอยู่ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง บริเวณที่ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไปมา จึงรีบพาไปส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

แพทย์ระบุว่าหากมาช้ากว่านี้อีกสัก 10 นาทีพ่อของตนมีสิทธิ์เสียชีวิตแน่ เพราะนอกจากนอนหมดสติบริเวณนั้นแล้ว ศีรษะยังกระแทกกับพื้นอีกด้วย นั่นเป็นเพียงเหตุการณ์บางส่วนที่ผมได้สรุปและนำมาเล่า

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาครับ ในยุคสมัยที่ทุกคนต่างต้องออกมาทำงานหาเงินและทิ้งผู้สูงวัยอยู่ที่บ้าน โอกาสที่ท่านเหล่านั้นจะเกิดอุบัติเหตุก็ย่อมมีสิทธิ์เกิดขึ้นได้เสมอ บางครั้งการนำเทคโนโลยีบางอย่างมาใช้อาจจะช่วยรักษาชีวิตของใครบางคนก็เป็นไปได้ เช่น การติดกล้องวงจรปิดรอบบ้านแล้วดูผ่านระบบอินเตอร์เน็ตก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ อย่างน้อยก็ทำให้อุ่นใจได้ จริงไหมครับ แต่ควรทำควบคู่กับการติดตั้งโปรแกรมประเภทติดตามตัวหรือค้นหาพิกัดอย่าง GPS ด้วยก็จะเป็นการดี

ค้นพิกัดและตำแหน่งด้วย LINE HERE

ในส่วนนี้ผมคงไม่ขอกล่าวถึงเรื่องการติดตั้งกล้องวงจรปิด แต่จะขอกล่าวถึงเฉพาะแอพประเภทที่ใช้สำหรับการค้นหาพิกัด GPS จริงๆ แล้วมีมากมายหลายตัวที่สามารถนำมาติดตั้งบนเครื่องสมาร์ตโฟน แท็บเลต อย่าง Route 66 Navigator, Locus map, Garmin Navigator เป็นต้น รายชื่อแอพที่ผมได้นำเสนอนี้รองรับกับการใช้บนระบบปฏิบัติการ Android ส่วนใครที่ใช้ iOS ก็มีนะครับ เท่าที่ลองค้นหาดูอย่างเช่น Garmin, Sygic หรือจะใช้ Google Maps ก็สะดวกดีนะครับ

ส่วน LINE HERE ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผมขอแนะนำซึ่งรองรับทั้ง iOS และ Android ขั้นตอนการติดตั้งและใช้งานทำได้ดังนี้

1. ดาวน์โหลดแอพ “LINE HERE” ลงบนสมาร์ตโฟน Android ผ่าน Play Store และ iOS ผ่าน App Store หรือจะติดตั้งผ่านช่องทางเว็บไซต์ http://here.line.me ก็ได้เช่นกัน

2. หลังจากการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เปิดแอพทำการ Sign in ด้วยบัญชี LINE หรือ Facebook ของคุณ

3. จากนั้นจะปรากฏเงื่อนไขในการใช้บริการให้แตะที่ “เสร็จสิ้น” เพื่อยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวสำหรับเข้าใช้งาน

4. แตะที่คำสั่ง “เปิด” เพื่อทำการเปิดใช้ตำแหน่งหรือพิกัดปัจจุบัน

5. แอพจะแสดงตำแหน่งแผนที่หรือพิกัดของคุณขึ้นมา แตะปุ่มเครื่องหมาย “+” เพื่อเชิญเพื่อนใน LINE, Facebook หรือ Instagram ของคุณเข้ามาได้

6. กรณีที่ต้องการแชร์ให้แตะเครื่องหมาย “+” หากมีเพื่อนตอบรับหรือเปิดตำแหน่งทิ้งไว้ คุณก็จะเห็นพิกัดหรือตำแหน่งของเพื่อนด้วยเช่นกัน

บทสรุป “รอดตายด้วย LINE HERE”

เทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากขึ้นหากรู้จักใช้ให้เป็น รวมถึงในยามคับขันก็สามารถช่วยชีวิตใครบางคนได้เช่นกันดังเรื่องราวที่ผมได้เล่าไว้ในตอนต้น ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าคุณจะหยิบใช้หรือปรับใช้ได้ถูกที่ถูกเวลา หรือถูกสถานการณ์หรือไม่?

มีบางสิ่งบางอย่างที่ผมเองคงแนะนำให้ได้ไม่ทั้งหมด เพราะบางเรื่องขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ทักษะความเชี่ยวชาญของตัวบุคคล จริงไหม แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ

เลิกสัญญาเช่าซื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07089011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

ฎีกาธุรกิจ

โอภาส เพ็งเจริญ o-pas@matichon.co.th

เลิกสัญญาเช่าซื้อ

อยากโก้กว่าใครในทวีปเอเชีย เช่าซื้อรถยนต์คันละ 2 ล้านกว่าบาท ชำระค่าเช่าซื้อไปได้พักเดียวจอด บริษัทตามยึดรถคืนได้ บริษัทนำรถไปขายได้ราคาต่ำ จึงมาฟ้องเรียกค่าจิปาถะจากผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน สุดท้ายจะลงเอยอย่างไร ต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง

1.

วันที่ 15 พฤษภาคม 2546 คุณโผงทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ จากบริษัท

ราคา 2,787,129 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

คุณโผงตกลงชำระ 48 งวด รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม งวดละ 41,786 บาท

งวดสุดท้ายชำระ 912,616 บาท

เริ่มชำระงวดแรก วันที่ 15 มิถุนายน 2546 งวดต่อไปชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปจนกว่าจะครบ

สัญญาตอนหนึ่งระบุว่า

“หากผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระ 3 งวดติดต่อกัน และผู้ให้เช่าซื้อมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้ชำระหนี้ที่ค้างภายในเวลา 30 วันแล้วไม่ชำระ ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันทันที”

มีคุณจำนูญลงนามเป็นผู้ค้ำประกัน ยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม

สวยสิ! รถไม่สวยคุณโผงจะยอมทุ่มเงินขนาดนั้นซื้อมาเรอะ

แม้เงินสดไม่พอ แต่เครดิตดี มีฐานะขนาดนี้ บริษัทให้เช่าซื้อเชื่อถือ-สบายมาก

ในใจนั่นน่ะ คือว่า ได้ขับได้นั่งคันนี้แล้ว มั่นใจได้ว่า โก้กว่าใครๆ หลายสิบล้านคนในประเทศนี้ และรวมถึงยังโก้กว่าใครๆ ในย่านเอเชียอาคเนย์แน่นอน ไม่ว่าจะใน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศกัมพูชา เวียดนาม พม่า และแม้ขยายไปยัง บังกลาเทศ เนปาล สิกขิม ภูฏาน ด้วยแล้วก็ตาม

แต่ว่าเป็นธรรมเนียมของเรื่องราวใน เส้นทางเศรษฐี คุณโผงในแทบทุกเรื่อง ถ้าเป็นชำระค่าเช่าซื้อสินค้าเป็นงวดๆ อย่างนี้ละก็ คุณโผงเป็นต้องชำระไม่ครบทุกงวดหรอก

เรื่องนี้ก็เช่นกัน คุณโผงชำระค่าเช่าซื้อไปได้เพียงงวดที่ 12 พอเวลาผ่านมาถึงงวดที่ 13 คุณโผงไม่ชำระซะแล้ว—ไม่มีเงินน่ะ ไม่ใช่ไรหรอก

แต่เช่นกัน เหมือนๆ กันทุกเรื่อง แม้ไม่ชำระค่าเช่าซื้อ แต่คุณโผงยังคงครอบครอง ขับรถโก้คันนั้นไปโน่น มานี่อยู่ตลอด

2.

เวลาผ่านไป ตามที่ควรจะต้องส่งค่างวด 3 งวดแล้ว แต่คุณโผงมิได้ชำระ บริษัทจึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญา และขอให้คุณโผงกับคุณจำนูญส่งรถคืนมาเสียโดยดี

แต่มีใครที่ไหนบ้างละจะปฏิบัติตามด้วยการส่งคืนแต่โดยดี คุณโผงกับคุณจำนูญก็เช่นกัน โดยเฉพาะคุณจำนูญนั้นไม่มีปัญญาไปนำรถส่งคืนดอก ด้วยว่ารถอยู่กับคุณโผง ไหนเลยคุณโผงจะยอมคืนมาง่ายๆ

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2547 บริษัทส่งทีมไป สวัสดีครับ ขอแสดงความนับถือ คุณโผง และยึดรถคืนมาได้

อันที่จริง บริษัทเพียรพยายามอยู่หลายรอบแล้วละ แต่คลาดแคล้วกันทุกคราวไป กระทั่งถึงวันนี้คือวันนั้น

แต่ใช่ว่า ยึดรถคืนมาแล้วทุกอย่างจะจบจะสิ้น เลิกแล้วต่อกันแต่อย่างใด

ยังไม่จบดอก แม้ตามยึดรถมาได้แล้ว บริษัทยังมีหนังสือทวงค่าอะไรต่อมิอะไรจากคุณโผงและคุณจำนูญผู้ค้ำประกันต่ออีก

แต่คุณโผงและคุณจำนูญต่างชวนกันเล่นบทเฉย ทวงเท่าไรก็ไม่ยอม ไม่จ่าย

แต่บริษัทหาได้เห็นดีเห็นงามไปกับความนิ่งเฉยของทั้งสองไม่

บริษัทให้ทนายความทวงหลายครั้ง เมื่อไม่เป็นผลจึงนำความไปฟ้องศาล ขอให้บังคับให้ทั้งสองจ่ายมาเสียแต่โดยดี

3.

บริษัท ฟ้องว่า บริษัทยึดรถคืนมาแล้วขายได้ 1,300,000 บาท ทำให้ต้องเสียหาย ขาดราคาไป 1,180,796 บาท จึงฟ้องคุณโผงและคุณจำนูญ ขอให้ศาลบังคับให้คุณโผงจ่าย

ค่าขาดราคาไป 1,180,796 บาท

ค่าเช่าซื้อนับแต่วันผิดนัดถึงวันที่สัญญาเช่าเลิกกัน 227,805 บาท

ค่าใช้จ่ายในการติดตามยึดรถ 30,000 บาท

รวมแล้วขอให้ศาลบังคับคุณโผงและคุณจำนูญจ่าย 1,438,601 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จะฟ้องก็ฟ้องไป คุณโผงกับคุณจำนูญหาสนใจไม่

คุณโผงและคุณจำนูญขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้คุณโผงและคุณจำนูญร่วมกันชำระเงิน 776,104 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง วันที่ 20 พฤษภาคม 2548 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่บริษัท

คุณโผงและคุณจำนูญอุทธรณ์คดี

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

คุณโผงและคุณจำนูญฎีกาคดี

4.

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาเช่าซื้อระหว่างบริษัทกับคุณโผงเลิกกันโดยปริยายเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2547 ซึ่งเป็นวันที่บริษัทยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อ โดยคุณโผงมิได้โต้แย้ง

มิใช่เป็นการเลิกสัญญาเพราะเหตุคุณโผงผิดสัญญา

ศาลฎีกาชี้ว่า เมื่อสัญญาเลิกกัน คู่สัญญาแต่ละฝ่าย จำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม

ส่วนการยอมให้ใช้ทรัพย์นั้น การชดใช้คืนย่อมทำได้ด้วยการใช้เงินตามควรค่าแห่งการนั้น

ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม

ดังนั้น คุณโผงจึงมีเพียงความรับผิดที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัท เป็นค่าใช้ทรัพย์ หรือค่าขาดประโยชน์ตลอดระยะเวลาที่คุณโผงครอบครองใช้สอยรถยนต์ที่เช่าซื้อ โดยไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่บริษัท

ส่วนค่าเสียหายอื่น บริษัทไม่อาจเรียกร้องได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้คุณโผงในฐานะผู้เช่าซื้อ และคุณจำนูญในฐานะผู้ค้ำประกัน ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัทเป็นค่าขาดราคารถ ค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนสัญญาเลิกกัน และค่าติดตามยึดรถคืน จึงไม่ชอบ

ปัญหานี้แม้คุณโผงและคุณจำนูญมิได้ยกขึ้นอ้างในฎีกา แต่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5)

ส่วนค่าขาดประโยชน์ที่คุณโผงต้องรับผิดต่อบริษัท มีเพียงใดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า รถยนต์ที่เช่าซื้อเป็นรถใหม่ มีราคาสูง บริษัทสามารถใช้สอยในฐานะเป็นเจ้าของทรัพย์ หรือนำออกให้เช่า หรือให้เช่าซื้อหาประโยชน์ได้เป็นจำนวนพอสมควร

การที่คุณโผงครอบครอง ใช้สอยรถดังกล่าว โดยไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ย่อมทำให้บริษัทต้องขาดประโยชน์จากการใช้สอย หรือนำรถออกหาประโยชน์ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่คุณโผงผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ คือวันที่ 15 มิถุนายน 2547 จนถึงวันที่ บริษัทยึดรถคืน คือวันที่ 9 พฤศจิกายน 2547

แต่บริษัทบรรยายฟ้อง ขอคิดค่าเสียหายมาเพียงถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2547 เป็นระยะเวลา 5 เดือน 25 วัน จึงให้บริษัทได้รับเพียงตามระยะเวลาดังกล่าว และแม้ในคำฟ้องของบริษัทจะเรียกร้องค่าเสียหายส่วนนี้เป็นค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจนถึงวันเลิกสัญญา แต่บริษัทได้บรรยายข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในการเรียกค่าเสียหายส่วนนี้ว่า คุณโผงครอบครองและใช้ประโยชน์ในรถยนต์ของบริษัทเรื่อยมา คุณโผงจึงต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัท จึงถือได้ว่า เป็นการเรียกเอาค่าเสียหายอันเป็นค่าขาดประโยชน์นั่นเอง

เมื่อคำนึงถึงสภาพ และลักษณะของรถยนต์ที่เช่าซื้อ และทางได้เสียทุกอย่างของบริษัทแล้ว เห็นสมควรกำหนด ค่าขาดประโยชน์ให้บริษัท ตามระยะเวลาที่ฟ้องเรียกมา รวม 94,000 บาท

คุณโผงและคุณจำนูญ ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแก่บริษัท

ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้คุณโผงและคุณจำนูญ ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 94,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องคดีเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่บริษัท คำขออื่นให้ยก

จากที่ต้องจ่าย 7 แสนกว่าบาทรวมดอกเบี้ยอีกไม่น้อย คุณโผงและคุณจำนูญต้องจ่ายเพียง 9 หมื่นกว่าบาท

โล่งอกไปไม่น้อย

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12448/2557)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 391 เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้วคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมแต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

ส่วนเงินอันจะต้องใช้คืนในกรณีดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น ท่านให้บวกดอกเบี้ยเข้าด้วย คิดตั้งแต่เวลาที่ได้รับไว้

ส่วนที่เป็นการงานอันได้กระทำให้และเป็นการยอมให้ใช้ทรัพย์นั้นการที่จะชดใช้คืน ท่านให้ทำได้ด้วยใช้เงินตามควรค่าแห่งการนั้นๆ หรือถ้าในสัญญามีกำหนดว่าให้ใช้เงินตอบแทน ก็ให้ใช้ตามนั้น

การใช้สิทธิเลิกสัญญานั้นหากระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไม่

(ร่าง) รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 20 ในกำมือคณะกรรมการร่างฯ 21 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07090011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

เส้นทางปฏิรูป

บุญเลิศ ช้างใหญ่

(ร่าง) รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 20 ในกำมือคณะกรรมการร่างฯ 21 คน

ถ้าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติ เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ได้เสียงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “บวรศักดิ์” ถึง 124 เสียง หรือเกินกว่านี้

ป่านนี้ประชาชนคงจะได้หยิบจับหนังสือร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจ้างบริษัทเอกชนจัดพิมพ์ 18 ล้านเล่ม จัดส่งไปตามบ้าน 18 ล้านครัวเรือน เพื่อให้ได้อ่านและศึกษาทำความเข้าใจ ก่อนจะตัดสินใจว่า การออกเสียงประชามติ จะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ

การเสนอข่าวสารของสื่อมวลชน การแสดงความเห็นของฝักฝ่ายต่างๆ ในสังคม ทั้งฝ่ายที่อยากให้ผ่านร่างฯ กับอยากให้คว่ำร่างฯ ผู้ที่เสียงดังคือ นักการเมือง แกนนำองค์กรมวลชนอย่าง นปช. กปปส. นักวิชาการ องค์กรเอกชน ฯลฯ ฝ่ายกลางๆ ยังไม่ตัดสินใจ คงเป็นไปอย่างคึกคัก

ในท่ามกลางที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “บวรศักดิ์” ดีหรือร้ายอย่างไร

รัฐธรรมนูญที่พึงปรารถนาของสังคมไทยเป็นอย่างไร

แต่จะได้เห็นความขัดแย้ง แตกแยกเกิดขึ้นอีกครั้ง

และส่อแววจะเป็นวิกฤตการณ์ ไม่ว่าผลการออกเสียงประชามติจะให้ผ่านหรือให้คว่ำ

แต่เมื่อ สปช. ลงมติให้ความเห็นชอบเพียง 105 เสียง ไม่ถึง 124 เสียง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “บวรศักดิ์” จึงเป็นอันยุติลง ไม่ต้องนำไปออกเสียงประชามติ

135 เสียง สปช. ที่ลงมติ ไม่เห็นชอบ และ 7 เสียง งดออกเสียง คือเสียงส่วนใหญ่ที่เห็นตรงกันว่า ต้องหยุดร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เอาไว้ ปล่อยออกไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองวุ่นวายแน่นอนไม่ว่าผลประชามติจะออกหัวหรือก้อย

สิ่งที่น่าสนใจ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จไม่เกิน 180 วัน จะออกแบบอย่างไรถึงจะทำให้ประชาชนได้รับรู้ เข้าใจ ยอมรับได้ และต่อจากนั้น นำไปสู่การผ่านความเห็นชอบในการออกเสียงประชามติ

ประเด็นที่ควรพิจารณา คือ

1. ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติว่า ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) รับฟังความเห็น คสช. ครม. สนช. และประชาชนประกอบการร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้ กรธ. ไปวางระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการรับฟัง ฯลฯ คำถามคือ กระบวนการรับฟังที่เป็นประชาธิปไตยจะทำได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร

2. เรื่องสำคัญๆ จะออกแบบอย่างไรถึงจะเป็นที่ยอมรับของประชาชน เช่น ระบบการเลือกตั้ง ส.ส., ส.ว., ที่มาของนายกรัฐมนตรี, กระบวนการสรรหาองค์กรอิสระ, คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) องค์ประกอบ ที่มา อำนาจหน้าที่ ฯลฯ, การปฏิรูปประเทศ, การสร้างความปรองดอง, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฯลฯ

3. ร่างรัฐธรรมนูญถ้าจะให้เป็น ฉบับปฏิรูปจะเขียนยังไง และจะเรียกว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยแบบไหน (ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวบัญญัติว่าให้ไปเขียนให้เหมาะสมกับสังคมไทย?)

4. การนั่งร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน ทำอย่างไรถึงจะสื่อสารกับสื่อมวลชนและประชาชนได้อย่างกว้างขวาง จริงใจ อาศัยกลไกอะไรมาช่วยดำเนินการ

5. การออกแบบตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเป็นคนร่างให้เสร็จเรียบร้อยแล้วนำไปออกเสียงประชามติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญ กรธ. จะทำให้ถี่ถ้วน รอบคอบ และไม่เกิดปัญหาในการต้องตีความตามตัวอักษรหรือตามเจตนารมณ์ในวันข้างหน้าได้อย่างไร

ประเด็นพิจารณาข้อ 5 ซึ่งเป็นข้อสุดท้ายจะเป็นปัญหาใหญ่ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 20

เหตุผล มีดังนี้

รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 16 เมื่อปี 2540 จัดทำโดย สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) 99 คน สสร. ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ มาจาก สสร. เมื่อร่างเสร็จในร่างฯ แรกจะนำไปให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นในแต่ละมาตราโดย สสร.จังหวัดดำเนินการ หรือที่เรียกว่า ประชาพิจารณ์ จากนั้นคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนำมาปรับแก้ ปรับแก้ไขเสร็จก็เปิดให้ สสร. ขอแปรญัตติทีละมาตรา นำเข้าอภิปรายในที่ประชุมสภาร่างฯ ลงมติทีละมาตราจนจบทุกมาตรา การตีความร่างรัฐธรรมนูญก็นำมาจากการพิจารณาและการอภิปรายของสภาร่างฯ

เมื่อร่างเสร็จ ให้ส่งเข้าสู่การพิจารณาลงมติของรัฐสภา (ส.ส. และ ส.ว.) ปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบ จึงไม่ต้องนำไปลงประชามติ

รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 18 เมื่อปี 2550 จัดทำโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระบวนการร่างทำเช่นเดียวกับปี 2540 เมื่อผ่านสภาร่างฯ นำไปออกเสียงประชามติ

เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนผู้มาใช้สิทธิเห็นชอบ 14.7 ล้านเสียง

ไม่เห็นชอบ 10.7 ล้านเสียง

แต่สำหรับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่มีสภาร่างฯ ไม่มีการประชาพิจารณ์ ไม่ต้องนำมาอภิปรายเพื่อลงมติทีละมาตราในสภาร่างฯ การร่างจะถูกวิจารณ์ว่ารวบรัดตัดตอนหรือไม่ จะกลายเป็นจุดอ่อนให้ถูกต่อต้านหรือไม่

สาเหตุประการหนึ่งที่ สปช. ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ “บวรศักดิ์” ก็คือ การขาดการเชื่อมโยงระหว่างคณะกรรมาธิการยกร่างฯ 36 คน (เป็น สปช. 21 คน) กับ สปช. อีก 200 กว่าคน

สปช. จำนวนไม่น้อยมีความรู้สึกว่า ตนเองไม่มีบทบาทร่วมเสนอแนะ ไม่ได้ร่วมพิจารณาออกแบบร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นสำคัญ มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่า ในช่วงหลังๆ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ปกปิดไม่ให้ สปช. ได้รับรู้ เมื่อมีหลายประเด็นถูกร่างขึ้นมาโดยไม่ได้รับการยอมรับจากฝ่ายการเมือง นักวิชาการ ฯลฯ การนำไปลงประชามติเกิดความสุ่มเสี่ยงจะผ่าน-ไม่ผ่าน เกิดสถานการณ์อ่อนไหวยากต่อการพยากรณ์ว่าถ้าถูกประชาชนคว่ำในการออกเสียงประชามติ หรือแม้จะผ่านประชามติแต่ผ่านอย่างเฉียดฉิว ร่างรัฐธรรมนูญเป็นปัญหาในการบังคับใช้ ฯลฯ

การคว่ำร่างฯ ในชั้น สปช. จึงเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลมเพื่อที่จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่าปล่อยให้ผ่านไปแบบไม่รู้ชะตากรรมแล้วไปติดกับรัฐธรรมนูญ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

สุดท้ายก็จะถูกฉีกอีกเพื่อแก้ปัญหา

จะทำอย่างไร เมื่อใช่โรคแพ้ภูมิตนเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07091011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

ไร้โรคาพาร่ำรวย

นายแพทย์กิตติ โตเต็มโชคชัยการ

จะทำอย่างไร เมื่อใช่โรคแพ้ภูมิตนเอง

เมื่อเกิดมีอาการไข้ มีผื่น ปวดข้อ หรืออาการอื่นที่หาคำอธิบายไม่ได้ว่าเป็นโรคอะไร แพทย์จะส่งเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการว่าเป็นโรคในกลุ่มโรคแพ้ภูมิตนเอง (Autoimmune disease) หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นโรคเอสแอลอี (SLE) หรือไม่ ซึ่งโรคในกลุ่มโรคแพ้ภูมิตนเอง เป็นกลุ่มโรคเรื้อรัง ที่ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเอสแอลอี ดังนั้น การดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง การปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง จึงเป็นหัวใจของการรักษาโรคแพ้ภูมิตนเอง มีความสำคัญพอๆ กับการรักษาด้วยยา ผลของการรักษาจะเป็นอย่างไร คุณภาพชีวิตของผู้ที่เป็นโรคนี้จะดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองที่ถูกต้องของผู้ป่วย ดังนั้น เมื่อทราบว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตนเอง ควรจะทำอย่างไรดี

ผู้ที่ได้รับการบอกจากแพทย์ว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตนเอง ไม่ว่าจะมีอาการเล็กน้อยหรือมีอาการรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นมาไม่นานหรือนานก็ตาม จะรู้สึกตกใจ เกิดความไม่มั่นใจ เกิดความเครียด เกิดความวิตกกังวล ซึมเศร้า หาทางออกไม่ถูก บางคนมีความโกรธ เช่น โกรธคนที่มีสุขภาพดี เพราะรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมที่ตนต้องมาป่วย บางคนโกรธตัวเองที่ไปรับการตรวจล่าช้า โกรธโรงพยาบาลที่วินิจฉัยล่าช้า ฯลฯ บางคนรู้สึกผิดที่เจ็บป่วย กลัวตกงาน กลัวเป็นภาระของครอบครัว ทำให้มีความรู้สึกโกรธ ซึมเศร้า กลัวตาย สลับกันไปมา เกิดคำถามกับตัวเองมากมาย เช่น “ทำไมต้องเป็นฉันด้วย” “ฉันจะมีชีวิตต่อไปอย่างไร” “จะมีชีวิตอยู่อีกทำไม” “ถ้ามีลูก ลูกจะเป็นโรคนี้ด้วยไหม” ทำให้กินไม่ลง นอนไม่หลับ กลับมีอาการทรุดหนักได้ ดังนั้น เมื่อได้รับการบอกว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตนเอง สิ่งแรกที่ควรทำคือ มีสติ ควบคุมอารมณ์ จิตใจ และร่างกายให้สงบ รับฟังรายละเอียดของโรคที่เป็น แนวทางการรักษา และการปฏิบัติตัวที่จะต้องทำ จากแพทย์ให้ชัดเจนที่สุด กระจ่างที่สุด พยายามซักถามให้ได้ข้อมูลที่จำเป็น ในขณะนั้นให้เข้าใจที่สุด พยายามเปิดใจอย่างมีสติให้มีการเรียนรู้ เพื่อหาทางออกของการเจ็บป่วยที่เหมาะสม พยายามมองโลกในแง่บวก และยอมรับว่าตนเองจะต้องมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตเพื่อการรักษาโรค ต้องดูแลเอาใจใส่ตัวเองพิเศษกว่าคนทั่วไป เรียนรู้การปรับการดำเนินชีวิตให้กิจกรรมการดูแลตนเองเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันตามปกติ

ความเครียดทางร่างกายและจิตใจ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคกำเริบ ดังนั้น เมื่อเป็นโรคแพ้ภูมิตนเอง จึงจำเป็นต้องเรียนรู้เทคนิคการผ่อนคลายเนื่องจากผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตนเองต้องเผชิญกับความเครียดหลายอย่าง ตั้งแต่โรคเรื้อรังที่รักษายาก การดำเนินโรคที่ไม่แน่นอน มีระยะสงบและกำเริบสลับกัน มีความแข็งแรงของร่างกายที่อ่อนแอลง มีการเปลี่ยนแปลงของรูปลักษณะภายนอกของตัวเองจากตัวโรคเองและผลข้างเคียงจากยาที่ใช้ในการรักษา มีผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตนเองซึ่งมักเป็นวัยรุ่นเคยให้ความหมายของการเจ็บป่วยด้วยโรคเอสแอลอี ว่า

1. เป็นชีวิตที่อยู่กับความทุกข์ ทุกข์ทั้งกาย ทุกข์ทั้งใจ ทุกข์เรื่องเรียน เรื่องเพื่อน บางครั้งก็ทุกข์จากสังคมรังเกียจ

2. เป็นชีวิตที่มีแต่ความไม่แน่นอน ตั้งแต่รอการวินิจฉัย การรักษา การดำเนินโรค

3. ต้องดำเนินชีวิตเหมือนคุณหนูผู้เปราะบาง ต้องระมัดระวังสิ่งต่างๆ เช่น หลีกเลี่ยงแสงแดด หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด

4. อยู่ในโลกของคนแพ้ ทั้งแพ้แสงแดด แพ้ยาง่าย แพ้งานหนัก แพ้สังขารตัวเอง

นี่เป็นตัวอย่างที่สะท้อนถึงการรับรู้และให้คุณค่าการเจ็บป่วยในแง่ลบ ซึ่งมีแต่ก่อให้เกิดความเครียด บั่นทอนขวัญและกำลังใจ จนในที่สุดจะอ่อนล้าเกินกว่าที่จะต่อสู้กับความเจ็บป่วยได้

เมื่อทราบว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตนเอง ควรพยายามทำจิตใจให้ปล่อยวางในเรื่องต่างๆ ไม่คิดหมกมุ่น พยายามทำใจให้สงบ ฝึกทำสมาธิหรือปฏิบัติธรรม หาสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ หาการพักผ่อนที่ง่ายๆ เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ ทำเมื่อมีเวลาพัก แต่การพักผ่อนที่ดีที่สุดคือ การนอนหลับ ควรฝึกนิสัยให้เข้านอนเป็นเวลา ตื่นนอนเป็นเวลา นอนหลับสนิทอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ต่อวัน ไม่ควรรับประทานยานอนหลับทุกวัน เพราะจะทำให้ติดยาและต้องเพิ่มปริมาณยามากขึ้นเรื่อยๆ ควรแบ่งงานเป็นส่วนๆ และหยุดพักเป็นช่วงๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายตึงเครียดมากเกินไป

ปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้โรคเอสแอลอีกำเริบคือ แสงแดด การหลีกเลี่ยงแสงแดด จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันโรคกำเริบ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงแสงแดดแรงคือ 09.00-16.00 น. หากมีความจำเป็นควรกางร่ม ใส่หมวกปีกกว้าง สวมเสื้อแขนยาวและทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF (Sun Protection

Factor) มากกว่า 20 โดยเลือกชนิดที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ควรทาผิวบริเวณที่มีโอกาสสัมผัสกับแสงแดด เช่น ใบหน้า ต้นคอ หน้าอก แขนด้านนอก ควรทาซ้ำหลังอาบน้ำ ล้างหน้า หรือมีเหงื่อออกมาก นอกจากนี้ ควรระวังแสงแดดที่สะท้อนจากผิวน้ำหรือพื้นที่เป็นมันด้วย

การติดเชื้อ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่สำคัญในผู้ป่วย เนื่องจากภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงจากตัวโรคแพ้ภูมิตนเอง การรักษาด้วยยาสเตียรอยด์หรือยากดภูมิคุ้มกัน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการป้องกันการติดเชื้อ เช่น หลีกเลี่ยงการไปสถานที่แออัดหรือแหล่งชุมชน สถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เพราะมีโอกาสรับเชื้อจากผู้อื่นได้ง่าย เช่น ตลาดนัด ศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ หลีกเลี่ยงคนเป็นหวัด ไอ จาม รับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ รักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะทำความสะอาดในช่องปากเป็นอย่างดี

ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตนเองไม่ควรแสวงหาการรักษาตามความเชื่อที่อาจไม่ถูกต้องตามหลักวิชา เช่น ยาต้ม ยาหม้อ การรักษาทางไสยศาสตร์ หรือซื้อยารับประทานเอง เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการรักษาโรคแพ้ภูมิตนเองคือ ผู้ป่วยต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง สงบ มั่นคง พยายามประคับประคองอารมณ์ให้เป็นปกติ มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตอยู่กับโรคแพ้ภูมิตนเองอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี

โรคแพ้ภูมิ รุมเร้า ไม่เศร้าหนัก

ให้รู้จัก รักชีวิต คิดสู้หนา

ทำอย่างไร ให้อยู่ได้ ไม่โศกา

ไม่คณนา โรคาสงบ พบสุขเอย

ดวงเศรษฐี 12 ราศี กับอาจารย์ณัฐ นรรัตน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07093011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

ดวงเศรษฐี 12 ราศี กับอาจารย์ณัฐ นรรัตน์

ราศีเมษ (13 เมษายน-13 พฤษภาคม)

งานในความรับผิดชอบหลายเรื่องที่คลุมเครือไม่ชัดเจนก่อนหน้า เริ่มมีทางออกทางแก้ มีคนเข้ามาให้ความร่วมมือช่วยเหลืออย่างจริงจังกว่าที่ผ่านมา เป็นอีกเดือนที่คุณจะวิ่งหางาน หาเงิน มีการเดินทางในระยะสั้นอย่างต่อเนื่องมีทั้งส่วนของงานเก่า งานใหม่ งานส่วนตัว ระวังเรื่องของเวลาการนัดหมายจะผิดพลาดคลาดเคลื่อน ควรมีแผนสำรองรองรับ ควรส่งงานก่อนเวลาที่กำหนดจะช่วยสร้างงานใหม่ๆ ต่อเนื่องขึ้น การเงินมีส่วนของการขยับขยายหน้างานเพิ่มมากขึ้นทำให้มีเงินไหลเวียนเข้ากระเป๋าแน่นอนชัวร์ล้านเปอร์เซ็นต์ มีเงินพิเศษก้อนใหญ่กว่าที่ผ่านๆ มา ทำให้สภาพคล่องดีขึ้น ระวังเงินจะหมดไปกับสิ่งที่ตัวคุณชอบส่วนตัว ครอบครัว ความรักระวังคำพูดและการตัดสินใจที่ผิดพลาด ผู้ใหญ่ที่คุณเคารพสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาได้ ส่วนลูกน้องบริวารระยะนี้ต้องพยายามสั่งงานด้วยเอกสาร เพราะการสั่งด้วยปากเปล่าเขาจะเอาคำสั่งไปทำผิดๆ ถูกๆ สั่งอย่างได้อย่างให้มั่วไปหมด โชคลาภจะมาจากเพศตรงข้าม สุขภาพระวังเรื่องกล้ามเนื้อแผ่นหลัง ปวดข้อ ปวดเข่าครับ

ราศีพฤษภ (14 พฤษภาคม-13 มิถุนายน)

งานให้ระวังเรื่องของคำพูดแรงขึ้น พูดหรือสั่งการสิ่งใดหรือบอกให้ทำอะไรให้แล้วเกิดความผิดพลาดจากการสื่อสาร ทำให้คนทำงานเข้าใจไม่ตรงกันกับตัวคุณ ดังนั้น เมื่อสั่งด้วยคำพูดเสร็จคุณควรตามด้วยเอกสาร ชื่อเสียงจะมีคนพูดให้เกิดความเสียหายมีทั้งในส่วนของเรื่องส่วนตัว เรื่องที่เกี่ยวกับเนื้องาน การเซ็นสัญญาเซ็นเอกสารทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ การเงินคุณต้องออกวิ่งหาเงิน ติดต่อลูกค้ารายใหม่ๆ ให้มากขึ้น เดินทางออกนอกสถานที่เรื่องงานทำให้มีเงินเข้า อยู่กับที่เงินคุณก็จะหยุดกับที่เช่นกัน ครอบครัวความรักมีโอกาสได้ร่วมงาน อยู่ด้วยกันมากขึ้นมีความสุขสดชื่นมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ระวังการพูดจาระหว่างกันควรพูดในเรื่องที่ควรพูดและมีความสุขต่อกันเท่านั้น การเสี่ยงใดๆ ในช่วงนี้มีโอกาสได้มาอย่างฟลุกๆ อีกทั้งเงินทองจะหมดไปกับการติดต่องาน การเดินทางและการลงทุนเพื่ออนาคตในวันข้างหน้าจึงทำให้เงินหมดแบบไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแต่ถือว่าต่อไปจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว สุขภาพระวังการอักเสบของกล้ามเนื้อในส่วนที่เคยเป็น จะกลับมาเจ็บป่วยได้อีกครั้งครับ

ราศีเมถุน (14 มิถุนายน-14 กรกฎาคม)

เรื่องงานจะมีการเดินทางแบบที่ตัวคุณไม่ทันตั้งตัว มีงานด่วน งานเร่ง งานที่เข้าไปทำแทนหรือแก้ไขแทนคนอื่นแล้วถูกบีบด้วยเรื่องของเวลา ตัวช่วยของคุณคือผู้ใหญ่ หัวหน้าที่ส่งคุณไปทำงาน ให้คุณรายงานความคืบหน้าเป็นระยะๆ เป็นช่วงที่คุณสามารถแสดงศักยภาพ ความสามารถให้คนรอบข้างเห็น และจะกลับมาเป็นผลงานสร้างชื่อในอนาคตของตัวคุณ การเงินเป็นช่วงที่คุณต้องหมุน ต้องวิ่ง ต้องออกแรงถึงจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ทั้งผู้ที่ขึ้นชื่อว่าหัวหน้า เจ้านายจะสร้างปัญหาให้ต้องเครียดและเพลียกาย ใจ ความรักคือการให้ ช่วงเดือนนี้มีสิ่งใดขัดข้องหมองใจต้องให้อภัยกัน อย่าขุดคุ้ยหาเรื่องราวในอดีตมาพูดคุยจะยิ่งไปกันใหญ่ รวมถึงจะมีญาติพี่น้องเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบาย ต้องถามไถ่ดูแลบ้าง การค้าขายและธุรกิจในระยะนี้เหมาะกับการทำผลกำไรในระยะสั้น อีกทั้งคิดทำสิ่งใดต้องคิดเร็วทำเร็วแล้วจะได้เงินทองมาแบบรวดเร็วชัวร์ล้านเปอร์เซ็นต์ ลูกน้องบริวารจะมีคนทำให้งานยุ่งยิ่งขึ้นต้องคอยดูแล หมั่นตรวจสอบตามหลังเป็นระยะ ด้านร่างกายจะมีปัญหาและทุกข์เรื่องน้ำหนักตัวที่ลดไม่ยอมลงสักทีครับ

ราศีกรกฎ (15 กรกฎาคม-16 สิงหาคม)

งานระวังในเรื่องของการจัดสรรเวลา เหตุด้วยงานที่รับผิดชอบทั้งในส่วนขององค์กร และส่วนตัวจะมีจ๊อบสั้น จ๊อบใหม่ๆ การได้พบเจอคนในรูปแบบต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้เวลาหรือแผนเดิมๆ ที่ได้เตรียมไว้ทำไม่ได้อย่างที่คิด ดังนั้น คุณต้องเตรียมแผนสำรองพร้อมกับลูกน้อง บริวาร ในการเปลี่ยนแปลงหน้างานไว้จะทำให้งานลงตัวมากขึ้น มีการขยับขยายหน้างานเพิ่มมากขึ้น คู่ค้าคู่สัญญา งานตัวใหม่ๆ ที่คุณต้องการจะเริ่มมีการตกลงอย่างเป็นทางการเด่นชัดขึ้น การเงินมีเข้าจากงานเก่า ลูกค้าเก่า และมีรายได้ฟลุกๆ แต่ให้ระวังการเสี่ยงในเรื่องของการลงทุนที่เป็นตัวเงิน รวมถึงมีคนเข้ามาขอความช่วยเหลือในเรื่องการเงิน ถูกหลอก ถูกโกงได้ ความรักนั้นจะต้องมีการตัดสินในเรื่องที่ลำบากใจ รักใครชอบใครคุณก็มักจะทุ่มเทให้ใจไปเกินร้อย ถึงคราที่คุณต้องยุติเรื่องคาราคาซังบางเรื่องก็จำเป็นต้องทำ เพื่อให้ทางเดินในชีวิตรักของวันข้างหน้านั้นสะดวกราบรื่น ไปต่อได้ยาวๆ สุขภาพระวังเรื่องของลมในเส้นทำให้ปวดเมื่อย กรดในกระเพาะ ดูแลเรื่องของอาหารให้มากขึ้นจะช่วยได้ครับ

ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม-16 กันยายน)

งานระวังเรื่องของเอกสารสัญญา ข้อตกลงในเรื่องของผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นในส่วนขององค์กรหรือส่วนตัว การเป็นคนกลาง เป็นนายหน้าการติดต่อเจรจาสิ่งใดไว้ก่อนหน้า รวมถึงช่วงนี้จะสร้างปัญหาไม่เป็นไปตามข้อตกลงตามสัญญาเดิมมีการพลิกลิ้นเกิดขึ้น ระวังเรื่องการรับปากจะทำให้เกิดความเสียหาย ผู้ใหญ่หรือคนมีสีมีบารมียังพูดกันไม่ค่อยจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กลางเดือนหลายอย่างจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ การเงินยังมีเข้าจากงานเก่า งานแก้ งานใหม่ๆ ก้อนใหญ่กว่าที่ผ่านมา จะหมดไปกับบริวาร ลูกน้อง คนที่คุณรับผิดชอบดูแลส่วนตัวอยู่จะงอแงทำให้คุณหงุดหงิด ครอบครัวความรักบุตรบริวารสร้างความชื่นใจและเป็นกำลังใจให้คุณสู้ต่อได้เป็นอย่างดี ความรักนั้นมีความคิดอยากทำอะไรให้ใครสักคน สิ่งนั้นจะประสบความสำเร็จมีแนวทางค้นคว้าหาในสิ่งที่คุณต้องการมาได้อย่างแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ ขอให้คุณพยายามอย่าท้อถอยเด็ดขาด ส่วนท่านที่มีรักซ้อนซ่อนใครบางคนเอาไว้ในเซฟเฮ้าส์จะวุ่นวาย เนื่องจากการจัดคิวของ 2 บ้านไม่ลงตัว สุขภาพระวังความเครียดส่วนตัวทำให้เจ็บป่วยได้ครับ รวมไปถึงอาการเป็นหวัด เจ็บคอ

ราศีกันย์ (17 กันยายน-16 ตุลาคม)

งานจะมีเหตุให้ทะเลาะขัดแย้งกับคนในที่ทำงาน มีคนดึงเรื่องทำให้การติดต่อต่างๆ ยุ่งยากมากขึ้น แต่สุดท้ายก็จะหาทางแก้ทางออกได้ในท้ายที่สุด การค้าขายจะมีช่องทางได้เงินหรือได้เงินมาแบบฟลุกๆ รวมถึงการหาเงินพิเศษให้เพิ่มขึ้นมาคือการติดต่อไปหาลูกค้าเก่าๆ ลูกหนี้เก่าๆ จะมีข่าวดี เพื่อนฝูงจะช่วยเหลือคุณได้ถ้าต้องการความร่วมมือใดๆ จะมีวิธีแก้และผู้ช่วยเหลือเสมอ กับคนรักจะอึดอัดใจเพราะคนรักมักคาดหวังให้คุณทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เงื่อนไขต่างๆ คุณยากที่จะทำให้ได้ตามนั้นครบถ้วนทุกอย่าง อีกทั้งคนที่มีคู่จะต้องทุกข์ใจมีปัญหากับคนรักเก่าพานจะไปหาความสุขกับคนใหม่ให้ระวังจะถูกจับได้ ลูกน้องจะสร้างปัญหามาให้ต้องคอยสอดส่อง การค้าขายในระยะนี้ถ้าให้ดีมีเงินไหลเข้ากระเป๋าต้องมีการทำโปรโมชั่นในช่วงสั้นๆ อาจเป็นการลด แลก แจกแถมของบางสิ่งถึงจะกระตุ้นยอดรายรับให้กลับมาได้จนถึงจุดที่น่าพอใจ ส่วนเพื่อนร่วมงานจะพูดมากพูดเยอะจนคุณรำคาญใจ ทางที่ดีเดินหนีเพื่อลดมลพิษทางเสียงและสายตาก็จะทำให้คุณสบายตาสบายใจได้ดีขึ้น สุขภาพนั้นไซร้อาการเหนื่อยง่าย ง่วงบ่อย จะเป็นเข้ามามากยิ่งขึ้นควรรีบดูแลด่วน

ราศีตุล (17 ตุลาคม-16 พฤศจิกายน)

งานเรื่องที่ต้องระวังคือเอกสาร หลักฐาน ข้อมูลสำคัญเสียหายสูญหาย ความลับรั่วไหลไปยังฝ่ายตรงข้ามได้ ควรมีแผนสำรองที่รู้เฉพาะกลุ่มจะสามารถช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้ การเจรจาต่อรองมีโอกาสที่ต้องคุยนอกรอบ มีผลสำเร็จร่วมกันเป็นที่น่าพอใจ มีโอกาสที่จะเดินทางไกลได้พบบุคคลใหม่ๆ ในสังคม แวดวงอื่นเพิ่มมากขึ้น เป็นโอกาสที่ควรเปิดตัว และสานสัมพันธ์ต่อเนื่องในอนาคตได้ การเงินจะหมดไปกับการจับจ่ายกับของที่อยากได้มานาน ระมัดระวังเสียเงินเกี่ยวกับเรื่องของลูกน้องบริวารและเพื่อนสนิทรวมถึงบรรดาข้าวของเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องใช้และวัตถุดิบในงานของคุณจะเตรียมขยับสูงขึ้นอีกระลอก ดังนั้น ทางที่ดีควรเช็กสต๊อกสินค้าแล้วนำมาคำนวณวางแผนเพื่อตั้งรับแล้วสวนกลับโดยด่วน ส่วนเพื่อนร่วมงานยังไว้ใจไม่ได้ให้ระวังถูกโยนความผิดมาให้ ทำสิ่งใดจากนี้ควรต้องมีหลักฐานหรือพยาน ด้านครอบครัวคนรักคนที่สนิทระวังเจ็บไข้ ไม่สบาย แต่ก็ยังมีความสนิท ความเข้าใจ ความสัมพันธ์มากขึ้น กับสุขภาพระวังความดัน มึน งง โรคประจำตัวกลับมาเป็นได้อีกครับ

ราศีพิจิก (17 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม)

งานในความรับผิดชอบยังมีความวุ่นวายไม่หยุดนิ่ง อีกทั้งมีการเปิดตัวงานชิ้นสำคัญและจะต้องมีความรับผิดชอบนอกเหนือจากปกติ เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ทำให้เรื่องของเวลาในการทำงานและเวลาส่วนตัวดูน้อยลงไปทันที ดีที่เป็นช่วงที่ลูกน้องบริวารคนใกล้ตัว มีฝีมือทำให้งานลุล่วงไปได้ด้วยดีแต่ต้องกระตุ้นเป็นระยะๆ ไม่เช่นนั้นก็ไม่เอางานยากๆ งานลำบากเหมือนกัน เรื่องที่ต้องระวังคือลายเซ็น และคนที่ไม่หวังดีปล่อยข่าวทำให้คุณเสียหาย ซึ่งจะกระทบถึงชื่อเสียงได้ โดยคุณไม่ต้องแก้ตัวใดๆ ให้ใช้ผลงานเข้าชนอย่างเดียว รับรองงานนี้คุณชนะชัวร์ ด้านการเงินมีจ๊อบพิเศษส่วนตัวทำให้สภาพคล่องทางการเงินที่กังวลใจนั้นโล่งไปอย่างอัศจรรย์ และการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเก่า รวมถึงการนำลูกค้ารายใหม่ๆ เข้ามาจะทำให้รายได้คุณเกิดขึ้นต่อเนื่องเรียกว่าถึงจะเหนื่อยแค่ไหน ลำบากเพียงใด ตัวเลขเงินงามๆ ที่วิ่งเข้ามาก็ทำให้คุณยิ้มได้อย่างหน้าชื่นตาบาน ความรักปัจจัยเบื้องต้นที่ทำให้ทะเลาะกันง่ายขึ้นคือเรื่องเงินทอง จึงขอให้อดทน รับรองคุณต้องผ่านพ้นวิกฤตนี้ได้อย่างแน่นอน สุขภาพระวังพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้มึน งง หน้ามืด เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ

ราศีธนู (16 ธันวาคม-15 มกราคม)

การงานเป็นช่วงที่คุณได้เริ่มงานใหม่ เปิดจ๊อบใหม่ ใครที่รองานสิ่งใดอยู่จะเริ่มมีข่าวดีเกี่ยวกับงานที่รอคอยและต้องการ เป็นอีกเดือนที่คุณมีความเปลี่ยนแปลงจากจุดเดิมๆ ไม่หยุดนิ่ง มีการปรับเปลี่ยน โยกย้ายหน้าที่การงาน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ใครที่ติดต่อเจรจาค้าขายประสบความสำเร็จชัวร์ล้านเปอร์เซ็นต์ แต่ให้ระวังการตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ควรมีผู้มีความรู้หรือบุคคลที่มีประสบการณ์ในเรื่องนั้นเป็นกุนซือให้ดีกว่าการคิดและตัดสินใจเพียงลำพัง ฝีมือในการทำงานระยะนี้จะดีขึ้นทำให้มีผลงานโดดเด่นนำมาของการจ้างงานหรือให้ทำงานเพิ่มขึ้น สั่งยอดการผลิตเพิ่มขึ้น เป็นผลทำให้รายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขอให้คุณคงอุดมการณ์แห่งมาตรฐาน คงคุณภาพ ไปแบบนี้ให้นาน รับรองว่าที่ลำบากเหนื่อยยากตลอดมาจะหายเป็นปลิดทิ้งและคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณลงทุนลงแรงไปแน่นอน ส่วนครอบครัวความรักเวลาที่จะอยู่เจอหน้ากันอย่างเป็นทางการน้อย ควรใช้เครื่องมือสื่อสารช่วยแทน แต่ให้ระวังจะหลงใหลได้ปลื้มกับคนที่เขามีเจ้าของอยู่แล้ว เดี๋ยวมันจะยุ่งกันไปใหญ่ สุขภาพระวังระบบเลือด ความดัน ไมเกรนครับ

ราศีมังกร (16 มกราคม-12 กุมภาพันธ์)

เรื่องที่ต้องระวัง คือการถูกหลอก ถูกโกงในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรับปากทั้งตัวคุณเองและคู่สัญญายังไม่สามารถทำได้ตามที่ตกลงกันไว้ แต่จะเริ่มดีขึ้นในช่วงกลางเดือนเป็นต้นไป สิ่งที่ติดขัดไม่ลงตัวก่อนหน้าจะเริ่มมีทางออก ทางแก้ มีผู้ใหญ่ใจดีให้ความเมตตาให้ความช่วยเหลือดูแลในสิ่งที่ติดขัด จะเป็นผู้ใหญ่ในสายงานหรือผู้ใหญ่ที่คุณให้ความเคารพ ยิ่งกลางเดือนไปแล้วไฟในตัวคุณแรงขึ้น ดังนั้น คิดฝันทำสิ่งใดให้รีบดำเนินการต่อยอดความฝันให้เป็นรูปธรรม รายได้เข้าจากคู่ค้าคู่สัญญา ลูกค้าใหม่ๆ การขายของชิ้นที่คุณคาดหวังไว้นำมาเป็นทุนก้อนสำคัญได้ในช่วงนี้ ส่วนโชคลาภจากการเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงยังไม่สดสวย สู้เอาเวลาไปหาวิธีปรับเปลี่ยน ปรับปรุงสินค้าในร้านให้มันทันสมัยและเน้นเรื่องบรรจุภัณฑ์ที่เข้ากับยุคสมัยจะทำเงินทำยอดเพิ่มขึ้นได้อย่างมากมาย กับความรักระวังเรื่องของการมีรักต้องห้ามหรือการคบกับคนที่มีเจ้าของอยู่แล้วทำให้ปัญหาจะเกิดได้ง่ายขึ้น เจอกันน้อยลง ปัญหาก็จะน้อยลงเช่นกัน สุขภาพระวังระบบทางเดินหายใจ เป็นหวัด เจ็บคอ จะทำให้เจ็บป่วยได้ครับ

ราศีกุมภ์ (13 กุมภาพันธ์-13 มีนาคม)

เดือนนี้ชาวราศีกุมภ์เป็นช่วงที่ต้องรีบดำเนินการทั้งงานเก่าและงานใหม่ให้เป็นรูปธรรม เอกสาร สัญญา รวมถึงการรับปากทั้งในส่วนของตัวคุณและคู่สัญญาเริ่มชัดเจนเห็นผลสำเร็จมากกว่าที่ผ่านมาแน่นอนชัวร์ล้านเปอร์เซ็นต์ แต่ให้ระวังการพูดลับหลัง การนินทาว่าร้ายทำให้คุณเสียชื่อ สิ่งที่ควรทำคือไม่ต้องแก้ข่าวให้อยู่ปกติ เวลาจะค่อยๆ ทำให้ทุกอย่างเงียบหายไป อีกประการเรื่องของลายเซ็นควรตรวจเช็กให้รอบคอบก่อน การเงินยังต้องวิ่งหมุนจากงานใหม่ งานเก่าสลับกัน แต่ยังมีให้คุณกินให้คุณใช้ให้หมุนไม่ขาดช่วงยาวๆ เป็นแน่ แต่การใช้จ่ายส่วนตัวในสิ่งที่ฟุ่มเฟือยควรงดเว้นไปก่อน เพราะเป็นเวลาที่ต้องวางแผนทางการเงินอย่างรัดกุม ถ้าทำได้สำเร็จโอกาสถึงขั้นเป็นเศรษฐีมีไม่ไกลเกินเอื้อม อีกทั้งผู้ใหญ่จะมอบหมายงานที่เป็นรายได้มาให้ทำ ให้แสดงฝีมืออย่างต่อเนื่องโดยคุณนั้นห้ามปฏิเสธ ความเหนื่อยยากในวันนี้คือความคุ้มค่าและเงินตราที่คุณจะได้มาในอนาคต ครอบครัวความรักระวังในส่วนของรักซ้อนซ่อนกันไม่มิด จะสร้างปัญหาให้ตัวคุณและครอบครัวได้ สุขภาพระวังอาการคันตามเนื้อตัว รวมถึงอาการปวดท้องเป็นระยะๆ

ราศีมีน (14 มีนาคม-12 เมษายน)

ชาวราศีมีนในช่วงนี้ มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกับชีวิต ซึ่งจะทำให้คุณมีไอเดียความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่อย่างต่อเนื่อง และเมื่อคุณลงมือปฏิบัติจริงตามที่คิดที่ตั้งใจ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง อีกทั้งผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนเต็มที่ อย่างเดียวคือคุณต้องขยันและลงมือทำอย่างจริงจัง สิ่งที่คุณคิดฝันเป็นจริงอย่างแน่นอนชัวร์ครับ การเงินเช่นกัน เป็นช่วงโอกาสเปิดให้คุณแสดงศักยภาพส่วนตัวทำให้งานที่เป็นรายได้ไหลเข้าต่อเนื่อง อีกทั้งการเจรจา การเปิดตัวหาลูกค้ารายใหม่ สำเร็จตามเป้าที่คุณวางไว้ ขอให้มีหน้าตาที่ยิ้มแย้ม เป็นกันเอง แนะนำแต่สิ่งที่ดีที่ถูกต้องให้กับลูกค้า อย่าเอาเพียงเงินใกล้มือแล้วพูดไม่จริงใจกับลูกค้าเป็นอันขาด เนื่องจากดาวที่เป็นตัวแทนเรื่องเงินทองโชคลาภของคุณจะพอกพูนเพิ่มขึ้นได้จากรอยยิ้มและอารมณ์ที่ดีของคุณในแต่ละวันเป็นปัจจัยสำคัญ ส่วนครอบครัวความรักหลายเรื่องที่คลุมเครือจะชัดเจนเป็นรูปธรรม พูดจาปรึกษากับคนรักไปในทิศทางเดียวกัน มีความหวาน ความเข้าใจให้แก่กันมากขึ้น สุขภาพระวังโรคส่วนตัวที่เคยเป็นมานานจะกลับมาออกอาการอีกครั้ง ต้องเร่งดูแลครับ

เลขมงคลประจำปักษ์นี้ เลข 8 เลข 4 และ เลข 3 ควรเว้น เลข 6

สิ่งมงคลที่ควรกราบไหว้บูชาประจำปักษ์นี้ ครูบาศรีวิชัย และ หลวงพ่อเงิน

เรื่องที่ควรระวังเป็นพิเศษในปักษ์นี้ การติดต่อเจรจาใดๆ จะต้องมีเอกสาร มีเหตุผลในความน่าเชื่อถือมากกว่าปกติคู่เจรจาถึงจะเชื่อ รวมถึงจะถูกคนยืมเงิน และตนเองทำของหาย