รายงานวิจัยฉบับใหม่ยกให้ Stretta เป็นตัวเลือกในการรักษาโรคกรดไหลย้อนสำหรับผู้ป่วยที่ผ่านการผ่าตัดลดความอ้วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นอร์วอล์ค, คอนเนคทิคัต–23 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Mederi Therapeutics Inc. ผู้ผลิต Stretta Therapy สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน (GERD) ได้เผยแพร่รายงานติดตามกลุ่มผู้ป่วย (case series) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ Stretta Therapy ในการรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนเรื้อรัง ที่เคยผ่านการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักด้วยการส่องกล้อง (Laparoscopic Sleeve Gastrectomy หรือ LSG) รายงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านทางวารสาร Bariatric Times ฉบับเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นวารสารผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ

 MEDERI THERAPEUTICS INC. STRETTA THERAPY / Stretta Therapy is an outpatient, endoscopic treatment that delivers low levels of radiofrequency energy to the muscle between the stomach and esophagus, stimulating the muscle to grow and improving the barrier function to prevent reflux....

รูปภาพ– http://photos.prnewswire.com/prnh/20130211/NY56794

รายงานหัวข้อ “A Case Series of GERD in the Bariatric Patient: Stretta Therapy as a Treatment Option” ได้วิเคราะห์ผลการรักษาผู้ป่วย 4 ราย ที่ผ่านการทำ LSG และได้รับ Stretta เพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อนเรื้อรัง ณ Duke University Health System รายงานนี้จัดทำขึ้นโดยนพ. เอ แดเนียล เกอร์รอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาศัลยศาสตร์ และนพ.เดนา ปอร์เตอนิเยร์ หัวหน้าแผนกศัลยกรรมเพื่อลดน้ำหนักและควบคุมการเผาผลาญอาหาร ซึ่งเป็นผู้อำนวยการร่วมประจำโครงการ Minimally Invasive and Bariatric Surgery Fellowship และเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาศัลยศาสตร์ โดยรายงานดังกล่าวได้อธิบายถึงอุปสรรคความท้าทายของผู้ป่วย รวมถึงเหตุผลที่ทำให้ Stretta เป็นเทคนิคการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยกลุ่มนี้

การทำ LSG เพื่อลดน้ำหนักกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้จัดทำรายงานได้อธิบายถึงสาเหตุที่การทำ LSG เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ป่วย แต่ก็ได้ชี้แจงว่าการทำ LSG ไม่สามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคกรดไหลย้อนได้อย่างคงเส้นคงวาเหมือนการตัดต่อกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก (gastric bypass) และโรคกรดไหลย้อนหลังการทำ LSGอาจทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดแก้ไข ทั้งนี้ เรายังต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลของการทำ LSG ที่มีต่อโรคกรดไหลย้อน แต่ในขณะนี้ เราก็ต้องการวิธีการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการของโรคกรดไหลย้อนหลังการผ่าตัดลดความอ้วน

รายงานนี้ได้พิจารณาผลการรักษาผู้ป่วย 4 รายในช่วงเวลาติดตามผลต่างกัน โดยก่อนที่จะได้รับการรักษาด้วย Stretta ผู้ป่วยทั้งหมดล้วนมีอาการของโรคกรดไหลย้อนที่ใช้ยาแล้วไม่ได้ผล แต่หลังจากรักษาไปได้เป็นเวลา 8 เดือน ผู้ป่วย 2 รายไม่แสดงอาการของโรคอีก ขณะที่อีก 2 รายมีอาการบรรเทาลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนอาการที่ยังคงเหลืออยู่ก็สามารถควบคุมได้ด้วยการให้ยาในปริมาณลดลงหลังผ่านไปได้ 1-3 เดือน นอกจากนั้นยังไม่พบภาวะแทรกซ้อนที่มีความเกี่ยวข้องกับการรักษาด้วย Stretta

นพ.เกอร์รอน กล่าวสรุปว่า การรักษาโรคกรดไหลย้อนด้วย Strettaในกลุ่มผู้ป่วยที่ท้าทายนี้ แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ดียิ่ง ทั้งยังช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงการผ่าตัดแก้ไขในกลุ่มผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่รักษาด้วยStretta รายงานนี้ชี้ให้เห็นว่า Stretta สามารถรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนที่เคยผ่านการผ่าตัดลดความอ้วนได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

Stretta คือวิธีการรักษาโรคกรดไหลย้อนโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเป็นการส่งพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) เพื่อแก้ไขและฟื้นฟูกล้ามเนื้อระหว่างกระเพาะอาหารกับหลอดอาหาร ซึ่งผลการศึกษามากมายบ่งชี้ว่าStretta ช่วยบรรเทาอาการของโรคกรดไหลย้อน ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถลดหรือหยุดใช้ยาได้ รวมทั้งลดการสัมผัสกับกรดในกลุ่มผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนเรื้อรัง Stretta เป็นเทคนิคการรักษาผ่านทางช่องปาก โดยไม่ทำให้ลักษณะทางกายภาพเปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนที่เคยผ่านการผ่าตัดลดความอ้วน

เมื่อช่วงต้นปีนี้ Mederi ได้ประกาศเปิดตัวโครงการวิจัยแบบหลายศูนย์ครั้งใหม่ ซึ่งปัจจุบันกำลังเปิดรับผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการ เพื่อศึกษาคุณประโยชน์ของ Stretta ในการรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนภายหลังการผ่าตัดลดความอ้วน นอกจากนี้ Stretta ยังถูกนำไปใช้ในกิจกรรมการให้ความรู้และการลงมือปฏิบัติจริง ระหว่างการประชุม IFSO และ Obesity Week ที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน

เกี่ยวกับ STRETTA(R)

Stretta เป็นวิธีการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนที่ไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาและไม่ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ผลการวิจัยกว่า 40 โครงการแสดงให้เห็นว่า Stretta มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคกรดไหลย้อน นอกจากนี้Stretta ยังถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่stretta-therapy.com

ติดต่อ

Audra Friis

โทร. 917-519-9577

อีเมล: audra@pascalecommunications.com

OGT เปิดเผยไฮไลท์ด้านพาณิชย์และการเงินของปีงบประมาณ 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อ็อกซ์ฟอร์ด, อังกฤษ–23 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผลิตภัณฑ์พันธุศาสตร์โมเลกุลที่ครบวงจรช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและกำไรที่ยั่งยืน

บริษัท Oxford Gene Technology (OGT) ซึ่งเป็นบริษัทด้านพันธุศาสตร์โมเลกุล เปิดเผยยอดขายผลิตภัณฑ์พันธุศาสตร์โมเลกุลแบบครบวงจรที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของศักยภาพในการทำกำไรเป็นไปอย่างยั่งยืน ข้อมูลที่โดดเด่นด้านการพาณิชย์และการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายนแสดงให้เห็นว่า มูลค่ายอดขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทอยู่ที่ 18.4 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 29% จากปีงบการเงิน2558

 OGT-Logo Logo / Oxford Gene Technology (PRNewsFoto/Oxford Gene Technology)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160909/406091LOGO )

รายได้รวม เพิ่มขึ้น 15% แตะที่ 19.7 ล้านปอนด์ (ปีงบการเงิน2558: 17.1 ล้านปอนด์)

รายได้จากผลิตภัณฑ์ เพิ่มขึ้น 29% แตะที่ 18.4 ล้านปอนด์ (ปีงบการเงิน 2558: 14.3 ล้านปอนด์)

ผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจรช่วยให้มีศักยภาพในการทำกำไรอย่างยั่งยืน

ดร.ไมค์ อีแวนส์ ซีอีโอของ OGT กล่าวว่า ผลประกอบการทางการเงินที่น่าประทับใจของ OGT เป็นหลักฐานยืนยันถึงกลยุทธ์ของบริษัทในการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์พันธุศาสตร์ระดับโมเลกุลที่มีอัตราการเติบโตสูง

ดร.ไมค์ อีแวนส์ ซีอีโอของ OGT กล่าวว่า “การตัดสินใจด้านกลยุทธ์ของเราในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ปรับโฉมบริษัทสู่การพัฒนาธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและมีศักยภาพในการทำกำไร โดยเน้นไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์พันธุศาสตร์โมเลกุลที่เป็นนวัตกรรมอย่างเต็มที่  การให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์พันธุศาสตร์โมเลกุลที่เป็นนวัตกรรมแบบครบวงจรได้ผลักดันให้เรามียอดขายที่แข็งแกร่งและมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกิจกรรมเชิงพาณิชย์”

ข้อมูลเด่นด้านการพาณิชย์

Cytocell(R): Fluorescence in situ hybridisation (FISH) การพิสูจน์การตรวจจับการจัดเรียงตัวของยีนส์ที่เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อทางพันธุกรรมและโรคมะเร็งมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าตลาด

อัตราการเติบโตที่สูงกว่าอัตราการเติบโตของตลาดเป็นตัวเลข 2หลักอย่างต่อเนื่อง มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น (อัตราการเติบโตของตลาดอยู่ที่ 7%)

– OGT รักษาตำแหน่งผู้นำตลาด FISH ไว้ได้อย่างต่อเนื่องและมีผลิตภัณฑ์พิสูจน์ FISH มากที่สุดในตลาด

ขยายผลิตภัณฑ์พิสูจน์ Cytocell FISH อย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์ที่ใช้พิสูจน์ด้านโลหิตวิทยามากกว่า 14 รายการ และการพิสูจน์พยาธิวิทยา CE-IVD สำหรับมะเร็งปอดและโรคเนื้องอกสมอง

CytoSure(TM): มีผลิตภัณฑ์หลายชนิดเกี่ยวกับพันธุศาสตร์โมเลกุล โรคมะเร็ง และการศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพการสืบพันธุ์แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวที่น่าประทับใจและการนำไปใช้ทั่วโลกของกลุ่มลูกค้ารายใหม่

มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นจำนวนมากเนื่องจากการให้ความสำคัญกับกลยุทธ์เกี่ยวกับซีนอน ซึ่งรวมถึงการพัฒนาการจัดเรียงตัวของของโมเลกุลเพื่อเป็นองค์ประกอบของ NGS ที่มีการตรวจจับ CNV ที่ได้มาตรฐานทองคำ

นำการจัดเรียงของ CytoSure Constitutional v3 มาใช้อย่างสำเร็จและต่อเนื่องในตลาด และการเปิดการจัดเรียง CytoSure Constitutional v3 +LOH ซึ่งเป็นเพียงการจัดเรียงแบบเดียวที่รวมเข้ากับเนื้อหาบนพื้นฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ล่าสุดสำหรับยกระดับการตรวจจับความผิดปกติที่เกิดขึ้น

– CytoSure Affirm ซึ่งเป็นการทดสอบแบบ Non-Invasive Pre-Natal Test ( NIPT) กำลังจะมีการขออนุมัติใช้เครื่องหมาย CE ในขณะที่สหราชอาณาจักรอนุมัติให้ใช้ NIPT ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งโปรแกรมการคัดกรองของประเทศ

SureSeq(TM): ขยายผลิตภัณฑ์ไลบรารี NGS ในด้านการเตรียมการสำหรับการตรวจจับความแตกต่างของพันธุศาสตร์อย่างแม่นยำนั้น มีอัตราการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเน้นไปที่การปรับแต่งตามความต้องการลูกค้าซึ่งมีความยืดหยุ่น

ลงทุนด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆดังจะเห็นได้จากอัตราการเติบโตของยอดขายที่สูงขึ้นและการขายที่แข็งแกร่ง

การเปิดตัว SureSeq myPanel(TM) NGS Custom Cancer Panels ตอกย้ำให้เห็นถึงกลยุทธ์การปรับแต่งตามความต้องการที่ยืดหยุ่นของบริษัท ทำให้การตรวจจับความแตกต่างกันของยีนมะเร็งที่สำคัญมีความง่ายขึ้น

ขยายผลิตภัณฑ์ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับมะเร็งและโรคที่พบได้ยากด้วยคอนเทนต์ใหม่ที่ปรับได้ตามความต้องการ และยาที่กำลังจะเปิดตัวและอยู่ในระหว่างการพัฒนา

สำหรับในปี 2560 นั้น ดร.อีแวนส์ กล่าวว่า “ธุรกิจของเราจะเน้นไปที่ความยั่งยืน การเพิ่มศักยภาพในการทำกำไร และกลยุทธ์ในอนาคตของเราจะพุ่งเป้าไปที่ตลาดยาระดับโมเลกุลที่กำลังขยายตัว ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของวงการนี้ เราจะเดินหน้าพัฒนาและขยายโปรแกรมการปรับแต่งตามความต้องการที่ได้รับความนิยมของเรา อันได้แก่  Cytocell myProbes(R), SureSeq myPanel และเนื้อหาการจัดเรียง CytoSure ที่สามารถปรับแต่งได้ ซึ่งจะช่วยให้เราตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง และทำให้ OGT มีความแตกต่างไปจากคู่แข่งอย่างชัดเจน”

CytoSure(TM) and SureSeq(TM): For Research Use Only; Not for Use in Diagnostic Procedures. Cytocell(R): Some products may not be available in your region.

แหล่งข่าว: Oxford Gene Technology (OGT)

ผู้ให้บริการเครือข่ายระดับ Tier 1 ชั้นนำในยุโรป วางใจเลือกใช้ SS7 Firewall ของ Symsoft ปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อย่างครบวงจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สตอกโฮล์ม23 พ.ย. 2559–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Symsoft (บริษัทในเครือ CLX Communications) ได้เซ็นสัญญากับผู้ให้บริการเครือข่ายระดับTier 1 รายหนึ่งในยุโรป เพื่อนำระบบ SS7 Firewall แบบครบวงจรไปใช้งานในตลาด 6 แห่ง ซึ่งจะช่วยปกป้องผู้ใช้บริการเครือข่ายจากการละเมิดความเป็นส่วนตัวและการโกง ด้วยการสกัดกั้นและเฝ้าระวังเครือข่ายสัญญาณ ซึ่งการป้องกันดังกล่าวเป็นไปตามคำแนะนำของ GSMA และหน่วยงานกำกับดูแลอื่นๆ

 Symsoft Logo / Symsoft (PRNewsFoto/Symsoft)

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20161109/437449LOGO )

ความเปราะบางของเครือข่าย SS7 ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาโต้เถียงกันอย่างกว้างขวาง หลังมีการคุกคามความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อุปกรณ์มือถือ ทั้งการแทรกแซงข้อมูลการโทรและการรับ-ส่งข้อความ การแอบใช้บริการต่างๆโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือการทำให้ใช้บริการไม่ได้โดยสิ้นเชิง

เพื่อปกป้องผู้ใช้และธุรกิจของผู้ให้บริการ ทางผู้ให้บริการเครือข่ายระดับ Tier 1 รายหนึ่งในยุโรป จึงเตรียมใช้ระบบ SS7 Firewall ของSymsoft ในตลาด 6 แห่งที่บริษัทดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยป้องกันการโจมตีด้วยการติดตามการดำเนินกิจกรรมและตรวจสอบทราฟฟิกของสัญญาณมือถือแบบเรียลไทม์ ข้อความผิดกฎหมายและรูปแบบการสื่อสารที่ไม่น่าไว้วางใจจะถูกบล็อกทันที เพื่อรับประกันว่าบุคคลที่สามจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้หรือเปลี่ยนประวัติของผู้ใช้ นอกจากนั้นยังมีการบันทึกข้อมูลทราฟฟิกเพื่อนำไปวิเคราะห์ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงข้อมูลการโจมตีรูปแบบใหม่ๆในอนาคต  

ระบบ SS7 Firewall ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นเมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจาก NIST หรือสถาบันด้านมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่ร่างคำตัดสินคัดค้านการใช้ SMS ในการยืนยันตัวตนแบบ 2 ขั้นตอน เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าจะถูกแทรกแซงผ่านทางโรมมิ่ง ซึ่งเปิดทางให้ผู้โจมตีสามารถดัก SMS ด้วยการโรมมิ่งไปยังเครือข่ายต่างประเทศ ระบบ SS7 Firewall  ของ Symsoft สามารถยับยั้งการกระทำดังกล่าว รวมถึงการโกงในรูปแบบอื่นๆได้แบบเรียลไทม์ จึงสามารถรับรองความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ได้อย่างดีเยี่ยม

Petter Naslund รองประธานฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของ Symsoft กล่าวว่า “ลูกค้าต่างเชื่อมั่นว่าการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือมีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และเป็นส่วนตัว การเลือกใช้บริการจาก Symsoft และ SS7 Firewall ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ผู้ให้บริการไว้วางใจว่าเราสามารถช่วยรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าได้ ประสบการณ์อันยาวนานในการตรวจสอบและคัดกรองแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้เราสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มอบการป้องกันอันแข็งแกร่งในสถานการณ์จริง เราตั้งตารอที่จะสนับสนุนผู้ให้บริการรายนี้ ในการส่งมอบบริการที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้าต่อไป

ทั้งนี้ จะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อเริ่มใช้ SS7 Firewall และเริ่มมีการปกป้องในเครือข่ายเชิงพาณิชย์ 

เกี่ยวกับ Symsoft  

Symsoft เป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้สำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือกว่า 70 ราย ในกว่า 40 ประเทศSymsoft นำเสนอซอฟต์แวร์และบริการที่ล้ำสมัย แข็งแกร่ง และยืดหยุ่นให้แก่ลูกค้า ทั้งระบบสนับสนุนธุรกิจ (BSS) แบบเรียลไทม์ บริการเสริมต่างๆ การรับประกันรายได้และป้องกันการโกง รวมถึงโซลูชั่นสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายเสมือนบนมือถือ (MVNO) แบบครบวงจร นอกจากนี้ Symsoft ยังสร้างมูลค่าให้แก่ลูกค้าด้วยการช่วยให้มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์มากมายและการให้บริการในหลายระดับ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถลดเวลาในการนำสินค้าออกสู่ตลาด เข้าถึงแนวทางการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ จำกัดการโกง และลดต้นทุนการเป็นเจ้าของได้อย่างมีนัยสำคัญ 

Symsoft เป็นแผนกปฏิบัติการของ CLX Communications(http://www.clxcommunications.com) ที่จดทะเบียนในNASDAQ ตลาดหลักทรัพย์สตอกโฮล์ม   

ที่มา: Symsoft

แอร์บัส กรุ๊ป และสภาคณบดีคณะวิศวกรรมโลก ประกาศรางวัล GEDC Airbus Diversity Award 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โซล, เกาหลีใต้–23 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– Dr Yacob Astatke จากมหาวิทยาลัยมอร์แกนสเตท สหรัฐอเมริกา เป็นผู้ได้รับรางวัลประจำปีนี้

แอร์บัส กรุ๊ป และสภาคณบดีคณะวิศวกรรมโลก (Global Engineering Deans Council: GEDC) ประกาศมอบรางวัล GEDC Airbus Diversity Award 2016 แก่ Dr Yacob Astatke จากมหาวิทยาลัยมอร์แกนสเตท สหรัฐอเมริกา สำหรับผลงานของเขาในการส่งเสริมการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ โดยพิธีมอบรางวัลมีขึ้นในระหว่างการประชุม GEDC and World Engineering Education Forum (WEEF) ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

 Airbus Group Yacob Astatke / GEDC Airbus Diversity Award 2016 Recipient, Yacob Astatke, Interim Associate Dean of Engineering for Undergraduate Studies, Morgan State University, USA (PRNewsFoto/Airbus Group)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20161107/436688 )

Airbus Group GEDC Airbus Diversity Award 2016 Recipient / GEDC Airbus Diversity Award 2016 Recipient, Yacob Astatke, Interim Associate Dean of Engineering for Undergraduate Studies, Morgan State University, USA with Charles Champion, Airbus Executive Vice President Engineering (left) & Peter Kilpatrick GEDC Chairperson and Dean of Engineering, University of Notre Dame, USA (right) (PRNewsFoto/Airbus Group)
(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20161107/436689 )

รางวัลดังกล่าวจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความหลากหลายในสายงานด้านวิศวกรรมทั่วโลก โดยให้การยกย่องโครงการริเริ่มระดับรากหญ้าและบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังโครงการเหล่านั้น ซึ่งช่วยให้นักศึกษาที่มีประวัติและภูมิหลังแตกต่างกันสามารถเรียนและประสบความสำเร็จในสายวิศวกรรมได้

Dr Yacob Astatke ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะรางวัลในปีนี้ จากผู้สมัครทั้งหมด 40 ราย ใน 17 ประเทศ โดยเขาสามารถนำเสนอผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งได้แก่โครงการริเริ่มด้านการฝึกอบรมและเทคโนโลยีตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศเอธิโอเปีย เพื่อพัฒนาการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ในทวีปแอฟริกา ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา Dr Yacob Astatkeได้จัดทำหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติและเน้นการฝึกอบรม เขาได้ผลักดันให้มหาวิทยาลัย 5 แห่งในเอธิโอเปียนำวิธีการสอนและเทคโนโลยี Mobile Studio ไปปฏิบัติ รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกด้านการรับบริจาคอุปกรณ์และทรัพยากรต่าง ๆ ด้วย

นอกจากได้รับโอกาสในการเผยแพร่ผลงานไปทั่วโลกแล้ว Dr Astatke ยังได้รับทุนสนับสนุนการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ด้วย

ทั้งนี้ ในการนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายพร้อมกับผู้เข้าชิงรางวัลอีก 2 รายนั้น Dr Astatke ได้นำเสนอโครงการต่อคณะกรรมการผู้ตัดสินที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ นำโดย ชาร์ลส์ แชมเปี้ยน รองประธานบริหารฝ่ายวิศวกรรมของแอร์บัส และ ปีเตอร์ คิลแพทริค ประธาน GEDC และคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทเทรอดาม สหรัฐอเมริกา

สำหรับแอร์บัส ความหลากหลายคือดีเอ็นเอของเรา ความสำเร็จในอนาคตของเราจะมาจากความหลากหลายของแรงงาน เพราะนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และประสิทธิภาพนั้นล้วนขับเคลื่อนได้ด้วยความหลากหลายนี้” ชาร์ลส์ แชมเปี้ยน กล่าว “ความสำเร็จของผู้ได้รับรางวัลประจำปี 2016 เป็นบทพิสูจน์ถึงการทำงานหนักและความทุ่มเทของเขาในสาขานี้ เราหวังว่าหัวหน้าส่วนวิศวกรรมจากทั่วโลกจะได้รับแรงบันดาลใจในการเจริญรอยตามตัวอย่างนี้ และรับเอาโครงการริเริ่มเหล่านี้ไปเป็นแบบอย่างในการสร้างชุมชนวิศกรระดับโลกที่มีความหลากหลายมากขึ้น”

แอร์บัส กรุ๊ป และ GEDC มีความเชื่อเหมือนกันว่า ทั้งอุตสาหกรรมและสถานศึกษาจำเป็นต้องสนับสนุนผู้เรียนที่มีความหลากหลายมากขึ้นให้ได้เรียนรู้และทำตามความใฝ่ฝันในสายงานวิศวกรรม คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ทำการประเมินการนำเสนอผลงานของผู้เข้าชิงรางวัล โดยพิจารณาจากความสามารถของผู้ชิงรางวัลในการถ่ายทอดความต้องการด้านความหลากหลายทางวิศวกรรมให้เกิดขึ้นจริง และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สามารถวัดผลได้ ผ่านโครงการริเริ่มที่มีศักยภาพที่จะนำไปปฏิบัติตามได้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด

ผู้เข้าสู่รอบสุดท้าย 3 รายของเราได้ริเริ่มความท้าทายที่สำคัญในการสนับสนุนให้คนหนุ่มสาวหันมาประกอบอาชีพเป็นวิศวกรกันมากขึ้น เพื่อที่จะแก้ปัญหาสำคัญ ๆ หลายเรื่องที่เรากำลังเผชิญในทศวรรษที่ 21″ ปีเตอร์ คิลแพทริค แห่ง GEDC กล่าว “ประเด็นก็คือการร่วมกันมองไปที่ผลงานซึ่งผ่านเข้ารอบสุดท้ายเพื่อเป็นแรงบันดาลใจและเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับความสำเร็จ งานที่เราสามารถทำได้ และจะสร้างความแตกต่าง”

สำหรับคณะกรรมการตัดสินนั้นประกอบไปได้วย ดร. สิริน เตกิเนย์ ประธานและอธิการบดี มหาวิทยาลัย ISIKUN และผู้นำของ GEDC, ศาสตราจารย์ ฉือตี้ อู๋ กรรมการมหาวิทยาลัยชิงหวา, ประธาน CEEAA, ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาวิศวกรรมนานาชาติภายใต้การอุปถัมภ์ของยูเนสโก (ICEE) และผู้อำนวยการคณะวิทยาการจัดการของ NSFC, ศาสตราจารย์ ซูนจา โช ประธานของมหาวิทยาลัย Inha (ในเครือ KAL) เกาหลีใต้

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่http://www.airbusgroup.com/diversityaward

ที่มา: Airbus Group

การประชุมยุวทูตเนื่องในวันรำลึกภัยสึนามิโลก “World Tsunami Awareness Day”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–21 พ.ย.–เกียวโด เจบีเอ็น/อินโฟเควสท์

          นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายจาก 29 ประเทศ เตรียมเดินทางเยือนจังหวัดมิยางิและจังหวัดวากายามะของญี่ปุ่น โดยมีจุดมุ่งหมายในการศึกษาและเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ เพื่อเรียนรู้วิธีป้องกันและลดอันตรายจากภัยพิบัติร่วมกับนักเรียนชาวญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังเตรียมเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนักเรียนมัธยมปลายเนื่องในวันรำลึกภัยสึนามิโลก “World Tsunami Awareness Day” ที่เมืองคุโรชิโอะ จังหวัดโคชิ

          นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของสึนามิ การบูรณะ/การฟื้นฟูพื้นที่หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น รวมถึงการป้องกันและลดความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวตามแนวรอยเลื่อนนันไกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จุดประสงค์ของโครงการนี้คือ การบ่มเพาะผู้นำรุ่นใหม่ที่จะเข้ามารับผิดชอบในเรื่องของการบรรเทาผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสึนามิ รวมถึงเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวของประเทศในภายภาคหน้า

          *การประชุมสุดยอดนักเรียนมัธยมปลายเนื่องในวันรำลึกภัยสึนามิโลก “World Tsunami Awareness Day” ที่เมืองคุโรชิโอะ จังหวัดโคชิ เป็นการประชุมของเหล่าเยาวชนจากนานาชาติเพื่อสร้างความตื่นตัวเนื่องในวันรำลึกภัยสึนามิโลก (5 พฤศจิกายน) ที่กำหนดโดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อเดือนธันวาคม 2015 โดยนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายจาก 30 ประเทศ ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น จะเข้าร่วมประชุมภายใต้แนวคิด “สิ่งที่คนรุ่นใหม่อย่างเราสามารถลงมือทำเพื่อให้รอดจากภัยธรรมชาติ ทั้งในแง่ของการช่วยเหลือตัวเอง การช่วยเหลือจากภาครัฐ และการร่วมมือกัน”

          1. ภาพรวมของกิจกรรม

          – เข้าร่วมการประชุมสุดยอดนักเรียนมัธยมปลายเนื่องในวันรำลึกภัยสึนามิโลก “World Tsunami Awareness Day” ที่เมืองคุโรชิโอะ

          – ทัศนศึกษาในจังหวัดมิยางิ (เยี่ยมพื้นที่ประสบธรณีพิบัติครั้งใหญ่ทางภาคตะวันออกของญี่ปุ่น รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเรียนมัธยมปลายชาวญี่ปุ่น ทำกิจกรรมกลุ่ม และอื่นๆ)

          – ทัศนศึกษาในจังหวัดวากายามะ (เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สึนามิInamura-no-Hi no Yakata รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเรียนมัธยมปลายชาวญี่ปุ่น และอื่นๆ)

          – ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นในภาพรวม และอื่นๆ

          2. สรุปข้อมูลเกี่ยวกับผู้มาเยือน

          – ช่วงเวลาที่มาเยือน: 22-29 พฤศจิกายน 2016

          – จำนวนผู้ที่ได้รับเชิญ: รวมทั้งสิ้น 284 คน (เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย 246 คน พร้อมผู้ดูแล 38 คน)

          – องค์ประกอบของผู้มาเยือน: นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายจาก 29ประเทศ รวมถึงผู้ดูแล

          ประเทศที่เข้าร่วมโครงการ

          จีน สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย ศรีลังกา มัลดีฟส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา สิงคโปร์ ไทย ฟิลิปปินส์ บรูไน เวียดนาม มาเลเซีย เมียนมา ลาว ซามัว ตองกา ปาปัวนิวกินี ปาเลา ฟิจิ มาร์แชล ไมโครนีเซีย สหรัฐอเมริกา ชิลี เปรู ตุรกี โปรตุเกส กรีซ เคนยา

          – หน่วยงานผู้ดำเนินการ: Japan-China Friendship Center และJapan Overseas Cooperative Association

          – หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือ: หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศ

          ที่มา: Japan-China Friendship Center และ Japan Overseas Cooperative Association

          AsiaNet 66596

Jumore นำเสนอโมเดลอีคอมเมิร์ซใหม่ล่าสุดของโลกในการประชุม APEC

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลิมา, เปรู–22 พ.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          ในการประชุม 2016 APEC CEO Summit ระหว่างวันที่ 17-19พฤศจิกายน ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู บริษัท Jumore E-commerce Co., Ltd. เจ้าของโมเดลอีคอมเมิร์ซ E4B (Ecosystem for Business) ใหม่ล่าสุดของโลก ได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนภาคธุรกิจจีนเข้าร่วมการประชุมพร้อมกล่าวสุนทรพจน์ และยังได้จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำธุรกิจในกลุ่ม APEC ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ภาคธุรกิจจีนได้มีโอกาสเป็นผู้จัดกิจกรรมนี้ในการประชุม APEC Summit

          ธีมของการประชุม APEC Summit ครั้งนี้คือ “High Quality Growth and Human Development” โดยในระหว่างการประชุม นายลู่ หงเซียง ประธานของ Jumore ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการอภิปรายในหัวข้อ “Redesigning Trade” และได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดกับนายเอ็นริเก เปญา นิเอโต ประธานาธิบดีเม็กซิโก นายจอห์น คีย์ นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ นายเคน อัลเลน ประธาน DHL และอีกมากมาย โดยนายลู่ หงเซียง ได้ชี้ให้เห็นว่า โมเดล E4B (Ecosystem for Business) จะเป็นกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า รวมถึงพลิกโฉมรูปแบบการค้า และในฐานะที่ Jumore เป็นผู้คิดค้นโมเดล E4B ทางบริษัทจะดึงศักยภาพสูงสุดของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซออกมา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์กับประเทศต่างๆ และผู้ประกอบการทั่วโลก พร้อมช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมและสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการต้นน้ำและปลายน้ำรายอื่นๆ ตลอดจนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและครบวงจรจากผู้ประกอบการบุคคลที่สามระดับพรีเมียมทั่วโลก

          หลังจากการอภิปรายแบบคณะเสร็จสิ้นลง Jumore ได้จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายใต้หัวข้อ “Interconnection & Sharing Economy” ให้กับบรรดาผู้นำธุรกิจในกลุ่ม APEC ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ภาคธุรกิจจีนได้มีโอกาสเป็นผู้จัดกิจกรรมนี้ นับตั้งแต่มีการจัดประชุม APEC Summit มานาน 27 ปี

          ข้อมูลสถิติเผยให้เห็นว่า ณ เดือนกันยายน 2559 Jumore ได้บรรลุความร่วมมือกับทุกมณฑลในประเทศจีน รวมถึงประเทศอื่นๆอีกกว่า 100ประเทศทั่วโลก นอกจากนั้นยังสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศสมาชิกกลุ่ม APEC ด้วย ทั้งนี้ นอกจากการประชุม APEC Summit แล้ว Jumoreจะเดินทางไปยังทวีปอเมริกาเพื่อพูดคุยเรื่องความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐและตัวแทนจากภาคเอกชนทั่วโลก โดยในระหว่างนั้น Jumore จะจัดการประชุมสุดยอดด้านอีคอมเมิร์ซข้ามแดนในประเทศต่างๆ เพื่อกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

          ที่มา: Jumore

          AsiaNet 66627

HIMSS ผนึกกำลัง CHIME พลิกโฉมแวดวงสุขภาพระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบอร์ลิน–22 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Healthcare Information and Management Systems Society (HIMSS) และ College of Health Information Management Executives (CHIME) บรรลุข้อตกลงเป็นพันธมิตรในทุกโครงการและทุกชุมชนผู้เชี่ยวชาญนอกอเมริกาเหนือ ภายใต้ชื่อ HIMSS-CHIME International โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมากที่สุดในแวดวงเทคโนโลยีสารสนเทศเชิงสุขภาพ เพื่อดำเนินงานทั้งในเชิงพันธมิตรและเชิงกลยุทธ์อันจะนำไปสู่การพลิกโฉมแวดวงสุขภาพทั่วโลก 

HIMSS-CHIME International จะจัดการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเชิงสุขภาพ ให้ความรู้ด้านภาวะผู้นำ ให้การรับรอง รวมถึงจัดกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย โดยจะมีการออกหนังสือรับรองความเชี่ยวชาญ 2 ฉบับ ได้แก่ Certified Healthcare CIO (CHCIO) ของCHIME และ Certified Professional in Health Information Management Systems (CPHIMS) ของ HIMSS การจับมือกันครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเชิงสุขภาพต่างกำลังมองหาช่องทางในการเติบโตทางหน้าที่การงาน ขณะเดียวกันก็ต้องการแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยทั่วโลก   

ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา HIMSS ได้ขยายกิจการไปทั่วโลกผ่านทางสำนักงานในสหราชอาณาจักร เยอรมนี และสิงคโปร์ โดยมีการเติบโตทั้งในแง่ของสมาชิก การจัดงาน ช่องทางสื่อ และการวิเคราะห์ ขณะเดียวกัน การประกาศความร่วมมือครั้งนี้ยังถือเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของ HIMSS เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่คอนเทนต์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเชิงสุขภาพผ่านการประชุมใหญ่กว่า 30 งาน ชุมชนสมาชิก และช่องทางการกระจายคอนเทนต์ดิจิทัลอื่นๆ 

เอช สตีเฟน ลีเบอร์ ประธานและซีอีโอของ HIMSS กล่าวว่า การก่อตั้ง HIMSS-CHIME International แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้ง2 องค์กรในการมีส่วนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเชิงสุขภาพ คอนเทนต์ด้านสุขภาพของ CHIME มีความสอดคล้องเป็นอย่างดีกับการประชุม ชุมชน การวิเคราะห์ และบริการคอนเทนต์ของเรา” 

รัสเซลล์ แบรนเซลล์ ประธานและซีอีโอของ CHIME กล่าวว่า “การก่อตั้ง HIMSS-CHIME International เป็นผลพวงมาจากความสำเร็จของโครงการ Healthcare CIO Boot Camps และ Executive Leadership Academies ที่เราได้จัดขึ้นร่วมกับ HIMSS ตั้งแต่ปี 2558 เราหวังว่าการร่วมมือกับ HIMSS และอาสาสมัครจากนานาชาติ จะช่วยให้เราเข้าถึงผู้คนทั่วโลกมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” 

HIMSS-CHIME International จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานHIMSS World of Health IT ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 21-22 พฤศจิกายนนี้ ที่บาร์เซโลนา โดยคาดว่างานนี้จะเป็นมหกรรมเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพของยุโรปที่ทรงอิทธิพลและล้ำสมัยมากที่สุด  

สรุปสาระสำคัญ

– Healthcare Information and Management Systems Society (HIMSS) และ College of Health Information Management Executives (CHIME) บรรลุข้อตกลงเป็นพันธมิตรในทุกโครงการและทุกชุมชนผู้เชี่ยวชาญนอกอเมริกาเหนือ

– HIMSS-CHIME International จะจัดการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเชิงสุขภาพ ให้ความรู้ด้านภาวะผู้นำ ให้การรับรอง รวมถึงจัดกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

รัสเซลล์ แบรนเซลล์ ประธานและซีอีโอของ CHIME กล่าวว่า“เราหวังว่าการร่วมมือกับ HIMSS และอาสาสมัครจากนานาชาติ จะช่วยให้เราเข้าถึงผู้คนทั่วโลกมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” 

ที่มา: HealthTech Wire

XCMG เข้าร่วมงาน bauma China 2016 ยกทัพเครื่องจักรก่อสร้างเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–22 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

XCMG ผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างชั้นนำของโลก ยกทัพผลิตภัณฑ์ดาวเด่น เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และโซลูชั่นครบครัน มาเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่งาน bauma China ครั้งที่ 8 ประจำปี 2016 ระหว่างวันที่ 22-25 พฤศจิกายน ณ ศูนย์จัดนิทรรศการ Shanghai New International Expo Centre ภายใต้แนวคิด “Ingenuity & Intelligent Manufacturing for You

XCMG จัดแสดงผลิตภัณฑ์เครื่องจักรก่อสร้าง 70 รายการ รวมถึงนำเสนอชิ้นส่วนหลักอีก 45 รายการ ในงาน bauma China ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆสองปี นับเป็นการยกทัพผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ที่สุดและครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ไฮไลท์ของ XCMG ในงาน bauma China 2016 ประกอบด้วยรถเครน 8 เพลา ขนาด 1,200 ตัน ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในทุกสภาวะพื้นผิวคันแรกของอุตสาหกรรม นอกจากนั้นยังมีรถเครนอัจฉริยะ รถขุดเหมืองขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า รถเกรดสำหรับเหมืองแร่ประสิทธิภาพสูง และรถขุดเหมืองขนาดใหญ่หลายรุ่น เช่น รถขุดดินระวางขนาดใหญ่ เป็นต้น

นอกจากนี้ XCMG ยังเปิดตัวเครื่องมิลลิ่งแบบสองสล็อตที่พัฒนาและทดสอบเอง รวมถึงเครื่องจักรงานคอนกรีตซีรีย์ S9 ที่พัฒนาร่วมกับบริษัท Schwing จากเยอรมนี ที่ถูก XCMG เข้าซื้อกิจการไปเมื่อปี 2012 พร้อมด้วย SQS625 รถเครนขนส่งขนาดมหึมาที่สุดในจีน และ XR550Dปั้นจั่นขุดเจาะแบบมีแกนหมุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในส่วนของชิ้นส่วนหลักนั้น XCMG เปิดตัวผลิตภัณฑ์มากมายที่พัฒนาขึ้นเอง อาทิ กระบอกบูมรถขุดขนาดใหญ่ และตู้ควบคุมไฟฟ้าในซีรีย์ MYF ซึ่งทั้งสองผลิตภัณฑ์ต่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพในระดับโลก

นอกจากนี้ XCMG จะเปิดโซนเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อรองรับการเปิดตัวเทอร์มินัลด้านสารสนเทศต่างๆ อันเป็นบันไดสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาด้านบิ๊กดาต้าเชิงอุตสาหกรรม

หวัง หมิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัท XCMGกล่าวว่า การโฟกัสไปที่ “เทคโนโลยีและความยั่งยืน” ทำให้บริษัทสามารถยกทัพผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดมาเปิดตัวที่งาน bauma China 2016 อีกทั้งยังมีการเปิดตัว “XCMG-Cloud” อย่างเป็นทางการในระหว่างพิธีเปิดงาน โดยถือเป็นแพลตฟอร์มคลาวด์เชิงอุตสาหกรรมแพลตฟอร์มแรกของจีน ซึ่งXCMG พัฒนาร่วมกับ Alibaba

คุณหวังกล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม XCMG ไม่เพียงแต่เป็นผู้ผลิตเครื่องจักรและชิ้นส่วนคุณภาพเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมด้วย”

เกี่ยวกับ XCMG

XCMG เป็นบริษัทข้ามชาติผู้ผลิตเครื่องจักรหนักที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 73 ปี และปัจจุบันติดอันดับ 9 ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างของโลก บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังกว่า 173 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.xcmg.com หรือติดตาม XCMG Group ได้ทาง Facebook, Twitter, YouTube, LinkedIn and Instagram

OMICS International เปิดเว็บไซต์เผยแพร่งานวิจัยอย่างเสรี หวังลดช่องว่างในการเข้าถึงข้อมูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอสแองเจลิส22 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพจากประเทศในเอเชียและประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก มักไม่ถูกนำไปอ้างอิงและเข้าไม่ถึงแวดวงวิทยาศาสตร์ระดับโลก

Dr. Srinubabu Gedela ซีอีโอของ OMICS International เผยว่า วารสารที่เข้าถึงได้อย่างเสรี หรือ Open Access Journals ถือกำเนิดขึ้นเพื่อทลายกำแพงข้อมูลและงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงแหล่งความรู้

 OMICS International Logo / OMICS International (PRNewsFoto/OMICS International)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161023/431540LOGO

แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาทั่วโลกจะสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ผลงานวิจัยกลับไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เนื่องจากการเผยแพร่ข้อมูลมักเป็นแบบปิด ชุมชนนักวิจัยและประชาชนทั่วไปจึงไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ดังนั้น ผลงานวิจัยที่ถูกต้องและมีคุณภาพจึงควรได้รับการเผยแพร่อย่างเสรีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก่อนที่งานวิจัยดังกล่าวจะล้าสมัย

สำหรับสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาทั่วโลกนั้น ประเทศในเอเชีย (จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลีใต้) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 40ขณะที่อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ลดลงสู่ระดับ 30จากเดิมที่ 35ส่วนยุโรปอยู่ที่ 20และอีก 10ที่เหลือเป็นของทวีปอื่นๆ ขณะเดียวกัน มีการคาดการณ์ว่าจีนจะทุ่มงบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนาแซงหน้ายุโรปและสหรัฐอเมริกาภายในปี 2563 และหากพิจารณาตามสัดส่วนจีดีพีจะพบว่า อิสราเอลและเกาหลีใช้งบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนาสูงสุดที่ 4.21และ 4.15ตามลำดับ ตามมาด้วยญี่ปุ่น (3.49%)ฟินแลนด์ (3.32%) และสวีเดน (3.12%)

นอกจากนี้ OMICS International ยังเผยว่า สหรัฐอเมริกามีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา 5.14 แสนล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยจีน (3.97 แสนล้านดอลลาร์) ญี่ปุ่น (1.67 แสนล้านดอลลาร์) เยอรมนี(1.09 แสนล้านดอลลาร์เกาหลีใต้ (7.หมื่นล้านดอลลาร์และอินเดีย (7.หมื่นล้านดอลลาร์) ในช่วงหลายปีมานี้ แม้เงินทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจากประเทศในเอเชียจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพกลับไม่เป็นที่รู้จักในประเทศอื่นๆทั่วโลก โดยบทความจากประเทศในเอเชียไม่ได้ถูกนำไปอ้างอิงมากนักเมื่อเทียบกับประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่ง Dr. Gedela อธิบายว่า อาจเป็นเพราะการเข้าถึงที่จำกัดและการขาดทักษะทางภาษาของประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก งานวิจัยภาษาอังกฤษที่มีอยู่เป็นจำนวนมากได้ปิดกั้นนักวิทยาศาสตร์ชาวเอเชียและแอฟริกา อย่างไรก็ดี วารสารแบบเสรีสามารถลดอุปสรรคทางภาษาได้

เกี่ยวกับ OMICS International 

OMICS International มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน และเป็นผู้บุกเบิกการเผยแพร่ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพอย่างเสรี ด้วยความช่วยเหลือจากนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 50,000 คน ที่คอยทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการ OMICS Group จึงสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากที่มีวารสารเพียง 10 ฉบับในปี 2552 สู่วารสารที่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 700 ฉบับในปี 2559 และมีฐานผู้อ่านเพิ่มขึ้นแตะ 30 ล้านราย นอกจากนี้ เว็บไซต์ ConferenceSeries.com ของ OMICS International ยังจัดการประชุมประจำปีระดับโลกกว่า 3,000 รายการ และมีการเฉลิมฉลองเดือนแห่งการเขียนเชิงวิชาการในเดือนพฤศจิกายน

ติดต่อceo@omicsgroup.org

WestLicht Camera Auction เปิดประมูลกล้อง-ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ ทุบสถิติสูงสุดหลายรายการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เวียนนา–22 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

กล้อง Nikon ทำสถิติราคาประมูลสูงถึง 384,000 ยูโร!

มูลค่าของกล้อง Nikon One พุ่งขึ้นจาก 90,000 ยูโร ไปปิดที่384,000 ยูโร นับว่าเป็นกล้อง Nikon ที่มีราคาประมูลสูงที่สุดในโลก โดยสถิติใหม่นี้เกิดขึ้นในงานประมูล WestLicht Camera Auction ครั้งที่ 30 ณ กรุงเวียนนา เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 WestLicht-Photographica-Auction-1 / Nikon One (C) WestLicht Photographica Auction. (PRNewsFoto/WestLicht Photographica Auction)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161121/441659 )

WestLicht-Photographica-Auction-2 / Alfred Eisenstaedt (1898-1995) "V-J Day Kiss in Times Square", New York 1945 (C) WestLicht Photographica Auction. (PRNewsFoto/WestLicht Photographica Auction)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161121/441660 )

กล้อง Nikon ที่สร้างสถิติใหม่คือกล้องที่ผลิตเมื่อเดือนเมษายนปี 1948 โดยเป็นล็อตที่ 3 ที่ผลิตโดย Nikon นับเป็นของขวัญล่วงหน้าในวาระครบรอบ 100 ปีของบริษัทในปีหน้า

ขณะเดียวกัน กล้องรุ่นต่างๆจาก Leitz/Leica ก็ทำราคาประมูลไปอย่างสวยงาม หนึ่งในนั้นคือกล้อง Leica M3 สีดำของช่างภาพชื่อดังอย่างHerbert List ที่ปิดประมูลไปด้วยราคา 78,000 ยูโร

ส่วนกล้อง Leica Gun Rifle สองตัวจาก E. Leitz New York ที่ผลิตในปี 1938 ปิดประมูลไปด้วยราคา 168,000 ยูโรต่อตัว

ในบรรดากล้องทั้งหมด 687 ตัวในงานนี้ มีกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ตัวแรกอย่าง Lumiere Cinematographe จากปี 1895 ซึ่งได้รับการประมูลไปในราคา 90,000 ยูโร

จุมพิตมูลค่า 48,000 ยูโร 

ภาพ V-J Day Kiss อันโด่งดังของ Alfred Eisenstaedt ได้รับการประมูลไปที่ราคา 48,000 ยูโร (จากราคาเริ่มต้น 8,000 ยูโร) ซึ่งทำสถิติสูงสุด โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพทหารเรือหนุ่มจุมพิตนางพยาบาลสาว ณ จตุรัสไทม์สแควร์ ระหว่างการฉลองสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945 ภายหลังมีการเปิดเผยว่านางพยาบาลคนดังกล่าวคือ Greta Friedmanชาวออสเตรีย เธออพยพจากเมือง Wiener Neustadt มายังสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1938 และเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ ราคาประมูลทั้งหมดรวมเบี้ยประกันภัยแล้ว 

สำหรับงานประมูลครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ส่วนสินค้าที่ได้รับการประมูลในปีนี้จะทยอยจัดส่งให้แก่ผู้ชนะการประมูลภายในเดือนกุมภาพันธ์ 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WestLicht Auction House ได้ที่http://www.westlicht-auction.com

WestLicht Photographica Auction

Westbahnstrasse 40

A-1070 Vienna

โทร. +43(0)1-523-56-59

อีเมล: auction@westlicht.com

เว็บไซต์: http://www.westlicht-auction.com

ติดต่อ:

Stefan Musil

โทร. +43(0)676-931-66-65

อีเมล: musil@westlicht.com

ที่มา: WestLicht Photographica Auction