ButlerTech จับมือ Guestline เปิดตัว “ButlerPad” แอปใหม่พลิกโฉมการพักโรงแรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–2 ก.พ.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

แอป “ButlerPad” จาก ButlerTech จะช่วยยกระดับการสื่อสารกับลูกค้า เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า กระตุ้นรายได้ และสร้างความภักดีต่อแบรนด์ให้แก่โรงแรมทั่วโลก

 

ButlerTech บริษัทเทคโนโลยีการท่องเที่ยวระดับโลก ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับ Guestline ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอสังหาริมทัพย์บนคลาวด์สำหรับอุตสาหกรรมการบริการทั่วยุโรปและเอเชีย

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมการท่องเที่ยวและการบริการผ่านนวัตกรรมดิจิตอล ButlerTech จึงเตรียมเปิดตัว ButlerPad แอปพลิเคชันพนักงานโรงแรมเสมือนจริงระดับแนวหน้า ในโรงแรมชื่อดังของเอเชียกว่า 10 แบรนด์ภายในไตรมาส 1 ของปี 2559 โดย Guestline จะรับหน้าที่ผนวกแอปButlerPad เข้ากับ Rezlynx PMS ซึ่งเป็นระบบการจัดการโรงแรมของบริษัทที่ใช้อย่างแพร่หลายในโรงแรมกว่า 1,500 แห่ง

การผสานแอปเข้ากับระบบจัดการดังกล่าวจะทำให้โรงแรมสามารถให้บริการเช็คอินและเช็คเอาท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่แขกผู้เข้าพักก็จะได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยสามารถส่งข้อความถึงโรงแรม ก่อนเดินทางถึงที่พัก ตรวจสอบหรือชำระค่าที่พัก รวมถึงจองห้องพักซ้ำได้จากทุกที่ผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต

ButlerPad จะช่วยให้แขกผู้เข้าพักติดต่อกับโรงแรมได้ทันที และอำนวยความสะดวกสำหรับการจองทุกบริการต่างๆในโรงแรม ตั้งแต่การจองโต๊ะในร้านอาหารของโรงแรม ส่งข้อความหาแม่บ้านทำความสะอาด สั่งอาหารมากินที่ห้องพัก หรือสั่งเครื่องดื่มริมสระว่ายน้ำ โดยทุกๆการจอง การชำระเงิน และการส่งข้อความผ่านแอป ButlerPad จะถูกบันทึกในประวัติของผู้เข้าพักโดยอัตโนมัติ  

ไมค์ แมซซา ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง ButlerTech กล่าวว่า “โรงแรมต่างๆจะได้รับประโยชน์มหาศาลจากการสื่อสารที่ดีขึ้น บริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และความพึงพอใจของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ผ่านการผสานแอปของเราเข้ากับระบบ Rezlynx PMS ของ Guestline โดยการเก็บข้อมูลและการสร้างประวัติการใช้งาน ซึ่งรวมถึงประวัติการใช้สื่อโซเชียล ความสนใจของลูกค้า ตลอดจนความพึงพอใจและการใช้จ่ายของลูกค้า จะช่วยให้โรงแรมสามารถนำเสนอบริการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น พร้อมระบุตัวลูกค้าระดับวีไอพีและผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ได้ด้วย เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Guestline และเราจะปฏิวัติการให้บริการไปด้วยกัน”    

นอกจากการสื่อสารกับผู้เข้าพักที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว การผสานแอป ButlerPad เข้ากับระบบ Rezlynx PMS ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการบริการและระยะเวลาการตอบสนอง ซึ่งจะช่วยให้พนักงานมีเวลาทำงานต่างๆมากขึ้น ดังนั้น โรงแรมจะมีรายได้มากขึ้นอันเป็นผลมาจากยอดการจอง การสั่ง และการซื้อที่เพิ่มขึ้น

แอนดริว วิลเลียมส์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาของ Guestline กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งใหม่นี้จะช่วยยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการเข้าพัก ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับโรงแรมที่เลือกใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ButlerPad และ Guestline กำลังริเริ่มและบุกเบิกอนาคตแห่งการสื่อสารกับลูกค้า ด้วยโซลูชันแบบมัลติฟังก์ชันที่ทำให้ขั้นตอนการจองและกระบวนการการทำงานอัตโนมัติภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น แอปสุดล้ำสมัยนี้จะช่วยให้แขกผู้เข้าพักใช้เวลารอหน้าเคาน์เตอร์โรงแรมหรือถือสายรอน้อยที่สุด ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งผู้เข้าพักและตัวโรงแรมเอง”  

ผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตมากถึง 62% ของการใช้เวลาบนสื่อดิจิตอลทั้งหมด โรงแรมจึงจำเป็นต้องให้บริการและอำนวยความสะดวกผ่านอุปกรณ์เหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ ButlerPad ยังช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆที่พบในการสำรวจล่าสุดของ YouGov ที่เผยให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 50% รู้สึกว่าคิวรอเช็คอินเข้าโรงแรมยาวเกินไป ในขณะที่ 21% มีปัญหากับการใช้คีย์การ์ดห้องพัก และ 12% เห็นว่าการสั่งอาหารมากินที่ห้องพักใช้เวลานานเกินไป

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจเผยว่า เทคโนโลยีรูปแบบใหม่นี้มีแนวโน้มดึงดูดให้แขกกลับมาพักที่โรงแรม โดย 39% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า พวกเขามีแนวโน้มจะจองห้องพักกับโรงแรมที่สามารถเช็คอินผ่านมือถือ มากกว่าโรงแรมที่ไม่มีบริการดังกล่าว

ระบบการจองห้องพักออนไลน์ 3 ขั้นตอนของ Guestline บนแอป ButlerPad จะช่วยให้ลูกค้าสามารถจองห้องพักซ้ำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเช้าชม butlertech.co และ butlerpad.com

ติดตาม ButlerTech ได้ทาง

@Butler_Pad

www.facebook.com/ButlerPad-753364851371632

สื่อมวลชนติดต่อ

Irene Soh 

Right Hook Communications

โทร. +65 9699 3941

อีเมล: irene@righthook.com.sg

Wesley Gunter 

Right Hook Communications

โทร. +65 9679 8574

อีเมล:wesley@righthook.com.sg

เกี่ยวกับ ButlerTech และ ButlerPad

ButlerTech คือบริษัทเทคโนโลยีการท่องเที่ยวระดับโลกที่มุ่งพลิกโฉมการท่องเที่ยวและการบริการผ่านนวัตกรรมดิจิตอล ในปี 2559 ButlerTechได้เปิดตัว ButlerPad แอปพลิเคชันพนักงานโรมแรมเสมือนจริงที่มาพร้อม CityButler ฟีเจอร์แนะนำจุดหมายปลายทางแบบครบครัน 

ButlerPad ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อโรงแรมและรีสอร์ททั่วโลก คือโซลูชันพนักงานโรงแรมเสมือนจริงชั้นแนวหน้าของตลาด ที่ช่วยให้แขกผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์การใช้งานแบบดิจิตอลที่รวดเร็วทันใจ อีกทั้งยังติดต่อกับแผนกต่างๆภายในโรงแรมได้อย่างสะดวกสบาย (ทั้งรูมเซอร์วิส สปา ห้องอาหาร แม่บ้านทำความสะอาด ร้านค้า ฯลฯ) รวมถึงติดต่อกับธุรกิจ ร้านค้าปลีก และสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เคียงได้ด้วย

แขกผู้เข้าพักสามารถใช้แอป ButlerPad ได้อัตโนมัติผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เมื่อล็อกอินเข้า WiFi  ของโรงแรม นอกจากนั้นยังสามารถใช้แอปได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งก่อนเดินทางมาถึงหรือหลังออกจากโรงแรมไปแล้ว ผ่านทางลิงค์ HTML 5

ButlerPad ช่วยยกระดับความพึงพอใจของแขกผู้เข้าพัก เพิ่มประสิทธิภาพการบริการและระยะเวลาการตอบสนอง ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้ทั้งพนักงานโรงแรมและแขกผู้เข้าพัก จุดเด่น 5 ประการที่ทำให้ ButlerPad เป็นบริการล้ำสมัยสำหรับธุรกิจการบริการ ประกอบด้วย

1. เป็นแอปพนักงานโรมแรมเสมือนจริงเพียงแอปเดียวที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนในส่วนของพันธมิตรโรงแรม

2. เป็นแอปเดียวที่รวบรวมรายชื่อผู้ดูแลสถานที่ท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก และร้านค้าต่างๆในพื้นที่ ไม่ใช่แค่รายชื่อคร่าวๆ

3. เป็นแอปเดียวที่ให้แขกผู้เข้าพักจองหรือติดต่อกับธุรกิจ ร้านค้าปลีก หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงแรมหรือรีสอร์ทได้โดยตรง

4. เป็นแอปเดียวที่สร้างรายได้ใหม่ให้พันธมิตรโรงแรม ในรูปแบบการแบ่งค่าคอมมิชชั่นจากการจองหรือการซื้อสินค้า

5. สร้างโปรไฟล์และข้อมูลจากการใช้งานของแขกและจากการสื่อสารผ่านแอป ซึ่งให้ข้อมูลอันมีค่าและมุมมองเชิงลึกแก่พันธมิตรโรงแรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและเพิ่มความภักดีต่อแบรนด์

ButlerTech มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ และมีสำนักงานสาขาในประเทศไทย ฮ่องกง สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชม butlertech.co และ butlerpad.com

เกี่ยวกับ Guestline

 

Guestline ก่อตั้งขึ้นในสหราชอาณาจักร และให้บริการซอฟต์แวร์การจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่ล้ำสมัยแก่อุตสาหกรรมการบริการ Guestline ใช้คลาวด์และโซลูชันการสร้างรายได้ของบริษัทเพื่อช่วยให้กลุ่มธุรกิจโรงแรมและอพาร์ทเมนต์ทุกขนาดมีอัตราการเข้าพักสูงสุดและอัตราการทำกำไรสูงสุด

ซอฟต์แวร์การจัดการอสังหาริมทรัพย์ของ Guestline ที่ผสานเข้ากับแพลตฟอร์มการจองต่างๆของบริษัท กำลังสร้างรายได้ให้ธุรกิจต่างๆใน 15 ประเทศทั่วทั้ง 4 ทวีป โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกอบด้วยระบบ Rezlynx PMS, ระบบจองที่พักออนไลน์, ระบบจองจากส่วนกลาง, ช่องทางการจัดจำหน่าย, PCI compliance และ EPoS

Tune Talk เลือก Flytxt ดูแลระบบวิเคราะห์และจัดการฐานข้อมูลลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–2 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Flytxt บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคกับการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก่บริษัทโทรคมนาคมและองค์กรที่ทำงานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้รับเลือกจาก Tune Talk ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายเสมือน (Mobile Virtual Network Operator -MVNO) ที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในมาเลเซีย โดย Flytxt จะนำเสนอโซลูชั่นบริหารและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเชิงลึก (Customer Value Management – CVM) แก่Tune Talk เพื่อช่วยยกระดับคุณค่าตามวงจรชีวิตลูกค้า (Customer Lifecycle Value) ผ่านการสร้างความผูกพันตามบริบทที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และตามลักษณะเฉพาะตัวของลูกค้าแต่ละราย

Flytxt / PR NEWSWIRE INDIA - Flytxt Logo

PR NEWSWIRE INDIA – Flytxt Logo
(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20140527/10098680 )

เจสัน โล ซีอีโอของ Tune Talk กล่าวว่า เราเน้นย้ำเสมอถึงเป้าหมายในการสร้างประสบการณ์ที่มีรูปแบบเฉพาะตัวให้แก่ลูกค้าทั้งหมดของเรา ในโอกาสที่ธุรกิจของเราก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 จึงถึงเวลาแล้วที่เราจะก้าวทะยานไปอีกขั้นเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว และเพื่อตอบสนองความต้องการในปัจจุบันของลูกค้า ตลอดจนรักษาความเป็นผู้นำของเราจากคู่แข่งรายอื่นๆได้อย่างมั่นใจ การเป็นพันธมิตรระหว่าง Tune Talk กับ Flytxt จะช่วยให้เราเข้าใจลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การนำเสนอบริการที่ตรงกับความต้องการและลักษณะของลูกค้ามากขึ้น เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้งานและความต้องการตามบริบทในขณะนั้น

Flytxt จับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทต่างๆในการพลิกโฉมระบบดิจิทัล ซึ่งช่วยให้บริษัทเหล่านี้สามารถมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ได้ตรงกับลักษณะของลูกค้าผ่านจุดสัมผัสดิจิทัลต่างๆ โซลูชั่น CVM จาก Flytxt จะดึงเอาศักยภาพของชุดโมเดลวิเคราะห์มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆเพื่อทำความเข้าใจลูกค้าได้อย่างเจาะลึกยิ่งขึ้น ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ช่วยสร้างนาโนเซ็กเมนต์ที่ใช้สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อทำให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับข้อเสนอที่เหมาะสมตามลักษณะทางประชากรศาสตร์และรูปแบบการใช้งาน ขณะเดียวกัน การตัดสินใจโดยมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นเป็นตัวขับยังช่วยให้มั่นใจด้วยว่าการสื่อสารและข้อเสนอมีความเกี่ยวข้องในทางบริบทอยู่เสมอ

Mr. Hetarth Patel รองประธานอาวุโสฝ่ายการขายทั่วโลกของ Flytxt กล่าวว่า การเป็นพันธมิตรครั้งนี้ถือเป็นการบุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Tune Talk ในการเดินหน้าสร้างความผูกพันกับลูกค้าโดยใช้คุณค่าเป็นตัวขับเคลื่อน Flytxt คาดว่าการใช้โซลูชั่น CVM จะสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจให้แก่ Tune Talk ได้มากกว่า 5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

เกี่ยวกับ Tune Talk

Tune Talk เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายเสมือน (MVNO) ที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในมาเลเซีย ด้วยยอดผู้ใช้บริการ 1.5 ล้านคนในปัจจุบัน บริษัทเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมือวันที่ 19 สิงหาคม 2552 โดยมีเป้าหมายเพื่อมอบค่าโทรที่แสนถูก พร้อมนำเสนอสิ่งจูงใจที่สร้างความตื่นเต้นแปลกใหม่ให้กับส่วนตลาดที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ในฐานะที่เป็น MVNO รายหนึ่ง บริษัทจึงมีโมเดลธุรกิจที่เน้นในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การวางจำหน่าย และการบริการลูกค้า โดยไม่จำเป็นต้องสร้างและบำรุงรักษาโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เต็มรูปแบบ ทั้งหมดนี้เปิดโอกาสให้ Tune Talk ดำเนินธุรกิจด้วยต้นทุนต่ำ ซึ่งส่งผลให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นไปที่การลดค่าโทรและมอบบริการที่ดีเยี่ยมแก่ลูกค้า

เกี่ยวกับ
Flytxt

Flytxt จับมือเป็นพันธมิตรกับองค์กรต่างๆในการพลิกโฉมระบบดิจิทัล โดยช่วยให้บริษัทเหล่านี้สามารถเปลี่ยนข้อมูลเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่วัดผลได้ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้ากับการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ Flytxt นำเสนอโซลูชั่นที่ช่วยสร้างรายได้จากข้อมูลได้อย่างครบวงจร ช่วยให้องค์กรทั้งหลายสามารถมอบประสบการณ์ที่ตรงกับลูกค้าแต่ละรายผ่านจุดสัมผัสดิจิทัลต่างๆ ตลอดจนช่วยเพิ่มรายได้ ปรับปรุงอัตรากำไร และยกระดับความจงรักภักดีของลูกค้า Flytxt ดำเนินงานโดยใช้แพลตฟอร์มของบริษัทเอง และมีลูกค้ามากกว่า 50 รายใน 30 ประเทศ วิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้มือถือมาแล้วกว่า 500 ล้านคน มอบมูลค่าทางเศรษฐกิจ 2 – 7% อย่างสม่ำเสมอแก่ลูกค้า ผ่านชุดโซลูชั่นครบวงจรที่ผนวกรวมเทคโนโลยี ชุดระบบวิเคราะห์ การดำเนินงาน และบริการต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน Flytxt มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเนเธอร์แลนด์ สำนักงานองค์กรในดูไบ อีกทั้งยังมีการดำเนินงานอยู่ในปารีส ลอนดอน ธิรุวะนันทปุรัม มุมไบ สิงคโปร์ โจฮันเนสเบิร์ก ไนโรบี และเม็กซิโกซิตี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่ http://www.flytxt.com

ที่มา: Flytxt

“นิวเคลียส ซอฟต์แวร์” ประกาศความสำเร็จหลัง “แบงก์ ออฟ ควีนส์แลนด์” เลือกใช้ซอฟต์แวร์ FinnOne(TM) ของบริษัท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซิดนีย์–1 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

FinnOne จะช่วยแบงก์ ออฟ ควีนส์แลนด์ ปรับเปลี่ยนการปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อยไปสู่ระบบดิจิตอล

 

นิวเคลียส ซอฟต์แวร์ (Nucleus Software) ผู้จัดหาโซลูชั่นด้านการปล่อยสินเชื่อและการทำธุรกรรมทางธนาคารสำหรับอุตสาหกรรมบริการทางการเงินทั่วโลก ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของบริษัทด้วยการประกาศความสำเร็จในการเปิดใช้งานซอฟต์แวร์การปล่อยสินเชื่อให้กับ แบงก์ ออฟ ควีนส์แลนด์ (Bank of Queensland: BOQ) ในประเทศออสเตรเลีย โดยธนาคารชั้นนำแห่งนี้ได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ FinnOne(TM) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงระดับรางวัลของนิวเคลียส ซอฟต์แวร์ เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อย

 

คลิกเพื่อทวีต: นิวเคลียส ซอฟต์แวร์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ FinnOne(TM) ณ แบงก์ ออฟ ควีนส์แลนด์

 Nucleus Software Logo / Nucleus Software Logo (PRNewsFoto/Nucleus Software Exports Ltd.)

Nucleus Software Logo (PRNewsFoto/Nucleus Software Exports Ltd.)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160131/327710LOGO)

 

แบงก์ ออฟ ควีนส์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2417 และปัจจุบันมีสาขามากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศออสเตรเลีย โดยสาขาส่วนใหญ่ทางธนาคารเป็นผู้บริหารเอง เพื่อรับประกันว่าลูกค้าจะได้รับบริการส่วนบุคคลที่ดีที่สุด และล่าสุด BOQ ได้เลือกใช้ซอฟต์แวร์ FinnOne ของนิวเคลียส ซอฟต์แวร์ ในการรองรับตลาดการปล่อยสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อผลักดันการปล่อยสินเชื่อไปสู่ระบบดิจิตอล FinnOne ช่วยให้ BOQ ทำธุรกรรมได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นและลดการใช้กระดาษลง โดยกำลังปฏิวัติกระบวนการปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อยทั่วทั้งธนาคาร นอกจากนั้นยังช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากได้ในหลายๆทาง ซึ่งรวมถึงการแทนที่ข้อบังคับด้านเอกสารที่ไม่ยืดหยุ่นด้วยนโยบายสินเชื่อและรายการตรวจสอบที่เป็นอัตโนมัติและทันสมัย FinnOne จะช่วยให้ BOQ มีความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น และช่วยร่นระยะเวลาในการอนุมัติสินเชื่ออีกด้วย

 

คุณจอน ซัตตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BOQ กล่าวว่า นิวเคลียส ซอฟต์แวร์ เป็นพันธมิตรสำคัญที่ช่วยเหลือเราในการปรับเปลี่ยนการปล่อยสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคลไปสู่ระบบดิจิตอล ความเชี่ยวชาญในระดับโลกของบริษัทช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายในการเป็นธนาคารที่ใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น ทั้งยังช่วยสนับสนุนเราในการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิตอล ซึ่งท้ายที่สุดจะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา FinnOne จะช่วยให้การปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อยเป็นไปอย่างราบรื่นและว่องไวมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ทันสมัยตามความต้องการของลูกค้า เพื่อให้สอดคล้องกับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น นิวเคลียส ซอฟต์แวร์ คือหัวใจสำคัญในการสร้างธนาคารของเราให้เป็นที่รักมากที่สุดในออสเตรเลีย”

 

คุณวิษณุ อาร์ ดูซัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนิวเคลียส ซอฟต์แวร์ กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “การร่วมมือกับ BOQ นับว่ามีความสำคัญ 2ประการ นั่นคือ FinnOne ได้ลูกค้ารายแรกในออสเตรเลีย และเราได้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านการปล่อยสินเชื่อในระดับโลก เรามีลูกค้ากว่า 150รายทั่วโลก และยินดีที่ได้ต้อนรับ BOQ สู่ครอบครัวที่กำลังเติบโตของเรา BOQ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอลเพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด ผมรู้สึกยินดีที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นในโซลูชั่นที่มีความหลากหลายและทันสมัยของเรา ผมมั่นใจว่าความเชี่ยวชาญกว่า 3 ทศวรรษของเราจะช่วยให้BOQ บรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ รวมทั้งสามารถนำเสนอบริการที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้า และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้มากยิ่งขึ้น ผมเชื่อมั่นว่าการสร้างความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำของออสเตรเลียจะช่วยให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจมากขึ้นและรู้สึกรักธนาคารจากใจจริง”

 

เขากล่าวเสริมว่า “ออสเตรเลียเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับเราและสอดคล้องกับพันธกิจของเรา เราจึงก่อตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคในซิดนีย์ เพื่อดำเนินงานในด้านการขาย การให้บริการระดับมืออาชีพ ตลอดจนการสนับสนุนในด้านต่างๆ”

 

FinnOne(TM) เป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของนิวเคลียส ซอฟต์แวร์ ที่ได้รับตำแหน่ง “No. 1 Best Selling Lending System” จาก International Banking Systems (IBS) เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน โดย FinnOne(TM) ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ การสนับสนุนการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง และศักยภาพในการตัดสินใจของบรรดาธนาคารและบริษัทผู้ให้บริการทางการเงิน FinnOne(TM) รองรับทั้งการปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อยและรายใหญ่ จึงเป็นโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ประกอบธุรกิจการปล่อยสินเชื่อ

 

เกี่ยวกับแบงก์ ออฟ ควีนส์แลนด์

 

BOQ เป็นธนาคารชั้นนำของออสเตรเลีย ที่นำเสนอบริการทางการเงินที่เป็นอิสระอย่างแท้จริงให้แก่ลูกค้าในออสเตรเลีย กลยุทธ์สำคัญของ BOQคือการดำเนินงานที่เป็นเลิศและการนำเสนอบริการอันโดดเด่นให้แก่ลูกค้า BOQ นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทั้งการธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยและรายใหญ่ บริการทางการเงิน การประกันทั่วไปและประกันชีวิต รวมถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

 

แบงก์ ออฟ ควีนส์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2417 และปัจจุบันมีสาขามากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ โดยมีตัวแทนในทุกรัฐและดินแดนของออสเตรเลียBOQ เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทชั้นนำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย และมีสินทรัพย์รวมกว่า 4.3027 หมื่นล้านดอลลาร์ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.boq.com.au/

 

เกี่ยวกับนิวเคลียส ซอฟต์แวร์

 

นิวเคลียส ซอฟต์แวร์ คือผู้จัดหาโซลูชั่นด้านการปล่อยสินเชื่อและการทำธุรกรรมทางธนาคารสำหรับอุตสาหกรรมบริการทางการเงินทั่วโลก ซอฟต์แวร์ของบริษัทช่วยยกระดับการดำเนินงานให้กับบริษัท 150 แห่งใน 50 ประเทศ เพื่อรองรับการธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยและรายใหญ่ การบริหารเงินสด อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง สินเชื่อรถยนต์ และธุรกิจอื่นๆ

 

นิวเคลียส ซอฟต์แวร์ มีชื่อเสียงในเรื่องความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมระดับโลกในด้านการปล่อยสินเชื่อและการทำธุรกรรมทางธนาคาร บริษัทมีผลิตภัณฑ์เรือธง 2 รายการซึ่งใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ได้แก่

 

– FinnOne(TM) ซึ่งได้รับตำแหน่ง “World’s Best Selling Lending System” 7 ปีติดต่อกัน (จาก IBS)

 

– FinnAxia(TM) ซึ่งเป็นโซลูชั่นการทำธุรกรรมทางธนาคารครบวงจรที่ถูกนำไปใช้ในหลายธนาคารทั่วโลก เพื่อนำเสนอบริการชำระเงินและชำระหนี้ บริการบริหารสภาพคล่อง และบริการอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งสำหรับลูกค้าธุรกิจที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ

 

นิวเคลียส ซอฟต์แวร์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ National Stock Exchange และ Bombay Stock Exchange ในอินเดีย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nucleussoftware.com

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

จามิน สมิธ

หัวหน้าฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรของ BOQ

อีเมล: mediarelations@boq.com.au

โทร. +61(0)7-3212-3018

 

โทมัส โจนส์

รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาค ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

นิวเคลียส ซอฟต์แวร์ 

อีเมล: Thomas.jones@nucleussoftware.com

โทร. +61-2-9004-7202

 

รัศมี โจชิ

นิวเคลียส ซอฟต์แวร์

อีเมล: rashmi.joshi@nucleussoftware.com

โทร. +91-9560694654

            ที่มา: Nucleus Software Exports Ltd.

Dr. Guislain Museum และ Janssen Research & Development, LLC เปิดรับสมัครผู้เข้าชิงรางวัล Dr. Guislain “Breaking the Chains of Stigma” ประจำปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เกนต์, เบลเยียม–2 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – การเฟ้นหาผู้มีคุณูปการในการเยียวยาผู้ป่วยสุขภาพจิตที่ถูกตีตราจากสังคม

          พิพิธภัณฑ์ Dr. Guislain Museum ในเมืองเกนต์ ประเทศเบลเยี่ยม จับมือกับบริษัท Janssen Research & Development, LLC ขอเชิญชวนบุคคลและองค์กรทั่วโลกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Dr. Guislain “Breaking the Chains of Stigma” ประจำปีครั้งที่ 5 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับบุคคล โครงการ หรือองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ดีเด่นในด้านการช่วยเหลือผู้ป่วยสุขภาพจิตที่ถูกตีตราจากสังคม โดยบุคคลและองค์กรจากทั่วโลกสามารถเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลได้ที่ www.drguislainaward.org ซึ่งจะเปิดรับรายชื่อจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2559 โดยผู้ชนะจะได้รับรางวัลมูลค่า 50,000 ดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้สานต่อในการดำเนินงานให้เกิดการลดการตีตราจากสังคมในหมู่ผู้ป่วยสุขภาพจิตต่อไป

logo

          “ผู้ป่วยสุขภาพจิตทั่วโลกยังคงถูกตีตราในสังคม เราจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเชิดชูเกียรติผู้ที่เป็นแนวหน้าในการต่อสู้เพื่อลดอคติที่มีต่อผู้ป่วยสุขภาพจิต” Brother Rene Stockman ผู้อำนวยการใหญ่ของ Dr. Guislain Museum กล่าว “Dr. Guislain ได้อุทิศตนมาทั้งชีวิตเพื่อกำจัดอคติและสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม เราภูมิใจที่ได้สานต่องานอันทรงเกียรติเช่นนี้ ด้วยการยกย่องผู้ที่ทุ่มเทให้กับผู้ป่วยสุขภาพจิตซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้”

          คณะกรรมการคัดเลือกอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญและผู้มีชื่อเสียงในแวดวงสุขภาพจิตระดับโลก จะตัดสินบุคคล โครงการ หรือองค์กรที่ได้รับรางวัลนี้ และจะจัดพิธีมอบรางวัลในวันสุขภาพจิตโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ตุลาคม 2559 ที่มหานครนิวยอร์ก

          จากความทุ่มเทอย่างไม่ลดละและความสามารถอันโดดเด่นในการช่วยบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ของผู้ป่วยสุขภาพจิต อีกทั้งยังได้บุกเบิกและสนับสนุนการตั้งชมรมศิลปะภายในสถานที่ดูแลรักษาผู้ป่วยสุขภาพจิต ทำให้ Janos Marton, Ph.D. ผู้อำนวยการของ The Living Museum ในย่านควีนส์ของนิวยอร์ก เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลเมื่อปีที่แล้ว

          “Janssen มีประวัติอันยาวนานและมีความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตและทางระบบประสาท” Husseini K. Manji, MD หัวหน้าฝ่ายรักษาโรคทางประสาทวิทยาศาสตร์ บริษัท Janssen Research & Development, LLC กล่าว “เป้าหมายสูงสุดของเราคือการเปลี่ยนชีวิตของผู้ป่วยสุขภาพจิตทุกคน ซึ่งสิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้เรายกย่องบุคคลจากทั่วโลกที่มีส่วนในการกำจัดการตีตราจากสังคมให้หมดไป”

          Janssen มีความมุ่งมั่นในการพัฒนางานวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์ โดยย้อนไปตั้งแต่สมัย Dr. Paul Janssen (พ.ศ.2469-2546) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นทั้งแพทย์และนักวิจัยเภสัชกรรมที่มีพรสวรรค์ รวมถึงมีความทุ่มเทที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น และเพื่อสานต่อปณิธานของเขา Janssen จึงให้การสนับสนุนชุมชนสุขภาพจิตรวมถึงองค์กรและโครงการต่างๆมากมาย โดยในปี 2554 ทาง Janssen Pharmaceutical Companies of Johnson & Johnson ได้เปิดตัวโครงการ Healthy Minds ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างพันธมิตรในแวดวงเทคโนโลยีชีวภาพ เภสัชกรรม และภาครัฐ เพื่อเร่งให้เกิดการคิดค้นยารักษาใหม่ๆสำหรับโรคทางสมอง

          เกี่ยวกับ Dr. Guislain “Breaking the Chains of Stigma” Award

          บุคคล องค์กร หรือโครงการต่างๆจากทั่วโลกที่ได้บำเพ็ญประโยชน์ในการจัดการหรือรณรงค์ให้สังคมเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิต ต่างมีสิทธิ์ที่จะได้รับรางวัล Dr. Guislain “Breaking the Chains of Stigma” ซึ่งรางวัลนี้จะมอบให้แก่บุคคล องค์กร หรือโครงการที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

          – มีคุณูปการด้านการดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิตในระดับวัฒนธรรม และ/หรือ ระดับสังคม

          – ทุ่มเททำงานเพื่อลดการตีตราจากสังคมในหมู่ผู้ป่วยสุขภาพจิต

          – ส่งเสริม/ให้ความเอาใส่ใจดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิต

          – ทุ่มเททำสิ่งเหล่านี้ด้วยใจรัก ด้วยความคิดสร้างสรรค์ และแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร

          รางวัล Dr. Guislain “Breaking the Chains of Stigma” นี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr. Joseph Guislain (พ.ศ.2340-2403) ผู้อุทิศตนให้กับการช่วยเหลือผู้ป่วยสุขภาพจิต และเป็นจิตแพทย์ชาวเบลเยียมคนแรกที่ทำการรักษาผู้ป่วยสุขภาพจิตตามหลักวิทยาศาสตร์ Dr. Guislain ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อเรียกร้องสิทธิให้กับผู้ป่วย และช่วยให้ผู้ป่วยมีสถานะทางสังคมที่ดีขึ้น ทั้งนี้ Dr. Guislain Museum ร่วมกับ Janssen ในการสนับสนุนรางวัลนี้ โดยใช้เงินทุนจาก Janssen โดยที่องค์กรทั้งสองแห่ง ต่างมีประวัติอันยาวนานและมีส่วนร่วมในการวิจัย รักษา และให้ความรู้เกี่ยวกับอาการป่วยทางสุขภาพจิตมาโดยตลอด

          เกี่ยวกับ Dr. Guislain Museum

          Dr. Guislain Museum ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2529 ที่เมืองเกนต์ ประเทศเบลเยียม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีการจัดนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ด้านจิตเวชศาสตร์ รวมถึงจัดแสดงผลงานศิลปะเกี่ยวกับผู้ที่ถูกสังคมกีดกัน นอกจากนั้นยังมีการจัดนิทรรศการหมุนเวียนในหัวข้อต่างๆ Dr. Guislain Museum มีภาพถ่ายทางจิตเวช เอกสารสำคัญที่เก็บรวบรวมมานานกว่า 200 ปี และห้องสมุดบันทึกประวัติศาสตร์ด้านจิตเวชศาสตร์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อมอบความรู้ให้แก่สาธารณชน ทำให้ผู้คนเลิกเข้าใจผิดและเลิกมีอคติกับการรักษาผู้ป่วยสุขภาพจิต พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีผู้เข้าชมราว 72,000 คนต่อปี

          พนักงานและเจ้าหน้าที่ของบริษัท Johnson & Johnson และ Janssen Research & Development, LLC รวมถึงบริษัทสาขาและบริษัทในเครือ พิพิธภัณฑ์ Dr. Guislain Museum เอเจนซี่โฆษณาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสมาชิกครอบครัวใกล้ชิดของบุคลากรที่กล่าวถึงข้างต้น ไม่มีสิทธิเข้าร่วมในรางวัล Dr. Guislain Award ทั้งในฐานะผู้เสนอชื่อ ผู้ชิงรางวัล หรือผู้ตัดสินรางวัล โดยคำว่าครอบครัวใกล้ชิดนั้นหมายถึงพ่อแม่ พี่น้อง หรือบุคคลที่อาศัยอยู่ในชายคาเดียวกันกับพนักงาน

          ติดต่อ:

          Patrick Allegaert

          Dr. Guislain Museum

          โทร. +32 9 216 35 95

          อีเมล: allegaert.patrick@gmail.com 

          Yoon Hee Lamot

          Dr. Guislain Museum

          โทร. +32 9 216 35 36

          อีเมล: y.lamot@museumdrguislain.be

AACSB International โชว์นวัตกรรมแห่งอัจฉริยะภาพและการสร้างสรรค์จากสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เทมปา, ฟลอริดา–2 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          การเปิดตัวโครงการ “Innovations That Inspire” ซึ่งพร้อมนำเสนอกลยุทธ์เชิงสร้างสรรค์ที่จัดทำขึ้นโดยสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจ ทั้งกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง การเป็นผู้ประกอบการ การพัฒนาอาชีพและอื่นๆ

          สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจต่างๆ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่อุดมไปด้วยความคิดนอกกรอบมาเป็นเวลานาน ในวันนี้ ณ ที่ประชุมคณบดีของสถาบัน  AACSB International (AACSB) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานระดับโลก และเป็นสมาชิกสมาคมของสถาบันธุรกิจหลายแห่ง ได้จัดแสดงตัวอย่าง นวัตกรรม 30 รายการ ที่นำเสนอวิธีการที่สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจต่างๆ คิดค้นนวัตกรรมและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ด้านธุรกิจได้อย่างหลากหลาย

          เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองครบรอบศตวรรษของ AACSB และโครงการด้านวิสัยทัศน์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ การเปิดตัว ” Innovations That Inspire ” จึงจะช่วยนำเสนอจุดเด่นของวิธีต่างๆ ที่สมาชิกสถาบันการศึกษาในเครือ AACSB ทั่วโลกใช้ในการรังสรรค์และสร้างความหลากหลายให้แก่บรรยากาศในการเรียนรู้ด้านธุรกิจ ตั้งแต่วิธีการเข้าถึงการวิจัยและการศึกษาค้นคว้าไปจนถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้น รวมถึงการตรวจสอบการบริหารจัดการและการดำเนินงาน สถาบันธุรกิจเหล่านี้จะเป็นผู้ให้คำจำกัดความใหม่ๆเกี่ยวกับวิธีการที่สถาบันวิชาการทุกแขนงสร้างสรรค์ สั่งสอน เชื่อมโยง และนำทางผู้เรียน

          “สถาบันการศึกษาธุรกิจทั่วโลกต่างมีส่วนช่วยสนับสนุนสังคมในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งจากความคิดนอกกรอบ การบุกเบิกวิชาการเชิงปฏิบัติ ไปจนถึงการทุ่มเทเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้บริการธุรกิจในอนาคต” นายโทมัส อาร์. โรบินสัน ประธานและซีอีโอของ AACSB กล่าว “โครงการ Innovations That Inspire จะนำความคิดมาสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรม ความสร้างสรรค์ และการเป็นผู้ประกอบการซึ่งฝังอยู่ในสายเลือดของสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจต่างๆ เราภูมิใจที่ได้นำเสนอความคิดอันล้ำลึก กว้างขวาง และแยบคายอันเกิดขึ้นจากการศึกษาด้านการบริหารจัดการในทุกๆ วันนี้”

          สมาชิก AACSB ได้รับเชิญให้ร่วมแบ่งปันวิธีการซึ่งท้าทายอุดมคติแบบเดิมๆ และสร้างผลกระทบด้านบวกต่อสถาบัน นักเรียน และสังคมในภาพรวม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มดังกล่าว โดยมีการส่งผลงานกว่า 300 ชิ้น จากสถาบันซึ่งเป็นสมาชิกเครือ AACSB กว่า 200 แห่ง ใน 35 ประเทศ ที่ล้วนมีแรงบันดาลใจในการสร้างความมุ่งมั่นเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ นวัตกรรม และผลกระทบให้เกิดขึ้น

          “Innovations That Inspire ถือเป็นหนึ่งในวิธีการที่ AACSB หาทางผลักดันและสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาดเนธุรกิจต่างๆ เปิดรับความคิดนอกกรอบ” วิลเลียม เอช. กลิค ประธานผู้บริหาร AACSB และ คณบดีของสถาบันบัณฑิตวิทยาลัยด้านธุรกิจ เจส เอช. โจนส์ แห่งมหาวิทยาลัยไรซ์ กล่าว “การส่งผลงานต่างๆเข้ามาล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพลังของสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งเป็นสมาชิกของ AACSB ในการเป็นผู้ผลักดันนวัตกรรม สร้างสรรค์ความรู้ แหล่งการเรียนรู้อันไม่สิ้นสุด การเป็นผู้นำด้านภาวะผู้นำ และสามารถแบ่งปันความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันได้”

          สำหรับรายละเอียดภาพรวมของนวัตกรรมที่จะนำไปจัดแสดง กรุณาเยี่ยมชมได้ที่ www.AACSB.edu/Innovations-That-Inspire ในอีกไม่กี่เดือนนี้ AACSB จะเริ่มจัดแสดงตามโรงเรียนต่างๆมากขึ้น รวมทั้งนำเสนอนวัตกรรมต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงระดับของความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นอันน่าประทับใจจนอยู่ในระดับที่ได้คุณภาพมากขึ้น นอกจากนี้ สมาชิกในเครือ AACSB จะได้รับช่องทางในการเข้าถึงฐานข้อมูลมาตรฐานของ AACSB ที่มีชื่อว่า  DataDirect อีกด้วย

          ลักษณะที่ครอบคลุมของโครงการริเริ่มด้านวิสัยทัศน์ที่ AACSB กำลังจะจัดขึ้น มีพร้อมให้ชมแล้วที่ www.AACSB.edu/Vision สำหรับผลงานค้นคว้าจากโครงการด้านวิสัยทัศน์นี้ จะได้รับการนำเสนอที่งาน  ICAM ประจำปี 2559 ที่บอสตัน รัฐแมสซาชูเชตส์ สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายนนี้

          เกี่ยวกับ AACSB International

          AACSB ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2459 เป็นสมาคมที่ประกอบไปด้วยสถาบันการศึกษา สถาบันธุรกิจ ตลอดจนองค์กรต่างๆกว่า 1,450 แห่งใน 90 ประเทศ AACSB มีพันธกิจในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนด้านการบริหารจัดการทั่วโลก ด้วยการรับรองคุณภาพ เป็นผู้นำทางความคิด และให้บริการมูลค่าเพิ่ม ในฐานะที่เป็นหน่วยงานสำคัญซึ่งมีหน้าที่ออกใบรับรองให้กับสถาบันการศึกษาที่สอนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกสาขาธุรกิจและการบัญชี AACSB ได้นำเสนอบริการที่หลากหลายให้กับวงการศึกษาด้านการบริหารธุรกิจ AACSB มีสำนักงานใหญ่ระดับโลกอยู่ที่เมืองเทมปา รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่สิงคโปร์ รวมถึงสำนักงานใหญ่ประจำยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

DERMALOG ส่งมอบเล่มหนังสือเดินทางไบโอเมตริกรูปแบบใหม่ให้รัฐบาลมัลดีฟส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

 มาเล่, มัลดีฟส์–1 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          DERMALOG ผู้นำด้านนวัตกรรมไบโอเมตริกจากเยอรมนี ได้จัดส่งหนังสือเดินทางที่มีการบันทึกข้อมูลชีวภาพ (Biometric Passport) แบบใหม่ รวมถึงระบบไอทีสำหรับการประทับตราและการบันทึกข้อมูลหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่สาธารณรัฐมัลดีฟส์ นอกจากนี้ DERMALOG ยังได้ส่งมอบระบบควบคุมการผ่านแดนแบบใหม่ ซึ่งรวมถึงประตูอัตโนมัติและระบบตรวจสอบลายนิ้วมืออัตโนมัติ (Automatic Fingerprint Identification System – AFIS) ความเร็วสูงให้แก่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมัลดีฟส์ โดยมัลดีฟส์เป็นประเทศแรกในสมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคเอเชียใต้ (South Asian Association for Regional Cooperation – SAARC)ที่ริเริ่มการใช้หนังสือเดินทางไบโอเมตริกที่มีความซับซ้อน รวมทั้งระบบควบคุมการผ่านแดนดังกล่าว

          – อ้างอิง: สามารถรับชมรูปภาพได้ที่ AP Images ( http://www.apimages.com ) –

          ประธานาธิบดีอับดุลลา ยามีน อับดุล กายูม แห่งมัลดีฟส์ ได้เปิดตัวหนังสือเดินทางที่มีการบันทึกข้อมูลชีวภาพแบบใหม่ของมัลดีฟส์ ประกอบด้วยหน้าข้อมูลโพลีคาร์บอเนตที่มีความปลอดภัยสูง โดยฝังข้อมูลและรูปถ่ายด้วยเลเซอร์ ขณะที่หน้าวีซ่าแต่ละหน้าในหนังสือเดินทางจะมีแบบลวดลายที่แตกต่างกันออกไป ด้วยฝีมือการวาดภาพประกอบของนายฮุสเซน อาลี มานิก ศิลปินชาวมัลดีฟส์ ด้านนายโมฮัมหมัด อันวาร์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมัลดีฟส์ ได้เน้นย้ำในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานว่า หนังสือเดินทางรูปแบบใหม่ของมัลดีฟส์คือหนึ่งในหนังสือเดินทางไบโอเมตริกที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดในโลก โดยประกอบด้วยคุณลักษณะด้านความปลอดภัยทั้งที่มองไม่เห็นและมองเห็นถึง 34 จุด อีกทั้งยังสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดสำหรับหนังสือเดินทาง

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160128/326894 )

          พร้อมกันนี้ ในวันเดียวกันยังได้มีการเปิดตัว DERMALOG eGates ที่สนามบินนานาชาติอิบราฮิม นาซีร์ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้โดยอัตโนมัติโดยใช้หนังสือเดินทางแบบใหม่ ทั้งนี้ ผู้โดยสารจะต้องสแกนหนังสือเดินทางรูปแบบใหม่ บัตรโดยสาร รวมถึงลายนิ้วมือ ประตูอิเล็กทรอนิคส์จึงจะเปิดและอนุญาตให้ผู้โดยสารผ่านเข้าไปโดยอัตโนมัติ   

          หนังสือเดินทางไบโอเมตริกและประตูอัตโนมัติเป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมการผ่านแดน และระบบ AFIS ความเร็วสูงจาก DERMALOG นับเป็นอีกครั้งที่DERMALOG ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นไบโอเมตริกเปี่ยมนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยของเอกสารและการควบคุมการผ่านแดนอัตโนมัติ

          เกี่ยวกับ DERMALOG:

          DERMALOG Identification Systems GmbH ในเมืองฮัมบูร์ก เป็นผู้ผลิตโซลูชั่นไบโอเมตริกรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมไบโอเมตริก

          คณะนักวิทยาศาสตร์ของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาระบบ “Automatic Biometric Identification Systems” (ABIS และ AFIS) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงเครื่องสแกนลายนิ้วมือรุ่นล่าสุด ระบบควบคุมการผ่านแดนไบโอเมตริก บัตรประชาชนไบโอเมตริก และเอกสารอื่นๆ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของ DERMALOG ยังรวมไปถึง “FingerLogin”, “FingerPayment” และ “FingerBanking” ตลอดจนระบบพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลด้วยการสแกนใบหน้าและม่านตา

          นอกจากเยอรมนีและยุโรปแล้ว ตลาดหลักของ DERMALOG ยังรวมถึงเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และตะวันออกกลาง โดยปัจจุบัน บริษัทได้ส่งมอบเทคโนโลยีและโซลูชั่นให้แก่หน่วยงานรัฐบาลกว่า 140 หน่วยงาน ใน 75 ประเทศ

          DERMALOG ยังเป็นผู้จัดหาโซลูชั่นไบโอเมตริกให้แก่ธนาคารและผู้ผลิตตู้เอทีเอ็มหลายราย รวมถึงโครงการธนาคารไบโอเมตริกขนาดใหญ่ที่สุดของโลก (50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยได้มีการพัฒนาและติดตั้งระบบ DERMALOG: An ABIS สำหรับธนาคาร 23 แห่ง และธนาคารกลางไนจีเรีย เพื่อรับรองความปลอดภัยให้กับทุกๆอัตลักษณ์ของลูกค้าธนาคาร และรับประกันว่าธนาคารมีระบบ KYC ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีตู้เอทีเอ็มมากมายทั่วโลกที่ติดตั้งเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือของ DERMALOG แทนระบบ PIN ที่ไม่ปลอดภัย

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไบโอเมตริกที่เปี่ยมนวัตกรรมของ DERMALOG ได้ที่ http://www.dermalog.com

 

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

          DERMALOG Identification Systems GmbH

          สื่อมวลชนสัมพันธ์

          Jon Augestad

          Mittelweg 120

          20148 Hamburg

          Germany

          โทร. +49-(40)-413227-0

          แฟกซ์: +49-(40)-413227-89

          อีเมล: Jon.Augestad@dermalog.com

          ที่มา: Dermalog Identification Systems GmbH

G2A 3D+ บริการพิมพ์สินค้าในเกมรูปแบบ 3 มิติ เปิดตัวที่งาน Taipei Game Show 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เชชูฟ, โปแลนด์, ลอนดอน และ ฮ่องกง–1 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          เกมเมอร์เล่นเกมนานต่อเนื่องเป็นชั่วโมงๆ เพื่ออัพเลเวลและปรับแต่งตัวละคร ลองนึกภาพตามดูสิว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าคุณสามารถดึงตัวละครออกมาจากเกมและนำมาตั้งเด่นเป็นสง่าบนโต๊ะของคุณ ถึงจะฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่นี่คือสิ่งที่ G2A 3D+ กำลังจะนำเสนอให้เหล่าคอเกมทั่วโลกได้สัมผัส โดยผู้เล่นเกมจะสามารถจับต้องเกมได้จริงด้วย G2A 3D+

 G2A 3Dplus / G2A Co-founders Bartosz Skwarczek (CEO) and Dawid Rozek (CMO), Patryk Kadlec, the G2A Head of Business Development and Yao Song, the Chinese Region Manager at G2A announcing G2A 3D+ in Taipei Game Show 2016. (PRNewsFoto/G2A.com)

G2A Co-founders Bartosz Skwarczek (CEO) and Dawid Rozek (CMO), Patryk Kadlec, the G2A Head of Business Development and Yao Song, the Chinese Region Manager at G2A announcing G2A 3D+ in Taipei Game Show 2016. (PRNewsFoto/G2A.com)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160129/327355 )

          G2A.COM คว้าตำแหน่งผู้นำ พร้อมผงาดขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเกม โดย Bartosz Skwarczek ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ G2A.COM กล่าวภายหลังจากร่วมพิธีตัดริบบิ้นเปิดงาน Taipei Game Show 2016 ว่า “G2A 3D+ สะท้อนให้เห็นว่าเราจริงจังกับปี 2559 และอนาคตของเกม นี่เป็นการลงทุนแรกๆของ G2A ในด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้เราสามารถรักษาตำแหน่งในตลาดเอเชียและเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆทั่วโลก”

          เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจาก Dawid Rozek ผู้ร่วมก่อตั้งและซีเอ็มโอของ G2A โดยเขากล่าวที่ยุโรปในวันนี้ (29 ม.ค.) ว่า “ขณะนี้ G2A 3D+ สามารถนำเสนอโซลูชั่นพิมพ์ 3 มิติแบบออล-อิน-วันให้แก่อุตสาหกรรมเกม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมในการปฏิวัติประสบการณ์การเล่นเกม”

          “การพิมพ์ 3 มิติมอบโอกาสไร้ขีดจำกัดในการแต่งตัวฟิกเกอร์ โมเดล และอุปกรณ์ชนิดใดก็ได้ ผู้เล่นเกมจะสามารถจับต้องเกมได้จริง และทำให้สิ่งที่มองเห็นในจอคอมพิวเตอร์กลายมามีชีวิต” Patryk Kadlec หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ G2A และผู้ก่อตั้ง 3DGence กล่าว โดยทาง G2A.COM ได้ร่วมมือกับ 3DGence ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติชั้นแนวหน้าของยุโรป

          G2A 3D+ สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบความสุขให้แก่เกมเมอร์ และเพื่อให้เหล่านักพัฒนาได้เติมความสมบูรณ์ให้เกมในแนวทางใหม่ๆ โดย Yao Song ผู้จัดการ G2Aประจำภูมิภาคจีน กล่าวว่า “คุณสามารถรอรับฟิกเกอร์ตัวแรกของคุณที่บ้านในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และจากการที่มีบริษัทในเอเชียให้ความสนใจเข้ามาอย่างมากG2A จึงเปิดโอกาสให้กับเหล่าพันธมิตรหน้าใหม่ที่งาน Asia Pacific Game Summit ในไทเป”

          “การก้าวสู่โลกแห่ง G2A 3D+ นั้นอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง G2A และผู้ให้บริการคอนเทนท์ พันธมิตรผู้มีความสนใจแต่มีทรัพยากรจำกัดก็สามารถปล่อยให้ G2A เป็นผู้พัฒนาและดำเนินการแทนได้ โดยในสายตาของลูกค้านั้น สองสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งคือ การที่เขาได้รับผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยม และการได้ผลิตภัณฑ์นั้นทันทีที่นักพัฒนารายใหม่เริ่มเข้าสู่แพลตฟอร์ม

          G2A ให้ความสำคัญลำดับแรกในด้านความปลอดภัยของคอนเทนท์ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม เพื่อจัดการกับความกังวลของชุมชนพัฒนาเกม ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีโอกาสเกิดขึ้น และการแจกจ่ายคอนเทนท์แบบผิดกฎหมาย โดยทาง G2A 3D+ ได้ดำเนินแนวทางจัดการสิทธิดิจิทัล (DRM) สามแนวทางเพื่อผู้ใช้ ได้แก่ การจัดการผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผูกขาดด้านสิทธิ (DRM free), ซอฟต์แวร์ DRM และฮาร์ดแวร์ DRM

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่ http://3dplus.g2a.com/

          หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

          คุณสมบัติเด่นของ G2A 3D+

          – โซลูชั่นแบบออล-อิน-วัน อาทิ การดึงไฟล์ออกจากเกม เครื่องมือปรับแต่ง โซลูชั่นการพิมพ์ โซลูชั่นบริการส่งทั่วโลก บริการลงสีแบบมืออาชีพ วิธีการชำระเงินทั่วโลก

          – การบูรณาการที่ง่ายและรวดเร็ว ไม่ว่ารูปแบบทำมือ หรือ API

          – คอนเทนท์แบบจับต้องได้และแบบดิจิทัลวางจำหน่ายในตลาด (ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีหรือไม่มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติส่วนตัว)

          – การให้ความสำคัญกับชุมชน, ประวัตินักออกแบบ/ศิลปิน, ประวัติองค์กร, ประวัติร้านค้า และประวัติลูกค้า

          – ใช้งานง่าย แม้กระทั่งผู้ใช้ที่เพิ่งเริ่มพิมพ์ 3 มิติ

          ที่มา: G2A.com

GUESS เลิกใช้ขนกระต่ายแองโกราในผลิตภัณฑ์ของบริษัท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอสแองเจลิส–1 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ในปี 2558 ที่ผ่านมา GUESS ได้พัฒนาแนวทางการดำเนินงานอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเผยแพร่รายงานความยั่งยืนฉบับแรก และในระหว่างนั้นได้มีการพิจารณาเรื่องการใช้ขนกระต่ายแองโกราในการทำเสื้อผ้า ซึ่งผลปรากฏว่า GUESS ได้ตัดสินใจยุติการใช้ขนกระต่ายแองโกราในผลิตภัณฑ์ที่จะวางจำหน่ายในสาขาทั่วโลกในอนาคต โดยวิคเตอร์ เฮอร์เรโร ซีอีโอของ GUESS กล่าวว่าก่อนหน้านี้ GUESS พยายามใช้ขนกระต่ายแองโกราน้อยที่สุดและต้องมาจากแหล่งที่มีจริยธรรม ทว่าการตัดสินใจยุติการใช้ขนกระต่ายแองโกราเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าควรทำ

 

ติดต่อ: Rachael Matican

GUESS?, Inc

โทร. 212.852.0513

อีเมล: rmatican@guess.com

JA Solar เผยเซลล์แสงอาทิตย์ของบริษัทมีคุณสมบัติครบถ้วน 100% ตามมาตรฐาน IEC62804

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–1 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

JA Solar Holdings Co., Ltd. (Nasdaq: JASO) ผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์แผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งหมดของบริษัทได้ผ่านการทดสอบการต้านทานการเสื่อมสภาพ (PID) เป็นเวลา 96 ชั่วโมง ภายใต้อุณภูมิ 85 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 85%(double 85) และแรงดันไบอัส 1,000 โวลต์ ตามมาตรฐาน IEC62804 นับว่า JA Solar เป็นผู้ผลิตรายแรกที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งหมดของบริษัทมีประสิทธิภาพในการต้านทาน PID ในระดับ double 85

 

http://photos.prnasia.com/prnh/20150522/0861504483LOGO

 

นอกจากนี้ ตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ Si RIECIUM ซึ่งเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกโพลีคริสตัลไลน์ของบริษัท ยังผ่านการทดสอบ PID ระยะเวลา 500ชั่วโมง ที่ทำการทดสอบโดย TUV SUD โดยมีการเสื่อมสภาพต่ำกว่า 2% ผลลัพธ์ดังกล่าวนับเป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพในการต้านทาน PID ที่โดดเด่นของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงดังกล่าว ซึ่งการันตีว่าผ่านการทดสอบ PID ตามมาตรฐาน IEC62804 ด้วยเวลาที่ใช้ทำการทดสอบมากกว่าปกติถึงสองเท่า (192 ชั่วโมง) นอกจากนั้นยังผ่านการรับรองจาก PI-BERLIN และ PVEL ด้วย ทั้งนี้ ประสิทธิภาพในการต้านทาน PID อันยอดเยี่ยมจะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า แผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่นำไปติดตั้งจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นตลอดอายุการใช้งานมากกว่า 25 ปี

 

จุดเด่นของ JA ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีหลักที่มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ด้วย” ดร.เว่ย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ JA Solar กล่าว “การที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งหมดที่ผลิตในปริมาณมากผ่านการทดสอบการต้านทาน PID ในระดับ double 85 นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในด้านศักยภาพการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าและหุ้นส่วนโครงการของเรา

 

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20150522/0861504483LOGO

หลักสูตร MBA ของ ACEM ติดอันดับที่ 39 ของโลก จากการจัดอันดับของไฟแนนเชียล ไทม์ส ประจำปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–1 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการบริหารจัดการอานไท่ (ACEM) ในสังกัดมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง (SJTU) ยังคงความโดดเด่นในแวดวงสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจ โดยในปี 2559 หลักสูตร MBA ของ ACEM ได้ไต่ขึ้นสู่อันดับที่ 39 ของโลก จากการจัดอันดับขององค์กรข่าวธุรกิจชั้นนำของโลกอย่างไฟแนนเชียล ไทม์ส นับว่าเป็นการขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง 3 ปีติต่อกัน หลังจากอยู่ในอันดับที่ 77 ในปี 2557 และอันดับที่ 55 ในปี 2558

 

หลักสูตร MBA ของ ACEM ทุ่มเทให้กับการพัฒนานักศึกษาและเบิกทางสู่การประกอบหน้าที่การงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นอย่างเด่นชัดจากการจัดอันดับต่างๆ รวมถึงการจัดอันดับโดยไฟแนนเชียล ไทมส์ ทั้งนี้ อัตราการจ้างงานของผู้จบการศึกษาหลักสูตร MBA ของ ACEM อยู่ที่ 100% ขณะที่อัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนอยู่ที่ 168% และอันดับความสำเร็จในการบรรจุเข้าทำงานอยู่ในอันดับที่ 22 ด้านระดับประสบการณ์ของคอร์สนานาชาติอยู่ในอันดับที่ 36 และความคุ้มค่าอยู่ในอันดับที่ 33 นอกจากนี้ หลักสูตร MBA ของ ACEM ยังครองอันดับที่ 10 ในด้านการสอนวิชาเกี่ยวกับอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการผลิต และโลจิสติกส์ จากการจัดอันดับหลักสูตร MBA ทั่วโลกประจำปี 2559

 

นอกจากนี้ ไฟแนนเชียล ไทม์ส เปิดเผยว่า รายได้เฉลี่ยของศิษย์เก่าภายหลังจบการศึกษา 3 ปี อยู่ที่ 113,340 ดอลลาร์ต่อปี

 

ACEM เป็นสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจแห่งแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมรับรองสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจอันทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 3 แห่ง อันประกอบด้วย AMBA, EQUIS และ AACSB สำหรับหลักสูตร MBA ของ ACEM นั้น มีมานานกว่า 20 ปีแล้ว และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากมาโดยตลอด ทั้งนี้ จากการจัดอันดับประจำปี 2559 ของไฟแนนเชียล ไทม์ส พบว่า ระดับคุณวุฒิและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของคณาจารย์ประจำอยู่ในระดับสูง โดยอาจารย์กว่า 91% จบการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านจำนวนบทความที่ได้รับการตีพิมพ์เมื่อเทียบกับจำนวนคณาจารย์อยู่ในอันดับที่ 86

 

ทางวิทยาลัยใช้ทรัพยากรหลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างบรรยากาศที่สมบูรณ์และสมจริงในการพัฒนาความเป็นผู้นำทางธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น การทำงานกับบริษัทจริง และการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นต้น

 

เพื่อเป็นการผลักดันให้นักศึกษาเริ่มทำธุรกิจเป็นของตนเอง หลักสูตรนี้จึงมีการเรียนการสอนด้านความเป็นผู้ประกอบการด้วย โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการภายใต้หลักสูตรดังกล่าว ได้ให้เงินทุนสนับสนุนโครงการของนักศึกษาไปแล้วกว่า 37 โครงการ คิดเป็นเงินรวมกว่า 11 ล้านหยวน (1.67 ล้านดอลลาร์)

นอกจากนี้ หลักสูตรดังกล่าวยังส่งเสริมให้นักศึกษาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในโลกกว้าง โดยมีโครงการศึกษายังต่างประเทศในระยะสั้น โครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ รวมถึงหลักสูตร 2 ปริญญา ซึ่งในแต่ละปีมีนักศึกษากว่า 300 คนที่ได้รับโอกาสเดินทางไปเรียนในต่างประเทศ

ทั้งนี้ มีสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจแห่งอื่นๆในประเทศจีนที่ได้รับการจัดอันดับด้วยเช่นกัน เช่น มหาวิทยาลัยเหรินหมิน ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 43 และมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 47