SANS เตรียมจัดการแข่งขัน NetWars Tournament ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก ที่งาน Secure Singapore 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

สิงคโปร์–19 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          SANS ผู้นำระดับโลกด้านการฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยข้อมูล ประกาศนำการแข่งขัน NetWars Tournament มาสู่เอเชียแปซิฟิก โดยการแข่งขันNetWars ครั้งแรกในภูมิภาค จะจัดขึ้นร่วมกับงานฝึกอบรม SANS Secure Singapore 2016 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม – 9 เมษายน

          NetWars คือระบบจำลองยุทธทางไซเบอร์อันตื่นเต้นเร้าใจ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประลองได้สร้าง ฝึกฝน และวัดทักษะในการป้องกัน วิเคราะห์ และการฝึกซ้อมเชิงรุกในสภาพแวดล้อมจริง CORE NetWars Tournament คือการประชันกันด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์และเครือข่ายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบประสบการณ์และทักษะของผู้แข่งขันในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เป็นเกมการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ได้ใช้ทักษะในหลากหลายระดับ และแบ่งการแข่งขันออกเป็นระดับต่างๆ เพื่อให้ผู้แข่งขันที่มีทักษะขั้นสูงสามารถผ่านการประลองระดับต้นๆ ไปสู่ระดับที่ตนชำนาญได้อย่างรวดเร็ว

 

          NetWars Tournament จะครอบคลุมชุดทักษะดังต่อไปนี้

          – การประเมินจุดอ่อน (Vulnerability Assessment)

          – การวิเคราะห์แพ็กเก็ต (Packet Analysis)

          – การทดสอบการเจาะระบบ (Penetration Testing)

          – การปิดช่องโหว่ระบบ (System Hardening)

          – การวิเคราะห์มัลแวร์ (Malware Analysis)

          – การเก็บหลักฐานทางดิจิทัล และการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดคิด (Digital Forensics and Incident Response)

          “NetWars ของ SANS เป็นยิ่งกว่าการแข่ง ชิงธงทั่วๆไป โดยนำเสนอการประเมินทักษะความปลอดภัยทางไซเบอร์ของผู้เข้าร่วมแข่งขันแบบเรียลไทม์ในสภาพแวดล้อมการแข่งขันและการเรียนรู้ที่สนุกสนาน” Suresh Mustapha กรรมการผู้จัดการ SANS ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าว เราตื่นเต้นที่ได้เป็นเจ้าภาพจัด Asia Pacific NetWars Tournament เป็นครั้งแรกในสิงคโปร์ และตั้งตารอที่จะได้ค้นพบสุดยอดคนเก่งในภูมิภาคของเรา

          SANS Secure Singapore 2016 ถือเป็นงานที่รวบรวมหลักสูตรความปลอดภัยสารสนเทศของ SANS ที่ตื่นเต้นเร้าใจที่สุดและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปัจจุบัน โดยคณาจารย์ชั้นเซียนของ SANS ที่งาน Secure Singapore จะให้ความรู้เกี่ยวกับหลักปฏิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันทางไซเบอร์ ความปลอดภัย ICS การเก็บหลักฐานทางดิจิทัล และการตรวจสอบไอที นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานจะได้เรียนรู้วิธีการทำงานของการโจมตีไซเบอร์ และวิธีการป้องกันและบรรเทาความเสียหาย

          ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Secure Singapore จะสามารถเข้าร่วมการแข่งขัน NetWars Tournament โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับNetWars Tournament ในวันที่ 9 เมษายน รายชื่อหลักสูตร หรือการลงทะเบียนร่วมงาน SANS Secure Singapore กรุณาเข้าชมที่ www.sans.org/u/c7T

          เกี่ยวกับ SANS Institute

          SANS Institute ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1989 ในฐานะองค์กรเพื่อความร่วมมือด้านการวิจัยและการศึกษา SANS เป็นสถาบันที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในด้านการฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และการออกประกาศนียบัตรรับรองให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทั้งในภาครัฐและเอกชนทั่วโลก คณาจารย์ที่มีชื่อเสียงของ SANS จัดการเรียนการสอนมากกว่า 50 หลักสูตร ในกิจกรรม การฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบสดๆกว่า 200กิจกรรม รวมไปถึงกิจกรรมออนไลน์ ด้าน GIAC ซึ่งอยู่ในเครือของ SANS Institute เป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคลากรผ่านการออก ประกาศนียบัตรรับรองด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ 30 รายการ ขณะเดียวกัน SANS Technology Institute ซึ่งเป็นสถาบันในเครือที่ให้การรับรองอย่างเป็นอิสระในระดับภูมิภาค ยังได้เปิด หลักสูตรปริญญาโทสาขาการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วย SANS นำเสนอทรัพยากรฟรีจำนวนมหาศาลให้แก่ชุมชน InfoSec ซึ่งรวมถึงโปรเจคที่เกิดจากฉันทามติ รายงานการวิจัย และจดหมายข่าว SANS ยังดำเนินงานระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าของอินเทอร์เน็ต ได้แก่ Internet Storm Center ทั้งนี้ หัวใจของ SANS คือบุคลากรด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์จำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวแทนของหลากหลายองค์กรทั่วโลก ตั้งแต่บริษัทไปจนถึงมหาวิทยาลัย ที่มาทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเหลือแวดวงการรักษาความปลอดภัยข้อมูลโดยรวมทั้งหมด (www.SANS.org)

ไมโครชิป เปิดตัวคอมไพเลอร์ตระกูล MPLAB(R) XC PRO เจ้าของรางวัลการันตีคุณภาพ พร้อมแพคเกจรายเดือนราคาประหยัดชนิดต่ออายุได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

กรุงเทพฯ–19 ม.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ด้วยแพคเกจใช้งานคอมไพเลอร์รุ่น PRO ที่มีให้เลือกตามความต้องการ เหล่านักออกแบบระบบฝังตัวจึงสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่น 

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ อนาล็อก และแฟลช-ไอพี ประกาศจำหน่ายใบอนุญาตชนิดต่ออายุรายเดือนราคาประหยัดตามรูปแบบการใช้งาน สำหรับซีคอมไพเลอร์ตระกูล MPLAB(R) XC รุ่น PRO ซึ่งได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมาแล้ว คอมไพเลอร์รุ่น MPLAB XC8, XC16 และXC32 นี้มีการใช้งานที่ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยความเร็วในการทำงานและขนาดโปรแกรมที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU) ~1,400 PIC(R) และคอนโทรลเลอร์สัญญาณดิจิตอล (DSC) ตระกูล dsPIC(R) ทั้งหมด โดยมีแพคเกจให้บริการตามลักษณะการทำงานในสามระดับด้วยกัน ได้แก่ Free, Standard และPRO ทั้งนี้ด้วยการเปิดตัวใบอนุญาตระดับ PRO แบบรายเดือน ไมโครชิปจึงเปิดโอกาสให้เหล่านักออกแบบ MCU ขนาด 8-bit, 16-bit และ 32-bit สามารถใช้งานฟีเจอร์และปรับขนาดโปรแกรมได้อย่างคุ้มค่ากับรูปแบบการทำงาน นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตยังสามารถอัพเดทคอมไพเลอร์ตระกูล MPLAB XC เวอร์ชั่นใหม่ได้ตามระดับบริการที่ตนรับอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องรับบริการ MPLAB XC High Priority Access (HPA) แต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น ใบอนุญาตนี้ไม่ได้อยู่ในรูปแบบคลาวด์ ดังนั้นเหล่านักออกแบบจึงสามารถใช้งานคอมไพเลอร์แบบออฟไลน์ได้ ซึ่งถือว่าแตกต่างไปจากซอฟต์แวร์อื่นๆที่วางจำหน่ายในตลาด

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160111/8521600170

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์และระดับการให้บริการคอมไพเลอร์ตระกูล MPLAB XC สามารถรับชมได้ที่http://www.microchip.com/Compilers-120115a

เหล่านักออกแบบระบบฝังตัวสามารถเลือกใช้คอมไพเลอร์ MPLAB XC ของไมโครชิปในแพคเกจ PRO เพื่อให้ขนาดของโปรแกรมนั้นมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ขณะที่ตัวโปรแกรมเองก็มีความเร็วในการทำงานดีขึ้น” ดีเรค คาร์ลสัน รองประธานฝ่าย Development Tools ของไมโครชิป กล่าว “ด้วยตัวเลือกใบอนุญาตใช้งานคอมไพเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นที่สุดในตลาด วันนี้ลูกค้าจึงมีอิสระในการใช้คอมไพเลอร์ระดับ PRO เมื่อถึงคราวจำเป็น”

คอมไพเลอร์ MPLAB XC รองรับระบบปฏิบัติการ Linux, Mac OS(R) and Windows(R) ซึ่งเปิดโอกาสให้เหล่านักออกแบบสามารถเลือกใช้แพลตฟอร์มพัฒนาระบบของตนได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ MPLAB XC ยังเป็นส่วนหนึ่งของชุดเครื่องมือคอมไพเลอร์และดีบักเกอร์/โปรแกรมเมอร์ที่ทำงานร่วมกันได้ โดยสามารถทำงานได้อย่างแนบเนียนบนโปรแกรมโอเพนซอร์สประเภทข้ามแพลตฟอร์มอย่าง MPLAB X Integrated Development Environment ซึ่งช่วยลดทั้งระยะเวลาในการเรียนรู้และการลงทุนด้านเครื่องมือ คอมไพเลอร์ MPLAB XC ยังรองรับการทำงานกับ MPLAB IDE ด้วยเช่นกัน

การวางจำหน่าย

สามารถขอรับใบอนุญาตชนิดต่ออายุรายเดือน สำหรับการใช้งานคอมไพเลอร์ที่ระบุด้านล่างได้แล้ววันนี้ ทางhttp://www.microchip.com/microchipDIRECT-120115a: MPLAB XC8 PRO Compiler Subscription License (Part # SW006021-SUB), MPLAB XC16 PRO Compiler Subscription License (Part #SW006022-SUB), MPLAB XC32/XC32++ PRO Compiler Subscription License (Part #SW006023-SUB)

ใบอนุญาตนี้จะได้รับการต่ออายุอัตโนมัติเป็นรายเดือน โดยสามารถยกเลิกและเริ่มใหม่ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลดคอมไพเลอร์ MPLAB XC เพื่อใช้งานในแพคเกจฟรี ซึ่งมาพร้อมกับโปรโมชั่นทดลองใช้แพคเกจ PRO เป็นเวลา 60 วันได้ที่http://www.microchip.com/Compilers-120115a สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อตัวแทนขายของไมโครชิป หรือติดต่อผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจากไมโครชิปทั่วโลก

แหล่งข้อมูลและภาพ

สามารถรับชมรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่ฟลิกเกอร์ หรือติดต่อกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก):

ภาพกราฟฟิคคอมไพเลอร์: http://www.microchip.com/Graphic-120115a

สามารถติดตามไมโครชิปได้ที่ :

– RSS Feed สำหรับข่าวผลิตภัณฑ์ของไมโครชิป: http://www.microchip.com/RSS-120115a
ทวิตเตอร์: http://www.microchip.com/Twitter-120115a
เฟซบุ๊ก: http://www.microchip.com/Facebook-120115a
ยูทูบ: http://www.microchip.com/YouTube-120115a

เกี่ยวกับไมโครชิป เทคโนโลยี

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ ตลอดจนโซลูชั่นอนาล็อกสัญญาณผสม และแฟลช-ไอพี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนรวมของทั้งระบบ และร่นระยะเวลาในการนำเสนอแอปพลิเคชั่นหลายพันรายการสำหรับลูกค้าในตลาดทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของไมโครชิปตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศพร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่ http://www.microchip.com/Homepage-120115a

หมายเหตุ: ชื่อและโลโก้ Microchip, PIC, dsPIC และ MPLAB เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆทั้งหมดที่ระบุถึงในข่าวฉบับนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

Daphne Yuen (ไมโครชิป)
โทร: +852-2943-5115
อีเมล: 
daphne.yuen@microchip.com

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160111/8521600170

Heliatek ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีจากเยอรมนี เตรียมร่วมการประชุม World Economic Forum ที่ดาวอส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

เดรสเดน,เยอรมนี–19 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Heliatek จะใช้เวทีการประชุมประจำปี World Economic Forum ซึ่งจะจัดขึ้น ณ เมืองดาวอส-คลอสเตอร์ส ระหว่างวันที่ 20-23 มกราคมนี้ ในการนำเสนอเทคโนโลยีพลิกโลกอย่างเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดฟิล์มออร์แกนิก โดย Thibaud Le Seguillon ซีอีโอของ Heliatek จะพบปะพูดคุยกับเครือข่ายผู้นำจากทั่วโลก ทั้งในภาคธุรกิจ ภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ ภาควิชาการ รวมถึงภาคประชาสังคม เพื่อกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในระดับโลก

 Heliatek HeliaFilm / Heliatek's award-winning photovoltaic HeliaFilm(R) can even be made semi-transparent for windows to extend its use as a solar harvester for energy neutral green buildings (PRNewsFoto/Heliatek)

Heliatek’s award-winning photovoltaic HeliaFilm(R) can even be made semi-transparent for windows to extend its use as a solar harvester for energy neutral green buildings (PRNewsFoto/Heliatek)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150804/254469 )

Roofed walkway Seletar Airport / Roofed walkway with HeliaFilm(R) at Seletar Airport, Singapore (C) JTC (PRNewsFoto/Heliatek)

Roofed walkway with HeliaFilm(R) at Seletar Airport, Singapore (C) JTC (PRNewsFoto/Heliatek)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160115/322863 )

เราจะใช้โอกาสครั้งสำคัญนี้ในการนำเสนอเทคโนโลยีเก็บเกี่ยวพลังงานแสงอาทิตย์ที่ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ นับเป็นนวัตกรรมสุดล้ำสมัยที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าในปัจจุบันที่มีขนาดใหญ่ ก่อมลพิษ และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ HeliaFilm(R) ของเราจะเป็นส่วนสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4″ Thibaud Le Seguillon กล่าว

เมื่อปีที่แล้ว Heliatek ได้รับการยกย่องจาก World Economic Forum ให้เป็น 1 ใน 49 นักบุกเบิกเทคโนโลยีและเป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวจากเยอรมนีที่ได้รับเลือก จากทั้งหมด 10 ประเทศ บริษัทจากเมืองเดรสเดนแห่งนี้เป็นผู้พัฒนาและผลิต HeliaFilm(R) ซึ่งเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดฟิล์มสำหรับผลิตไฟฟ้า ที่มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ และมีความหนาไม่ถึง 1 มิลลิเมตร นอกจากนี้ Heliatek ยังเป็นผู้นำด้านพลังงานอิเล็กทรอนิกส์แบบออร์แกนิก โดยครองสถิติโลกจากเซลล์แสงอาทิตย์ออร์แกนิกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 12% อีกทั้งยังคว้ารางวัล Renewable Energy Design Award 2015 จากการประกาศรางวัล Elektra European Electronics Industry Awards ด้วย

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการตีตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ HeliaFilm(R) ที่สามารถนำไปใช้ร่วมกับวัสดุก่อสร้างต่างๆ เช่น กระจกและคอนกรีตได้ ทางบริษัทก็ได้เดินหน้ารุกสู่ธุรกิจพีวีซีเมมเบรน (PVC membrane) ด้วยการสร้างความร่วมกับบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง และในปีนี้ Heliatek จะเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่ๆออกสู่ตลาดร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก ขณะเดียวกัน HeliaFilm(R) ได้ถูกนำไปใช้ในโครงการใหญ่ของสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นการทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆที่เหมาะกับชุมชนเมืองและมีความยั่งยืน โดย HeliaFilm(R) จะถูกนำไปใช้ร่วมกับเหล็กและกระจก ด้วยระดับความโปร่งแสงและสีสันแตกต่างกัน

เกี่ยวกับ Heliatek

ด้วยความสามารถในการพัฒนาวัสดุสุดล้ำ และศักยภาพในการผลิตสินค้าจำนวนมาก Heliatek จึงเป็นบริษัทแรกที่ทำการจำหน่ายเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดฟิล์ม OPV ในวงกว้าง

เกี่ยวกับ World Economic Forum

World Economic Forum (WEF) เป็นองค์กรระดับนานาชาติที่มุ่งมั่นพัฒนาประชาคมโลก ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนโดยยึดหลักความเป็นพลเมืองโลก http://www.weforum.org

สามารถดูรายละเอียดผู้ได้รับรางวัลในอดีตได้ที่ http://www.weforum.org/communities/technology-pioneer

ติดต่อ:

Cornelia Jahnel

Heliatek GmbH

Treidlerstrasse 3, 01139 Dresden

โทร. +49 351-213034-421

อีเมล: cornelia.jahnel@heliatek.com

เว็บไซต์: http://www.heliatek.com

ที่มา: Heliatek

“ฮิโรชิ โมริยามะ” รมว.กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น นำขบวนแนะนำผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่นในงาน “WAZA Enjoy Taste of Japan ที่สิงคโปร์ พร้อมตั้งเป้าส่งออก 1 ล้านล้านเยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

โตเกียว–15 ม.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น – เอเชียเน็ท / อินโฟเควสท์

          เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์ กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดงาน “WAZA Enjoy Taste of Japan” ขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 9 – 10 มกราคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้า อิเซตัน สก็อตส์ ประเทศสิงคโปร์ โดยงานดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะนำเสนอความน่าสนใจในวัฒนธรรมการรับประทานอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์เกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น  นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอบริการ Producer Direct Order Service อันเป็นบริการใหม่ในการขนส่งสินค้าสดประเภทเกษตร ป่าไม้ และประมง รวมถึงอาหารแช่เย็นและแช่แข็งตรงจากกลุ่มผู้ผลิตญี่ปุ่นสู่ผู้บริโภคสิงคโปร์ จัดขึ้นควบคู่กันไปด้วย ทั้งนี้ งานดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการให้บริการและเพิ่มการรับรู้เรื่องผลิตภัณฑ์เกษตร ป่าไม้ และประมง รวมถึงอาหารผ่านบริการอันเหนือชั้นของญี่ปุ่น

 

          พิธีเปิดงาน ณ พื้นที่จัดงานในห้างสรรพสินค้า ประเทศสิงคโปร์

          (รูปภาพที่ 1: https://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M102324/201601157051/_prw_OI1fl_1oN0G603.jpg )

          พิธีเปิดงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่  9 ม.ค. เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีแขกรับเชิญเข้าร่วมงาน 200 คน นาย ฮิโรชิ โมริยามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวในพิธีเปิดว่า “สิงคโปร์เป็นประเทศที่นำเข้าผลิตภัณฑ์การเกษตร ป่าไม้ และประมง รวมถึงอาหารจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุดเป็นอันดับที่ 8 และเราหวังว่า จะเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังสิงค์โปร์ให้มากขึ้น วันนี้ยังเป็นวันสำคัญสำหรับการเปิดตัวระบบการกระจายสินค้า เพื่อจัดส่งผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นให้ถึงมือผู้บริโภคในสิงคโปร์ ภายในระยะเวลาเพียง 1-2 วัน ผ่านความร่วมมือของบริษัทเอกชนหลายแห่ง ผมหวังว่า ผู้บริโภคจำนวนมากในสิงคโปร์จะรู้จักและชื่นชอบผลิตภัณฑ์การเกษตร ป่าไม้ และประมง รวมถึงอาหาร ของประเทศญี่ปุ่น” พร้อมระบุว่า ในส่วนของการเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าประเภทการเกษตร ป่าไม้ และประมงนั้น บริษัทจัดส่งสินค้าจำเป็นต้องร่วมมือกัน ในด้านต่างๆ เช่น มาตรการกักกันสัตว์และพืชเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย และวิธีการที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนการกระจายสินค้า  

          ภายในงานยังได้มีการสาธิตการทำอาหารและชิมอาหารซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “ดื่มด่ำรสชาติแห่งความสดใหม่ของญี่ปุ่น” อีกทั้งยังมีสตรอว์เบอร์รีและเนื้อวากิวที่ส่งตรงมาจากผู้ผลิตชาวญี่ปุ่น และเพื่อเป็นการเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับบริการ Producer Direct Order Service ซึ่งเป็นการให้บริการสำหรับผลิตภัณฑ์และอาหารเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง งานดังกล่าวจึงจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่ส่งมาจากทั่วญี่ปุ่น พร้อมทั้งมอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดีเป็นสตรอว์เบอร์รี่ส่งตรงถึงบ้านผ่านบริการProducer Direct Order Service  โดยมีชาวสิงคโปร์จำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม

          นายฮิโรชิ โมริยามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ประเทศญี่ปุ่น นำชมงานที่จัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าในประเทศสิงคโปร์

          (รูปภาพ2:  https://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M102324/201601157051/_prw_OI2fl_Vtw47lDu.jpg )

          เมื่อวันที่ 9 มกราคม เวลา 18.00 น. ณ ศูนย์ Japan Creative Center งานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับอาหารพิเศษที่ปรุงขึ้นจากผลิตภัณฑ์และอาหารจากภาคการเกษตร ป่าไม้ และประมง เช่น เนื้อวากิวญี่ปุ่น และสตรอว์เบอร์รีที่ผู้ร่วมงานประมาณ100 รายที่ได้สัมผัสกับประสบการณ์ “โอโมะเตะนาชิ” หรือบริการด้วยใจโดยตรง รัฐมนตรีโมริยามะ กล่าวถึงเป้าหมายและการพัฒนาในอาเซียนว่า ” ยอดส่งออกของญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว อยู่ที่ราว  7 แสนล้านเยน เราตั้งใจที่จะส่งออกให้ได้ถึง 1 ล้านล้านเยน และผมเชื่อว่าเราสามารถไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้ในระดับก้าวกระโดด ในฐานะที่เป็นเกตเวย์แห่งอาเซียน ผมมองว่าสิงคโปร์เป็นตลาดที่สำคัญอย่างแท้จริง”

          ภาพรวม

          พิธีเปิดงาน

          – วันที่: วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2559 เวลา 11.00-12.00 น. (ประตูเปิดเวลา 10.30 น.)

          – สถานที่: Isetan Singapore Scotts Store Event Space (350 ชอว์ เฮาส์ Shaw House ถนนออชาร์ด ประเทศสิงคโปร์)

          – จัดงานโดย: กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ประเทศญี่ปุ่น

          – การสนับสนุนพิเศษจาก: สภาการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ญี่ปุ่น (J-LEC) บริษัทยามาโตะ ทรานสปอร์ต จำกัด บริษัท เอเอ็นเอ คาร์โก อิงค์ และอิเซตัน

          – แขกผู้ร่วมงาน: มร.ฮิโรชิ โมริยามะ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง, มร.ฮารุฮิสะ ทาเคอูชิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสิงคโปร์, มิสโรซาน จาง  มิสอินเตอร์เนชั่นแนลสิงคโปร์ 2015, มร.ยุทากะ นางาโอะ ประธานบริษัท ยามาโตะ ทรานสปอร์ต, มร.อะกิระ โอกาดะ ประธานบริษัทเอเอ็นเอ คาร์โก, มร.ซึโยชิ ฮิชินุมะ ประธานสภาการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ญี่ปุ่น, มร.โทชิฮิโกะ สุงิเอะ ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจัดการ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ประจำสำนักงานใหญ่ บริษัท อิเซตัน มิตสุโกชิ โฮลดิ้งส์, มร.เอเอตสุ ซากุราบะ ผู้อำนวยการทั่วไปประจำสำนักงานอุตสาหกรรมอาหาร กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง

          กำหนดการ: 11.00-11.10 น. พิธีกรกล่าวเปิดงาน

                         11.10-11.20 น. พิธีตัดริบบิ้นเปิดงาน

                         11.30-12.00 น. การนำเสนอจุดเด่นของงาน

                         12.00-12.15 น. ช่วงให้สัมภาษณ์

          งานเลี้ยงรับรอง

          – วันที่: วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2559 เวลา 18.00-19.30 น. (งานเลี้ยงรับรอง)

          – สถานที่: Japan Creative Centre   (4 ถนนนาสซิม ประเทศสิงคโปร์)

          – จัดงานโดย: กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ประเทศญี่ปุ่น

          – การสนับสนุนพิเศษจาก: สภาการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ญี่ปุ่น (J-LEC) บริษัทยามาโตะ ทรานสปอร์ต จำกัด บริษัทเอเอ็นเอ คาร์โก อิงค์ และอิเซตัน

          – แขกผู้ร่วมงาน: มร.ฮิโรชิ โมริยามะ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง, มร.ฮารุฮิสะ ทาเคอูชิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสิงคโปร์, มิสโรซาน จาง  มิสอินเตอร์เนชั่นแนลสิงคโปร์ 2015, มร.ยุทากะ นางาโอะ ประธานบริษัท ยามาโตะ ทรานสปอร์ต จำกัด, มร.อะกิระ โอกาดะ ประธานบริษัทเอเอ็นเอ คาร์โก, มร.ซึโยชิ ฮิชินุมะ ประธานสภาการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ญี่ปุ่น, มร.โทชิฮิโกะ สุงิเอะ ผู้อำนวยการ  เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจัดการ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ประจำสำนักงานใหญ่ บริษัท อิเซตัน มิตสุโกชิ โฮลดิ้งส์

          กำหนดการ:   18.00-18.06 น. พิธีกรกล่าวเปิดงาน

                           18.06-18.10 น. แขกร่วมดื่มฉลอง

                           18.10-19.30 น. งานเลี้ยงรับรอง

                           19.30 น. ปิดงาน

          ที่มา: “Waza Enjoy Taste of Japan” Administration Office

“วิกเตอร์ เพทริก” นำเสนอผลการค้นพบครั้งใหม่ ชี้กราฟีนอาจช่วยชีวิตมนุษย์ได้หลายล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

มอสโก–18 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โครงการวิจัยเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของกราฟีน (Graphene) ในฐานะสารดูดซับ (Enterosorbent) ได้มีการจัดทำขึ้นที่ S.M. Kirov Military Medicine Academy ในประเทศรัสเซีย โดยมีบรรษัทข้ามชาติ Kirsan – Petrik Laboratory of the Future เป็นผู้นำการวิจัย

 Kirsan Research Results / The survival rate of rats contained on a standard diet (lower line) and with the introduction of the substance graphene (upper line). (PRNewsFoto/Kirsan - Petrik Laboratory)

The survival rate of rats contained on a standard diet (lower line) and with the introduction of the substance graphene (upper line). (PRNewsFoto/Kirsan – Petrik Laboratory)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160115/322677 )

โครงการดังกล่าวทำการทดลองในสัตว์ที่เป็นโรคไตวายระยะเฉียบพลันและระยะที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลจากการผ่าตัดเอาไตออกทั้งสองข้าง

การผ่าตัดดังกล่าวทำกับหนูทดลองที่ถูกวางยาสลบ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของสนธิสัญญาแห่งยุโรปว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ใช้เพื่อการทดลองและวัตถุประสงค์อื่นๆทางวิทยาศาสตร์ [Strasbourg, 18.03.1986]

ผลการทดลองเผยให้เห็นว่า ในสัตว์ทดลองที่มีภาวะยูรีเมียนั้น การให้สารกราฟีนทางปากช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของหนูทดลองได้มากถึงสองเท่า เมื่อเทียบกับหนูทดลองอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รับสารดังกล่าว

ผลการวิจัยบ่งชี้ว่า กราฟีนสามารถเป็นองค์ประกอบหลักในการคิดค้นตัวยาที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อใช้รักษาอาการเป็นพิษจากภาวะยูรีเมียอันเป็นผลพวงจากโรคไต โรคเบาหวาน และโรคอื่นๆ

วิกเตอร์ เพทริก ได้ค้นพบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากกราฟีนที่มีความเสถียรนอกโครงสร้างผลึกกราไฟท์มาตั้งแต่ปี 2539 ผลการค้นพบดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนกับ International Association of the Authors of Scientific Discoveries เมื่อปี 2544 (Diploma No.163)

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2541 วิกเตอร์ เพทริก ได้ตั้งศูนย์ผลิตกราฟีนระดับอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกของโลก โดยใช้กรรมวิธีทำลายกราไฟท์ด้วยความเย็น และได้มีการจดสิทธิบัตรใน 43 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในสหรัฐอเมริกาด้วยหมายเลขสิทธิบัตร US No.7,842,271 B2 ปี 2547

เริ่มแรกนั้น กราฟีนที่ผลิตขึ้นโดยวิกเตอร์ เพทริก ได้ถูกตรวจสอบโดยใช้เทคนิคอิเล็กตรอนสเปกโทรสโกปี ณ Institute of criminology of the Federal Security Service of Russia และ Institute of spectroscopy of the Russian Academy of Sciences เมื่อปี 2540 และหลังจากนั้นที่ University of California ในเมืองเดวิส และ University of California ในเมืองเออร์ไวน์ http://www.vpetrik.com/userfiles/docs/statya_engrus.pdf

วิกเตอร์ เพทริก ได้เริ่มศึกษาสรรพคุณทางการแพทย์ของกราฟีนเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2540 จากนั้นในปี 2542 Russian Cardiology Centre ได้ค้นพบผลลัพธ์สำคัญจากการใช้กราฟีนในการขจัดสารพิษในน้ำเลือด

ในปี 2543 ได้มีการวิจัยคุณสมบัติของกราฟีนในการรักษาแผลไฟไหม้และแผลติดเชื้อ ณ Institute of Experimental Medicine ซึ่งเป็นองค์กรภายใต้การดูแลของรัฐบาลรัสเซีย และที่ Dzanelidze Research Institute of Emergency Medicine

http://www.vpetrik.com/userfiles/docs/medics/medicine.rar

http://www.vpetrik.com/userfiles/docs/medics/toxicology.rar

Kirsan – Petrik Laboratory of the Future

ฝ่ายสื่อมวลชน

Timofey Khrilev

อีเมล: phoenix.press.service@gmail.com

โทร. +7-499-346-35-11

ที่มา: บรรษัทข้ามชาติ Kirsan – Petrik Laboratory of the Future

HCL Foundation ทุ่มเงินพันล้านรูปีเพื่อสนับสนุนองค์กรเอ็นจีโอในอินเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

โนอิดา, อินเดีย–18 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

เปิดตัวโครงการ HCL Grant เพื่อสนับสนุนองค์กรเอ็นจีโอ

– ร่วมแสดงความยินดีกับองค์กรเอ็นจีโอ 6 แห่งที่ผ่านเข้ารอบ จากองค์กรกว่า 400 แห่งทั่วอินเดีย

องค์กรเอ็นจีโอหนึ่งเดียวที่ได้รับเลือกจะคว้าเงินสนับสนุน 50 ล้านรูปี

 

HCL Foundation ประกาศเปิดตัวโครงการ “HCL Grant” เพื่อให้การสนับสนุนองค์กรเอ็นจีโอและบรรดาผู้นำทางสังคมที่ดำเนินโครงการต่างๆในการยกระดับและพัฒนาประเทศ โดยจะมีการทุ่มเงิน 1 พันล้านรูปีในโครงการนี้ตลอดระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า และในปีแรกนี้ องค์กรเอ็นจีโอหนึ่งแห่งที่ได้รับเลือกจะคว้าเงินสนับสนุน 50 ล้านรูปี

 

HCL ได้แสดงความยินดีกับองค์กรเอ็นจีโอ 6 แห่งที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จากบรรดาองค์กรเอ็นจีโอกว่า 400 แห่งทั่วประเทศที่ต้องผ่านขั้นตอนการคัดเลือกอย่างเข้มข้นโดยคณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิ อันประกอบไปด้วย

 

มอนเทก ซิงห์ อาลูวาเลีย  – นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ

– ปาลลาวี  ชรอฟฟ์ – ที่ปรึกษาทางกฎหมายผู้ทรงคุณวุฒิ จากบริษัท  Shardul Amarchand Mangaldas & Co.

– บี เอส บาสวัน – อดีตผู้อำนวยการ Indian Institute of Public Administration และอดีตเลขาธิการ HRD

– ทอม มิลเลอร์ –  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ บริษัท Anthem Inc.

– โรบิน อับรามส์ – อดีตประธานบริษัท Palm Computing และสมาชิกบอร์ดบริหารของ HCL Technologies ที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด

– ริชาร์ด ลาริวิเยร์ – ประธาน Field Museum ในชิคาโก และอดีตอธิการบดี University of Oregon

– ชีฟ นาดาร์ – ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท HCL Corporation

 

องค์กรเอ็นจีโอมีบทบาทสำคัญในการสร้างชาติ จึงถูกยกให้เป็นฐานันดรที่ 5 อันทรงพลัง ซึ่งปฏิบัติงานควบคู่ไปกับอีก 4 ฐานันดร อันได้แก่ ฝ่ายตุลาการ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และสื่อมวลชน สำหรับปีแรกของโครงการ HCL Grant นั้น จะมีการมอบเงินสนับสนุนให้แก่องค์กรเอ็นจีโอหนึ่งแห่งในแวดวงการศึกษา ส่วนในปีต่อๆไป องค์กรเอ็นจีโอและบรรดาผู้นำทางสังคมจากแวดวงสุขภาพและการพัฒนาระบบนิเวศ จะได้รับสิทธิเข้าชิงเงินสนับสนุนมูลค่า 50 ล้านรูปีเช่นกัน

 

คุณโรบิน อับรามส์ สมาชิกบอร์ดบริหาร HCL Technologies และประธานคณะกรรมการตัดสินของ HCL Grant กล่าวว่า “นับเป็นเวลาอันยาวนานที่องค์กรเอ็นจีโอได้เข้ามามีบทบาทในการเติมเต็มช่องว่างของประชากรจำนวนมหาศาลในอินเดีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ด้อยโอกาสทั้งในด้านการศึกษา สุขภาพ และแม้กระทั่งสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน สิ่งที่ทำให้บทบาทขององค์กรเอ็นจีโอมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดคือ การทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพลเมืองอินเดียและเข้าถึงในจุดที่องค์กรอื่นๆอาจเข้าไม่ถึง โครงการ HCL Grant มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การสนับสนุนองค์กรเอ็นจีโอ ด้วยการทำให้กระบวนการและกรอบการดำเนินงานมีความเป็นสถาบันมากขึ้น รวมถึงให้การยกย่องผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอินเดียด้วย”

 

คุณศรีมาธี ศิวะศังการ์ ประธาน HCL Foundation กล่าวว่า “เราเชื่อว่าองค์กรเอ็นจีโอมีความสำคัญเทียบเท่ากับอีก 4 ฐานันดร โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย ซึ่งเต็มไปด้วยปัญหาอันซับซ้อนหลายประการในขณะนี้ เราจะค้นหาองค์กรเอ็นจีโอที่มีความเหมาะสมผ่านโครงการ HCL Grant และช่วยให้องค์กรเหล่านั้นมีความเป็นสถาบันมากขึ้นด้วยการเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน การสนับสนุนจากเราและการประเมินผลอย่างสม่ำเสมอนั้น จะช่วยผลักดันองค์กรเหล่านี้ให้ก้าวหน้าและบรรลุพันธกิจในระยะยาว”

 

องค์กรเอ็นจีโอ 6 แห่งที่เข้ารอบสุดท้าย ประกอบด้วย

 

1. Going to School: ดำเนินงานครอบคลุมกว่า 1,300 โรงเรียน และเปลี่ยนชีวิตเด็กๆ 150,000 คนทุกสัปดาห์ ด้วยการสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่เด็กๆ โดยใช้แนวทางและสื่อการเรียนรู้

2. Indian society of agribusiness professionals (ISAP): มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรกว่า 150,000 ครัวเรือน รวมถึงผู้ประกอบการด้านเกษตรกรรม 4,200 ราย เยาวชนผู้ยากไร้ 8,000 คน ผู้หญิง 15,000 คน ใน 3,500 หมู่บ้าน 250 ชุมชน ใน 70 เขตทั่วประเทศอินเดีย ผ่านหลากหลายโครงการในด้านการเกษตรและการพัฒนาทักษะ

3. Prayatn Sanstha: โครงการ “Quest for the dawn of change” ของ Prayatn Sanstha มุ่งแก้ปัญหาอย่างตรงจุดทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ แรงงานเด็ก ฯลฯ โดยเน้นเป็นพิเศษไปที่ผู้หญิงและเด็กหญิง

4. Social Work & Research Centre (รู้จักโดยทั่วไปในชื่อ BAREFOOT COLLEGE): นับเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วที่ Barefoot College ได้ทำงานในด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ การสร้างพลังให้กับสตรี และการแก้ปัญหาพลังงาน โดยมีเป้าหมายในการสร้างสังคมชนบททั่วประเทศให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

5. Association for voluntary action (รู้จักโดยทั่วไปในชื่อ Bachpan Bachao Andolan): ก่อตั้งโดยไกรลาส สัตยาธิ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และดำเนินงานมายาวนานกว่า 30 ปี โดยได้ช่วยเหลือเด็กๆจากการค้ามนุษย์กว่า 84,800 คน และช่วยให้เด็กๆกว่า 200,000 คนใน 392 หมู่บ้านใน 12 รัฐของอินเดียได้เข้าถึงการศึกษา

6. Pardada Pardadi educational society (PPES): ส่งเสริมการสร้างสังคมชนบทให้มีความแข็งแกร่งทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม

 

งานประกาศผลองค์กรเอ็นจีโอที่คว้าทุนจาก HCL Grant จัดขึ้นในวันที่ 18 มกราคม โดยมีบรรดาผู้นำและผู้ทรงเกียรติจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงานนี้

 

ที่มา:  http://www.hcltech.com/press-releases/corporate/hcl-foundation-commits-inr-100-crores

 

สื่อมวลชนติดต่อ

 

HCL Technologies

Ajay Davessar

อีเมล: Ajay.Davessar@hcl.com

โทร. +91-120-4382800

 

ที่มา: HCL Technologies

API เปิดตัวโปรแกรมการรับรองผู้ตรวจสอบระบบคุณภาพในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

วอชิงตัน–18 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ฝ่ายบริการอุตสาหกรรมทั่วโลกของสถาบันปิโตรเลียมแห่งสหรัฐอเมริกา (The American Petroleum Institute’s Global Industry Services หรือ API Global)ได้จัดทำโปรแกรมการรับรองผู้ตรวจสอบ (Auditor Certification Program) โปรแกรมใหม่ที่มีความครอบคลุม และถือเป็นโปรแกรมแรกที่ได้รับการพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

          “ค่านิยมหลักของ API คือการมุ่งมั่นต่อความปลอดภัย และเรายินดีที่จะได้นำเสนอโปรแกรมการรับรองผู้ตรวจสอบโปรแกรมใหม่นี้ เพื่อช่วยยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วโลก” ลิซา แซลลีย์ รองประธานของ API Global กล่าว “มาตรฐานและการรับรองของ API นั้นถือเป็นมาตรฐานสูงสุด (gold standard) ของอุตสาหกรรม โปรแกรมดังกล่าวได้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อและโดยบุคลากรมืออาชีพในแวดวงการบริหารคุณภาพน้ำมันและก๊าซธรรมชาติโดยเฉพาะ และอาศัยความรู้และความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ API ในอุตสาหกรรมนี้”

          เจ้าหน้าที่บริษัทและผู้ที่ทำงานอิสระสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการฝึกอบรม ทดสอบ และรับการรับรอง เพื่อเป็นผู้ตรวจสอบระบบการบริหารคุณภาพต่างๆ ตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกของ API การรับรองผู้ตรวจสอบจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโปรแกรมตรวจสอบคุณภาพ ตลอดจนยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยภายในอุตสาหกรรม

          ผู้สมัครเข้าร่วมโปรแกรมจะต้องเตรียมหลักฐานการศึกษา คุณสมบัติ การอบรม และประวัติการตรวจสอบตรงตามที่กำหนด ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการสมัครและขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น ผู้สมัครจะต้องเข้าสอบและผ่านการทำข้อสอบ 150 ข้อ ที่ศูนย์สอบทางคอมพิวเตอร์ของ Prometric ซึ่งตั้งอยู่ทั่วโลก การสอบช่วงแรกจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 1-15 มีนาคม 2559 และสามารถลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ทั้งนี้ API วางแผนที่จะจัดสอบรับรองผู้ตรวจสอบปีละสามช่วงเวลา

          ในการสอบใบรับรองทั้งสามระดับนั้น แต่ละระดับสามารถเลือกรับเป็น API Spec Q1 (Specification for Quality Management System Requirements for Manufacturing Organizations) หรือ API Spec Q2 (Specification for Quality Management System Requirements for Service Supply Organizations)

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมการรับรองผู้ตรวจสอบ (Auditor Certification Program) กรุณาเข้าชมที่ www.api.org/ICP

          API Global รับผิดชอบด้านการรับรอง มาตรฐาน สถิติ การฝึกอบรม การจัดกิจกรรม และโปรแกรมความปลอดภัยสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วโลก

          API คือสมาคมการค้าแห่งชาติเพียงแห่งเดียวที่เป็นตัวแทนอย่างรอบด้านของอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สนับสนุนตำแหน่งงาน 9.8 ล้านตำแหน่งในสหรัฐ และคิดเป็นสัดส่วน 8% ของเศรษฐกิจสหรัฐ สมาชิก 650 รายของ API ประกอบไปด้วยกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ รวมทั้งบริษัทสำรวจและผลิต ธุรกิจการกลั่น การตลาด ท่อส่ง ธุรกิจทางทะเล และบริษัทจัดหาและให้บริการ ธุรกิจเหล่านี้เป็นผู้จัดหาพลังงานส่วนใหญ่ให้กับประเทศ และได้รับการสนับสนุนจากความเคลื่อนไหวของชาวอเมริกันรากหญ้าที่กำลังขยายตัวกว่า 30 ล้านคน

Asia Plantation Capital คว้ารางวัล “ผู้บริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยม” สองปีซ้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–18 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Asia Plantation Capital คว้ารางวัล “Best Sustainable Asset Forestry Management Team – Global” เป็นปีที่สองติดต่อกัน จากการประกาศรางวัล Asset Management Awards ประจำปี 2558 ของ Capital Finance International

Capital Finance International (CFI.co) คือวารสารระดับนานาชาติและแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่รายงานข้อมูลในแวดวงธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และการเงินทั่วโลก การนำเสนอข้อมูลรวมถึงบทวิเคราะห์แนวโน้มและสถานการณ์ต่างๆในแวดวงการเงินและการลงทุนโลกอย่างน่าเชื่อถือและตรงจุด ส่งผลให้ CFI.co ก้าวขึ้นเป็นแหล่งข้อมูลที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ที่อยู่ในวงการ

นอกเหนือจากการรั้งตำแหน่ง “Best Sustainable Forestry Management Team” แล้ว บริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกันอย่าง APC Securitization SA ยังได้รับรางวัล “Most Innovative Forestry Bond Issuer” มาครองด้วยเช่นกัน

ระหว่างการประกาศรางวัล “Best Sustainable Forestry Management Team” ทาง CFI.co ได้กล่าวว่า “Asia Plantation Capital เป็นมากกว่าผู้บริหารจัดการป่าไม้ โดยเป็นธุรกิจบูรณาการแนวดิ่งที่ให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายในการดึงการทำป่าไม้อย่างยั่งยืนออกจากตลาดเฉพาะกลุ่ม และนำมาเสนอต่อตลาดกระแสหลัก ด้วยเหตุนี้ Asia Plantation Capital จึงมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสให้หลายๆฝ่ายได้เข้าถึงอุตสาหกรรมป่าไม้ที่กำลังคึกคัก ทั้งนักลงทุนสถาบันและใครก็ตามที่ต้องการสนับสนุนโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานตามหลักความยั่งยืน”

Asia Plantation Capital ปลูกต้นไม้บนพื้นที่เพาะปลูกตามหลักความยั่งยืนและเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างยั่งยืน โดยมีการปลูกพืชหลากชนิดบนพื้นที่เดียวกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของระบบนิเวศอันเป็นองค์ประกอบหลักของธุรกิจ นอกจากนี้ บริษัทยังรับผิดชอบคนที่ทำงานและใช้ชีวิตทั้งในและรอบๆพื้นที่เพาะปลูกของบริษัท ด้วยการจ่ายค่าจ้างสูงกว่าค่าแรงเฉลี่ยของประเทศที่บริษัทดำเนินงาน รวมทั้งทำประโยชน์ให้กับชุมชนด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นถนน โรงเรียน หรือสถานพยาบาล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของคนในพื้นที่

เราภูมิใจมากที่ Asia Plantation Capital คว้ารางวัลจาก CFI.co มาได้ถึงสองสมัยซ้อน” คุณแบร์รี โรว์ลินสัน ประธานเจ้าหน้าบริหารของ Asia Plantation Capital Asia Pacific กล่าว “ในปีที่ผ่านมา เราเติบโตขึ้นอย่างมากท่ามกลางแรงกดดันและความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอาจทำให้เราเผลอมองข้ามอุดมการณ์และเป้าหมายของเรา อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่ารางวัลนี้ รวมถึงอีกหนึ่งรางวัลที่บริษัทในเครือเดียวกันได้รับ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จอันเกิดจากความยึดมั่นในสิ่งที่เราเชื่อ โดยเรายึดมั่นในสิ่งที่ผมเรียกว่า “หลักความยั่งยืนแบบองค์รวม” และเราทุกคนล้วนยินดีที่ค่านิยมและความพยายามของเราได้รับการยกย่องเช่นนี้”

เขากล่าวเสริมว่า “เราเป็นหนี้บุญคุณบุคลากรทุกท่าน ตั้งแต่ฝ่ายบริหารระดับสูง ฝ่ายปฏิบัติงาน ไปจนถึงฝ่ายบัญชี ที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ และพนักงานฝ่ายธุรการทุกคน ที่ได้ทุ่มเทความพยายามและมีส่วนสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จของบริษัท และผมขอยกย่องผู้ที่ปิดทองหลังพระ นั่นคือคนทำงาน “ภาคสนาม” บนพื้นที่เพาะปลูกของเรา ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญยิ่งในการช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากรากฐานที่เราได้วางไว้ ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับคนที่มีใจมุ่งมั่นต่อความยั่งยืน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของเราในฐานะองค์กร”

Asia Plantation Capital มีความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูและปลูกต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียทดแทนบนพื้นที่เพาะปลูกของบริษัทตามหลักความยั่งยืน ต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียสามารถนำมาผลิตน้ำมันกฤษณา ชิ้นไม้กฤษณา และผงไม้กฤษณาได้ ขณะที่แก่นไม้ลักษณะเป็นเรซินสีเข้มเนื้อแน่นก็ได้มีการค้าขายมานานหลายพันปีแล้ว เนื่องจากมีกลิ่นหอมอันโดดเด่นและมีมูลค่าสูง ทั้งนี้ ต้นกฤษณาสกุลเอควิลาเรียได้รับการขึ้นทะเบียนพรรณไม้ใกล้สูญพันธุ์ของ CITES (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์) มาตั้งแต่ปี 2538 ส่งผลให้ไม้กฤษณาเกรดดีเยี่ยมที่ได้จากต้นกฤษณากลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160111/8521600168-a

ในการประกาศรางวัลสาขา “Most Innovative Forestry Bond Issuer” ทางคณะกรรมการตัดสินของ CFI.co ได้กล่าวว่า “การทำป่าไม้อย่างยั่งยืนเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้ที่สนใจลงทุน พื้นที่ปลูกต้นกฤษณาของ Asia Planation Capital ถือเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่หายากและมีราคาสูง จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นจุดสูงสุดของวงการป่าไม้ และทางบริษัท APC Securitization SA ซึ่งอยู่ในเครือของ Plantation Capital Group ได้เปิดตัวตราสารหนี้ประเภท Securitised Capital Growth รวมถึง Securitised Fixed Income and Capital Growth ซึ่งได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อนักลงทุนที่มีความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ได้มุ่งหมายประโยชน์ส่วนตนเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำเพื่อประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมด้วย”

นอกเหนือจากการยื่นมือเข้าช่วยเพื่อไม่ให้ต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียสูญพันธุ์ไปจากโลกแล้ว ทางเครือบริษัทยังมีแผนเดินหน้าลงทุนในส่วนของพืชที่พบเห็นได้ทั่วไปอย่าง “ต้นไผ่” ซึ่งถูกมองข้าม ละเลย และมองไม่เห็นความสำคัญมานานแล้ว

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160111/8521600168-b

ต้นไผ่เป็นพืชที่ไม่ก่อมลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังมีประโยชน์ใช้สอยหลากหลาย ไม่ว่าจะใช้เป็นแหล่งพลังงาน อาหาร เสื้อผ้า วัสดุปูพื้น ไปจนถึงระบบกรองอากาศและฟอกอากาศ และยังมีสรรพคุณทางการแพทย์อีกมากมาย ด้วยคุณสมบัติอันน่าทึ่งเหล่านี้ บริษัท Eco Tech Asia ในเครือของ Plantation Capital Group จึงได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กระเป๋าเดินทางและจักรยานน้ำหนักเบาที่ทำจากไม้ไผ่เมื่อปี 2558 เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ปูพื้นที่มีอยู่เดิม

ปี 2558 นับเป็นปีที่น่าจดจำและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีสำหรับ Asia Plantation Capital และทางบริษัทมีความยินดีที่ได้รับการยกย่องจากบุคคลในอุตสาหกรรม ซึ่งเล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งเสริมความยั่งยืนและความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดี คุณแบร์รี โรว์ลินสัน ซีอีโอของ Asia Plantation Capital ได้กล่าวสรุปไว้ว่า “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เราตระหนักดีว่ายังมีงานอีกมากมายที่ต้องทำ เราจะมุ่งมั่นปฏิบัติตามมาตรฐานสูงสุดในการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป”

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

ซาแมนธา ธาม
ผู้บริหารฝ่ายการตลาด, สิงคโปร์
อีเมล: samantha.tham@asiaplantationcapital.com
มือถือ: +65-9144-0933

สตีเวน วัตส์
ซีอีโอ, เอเชียแปซิฟิก
อีเมล: steve.watts@asiaplantationcapital.com
มือถือ: +60-720-706-76

เกี่ยวกับ CFI.co

CFI.co เป็นวารสารตีพิมพ์และแหล่งข้อมูลออนไลน์ในแวดวงธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และการเงิน CFI.co เล็งเห็นว่าความแตกต่างระหว่างตลาดเกิดใหม่กับตลาดที่พัฒนาแล้วมีความสำคัญลดลง เนื่องด้วยการหลอมรวมกันของเศรษฐกิจโลก CFI.co มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงลอนดอน มหานครที่มีวัฒนธรรมหลากหลายที่สุดในโลก โดยเป็นผู้ให้บริการข้อมูลและบทวิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง

เกี่ยวกับ Asia Plantation Capital

Asia Plantation Capital Group เป็นผู้ควบคุมดูแลและบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างยั่งยืนพร้อมรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย บริษัทมีโครงการเพาะปลูกกระจายตัวอยู่ทั่วเอเชีย ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา บริษัทมีคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ประกอบไปด้วยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าจากนานาประเทศ (จีน ไทย มาเลเซีย อินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ซึ่งได้ร่วมกันพัฒนาและจดสิทธิบัตรระบบและเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม

รูปภาพ 1 – http://photos.prnasia.com/prnh/20160111/8521600168-a
รูปภาพ 2 – http://photos.prnasia.com/prnh/20160111/8521600168-b

ฟลุก ไบโอเมดิคอล เปิดตัว INCU II Incubator/Radiant Warmer Analyzer สำหรับการทดสอบและรับรองความปลอดภัยตู้อบและเครื่องให้ความอบอุ่นทารก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contact-us/

 

เอเวอเรตต์, วอชิงตัน–18 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

สำหรับทารกแรกเกิดแล้ว วันแรกๆที่ลืมตาดูโลกนั้นมีความสำคัญที่สุด ด้วยเหตุนี้ ฟลุก ไบโอเมดิคอล (Fluke Biomedical) จึงได้พัฒนา INCU(TM) II Incubator/Radiant Warmer Analyzer ขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่เทคนิคชีวการแพทย์สามารถดำเนินการทดสอบและรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยของตู้อบเด็ก ตู้อบเด็กชนิดเคลื่อนที่ และเครื่องให้ความอบอุ่นได้โดยง่าย ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน

Fluke Corporation INCU II Incubator Radiant Warmer Analyzer / The INCU II Incubator/Radiant Warmer Analyzer has color-coded temperature probes, which can be swapped out for pucks that are used for measuring the environmental parameters of a radiant warmer. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

The INCU II Incubator/Radiant Warmer Analyzer has color-coded temperature probes, which can be swapped out for pucks that are used for measuring the environmental parameters of a radiant warmer. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

รูปภาพ http://photos.prnewswire.com/prnh/20160113/322088

Fluke Corporation INCU II Incubator Radiant Warmer Analyzer / INCU II Incubator/Radiant Warmer Analyzer provides standard and customizable test sequences to simplify set-up, testing, and downloading results (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

INCU II Incubator/Radiant Warmer Analyzer provides standard and customizable test sequences to simplify set-up, testing, and downloading results (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)
รูปภาพ http://photos.prnewswire.com/prnh/20160113/322089

FLUKE BIOMEDICAL LOGO / Fluke Biomedical. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical) (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

Fluke Biomedical. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical) (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)
โลโก้ http://photos.prnewswire.com/prnh/20150304/179432LOGO

ทารกที่อยู่ในความเสี่ยงนั้นไม่สามารถสื่อสารได้เมื่อรู้สึกไม่สบายตัว ไม่ว่าจะร้อนหรือเย็นเกินไป และด้วยเหตุนี้เองจึงควรมีการตรวจสอบการทำงานของตู้อบเด็กว่าเป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิตและอุตสาหกรรมหรือไม่อีริค คอนเลย์ ผู้จัดการทั่วไปของฟลุก ไบโอเมดิคอล กล่าว “INCU II เป็นเครื่องวิเคราะห์ที่ครบครันในหนึ่งเดียว ซึ่งมีการทำงานตามมาตรฐาน IEC โดยสามารถประเมินปัจจัยแวดล้อมต่างๆของตู้อบเด็กและเครื่องให้ความอบอุ่นได้อย่างแม่นยำ

INCU II มีขนาดกะทัดรัดด้วยน้ำหนักเพียง 3 ปอนด์ ซึ่งสามารถตรวจวัดระดับความชื้น กระแสลม เสียง และอุณหภูมิหกจุดได้ในเวลาเดียวกัน โดยโพรบที่แยกตามรหัสสีนั้นทำให้สามารถสับเปลี่ยนเซนเซอร์สำหรับการทดสอบอุณหภูมิในตู้อบได้อย่างง่ายดาย เช่นเดียวกับแป้นห้าจุดสำหรับการตรวจสอบสภาพแวดล้อมของเครื่องให้ความอบอุ่น

จอ LCD ขนาดใหญ่บน INCU II นั้นทำหน้าที่แสดงผลการทดสอบแบบเรียลไทม์ พร้อมระบุว่าผ่าน/ไม่ผ่าน ซึ่งเมื่อตู้อบมีอุณหภูมิคงที่แล้ว เครื่องวิเคราะห์นี้ก็จะเริ่มดำเนินการทดสอบโดยใช้เวลาเพียง 15 นาที และยังสามารถปรับค่าและเก็บข้อมูลการทดสอบในตัวเครื่องได้เช่นกัน จากนั้นข้อมูลการทดสอบดังกล่าวจะถูกส่งเพื่อตรวจสอบต่อได้บนคอมพิวเตอร์ ด้วยการต่อสาย USB หรือผ่านฟังก์ชั่นไร้สายของ INCU II*

“INCU II มีขนาดพกพาสะดวก และมีส่วนอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ตรงกับความต้องการของเหล่าเจ้าหน้าที่เทคนิคชีวการแพทย์ พร้อมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้สามารถดำเนินการทดสอบตู้อบและเครื่องให้ความอบอุ่นที่วางจำหน่ายทั่วไปได้อย่างแม่นยำแอชตัน โซเลคคี ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ INCU II กล่าว นอกจากนี้INCU II ยังมาพร้อมกับแผ่นแปะที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่เทคนิคสามารถวางตำแหน่งเซนเซอร์อุณหภูมิและแป้นได้อย่างถูกต้อง

นอกเหนือจากมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น IEC 60601-2-19 (ตู้อบ), IEC 60601-2-20 (ตู้อบชนิดเคลื่อนที่) และ IEC 60601-2-21 (เครื่องให้ความอบอุ่น) แล้ว INCU II ยังมีการทำงานตามมาตรฐานเสียงของจีนด้วยเช่นกัน (Class II)

ทั้งนี้ INCU II เป็น INCU รุ่นใหม่จากฟลุก ไบโอเมดิคอล โดยมีแผนเปิดวางจำหน่ายทั่วโลกในอนาคต

*สามารถใช้งานฟังก์ชั่นไร้สายได้ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2559 ทั่วโลก

เกี่ยวกับฟลุก ไบโอเมดิคอล
ได้รับความไว้วางใจสำหรับการตรวจวัดที่มีความสำคัญ

ฟลุก ไบโอเมดิคอล เป็นบริษัทระดับพรีเมียมของโลกที่จัดหาอุปกรณ์การวัดและทดสอบ รวมถึงให้บริการต่างๆแก่อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ เราให้บริการแก่วิศวกรชีวการแพทย์ ช่างเทคนิครับประกันคุณภาพ นักฟิสิกส์ทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอก และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางรังสี ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ในระหว่างการขยายโซลูชั่นให้ครอบคลุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความปลอดภัยในวงกว้างมากขึ้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฟลุก ไบโอเมดิคอล ได้ที่www.flukebiomedical.com

สามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลและขอรูปภาพผลิตภัณฑ์ของฟลุก ไบโอเมดิคอล และอันฟอร์ส เรย์เซฟ (Unfors RaySafe) ได้ที่:
จูลี แลรี (Julie Lary) 
ผู้ประสานงานการตลาด
โทร. (425) 446-6006 
อีเมล: julie.lary@flukebiomedical.com

‘ฟิล์ม-รัฐภูมิ’การันตีความสนุกส่ง‘ชิวเอ้าท์ เพื่อนเดินทาง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/197326

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

มือขึ้นจริงๆสำหรับนักแสดงมากความสามารถ “ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หลังจากที่เป็นผู้จัดละคร ล่าสุดเตรียมเสิร์ฟความสนุกกับการทำรายการ “Chill out เพื่อนเดินทาง” มาประเดิมจอช่อง 8 โดยเจ้าตัวจะพาไปเที่ยวทุกซอกทุกมุมตามสไตล์ของหนุ่มฟิล์ม โดยรายละเอียดของรายการเจ้าตัวได้เผยว่า

“รายการนี้เป็นรายการที่ผมทำอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้พิเศษมากขึ้นเพราะมาอยู่กับช่อง 8 พอเรามาอยู่ในช่องที่เปิดกว้าง ทำให้เราทำรายการได้ออกมาแบบเจาะลึกมากขึ้น ซึ่งหลักๆ ผมเป็นคนที่พาเพื่อนๆ คุณผู้ชมไปเที่ยว ไปแบบที่ผมเองก็ไม่รู้อะไรมาก่อนเลยไม่รู้เลยว่าจะเจออะไรบ้าง พอไปเจอผมจะหยิบจับสิ่งนั้นมาเล่า มาบอกในแง่ของความเป็นจริง ไม่สวยคือไม่สวย ไม่อร่อยคือไม่อร่อย เราจะบอกกันอย่างนั้นเลย จริงๆ ผมวางรูปแบบรายการไว้แบบคนที่มีหัวใจในการเดินทางการเดินทางที่พาหัวใจไปอย่างเดียว และเราจะทำให้รู้ว่าการไปเที่ยวจริงๆ แบบไม่ได้จัดขึ้นมานั้นเป็นยังไง นี่คือเสน่ห์ของรายการ ติดตามกันได้ทุกวันอังคาร เวลา 23.25 น. ทางช่อง 8 อยากให้ชมกันครับ”