Jaguar เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า I-PACE Concept Car สุดตื่นตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอสแอนเจลิส—15 พ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Jaguar ผ่านการใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality หรือ VR) เป็นรายแรกของโลก

– Jaguar ฉีกกรอบเดิมๆ ด้วยการสร้างสรรค์คอนเซ็ปต์คาร์ที่มีรูปลักษณ์แบบซูเปอร์คาร์ สมรรถนะเทียบชั้นรถสปอร์ต พื้นที่กว้างระดับรถเอสยูวี รวมเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งเดียว

รถสปรินเตอร์รองรับการขับขี่ระยะไกล ด้วยอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชั่วโมงในเวลาราว 4 วินาที วิ่งได้ไกลกว่า 500 กม. (ตามมาตรฐานNEDC)และชาร์จไฟฟ้าได้รวดเร็วด้วยความจุแบตเตอรี 90kWh

พร้อมระบบขับแบบออลวีลไดร์ฟตามการใช้งานของผู้ขับขี่ โดยขับเคลื่อนผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ซึ่งให้แรงบิด 700Nm และให้กำลัง 400PS

– Jaguar ยืนยันการผลิต I-PACE คาดพร้อมวิ่งบนท้องถนนในปี2561 ด้วยสมรรถนะการขับขี่แม่นยำ กระฉับกระเฉง อย่างที่ไม่เคยพบในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น

ด้วยการสร้างสรรค์ประสบการณ์แบบ VR ส่งตรงข้ามทวีปเป็นเจ้าแรกของโลก ผู้ที่รับชมล้วนเป็นส่วนหนึ่งของโลกเสมือนจริง เพื่อสัมผัสกับ I-PACE Concept โดยใช้เทคโนโลยีจากผู้นำระดับโลกอย่าง HTC VIVE(TM) และ Dell Precision
แฟนๆของ Jaguar รวมถึงแขกและลูกค้าคนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นJames Corden, Michelle Rodriguez, Miranda Kerr และ David Gandy ได้สัมผัสโลกเสมือนจริงที่ไม่เหมือนใครแห่งนี้ร่วมกับเหล่าผู้สร้างสรรค์ยานยนต์

จับจองเป็นเจ้าของรายแรกๆได้แล้ววันนี้ที่ jaguar.com และคลิกที่ปุ่ม ‘I want one’

สามารถรับชมไฮไลท์สำคัญและรายละเอียดทั้งหมดของ Jaguar I-PACE Concept และนวัตกรรม VR ได้ที่ media.jaguar.com

คอนเซ็ปต์คาร์ Jaguar I-PACE Concept เป็นการเปิดศักราชใหม่ของJaguar การประกาศเปิดตัว Jaguar I-PACE ครั้งนี้เป็นการพรีวิวก่อนผลิต โดยจะมีการเผยโฉมจริงในปีหน้า และพร้อมวิ่งบนท้องถนนในปี 2561สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนจับจองเป็นเจ้าของ I-PACE รายแรกๆได้ที่ jaguar.com

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161111/438236 )


(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161111/438237 )


(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161111/438238 )

ทีมวิศวกรและทีมออกแบบของ Jaguar ได้ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมรถยนต์ไฟฟ้าตามคำสั่งผลิต ผสานเข้ากับการออกแบบสุดตื่นตา จนได้ผลลัพธ์เป็นรถยนต์สไตล์สปอร์ต 5 ที่นั่ง พร้อมระบบขับขี่อัจฉริยะเหนือระดับ ผนวกรวมเข้ากับสมรรถนะระดับรถเอสยูวี ทั้งหมดในรถยนต์หนึ่งเดียวคันนี้

Ian Callum ผู้อำนวยการฝ่ายการออกแบบ กล่าวว่า: “I-PACE Conceptเป็นตัวแทนการออกแบบยานยนต์ไฟฟ้าแห่งยุคใหม่ ด้วยดีไซน์อันน่าตื่นตาตื่นใจ ผสานรูปลักษณ์แบบ cab-forward ล้ำสมัย พร้อมตกแต่งภายในอย่างงดงาม เรียกได้ว่าเป็นยานยนต์ที่สะท้อนถึงความเป็น Jaguar ได้อย่างแท้จริง เช่นเดียวกับเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า และรูปลักษณ์ร่วมสมัย

การเปิดตัวด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนวันนี้ ได้ยกระดับขีดจำกัดเทคโนโลยีขึ้นไปอีกขั้นเช่นกัน ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความไฮเทคของคอนเซ็ปต์คาร์นี้ด้วย ขณะนี้เรามีคอนเซ็ปต์คาร์เพียงหนึ่งรุ่น และวันนี้ก็ได้เปิดตัวที่แอลเอ โดยเป็นครั้งแรกที่เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนได้เปิดโอกาสให้เราสามารถแชร์เรื่องราวเหล่านี้ต่อผู้คนทั่วโลก ในรูปแบบimmersive ที่สมจริงที่สุดเท่าที่ทำได้

การเปิดตัวยานยนต์ในรูปแบบ ‘social VR’ ครั้งแรกของโลกที่ไม่เหมือนใครนี้ คาดว่าเป็นอีเวนท์ VR ผ่านการถ่ายทอดสดและการเชื่อมต่อที่ใหญ่ที่สุดนับจนถึงวันนี้ โดยตลอดทั้งวันมีผู้เข้าร่วมกว่า 300 ราย ซึ่งล้วนได้เข้ามาสัมผัสกับพื้นที่เสมือนจริงที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมฉายภาพสองผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างยานยนต์อย่าง Ian Callum ด้วย Ian Hoban ในที่นี้ด้วย

จากศูนย์กลางของงาน VR ที่นครลอสแอนเจลิสและกรุงลอนดอน บรรดาแขกคนสำคัญทั้งสิ้น 66 ราย ซึ่งรวมถึงเหล่าคนดังระดับแถวหน้าอย่างMichelle Rodriguez, Miranda Kerr, James Corden และ David Gandyได้สวมเฮดเซ็ท HTC Vive Business Edition ที่ทำงานบนอุปกรณ์ Dell Precision เพื่อจำลองสถานการณ์ว่ากำลังอยู่ในคอนเซ็ปต์คาร์ และสื่อสารกับผู้ร่วมงานคนอื่นแบบสดๆ โดยในงานนี้ ผู้เข้าร่วมงานได้นั่งบนที่นั่งเสมือนจริงของคอนเซ็ปต์คาร์ พร้อมรับชมภาพเวนิสบีชแบบ 360 องศา กลางคอนเซ็ปต์คาร์ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นล้อมรอบพวกเขาด้วยชิ้นส่วนทีละชิ้น จากนั้น I-PACE Concept จึงวิ่งฉิวข้ามทะเลทรายเสมือนจริง

Dr. Wolfgang Ziebart จาก Jaguar Land Rover กล่าวว่า:นี่เป็นนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะเหนือชั้น ซึ่งออกแบบขึ้นจากกระดาษเปล่าเพียงแผ่นเดียว โดยเราได้พัฒนาสถาปัตยกรรมขึ้นใหม่ และได้คัดสรรแต่เทคโนโลยีที่ดีที่สุดเท่านั้น

I-PACE Concept พลิกประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมนำเสนอสมรรถนะที่ตรงตามความต้องการของผู้ขับขี่ เช่นเดียวกับการตอบสนองตามแบบฉบับของ Jaguar และเพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้นจริง I-PACE จึงมีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าบนเพลาหน้า-หลัง ซึ่งให้กำลังรวมกัน 400PS และให้แรงบิด 700Nm เทียบชั้น F-TYPE SVR โดยสามารถเร่งเครื่องจาก 0-60ไมล์/ชั่วโมงได้ในเวลาประมาณ 4 วินาที ชาร์จไฟฟ้าได้เร็วผ่านเครือข่ายชาร์จไฟ 50 KW DC ดังที่เห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน ซึ่งชาร์จให้เต็มได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ส่งผลให้วิ่งได้ไกลกว่า 220 ไมล์

ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสได้นั่งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังของ Jaguar I-PACE Concept เพื่อสัมผัสการตกแต่งภายในที่สวยงาม พร้อมค้นพบรายละเอียดและฟีเจอร์ต่างๆที่ซ่อนอยู่ ผ่านประสบการณ์เสมือนจริง

Ian Callum กล่าวว่าภายในของ I-PACE Concept ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยวัสดุระดับพรีเมียมและความใส่ใจในรายละเอียด ตั้งแต่หลังคากระจกพาโนรามาราคาแพงแบบรถสปอร์ต เบาะนั่งที่เคลือบเงามันวาว ทุกฟีเจอร์ล้วนบ่งบอกถึงเครื่องหมายรับรองคุณภาพงานฝีมือแบบฉบับอังกฤษ

Alexander Horton ผู้อำนวยการฝ่าย VR ผู้โด่งดัง รับบทบาทเป็นผู้นำทิศทางการสร้างสรรค์ครั้งนี้ โดยเขาได้เปิดประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นรถยนต์ค่อยๆประกอบขึ้นรอบตัว จากนั้นรถยนต์ได้แล่นด้วยความเร็วจากดาวเคราะห์ดวงอื่นและตกลงบนพื้นโลก ก่อนที่จะพุ่งตรงมาถึงตัวผู้ชม ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงการมุ่งสู่อนาคตของ Jaguar

แพลตฟอร์ม VR รูปแบบใหม่อันน่าตื่นเต้นนี้ได้ทำลายขีดจำกัดยิ่งกว่าที่เคย ด้วยการผสมผสานระหว่างการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและการถ่ายสอดสดในโลกแห่ง VR ดังนั้น บรรดาผู้เข้าร่วมงานทั้งในลอสแอนเจลิสและลอนดอนจึงสามารถสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานคนอื่นได้

คอนเทนต์ VR จากงานนี้สามารถรับชมได้ทาง Vive Port ผ่านแอปJaguar ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมสามารถสัมผัส I-PACE Concept ได้แม้อยู่ที่บ้าน

Jaguar ผนึกกำลังกับผู้นำด้าน VR จาก HTC, ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์จาก Dell รวมถึงครีเอทีฟเอเจนซี่อย่าง ReWind และImagination เพื่อสร้างประสบการณ์ VR ที่เชื่อมต่อทั่วโลกได้อย่างยิ่งใหญ่ที่สุด

Hervé Fontaine รองประธานฝ่ายการพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีความจริงเสมือนแบบ B2B จาก HTC กล่าวว่า “Jaguar Land Rover มีชื่อเสียงในเรื่องของการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างถึงจิตวิญญาณ และเราตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยี VR ผ่านอุปกรณ์ Vive Business Edition เพื่อทำให้การเปิดตัวรถยนต์ครั้งล่าสุดของ Jaguar มีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งนี้ การผสมผสานภาพที่ให้มุมมองและอารมณ์แบบภาพยนตร์เข้ากับเทคโนโลยี VR แบบ room-scale ของ Vive ทำให้ I-PACE Conceptสามารถมอบประสบการณ์สมจริงที่นำผู้ชมดำดิ่งเข้าสู่บรรยากาศได้อย่างเหลือเชื่อ และปฏิวัติการเปิดตัวรถยนต์แบบเดิมๆ ที่เราเคยเห็นไปอย่างสิ้นเชิง

Rahul Tikoo รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของ Dell Precision กล่าวว่า“Dell มีส่วนร่วมในเทคโนโลยี VR มายาวนาน และเราได้พัฒนาโมเดลธุรกิจของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ VR แห่งอนาคต ซึ่ง Jaguar I-PACE Concept ที่ออกแบบและนำเสนอด้วยเทคโนโลยี VRนั้น ถือเป็นการสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมอันน่าทึ่งที่สามารถเป็นไปได้ด้วยเทคโนโลยี VR พร้อมเสริมสร้างศักยภาพอันจะนำไปสู่การพลิกโฉมอุตสาหกรรมต่างๆในท้ายที่สุด

Ross Wheeler หัวหน้าฝ่ายยานยนต์จาก Imagination กล่าวว่าถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่แบรนด์ยานยนต์ระดับโลกใช้เทคโนโลยี VRอย่างเต็มรูปแบบเพื่อเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด การเปิดตัวครั้งนี้จะทำให้Jaguar ก้าวนำประสบการณ์การรับชมรถยนต์รุ่นใหม่ที่ทุกคนเคยเห็น ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกเชื่อมต่อกันแบบเรียลไทม์ พร้อมดื่มด่ำไปกับการรับชมรถยนต์ในบรรยากาศที่สมจริง และแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของ Jaguar กันแบบสดๆ

“Jaguar สร้างสุดยอดประสบการณ์และคืนกำไรให้แก่ผู้บริโภค ด้วยการใช้เทคโนโลยีสุดล้ำสมัยในการเปิดตัวรถยนต์ ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคตของบรรดาแบรนด์ยานยนต์อย่างไม่ต้องสงสัย

Jaguar I-PACE Concept จะเผยโฉมสู่สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกในวันพุธที่ 16 พ.ย.นี้ ทีงานแสดงยานยนต์ลอสแอนเจลิสประจำปี 2559

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Jaguar I-PACE Concept รวมถึงชุดเอกสารประชาสัมพันธ์สำหรับสื่อมวลชนได้ที่ http://www.media.jaguar.com

นอกจากนี้ยังสามารถรับชมคอนเทนต์ในรูปแบบความจริงผสม (Mixed Reality หรือ MR) ที่นำเสนอการผสมผสานระหว่างโลกจริงและโลกเสมือนได้อีกด้วย 

เกี่ยวกับ HTC VIVE™ 

VIVE เป็นแพลตฟอร์มความจริงเสมือน (VR) แพลตฟอร์มแรกที่พัฒนาโดยHTC และ Valve เพื่อสร้างโลกเสมือนที่มีความสมจริงอย่างที่สุด VIVE ได้รับการออกแบบตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อให้เป็นเทคโนโลยี VR แบบ room-scale และสร้างปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริง โดย VIVE ถ่ายทอดประสบการณ์VR ด้วยเทคโนโลยีที่พลิกวงการและคอนเทนต์ที่ดีที่สุด ทั้งนี้ VIVE ได้รับรางวัลมาแล้วกว่า 65 รางวัล และได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2558 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่http://www.VIVE.com

ที่มา: Jaguar Land Rover

SHOPBOP ยกทัพดารา-เซเลบริตี้แถวหน้า เปิดตัวแคมเปญ #HolidayHowTo

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

SHOPBOP แหล่งช็อปปิ้งออนไลน์ชั้นแนวหน้าสำหรับผู้หญิงทั่วโลก ได้ออกแคมเปญใหม่ต้อนรับเทศกาลวันหยุด ภายใต้ชื่อ #HolidayHowToโดยได้ยกทัพเหล่าคนดังและผู้ทรงอิทธิพลที่เป็นตัวท็อปของวงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น การแต่งบ้าน สตรีทสไตล์ และฟิตเนส เพื่อมาร่วมกันแบ่งปันเคล็บลับดีๆในแต่ละสัปดาห์ว่า พวกเขาและพวกเธอเลือกเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้กับ SHOPBOP ได้อย่างไร

 

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161114/439126

วิดีโอ   – https://www.youtube.com/watch?v=sNTv0aLqwAc

SHOPBOP.COM LOGO / Shopbop Logo.

โลโก้   – http://photos.prnewswire.com/prnh/20120831/NY65266LOGO

SHOPBOP ได้เผยแพร่แคมเปญนี้ในหลายช่องทางด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอีเมล โซเชียลมีเดีย และหน้าโฮมเพจของเว็บไซต์ ด้วยรูปภาพที่สวยสะดุดตาและวิดีโอที่มีเนื้อหาโดดเด่น ซึ่งรองรับการแสดงผลได้ทั้งบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน พร้อมกระตุ้นให้แคมเปญนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วยการจัดกิจกรรมในอินสตราแกรม เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการแชร์เคล็บลับ #HolidayHowTo ในรูปแบบของตัวเอง โดยแคมเปญซึ่งนำโดยนักแสดงสาวอย่างเคท บอสเวิร์ธ และลูซี่ เฮล ยังได้ช่วยส่งเสริมคำแนะนำในการเลือกซื้อของขวัญสำหรับเทศกาลวันหยุดของ SHOPBOP ซึ่งได้เปิดตัวทั่วโลกไปเมื่อวันที่ 4พฤศจิกายนที่ผ่านมาอีกด้วย

ดาร์ซี เพนิก ซีอีโอของ SHOPBOP กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เปิดตัวแคมเปญ #HolidayHowTo ซึ่งมีเซเลบระดับโลกตบเท้าเข้าร่วมแคมเปญกันอย่างคับคั่ง โดยเราได้เลือกผสมผสานผู้ทรงอิทธิพลจากหลากหลายวงการ ซึ่งเป็นทั้งตัวแทนและผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าของเราจากทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งแคมเปญนี้ยังได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SHOPBOP ในการเป็นแหล่งรวมแบรนด์สินค้าที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้า ผ่านการมอบเนื้อหาสาระที่ดึงดูดใจ และบริการเหนือระดับ”

กำหนดการเผยแพร่:

ลูซี่ เฮล: How to Get Dressed Up [14 พฤศจิกายน 2559]

ด้วยจำนวนผู้ติดตามในอินสตราแกรมกว่า 16 ล้านคน ดาราสาวและเจ้าแม่ไอทีผู้นี้ได้เปิดตัวแคมเปญด้วยการแบ่งปันเคล็บลับดีๆในการแต่งตัวให้สวยเลิศ พร้อมแนะนำไอเท็มเก๋ๆที่เหล่านางแบบชื่นชอบจากแบรนด์Carven, Stella และ Aquazzura

เคท บอสเวิร์ธ: How to Stay Home [5 ธันวาคม 2559]

เคท บอสเวิร์ธ ดาราสาวสุดคูลที่จัดจ้านทั้งเรื่องแฟชั่นและการออกแบบ จะมาโชว์ให้เราเห็นว่า แฟชั่นสำหรับอยู่บ้านแบบสบายๆ แต่ดูสวยชิคโดยไม่ต้องพยายามนั้นเป็นอย่างไร 

แพทริเซีย แมนฟิลด์: How To Gift Yourself [11 ธันวาคม2559] 

แพทริเซีย แมนฟิลด์ นางแบบและนักดนตรีสาวผู้ชื่นชอบแฟชั่นแนวสตรีทจากมิลานคนนี้ จะมาร่วมบอกเล่าถึงทิปดีๆในการปรนเปรอตัวเองด้วยไอเท็มสุดหรู

โจนาธาน แอดเลอร์: How to Holiday Décor [1 ธันวาคม 2559] 

โจนาธาน แอดเลอร์ ช่างปั้นดินเผา นักออกแบบ นักเขียน และกูรูด้านการออกแบบมากความสามารถ จะมาสาธิตถึงวิธีการที่จะสนุกไปกับช่วงเทศกาลวันหยุดในสไตล์ของชายฝีปากกล้าผู้เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและความรอบรู้

เดอะ เออร์บัน บุช เบบี้: How to Gift Yourself [19 ธันวาคม2559]

ทีเค และ ซีพรีอาน่า ควอนน์ สองพี่น้องคู่ซี้เจ้าแม่แฟชั่นสายสตรีทจะมาบอกเล่าให้เราฟังว่า พวกเธอให้รางวัลตัวเองอย่างไรบ้างในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้

แคโรไลน์ แมกไกวร์: How to Gift Your Friends and Family [20 พฤศจิกายน 2559]

แคโรไลน์ แมกไกวร์ ผู้อำนวยการแฟชั่นและผู้เชี่ยวชาญด้านสไตล์ของSHOPBOP จะมาร่วมแบ่งปันวิธีการเลือกซื้อของขวัญให้กับเพื่อนและครอบครัวของคุณ

นิน่า อักดาล: How To Stay Fit [27 ธันวาคม 2559] 

ปิดท้ายแคมเปญนี้ด้วย นิน่า อักดาล นางแบบสาวสุดฮอตที่จะมาด้วยการสร้างแรงบันดาลให้กับคุณด้วยหุ่นสุดเป๊ะและบุคคลิกแสนขี้เล่นของเธอในคลาส “How To Stay Fit” 

เกี่ยวกับ SHOPBOP

SHOPBOP.com คือแหล่งรวมสินค้าช็อปปิ้งออนไลน์ในสไตล์ทันสมัย ที่ส่งมอบทางเลือกอย่างครอบคลุมและคัดสรรมาเป็นอย่างดีจากดีไซเนอร์ชื่อดังและดีไซเนอร์หน้าใหม่สำหรับผู้หญิงทั่วโลก SHOPBOP.com ให้บริการการเลือกสรรเสื้อผ้าและเครื่องประดับด้วยความรวดเร็ว จัดส่งสินค้าทั่วโลก และบริการคืนสินค้าฟรีในสหรัฐและแคนาดาสำหรับผู้หญิงใน 165ประเทศ ด้วยความร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆกว่า 1,000 แบรนด์ทั่วโลกSHOPBOP เป็นบริษัทในเครือของ Amazon.com Inc.

ติดต่อ

SHOPBOP

Sean Morrissey, PR

อีเมล: Seanwm@SHOPBOP.com

Corinthia Hotel London เข้าร่วมโครงการวิจัยสมองของมนุษย์นาน 1 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–15 พ.ย. 2559–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Corinthia Hotel London ขึ้นแท่นโรงแรมแห่งแรกที่จะดำเนินโครงการ Neuroscience in Residence นานหนึ่งปี โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาสมองของมนุษย์

 Corinthia-Hotel-London-1 / Brain Power (PRNewsFoto/Corinthia Hotel London)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161104/436339 )

Corinthia-Hotel-London-2 / Dr Tara Swart' (PRNewsFoto/Corinthia Hotel London)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161104/436340 )

Corinthia-Hotel-London-3 / Corinthia Hotel London (PRNewsFoto/Corinthia Hotel London)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161104/436341 ) 

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ถึงเดือนธันวาคม 2560 Corinthia Hotel London โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวในย่านไวต์ฮอลล์เพลสใจกลางกรุงลอนดอน จะร่วมมือกับดร.ทารา สวอร์ต (Dr. Tara Swart) นักประสาทวิทยาศาสตร์ชื่อดัง ในการวิจัยความยืดหยุ่นทางจิตใจของพนักงานโรงแรมและแขกของโรงแรมที่เดินทางมาทำธุรกิจ โดยจะนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์วิธีจัดการความเครียดของกลุ่มตัวอย่างนี้ ไปจัดทำเป็นงานวิจัยฉบับพิเศษ “Brain Power Study” ในช่วงท้ายของโครงการ 

ผู้ร่วมโครงการทุกคนจะได้รับคำแนะนำที่ช่วยกระตุ้นสมองให้แสดงศักยภาพสูงสุดทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนอนหลับ ระดับน้ำในร่างกาย การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเจริญสติ 

ดร.ทารายังเตรียมจัดการเสวนาตลอดปีรวม 4 ครั้ง เพื่ออธิบายวิธีการนำศาสตร์ด้านสมองมาประยุกต์ใช้กับเรื่องต่างๆ ทั้งการเมือง เทคโนโลยี และธุรกิจ นอกจากนี้ ผู้ร่วมโครงการจะได้เข้าใจว่า เพราะเหตุใดผู้มีอาการทางจิต ผู้ป่วยโรคหลงตัวเอง และผู้มีบุคลิกต่อต้านสังคม จึงมักเป็นผู้กุมอำนาจในฝ่ายบริหารขององค์กร 

ประสาทวิทยาศาสตร์ คือศาสตร์ที่บุกเบิกการวิจัยในเรื่องการทำงานของสมองซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมและกระบวนการรับรู้ ถือเป็นศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของสมองและพฤติกรรมของมนษุย์อย่างสิ้นเชิง งานวิจัยแนวใหม่ของดร.ทาราจะช่วยให้ผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ด้วยการเข้าใจและพัฒนาสภาพทางกายภาพของสมอง อันจะนำไปสู่ความยืดหยุ่นทางจิตใจและการปลดปล่อยศักยภาพของสมองให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 

แขกผู้เข้าพักและผู้ที่แวะเวียนมาที่ Corinthia Hotel Londonตลอดระยะเวลา 13 เดือนของโครงการสามารถยกระดับพลังของสมองด้วย Brain Power Package ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ โดยมีเมนูบำรุงสมองที่รวบรวมสารอาหารที่จำเป็นในการสร้าง ป้องกัน และซ่อมแซมเซลล์สมอง พร้อมป้อนน้ำให้กับสมองด้วยเครื่องดื่ม Brain Power Drinks ที่คัดสรรเป็นพิเศษเพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ตลอดจนปลดปล่อยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้วยการนวด Mindful Massage ที่มาพร้อม Yoga Nidra เต็มอิ่ม 2 ชั่วโมงที่สปา ESPA Life ภายในโรงแรม แพคเกจนี้ได้รับการรังสรรค์เพื่อช่วยลดความเครียดและเพิ่มสมาธิด้วยเทคนิคการหายใจและการนึกภาพ และช่วยให้ระบบกลิมพาติกซึ่งเป็นระบบกำจัดของเสียในสมองสามารถทำหน้าที่ที่จำเป็นได้ในยามค่ำคืน ด้วยการสร้างบรรยากาศในห้องพักที่ช่วยให้แขกไม่ถูกรบกวนขณะนอนหลับ 

ดร.ทารา สวอร์ต เป็นแพทย์ นักประสาทวิทยาศาสตร์ นักฝึกอบรมภาวะผู้นำ นักเขียนมือรางวัล และวิทยากรอาวุโสที่ MIT Boston เธอคือนักฝึกอบรมภาวะผู้นำชื่อดังเพียงคนเดียวที่จบปริญญาเอกสาขาประสาทวิทยาศาสตร์และเป็นจิตแพทย์ด้วย 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ corinthia.com/london หรือทวิตเตอร์@corinthialondon หรืออินสตาแกรม @corinthialondon 

ที่มา: Corinthia Hotel London

Mahindra Comviva ติดโผ Gartner Magic Quadrant ด้านระบบงานบริหารลูกค้าและรายได้เบ็ดเสร็จสำหรับกลุ่มผู้ให้บริการการสื่อสาร ประจำปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวเดลี–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            Mahindra Comviva ผู้นำระดับโลกด้านการให้บริการโซลูชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ประกาศว่า บริษัทได้รับการจัดอันดับในรายงาน Magic Quadrant ประจำปี 2559 ของการ์ทเนอร์ ด้านระบบงานบริหารลูกค้าและรายได้เบ็ดเสร็จสำหรับกลุ่มผู้ให้บริการการสื่อสาร (Gartner Magic Quadrant for Integrated Revenue and Customer Management (IRCM) for CSPs, 2016)(*) โดยบริษัทได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มผู้เล่นในตลาดเฉพาะ (Niche Player) จากการให้บริการโซลูชันการเรียกเก็บค่าบริการ (iPACS, mBAS) และชุดซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ลูกค้า Mobilytix[TM]

 Mahindra Comviva Logo / Mahindra Comviva Logo

            (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20130626/625127 )

            รายงาน Magic Quadrant สำหรับตลาด IRCM ของการ์ทเนอร์ ประกอบด้วยผู้ให้บริการการสื่อสาร (CSPs) ที่กำลังมองหาซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่หาซื้อได้โดยทั่วไป และสามารถแก้ปัญหาด้านระบบงานบริหารลูกค้าและรายได้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจ รายงานดังกล่าวได้ทำการประเมินชุดโซลูชันต่างๆ เพื่อพิจารณาความสามารถในด้านการวางบิล การดูแลลูกค้า การจัดเรท การคิดค่าบริการ การตั้งราคา งานบริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้า การจัดการนโยบาย การไกล่เกลี่ยประนีประนอม การให้ลูกค้าบริการตนเอง ระบบวิเคราะห์และฟังก์ชั่นงานอื่นๆ

            Manoranjan Mohapatra ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของMahindra Comviva กล่าวว่า “เราขอยกความดีความชอบในครั้งนี้ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ IRCM ที่ครบวงจร ตลอดจนแนวทางที่ยืดหยุ่นในการทำตามข้อกำหนดทางเทคนิคและธุรกิจ เพื่อความพึงพอใจในระดับสูงของลูกค้า ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ในเรื่องการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการส่งมอบบริการที่ตรงเวลา ประกอบกับโซลูชั่นสำหรับบิ๊กดาตา การวิเคราะห์ บริการดิจิทัล และการส่งมอบคลาวด์ เราจึงมั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของวงการโทรคมนาคมได้

            โซลูชั่นเรียกเก็บค่าบริการพร้อมใช้งานบนคลาวด์ของMahindra Comviva (iPACS และ mBAS) มีการติดตั้งแล้วมากกว่า 65 ครั้งทั่วโลก โดย iPACS ช่วยให้กระบวนการทางธุรกิจมีความเป็นเอกภาพ อาทิ การบริหารการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า การเรียกเก็บค่าบริการ การจัดหาทรัพยากร และการตัดสินใจให้ความช่วยเหลือ ผ่านทางระบบวิเคราะห์และรายงานที่หลอมรวมเป็นหนึ่ง ขณะที่แพลตฟอร์ม mBAS ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถปรับปรุงยอดขายของผู้ขายบุคคลที่สาม รวมทั้งจัดการการชำระเงินของลูกค้าและการจัดสรรทรัพยากรต่างๆในแบบเรียลไทม์

            สำหรับชุดซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ Mobilytix ของ Mahindra Comviva นั้น มีการติดตั้งมากกว่า 40 ครั้งใน 25 ประเทศทั่วโลก และขยายขีดความสามารถให้ลูกค้ามากกว่า 500 ล้านราย Mobilytix ช่วยให้นักการตลาดได้มีเครื่องมือการตลาดที่อ้างอิงข้อมูลเป็นหลัก ทำให้พวกเขาสามารถมอบข้อเสนอทางการตลาดได้อย่างเรียลไทม์และเข้ากับสถานการณ์ ผ่านหลากหลายช่องทางและอุปกรณ์ทุกประเภท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขายแบบต่อยอด (up-sell) และการขายพ่วง (cross-sell) โซลูชั่นนี้ส่งข้อความการตลาดดิจิทัล 800 ล้านข้อความต่อวัน มีความแม่นยำสูงถึง 60% สำหรับการคาดการณ์การยกเลิกบริการ และทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 5%

            ที่มา (*) Gartner, Magic Quadrant for Integrated Revenue and Customer Management for CSPs 17 October 2016 Norbert J. Scholz, Jouni Forsman, Amresh Nandan 

            ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ

การ์ทเนอร์ไม่ได้ให้การรับรองผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใดๆ ที่กล่าวถึงในรายงานการวิจัยของบริษัท และไม่ได้แนะนำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีเลือกเฉพาะผู้จำหน่ายที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดเท่านั้น รายงานการวิจัยของการ์ทเนอร์ประกอบด้วยความคิดเห็นขององค์กรวิจัยของการ์ทเนอร์ ดังนั้นจึงไม่ควรตีความว่าเป็นข้อเท็จจริง การ์ทเนอร์ปฏิเสธการรับประกันทั้งหมดเกี่ยวกับรายงานการวิจัยนี้ ไม่ว่าจะโดยชัดเจนหรือโดยนัย ซึ่งรวมถึงไม่รับประกันว่าขายได้หรือเหมาะกับวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง

            สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

            Sundeep Mehta

            Mahindra Comviva

            โทร. +91-124-481 9000

            อีเมล: pr@mahindracomviva.com

ที่มา: Mahindra Comviva

Thuraya เขย่าวงการสื่อสารผ่านดาวเทียม เปิดตัวโทรศัพท์ 2 ซิม สัญญาณ Dual Mode รุ่นแรกของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Thuraya เปิดตัวโทรศัพท์ XT-PRO DUAL ย่อโลกมาไว้ในมือคุณ

Thuraya Telecommunications ผู้ให้บริการการสื่อสารไร้สายผ่านดาวเทียม (MSS) ประกาศความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีโทรศัพท์ดาวเทียมขึ้นไปอีกขั้น ด้วยโทรศัพท์ดาวเทียมรุ่นแรกของโลกที่สามารถรองรับ 2 ซิม และระบบเครือข่ายสัญญาณแบบ dual mode

รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7976651-thuraya-xt-pro-launch-dual-mode-sim-phone/

Thuraya XT-PRO DUAL ช่วยลดอุปสรรคระหว่างการสื่อสารผ่านดาวเทียมและการสื่อสารภาคพื้นดิน ทำให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั้งในและนอกภาคพื้นดินจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยซิมเฉพาะสำหรับใช้กับระบบดาวเทียม และอีกซิมหนึ่งสำหรับใช้กับเครือข่าย GSM โดยอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดจาก Thuraya ซึ่งพลิกโฉมวงการโทรศัพท์ดาวเทียมรุ่นนี้ ได้เพิ่มความสามารถในการใช้งานและเพิ่มทางเลือกแก่ผู้บริโภค โดยผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งซิม Thuraya ซิมเครือข่าย GSM หรือเลือกเชื่อมต่อด้วยซิมใด ๆ ก็ได้ตามที่ต้องการ

ความอเนกประสงค์ของ Thuraya XT-PRO DUAL นี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเพิ่มความสามารถในการแสดงผลแบบ Always On ที่ทำให้ผู้ใช้เลือกรับสายได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะสามารถเชื่อมต่อกับทั้งเครือข่ายดาวเทียมและเครือข่ายภาคพื้นดินได้เสมอ โดยที่สามารถติดต่อกันผ่านหมายเลข GSM แม้จะโทรผ่านดาวเทียมก็ยังได้

Bilal Hamoui ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Thuraya กล่าวว่า “XT-PRO DUAL นำเสนอความก้าวหน้าของการควบรวมเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่ นี่คือโทรศัพท์ดาวเทียมที่ดีที่สุดในโลก โดยสามารถใส่ได้ 2 ซิม และรองรับการใช้งานได้ 2 โหมด ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อีกทั้งยังเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการสื่อสารผ่านดาวเทียมขึ้นไปอีกขั้น ด้วยแรงขับเคลื่อนจากอุปสงค์ในตลาด

Thuraya เป็นเครือข่ายที่เหนือกว่าด้วยสัญญาณที่คมชัดและไม่ถูกคลื่นสัญญาณอื่นรบกวน โดยให้บริการสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ 2 ใน 3 ของโลก ผ่านเครือข่ายดาวเทียมและระบบโรมมิ่งของ GSM ซึ่งมีการทำข้อตกลงกับพันธมิตรแล้ว 389 ฉบับ

Thuraya กำลังเพิ่มช่องทางการสื่อสารใหม่ ๆ แก่ผู้บริโภค รวมถึงกำลังขยายความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Hamoui เพิ่มเติมว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MNOs) ทั่วโลกจะสามารถเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าด้วยบริการใหม่ที่เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการเชื่อมต่อกับโลกได้อย่างรวดเร็วทันใจ แม้จะอยู่ในระหว่างเดินทาง

ทั้งนี้ Thuraya XT-PRO DUAL พัฒนาขึ้นมาสำหรับผู้ใช้ที่เดินทางเข้าและออกเขตสัญญาณภาคพื้นดินเป็นประจำ อาทิ ผู้ปฏิบัติภารกิจของรัฐบาล บริษัทสำรวจและกลั่นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่อยู่บนชายฝั่งและนอกชายฝั่ง ซึ่งโทรศัพท์ดาวเทียมที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกรุ่นนี้ยังตอบโจทย์องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงบุคคลสำคัญระดับ VIP และผู้บริโภคทั่วไปด้วย

เครือข่ายดาวเทียมของ Thuraya มีสัญญาณครอบคลุมกว้างขวาง นำเสนอการสื่อสารที่คมชัด ไม่ติดขัด และไว้วางใจได้ในกว่า 160 ประเทศทั่วทวีปยุโรป แอฟริกา เอเชีย และออสเตรเลีย ส่วนในโหมด GSM นั้นThuraya XT-PRO DUAL รองรับความถี่ 2G/3G ครอบคลุมทั่วโลก

Thuraya XT-PRO DUAL ไม่ได้หยุดพัฒนาคุณสมบัติความยืดหยุ่นไว้เพียงเท่านี้ เพราะยังมีฟีเจอร์นำทางสุดล้ำโดยใช้ GPS, BeiDou, Glonassและ Galileo ผู้ใช้ Thuraya XT-PRO DUAL ยังสามารถแชร์พิกัดปัจจุบัน กำหนดการนำทางจาก waypoints (ตำแหน่งที่ผู้ใช้บันทึกในเครื่อง) ไปยังพิกัดที่กำหนดโดยการใช้แม่เหล็กไฟฟ้า และใช้การบันทึกตำแหน่ง (position logging) ได้ด้วย

สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมนั้น อุปกรณ์รุ่นนี้นำเสนอความสามารถด้านการติดตามตำแหน่งที่ล้ำสมัยด้วยออพชั่นแตกต่างกัน 3 รูปแบบ โดยอิงตามช่วงเวลาที่กำหนด ระยะเวลาในการเดินทาง และการตรวจจับความเคลื่อนไหวนอกเขตรั้ว (geofence) ที่กำหนด สำหรับการปักเขตรั้วนั้นไม่มีความยุ่งยากแต่อย่างใด เพียงแค่ใช้พิกัดที่ผู้ใช้เลือก 3 ถึง 7 ตำแหน่งเท่านั้น Thuraya XT-PRO DUAL มาพร้อมการควบคุมทีสมบูรณ์แบบและมีความปลอดภัย ด้วยฟังก์ชั่นการติดตามตำแหน่งที่เปิดใช้งานได้โดยผู้ใช้เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่พึงประสงค์จากภายนอกเข้ามาเปิดหรือควบคุมฟังก์ชั่น

ด้านแบตเตอรีของ Thuraya XT-PRO DUAL นั้นอยู่ได้นานถึง 11 ชั่วโมงในกรณีใช้คุยโทรศัพท์ และนานถึง 100 ชั่วโมงหากเครื่องอยู่ในโหมดสแตนด์บาย อีกทั้งยังมีปุ่ม SOS ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งเมื่อกดปุ่มแล้ว ประสิทธิภาพและความเสถียรของเครื่องจะเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีความทนทานสูง สามารถป้องกันการกระแทก กันน้ำกันฝุ่น พร้อมหน้าจอแสดงผลที่ทำจากกระจก Gorilla glass ช่วยป้องกันแสงสะท้อน  

เทคโนโลยีอุปกรณ์ดาวเทียมดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก” Hamoui กล่าว ผู้ใช้งานไม่เคยได้รับความยืดหยุ่น ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่าเท่านี้มาก่อน

       Thuraya XT-PRO DUAL / Thuraya XT-PRO DUAL (PRNewsFoto/Thuraya)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161108/437110 )

ติดต่อ: Rim Farouk Sadek +971 (0)4 448 8863 /rim.sadek@thuraya.com

ที่มา: Thuraya Telecommunications Company

Ashok Leyland คว้ารางวัล Deming Prize ประจำปี 2559 จากความสำเร็จในการจัดการคุณภาพโดยรวมของโรงงานผลิตรถเมืองปันท์นาการ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เจนไน, อินเดีย–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ขึ้นแท่นผู้ผลิตรถยนต์พาณิชย์นอกประเทศญี่ปุ่นรายแรกที่คว้ารางวัล Deming Prize อันทรงเกียรติ

          Ashok Leyland ในเครือ Hinduja Group ได้รับรางวัล Deming Prize อันทรงเกียรติ ประจำปี 2559 สำหรับความสำเร็จในการจัดการคุณภาพโดยรวมของโรงงานผลิตในเมืองปันท์นาการ์ Deming Prize เป็นรางวัลคุณภาพระดับโลกที่เก่าแก่ที่สุดและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่สุดรางวัลหนึ่ง รางวัลนี้จะมอบให้แก่บริษัทที่ดำเนินธุรกิจโดยใช้แนวทางการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management: TQM)ซึ่งโรงงานของ Ashok Leyland ในเมืองปันท์นาการ์แห่งนี้ถือเป็นโรงงานผลิตรถบรรทุกและรถบัสแห่งแรกในโลก และยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์พาณิชย์นอกประเทศญี่ปุ่นเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัล Deming Prize

          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:

          http://www.multivu.com/players/uk/7980351-ashok-leyland-deming-prize

          คุณวิโนท เค. ดาซารี กรรมการผู้จัดการของ Ashok Leyland กล่าวระหว่างการรับรางวัล Deming Prize ในประเทศญี่ปุ่นว่า “นี่เป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของพวกเราชาว Ashok Leyland ที่ได้รับรางวัลอันเป็นที่ปรารถนานี้ การเป็นโรงงานผลิตรถบรรทุกและรถบัสแห่งแรกในโลกและเป็นผู้ผลิตยานยนต์พาณิชย์รายแรกนอกประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัลนี้ นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของบริษัทในการก้าวสู่การเป็นที่หนึ่งในอุตสาหกรรม โรงงานที่ปันท์นาการ์ของเราเป็นโรงงานครบวงจรอย่างเต็มรูปแบบ พรั่งพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีและกระบวนการล่าสุด ทั้งยังมีศักยภาพในการผลิตทั้งรถบรรทุกและรถบัสที่พร้อมสำหรับอนาคต คุณภาพที่คงเส้นคงวา ตลอดจนเทคโนโลยี นวัตกรรม และกระบวนการที่มีประสิทธิภาพนี้ เป็นเสาหลักที่ทำให้เราได้รับการยอมรับในระดับสากลและได้รับความพึงพอใจจากลูกค้า ทั้งยังช่วยสืบสานปณิธานของเราที่ว่าคุณชนะ เราชนะ‘ (‘Aapki Jeet, Hamari Jeet’.)”

          คุณอาร์. ศิวาเนสัน รองประธานอาวุโส ฝ่ายคุณภาพ การจัดซื้อ และห่วงโซ่อุปทานของ Ashok Leyland กล่าวว่า “ที่ Ashok Leyland เราให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับกระบวนการที่มีคุณภาพและวิธีการซึ่งมุ่งเน้นไปที่ลูกค้า ผ่านการบริหารงานบุคคลที่มีประสิทธิภาพ การตั้งโรงงานที่ปันท์นาการ์ด้วยกลยุทธ์การลงทุนขนาดใหญ่ในด้านเทคโนโลยีและคุณภาพ ตลอดจนแรงงานหนุ่มสาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับความฝันของเราที่ต้องการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานพาหนะเชิงพาณิชย์ระดับโลก โรงงานน้องใหม่ล่าสุดของ Ashok Leylandแห่งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของเราที่ได้รับรางวัล Deming Prize อันทรงเกียรติประจำปี 2559 สำหรับความเป็นเลิศในการบริหารคุณภาพโดยรวม โรงงานที่ปันท์นาการ์ได้กำหนดมาตรฐานที่เราต้องยึดตามและมุ่งมั่นสานต่อ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สูงขึ้นและพิชิตพรมแดนแห่งใหม่”

          สื่อมวลชนติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

          Sunil Gate

          หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร

          sunil.gate@ashokleyland.com

          +91 98230 93000

          +91 44 2220 6102

 Ashok-Leyland / (L-R) - Mr. Harihar P - Senior Vice President, Manufacturing and Project Planning, Ashok Leyland Limited, Mr. R. Sivanesan - Senior Vice President, Quality, Sourcing and Supply Chain, Ashok Leyland Limited, Mr. Alok K. Gupta - Vice President, Pantnagar Plant, Ashok Leyland Limited, Mr. Vinod K. Dasari - Chief Executive Officer and Managing Director, Ashok Leyland Limited and Mr. Anuj Kathuria, President, Global Trucks, Ashok Leyland Limited at the 2016 award ceremony for the Deming Prize in Japan. Ashok Leyland Pantnagar has become the first truck and bus plant in the world and also the only CV manufacturer outside of Japan to win this prize. (PRNewsFoto/Ashok Leyland)

          รูปภาพ-http://photos.prnewswire.com/prnh/20161111/438202

logo

          วิดีโอ – http://www.multivu.com/players/uk/7980351-ashok-leyland-deming-prize

          ที่มา: Ashok Leyland

ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ร่วมต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส กับกิจกรรม “Christmas Together”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ฮาร์เบอร์ ซิตี้ เป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในเอเชียและเป็นศูนย์การค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในฮ่องกง การจัดแสดงไฟคริสต์มาสบริเวณพื้นที่ด้านนอกของศูนย์การค้าฯ ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ผู้ไปเยือนฮ่องกงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ทั้งยังได้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวฮ่องกงจำนวนมาก

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20161114/8521607345-a

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20161114/8521607345-b

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20161114/8521607345-c

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20140721/8521404095LOGO

          เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของฮาร์เบอร์ ซิตี้ ทางศูนย์การค้าฯ จึงได้เนรมิตพื้นที่ประดับไฟคริสต์มาสภายนอกอาคาร พร้อมจัดกิจกรรมในโลกออนไลน์ภายใต้ธีม “Christmas Together” เพื่อเชิญชวนให้ทุกท่านพาครอบครัวและเพื่อนฝูงมาร่วมเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลอันแสนพิเศษนี้ ที่ฮาร์เบอร์ ซิตี้!

          มาร่วมฉลองคริสต์มาสที่ฮาร์เบอร์ ซิตี้ พร้อมสนุกไปกับเหล่าตุ๊กตาหิมะ

          ในปีนี้ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ขอเชิญคุณมาร่วมงาน “Christmas Party of Snowie” เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับคนที่คุณรักที่ Ocean Terminal Forecourt ณ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10พฤศจิกายน 2559 – 2 มกราคม 2560 โดย “Snowie” เป็นตุ๊กตาหิมะที่ประกอบด้วยหิมะกลมๆ 2 ก้อนต่อกัน ออกแบบเป็นรูปทรงและสีสันต่างๆรวม32 แบบ ตุ๊กตาหิมะตัวน้อยใหญ่ในดีไซน์ที่แตกต่างกันกว่า 150 ตัวจะเป็นส่วนหนึ่งของงานปาร์ตี้ฉลองคริสต์มาส ตุ๊กตาหิมะแต่ละตัวจะมี “รหัสลับ” ตั้งแต่ 0-31 ซ่อนอยู่ คุณสามารถค้นหาตุ๊กตาหิมะตามที่กำหนด และถ่ายรูปเพื่อสร้าง “รหัสตุ๊กตาหิมะ” ของคุณเอง นอกจากนี้ ณ กลางลานหน้าศูนย์การค้าฯ ยังมีการจัดวางต้นคริสต์มาสความสูงถึง 12 เมตร ซึ่งทำมาจากตุ๊กตาหิมะหลากหลายขนาด ตลอดจนม้าหมุนขนาดใหญ่ และต้นคริสต์มาสประดับไฟที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศอันแสนอบอุ่นสุขใจ ท่ามกลางฝูงนกพิราบเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส ที่คอยส่งคำอธิษฐานจากทั่วโลกให้กับเหล่าตุ๊กตาหิมะ ณ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ คุณสามารถดูข้อความเหล่านี้ได้บน “หมอนรองคอ” ของตุ๊กตาหิมะแต่ละตัว ทั้งหมดนี้รอต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่าน เราขอเชิญชวนมาร่วมสร้าง “รหัสตุ๊กตาหิมะ” ในแบบฉบับของตนให้กับคนที่คุณรัก!

          คุณสามารถร่วมปาร์ตี้กับเหล่าตุ๊กตาหิมะได้ตั้งแต่บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าฯ ไปจนถึงบันไดทางเข้าหลักของ Ocean Terminal ตุ๊กตาหิมะหลายคู่นั่งอย่างมีความสุขบนชิงช้าที่แขวนเหนือเพดานทางเดินบันไดและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศคริสต์มาสบริเวณอ่าววิคตอเรีย และฮาร์เบอร์ ซิตี้ ทั้งสองฝั่งของราวบันไดประดับด้วยโคมไฟรูปทรงต่างๆ และกระจกแห่งความสนุกสนานที่จะช่วยสร้างบรรยากาศครึกครื้นและชวนฝัน

          รายละเอียดของงาน “Christmas Together” ณ ฮาร์เบอร์ ซิตี้

          วันที่: 11 พฤศจิกายน 2559 – 2 มกราคม 2560

          เวลา: 10:00-22:00 น.

          สถานที่: Ocean Terminal Forecourt ณ ฮาร์เบอร์ ซิตี้

          “ย้อนความทรงจำคริสต์มาส” ที่ฮาร์เบอร์ ซิตี้

          สถานที่ประดับตกแต่งไฟคริสต์มาสบริเวณด้านนอกของฮาร์เบอร์ ซิตี้นั้น ถือเป็นแหล่ง “เช็คอิน” อันดับต้นบนโซเชียลมีเดียต่างๆในแต่ละปีOcean Terminal ณ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ มีประวัติยาวนานถึง 50 ปี และในปีนี้ยังมีความพิเศษอยู่ที่การจัดงาน “ระดมทุน” เพื่อรวบรวมภาพถ่ายในอดีตทางออนไลน์ เราหวังว่าพลังแห่งอินเทอร์เน็ตจะช่วยให้เราสามารถรวบรวมภาพถ่ายฉลองเทศกาลคริสต์มาสที่ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ในปีก่อนๆได้ เพื่อให้อัลบัมรวมภาพครึ่งทศวรรษแห่งฮาร์เบอร์ ซิตี้ เสร็จสมบูรณ์ คุณสามารถอัพโหลดภาพเข้าสู่อัลบัมออนไลน์ของเราโดยติดแฮชแท็ก#Throwbackxmas @Harbourcity ได้ที่ http://xmas.harbourcity.com.hk/ ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2559 ภาพที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ภาพที่ดีที่สุดในรอบ 50 ปี” จะถูกนำไปใช้ในอัลบัมคริสต์มาส ลิมิเต็ด อิดิชั่น ของฮาร์เบอร์ ซิตี้ เพื่อระดมทุนให้กับมูลนิธิHong Kong Blood Cancer Foundation ต่อไป

          ดาวน์โหลดรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dropbox.com/sh/yq892w1av96trcc/AAAszeNuQ6O_y5qI496X4cMva?dl=0

          ฮอทไลน์: (852) 2118 8666

          เว็บไซต์: www.harbourcity.com.hk

          เฟซบุ๊ก (ภาษาอังกฤษ): @hkharbourcity #hcxmas #harbourcity #throwbackxmas

          ทวิตเตอร์: @hkharbourcity #harbourcity #throwbackxmas

          อินสตาแกรม:  @harbourcity #hcxmas #harbourcity #throwbackxmas

Booking.com ประกาศเริ่มใช้งานระบบ Content API ใหม่ สำหรับ Channel Manager ของที่พักและผู้จัดทำเนื้อหาที่พัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อัมสเตอร์ดัม–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

          เทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยให้บรรดาผู้จัดทำเนื้อหาที่พักสามารถสร้างและดูแลที่พักทั้งหมด โดยผ่านช่องทางการเชื่อมต่อโดยตรงกับBooking.com ที่จะช่วยท่านประหยัดเวลา

          Booking.com ผู้นำระดับโลกด้านเชื่อมโยงผู้เดินทางกับตัวเลือกที่พักจำนวนมาก ได้ประกาศเริ่มใช้งานระบบ Content API ใหม่ สำหรับChannel Manager ของที่พัก รวมถึงผู้จัดทำเนื้อหาที่พัก และบริษัทจัดการที่พัก ระบบใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการมีอิสระที่จะส่งข้อมูลจำเป็นสำหรับการสร้างและดูแลที่พักหลายๆ แห่งที่เปิดให้จองบน Booking.comเช่น ภาพถ่ายที่พัก ข้อมูล และนโยบาย ผ่านช่องทางการเชื่อมต่อโดยตรงที่จะช่วยประหยัดเวลาในการอัปโหลดเนื้อหาจากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง

          “เรามักมองหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นสำหรับพันธมิตรของเราอยู่เสมอนายแรมโค แวน เซนเต็น ผู้อำนวยการฝ่ายบริการคู่ค้าทั่วโลกของ Booking.com กล่าว

          อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์ Booking.com:https://news.booking.com/th-th

          สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ

          วีโร่ พับลิครีเลชั่นส์

          ภัทร์นีธิ์  จีริผาบ อีเมล pattanee@veropr.com

          เจนนิษา รักปทุม อีเมล jennesa@veropr.com

          เกี่ยวกับ Booking.com

          Booking.com เป็นผู้นำระดับโลกด้านการจองโรงแรมและที่พักออนไลน์ รับประกันราคาดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นที่พักขนาดเล็กไปจนถึงรีสอร์ทหรู 5 ดาว ลูกค้าใช้งาน Booking.com ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเลต โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการจองBooking.com ให้บริการใน 43 ภาษา มีตัวเลือกที่พักมากกว่า 1 ล้านแห่ง ซึ่งรวมถึงสถานตากอากาศ 520,000 แห่ง ครอบคลุม 96,000 จุดหมายทั่วโลก ด้วยประสบการณ์กว่า 19 ปีและทีมงานมากกว่า 13,000 คนในสำนักงาน 184 แห่งทั่วโลก Booking.com มีบริการลูกค้าสัมพันธ์ของตัวเองซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และพร้อมช่วยเหลือลูกค้าในภาษาท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

          Booking.com B.V. ก่อตั้งในปีค.ศ. 1996 เป็นเจ้าของและดำเนินการ Booking.com(TM) อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งของ The Priceline Group (NASDAQ: PCLN) ติดตามเราได้ที่ Twitter, Google+ และ Pinterest  กดถูกใจเพจของเราบน Facebook หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่http://www.booking.com

Asia Plantation Capital Berhad ได้รับเอกสารรับรองอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลมาเลเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Asia Plantation Capital Berhad มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นบริษัทแห่งแรกในมาเลเซียและแห่งแรกในเอเชีย ที่ได้รับเอกสารรับรองการดำเนินงานด้านการปลูกต้นกฤษณาจากรัฐบาลมาเลเซีย

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161114/8521607402-a

คำบรรยายภาพ: เอกสารรับรองจาก Suruhanjaya Syarikat Malaysia (SSM)

หลังจากที่ผ่านการรับรองในเบื้องต้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในที่สุดหน่วยงาน Suruhanjaya Syarikat Malaysia (SSM) ก็ได้มอบเอกสารรับรองอย่างเป็นทางการให้แก่บริษัท สำหรับการดำเนินงานด้านการปลูกต้นกฤษณาทั้งในมาเลเซียและต่างประเทศ ส่งผลให้ Asia Plantation Capital ก้าวขึ้นเป็นบริษัทบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชีย

SSM เป็นองค์กรที่ชอบด้วยกฎหมายของมาเลเซียซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลบริษัทและธุรกิจต่างๆ อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานชั้นนำของประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับบรรษัทภิบาล ตลอดจนดูแลด้านการจดทะเบียนธุรกิจและกวดขันการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ในฐานะองค์กรบังคับใช้กฎหมาย SSM จึงมีแนวปฏิบัติที่เข้มงวด ซึ่งโครงการเพาะปลูกของ Asia Plantation Capital ในเมืองบาตูปาฮัท รัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย ก็ได้ดำเนินการถูกต้องตามข้อกำหนดของทางองค์กรทุกประการ

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161114/8521607402-b

คำบรรยายภาพ: โรงงานและโรงกลั่นน้ำมันกฤษณาของ Asia Plantation Capital Berhad ในเมืองยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย

สตีฟ วัตส์ ซีอีโอของ Asia Plantation Capital Berhad กล่าวว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นบริษัทแห่งแรกของเอเชียที่ได้รับเอกสารรับรองการดำเนินงานด้านการปลูกต้นกฤษณา ดังที่เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมไม้กฤษณาต้องมีการวางกรอบข้อบังคับที่ครอบคลุม Asia Plantation Capital Group จึงเดินหน้าสนับสนุนการวางข้อกำหนดในอุตสาหกรรมไม้กฤษณาในเอเชียมาโดยตลอด ทีมงานของบริษัทต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้มั่นใจว่า โมเดลธุรกิจของเรามีความโปร่งใส ถูกต้องตามหลักจริยธรรม รวมถึงได้มาตรฐานของ SSM และที่ปรึกษาอิสระของเราในทุกขั้นตอน และนี่คือก้าวสำคัญสำหรับบริษัท เราเชื่อว่าทุกบริษัทที่ลงทุนในพื้นที่เพาะปลูกในเอเชีย ต้องดำเนินงานภายใต้กรอบข้อบังคับเช่นเดียวกัน โดยนอกจากจะก่อให้เกิดบรรษัทภิบาลที่ดีแล้ว ยังช่วยคุ้มครองนักลงทุนด้วย ซึ่งผมคิดว่าทุกบริษัทต้องมีทั้งสองอย่างควบคู่กัน”

อุตสาหกรรมการปลูกไม้กฤษณาในเอเชียมีอัตราการเติบโตเป็นเท่าทวีคูณ และ Asia Plantation Capital ซึ่งใช้โมเดลธุรกิจแบบบูรณาการแนวดิ่ง “Soil to Oil” ก็ได้ก้าวขึ้นเป็นบริษัทรายใหญ่ที่สุดของภูมิภาคในปัจจุบัน โดยบริษัทมีพื้นที่เพาะปลูกต้นกฤษณาเป็นของตัวเอง นอกจากนั้นยังบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกให้กับลูกค้าทั้งจากภาคสถาบันและภาคเอกชน อีกทั้งยังมีโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้กฤษณาครบวงจร ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีการปลูกเชื้อและการกลั่นของบริษัทยังได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม และทำให้บริษัทก้าวสู่แถวหน้าของวงการ

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161114/8521607402-c

คำบรรยายภาพ:  ต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียที่กำลังถูกปลูกเชื้อ ในพื้นที่เพาะปลูกของ Asia Plantation Capital

ล่าสุดได้มีการค้นพบว่าน้ำมันกฤษณามีคุณสมบัติในการชะลอวัย ซึ่งคาดว่าจะทำให้น้ำมันกฤษณาเป็นที่ต้องการมากขึ้นในอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว นอกจากนี้ Asia Plantation Capital ยังทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของน้ำมันกฤษณาในการรักษาโรคมะเร็งประเภทต่างๆ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ของบริษัท ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของอุตสาหกรรม

ปัจจุบัน ตลาดไม้กฤษณา น้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์ และชิ้นไม้สับ มีมูลค่าประมาณ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีทั่วโลก ยังไม่นับรวมอุตสาหกรรมน้ำหอมที่มีมูลค่าถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เนื่องจากความต้องการน้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่การปลูกต้นกฤษณาเพื่อการพาณิชย์ต้องใช้เวลามากถึง 7-15 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีบริษัทมากมายเสนอตัวเข้ามาลงทุนและบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกต้นกฤษณา

อย่างไรก็ดี ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมีความจำเป็นอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมนี้ และ Asia Plantation Capital ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม จากความสามารถในการคิดค้นและตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง หลังจากที่ได้มีการวิจัยอย่างยาวนาน Asia Plantation Capital ได้พิสูจน์ว่ามีเพียงน้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์จากธรรมชาติเท่านั้น จึงจะมีสารที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคมะเร็งและช่วยชะลอวัย ข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้น้ำมันกฤษณา “ของแท้” ยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้น ขณะที่การปลูกต้นกฤษณาด้วยวิธีที่ยั่งยืนก็ได้รับความสนใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน

อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ4.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี(ข้อมูลจากปี 2557) โดยข้อมูลบนเว็บไซต์ statista.com ระบุว่า เฉพาะอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีมูลค่าสูงถึง 1.21 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2559 นี่จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ Asia Plantation Capital ร่วมมือกับห้องปฏิบัติการพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชื่อดังหลายแห่งในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ใช้น้ำมันกฤษณาเป็นส่วนประกอบ เพื่อรุกตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

Asia Plantation Capital และบริษัทในเครือ ไม่ได้เป็นเพียงผู้เดียวที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดที่กำลังเติบโตนี้ และนี่เป็นเหตุผลที่เราจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่าจะมีการวางข้อกำหนดอย่างแน่นหนาและมีการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมว่าด้วยเรื่องของความโปร่งใสและความยั่งยืนที่เราให้ความสำคัญ และนี่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่เราได้รับการรับรองจากหน่วยงาน SSM ของมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลบริษัทต่างๆในประเทศ

ซีที ชู ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ Asia Plantation Capital ในมาเลเซีย กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ Asia Plantation Capital ผ่านการรับรองตามมาตรฐานอันเข้มงวดของ SSM โดยทางหน่วยงานมีท่าทีตอบรับที่เป็นบวกต่อการยื่นเรื่องของ Asia Plantation Capital นับเป็นตัวอย่างที่ดีของโครงการเพาะปลูกที่ทางรัฐบาลมาเลเซียยินดีให้การสนับสนุน เราเชื่อว่าทุกบริษัทที่ทำธุรกิจนี้ควรถูกคุมเข้ม มิใช่เพียงเพื่อปกป้องนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจว่าน้ำมันกฤษณาที่เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานต้องมาจากแหล่งที่มีความยั่งยืนเท่านั้น ในปี 2543 CITES* ได้ห้ามมิให้มีการตัดไม้กฤษณาในป่า และต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียยังถือเป็นไม้ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากยังคงมีกลุ่มบุคคลและบริษัทหลายแห่งที่ลักลอบตัดไม้อย่างผิดกฎหมายละไร้ศีลธรรม ขณะที่ Asia Plantation Capital ตั้งตนอยู่ในความถูกต้อง โดยไม่เพียงแค่ยื่นเรื่องเพื่อขอเอกสารรับรองเท่านั้น แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นด้วยว่าบริษัทมีระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่เพียบพร้อมสมกับที่ได้รับการรับรอง”

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

ซาอาฮิรา มูฮัมหมัด
ผู้บริหารอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด
อีเมล: zaahira@asiaplantationcapital.com
โทร: +6012-203-5344

ซาแมนธา ธาม

ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด
อีเมล: samantha.tham@asiaplantationcapital.com
มือถือ: +65-9144-0933

*อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์

เกี่ยวกับ Asia Plantation Capital  Berhad

Asia Plantation Capital Berhad เป็นบริษัทในเครือของ Asia Plantation Capital Group ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกที่เติบโตรวดเร็วที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก บริษัทเป็นผู้กรุยทางด้านการเพาะต้นอ่อน ส่งเสริมการทำป่าไม้ บุกเบิกวิธีการปลูกเชื้อ พัฒนาเทคนิคการเก็บเกี่ยว วิธีการกลั่น และแปรรูปผลิตภัณฑ์ ไปพร้อมกับการมอบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญแก่ชุมชนท้องถิ่น

เกี่ยวกับ   Suruhanjaya Syarikat Malaysia 

Suruhanjaya Syarikat Malaysia (SSM) หรือ Companies Commission of Malaysia ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2545 จากการรวมตัวกันของRegistrar of Companies (ROC) และ Registrar of Businesses (ROB)โดยทำหน้าที่จดทะเบียนบริษัทและธุรกิจต่างๆ พร้อมรายงานข้อมูลของบริษัทและธุรกิจแก่สาธารณชนในมาเลเซีย SSM มีอำนาจในการบังคับจดทะเบียนธุรกิจและกวดขันการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และยังมีหน้าที่ตรวจสอบกิจกรรมและการเคลื่อนไหวทั้งหมดในภาคบริษัทและภาคธุรกิจของมาเลเซีย

 

Clarivate Analytics เปิดตัว “EndNote X8” ยกระดับการทำวิจัยไปอีกขั้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฟิลาเดลเฟีย–14 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือทั่วโลก สนับสนุนการเปิดกว้างทางวิทยาศาสตร์ และช่วยหาวารสารที่จะตีพิมพ์ผลงานให้ 

Clarivate Analytics หรือในอดีตคือธุรกิจ Intellectual Property & Science ในเครือ Thomson Reuters ได้ประกาศเปิดตัว EndNote(TM) X8 ซอฟต์แวร์ทำซ้ำ (Iteration) ชั้นนำเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด เปิดทางให้นักวิจัย บรรณารักษ์ และนักเรียนนักศึกษา สามารถค้นหา จัดการ รวมถึงสร้างบรรณานุกรม รายการคัดลอกคำพูด และรายการอ้างอิง ช่วยให้การทำวิจัยก้าวหน้าไปอีกขั้น

 Clarivate Analytics Logo / Clarivate Analytics (PRNewsFoto/Clarivate Analytics)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160929/413983LOGO 

นิยามของความร่วมมือด้านการวิจัยเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในยุคดิจิทัล ในช่วงปี 2541 ถึง 2554 รายงานการวิจัยที่มีผู้เขียน 50 คนขึ้นไปนั้น มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า จากประมาณปีละ 500 ฉบับ เป็นปีละมากกว่า 1,000 ฉบับ ด้วยเหตุนี้ ซอฟต์แวร์ EndNote เวอร์ชั่นล่าสุดจึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้นักวิจัยทำงานได้อย่างคล่องตัวและสามารถผลิตผลงานได้จากทุกที่ EndNote X8 มาพร้อมฟีเจอร์แชร์คลังข้อมูลวิจัย EndNote ได้ครบทุกรายการที่อยู่ในคลัง อันได้แก่ เอกสารอ้างอิง ไฟล์ PDF และบรรณนิทัศน์ โดยแชร์กับผู้อื่นได้สูงสุดถึง 100 คน นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถร่วมกันเพิ่มข้อมูลที่แชร์ ตลอดจนร่วมกันทำบรรณนิทัศน์และรายการอ้างอิงได้แบบเรียลไทม์ บนพื้นที่คลาวด์ที่ไม่จำกัดและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในขณะที่ฟีดแสดงกิจกรรมแบบบิลท์อินยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถระบุตัวสมาชิกใหม่ และติดตามความเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่เกิดจากผู้ร่วมใช้คลังข้อมูล 

จอร์จ โควาล หัวหน้าฝ่ายโซลูชั่นนักวิจัยของ Clarivate Analyticsกล่าวว่า เป้าหมายของเราคือการตอบสนองความต้องการของตลาด โดยเฉพาะผู้ใช้ขั้นสุดท้าย ซึ่ง X8 ก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี โดยช่วยให้งานวิจัยมีความก้าวหน้าและมีการร่วมมือกันมากขึ้น 

ปัจจุบัน การตีพิมพ์ผลงานมีการแข่งขันสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ความล่าช้าในการตีพิมพ์อันเกิดจากการจัดการรายการอ้างอิงที่ผิดพลาดจะไม่เกิดขึ้น หากมีรายการอ้างอิงที่ถูกต้องให้เลือกในคลิกเดียว EndNoteช่วยให้ผู้ใช้ก้าวทันโลกของการวิจัยและการตีพิมพ์ผลงานเชิงวิชาการที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ด้วยการมอบความสามารถในการค้นหา จัดการ และแชร์รายการอ้างอิง รวมถึงบรรณานุกรมที่จัดรูปแบบอัตโนมัติ ช่วยร่นระยะเวลาในการรวบรวมข้อมูลและการเขียนต้นฉบับ การยื่นขอสิทธิบัตร และการขอทุนวิจัย นอกจากนี้ EndNote ยังมีฟีเจอร์จับคู่ต้นฉบับ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธตีพิมพ์ผลงาน  ด้วยการค้นหาวารสารที่งานวิจัยของผู้ใช้มีโอกาสสูงที่จะได้รับการตีพิมพ์ โดยอิงจากการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของรายการคัดลอกคำพูดที่มีอยู่หลายสิบล้านรายการในWeb of Science(TM) ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นข้อมูลที่ได้รับการทำดัชนีอย่างพิถีพิถัน จากวารสารหลายพันฉบับของสำนักพิมพ์ระดับโลกหลายร้อยแห่ง 

เจสสิกา เทอร์เนอร์ ผู้บริหารสากลแผนกลูกค้าภาครัฐและสถาบันการศึกษาของ Clarivate Analytics กล่าวว่า “EndNote ในฐานะแหล่งข้อมูลจัดการรายการอ้างอิงชั้นนำของอุตสาหกรรม ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในแวดวงการวิจัยยุคปัจจุบันที่มีความต้องการยิบย่อย และมีแนวโน้มที่เปลี่ยนไปในเรื่องของความร่วมมือแบบพหุวิทยาการในระดับสากล เรามีผู้ใช้ถึง 4 ล้านรายจากบริษัทและสถาบันการศึกษากว่า100,000 แห่งทั่วโลก เราจึงตระหนักดีถึงความสำคัญของ EndNote ในกระบวนการทำวิจัย และยังคงทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการนำเสนอโซลูชั่นจัดการรายการอ้างอิงที่ดีที่สุดเพื่ออนาคต 

EndNote X8 สามารถรันบนระบบปฏิบัติการ Mac และ Windowsทั้งยังสามารถซิงค์ข้อมูลได้อย่างราบรื่นบน EndNote ผ่านทางออนไลน์ และแอปพลิเคชัน EndNote บน iPad 

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Endnote หรือต้องการทดลองใช้งานฟรี 30 วัน กรุณาดูรายละเอียดได้ที่endnote.com/downloads/30-day-trial 

ดูรายละเอียดเกี่ยวปัจจัยที่ส่งผลให้ความร่วมมือทำวิจัยเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงปัจจัยที่สามารถสร้างโอกาสในการร่วมมือทำวิจัยทั่วโลกได้จากรายงาน  Growing Together: Research Collaboration and Technologyในหมวด State of Innovation 

เกี่ยวกับ Clarivate Analytics 

Clarivate(TM) Analytics ช่วยเร่งกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและข้อมูลวิเคราะห์ที่ไว้วางใจได้ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถค้นหา คุ้มครอง และทำการตลาดแนวคิดใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วขึ้น Clarivate Analytics ซึ่งในอดีตคือ Intellectual Property & Science ในเครือ Thomson Reuters ได้ให้การสนับสนุนลูกค้ามานานกว่า 60 ปี ปัจจุบันเราเป็นบริษัทอิสระที่มีพนักงานมากกว่า4,000 คน และดำเนินงานในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยยังคงไว้ซึ่งความเป็นมืออาชีพ ความมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย และความรวดเร็วฉับไวเช่นเดิม สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Clarivate.com