Banco Bradesco ประกาศผลประกอบการ 3 ไตรมาสแรกประจำปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซาเปาโล–11 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Bradesco (BM&FBovespa: BBDC3; BBDC4, NYSE: BBD) ได้รายงานผลประกอบการรายการหลักๆ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 โดยเน้นที่การผนวกรวมกับข้อมูลของ HSBC Bank Brasil S.A. และธุรกิจในเครือ (HSBC Brasil) นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา

          1. รายได้สุทธิที่มีการปรับ (Adjusted Net Income) (1) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 อยู่ที่ 1.2736 หมื่นล้านเรียลบราซิล (ลดลง 4.3% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 ซึ่งมีรายได้สุทธิที่มีการปรับอยู่ที่ 1.3311 หมื่นล้านเรียลบราซิล) คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 3.13 เรียลบราซิล และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (2) ที่ 17.6% (2)

          2. เมื่อแยกตามแหล่งที่มาของรายได้แล้ว รายได้สุทธิที่มีการปรับนั้นแยกได้เป็น 8.690 พันล้านเรียลบราซิลจากกิจกรรมทางการเงิน คิดเป็นสัดส่วน 68.2% จากทั้งหมด และอีก 4.046 พันล้านเรียลบราซิลจากธุรกิจประกันภัย แผนเงินบำนาญ และตราสารหนี้สำหรับการระดมทุน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 31.8% จากทั้งหมด

          3. ณ เดือนกันยายน 2559 ทาง Bradesco มีขนาดมูลค่ากิจการในตลาดอยู่ที่ 1.60472 แสนล้านเรียลบราซิล (3) เพิ่มขึ้น 41.6% จากเดือนกันยายน 2558

          4. มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ณ เดือนกันยายน 2559 อยู่ที่ 1.270 ล้านล้านเรียลบราซิล (ในจำนวนนี้มาจากการควบรวมกิจการกับ HSBC Brasil เป็นมูลค่า 1.612 แสนล้านเรียลบราซิล) เพิ่มขึ้น 20.9% จากเดือนกันยายน 2558 โดยมีอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์เฉลี่ยที่ 1.5%

          5. ณ เดือนกันยายน 2559 โครงสร้างเงินให้สินเชื่อ (Expanded Loan Portfolio) (4) มีมูลค่าแตะ 5.21771 แสนล้านเรียลบราซิล (7.98 หมื่นล้านเรียลบราซิลจากการควบรวมกับ HSBC Brasil) เพิ่มขึ้น 10.0% จากระดัยเดือนกันยายน 2558 ขณะที่ธุรกิจลูกค้ารายย่อยมูลค่า 1.71067 แสนล้านเรียลบราซิล (เพิ่มขึ้น 17.8% จากเดือนกันยายน 2558) และธุรกิจลูกค้าองค์กรมูลค่า 3.50704 แสนล้านเรียลบราซิล (เพิ่มขึ้น 6.5% จากเดือนกันยายน 2558)

          6. มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการอยู่ที่ 1.866 ล้านล้านเรียลบราซิล (2.076 แสนล้านเรียลบราซิลจากการควบรวมกับ HSBC Brasil) เพิ่มขึ้น 28.4% จากเดือนกันยายน 2558

          7. อัตราส่วนของผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Equity) มีมูลค่า 9.8550 หมื่นล้านเรียลบราซิล ณ เดือนกันยายน 2559 ซึ่งเพิ่มขึ้น 14.3% จากเดือนกันยายน 2558 โดยมีอัตราส่วนตามหลักเกณฑ์ Basel III เมื่อคำนวณตามเงื่อนไข Prudential Conglomerate อยู่ที่ 15.3% (5) ในเดือนกันยายน 2559 ซึ่งในจำนวนนี้เป็น Tier I Capital ทั้งสิ้น 11.9% (5)

          8. ธนาคารได้มอบผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 5.184 พันล้านเรียลบราซิล ในรูปแบบของผลประโยชน์ในส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งคำนวณมาจากผลกำไรที่ได้รับในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 โดยแยกเป็น 1.867 พันล้านเรียลบราซิลในรูปแบบของผลตอบแทนรายเดือนและสื่อกลาง ขณะที่อีก 3.317 พันล้านเรียลบราซิลในรูปแบบของรายการพิเศษ ซึ่งจะครบกำหนดชำระในวันที่ 8 มีนาคม 2560

          9. ส่วนที่ก่อดอกเบี้ยจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) อยู่ที่ 4.6316 หมื่นล้านเรียลบราซิล (2.423 พันล้านเรียลบราซิลจากการควบรวมกิจการกับ HSBC Brasil) เพิ่มขึ้น 14.7% จากช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558

          10. อัตราส่วนการค้างชำระ (Delinquency Ratio) ระยะเวลา 90 วันอยู่ที่ 5.4% ในเดือนกันยายน 2559 (เมื่อเทียบกับ 3.8% ในเดือนกันยายน 2558) หากไม่คำนวณรวมการควบรวมกิจการกับ HSBC Brasil แล้ว อัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 5.2%

          11. อัตราส่วนประสิทธิภาพ (ER) ในการดำเนินงาน (6) ณ เดือนกันยายน 2559 อยู่ที่ 38.2% (เมื่อเทียบกับ 37.9% ในเดือนกันยายน 2558) ขณะที่อัตราส่วน “หลังปรับตามปัจจัยเสี่ยง” อยู่ที่ 49.9% (เมื่อเทียบกับ 46.6% ในเดือนกันยายน 2558) หากไม่คำนวณรวมผลกระทบการควบรวมกิจการกับ HSBC Brasil แล้ว อัตราส่วนเหล่านี้อยู่ที่ 37.6% และ 48.8% ตามลำดับ

          12. ค่าเบี้ยประกันภัย การจ่ายเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และรายได้จากพันธบัตรเพื่อการออมเงิน มียอดรวมทั้งสิ้น  5.0172 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (711 ล้านเรียลบราซิล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบรวม HSBC Brasil) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 ซึ่งเพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 เงินทุนสำรองทางเทคนิคอยู่ที่ 2.13608 แสนล้านเรียล เพิ่มขึ้น 26.7% เมื่อเทียบกับยอดดุลในเดือนกันยายน 2558

          13. การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภค เทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคมแตะที่ 4.514 พันล้านเรียลบราซิลในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 เพิ่มขึ้น 11.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

          14. ภาษีและเงินจ่ายสมทบหรือตามข้อกำหนด ซึ่งรวมถึงสวัสดิการสังคม แตะที่ 2.3363 หมื่นล้านเรียลบราซิลในช่วง 9 เดือนแรก โดยแยกเป็น 8.876 พันล้านดอลลาร์เกี่ยวข้องกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายและการเรียกเก็บจากบุคคลที่สาม และ 1.4487 หมื่นล้านเรียลบราซิล (1.449 พันล้านเรียลบราซิลที่เกี่ยวข้องกับการควบรวม HSBC Brasil) ซึ่งคำนวณจากกิจกรรมต่างๆที่พัฒนาโดย Bradesco Organization เทียบเท่ากับ 113.7% ของรายได้สุทธิภายหลังการปรับปรุง[1]

          15. Bradesco มีเครือข่ายการให้บริการลูกค้าที่กว้างขวางในบราซิล โดยมีสาขา 5,337 แห่ง และจุดบริการลูกค้า (PA) 3,902 จุด ลูกค้าของ Bradesco สามารถใช้บริการจากตู้เอทีเอ็มจำนวน 1,049 ตู้ที่อยู่ภายในบริเวณสถานที่ทำการของบริษัท (PAE) จุดบริการลูกค้า Expresso ของ Bradesco 39,885 จุด เอทีเอ็มของ Bradesco 34,230 ตู้ และ เครือข่ายเอทีเอ็มของ Banco24Horas 19,584 ตู้

          16. เงินเดือน บวกเงินเพิ่มและผลประโยชน์ทั้งหมดอยู่ที่ 1.1084 หมื่นล้านเรียลบราซิลในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 มีการให้สวัสดิการสังคมแก่พนักงานขององค์กร Bradesco ทั้ง 109,922 คน รวมทั้งผู้ที่อยู่ภายใต้การอุปการะแตะที่ 2.649 พันล้านเรียลบราซิล ในขณะที่การลงทุนด้านการศึกษา การฝึกอบรม และโครงการพัฒนา อยู่ที่ 117.049 ล้านเรียลบราซิล

          17. ในเดือนกันยายน 2559 Bradesco ได้รับการคัดเลือกให้รวมอยู่ในดัชนี  Dow Jones Sustainability Index (DJSI) ในผลิตภัณฑ์ตลาดเกิดใหม่ที่ยั่งยืนของดาวโจนส์

          18. ในเดือนตุลาคม 2559 Bradesco Seguros S.A. (“Bradesco Seguros”) และ Swiss Re Corporate Solutions Ltd. (“Swiss Re Corso”) ได้ลงนามในข้อตกลงทางธุรกิจซึ่ง (i) Swiss Re Corporate Solutions Brasil Seguros S/A (“Swiss Re Corporate Solutions Brasil”) จะเข้าซื้อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุบัติเหตุและการขนส่ง (“ประกันความเสี่ยงขนาดใหญ่”) ของ Bradesco Seguro ซึ่งจะทำให้บริษัทเป็นบริษัทเพียงรายเดียวที่สามารถเข้าถึงลูกค้าของ Bradesco เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำตลาดจากประกันความเสี่ยงขนาดใหญ่ และ (ii) Bradesco Seguros จะเข้าถือหุ้น 40% ใน Swiss Re Corporate Solutions Brasil ในขณะที่อีก 60% จะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของ Swiss Re Corso การทำธุรกรรมดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลและตามเงื่อนไขอื่นๆในสัญญาที่ปกติจะนำมาใช้ในการทำธุรกรรมประเภทนี้

          19. เมื่อเดือนตุลาคม 2559 การแยกบริษัท HSBC Brasil ในบางส่วนได้รับการอนุมัติในที่ประชุมสามัญนัดพิเศษ ผ่านทางการซื้อทรัพย์สินบางส่วนของบริษัทโดยบริษัทที่อยู่ในเครือขององค์กร ซึ่งช่วยให้สามารถเดินหน้ารวมการดำเนินงานและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันได้ ส่งผลให้มีการแทนที่แบรนด์ HSBC ในเครือข่ายการให้บริการของบริษัท ซึ่งปัจจุบันคือแบรนด์ Bradesco ดังนั้น Bradesco จึงเริมดำเนินงานด้วยแพลตฟอร์มที่รวมเป็นหนึ่ง (สาขา เอทีเอ็ม และระบบ) เพื่อให้ลูกค้าทั้งหมดเข้าใช้งานได้ นับจากนี้ไป ได้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่รวมเข้าไว้ด้วยกันของ Bradesco แก่ลูกค้าของ HSBC Brasil เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ แพลตฟอร์มเทคโนโลยีสมัยใหม่ และผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายมากกว่า

          20. ในเดือนพฤศจิกายน 2559 Bacen ได้รับอนุญาตให้ระดมทุนผ่านการออกตั๋วเงินเป็นจำนวน 5.0 พันล้านเรียลบราซิล เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการออกทุน Tier 1 ที่อิงหลักทรัพย์ตามที่ระบุไว้ใน CMN Resolution No. 4,192/13

          21. รางวัลและการยอมรับที่สำคัญๆในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้:

          – ติดหนึ่งใน “150 Melhores Empresas para Trabalhar no Brasil” (“บริษัท 150 แห่งที่น่าทำงานมากที่สุดในบราซิล) เป็นครั้งที่ 17 ซึ่งรางวัลดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยนิตยสาร ?poca และสถาบัน Great Place to Work Institute

          – Bradesco คว้ารางวัล “Latinoamerica Verde” สาขา “การเงินยั่งยืน” จากผลงาน “Financial Inclusion and Sustainable Development in the Amazon” (Latin American Development Bank – CAF) เป็นครั้งแรก

          – คว้ารางวัลชนะเลิศ “Market Capitalization” ท่ามกลางธนาคารหลายแห่งในบราซิล (Economatica)

          – การยอมรับในด้านธุรกิจที่มีผลกำไรและมอบเงินปันผลที่ดีที่สุด ให้แก่ผู้ถือหุ้นในละตินอเมริกาและสหรัฐ (เลือกผลตอบแทนเป็นหุ้น) ในภาคธนาคาร และขึ้นแท่นผู้นำหากพิจารณาตามเงินปันผล

          Bradesco Organization มุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เรากำหนดแนวทางธุรกิจและกลยุทธ์ด้วยมุมมองการรวบรวมแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนที่ดีที่สุดขององค์กร พร้อมพิจารณาบริบทและศักยภาพของแต่ละภูมิภาค ซึ่งนำไปสู่การสร้างคุณค่าที่แบ่งปันร่วมกันในระยะยาว เพื่อตอกย้ำจุดยืนดังกล่าว เราได้ให้ความสำคัญกับการยึดมั่นในโครงการที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกเช่น Global Compact, The Equator Principles, CDP, Principles for Responsible Investment (PRI), GHG Protocol Program และ Empresas pelo Clima (EPC – Business for the Climate Platform) โครงสร้างการบริหารงานของเราประกอบไปด้วยคณะกรรมการเพื่อความยั่งยืน (Sustainability committee) ที่มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่คณะผู้บริหารในการสร้างแนวทางและการดำเนินงานในองค์กรในงานประเภทนี้ และยังมีคณะกรรมการที่มาจากหลายแผนกที่ทำหน้าที่ในการประสานงานเรื่องการนำแผนยุทธศาสตร์มาบังคับใช้ ความยอดเยี่ยมในการบริหารธุรกิจสามารถวัดได้จากดัชนีชี้วัดความยั่งยืน เช่น ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) หรือ “ตลาดเกิดใหม่” ประจำตลาดหุ้นนิวยอร์ก, ดัชนีความยั่งยืนของบริษัท (ISE), และดัชนี Carbon Efficient Index (ICO2) ทั้งของ BM และ FBOVESPA

          Fundacao Bradesco ได้เปิดโรงเรียนกว่า 40 แห่งทั่วบราซิล พร้อมโครงการทางด้านสังคมและการศึกษาที่ครอบคลุมตั้งแต่เมื่อ 60 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2559 ทางบริษัทได้ทุ่มงบประมาณกว่า 593.360 ล้านเรียลบราซิล เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับนักเรียน 101,566 คนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนของทางธนาคารในระดับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ตั้งแต่ระดับอนุบาล ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา และการศึกษาวิชาชีพชั้นสูง) การศึกษาสำหรับเยาวชน การศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ และอาชีวศึกษา โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างอาชีพและรายได้ นอกเหนือจากการเรียนฟรีในระบบการศึกษาที่มีคุณภาพแล้ว นักเรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานกว่า 43,000 คน ยังจะได้รับเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน อาหารกลางวัน รวมถึงสิทธิด้านสุขภาพและทันตกรรมอีกด้วย สำหรับระบบการเรียนการสอนทางไกล (EaD) นั้น มีนักเรียนประมาณ 550,000 คนได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ผ่านช่องทางอีเลิร์นนิ่ง “Escola Virtual” (โรงเรียนเสมือนจริง) โดยนักเรียนเหล่านี้จะเลือกเรียนอย่างน้อยหนึ่งในหลายหลักสูตรที่เสนอไว้ในตารางเรียน นอกจากนี้ยังมีนักเรียนอีก 21,490 คน ที่จะได้ประโยชน์จากโครงการความร่วมมือกับ ศูนย์พัฒนาการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ (CDIs) ที่มีชื่อว่า Educa+A??o Program และจากหลักสูตรเทคโนโลยี (Educar e Aprender – การศึกษาและการเรียนรู้)

          ข้อมูลเกี่ยวกับงบการเงินสามารถดูได้ที่เว็บนักลงทุนสัมพันธ์บนของ Bradesco ที่ bradesco.com.br/ir

          (1) เหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ ตามที่อธิบายไว้ในหน้า 8 ของรายงานวิเคราะห์เศรษฐกิจและการเงินฉบับนี้; (2) ความสามารถในการทำกำไรเฉลี่ยต่อปีในไตรมาสแรกของปี 2559 ถูกคำนวณบนพื้นฐานเชิงเส้น (อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 อยู่ที่ 18% ตามเกณฑ์คำนวณก่อนหน้านี้) และยังไม่รวมผลกระทบจากการปรับมูลค่าของหลักทรัพย์เผื่อขายในส่วนของผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามราคาตลาด (3) จำนวนหุ้น (ไม่รวมหุ้นทุนซื้อคืน) คูณราคาปิดตลาดของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิในวันทำการซื้อขายสุดท้ายของช่วงดังกล่าว; (4) รวมถึงเงินค้ำประกัน, เลตเตอร์ออฟเครดิต เงินสำรองล่วงหน้าให้ลูกหนี้บัตรเครดิต, สัญญาผูกมัดร่วมในการโอนสินเชื่อ (กองทุนที่มีลูกหนี้ค้ำประกันและลูกหนี้ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน), สัญญาผูกมัดร่วมในการโอนสินเชื่อในพื้นที่ชนบทและการดำเนินงานที่ความเสี่ยงด้านเครดิต ได้แก่ สินทรัพย์เชิงพาณิชย์ ประกอบด้วย หุ้นกู้และสัญญาใช้เงิน; (5) ในเดือนกันยายน 2559 ธนาคารได้พิจารณานำตราสารหนี้ด้อยสิทธิซึ่งได้รับอนุญาตจากธนาคารกลาง เพิ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Tier I Capital ในเดือนพฤศจิกายน 2559 และ (6) ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

Asia Plantation Capital เปิดเวทีประชุมสามัญประจำปีที่กรุงเทพฯ เผยธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–11 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Asia Plantation Capital ผู้บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกเจ้าของรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย ได้จัดการประชุมสามัญประจำปีที่ประเทศไทย เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2559 ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161104/8521607201-a

คำบรรยายภาพ – การประชุมประจำปี 2559 ของ Asia Plantation Capitalที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย

Asia Plantation Capital มีความยินดีที่จะประกาศว่า แม้ว่าเศรษฐกิจโลกได้ชะลอตัวลง แต่บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 6% ในประเทศไทย และเพิ่มขึ้น4.5% ในสิงคโปร์ ในปีงบการเงิน 2558

คุณแบร์รี่ รอว์ลินสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ APC Group ได้เปิดเวทีการประชุมสามัญประจำปีท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานราว 300 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ถือหุ้นและเจ้าของพื้นที่เพาะปลูกในไทย โดยได้บอกเล่าถึงการเติบโตอย่างทวีคูณตลอดปี 2559 แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ นอกจากนี้ คุณรอว์ลินสันยังได้กล่าวถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อภาคการเกษตร รวมถึงความทุ่มเทของบริษัทในการจัดการกับปัญหาที่เกี่ยวข้อง พร้อมบรรเทาผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้น

Asia Plantation Capital ยังคงยึดมั่นในหลักการดำเนินงานเพื่อ “ความยั่งยืนแบบองค์รวม” โดยตลอดปี 2559 บริษัทได้ริเริ่มโครงการมากมายที่ไม่ได้เป็นเพียงโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันทั้งในแง่ของการดูแล การตอบแทน และการสนับสนุนพนักงานทุกคน ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายบริหารระดับกลาง ไปจนถึงคนงานตามพื้นที่เพาะปลูกและครอบครัว

คุณจินดา ต้นคำใบ ได้กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการในอดีต รวมถึงโครงการที่ดำเนินการตลอดปีที่แล้ว ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อชุมชนหลายๆแห่ง โดยโครงการทั้งหลายของ Asia Plantation Capital มุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ เช่น โรงเรียนและศาสนสถาน ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนที่อาศัยและทำงานอยู่รอบๆพื้นที่ที่บริษัทดำเนินงาน

นอกจากนี้ บริษัทยังได้มอบทุนการศึกษาให้กับนิสิตชั้นปีที่ 4 จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 3 คน โดยเป็นค่าเล่าเรียน150,000 บาทตลอดระยะเวลา 4 ปี

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161104/8521607201-b

คำบรรยายภาพ  – Asia Plantation Capital มอบทุนการศึกษาแก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สำหรับแผนการขยายธุรกิจของบริษัท และแผนเพิ่มจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่จำเป็นในการตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์ต่างๆนั้น คุณพนิตตา มาตรวังแสง จากฝ่ายธุรการทั่วไป ได้อัพเดทข้อมูลให้กับเหล่าผู้ร่วมงาน ในเรื่องของขั้นตอนต่างๆและการสอบทานก่อนซื้อที่ดิน นอกจากนี้ คุณภูมิ มาตรวังแสง ผู้รับหน้าที่สถาปนิก ยังได้อธิบายเพิ่มเติมถึงรายละเอียดทางเทคนิค ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบที่ดิน แผนผังที่ดิน ระบบประปา ไปจนถึงระบบบริหารจัดการต้นไม้

คุณนาเดียห์ อับดุลลาห์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ได้กล่าวถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ได้บรรลุในปีนี้ ในนามของ Asia Plantation Capital Berhad (APCB) ซึ่งเป็นบริษัทสาขามาเลเซียของ APC Group โดยเน้นย้ำถึงการร่วมทุนทางธุรกิจ เช่นเดียวกับความคืบหน้าในด้านการวิจัยและพัฒนา

นอกจากนี้ โรงกลั่นน้ำมันกฤษณาที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบริษัท ยังได้เปิดสายการผลิตใหม่ รวมถึงได้ขยายเรือนเพาะชำต้นไม้และห้องปฏิบัติการที่เต็มไปด้วยเครื่องมืออันทันสมัย ซึ่งจะช่วยให้การควบคุมคุณภาพและการผลิตน้ำมันกฤษณาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ APCB คือ การที่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการรับรองอย่างไม่มีเงื่อนไขจากหน่วยงาน Suruhanjaya Syarikat Malaysia (SSM) ของประเทศมาเลเซีย ซึ่งเทียบเท่ากับหน่วยงาน MAS ของสิงคโปร์ และ FCA ของสหราชอาณาจักร

คุณโรบิน จิวเวอร์ ผู้อำนวยการด้านการเกษตร พร้อมด้วยคุณบุญช่วย จอมคำสี ผู้เชี่ยวชาญด้านการป่าไม้ ยังได้มาร่วมบอกเล่าถึงสถานการณ์ปัจจุบันของพื้นที่เพาะปลูกของ Asia Plantation Capital ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่มีมากเกินควร รวมถึงมาตรการจัดการกับสภาพอากาศที่แปรปรวน โดยพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดของบริษัทได้ใช้มาตรวัดน้ำฝนและเครื่องมือวัดระดับความชื้น เพื่อให้มั่นใจว่าต้นกฤษณาจะได้รับปริมาณน้ำที่พอเหมาะ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการใช้น้ำในการเพาะปลูกแล้ว ยังช่วยประหยัดไฟฟ้าที่ใช้ปั๊มน้ำด้วย

นอกจากนี้ รศ.ดร.ผกามาศ เจษฎ์พัฒนานนท์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาพิเศษฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ Asia Plantation Capital ได้นำเสนองานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับประโยชน์ทางการแพทย์ของของน้ำมันกฤษณา ทั้งในด้านการชะลอวัยและการรักษาโรคมะเร็งประเภทต่างๆ

นอกเหนือจากต้นกฤษณาแล้ว Asia Plantation Capital ยังได้ลงทุนกับต้นไผ่ ซึ่งเป็นพืชมหัศจรรย์อีกชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย บริษัทยึดมั่นในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย ยั่งยืน และมีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ จึงให้การสนับสนุน Boo-Tex(TM) ในการพัฒนาผ้าเส้นใยไผ่สุดหรูสำหรับวงการแฟชั่นและเสื้อผ้ากีฬา โดยในโอกาสนี้ คุณโรเจอร์ ฮาร์กรีฟส์ ประธานของ Asia Plantation Capital Thailand ก็ได้การแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบถึงการพัฒนาในภาคส่วนนี้ และได้บรรยายถึงภาพรวมของธุรกิจต้นไผ่ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้รับฟังการบรรยายจากคุณโคลติล อองตวน ผู้จัดการฝ่ายค้าปลีกและแบรนด์ของ Fragrance Du Bois แบรนด์น้ำหอมสุดหรูน้องใหม่จากฝรั่งเศสที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการสร้างเครือข่ายพันธมิตรใหม่ๆ อีกทั้งยังเดินหน้าวางจำหน่ายน้ำหอมทั้งในปารีส ฮ่องกง มิลาน มาร์เบลลา รวมถึงเปิดร้านแฟลกชิปสโตร์ในเจนีวาด้วย

Fragrance Du Bois ยังได้แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยได้มีการเปิดตัว “Lite Attars” น้ำหอมปราศจากแอลกอฮอล์ และ “Nature’s Treasures” น้ำหอมผสมด้วยมือที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันกฤษณา ซึ่งคัดสรรเฉพาะส่วนผสมชั้นเลิศจากธรรมชาติเท่านั้น

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161104/8521607201-c

คำบรรยายภาพ – ป๊อปอัพสโตร์สุดหรูของ Fragrance Du Bois ระหว่างการประชุมประจำปี

นอกจากนี้ Asia Plantation Capital ยังเตรียมเซ็นสัญญารับซื้อผลิตภัณฑ์จาก Fragrance Du Bois และบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ความงามแห่งหนึ่ง เพื่อเพิ่มอุปสงค์น้ำมันกฤษณาที่ผลิตโดย Asia Plantation Capital และรักษาตลาดปลายทางสำหรับผลิตภัณฑ์กฤษณาของ Asia Plantation Capital

ในการประชุมครั้งนี้ Asia Plantation Capital ยังเปิดเผยด้วยว่า “สุดยอดโรงกลั่น” ของบริษัทจะเปิดดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2563

ในระหว่างการกล่าวปิดการประชุม คุณแบร์รี่ รอว์ลินสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ APC Group กล่าวว่า “ปี 2559 นับเป็นปีที่ดีมากสำหรับชาว Asia Plantation Capital ทุกคน เราได้เก็บเกี่ยวผลตอบแทนที่มาจากน้ำพักน้ำแรงและการทำงานอันแสนยาวนาน ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ แต่เราก็ยังสามารถรักษาไว้ซึ่งประสิทธิภาพ การเติบโต และความต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาค”

คุณรอว์ลินสันกล่าวสรุปว่า “ในฐานะตัวแทนของบริษัท ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น หุ้นส่วน และสมาชิกทุกคนสำหรับการมีส่วนร่วมและแรงสนับสนุน ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับบริษัทเรา และในฐานะหุ้นส่วนของเรา คุณสามารถวางใจได้เลยว่า ผลประโยชน์ของคุณคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา และเป็นหลักสำหรับทุกการตัดสินใจของเรา”

 

เกี่ยวกับ   Asia Plantation Capital

Asia Plantation Capital Berhad ในมาเลเซีย กำลังทุ่มลงทุนอย่างมหาศาลในภาคการเพาะปลูกของมาเลเซีย โดยได้มีการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกและโรงงานผลิตไม้กฤษณาแห่งใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ บริษัทได้ย้ายสำนักงานใหญ่มาที่ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในมาเลเซีย หลังจากที่เมื่อปีที่แล้วได้เปิดโรงงานแปรรูปไม้กฤษณาและโรงกลั่นน้ำมันกฤษณาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เมืองยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย

Asia Plantation Capital Group เป็นผู้ดำเนินธุรกิจและบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างยั่งยืนที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย บริษัทมีโครงการต่างๆใน 4 ทวีป และมีพนักงานกว่า 2,000 คนทั่วโลก สำหรับคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ของเราซึ่งเป็นผู้นำในวงการนั้น ประกอบด้วยนักวิชาการระดับแนวหน้าจากนานาประเทศ (จีน ไทย มาเลเซีย อินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ที่ร่วมกันพัฒนา รวมทั้งจดสิทธิบัตรระบบและเทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรม

ด้วยการให้ความสำคัญกับโครงการเพาะปลูกเชิงพาณิชย์และธุรกิจแบบบูรณาการแนวดิ่ง ซึ่งมีประโยชน์ทั้งในด้านชุมชน สิ่งแวดล้อม และการค้า Asia Plantation Capital จึงก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จและไม่หยุดนิ่งตามหลักการสร้างความสมดุล 3 ด้าน

 

อเมริกัน แคปิตอล เอ็นเนอร์จี แอนด์ อินฟราสตรักเจอร์ ประกาศถอนการลงทุนด้านพลังงานทั้งหมด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอนนาโปลิส, แมรีแลนด์–11 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

อเมริกัน แคปิตอล เอ็นเนอร์จี แอนด์ อินฟราสตรักเจอร์ (American Capital Energy & Infrastructure: ACEI) ประกาศว่า ทางบริษัทได้ถอนการลงทุนด้านพลังงานทั้งหมดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าการขายสินทรัพย์ในครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนรายปี 18.1% และรวม 1.32 เท่าของเงินลงทุน หลังจากชำระหนี้ที่กำลังจะครบกำหนดในระยะเวลาอันใกล้นี้แล้ว สำหรับการขายสินทรัพย์ครั้งนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 16 เดือน และจะสร้างผลตอบแทนรวม 108.6 ล้านดอลลาร์

ACEI ได้ถอนการลงทุนใน Azura Power Holdings Ltd., BMR Energy LLC, Taiba Ndiaye Wind Project และ PT Arkora Hydro โดยได้ขายสินทรัพย์ใน Azura ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Azura-Edo IPP สถานีไฟฟ้าขนาด 1,500 เมกะวัตต์ ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในรัฐเอโดของไนจีเรีย ให้แก่ Actis บริษัทที่ลงทุนในตลาดที่กำลังเติบโตทั่วโลก นอกจากนี้Lekela Power ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Actis ยังได้รับสิทธิในการร่วมพัฒนาต่อจาก ACEI รวมถึงได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการลงทุนใน Taiba Ndiaye Wind Project ขนาด 158 เมกะวัตต์ ในประเทศเซเนกัล ขณะเดียวกัน ACEI ยังขายสินทรัพย์ที่ลงทุนใน BMR ผู้ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 36 เมกะวัตต์ในประเทศจาเมกา ให้แก่บริษัทในเครือ Virgin Group สุดท้ายนี้ สินทรัพย์ใน PT Arkora Hydro ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและผู้ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาด 84 เมกะวัตต์ จำนวน 10 โครงการทั่วอินโดนีเซีย ยังถูกขายให้กับบรรดานักลงทุนรายอื่นๆ

พอล ฮานราฮาน ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง ACEI เปิดเผยว่า “การขายสินทรัพย์ใน 4 โครงการที่เราลงทุนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานั้น การันตีว่าตลาดเกิดใหม่ยังคงมีศักยภาพสูง แม้เราจะต้องถอนตัวจากการลงทุนเร็วกว่าที่วางแผนไว้มาก ทว่าผลตอบแทนที่ได้กลับมีมหาศาล การสนับสนุนประเทศที่ต้องการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นเป้าหมายหลักของACEI มาโดยตลอด และเราต้องการแสดงให้เห็นว่าการลงทุนดังกล่าวไม่เพียงทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยและสร้างผลกำไรอย่างงามด้วย ผมเชื่อว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความคิดนี้ถูกต้อง และผมก็ภูมิใจมากกับความสำเร็จของบริษัท”

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคต ซึ่งเป็นการคาดการณ์ผลการดำเนินงานของอเมริกัน แคปิตอล เอ็นเนอร์จี แอนด์ อินฟราสตรักเจอร์ และบริษัทในเครือ อันมีปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนหลายประการ ซึ่งรวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาในการปิดการทำธุรกรรม การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย การทำธุรกรรม การเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก หรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆในอุตสาหกรรมที่อเมริกัน แคปิตอล เอ็นเนอร์จี แอนด์ อินฟราสตรักเจอร์ ได้เข้าไปลงทุน

ติดต่อ: โทร. +1 (443) 214-7070

พอล ฮานราฮาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ริชาร์ด ซานโตรอสกี กรรมการผู้จัดการ

โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ ประกาศแต่งตั้ง คุณโทมัส ชมิท เกลเซอร์ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

https://drive.google.com/file/d/0B0LBihCi_mdSRTFBSXBSVDNWeTA/view?usp=sharing

โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ ประกาศแต่งตั้ง คุณโทมัส ชมิท เกลเซอร์(Thomas Schmitt-Glaeser) ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ ด้วยประสบการณ์ด้านการโรงแรมมากกว่า 10 ปีของคุณโทมัสในเครือโรงแรมชั้นนำอย่างเครือเคมปินสกีทั้งที่เบอร์ลินและมิวนิค (Kempinski Hotel Adlon, Berlin and Kempinski Hotel Vier Jahreszeiten in Munich) ทางโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ จึงมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้แนะนำคุณโทมัส ชมิท เกลเซอร์ ผู้ซึ่งมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความรู้ความสามารถ ทั้งยังเชี่ยวชาญในการพัฒนาธุรกิจสู่ความเป็นเลิศด้านการบริการที่เหนือระดับ

ก่อนหน้านี้ คุณโทมัสเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มของโรงแรมพลาซ่าแอทธินี (Plaza Athenee Bangkok) หลังจากนั้นได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านการบริหารในฐานะผู้จัดการทั่วไปที่โรงแรม China World Summit Wing ของแชงกรีล่าซึ่งเป็นโรงแรมที่มีความสูงที่สุดในเมืองปักกิ่ง รวมไปถึงโรงแรมแชงกรีล่าในเมืองสำคัญต่างๆ ของเอเชียแปซิฟิก

“โรงแรมสุโขทัย เป็นโรงแรมที่สื่อถึงวัฒนธรรมไทยได้อย่างลึกซึ้งและชัดเจน เป็นโรงแรมในกรุงเทพฯที่ผมชื่นชอบมาโดยตลอด ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้มาดูแลในฐานะผู้จัดการทั่วไปคุณโทมัส กล่าว 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร

โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ

โทร. 02 344 8888 ต่อ 8603 หรือ 8671

อีเมล: marcom@sukhothai.com

EuropaCorp จับมือ Lexus เผยโฉม “SKYJET” ยานอวกาศแห่งศตวรรษที่ 28 ในหนังไซไฟฟอร์มยักษ์ “Valerian and the City of a Thousand Planets”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–11 พ.ย. 2559–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ยลโฉมยาน “SKYJET” ในตัวอย่างแรกของภาพยนตร์ได้แล้วที่HTTP://VALERIANMOVIE.COM

Lexus ประกาศผนึกกำลังกับ EuropaCorp สตูดิโอสร้างหนังจากยุโรป โดยหนึ่งในผลงานความร่วมมือชิ้นแรกคือ ภาพยนตร์เรื่อง “Valerian and the City of a Thousand Planets” หนังไซไฟฟอร์มยักษ์ที่ทั่วโลกรอคอย นำแสดงโดย Cara Delevingne และ Dane DeHaan มีกำหนดลงโรงในปี 2017 โดย Lexus ได้ร่วมกับทีมงานครีเอทีฟของ Valerianเพื่อนำยาน SKYJET แห่งโลกจินตนาการมาให้ผู้ชมได้สัมผัสในภาพยนตร์เรื่องนี้

Lexus collaborated with the Valerian creative team, as they imagined and brought to life the vision for the SKYJET, a single-seat pursuit craft featured in the film. See it in the Valerian teaser trailer here:http://valerianmovie.com (PRNewsFoto/Lexus International)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161109/437450 )

An epic teaser trailer unveiled today (http://valerianmovie.com) gives viewers a first glimpse of the SKYJET maneuvering through the intergalactic citadel of Alpha (PRNewsFoto/Lexus International)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161109/437451 )

Dane DeHaan stars in Luc Besson’s VALERIAN AND THE CITY OF A THOUSAND PLANETS (C) 2016 VALERIAN SAS Ð TF1 FILMS PRODUCTION. (PRNewsFoto/Lexus International)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161109/437452 )

ในตัวอย่างแรกที่มีการเปิดตัวบนโลกออนไลน์วันนี้ (http://valerianmovie.com) แฟนหนังอวกาศจะได้ชมฟุตเทจแรกของหนังหลังจากที่ตั้งตาคอยกันมานาน นอกจากนี้ ผู้ชมจะได้เห็นโฉมแรกของยาน SKYJET ที่บินโฉบเฉี่ยวในดินแดนใจกลางกาแล็กซี่อย่างมหานครอัลฟ่า

ทีมผู้สร้าง Valerian ได้เนรมิต SKYJET ด้วยแรงบันดาลใจที่จะสร้างยานพาหนะที่เข้ากับโลกความเป็นจริง แต่ในขณะเดียวกันก็เหมาะกับโลกของ Valerian ซึ่งเป็นโลกอนาคตในอีก 700 ปีข้างหน้า โดยทีมครีเอทีฟได้เข้าพบ Takeaki Kato หัวหน้าวิศวกรยานยนต์และทีมออกแบบของLexus เพื่อหารือกันในเรื่องเทคโนโลยีที่เหนือจินตนาการแต่ก็มีความเป็นไปได้ รวมถึงงานดีไซน์ร่วมสมัย ก่อนจะคัดแล้วคัดอีกจนเหลือแบบสุดท้ายของ SKYJET

งานออกแบบ SKYJET ได้นำเอากระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของรถLexus รวมถึงไฟหน้าของรถคูเป้ Lexus LC รุ่นปี 2018 มาประยุกต์ใช้ โดยคำนึงถึงความแข็งแกร่งและหลักอากาศพลศาสตร์ของตัวยานด้วย

Valerian and the City of a Thousand Planets รวบรวมดาราดังไว้อย่างคับคั่ง ทั้ง Clive Owen, Ethan Hawke, Rihanna และ Kris Wuนอกจากนั้นยังเป็นผลงานที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้กำกับ Luc Besson และเป็นหนังสัญชาติยุโรปที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้อำนวยการสร้างโดย Virginie Besson-Silla และดัดแปลงมาจากคอมมิคของฝรั่งเศสเรื่อง “Valerian” ที่แต่งเนื้อเรื่องโดย Pierre Christinและวาดภาพโดย Jean-Claude Mezieres

ผู้กำกับ Luc Besson กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ เราต้องการแบรนด์ที่เป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมและเทคโนโลยี และเป็นผู้ที่ฝักใฝ่อนาคตมากกว่าอดีต”

แบรนด์ดังกล่าวพร้อมที่จะมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่แฟนๆ ตลอด 9 เดือนจากนี้ไป เพื่อให้แฟนพันธุ์แท้จากทั่วโลกได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ไปจนถึงวันฉายภาพยนตร์ในเดือนกรกฎาคม 2017

David Nordstrom ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายแบรนด์ทั่วโลกของ Lexusกล่าวถึงการพัฒนา SKYJET ว่า ในฐานะที่เป็นแฟนภาพยนตร์ของ Luc Besson ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ช่วยทำความฝันของเขาให้กลายเป็นจริง เรารู้สึกท้าทายที่ได้นำหลักการออกแบบและนวัตกรรมของเรามาใช้ในงานนี้ เราจะสานความร่วมมือกับ EuropaCorp ต่อไป ในขณะเดียวกันก็จะมอบประสบการณ์สุดพิเศษเท่าที่จะจินตนาการได้ให้แก่ผู้ชมในปีต่อๆไป

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VALERIAN AND THE CITY OF A THOUSAND PLANETS ได้ที่

เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/ValerianMovie

ทวิตเตอร์: https://twitter.com/ValerianMovie

อินสตาแกรม: https://instagram.com/valerianmovie/

#Valerian

เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/LexusInternational

ทวิตเตอร์: https://twitter.com/LexusInt

อินสตาแกรม: https://www.instagram.com/beyondbylexus/

เว็บไซต์: http://www.lexus-int.com/

เกี่ยวกับ VALERIAN

ด้วยแรงบันดาลใจจากมหากาพย์คอมมิคสุดคลาสสิคอย่างValerian and Laureline ทางผู้กำกับและผู้เขียนบทมากจินตนาการอย่างLuc Besson จึงได้นำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ไซไฟร่วมสมัยในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร

Valerian (รับบทโดย Dane DeHaan) และ Laureline (รับบทโดยCara Delevingne) เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษขององค์การปกครองเขตแดนมนุษยชาติ ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยทั่วทั้งจักรวาล วันหนึ่งทั้งสองได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการ (รับบทโดย Clive Owen) ให้ออกเดินทางไปยังดินแดนใจกลางกาแล็กซี่อย่างมหานครอัลฟ่า ที่มีสิ่งมีชีวิตหลายพันสปีชีส์จากทั่วทุกมุมจักรวาลอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยชาวเมืองอัลฟ่ากว่า 17 ล้านชีวิตต่างหลอมรวมความสามารถ เทคโนโลยี และทรัพยากรทั้งหลายเข้าไว้ด้วยกันเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน แต่โชคร้ายที่ทุกคนไม่ได้คิดเหมือนกัน มหานครแห่งนี้จึงมีภัยร้ายที่แฝงตัวอยู่ และทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ตกอยู่ในอันตราย

เกี่ยวกับ LEXUS

นับตั้งแต่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1989 Lexusก็ได้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ด้วยนวัตกรรมคุณภาพสูงพร้อมบริการลูกค้าอันเหนือชั้น Lexus ได้รับการยกย่องจากความน่าเชื่อถือของยานยนต์ และเป็นผู้นำด้านยานยนต์ระบบไฮบริดสุดหรู โดยนำเสนอนวัตกรรมไฮบริดที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว ปัจจุบัน Lexus ได้ขยายธุรกิจครอบคลุมตลาดกว่า 90 แห่งทั่วโลก วิวัฒนาการของ Lexus ไม่ได้ปรากฎให้เห็นในการออกแบบยนตรกรรมใหม่ๆเท่านั้น แต่ยังสะท้อนอยู่ในพันธกิจของแบรนด์ ที่มุ่งสร้างความประทับใจให้แก่คนรุ่นใหม่ที่หลงใหลความหรูหรา ด้วยจิตสำนึก ยนตรกรรม และบริการที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ เป็นเอกลักษณ์ และน่าตื่นตาตื่นใจ รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lexus-int.com

เกี่ยวกับ EUROPACORP

EuropaCorp เป็นสตูดิโอภาพยนตร์และรายการทีวีระดับโลก ซึ่งก่อตั้งโดยผู้กำกับ ผู้เขียนบท และผู้อำนวยการผลิตเจ้าความคิดอย่าง Luc Besson (ผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ The Big Blue, La Femme Nikita, Leon: The Professional, The Fifth Element, The Lady และ Lucy) EuropaCorp คือผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์ภาคต่อที่ฮิตถล่มทลายอย่าง Taken และ The Transporter เช่นเดียวกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Lucy และอีกหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก นอกจากนั้นยังมีผลงานภาพยนตร์รอเปิดตัวอีกหลายเรื่อง ได้แก่ Shut In นำแสดงโดย Naomi Watts, Miss Sloane นำแสดงโดย Jessica Chastain และRenegades ภาพยนตร์แอคชั่นทริลเลอร์ที่นำแสดงโดย Sullivan Stapleton และ JK Simmons

ที่มา: Lexus International

“ทริลเลียนท์” จับมือ “ซีเมนส์” วางเครือข่ายพลังงานอัจฉริยะให้การไฟฟ้าเม็กซิโก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เรดวู้ด ซิตี้แคลิฟอร์เนีย11 พ.ย. 2559–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ทริลเลียนท์ และ ซีเมนส์ ร่วมมือกันใน 3 โครงการล่าสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคทั่วโลก ที่ต่างพยายามวางรากฐานด้านการสื่อสารเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น และเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

ทริลเลียนท์ (Trilliant) ผู้นำระดับโลกด้านการสื่อสารอัจฉริยะระดับองค์กรในภาคพลังงาน จับมือกับ ซีเมนส์ (Siemens) เพื่อวางระบบสื่อสารด้านพลังงานอัจฉริยะให้แก่ 3 โครงการของการไฟฟ้าเม็กซิโก (CFE) ในรัฐเม็กซิโกและเมืองเม็กซิโกซิตี โดยเครือข่ายการสื่อสารระดับองค์กรดังกล่าวประกอบไปด้วยระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (AMI) และระบบจ่ายไฟฟ้าอัตโนมัติ (DA) ที่ออกแบบมาเพื่อลดการสูญเสียพลังงาน และช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งยังทำให้โครงข่ายไฟฟ้าในประเทศมีความทันสมัยยิ่งขึ้นด้วย

Trilliant Logo / Trilliant Logo (PRNewsFoto/Trilliant)

Trilliant Logo (PRNewsFoto/Trilliant)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20150127/171757LOGO

ทั้ง 3 โครงการเป็นความร่วมมือครั้งล่าสุดภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือระดับโลก ซึ่งเปิดทางให้ซีเมนส์สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มการสื่อสารอัจริยะของทริลเลียนท์ ที่เมื่อนำไปใช้งานร่วมกับโครงข่ายไฟฟ้าดิจิทัลของซีเมนส์แล้ว จะเกิดเป็นโซลูชั่นครบวงจรที่ช่วยให้หน่วยงานด้านสาธารณูปโภคทั่วโลกสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทริลเลียนท์มีเครือข่ายหลายระดับ รวมถึงเครือข่ายบริเวณกว้าง (WAN) และเครือข่ายระยะใกล้ (NAN) ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าเข้ากับมิเตอร์อัจฉริยะของซีเมนส์จำนวน 634,000 ตัว ใน 7 เขตของเมืองเม็กซิโกซิตี และทำให้สามารถสื่อสารกับหม้อแปลงไฟฟ้าเกือบ 12,900 ตัว ผ่านสายไฟฟ้าความยาวกว่า 1,185 วงจร-กิโลเมตร (กว่า 736 ไมล์)

การสื่อสารแบบครอบคลุมทั้งองค์กรสามารถประสบความสำเร็จได้บนเครือข่ายเดียว เพราะทริลเลียนท์ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่หลากหลายและครอบคลุมมากที่สุดในอุตสาหกรรม (เช่น 5GHz Secure Mesh WAN, 2.4GHz Secure Mesh NAN, LTE/GPRS และ 2.4GHz RPMA)ผ่านแพลตฟอร์มการสื่อสารอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการและการดูแลระบบมิเตอร์อัจฉริยะ ทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบและอุปกรณ์อื่นๆได้ในอนาคต

โทมัส ซิมเมอร์แมน ซีอีโอธุรกิจโครงข่ายดิจิทัล ฝ่ายบริหารจัดการพลังงานของซีเมนส์ กล่าวว่า “โซลูชั่นระดับโลกของทริลเลียนท์ถือเป็นหัวใจสำคัญในการให้บริการแก่การไฟฟ้าเม็กซิโก เพราะเป็นการวางรากฐานด้านการสื่อสารที่ปลอดภัยสำหรับลูกค้า และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่ต้องมีการบริหารจัดการและติดตามอุปกรณ์เชื่อมต่อมากมาย สำหรับการจ่ายพลังงานอัตโนมัติ การเพิ่มประสิทธิภาพ การเข้าถึงผู้ใช้บริการ และการจัดการพลังงานฝั่งผู้ใช้งาน”

ซีเมนส์ดำเนินธุรกิจในเม็กซิโกมาตั้งแต่ปี 2437 และโครงการล่าสุดนี้ก็เป็นการสนับสนุนให้เม็กซิโกได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น โดยอาศัยโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะและ Internet of Things (IoT) เพื่อรับประกันว่าการจ่ายไฟฟ้าจะมีความปลอดภัยและเพียงพอต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของเม็กซิโก ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 การไฟฟ้าเม็กซิโกได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ที่ระบุว่าจะลดการสูญเสียไฟฟ้าทั้งทางเทคนิคและที่ไม่ใช่ทางเทคนิค อันเกิดจากการไม่ได้วัดปริมาณการใช้ไฟฟ้า รวมถึงการไม่ซ่อมบำรุงและปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า

แอนดี้ ไวท์ ประธานและซีอีโอของทริลเลียนท์ กล่าวว่า นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่บริษัทได้เป็นพันธมิตรกับซีเมนส์ เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันในการวางรากฐานด้านการสื่อสารให้แก่ผู้ให้บริการไฟฟ้าทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานแห่งอนาคต

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของซีเมนส์ได้ที่

http://w3.siemens.com/smartgrid/global/en/pages/Default.aspx

เกี่ยวกับทริลเลียนท์

ทริลเลียนท์ นำเสนอแพลตฟอร์มการสื่อสารอัจฉริยะระดับองค์กรเพียงหนึ่งเดียวให้แก่อุตสาหกรรมพลังงาน เพื่อเชื่อมโยงกับ internet of things (IoT) ผ่านโซลูชั่นที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน มีเทคโนโลยีที่หลากหลาย และมีคลื่นความถี่ที่เปิดกว้าง ทริลเลียนท์มีประสบการณ์สามทศวรรษและโซลูชั่นที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก จึงสามารถสร้างผลตอบแทนสูงสุดจากการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะและเมืองอัจฉริยะ รวมทั้งสามารถเตรียมการดำเนินงานต่างๆให้พร้อมสำหรับอนาคต รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.trilliantinc.com

เกี่ยวกับซีเมนส์

ซีเมนส์ เอจี (เบอร์ลินและมิวนิก) เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ที่ยึดมั่นในความเป็นเลิศทางวิศวกรรม นวัตกรรม คุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความเป็นสากลมานานกว่า 165 ปี บริษัทดำเนินธุรกิจในกว่า 200 ประเทศ โดยมุ่งไปที่การผลิตไฟฟ้า เครื่องจักรอัตโนมัติ และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเทคโนโลยีประหยัดพลังงานรายใหญ่ของโลก ซีเมนส์จึงเป็นเบอร์หนึ่งในด้านการสร้างกังหันลมนอกชายฝั่ง ทั้งยังเป็นผู้นำด้านการจัดหากังหันก๊าซและกังหันไอน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้า เป็นผู้นำด้านโซลูชั่นการส่งพลังงาน รวมถึงเป็นผู้บุกเบิกโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบอัตโนมัติ ระบบขับเคลื่อน และซอฟต์แวร์สำหรับอุตสาหกรรม นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้นำด้านการจัดหาเครื่องตรวจวินิจฉัยโรคด้วยการแสดงภาพ เช่น ระบบสร้างภาพสามมิติ (Tomography) และระบบสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) อีกทั้งยังผู้นำในด้านการวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการและการจัดการข้อมูลในคลินิก ทั้งนี้ ในปีงบการเงิน 2558 ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 ซีเมนส์มีรายได้ 7.56 หมื่นล้านยูโร และมีรายได้สุทธิ 7.4 พันล้านยูโร รวมทั้งมีพนักงานกว่า 348,000 คนทั่วโลก สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.siemens.com

Puma Energy เข้าซื้อคลังน้ำมันของ BP ในไอร์แลนด์เหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–10 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ส่งผลให้บริษัทมีเครือข่ายคลังน้ำมันทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 100 แห่ง 

Puma Energy บริษัทพลังงานกลางน้ำและปลายน้ำระดับโลก ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาซื้อกับ BP เพื่อเข้าซื้อคลังเก็บน้ำมันของ BP ในเมืองเบลฟาสต์ของไอร์แลนด์เหนือ ส่งผลให้ Puma Energy มีเครือข่ายคลังน้ำมันทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 100 แห่ง และมีศักยภาพในการจัดเก็บน้ำมันรวม 7.9 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยก่อนหน้านี้ในปี 2558Puma Energy ก็ได้เข้าซื้อคลังน้ำมันในมิลฟอร์ด ฮาเวน ที่มีศักยภาพในการจัดเก็บน้ำมัน 1.4 ล้านลูกบาศก์เมตร นับว่าช่วยรองรับการขยายตัวของ Puma Energy ในตลาดยุโรปได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยรับประกันว่าไอร์แลนด์เหนือจะมีน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพสูงและน่าเชื่อถือด้วย

 Puma Energy Logo / Puma Energy is a global integrated midstream and downstream oil company active in over 47 countries. (PRNewsFoto/Puma Energy)

Puma Energy is a global integrated midstream and downstream oil company active in over 47 countries. (PRNewsFoto/Puma Energy)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160830/402490LOGO )

Puma-Energy / Puma Energy's global network of bulk storage fuel terminals reaches 100 after it announces a purchase agreement with BP to buy its bulk storage fuel terminal in Belfast, Northern Ireland. (PRNewsFoto/PUMA ENERGY)

Puma Energy’s global network of bulk storage fuel terminals reaches 100 after it announces a purchase agreement with BP to buy its bulk storage fuel terminal in Belfast, Northern Ireland. (PRNewsFoto/PUMA ENERGY)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161108/437242 )

คลังน้ำมันเบลฟาสต์เป็นคลังจัดเก็บน้ำมันเบนซิน น้ำมันกลั่น และน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน โดยรองรับการขนถ่ายน้ำมันทางถนน และมีท่าเทียบเรือที่สามารถรองรับเรือขนส่งระดับ MR ได้ คลังน้ำมันแห่งนี้ประกอบไปด้วยถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ 20 ถัง ซึ่งมีศักยภาพในการจัดเก็บน้ำมัน 143,000 ลูกบาศก์เมตร พื้นที่ขนาด 53 เอเคอร์แห่งนี้เคยใช้เป็นโรงกลั่นมาก่อน และตั้งอยู่ระหว่างสนามบินจอร์จ เบสต์ เบลฟาสต์ ซิตี้ และท่าเรือเบลฟาสต์ โดยโรงกลั่นเปิดดำเนินงานในปี 2507 และเปลี่ยนเป็นคลังน้ำมันในปี 2525

Puma Energy มีประสบการณ์โชกโชนในด้านการก่อสร้าง การซ่อมบำรุง รวมถึงการดำเนินงานคลังน้ำมันและระบบการเทียบเรือนอกชายฝั่งที่ได้มาตรฐานสูงสุดในระดับสากล

Pierre Eladari ซีอีโอของ Puma Energy กล่าวถึงการซื้อคลังน้ำมันครั้งนี้ว่า “การทำข้อตกลงนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการขยายธุรกิจของเรา รวมทั้งเสริมสถานะของ Puma Energy ในฐานะบริษัทน้ำมันกลางน้ำและปลายน้ำครบวงจรรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในปัจจุบัน”

เกี่ยวกับ Puma Energy 

Puma Energy International เป็นบริษัทน้ำมันกลางน้ำและปลายน้ำครบวงจรระดับโลกที่ดำเนินงานใน 47 ประเทศ บริษัทก่อตั้งในปี 2540ในอเมริกากลาง จากนั้นได้ขยายการดำเนินงานไปทั่วโลก และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วทั้งในแง่ของการเติบโต ความหลากหลาย และการพัฒนาสายผลิตภัณฑ์ Puma Energy มีพนักงาน 7,844 คน โดยมีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ และมีศูนย์กลางประจำภูมิภาคในโจฮันเนสเบิร์ก (แอฟริกาใต้) ซานฮวน (เปอร์โตริโก) บริสเบรน (ออสเตรเลีย) และทาลลินน์ (เอสโตเนีย) 

กิจกรรมหลักของ Puma Energy ในธุรกิจกลางน้ำประกอบด้วย การจัดหา จัดเก็บ และขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผ่านทางเครือข่ายคลังน้ำมันกว่า 100 แห่ง โดยมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานซึ่งช่วยให้ระบบห่วงโซ่อุปทานมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมรักษามูลค่าทั้งในฐานะเจ้าของสินทรัพย์และผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ส่วนธุรกิจปลายน้ำประกอบด้วย การจัดจำหน่าย ค้าปลีก และค้าส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นหลากหลายประเภท รวมทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมอย่างน้ำมันหล่อลื่น บิทูเมน ก๊าซแอลพีจี และน้ำมันเชื้อเพลิงในเรือ ปัจจุบัน Puma Energy มีเครือข่ายสถานีบริการทั่วโลก 2,468 แห่ง และให้บริการแก่สนามบิน 62 แห่ง นอกจากนั้นยังจัดหาแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งให้กับนักธุรกิจอิสระที่ต้องการพัฒนาธุรกิจของตนเอง โดยนำเสนอแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่นอกเหนือจากแหล่งพลังงานเดิมๆ 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pumaenergy.com 

แหล่งข่าว: Puma Energy

มหกรรม Guzhen Lightning Fair ครั้งที่ 18 ทำสถิติผู้จัดแสดง-ผู้เข้าชมงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

จงซาน, จีน–10 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            มหกรรม China Guzhen International Lighting Fair ครั้งที่ 18ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าGuzhen Convention and Exhibition Centre เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161104/0861611660-a

คำบรรยายภาพ: พิธีเปิด

มหกรรม Guzhen Lighting Fair ประจำฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ สามารถดึงดูดผู้ซื้อคุณภาพสูงได้มากถึง 83,614 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ซื้อต่างชาติ4,126 รายจาก 118 ประเทศ เฉพาะในส่วนจัดแสดงหลัก (เพิ่มขึ้น 23%จากปีที่แล้ว) ทั้งยังดึงดูดผู้ซื้อระดับมืออาชีพมากถึง 191,228 รายในส่วนจัดแสดงย่อยอีก 5 ส่วน รวมแล้วมีผู้เข้าชมงานถึง 274,842 ราย เพิ่มขึ้นราว 17% จากมหกรรมประจำฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161104/0861611660-b

คำบรรยายภาพ: ผู้เข้าชมงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นอกจากจำนวนผู้เข้าชมงานแล้ว พื้นที่จัดแสดงในครั้งนี้ยังยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 23% จากปีที่แล้ว เป็น 1,070,000 ตารางเมตร ขณะเดียวกัน ปริมาณและคุณภาพของผู้จัดแสดงก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยมีบริษัทเข้าร่วมจัดแสดงรวม 675 ราย เพิ่มขึ้น 11.2% เมื่อเทียบรายปี 

การเสวนาว่าด้วยแนวโน้มอุตสาหกรรม 

มหกรรมนี้ได้เปิดให้บริการ “จับคู่ทางธุรกิจ” เพื่อให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศได้ติดต่อพูดคุยกับซัพพลายเออร์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ซื้อที่เข้ารับบริการนี้แทบทุกรายต่างบรรลุเป้าหมายด้านการจัดซื้อในเบื้องต้นร่วมกับบรรดาซัพพลายเออร์ชั้นนำ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อต่างๆ อาทิ “China International Lighting Design Awards” “Smart Lights Environment”และ “Original Design as the Way to Success” โดยผู้เชี่ยวชาญและคนในอุตสาหกรรมได้มารวมตัวกันเพื่อพูดคุยถึงประเด็นต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เช่น ข่าวสารเกี่ยวกับตลาดทั่วโลก ความก้าวหน้าใหม่ๆ และแนวทางในการพัฒนาองค์กร 

การจัดงานประจำฤดูใบไม้ผลิปีหน้า 

มหกรรม Guzhen Lighting Fair ประจำฤดูใบไม้ผลิ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะเปิดให้เข้าชมตามปกติ ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าGuzhen Convention and Exhibition Centre ในวันที่ 18 มีนาคม โดยเน้นจัดแสดงผลิตภัณฑ์ส่องสว่างเป็นหลัก

สำหรับส่วนที่สองของงาน (ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์) จะจัดขึ้นหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ (ระหว่างวันที่ 28-31 มีนาคม) โดยเน้นจัดแสดงชิ้นส่วนอุปกรณ์ส่องสว่างและเครื่องจักร รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการค้า การออกแบบ และการขนส่ง

แม้ว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังเผชิญกับความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่มหกรรม Guzhen Lighting Fair ครั้งที่ 18 ยังคงมีผู้เข้าชมงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ความสำเร็จอันโดดเด่นตอกย้ำว่างานนี้ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม เพราะเป็นการเปิดเวทีระดับนานาชาติให้ผู้ประกอบธุรกิจได้มารวมตัวกัน และหวังว่ามหกรรมนี้จะประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไปอีกในเดือนมีนาคม 2560 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.gzlightingfair.com/en

งานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 120 ปิดฉากงดงาม ด้วยมูลค่าการค้า 2.789 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจว, จีน–9 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          งานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกของจีน (China Import and Export Fair: Canton Fair) ครั้งที่ 120 ปิดฉากลงพร้อมกับความสำเร็จอย่างงดงาม เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าการทำข้อตกลงด้านการส่งออกที่ 1.87301 แสนล้านหยวน (2.789 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับงานแคนตันแฟร์ที่จัดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงปี 2558 ขณะที่มีจำนวนผู้ซื้อ 185,704 ราย จาก 213 ประเทศและภูมิภาค เพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี

          งานแคนตันแฟร์ในปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานที่เป็นผู้ซื้อจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน สินค้าอุปโภคบริโภค ของตกแต่งบ้าน ของขวัญ และเครื่องจักรกล ผู้ซื้อจากเอเชีย ยุโรป อเมริกาและโอเชียเนียมีจำนวนเพิ่มขึ้น 4.22% 6.53% 10.91% และ 0.11% ตามลำดับ

          ซู ปิง โฆษกงานแคนตันแฟร์และรองผู้อำนวยการศูนย์การค้าต่างประเทศของจีน กล่าวถึงแนวคิดของการจัดงานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 120 ว่าเน้นไปที่การพัฒนานวัตกรรมและการแบ่งปันความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมในระดับโลก “แคนตันแฟร์เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 60 ปีที่ผ่านมาสู่การเป็นเวทีระดับนานาชาติที่เปิดกว้างให้มืออาชีพจากทั่วโลกได้มาแลกเปลี่ยนความคิดและแบ่งปันข้อมูลกัน และปัจจุบันขึ้นแท่นงานแสดงความสำเร็จล่าสุดในด้านเทคโนโลยีและแนวโน้มอุตสาหกรรมระดับโลก”

          สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรกลเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดในงานแคนตันแฟร์ครั้งนี้ ด้วยมูลค่าการค้า 1.510 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเมื่อปีที่แล้ว 1.8% คิดเป็น 54.1% ของมูลค่าการค้าทั้งหมด ตามด้วยผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเบา ด้วยมูลค่าการค้า 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม มูลค่า 1.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

          เมื่อพิจารณาเป็นรายประเทศและภูมิภาค มูลค่าการค้าสูงสุดมาจากสหภาพยุโรป (7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) กลุ่มประเทศ BRIC ซึ่งประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน (3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และสหรัฐอเมริกา (3.71 ดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากเมื่อปีที่แล้ว 5.6% 11.5% และ14.7% ตามลำดับ

          ซูระบุว่า จำนวนผู้ร่วมงานและการตกลงทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนางานแคนตันแฟร์ให้เป็นงานแสดงสินค้าที่มีความครอบคลุม ด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลายและเป็นนวัตกรรม “จำนวนผู้ซื้อที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าผ่านช่องทางนิวมีเดียของเราจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นแตะ 70,000 คนในปีนี้”

 

          เกี่ยวกับงานแคนตันแฟร์

          งานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกของจีน หรืองานแคนตันแฟร์ จัดขึ้นปีละ 2 ครั้งในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ณ นครกว่างโจว งานนี้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2500 จึงเป็นงานแสดงสินค้าที่มีประวัติอันยาวนานที่สุด ทั้งยังมีระดับที่สุด ขนาดใหญ่ที่สุด และมีจำนวนสินค้ามากที่สุด นอกจากนั้นยังมีผู้ซื้อจากนานาประเทศมากที่สุด และมีมูลค่าการทำธุรกิจสูงสุดในประเทศจีน

ทีเส็บประกาศผลรางวัลผู้ชนะแคมเปญออนไลน์ Digital MICE Award 2016 “Young VDO Contest”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บจัดพิธีประกาศผลรางวัล และร่วมแสดงความยินดีกับผู้ชนะแคมเปญDigital MICE Award 2016 “Young VDO Contest” กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป อายุระหว่าง 18-25 ปี ส่งผลงานคลิปวีดีโอเข้าประกวดในหัวข้อ “MICE is everywhere ไม่ว่าที่ไหนในเมืองไทย ก็จัดงานประชุมได้ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทีเส็บต้องการเฟ้นหาคนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมุมมองใหม่ๆ เข้าร่วมประกวดแข่งขันวีดีโอคลิปกับทีเส็บ เพื่อโปรโมทออนไลน์ สร้างกระแส และส่งเสริมให้องค์กรภาครัฐและเอกชนสนใจงานไมซ์ในประเทศมากขึ้น โดยนายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการทีเส็บ ได้ให้เกียรติเป็นประธานในงานประกาศผลฯ และมอบทุนการศึกษา โล่รางวัลเกียรติยศ ให้แก่ทีมผู้ชนะรางวัลประเภทต่างๆ ประกอบด้วย

–                               รางวัลชนะเลิศ ทีม PPNN มหาวิทยาลัยศิลปากร

–                               รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม Multimedia29มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

–                               รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Messyมหาวิทยาลัยศรีปทุม

–                               รางวัลวีดีโอที่ได้ยอดวิวสูงสุด (Highest View) ทีมPPNN มหาวิทยาลัยศิลปากร

นางสริตา จินตกานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ทีเส็บกล่าวว่า ทีเส็บขอแสดงความยินดีกับทีมนักศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และรางวัลประเภทต่างๆ ที่มีผลงานโดดเด่นเป็นอย่างมาก และขอชื่นชมนักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมแคมเปญออนไลน์ Digital MICE Award2016 “Young VDO Contest” แคมเปญนี้ได้นำกลยุทธ์การตลาดออนไลน์มาใช้ตอบรับกระแสความนิยมสื่อดิจิทัล และเทรนด์การสื่อสารผ่านการทำวีดีโอออนไลน์ เพื่อประชาสัมพันธ์แก่สาธารณชนรวมทั้งสร้างการรับรู้และกระแสบอกต่อเกี่ยวกับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในวงกว้าง และสร้างกระแสส่งเสริมให้องค์กรต่างๆ จัดงานไมซ์ในประเทศมากขึ้น”

ผลสำเร็จของแคมเปญ Young VDO Contest ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีผู้เข้าชมผลงานวีดีโอจำนวนกว่า 70,000 วิว สร้างการรับรู้ผ่านช่องทางออนไลน์กว่า 1.6 ล้านวิว ผู้สนใจสามารถร่วมชมผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทต่างๆ ได้ที่ www.youngvdocontest.com