งานแสดงสินค้านานาชาติเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 มณฑลกวางตุ้ง ต้อนรับผู้ประกอบการและผู้ซื้อ 25,000 รายจากทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ตงกวน, จีน–28 ต.ค.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          -น้ำมันมะกอกจากอิตาลี ผลไม้จากไทย อาหารทะเลจากบรูไน งานหัตถกรรมจากอินเดีย

          เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้ประกอบการกว่า 1,000 รายจาก 52 ประเทศและดินแดนร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในงานแสดงสินค้านานาชาติเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 มณฑลกวางตุ้ง (Guangdong 21st Century Maritime Silk Road International Expo) ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองตงกวน มณฑลกวางตุ้ง เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและขยายความร่วมมือระหว่างกัน

          ในฐานะที่เป็นเวทีสำคัญตามแผนริเริ่มโครงการเส้นทางสายไหม (Belt and Road Initiative หรือ B&R) ซึ่งมีการเปิดตัวไปเมื่อปี 2557 งานแสดงสินค้านานาชาติเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 มณฑลกวางตุ้ง มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือที่ครอบคลุมรอบด้านระหว่างจีน โดยเฉพาะมณฑลกวางตุ้ง กับบรรดาประเทศและดินแดนอื่น ๆ ที่อยู่ตามแนวเส้นทางสายไหมทางทะเล

          มีรายงานว่าในปีนี้งานมหกรรมดังกล่าวดึงดูดผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากขึ้น ขณะที่ข้อมูลจากคณะกรรมการจัดงานระบุว่ามีผู้ประกอบการกว่า 1,000 รายจาก 52 ประเทศและดินแดนลงทะเบียนเข้าร่วมจัดแสดงในงานนี้ โดยจำนวนนี้มี 39 ประเทศและดินแดนที่มีซุ้มจัดแสดงประจำชาติ (หรือดินแดน) แยกอิสระเป็นของตนเอง รวมถึงไทย สิงคโปร์ และมาเลเซียด้วย 

          นอกเหนือไปจากสินค้าพื้นเมืองตามเส้นทางสายไหมทางทะเล อันได้แก่ ชา ผ้าไหม และเซรามิคแล้ว งานดังกล่าวยังรวบรวมสินค้าที่โดดเด่นของแต่ละประเทศมาจัดแสดงด้วย อาทิ เพชร ทอง และเครื่องประดับจากแอฟริกาใต้ ไวน์ และน้ำมันมะกอก จากประเทศอิตาลี กาแฟขาวและโกโก้ จากมาเลเซีย น้ำมันปลาทะเลน้ำลึกและหอยเป๋าฮื้อ จากออสเตรเลีย รวมถึงเหล้ารัมและน้ำผึ้งจากประเทศมอริเชียส เป็นต้น

          โกข่าน บุคมัส นักธุรกิจจากประเทศตุรกี กล่าวว่า “ผมมาร่วมงานเป็นครั้งที่สามแล้ว และได้ค้าขายกับหุ้นส่วนธุรกิจระยะยาว อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่ดีในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตุรกีกับชาวจีน ดังนั้นในเดือนต.ค.ของทุกปีไม่ว่าผมจะยุ่งแค่ไหนก็ต้องเจียดเวลามาร่วมงานนี้ให้ได้”

          อนึ่ง งานในปีนี้มีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเครื่องจักรซึ่งเป็นเวทีสำหรับการจับคู่โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ๆ ตามแผน B&R ที่มอบโอกาสด้านความร่วมมือในการผลิตระหว่างจีนและประเทศต่าง ๆ ตามแผน B&R

          สำหรับในปีนี้มีผู้ซื้อเข้าร่วมงานราว 25,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 20% โดยคณะกรรมการจัดงานคาดว่ามูลค่าการซื้อขายจะพุ่งทะลุ 2 แสนล้านหยวน

          ที่มา: คณะกรรมการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 มณฑลกวางตุ้ง

เดนิส เคลเลอร์ พิธีกรชื่อดัง และนักผจญภัย เลียม เบตส์ เตรียมพาคุณไปสัมผัสกับแก่นแท้ของเส้นทางสายไหมอันเก่าแก่ ในรายการ EXPEDITION X: SILK ROAD RISING

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–31 ต.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ออกอากาศครั้งแรกต.ค.นี้ ทางช่อง Discovery Channel –

เป็นเวลาหลายพันปีแล้วที่เส้นทางสายไหมได้กลายเป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก เป็นจุดหลอมรวมอาณาจักรทั้งหลาย และแลกเปลี่ยนแนวคิดใหม่ๆ ซึ่งบางครั้งก็ด้วยความรุนแรง คำถามก็คือ เส้นทางการค้าอันเก่าแก่นี้เกี่ยวข้องกับยุคศตวรรษที่ 21 อย่างไร แล้วเราจะยังสามารถค้นพบต้นกำเนิดที่จุดประกายเรื่องราวทางประวัติศาตร์เกี่ยวกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่และการค้าที่เต็มไปด้วยภัยเสี่ยงตลอดแนวเส้นทางเปื้อนฝุ่นนี้ได้หรือไม่ ติดตามเดนิส เคลเลอร์ และนักผจญภัยอย่าง เลียม เบตส์ ใน EXPEDITION X: SILK ROAD RISING ซีรีส์ใหม่ล่าสุดจากช่อง Discovery Channel โดยผู้ดำเนินรายการทั้งสองเดินทางจากจีนไปยังตุรกีตลอดเส้นทางสายไหมอันเก่าแก่ พร้อมรับชมการทำงานของคนรุ่นใหม่ ทั้งนักสำรวจ นักธุรกิจ และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม ที่ล้วนทำให้เส้นทางในตำนานนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทั้งนี้ EXPEDITION X: SILK ROAD RISING เตรียมออนแอร์วันแรก 29 ตุลาคมนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของผังรายการ HOUR CHINA ของทางช่อง ซึ่งนำเสนอแง่มุมความน่าอัศจรรย์ของประเทศจีน

เดนิส เคลเลอร์ เป็นทั้งวีเจชื่อดังทางช่อง MTV พิธีกรรายการช่อง TLC และยังเป็นนักสำรวจตัวยงด้วย เธอผู้นี้มีคำถามในใจที่ยังไม่ได้รับคำตอบมากมาย จากการที่ตัวเธอนั้นมีเชื้อสายเยอรมัน-จีน และมีภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่แตกต่าง ท่ามกลางโลกยุคปัจจุบันที่เชื่อมต่อถึงกันทั่วโลก ขณะที่เลียม เบตส์ เป็นนักผจญภัยซึ่งแสวงหาหนทางที่จะไขปริศนาของอาณาจักรกลาง (Middle Kingdom) ตลอดจนอิทธิพลที่อาณาจักรแห่งนี้มีต่อทั้งโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสนทนาแลกเปลี่ยนระหว่างอารยธรรมจีนกับตะวันตกในยุคต่างๆ ซึ่งบางครั้งก็มีการใช้กำลัง รายการนี้นำเสนอการหลอมรวมทางวัฒนธรรมของอารยธรรมชาติต่างๆ ขณะที่ผู้ดำเนินรายการตบเท้าออกสำรวจด้วยตนเอง เพื่อค้นหาสิ่งที่หล่อหลอมให้เส้นทางสายไหมเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้

เดนิส และ เลียม พร้อมกลุ่มนักผจญภัยชาวจีนรุ่นใหม่ไฟแรง เดินทางสำรวจอารยธรรมทั้งที่ซีอาน หนิงเซีย เตอร์ปัน ตันหวง คาซัคสถาน และอิสตันบูล บนเส้นทางที่ยาวถึง 13,000 กม. พวกเขาต่างสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์ของถ้ำโม่เกา ซึ่งยูเนสโกได้ยกให้เป็นมรดกโลก สำรวจความทันสมัยล้ำยุคของเมืองหยินชวนในจีน และกรุงอัสตานา เมืองหลวงของคาซัคสถาน เรียนรู้การทำงานของระบบรางรถไฟอันทันสมัย ซึ่งจะทำให้การเดินทางบนเส้นทางสายไหมนี้แล่นฉิวเหมือนสายลม ร่วมขบวนรถโฟร์วีลไปกับทีมนักผจญภัย ค้นพบว่าคลองคาเรซในจีนที่มีอายุเก่าแก่ถึง 2000 ปีนั้นยังมีการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างไร และเรียนรู้ไปด้วยกันว่า นครอิสตันบูลสามารถรักษาการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกกับตะวันตกให้ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร

รายการ SMART CHINA ผลิตโดย Discovery Channel ด้วยความร่วมมือกับ China Intercontinental Communication Center (CICC)

Rio Tinto และ Chow Tai Fook ผนึกกำลังสนับสนุนการจัดงาน JNA Awards ประจำปี 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง31 ต.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Rio Tinto Diamonds และ Chow Tai Fook Jewellery Group จะรับบทบาทเป็นผู้นำการจัดงาน JNA Awards ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ในฐานะพันธมิตรหลัก (Headline Partner) โดยพิธีลงนามการจัดงานประกาศรางวัลชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับประจำปีหน้ามีขึ้นในระหว่างงานกาล่าดินเนอร์ JNA Awards ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ในฮ่องกง โดยมีบุคคลในวงการอุตสาหกรรมอัญมณีกว่า 500 รายร่วมเป็นสักขีพยาน

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติเมียเดียได้ที่:

http://www.prnasia.com/mnr/jna_201610.shtml

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161026/8521606912-a

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161026/8521606912-b

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161026/8521606912-c

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161026/8521606912-d

http://photos.prnasia.com/prnvar/20151201/8521508177LOGO

http://photos.prnasia.com/prnvar/20150730/8521504987LOGO

นอกจากนี้ Shanghai Diamond Exchange (SDE), Guangdong Gems & Jade Exchange และ Guangdong Land Holdings Limited (GDLand) ยังกลับมาร่วมสนับสนุนการจัดงานครั้งต่อไปเช่นกัน ในฐานะพันธมิตรกิตติมศักดิ์ (Honoured Partners) ทั้งนี้ การมอบรางวัล JNA Awards มีจุดประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบริษัทและบุคคลที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศ ความเป็นผู้นำ และนวัตกรรม ตลอดจนสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจและชุมชนของตนผ่านความคิดและผลงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น โดยมุ่งเน้นที่ภูมิภาคเอเชียเป็นพิเศษ

ผู้นำอุตสาหกรรมเหล่านี้ให้การสนับสนุนเราอย่างดีเยี่ยม ซึ่งความมุ่งมั่นและการสนับสนุนอย่างโดดเด่นนี้เองที่ผลักดันให้เราเดินหน้ายกระดับการค้าเครื่องประดับอัญมณีและงานประกาศรางวัลจนมาถึงจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” นายวูลแฟรม ดีเนอร์ รองประธานอาวุโสของ UBM Asia กล่าว

เลติเทีย โจว ผู้ก่อตั้ง JNA ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Jewellery Group ของ UBM Asia และประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัล JNA Awards กล่าวว่า “นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับเราที่มีโอกาสได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรผู้มีวิสัยทัศน์และค่านิยมหลักเดียวกัน และช่วยกันทำให้งานนี้ก้าวขึ้นเป็นงานที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงและมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรม การสนับสนุนจากทั้งพันธมิตรหลักและพันธมิตรกิตติมศักดิ์นั้นถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ Rio Tinto Diamonds, Chow Tai Fook Jewellery Group และ Shanghai Diamond Exchange ที่ได้ร่วมเดินทางกับเรามาตั้งแต่แรกเริ่ม”

ริต้า มัลเตซ ผู้อำนวยการสำนักงานตัวแทนบริษัท Rio Tinto Diamonds ประจำเกรทเทอร์ไชน่า (จีนฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน) กล่าวว่า “Rio Tinto มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรหลักมาตั้งแต่ก่อตั้ง และได้ให้การสนับสนุนงานประกาศรางวัลนี้ เรารู้สึกยินดีที่ได้เห็นการเติบโตของงาน JNA Awardsตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จนขณะนี้ได้ผลิบานและกลายเป็นเวทีสำคัญที่สร้างคุณค่าให้แก่อุตสาหกรรมเครื่องประดับอัญมณี เรามุ่งหวังที่จะได้เดินหน้าสานต่อความเป็นพันธมิตรร่วมกับ JNA Awards และจะร่วมลงทุนเพื่อให้อุตสาหกรรมของเราเติบโตต่อไป”

เคนท์ หว่อง กรรมการผู้จัดการบริษัท Chow Tai Fook Jewellery Group กล่าวว่า “JNA Awards เป็นเวทีส่งเสริมนวัตกรรมและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ก้าวไปข้างหน้า ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทางบริษัทรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นพันธมิตรหลักของงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และด้วยความร่วมมือจากบรรดาพันธมิตรหลัก เราจะเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องประดับอัญมณีให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”

หลิน เชียง ประธานและกรรมการผู้จัดการของ SDE ระบุว่า “SDE รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรของ JNA Awards มานับตั้งแต่การก่อตั้งในปี 2555เราเชื่อว่าเวทีแห่งนี้จะเปิดทางให้อุตสาหกรรมอัญมณีสามารถเฟ้นหาผู้ที่ดำเนินธุรกิจตามแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ รวมถึงเป็นผู้ที่มีความสามารถในตลาดที่มีการแข่งขันสูง เพื่อเป็นแบบอย่างอันยอดเยี่ยมให้กับบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมได้เจริญรอยตามต่อไป”

หลี่ หย่งกัง รองประธานบริหาร GDLAND เปิดเผยว่า “GDLand รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นพันธมิตรกิตติมศักดิ์ของงาน JNA Awards ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 4 เรามีความมุ่งมั่นที่จะได้สานต่อความร่วมมือกับ JNA Awards และพันธมิตรรรายอื่นๆ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องประดับอัญมณีให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง”

จิม หลี่ ผู้จัดการทั่วไปของ Guangdong Gems & Jade Exchange กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับพันธมิตรรายอื่นๆ ของ JNA Awards และด้วยความร่วมมือในครั้งนี้ เราจะมุ่งมั่นสร้างอนาคตที่สดใสให้กับวงการเครื่องประดับอัญมณี”

พิธีประกาศรางวัล JNA Awards ประจำปี 2559 และงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาได้จบลงด้วยความประทับใจ โดยมีผู้ชนะรางวัลทั้งสิ้น 15 ราย จาก 11 สาขารางวัลด้วยกัน สามารถดูรายชื่อผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดได้ที่ http://www.jnaawards.com/Results/2016/tabid/7177/Default.aspx#.WBL7KOV96mx

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม http://www.JNAawards.com

JNA Awards Marketing
UBM Asia (Hong Kong)
โทร. +852 2516-2184
อีเมล: marketing@jnaawards.com

Open Innovations 2016 ปิดฉากประทับใจ สุดยอดวิทยากรร่วมแลกเปลี่ยนไอเดียเด็ด สร้างประโยชน์ให้สังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มอสโก–31 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Skolkovo Technopark เป็นเจ้าภาพจัดงาน Open Innovations Forum ประจำปีครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 26-28 ตุลาคมที่ผ่านมา งานนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมของรัสเซีย โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 13,500 คน จากกว่า 100 ประเทศ และได้รับเกียรติจากวิทยากร 600 รายมาร่วมให้ความรู้ในการประชุมย่อยกว่า 100 รายการ ทั้งยังได้ให้การต้อนรับนักลงทุนและกองทุนร่วมลงทุนกว่า 300 ราย ผู้แทนจากภาคนวัตกรรมราว 1,200 ราย ผู้แทนองค์กรธุรกิจมากกว่า 2,000 ราย และสตาร์ทอัพ 3,000 รายเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย

          รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

           http://www.multivu.com/players/uk/7964951-open-innovations-forum-2016/

          ตลอด 3 วันของการจัดงาน Skolkovo Technopark ได้กลายเป็นพื้นที่สำหรับการอภิปรายแบบเปิด การประชุมร่วม ตลอดจนการค้นหาคู่ค้าและนักลงทุน ความสำเร็จของการประชุมในครั้งนี้เห็นได้ชัดเจนจากจำนวนการพบปะหารือและการบรรลุข้อตกลง โดยมีการเจรจาทางธุรกิจมากกว่า 700 ครั้ง และการลงนามข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนกว่า 50 รายการเกิดขึ้นภายในงานนี้

          ดมีตรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีของรัสเซีย  กล่าวว่า ” งาน Open Innovations Forum ในปีนี้ จัดขึ้นที่อุทยานเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่างSkolkovo Technopark ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จ โดยจะเปิดทางให้มีการดำเนินโครงการน่าสนใจต่างๆ และสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ผมมั่นใจว่าผู้เข้าร่วมการประชุม Open Innovations Forum จะรู้สึกถึงบรรยากาศพิเศษของการมีส่วนร่วมเพื่อเปิดรับความรู้ใหม่ๆที่งานนี้”

          อาร์คาดี ดวอร์โควิช รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย โอเฟอร์ อาคูนิส รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอวกาศของอิสราเอล ดร.โก๊ะ โป๊ะ กูน รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ วิกตอร์ เวคเซลเบิร์ก หัวหน้ากองทุนสโคลโกโว (Skolkovo Fund) และ โอเลก โบชารอฟ หัวหน้ากรมวิทยาศาสตร์ นโยบายอุตสาหกรรม และการประกอบกิจการแห่งมอสโก เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย

          ประเทศพันธมิตรของการประชุมประจำปีนี้คืออิสราเอล โดยอิสราเอลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาในแวดวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากที่สุด จนก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลกในด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และเรื่องนี้ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อการอภิปรายในช่วง “Startup Nation”: doing business Israel’s way – transfer of best practices” โดยยอสซี มาเทียส กรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยและพัฒนาของ Google ในประเทศอิสราเอล และผู้เขียนหนังสือ Trends, Insights for Search, Google Suggest ได้พูดคุยเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์และเครื่องจักรกลอัจฉริยะ ขณะที่ยอสซี วาร์ดี เจ้าพ่อแห่งวงการไฮเทคของอิสราเอล เป็นผู้ดำเนินการประชุมร่วมกับบรรดาผู้นำธุรกิจสตาร์ทอัพระดับโลก

          สำหรับบุคคลผู้มีชื่อเสียงท่านอื่นๆ ในแวดวงนวัตกรรมระดับโลกที่ให้เกียรติมาเป็นผู้นำกิจกรรมต่างๆ ในงานนี้ ประกอบด้วย พอล ไมส์เนอร์ (สหรัฐอเมริกา) รองประธาน Amazon ซึ่งมาแบ่งปันเคล็ดลับความความสำเร็จของบริษัท เดิร์ก อัลบอร์น (สหรัฐอเมริกา) ซีอีโอของ JumpStarter Inc และHyperloop Transportation ซึ่งนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับเมกะโปรเจกต์ บาส แลนส์ดอร์ป (เนเธอร์แลนด์) ผู้ร่วมก่อก่อตั้งโครงการ Mars One ที่อภิปรายถึงความเป็นไปได้ในการย้ายไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร

          Open Innovations Forum จัดขึ้นที่กรุงมอสโกเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 2555 โดยมูลนิธิสโคลโกโว (Skolkovo Foundation) ร่วมกับกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจของรัสเซีย, รัฐบาลกรุงมอสโก, กองทุน RUSNANO เพื่อโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษา, รัสเซียน เวนเจอร์ คัมพานี (Russian Venture Company), ธนาคารเวเนชอีโคโนมแบงก์ (Vnesheconombank) และมูลนิธิเพื่อการช่วยเหลือวิสาหกิจนวัตกรรมขนาดเล็ก

          เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของการประชุม:  https://forinnovations.ru/en/

          แหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการสำหรับสื่อ: http://forinnovations2016.tassphoto.com/

          #CreatingFuture

New innovative technologies at Open Innovations Forum 2016 (PRNewsFoto/Open Innovations Forum)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161028/433684 )

          ที่มา: Open Innovations Forum 2016

มหกรรม World IOT Expo ณ เมืองอู๋ซี เปิดฉากแล้วเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อู๋ซี, จีน–30 ต.ค.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          มหกรรม World Internet of Things Exposition 2016 ณ เมืองอู๋ซี ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยภายในงานมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ “Black Technology” หลากหลายประเภท อาทิ ที่จอดรถที่สามารถเรียกรถได้ ฝาท่อระบายน้ำที่จะร้องเตือนเมื่อถูกขโมย และผ้าห่มนอนที่สามารถตรวจโรคได้

          World IOT Expo จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและสารสนเทศของจีน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน และรัฐบาลมณฑลเจียงซู งานนี้ดึงดูดผู้จัดแสดง 489 ราย ซึ่งรวมถึงบริษัทที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ไมโครซอฟท์ ไอบีเอ็ม ซีเมนส์ อาลีบาบา หัวเว่ย และไชน่า โมบายล์

          ที่บูธของไชน่า โมบายล์ ผู้สื่อข่าวได้ยลโฉมยานยนต์ไร้คนขับ 3 รุ่นที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติเป็นรูปเลข 8 “ผลิตภัณฑ์นี้เกิดจากการใช้เทคโนโลยี 5G ในการขับขี่แบบไร้คนขับและการขนส่งอัจฉริยะ ด้วยเวลาหน่วงเพียง 3 มิลลิวินาที ทำให้มั่นใจได้ว่ายานยนต์ความเร็วสูงจะมีความปลอดภัยตลอดการขับขี่” อู๋ กัง ผู้จัดการโครงการของเจียงซู โมบายล์ กล่าว

          นอกจากการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และการสาธิตการใช้งานด้านการวางระบบเครือข่ายแล้ว World IOT Expo ยังประกอบด้วยการประชุม IOT Wuxi Summit ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมจะอภิปรายกันในเชิงลึกและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นร้อนเกี่ยวกับ internet of things และการผลิตอัจฉริยะ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การแพทย์ การเงิน ความปลอดภัยของข้อมูล บิ๊กดาต้า และประเด็นอื่นๆ ในอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

          หลู ซี ผู้ตรวจสอบจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรม IOT ของจีนมีมูลค่าถึง 7.50 แสนล้านหยวน ครอบคลุมการขนส่งอัจฉริยะ การเชื่อมต่อเครือข่ายในรถยนต์ สุขภาพ และด้านอื่นๆ รวมทั้งได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์ม Internet of things และโมเดลธุรกิจที่มีความสมบูรณ์ในหลากหลายรูปแบบ

          World IOT Expo ถือเป็นงานระดับชาติที่ใหญ่ที่สุดและสูงสุดในแวดวงอุตสาหกรรม IOT สำหรับงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Create IOT era ,Share Global Intelligence” โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิทยาศาสตร์จีน สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) สถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (IEEE) สถาบันรหัสสากล (Global Language of Business หรือ GS1) และ Auto-ID Labs

          ที่มา: World Internet of Things Exposition

UFOMiners เปิดตัว 4 ฮาร์ดแวร์ขุดเงินดิจิทัลทรงพลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลาสเวกัส–31 ต.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

UFOMiners นำเสนอฮาร์ดแวร์ใหม่ล่าสุดที่ทั้งทรงพลังและคุ้มค่า สำหรับการขุดเงินดิจิทัลทั้งบิทคอยน์และไลท์คอยน์

UFOMiners (www.UFOMiners.com) หนึ่งในผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ขุดเงินดิจิทัลชั้นนำ ประกาศเปิดตัวฮาร์ดแวร์ขุดเงินบิทคอยน์และไลท์คอยน์ 4 ตัวใหม่ ได้แก่ MesaMiner, NekrosMiner, OberonMiner และ OberonMiner Prime โดยเปิดให้สั่งซื้อได้แล้วในราคาตั้งแต่ 3,200-4,900 ดอลลาร์

MesaMiner และ NekrosMiner สามารถทำการแฮชด้วยความเร็ว 60 TH/s และ 85 TH/s ตามลำดับ นับเป็นฮาร์ดแวร์ขุดบิทคอยน์ที่ดีที่สุดในขณะนี้ สำหรับ MesaMiner ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์รุ่นพิเศษของ RinoMiner ที่รู้จักกันดีในวงการ มีราคาอยูที่ 3,600 ดอลลาร์ ส่วน NekrosMiner ที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่ามีราคาอยู่ที่ 4,800 ดอลลาร์ ขณะที่ฮาร์ดแวร์ OberonMiner และ OberonMiner Prime สามารถขุดไลท์คอยน์ด้วยความเร็วในการแฮช 1.2 GH/s และ 2.2 GH/s ตามลำดับ โดยมีราคาขาย 3,200 ดอลลาร์ และ 4,900 ดอลลาร์ตามลำดับ

UFOMiners ทำธุรกิจในวงการนี้มานานเกือบ 2 ปี หลังจากที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2557 โดยการรวมตัวของเหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปที่มีประสบการณ์โชกโชนด้านการออกแบบและพัฒนาฮาร์ดแวร์ การวางระบบวิศวกรรรม และการบริหารจัดการ ความเชี่ยวชาญของสมาชิกในบริษัทช่วยให้ UFOMiners สามารถพัฒนาองค์ประกอบสำคัญๆของฮาร์ดแวร์ได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลที่สาม นอกจากนี้ การผลิตด้วยวิธีใหม่ยังช่วยให้บริษัทสามารถขายสินค้าได้ในราคาต่ำแต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพสูงสุด

ท่านที่สนใจสามารถสั่งซื้อฮาร์ดแวร์ของ UFOMiners ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทได้โดยตรง UFOMinersยินดีรับสกุลเงินบิทคอยน์ ไลท์คอยน์ และการโอนเงินผ่านธนาคารทั่วไป นอกจากนั้นยังจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยไม่คิดค่าส่ง ผ่านบริการของบริษัทชั้นนำอย่าง FedEx, UPS และ DHL ทั้งยังจัดส่งพร้อมกับอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นเพื่อให้สามารถติดตั้งและใช้งานได้ทันที ผลิตภัณฑ์ของ UFOMiners ผ่านการทดสอบ 2 ขั้นตอนทั้งระหว่างและหลังการผลิต เพื่อให้มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด นอกจากนี้ ฮาร์ดแวร์ทั้ง 4 รุ่นข้างต้นยังรับประกัน 5 ปีสำหรับการชำรุดที่เกิดจากการผลิต เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสบายใจมากที่สุด

เกี่ยวกับ UFOMiners

 

UFOMiners จากลาสเวกัส รัฐเนวาดา คือผู้เชี่ยาญด้านฮาร์ดแวร์สำหรับขุดเงินดิจิทัล เทคโนโลยีบล็อคเชน และบริการเข้าถึงฮาร์ดแวร์จากระยะไกล UFOMiners มีทีมผู้เชี่ยวชาญคุณภาพสูง ทำให้มั่นใจได้ว่าบริษัทจะนำตลาดอยู่หนึ่งก้าวเสมอ 

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ UFOMiners ได้ที่ http://www.ufominers.com

“Wyndham Rewards” มอบสิทธิพิเศษสะท้านวงการ ให้สมาชิกแลกที่พักฟรีในโรงแรม คอนโด และบ้าน 25,000 แห่งทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พาร์ซิปปานี, นิวเจอร์ซี่ย์–27 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ลอยัลตี้โปรแกรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของ Wyndham ได้เพิ่มทางเลือกในการแลกคะแนนสะสมเพิ่มอีก 17,000 ทางเลือก จ่อครอบคลุมอสังหาฯ ส่วนใหญ่ในเครือ Wyndham Worldwide ที่มีมากกว่า 120,000 แห่งทั่วโลกภายในปลายปี 2561

Wyndham เข้าใจดีว่าลูกค้าต้องการความแปลกใหม่ในการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง Windham Rewards จึงประกาศขยายโปรแกรมสิทธิพิเศษให้ครอบคลุมอสังหาฯ ในเครือ Wyndham Worldwide ซึ่งเป็นเครือบริษัทที่พักรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเริ่มจากการเพิ่มคอนโดและบ้านกว่า 17,000 แห่งเข้าสู่โปรแกรมในทันที จากเดิมที่มีโรงแรมเกือบ 8,000 แห่งอยู่แล้ว

รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

https://www.multivu.com/players/English/7961951-wyndham-rewards-loyalty-program-expansion

ความเคลื่อนไหวของ Wyndham ถือเป็นครั้งแรกของวงการที่มีการขยายสิทธิพิเศษอย่างอลังการทั้งในด้านจำนวนและขอบข่ายความครอบคลุมทั่วโลกWyndham Worldwide มีอสังหาฯ ในเครือมากกว่า 120,000 แห่งใน 100 ประเทศ ทั้งโรงแรม ที่พักแบบ vacation ownership และที่พักปล่อยเช่าในวันหยุด จึงสามารถมอบสิทธิพิเศษที่ผู้ประกอบการรายอื่นไม่สามารถให้ได้ นั่นคือ โอกาสในการสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวตามใจปรารถนาโดยไม่ต้องห่วงเรื่องสถานที่หรือชนิดของที่พัก และบัดนี้ ลูกค้าของ Wyndham Rewards สามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์วันหยุดสุดพิเศษที่แท้จริงจากการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว ทั้งในกระท่อมใกล้เมืองบอร์โด-ตูลูสในฝรั่งเศส ที่พักบริเวณเชิงเขาในพาร์คซิตี้ รัฐยูทาห์ ไปจนถึงบ้านในฝันในปาล์มสปริงส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

โนอาห์ บรอดสกี หัวหน้าฝ่ายลอยัลตี้โปรแกรมของ Wyndham Rewards กล่าวว่า แขกประจำของโรงแรมได้รับสิทธิพิเศษมานาน ถึงเวลาแล้วที่จะมอบสิทธิพิเศษให้แก่แขกของที่พักแบบ vacation ownership และที่พักปล่อยเช่าในวันหยุดบ้าง เรากำลังท้าทายวงการในขอบเขตที่ไม่เคยมีมาก่อน Wyndham Worldwideแตกต่างจากบริษัทที่พักอื่นๆทั่วโลก และความเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าได้เข้าถึงที่พักแบบ vacation ownership และที่พักปล่อยเช่าในวันหยุด นอกเหนือจากโรงแรมที่เราให้บริการอยู่ก่อนแล้ว”

จากวันนี้เป็นต้นไป สมาชิกของ Wyndham Rewards สามารถใช้คะแนนสะสมแลกที่พักฟรีในโรงแรม คอนโด และบ้านพัก 25,000 แห่งทั่วโลก ที่www.WyndhamRewards.com/Redeem โดยคะแนน 15,000 คะแนนสามารถแลกที่พักได้ 1 คืนในโรงแรมตามรายชื่อของ Wyndham Rewards หรือใช้ 15,000คะแนนแลกที่พัก 1 เตียงต่อคืน ในที่พักแห่งใหม่ 17,000 แห่งที่เพิ่มเข้ามา

คุณบรอดสกีกล่าวเสริมว่า “ความเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ของ Wyndham Rewards เราตระหนักดีว่ายิ่งแขกเข้าพักนานก็จะยิ่งใช้จ่ายมากขึ้น และด้วยตัวเลือกการแลกคะแนนสะสมที่มากกว่าโรงแรมคู่แข่ง 5 แห่งรวมกัน เราจึงสามารถเปิดประสบการณ์ใหม่ๆให้แก่สมาชิก ด้วยการมอบสิทธิพิเศษให้สามารถท่องเที่ยวไปได้ทุกที่ตามใจปรารถนา ซึ่งถือเป็นการใช้ Wyndham Rewards ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมกับมอบสิทธิประโยชน์อันเหนือชั้นให้แก่สมาชิก เจ้าของที่พัก และพันธมิตรได้แบบไม่มีใครเทียบเท่า

ในช่วง 2 ปีข้างหน้า บริษัทจะเดินหน้าเพิ่มอสังหาฯ ในเครือ Wyndham Worldwide เข้าสู่โปรแกรม Wyndham Rewards พร้อมเพิ่มสิทธิพิเศษให้สมาชิกสามารถรับคะแนนสะสมจากการเข้าพักในคอนโดและบ้านได้อีกด้วย โดยจะเริ่มนำร่องด้วยบ้านและคอนโด 17,000 แห่งในช่วงฤดูร้อนปี 2560 ก่อนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และโปรแกรมการสะสมคะแนนนี้จะครอบคลุมโรงแรม ที่พักแบบ vacation ownership และที่พักปล่อยเช่าในวันหยุดส่วนใหญ่ในเครือ Wyndham Worldwideภายในปี 2561 

เกี่ยวกับ Wyndham Worldwide

Wyndham Worldwide (NYSE: WYN) คือธุรกิจโรงแรมรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งนำเสนอสถานที่พักผ่อนอันน่าเชื่อถือให้แก่นักเดินทางในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พักแบบ vacation ownership รวมถึงสถานที่พักผ่อนที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร อาทิ การแลกเปลี่ยนที่พักระหว่างการท่องเที่ยว (vacation exchange) โรงแรมฮอลิเดย์ปาร์ค และบริการบ้านเช่า Wyndham Worldwide ซึ่งมีอสังหาฯ ในเครือมากกว่า 120,000 แห่ง ใน 100 ประเทศ ใน 6 ทวีปทั่วโลก ร่วมด้วยพันธมิตรกว่า 38,000 แห่ง ยินดีที่จะช่วยให้ทุกคนได้ท่องเที่ยวตามใจปรารถนา พร้อมยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วย Wyndham Rewards(R)ลอยัลตี้โปรแกรมสะเทือนวงการของโรงแรมในเครือ Wyndham Worldwide ที่ให้สมาชิกรับและแลกคะแนนได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.wyndhamworldwide.com

 

http://photos.prnewswire.com/prnvar/20151008/275530LOGO

 

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท ประกาศเลื่อนงาน Maestro Day ที่เซ็นทรัลเวิลด์‏

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท ประกาศเลื่อนงาน Maestro Day ที่เซ็นทรัลเวิลด์

แต่ยังคงมอบสิทธิพิเศษมากมาย ตลอดเดือน พ.ย.นี้

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ที่มากด้วยประสบการณ์ด้านการพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ เจ้าของโครงการ Maestro Residences (มาเอสโตร เรสซิเด้นซ์) ประกาศเลื่อนงาน Maestro Day ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2559 ณ ลานแสดงสินค้าชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

อย่างไรก็ดี เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท ยังคงมอบสิทธิพิเศษมากมายให้กับผู้ที่สนใจโครงการในเครือ Maestro Residences ทั้ง 6 ทำเล ได้แก่ ร่วมฤดี, รัชดา-พระราม 9, สุขุมวิท 39, สยาม-ราชเทวี, สาทร-เย็นอากาศ และราชเทวี จึงขอเชิญชวนท่านที่สนใจ เข้าเยี่ยมชมห้องตัวอย่างได้ที่สำนักงานขายของแต่ละโครงการ พร้อมมอบส่วนลดเงินสดสูงสุด 200,000 บาท*, ฟรี! iPhone 7 ความจุ 32G จำนวน 1 เครื่อง, ฟรี! แพคเกจ เฟอร์นิเจอร์ และอีกมากมายตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ ลงทะเบียนรับสิทธิได้ที่ http://mde.co.th/th/event/Maestroday

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-116-1111 หรือ www.mde.co.th

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค ผนึกกำลัง Disaster Tech Lab สนับสนุนเครือข่ายบรอดแบนด์ไร้สายแก่ค่ายผู้ลี้ภัยบนเกาะเลสบอส ประเทศกรีซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โรลลิง มีโดวส์, อิลลินอยส์–26 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
ศักยภาพรองรับการใช้งานระดับสูง อุปกรณ์เชื่อมต่อทางไกล ตลอดจนโครงการฝึกอบรมการใช้งาน ล้วนสร้างความมั่นใจว่า ค่ายผู้ลี้ภัยจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่วางใจได้ในระยะยาว

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค (Cambium Networks(TM)) ผู้ให้บริการโซลูชั่นเครือข่ายไร้สายชั้นนำระดับโลก ประกาศขยายการดำเนินงานครั้งสำคัญร่วมกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Disaster Tech Lab (DTL) ในการเชื่อมต่อการสื่อสารในค่ายผู้ลี้ภัย 18 แห่งทั่วประเทศกรีซ โดยแคมเบียม เน็ตเวิร์ค และ DTL จัดหาอุปกรณ์เครือข่ายและการฝึกอบรมที่จำเป็นให้กับค่ายผู้ลี้ภัย เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสาร รวมทั้งเข้าถึงข้อมูลและบริการต่าง ๆ ซึ่งนับได้ว่าองค์กรทั้งสองแห่งกำลังมอบปัจจัยอันประมาณค่าไม่ได้ให้กับผู้ตกทุกข์ได้ยากที่ต้องการติดต่อครอบครัวและบุคคลอันเป็นที่รัก ทั้งนี้ จากงานศึกษาวิจัยของสหประชาชาติ พบว่า ผู้ลี้ภัยจำนวนมากมองการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีพเช่นเดียวกับอาหาร น้ำ และที่อยู่อาศัย

Cambium Networks logo / Cambium Networks Logo (PRNewsFoto/Cambium Networks)

Cambium Networks Logo (PRNewsFoto/Cambium Networks)
โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20140613/117974

แคมเบียมทำงานร่วมกับ DTL อย่างใกล้ชิดเพื่อจัดตั้งและให้บริการเครือข่ายไร้สาย รวมถึงทรัพยากรด้านการสื่อสารสำหรับผู้ที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัวเนื่องด้วยภัยพิบัติและโศกนาฏกรรมทั่วโลก นอกจากนี้ยังให้บริการด้านการเชื่อมต่อแก่องค์กรช่วยเหลือและหน่วยงานรัฐบาลในท้องถิ่น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยอีกด้วย

นอกเหนือจากอุปกรณ์เครือข่าย ทีมวิศวกรของแคมเบียม เน็ตเวิร์ค และ DTL ยังให้การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) แก่ผู้อพยพที่มีประสบการณ์ด้านการสื่อสารมาก่อน ซึ่งรวมถึงการให้ความรู้ด้านการตั้งค่าและการบำรุงรักษาเครือข่ายไร้สายและ WiFi ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมจะกลายมาเป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมอาสาสมัครภาคสนามของ DTL ในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายประจำค่ายผู้ลี้ภัยที่ตนอยู่ และมอบบริการที่จำเป็นให้แก่ผู้อพยพคนอื่น ๆ ในค่ายที่กระจายอยู่ทั่วเกาะเลสบอส

“Disaster Tech Lab ให้ความช่วยเหลือประชาชนในประเทศกรีซมาตั้งแต่เกิดวิกฤติเมื่อเกือบ 1 ปีที่ผ่านมาเอเวิร์ต บอปป์ ผู้ก่อตั้ง Disaster Tech Lab กล่าวการสื่อสารไร้สายจากแคมเบียม เน็ตเวิร์ค ทำให้ DTL สามารถสร้างเครือข่ายความเร็วสูงที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ระบบจัดการเครือข่าย cnMaestro(TM) ทำให้เราสามารถติดตามการทำงานของเครือข่ายได้จากสำนักงานทุกแห่งของเรา ซึ่งรวมถึงในไอร์แลนด์และแคนาดา นอกจากนี้ยังทำให้สมาชิกในทีมอาสามัครบนเกาะเลสบอสทำความเข้าใจกับรูปแบบเครือข่าย การติดตั้ง และการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นการเลือกติดตั้งอุปกรณ์จากแคมเบียมยังช่วยให้ทีมงานประจำค่ายผู้ลี้ภัยทำงานร่วมกับเราได้อย่างใกล้ชิด ทั้งยังตอบสนองความต้องการและตอบคำถามของเราได้อย่างทันท่วงที

โครงการนี้จะช่วยให้ผู้ที่พักอาศัยในค่ายผู้ลี้ภัยสามารถเชื่อมต่อบรอดแบนด์ตามที่ต้องการได้” อาตุล บาตนาการ์ ประธานและซีอีโอของแคมเบียม เน็ตเวิร์ค กล่าว “พวกเขาสามารถขยายการเชื่อมต่อทั้งข้อมูล เสียง และวิดีโอ เพื่อที่จะไม่ขาดการติดต่อกับสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ด้วย”

นอกจากการฝึกอบรมและจัดหาอุปกรณ์สำหรับการติดตั้งเครือข่ายที่ได้ดำเนินการก่อนหน้านี้แล้ว แคมเบียม เน็ตเวิร์ค ยังช่วยขยายเครือข่ายไร้สายออกไปถึง 10เท่าด้วยโซลูชั่น WiFi ระดับองค์กร ได้แก่ cnPilot(TM) E500 สำหรับใช้ภายนอกอาคาร และ cnPilot E400 สำหรับภายในอาคาร รวมถึงประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อความเร็วสูงระหว่างเกาะเลสบอสและมหาวิทยาลัยอีเจียน โดยใช้ PTP 650 ระยะไกลเพื่อขยายเครือข่ายให้สามารถใช้งานได้

เอเวิร์ต บอปป์ ผู้ก่อตั้ง Disaster Tech Lab และ สกอตต์ อิมฮอฟฟ์ รองประธานฝ่ายการบริหารผลิตภัณฑ์ของ แคมเบียม เน็ตเวิร์ค จะหารือถึงการติดตั้งโซลูชั่นต่าง ๆ เหล่านี้ ในการถ่ายทอดสดการสัมมนาออนไลน์ในวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2559 เวลา 09.00 น. (CT) ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Disaster Tech Lab

Disaster Tech Labs ใช้ WiFi เพื่อช่วยให้ชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ภัยพิบัติทั่วโลกสามารถกลับมาเชื่อมต่อกันได้อีกครั้ง ทั้งยังสนับสนุนการทำงานของเอ็นจีโอและหน่วยกู้ภัยอื่น ๆ ผ่านการจัดหาบริการทางการสื่อสารแบบ IP-based ทั้งนี้ Disaster Tech Lab มีอาสาสมัครที่มีทักษะและประสบการณ์จำนวนมาก ซึ่งสามารถออกไปให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยพิบัติทั่วโลก Disaster Tech Lab เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่พึ่งพาอาสาสมัครและเงินบริจาคในการดำเนินงาน

เกี่ยวกับ แคมเบียม เน็ตเวิร์ค

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค คือผู้ให้บริการโซลูชั่นไร้สายชั้นนำระดับโลกที่เชื่อมโยงผู้คน สถานที่ และสิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน บริษัทนำเสนอแพลตฟอร์มบรอดแบนด์และแนโรว์แบนด์ไร้สายที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และเชื่อถือได้ ช่วยให้ผู้ให้บริการทุกประเภท ตั้งแต่ภาคอุตสาหกรรม บริษัท หน่วยงานภาครัฐ ไปจนถึงธุรกิจบริการ สามารถสร้างเครือข่ายการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ ในราคาที่เอื้อมถึง ปัจจุบัน บริษัทได้ติดตั้งช่องทางการสื่อสารวิทยุกว่า 5 ล้านจุดให้กับหลายพันเครือข่ายในกว่า 150 ประเทศ ทั้งนี้ บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ชิคาโก นอกจากนั้นยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาหลายแห่งทั้งในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และอินเดีย บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการผ่านทางตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.cambiumnetworks.com และwww.connectingtheunconnected.org

ติดต่อ

Golin ตัวแทนของ Cambium Networks

Cyrus Hedayati

โทร. +1 415 318 4377

อีเมล: chedayati@golin.com

Open Innovations Forum กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ สถานที่ใหม่ใหญ่กว่าเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มอสโก–26 ต.ค.–พีอาร์นิวสไวร์/อินโฟเควสท์

          วันที่ 26-28 ตุลาคมนี้ งาน Open Innovations Forum ครั้งที่ 5 การประชุมแลกเปลี่ยนด้านนวัตกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในรัสเซียจะจัดขึ้น ณ Skolkovo technopark โดยปีนี้นับเป็นปีแรกที่ใช้ศูนย์เทคโนโลยีซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปเป็นสถานที่จัดงาน

 Open-Innovations-logo Logo / Open Innovations logo (PRNewsFoto/Open Innovations Forum 2016)

Open Innovations logo (PRNewsFoto/Open Innovations Forum 2016)

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161025/432201LOGO )

 

Skolkovo Technopark, Open Innovations Forum 2016 official venue (PRNewsFoto/Open Innovations Forum 2016)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161025/432202 )

          ในช่วงเวลา 3 วันนี้ Skolkovo technopark จะเป็นสถานที่สำหรับแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ในแวดวงผู้ประกอบการเทคโนโลยีและการพัฒนานวัตกรรม โดยจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 12,000 คนจากกว่า 100 ประเทศ

          ในปีนี้จะมีการจัดกิจกรรมแยกย่อยกว่า 90 รายการ ได้แก่ การอภิปรายแบบกลุ่ม การแสดงผลงาน การบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ การทำเวิร์คชอป การนำเสนองานต่อลูกค้า รวมไปถึงการประชันสุดยอดโปรแกรมเมอร์และนักพัฒนาด้านไอที (Hackathons) โดยนำเสนอในรูปแบบเชิงโต้ตอบที่ล้ำสมัย ทั้งนี้ เรแนท บาทีโรฟ ประธาน Skolkovo technopark กล่าวว่า “งานในปีนี้จะมุ่งเน้นความสำคัญไปที่กลุ่มผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและผู้ที่ปรารถนาจะเป็นผู้ประกอบการ เราจะพูดคุยกันเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการเจริญเติบโต ตั้งแต่การอภิปรายเกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมไฮเทคและแนวโน้มเทคโนโลยีล่าสุดที่สร้างตลาดใหม่ ๆ ไปจนถึงการพูดคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อความร่วมมือซึ่งจะนำไปสู่การขยายตัวของธุรกิจ”

          ทั้งนี้ จะมีผู้เข้าชมงานจากประเทศชั้นนำมากมาย โดยอิสราเอลซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรในการประชุมได้มอบหมายให้ โอเฟอร์ อาคูนิส รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอวกาศ เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุมและถ่ายทอดประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจนวัตกรรมของอิสราเอลในวันแรกของการจัดงาน รวมถึงวิทยากรชั้นนำชาวอิสราเอลที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง ยอสซี วาร์ดี เจ้าพ่อแห่งวงการไฮเทคของอิลสราเอล, ยอสซี มาเทียส กรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยและพัฒนาของ Google ในประเทศอิสราเอล และผู้แต่งหนังสือ Trends, Insights for Search, Google Suggest และ ซีฟ ซาเลฟสกี ผู้ประดิษฐ์ Kinect และเลนส์อเนกประสงค์ที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับตาของมนุษย์

          นอกจากนี้ยังมีบรรดาผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก อาทิ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง นักพัฒนา เจ้าของกิจการ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เข้าร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็น พอล ไมซีเนอร์ (สหรัฐอเมริกา) รองประธาน Amazon.com Inc, เลียร์ด คาแกน (สหรัฐอเมริกา) กรรมการผู้จัดการ Cagan McAfee Capital Partners,มาร์วิน เหลียว (สหรัฐอเมริกา) ผู้ทรงคุณวุฒิจาก Yahoo! และหุ้นส่วนผู้จัดการของธุรกิจเกิดใหม่กว่า 500 ราย, เจสสิกา เจ. เฟเดอเรอร์ (เยอรมนี) หัวหน้าฝ่ายพัฒนาดิจิตอลของ Bayer AG, อลาสแดร์ เลนน็อกซ์ (สหราชอาณาจักร) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ FITCH, บาส แลนส์ดอร์ป (เนเธอร์แลนด์) ผู้อำนวยการโครงการMars One, ดร.พลาเมน เนเดลท์เซฟ (สหรัฐอเมริกา) สถาปนิกและวิศวกรชื่อดังของ Cisco IT, ดอม ซากอลส์ (สหรัฐอเมริกา) นักพัฒนาจาก Twitter และ โรเบิร์ต เอพสไตน์ (สหรัฐอเมริกา) นักจิตวิทยาชั้นนำจากสถาบันเพื่อการวิจัยและเทคโนโลยีเชิงพฤติกรรมแห่งอเมริกา

          ที่มา: Open Innovations Forum 2016