“Deccan Odyssey” คว้ารางวัล World Travel Awards 2016 สาขารถไฟสุดหรูชั้นนำของเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ–21 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Deccan Odyssey รถไฟสุดหรูที่ดำเนินงานโดยบริษัท Cox & Kings Ltd. ซึ่งเป็นพันธมิตรผู้ให้บริการขององค์การการท่องเที่ยวแห่งรัฐมหาราษฏระ (MTDC) ในอินเดีย ยังคงครองความเป็นผู้นำด้านความหรูหราในเอเชีย ด้วยการคว้ารางวัล World Travel Awards 2016 สาขารถไฟสุดหรูชั้นนำของเอเชีย จากการให้บริการอย่างเลิศเลอและหรูหรามาตั้งแต่แรกเริ่ม โดยพิธีมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นที่โรงแรม InterContinental Danang Sun Peninsula Resort ประเทศเวียดนาม และมีบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเข้าร่วมงานคับคั่ง

 

The Deccan Odyssey, India’s most luxurious train

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160711/813035 )

Arup Sen ที่ปรึกษาพิเศษของบริษัท Cox & Kings กล่าวว่า การคว้ารางวัลนี้มาครองเป็นครั้งที่ 6 ตอกย้ำให้เห็นว่าเรามีความมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมการท่องเที่ยวและความหรูหราให้แก่นักเดินทาง เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ความพยายามในการสืบทอดวัฒนธรรมการเดินทางด้วยรถไฟสุดหรูพร้อมบริการระดับโลก ได้รับการยอมรับจากเหล่านักเดินทางและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมาโดยตลอด เรามุ่งมั่นที่จะรักษาชื่อเสียงในระดับสากลของบริษัทไว้ ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมการท่องเที่ยวที่ผนวกเข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับบริการของ Deccan Odyssey”

Deccan Odyssey เป็นรถไฟที่มีรูปแบบการบริการที่โดดเด่น และมอบสุดยอดการเดินทางแบบเอ็กซ์คลูซีฟสู่เมืองต่างๆ โดยเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้สัมผัสกับปราสาทราชวัง วัฒนธรรม รวมถึงอาหารท้องถิ่นของเมืองและหมู่บ้านต่างๆที่มิได้สูญหายไปตามกาลเวลา ทริปการเดินทางของ Deccan Odyssey ประกอบไปด้วย ความงามแห่งรัฐมหาราษฏระ (Maharashtra Splendor) เส้นทางธรรมชาติแห่งมหาราษฏระ (Maharashtra Wild trail) สมบัติล้ำค่าแห่งรัฐคุชราต (Hidden Treasures of Gujarat) อัญมณีแห่งเดคข่าน (Jewels of the Deccan) โอดิสซีย์แห่งอินเดีย (Indian Odyssey) และค้างแรมแบบอินเดีย (Indian Sojourn) ซึ่งล้วนเป็นเส้นทางสุดพิเศษที่ Deccan Odyssey ภูมิใจนำเสนอ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับภูมิทัศน์อันหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ของประเทศอินเดีย

ทั้งนี้ World Travel Awards เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้ที่มีความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะเวทีเชื่อมโยงบุคคลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

เกี่ยวกับ Deccan Odyssey

Deccan Odyssey เป็นหนึ่งในขบวนรถไฟสุดหรูของอินเดีย ประกอบด้วยตู้รถไฟ 21 ตู้ แบ่งเป็นตู้โดยสาร 12 ตู้ ซึ่งรองรับผู้โดยสารได้ตู้ละ 8 คน (ตู้โดยสารแบบธรรมดา/เดอลุกซ์ 10 ตู้ รองรับผู้โดยสารตู้ละ 8 คน และตู้โดยสารแบบเพรสิเดนเชียลสวีท 2 ตู้ รองรับผู้โดยสารตู้ละ 4 คน) นอกจากนั้นยังมีตู้สำหรับประชุม/ความบันเทิง 1 ตู้, ตู้สำหรับรับประทานอาหาร 2 ตู้, ตู้ปั่นไฟและเก็บสัมภาระ 2 ตู้, ตู้สำหรับพนักงาน 2 ตู้, ตู้สปา 1 ตู้ และตู้บาร์ 1 ตู้ โดยรถไฟสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ทั้งสิ้น 88 คน

รถไฟ Deccan Odyssey คว้ารางวัลมาครองมากมายในปี 2015 ซึ่งรวมถึงรางวัล World Travel Awards สาขารถไฟสุดหรูชั้นนำของเอเชีย และรางวัล The India Travel Awards สาขารถไฟสุดหรูยอดเยี่ยมของอินเดีย

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ thomasct@coxandkings.com

ที่มา: Deccan Odyssey

“Herman Miller” เปิดตัวเก้าอี้ Aeron Chair รุ่นใหม่ ที่สุดของความสบาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซีแลนด์, มิชิแกน–21 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Herman Miller, Inc. (NASDAQ: MLHR) ผู้ออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก เปิดตัวเก้าอี้ Aeron Chair รุ่นใหม่ สำหรับ Aeron Chair นั้น เป็นเก้าอี้ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2537 ในแบบที่ไม่เหมือนใครในโลก เนื่องจาก 2 ผู้ออกแบบอย่าง Bill Stumpf และ Don Chadwick ไม่ใช้โฟมและผ้าในการทำเก้าอี้ แต่ใช้เทคโนโลยีอันทันสมัย วัสดุพิเศษ และดีไซน์ที่คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก ส่งผลให้ Aeron Chair ได้รับการยอมรับในเรื่องประสิทธิภาพตลอดมา และขึ้นแท่นเก้าอี้ที่ขายดีที่สุดในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยยอดขายมากกว่า 7 ล้านตัว ใน 134 ประเทศ จนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนทำงานทั่วโลก และเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของวัฒนธรรมร่วมสมัย

 

The New Aeron Chair (PRNewsFoto/Herman Miller, Inc.)

ภาพถ่ายhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20161017/429321

 Herman Miller Logo / Herman Miller Logo (PRNewsFoto/Herman Miller, Inc.)

Herman Miller Logo (PRNewsFoto/Herman Miller, Inc.)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20151117/288476LOGO

Aeron Chair รุ่นใหม่ของ Herman Miller ยังคงรักษาเอกลักษณ์อันโดดเด่นเฉพาะตัว แต่มีการปรับปรุงทุกองค์ประกอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนั่ง ด้วยการสนับสนุนของ Don Chadwick รวมถึงความทุ่มเทของทีมนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ และนักวิจัยที่ทำงานในโครงการนี้มานานกว่า 2 ปี Herman Miller จึงสามารถปรับปรุงเก้าอี้โดยผสานข้อมูลเชิงลึกด้านสรีรศาสตร์และการวัดส่วนต่างๆของร่างกายมนุษย์ เข้ากับการพัฒนาวัสดุ กระบวนการผลิต และเทคโนโลยีที่สั่งสมมานานกว่า 20 ปี ถือกำเนิดเป็นเป็นเก้าอี้รุ่นใหม่ที่มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์เหมือนเดิม แต่ใช้วัสดุที่แข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปรับระดับและควบคุมการทำงานได้ง่ายขึ้น ระบายอากาศได้ดีขึ้น นั่งสบายขึ้น และดีต่อสุขภาพมากขึ้น

Aeron Chair รุ่นใหม่มอบประสบการณ์ในการนั่งอันสมบูรณ์แบบ ด้วยกลไกการปรับการเอนหน้าและหลังของพนักพิงที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ พร้อมอุปกรณ์PostureFit SL ที่รองรับส่วนหลังจากท่านั่งได้ดีกว่าเดิม  ทั้งยังมีนวัตกรรมวัสดุรองรับน้ำหนัก 8Z Pellicle ที่สามารถรองรับน้ำหนักจุดที่แตกต่างกันถึง 8 โซน โดยทุกองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนทำงานประสานกันเพื่อ มอบความสบายสูงสุด ผู้นั่ง Aeron Chair รุ่นใหม่สามารถรองรับแทบทุกท่าทาง และการเคลื่อนไหวในขณะนั่ง ตั้งแต่การนั่งหลังตรงขณะโฟกัสกับงาน ไปจนถึงการเอนกายเพื่อผ่อนคลาย ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นแต่กลมกลืนทำให้ใช้ร่วมกับสถานที่ทำงานได้หลากหลายรูปแบบ Aeron Chair รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคย เป็นตัวช่วยให้ผู้ใช้งานและองค์กรยุคใหม่ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน

Aeron Chair รุ่นใหม่ซึ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกของ Herman Miller ในด้านนวัตกรรมสำหรับที่ทำงานและเก้าอี้นั่งทำงานประสิทธิภาพสูง จะวางจำหน่ายให้แก่ผู้ใช้งานทั่วไปและลูกค้าเชิงพาณิชย์ในทุกตลาดที่มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Herman Miller โดยวางจำหน่ายแล้วในอเมริกาเหนือ ลาตินอเมริกา เม็กซิโก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา และจะวางจำหน่ายในสหราชอาณาจักร ยุโรป ในเดือนมกราคม 2560 และเอเชียในเดือนกุมภาพันธ์ 2560

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hermanmiller.com/global/en_apc/products/seating/performance-work-chairs/aeron-remastered

ติดต่อ

อีเมล: media_relations@hermanmiller.com

โทร. +1-616-654-5977

มูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติเตือน “โรคกระดูกพรุน” คือภัยเงียบใกล้ตัว!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นียง, สวิตเซอร์แลนด์–21 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

เนื่องในวันสากลโรคกระดูกพรุน 20 ตุลาคม 2559 มูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ (IOF) ได้ออกมาเตือนผู้คนให้ตื่นตัวกับความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน อันเป็นภัยเงียบที่ทำให้กระดูกเปราะและแตกหักได้ง่าย

Infographic with key facts and statistics on osteoporosis, and recommendations for long term bone and muscle protection. (PRNewsFoto/IOF)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161014/428799-INFO) 

แค่ถูกกระทบหรือหกล้มเพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนก็อาจกระดูกหักได้ โดยในทั่วโลกนั้น เพศหญิงจำนวน 1 ใน 3 และเพศชายจำนวน 1 ใน 5 ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ถูกตรวจพบว่ามีอาการกระดูกหักเนื่องจากเป็นโรคกระดูกพรุน และพบทุกๆ 3 วินาที 

ศ.จอห์น เอ คานิส ประธาน IOF เตือนว่า “เราไม่ควรมองข้ามอันตรายจากอาการกระดูกหักที่มีสาเหตุจากโรคกระดูกพรุน รวมถึงผลกระทบที่มีต่อคุณภาพชีวิตและการพึ่งพาตนเองของผู้สูงอายุ” โดยในกลุ่มผู้สูงอายุที่กระดูกสะโพกหักนาน 1 ปีนั้น พบว่ากว่า 33% ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือต้องมีผู้ดูแลอยู่ที่บ้าน ในขณะที่อีก 24% เสียชีวิต นอกจากนี้ ในกลุ่มผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไปที่มีอาการกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน ยังมีสถิติพักฟื้นในโรงพยาบาลยาวนานกว่าผู้ป่วยโรคอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็งเต้านม   

ตื่นตัวกับปัจจัยเสี่ยงของตน! 

การใช้ชีวิตอย่างใส่ใจกระดูกถือเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพกระดูกที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคอาหารที่มีแคลเซียม โปรตีน และวิตามินสูง การได้รับวิตามิน D อย่างเพียงพอ การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป 

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยการเกิดโรคกระดูกพรุนอีกหลายประการอยู่เหนือการควบคุม เช่น บิดามารดามีประวัติเป็นโรคกระดูกพรุนหรือกระดูกหัก รวมถึงการเป็นโรคบางอย่างหรือการกินยาที่เป็นผลเสียต่อกระดูก เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเบาหวาน โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคลำไส้เล็กและทางเดินอาหารอักเสบ ไปจนถึงผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยาเพิ่มฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ ยายับยั้งเอนไซม์อะโรมาเตส รวมถึงต้องรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการยับยั้งฮอร์โมนเพศชาย (ADT) 

IOF ขอนำเสนอแบบทดสอบวัดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนในนาทีเดียว (IOF One-Minute Osteoporosis Risk Test) เพื่อแจ้งเตือนถึงความเสี่ยงของการเกิดโรค นอกจากนี้ คุณอาจขอให้แพทย์ทำแบบประเมิน FRAX(R)  เพื่อหาความเสี่ยงของอาการกระดูกหักที่มีสาเหตุจากโรคกระดูกพรุนในอีก 10 ปีข้างหน้า 

ศ.คานิส กล่าวเพิ่มเติมว่า “ถ้าหากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน ผมขอแนะนำให้คุณไปตรวจสุขภาพกระดูกและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตตามความจำเป็น และถ้าหากมีความเสี่ยงสูงมาก คุณควรพิจารณาทางเลือกการรักษาที่เหมาะสม เพื่อการป้องกันขั้นสูงสุดจากอาการกระดูกหักที่อาจเป็นภัยร้ายต่อชีวิต” 

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน

Catherine Laverty, IOF โทร. +41 79 8745208 อีเมล: claverty@iofbonehealth.org 

แบบทดสอบวัดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน

https://iofbonehealth.org/iof-one-minute-osteoporosis-risk-test 

อินโฟกราฟิก

http://worldosteoporosisday.org/2016-infographic 

วันสากลโรคกระดูกพรุน ตรงกับวันที่ 20 ตุลาคมของทุกปี สามารถดูรายละเอียดแคมเปญระยะเวลา 1 ปีได้ที่www.worldosteoporosisday.org#LoveYourBones 

ผู้สนับสนุนวันสากลโรคกระดูกพรุนอย่างเป็นทางการ ได้แก่ Amgen, Fonterra, Lilly, MSD, Sunsweet

 

มูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ (IOF) เป็นองค์กรเอ็นจีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อุทิศตนเพื่อการป้องกัน การวินิจฉัย และการรักษาโรคกระดูกพรุน และโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อและโครงกระดูก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.iofbonehealth.org 

ที่มา: มูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ (IOF)

Geely แจ้งเกิดแบรนด์รถยนต์ระดับโลก “LYNK & CO”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กอเทนเบิร์ก, สวีเดน–21 ต.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ฉีกกฎเดิมๆของอุตสาหกรรมยานยนต์ 

แบรนด์รถยนต์น้องใหม่ LYNK & CO ถือกำเนิดขึ้นเพื่อฉีกกฎเดิมๆของอุตสาหกรรมยานยนต์ มุ่งตอบสนองความต้องการและความชอบของคนยุคใหม่ที่เชื่อมต่อถึงกันทั่วโลก 

แบรนด์ใหม่ในเครือ Geely Auto Group ออกแบบและวางระบบวิศวกรรมในประเทศสวีเดน 

รถทุกรุ่นติดตั้งระบบส่งกำลังรถยนต์ด้วยไฟฟ้า 

ประเดิมด้วยรถรุ่น LYNK & CO 01 เอสยูวีดีไซน์แข็งแกร่ง มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย 

รถทุกรุ่นเพียบพร้อมด้วยสมรรถนะและสเปคครบ 

เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความร่วมมือกับ Ericsson พร้อมเดินหน้าหาทางร่วมมือกับ Alibaba และ Microsoft 

ยานยนต์ที่เชื่อมต่อได้สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบัน สร้างขึ้นจาก API แบบเปิด พร้อมแนวคิดสร้างสรรค์จากนักพัฒนา เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น 

นำเสนอรูปแบบใหม่ของการเป็นเจ้าของและการใช้รถ ด้วยโซลูชั่นสำหรับเจ้าของรถและฟังก์ชั่นการแชร์ข้อมูลที่ติดตั้งมาพร้อมกับรถ 

แทนที่แนวคิดเดิมๆของการขายรถแบบ “ออปชั่นลดหลั่นตามราคา” ด้วยรถฟูลออปชั่นในราคาเดียว โดยได้รับแนวคิดมาจากวงการแฟชั่นและเทคโนโลยี 

กำเนิดการวางจำหน่ายรูปแบบใหม่ โดยผู้ผลิตและผู้บริโภคติดต่อกันโดยตรง พร้อมบริการที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย และเป็นเจ้าของได้ไม่ยากในราคาสุดคุ้ม 

ใช้แพลตฟอร์ม Compact Modular Architecture (CMA) นวัตกรรมเดียวกับ Volvo 

เตรียมเปิดให้เป็นเจ้าของทั่วโลกในปี 2560 โดยประเดิมที่จีน ตามมาด้วยยุโรปและสหรัฐอเมริกา 

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาดีไซน์และระบบวิศวกรรมอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ค่อยให้ความสนใจในเรื่องของช่องทางการจัดจำหน่ายและการเป็นเจ้าของรถ ปัจจุบัน ลูกค้ามีค่านิยมและความต้องการเปลี่ยนไปอย่างมาก จึงเป็นเวลาอันสมควรที่เราจะต้องก้าวสู่อนาคตและสร้างรถรุ่นใหม่ๆ เพื่อให้สอดรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตและการเดินทางอย่างสมบูรณ์ที่สุด 

LYNK & CO ขอส่งทัพรถยนต์ระดับพรีเมียมพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำในราคาที่เอื้อมถึง เพื่อท้าทายและปฏิวัติวงการยานยนต์ในทุกส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความยุ่งยากในการเป็นเจ้าของรถ ด้วยการกำหนดนิยามใหม่ทั้งในแง่ของการซื้อ การเป็นเจ้าของ การเชื่อมต่อ การให้บริการ และการใช้งาน 

Alain Visser รองประธานอาวุโสของ LYNK & CO กล่าว 

นอกจากรถรุ่น LYNK & CO 01 แล้ว ในอนาคตจะมีรุ่น 02, 03 และตามมาอีกเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความเรียบง่ายของแบรนด์และฉีกกฎเดิมๆของอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้กระทั่งชื่อรุ่น 

หลักการออกแบบรถก็เรียบง่าย นั่นคือ ต้องโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นและโดนใจลูกค้าทั่วโลก และเนื่องจากลูกค้าของเราเป็นคอเทคโนโลยีตัวยง ดีไซน์ภายในรถจึงทันสมัยและให้ความรู้สึกถึงเทคโนโลยี 

Andreas Nilsson หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ LYNK & CO กล่าว 

เราได้พัฒนารถยนต์ล้ำสมัยที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา มีประสิทธิภาพ ขับสนุก และอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย

Mats Fagerhag ซีอีโอของ CVET (China Euro Vehicle Technology) Geely/Volvo R&D Center กล่าว    

เกี่ยวกับ LYNK & CO 

LYNK & CO คือแบรนด์รถยนต์ระดับโลกแบรนด์ใหม่ ที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการและความชอบของคนยุคใหม่ที่เชื่อมต่อถึงกันทั่วโลก รวมทั้งฉีกกฎเดิมๆของอุตสาหกรรมยานยนต์ รถแบรนด์ LYNK & CO ออกแบบและวางระบบวิศวกรรมในประเทศสวีเดน โดยรถรุ่น 01 จะเปิดให้เป็นเจ้าของทั่วโลกในปี2560 ประเดิมที่จีน ตามมาด้วยยุโรปและสหรัฐอเมริกา 

LYNK & CO เป็นแบรนด์ของ Geely Auto Group ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Zhejang Geely Holding Group เจ้าของบริษัท Volvo Cars และ London Taxi Companyทั้งนี้ Geely Auto Group เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lynkco.com 

ติดต่อ:  +44-07391-015-151, media@lynkco.com

วิดีโอ: https://www.youtube.com/watch?v=qydaNhBUOp8

 Blank1 / LYNK & CO is a new brand with the ambition to challenge the conventions of the automobile industry, addressing the needs and preferences of the new global and connected generation. Creating new ways of owning and using a car, with built-in sharing functionality and ownership solutions. (PRNewsFoto/LYNK & CO)

LYNK & CO is a new brand with the ambition to challenge the conventions of the automobile industry, addressing the needs and preferences of the new global and connected generation. Creating new ways of owning and using a car, with built-in sharing functionality and ownership solutions. (PRNewsFoto/LYNK & CO)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161019/431033 )

Blank2 / The LYNK & CO 01 is revealed to the world's media in Gothenburg (PRNewsFoto/LYNK & CO)

The LYNK & CO 01 is revealed to the world’s media in Gothenburg (PRNewsFoto/LYNK & CO)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161019/431034 )

Blank3 / LYNK & CO is a new brand with the ambition to challenge the conventions of the automobile industry, addressing the needs and preferences of the new global and connected generation. Creating new ways of owning and using a car, with built-in sharing functionality and ownership solutions. (PRNewsFoto/LYNK & CO)

LYNK & CO is a new brand with the ambition to challenge the conventions of the automobile industry, addressing the needs and preferences of the new global and connected generation. Creating new ways of owning and using a car, with built-in sharing functionality and ownership solutions. (PRNewsFoto/LYNK & CO)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161019/431035 )

Blank4 / LYNK & CO. A new car brand with built-in sharing and ownership solutions. (PRNewsFoto/LYNK & CO)

LYNK & CO. A new car brand with built-in sharing and ownership solutions. (PRNewsFoto/LYNK & CO)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161019/431036 )

 

ที่มา: LYNK & CO

Miral ยกระดับ “เกาะยาส” ขึ้นอีกขั้น เตรียมเปิดสถานที่ท่องเที่ยวในร่มแห่งใหม่ “CLYMB”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–20 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

CLYMB สถานที่ท่องเที่ยวในร่มแห่งใหม่ที่ใช้ทุนสร้างถึง 100 ล้านดอลลาร์ มาพร้อมห้อง Flight Chamber ที่กว้างที่สุดในโลก และหน้าผาจำลองในร่มที่สูงที่สุดในโลก เตรียมเปิดให้บริการในปี 2561 

Miral ประกาศเปิดตัวโครงการพัฒนา CLYMB สถานที่ท่องเที่ยวในร่มแห่งใหม่บนเกาะยาสในอาบูดาบี ที่จะมีห้อง Flight Chamber ที่กว้างที่สุดในโลก และหน้าผาจำลองในร่มที่สูงที่สุดในโลก เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวอันน่าตื่นเต้นบนเกาะยาส และผลักดันให้เกาะแห่งนี้ขึ้นแท่นเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนและความบันเทิงชั้นนำของภูมิภาค 

รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7956251-miral-abu-dhabi-yas-island-clymb/

 

โดย Flight Chamber จะมอบประสบการณ์การเหินเวหาเสมือนจริงในห้องที่มีความกว้างถึง 9.75 เมตร (32 ฟุต) ซึ่งนับว่ากว้างที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา 

ส่วนหน้าผาจำลองในร่มที่สูงที่สุดในโลกจะมีทั้งหมด 4 ผา และมีระดับความยากง่ายแตกต่างกันไปสำหรับนักปีนเขาทุกระดับ ตั้งแต่เริ่มต้น ปานกลาง ไปจนถึงมืออาชีพ โดยจุดที่มีความสูงที่สุดจะอยู่ที่ 43 เมตรเหนือพื้นดิน 

นอกจากนี้ CLYMB ยังได้รวบรวมร้านค้า ร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงพื้นที่จัดงานเลี้ยงไว้อย่างครบครัน และจะเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้า Yas Mall เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนและความบันเทิงที่เหนือกว่าตามแบบฉบับของเกาะยาส 

โมฮัมเหม็ด อับดุลลา อัล ซาบี ซีอีโอของ Miral กล่าวว่า โครงการ CLYMB คือส่วนเติมเต็มที่โดดเด่นและสำคัญยิ่งสำหรับเกาะยาส การสร้างห้อง Flight Chamber ที่กว้างที่สุดในโลก และหน้าผาจำลองในร่มที่สูงที่สุดในโลกในอาบูดาบี จะช่วยให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะยาสได้สัมผัสประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นและท้าทายไปพร้อมๆกัน” 

คุณอัล ซาบี กล่าวเสริมว่า “การเปิดตัวโครงการนี้สะท้อนถึงความทุ่มเทของ Miral ในการพัฒนาและสร้างสถานที่ท่องเที่ยวชั้นแนวหน้าที่ได้มาตรฐานสูงสุดในระดับโลกบนเกาะยาส เพื่อมอบประสบการณ์สุดตื่นเต้นและประทับใจให้แก่ทุกคน ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอาบูดาบีและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” 

Miral ได้มอบหมายให้บริษัท Zublin Construction L.L.C เป็นผู้รับเหมาหลักในการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ซึ่งมีความคืบหน้าไปแล้ว 35% ณ ต้นเดือนนี้ และคาดว่าโครงการมูลค่าร้อยล้านดอลลาร์นี้จะสามารถเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ในปี 2561 

ก่อนหน้าที่จะมีการเปิดตัวโครงการนี้ Miral เพิ่งประกาศวิสัยทัศน์ของเกาะยาสปี 2565 ซึ่งก็คือ การขึ้นแท่นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวยอดนิยมของโลก ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 48 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ เกาะยาสยังพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากองค์กรถึง 100,000 คน และมีแผนสร้างโรงแรมสำหรับการพักผ่อนและทำธุรกิจรวมกันทั้งสิ้น 4,000 ห้อง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของแขกผู้เข้าพัก

 Mohamed-Al-Zaabi / Mohamed Al Zaabi, CEO, Miral (PRNewsFoto/Miral Asset Management)

Mohamed Al Zaabi, CEO, Miral (PRNewsFoto/Miral Asset Management)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161016/429108 ) 

ที่มา: Miral Asset Management

มหาวิทยาลัย Amity จากอินเดีย ซื้อที่ดิน 170 เอเคอร์ในนิวยอร์ก รุกขยายวิทยาเขตสู่อเมริกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวเดลี และ นิวยอร์ก–20 ต.ค.–พี่อาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Amity ได้เข้าซื้อที่ดินริมน้ำขนาด 170 เอเคอร์จาก St. John’s University ซึ่งตั้งอยู่ในโอ๊คเดล เกาะลองไอแลนด์ รัฐนิวยอร์ก ที่ดินนี้ประกอบไปด้วยอาคาร11 หลังที่มองเห็นวิวของอ่าวเกรทเซาท์เบย์ ใจกลางที่ดินเป็นที่ตั้งของ Bourne Mansion คฤหาสน์สไตล์จอร์เจียที่สร้างขึ้นในปี 2440 ซึ่งเคยเป็นของ Frederick Bourne ประธานบริษัท Singer Sewing Machine Co.

 Amity Campus New York / Amity Campus New York (PRNewsFoto/Amity University)

Amity Campus New York (PRNewsFoto/Amity University)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161017/429187 ) 

Dr. Aseem Chauhan อธิการบดีมหาวิทยาลัย Amity ระบุว่า “มหาวิทยาลัย Amity วิทยาเขตนิวยอร์กจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการวิจัย การศึกษา การแลกเปลี่ยนนักศึกษา รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการระหว่างสถาบันต่างๆทั้งในสหรัฐอเมริกาและอินเดีย วิทยาเขตแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงผู้คนและองค์กรในสหรัฐ อินเดีย และประเทศอื่นๆทั่วโลก รวมถึงชาวอินเดียพลัดถิ่นจำนวนมากที่ต้องการศึกษาในสถาบันจากประเทศบ้านเกิด” 

มีผู้เข้าร่วมการประมูลที่ดินทำเลทองผืนนี้กันอย่างล้นหลาม เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากท่าอากาศยานจอห์น เอฟ เคนเนดี ทั้งยังสามารถเดินทางไปยังเกาะแมนฮัตตันได้อย่างสะดวกสบายด้วยทางหลวงและรถไฟ แต่ท้ายที่สุด St. John’s University ก็ตัดสินใจขายที่ดินให้กับ Amity เนื่องจาก Amity มีประวัติในแวดวงการศึกษามาอย่างยาวนาน เป็นองค์กรที่มีบูรณภาพ ทั้งยังมีวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ในการก้าวขึ้นเป็นสถาบันการวิจัยและการสอนชั้นนำของโลก 

การซื้อที่ดินผืนนี้ถือเป็นการขยายวิทยาเขตครั้งล่าสุดของ Amity Group ซึ่งมีวิทยาเขตกระจายตัวอยู่ทั่วโลก ทั้งในลอนดอน ดูไบ สิงคโปร์ มอริเชียส แอฟริกาใต้ อินเดีย และอีกหลายประเทศ นับว่าเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านการศึกษาระดับสากลรายใหญ่ที่สุดที่เข้ามาในสหรัฐ โดย Dr. Aseem Chauhan กล่าวว่า“Amity เป็นสถาบันการศึกษาเพียงไม่กี่แห่งในเอเชียที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในสหรัฐ และยังได้รับการรับรองคุณภาพจาก WASC ซึ่งชี้ให้เห็นว่า Amity เข้าใจถึงระบบการศึกษาของสหรัฐเป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้มาตรฐานตรงตามระเบียบข้อบังคับของสหรัฐทุกประการ 

Amity Education Group เป็นองค์กรการศึกษาเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรของอินเดีย เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นเตรียมอนุบาลไปจนถึงระดับปริญญาเอกในกว่า 300 หลักสูตร โดยมีนักเรียนและนักศึกษากว่า 150,000 คน สถานศึกษาในเครือ Amity Education Group มีพื้นที่รวมกว่า 1,200 เอเคอร์ ประกอบด้วยมหาวิทยาลัย 10 วิทยาเขต โรงเรียนและสถานศึกษาก่อนวัยเรียน 25 แห่ง สถาบันการศึกษาระดับท็อป 150 แห่ง และวิทยาเขตที่กระจายตัวอยู่ในหลายประเทศอีก12 วิทยาเขตทั่วโลก มหาวิทยาลัย Amity มุ่งเน้นในด้านการวิจัยและนวัตกรรม จึงเป็นเจ้าของสิทธิบัตรงานวิจัยกว่า 700 รายการ และกำลังดำเนินโครงการวิจัยภายใต้ทุนของรัฐบาลอีกกว่า 300 โครงการ รวมทั้งพัฒนากรณีศึกษาต่างๆอีกกว่า 1,500 กรณี นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาของ Amity ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำในสาขาต่างๆอย่างต่อเนื่อง จากความโดดเด่นในการมุ่งพัฒนานักศึกษาให้มีความพร้อมสำหรับการทำงาน การปรับเปลี่ยนตำแหน่งในองค์กร การเป็นผู้ประกอบการ และการเป็นผู้นำ  

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

Ms. Savita Mehta

Vice President – Communications

Amity Group

โทร. +91-98188-96610 

ที่มา: Amity Education Group

China Cloud Expo ครั้งที่ 5 เตรียมเปิดฉากพร้อมเทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะแห่งอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮุ่ยโจว, จีน–20 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          งาน China Huizhou Internet of Things and Cloud Computing Expo (Cloud Expo) ครั้งที่ 5 จะจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมและการจัดนิทรรศการฮุ่ยโจวระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน พร้อมกับงาน China Mobile Innovation Week ครั้งที่ 3

The 5th China Huizhou Internet of Things and Cloud Computing Expo (the Cloud Expo) will be held in Huizhou convention and exhibition center from November 1 to 3, featuring the 3rd China Mobile Innovation Week at the same time.

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161019/0861610843

          งาน Cloud Expo ครอบคลุมพื้นที่ 9,350 ตารางเมตร และมีวิสาหกิจกว่า 410 รายเข้าร่วมจัดแสดงภายในงาน โดยคาดว่าจะมีผู้ซื้อจากกว่า 30 ประเทศ อาทิ จีน สหรัฐ สหราชอาณาจักร รัสเซีย และญี่ปุ่น เข้าร่วมชมงาน

          ทั้งนี้ เพื่อเป็นการวางรากฐานการเชื่อมต่ออัจฉริยะในอนาคต งาน Cloud Expo and China Mobile Innovation Week จะมุ่งเน้นปัจจัยที่เป็นนวัตกรรม รวมถึงหัวข้อต่าง ๆ ที่กำลังได้รับความสนใจ อันได้แก่ กีฬาอิเล็กทรอนิกส์ เครือข่ายคลาวด์ แอนิเมชั่นและบันเทิง อีกทั้งจะมีการจัดแสดงเทคโนโลยีและบริการทางเทคโนโลยีล่าสุดในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือระดับโลก, อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์, คลาวด์คอมพิวติ้ง, บิ๊กดาต้า, การผลิตอัจฉริยะ, อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ, โลกเสมือนจริง (VR), แอปพลิเคชัน 4G, คอนเวอร์เจนซ์โหมดคู่ และแอปพลิเคชั่นหุ่นยนต์ด้วย

          สำหรับพื้นที่จัดงานนั้นแบ่งออกเป็น 8 โซนตามประเภทของเทคโนโลยี ดังนี้ อุปกรณ์สวมใส่, การผลิตอัจฉริยะ, สมาร์ทโฟนและแอปพลิเคชัน, หุ่นยนต์อัจฉริยะ, คลาวด์คอมพิวติ้ง, เครือข่ายยานยนต์และพลังงานใหม่, คลาวด์คอมพิวติ้งและบิ๊กดาต้า, ผู้บริโภคอัจฉริยะ และการสื่อสารเชิงโต้ตอบ

          ด้านธุรกิจระดับโลกที่เข้าร่วมงานนั้นมีทั้ง Cisco, Aliyun, Baidu, Philips, New H3C (HP) รวมถึงแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย

          ไฮไลท์ของการจัดงานในปีนี้คือการประกวด China Mobile Design and Application Innovation Contest ภายในงาน China Mobile Innovation Week 2016 ซึ่งบริษัทมือถือยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Huawei, ZTE, Vivo, TCL, Meizu, Coolpad, Samsung, Asus, LG, Motorola และ Lenovo จะนำเอาผลิตภัณฑ์ชั้นนำและผลิตภัณฑ์อันโดดเด่นในตลาด รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาจัดแสดงเป็นครั้งแรก

          “งาน Cloud Expo ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงสินค้าระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีระดับนานาชาติแห่งนวัตกรรมและการรับฟังความเห็นที่แตกต่างในประเด็นการส่งเสริมอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ และคลาวด์คอมพิวติ้งด้วย เราหวังว่าเพื่อนร่วมธุรกิจจากทั่วโลกจะใช้โอกาสนี้ในการหารือเกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรมอันล้ำสมัย รวมถึงนำเสนอผลการวิจัยล่าสุด” วู ซิน ประธานคณะกรรมการจัดงาน Cloud Expo กล่าว

          ผู้ประสงค์เข้าชมงาน และจัดแสดงงานกรุณาติดต่อ:

          โทร:+86-20-8926-8241, +86-752-2873-038

          อีเมล: hzcloudexpo@126.com

          ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.cloud-expo.cn/Index/English_Home

          เกี่ยวกับงาน Cloud Expo

          งาน China Huizhou Internet of Things (IOT) and Cloud Computing Expo จัดโดยคณะกรรมการเศรษฐกิจและสารนิเทศแห่งมณฑลกวางตุ้ง, สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งมณฑลกวางตุ้ง และเทศบาลเมืองฮุ่ยโจว ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา งาน Cloud Expo มีมูลค่ารวมของโครงการด้านการลงทุนและความร่วมมือต่าง ๆ แตะที่ 5 หมื่นล้านหยวน (8.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

จูบิแลนท์ ไบโอซิส ภูมิใจเป็นบริษัทแรกในอินเดียที่ติดตั้งแพลตฟอร์ม RapidFire/MS Screening ของเอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบงกาลูรู–20 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

จูบิแลนท์ ไบโอซิส (Jubilant Biosys) มีความภูมิใจที่จะประกาศให้ทราบถึงการผนวกรวมเทคโนโลยี RapidFire/MS Screening ของเอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์ (Agilent Technologies) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มการค้นคว้ายา Drug Discovery Platform แบบครบวงจรของบริษัท

Jubilant Biosys and Sanofi Deutschland GmbH Enter Into a Strategic Alliance Focusing on Metabolic Disorders Therapeutic Area / Jubilant Biosys Ltd. Logo

Jubilant Biosys Ltd. Logo

     (โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160107/783587 )

Agilent-logo Logo / Agilent Logo (PRNewsFoto/Jubilant Biosys)

Agilent Logo (PRNewsFoto/Jubilant Biosys)
(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20161019/430304LOGO )

RapidFire เป็นเทคโนโลยีการสกัดด้วยวัฏภาคของแข็ง (SPE) ที่มีประสิทธิภาพ โดยสามารถทำการตรวจจับสารประกอบสภาพธรรมชาติด้วยเทคนิคแมสสเปกโตรเมทรีแบบไม่ใช้สารติดฉลากได้อย่างรวดเร็ว ทั้งในการทดสอบในหลอดทดลอง การศึกษา DMPK/ADME การค้นคว้าวิจัยยาในขั้นตอน Hit/Lead เพื่อขอบเขตการรักษาโรคในสาขาต่างๆ ไปจนถึงการตรวจหาเป้าหมายที่ยากต่อการตรวจสอบแม้ใช้สารติดฉลากก็ตาม ทั้งนี้ ห้องปฏิบัติการของจูบิแลนท์ ไบโอซิส ในเบงกาลูรู จะเป็นแห่งแรกในอินเดียที่มีการติดตั้งระบบเทคโนโลยีแมสสเปกโตรเมทรี RapidFire อันล้ำสมัยและทรงประสิทธิภาพ ของเอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์

การติดตั้งแพลตฟอร์ม RapidFire จากเอจิเลนต์ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมันอย่างต่อเนื่องของจูบิแลนท์ในการลงทุนที่จำเป็น เพื่อสานต่อและต่อยอดการค้นคว้ายาด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้เราสามารถเพิ่มผลิตภาพและขยายขีดความสามารถ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างประสบความสำเร็จ” สตีเวน ฮัตชินส์ ประธานจูบิแลนท์ ไบโอซิส (ดรัก ดิสคัฟเวอรี่ โซลูชั่นส์) กล่าว

โซลูชั่น RapidFire ของเอจิเลนต์ จะช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่มีความแม่นยำมากขึ้น ได้ผลรวดเร็วขึ้น คุ้มค่ามากขึ้น ยกระดับขีดความสามารถด้านการวิเคราะห์ ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง เรามีความยินดีที่ จูบิแลนท์ ไบโอซิส เป็นองค์กรแรกในอินเดียที่ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้” บารัต บาร์ดวัจ ผู้จัดการประจำประเทศ ของเอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์ กล่าว

เกี่ยวกับจูบิแลนท์ ดรัก ดิสคัฟเวอรี่ โซลูชั่น (JDDS)

JDDS ประกอบด้วยจูบิแลนท์ ไบโอซิส, จูบิแลนท์ เคมซิส และจูบิแลนท์ ดิสคัฟเวอรี เซอร์วิสเซส ซึ่งมีการดำเนินงานอยู่ในเมืองบังกาลอร์และนอยดา ประเทศอินเดีย และในเมืองมัลเวิร์น สหรัฐอเมริกา โดยทั้งหมดเป็นบริษัทในเครือของจูบิแลนท์ ไลฟ์ ไซเอนเซส จำกัด และมีพนักงานมากกว่า 625 คน กลุ่มบริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในขอบเขตการรักษาโรคสาขาต่างๆ ได้แก่ เนื้องอก ความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม อาการเจ็บปวดและการอักเสบ ระบบประสาทส่วนกลางและอื่นๆ บริษัทพัฒนานวัตกรรมเป็นของตนเองสำหรับใช้ภายในองค์กร ตลอดจนมีการลงทุนเชิงกลยุทธ์ และนำเสนอบริการค้นคว้ายาที่ครอบคลุม ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นองค์ประกอบหลักที่นำไปสู่การวิจัยร่วม การเป็นหุ้นส่วน และการออกสิทธิบัตรhttp://www.jubilantbiosys.comhttp://www.jchemsys.comhttp://www.jubl.com

เกี่ยวกับ เอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์

เอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ เป็นผู้นำระดับโลกในวงการชีววิทยาศาสตร์ การวินิจฉัยโรค และเคมีประยุกต์ บริษัทให้การสนับสนุนห้องปฏิบัติการทดลองทั่วโลกด้วยการจัดหาเครื่องมือ บริการ วัสดุสิ้นเปลือง การประยุกต์ใช้งานและความเชี่ยวชาญ ซึ่งช่วยตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการได้ ความเชี่ยวชาญและความร่วมมือที่เชื่อถือได้ของเอจิเลนต์ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นสูงสุดในโซลูชั่นของเรา

เอจิเลนต์ให้ความสำคัญกับ 6 ตลาดหลัก เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายของตน ประกอบไปด้วย อาหาร สิ่งแวดล้อมและนิติเวชศาสตร์ เภสัชศาสตร์ การวินิจฉัยโรค เคมีและพลังงาน และการค้นคว้าวิจัย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.agilent.com

ติดต่อสอบถามด้านธุรกิจได้ที่: bd@jubilantbiosy.com

ที่มา: จูบิแลนท์ ไบโอซิส

Honor แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก ผนึกกำลัง Marvel Studios ในหนังฟอร์มยักษ์ “Doctor Strange”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซินเจิ้นจีน–20 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Honor แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก ประกาศความร่วมมือกับ Marvel Studios ในภาพยนตร์ “Doctor Strange” ที่ทั่วโลกตั้งตารอคอย โดยสมาร์ทโฟนสุดล้ำของ Honor จะปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ นอกจากนั้นยังมีการทำแคมเปญโปรโมทร่วมกันผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ด้วย

 

Global Smartphone Brand Honor Teams with Marvel Studios’ Doctor Strange to Bring “Bravery” to the Screens

รูปภาพ – https://photos.prnewswire.com/prnvar/20161018/430245 

ความร่วมมือกับ Marvel ถือเป็นแคมเปญการตลาดล่าสุดที่ Honor ริเริ่มขึ้นเพื่อชาวมิลเลนเนียลโดยเฉพาะ Honor เลือกเส้นทางที่แตกต่างในการเจาะกลุ่มมิลเลนเนียลผ่านช่องทางต่างๆ ตั้งแต่ดนตรี ภาพยนตร์ เกม ไปจนถึงกีฬาเอ็กซ์ตรีม สำหรับความร่วมมือครั้งล่าสุดนี้บรรจบกันอย่างลงตัว เพราะทั้งสองฝ่ายต่างให้ความสำคัญกับการทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์

Steven Wang ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Honor กล่าวว่า เราต้องการนำเสนอแบรนด์ในรูปแบบที่โดนใจชาวมิลเลนเนียล และเราตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Marvel ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมทั่วโลก เฉกเช่นเดียวกับที่ Honor สร้างแรงบันดาลใจและมอบพลังให้แก่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทุกคน”  

 Mindy Hamilton รองประธานอาวุโสฝ่ายความร่วมมือทั่วโลกของ Marvel กล่าวว่า “Marvel ตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับ Honor ชาวมิลเลนเนียลคือกลุ่มเป้าหมายหลักของเรา การจับมือเป็นพันธมิตรกับ Honor เปิดทางให้เราได้ใช้เทคโนโลยีระดับแนวหน้า และได้ลองใช้ช่องทางใหม่ๆในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ 

ภาพยนตร์เรื่อง “Doctor Strange” ของ Marvel Studios นำแสดงโดย Benedict Cumberbatch บอกเล่าเรื่องราวของศัลยแพทย์ชื่อก้องโลกอย่าง Dr. Stephen Strange ผู้หาทางรักษาตนเองหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนได้พบกับอำนาจเวทมนตร์อันลึกลับ 

ตัวเอกของเรื่อง “Doctor Strange” เหมาะที่สุดที่จะเป็นตัวแทนของ Honor ด้วยบุคลิกที่มีความแน่วแน่ กล้าลุยในทุกสถานการณ์ และยังเชี่ยวชาญในเทคโนโลยี ซึ่งเข้ากันได้ดีกับ Honor ที่มอบพลังให้กับผู้ใช้ที่โตมากับเทคโนโลยีด้วยนวัตกรรมสุดล้ำ ตัวละครของ Marvel มักมีสีสัน เก่งเรื่องเทคโนโลยี และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้นำเสนอเทคโนโลยีของ Honor ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ใช้ทั่วโลกมีความฝันอันยิ่งใหญ่ มีหัวใจเป็นวัยรุ่น และมีความกล้าหาญ ตามสโลแกน “For the Brave” ของแบรนด์ 

สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด “Honor 8” ได้ขยายขอบเขตความเป็นไปได้ให้แก่ผู้ใช้ ด้วยนวัตกรรมกล้องเลนส์คู่ เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และโปรแกรมสมาร์ทคีย์ มาพร้อมตัวเครื่องดีไซน์กระจกสะท้อนแสง โดยมีให้เลือกทั้งสีน้ำเงิน (Sapphire Blue) สีขาว (Pearl White) และสีดำ (Midnight Black) 

ภาพยนตร์เรื่อง “Doctor Strange” จะฉายในสหราชอาณาจักรวันที่ 25 ตุลาคม และในสหรัฐอเมริกาวันที่ 4 พฤศจิกายน ขณะเดียวกัน Honor จะโปรโมทแคมเปญดังกล่าวในหลายประเทศ ทั้งในรัสเซีย สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน ฟินแลนด์ โปแลนด์ เช็ก สวีเดน เซอร์เบีย มาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และซาอุดิอาระเบีย 

งานพรมแดงรอบปฐมทัศน์จะจัดขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม โดยมีตัวแทนจาก Honor และนักแสดงจาก “Doctor Strange” เข้าร่วม จากนั้นในวันที่ 27 ตุลาคม จะมีการจัดงาน Science of the Marvel Cinematic Universe เพื่อแสดงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง นอกจากนั้นจะมีการเปิดตัวธีมของสมาร์ทโฟน Honor 8 ไปทั่วโลกอีกด้วย สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.hihonor.com/global/events/doctorstrange

เกี่ยวกับ Honor 

Honor คือแบรนด์สมาร์ทโฟนของ Huawei Group ที่มีสโลแกนว่า “For the Brave” โดยมุ่งตอบสนองกลุ่มผู้ใช้ที่โตมากับเทคโนโลยี ด้วยสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ผู้ใช้ สร้างแรงบันดาลใจให้ลงมือทำ สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ และมอบพลังให้คนรุ่นใหม่ทำความฝันให้เป็นจริง Honor โดดเด่นเหนือผู้อื่นด้วยความกล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง และความกล้าที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อลูกค้าทุกคน 

เกี่ยวกับ Marvel Entertainment 

Marvel Entertainment, LLC ในเครือของ The Walt Disney Company เป็นบริษัทด้านความบันเทิงที่มีตัวละครชื่อดังมากมายกว่า 8,000 ตัว ซึ่งปรากฏในสื่อต่างๆมานานกว่า 75 ปี อีกทั้งยังมีการจำหน่ายลิขสิทธิ์ตัวละครเพื่อใช้ในสื่อบันเทิง สินค้า และสิ่งพิมพ์ สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ marvel.com (C) 2016 MARVEL     

เกี่ยวกับ “Doctor Strange” 

ภาพยนตร์เรื่อง “Doctor Strange” จาก Marvel Studios เป็นเรื่องราวของ Dr. Stephen Strange ศัลยแพทย์ทางประสาทชื่อดังที่ชีวิตพลิกผันหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรง จนทำให้มือของเขาไม่สามารถใช้การได้ เมื่อการรักษาทั่วไปไม่ได้ผล เขาจึงเสาะแสวงหาความหวังและทางเลือกการรักษาในดินแดนพิศวงเหนือจินตนาการที่ชื่อว่า คามาร์-ทาจ และพบว่าสถานที่นี้มิได้เป็นเพียงศูนย์กลางของการเยียวยาเท่านั้น แต่ยังเป็นสมรภูมิการสู้รบกับอำนาจมืดที่มุ่งทำลายโลก เขาได้รับพลังเหนือธรรมชาติและต้องเลือกว่าจะกลับไปใช้ชีวิตที่เพียบพร้อมด้วยลาภยศสรรเสริญ หรือทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังเพื่อปกป้องโลกในฐานะจอมเวทย์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่

“Doctor Strange” นำแสดงโดย Benedict Cumberbatch, Chiwetel Ejiofor, Rachel McAdams, Benedict Wong, Michael Stuhlbarg, Benjamin Bratt และ Scott Adkins ร่วมด้วย Mads Mikkelsen และ Tilda Swinton โดยมี Scott Derrickson เป็นผู้กำกับ และ Kevin Feige เป็นโปรดิวเซอร์ นอกจากนั้นยังมีLouis D’Esposito, Victoria Alonso, Stephen Broussard, Charles Newirth และ Stan Lee เป็นผู้อำนวยการบริหารการผลิต ขณะที่ Jon Spaihts, Scott Derrickson และ C. Robert Cargill เป็นผู้เขียนบท คอหนังสามารถลุ้นไปกับเรื่องราวสุดลี้ลับ อันตราย และบีบหัวใจในภาพยนตร์เรื่อง  “Doctor Strange” จาก Marvel Studios ได้ในวันที่ 4 พฤศจิกายน ทุกโรงภาพยนต์ในสหรัฐ

ดึสเซลดอร์ฟ เปิดตัวในฐานะเมืองเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Grand Départ ในศึกตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดึสเซลดอร์ฟ, เยอรมนี–20 ต.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– รับชมข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันจักรยานตูร์ เดอ ฟรองซ์ รวมถึงเอกสารเผยแพร่และรูปภาพสำหรับสื่อมวลชน ซึ่งจัดทำขึ้น 3 ภาษา ได้บนเว็บไซต์ของเมืองดึสเซลดอร์ฟ

ในการแถลงข่าวการแข่งขันจักรยานทางไกลระดับโลก ตูร์ เดอ ฟรองซ์ณ กรุงปารีส เมื่อช่วงบ่ายวันอังคารที่ผ่านมา นายคริสติยอง พรูดอม ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน ได้ประกาศเส้นทางทั้งหมดที่จะใช้ในการแข่งขัน ตูร์ เดอ ฟรองซ์ครั้งที่ 104 อย่างเป็นทางการ

สามารถรับชมข้อมูล เอกสารเผยแพร่ และภาพข่าวที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ สเตจแรก “Grand Départ Duesseldorf 2017ได้ในภาษาเยอรมัน อังกฤษ และฝรั่งเศส ทางเว็บไซต์ http://www.duesseldorf.de/letour

หลังจากที่มีความชัดเจนตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้วว่า ตูร์ เดอ ฟรองซ์ จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 1 ก.ค. 2017 ซึ่งเมืองดึลเซลดอร์ฟของเยอรมนีจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในสเตจแรก หรือที่เรียกว่า Grand Départ โดยการแข่งขันจักรยานรายการใหญ่ที่สุดของโลกนี้จะเริ่มต้นด้วยการแข่งขันแบบจับเวลาบุคคล (individual time trial) ระยะทาง 13 กม. ผ่านกลางเมืองดึสเซลดอร์ฟ ในวันที่ 1 ก.ค. 2017

นอกจากนี้เมืองดึสเซลดอร์ฟยังเป็นจุดสตาร์ทของการแข่งขันสเตจที่ 2 ด้วย หลังจากขี่อ้อมผ่านเมืองรายรอบอย่างเออร์คราท, เมตมันน์ และราทิงเก้นแล้ว ผู้เข้าแข่งขันจะวกกลับเข้าสู่เมืองดึสเซลดอร์ฟอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นประวัติศาตร์หน้าใหม่ของตูร์ เดอ ฟรองซ์ เนื่องจากจะเป็นครั้งแรกที่เส้นทาง “Great Loop” นำนักปั่นน่องเหล็กออกนอกเมืองซึ่งเป็นจุดสตาร์ทและกลับเข้าเมืองอีกครั้ง ต่อจากนั้น เส้นทางในสเตจที่ 2 จะนำนักปั่นควบจักรยานคู่ใจผ่านเมืองเมียร์บูช, นอยซ์ และคาร์ส-บีทเก้น ก่อนไปสิ้นสุดที่มึนเช่นกลัดบัค ซึ่งที่นี่เองจะเริ่มมีการเก็บคะแนนความเร็ว (sprint) เป็นครั้งแรกของการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2017 ต่อจากนั้นจะเป็นการปั่นผ่านเมืองยือลิช เขตดือเรน และเข้าสู่เมืองอาเคิน ซึ่งจะเป็นเมืองสุดท้ายในเยอรมนีสำหรับสเตจนี้ ก่อนที่เส้นทางของสเตจดังกล่าวจะไปจบที่เมืองลีแอชในประเทศเบลเยียม ในอีก 206 กม.

นายโธมัส เกอเซล นายกเทศมนตรีเมืองดึสเซลดอร์ฟ เมืองหลวงของรัฐนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลิน แถลงต่อผู้สื่อข่าวประมาณ 4,000 คนในระหว่างแนะนำเมืองดึสเซลดอร์ฟ ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Grand Départ 2017 โดยระบุว่า นับตั้งแต่ปี 1987 ที่การแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ เริ่มต้นขึ้นในเบอร์ลิน ซึ่งในเวลานั้นยังแบ่งเป็นเบอร์ลินตะวันออกกับตะวันตก บัดนี้เวลาผ่านไป 30 ปีแล้ว การแข่งขันจักรยานรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกจะกลับมาเริ่มต้นในเยอรมนีอีกครั้ง โดยฝ่ายจัดการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ พบว่าไม่มีเมืองใดที่เหมาะสมไปกว่าดึสเซลดอร์ฟอีกแล้ว เมืองที่ผู้คนชื่นชอบกีฬา เมืองที่รักการปั่นจักรยาน และเป็นเมืองที่มีผู้คนโอบอ้อมอารี งานแสดงสินค้า ‘Messe Duesseldorf’ ดึงดูดผู้มาเยือนจำนวนหลายล้านคนในแต่ละปี และมีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนมาเที่ยวชมงานประเพณีของดึสเซลดอร์ฟทุกปี เช่น ขบวนพาเหรดในเทศกาล Rose Monday, งาน Japan Day หรือเทศกาล France Festival เพื่อนชาวฝรั่งเศสจำนวนกว่า 3,000 คน รวมถึงบริษัทฝรั่งเศส257 แห่ง มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นและการใช้ชีวิตอย่างสง่างามในเมืองดึสเซลดอร์ฟอย่างปฏิเสธไม่ได้ จนเมืองแห่งนี้ได้รับสมญานามว่า ปารีสน้อยหรือ‘Little Paris’ ขอให้ทุกท่านสนุกสนานไปกับ Grand Départ Duesseldorf 2017 และเพลิดเพลินไปกับเมืองดึสเซลดอร์ฟของเรา

ภายหลังกล่าวจบ นายกเทศมนตรีดึสเซลดอร์ฟได้นำเสนอภาพยนตร์สั้น ซึ่งแสดงภาพเส้นทางการแข่งขัน ถ่ายทำโดย Duesseldorf Marketing & Tourismus GmbH ผู้ที่สนใจสามารถรับชมได้ที่ http://www.duesseldorf.de/letour

หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

City of Duesseldorf
Department of Communication
Kerstin Jaeckel-Engstfeld
โทร: +49-211-8993131
อีเมลpresse@duesseldorf.de
http://www.duesseldorf.de

ที่มา: City of Duesseldorf