Campari เตรียมเปิดตัวปฏิทินแนวใหม่ “Campari Red Diaries” มกราคมปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มิลาน–13 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Campari แบรนด์เครื่องดื่มสัญชาติอิตาลีที่มีสีแดงเป็นเอกลักษณ์ เตรียมเปิดตัว “Campari Red Diaries” ปฏิวัติความจำเจของปฏิทินแนวเดิมๆ

Campari Red Diaries จะพลิกแนวทางการสื่อสารของแบรนด์ ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวของค็อกเทลในรูปแบบภาพยนตร์ที่มีชีวิตชีวา เพื่อสะท้อนในสิ่งที่เราเชื่อว่า ค็อกเทลทุกแก้วมีเรื่องเล่าและเพื่อตอกย้ำว่า ค็อกเทลคือกุญแจสำคัญที่ผลักดันให้บาร์เทนเดอร์แต่ละคนแสดงฝีมือออกมาอย่างเต็มที่

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7946751-clive-owen-paolo-sorrentino-campari-red/

ปฏิทินของ Campari ในปีก่อนๆ บอกเล่าเรื่องราวผ่านรูปภาพ แต่ปฏิทินปี 2560 จะบอกเล่าเรื่องราวอย่างสมบูรณ์ผ่านภาพยนตร์สั้นเป็นครั้งแรก โดยจะพาแฟนพันธุ์แท้ของ Campari ไปสัมผัสกับเรื่องเล่าเหนือจินตนาการของค็อกเทลตลอดทั้งปี  

ภาพยนตร์สั้นดังกล่าวเป็นแนวฟิล์มนัวร์ และมีชื่อเรื่องว่า “Killer in Red” เขียนบทและกำกับโดย เปาโล ซอร์เรนติโน ผู้กำกับมือรางวัลชาวอิตาลี และนำแสดงโดย ไคล์ฟ โอเวน ดาราดังระดับโลก

Killer in Red จะบอกเล่าเรื่องราวของ 12 สุดยอดค็อกเทลจากบาร์เทนเดอร์ทั่วโลก โดยมี อิวาน โอลิตา ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงชาวอิตาลี เป็นผู้ปลุกพรสวรรค์และความเป็นศิลปินของบาร์เทนเดอร์แต่ละคนให้ลุกโชน

การฉายรอบปฐมทัศน์ของ Killer in Red และการเปิดตัว Campari Red Diaries จะเกิดขึ้นพร้อมกันในวันที่ 24 มกราคม 2560 ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี อันเป็นที่ตั้งของโรงถ่ายภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Cinecitta และจะมีการเผยแพร่ภาพยนตร์ผ่านทางยูทูบแชนแนลของ Campari เพียงที่เดียวเท่านั้น (https://www.youtube.com/EnjoyCampari)

เปาโล ซอร์เรนติโน กล่าวถึงการเขียนบทและกำกับ Killer in Red ว่า “Campari คือสัญลักษณ์ของความเป็นอิตาลี ซึ่งได้รับความรักและความสนใจจากทั่วโลกด้วยรสนิยมอันสุนทรีย์และสไตล์ที่ชัดเจน อันเป็นสิ่งเดียวกันกับที่ผมภาคภูมิใจ แคมเปญนี้เลือกใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อ ผมจึงต้องทำให้มั่นใจว่า ผมได้ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาอย่างเข้มข้นเร้าใจจริงๆ

ไคล์ฟ โอเวน นักแสดงหนุ่มเจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำ กล่าวเสริมว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเลือกให้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง Killer in Red โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ Campari ได้เข้ามาสู่โลกของภาพยนตร์

บ๊อบ คุนซ์-คอนเซวิตซ์ ซีอีโอของ Gruppo Campari กล่าวว่า ทิศทางของแคมเปญในปีนี้มีความโดดเด่นมาก เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เราเลือกใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อ เพื่อชูรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของ Campari อันเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มมากมาย เราตั้งตารอที่จะเปิดตัวแคมเปญอย่างเต็มรูปแบบในเดือนมกราคมที่จะถึง

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชนทั่วโลก http://www.camparigroup.com/en/media/contacts

เว็บไซต์: http://www.campari.com

แฮชแท็ก: #Campari #RedDiaries

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.campari.com

https://www.youtube.com/EnjoyCampari

https://www.facebook.com/Campari

https://instagram.com/campariofficial

https://twitter.com/campari

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161011/427145 )

ที่มา: Gruppo Campari

80 ปี ของ บลาเซอร์ สวิสลูป (Blaser Swisslube)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮาสเล่-เรือกเซา, สวิตเซอร์แลนด์–13 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          “การให้บริการย่อมมาก่อนผลกำไร” นี่เป็นคติพจน์ที่ผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นอย่าง บลาเซอร์ สวิสลูป (Blaser Swisslube)ได้ฉลองครบรอบ 80 ปีของบริษัท ซึ่งถือปฏิบัติมาโดยตลอด ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2479 บริษัทได้เริ่มผลิตยาขัดรองเท้า “บลาฮา-กลานซ์ (Blaha-Glanz)” นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ได้เกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมากมาย บริษัทเป็นบริษัทที่บริหารจัดการกันเองภายในครอบครัวในเมือง ฮาสเล่-เรือกเซา (Hasle-R?egsau) (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) และได้พัฒนาจากบริษัทขนาดเล็กระดับภูมิภาค จนกระทั่งกลายเป็นบริษัทที่มีบทบาทระดับโลกดังเช่นในปัจจุบัน ศูนย์เทคโนโลยีของบริษัทได้มุ่งเน้นงานวิจัยและพัฒนาอย่างแน่วแน่ การมุ่งเน้นไปที่เรื่องดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการพัฒนาและการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งนำไปสู่ผลสำเร็จ จนกลายเป็นโครงการการบินพลเรือนในปัจจุบัน

          ผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จนี้ ผลิตเป็นครั้งแรกโดยบริษัทเดิม ซึ่งมีชื่อว่า บลาเซอร์+โค. เอจี (Blaser+Co. AG) ซึ่งผลิตครีมขัดรองเท้ากันน้ำ ยี่ห้อ บลาฮา-กลานซ์ (Blaha-Glanz) โดยจำหน่ายให้กับฟาร์มต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง วิลลี่ บลาเซอร์ (Willy Blaser)ได้วางรากฐานสำหรับกลุ่มบริษัทไว้ตั้งแต่พ.ศ. 2479 ซึ่งเป็นปีที่เกิดวิกฤต ในวัย 20 ปีซึ่งเป็นช่วงที่เขาไม่สามารถหางานในวงการค้าภาพวาดที่ตนเองได้ฝึกฝนร่ำเรียนมานั้น บลาเซอร์ได้ก่อตั้งบริษัทด้วยตัวคนเดียวภายในบ้านของพ่อแม่ ซึ่งที่นั่นเป็นที่ที่เขาผลิตน้ำยาหล่อลื่นและเคมีภัณฑ์ทางเทคนิคเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ ความมุมานะอุตสาหะคือปณิธานที่เขาตั้งไว้ในวันนั้น เนื่องจากการขาดแคลนวัตถุดิบในระหว่างช่วงสงครามนั่นเอง

          อย่างไรก็ตาม โชคชะตาของบริษัทได้พลิกผันไปอย่างแท้จริงภายหลังสงครามได้ยุติลง เมื่อฐานลูกค้าที่นอกเหนือไปจากกลุ่มเกษตรกรได้ขยายตัวออกไป ครอบคลุมถึงห้างร้านที่จำหน่ายเครื่องจักรกล อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมการผลิตไม้และเหล็ก และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในยุคแรกๆ “ด้วยจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกอย่างมุ่งมั่นที่มีอยู่ช่วงเริ่มก่อตั้งนั่นเอง บริษัททำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อขยายกิจการออกไปอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้เพิ่มและพัฒนาศูนย์การผลิตให้ทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งยกระดับการค้นคว้าวิจัยโดย”มาร์ค บลาเซอร์ (Marc Blaser) หลานชายและกรรมการผู้จัดการคนปัจจุบัน กล่าวอธิบาย

          ในปี พ.ศ. 2517 ปีเตอร์ บลาเซอร์ (Peter Blaser) (ประธานคณะกรรมการบริหารตั้งแต่ พ.ศ.2553) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ และเป็นผู้บริหารรุ่นที่สองของตระกูลบลาเซอร์ที่เข้ามาบริหารจัดการบริษัท และในฐานะที่เป็นวิศวกรเครื่องกล เขาเริ่มนำกระบวนการผลิตเหล็กมาใช้ในสต็อกของบริษัท พร้อมทั้งจัดตั้งและขยายเครือข่ายการขายออกไปทั้งในยุโรปและต่างประเทศ ด้วยแนวทางสู่ความเป็นสากลของบริษัทนั่นเอง ชื่อของบริษัทจึงได้ถูกเปลี่ยนเป็น บลาเซอร์ สวิสลูป (Blaser Swisslube) โดยในปี พ.ศ. 2524 บริษัท บลาเซอร์ สวิสลูป  (Blaser Swisslube Inc.) จัดตั้งขึ้นที่เมืองโกเช่น (Goshen) มลรัฐนิวยอร์ก ต่อมาได้มีการเปิดบริษัทในเครือในประเทศเยอรมนี สาธารณรัฐเช็กและญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2538 และ 2539 ในปัจจุบัน บลาเซอร์ (Blaser) มีบริษัทในเครือและเอเยนต์ของบริษัท ซึ่งให้บริการอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และว่าจ้างพนักงานทั้งหมดกว่า 600 ราย โดยมี 300 คนอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

IBS Software Services ประกาศรวมแบรนด์ HBSi อย่างเป็นทางการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอตแลนต้า—19 ต.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

แบรนด์ HBSi จะถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของ IBS ในฐานะธุรกิจการโรงแรม Hospitality Strategic Business Unit

IBS Software Services ผู้ให้บริการชั้นนำของโลกด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การขนส่ง และโลจิสติกส์ ประกาศผนวกรวม Hotel Booking Solutions Inc. (HBSi) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านโลจิสติกส์ การโรงแรมและการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท โดยในอนาคต HBSi ซึ่งทาง IBS ได้ซื้อกิจการทั้งหมดเมื่อปี 2555 จะดำเนินงานในฐานะธุรกิจ Hospitality Strategic Business Unit (SBU) ของ IBS

IBS Software / IBS Software

IBS Software

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20121122/577929 )

HBSi ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในแอตแลนต้า ดำเนินงานร่วมกับทั้งบริษัทเจ้าของโรงแรมและตัวแทนท่องเที่ยว เพื่อมอบแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อแบบ B2B ที่มีความยืดหยุ่นและเรียลไทม์ โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับ การเชื่อมต่อโดยตรงแบบเรียลไทม์ รวมถึงการยกระดับระบบบริหารจัดการรายการสิ่งของ ตลอดจนบริการวางระบบซอฟต์แวร์ HBSi ให้บริการลูกค้าในกว่า 37 ประเทศ ซึ่งรวมถึงแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Marriott, IHG, Fairmont, Caesars Entertainment, Las Vegas Sands, Kerzner, Posadas, Sandals และ Prince Hotels นอกจากนี้บริษัทยังให้บริการแก่แบรนด์ท่องเที่ยวออนไลน์กว่า 150 ราย ซึ่งรวมถึงผู้นำอุตสาหกรรมอย่าง Priceline, Expedia, Orbitz, C-Trip และ Booking.com

การที่ IBS เข้าซื้อกิจการของ HBSi โดยสมบูรณ์เมื่อปี 2555 นั้นถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญในแผนกลยุทธ์ของเราที่จะขยายการดำเนินงานของ IBS ในธุรกิจการโรงแรมวีเค แมทธิวส์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ IBS Group กล่าว “หลังผ่านมาเกือบ 4 ปี บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะผนวกรวม HBSi เข้าเป็นส่วนหนึ่งของIBS อย่างสมบูรณ์ โดยจะดำเนินงานในฐานะธุรกิจ Strategic Business Unit นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยว การขนส่ง และโลจิสติกส์อื่นๆ ของ IBS”

การรีแบรนด์ HBSi นั้นเป็นไปตามขั้นตอน หลังจากที่บริษัทของเราได้เริ่มผนวกรวมธุรกิจเข้ากับ IBS อย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงที่ผ่านมา และสอดคล้องกับการที่เราเดินหน้าลงทุนในโซลูชันการโรงแรมยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง” ปีเตอร์ เครบส์ Head of Hospitality SBU กล่าว “การรวมแบรนด์จะช่วยให้เราเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งต่อไป ในขณะที่ IBS ยังคงเดินหน้าขยายการดำเนินงานเพื่อสานต่อและยกระดับสถานะของบริษัทในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรมทั่วโลก”

IBS ได้รับเงินลงทุนจาก Blackstone เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ทั่วโลก โดยมีบุคลากรมืออาชีพเกือบ 3,000 คนประจำสำนักงาน 9 แห่ง และนำเสนอผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ยุคใหม่มากมายให้กับสายการบินอันดับต้นๆของโลก ตลอดจนบริษัทด้านการโรงแรมรายใหญ่ที่สุด สนามบินที่มีผู้โดยสารคับคั่งที่สุด เรือสำราญระดับแนวหน้า ตัวแทนจำหน่ายด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่ และบริษัทน้ำมันและก๊าซชั้นนำ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBS ได้ที่ http://www.ibsplc.com

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อสอบถาม
Bratati Ghosh
Chief Marketing Officer IBS
bratati.ghosh@ibsplc.com

ที่มา: IBS Software Services

TUTC ได้รับการโหวตเป็น “บริษัทแคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูชั้นนำของเอเชีย” จากเวที World Travel Awards 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ–19 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

The Ultimate Travelling Camp (TUTC) แคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูแบบเคลื่อนที่ ผงาดคว้ารางวัล บริษัทแคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูชั้นนำของเอเชียในงานประกาศรางวัล World Travel Awards ครั้งที่ 23 ซึ่งจัดขึ้นที่ InterContinental Danang Sun Peninsula Resort ประเทศเวียดนาม โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ TUTC ได้รับการเสนอชื่อและคว้ารางวัลบนเวทีอันทรงเกียรติสูงสุดในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก จากการโหวตของแขกผู้เข้าพักและผู้เชี่ยวชาญในวงการ

 PR NEWSWIRE EUROPE / Rajnish Sabharwal COO TUTC accepting the award for Asia's Leading Luxury Camp at the World Travel Awards in Vietnam

Rajnish Sabharwal COO TUTC accepting the award for Asia’s Leading Luxury Camp at the World Travel Awards in Vietnam

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161018/829503 )

TUTC-Kohima / TUTC's luxurious camp in Kohima, Nagaland (PRNewsFoto/The Ultimate Travelling Camp)

TUTC’s luxurious camp in Kohima, Nagaland (PRNewsFoto/The Ultimate Travelling Camp)

            (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160913/406904 )

Experience Ladakh in all its Splendour With TUTC's Luxury Camps / TUTC’s luxury camp at Thiksey, Ladakh

TUTC’s luxury camp at Thiksey, Ladakh

            (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160509/803072 )

นายราชนิช สภาวาล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ TUTC กล่าวว่า นับเป็นเกียรติอย่างสูงที่เราได้รับการยอมรับในฐานะ “แคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูชั้นนำของเอเชีย” ในงานประกาศรางวัล World Travel Awards รางวัลนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นการยอมรับความพยายามของเราในการมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมและพิเศษสุดให้แก่นักท่องเที่ยว ผ่านการให้บริการอย่างหรูหรามีระดับ

เขากล่าวเสริมว่า ในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกการจัดแคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูในอินเดีย เรารู้สึกปลื้มใจมากที่ความอุตสาหะของเราในการเนรมิตสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวมีระดับนั้น ได้รับการยอมรับจากแขกผู้เข้าพักและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก รางวัลนี้ตอกย้ำคำมั่นสัญญาของเราในการมอบประสบการณ์ที่หาที่อื่นไม่ได้ให้แก่นักท่องเที่ยวผู้มีวิสัยทัศน์ และนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดของอินเดียสู่นักท่องเที่ยวในรูปแบบที่หรูหราที่สุด

รางวัล World Travel Awards เปรียบเสมือน “รางวัลออสการ์แห่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” โดยมีการเชิดชูความเป็นเลิศด้านต่างๆในแวดวงการท่องเที่ยวระดับโลก และพิธีมอบรางวัลก็ถือเป็นโอกาสอันดีในการสร้างเครือข่ายภายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากมีบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง 

แคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูแบบเคลื่อนที่ของ TUTC ทั้งที่ธิคเซย์และดิสกิตในเมืองลาดักห์ รวมถึงที่เมืองโคฮิมาในรัฐนากาแลนด์ ไม่เพียงเปิดโลกทัศน์ใหม่ของการผจญภัยและเปิดโอกาสให้แขกของเราได้สัมผัสกับภูมิทัศน์อันงดงามเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์ตรงในการดื่มด่ำกับวัฒนธรรม เทศกาล อาหาร กีฬา และอัตลักษณ์อันโดดเด่นของท้องถิ่น โดยแคมป์ชัมบาในลาดักห์จะพาไปสัมผัสกับแง่มุมต่างๆของชาวลาดักห์และวิถีของชาวพุทธ ขณะที่แคมป์ในเมืองโคฮิมาจะช่วยฟื้นฟู ปกป้อง และอนุรักษ์วัฒนธรรมอันรุ่มรวยและมีเอกลักษณ์ของชนเผ่า 16 เผ่าในนากาแลนด์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tutc.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล chaitra.shetty@tutc.com หรือ info@tutc.com

ที่มา: The Ultimate Travelling Camp (TUTC)

คุณโทชิอากิ เองาชิระ คว้ารางวัล Lifetime Achievement จากเวที Asia Insurance Industry Awards ครั้งที่ 20

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาเก๊า–12 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

อุตสาหกรรมการประกันของเอเชียฉลองความเป็นเลิศด้วยการจัดงานกาล่าดินเนอร์ที่มาเก๊าเมื่อคืนนี้ พร้อมเชิดชูเกียรติผู้นำในอุตสาหกรรม 15 ท่าน ในการประกาศรางวัล Asia Insurance Industry Awards ครั้งที่ 20 อันมีจุดมุ่งหมายเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของผู้นำด้านต่างๆในธุรกิจประกัน โดยมีการมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่อุทิศตนเพื่ออุตสาหกรรมการประกันในเอเชียมาอย่างยาวนาน และรางวัล Lifetime Achievement ในปีนี้ตกเป็นของคุณโทชิอากิ เองาชิระ ที่ปรึกษาอาวุโสของคณะกรรมการบริหารบริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด (Mitsui Sumitomo Insurance Company, Limited.)

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161012/8521606477-a

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161012/8521606477-b

คุณเองาชิระเป็นผู้นำที่กล้าได้กล้าเสียและสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน เขาเข้าร่วมงานกับบริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ หรือ MSI (บริษัทประกันวินาศภัยรายใหญ่ในเครือ MS&AD) มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2549 เขาได้ใช้ประสบการณ์กว่า 30 ปีในด้านการประกันภัย การตลาด และกลยุทธ์องค์กร เพื่อรับมือกับความท้าทายสูงสุดในชีวิตการทำงาน นั่นคือ การเปลี่ยนบริษัท MSI ที่ทำธุรกิจในประเทศเป็นหลัก ให้กลายเป็นบริษัทประกันชั้นนำระดับโลก โดยเขาได้ปฏิรูปองค์กรตั้งแต่รากฐานจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรในที่สุด

คุณเองาชิระได้รับการยกย่องในฐานะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและการขยายกิจการ อีกทั้งยังเป็นผู้นำในการพัฒนารูปแบบของกรมธรรม์อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ประกันของ MSI ส่งผลให้เขาได้รับความไว้วางใจและได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าเป็นอย่างดี เขามุ่งหวังให้ MSI “เป็นบริษัทที่ใส่ใจความคิดเห็นของลูกค้าเป็นอันดับแรกปัจจุบัน มิตซุย สุมิโตโม เป็นที่รู้จักดีในเรื่องของ “คุณภาพ” และ “ความน่าเชื่อถือ” ทั้งในประเทศญี่ปุ่นและทั่วภูมิภาคเอเชีย

คุณเองาชิระ ผู้มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี และเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ กล่าวต่อผู้ฟังอย่างถ่อมตนว่า “รางวัลนี้ไม่ได้เป็นของผมคนเดียว แต่ยังรวมไปถึงฝ่ายบริหารและพนักงานทุกคน ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจของมิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ ที่ผมได้มีโอกาสร่วมงานตลอดระยะเวลากว่า40 ปีของการทำงานในวงการนี้” พร้อมกับกล่าวเสริมว่า “เราทุกคนต้องตระหนักว่า ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของอุตสาหกรรม เราก็ควรจะหาทางพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ดังคติพจน์ “To Go Above and Beyond” ที่ MSIG ยึดมั่นมาตลอดในการให้บริการ เพื่อประโยชน์ของลูกค้าของเรารวมถึงสังคมในวงกว้าง”

คุณเองาชิระกล่าวทิ้งท้ายว่า “อุตสาหกรรมนี้เป็นเรื่องของจิตใจ และผมหวังว่าอุตสาหกรรมของเราจะมีผลในเชิงบวกต่อชีวิตของผู้คนมากมายต่อไป”

ด้วยจำนวนผู้เข้าชิงรางวัลมากถึง 395 ราย รวมถึงคณะกรรมการ 30 ท่านที่เป็นผู้นำธุรกิจและเจ้าหน้าที่กำกับดูแลในอุตสาหกรรมประกันจากนานาชาติ ส่งผลให้รางวัลประจำปี Asia Insurance Industry Awards เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค งานนี้จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2540 โดยวารสาร Asia Insurance Review ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมประกันในภูมิภาคเอเชีย

เกี่ยวกับ เอ็มเอส แอนด์ เอดี อินชัวรันซ์ กรุ๊ป (MS&AD Insurance Group) หรือ MS&AD 

MS&AD ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2553 จากการรวมตัวทางธุรกิจระหว่างบริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (Mitsui Sumitomo Insurance Group Holdings, Inc.) บริษัท ไอโออิ อินชัวรันซ์ จำกัด (Aioi Insurance Co. Ltd.) และบริษัท นิสเซย์ โดวา เจเนอรัล อินชัวรันซ์ จำกัด (Nissay Dowa General Insurance Co., Ltd.) ปัจจุบัน MS&AD เป็นหนึ่งในกลุ่มประกันวินาศภัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการดำเนินงานในกว่า 46 ประเทศและดินแดน ในจำนวนนี้อยู่ในแถบเอเชียและโอเชียเนียทั้งสิ้น 16 ประเทศ MS&AD มีสำนักงานใหญ่อยู่ในญี่ปุ่น และให้บริการใน 5 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจประกันวินาศภัย (ภายในประเทศญี่ปุ่น),ธุรกิจประกันชีวิต (ภายในประเทศญี่ปุ่น), ธุรกิจในต่างประเทศ, ธุรกิจสถาบันการเงิน และธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ MS&AD การันตีผลการดำเนินงานด้วยรางวัล “General Insurance Company of the Year” จาก Asia Insurance Review ในปี 2554

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ms-ad-hd.com

เกี่ยวกับ เอ็ม เอส ไอ จี หรือ MSIG

เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้วที่ MSIG อยู่ในฐานะบริษัทประกันภัยวินาศภัยชั้นแนวหน้าของเอเชีย ปัจจุบัน MSIG มีการดำเนินงานในทุกประเทศอาเซียน และยังคงเติบโตอย่างมั่นคงทั้งในแง่ของความแข็งแกร่งและความครอบคลุม MSIG มาพร้อมประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานและความมุ่งมั่นที่มีต่อตลาดเอเชีย ทั้งยังมีความได้เปรียบจากช่องทางมากมายในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ การเป็นพันธมิตรอย่างเหนียวแน่นกับบรรดาตัวแทน รวมถึงเครือข่ายทางภูมิศาสตร์ที่ครอบคลุม จึงสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันอันหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าบุคคลและองค์กร

พนักงาน 4,500 ชีวิตของ MSIG ที่กระจายอยู่ทั่วเอเชีย ต่างยึดมั่นในหลักปฏิบัติสากลและหลักปฏิบัติของแต่ละประเทศ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจและรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้า MSIG เป็นบริษัทในเครือของ MS&AD โดยบริษัทสาขาในเครืออย่าง MSIG Singapore ได้รับการยกย่องให้เป็น “Insurer Claims Team of the Year” ในการประกาศรางวัล Claims Award Asia-Pacific ประจำปี 2559 ขณะที่ MSIG Malaysia ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเช่นกัน โดยได้รับรางวัล “General Insurer of the Year” ในการประกาศรางวัล Asia Insurance Industry Awards ประจำปี 2558

นอกจากนี้ MSIG ยังเคยได้รับรางวัล “Corporate Social Responsibility Award” จากเวที Asia Insurance Industry Awards ประจำปี 2552 ซึ่งยกย่องการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม จากการที่บริษัทได้ทุ่มเทคืนกำไรให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

เอ็ม เอส ไอ จี โฮลดิ้งส์ (เอเชีย) (MSIG Holdings (Asia) Pte. Ltd.) หรือ MSIG Asia เป็นสำนักงานใหญ่ส่วนภูมิภาคเอเชียของบริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด ที่ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ภายใต้การบริหารงานของ MS&AD ปัจจุบัน MSIG Asia อยู่ภายใต้การนำของคุณอิซาโอะ โนโจ ประธานกรรมการ และคุณอลัน วิลสัน กรรมการผู้อำนวยการ

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161011/8521606477LOGO

Fragrance Du Bois บุกตลาดฮ่องกง เปิดตัวที่ร้าน “Parfumerie Tresor” เป็นแห่งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–12 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Fragrance Du Bois แบรนด์น้ำหอมสุดหรูสัญชาติฝรั่งเศส มีความยินดีที่จะประกาศว่า ทางแบรนด์ได้รุกเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม2559 ผ่านการวางจำหน่ายในร้าน Parfumerie Tresor ซึ่งเป็นบูติกน้ำหอมเฉพาะกลุ่มแห่งแรกและแห่งเดียวในฮ่องกง

Parfumerie Tresor เป็นบูติกน้ำหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องแต่งตัวของสุภาพสตรี โดยตั้งอยู่ที่ 28 Lyndhurst Terrace ใจกลางเขตเซ็นทรัลของนครที่ไม่เคยหลับใหล นับตั้งแต่เปิดกิจการเมื่อปี 2557 บูติกแห่งนี้ได้นำเสนอแบรนด์น้ำหอมเฉพาะกลุ่มทั้งสิ้น 23 แบรนด์ อาทิ Jovoy, Bella Bellissima, Xerjoff, Memo, Jeroboam และอีกมากมาย

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161010/8521606449-a

Parfumerie Tresor บูติกน้ำหอมเฉพาะกลุ่มแห่งแรกและแห่งเดียวในฮ่องกง

หัวใจสำคัญในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์น้ำหอม Fragrance Du Bois คือ น้ำมันกฤษณาจากธรรมชาติที่มีความบริสุทธิ์ 100% และผ่านกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืนจากพื้นที่ปลูกต้นกฤษณาของแบรนด์เอง

สำหรับไม้กฤษณาซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำมันกฤษณานั้น เป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันดีในฮ่องกง เพราะพันธุ์ไม้นี้เองที่ทำให้ดินแดนแห่งนี้ได้ชื่อว่าฮ่องกง ซึ่งมีความหมายว่า “ท่าเรือหอม” โดยชื่อนี้ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการหลังจากมีการทำสนธิสัญญานานกิงในปีพ.ศ.2385 ดินแดนแห่งนี้ โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือ ถือเป็นศูนย์กลางการซื้อขายเครื่องหอมที่สำคัญของภูมิภาคเอเชีย

น้ำมันกฤษณาได้มอบเอกลักษณ์กลิ่นหอมอันนุ่มลึกและคงทนให้แก่น้ำหอม ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์หลากหลายภายใต้แบรนด์ Fragrance Du Bois เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเปิดตัวที่กรุงปารีสเมื่อช่วงต้นปี  Jovoy บูติกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “แหล่งรวมน้ำหอมหายาก”

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161010/8521606449-b

ฝาครอบทรงระฆังคว่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของ Fragrance Du Bois ที่ร้าน Parfumerie Tresor ในฮ่องกง

คุณนิโคลา พาร์คเกอร์ ผู้อำนวยการแบรนด์ Fragrance Du Bois กล่าวว่า “เราตื่นเต้นมากที่ได้มาเปิดตัวในฮ่องกงเป็นครั้งแรก คุณพอลลีนและทีมงานของเธอเป็นตัวแทนที่เหมาะสมของเรา เพราะสามารถรักษาคุณค่าและแบบแผนของ Fragrance Du Bois เฉกเช่นเดียวกับที่เราทำ เราจึงจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะมีพันธมิตรรายใดที่ดีไปกว่า Parfumerie Tresor ทั้งนี้ ฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเจาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน ซึ่งรู้จักน้ำมันกฤษณาและไม้กฤษณาเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะปรากฏอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีของจีน”

เธอกล่าวเสริมว่า “นอกจากนี้ เรายังมองหาช่องทางเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในฮ่องกง โดยจะให้ครอบคลุมถึงชิ้นไม้สับ น้ำมันกฤษณา และธูปภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เราตั้งตารอคอยที่จะได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นเยี่ยมอย่าง Parfumerie Tresor และรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่กำลังจะมาถึงนี้”

คุณพอลลีน เหลา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของ Parfumerie Tresor กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับ Fragrance Du Bois สู่ฮ่องกง เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและสร้างสรรค์ เราจึงนำเสนอแบรนด์น้ำหอมสุดหรูระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าในฮ่องกงและเอเชีย ทั้งนี้ ด้วยความพิเศษและหรูหราของ Fragrance Du Bois ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า แบรนด์นี้จะสามารถมอบประสบการณ์และสัมผัสอันหอมหวนรูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้าของเราได้อย่างแน่นอน”

ผลิตภัณฑ์ Fragrance Du Bois เลือกใช้เฉพาะส่วนผสมที่ดีที่สุดจากแหล่งที่มีความยั่งยืน ทางแบรนด์มีบูติกน้ำหอมอยู่ทั่วโลกทั้งที่ปารีส สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ และกรุงเทพฯ นอกจากนั้นยังมีแผนเปิดบูติกอีกหลายสาขา ทั้งที่โดฮา เจนีวา มิลาน มาร์เบลลา นิวยอร์ก และลอสแองเจลิส ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://fdbo.is/HK-launch

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

ซาแมนธา ธาม 
ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดประจำสิงคโปร์ 
อีเมล: samantha.tham@fragrancedubois.com
โทร. +65 9144 0933

เกี่ยวกับ Fragrance Du Bois

Fragrance Du Bois เป็นแบรนด์น้ำหอมสุดหรูที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยถือกำเนิดขึ้นจากแก่นแท้ของธรรมชาติและรังสรรค์โดยเหล่านักผสมน้ำหอมรุ่นที่ห้า ผู้สานต่อการผลิตน้ำหอมแบบฉบับเมืองกราสส์ของฝรั่งเศสที่สืบทอดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 น้ำหอมทุกขวดของ Fragrances Du Bois สร้างสรรค์ขึ้นจากน้ำมันกฤษณาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่ทั้งหรูหราและโดดเด่นไม่เหมือนใคร น้ำมันกฤษณาที่ใช้ในน้ำหอมของเราล้วนผลิตขึ้นจากแหล่งปลูกต้นกฤษณาของเราเอง ซึ่งรับประกันว่าผลิตตามหลักจรรยาบรรณและหลักความยั่งยืน

เกี่ยวกับ Parfumerie Tresor

Parfumerie Tresor นำเอาแบรนด์น้ำหอมที่เปี่ยมด้วยความสร้างสรรค์และเอกลักษณ์มารวมไว้ในที่เดียว ซึ่งน้ำหอมเหล่านี้แทบหาไม่ได้จากร้านอื่น Parfumerie Tresor มิใช่แค่แหล่งรวมเรื่องราวและจิตวิญญาณของน้ำหอมเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมด้านวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมศิลปะของน้ำหอมอีกด้วย ทั้งนี้ การจับคู่น้ำหอมให้เข้ากับบุคลิกของตน ถือเป็นวิธีที่สง่างามในการนำเสนอความเป็นตัวเองให้โลกได้รู้

 

Wacom เปิดตัวโซลูชั่น Intuos 3D โซลูชั่นล่าสุดสำหรับการสร้างสรรค์ ผลิต และพิมพ์อย่างครบวงจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์ 12 ต.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โซลูชั่นสามมิติฉบับสมบูรณ์โซลูชั่นแรกสำหรับผู้ที่หลงใหลในงานสามมิติได้ผสานแท็บเล็ตปากกา Intuos ของ Wacom เข้ากับซอฟต์แวร์ ZBrushCore ของ  Pixologic เพื่อสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ดิจิตอลแบบสามมิติและพร้อมพิมพ์ รวมทั้งครีเอทคาแรคเตอร์

Wacom (R) เปิดตัว Intuos 3D โซลูชั่นสามมิติสมบูรณ์แบบในราคาเอื้อมถึงโซลูชั่นแรกของโลกที่ครบครันด้วยเครื่องมือสำคัญสำหรับการสร้างสิ่งประดิษฐ์สามมิติแบบพร้อมพิมพ์บนคอมพิวเตอร์พีซีหรือคอมพิวเตอร์แม็ค ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านแท็บเล็ตปากกาดิจิตอลและเทคโนโลยีจอแสดงผลที่ให้คุณค่ากับความคิดสร้างสรรค์ Wacom จึงเป็นบริษัทแนวหน้าที่กรุยทางให้การสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และศิลปะสามมิติเหนือจินตนาการสุดเจ๋งกลายเป็นที่นิยมในวงกว้าง ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต้นแบบและการออกแบบที่เข้าถึงได้ดังกล่าว

ผู้ที่สนใจสามารถรับชมข่าวประชาสัมพันธ์รูปแบบมัลติมีเดียฉบับเต็มได้ที่

http://www.prnasia.com/mnr/wacom_20160907.shtml

Intuos 3D

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160905/8521605489-a

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160905/8521605489-b

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160905/8521605489-c

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160906/8521605489-d

Intuos 3D ของ Wacom วางขายสู่ตลาดในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ เนื่องจากความสนใจด้านการพิมพ์และการออกแบบสามมิตินั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เจฟฟ์ แมนเดลล์ รองประธานบริหารฝ่ายธุรกิจตราสินค้าของบริษัท Wacom กล่าวว่า “ขณะที่การออกแบบสามมิติและการพิมพ์ด้วยตนเองกลายเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามWacom จึงตัดสินใจคว้าโอกาสดังกล่าวพัฒนาส่วนหน้าของกระบวนการออกแบบอย่างสร้างสรรค์และส่งมอบโซลูชั่นอันสมบูรณ์ที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่หลงใหลในงานสามมิติ โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น กระบวนการที่ครบวงจรของ Wacom จะมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบให้แก่ลูกค้า จากความคิดสู่ผลงานที่เป็นรูปธรรมและสัมผัสได้ ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์อันดับต้นๆของวงการอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ แฟชั่น และการออกแบบเกมได้นำผลิตภัณฑ์ที่การันตีด้วยหลากหลายรางวัลมาใช้ในงานสามมิติของตนเอง และเราคิดว่าเราควรจะแบ่งปันความรู้ดังกล่าวกับผู้ที่เริ่มสนใจในงานสามมิติ”

เพื่อให้มั่นใจว่าโซลูชั่นสามมิติมีความครอบคลุมทุกด้าน Wacom จึงได้รวมตัวกับผู้นำแห่งอุตสาหกรรมอย่าง Pixologic® Shapeways® และ Sketchfab® ในการผนึกรวมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การบริการพิมพ์ภาพสามมิติและเผยแพร่เข้าด้วยกัน” Tom Kopinski ผู้บริหารอาวุโสด้านกลยุทธ์การตลาดสร้างสรรค์ของ Wacom กล่าว ปากกาที่เป็นธรรมชาติและได้ดั่งใจของ Intuos 3D สามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ ZbrushCore® อันทรงพลังของ Pixologic  ได้อย่างไร้ที่ติ โดยซอฟต์แวร์ดังกล่าวมีรากฐานมาจาก ZBrush® ซึ่งบรรดามืออาชีพในวงการภาพยนตร์และเกมต่างเลือกใช้เพื่อการสร้างผลงานสามมิติมาเป็นเวลาหลายปี ปากกา Intuos ที่ไม่มีแบตเตอรี ไร้สาย และไวต่อแรงกด ได้ถูกนำมาใช้กับ ZBrushCore เพื่อให้ได้ความรู้สึกเดียวกับการใช้แปรง ปากกา หรืออุปกรณ์เซรามิกที่มีอยู่ก่อนหน้านี้

ด้วยการร่วมมือกับ Wacom เราจึงสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์การออกแบบภาพสามมิติระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถนำไปใช้กับแท็บเล็ตของ Intuosและแน่นอนว่า จะสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้สรรสร้างผลงานสามมิติอย่างแน่นอน” Jaime Labelle ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการจากบริษัท Pixologic, Inc กล่าว “เรารอคอยที่จะดูผลงานชิ้นเยี่ยมจากอุปกรณ์ที่มาจากการร่วมมือกันพัฒนาของเรา

ผู้ใช้ที่ต้องการพิมพ์ภาพ 3 มิติตามคำสั่ง สามารถส่งโมเดลที่ทำเสร็จแล้วส่งไปยัง Shapeways เพื่อรับบริการพิมพ์ภาพผ่านช่องทางออนไลน์ได้ สำหรับผู้ที่ต้องการจะตีพิมพ์และเผยแพร่ผลงาน เว็บไซต์ Sketchfab ก็เป็นแพลตฟอร์มและชุมชนในรูปแบบเว็บไซต์ที่เจ้าของ Intuos 3D สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ โซลูชั่น Intuos 3Dง่ายต่อการติดตั้ง อีกทั้งยังมีวิดีโอแนะนำที่ทำขึ้นอย่างสวยงามซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถเริ่มสร้างสรรค์ผลงานได้ในทันทีภายหลังการซื้อสินค้า

ราคาและสินค้าพร้อมส่ง

Intuos 3D (ราคา 8,774 บาท รวมภาษีสินค้าและบริการ) พร้อมจัดส่งในบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงาม ภายในประกอบด้วย แท็บเล็ต Intuos 3D,ปากกา, ซอฟต์แวร์ Pixologic ZBrushCore สำหรับการดาวน์โหลด พร้อมด้วยข้อเสนอพิเศษสุดจาก Shapeways และ Sketchfab โดย Intuos 3D จะวางจำหน่ายในร้านค้าชั้นนำทั่วโลกและทางเว็บไซต์ Wacom eStore ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

เกี่ยวกับ Wacom

Wacom ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2526 เป็นบริษัทระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในญี่ปุ่น (ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว 6727) โดยมีบริษัทในเครือและสำนักงานสาขากระจายอยู่ทั่วโลก เพื่อรองรับการทำตลาดและการจัดจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศ Wacom มีวิสัยทัศน์ในการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเทคโนโลยีผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เฟสที่เป็นธรรมชาติ ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้นำของโลกด้านการผลิตจอดิสเพลย์และแท็บเล็ตมีปากกา เช่นเดียวกับปากกาสไตลัสแบบดิจิตอลและโซลูชั่นสำหรับการเซฟและจัดทำลายมือชื่อดิจิตอล เทคโนโลยีขั้นสูงในตัวอุปกรณ์อินพุตอันล้ำสมัยของ Wacom ถูกนำไปใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบดิจิตอล ภาพยนตร์ สเปเชียลเอฟเฟค แฟชั่น และการออกแบบอันน่าตื่นตาตื่นใจทั่วโลก และยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั้งเชิงธุรกิจและทั่วไปสามารถแสดงตัวตนของตนเองผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เฟสชั้นนำนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเข้าชมที่เว็บไซต์ www.wacom.com

เกี่ยวกับ Pixologic

Pixologic Incorporated ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 เป็นผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายอุปกรณ์นวัตกรรมซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ วิดีโอ งานกราฟฟิกดีไซน์ และการวาดภาพประกอบ โดยเป้าหมายของโปรแกรมกราฟฟิก ZBrush คือพัฒนาให้การใช้เทคโนโลยีการสร้างผลงานผ่านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ โปรแกรม ZBrush ยังดึงดูดความสนใจของผู้ใช้งานในวงกว้าง เนื่องจากมีเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการสร้างภาพดิจิทัลได้ผ่านสัญชาตญาณและการมองเห็น

ด้วยการรวมความสามารถเฉพาะทางของเทคโนโลยีสองมิติ และสามมิติเข้าไว้ด้วยกันในเดียว ZBrush จึงทำลายอุปสรรคทั้งด้านการเงินและการใช้งานที่ยุ่งยาก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์ภาพอันน่าทึ่งต่อไป

Pixologic เป็นบริษัทเอกชนซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในแคลิฟอร์เนีย และมีสำนักงานสาขากระจายอยู่ในลอสแองเจลิสและพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

Daphne Tan
Wacom Singapore Pte Ltd
โทร. +65 9233 2370
อีเมล: daphne.tan@wacom.com

ผลวิจัยจาก Vector Vitale ชี้การเลือกไอโซโทปคือทางเลือกใหม่แห่งการวินิจฉัยและรักษาโรคท้าทาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไมอามี–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

คณะนักวิจัยจากบริษัท Vector Vitale Inc. ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ค้นพบว่า การรักษาอัตราส่วนไอโซโทปในธาตุเคมี ซึ่งคิดเป็นไม่ถึง 1% ของมวลกายมนุษย์ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมนั้น คือสิ่งที่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของผู้ป่วยได้ การค้นพบครั้งสำคัญนี้ทำให้เราเข้าใจว่าโรคภัยไข้เจ็บนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรและด้วยเหตุใด
Vector Vitale Logo / Vector Vitale (PRNewsFoto/Vector Vitale Inc.)

Vector Vitale (PRNewsFoto/Vector Vitale Inc.)
โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161010/426726LOGO

หนึ่งในการค้นพบที่สำคัญคือฟังก์ชั่นการแยกไอโซโทปในต่อมไร้ท่อและระบบภูมิคุ้มกัน คุณภาพและประสิทธิภาพของโปรตีนที่ถูกผลิตโดยต่อมต่างๆ ในระบบต่อมไร้ท่อ อวัยวะที่เกี่ยวข้อง เนื้อเยื่อและเซลล์ ต่างถูกกำหนดโดยอัตราส่วนไอโซโทป เช่นเดียวกับฮอร์โมน สเปิร์ม น้ำนม ฯลฯ ที่ต่างอุดมไปด้วยไอโซโทปเบาและปราศจากไอโซโทปหนักของธาตุเคมีชนิดเดียวกัน นอกจากนี้ เซลล์ที่ถูกผลิตจากไขกระดูกแดง ได้แก่ เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ เซลล์เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด ยังถูกควบคุมด้วยกระบวนการเดียวกันอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผลเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเลือกไอโซโทป คือ การสะสมของไอโซโทปหนักภายในส่วนต่างๆ ของระบบต่อมไร้ท่อและระบบภูมิคุ้มกัน ไม่ว่าจะเป็นไขกระดูกแดง กระดูก ไฮโปทาลามัส ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ ต่อมพาราไทรอยด์ ต่อมหมวกไต ต่อมเหนือสมอง อวัยวะสืบพันธุ์ (รังไข่และอัณฑะ) ตับอ่อน ต่อมน้ำนม ต่อมลูกหมาก หรือเซลล์อื่นๆ ที่มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมน (ในกระเพาะ ลำใส้เล็ก และผิวหนัง) โดยการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของอัตราส่วนไอโซโทปหนักเป็นสัญญาณของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดและก้อนเนื้อร้าย

การสะสมของไอโซโทปหนักที่กล่าวถึงนี้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอัตราส่วนไอโซโทปที่ต่างไปจากที่เป็นอยู่ตามธรรมชาตินั้น เกิดจากการที่ไอโซโทปเบาถูกแทนที่ด้วยธาตุเดียวกันแต่มีมวลหนักในระดับโมเลกุลใหญ่ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนแรกสุดของพยาธิกำเนิด ซึ่งเป็นส่วนที่ขาดหายแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุของโรคทั้งหลาย

การวิจัยพรีคลินิกที่จัดทำร่วมกับบรรดาสถาบันวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางนั้น ได้ยืนยันถึงประสิทธิภาพของเทคนิคการรักษาแบบเลือกไอโซโทป ในการรักษาโรคทางพยาธิวิทยาที่เป็นอันตรายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งปอด มะเร็งไต และมะเร็งเต้านม ตลอดจนการกำจัดการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส เช่น สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส; อีโคไล; ซูโดโมแนส แอรูจีโนซา; เริมชนิด 1 และ 2, โรคติดเชื้อไวรัสเอ็บสไตน์บาร์ และตับอักเสบซี

นวัตกรรมการแพทย์แบบเลือกไอโซโทปที่ Vector Vitale ได้คิดค้นขึ้นใหม่นี้ นับเป็นมาตรฐานใหม่สู่ความสำเร็จในการรักษาและป้องกันโรคเสื่อมและโรคติดเชื้อ

คณะนักวิทยาศาสตร์จาก Vector Vitale มุ่งเน้นในเรื่องคุณสมบัติอันโดดเด่นของเทคนิคการรักษาแบบเลือกไอโซโทป และเชื่อว่าเทคนิคดังกล่าวเป็นวิธีการหนึ่งเดียวที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงในการฟื้นฟูทั้งระบบภูมิคุ้มกันและระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนระบบร่างกายมนุษย์ให้กลับมามีสุขภาพดีเฉกเช่นช่วงก่อนเกิดโรค และอยู่ในสภาพอ่อนเยาว์ ด้วยระบบคุ้มกันครอบคลุมโรคต่างๆอย่างถาวร ตั้งแต่โรคเสื่อมอย่างมะเร็ง เบาหวาน อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ไปจนถึงการติดเชื้ออีกหลายประเภท ซึ่งถือเป็นการเปิดขอบฟ้าใหม่สำหรับแวดวงเวชศาสตร์ชะลอวัย

Scrambl3 แอพโทรศัพท์และรับส่งข้อความแอพแรกที่มอบความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้อย่างแท้จริง พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ววันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เออร์ไวน์, แคลิฟอร์เนีย – 12 ต.ค. พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– Scrambl3 เป็นส่วนตัวและปลอดภัยกว่า WhatsApp และ Viber รวมถึงแอพโทรศัพท์อื่นๆ ทั้งหมด

– Scrambl3 มอบความเป็นส่วนตัว ไม่ก้าวก่ายผู้ใช้  ไม่ใช้เบอร์โทรของคุณ  ไม่ขอดูเบอร์โทรในรายการติดต่อ (ขณะที่ WhatsApp และ Viber ทำเช่นนั้น) แถมยังสามารถใช้กับ iPad หรือแท็บเล็ต Android ได้ด้วย ในขณะที่ WhatsApp และ Viber ทำไม่ได้ เพราะต้องใช้เบอร์โทรของผู้ใช้ในการโทรออก รับสาย และส่งข้อความ

การออกแบบ VPN (Dark Tunnel) ที่มีรูปแบบเฉพาะตัวของ Scrambl3 ช่วยขจัดช่องโหว่ความปลอดภัย SS7 ของระบบโทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งเปิดช่องให้แฮคเกอร์สามารถดักฟังโทรศัพท์และอ่านข้อความใน WhatsApp และ Viber

ผู้ใช้สามารถยูสเซอร์เนม Scrambl3 กับอุปกรณ์มือถือได้มากตามที่ต้องการ เนื่องจาก Scrambl3 ไม่ได้จดจำผู้ใช้จากเบอร์โทร แต่จำจากยูสเซอร์เนมของScrambl3 ซึ่งไม่ระบุตัวตน

เพื่อความโปร่งใสสมบูรณ์แบบ Scrambl3 ใช้ส่วนประกอบของซอฟต์แวร์แบบโอเพ่นซอร์สเท่านั้น ในการสร้าง Top Secret-grade VPN อัลกอริธึมเข้ารหัส และอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล

USMobile, Inc. บริษัทด้านการสื่อสารเอกชน เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ว สำหรับ Scrambl3 (Scrambl3.com) แอพมือถือบนระบบปฏิบัติการ IOS และ Android ที่ช่วยให้การโทรศัพท์และรับส่งข้อความของคุณมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดในโลก

 Scrambl3 Black Book / The Scrambl3 Black Book contact listing provides complete user privacy, and a presence indicator (PRNewsFoto/Scrambl3)

The Scrambl3 Black Book contact listing provides complete user privacy, and a presence indicator (PRNewsFoto/Scrambl3)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161003/414559

 USMobile - Scrambl3 - Logo / Scrambl3 (PRNewsFoto/USMobile)

Scrambl3 (PRNewsFoto/USMobile)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20150529/219538LOGO

ความเป็นส่วนตัวขั้นสุดยอด: ลงทะเบียนผู้ใช้แบบไม่ระบุตัวตนและเพิ่มรายการติดต่อใน Black Book ภายใน 5 วินาที

สำหรับการเริ่มใช้งาน Scrambl3 นั้น สิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำคือการตั้งยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดเท่านั้น ในขณะที่แอพโทรศัพท์และรับส่งข้อความอื่นๆ จะขอให้ผู้ใช้ยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ ขอดูเบอร์โทรในรายการติดต่อ และอาจจะถามอีเมลของคุณด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างความยุ่งยากและละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

ผู้ใช้ Scrambl3 ยังสามารถแลกเปลี่ยนยูสเซอร์เนมด้วยกันเองได้อย่างเป็นส่วนตัว และเพิ่มยูสเซอร์เนมที่ได้ในรายการติดต่อ Scrambl3 Black Book ทำให้บล็อกสายเรียกเข้าหรือข้อความไม่พึงประสงค์ได้

สิ่งที่ทำให้ Scrambl3 เป็นส่วนตัวกว่าและปลอดภัยกว่า WhatsApp และ Viber

มีแค่ Scrambl3 เท่านั้นที่สามารถสร้าง ‘Dark Internet Tunnel’ ซึ่งเป็นเครือข่ายส่วนตัวเสมือนระดับลับสุดยอด (Top Secret-grade Virtual Private Network (VPN))ของ USMobile ให้อยู่แยกต่างหากและอยู่นอกระบบโทรศัพท์สาธารณะโดยสิ้นเชิง วิธีการที่ไม่เหมือนใครนี้ทำให้การสื่อสารถูกอำพรางหรือมองไม่เห็นในฝั่งของผู้ที่ต้องการเจาะระบบเข้าไปจอห์น ฮาเนอร์ ซีอีโอ USMobile กล่าว

การวางการสื่อสารแบบเข้ารหัสภายในเครือข่าย Top Secret-grade VPN ทำให้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นทวีคูณ แฮกเกอร์จึงไม่สามารถทะลวงเข้ามาได้แบรด์ เอแรนท์ ซีทีโอของ USMobile กล่าว

รับชมผลการประเมินอิสระเกี่ยวกับ Scrambl3 โดยศาสตราจารย์ ดร.ยูเหลียง เจิ้ง นักถอดรหัสลับชั้นนำของโลกจากมหาวิทยาลัยอลาบามา ได้ที่ Scrambl3.com

จุดเด่นของ Scrambl3

Scrambl3

(เปิดตัว 5ต.ค. 16)

WhatsApp

(ผู้ใช้ 1 พันล้านคน)

Viber

(ผู้ใช้ 250ล้านคน)

ความปลอดภัย Scrambl3 ไม่ถามเบอร์โทรของผู้ใช้ ไม่ขอดูรายการติดต่อของผู้ใช้

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

ไม่ต้องลงทะเบียนผู้ใช้ เพียงตั้งยูสเซอร์เนม Scrambl3 ก็ใช้งานได้แล้ว

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

รองรับอุปกรณ์ได้มากกว่า Scrambl3 รองรับอุปกรณ์ iPad และแท็บเล็ต รวมถึงอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่านWiFi เพียงอย่างเดียว

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

สถาปัตยกรรม VPN (Dark Tunnel) ความปลอดภัยขั้นสูง ขจัดช่องโหว่ระบบ SS7 ไม่ให้แฮกเกอร์เจาะเข้าไปได้

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

บัญชีเดียวใช้ได้กับหลายเครื่อง เพื่อผู้ใช้ Scrambl3 จะได้ไม่ต้องผูกมัดอยู่กับอุปกรณ์เดียว

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

บัญชีองค์กรรองรับผู้ใช้หลายคน พร้อมหน้าแอดมินฟรีสำหรับผู้ใช้

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

ฟีเจอร์พรีเมียม ได้แก่ การเชื่อมต่อสายโทรศัพท์เพื่อการประชุมระดับองค์กร เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว และอีเมลส่วนตัว (ไตรมาส 4 ปี 2016)

ได้

ไม่ได้

ไม่ได้

เกี่ยวกับ USMobile

USMobile เป็นบริษัทในเออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งก่อตั้งโดยคุณฮาเนอร์และคุณเอแรนท์ ผู้มีความมุ่งมั่นในการมอบการสื่อสารที่เป็นส่วนตัวโดยสมบูรณ์ให้กับผู้ใช้

สื่อมวลชนติดต่อ:

Pete Arnold จาก Peter Arnold Associates

อีเมล: parnold@parnold.com

โทร. 781.248.3600

Bill Blanning จาก Blanning Associates

อีเมล blanning.bill@gmail.com

โทร. 714.916-4309

ดูไบเริ่มก่อสร้าง “The Tower” ตึกระฟ้าแห่งใหม่ เตรียมเป็นเจ้าของสถิติตึกสูงที่สุดในโลกในปี 2563

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักตูม รองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และนายกรัฐมนตรีและเจ้าผู้ครองนครดูไบ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคาร “The Tower at Dubai Creek Harbour” ซึ่งจะเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกเมื่อแล้วเสร็จในปี 2563

 Dubai-Tower-1 / HH Sheikh Mohammed breaks ground on future icon 'The Tower at Dubai Creek Harbour (PRNewsFoto/Emaar Properties)

HH Sheikh Mohammed breaks ground on future icon ‘The Tower at Dubai Creek Harbour (PRNewsFoto/Emaar Properties)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161011/427130 )

 Dubai-Tower-2 / HH Sheikh Mohammed breaks ground on future icon 'The Tower at Dubai Creek Harbour (PRNewsFoto/Emaar Properties)

HH Sheikh Mohammed breaks ground on future icon ‘The Tower at Dubai Creek Harbour (PRNewsFoto/Emaar Properties)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161011/427131 )

          ทั้งนี้ ฯพณฯ โมฮัมหมัด อัล เกอร์กาวี ประธาน Dubai Holding, โมฮัมเหม็ด อัลอับบาร์ ประธาน Emaar Properties และผู้มีเกียรติท่านอื่น ๆ ได้เข้าร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์ดังกล่าวด้วย

          The Tower จะส่งเสริมชื่อเสียงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในด้านการรังสรรค์นวัตกรรมทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการก่อสร้าง โดยตึกระฟ้าแห่งใหม่ที่เตรียมขึ้นครองบัลลังก์ตึกที่สุดในโลกแทนเจ้าของสถิติในปัจจุบันอย่าง Burj Khalifa นั้น โดดเด่นด้วยวิว 360 องศาสุดตระการตา ซึ่งสามารถมองเห็นเมืองทั้งเมือง รวมถึงมุมมองที่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา

          The Tower กำหนดนิยามใหม่ของเส้นขอบฟ้าอันน่าประทับใจ และเตรียมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับโลกแห่งใหม่ โดยตึกระฟ้าแห่งใหม่นี้กินพื้นที่ 6 ตารางกิโลเมตรใน Dubai Creek Harbour โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับมาสเตอร์แพลนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางอัจฉริยะแห่งยุคหน้า ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาล่าสุดในด้านปัญญาประดิษฐ์

          Dubai Creek Harbour ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่าง Emaar และ Dubai Holding ตั้งอยู่ใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติดูไบและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติ Ras Al Khor ที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญาแรมซาร์ของยูเนสโก โดยได้ ซานติเอโก คาลาทราวา วอลลส์ สถาปนิกลูกครึ่งสเปนสวิส เป็นผู้ออกแบบ

          โมฮัมหมัด อัล เกอร์กาวี กล่าวว่า “การสร้างตึกระฟ้าแห่งใหม่นี้เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพราะเราวางแผนให้อาคารดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของประเทศ นอกจากนี้ The Tower ยังเป็นการเฉลิมฉลองวิสัยทัศน์ของ ท่านชีค โมฮัมเหม็ด ที่เน้นย้ำด้วยการประกาศ “UAE Strategy for the Future” กลยุทธ์เพื่ออนาคตในการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการเปลี่ยนผ่านของประเทศ

          โมฮัมเหม็ด อัลอับบาร์ กล่าวว่า “ดูไบเป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมการสร้างตึกระฟ้า รวมถึงการพัฒนาสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมสุดล้ำ และ The Tower จะขึ้นแท่นเป็นสิ่งปลูกสร้างอันยอดเยี่ยมของเมืองอัจฉริยะ ตามดำริของท่านชีค โมฮัมเหม็ด ซึ่งเราจะเดินหน้าผลักดันการก่อสร้างอาคารแห่งนี้ให้แล้วเสร็จทันงานมหกรรม Expo 2020″

          ทั้งนี้ Emaar เลือกใช้เทคโนโลยีการสร้างตึกระฟ้ารูปแบบใหม่ซึ่งไม่เหมือนกับอาคารใดในโลก โดยได้มีการทดสอบการต้านทานแรงลมและแรงแผ่นดินไหวของโครงสร้างตึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ตัวอาคารยังได้รับการออกแบบตามมาตราฐานสากลระดับสูงสุด ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุ ไปจนถึงเทคโนโลยีการก่อสร้าง

          สำหรับสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเพชรยอดมงกุฎของตึกแห่งนี้คือจุดชมวิว Pinnacle Room ซึ่งตั้งอยู่บนจุดสูงสุด อีกทั้งยังมีสวน VIP Obeservation Garden Decksโดยตัวตึกจะมีไฟส่องสว่างอยู่ตลอดเวลาเพื่อเสริมให้ตึกระฟ้าแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คที่สวยงามน่าทึ่งตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

          ที่มา: Emaar Properties