GroupM แต่งตั้ง เคลลี่ คลาร์ก ดำรงตำแหน่ง Global CEO

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก และ ลอนดอน–23 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          GroupM กลุ่มการลงทุนด้านสื่อของ WPP ประกาศแต่งตั้ง เคลลี่ คลาร์ก ดำรงตำแหน่ง Global CEO สำหรับบทบาทก่อนหน้านี้ของคุณคลาร์ก ได้แก่ ซีอีโอของ GroupM ประจำอเมริกาเหนือ ระหว่างปี 2555-2558 ซีอีโอของ Maxus ในระหว่างปี 2551-2555 ซีอีโอของ GroupM ประจำยุโรป ในระหว่างปี 2548-2551 ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Mindshare ในสหราชอาณาจักรและในเอเชียแปซิฟิกด้วย คุณคลาร์กเข้าร่วมงานกับ J. Walter Thompson New York เมื่อปี 2531 ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการทำงานร่วมกับ WPP

GroupM- Kelly Clark CEO / Kelly Clark, CEO, GroupM Worldwide (PRNewsFoto/GroupM)

Kelly Clark, CEO, GroupM Worldwide (PRNewsFoto/GroupM)

          ภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160922/410836

GroupM Logo / GroupM (PRNewsFoto/GroupM)

GroupM (PRNewsFoto/GroupM)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20151103/283547LOGO

          “เคลลี่เป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจในทุกครั้งที่เขารับบทบาทใหม่ๆ ทั้งยังได้รับการยอมรับจากลูกค้าและบุคลากรของเรา” เออร์วิน กอทเลียบ Global Chairman ของ GroupM กล่าว “เขามีประสบการณ์กว้างขวางในอเมริกาเหนือ เอเชีย และยุโรป และให้ความสำคัญอย่างมากในการนำเสนอความได้เปรียบแก่ลูกค้าของเรา ผมตื่นเต้นที่จะได้ทำงานร่วมกับเคลลี่เพื่อสานต่อและต่อยอดแรงผลักดันของเราต่อไป”

          พร้อมกันนี้ GroupM ยังได้ประกาศว่า โดมินิค พรอคเตอร์ จะก้าวลงจากตำแหน่ง Global President แต่จะยังคงร่วมงานกับ WPP ต่อไปในโครงการเชิงกลยุทธ์ต่างๆ พรอคเตอร์มีบทบาทสำคัญในความสำเร็จและการเติบโตของ GroupM โดยเขาได้เริ่มขยายธุรกิจ Mindshare ไปทั่วโลกตั้งแต่ปี 2540 และได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานของ GroupM ในปี 2555 “โดมินิคช่วยทำให้ Mindshare และ GroupM กลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับโลกอย่างทุกวันนี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับโดมินิคตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเราทุกคนขออวยพรให้เขาโชคดี” คุณกอทเลียบกล่าว

          “GroupM มีศักยภาพที่จะช่วยให้ลูกค้าของเราประสบความสำเร็จในตลาดที่มีการแข่งขันสูง” คุณคลาร์กกล่าว “การลงทุนในข้อมูล เทคโนโลยี และที่สำคัญที่สุดคือ บุคลากรมากความสามารถ จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งจะต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงมากมาย และการร่วมแรงร่วมใจ ดังนั้นผมจึงตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับเออร์วินและทีมบริหารของเรา”

          เกี่ยวกับ GroupM

          GroupM เป็นบริษัทบริหารจัดการการลงทุนด้านสื่อชั้นแนวหน้าระดับโลก โดยเป็นบริษัทแม่ของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ได้แก่ Mindshare, MEC, MediaCom, Maxus และ Essence รวมทั้งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มจัดการและวางแผนสื่อดิจิทัล (programmatic digital media platform) อย่าง Xaxis ซึ่งแต่ละรายต่างมีการดำเนินงานอยู่ทั่วโลกด้วยตำแหน่งผู้นำตลาด จุดมุ่งหมายหลักของ GroupM คือเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ให้ได้สูงสุด โดยรับบทบาทเป็นผู้นำและผู้ประสานงานด้านการซื้อขาย การสร้างสรรค์คอนเทนต์ กีฬา ดิจิทัล การเงิน และการพัฒนาเครื่องมือที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทGroupM มุ่งนำเสนอความได้เปรียบในตลาดอย่างเหนือชั้นให้แก่ลูกค้า ผู้ถือประโยชน์ร่วม และบุคลากรของบริษัท และทำงานร่วมกับ Kantar ซึ่งเป็นกลุ่มบริหารจัดการการลงทุนด้านข้อมูลของ WPP อย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ รายได้ของ GroupM และ Kantar รวมกันนั้นคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของรายได้ของกลุ่มบริษัท WPP ที่กว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์

          ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GroupM ที่ www.groupm.com

          ติดตาม @GroupMWorldwide บนทวิตเตอร์

          ติดตาม GroupM บนลิงค์อิน – https://www.linkedin.com/company/groupm

          สื่อมวลชนติดต่อ:

          David.Grabert@GroupM.com

          +1 212.297.8092 (U.S.)

Klang เกมแนว Rhythm-Action บู๊ตามจังหวะดนตรี ระเบิดความมันส์ผ่าน Steam แล้ววันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แบร์เกน, นอร์เวย์ – 22 ก.ย. – พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            Snow Cannon Games ผู้จัดจำหน่ายเกม และ Tinimations ผู้พัฒนาเกม ประกาศปล่อยเกม Klang เกมแนว Rhythm-Action ที่ได้รับเสียงชื่นชมเป็นวงกว้าง ออกระเบิดความมันส์บน Steam แล้ววันนี้

            Klang ได้นักแต่งเพลงระดับตำนานอย่าง bLiNd มาร่วมสร้างสรรค์ดนตรี EDM เพื่อประกอบเกมนี้โดยเฉพาะ ผู้เล่นต้องรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับดนตรีจึงจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคในเกมซึ่งไต่ระดับความยากตามเลเวล ไปพร้อมกับกะจังหวะให้ตรงสัญญาณภาพและเสียง

            “Klang แตกต่างจากเกมดนตรีอื่นๆ จึงเป็นเกมที่มีความท้าทาย” Tom-Ivar Arntzen ผู้พัฒนาหนึ่งเดียวของ Klang เผย “Klang ผสานภารกิจหลากหลายรูปแบบในแนวเกมแอคชั่น เข้ากับการกดตามตรงจังหวะในเกมดนตรีเพื่อมอบประสบการณ์ที่เต็มอิ่ม เนื่องจากผู้เล่นจะต้องใส่ใจในสิ่งที่กำลังทำและใส่ใจในดนตรีไปพร้อมกัน

            “เรามั่นใจว่าความพิเศษของ Klang ที่แหวกแนวไปจากเกมดนตรีทั่วๆไป จะสร้างเสียงตอบรับที่ดีในหมู่ผู้เล่นเกมดนตรีสายฮาร์ดคอร์ และมอบประสบการณ์ที่สนุกสนานให้กับผู้เล่นวงกว้าง” Espen Askvik ซีอีโอ Snow Cannon Games กล่าว

            Klang และเพลงซาวด์แทรควางจำหน่ายแล้วบนแพลตฟอร์ม Steam ในราคา 14.99 ดอลลาร์ และ 7.99 ดอลลาร์ ตามลำดับ และสามารถซื้อคู่กันในราคา 19.99 ดอลลาร์ ผู้ซื้อจะได้รับส่วนลด 20% เมื่อซื้อภายใน 29 กันยายนนี้

            สื่อมวลชนและผู้ผลิตคอนเทนต์สามารถขอรับโค้ดเกม หรือนัดสัมภาษณ์ทีมงานผู้พัฒนา Klang ได้ที่อีเมล emmy[at]snowcannongames[dot]com

            แหล่งข้อมูล

            ตัวอย่างเกม

            * ชมได้ที่ https://youtu.be/_88wz6V1zWk

            ภาพหน้าจอและโลโก้

            * ชมได้ที่ http://imgur.com/a/mWiJu

            * ดาวน์โหลดที่ http://bit.ly/2cfVAUs

            โซเชียลมีเดีย

            Facebook: facebook.com/tinimations

            Twitter: twitter.com/tinimations

            เว็บไซต์

            Steam: http://store.steampowered.com/app/412660

            เว็บไซต์เกม: tinimations.com

            ข้อมูลผู้พัฒนาเกม

            Tinimations เป็นสตูดิโอพัฒนาวิดีโอเกมอิสระที่มีคนทำงานเพียงคนเดียว ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 ที่เมืองฮามาร์ ประเทศนอร์เวย์ Tinimations มุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์เล่นเกมผ่านคอมพิวเตอร์และคอนโซลเพื่อเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ Klang ถือเป็นการประเดิมผลงานแรกซึ่งมีความแหวกแนวแตกต่างจากเกมดนตรีทั่วๆไป ซึ่งผสมผสานการกดปุ่มเข้าจังหวะเข้ากับการสำรวจ การตะลุยด่าน และการต่อสู้ เยี่ยมชมเว็บไซต์ tinimations.com

            ข้อมูลผู้จำหน่ายเกม

            Snow Cannon Games ไม่ใช่ผู้จัดจำหน่ายวิดีโอเกมไร้สังกัดทั่วๆไป เราเลือกลูกค้าที่ผลงานไม่ได้เตะตากระแสหลักเท่าใดนัก แต่พรั่งพรูไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนาน เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ผลงานที่ถูกมองข้ามเหล่านี้เข้าถึงผู้เล่นในวงกว้าง และสร้างเกมที่ทำรายได้อย่างงดงาม ความมุ่งมั่นของเราเหล่านี้เป็นจริงขึ้นมาได้ด้วยประสบการณ์ของเราและเครือข่ายทีมงานผู้คร่ำหวอดในวงการเกม เข้าชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ snowcannongames.com

            ติดต่อ:

            Emmy Jonassen

            CMO, Snow Cannon Games

            emmy[at]snowcannongames[dot]com

            ที่มา: Snow Cannon Games

Better Than Cash Alliance เผย 10 แนวทางสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลสำหรับภาครัฐและเอกชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–22 ก.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ครั้งแรกกับการเผยแนวทางที่จะช่วยให้ภาครัฐและเอกชนสามารถเลิกใช้เงินสดได้ ขณะที่ McKinsey Global Institute เผยว่าการเงินดิจิทัลสามารถกระตุ้นจีดีพีได้ถึง 3.7 ล้านล้านดอลลาร์

รายงานฉบับใหม่จาก Better Than Cash Alliance ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือภายใต้การดูแลขององค์การสหประชาชาติ (UN) ได้เผยแนวทาง 10 ประการที่ภาครัฐและเอกชนสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อให้หลุดพ้นจากเศรษฐกิจที่ใช้เงินสดเป็นหลัก และก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจที่ใช้การชำระเงินแบบดิจิทัลแทน  

 BETTER THAN CASH ALLIANCE LOGO / Better Than Cash Alliance www.betterthancash.org. (PRNewsFoto/Better Than Cash Alliance)

Better Than Cash Alliance http://www.betterthancash.org. (PRNewsFoto/Better Than Cash Alliance)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20120919/CG77018LOGO

รายงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่พร้อมๆกับที่ McKinsey Global Institute เปิดเผยคาดการณ์ว่า การเงินดิจิทัลจะกระตุ้นจีดีพีได้ถึง 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2568 พร้อมสร้างงานใหม่ในทุกภาคส่วนราว 95 ล้านตำแหน่ง และช่วยให้เงินไม่รั่วไหลในประเทศเกิดใหม่ถึง 1.1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี

รายงานนี้ได้เปิดเผยหลักฐานจำนวนมากที่สนับสนุนข้อดีของการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เงินสดเป็นระบบชำระเงินแบบดิจิทัล แต่การเปลี่ยนผ่านค่อนข้างยากหากรัฐบาลต้องดำเนินการเพียงลำพัง เนื่องจากการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆฝ่ายทั้งในภาครัฐและเอกชน

Better Than Cash Alliance ได้ทำการศึกษาประเทศต่างๆ 25 ประเทศ ซึ่งรวมถึงอินเดีย ไนจีเรีย แทนซาเนีย กานา บราซิล เม็กซิโก และอื่นๆ จากนั้นจึงได้สรุป ปัจจัยเร่งหรือแนวทาง 10 ประการที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีอิทธิพลต่อการสร้างเศรษฐกิจที่ประชาชนใช้ระบบชำระเงินดิจิทัลอย่างแพร่หลาย  

Dr. Ruth Goodwin-Groen กรรมการผู้จัดการของ Better Than Cash Alliance กล่าวว่า ผลวิจัยด้านการเงินดิจิทัลของ McKinsey Global Institute น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้นำของประเทศเกิดใหม่เร่งเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจที่ประชาชนใช้ระบบชำระเงินดิจิทัลอย่างแพร่หลาย ขณะเดียวกัน ทางเราก็ได้เปิดเผยแนวทางเพื่อช่วยให้ภาครัฐและเอกชนสามารถเลิกใช้เงินสดได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถและจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม ทั้งยังช่วยให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจนด้วย

รายงานดังกล่าวได้เน้นย้ำความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบชำระเงินแบบดิจิทัล โดยได้นำเสนอหลักฐานที่แสดงถึงประโยชน์ของระบบชำระเงินดิจิทัล ดังนี้

อินเดียสามารถประหยัดงบได้ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และสามารถลดการรั่วไหลของการชำระเงินได้ ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงให้เป็นระบบดิจิทัล

แทนซาเนียได้เปลี่ยนรูปแบบการชำระเงินระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐ (B2G) ให้เป็นระบบดิจิทัล ซึ่งสามารถลดการรั่วไหลของรายได้ราว 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และสามารถกระตุ้นจีดีพีได้ถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

บราซิลสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างรัฐบาลและประชาชนได้มากกว่า 30%

เม็กซิโกได้ตั้งจุดบริการ POS ร่วม 20,000 จุด ส่งผลให้การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบดิจิทัลมีการขยายตัวถึง 17% ในช่วงปี 2557-2558

การวิเคราะห์หลักฐานต่างๆเหล่านี้ เป็นที่มาของแนวทาง 10 ประการที่ประเทศต่างๆสามารถนำไปปรับใช้เพื่อเร่งให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้จากภาษี และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

แนวทางทั้ง 10 ประการ ประกอบด้วย

1. ส่งเสริมการรับชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล ทั้งในหมู่วิสาหกิจรายย่อย วิสาหกิจขนาดย่อม และวิสาหกิจขนาดกลาง เพื่อเปิดทางให้ลูกค้าหันมาใช้ระบบดังกล่าวกันมากขึ้น

2. ใช้เครือข่ายหรือแพลตฟอร์มที่มีอยู่เดิมในการให้บริการชำระเงินแบบดิจิทัล เพื่อให้การขยายบริการชำระเงินรูปแบบใหม่เติบโตอย่างรวดเร็วโดยใช้ต้นทุนต่ำ

3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและใช้งานนวัตกรรม

4. สร้างมาตราฐานในการทำงานร่วมกัน เพื่อลดอุปสรรคในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการชำระเงินแบบดิจิทัล ตลอดจนส่งเสริมให้มีการใช้ระบบชำระเงินรูปแบบใหม่กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น

5. พัฒนาระบบพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเปิดทางให้ทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถยืนยันตัวตน รวมทั้งขับเคลื่อนระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลและการเข้าถึงบริการทางการเงิน ขณะเดียวกัน การคุ้มครองผู้บริโภคก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจในความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และการควบคุมข้อมูล

6. เปลี่ยนการทำธุรกรรมประจำวันให้เป็นแบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถใช้จ่ายได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น และจะช่วยเพิ่มปริมาณการทำธุรกรรมแบบดิจิทัลด้วย

7. เปลี่ยนการชำระเงินของภาครัฐให้เป็นแบบดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนการทำธุรกรรม และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการชำระเงินรูปแบบใหม่มากขึ้น

8. เปลี่ยนการรับเงินเข้ารัฐให้เป็นแบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการรับชำระเงินจากผู้ประกอบการและประชาชน ซึ่งจะช่วยลดการรั่วไหลของรายรับ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดรายรับมากขึ้น โดยมีกุญแจสำคัญอยู่ที่ความร่วมมือของภาคเอกชน

9. สร้างระเบียบข้อบังคับที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมและส่งเสริมแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบ โดยอาศัยความเข้าใจในช่องโหว่และอุปสรรคของระเบียบข้อบังคับเดิม พร้อมสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

10. ใช้นโยบายที่ช่วยกระตุ้นและพัฒนาระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลให้มีความสะดวกสบาย เพื่อผลักดันให้มีการนำระบบดังกล่าวไปใช้กันอย่างรวดเร็วและแพร่หลายยิ่งขึ้น

การทำความเข้าใจแนวทางทั้ง 10 ประการนี้ จะช่วยให้รัฐบาลสามารถพัฒนาวิธีการที่เหมาะสม เพื่อนำความรู้เหล่านี้มาปรับใช้กับตลาดในประเทศของตนเอง นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังมาพร้อมกับชุดเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบชำระเงินแบบดิจิทัล

Better Than Cash Alliance คือกลุ่มความร่วมมือระหว่างรัฐบาล บริษัท และองค์กรระหว่างประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากการชำระเงินด้วยเงินสดไปเป็นระบบดิจิทัล เพื่อบรรเทาความยากไร้และขับเคลื่อนการเติบโตแบบทั่วถึง โดยมีกองทุนพัฒนาเงินทุนแห่งสหประชาชาติ (UNCDF) ทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.betterthancash.org หรือติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทาง @BetterThan_Cash

ผู้แทนทั่วโลกร่วมลงนามใน “ปฏิญญาตุนหวง” ปิดฉากงาน Silk Road International Culture Expo ครั้งที่ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หลานโจว, จีน–22 ก.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ต/อินโฟเควสท์

          ผู้แทนจากประเทศต่างๆ บนเส้นทางสายไหมยุคใหม่ หรือ Belt and Road ได้ร่วมลงนามในปฏิญญา ณ เมืองตุนหวง มณฑลกานซู ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ในวันสุดท้ายของการจัดงานนิทรรศการวัฒนธรรมนานาชาติเส้นทางสายไหม (Silk Road International Culture Expo) เมื่อวันพุธที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา

          ปฏิญญาตุนหวง (Dunhuang Declaration) ได้เน้นย้ำถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความเสมอภาคและความครอบคลุม โดยประเทศที่ร่วมลงนามเห็นพ้องกันที่จะปกป้องมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ยกระดับการสนทนาทางวัฒนธรรมในทุกระดับ รวมทั้งส่งเสริมการค้าเชิงวัฒนธรรมและสนับสนุนความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม

          คณะกรรมการจัดงานเผยว่า ในระหว่างการจัดงานเป็นระยะเวลา 2 วัน ได้มีการลงนามข้อตกลง 89 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมด้านวัฒนธรรม คิดเป็นมูลค่ารวม 1.08 แสนล้านหยวน (1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)

          นายหลัว ชูกัง รัฐมนตรีวัฒนธรรมจีนกล่าวว่า ปฏิญญาตุนหวงก่อให้เกิดกลไกการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ ภายใต้กรอบการทำงาน Belt and Road Initiative

          นอกจากนี้ มณฑลกวางซู ซึ่งปกครองเมืองตุนหวง ยังได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับคณะกรรมการวัฒนธรรม Belt and Road ของรัฐสภายุโรป และรัฐบาลของประเทศทาจิกิสถานอีกด้วย

          ที่มา: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการบริหารงานนิทรรศการวัฒนธรรมนานาชาติเส้นทางสายไหม (ตุนหวง)

Corus Entertainment นำเสนอ 3 รายการไลฟ์สไตล์ใหม่ในงาน MIPCOM

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โทรอนโต–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Home to Win, Backyard Builds และ $ave My Reno รายการไลฟ์สไตล์ไม่มีสคริปต์ใหม่ล่าสุดจาก Corus Entertainment พร้อมขายลิขสิทธิ์เพื่อออกอากาศทั่วโลก 

Corus Entertainment ประกาศขายลิขสิทธิ์ 3 รายการไลฟ์สไตล์ไม่มีสคริปต์สำหรับออกอากาศทั่วโลก ณ งาน MIPCOM ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเดินหน้าพัฒนารายการคุณภาพเพื่อออกอากาศในช่องรายการผู้หญิงและไลฟ์สไตล์ โดยในซีซั่นนี้บริษัทขอนำเสนอรายการ Home to Win (10×60),Backyard Builds (8×30) และ $ave My Reno (14×30) สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก

John MacDonald รองประธานอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์สำหรับผู้หญิงและไลฟ์สไตล์ของ Corus Entertainment กล่าวว่ารายการไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมของเราเป็นที่ชื่นชอบทั่วโลก และเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้นำเสนอ 3 รายการใหม่ในงาน MIPCOM เราจะเดินหน้าพัฒนารายการคุณภาพสำหรับออกอากาศทั่วโลก พร้อมให้บริการอย่างเหนือชั้นแก่ลูกค้าของเราต่อไป

รายการไลฟ์สไตล์ไม่มีสคริปต์ที่ขายในงาน MIPCOM ประกอบด้วย

Home to Win (10×60)

Home to Win คือรายการยอดนิยมที่รวม 20 คนดังของช่อง HGTV Canada มาไว้ในรายการเดียว โดยแต่ละคนต้องนำความเชี่ยวชาญ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถมาใช้ในการปรับปรุงบ้านอย่างเหนือชั้น เหล่าผู้รับเหมาและนักออกแบบชื่อดังที่ตบเท้าเข้าร่วมรายการมีทั้ง Scott McGillivray (Income Property, Moving the McGillivrays), Bryan Baeumler (Leave it to Bryan, Bryan Inc.), Mike Holmes (Holmes on Homes, Holmes and Holmes) และ Sarah Richardson(Sarah’s Rental Cottage, Sarah 101) โดยทุกคนจะผนึกกำลังกันเพื่อแปลงโฉมบ้านธรรมดาๆ ให้กลายเป็นบ้านในฝันอันน่าประทับใจ สำหรับจุดไคลแม็กซ์ของรายการจะอยู่ที่ตอนสุดท้ายความยาวหนึ่งชั่วโมง ซึ่งบรรดาผู้ที่ต้องการบ้านจะต้องแข่งขันกันเพื่อคว้าบ้านหลังนี้ไปครอง รายการนี้สร้างสรรค์โดย Architect Films ด้วยความร่วมมือกับ Corus Entertainment

Backyard Builds (8×30) – อยู่ระหว่างการถ่ายทำ

เมื่อพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านไม่เพียงพอต่อความต้องการ Backyard Builds ขอนำเสนอแนวทางการจัดสรรพื้นที่นอกบ้านอย่างไร้ขีดจำกัด ดำเนินรายการโดยผู้รับเหมาคนดังอย่าง Brian McCourt และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบอย่าง Sarah Keenleyside โดยทั้งคู่จะร่วมมือกับเจ้าของบ้านเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยบริเวณหลังบ้านให้ได้มากที่สุดและตรงกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตู้คอนเทนเนอร์สำหรับเก็บของ ห้องทำขนมเค้ก บ้านต้นไม้ หรือพื้นที่พักผ่อนริมสระว่ายน้ำ ผู้รับเหมาและนักออกแบบคู่นี้ก็สามารถบันดาลให้ได้ตามงบประมาณที่เจ้าของบ้านมี รายการนี้สร้างสรรค์โดย Frantic Films ด้วยความร่วมมือกับCorus Entertainment

$ave My Reno (14×30) – อยู่ระหว่างการถ่ายทำ

รายการใหม่มาแรงอย่าง $ave My Reno จะถ่ายทอดเรื่องราวของบรรดาเจ้าของบ้านที่มีงบประมาณจำกัด แต่โชคดีที่ได้พบกับผู้รับเหมามากความสามารถอย่าง Sebastian Clovis และนักออกแบบแนว DIY มากไอเดียอย่าง Sabrina Smelko เจ้าของบ้านสามารถโยนบิลแจ้งค่าปรับปรุงบ้านอันแสนแพงทิ้งไปได้เลย เพราะทั้งคู่จะทำให้ฝันของคุณกลายเป็นจริงแม้มีงบเพียงน้อยนิด แต่ผลลัพธ์ที่ได้เกินราคามากนัก ทั้งคู่จะช่วยประหยัดเงินด้วยการให้เจ้าของบ้านลงมือทำงานเองและออกล่าของมือสอง โดย Sabrina เป็นเจ้าแม่ในเรื่องการหาของดีราคาถูก รวมถึงการออกแบบและงานฝีมืออันน่าทึ่ง ส่วน Sebastian เป็นเจ้าพ่อเรื่องการใช้เงินอย่างชาญฉลาดเพื่อสร้างชิ้นงานสุดเซอร์ไพรส์ให้กับเจ้าของบ้าน ทั้งสองจะช่วยให้ปรับปรุงบ้านได้ตามความปรารถนาในราคาที่เอื้อมถึง รายการนี้สร้างสรรค์โดยGreat Pacific Media ด้วยความร่วมมือกับ Corus Entertainment

Corus Entertainment มีประวัติความสำเร็จมาอย่างยาวนานในด้านรายการเด็ก โดยดำเนินธุรกิจผ่านทางบริษัทผลิตและกระจายคอนเทนต์อย่าง Nelvanaและในช่วงไม่กี่ปีมานี้ บริษัทได้ขยายคอนเทนต์ให้ครอบคลุมรายการผู้หญิงและไลฟ์สไตล์แบบไม่มีสคริปต์ โดยบริษัทได้นำความเชี่ยวชาญในการผลิต ออกอากาศ และจัดจำหน่ายมาใช้กับรายการแนวใหม่นี้ และได้สร้างสรรค์รายการสัญชาติแคนาดาที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลกอย่าง Masters of Flip ที่ออกอากาศในกว่า 90 ประเทศ และ Buying the View ที่ออกอากาศในกว่า 60 ประเทศ สำหรับรายการผู้หญิงและไลฟ์สไตล์ในเครือประกอบไปด้วย Food Network Canada, HGTV Canada, W Network, Slice(TM), Lifetime, OWN: Oprah Winfrey Network (Canada), CMT (Canada) และ Cosmo TV

ทั้งนี้ Rita Carbone Fleury จะเป็นตัวแทนของ Corus เข้าร่วมงาน MIPCOM โดยจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการขายคอนเทนต์ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก ในฐานะที่เป็นผู้บริหารฝ่ายขายคอนเทนต์มากความสามารถและมีประสบการณ์ในระดับนานาชาติ ทั้งยังเคยดูแลลูกค้ารายใหญ่มากมาย อาทิ Bell Broadcast & New Media Fund, QVF Productions, Verite Films, marblemedia, Studio B Productions, BRB International (Spain) และ RAI Italian Television Corporation หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ Rita Carbone Fleury ภายในงาน MIPCOM ที่ Stand P-1.A0 — Telefilm Booth

เกี่ยวกับ Corus Entertainment Inc.

Corus Entertainment Inc. (TSX: CJR.B) เป็นบริษัทสื่อและคอนเทนต์ชั้นนำ ซึ่งสร้างสรรค์และนำเสนอแบรนด์และคอนเทนต์คุณภาพสูงผ่านแพลตฟอร์มต่างๆสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก บริการด้านมัลติมีเดียของบริษัทประกอบไปด้วยรายการโทรทัศน์เฉพาะทาง 45 ช่อง สถานีวิทยุ 39 สถานี สถานีโทรทัศน์ทั่วไป 15 สถานี ธุรกิจคอนเทนต์ระดับโลก ธุรกิจดิจิทัล รายการสด หนังสือสำหรับเด็ก ซอฟต์แวร์แอนิเมชั่น รวมถึงบริการด้านเทคโนโลยีและสื่อ ทั้งนี้ Corus ดำเนินธุรกิจผ่านแบรนด์ชั้นนำมากมาย ได้แก่ Global Television, W Network, OWN: Oprah Winfrey Network Canada, HGTV Canada, Food Network Canada, HISTORY(R), Showcase, National Geographic Channel, Q107, CKNW, Fresh Radio, Disney Channel Canada, YTV และ Nickelodeon Canada สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.corusent.com

ติดต่อ:

Cathy Kurzbock

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์

Corus Entertainment

โทร. 416.860.4219

อีเมล: cathy.kurzbock@corusent.com

สำหรับในงาน MIPCOM กรุณาติดต่อ

Mary Powers

MPowers Communications

อีเมล: mpowers@mpowers.ca

ร้านค้ากว่าครึ่งในออสเตรเลียรับชำระเงินด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์ผ่านระบบ Mobile QuickPass

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          บริษัท ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประกาศเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้จุดชำระเงินราว 270,000 แห่งในออสเตรเลียรองรับการชำระเงินผ่านMobile QuickPass แล้ว หลังจากที่มีการเปิดตัวบริการดังกล่าวไปเมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่ามีร้านค้าถึงครึ่งหนึ่งในประเทศรองรับการชำระเงินด้วยบัตรชิปการ์ดของยูเนี่ยนเพย์และสมาร์ทโฟนผ่านระบบ QuickPass โดยในขณะนี้ออสเตรเลียได้กลายเป็นประเทศที่มีร้านค้ารองรับการชำระเงินด้วยระบบ Mobile Quickpass มากที่สุดนอกประเทศจีน

          ในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนมากกว่า 1 ล้านคนเดินทางไปเยือนออสเตรเลีย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 21% โดยวัตถุประสงค์หลักของการท่องเที่ยวคือการเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ และการพักผ่อน ซึ่งนับตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนมิ.ย. ออสเตรเลียได้เปิดตัว SmartGate สำหรับชาวจีน (รวมถึงฮ่องกงและมาเก๊า) ที่ถือหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้นักท่องเที่ยวผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายขึ้น ซึ่งอาจช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมายังออสเตรเลียมากขึ้น ทั้งนี้ การคาดการณ์ล่าสุดของสำนักงานวิจัยการท่องเที่ยวออสเตรเลียระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มสูงขึ้นแซงหน้านิวซีแลนด์ และก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังออสเตรเลียมากที่สุดในปีหน้า

          การใช้บัตรยูเนี่ยนเพย์ในออสเตรเลียนั้นมีความสะดวกสบาย เนื่องจากมีตู้เอทีเอ็ม 90% และจุดชำระเงิน 65% รองรับ ทั้งในห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว นอกจากนี้ ธนาคารยักษ์ใหญ่ทั้ง 4 แห่งในออสเตรเลียก็รองรับบัตรยูเนี่ยนเพย์เช่นกัน จึงส่งผลให้มีจำนวนร้านค้าที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์เพิ่มขึ้นเป็น 80% ภายในปีนี้ สำหรับ Mobile QuickPass นั้นถือเป็นบริการเด่นของยูเนี่ยนเพย์ในออสเตรเลีย เพราะนอกจากจะสะดวกและปลอดภัยแล้ว ขอบเขตการรองรับการบริการดังกล่าวยังขยายตัวอย่างรวดเร็วอีกด้วย บริการนี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในบรรดาร้านค้าและผู้ถือบัตรมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นหนึ่งในวิธีการยกระดับการให้บริการของร้านค้าต่าง ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า

          ในประเทศออสเตรเลียนั้น ร้านค้าที่รองรับการชำระเงินด้วยบริการ Mobile QuickPass ประกอบด้วย Myer, Captain Cook Cruise, Harvey Norman, MUJI, UNIQLO และร้านอาหาร Golden Century Seafood Restaurant ในซิดนีย์ โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องเซ็นชื่อ เมื่อชำระเงินด้วยบัตรเดบิตของยูเนี่ยนเพย์ผ่าน Mobile QuickPass และไม่ต้องใส่รหัสหรือเซ็นชื่อแต่อย่างใด เมื่อชำระเงินต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ด้วยบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ ผ่าน Mobile QuickPass

          กรณีที่มียอดใช้จ่ายที่ร้านเกิน 300 ดอลลาร์ออสเตรเลีย นักท่องเที่ยวสามารถขอคืนภาษีด้วยบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ ณ จุดคืนภาษีศุลกากรทั้ง 15 แห่งก่อนเดินทางกลับ เพียงโหลดแอป TRS บนมือถือ และเลือกใช้บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ในการขอคืนภาษี ลูกค้าก็สามารถกรอกข้อมูลออนไลน์และใช้ช่องทางพิเศษได้ โดยจะมีการคืนภาษีเป็นสกุลเงินหยวนเข้าสู่บัญชีโดยตรง ซึ่งทั้งสะดวกและปลอดภัย

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.uionpayintl.com

Akamai เผยรายงานสถานการณ์อินเทอร์เน็ตและความมั่นคงทางไซเบอร์ ประจำ Q2/2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เคมบริดจ์, แมสซาชูเซตส์–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

รายงานประจำไตรมาส 2 ชี้ การโจมตีชนิด DDoS เพิ่มขึ้น 129% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และชนิด NTP reflection เพิ่มขึ้น 276% ทำสถิติใหม่

การโจมตีเว็บแอพพลิเคชั่นเพิ่มขึ้น 14 % โดยการโจมตีชนิด SQL Injection และ Local File Inclusion (LFI) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขึ้นแท่นรูปแบบการโจมตีที่พบมากที่สุด

Akamai Technologies, Inc. (NASDAQ: AKAM) ผู้ให้บริการเครือข่ายการส่งคอนเทนต์ (CDN) ชั้นนำของโลก เปิดเผยรายงาน Second Quarter, 2016 State of the Internet / Security Report ซึ่งเกิดจากการรวบรวมข้อมูลบนระบบ Akamai Intelligent Platform(TM) รายงานฉบับนี้สะท้อนภาพรวมด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ โดยเฉพาะแนวโน้มการโจมตีในรูปแบบ DDoS การโจมตีเว็บแอพพลิเคชั่น รวมทั้งทราฟฟิคประสงค์ร้ายที่มาจากโปรแกรมบอท

ดาวน์โหลดรายงาน State of the Internet / Security Report ฉบับล่าสุด ซึ่งประกอบด้วยข้อมูล บทวิเคราะห์ และกราฟฟิคได้ที่akamai.com/stateoftheinternet-security

แม้ว่าขนาดการโจมตีจะเล็กลง แต่เรายังคงเห็นจำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้น เนื่องจากเครื่องมือโจมตีเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ทั้งยังใช้งานง่ายและทำเงินง่ายอีกด้วย”Martin McKeay บรรณาธิการบริหาร ผู้จัดทำรายงาน State of the Internet / Security Report กล่าว “เครื่องมือเหล่านี้มีหน้าตาคล้ายกันจนแยกไม่ออก ทำให้ภาคธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยงจากการโจมตีซึ่งเกิดขึ้นถี่จนภาคธุรกิจไม่สามารถรับมือเองได้ และเนื่องจากเรากำลังเข้าสู่เดือนแห่งการสร้างความตระหนักรู้ด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cybersecurity Awareness Month) ในเดือนตุลาคม องค์กรต่างๆจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะการที่ผู้ประสงค์ร้ายขู่โจมตี DDoS เพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่งพบว่ากำลังเพิ่มขึ้นอยู่ในขณะนี้”

สาระสำคัญในรายงาน Second Quarter, 2016 State of the Internet / Security Report โดย Akamai ได้แก่

การโจมตีชนิด DDoS

  • จำนวนการโจมตีชนิด DDoS ใน Q2/2016 เพิ่มขึ้น 129% จาก Q2/2015 โดยในไตรมาส 2 ที่ผ่านมานี้ Akamai ป้องกัน DDoS ได้ทั้งสิ้น 4,919 ครั้ง
  • Akamai พบการโจมตีชนิด DDoS ขนาดใหญ่ที่สุดที่ระดับ 363 Gbps เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน โดยเป็นการโจมตีสื่อยุโรปรายหนึ่ง ส่วนขนาดเฉลี่ยของการโจมตีลดลง 36% มาอยู่ที่ 3.85 Gbps
  • การโจมตี 12 ครั้งในช่วงไตรมาส 2 มีขนาดเกิน 100 Gbps และการโจมตี 2 ครั้งซึ่งมีขนาด 300 Gbps นั้นพุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิง

การโจมตีเว็บแอพพลิเคชั่น

  • การโจมตีเว็บแอพพลิเคชั่นใน Q2/2016 เพิ่มขึ้น 14% จาก Q1/2016
  • พบการโจมตีจากแหล่งที่มาในประเทศบราซิล เพิ่มขึ้น 197% ทำให้บราซิลกลายเป็นประเทศต้นกำเนิดการโจมตีเว็บแอพพลิเคชั่นแห่งใหญ่ที่สุด
  • สหรัฐ ซึ่งรั้งอันดับ 2 ประเทศที่พบการโจมตีเว็บแอพพลิเคชั่นมากที่สุด มีการโจมตีประเภทดังกล่าวลดลง 13% เมื่อเทียบกับ Q1/2016
  • SQL Injection (44%) และ Local File Inclusion (45%) เป็น 2 รูปแบบการโจมตีที่พบมากที่สุดในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา

วิเคราะห์ทราฟฟิคที่มาจากโปรแกรมบอท

  • ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โปรแกรมบอทคิดเป็นสัดส่วน 43% ของทราฟฟิคเว็บทั้งหมดที่พบใน Akamai Intelligent Platform ในรอบ 24 ชั่วโมง
  • เครื่องมืออัตโนมัติและการดึงข้อมูลคิดเป็น 63% ของทราฟฟิคจากโปรแกรมบอททั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% จาก Q1/2016 โดยโปรแกรมบอทเหล่านี้จะดึงข้อมูลจากเว็บไซต์หรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจง โดยไม่ระบุจุดประสงค์และจุดกำเนิด

ดาวน์โหลดรายงาน Q2 2016 State of the Internet / Security Report ได้ฟรีที่ akamai.com/stateoftheinternet-security ดาวน์โหลดข้อมูลตัวเลขประกอบคำบรรยายได้ที่ http://akamai.me/2cxMcJb

เกี่ยวกับ Akamai

ในฐานะผู้ให้บริการ Content Delivery Network (CDN) ชั้นนำของโลก Akamai ช่วยให้อินเทอร์เน็ตของลูกค้าทำงานเร็ว เชื่อถือได้ และมีความปลอดภัย โซลูชั่นเพิ่มประสิทธิภาพเว็บ ประสิทธิภาพบนมือถือ ความปลอดภัยบนคลาวด์ และการส่งคอนเทนต์ที่ล้ำหน้าของบริษัทนั้นกำลังปฏิวัติแนวทางที่ภาคธุรกิจใช้ในการยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค องค์กร และความบันเทิงให้สามารถเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ และจากทุกที่ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมว่าโซลูชั่นของ Akamai และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตของเราช่วยขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าได้อย่างไร โดยเข้าไปที่ www.akamai.com หรือblogs.akamai.com และติดตาม @Akamai ได้ทางทวิตเตอร์

ติดต่อ:

Sharon Wu
Akamai Technologies
อีเมล: swu@akamai.com
โทร.+65 6576 9312

ปิยะฉัตร รัตนเกษม
วีโร่ พับลิค รีเลชั่นส์
อีเมล: piyachat@veropr.com
โทร. +66 086-093-9019

เพียวร์เซอร์เคิลสร้างโรงงานแปรรูปแห่งใหม่ รองรับการผลิตหญ้าหวานเพิ่มสองเท่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โอ๊กบรูค, อิลลินอยส์–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – คาดเริ่มเดินเครื่องในปี 2560 พร้อมแยกสายการผลิตพิเศษสำหรับส่วนผสมที่เป็นที่ต้องการสูง

          เพื่อตอบสนองกับความต้องการส่วนผสมจากหญ้าหวานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพียวร์เซอร์เคิล (PureCircle) จึงประกาศในวันนี้ว่า บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการสร้างโรงงานแปรรูปแห่งใหม่ ซึ่งจะยกระดับกำลังการผลิตสารสกัดจากใบหญ้าหวานเอกสิทธิ์เฉพาะของบริษัทขึ้นเป็นสองเท่า พร้อมแยกสายผลิตพิเศษเพื่อรองรับการผลิตส่วนผสมป้อนตระกูลผลิตภัณฑ์ Zeta Family โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ตระกูล Zeta นี้ประกอบไปด้วยสตีวิออลไกลโคไซด์ เช่น Reb M ซึ่งให้ความหวานใกล้เคียงกับน้ำตาลมากที่สุด และช่วยลดแคลอรีได้เป็นอย่างดี

          เมื่อโรงงานก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว คาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตสารสกัดจากใบหญ้าหวานของเพียวร์เซอร์เคิลได้อีก 50% และน่าจะยกระดับกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์หญ้าหวานได้เป็นสองเท่า

          “เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งกับการเดินหน้าสร้างโรงงานแห่งใหม่นี้ เนื่องจากมีความต้องการผลิตภัณฑ์หญ้าหวานเพิ่มขึ้นอย่างมากตลอด 6 ปีที่ผ่านมา” เจสัน เฮ็กเคอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการค้าของเพียวร์เซอร์เคิล กล่าว “ถ้าให้พูดเจาะจงกว่านี้ ความต้องการส่วนผสมตระกูล Zeta ของเพียวร์เซอร์เคิลนั้นเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะเปิดโอกาสให้เราสามารถรองรับอุตสาหกรรมหญ้าหวานได้อย่างที่ไม่มีผู้ผลิตรายใดทำได้ ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นทำให้ลูกค้าของเรามั่นใจได้ว่า เราจะจัดส่งหญ้าหวานให้กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอและยั่งยืน และลูกค้ายังสามารถนำหญ้าหวานของเราที่ให้รสชาติยอดเยี่ยมที่สุดในตลาดไปเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ของพวกเขาได้”

          โรงงานแห่งใหม่จะช่วยสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของเพียวร์เซอร์เคิลที่มีการบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบ เช่นเดียวกับแผนการดำเนินงานด้านเกษตรกรรมทั่วโลก ซึ่งเพิ่งประกาศให้ทราบเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยแผนการที่กล่าวถึงนี้รวมถึงโครงการลงทุนเพิ่มอีก 100 ล้านดอลลาร์ในโครงการ PureCircle Agronomy Program ซึ่งส่งผลให้มีการวางแผนเพาะปลูกในพื้นที่ 10,000 เฮกตาร์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสารสกัดจากใบหญ้าหวานคุณภาพยอดเยี่ยมได้ตลอดทั้งปี

          “เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งต่อห่วงโซ่อุปทานของเรา รวมถึงบทบาทในการรักษาการดำเนินงานเหล่านี้เพื่อมอบผลประโยชน์ให้กับเกษตรกร ลูกค้า และสิ่งแวดล้อม” บ็อบ คอมเพียร์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการกลุ่มของเพียวร์เซอร์เคิล กล่าว “โรงงานแห่งใหม่อันล้ำสมัยนี้ช่วยให้โครงการพืชไร่และแผนการด้านห่วงโซ่อุปทานของเราเดินหน้าอย่างครบวงจร และด้วยความร่วมมือกับเกษตรกร เราจึงสามารถจัดหาสารสกัดจากใบหญ้าหวานธรรมชาติได้ในปริมาณที่มากที่สุด โดยเราได้มีการวางแผนการผลิตเพื่อป้อนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้ถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อให้ลูกค้าประสบความสำเร็จต่อไป”

          ทั้งนี้มีการประมาณการว่าการขยายกำลังการผลิตดังกล่าวจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 42 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ในต้นปี 2560 โรงงานแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ในมาเลเซีย เช่นเดียวกับสำนักงานอื่นๆของเพียวร์เซอร์เคิล

          เกี่ยวกับ เพียวร์เซอร์เคิล

          เพียวร์เซอร์เคิล เป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตผลิตภัณฑ์หญ้าหวานคุณภาพสูงสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก ภารกิจของเพียวร์เซอร์เคิลคือการสนับสนุนให้ทั่วโลกให้ความสำคัญกับอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ด้วยการผลิตส่วนผสมจากธรรมชาติป้อนให้กับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก วิสัยทัศน์ของบริษัทคือการเป็นผู้นำการเติบโตของหญ้าหวานในฐานะสารให้ความหวานจากธรรมชาติ ซึ่งจะมีการผลิตปริมาณมากต่อไปในอนาคต เพียวร์เซอร์เคิลมีสำนักงานอยู่ทั่วโลก โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 และได้รวมเป็นกลุ่มบริษัท เพียวร์เซอร์เคิล ลิมิเต็ด ในปี 2550 ทั้งนี้ เพียวร์เซอร์เคิลเป็นบริษัทจดทะเบียนบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน โดยมีการซื้อขายหุ้นในชื่อย่อPURE สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่ www.purecircle.com

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเส้นทางสายไหม ครั้งที่ 3 เปิดฉากแล้วในเมืองซีอาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซีอาน, จีน–21 ก.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ต/อินโฟเควสท์

          เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเส้นทางสายไหม หรือ Silk Road International Film Festival (SRIFF) ครั้งที่ 3 เริ่มต้นขึ้นแล้วในซีอาน เมืองโบราณของจีน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเทศกาลภาพยนตร์ซึ่งจัดขึ้นเป็นระยะเวลา 5 วันจะนำเสนอเสน่ห์ของประเทศต่างๆบนเส้นทางสายไหม และทำหน้าที่เป็นสะพานเพื่อส่งเสริมการรวมตัวและการพัฒนาระหว่างวัฒนธรรมอันหลากหลาย

          เทศกาล SRIFF ประจำปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Film in Development, Culture with Diversity” โดยภายในงานจะประกอบไปด้วยกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่ การประกวดภาพยนตร์ การฉายภาพยนตร์ การประชุมด้านภาพยนตร์ ตลาดภาพยนตร์ การแสดงวัฒนธรรม และอีกมากมาย งานนี้ดึงดูดภาพยนตร์ 676 เรื่อง จาก 35 ประเทศ อาทิ จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น เยอรมนี และเกาหลีใต้ ให้ส่งผลงานเข้าชิงรางวัลในสาขาต่างๆ ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม นักแสดงชายยอดเยี่ยม นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม และรางวัลอื่น ๆ  อีกมากมาย

          เทศกาล SRIFF จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2557 โดยเน้นจัดแสดงภาพยนตร์จากประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมเป็นหลัก และจัดสลับกันระหว่างเมืองซีอาน และเมืองฝูโจว ซึ่งเป็นเมืองต้นทางของโครงการ “Belt and Road Initiative” เทศกาลภาพยนตร์นี้เป็นที่รู้จักดีในฐานะที่เป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมภาพยนตร์ของประเทศต่าง ๆ ตลอดเส้นทางสายไหม โดยเทศกาล SRIFF ประจำปีนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยจะจัดเป็นระยะเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 19-23 ก.ย.

          ที่มา: คณะกรรมการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเส้นทางสายไหมครั้งที่ 3

          ลิงค์ภาพประกอบ:

Chinese tenor singers Dai Yuqiang, Mo Hualun and Wei Song song Wandering along the Silk Road at the opening ceremony of the 3rd Silk Road International Film Festival, September 19th

           http://asianetnews.net/view-attachment?attach-id=276408

Heliatek ระดมทุนเพิ่ม 80 ล้านยูโร มุ่งขยายกำลังการผลิต HeliaFilm(R)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เดรสเดน, เยอรมนี–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ขยายกำลังการผลิตขนาดใหญ่ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาตลาดทั่วโลก

          Heliatek ผู้นำระดับโลกด้านเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสารอินทรีย์ และผู้ผลิตฟิล์มกรองแสง ระดมทุนรวม 80 ล้านยูโร (88 ล้านดอลลาร์) เพื่อนำมาใช้ในการขยายกำลังการผลิต HeliaFilm(R) เป็น 1 ล้าน m2 p.a. โดยแบ่งเป็นการระดมทุนจากการขายหุ้นจำนวน 42 ล้านยูโร เงินกู้ 20 ล้านยูโร และเงินอุดหนุนประมาณ 18 ล้านยูโร

 

Heliatek HQ with active HeliaFilm(R) façade (PRNewsFoto/Heliatek)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160920/410009 )

          “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบนี้ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเราในฐานะผู้นำระดับโลกด้านฟิล์มกรองแสงชนิดสารอินทรีย์ ทั้งยังช่วยให้เราขยายตลาดได้เร็วขึ้นด้วย เราจะยังคงเป็นผู้นำในการผลิตพลังงานแบบกระจายศูนย์สำหรับภาคอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ต่อไป”Thibaud Le Seguillon ซีอีโอของ Heliatek กล่าว “เราจะทำตามกลยุทธ์ด้วยการขยายตลาดอาคารที่ติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสารอินทรีย์ (Building Integrated Organic Photovoltaic – BIOPV) ผ่านการผลิต HeliaFilm(R) ในปริมาณมากเพื่อจัดส่งให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและอาคาร”

          การระดมทุนรอบ Series D นี้ นำโดย innogy SE ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานชั้นนำของยุโรป รวมไปถึงนักลงทุนรายใหม่ ได้แก่ ENGIE, BNP Paribas และCEE Group ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนของ Lampe Equity Management ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านพลังงานหมุนเวียน ในขณะที่นักลงทุนรายเดิมที่เข้าร่วมการระดมทุนรอบนี้ ประกอบด้วย AQTON, BASF, eCAPITAL, HTGF, Innogy Venture Capital, TUDAG และ Wellington Partners

          ธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรปได้อนุมัติเงินกู้จำนวน 20 ล้านยูโรให้กับ Heliatek ภายใต้โครงการ “InnovFin – EU Finance for Innovators” ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป และคณะกรรมาธิการยุโรป ภายใต้โครงการ Horizon 2020

          บริษัทได้สมัครเข้าร่วมโครงการเงินกู้สำหรับเทคโนโลยีและนวัตกรรม “KETs Pilot Lines project” ของรัฐแซกโซนี และได้รับเงินลงทุนจากกองทุนพัฒนาภูมิภาคยุโรป (European Regional Development Fund – ERDF) โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะได้รับเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 18 ล้านยูโร

          Heliatek มีแผนที่จะติดตั้งสายการผลิตแบบม้วนต่อม้วนที่โรงงานของบริษัทในเมืองเดรสเดนในช่วง 18 เดือนต่อจากนี้ โดยคาดว่าจะผลิตฟิล์มกรองแสงได้ 1 ล้าน m2 p.a. เมื่อเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง บริษัทจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ HeliaFilm(R) ในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและยานยนต์ควบคู่กันไปพร้อมกันทั่วโลก ทั้งนี้ คาดว่าการขยายกำลังการผลิตดังกล่าวจะช่วยสร้างงานใหม่ในสาขาไฮเทคให้กับรัฐแซกโซนีได้มากกว่า 50 ตำแหน่ง

          Heliatek  http://www.heliatek.com

          innogy SE  http://www.innogy.com

          BNP Paribas  http://www.bnpparibas.com

          CEE  http://www.cee-group.de

          ENGIE  http://www.engie.com

          European Investment Bank  http://www.eib.org/press

          HeliaFilm เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Heliatek GmbH

          ข้อมูลติดต่อเฉพาะสื่อมวลชน

          Cornelia Jahnel, Heliatek GmbH, โทร. +49-351-213-034-421, cornelia.jahnel@heliatek.com

          Nigel Robson, Vortex PR, โทร. +44-1481-233080, nigel@vortexpr.com

          ที่มา: Heliatek