วาคอมเปิดตัว STU-540 ซิกเนเจอร์แพดรุ่นล่าสุดพร้อมคุณสมบัติครบครันและรองรับการใช้งานหลากรูปแบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

บริษัท วาคอม จำกัด เปิดตัว STU-540 ซิกเนเจอร์แพดรุ่นล่าสุดที่เปี่ยมประสิทธิภาพ เพิ่มเติมจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้านการเก็บบันทึกลายเซ็นที่มีอยู่เดิมของบริษัท ด้วยตัวเลือกการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมสูงสุด ความสะดวกที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ใช้ และเทคโนโลยีการเข้ารหัสลับขั้นสูง ทำให้ STU-540 กลายเป็นตัวเลือกแรกสำหรับองค์กรที่ต้องการปรับใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับกระบวนการทำงานของตน

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160913/8521605797

STU-540 Signature Pad

โลโก้ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160607/8521603701LOGO-b

ซิกเนเจอร์แพดรุ่นใหม่ล่าสุดจากวาคอมพร้อมรองรับการเก็บบันทึกลายเซ็นในระบบการทำงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในระบบเดสก์ท็อปที่ใช้พอร์ต USBมาตรฐาน รวมถึงการกำหนดค่าเดสก์ท็อปเสมือนที่มีตัวเลือกให้ใช้งานหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างสูงสุด STU-540 พร้อมรองรับ Citrix v7.6.3 และเวอร์ชันที่สูงกว่า สำหรับการใช้งาน Citrix v6.5 และระบบเดสก์ท็อปเสมือนอื่นๆ สามารถตั้งค่าซิกเนเจอร์แพดรุ่นใหม่นี้ให้ทำหน้าที่จำลองพอร์ต serial ผ่านพอร์ต USB ได้ นอกจากนี้ STU-540 ยังมีชุดอุปกรณ์เสริมแยกต่างหากที่มีอุปกรณ์คอนเนคเตอร์สำหรับพอร์ต serial แทนการใช้พอร์ต USB และวาคอมยังได้จัดเตรียมโปรแกรมยูทิลิตี้เพื่อให้การใช้งานซิกเนเจอร์แพดเป็นเรื่องง่าย ด้วยการรวมเอาคุณสมบัติและฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยมาไว้ใน STU-540 ด้วย ขณะที่จอสีบนตัวเครื่องก็สามารถใช้งานได้หลายแบบนอกเหนือจากการเก็บบันทึกลายเซ็น โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสร้างและเรียกใช้แอพพลิเคชันเฉพาะของตน แต่สามารถใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้ได้โดยง่ายผ่านโปรแกรมยูทิลิตี้ เมื่อไม่ได้อยู่ในโหมดเซ็นชื่อ จอสีบนซิกเนเจอร์แพดจะสามารถแสดงภาพโฆษณาที่มีคุณภาพสูงได้โดยไม่ต้องเรียกใช้แอพพลิเคชันแยกต่างหาก ซึ่งภาพดังกล่าวจะเรียกใช้ ได้โดยตรงจากซิกเนเจอร์แพด นอกจากนี้ยังมีแป้นตัวเลขแบบกำหนดได้เอง ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถตั้งค่าแป้นตัวเลขหรือซอฟต์คีย์บนหน้าจอเพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลชนิดต่างๆ สำหรับนำไปใช้สนับสนุนขั้นตอนการทำงานต่างๆได้ ทั้งนี้ STU-540  ยังคงใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสลับแบบเดิมที่วาคอมใช้ป้องกันข้อมูลลายเซ็นที่ส่งผ่านระหว่างซิกเนเจอร์แพดกับเครื่องเวิร์กสเตชั่นหรือเทอร์มินอล โดย STU-540 ติดตั้งเทคโนโลยีการเข้ารหัสลับ AES256 / RSA2048 ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความปลอดภัยสูง

การเปิดตัวซิกเนเจอร์แพดรุ่น STU-540 ทำให้วาคอมสามารถนำเสนอคุณสมบัติที่ทันสมัยให้กับลูกค้า ในการผสานรวมลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เขียนด้วยลายมือเข้ากับขั้นตอนการทำงาน เพื่อสนับสนุนการก้าวเข้าสู่กระบวนการทำงานแบบไร้กระดาษ เราเลือกใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสลับชั้นนำในอุตสาหกรรมสำหรับซิกเนเจอร์แพดของเราเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในด้านการใช้งานลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกการเชื่อมต่อที่ช่วยให้ผู้ใช้ในระบบการทำงานที่แตกต่างกันมั่นใจได้ว่าจะสามารถปรับใช้ซิกเนเจอร์แพดในระบบของตนได้อย่างเหมาะสม และหากเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น STU-540 ก็สามารถปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อ ได้ตามต้องการ” Shigeki Komiyama รองประธานบริหารบริษัท วาคอม จำกัด กล่าว และเรายังได้เปิดตัวคุณสมบัติใหม่ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถนำผลิตภัณฑ์นี้ไปใช้ได้อย่างหลากหลายรูปแบบในธุรกิจของตนด้วย”

“STU-540 มาพร้อมจอสีแบบ LCD ขนาด 5 นิ้วที่มีคุณสมบัติป้องกันแสงสะท้อน ให้ประสบการณ์การรับชมที่ดีขึ้นในทุกสภาพแสง และยังให้สัมผัสขณะลงนามที่ดีกว่าเดิมด้วย นอกจากนี้ยังมี WILL (Wacom Ink Layer Language) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหมึกดิจิทัลของวาคอมในการสร้างลายเซ็นบนหน้าจอให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ชัดเจน และมีลักษณะเหมือนกับการใช้ปากกาลงนามในกระดาษจริงๆ ขณะที่เทคโนโลยีปากกาไร้สายแบบไม่ใช้แบตเตอรี่ของวาคอม (จดสิทธิบัตรแล้ว) ช่วยให้ผู้ใช้มีประสบการณ์การลงนามที่ดีเยี่ยม ด้วยความไวต่อแรงกดที่มากถึง 1024 ระดับ ซึ่งสูงสุดในตลาด และสามารถเก็บบันทึกโปรไฟล์แรงกดของผู้ลงนามให้เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลโปรไฟล์ชีวมาตรที่ไม่ซ้ำกันได้ในระหว่างขั้นตอนการลงนาม และแต่ละเครื่องยังมี ID ฮาร์ดแวร์ที่สามารถใช้ในการกำหนดชุดอุปกรณ์ที่เจาะจงสำหรับการลงนามโดยเฉพาะ ทั้งนี้ STU-540 เข้ามาเสริมความสมบูรณ์ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์แพดของวาคอม ซึ่งประกอบด้วย STU-300B, STU-430, STU-430V และ STU-530 โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ทุกรุ่นพร้อมรองรับ Citrix v7.6.3 และเวอร์ชันที่สูงกว่า นอกจากนี้ STU-540 และ STU-430V ยังรองรับ Citrix เวอร์ชันเก่า รวมถึงระบบเทอร์มินอลเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ ด้วย

สำหรับ Signature SDK (ชุดพัฒนาซอฟต์แวร์) และ STU SDK ของวาคอมพร้อมใช้งานแล้วสำหรับการผสานรวมการทำงานของซิกเนเจอร์แพดจากวาคอมเข้ากับแอพพลิเคชั่นต่างๆ

การวางจำหน่ายและราคา

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Wacom

เกี่ยวกับ Wacom

Wacom ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2526 เป็นบริษัทระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในญี่ปุ่น (ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว 6727) โดยมีบริษัทในเครือและสำนักงานสาขากระจายตัวอยู่ทั่วโลก เพื่อรองรับการทำตลาดและการจัดจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศ Wacom มีวิสัยทัศน์ในการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเทคโนโลยีผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เฟสที่เป็นธรรมชาติ ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้นำของโลกด้านการผลิตจอดิสเพลย์และแท็บเล็ตพร้อมเมาส์ปากกา เช่นเดียวกับปากกาสไตลัสแบบดิจิทัล รวมถึงโซลูชั่นสำหรับการบันทึกและประมวลผลลายเซ็นดิจิทัล เทคโนโลยีขั้นสูงในอุปกรณ์อินพุตอันล้ำสมัยของ Wacom ถูกนำไปใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบดิจิทัล ภาพยนตร์ สเปเชียลเอฟเฟค แฟชั่น และการออกแบบอันน่าตื่นตาตื่นใจทั่วโลก และยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั้งเชิงธุรกิจและทั่วไปสามารถแสดงตัวตนของตนเองผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เฟสชั้นนำนี้ โซลูชั่น eSignature ของ Wacom ได้ถูกนำไปใช้ในงานหลายอย่างที่จำเป็นต้องมีความลื่นไหลและมีความปลอดภัยสูง เช่น POS อีเพย์เมนท์ พาสปอร์ตอิเล็กทรอนิกส์ การประกัน การธนาคาร และการเช็คอินโรงแรม

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://business.wacom.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Kelly Chung
โทร. +65-9232-9627 
อีเมล: kelly.chung@wacom.com

 

Hublot เปิดตัวนาฬิกา “MP-05 LaFerrari Sapphire” แรงบันดาลใจจากซูเปอร์คาร์ FXX K สุดล้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นียง, สวิตเซอร์แลนด์–22 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

อูโบลท์ (Hublot) แบรนด์นาฬิกาสุดหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ เหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์โปรโมทนาฬิการุ่นใหม่ MP-05 LaFerrari Sapphire 

นาฬิกาที่มาพร้อมขุมกำลังสำรองพลังงานสูงสุดเท่าที่เคยมีมา โดดเด่นเหนือใครเฉกเช่นเดียวกับซูเปอร์คาร์สุดล้ำ จะเป็นตัวเอกของภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์ใหม่ล่าสุดจาก Digital Domain 

ในนครลอสแองเจลิส บนดาดฟ้าของ Ace Museum คือสถานที่เปิดตัวภาพยนตร์ที่ “อูโบลท์” อำนวยการสร้างร่วมกับผู้นำระดับโลกในวงการภาพยนตร์แอคชั่นและวิชวลเอฟเฟกต์อย่าง “Digital Domain” ตัวเอกของภาพยนตร์สุดอลังการเรื่องนี้คือซูเปอร์คาร์ไฮบริดขุมพลัง 1,200 แรงม้าอย่าง “FXX K” และสุดยอดนาฬิกาที่สำรองพลังงานได้สูงสุด 50 วัน ซึ่งถือเป็นสถิติโลกสำหรับอูโบลท์

 

Movie MP-05 LaFerrari Sapphire – A tribute to the FXX K-Screen1 (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404842 )

Movie MP-05 LaFerrari Sapphire – A tribute to the FXX K-Screen2 (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404843 )

Movie MP-05 LaFerrari Sapphire – A tribute to the FXX K-Screen3 (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404844 )

Movie MP-05 LaFerrari Sapphire – A tribute to the FXX K-Screen4 (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404845 )

Hublot MP-05 LaFerrari Sapphire animated movie in Los Angeles (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404852 )

Fave Night – Hublot MP-05 LaFerrari Sapphire animated movie in Los Angeles (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404853 )

Ricardo Guadalupe, CEO of Hublot, and Pierre Michel, Director of the Film (PRNewsFoto/Hublot SA)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160907/404854 ) 

ริคาร์โด กัวดาลูป ซีอีโอของอูโบลท์ กล่าวว่า “LaFerrari Sapphire ผสานรวมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดและล้ำสมัยที่สุดในการรังสรรค์นาฬิกาและกลไกภายใน รวมถึงแรงบันดาลใจจากซูเปอร์คาร์ FXX K ตลอดจนผลงานปฏิวัติวงการของสตูดิโอภาพยนตร์ชั้นเลิศและมีชื่อเสียงที่สุดอย่าง Digital Domain ผมรู้จักนาฬิการุ่นนี้ทุกแง่มุม ทุกฟีเจอร์การทำงาน ทุกรายละเอียด และภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนาฬิกาเรือนนี้ เป็นรถคันนี้ ผมคือความเร็ว เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผมเป็นเจ้าของสถิติ! 

ภายใต้ป้าย “HOLLYWOOD” อันเป็นสัญลักษณ์ของศูนย์กลางแห่งโลกภาพยนต์ ดาดฟ้าของ Ace Museum ที่ได้รับการตกแต่งอย่างล้ำยุคนั้น ได้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์แบบไดรฟ์อินเพื่อร่ายมนต์ของอูโบลท์อีกครั้ง ด้วยภาพยนตร์เรื่องแรกที่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำแห่งเทคโนโลยีของอูโบลท์ มาพร้อมสเปเชียลเอฟเฟกต์ระดับฮอลลีวู้ด นำแสดงโดยสุดยอดซูเปอร์คาร์ Ferrari FXX K และสุดยอดนาฬิกา MP-05 “LaFerrari” Sapphire ด้วยความสามารถของDigital Domain สถิติอันเป็นตำนาน (คุณสมบัติสำรองพลังงานสูงสุด 50 วัน) จึงได้ถูกบันทึกลงบนแผ่นฟิล์มตราบนานเท่านาน 

ภาพแอนิเมชั่นในภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดมาจากนักขับที่อยู่หลังพวงมาลัยจริงๆ และได้มีการปรับแต่งเทคนิคพิเศษเพื่อสร้างภาพการขับขี่ที่สมจริงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยใช้เทคนิคการผลิตภาพยนตร์แบบ CGI นอกจากนี้ Digital Domain ยังได้สร้างซาวด์แทร็กแบบที่นิยมใช้ในหนังแอคชั่นฮอลลีวู้ด โดยใช้เสียงเครื่องยนต์ของซูเปอร์คาร์ FXX K เป็นองค์ประกอบ 

ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงกลไกของนาฬิกา HUB9005.H1.PN.1 และตัวเรือนอันโดดเด่นซึ่งทำจากแซฟไฟร์ นาฬิกา 3 มิติสุดล้ำรุ่นนี้ประกอบด้วยกลไกภายในที่ทำจากแซฟไฟร์ 7 ชิ้น ซึ่งใช้เวลาในการผลิตกว่า 600 ชั่วโมง โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญด้านงาน 3 มิติ นาฬิการุ่นนี้ใช้ชิ้นส่วนที่ทำจากคาร์บอนน้ำหนักเบาพิเศษ จึงมีน้ำหนักเพียง 53.5 กรัมเท่านั้น นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับคุณสมบัติสำรองพลังงานสูงสุด 50 วัน รวมถึงบาร์เรลคู่ 11 ชุดบริเวณกลางตัวเรือน พร้อมด้วยชิ้นส่วนกลไกอีกกว่า 637 ชิ้น ซึ่งทำสถิติสูงสุด MP-05 “LaFerrari” Sapphire จึงเป็นนาฬิกาที่มีความโดดเด่นอย่างแท้จริง และเมื่อปรากฏอยู่บนจอภาพยนตร์ขนาดยักษ์ก็ยิ่งสะกดสายตาจนยากที่จะต้านทาน 

ลิงค์ภาพยนต์: https://youtu.be/sXXeLbWiTE0 

ลิงค์เบื้องหลังภาพยนตร์: https://youtu.be/YxFPYjOzNwY 

ลิงค์ดาวน์โหลดข่าวประชาสัมพันธ์: http://j.mp/2c3mz2G 

สื่อมวลชนติดต่อ

Annabelle Galley

อีเมล: a.galley@hublot.ch

โทร. +41(0)22-990-9000 

ที่มา: Hublot SA

“ZHEN-AO” ขึ้นแท่นผู้นำในโครงการสุขภาพ “Healthy China”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ต้าเหลียน, จีน–21 ก.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

นิวคลีอิน (Nuclein) หรือปัจจุบันรู้จักกันในชื่อของกรดนิวคลีอิก ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในปี 2411 โดยฟรีดริช มีเชอร์ นักชีววิทยาชาวสวิส ต่อมาในปี 2496 ฟรานซิส คริก นักชีวฟิสิกส์ชาวอังกฤษ ร่วมด้วย เจมส์ วัตสัน นักชีวเคมีชาวอเมริกัน จึงได้ค้นพบโครงสร้างเกลียวคู่ของดีเอ็นเอ และผลักดันการวิจัยนิวไคลด์ (Nuclide) ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ส่งผลให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ๆ พร้อมปูทางสู่ยุคแห่งชีววิทยาศาสตร์

สำหรับประเทศจีน ZHEN-AO ถือเป็นรายแรกที่ทำให้กรดนิวคลิอิกเป็นที่รู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่ประชาชน ZHEN-AO ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2539 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ ZHEN-AO Bio Valley ซึ่งตั้งอยู่ใน Dalian Advanced Equipment Manufacturing Zone โดยมีพื้นที่ 38,000 ตารางเมตร และมูลค่าการลงทุนกว่า2.2 พันล้านหยวน

จากการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งตลอดระยะเวลา 20 ปี ZHEN-AO ไม่เพียงก้าวขึ้นเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพชั้นแนวหน้าของเมืองต้าเหลียนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุตสาหกรรมสุขภาพของจีนด้วย นอกจากนี้ ZHEN-AO ยังได้สร้างความร่วมมือระยะยาวกับสถาบันวิจัยกว่าสิบแห่ง และนักวิทยาศาสตร์นับร้อยคน ทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับในอนาคตต่อจากนี้ ZHEN-AO จะมุ่งความสนใจไปที่อุตสาหกรรมสุขภาพ และยึดมั่นในเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับการพัฒนาตนเองให้เป็นบริษัทที่สร้างกำไร มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีความยั่งยืน นอกจากนี้ ZHEN-AO ยังจะเป็นต้นแบบแห่งระบบบริการสุขภาพ ด้วยการพัฒนาทั้งสิ่งแวดล้อมและการบริหารงานในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ และด้วยข้อได้เปรียบและจุดแข็งของบริษัท ZHEN-AO จะเดินหน้าพัฒนาตนเองเพื่อก้าวขึ้นเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพสัญชาติจีนที่มีขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล

ที่มา: ZHEN-AO

ลิงค์ภาพประกอบ:

http://asianetnews.net/view-attachment?attach-id=276397

แอร์ ไชน่า เปิดให้บริการเที่ยวบินแบบไม่หยุดแวะพักเส้นทางปักกิ่ง-วอร์ซอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–21 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ในงานแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา แอร์ ไชน่า (Air China) ได้ประกาศว่า เที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางปักกิ่ง-วอร์ซอ จะเปิดให้บริการในวันที่ 21 กันยายนนี้

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20141017/0861407509LOGO

กรุงวอร์ซอซึ่งทอดตัวอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวิสตูลา คือเมืองหลวงของประเทศโปแลนด์อันเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมอันมีเสน่ห์น่าหลงใหล ทั้งกรุงปักกิ่งและวอร์ซอต่างมีความโดดเด่นในแง่ของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันรุ่มรวย และแม้จะเคยผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งวุ่นวายในอดีต แต่ทั้งสองเมืองก็ยังคงไว้ซึ่งสุนทรียภาพและความมีชีวิตชีวาเฉกเช่นเดียวกับเสียงดนตรีของโชแปง สถิตินักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมาระหว่างจีนและวอร์ซอระหว่างเดือนมิถุนายน 2558 ถึงเดือนพฤษภาคม 2559 เพิ่มขึ้น 8.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แตะที่ 106,000 คน และการเปิดเที่ยวบินตรงปักกิ่ง-วอร์ซอในครั้งนี้ จะช่วยรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยแอร์ ไชน่า และ LOT Polish Airlines ซึ่งต่างก็เป็นสมาชิกของเครือข่ายสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างStar Alliance จะให้บริการเที่ยวบินในรูปแบบโค้ดแชร์ เพื่อมอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นให้แก่นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้งขาเข้าและขาออกจากโปแลนด์ รวมทั้งเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสารจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโอเชียเนีย ที่จะมาต่อเครื่องเพื่อเดินทางไปยังยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออก

เที่ยวบินปักกิ่ง-วอร์ซอ เป็นเที่ยวบินระยะไกลแบบไม่หยุดแวะพักเที่ยวบินที่ 2 ของแอร์ ไชน่า ที่บินจากจีนไปยังยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออก หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวเที่ยวบินตรงเส้นทางมินสก์-ปักกิ่ง-บูดาเปสต์ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่เพียงช่วยขยายเครือข่ายการบินทั่วโลกของแอร์ ไชน่า อันมีศูนย์กลางอยู่ที่ปักกิ่งเท่านั้น แต่ยังช่วยเติมเต็มเครือข่ายเส้นทางบินที่เชื่อมโยงระหว่างจีนกับยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออกด้วย 

ปัจจุบัน แอร์ ไชน่า เป็นผู้ให้บริการเที่ยวบินระหว่างจีนและยุโรปรายใหญ่ที่สุด ด้วยจำนวนเที่ยวบินเกือบ 200 เที่ยวต่อสัปดาห์ และการเปิดตัวเส้นทางบินปักกิ่ง-วอร์ซอ จะทำให้จำนวนเที่ยวบินของแอร์ ไชน่า ซึ่งให้บริการระหว่างจีนและยุโรปเพิ่มขึ้นเป็น 24 เที่ยวบิน ครอบคลุม 19 เมืองหลักๆทั่วยุโรป อาทิ ลอนดอน ปารีส มิวนิก แฟรงก์เฟิร์ต ดุสเซลดอร์ฟ เวียนนา เจนีวา มาดริด บาร์เซโลนา โรม และมิลาน 

ข้อมูลเที่ยวบิน 

เที่ยวบิน CA737/8 ให้บริการ 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ ในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และเสาร์ โดยเที่ยวบินขาออกจะเดินทางจากปักกิ่งเวลา 02.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น และถึงกรุงวอร์ซอในเวลา 06.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนเที่ยวบินขาเข้าจะเดินทางออกจากวอร์ซอเวลา 14.10 น.ตามเวลาท้องถิ่น และเดินทางถึงปักกิ่งเวลา 04.30 น.ของวันถัดไปตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ เที่ยวบินดังกล่าวให้บริการด้วยเครื่องบินแอร์บัส 330-200 โดยที่นั่งชั้นธุรกิจสามารถปรับเป็นเตียงนอนราบได้ และที่นั่งทุกชั้นของเที่ยวบินมีบริการเครื่องเล่นวิดีโอและเพลงส่วนตัว (AVOD) เพื่อสร้างความบันเทิงให้ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง

จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ สร้างสรรค์สารคดี “Ode to Lesvos” บอกเล่าเรื่องราวของชาวเกาะผู้ช่วยชีวิตผู้ลี้ภัยนับแสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–21 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ภาพยนตร์สารคดีเรื่องใหม่จาก Johnnie Walker Storyline 

คุณจะเพิกเฉยต่อสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าได้หรือ วันหนึ่งผมอาจตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ผมและครอบครัวอาจอยู่บนเรือและต้องการความช่วยเหลือเหมือนกันสตราติส วาลามิออส ชาวประมงจากเกาะ Lesvos กล่าวไว้ใน “Ode to Lesvos” ภาพยนตร์สารคดีเรื่องใหม่จาก Johnnie Walker Storyline

 

Ode to Lesvos is a new documentary film by Scotch whisky makers Johnnie Walker that charts the spontaneous humanitarian response of the Greek islanders who helped almost half a million refugees forced to flee their homelands. The islanders’ inspiring human response has earned them a Nobel Peace Prize nomination. (PRNewsFoto/Johnnie Walker)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160919/409341

Fisherman Stratis Valamios features in Ode to Lesvos, a new documentary film by Scotch whisky makers Johnnie Walker, which charts the spontaneous humanitarian response of the Greek islanders who helped almost half a million refugees forced to flee their homelands. The islanders’ inspiring human response, in the face of extraordinary tragedy, has earned them a Nobel Peace Prize nomination. (PRNewsFoto/Johnnie Walker)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160919/409343

85-year-old Aimilia Kamvisi features in Ode to Lesvos, a new documentary film by Scotch whisky makers Johnnie Walker, which charts the spontaneous humanitarian response of the Greek islanders who helped almost half a million refugees forced to flee their homelands. The islanders’ inspiring human response has earned them a Nobel Peace Prize nomination. (PRNewsFoto/Johnnie Walker)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160919/409344 

เมื่อ 12 เดือนที่แล้ว ชีวิตของสตราติสได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล หลังจากที่เขาได้ใช้เวลาหลายเดือนไปกับการช่วยเหลือผู้คนมากมาย ทั้งชาย หญิง และเด็ก ขึ้นจากผืนน้ำรอบๆบ้านของเขา หมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่ซึ่งมีประชากรเพียง 150 คน ได้กลายเป็นด่านหน้ารับมือกับวิกฤตผู้ลี้ภัย เมื่อมีผู้คนนับแสนมาขึ้นฝั่งที่นี่เพื่อหลีกหนีสงครามและแสวงหาอนาคตที่ดีกว่าเดิม 

คุณงามความดีของชาวเกาะ Lesvos ซึ่งช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่เสี่ยงชีวิตข้ามทะเลอีเจียนได้เกือบ 5 แสนคน ได้รับการบันทึกในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Ode to Lesvos ซึ่งสร้างสรรค์โดยแบรนด์สก็อตช์วิสกี้ชั้นนำของโลกอย่างจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการ Johnnie Walker Storyline ที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวชีวิตจริงจากทั่วโลก 

Ode to Lesvos เป็นภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้นที่บอกเล่าเรื่องราวของชาวเกาะผู้เปี่ยมด้วยเมตตา จนทำให้ชาวเกาะบางราย ได้แก่ สตราติส วาลามิออส พร้อมเพื่อนชาวประมงอย่าง ธานาสซิส มาร์มารินอส และไอมิเลีย คามวิซี วัย 85 ปี ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ 

ตลอดปีที่ผ่านมา สื่อต่างๆทั่วยุโรปต่างพากันตีข่าวผู้อพยพโดยเน้นเพียงเรื่องราวอันน่าสลดใจในทะเลอีเจียนและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แต่ Ode to Lesvosจะนำเสนอแง่มุมที่ไม่ค่อยได้รับการถ่ายทอด นั่นคือ เรื่องราวของชาวเกาะที่มีหัวใจเปิดกว้างและก้าวออกมาช่วยชีวิตผู้คนจากท้องทะเล พร้อมทั้งให้ที่พักพิง รวมถึงหาน้ำและอาหารให้ด้วย 

เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัว Ode to Lesvos จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ จึงจับมือให้การสนับสนุนองค์กรชั้นนำของโลกอย่าง Mercy Corps ซึ่งช่วยเหลือผู้คนทั่วโลกให้อยู่รอดและประสบความสำเร็จในชีวิตหลังเผชิญกับความขัดแย้ง วิกฤต และภัยธรรมชาติ โดยนับตั้งแต่เกิดสงครามซีเรีย ทาง Mercy Corps ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่เดือดร้อนจากวิกฤตดังกล่าวแล้วกว่า 7.7 ล้านคน อีกทั้งยังได้ขยายการให้ความช่วยเหลือไปยังกรีซและแถบบอลข่าน เพื่อรับมือกับวิกฤตผู้ลี้ภัยด้วย 

ไซมอน โอคอนเนล กรรมการบริหาร Mercy Corps Europe กล่าวว่า วิกฤตผู้ลี้ภัยยังคงส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อโลกที่เราอาศัยอยู่ เราจึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้ที่จำต้องพลัดถิ่น และได้รับรู้เรื่องราวของชุมชนที่ให้ความช่วยเหลือพวกเขาเหล่านี้

เราหวังว่าการร่วมมือกับจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวอันน่าประทับใจของผู้คนบนเกาะ Lesvos ที่ยื่นมือช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆทำความดีเช่นกัน มนุษยธรรมคือสิ่งที่เชื่อมโยงมนุษย์ทุกคนเข้าด้วยกัน ดังนั้น เมื่อมีคนต้องการความช่วยเหลือ เราต้องยื่นมือเข้าไปโอบอุ้ม”

กาย เอสโคล์ม ผู้อำนวยการแบรนด์ระดับโลกของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กล่าวถึงภาพยนตร์สั้นเรื่อง Ode to Lesvos ว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอแง่มุมหนึ่งของวิกฤตผู้ลี้ภัย โดยเน้นให้เห็นว่าการทำความดีและความมีเมตตาสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้ลี้ภัยที่ยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อแสวงหาอนาคตที่ดีกว่าเดิม เราหวังว่าผู้ชมจะได้รับแรงบันดาลใจจาก Ode to Lesvos และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือด้วยการสนับสนุน Mercy Corps องค์กรชั้นนำระดับโลกที่รับมือกับวิกฤตนี้และวิกฤตอื่นๆทั่วโลก ซึ่งนำความหวังและแสงสว่างมาสู่ผู้พลัดถิ่นหลายแสนคน”

นอกจากจะกระตุ้นให้ทุกคนร่วมบริจาคเงินให้กับ Mercy Corps แล้ว จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์ Ode to Lesvos เพื่อดำเนินโครงการต่างๆในระดับท้องถิ่น อันจะเป็นประโยชน์ต่อคนกลุ่มนี้เมื่อผ่านพ้นวิกฤตมาแล้ว

ภาพยนตร์สั้นเรื่อง Ode to Lesvos กำกับโดย ตาลัล เดอร์กี ที่เคยคว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ จากผลงานสารคดีเรื่อง Return to Homs ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของสงครามในซีเรีย โดยเขากล่าวว่า ลึกๆแล้วโปรเจคนี้คือเรื่องราวของผม เพราะได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ชีวิตของผมในฐานะผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย และจากวัฒนธรรมกรีกที่ผมได้สัมผัสมา

จากเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้น บวกกับการที่ผมเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความสิ้นหวังของผู้ที่ต้องลี้ภัยเพื่อแสวงหาอนาคตที่ดีกว่าเดิม ผมจึงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะบอกเล่าเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจของผู้คนบนเกาะ Lesvos ความมีเมตตาและพร้อมที่จะช่วยเหลือ และเหนือสิ่งอื่นใดคือมนุษยธรรมในหัวใจของพวกเขา ได้ย้ำเตือนให้ทั่วโลกเห็นว่าเราสามารถสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมได้

ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Ode to Lesvos จะได้รับการเผยแพร่ในวันสันติภาพสากล (21 กันยายน) โดยสามารถรับชมได้ที่ https://youtu.be/INkT00ewy48?list=PLxitlhQXKCQyzUWycTBoQ_7zvuYr22lj-

ท่านสามารถบริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ Mercy Corps ได้ที่

http://www.mercycorps.org/johnniewalker

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

เกี่ยวกับดิอาจิโอ

ดิอาจิโอ เป็นบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นนำระดับโลกที่เป็นเจ้าของแบรนด์ดังมากมาย ได้แก่ วิสกี้ Johnnie Walker, Crown Royal, J&B, Buchanan’sและ Windsor, วอดก้า Smirnoff และ Ciroc รวมถึง Captain Morgan, Baileys, Don Julio, Tanqueray และ Guinness

ดิอาจิโอ เป็นบริษัทระดับโลกซึ่งมีผลิตภัณฑ์วางขายในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (DGE) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (DEO) สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดิอาจิโอ บุคลากร แบรนด์ต่างๆ และผลการดำเนินงานของเราได้ที่เว็บไซต์ http://www.diageo.com รวมทั้งรับชมข้อมูล โครงการ และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบได้ที่เว็บไซต์ http://www.DRINKiQ.com

ฉลองให้กับชีวิตได้ทุกที่ทุกเวลา

คำว่า JOHNNIE WALKER และ KEEP WALKING รวมถึงสัญลักษณ์คนกำลังก้าวเดิน ตลอดจนโลโก้อื่นๆที่เกี่ยวข้อง เป็นเครื่องหมายการค้าของ (c) John Walker & Sons 2016

ดื่มด่ำกับจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ด้วยความรับผิดชอบ

DRINKiQ.com

ที่มา: จอห์นนี่ วอล์กเกอร์

Mozido เติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออสตินเท็กซัส21 ก.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Mozido ผู้ให้บริการโซลูชั่นการค้าและการชำระเงินดิจิตอลที่เชื่อถือได้แก่ลูกค้าทั่วโลก ประกาศว่า บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระดับโลกในปี 2559 ด้วยนวัตกรรม Tokenization, Remittance, PayEase Payment Gateway, MNO รวมถึงโซลูชั่น Retail and Bank mobile Software as a Solution (SaaS)

ท็อดด์ แบรดลีย์ ซีอีโอของ Mozido กล่าวว่า “เราได้นำเสนอโซลูชั่น Tokenization ให้แก่ธนาคารหลายแห่งในไต้หวัน ทั้งยังนำเสนอบริการ PayEase Payment Gateway ในเกาหลีใต้ รัสเซีย และจีน นอกจากนั้นยังมีจำนวนผู้ใช้โซลูชั่นการค้าปลีกบนมือถือเพิ่มขึ้นอย่างมากในยุโรป และยังมีการเปิดตัวบริการโอนเงินระหว่างประเทศในศรีลังกาด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของ Mozido ในการดำเนินงานตามกลยุทธ์การขยายธุรกิจระดับโลกในปีนี้ ความสำเร็จทางการค้าผนวกกับความสามารถของทีมงานได้ส่งผลให้เราเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีนี้และปีต่อๆไป”

ก่อนหน้านี้ Mozido เปิดเผยว่า ธนาคาร 14 แห่งในกลุ่ม Taiwan Mobile Payment Co (TWMP) ได้เลือกใช้เทคโนโลยีชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ HCE ของบริษัท ส่วนธนาคารที่เหลืออีก 12 แห่งในกลุ่มจะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวภายในปีนี้ โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ลูกค้าของ TWMP สามารถชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือที่รองรับ NFC SE หรือผ่านทางระบบคลาวด์ได้ ทั้งนี้ TWMP เป็นองค์กรใหญ่รายแรกๆของโลกที่นำเทคโนโลยี HCE มาใช้ และเป็นลูกค้ารายแรกที่ให้บริการด้วยHCE ของ Mozido

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา PayEase ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Mozido และเป็นผู้นำด้านการชำระเงินในจีน ได้ร่วมมือกับ KG Inicis ผู้ให้บริการชำระเงินชั้นนำของเกาหลีใต้ เพื่อให้บริการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคในประเทศจีนและเกาหลีใต้ นับเป็นการขยายบริการให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ให้บริการแก่ลูกค้าในหลายภาคส่วน ทั้งรัฐบาล ธนาคาร มหาวิทยาลัย และบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ติดอันดับ Fortune 500 อาทิ Apple, Amazon, Nike, Korean Air, HP, Burberry, D&G, Bally, Armani, TravelZoo, peerTransfer, Loro Piana, Nespresso, H&M, Yoox, China Telecom ตลอดจนบริษัทหลายแห่งในรัสเซีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ในช่วงต้นปี 2559 Mozido ยังได้เปิดตัวบริการโอนเงินระหว่างสหรัฐอเมริกาและศรีลังกา โดยลูกค้าของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ Dialog, Etisalat และ Hutch ในศรีลังกาที่ลงทะเบียนกับ eZ Cash บริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือระหว่างประเทศรายแรกของโลก จะสามารถรับเงินที่โอนมาจากต่างประเทศผ่านทางบริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือของ eZ Cash

ไมเคิล ลิเบอร์ตี ผู้ก่อตั้งและประธานฝ่าย Strategic Global Initiatives ของ Mozido กล่าวว่า ความเป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ของท็อดด์ แบรดลีย์ และทีมงานคุณภาพของ Mozido ได้มอบบริการทางการเงินที่ครอบคลุมให้แก่ลูกค้าหลายล้านรายทั่วโลก และเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของ Mozido ให้กลายเป็นความจริง ผมจะเฝ้าดู Mozido ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการดำเนินงานและการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อมอบบริการทางการเงินที่สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลก

เกี่ยวกับ Mozido

Mozido ให้บริการโซลูชั่นการค้าและการชำระเงินดิจิตอลที่เชื่อถือได้แก่ลูกค้าทั่วโลก ซึ่งรวมถึงโซลูชั่นระบบคลาวด์ที่มีความคุ้มค่า โซลูชั่นของ Mozidoทำงานร่วมกันได้ดีกับเครือข่ายไร้สายและอุปกรณ์มือถือทุกประเภท ทั้งยังสามารถผสานเข้ากับโฆษณา ข้อเสนอพิเศษ และผลิตภัณฑ์อื่นๆจากบุคคลที่สามได้อย่างง่ายดาย Mozido ดำเนินธุรกิจและให้บริการในสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย แอฟริกา ศรีลังกา ตะวันออกกลาง ยุโรป และละตินอเมริกา โดยพร้อมช่วยเหลือลูกค้าในการบริหารการเงิน การชำระเงิน และบริการอื่นๆผ่านโทรศัพท์มือถือ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ mozido.com หรือติดตามเราได้ทางทวิตเตอร์ @Mozido

ติดต่อ

แวน ลีห์

รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดของ Mozido

โทร. 512-518-2200

ผู้แทนจากทั่วโลกร่วมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่งาน Silk Road International Culture Expo ในเมืองตุนหวง มณฑลกานซู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หลานโจว, จีน–21 ก.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          ผู้แทนจาก 85 ประเทศ องค์กรนานาชาติ 5 แห่ง และสถาบันต่างประเทศ 66 แห่ง เข้าร่วมงานนิทรรศการวัฒนธรรมนานาชาติเส้นทางสายไหม (Silk Road International Culture Expo) ณ เมืองตุนหวง มณฑลกานซู ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งเปิดฉากขึ้นแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

          นายเหลียง หยานชุน รองผู้อำนวยการของงานนี้เผยว่า งานซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน จะประกอบไปด้วยการประชุมสุดยอด การประชุมย่อย 5 งาน และการประชุมพิเศษอีก 5 งาน เพื่อหารือในประเด็นต่างๆ อันจะนำมาซึ่งข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความร่วมมือระหว่างรัฐบาล

          ผลงานราว 8,000 ชิ้นที่นำมาจัดแสดงในงานนี้จะมุ่งสะท้อนถึงความสำเร็จด้านวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ มากกว่า 60 ประเทศบนเส้นทางสายไหมยุคใหม่ หรือ Belt and Road โดยงานนี้ถือเป็นเทศกาลวัฒนธรรมนานาชาติเพียงงานเดียวที่จัดขึ้นสำหรับประเทศที่ตั้งอยู่ตามเส้นทาง Belt and Road โดยเฉพาะ

          มณฑลกานซูเตรียมลงนามข้อตกลง 10 ฉบับ ร่วมกับประเทศและองค์กรนานาชาติที่เข้าร่วมงานนี้ ตลอดจนข้อตกลงความร่วมมือทางวัฒนธรรมประมาณ 90 ฉบับ มูลค่ากว่า 1 แสนล้านหยวน (1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)

          ที่มา: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการบริหาร งานนิทรรศการวัฒนธรรมนานาชาติเส้นทางสายไหม (ตุนหวง) 

          ลิงค์ภาพประกอบ:

           http://asianetnews.net/view-attachment?attach-id=276305 

 

           http://asianetnews.net/view-attachment?attach-id=276306

Human เปิดพรีออเดอร์ “Sound” หูฟังอัจฉริยะที่ทั่วโลกรอคอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซีแอตเทิล–21 ก.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Human แบรนด์อุปกรณ์ออดิโอที่เติบโตเร็วที่สุดบนโซเชียลมีเดีย เผยรายละเอียดของหูฟังดีไซน์เหนือชั้น ฟังก์ชั่นเพียบ พร้อมเปิดพรีออเดอร์

Human(TM) ประกาศว่า หูฟัง Sound Program(TM) ที่ทุกคนรอคอย เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้วทั่วโลก

 

Human Sound Program(TM) (PRNewsFoto/Human, Inc.)

รูปภาพ http://photos.prnewswire.com/prnh/20160913/409622

Sound(TM) คือวิวัฒนาการใหม่ของอุปกรณ์ออดิโอส่วนบุคคล ด้วยดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหูของมนุษย์ พร้อมฟีเจอร์ที่เหนือกว่าหูฟังทั่วไป เทคโนโลยีนี้ถือกำเนิดขึ้นจากการค้นพบว่า หูฟังส่วนใหญ่มีดีไซน์ล้าสมัยและไม่ค่อยกล้าพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ดังนั้น แทนที่จะผลิตหูฟังใหญ่เทอะทะหรือหูฟังแบบเอียร์บัดที่มักจะหลุดหาย Human จึงเลือกที่จะสร้างสรรค์หูฟังดีไซน์ใหม่ที่ครอบหูได้อย่างสบายและไม่หลุด ผสานเข้ากับฟังก์ชั่นการทำงานอันเหนือชั้นเสมือนเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย

Human มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่ายแต่ล้ำด้วยเทคโนโลยี โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ หูฟังรุ่นนี้จึงไม่มีปุ่มกด แต่ใช้การเคลื่อนไหวของมือในการควบคุม วิธีเก็บก็แสนง่ายเพียงแค่ประกบหูฟังสองข้างแม่เหล็กก็จะดูดติดกัน ถ้าจะเปิดใช้งานก็แยกหูฟังออกจากกันและนำมาครอบหู นอกจากนี้ เพลงจะหยุดอัตโนมัติเมื่อถอดหูฟังออกจากหูและประกบหูฟังเข้าหากัน ผู้ฟังสามารถเล่นเพลง หยุดเพลง เปลี่ยนเพลง ปรับระดับเสียง รับสายเข้า และจับคู่กับอุปกรณ์อื่นผ่านBluetooth ได้ เพียงแตะพื้นผิวด้านนอกของหูฟัง และสามารถชาร์จหูฟังได้บนแท่นชาร์จไร้สาย

สิ่งที่ทำให้ Sound เป็นมิติใหม่ของหูฟังคือความสมบูรณ์แบบของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยนอกเหนือจากฟังก์ชั่นออดิโอหลักๆ รวมถึงระบบควบคุมด้วยการสัมผัสและดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครแล้ว ยังมาพร้อม 3 ฟีเจอร์เด่นที่รวมไว้ในระบบเดียว ได้แก่

– Social(TM) ยกระดับการแชร์เพลงไปอีกขั้นด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ฟังสามารถแชร์และฟังเพลงไปพร้อมๆกับคนรอบข้างได้

– Fade(TM) ตัดหรือเพิ่มเสียงสภาพแวดล้อมภายนอก ด้วยระบบควบคุมเสียงโดยรอบที่สามารถตัดเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะเดียวกันก็สามารถใช้ไมโครโฟนที่ฝังอยู่ในหูฟังในการเพิ่มระดับเสียงสภาพแวดล้อมโดยรอบได้เช่นกัน โดยสั่งการด้วยการสัมผัส

– Amplify(TM) เปลี่ยนหูฟังให้กลายเป็นลำโพงกระจายเสียงด้วยการวางหูฟังสองข้างไว้ด้วยกัน โดยให้เสียงที่ดังและคมชัดกว่าลำโพงมือถือทั่วไป และดีกว่าลำโพง Bluetooth(R) หลายๆรุ่น นอกจากนั้นยังสามารถประสานการทำงานของหูฟังหลายๆคู่เพื่อเล่นเสียงจากแหล่งเดียวกันพร้อมกัน ทำให้เสียงกระหึ่มไปทั่วห้อง

นอกจากนี้ Human ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้ารอบพรีเซลที่มีจำนวนจำกัด สามารถร่วมทดสอบฟีเจอร์อื่นๆเพิ่มเติม ได้แก่

– Speak(TM) นวัตกรรมการแปลภาษาทันทีระหว่างการสนทนา ด้วยระบบแปลภาษาของ Sound

– Active(TM) เทคโนโลยีไบโอเมตริกขั้นสูงที่จะยกระดับการติดตามไบโอเมตริกไปอีกขั้น

– Sleep(TM) หูฟังรุ่นนี้มีรูปลักษณ์เป็นธรรมชาติ ผู้ใช้จึงสามารถใส่หูฟังนอนหลับได้สบาย และยังมีจังหวะช่วยในการนอนหลับช่วง REM ระบบติดตามรอบการนอนในโหมดพลังงานต่ำ และสามารถตั้งเพลงปลุกได้ด้วย

Sound เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้วทาง IndieGogo(R) ในราคาพิเศษฉลองวันเปิดตัว พร้อมของรางวัลในเวลาและจำนวนจำกัด

เบ็น วิลลิส ผู้ร่วมก่อตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี กล่าวว่า เรารู้สึกยินดีและตื่นเต้นที่ได้เปิดให้พรีออเดอร์ Sound Program ผ่านทาง IndieGogo(R) และภาพของหูฟังที่เรามองว่าล้ำสมัยกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

Human ได้เลือกให้ IndieGogo(R) เป็นพาร์ทเนอร์ในการเปิดขายรอบพรีเซล เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมผู้นำเทรนด์ IndieGogo(R) ได้ช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีหน้าใหม่สามารถเริ่มต้นธุรกิจและเติบโตต่อไปได้ นอกจากนั้นยังมีแนวทางการระดมทุนที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์และลูกค้าเป็นหลักด้วย

โจ ดีเทอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กล่าวว่า อนาคตของอุปกรณ์ออดิโอมีมากกว่าแค่หูฟังไร้สาย ตลอดเวลาที่ผ่านมา วงการหูฟังไม่กล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆ และทำได้แค่เพียงพัฒนาระบบเสียงไปทีละน้อย แต่ Human ก้าวกระโดดด้วยการสร้างสรรค์หูฟังเพื่อการสื่อสารและรับฟังเสียงในรูปแบบใหม่ที่เหนือกว่าหูฟังทั่วไป ผสานเข้ากับดีไซน์อันล้ำสมัยพร้อมฟีเจอร์อันทรงพลัง

Human เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากการรวบรวมทีมวิศวกรและนักออกแบบจากบริษัทชั้นนำอย่าง Microsoft(R), Amazon(R) และ Google(R) เพื่อทำให้เทคโนโลยีนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

Human ก่อตั้งขึ้นโดยทีมนักออกแบบและวิศวกรจากแถบแปซิฟิกนอร์ทเวสต์ โดยได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนกลุ่มแรกๆของ Amazon(R) และ Apple(R)โดย Human เป็นบริษัทผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีที่มอบพลังให้กับทุกคน และเน้นออกแบบผลิตภัณฑ์ตามจุดประสงค์การใช้งานเป็นหลัก โปรเจคแรกของ Humanคือเทคโนโลยีระบบเสียง-การสื่อสารที่มีชื่ออันเรียบง่ายว่า “Sound” และบริษัทตั้งใจว่าจะริเริ่มโปรเจคอื่นๆ เพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับมนุษย์ต่อไป

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Human ได้ที่ http://www.humaninc.com/ หรือติดตามเราได้ทาง Instagram(R) และ Facebook(R)

Human(TM), Sound(TM), Sound Program(TM), Social(TM), Fade(TM), Amplify(TM), Speak(TM), Active(TM) และ Sleep(TM) เป็นเครื่องหมายการค้าของHuman, Incorporated ในสหรัฐอเมริกา และ/หรือประเทศอื่นๆ ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ 

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน

Mimi Newman

อีเมล: mimi@humaninc.com

โทร. +1 323-829-3332

เปิดฉากการประชุม “Sweden – Southeast Asia Business Summit” มุ่งส่งเสริมความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างสวีเดน-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–21 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

การประชุม “Sweden – Southeast Asia Business Summit” ภายใต้ความร่วมมือของสถานทูตสวีเดนและสถานทูตสิงคโปร์ ได้เปิดฉากขึ้นแล้วในวันนี้ โดยมีบริษัทสัญชาติสวีเดนราว 600 แห่งจากภาคส่วนต่างๆ ตั้งแต่ภาคการบริการ การผลิต ไปจนถึงการค้าปลีก มารวมตัวกันที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์โลกแห่งอนาคต

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160915/8521605880

Mr. Mikael Damberg รัฐมนตรีกระทรวงวิสาหกิจและนวัตกรรมแห่งสวีเดน

Mr. Mikael Damberg รัฐมนตรีกระทรวงวิสาหกิจและนวัตกรรมแห่งสวีเดน ระบุว่า “โอกาสทางการค้าระหว่างสวีเดนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเป็นไปได้อย่างมหาศาล จำนวนประชากรที่มีมากกว่า 650 ล้านคนและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง ได้ส่งผลให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก นอกจากนี้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีจำนวนแรงงานมากเป็นอันดับ 3 และยังเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก อีกทั้งกลุ่มประเทศในภูมิภาคยังมีแผนที่จะลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจในอนาคตอันใกล้นี้”

นวัตกรรมของสวีเดน

สวีเดนเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมมากมายที่ช่วยเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นไม้ขีดไฟที่ช่วยจุดเทียนให้สว่างไสว เข็มขัดนิรภัยที่ช่วยชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน หรือเครื่องกระตุ้นหัวใจที่ช่วยต่ออายุของคนหลายล้าน อีกทั้งยังมีโปรแกรมสื่อสารอย่าง Skype บริการฟังเพลงออนไลน์อย่าง Spotify และเกมสุดฮิตอย่างMinecraft ด้วย

ดัชนี Innovation Union Scoreboard 2016 ซึ่งเผยแพร่โดยคณะกรรมาธิการยุโรป ได้จัดอันดับให้สวีเดนเป็นประเทศผู้นำด้านนวัตกรรมในหมู่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เนื่องจากสวีเดนมีประวัติอันยาวนานในฐานะนักประดิษฐ์ มีสภาพสังคมที่เอื้อต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ มีการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ และมีความเชื่อมั่นในปัจเจกชน นอกจากนั้นยังมีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างสถาบันวิจัย ภาคเอกชน และภาครัฐ จนก่อกำเนิดเป็นองค์กรระดับโลกอย่างEricsson, Scania และ Volvo

ขณะเดียวกัน ดัชนี Global Innovation Index 2016 ของ INSEAD Business School ได้จัดอันดับให้สวีเดนเป็นประเทศแห่งนวัตกรรมอันดับ 2 ของโลก เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศที่ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนก่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆและผลผลิตที่แท้จริง ซึ่งสวีเดนมีความแข็งแกร่งทั้งในด้านศักยภาพการผลิตและการเปิดรับนวัตกรรม

Mr. Mikael Damberg กล่าวว่า “จุดมุ่งหมายของการประชุม Sweden – Southeast Asia Business Summit คือ การเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้บริษัทสัญชาติสวีเดนได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโอกาสการทำธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือระหว่างบริษัทต่างๆในทุกภาคส่วน”

สำหรับผู้แทนคนสำคัญจากภาคการเมืองและภาคธุรกิจของสวีเดนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย Mr. Mikael Damberg รัฐมนตรีกระทรวงวิสาหกิจและนวัตกรรมของสวีเดน, Mr. Lim Hng Kiang รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของสิงคโปร์, Mrs.Ylva Berg ซีอีโอของ Business Sweden หรือสภาส่งเสริมการค้าและการลงทุนแห่งสวีเดน, Mr. Marcus Wallenberg ประธานบอร์ดบริหาร SEB และ Mr. Piyush Gupta ซีอีโอและกรรมการบริษัท DBS Group รวมถึงตัวแทนท่านอื่นๆอีกมากมาย

การประชุม “Sweden – Southeast Asia Business Summit” เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของ “Team Sweden” ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันประกอบด้วยสถานทูตสวีเดน สภาส่งเสริมการค้าและการลงทุนแห่งสวีเดน ตลอดจนสมาคมผู้ประกอบธุรกิจและหอการค้าในแต่ละประเทศ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Catharina Jevrell

            หัวหน้าฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์

อีเมล: catharina@jevrell.se

โทร. +65-85024237

เว็บไซต์: www.sweden-sea.com/press

MSLGROUP เปิดตัวแพลตฟอร์มทรงอิทธิพลล่าสุดที่จะพลิกนิยามอิทธิพลในวงการตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–20 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– บริการใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Publicis Communications และ Publicis Media

MSLG ROUP ร่วมมือกับ Publicis Communications และ Publicis  Media เปิดตัวแพลตฟอร์มแสดงประสิทธิภาพของอิทธิพลที่มีต่อผลกระทบ (influence-to-impact) เพื่อส่งมอบศักยภาพที่แท้จริงของอิทธิพลที่มีต่อการทำตลาดและชื่อเสียงได้ตามความต้องการ ภายหลังจากที่การใช้ประโยชน์ส่วนผสมทางการตลาดน้อยเกินไป โดยโซลูชั่น Conversation2Commerce เป็นบริการที่นำเสนอความเชี่ยวชาญด้าน Earned media และอิทธิพลของ MSLGROUP เป็นหลัก ท่ามกลางความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีระดับชั้นนำจาก Publicis Communications และ Publicis Media

MSLGROUP Logo / In response to the underutilization of influence in the marketing mix, MSLGROUP, in conjunction with Publicis Communications and Publicis Media, has launched an influence-to-impact performance platform to better deliver the true potential of influence in marketing and reputation at scale. (PRNewsFoto/MSLGROUP)

In response to the underutilization of influence in the marketing mix, MSLGROUP, in conjunction with Publicis Communications and Publicis Media, has launched an influence-to-impact performance platform to better deliver the true potential of influence in marketing and reputation at scale. (PRNewsFoto/MSLGROUP)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160919/409445LOGO

Arthur Sadoun ซีอีโอของศูนย์กลาง Publicis Communication กล่าวว่า “ด้วยอิทธิพลของลูกค้า สื่อ และผู้ถือหุ้นที่มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจ การประชาสัมพันธ์จึงมีหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการทำตลาดและการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ และด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของ MSLGROUP เข้ากับ Publicis Shopper,สื่อและแบรนด์ที่สร้างสรรค์ เราจึงสามารถพัฒนาโซลูชั่นที่ทันสมัยเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ขับเคลื่อนการจดจำแบรนด์และการค้าด้วยมาตรฐานการควบคุม การชี้วัด และการตั้งเป้าหมายที่ไม่เคยใช้ใน Earned media มาก่อน”

โซลูชั่นใหม่ระดับโลกที่กำกับดูแลโดย Erin Lanuti หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านอิทธิพลแห่ง MSLGROUP นั้น ช่วยส่งมอบบริการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ และยังสามารถระบุถึงสิ่งที่เป็นอิทธิพล การสร้างคอนเทนต์และไอเดีย การตั้งเป้าหมาย การเผยแพร่ และการชี้วัด ซึ่งโซลูชั่นดังกล่าวประกอบด้วยข้อมูลของประสิทธิภาพทางการตลาดระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม เทคโนโลยีและการวิเคราะห์ที่ โปร่งใส ประเมินได้ และตรวจสอบได้มากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนอิทธิพลและผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ของแบรนด์ให้สูงขึ้น นอกจากนี้ บริการดังกล่าวยังจะก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องด้วยการพัฒนาข้อมูล เทคโนโลยี และช่องทางต่างๆ ขณะนี้ โซลูชั่นดังกล่าวให้บริการผ่าน MSLGROUP รวมถึง Publicis Communications และ Publicis Media

Guillaume Herbette ซีอีโอ MSLGROUP ทั่วโลก กล่าวว่า “ภายใต้ความเป็นผู้นำของ Erin เราได้ผสานโซลูชั่นแบบผนวกรวมที่กำจัดอุปสรรคเดิมๆที่ขัดขวางสิ่งที่สร้างอิทธิพลของการทำตลาดและการสื่อสารทางกลยุทธ์ การดำเนินงานระดับโลกครั้งนี้มีประสิทธิภาพในการพลิกนิยามการใช้อิทธิพลในการทำตลาดและการสื่อสาร อีกทั้งยังก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีแก่ลูกค้าของเราทั่วโลก เราต้องการให้ธุรกิจแบบ C2C หรือผู้บริโภคกับผู้บริโภคก้าวหน้าต่อไป”

เกี่ยวกับ MSLGROUP

MSLGROUP คือเครือข่ายด้านความผูกพันและการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ของ Publicis Groupe และเป็นผู้ให้คำแนะนำด้านกลยุทธ์การสื่อสารทุกด้าน ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์ลูกค้าจนถึงการสื่อสารด้านการเงิน, กิจการสาธารณะจนถึงการจัดการความมีชื่อเสียง และการสื่อสารเชิงวิกฤติ ตลอดจนการตลาดและงานอีเวนท์เชิงประสบการณ์ นอกจากนี้ MSLGROUP ยังเป็นเครือข่ายประชาสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เติบโตอย่างรวดเร็วในจีนและอินเดีย ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 3,000 คน และสำนักงานเกือบ 100 แห่งทั่วโลก ทั้งนี้ เครือข่ายได้ให้บริการวางแผนและให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ การคิดวิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลเชิงลึก ไอเดียที่น่าสนใจ และการดำเนินงานอย่างสมบูรณ์แบบ

mslgroup.com | Twitter | Facebook | LinkedIn | YouTube | Slideshare | Pinterest

เกี่ยวกับ Publicis Groupe – พลังแห่งความเป็นหนึ่ง

Publicis Groupe [Euronext Paris FR0000130577, CAC 40] เป็นผู้นำระดับโลกด้านการตลาด การสื่อสาร และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ด้วยการดำเนินงานที่ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด ตั้งแต่การให้คำปรึกษาจนถึงการสร้างสรรค์และการผลิต Publicis Groupe  ได้มอบต้นแบบที่ครอบคลุม เป็นหนึ่งเดียว และมั่นคงให้แก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงความเชี่ยวชาญและเครื่องมือทั้งหมดของ Groupe จากทั่วโลก โดย Publicis Groupe จัดตั้งขึ้นครอบคลุมศูนย์กลางแห่งโซลูชั่น 4 แห่ง ได้แก่ Publicis Communications, Publicis Media, Publicis. Sapient และ Publicis Health ศูนย์กลางโซลูชั่นเหล่านี้ดำเนินงานในตลาดที่สำคัญหลายแห่งและนำไปใช้ในตลาดทั้งหมดโดย Publicis One ซึ่ง Publicis One คือบริการผสมผสานเต็มรูปแบบที่นำเสนอความเชี่ยวชาญของ Groupe ให้แก่ลูกค้าทั้งหมดได้ในหนึ่งเดียว ทั้งนี้ Publicis Groupe มีผู้เชี่ยวชาญเกือบ 80,000 ราย และดำเนินงานในกว่า 100 ประเทศ 

publicisgroupe.com | Twitter: @PublicisGroupe | Facebook: facebook.com/publicisgroupe | LinkedIn: Publicis Groupe | youtube.com/user/PublicisGroupe | Viva la Difference!