“จูบิแลนท์ ไบโอซิส” เสริมทัพผู้นำด้วยการแต่งตั้งผู้บริหาร 2 ตำแหน่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบงกาลูรู–20 ..–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

จูบิแลนท์ ไบโอซิส จำกัด ผู้นำด้านการค้นคว้ายา ประกาศแต่งตั้งผู้บริหาร 2 ตำแหน่งใหม่ ได้แก่ คุณสตีเวน ฮัตชินส์ ดำรงตำแหน่งประธาน และ ดร.ทาเคชิ ยูระ ดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายเภสัชเคมี

 Jubilant Biosys and Sanofi Deutschland GmbH Enter Into a Strategic Alliance Focusing on Metabolic Disorders Therapeutic Area / Jubilant Biosys Ltd. Logo

Jubilant Biosys Ltd. Logo

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160107/783587 )

สตีเวน ฮัตชินส์ จะนำประสบการณ์และความเป็นผู้นำด้านเภสัชกรรมและการดูแลสุขภาพที่สั่งสมมานาน 26 ปีมาสู่จูบิแลนท์ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ด้านการพัฒนาธุรกิจ การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ นอกจากนี้ เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารอาวุโสที่เมอร์ค, ไบโอดูโร, อู๋ซีแอพเทค, และอีโวเทค โดยเป็นผู้นำในด้านการพัฒนากลยุทธ์ การขายและการตลาดร่วมกับพันธมิตรรายสำคัญ

ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับตำแหน่งประธานกลุ่มจูบิแลนท์ ดรัก ดิสคัฟเวอรี โซลูชั่นส์ ซึ่งประกอบไปด้วยจูบิแลนท์ ไบโอซิส, จูบิแลนท์ เคมซิส, และจูบิแลนท์ ดิสคัฟเวอรี เซอร์วิส ตลอดชีวิตการทำงานของผม ผมได้เฝ้ามองพลังของความร่วมมือในการคิดค้นยา ทั้งในมุมมองของนักวิทศาสตร์และผู้นำธุรกิจ ซึ่งการผสมผสานของทั้ง 2 มุมมองนี้ทำให้เกิดภาพตัดของกลยุทธ์ที่จะนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ ผมตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกับทีม ลูกค้า และหุ้นส่วนด้านการวิจัย เพื่อนำความสำเร็จทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และการพาณิชย์มาสู่ส่วนต่างๆของบริษัทสตีเวน ฮัตชินส์ ประธานจูบิแลนท์ ไบโอซิส กล่าว

ดร.ทาเคชิ ยูระ มีประสบการณ์ในวงการเภสัชเคมีและเคมีอินทรีย์ยาวนาน 28 ปี เคยดำรงตำแหน่งทางวิทยาศาสตร์หลายตำแหน่งในบริษัท ทานาเบะ ไซยาคุ, ไบเออร์ ยาคุฮิน, ไฟเซอร์ นาโกยะ ลาบอราทอรี่, และบริษัทดิชแมน เจแปน จำกัด ทั้งนี้ ก่อนที่จะมาร่วมงานกับจูบิแลนท์ เขาดำรงตำแหน่งผู้นำอาวุโสของบริษัทเอเอ็มอาร์ไอ ในฐานะรองประธานฝ่ายบริการค้นคว้าและพัฒนาประจำเอเชีย และผู้จัดการทั่วไปประจำศูนย์วิจัยในสิงคโปร์

ดร.ทาเคชิ ยูระ รองประธานจูบิแลนท์ ไบโอซิส (ฝ่ายเภสัชเคมี) กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมงานกับจูบิแลนท์ ไบโอซิส ผู้นำด้านบริการการค้นคว้ายา สมรรถภาพของจูบิแลนท์ ไบโอซิส ถือว่าอยู่ในจุดที่เยี่ยมยอด และผมก็หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทเติบโตขึ้นไปอีก ด้วยการมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั่วโลก

ด้วยการแต่งตั้งผู้บริหารทั้ง 2 ตำแหน่งในครั้งนี้ จูบิแลนท์มุ่งมั่นที่จะขยายการบริการให้ครอบคลุมทั่วโลก ค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำของหุ้นส่วนความร่วมมือสำหรับโซลูชั่นการค้นคว้ายา และกรรมสิทธิ์ในนวัตกรรมของบริษัท

เกี่ยวกับจูบิแลนท์ ดรัก ดิสคัฟเวอรี่ โซลูชั่นส์ (JDDS): 

JDDS ประกอบด้วย จูบิแลนท์ ไบโอซิส, จูบิแลนท์ เคมซิส, และจูบิแลนท์ ดิสคัฟเวอรี เซอร์วิส มีที่ทำการอยู่ในเมืองเบงกาลูรู และนอยดาในอินเดีย และเมืองมัลเวิร์นในสหรัฐอเมริกา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jubilantbiosys.com; http://www.jchemsys.com; http://www.jubl.com

สื่อมวลชนติดต่อ:

Sudhakar Safaya

sudhakar_safaya@jubl.com

Neha Garg

Neha_garg@jubl.com

ที่มา: Jubilant Biosys Ltd

รายงานการคาดการณ์ระดับโลกชี้ทุกภาคส่วนต้องลงมือทำเป็นพิเศษ หากต้องการประสบความสำเร็จในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–20 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          โลกใบนี้ของเราจะประสบความสำเร็จในการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ครบทั้ง 17 ประการตามที่องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดไว้ภายในปี 2573 หรือไม่? และภาคธุรกิจจะสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำในการดำเนินการด้านนี้ได้อย่างไรบ้าง? กลุ่ม DNV GL ได้เริ่มต้นหาคำตอบให้กับคำถามที่สำคัญทั้ง 2 ข้อนี้โดยใช้วิธีการคาดการณ์อนาคตของโครงการ ‘Spaceship Earth’ ของเรา ซึ่งรายงานดังกล่าวสรุปไว้ว่า แม้ว่าเป้าหมายต่าง ๆ ที่ตั้งไว้อาจจะมีความคืบหน้าเป็นอย่างดีในหลายภูมิภาคทั่วโลก แต่การดำเนินการอาจจะยังคงไม่เร็วพอ หรือมีน้ำหนักพอ หรือแม้กระทั่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังมีเวลาเพียงพอที่จะเริ่มต้นโครงการ ‘Spaceship Earth’ ใหม่ นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังได้มีการพูดถึงบริษัทชั้นนำระดับโลกจำนวน 17 บริษัทที่ขับเคลื่อนความก้าวหน้าอันจะนำไปสู่เป้าหมายที่ UN ได้กำหนเไว้ 

          – สามารถดูพิธีเปิดที่สำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติได้ที่นี่ http://bit.ly/2ddwyFI  

          – เว็บไซต์โครงการ Spaceship Earth และดาวน์โหลดรายงานของได้ที่ https://www.dnvgl.com/technology-innovation/spaceship-earth/index.html 

          – ข้อสรุปที่สำคัญต่าง ๆ http://bit.ly/2cWp0F8  

          – รูปภาพ: http://bit.ly/2ck04JO  

          หลังจากที่ได้มีการเปิดตัว SDG มาเป็นเวลา 1 ปี หน่วยงานทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐบาล องค์กรต่าง ๆ รวมไปถึงบุคลากรทั่วโลกต่างได้เริ่มทำงานเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายระดับโลกที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ดี การคาดการณ์อนาคตของ Spaceship Earth นั้น ชี้ให้เห็นว่า จะไม่มีเป้าหมายใดที่จะสามารถบรรลุได้ ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิภาคใดบนโลกใบนี้ และจะไม่มีภูมิภาคใดที่มีความก้าวหน้ามากพอต่อการเดินไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ซึ่งระดับของความท้าทายนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน และต้องการการลงมือเป็นพิเศษในทันที

ภาคธุรกิจถือเป็นภาคที่มีจุดยืนที่แตกต่างที่จะสามารถช่วยขับเคลื่อนให้เกิดความคืบหน้าได้อย่างดีเยี่ยม รายงานฉบับดังกล่าวได้มีการเน้นถึงบริษัทระดับโลก 17 แห่งที่เริ่มจะมีความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมาย SDG แล้ว ซึ่งประกอบด้วย บริษัท Tata บริษัท Danone บริษัท HiTechnologies บริษัท ARM บริษัท Symantec บริษัท Grundfos  บริษัท SolarWorld บริษัท NYK บริษัท Hydro บริษัท Safaricom บริษัท Siemens บริษัท Marks & Spencer บริษัท Iberdrola บริษัท Cermaq บริษัท APP บริษัท Calvert Investments และบริษัท Unilever ซึ่งบริษัทผู้บุกเบิกเหล่านี้กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน โดยมีการใช้นวัตกรรม การจัดตั้งพันธมิตร และการบริหารจัดการโมเดลธุรกิจของตน ซึ่งเป้าหมายสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้กลายมาเป็นต้นแบบในการกำหนดและปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของบรรดาบริษัทต่าง ๆ 

          Remi Eriksen ประธานและซีอีโอของ DNV GL กล่าวว่า “ส่วนใหญ่แล้ว ธุรกิจล้วนต้องใช้เทคโนโลยี บุคลากร และกระบวนการต่าง ๆ เพื่อสร้างสีสันให้กับโลก ดังนั้น ความท้าทายจึงไม่ใช่เครื่องมืออัจฉริยะ แต่คือการเลือกใช้โซลูชั่นต่างๆ ที่ถูกนำมาเสนอและริเริ่มใช้งาน ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่นำมาชี้วัดการดำเนินงาน” 

          การเปิดตัวรายงานการคาดการณ์ครั้งจัดขึ้นพร้อมกันกับการเปิดตัวข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ก การเป็นเจ้าภาพร่วมกันระหว่างกลุ่มส่งเสริม SDG ของเลขาธิการ UN และ Erna Solberg นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ เป็นการนำเสนอรายงานที่มาจากในช่วงสัปดาห์ของการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติวาระที่ 71 

          ติดต่อ 

          Svein Inge Leirgulen

          หัวหน้าฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์ของ DNV GL Group

          มือถือ:  +47-977-23-13

          อีเมล: Svein.Inge.Leirgulen@dnvgl.com  

          ที่มา: กลุ่ม DNV GL

Opera เปิดตัวบริการ VPN ฟรี พร้อมใช้งานทันทีในเบราว์เซอร์เดสก์ทอป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออสโล, นอร์เวย์ – 20 ก.ย. – พีอาร์นิวส์ไวร์-เฟิร์สต์คอลล์/อินโฟเควสท์

            – VPN ควรเป็นเครื่องมือพื้นฐานสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคน

            Opera เปิดให้บริการ VPN ที่ใช้งานง่าย ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่บันทึกประวัติการใช้งาน พร้อมใช้งานได้ทันทีที่เบราว์เซอร์เดสก์ท็อปของ Opera ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทำให้ Opera กลายเป็นเบราว์เซอร์แรกที่ติดตั้ง VPN มาในตัว

 

Free, unlimited VPN now available in Opera desktop browser (PRNewsFoto/Opera Software AS)

            (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160919/409130 )

            ถ้าทุกคนรู้ว่าจริงๆแล้วอินเทอร์เน็ตทำงานยังไง ผมเชื่อว่าเขาใช้ VPN ไปนานแล้วคริสตัน โคลอนดรา รองประธานอาวุโส เบราว์เซอร์ Opera สำหรับคอมพิวเตอร์กล่าว เราหวังว่า จากการที่เราทำ VPN ให้ใช้ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย จะทำให้ VPN กลายเป็นเครื่องมือจำเป็นสำหรับผู้ใช้ทุกคน เช่นเดียวกับอุปกรณ์ล็อกและกุญแจที่ทุกบ้านต้องมี

            เมื่อเปิดใช้งานเรียบร้อยแล้ว VPN ของ Opera จะเชื่อมต่ออย่างปลอดภัยกับที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ของ Opera ซึ่งมีอยู่ 5 แห่งด้วยกัน ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะแสดงตำแหน่งตัวเองในอินเทอร์เน็ตที่ใด ถือเป็นการยกระดับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอนเทนต์บนโลกอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น

            นอกจากนี้ เบราว์เซอร์ Opera ยังสามารถเลือกที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสมที่สุดให้กับผู้ใช้ได้อย่างชาญฉลาด โดยอิงจากหลายๆปัจจัย อาทิ ความเร็ว ความหน่วง ที่ตั้ง และความสามารถรองรับการใช้งานของเซิร์ฟเวอร์ สำหรับการใช้งาน VPN ในโหมดเลือกที่ตั้งอัตโนมัติ ระบบจะเลือกความเร็วสูงสุดเสมอในการท่องอินเทอร์เน็ต 

            ฟีเจอร์ VPN ของเบราว์เซอร์ Opera ได้รับการพัฒนาโดย SurfEasy ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ โดยฟีเจอร์นี้จะเชื่อมต่อเข้ารหัส AES 256 บิต กับที่ตั้งเสมือนของVPN ขณะเดียวกัน บริการนี้ยังไม่บันทึกประวัติการใช้งาน เท่ากับว่า Opera และ SurfEasy จะไม่เก็บประวัติการท่องอินเทอร์เน็ตใดๆของผู้ใช้ 

            เราทราบดีว่า ผู้ใช้กังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ และมีผู้ให้ความสนใจ VPN เพิ่มขึ้นคุณโคลอนดรากล่าว อย่างไรก็ตาม 2 ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ผู้ใช้หลีกเลี่ยงการใช้ VPN คือ การใช้งานที่ซับซ้อนเกินไป และการบังคับให้สมัครใช้งานรายเดือน ซึ่ง Opera สามารถแก้ปัญหา 2 ข้อนี้ได้ด้วยการนำเสนอบริการที่ไม่ค่าใช้จ่าย และการใช้งานที่ผ่านเบราว์เซอร์โดยตรง

            วิธีใช้ VPN ใน Opera เวอร์ชั่นคอมพิวเตอร์

            คลิกที่นี่เพื่อรับชมวิดีโอสาธิตการใช้ VPN บนเบราว์เซอร์ Opera

            หลังดาวน์โหลด Opera สำหรับเบราว์เซอร์คอมพิวเตอร์แล้ว สามารถเปิดใช้งาน VPN ได้อย่างง่ายดายด้วยการ

            – เข้าไปที่ Settings (หรือ “Preference” สำหรับเครื่อง Mac)

            – เลือก “Privacy & Security” จากนั้นกดปุ่มเปิด VPN ฟรี

            – ไอคอนชื่อ “VPN” จะปรากฏในเบราว์เซอร์ ตรงด้านซ้ายของช่องใส่ที่อยู่เว็บ จากตรงนั้นผู้ใช้สามารถเปิดการทำงานของ VPN และเลือกที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ตามความพอใจ 

            คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดเบราว์เซอร์ Opera

            แหล่งข่าว: Opera Software AS

Corus Entertainment ประกาศทำข้อตกลงส่ง 3 ซีรีย์คุณภาพ Buying the View, Masters of Flip และ Cheer Squad ออกอากาศในหลายประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โทรอนโต—20 ก.ย.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Corus ลงนามในข้อตกลงด้านคอนเทนต์กับ Discovery Channel เพื่อป้อนคอนเทนต์ให้กับช่อง TLC ในโปแลนด์ และช่อง DLife ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ รวมถึงทำข้อตกลงกับ A+E Networks UK สำหรับช่อง Lifetime(R) ในสหราชอาณาจักรและแอฟริกาใต้สะฮารา ตลอดจน Foxtel สำหรับช่อง LifeStyle YOU ในออสเตรเลีย

Masters of Flip สามารถรับชมได้แล้วในกว่า 90 ประเทศ รับชม Buying the View  ได้ในกว่า 60 ประเทศ และรับชม Cheer Squad  ได้แล้ววันนี้ในออสเตรเลีย

ด้วยรายการคอนเทนต์ระดับโลกที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง Corus Entertainment Inc. ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ขายไลฟ์สไตล์ซีรีย์ยอดนิยมของแคนาดาอย่างMasters of Flip และ Buying the View เพื่อออกอากาศในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงซีรีย์สารคดีไม่มีสคริปต์อย่าง Cheer Squad ในออสเตรเลีย

รายการคอนเทนต์ระดับพรีเมียมไม่มีสคริปต์ของเรายังคงโดนใจกลุ่มผู้ซื้อทั่วโลก ซึ่งตอกย้ำถึงการทำธุรกิจของบริษัทในฐานะผู้นำด้านการแพร่กระจายคอนเทนต์ระดับโลกจอห์น แม็คโดนัลด์ รองประธานอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์สำหรับผู้หญิงและไลฟ์สไตล์ของ Corus Entertainment กล่าว ด้วยรายการใหม่ๆที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เราจึงตั้งตารอการประกาศเปิดตัวเพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

MASTERS OF FLIP (26×60′)
ซีรีย์เรื่อง Masters of Flip สองซีซั่นแรกได้ถูกขายให้กับ Discovery Channel เพื่อออกอากาศทางช่อง TLC ในโปแลนด์และช่อง DLife ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA) และยังทำข้อตกลงกับ A+E Networks UK สำหรับช่องคอนเทนต์บันเทิง Lifetime(R) ในสหราชอาณาจักรและแอฟริกาใต้สะฮารา โดยCorus ได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่าได้ขายซีรีย์ Masters of Flip ให้กับ Nine Entertainment Co. (Nine Network) ในออสเตรเลีย (ซีซั่นหนึ่งและสอง) Life Inspired ในสิงคโปร์ ฮ่องกง/มาเก๊า ไต้หวัน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย/บรูไน (ซีซั่นหนึ่ง) Discovery Channel ในนอร์เวย์ (ซีซั่นหนึ่ง) และ Scripps Networks ในสหรัฐอเมริกา (ซีซั่นหนึ่ง) เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว Masters of Flip สามารถรับชมได้ในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก

Masters of Flip ไลฟ์สไตล์ซีรีส์ยอดนิยม ดำเนินรายการโดยสองพิธีกรมากพลังอย่างคอร์ทนีย์และเดฟ วิลสัน ซึ่งรับคำท้าในการแปลงโฉมบ้านที่มีสภาพทรุดโทรมของตน ให้กลายเป็นบ้านสำหรับครอบครัวในรูปลักษณ์ที่น่าทึ่งและเป็นที่ต้องการ สามีภรรยาชีวิตจริงคู่นี้ต่างทำงานในกรอบเวลาและงบที่จำกัด ด้วยมุมมองแง่บวกและพลังขับเคลื่อนเบื้องหลังโครงการเหล่านี้ และแม้ว่าจะมี ความกดดันในการปรับปรุงบ้าน แต่ทั้งสองก็ยังคงมองโลกในแง่ดีและอ่อนโยนต่อผู้รับจ้าง ผู้ค้า และที่สำคัญที่สุดคือระหว่างพวกเขาเอง ซีรีย์นี้สร้างขึ้นโดย Rhino Content จากการพัฒนาร่วมกับ Corus Entertainment

BUYING THE VIEW (26×30′)
บริษัทได้ขาย Buying the View ซีซั่นแรกให้กับ Discovery Channel เพื่อออกอากาศทางช่อง TLC ในโปแลนด์ และช่อง DLife ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ โดย Corus ได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่าได้ขายซีรีย์ Buying the View ให้กับ Nine Network ในออสเตรเลียAETN ในเอเชีย และ CS Media Group เพื่อออกอากาศผ่านช่อง Dove Channel ในอิตาลี เมื่อนับรวมกันแล้ว ซีรีย์นี้สามารถรับชมได้ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

Buying the View เป็นซีรีย์ที่ถ่ายทำโครงการอสังหาริมทรัพย์สุดหรูพร้อมทิวทัศน์ตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะวิวตามแนวชายหาดยาวในไมอามี แนวตึกระฟ้าของโทรอนโตที่พากันส่องแสงแพรวพราวและขยายตัวเป็นวงกว้าง ไปจนถึงคฤหาสน์ไม้กลางขุนเขาใหญ่ในเมืองวิสต์เลอร์ ซีรีย์นี้มีความยาวครึ่งชั่วโมง โดยในแต่ละตอนจะเปิดโอกาสให้ผู้ชมสามารถทำความรู้จักกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มว่าที่ผู้ซื้อ ซึ่งกำลังมองหาบ้านที่มาพร้อมกับวิวราคาหลักล้าน ซีรีย์นี้ผลิตขึ้นโดย Our House Media จากความร่วมมือกับ Corus Entertainment

CHEER SQUAD (10×60′)
บริษัทได้ขาย Cheer Squad ซีซั่นแรกให้กับ Foxtel เพื่อออกอากาศทางช่อง LifeStyle YOU ในออสเตรเลีย ซีรีย์ดังกล่าวเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของแก๊งสาวอย่าง Great White Sharks ทั้งในเรื่องความรักครั้งแรก งานใหม่ เรื่องราวการเลิกกับแฟน รวมถึงปัญหาอื่นๆ โดยสาวๆแก๊งนี้ยังเป็นนักกีฬาอาชีพผู้เป็นไอดอลของคนหลายพัน ทั้งยังเป็นสมาชิกทีมเชียร์ลีดเดอร์ดาวรุ่งของโลกด้วย Cheer Squad จะติดตามชีวิตของทีมเชียร์ลีดเดอร์ดีกรีแชมป์โลกสองสมัย ในเส้นทางการต่อสู้เพื่อป้องกันตำแหน่งของตน ไปพร้อมกับการรักษาสมดุลชีวิตกับเวทีแข่งขันเพื่อเป็นที่หนึ่งซึ่งกำลังครอบงำจิตใจ

ทั้งนี้ ริต้า คาร์โบน เฟลอรี จะเป็นตัวแทนของ Corus เข้าร่วมงาน MIPCOM โดยคุณคาร์โบน เฟลอรี จะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการขายคอนเทนต์ที่ Corus ได้ผลิตขึ้นแก่ลูกค้าทั่วโลก คุณคาร์โบน เฟลอรี เป็นพนักงานฝ่ายขายคอนเทนต์มากความสามารถ พร้อมด้วยประสบการณ์กว้างขวางในระดับนานาชาติ ดูได้จากรายชื่อลูกค้าที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Bell Broadcast & New Media Fund, QVF Productions, Verite Films, marblemedia, Studio B Productions, BRB International (สเปน) และRAI Italian Television Corporation สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่คุณริต้า คาร์โบน เฟลอรี ฝ่ายขายระหว่างประเทศ ภายในงาน MIPCOM ที่ Stand P-1.A0 — Telefilm Booth

เกี่ยวกับ Corus Entertainment Inc.
Corus Entertainment Inc. (TSX: CJR.B) เป็นบริษัทสื่อและคอนเทนต์ชั้นนำ ซึ่งสร้างสรรค์และนำเสนอแบรนด์และคอนเทนต์คุณภาพสูงผ่านแพลตฟอร์มต่างๆให้กับผู้ชมทั่วโลก บริการทางมัลติมีเดียของบริษัทประกอบไปด้วยบริการรายการโทรทัศน์เฉพาะทาง 45 ช่อง สถานีวิทยุ 39 ช่อง สถานีโทรทัศน์ทั่วไป 15 ช่อง ธุรกิจคอนเทนต์ระดับโลก ธุรกิจดิจิทัล ไลฟ์อีเวนท์ ตีพิมพ์หนังสือเด็ก ซอฟต์แวร์แอนิเมชั่น เทคโนโลยี และบริการสื่อ ทั้งนี้ Corus ดำเนินธุรกิจผ่านแบรนด์ชั้นนำมากมาย ได้แก่ Global Television, W Network, OWN: Oprah Winfrey Network Canada, HGTV Canada, Food Network Canada, HISTORY(R), Showcase, National Geographic Channel, Q107, CKNW, Fresh Radio, Disney Channel Canada, YTV และ Nickelodeon Canada สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่www.corusent.com

เกี่ยวกับ Discovery Communications
Discovery Communications (Nasdaq: DISCA, DISCB, DISCK) ผลิตรายการเพื่อตอบสนองความอยากรู้และเอาใจบรรดาแฟนๆทั่วโลก ด้วยแบรนด์รายการระดับพรีเมียม ทั้งสารคดี กีฬา และรายการเด็ก รายการของบริษัทมีผู้รับชมแตะ 3 พันล้านรายทั่วโลก ผ่านทางแพลตฟอร์มเสียค่าบริการและรายการฟรีในกว่า 220 ประเทศและดินแดน แบรนด์ของ Discovery ประกอบไปด้วยแบรนด์ระดับโลกอย่าง Discovery Channel, TLC, Investigation Discovery, Animal Planet, Scienceและ Turbo/Velocity เช่นเดียวกับ OWN: Oprah Winfrey Network ในสหรัฐอเมริกา Discovery Kids ในละตินอเมริกา และ Eurosport ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคอนเทนต์กีฬาระดับพรีเมียมของประเทศต่างๆทั่วยุโรป

Discovery เข้าถึงผู้ชมผ่านสื่อทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรายการที่ออกอากาศผ่านสื่อดิจิทัลเป็นที่แรกจาก Discovery VR, Seeker และ SourceFed Studios เช่นเดียวกับบริการรูปแบบ over-the-top และ TV Everywhere เช่น Eurosport Player, Dplay, Discovery K!ds Play และ Discovery GO โดยในยุโรปกลางและตะวันออก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา Discovery บริการคอนเทนต์ให้กับภูมิภาคเหล่านี้ทั้งสิ้น 20 แบรนด์ ด้วยยอดผู้รับชมรวมกันถึง 552 ล้านคนใน 109 ประเทศและดินแดน ครอบคลุม 21 ภาษา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่ www.discoverycommunications.com

เกี่ยวกับ A+E Networks UK
A+E Networks(R) UK เป็นธุรกิจร่วมทุนระหว่าง A+E Networks(R) กับ Sky บริษัทเป็นเจ้าของช่องรายการสารคดีและความบันเทิงคุณภาพสูงในรูปแบบใหม่ๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น HISTORY(R), Lifetime(R), Crime + Investigation(R) และ H2(R) ทั้งนี้ A+E Networks(R) UK เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538 ปัจจุบันมีช่องรายการภายใต้ความดูแลทั้งสิ้น 19 ช่อง ด้วยยอดผู้ลงทะเบียนรับชม 121 ล้านราย รายการของบริษัทออกอากาศถึงผู้ชมมากถึง 45 ล้านครัวเรือน ครอบคลุม 90 ประเทศในสหราชอาณาจักร สแกนดิเนเวีย เบเนลักซ์ ยุโรปกลางและตะวันออก แอฟริกาใต้สะฮารา และตะวันออกกลาง

เกี่ยวกับ Foxtel
Foxtel เป็นบริษัทสื่อที่ก้าวหน้าและทรงอิทธิพลมากเป็นอันดับต้นๆของออสเตรเลีย บริษัทจ้างงานโดยตรงประมาณ 2,800 ตำแหน่ง และนำเสนอบริการรายการโทรทัศน์แบบลงทะเบียนรับชมหลากหลายประเภท ทั้งผ่านเครือข่ายเคเบิล ดาวเทียม และบรอดแบนด์ เราพร้อมมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ดีกว่าในทุกๆวัน ส่งตรงถึงผู้ลงทะเบียนรับชมถึง 2.9 ล้านครัวเรือน ผ่านการนำเสนอรายการสร้างแรงบันดาลใจรูปแบบใหม่ๆในทุกประเภทรายการ ตลอดจนแบรนด์ช่องรายการยอดนิยมของโลก และการลงทุนด้านทอนเทนต์คุณภาพสูงในแต่ละพื้นที่ ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม เรามีการเปิดตัวบริการเครื่องบันทึกภาพดิจิทัลส่วนบุคคลอย่าง iQ รวมถึงคลังรายการคุณภาพระดับ HD ที่มากที่สุดในออสเตรเลีย แอพพลิเคชั่น Foxtel Go App สำหรับอุปกรณ์แท็บเล็ตและอุปกรณ์มือถือ บริการอินเทอร์เน็ตทีวี Foxtel Play บริการ subscription on demand (SVOD) บริการความบันเทิง Presto และแพคเกจรวมบริการโทรทัศน์ บรอดแบนด์ และโทรศัพท์บ้าน โดยแพคเกจอินเทอร์เน็ตของ Foxtel และบริการสื่อสารทางเสียงนั้นให้บริการผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย

ทั้งนี้ Foxtel เป็นบริษัทในเครือของ Telstra Corporation Limited ACN 051 775 556 (50%) และ News Corporation (50%) รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางfoxtel.com.au

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการภาพประกอบ สามารถติดต่อได้ที่: Cathy Kurzbock, ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์, Corus Entertainment, โทร: 416.860.4219,อีเมล: cathy.kurzbock@corusent.com สำหรับที่งาน MIPCOM ติดต่อ Mary Powers, MPowers Communications, อีเมล: mpowers@mpowers.ca

Handheld เปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของแท็บเล็ตสายพันธุ์แกร่ง “ALGIZ 10X”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลิดโคปิง, สวีเดน–20 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Handheld Group ผู้นำด้านการผลิตคอมพิวเตอร์พกพาและแท็บเล็ตสุดทนทาน ประกาศอัพเกรด Algiz 10X แท็บเล็ตพันธุ์แกร่งรุ่นยอดนิยม ด้วยเทคโนโลยีจอภาพที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ พร้อมฟังก์ชั่น GPS/GLONASS ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Algiz 10X เวอร์ชั่นใหม่นี้มีหน้าจอทัชสกรีนแบบ Projective Capacitive ความละเอียดสูงขนาด 10.1 นิ้ว ที่มีความสว่างมากเป็นพิเศษและออกแบบเพื่อการใช้งานกลางแจ้งโดยเฉพาะ หน้าจอที่มีจุดสัมผัสถึง 10 จุดทำให้ใช้งานได้แม้สวมถุงมือหรือมือเปียก จึงสามารถใช้งานกลางแจ้งได้อย่างราบรื่นในทุกสภาพอากาศ Algiz 10X ยังมีอุปกรณ์เสริมเป็นปากกาสไตลัสแบบ Projective Capacitive รองรับการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีเครื่องรับสัญญาณ u-blox NEO-M8Nรุ่นใหม่ ที่รองรับระบบ GPS และ GLONASS ช่วยให้รับสัญญาณดาวเทียมได้มากกว่าที่เคย

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่


http://www.multivu.com/players/uk/7917851-handheld-new-algiz-10x-ultra-rugged-tablet/

Algiz 10X เวอร์ชั่นล่าสุดนี้มี Windows 10 เวอร์ชั่น Enterprise LTSB เป็นระบบปฎิบัติการมาตรฐาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของ Handheld ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าองค์กรที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพในระยะยาว นอกจากนี้ Algiz 10X ยังทรงพลังด้วยโปรเซสเซอร์ Intel quad-core N2930 1.83 GHz รวมถึง solid state drive ขนาด 128 GB ที่เพิ่มขนาดได้ และ DDR3 RAM ขนาด 4 GB พร้อมช่องทางการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทั้ง WLAN และ BT, USB 2.0 และUSB 3.0, VGA และ RS232

Algiz 10X ได้คะแนน IP65 จากการประเมิณคุณสมบัติด้านการป้องกันสิ่งแปลกปลอมภายนอก นอกจากนั้นยังผ่านการทดสอบมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810G ด้านการป้องกันฝุ่น น้ำ การสั่นสะเทือน การตกหล่น รวมถึงอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำสุดขีด แท็บเล็ตพันธุ์อึดนี้มีหน้าจอทัชสกรีนใหญ่ 10.1 นิ้ว และสว่างเป็นพิเศษด้วยเทคโนโลยีหน้าจอ MaxView มีน้ำหนักเบาเพียง 1.3 กิโลกรัม (2.9 ปอนด์) และบางแค่ 32 มิลลิเมตร (1.2 นิ้ว) เท่านั้น

Johan Hed ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในเวอร์ชั่นนี้ได้สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าของเรา การอัพเดตหน้าจอและฟังก์ชั่น GPS/GLONASS ทำให้ Algiz 10X เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนทำงานภาคสนามที่มองหาอุปกรณ์ที่ทนทานอย่างแท้จริงเพื่อใช้งานในสภาพการทำงานสุดหฤโหด”

Algiz 10X เวอร์ชั่นใหม่ยังคงขายในราคาเดิม โดยเราเปิดรับออเดอร์และพร้อมจัดส่งในทันที ส่วนเวอร์ชั่นก่อนหน้าที่มีหน้าจอทัชสกรีนแบบ Resistive จะยังคงมีวางจำหน่ายต่อไป

Algiz 10X เวอร์ชั่นใหม่จะเปิดตัวในงานต่างๆที่จัดขึ้นช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ซึ่งรวมถึงงาน InterGeo ในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี

ลิงค์ที่เป็นประโยชน์

ALGIZ 10X product specifications
ALGIZ 10X press images
About Handheld Group
Handheld product lineup
What does rugged mean?

ทวิตข่าวนี้:

Handheld เปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของแท็บเล็ตสายพันธุ์แกร่ง “ALGIZ 10X” http://www.handheldgroup.com/PCAP

เกี่ยวกับ Handheld

Handheld Group เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พกพา พีดีเอ และแท็บเล็ตที่แข็งแรงทนทาน Handheld และตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกนำเสนอโซลูชั่นอุปกรณ์พกพาแบบครบวงจรให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ภูมิสารสนเทศ โลจิสติกส์ ป่าไม้ ขนส่งมวลชน สาธารณูปโภค การก่อสร้าง การซ่อมบำรุง การทำเหมืองแร่ การทหาร และการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท Handheld Group ตั้งอยู่ในสวีเดน และมีสำนักงานสาขาในฟินแลนด์ สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ อิตาลี เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.handheldgroup.com

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160901/403429 )

แหล่งข่าว: Handheld Group

AACSB International เผย 5 แนวทางที่บัณฑิตจากสถาบันบริหารธุรกิจใช้เปลี่ยนแปลงโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แทมปาฟลอริดา–20 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โครงการ Influential Leaders Challenge ปี 2 เผยโฉมหน้า 30 ผู้นำทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงสังคมของตนในเชิงสร้างสรรค์

ทุกวันนี้ บัณฑิตที่จบจากสถาบันบริหารธุรกิจไม่ได้ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในองค์กรเท่านั้น แต่ยังสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมด้วย ซึ่งนับเป็นการก้าวข้ามบทบาทในรูปแบบเดิมๆ AACSB International (AACSB) จึงขอรวบรวม 5 แนวทางที่บัณฑิตสถาบันบริหารธุรกิจใช้ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ในชุมชนต่างๆทั่วโลก

 AACSB Logo / AACSB International is the world's largest business education network--connecting students, academia, and business. As a nonprofit membership organization AACSB's mission is to foster engagement, accelerate innovation, and amplify impact within business education. Founded in 1916, AACSB is a global association of more than 1,500 member organizations in over 90 countries and territories, with headquarters in North America, Asia Pacific, and Europe. With more than 760 business schools accredited worldwide, AACSB ensures the highest quality standard in business education to prepare the next generation of business leaders. (PRNewsFoto/AACSB International)

AACSB International is the world’s largest business education network–connecting students, academia, and business. As a nonprofit membership organization AACSB’s mission is to foster engagement, accelerate innovation, and amplify impact within business education. Founded in 1916, AACSB is a global association of more than 1,500 member organizations in over 90 countries and territories, with headquarters in North America, Asia Pacific, and Europe. With more than 760 business schools accredited worldwide, AACSB ensures the highest quality standard in business education to prepare the next generation of business leaders. (PRNewsFoto/AACSB International)

โลโก้ – https://photos.prnewswire.com/prnh/20160711/388301LOGO

ผลงานของผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทั้ง 30 ท่านได้รับการยกย่องในการประชุม Annual Accreditation Conference ของ AACSB ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 2016 AACSB Influential Leaders Challenge ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2015 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องศิษย์เก่าของสถาบันบริหารธุกิจ ผู้เป็นแบบอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจและทำประโยชน์ต่อสังคม

Thomas R. Robinson ประธานและซีอีโอ AACSB กล่าวว่า “Influential Leaders สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันบริหารธุรกิจมีอิทธิพลไปไกลเกินกว่าห้องประชุมและเข้าถึงผู้คนทั่วทุกมุมโลก ผู้นำเหล่านี้เป็นแบบอย่างในการสร้างอิทธิพลเชิงบวกต่อธุรกิจและสังคม โดยอาศัยภาวะผู้นำ ความรู้ และทักษะ เพื่อแก้ปัญหายากๆในสังคมโลก

บุคคลที่ติดทำเนียบ Influential Leaders ในปีนี้ มาจากกว่า 15 ภาคส่วน ใน 11 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่องค์กรเพื่อสังคม การบริการสุขภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยี แม้ว่าผู้นำเหล่านี้จะมีความต่างในเรื่องของความถนัดและเส้นทางสู่ความสำเร็จ แต่แนวทางในการทำประโยชน์ต่อสังคมไม่ได้แตกต่างกันเลย

สำหรับแนวทาง 5 ประการที่ผู้นำเหล่านี้ใช้ในการทำประโยชน์ต่อสังคม ประกอบด้วย

ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยี: บัณฑิตที่จบจากสถาบันบริหารธุรกิจต่างอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างสัมฤทธิ์ผลและยั่งยืน พวกเขาเหล่านี้ได้กลายเป็นผู้สร้างธุรกิจสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จ เป็นผู้บริหารบริษัทชั้นนำอย่าง Jonathan Mildenhall แห่งแบรนด์Airbnb และเป็นถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงรักษาความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตของสหราชอาณาจักร โดยทุกคนล้วนเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมและการพัฒนา

พัฒนาการศึกษาและการจ้างงานโดยอาศัยความสามารถในฐานะผู้ประกอบการ: บรรดาศิษย์เก่าของสถาบันบริหารธุรกิจต่างใช้ความสามารถในฐานะผู้ประกอบการเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและการจ้างงานให้กับชุมชนที่ด้อยโอกาส เช่น Zibu Mthyiane ผู้เกิดในยุคที่มีการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ ได้ก่อตั้งธุรกิจขึ้นมา 2 ส่วน หนึ่ง เปิดโอกาสให้ผู้หญิงในชนบทได้มีธุรกิจเป็นของตนเอง และสอง คอยให้คำแนะนำแก่เยาวชนในเมือง ตลอดจนจัดการประชุมผู้ประกอบการทั่วโลกเพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆช่วยกันสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม

สนับสนุนความหลากหลาย การรวมตัวกัน และความเสมอภาค: บรรดาศิษย์เก่าของสถาบันบริหารธุรกิจต่างตระหนักดีถึงบทบาทความสำคัญของความหลากหลาย การรวมตัวกัน และความเสมอภาค ที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม จึงพยายามสร้างสภาพแวดล้อมเชิงบวกเพื่อต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมกัน อย่างเช่น Nashwa Taher นักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จในซาอุดิอาระเบีย ก็ได้ร่วมก่อตั้งองค์กร 2 แห่งขึ้นมา เพื่อสร้างงานให้กับคนหนุ่มสาวและสตรีที่ด้อยโอกาส เช่นเดียวกับ Tawani Cranz จาก Netflix ก็มีส่วนสำคัญในการผลักดันนโยบายใหม่ ที่อนุญาตให้บิดาและมารดาสามารถลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตรอย่างเสมอภาค นอกจากนั้นยังมีศิษย์เก่าอีกมากมายที่สนับสนุนความเท่าเทียมกันของชาวแอฟริกันอเมริกัน ทหารผ่านศึก รวมถึงผู้พิการ

สร้างอนาคตที่ยั่งยืนกว่าเดิม: บัณฑิตที่จบจากสถาบันบริหารธุรกิจต่างนำแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมาใช้ เพื่อปกป้องและปรับปรุงโลกของเราให้ดีขึ้น อย่างเช่น Rahul Pushp ผู้ร่วมก่อตั้ง i-Solarlite ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าในชนบทด้วยการใช้โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ เช่นเดียวกับGuillermo Dietrich รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของอาร์เจนตินา ที่ได้สร้างระบบขนส่งสาธารณะและขนส่งทางเลือกที่มีความยั่งยืนในกรุงบัวโนสไอเรส

สร้างความมั่นใจในเรื่องของสุขภาพ: การใช้ความรู้ความชำนาญเพื่อหาทางแก้ปัญหาด้านสุขภาพทั่วโลก คืออีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ อย่างเช่น Pete Petit ที่ได้พัฒนาอุปกรณ์ตรวจจับการทำงานของอวัยวะทารกสำหรับใช้ในบ้านเป็นครั้งแรก หลังจากสูญเสียลูกชายไปจากโรคการเสียชีวิตเฉียบพลันในเด็กทารก (SIDS) เช่นเดียวกับ Analjit Singh ผู้ปฏิรูประบบดูแลสุขภาพของอินเดีย ด้วยการสร้างโรงพยาบาลที่ให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่คำนึงถึงระดับรายได้

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Influential Leaders Challenge รวมทั้งรายชื่อผู้ที่ได้รับการยกย่องทั้งหมดได้ที่ http://www.aacsb.edu/Influential-Leaders

เกี่ยวกับ AACSB International

ในฐานะที่เป็นเครือข่ายการศึกษาด้านธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเชื่อมโยงวิชาการเข้ากับธุรกิจ AACSB มีพันธกิจในการให้ความรู้ด้านธุรกิจ รับรองคุณภาพ และพัฒนาความเป็นมืออาชีพ ให้แก่องค์กรสมาชิกกว่า 1,500 แห่งจาก 91 ประเทศและดินแดน AACSB ก่อตั้งขึ้นในปี1916 และให้การรับรองโรงเรียนธุรกิจมาแล้ว765 แห่งทั่วโลก สำนักงานใหญ่ระดับโลกของ AACSB ตั้งอยู่ในเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ส่วนสำนักงานใหญ่ประจำเอเชียแปซิฟิกตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ และสำนักงานใหญ่ประจำยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ตั้งอยู่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.aacsb.edu

Bond No. 9 เปิดตัวน้ำหอมใหม่สำหรับสุภาพบุรุษ “Sutton Place”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–20 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Bond No. 9 เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นใหม่สุดคลาสสิกสำหรับสุภาพบุรุษ สะท้อนความเงียบสงบและสุขุมของ “Sutton Place” อันเป็นที่พำนักของเหล่าสุภาพบุรุษนักการทูตแห่งสหประชาชาติ

Bond No. 9 มีประวัติอันยาวนานในฐานะผู้บุกเบิก เราคือผู้ผลิตน้ำหอมเจ้าแรกที่เลือกใช้สถานที่ต่างๆมาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ อันประกอบด้วยน้ำหอมที่สะท้อนกลิ่นอายของย่านต่างๆในเมืองบ้านเกิดอันเป็นที่รักอย่างนิวยอร์ก นอกจากนี้ เรายังเป็นเจ้าแรกที่ทำน้ำหอมยกย่องความอดทนอดกลั้นและการแก้ไขความขัดแย้งอย่าง “Scent of Peace” น้ำหอมสะท้อนความเป็นผู้นำทางการเงินอย่าง “Wall Street” ไปจนถึงน้ำหอมตัวแทนของย่านช้อปปิ้งอย่าง “MADISON AVENUE” และบัดนี้ เรามีความภูมิใจที่จะเปิดตัวน้ำหอม eau de parfum ที่สะท้อนกลิ่นอายของการทูตเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในโลก โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากมหานครนิวยอร์ก อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ

 

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ – https://www.multivu.com/players/English/7920851-bond-no-9-new-scent-sutton-place

สถานที่อันเป็นจุดกำเนิดของน้ำหอมกลิ่นใหม่นี้คือ “Sutton Place” อาคารเก่าแก่ขนาด 6 บล็อกที่สร้างตั้งแต่ก่อนสงครามโลก ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างถนน 59thStreet Bridge และอาคารสหประชาชาติ ย้อนกลับไปในปีค.ศ.1875 อาคารอันเร้นลับ เงียบสงบ เป็นส่วนตัว ทว่าสง่างามแห่งนี้ ได้ถูกสร้างขึ้นโดย Effingham B. Sutton ผู้ทรงอิทธิพลในธุรกิจชิปปิ้ง โดยใช้หินแดงน้ำตาล ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นที่พำนักของเจ้าหน้าที่ ผู้แทน และนักการทูตของสหประชาชาติ (เป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของเลขาธิการสหประชาชาติ) จึงถือเป็นภาพสะท้อนของความสามารถและรสนิยมของเหล่านักการทูตได้เป็นอย่างดี

เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของผู้ชายในฐานะนักการทูตที่ได้รับความไว้วางใจบนเวทีโลก เราจึงรังสรรค์ “Sutton Place” ให้มีกลิ่นที่สะท้อนถึงความเป็นชายอย่างชัดเจน ด้วยกลิ่นหอมแนว oriental floral gourmand ซึ่งเปิดตัวด้วยกลิ่นจี๊ดจ๊าดของค็อกเทล ที่มีส่วนผสมของพืชตระกูลส้มอย่างมะกรูดและส้มเขียวหวาน ผสานความเผ็ดร้อนของพริกไทยสีชมพู น้ำเชื่อมคาสซิสที่สดชื่นและเข้มข้น รวมถึงสับปะรดอันหอมหวานและชุ่มฉ่ำ ตามมาด้วยกลิ่นหลักของดอกไม้นานาพันธุ์ ได้แก่ ดอกมะลิที่มีกลิ่นหอมเย้ายวน ดอกลิลลี่ที่ให้ความรู้สึกร่าเริง และดอกแพทชูรี่ที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ปิดท้ายด้วยกลิ่นสุดคลาสสิกที่แสดงถึงความเป็นชาย ได้แก่ กลิ่นอำพันที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเด็ดเดี่ยว พร้อมด้วยกลิ่นมัสก์และหนังสัตว์อันปลุกเร้า เจือด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆจากวานิลลา

Sutton Place เป็นน้ำหอมตัวแรกที่ Bond No. 9 เลือกใช้ขวดสีน้ำตาล โดยเป็นสีน้ำตาลเข้มโทนเดียวกับซิการ์ (maduro brown) และมีผิวสัมผัสที่คล้ายกับหนังงู ประดับด้วยตัวอักษรสีทองเรียบหรูบริเวณกึ่งกลางขวด

Bond No. 9 Sutton Place จะวางจำหน่ายตามเคาน์เตอร์น้ำหอมทั่วสหรัฐอเมริกาในวันที่ 1 ตุลาคม และจะวางจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 1 พฤศจิกายน

ราคา: ขนาด 100ml ราคา 350 ดอลลาร์

www.bondno9.com

Stewart & Stevenson ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่การเงินคนใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮิวสตัน–20 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Stewart & Stevenson LLC ประกาศแต่งตั้ง แจ็ค แอล. ไพเพอร์ (Jack L. Pieper) ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน

 Stewart - Stevenson LLC Logo / Stewart & Stevenson, based in Houston, is a leading provider of specialized equipment and aftermarket parts and service to the global oil & gas, marine, construction, power generation, transportation, material handling, mining, agricultural and other industries. For more information, visit www.stewartandstevenson.com. (PRNewsFoto/Stewart & Stevenson LLC) (PRNewsFoto/Stewart & Stevenson LLC)

Stewart & Stevenson, based in Houston, is a leading provider of specialized equipment and aftermarket parts and service to the global oil & gas, marine, construction, power generation, transportation, material handling, mining, agricultural and other industries. For more information, visithttp://www.stewartandstevenson.com. (PRNewsFoto/Stewart & Stevenson LLC) (PRNewsFoto/Stewart & Stevenson LLC)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160916/408767LOGO

          ปัจจุบันแจ็คดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี โดยเขาเป็นพนักงานรุ่นที่สองของ Stewart & Stevenson ที่มีความโดดเด่นและประสบความสำเร็จในสายงานบริการหลากหลายตำแหน่ง แจ็คเป็นผู้สอบบัญชีรับใบอนุญาต (Certified Public Accountant) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด

          สำหรับในตำแหน่งใหม่นี้ แจ็คจะเป็นสมาชิกของสำนักงานประธานกรรมการ และมีบทบาทสำคัญร่วมกับทีมบริหารระดับสูง ในการดูแลวินัยทางการเงิน การวางแผนทางการเงิน การจัดทำงบประมาณ การควบคุมต้นทุน การพัฒนาองค์กร การบริหารเงิน การธนาคาร และเรื่องที่เกี่ยวข้อง

          Stewart & Stevenson ตั้งอยู่ในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส บริษัทเป็นผู้นำในการจัดหาเครื่องมือเฉพาะทาง อะไหล่ และการบริการหลังการขายแก่อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ พาณิชย์นาวี การก่อสร้าง การผลิตไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง การจัดการวัสดุ เหมืองแร่ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมอื่นๆทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stewartandstevenson.com

          ติดต่อ: Chris Archie

          Office of the Chairman

          713-751-2772

ทีเส็บเปิดตัว Convention Day – The Essence of Fame เผยแผนปี 2560 ผลักดันไทยสู่ผู้นำศูนย์การจัดประชุมนานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

19 กันยายน 2559 กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บเปิดตัวงาน Convention Day ซึ่งเป็นการจัดงานในรูปแบบใหม่ที่ทีเส็บจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเชิดชูเกียรติสมาคมที่ชนะการประมูลสิทธิ์งาน และกระตุ้นให้เกิดการประมูลสิทธิ์งานเพิ่มมากขึ้น พร้อมชูแผนการจัดประชุมนานาชาติปี 2560 เดินหน้าตามแผนประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล ผนึกสมาคมวิชาชีพตั้งเป้าประมูลสิทธิ์การจัดงานขนาดใหญ่ เน้นเจาะกลุ่ม 5 อุตสาหกรรมหลัก

นายนพรัตน์  เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า ธุรกิจการจัดประชุมนานาชาตินั้น เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยเติบโต โดยทีเส็บได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องผลทางด้านเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมไมซ์ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในองค์รวมในปี พ.. 2558 พบว่าอุตสาหกรรมไมซ์ของไทย มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจหลายด้าน โดยมูลค่าการใช้จ่ายทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจจากการดำเนินกิจกรรมของอุตสาหกรรมไมซ์ คิดเป็นจำนวน 2.2 แสนล้านบาท อุตสาหกรรมไมซ์ยังส่งผลต่อการจ้างงานในระบบเศรษฐกิจประมาณ164,000 อัตรา และยังส่งผลประโยชน์เชิงปริมาณที่เกิดจากการสร้างเครือข่าย การสร้างตราสินค้าและการแบ่งปันทักษะระหว่างอุตสาหกรรม ในส่วนของอุตสาหกรรมการประชุมนานาชาติ หรือ Convention นั้น ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยเป็นจำนวนถึง 66,426 ล้านบาท สร้างรายได้ทางภาษีให้กับภาครัฐจำนวนกว่า2,900 ล้านบาท อีกทั้งยังสร้างงานให้แก่บุคลากรของประเทศมากกว่า 46,000 ตำแหน่ง

“โดยภาพรวมการดำเนินงานด้านการประชุมนานาชาติระหว่างเดือนตุลาคม 2558 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยชนะการประมูลสิทธิ์ 16 งาน มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศประมาณ 12,000 คน ประมาณการรายได้เข้าประเทศ 1,000 ล้านบาทในส่วนของงานประชุมที่ทีเส็บให้การสนับสนุนระหว่างเดือนตุลาคม 2558 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวน 90 งาน จำนวนผู้เข้าประชุมจากต่างประเทศประมาณ 44,000 คน ส่วนนี้สร้างรายได้ประมาณ 3,800 ล้านบาท ตัวอย่างงานสำคัญ อาทิงาน Asian Utility Week 2016 เป็นงานเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจพลังงานซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญสำหรับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยมีผู้ร่วมงานจากต่างประเทศประมาณ 1,000 คน และ อีกงานหนึ่งที่มีความสำคัญในฐานะประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของโลกคืองาน Pig, Poultry and Dairy Focus Asia 2016 ซึ่งเป็นงานการประชุมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหาร ด้านการพัฒนาองค์ความรู้ของการเพาะเลี้ยงและการบริหารจัดการการเพาะเลี้ยงสุกร สัตว์ปีกและโคนม มีผู้ร่วมงานทั้งจากทวีปแอฟริกา ออสเตรเลีย เอเชีย และวิทยากรจากยุโรปและอเมริกา รวมทั้งหมดประมาณ 500 คน”

 

ด้าน นางสาววิชญา สุนทรศารทูล ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดประชุมนานาชาติ กล่าวถึงการจัดงาน Convention Day ว่า  ในปีนี้จะเป็นการจัดงานในรูปแบบใหม่ที่ทีเส็บจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อมอบเข็มเชิดชูเกียรติInternational Conference Bid Achievement ให้กับ 16 สมาคมและองค์กรของไทยที่ได้ทุ่มเทและเสียสละประโยชน์ส่วนตัวทำงานประมูลสิทธิ์แข่งขันกับประเทศอื่นๆ ภายใต้การสนับสนุนของทีเส็บ จนได้รับชัยชนะสามารถดึงงานการประชุมนานาชาติเข้ามาจัดในประเทศไทยได้สำเร็จ ทั้งนี้ ผลงานชนะการประมูลสิทธิ์ที่ได้รับเข็มเชิดชูเกียรติเป็นผลงานที่เกิดขึ้นในรอบปีงบประมาณ 2559 การจัดงาน Convention Dayจึงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด The Essence of Fame  ในวันที่ 19 กันยายน 2559 เวลา 17.00-20.30 น. ณ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ พระราชวังพญาไท โดยพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาร่วมงานและมอบเข็มเชิดชูเกียรติให้กับสมาคมและองค์กรที่ชนะการประมูลสิทธิ์ ซึ่งงานที่ชนะการประมูลสิทธิ์มีหลากหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งงานประชุมด้านการแพทย์ สัตวแพทย์ ปศุสัตว์ การศึกษา ดนตรี โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว

นอกจากการมอบเข็มเชิดชูเกียรติ ไฮไลท์อื่นๆ ของงาน Convention Day ประกอบด้วย นิทรรศการ Hall of Fame เพื่อเผยแพร่ผลงานชนะการประมูลสิทธิ์ของทั้ง 16 สมาคมและองค์กร ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าร่วมงานมีโอกาสได้รับชมและรับรู้รายละเอียดผลงานการชนะการประมูลสิทธิ์ลำดับถัดมาคือ การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “แรงบันดาลใจ สร้างสรรค์อนาคตไทย” โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ประธานมูลนิธิคนตาบอดไทย และกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติ เป็นวิทยากร

“ทีเส็บคาดว่าการจัดงาน Convention Day ในรูปใหม่นี้ จะช่วยกระตุ้นให้บทบาทในการประมูลสิทธิ์งานประชุมของสมาคมวิชาชีพในประเทศไทยได้รับการยอมรับทั้งจากภาครัฐและภาคส่วนอื่นๆ ในวงกว้างว่าเป็นการทำงานที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศ ทั้งในแง่ของการพัฒนาองค์ความรู้ของสาขาวิชาชีพ การสร้างเครือข่าย การสร้างรายได้เข้าประเทศ อีกทั้งยังสร้างชื่อเสียงในฐานะประเทศที่มีขีดความสามารถในการจัดประชุมนานาชาติด้วย และจะเป็นแรงบันดาลใจให้สมาคมอื่นๆ ร่วมแข่งขันยื่นประมูลสิทธิ์งานต่อไปในอนาคต

สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจการประชุมนานาชาติในปีหน้า นางสาววิชญา กล่าวว่า “การดำเนินงานส่งเสริมตลาด Conventionของปี พ.. 2560 สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมความรู้ สร้างนวัตกรรมและมูลค่าเพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมายแห่งการประเทศที่มีรายได้สูง ซึ่งการประชุมนานาชาติถือเป็น 1หนึ่งในฐานเศรษฐกิจใหม่ของโมเดลไทยแลนด์ 4.0 เนื่องจากเป็นเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในสาขาวิชาชีพ ที่ผู้ร่วมประชุมสามารถใช้เป็นฐานพัฒนาขีดความสามารถสำหรับต่อยอดนำไปพัฒนาสินค้าและบริการหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายของผู้ร่วมสาขาวิชาชีพเดียวกันต่อยอดไปสู่การร่วมมือในการพัฒนาในอนาคต”

“โดยด้านการประมูลสิทธิ์และการตลาด เน้นให้ประเทศไทยชนะการประมูลสิทธิ์จัดงานประชุมนานาชาติ สนับสนุนส่งเสริมและผลักดันให้สมาคมวิชาชีพในประเทศไทยยื่นประมูลสิทธิ์จัดงาน เพื่อเพิ่มจำนวนงานประชุมนานาชาติในประเทศ และเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศ โดยในปีหน้าจะเน้นการสนับสนุนการประมูลสิทธิ์และการจัดงานประชุมนานาชาติขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น ตั้งเป้าหมายประมูลสิทธิ์การประชุมใน 5 อุตสาหกรรมหลัก คือ (1) สุขภาพ/การแพทย์ (2) พลังงาน (3) อาหารและอุตสาหกรรมการเกษตร (4) โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ (5) ยานยนต์/อิเล็กทรอนิกส์สอดรับกับอุตสาหกรรมหลักที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ซึ่งจะทำงานร่วมกับสมาคมวิชาชีพต่างๆ ของไทยและการทำตลาดผ่านสมาคมนานาชาติ และพันธมิตรต่างๆในอุตสาหกรรมการประชุม”

นอกจากนี้ ยังมีแคมแปญ Convene in Paradise สนับสนุนการประชุมนานาชาติ เปิดตัวในปีงบประมาณ2559 จนถึงปีงบประมาณ 2560 เพื่อสนับสนุนการประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ในประเทศไทย ได้แก่ (1)การประชุมนานาชาติที่มีผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างชาติอย่างน้อย 1,000 คน (2) การประชุมนานาชาติใน 5 อุตสาหกรรมหลัก และมีผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างชาติอย่างน้อย 500 คน (ประกอบด้วย สุขภาพ/การแพทย์ พลังงาน อาหารและอุตสาหกรรมการเกษตร โครงสร้างพื้นฐานและ       โลจิสติกส์ และยานยนต์/อิเล็กทรอนิกส์) และ (3) การประชุมของสมาคมวิชาชีพในต่างประเทศที่เข้ามาจัดงานประชุมในประเทศไทย (offshore meeting) โดยจะต้องมีผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างชาติอย่างน้อย 200 คน และร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศจะต้องมาจากประเทศเดียวกัน

ขณะเดียวกันในด้านการพัฒนา ยังได้กำหนดแผนงานที่จะช่วยยกระดับความรู้เกี่ยวกับการประมูลสิทธิ์งานและการบริหารจัดการสมาคมให้เป็นองค์กรมืออาชีพที่แข็งแกร่งให้กับสมาคมวิชาชีพในประเทศไทย โดยร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมการประชุมระหว่างประเทศในยุโรปและอเมริกาเพื่อจัดอบรมให้กับสมาคมวิชาชีพของไทย เพื่อทำให้สมาคมวิชาชีพมีความพร้อมมากที่สุดในการประมูลสิทธิ์งานได้เพิ่มมากขึ้นต่อไป นางสาววิชญา กล่าวปิดท้าย

สำหรับเป้าหมายในภาพรวมของอุตสาหกรรมไมซ์และการประชุมนานาชาติในปี 2560 นายนพรัตน์กล่าวสรุปว่า ทีเส็บตั้งเป้าจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ 1,109,000 คน สร้างรายได้ 101,000 ล้านบาทในจำนวนนี้ จะเป็นนักเดินทางในกลุ่มการประชุมนานาชาติ จำนวน 315,000คน สร้างรายได้ประมาณ 30,000ล้านบาท โดยงานประชุมสำคัญๆ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2560 คือ งาน The 10th  International Convention of Asia Scholars ระหว่างวันที่ 20-23 กรกฎาคม 2560 เชียงใหม่ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศ 2,000 คน

#####

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ส่วนงานสื่อสารองค์กร  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

นางสาวอริสรา ธนูแผลง                       ผู้จัดการอาวุโส      โทรศัพท์ 02-694-6095          อีเมล arisara_t@tceb.or.th

นางสาวกนกวรรณ กะดีแดง                                ผู้จัดการ                  โทรศัพท์ 02-694-6006          อีเมล kanokwan_k@tceb.or.th

นางสาวฐิติวัลยา ไทยมงคลรัตน์          ผู้จัดการ                  โทรศัพท์ 02-694-6103          อีเมล titiwanlaya_t@tceb.or.th

นางสาวขวัญชนก อดทน                      ผู้ปฏิบัติการ            โทรศัพท์ 02-694-6096          อีเมล kwanchanok_o@tceb.or.th

นางสาวปนิยดา มุลาลินน์                     ผู้ปฏิบัติการ            โทรศัพท์ 026946091          อีเมล paniyada_m@tceb.or.th

 

เอ พับลิซิสท์ โทร. 0 2101 6860

คุณธิษตยา (แจง) 083 668 1112, คุณโกสินทร์ (ต้น) โทร. 081 566 2053, คุณสรศักดิ์ (เอิร์ธ) โทร. 089 406 5544

Spin Master เตรียมวางจำหน่ายของเล่นสุดล้ำ “Hatchimals” 7 ตุลาคมนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โทรอนโต–16 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ความลับสุดยอดของ Hatchimals จะได้รับการเปิดเผย 7 ตุลาคมนี้

Spin Master Corp. (TSX: TOY) บริษัทของเล่นเด็กชั้นนำระดับโลก เตรียมเปิดตัว “Hatchimals” หนึ่งในของเล่นที่เด็กๆรอคอยมากที่สุดในรอบปี ในวันที่ 7ตุลาคมนี้

Spin Master’s Hatchimals will be revealed to the world on October 7th, 2016. Only the loving touch and care of a child can hatch the egg and reveal who is inside. (MSRP $59.99 USD) (PRNewsFoto/Spin Master)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160915/408469

Hatchimals ของเล่นนวัตกรรมใหม่ที่เกิดจากการผสานเทคโนโลยีอันทันสมัยและลูกเล่นที่หลากหลาย ได้เผยโฉมสู่สายตาผู้ชมบางส่วนในมหกรรมของเล่นชั้นนำหลายงานเมื่อช่วงต้นปี และจ่อคว้ารางวัลทั่วโลก นอกจากนั้นยังติดอันดับของเล่นชั้นนำในร้านค้าปลีกอย่าง Target, Wal-Mart, Toys ‘R’ Us และ Kohl’s เป็นที่เรียบร้อย และในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ เด็กๆจะได้ยลโฉมและเลือกซื้อ Hatchimals พร้อมกันเป็นครั้งแรก ณ ร้านค้าปลีกชั้นนำและทางเว็บไซต์ SpinMaster.com ในราคา 59.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคาขายปลีกที่ผู้ผลิตแนะนำ)

จนถึงวันนี้ Hatchimals ได้เปิดเผยเพียงรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นรูปไข่เท่านั้น โดยเด็กๆอายุ 5 ขวบขึ้นไปสามารถเลือกสีและชนิดของไข่ Hatchimal ได้ตามต้องการ แต่จะมีตัวอะไรอยู่ข้างในนั้น เด็กๆจะได้รู้ก็ต่อเมื่ออุ้มและทำการฟักไข่เท่านั้น

เจมส์ มาร์ติน หัวหน้า Robotics Global Business Unit ของ Spin Master Ltd. กล่าวว่า “Hatchimals จะฟักออกมาเมื่อไข่มีความผูกพันกับเด็ก ซึ่งจะทำให้เด็กๆได้รู้จักการทะนุถนอม สายสัมพันธ์อันน่ามหัศจรรย์และประสบการณ์สุดแสนวิเศษนี้จะพัฒนาไปเรื่อยๆจนไข่ฟักออกมาเป็นตัว ซึ่งจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเด็กๆอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสารใหม่ๆได้ที่ www.hatchimals.com

เกี่ยวกับ Spin Master

Spin Master คือบริษัทของเล่นเด็กชั้นนำระดับโลก โดยเป็นผู้สร้าง ออกแบบ ผลิต และจำหน่ายสินค้าสำหรับเด็กหลากหลายประเภท ทั้งเกม ของเล่น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ และสินค้าด้านความบันเทิง Spin Master เป็นเจ้าของแบรนด์ระดับรางวัลมากมาย ได้แก่ Zoomer(TM), Dino, Bakugan Battle Brawlers(TM), Air Hogs(R) รวมทั้ง Bunchems และ Meccanoid G15 เจ้าของรางวัล 2016 Toys of The Year นับตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา Spin Master ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลTIA Toy of The Year (TOTY) ถึง 64 ครั้ง และคว้ารางวัลมาได้ 18 ครั้ง นอกจากนั้นยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Innovative Toy of the Year ถึง 12 ครั้ง ซึ่งมากกว่าคู่แข่งทุกราย Spin Master เป็นบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่นอกจากจะพัฒนาและผลิตสินค้า ตัวละคร รวมถึงคอนเทนท์ความบันเทิงระดับโลกแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายและการขายลิขสิทธิ์ด้วย จนถึงขณะนี้ Spin Master ได้ผลิตรายการการ์ตูนฉายทางโทรทัศน์มาแล้ว 6 เรื่อง อาทิ “Bakugan Battle Brawlers” ในปี 2007 และล่าสุดคือ “Paw Patrol” ที่ออกอากาศในกว่า 160 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ทั้งนี้ Spin Master มีพนักงานกว่า 1,000 คนทั่วโลก และมีสำนักงานในแคนาดา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก ฝรั่งเศส อิตาลี สหราชอาณาจักร สโลวาเกีย สาธารณรัฐเช็ก เยอรมนี สวีเดน เนเธอร์แลนด์ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ทารา ทัคเกอร์

รองประธานฝ่ายสื่อสารการตลาดทั่วโลก

Spin Master Ltd.

อีเมล: tarat@spinmaster.com