ตึกเอ็มไพร์สเตทเปิดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ให้คุณชมพระอาทิตย์ขึ้นจากใจกลางมหานครนิวยอร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–15 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            ตึกเอ็มไพร์สเตทเปิดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต “Sunrise Experience” ให้คุณได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากหอชมวิวบนชั้น 86 ของอาคาร

ผู้มาเยือนจะได้มองเห็น ได้ยิน และได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าของมหานครนิวยอร์กอย่างเต็มอิ่ม ท่ามกลางวิวเปิดโล่ง 360 องศาใจกลางเมือง สำหรับบัตรชมพระอาทิตย์ขึ้นจะจำหน่ายจำนวนจำกัดรอบละไม่เกิน 100 ใบเท่านั้น

ขณะเดียวกัน STATE Grill and Bar ซึ่งตั้งอยู่บริเวณล็อบบี้ของตึกเอ็มไพร์สเตท ได้เตรียมชุดอาหารเช้า “Empire State Building Sunrise Breakfast” เพื่อต้อนรับผู้มาชมพระอาทิตย์ขึ้นโดยเฉพาะ เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อบัตร Sunrise Experience ได้รับประทานอาหารเช้าในราคาสุดคุ้ม   

ฌอง-อีฟ กาซี ผู้อำนวยการหอชมวิวตึกเอ็มไพร์สเตท กล่าวว่า “ทุกปีมีผู้คนมากมายหลายพันเดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่แกรนด์แคนยอน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้มีโอกาสชมพระอาทิตย์ขึ้นจากใจกลางมหานครนิวยอร์ก ไม่ว่าคุณจะเป็นคนนิวยอร์กหรือนักท่องเที่ยวจากต่างบ้านต่างเมือง การได้เห็นนิวยอร์กเปลี่ยนจากกลางคืนเป็นกลางวันด้วยสายตาตัวเองก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง”

ตึกเอ็มไพร์สเตทจะเปิดประสบการณ์ Sunrise Experience ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 20 พฤศจิกายน 2559 เท่านั้น โดยจะจำหน่ายบัตรในราคา 100 ดอลลาร์ต่อคน ผู้มาเยือนจะได้ขึ้นสู่หอชมวิวบนชั้น 86 ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 30 นาที ทั้งนี้ บัตรมีจำนวนจำกัดและต้องจองล่วงหน้า โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.esbnyc.com/sunrise

เกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตท

ตึกเอ็มไพร์สเตทมีความสูง 1,454 ฟุต (จากฐานถึงเสาอากาศ) เหนือย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน อาคารแห่งนี้เป็นของบริษัทเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ และเป็น “อาคารสำนักงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก” การลงทุนใหม่ๆในเรื่องการประหยัดพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่สาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ส่งผลให้ตึกเอ็มไพร์สเตทสามารถดึงดูดผู้เช่าชั้นหนึ่งจากหลากหลายวงการทั่วโลก นอกจากนี้ เทคโนโลยีการแพร่ภาพและกระจายเสียงที่ทันสมัยของตึกเอ็มไพร์สเตทยังสามารถรองรับสถานีโทรทัศน์และวิทยุสำคัญๆในมหานครนิวยอร์ก ตึกเอ็มไพร์สเตทได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาคารยอดนิยมของสหรัฐอเมริกาโดยสถาบันสถาปัตยกรรมแห่งอเมริกา ส่วนหอชมวิวของตึกเอ็มไพร์สเตทก็เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้ชื่นชอบมากที่สุดในโลก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของภูมิภาค รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตทได้ที่ www.esbnyc.com , www.facebook.com/empirestatebuilding , @EmpireStateBldg,www.instagram.com/empirestatebldg , www.youtube.com/esbnyc หรือ www.pinterest.com/empirestatebldg/

เกี่ยวกับเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์

เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ (NYSE: ESRT) คือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โดยเป็นผู้ครอบครอง บริหารจัดการ ดำเนินงาน เข้าซื้อ และรีโพสิชั่นอาคารสำนักงานและห้างค้าปลีกบนเกาะแมนฮัตตันรวมถึงมหานครนิวยอร์ก ซึ่งรวมไปถึงตึกเอ็มไพร์สเตท อาคารสำนักงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก และนับจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2559 บริษัทมีสำนักงานและอาคารค้าปลีกให้เช่าเป็นพื้นที่รวมกัน 10.1 ล้านตารางฟุต ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ให้เช่า 9.4 ล้านตารางฟุตในอาคารสำนักงาน 14 แห่ง แบ่งเป็นบนเกาะแมนฮัตตัน 9 แห่ง ในเขตแฟร์ฟิลด์ รัฐคอนเนคทิคัต 3 แห่ง และในเขตเวสต์เชสเตอร์ รัฐนิวยอร์กอีก 2 แห่ง นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าอีกประมาณ 709,000 ตารางฟุต

แคมป์ท่องเที่ยวสุดหรู TUTC ชวนสัมผัสวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของ “นากาแลนด์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ–15 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            – ร่วมไขความลับของเทศกาลนกเงือก (Hornbill Festival) หนึ่งในเทศกาลทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอินเดีย

            – แคมป์เปิดให้บริการระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 12 ธันวาคม 2559

            The Ultimate Travelling Camp (TUTC) แคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูแบบเคลื่อนที่ กำลังจะเคลื่อนย้ายออกจากเมืองลาดักห์อันงดงาม มุ่งหน้าไปยังเมืองโคฮิมา เมืองหลวงของรัฐนากาแลนด์ ซึ่งเป็นรัฐในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย เพื่อเปิดแคมป์ต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ผืนป่าอันเงียบสงบและทิวเขาอันสวยงามที่รอให้มาสำรวจ นอกจากนี้ แคมป์ยังเปิดในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการจัดเทศกาลสุดยิ่งใหญ่อย่าง “เทศกาลนกเงือก” ซึ่งชนเผ่าต่างๆ 16 เผ่าจะมารวมตัวกันเพื่อแสดงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของตนเอง โดยทุกวันจะมีการแสดงต่างๆ การสร้างผลงานศิลปะ การแข่งขันกีฬา เช่น ยิงธนูและมวยปล้ำ นอกจากนั้นยังมีซุ้มขายอาหาร ซุ้มเล่นเกม และการจัดพิธีกรรมทางศาสนาด้วย

 

TUTC’s luxurious camp in Kohima, Nagaland (PRNewsFoto/The Ultimate Travelling Camp)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160913/406904)

TUTC เปิดแคมป์ท่องเที่ยวสุดหรูที่เมืองโคฮิมา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับความหรูหราสะดวกสบายในช่วงที่เข้าร่วมเทศกาลนกเงือกอันน่าตื่นตาตื่นใจ โดยแคมป์นี้จะเปิดให้บริการเพียง 14 วัน ในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 12 ธันวาคม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกแพคเกจท่องเที่ยวที่คัดสรรมาอย่างดีได้ตามความต้องการของแต่ละคน โดยมีทั้งแพคเกจ 2 คืน, 3 คืน, 4 คืน และ 5 คืน

นักท่องเที่ยวที่มาพักที่แคมป์โคฮิมาจะได้สัมผัสกับชนเผ่าต่างๆอย่างใกล้ชิด แต่ก็ยังมีความหรูหราอยู่ใกล้แค่เอื้อม โดยจะได้ลิ้มรสเบียร์พื้นเมืองและอาหารรสเลิศของชนเผ่า ได้เต้นรำและร้องเพลงพื้นเมือง ได้ร่วมกิจกรรมสนุกสนานมากมาย เช่น การแข่งไต่เสาไม้ไผ่ชุ่มน้ำมันและการแข่งกินพริก อีกทั้งยังได้ไปเยือนสุสานสงครามโลกครั้งที่ 2 และเมื่อหมดวันก็จะได้กลับไปพักผ่อนอย่างหรูหราสะดวกสบายที่แคมป์โคฮิมา

ผู้เข้าพักแคมป์สุดหรูของ TUTC จะได้รับบริการสุดพิเศษมากมาย อาทิ Wi-Fi ไม่จำกัดบริเวณเต็นท์ต้อนรับ บริการรักษาความปลอดภัยและบริการทางการแพทย์ 24 ชั่วโมง ระบบไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง ร้านขายเสื้อผ้า ห้องสมุด และบริการผู้ดูแลส่วนตัว ขณะเดียวกัน แต่ละเต็นท์จะมีห้องอาบน้ำในตัวพร้อมระบบทำน้ำอุ่นและน้ำเย็นตลอด 24 ชั่วโมง เต็นท์แต่ละหลังใช้สีทะเลทรายที่ไม่เป็นเป้าสายตา ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์โคโลเนียลที่ทำให้หวนนึกถึงยุคบริติชราช นอกจากนี้ พ่อครัวของ TUTC ยังคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่จากไร่เพื่อเตรียมอาหารระดับเวิลด์คลาส ทั้งอาหารภูมิภาค อาหารอินเดีย และอาหารนานาชาติ ที่เหมาะกับรสนิยมของนักท่องเที่ยวแต่ละคน

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับแพคเกจได้ที่ http://www.tutc.com/

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล chaitra.shetty@tutc.com หรือ info@tutc.com หรือโทร +91-8010902222

ที่มา: The Ultimate Travelling Camp (TUTC)

BrightVolt เปิดระดมทุนรอบ Series B คว้าทุน 5 ล้านดอลลาร์จาก New Science Ventures

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เรดมอนด์, วอชิงตัน–15 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

การระดมทุนครั้งนี้จะผลักดันให้ BrightVolt ก้าวหน้าในเทคโนโลยีแบตเตอรี่เพื่อรองรับการเติบโตในระดับสากล ตลอดจนขับเคลื่อนการพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่ๆสำหรับอุปกรณ์ IoT อุปกรณ์การแพทย์ และอุปกรณ์สวมใส่ 

BrightVolt Inc. ผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบ พัฒนา และผลิตแบตเตอรี่แบบแผ่นที่บางเป็นพิเศษและโค้งงอยืดหยุ่นได้ ประกาศเปิดการระดมทุนรอบSeries B โดยมี New Science Ventures ซึ่งเป็นบริษัทที่ลงทุนในด้านวิทยาศาสตร์ ร่วมลงทุนในวงเงิน 5 ล้านดอลลาร์

 

Ultra-thin, Flexible and Safe. (PRNewsFoto/BrightVolt Inc.)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160913/407111

BrightVolt Inc Logo / BrightVolt is the global leader in the design, development and scale manufacturing of ultra-thin film batteries. (PRNewsFoto/BrightVolt, Inc.)

BrightVolt is the global leader in the design, development and scale manufacturing of ultra-thin film batteries. (PRNewsFoto/BrightVolt, Inc.)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160505/364440LOGO 

ทอดด์ ปีเตอร์ส ซีอีโอของ BrightVolt กล่าวว่า เทคโนโลยีแบตเตอรี่ของ BrightVolt มีศักยภาพมหาศาลในตลาด IoT ที่กำลังเติบโต ซึ่งครอบคลุมถึงเซ็นเซอร์ ป้ายฉลาก อุปกรณ์การแพทย์ และอุปกรณ์สวมใส่ แบตเตอรี่ที่ปฏิวัติวงการและได้รับสิทธิบัตรของเรากำลังถูกนำไปใช้งานมากขึ้นแบบเท่าทวีคูณ และการลงทุนครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดทั่วโลกได้ การร่วมมือกับ New Science Ventures จะช่วยให้เรามีศักยภาพมากขึ้นในฐานะผู้นำการพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่ๆ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคทั่วโลกที่ต่างต้องการแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น ทรงพลังมากขึ้น และมีขนาดเล็กลง” 

BrightVolt จะใช้เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนในรอบ Series B เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายตัวในปี 2560 และต่อยอดการใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่Polymer Matrix Electrolyte (PME) ที่ได้รับสิทธิบัตรของบริษัท ตลอดจนขยายกำลังการผลิต 

วิเวก โมหินทรา หุ้นส่วนและสมาชิกบอร์ดบริหารของ New Science Ventures กล่าวว่า ปัจจุบัน เซมิคอนดักเตอร์เป็นที่ต้องการน้อยลง สวนทางกับอุปกรณ์IoT ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตจำนวนมากจึงต้องการแบตเตอรี่ที่ยืดหยุ่นได้เพื่อเติมพลังให้กับอุปกรณ์เหล่านี้ เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ BrightVolt ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางการพัฒนาแบตเตอรี่ และเร่งให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆที่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ที่มีความยืดหยุ่นและปลอดภัย การสนับสนุนBrightVolt สะท้อนให้เห็นว่าเราเชื่อมั่นในเทคโนโลยีระดับแนวหน้าและทิศทางในปัจจุบันของบริษัท” 

แบตเตอรี่แบบแผ่นที่บางเป็นพิเศษและโค้งงอยืดหยุ่นได้ของ BrightVolt มีสถานะเป็นของแข็ง จึงสามารถนำไปใช้กับบัตรชำระเงินและบัตรรักษาความปลอดภัยต่างๆได้ แตกต่างจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ติดไฟได้และก่อมลพิษต่อสภาพแวดล้อม 

เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ BrightVolt ช่วยให้การพัฒนามีความรวดเร็วและคุ้มค่ามากขึ้นในการผลิตปริมาณมาก โดยเทคโนโลยีนี้ได้ถูกนำไปใช้ในการผลิตแบตเตอรี่แบบแผ่นบางเป็นพิเศษของ BrightVolt มากกว่า 10 ล้านชิ้น และเป็นรากฐานไปสู่การเติบโตในอนาคต

BrightVolt กำลังพิจารณาว่าจะระดมทุนเพิ่มเติมจากบริษัทอื่นๆ ที่สนใจลงทุนในตลาดที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้ 

เกี่ยวกับ New Science Ventures

New Science Ventures, LLC (NSV) คือบริษัทด้านการลงทุนชั้นนำ ที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ใช้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนบริษัทที่ใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ในการตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในแวดวงชีววิทยาศาสตร์ (เภสัชภัณฑ์ ชีววิทยา อุปกรณ์การแพทย์ และการวินิจฉัย) และเทคโนโลยีสารสนเทศ (เซมิคอนดักเตอร์ประสิทธิภาพสูง โครงสร้างพื้นฐานโทรศัพท์มือถือ เครือข่ายเซ็นเซอร์ ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร และการจัดเก็บข้อมูล) 

เกี่ยวกับ BrightVolt

BrightVolt คือผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบ พัฒนา และผลิตแบตเตอรี่แบบแผ่นที่บางเป็นพิเศษ นวัตกรรมลิเธียมโพลิเมอร์ที่ได้รับสิทธิบัตรของเราช่วยให้แบตเตอรี่มีความบางที่สุดและยืดหยุ่นมากที่สุด แต่ยังคงมีความหนาแน่นของพลังงานสูงสุดเพื่อรองรับการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ IoT หลากหลายประเภท แบตเตอรี่ของ BrightVolt ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและผลิตในสหรัฐ มียอดขายมากกว่า 10 ล้านชิ้นทั่วโลก

www.brightvolt.com 

ติดต่อ: Venetia Espinoza, 206 255 0150, vespinoza@brightvolt.com

Wildlife Justice Commission เตรียมไต่สวนคดีค้าสัตว์ป่าเวียดนามในเดือนพฤศจิกายนนี้ที่กรุงเฮก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเฮก, เนเธอร์แลนด์–15 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

หลังจากที่ได้ดำเนินการสืบสวนกรณีการค้าสัตว์ป่าในหมู่บ้าน Nhi Khe ของประเทศเวียดนามมาเป็นเวลานานนับปี ในที่สุด Wildlife Justice Commission ได้เตรียมเปิดการไต่สวนแบบเปิดเผยในวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2559 ณ Peace Palace ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

 —

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160912/406562LOGO )

7 Rhino Horns. While we have observed that Vietnamese authorities have taken some steps to address the illegal open trade in Nhi Khe, our investigators found that behind closed doors and on social media all the key traders are still active. Moreover, crime has displaced to other locations near Nhi Khe and north of Hanoi. For an expanded press release please see our website: https://wildlifejustice.org/news/. (PRNewsFoto/The Wildlife Justice Commission)
(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160912/406563 ) 

คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้อง 51 รายที่ทำงานเป็นเครือข่ายอาชญากรรม โดยได้มีการลักลอบค้าชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์จากแรด ช้าง และเสือ คิดเป็นมูลค่ารวมกันถึง53.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำนวนคดีที่เราจัดทำขึ้น อันประกอบด้วยเอกสารกว่า 5,000 หน้า พร้อมไฟล์ภาพและเสียง ได้รับการนำเสนอต่อทางการเวียดนามเมื่อเดือนมกราคม 2559และทางการจีนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ทั้งนี้ หลังจากมีการลงพื้นที่หลายครั้ง คณะผู้สืบสวนของเราได้ข้อมูลมาว่า

มีการค้านอแรดเป็นมูลค่า 42.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ งาช้าง 6.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และชิ้นส่วนของเสือ 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ชิ้นส่วนเหล่านี้มาจากช้างประมาณ 907 ตัว แรด 579 ตัว และเสือ 225 ตัว

นอกจากนั้นยังมีการลักลอบค้าตัวนิ่ม หมี เต่ากระ และนกชนหิน

แรดจำนวน 579 ตัวนี้ เท่ากับครึ่งหนึ่งของแรดที่ถูกล่าในแอฟริกาใต้ในปี 2558

การค้าเสืออย่างผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตกกังวล

หมู่บ้าน Nhi Khe ขยายตัวจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าสัตว์ป่า ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง WeChat และ Facebook

พบบัญชีธนาคารจีน 17 บัญชี ซึ่งผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าใช้รับเงินจากกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน

Olivia Swaak-Goldman กรรมการบริหารของ Wildlife Justice Commission กล่าวว่า

เราได้ยื่นสำนวนคดีอย่างละเอียดต่อทางการเวียดนามแล้ว ซึ่งมีเนื้อหาทั้งหมดที่จำเป็นต่อการดำเนินคดีอาชญากรกลุ่มนี้ และปิดฉากขบวนการดังกล่าวให้หมดสิ้นไป นอกจากนี้ เรายังเสนอให้ความช่วยเหลือและได้ร่วมงานกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นให้ทางการเวียดนามออกมาจัดการแก้ไขปัญหา แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ การแผ่ขยายเป็นวงกว้างของอาชญากรรมนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเพิกเฉยได้

เราต้องการให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นผ่านการประสานงานของทุกฝ่าย แต่เมื่อไม่มีการดำเนินการใดๆ เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนำเสนอหลักฐานนี้ต่อเวทีระดับโลก

แม้จะมีหลักฐานมากมายมหาศาลที่ทีมกฎหมายของเราได้เตรียมไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับฝ่ายบังคับใช้กฎหมายของเวียดนาม ตลอดจนได้มีการติดต่อผ่านช่องทางการทูต และมีการประสานงานกันระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจากทั่วโลก ทว่ารัฐบาลเวียดนามกลับไม่ดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อทลายเครือข่ายอาชญากรรมนี้ให้หมดสิ้นไป

ในทางกลับกัน หน่วยงานของรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ได้ส่งสัญญาณอย่างจริงจังต่อคดีดังกล่าว และได้เริ่มดำเนินการสืบสวนเบื้องต้นแล้ว

หลักฐานที่รวบรวมมาจากการสืบสวน รวมทั้งจากคณะผู้เชี่ยวชาญและพยานทั้งหลาย จะได้รับการพิจารณาเป็นเวลา 2 วันโดยคณะกรรมการอิสระที่เป็นกลาง อันประกอบด้วยสมาชิก 5 ท่านจากนานาประเทศ ซึ่งคัดเลือกมาจากคณะกรรมการ Accountability Panel ของ Wildlife Justice Commission

ทั้งนี้ Wildlife Justice Commission มีการดำเนินงานทั่วโลก ปัจจุบันมีคดีที่กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมอีก 5 คดี และยังมีคดีอื่นๆที่อยู่ระหว่างการทบทวนด้วย โดยคดีล่าสุดที่มาเลเซียได้นำไปสู่การจับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่า 12 ราย

สามารถรับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.wildlifejustice.org

ที่มา: Wildlife Justice Commission

เมอร์ค เข้าร่วมโปรเจค DiViNe มุ่งแก้ปัญหากระบวนการทำวัคซีนให้บริสุทธิ์ที่ใช้ต้นทุนสูงแต่ได้ผลตอบแทนต่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาร์มสตัดท์, เยอรมนี–15 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โปรเจคระยะเวลา 5 ปีจะช่วยให้กระบวนการทำวัคซีนให้บริสุทธิ์มีความคุ้มทุนมากขึ้น

เมอร์คจะคอยให้ความช่วยเหลือด้านโครมาโทกราฟี

เมอร์ค (Merck) ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกาศเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจค DiViNe อันเป็นกลุ่มความร่วมมือของบริษัทยุโรป 6 แห่ง ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการเอาชนะความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในด้านการพัฒนา ผลิต และส่งมอบวัคซีน

 

Merck is lending its expertise in chromatography to the DiViNe Consortium, a group of six companies working to develop a more efficient purification platform for vaccines. (PRNewsFoto/Merck)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160906/404508

จุดมุ่งหมายของโปรเจค DiViNe คือ การคิดค้นวิธีการทำวัคซีนให้บริสุทธิ์รูปแบบใหม่ที่มีความคุ้มทุนและให้ผลตอบแทนมากขึ้น ในขณะที่ยังคงความสมบูรณ์ของวัคซีนไว้ หน้าที่หลักของเมอร์คคือการปรับปรุงกระบวนการทำวัคซีนให้บริสุทธิ์ให้ง่ายขึ้น จากปกติที่ต้องใช้กระบวนการโครมาโทกราฟีเพื่อแยกแอนติบอดี โดยเมอร์คจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านอุปกรณ์สำหรับการทำโครมาโทกราฟีรวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

อูดิท บาทรา สมาชิกคณะกรรมการบริหารและซีอีโอกลุ่มธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ (Life Science) ของเมอร์ค กล่าวว่า กระบวนการทำชีวเภสัชภัณฑ์ให้บริสุทธิ์จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก การแก้ปัญหานี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยเพิ่มอัตราการรักษาให้มากขึ้นหลายเท่าตัว ในฐานะผู้นำด้านโครมาโทกราฟี เราจึงมุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุน DiViNe เพื่อทำให้กระบวนการผลิตวัคซีนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงวัคซีนราคาประหยัดด้วย”

DiViNe จะทดสอบแพลตฟอร์มทำวัคซีนให้บริสุทธิ์เป็นครั้งแรกกับวัคซีนหลายชนิดที่แตกต่างกัน ซึ่งรวมถึงวัคซีนที่ทำจากไกลโคคอนจูเกต โปรตีนแอนติเจน และไวรัส หลังจากที่ผ่านการทดสอบแล้ว DiViNe มีแผนที่จะนำแพลตฟอร์มดังกล่าวไปใช้ในกระบวนการผลิตปลายน้ำสำหรับชีวเภสัชภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งรวมถึงรีคอมบิแนนท์โปรตีน เวคเตอร์ยีนบำบัด และผลิตภัณฑ์โลหิต

เมอร์คจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม DiViNe ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัท Affilogic (ฝรั่งเศส) Aquaporin (เดนมาร์ก) GenIbet Biopharmaceuticals (โปรตุเกส)GlaxoSmithKline (อิตาลี) รวมทั้ง iBET (โปรตุเกส) ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน โดยได้รับเงินทุนจากโครงการวิจัยและนวัตกรรม Horizon 2020 ภายใต้ข้อตกลงN° 635770 ของสหภาพยุโรป

โปรเจค DiViNe เป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้านวัคซีนของเมอร์คที่มุ่งเอาชนะความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ทั้งในเรื่องของต้นทุน ความเร็ว การเข้าถึง และการส่งมอบ เมื่อไม่นานมานี้ เมอร์คได้ร่วมมือกับพันธมิตรหลายรายทั่วโลก เพื่อสนับสนุนให้การพัฒนาวัคซีนใหม่ๆเป็นไปอย่างรวดเร็วและคุ้มค่า เพื่อให้สามารถต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ เช่น อีโบลา ซิกา และไข้หวัดใหญ่ได้ ขณะที่โปรเจค DiViNe มีจุดประสงค์ที่จะทำให้ขั้นตอนการผลิตวัคซีนง่ายขึ้น เพื่อให้สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังประเทศกำลังพัฒนาได้ โครงการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงยาคุณภาพสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาคลิกที่www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้

เกี่ยวกับเมอร์ค 

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว 50,000 คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึง liquid crystal ที่ใช้กับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ LCD ทั้งนี้ ในปี 2558 เมอร์คสามารถทำยอดขายได้ 1.285 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ 

เมอร์คก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2211 จึงเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทเมอร์คในดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่, มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

Las Vegas Sands จับมือ Sands China ร่วมเฉลิมฉลองในพิธีเปิดรีสอร์ท “The Parisian Macao” อย่างยิ่งใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาเก๊า–15 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

รีสอร์ทครบวงจรแห่งใหม่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ Cotai Strip

รีสอร์ทสุดหรู “The Parisian Macao” เปิดประตูต้อนรับสาธารณชนเป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคารที่ 13 กันยายน เวลา 20.18 น.ตามเวลา CST

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่
http://www.prnasia.com/mnr/parisian_201609.shtml

https://photos.prnewswire.com/prnvar/20160913/407242

https://photos.prnewswire.com/prnvar/20160913/407243

https://photos.prnewswire.com/prnvar/20160913/407245

https://photos.prnewswire.com/prnvar/20160913/407246

https://photos.prnewswire.com/prnvar/20160913/407248

https://photos.prnewswire.com/prnvar/20160913/407249

https://photos.prnewswire.com/prnvar/20160913/407250

https://photos.prnewswire.com/prnvar/20160913/407251

การเปิดตัวรีสอร์ทครบวงจรแห่งใหม่ล่าสุดของ Sands China Ltd. (HKEx: 1928) และบริษัทแม่อย่าง Las Vegas Sands Corp.(NYSE: LVS) สะท้อนถึงความสำเร็จอันงดงามอันเกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ Mr. Sheldon G. Adelson ประธานและซีอีโอของบริษัท

Mr. Adelson กล่าวว่า “เราเริ่มต้นจากการสร้างรีสอร์ท The Venetian Macao และล่าสุดก็ได้เพิ่ม The Parisian Macao มาไว้ในเครือ ส่งผลให้ Cotai Stripกลายเป็นสิ่งอัศจรรย์ของโลกในด้านการท่องเที่ยว ในอดีต ลาสเวกัสต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการพัฒนา แต่มาเก๊ากำลังพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็วจากที่เป็นเพียงแหล่งดึงดูดนักพนัน จนกลายเป็นสถานที่ที่สามารถเล่นเกมพนันได้อย่างปลอดภัย ทั้งยังมีกิจกรรม สถานที่ท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งสามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ระดับรายได้ และความสนใจ”

ไม่เคยมีใครเชื่อมั่นและกล้าลงทุนพัฒนามาเก๊าให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจแบบที่เราทำมาก่อน เราไม่เคยลังเลใจในแผนการพัฒนาของเรา หรือความปรารถนาที่จะเป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่จะสร้างความหลากหลายให้แก่เศรษฐกิจมาเก๊า ผ่านการสร้างและพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวที่มิได้เกี่ยวกับการพนันเพียงอย่างเดียว ผมรู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่บริษัทของเราทุ่มเทให้กับมาเก๊า เราขอขอบคุณชาวมาเก๊าและเหล่าผู้บริหารที่เป็นแรงสนับสนุนมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนที่เราจะเปิด Sands Macao ในปี 2547″

Mr. Adelson ได้เข้าร่วมในช่วงของการถาม-ตอบ ในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับ Mr. Robert G. Goldstein ประธานและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ Las Vegas Sands และ Dr. Wilfred Wong ประธานของ Sands China Ltd. โดยมี Mr. Ron Reese รองประธานอาวุโสฝ่ายกิจการองค์กรและการสื่อสารทั่วโลกของ Las Vegas Sands เป็นผู้ดำเนินรายการ

Dr. Wong กล่าวว่า “Sands China เป็นบริษัทที่มีรากฐานมั่นคงในมาเก๊า และเราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เติบโตไปพร้อมกับเมืองแห่งนี้ การทำธุรกิจในมาเก๊าในฐานะผู้พัฒนารีสอร์ทแบบครบวงจร ส่งผลให้ Sands China มีโอกาสและสิทธิพิเศษในการปรับเปลี่ยนเมืองนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการพักผ่อนของโลก เราขอขอบคุณการสนับสนุนตลอดระยะเวลาหลายปีจากรัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ชุมชนชาวมาเก๊าที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร รวมถึงทีมงานกว่า30,000 ชีวิตของเรา”

ระหว่างพิธีเปิดในคืนวันอังคารที่ผ่านมา มีการแสดงดอกไม้ไฟและโชว์แสงสีเสียงบริเวณหอไอเฟลจำลอง ด้านหน้า The Parisian Macao ที่กลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ประดับน่านฟ้าของ Cotai Strip ส่วนไฮไลท์ของงานคือการแสดงสดของ Lara Fabian นักร้องสาวชาวเบลเยียมเจ้าของรางวัลการันตีมากมาย โดยถือเป็นการแสดงในมาเก๊าครั้งแรกของเธอ

Cotai Strip เต็มไปด้วยชาวมาเก๊าและนักท่องเที่ยวที่มารวมตัวกันเพื่อรับชมการถ่ายทอดสดพิธีเปิดผ่านจอขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ทั่วบริเวณ

แขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมในพิธีเปิดประกอบไปด้วย Ms. Chan Hoi Fan ผู้รักษาการผู้บริหารเขตบริหารพิเศษมาเก๊า, Mr. Sun Da รองผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานของรัฐบาลกลางจีนประจำเขตบริหารพิเศษมาเก๊า, Mr. Cai Siping รักษาการกรรมาธิการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเขตบริหารพิเศษมาเก๊า, Mr. Leong Vai Tac เลขาธิการด้านเศรษฐกิจและการเงินแห่งเขตบริหารพิเศษมาเก๊า, Dr. Alexis Tam Chon Weng เลขาธิการด้านกิจการสังคมและวัฒนธรรม แห่งเขตบริหารพิเศษมาเก๊า รวมถึง Mr. Adelson, Dr. Miriam Adelson, Mr. Goldstein, Dr. Wong, Mr. Patrick Dumont ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Las Vegas Sands Corp. และ Mr. Antonio Ferreira กรรมการผู้จัดการของ Venetian Macau Limited.

นอกจากนี้ ในงานช่วงเช้ายังมีการแสดงเชิดสิงโตตามประเพณีโบราณ และในช่วงเย็นเป็นงานกาล่าดินเนอร์ที่มีการแสดงจาก Karen Mok ป็อปสตาร์และนักแสดงสาวชาวฮ่องกง

งานเฉลิมฉลองดำเนินต่อไปถึงวันพุธ โดยมีการแสดงแฟชั่นโชว์ที่ศูนย์การค้า Shoppes at Parisian รวมถึงแฟชั่นโชว์และอีเวนท์พิเศษของร้านค้าแต่ละร้าน ในวันที่ 15-16 กันยายน

การเฉลิมฉลองจะจัดขึ้นตลอดทั้งเดือนกันยายน โดยจะมีโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ สำหรับผู้ถือบัตรประชาชนมาเก๊า อาทิ โปรโมชั่น “The Parisian Loves Localsซึ่งจะมอบสิทธิพิเศษหลากหลายในรีสอร์ทต่างๆในเครือ Sands China สำหรับชาวมาเก๊าโดยเฉพาะ เพื่อผลักดันให้ชาวเมืองมาร่วมเฉลิมฉลองและสนุกไปกับกิจกรรมอื่นๆนอกเหนือจากเกมพนัน เพื่อเป็นการตอบแทนชุมชนและแสดงคำขอบคุณที่ให้การสนับสนุนเรามาตลอดระยะเวลาหลายปี โดยในระหว่างวันที่ 14-29 กันยายน เราจะมอบส่วนลดสำหรับที่พัก การเดินทาง รวมถึงกิจกรรมบันเทิงและสันทนาการให้แก่ชาวมาเก๊าทุกคน

นอกเหนือจากเหล่าผู้บริหารแล้ว พนักงานของ Sands China ก็ได้ร่วมฉลองในพิธีเปิดรีสอร์ทแห่งใหม่ด้วย โดยได้ฉลองกันในส่วนหลังของรีสอร์ท ซึ่งมีทั้งการแสดง เล่นเกม และจับสลากหาผู้โชคดีที่จะได้รับรางวัลเป็นห้องพักใน The Parisian Macao คูปองร้านอาหาร รวมถึงตั๋วเข้าสระว่ายน้ำและสวนน้ำของทางรีสอร์ท

The Parisian Macao ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความอัศจรรย์ของนครแห่งแสงไฟอย่างกรุงปารีสนั้น เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร อันประกอบด้วยห้องพักและห้องสวีท 3,000 ห้อง รวมถึงห้องสัมมนาและห้องประชุม ร้านอาหารนานาชาติ สปา คลับสำหรับเด็ก คลับสุขภาพ สระน้ำและสวนน้ำ โรงภาพยนตร์ 1,200 ที่นั่ง และอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีห้างสรรพสินค้า Shoppes at Parisian ที่มีร้านเสื้อผ้าเรียงรายในบรรยากาศราวกับถนนในกรุงปารีส พร้อมกับศิลปินและนักแสดงริมทางที่จะสร้างประสบการณ์ไม่ต่างจากการไปเที่ยวฝรั่งเศสจริงๆ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.parisianmacao.com

เมื่อรวม The Parisian Macao แล้ว เมืองรีสอร์ทอย่าง Cotai Strip จะมีห้องพักและห้องสวีทรวมกันเกือบ 13,000 ห้อง สำหรับรีสอร์ทแห่งอื่นๆประกอบด้วย The Venetian Macao, The Plaza Macao ซึ่งมีโรงแรม Four Seasons Hotel Macao และ Sands Cotai Central ซึ่งมีโรงแรม St. Regis, Conrad, Sheraton Grand และ Holiday Inn รวมถึง Sands Macao บนคาบสมุทรมาเก๊า

ทั้งหมดนี้คือศูนย์รวมความบันเทิงอันหลากหลาย ทั้งการแสดงสดของซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ร้านขายสินค้าปลอดภาษีกว่า 800 ร้านที่นำเสนอสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ตลอดจนพื้นที่จัดการประชุมและนิทรรศการชั้นนำของเอเชียมากกว่า 1.65 ล้านตารางฟุต (150,000 ตารางเมตร) พร้อมด้วยระบบขนส่งอันแสนสะดวกสบาย และที่ขาดไม่ได้เลยคือร้านอาหาร บาร์ และเลาจน์มากกว่า 140 ร้าน ซึ่งหลายแห่งได้มิชลินสตาร์ด้วย

เกี่ยวกับ   Las Vegas Sands Corp.

Las Vegas Sands (NYSE: LVS) คือผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาและบริหารรีสอร์ทแบบครบวงจรทั่วเอเชียและสหรัฐอเมริกา รีสอร์ทของบริษัทประกอบด้วยพื้นที่จัดการประชุมและนิทรรศการอันทันสมัย ที่พักระดับพรีเมียม ศูนย์รวมความบันเทิงระดับโลก ร้านค้าปลีก ภัตตาคาของเชฟชื่อดัง ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

รีสอร์ทในเครือประกอบไปด้วย The Venetian และ The Palazzo รวมถึง Sands Expo ในลาสเวกัส, Sands Bethlehem ในเพนซิลเวเนีย และ Marina Bay Sands ในสิงคโปร์ นอกจากนี้ Las Vegas Sands ยังถือหุ้นใหญ่ใน Sands China Ltd. (HK: 1928) ส่งผลให้เป็นเจ้าของรีสอร์ทใน Cotai Strip มาเก๊า อันได้แก่The Venetian MacaoThe Plaza และ Four Seasons Hotel MacaoSands Cotai Central,The Parisian Macao รวมถึง Sands Macao บนคาบสมุทรมาเก๊า

Las Vegas Sands อุทิศตนเพื่อสังคมด้วยการปฏิบัติตัวเป็นบรรษัทที่ดี โดยยึดมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีให้กับพนักงานกว่า 50,000 คนทั่วโลก ผ่านทางโครงการ Sands Care อีกทั้งยังเป็นผู้นำนวัตกรรมด้วยการดำเนินโครงการ Sands ECO360 ซึ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sands.com และบล็อก Sands Confidential

กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่  www.sands.com

เกี่ยวกับ Sands China Ltd.

Sands China Ltd. (HKEx: 1928) เป็นบริษัทจดทะเบียนในหมู่เกาะเคย์แมน และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง Sands China เป็นผู้บริหารรีสอร์ทแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในมาเก๊า โดยเป็นเจ้าของเมืองรีสอร์ทอย่าง Cotai Strip อันประกอบด้วยรีสอร์ท The Venetian(R) Macao, The Plaza(TM) Macao, Sands(R) Cotai Central และ The Parisian Macao รวมทั้งเป็นเจ้าของและผู้บริหารโรงแรม Sands(R) Macao ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรมาเก๊า รีสอร์ทครบวงจรของบริษัทผสมผสานการพักผ่อนหย่อนใจ การทำธุรกิจ และการคมนาคมอย่างลงตัว โดยมีทั้งห้องประชุมที่กว้างขวาง ร้านอาหารที่หลากหลาย ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนศูนย์รวมความบันเทิงระดับโลกอย่าง Cotai Arena, The Venetian Theatre, The Parisian Theatre และ Sands Cotai Theatre ที่กำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆนี้ นอกจากนั้นยังมี Cotai Water Jet ซึ่งเป็นบริการเรือเฟอร์รี่ความเร็วสูงระหว่างฮ่องกับมาเก๊า เมืองรีสอร์ทอย่าง Cotai Strip จะผลักดันมาเก๊าให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการพักผ่อนระดับแนวหน้าของเอเชีย ทั้งนี้ Sands China เป็นบริษัทในเครือ Las Vegas Sands Corp. (NYSE: LVS) ซึ่งเป็นผู้พัฒนารีสอร์ทระดับโลก

กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.sandschinaltd.com

“Stars of Science” รายการสาระบันเทิงชั้นนำของโลกอาหรับ กำลังจะกลับมาอีกครั้งทางช่อง MBC4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โดฮา, กาตาร์–14 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Stars of Science รายการเฟ้นหานักนวัตกรรมแถวหน้าของโลกอาหรับของมูลนิธิกาตาร์ (Qatar Foundation) กำลังจะกลับมาอีกครั้งในซีซั่นที่ 8 ทางช่องMBC4 ในวันที่ 17 กันยายน 2559 เวลา 22.00 น.ตามเวลา KSA 

Stars of Science (SOS) รายการสาระบันเทิงแนวเรียลลิตี้ระดับแนวหน้าซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักนวัตกรรมและผู้ประกอบธุรกิจทั่วโลกอาหรับ กำลังจะกลับมาอีกครั้งในซีซั่นที่ 8 ทางช่อง MBC4 รายการนี้ริเริ่มและสนับสนุนโดยมูลนิธิกาตาร์เพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และการพัฒนาชุมชน (QF) โดยในซีซั่นที่ 8 จะมีการแข่งขันรูปแบบใหม่เพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีแนวทางอันสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาในภูมิภาค ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ รายการ Stars of Science เป็นเวทีที่ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรมในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันจะเป็นผู้แก้ปัญหาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของมูลนิธิ QF ที่ต้องการสนับสนุนวัฒนธรรมแห่งคุณภาพและความเป็นเลิศ ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ผู้ชมทั่วโลกอาหรับได้เห็นนักนวัตกรรมมากมายพยายามเปลี่ยนแนวคิดของตนเองให้กลายเป็นความจริง รวมถึงพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลก ตลอดจนคว้ารางวัลทั้งระดับนานาชาติและระดับภูมิภาครวมกันกว่า 50 รางวัล พร้อมทั้งแบ่งปันความรู้และความเชี่ยวชาญของตนเองบนเวทีโลก 

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7914651-stars-of-science-innovation/ 

เยาวชนทั่วโลกอาหรับต่างได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวความสำเร็จของผู้ที่เคยเข้าแข่งขันในรายการอย่าง Anwar Almojakesh ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัทBraci ซึ่งเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านการได้ยิน แม้ว่าเขาจะไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของการแข่งขัน แต่ก็สามารถก่อตั้งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในเดนมาร์กและสหราชอาณาจักร และระดมทุนได้มากกว่า 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐจากนักลงทุน รัฐบาล และหน่วยงานสนับสนุนจากนานาชาติ 

Anwar Almojakesh กล่าวว่า “รายการ Stars of Science เป็นเวทีแห่งการจุดประกายความคิดสร้างรรค์เชิงนวัตกรรม การเข้าร่วมรายการถือเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุดและเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิต” นอกจากเขาแล้ว ยังมีผู้เข้าร่วมรายการอีก 15 คนที่สามารถระดมทุนจากนอกรายการเป็นมูลค่ารวมกว่า 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาสินค้าของตนเองต่อไป 

Fahad Al Qahtani ประธานฝ่ายพัฒนาชุมชนของมูลนิธิ QF กล่าวว่า “เราพยายามสนับสนุนคนในชุมชนด้วยการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และความเป็นผู้ประกอบการ เพื่อเป็นการผลักดันนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ในกาตาร์ให้ก้าวไกลต่อไป”

 Yaman Abou Jieb from Syria celebrates winning Stars of Science Season 7 with his innovation, Glean (PRNewsFoto/Stars of Science)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160906/404179 )

ที่มา: Stars of Science

Christian Louboutin ผนึกกำลัง SportyHenri.com สรรสร้างรองเท้ากีฬารุ่นลิมิเต็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–14 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Christian Louboutin มีความยินดีที่จะเปิดตัวรองเท้ากีฬาคอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อันเกิดจากการร่วมมือกับ SportyHenri.com เว็บขายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาออนไลน์สำหรับสุภาพบุรุษผู้มีสไตล์ 

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

https://www.multivu.com/players/uk/7922051-christian-louboutin-collection-sportyhenri

Christian Louboutin นำคติ “Mettre Le Sport En Valeur” ของ Sporty Henri มาใช้ในการสรรสร้างรองเท้ากีฬารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น 4 แบบ โดยใช้รองเท้ายอดนิยมในคอลเลคชั่นของเขาเองเป็นพื้นฐาน ผสานกับโทนสีขาว ฟ้า ดำ และโลโก้อันโดดเด่นของแบรนด์ Sporty Henri ที่สง่างามแต่แฝงความขี้เล่น ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก Henri Tai อดีตนักแฮนด์บอลมือฉมังผู้ก่อตั้งแบรนด์ Sporty Henri ตบท้ายด้วยพื้นรองเท้าสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์ของ Christian Louboutin

Christian Louboutin กล่าวถึงรองเท้ารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นว่า “ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สร้างสรรค์รองเท้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลคชั่นนี้ ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของ Henri นั่นคือ กีฬาและสไตล์ในแบบที่สดใสและสนุกสนาน ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งใหม่ของ SportyHenri.com”

เว็บไซต์ SportyHenri.com เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายนในฐานะแหล่งช้อปปิ้งและแหล่งข้อมูลสำหรับนักกีฬาผู้ชื่นชอบการแต่งตัว พร้อมให้คำแนะนำด้านการแต่งกายที่มากกว่าการแต่งกายทั่วไปในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์หันมายกระดับคุณภาพชีวิตด้านการกีฬาของตนเอง โดยอาศัยข้อมูลและการสนับสนุนจาก “The Gang” อันประกอบไปด้วยผู้คร่ำหวอดในวงการกีฬา อาทิ Tony Parker ที่จะมาเปิดเผยถึงประสบการณ์ วิธีการฝึกฝนตนเอง และเคล็ดลับในการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงตลอดเวลา นอกจากนี้ SportyHenri.com ยังรวบรวมสินค้าแฟชั่นและกีฬาจากแบรนด์พรีเมียมระดับโลกและสินค้าเฉพาะกลุ่มมาไว้ในที่เดียว โดยมี Henri Tai เป็นผู้คัดสรรด้วยตัวเอง และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ Christian Louboutin ออกคอลเลคชั่นเฉพาะกิจเพื่อเว็บไซต์ SportyHenri.comโดยเฉพาะ

Henri Tai เปิดเผยถึงการร่วมมือกับ Christian Louboutin ว่า “สำหรับผมแล้ว เสื้อผ้าคือสิ่งที่บ่งบอกตัวตน ผมสามารถแสดงตัวตนและบุคลิกภาพของตนเองผ่านเสื้อผ้า ในทางกลับกันเสื้อผ้าก็ทำให้ผมค้นพบตัวเองเช่นกัน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะแสดงออกมาผ่านผลิตภัณฑ์ของ SportyHenri.com และนี่คือจุดกำเนิดของคอลเลคชั่นเฉพาะกิจอันยอดเยี่ยมนี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอคอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ให้กับลูกค้าของเราเท่านั้น”

สำหรับความร่วมมืออันน่าตื่นเต้นในครั้งนี้ ถือเป็นโปรเจคที่ 2 ของ Christian Louboutin กับ Henri Tai โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองได้รับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบและผลิตชุดเดินเข้าสนามอย่างเป็นทางการให้กับทัพนักกีฬาทีมชาติคิวบา ในการแข่งขันโอลิมปิก 2016 ที่ริโอเดอจาเนโร

สินค้าในคอลเลคชั่นล่าสุดวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ SportyHenri.com และแฟลกชิปบูติกของ Christian Louboutin บางสาขา

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

@LouboutinHomme

@SportyHenri

#CLxSportyHenri

 Christian-LouboutinXSportyHenri / Christian-LouboutinXSportyHenri.com - Capsule-Collection L-R SHLouis-Junior SHBipB. Credit: The Gaabs (PRNewsFoto/Christian Louboutin)

Christian-LouboutinXSportyHenri.com – Capsule-Collection L-R SHLouis-Junior SHBipB. Credit: The Gaabs (PRNewsFoto/Christian Louboutin)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160912/406340 )

ที่มา: Christian Louboutin และ SportyHenri.com

Marshall Cavendish จัดสัมมนาทางการศึกษาเพื่อเผยเคล็ดลับสู่ความสำเร็จแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงค์โปร์–14 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่างๆ เข้าร่วมงานสัมมนาที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อหารือเกี่ยวกับระบบการศึกษาที่จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

  • เด็กต้องยึดมั่นในค่านิยมแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในโลกยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
  • การคิดเชิงวิพากษ์และการรู้กระบวนการทางการคิดถือเป็นทักษะความสามารถที่สำคัญ
  • การสอนควรเปลี่ยนจากเน้นผลสัมฤทธิ์เป็นการเน้นที่วิธีการสอนเพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์

ความก้าวหน้าทางดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรและโลกาภิวัตน์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระบบการศึกษาในหลายประเทศ ซึ่งหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญ คือ การเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วและไม่หยุดนิ่ง กับคำถามที่ว่าการศึกษาจะมีบทบาทอย่างไรในศตวรรษที่ 21?

การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 จะนำมาซึ่งสิ่งใด?”  นี้เป็นหัวข้ออภิปรายในการสัมมนาด้านการศึกษาโดย Marshall Cavendish Education ครั้งที่ 5 ประจำปี 2559 ณ ประเทศสิงคโปร์ ภายใต้หัวข้อหลัก “การเปลี่ยนแปลงบริบท — การเดินทางสู่การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21″ (‘Putting Change into Context — A Journey into 21st Century Learning’) งานนี้จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี โดยมีผู้เชี่ยวชาญและทรงอิทธิพลในวงการศึกษาทั้งในและต่างประเทศมาร่วมแบ่งปันความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการสอน การใช้เทคโนโลยีและการพัฒนาวิชาชีพ เพื่อช่วยส่งเสริมผลักดันครูผู้สอนและกระตุ้นผู้เรียน

การเรียนรู้แบบองค์รวมถือเป็นวิธีการที่ทรงพลัง ซึ่งถ้าหากทำได้ดี ก็จะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการเรียนสู่การทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ  อย่างไรก็ตามทักษะต่างๆที่สอนอยู่ในโรงเรียนปัจจุบันเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 แล้วหรือไม่? ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมนี้ ความสามารถในการอ่านเขียนและการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ยังไม่เพียงพอที่จะดึงดูดให้บริษัทรับเข้าทำงานอีกต่อไป สังคมทุกวันนี้ต้องการประชากรที่มีความรู้นอกเหนือจากในตำรา ไม่ว่าจะเป็นการคิดแบบสร้างสรรค์ ความสามารถในการแก้ปัญหา ทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนยึดถือค่านิยมหลัก เช่น ความอดทน ความยุติธรรมทางสังคม การเปิดใจให้กว้าง ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการเคารพในความเท่าเทียมกัน

เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนผ่านนี้เป็นไปได้อย่างสะดวก โรงเรียนต่างๆ จะต้องปรับให้เป็นสถานที่ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนมีความใฝ่เรียนรู้ มีความมั่นใจในการตั้งคำถาม และสร้างความเชื่อมั่นให้ตนเอง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการเรียนรู้ในปัจจุบันยังคงมีครูเป็นศูนย์กลางของห้องเรียน ซึ่งคอยจัดเตรียมบททดสอบที่กลายเป็นตัวชี้วัดทางการศึกษา โดยเน้นไปที่ผลการสอบหรือเกรดมากจนเกินไป ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับศตวรรษที่ 21 เราจะต้องเปลี่ยนไปเน้นที่วิธีการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดที่เรียกว่า “metacognition” อันได้แก่ การวิเคราะห์กระบวนการคิดของตน การพัฒนาการใช้เหตุผล และการอธิบายแนวคิดของตน

ผู้สอนที่มีคุณภาพสูงถือเป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จของข้อเสนอแนะนี้ และการพัฒนาวิชาชีพควรมีเป้าหมายสูงสุด นั่นคือ การยกระดับความสามารถของครู เพื่อปรับปรุงผลการเรียนรู้และพัฒนาการของนักเรียน

ศาสตราจารย์ S. Gopinathan ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ มูลนิธิ The HEAD Foundation และศาสตราจารย์คุณวุฒิ จากสถาบันนโยบายสาธารณะลี กวน ยู (LKY School of Public Policy) แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า “หลักสูตรพัฒนาวิชาชีพจะต้องสร้างบริบทให้สอดคล้องเชื่อมโยงกับความเป็นจริงและความท้าทายที่เกิดจากการเรียนการสอน ในการที่จะทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพนั้น หลักสูตรจะต้องนำเสนอรูปแบบ กิจกรรม และระบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดการต่อยอดการเรียนรู้ของครูไปสู่การปฏิบัติในห้องเรียนได้ดียิ่งขึ้น โดยครูจะต้องหมั่นศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ไปตลอดชีวิต และต้องไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่”

Lee Fei Chen หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการพิมพ์ ของ Marshall Cavendish Publishing Group กล่าวเสริมว่า “การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่การเปลี่ยนแปลงในทุกวันนี้เกิดขึ้นเร็วกว่าในอดีตมาก ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตเครื่องมือด้านการศึกษา เราต้องการที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่า เนื้อหาสาระของเรานั้นมีประสิทธิภาพทั้งต่อครูและนักเรียน และจะสามารถเป็นสะพานเชื่อมช่องว่างระหว่างการสอนและการเรียนรู้ได้”

ที่มา: Marshall Cavendish Education http://www.mceducation.sg/events/mceconference2016

Mozido ประกาศแต่งตั้ง “วินซ์ ปาดัว” เป็นรองประธานบริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออสติน, เท็กซัส–14 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Mozido ผู้ให้บริการชำระเงินผ่านระบบดิจิตอลที่เชื่อถือได้ในระดับโลก ประกาศว่า วินซ์ ปาดัว ได้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทในตำแหน่งรองประธานบริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์และการพัฒนา โดยมีผลในทันที

ท็อดด์ แบรดลีย์ ซีอีโอของ Mozido กล่าวว่า วินซ์มีภูมิหลังอันแข็งแกร่งในด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มและผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยไหวพริบทางธุรกิจอันเฉียบแหลม และผลงานด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตของเรา ประวัติการทำงานของเขาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการค้นหาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาด โดยอาศัยการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีให้เข้ากับธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และในฐานะผู้นำคนสำคัญ ประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในอุตสาหกรรมของเขาจะช่วยผลักดันเราสู่ความสำเร็จในอนาคตอย่างแน่นอน”

วินซ์ ปาดัว มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในการขับเคลื่อนนวัตกรรมให้กับบริษัทชั้นนำหลายแห่ง อาทิ IBM (Watson and Tivoli), Dell และ Intel โดยเขาได้สร้างสรรค์นวัตกรรมชั้นเยี่ยม รวมทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มที่ประสบความสำเร็จมากมาย ในการทำงานกับ IBM Watson Group นั้น ตำแหน่งสุดท้ายของเขาคือการเป็นผู้นำในการพัฒนาและวางกลยุทธ์สำหรับแพลตฟอร์มและผลิตภัณฑ์ของ IBM Watson นอกจากนี้ เขายังมีส่วนช่วยขับเคลื่อนบริษัทให้เติบโตอย่างโดดเด่น ด้วยการปฏิวัติการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ของธุรกิจและลูกค้า โดยอาศัยการสนับสนุนจากการเรียนรู้ในด้านเครื่องจักรกล ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีค็อกนิทิฟคอมพิวติ้ง นอกจากนั้นยังประสบความสำเร็จในด้านการออกแบบ สร้าง และส่งมอบ Watson Developer Cloud ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นพื้นฐานของกลยุทธ์ IBM Cognitive Business ไปแล้ว

ขณะเดียวกัน เขายังเคยเป็นผู้บริหารและผู้ก่อตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพหลายแห่ง อาทิ IPivot ผู้บุกเบิกการให้บริการชำระเงิน ซึ่งถูก Intel ซื้อกิจการไปเมื่อปี 2542นอกจากนี้ เขายังก่อตั้ง WireCACHE ในปี 2544 ที่ประสบความสำเร็จในการนำเสนอตัวเร่งเว็บแอปพลิเคชั่นอันโปร่งใสเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม นับเป็นการเพิ่มนวัตกรรมใหม่ให้กับตลาดการค้าขาย

วินซ์ ปาดัว กล่าวว่า ผมตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับ Mozido และได้นำประสบการณ์ด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มและผลิตภัณฑ์มาผลักดันนวัตกรรมให้กับบริษัทและลูกค้าของเรา ผมมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าเช่นเดียวกับ Mozido ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลและอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ และใช้เครือข่ายบริการด้านการค้าผ่านโทรศัพท์มือถือทั่วโลก

เกี่ยวกับ Mozido

Mozido ให้บริการโซลูชั่นการค้าและการชำระเงินดิจิตอลที่เชื่อถือได้แก่ลูกค้าทั่วโลก ซึ่งรวมถึงโซลูชั่นระบบคลาวด์ที่มีความคุ้มค่า โซลูชั่นของ Mozidoทำงานร่วมกันได้ดีกับเครือข่ายไร้สายและอุปกรณ์มือถือทุกประเภท ทั้งยังสามารถผสานเข้ากับโฆษณา ข้อเสนอพิเศษ และผลิตภัณฑ์อื่นๆจากบุคคลที่สามได้อย่างง่ายดาย Mozido ดำเนินธุรกิจและให้บริการในสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรป และละตินอเมริกา โดยพร้อมช่วยเหลือลูกค้าในการบริหารการเงิน การชำระเงิน และบริการอื่นๆผ่านโทรศัพท์มือถือ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ mozido.com หรือติดตามเราได้ทางทวิตเตอร์ @Mozido 

ติดต่อ

แวน ลีห์

รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดของ Mozido

โทร. 512-518-2200