งานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 120 เตรียมเผยโฉมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีล่าสุดในโซนพลังงานใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจว, จีน–5 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            งานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกของจีน ครั้งที่ 120 (China Import and Export Fair: Canton Fair) ประจำฤดูใบไม้ร่วง เตรียมเปิดฉากระหว่างวันที่ 15-19ตุลาคมนี้ที่กว่างโจว โดยจะมีโซนพลังงานใหม่ (new energy) ในบริเวณ Area B ซึ่งจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีล่าสุดจากอุตสาหกรรมพลังงานใหม่

            โซนพลังงานใหม่จะแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนจัดแสดงผลิตภัณฑ์เซลล์แสงอาทิตย์ ผลิตภัณฑ์ความร้อนแสงอาทิตย์ รวมถึงพลังงานลมและผลิตภัณฑ์พลังงานใหม่อื่นๆ

            นายหลิว ฉวนตง รองผู้อำนวยการสำนักกิจการต่างประเทศของงานแคนตันแฟร์ กล่าวว่า “โซนพลังงานใหม่เป็นไฮไลท์สำคัญของงานแคนตันแฟร์มาโดยตลอด ในงานแคนตันแฟร์ประจำฤดูใบไม้ผลิเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โซนพลังงานใหม่กินพื้นที่ 3,900 ตารางเมตร และมีบูธ 200 บูธจากบริษัท 71 แห่ง พลังงานใหม่เป็นประเด็นที่ดึงดูดความสนใจของทั่วโลก โซนนี้อาจจะไม่ใช่โซนที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็มีแนวคิดที่ทันสมัยที่สุด เพราะอุตสาหกรรมนี้เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมเทคโนโลยีและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม”

            ผลิตภัณฑ์ที่จะจัดแสดงในโซนนี้มีมากมาย อาทิ เซลล์แสงอาทิตย์ ระบบ อุปกรณ์ และอุปกรณ์เสริมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเครื่องสูบน้ำ เครื่องทำความร้อน และเครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ใช้พลังงานลมและพลังงานความร้อนใต้พิภพ

            บริษัทชั้นนำมากมายจะเข้าร่วมงานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 120 เพื่อจัดแสดงผลิตภัณฑ์เด่นของตนเอง รวมถึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่จดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว

            โซนพลังงานใหม่ในงานแคนตันแฟร์ครั้งนี้จะเน้นไปที่การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และเนื่องจากมีการเปิดโซนนี้พร้อมๆกับโซนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ส่องสว่าง ซัพพลายเออร์จึงสามารถซื้อหาสินค้าทุกอย่างได้ครบภายในงานเดียว และยังได้รับความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีด้วย

            คุณหลิวกล่าวว่า “เราหวังว่าทุกท่านที่มาเยี่ยมชมโซนพลังงานใหม่ ไม่ว่าจะเป็นซัพพลายเออร์หรือผู้ซื้อ จะได้รับชมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยและดีที่สุด รวมทั้งได้แบ่งปันไอเดียและประสบการณ์อันมีค่าร่วมกัน แนวคิดหลักของงานแคนตันแฟร์ยังคงเหมือนเดิม นั่นคือ การเป็นแหล่งซื้อหาสินค้าที่ครบจบในงานเดียว และการเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองสำหรับมืออาชีพ”

            เกี่ยวกับงานแคนตันแฟร์

 

งานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกของจีน หรืองานแคนตันแฟร์ จัดขึ้นปีละ 2 ครั้งในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ณ นครกว่างโจว งานนี้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2500 หรือเกือบ 60 ปีมาแล้ว จึงเป็นงานแสดงสินค้าที่มีประวัติอันยาวนานที่สุด ทั้งยังมีระดับที่สุด ขนาดใหญ่ที่สุด และมีจำนวนสินค้ามากที่สุด นอกจากนั้นยังมีผู้ซื้อจากนานาประเทศมากที่สุด และมีมูลค่าการทำธุรกิจสูงสุดในประเทศจีน ความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งของงานแคนตันแฟร์สามารถดึงดูดบริษัทกว่า 24,000 แห่งในจีน และ 500 แห่งจากต่างประเทศ งานนี้มุ่งเน้นไปที่สินค้านำเข้าและส่งออกที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลาย โดยมีการจัดงานแบบออนไลน์ควบคู่กันไปด้วย

Huawei nova Series สมาร์ทโฟนซีรีย์ใหม่ ท้าทายทุกความคาดหวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบอร์ลิน–2 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          หัวเว่ย เปิดตัวสมาร์นโฟน 2 รุ่นใหม่ ผสมผสานดีไซน์สวยงาม ประสิทธิภาพทรงพลัง และกล้องถ่ายภาพที่เหนือชั้น

          – Huawei nova: สมาร์ทโฟนขอบโค้งขนาดกะทัดรัด ดีไซน์สวยไม่เหมือนใคร นำเสนอประสบการณ์ถ่ายภาพจากกล้องหน้าที่มีชีวิตชีวา

          – Huawei nova plus: บันทึกช่วงเวลาที่แสนงดงามด้วยกล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล

          หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีย์ใหม่ Huawei nova series ซึ่งประกอบด้วยสมาร์ทโฟนสวยล้ำ 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ novaและ nova plus สมาร์ทโฟนในซีรีย์นี้ผสมผสานสไตล์และการทำงานที่สมบูรณ์แบบและไม่เหมือนใคร เพื่อสะท้อนตัวตนของผู้ที่เสาะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

Huawei Consumer Logo / Huawei Consumer BG Logo (PRNewsFoto/Huawei Consumer BG)

Huawei Consumer BG Logo (PRNewsFoto/Huawei Consumer BG)

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160506/364549LOGO )

Huawei nova Series Defies Expectations (PRNewsFoto/Huawei Consumer Business Group)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160901/403534 )

           http://releasd.com/37cb

          สมาร์ทโฟนตระกูล Huawei nova ผสมผสานระหว่างประโยชน์ใช้สอย ดีไซน์ที่สวยงามน่าทึ่ง และประสิทธิภาพอันทรงพลัง ดีไซน์ที่สวยงามของ Huawei nova ได้รับแรงบรรดาลใจจากความโค้งมนในสถาปัตยกรรมร่วมสมัย โดดเด่นด้วยพื้นผิวโค้งที่บรรจบกันอย่างแนบเนียน นำเสนอประสบการณ์ที่รับรู้ได้ด้วยสัมผัสและการมองเห็น ทั้งขนาดที่เหมาะมือ พร้อมเติมดีไซน์สวยงามให้ลงตัวด้วยสีที่นุ่มนวล แต่ทรงพลัง ได้แก่ Prestige Gold, Mystic Silver และ Titanium Grey

          Huawei nova มอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยม ด้วยความเร็ว ความลึก และความคมชัดอันน่าทึ่ง กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล ให้ภาพถ่ายที่สวยงามแม้ในยามแสงน้อย ในขณะที่ nova plus มีกล้องหลัง 16 ล้านพิกเซลระดับแนวหน้าของวงการ มาพร้อมฟีเจอร์ป้องกันภาพสั่น เปิดโอกาสให้ผู้ชื่นชอบการถ่ายถาพบันทึกช่วงเวลาที่แสนพิเศษเพื่อแชร์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ทั้งสองรุ่นมีกล้องหน้าความชัด 8 ล้านพิกเซลระดับแนวหน้า ที่ถ่ายภาพเซลฟีและบันทึกความเคลื่อนไหวบนโลกใบนี้ได้ยอดเยี่ยมกว่าที่เคยในทุกสภาพแสง ขณะที่หน้าจอให้ภาพสมจริงระดับ full HD โดยมีอัตราส่วนหน้าจอต่อบอดี้ที่กว้างที่สุดในวงการ เปิดทางให้ผู้ใช้สัมผัสกับการแสดงผลบนหน้าจอได้อย่างเต็มอิ่ม

          Huawei nova series ตอบโจทย์ผู้ที่ติดสมาร์ทโฟน ด้วยแบตเตอรีที่ดีที่สุดในวงการ อยู่ได้นานถึง 2 วัน นอกจากนี้ nova และ nova plus ยังสามารถรักษาความสมดุลเพื่อให้สมาร์ทโฟนอยู่ในโหมดสแตนด์บายได้นานขึ้น และรักษาประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ เพื่อให้ผู้ใช้มีแบตเตอรีเพียงพอต่อการใช้ตลอดวัน

          เซนเซอร์นิ้วมือ 3 มิติระดับแนวหน้าของหัวเว่ยรองรับการปลดล็อกที่รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบาย เซนเซอร์นิ้วมือทำให้การควบคุมฟังก์ชันต่างๆของโทรศัพท์มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการถ่ายภาพ ดังนั้นผู้ใช้จะสามารถถ่ายภาพเซลฟี่สุดเพอร์เฟคได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

          ริชาร์ด หยู ซีอีโอของหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “ดีไซเนอร์ของเราได้สร้างสรรค์อุปกรณ์อันสวยงามที่ตอบสนองความต้องการตามไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย nova และ nova plus จะมอบสิ่งที่เหนือกว่าความคาดหมายและดีที่สุดสำหรับลูกค้า โทรศัพท์มือถือรุ่น 2 รุ่นนี้จะเติมชีวิตชีวาให้กับผู้ใช้ ช่วยให้บรรลุเป้าหมายในแต่ละวัน และยกระดับการใช้ชีวิต ด้วยคุณสมบัติและฟังก์ชันการทำงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในวงการ”

          โดยนอกจากสมาร์ทโฟนซีรีย์ใหม่แล้ว ผู้เยี่ยมชมงาน IFA 2016 ณ กรุงเบอร์ลิน ยังได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจจากหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป นำโดย MediaPad M3 ที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 8.4 นิ้วสุดประทับใจ ถือเป็นแท็บเล็ตที่มีหน้าจอใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับสัดส่วนของตัวเครื่อง ขณะที่Huawei P9 สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงได้เพิ่มสีสันใหม่สองสี ได้แก่ สีแดงเข้ม Red และสีฟ้าคราม Blue พร้อมด้วยกล้องประสิทธิภาพสูงที่พัฒนาร่วมกับ Leica ตลอดจนฟีเจอร์อื่นๆ ในระดับชั้นนำของตลาด   

          นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้เปิดฉายภาพยนตร์สั้นจัดทำพิเศษ เรื่อง “Dream it Possible” กำกับโดย เดนนี กอร์ดอน นำเสนอเรื่องราวของ Anna นักเปียโนคลาสสิกสาวผู้มุ่งมั่น เพื่อถ่ายทอดคุณค่าของแบรนด์หัวเว่ยที่ว่า ทุกสิ่งเป็นไปได้

          ราคา:

          Huawei nova         399 ยูโร

          Huawei nova plus    429 ยูโร

          Huawei nova จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนตุลาคมนี้ ในกว่า 50 ประเทศและภูมิภาค ซึ่งรวมถึงเยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และออสเตรีย

          Huawei nova plus จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ในกว่า 50 ประเทศและภูมิภาค ซึ่งรวมถึงสเปน อิตาลี และแคนาดา

          สำหรับในประเทศจีน สามารถสั่งซื้อสมาร์ทโฟน Huawei nova series ได้ทางออนไลน์ที่ JD.com และ Tmall.com นอกเหนือไปจากร้านของหัวเว่ย

          แหล่งข่าว: หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป

คาสิโอ ผนึกกำลัง สคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่ เปิดตัวนาฬิกาแนวสปอร์ตรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มอนซา, อิตาลี–2 ก.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

บริษัท คาสิโอ คอมพิวเตอร์ จำกัด ประกาศเปิดตัวนาฬิกาโลหะแนวสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเลคชั่น EDIFICE ซึ่งผสานดีไซน์อันทรงพลังเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยมีชื่อรุ่นว่า EFR-554TR ในคอลเลคชั่น EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition นาฬิการุ่นแรกที่ถือกำเนิดขึ้นจากการจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างคาสิโอ กับทีมแข่งรถฟอร์มูลาวันอย่างสคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่

EFR-554TR watch / The new EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition watch, EFR-554TR, marks Casio's first partnership model with Scuderia Toro Rosso. (PRNewsFoto/Casio)

The new EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition watch, EFR-554TR, marks Casio’s first partnership model with Scuderia Toro Rosso. (PRNewsFoto/Casio)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160831/402982 )

Casio Edifice Limited edition visual / The visual that will support the launch of the watch EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition, EFR-554TR (PRNewsFoto/Casio)

The visual that will support the launch of the watch EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition, EFR-554TR (PRNewsFoto/Casio)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160831/402983 )

Blank3 / The drivers Daniil Kvyat and Carlos Sainz of Scuderia Toro Rosso during the presentation of the new EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition EFR-554TR (PRNewsFoto/Casio)

The drivers Daniil Kvyat and Carlos Sainz of Scuderia Toro Rosso during the presentation of the new EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition EFR-554TR (PRNewsFoto/Casio)
(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160831/402984 )

ภายในงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บริเวณ Energy Station ข้างสนามแข่งรถ นายฮาราลด์ ชโรเดอร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดของคาสิโอ ยุโรป และนายฟรานซ์ ทอสต์ หัวหน้าทีมสคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่ ได้เปิดเวทีการแข่งขันสุดตื่นเต้นให้กับ 2 นักซิ่งทีมสคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่ ได้แก่ คาร์ลอส เซนซ์ และดานิล คียัต ซึ่งทั้งสองจำเป็นต้องตอบคำถามเกี่ยวกับประเทศอิตาลี ไม่ว่าจะในเรื่องของอนุสรณ์สถาน อาหารการกิน และแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยในการตอบคำถามสักเท่าไร เนื่องจากต้องตอบคำถามเหล่านี้ขณะที่กำลังปั่นจักรยานแบบขี่อยู่กับที่ และแน่นอนว่ามีการจับเวลาด้วยนาฬิกา EFR-554TR Casio รุ่นใหม่นี้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วการแข่งขันอันสูสีนี้ก็จบลงด้วยการหันหน้าจับมืออย่างมีน้ำใจนักกีฬา

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา คาสิโอได้กลายเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับทีมสคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่ โดยบริษัทเชื่อว่าพละกำลังของคนรุ่นใหม่ แรงผลักดัน และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าต่อความเร็ว ประกอบกับกองทัพรถซิ่งที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้ ทำให้ทีมสคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่ เป็นทีมที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับแนวคิด “Speed and Intelligence.” ของนาฬิกาคอลเลคชั่น EDIFICE

EFR-554TR เป็นนาฬิการุ่นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองการเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับทีมสคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่ นาฬิการุ่นนี้ตกแต่งด้วยเข็มวินาทีและเข็มหน้าปัดย่อยสีแดงซึ่งเป็นสีประจำทีมเพื่อเน้นให้เด่นขึ้นมา พร้อมตกแต่งสีเนวีบลูและสีทองเพื่อเน้นในจุดอื่นๆของตัวนาฬิกา ไม่ว่าจะเป็นตัวเคสนาฬิกา เข็มชั่วโมง และเข็มนาที และยังประดับโลโก้ของทีมทั้งบนหน้าปัดและหลังนาฬิกา โดยเข็มหน้าปัดย่อยทั้ง 3 จุดนั้นช่วยมอบความรู้สึกแบบกีฬารถแข่ง ซึ่งทำให้นาฬิการุ่นนี้มีลุคสปอร์ตขึ้นไปอีกขั้น นาฬิการุ่นใหม่นี้บรรจุในแพคเกจพิเศษ และมาพร้อมกับขาโชว์นาฬิกา และบัตรที่ระลึก

นายชิเกโนริ อิโต เจ้าหน้าที่ผู้จัดการอาวุโส และผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สายงานการตลาดสำนักงานใหญ่ บริษัท คาสิโอ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่าผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เปิดตัวนาฬิกาที่เป็นสัญลักษณ์ของการเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับทีมรถแข่งอันเปี่ยมไปด้วยพลังคนรุ่นใหม่และกำลังมาแรงอย่างทีมสคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่ ทั้งนี้ เราหวังที่จะได้เห็นทีมนี้ประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต

นายฟรานซ์ ทอสต์ ยังกล่าวถึงนาฬิการุ่นใหม่นี้ด้วยว่าผมตั้งตารอการเปิดตัวนาฬิการุ่นนี้มาโดยตลอด ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แบรนด์อันทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยอย่าง EDIFICE ผมหวังว่าจะได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างเราทั้งคู่ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

EFR-554TR

ข้อมูลจำเพาะ

   คุณสมบัติกันน้ำ: 10 บาร์

   ตัวจับเวลา: ตัวจับเวลาละเอียด 1 วินาที; จับเวลาต่อเนื่องสูงสุด: 29’59”; รูปแบบการจับเวลา: elapsed time, split time,1st-2nd place times

   ฟังก์ชั่นอื่นๆ: แสดงวันที่

   ความแม่นยำที่อุณหภูมิปกติ: บวกลบ 20 วินาทีต่อเดือน

   อายุแบตเตอรี่: 3 ปีบน SR920SW

   ขนาดของเคส: 51.2 x 47.1 x 11.9 มม.

   น้ำหนักรวม: ประมาณ 152 ก.

EDIFICE เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท คาสิโอ คอมพิวเตอร์ จำกัด

ชื่อบริษัทหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆในที่นี้เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

แหล่งข่าว: คาสิโอ

หัวเว่ย เร่งผลักดันผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมพลิกโฉมธุรกิจสู่ระบบคลาวด์ พร้อมช่วยอุตสาหกรรมแนวดิ่งเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–2 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– ยุคแห่งคลาวด์ ยุคแห่งโลกใหม่

ณ ที่ประชุม Carrier Cloud Transformation Summit อันเป็นส่วนหนึ่งของงาน Huawei Connect 2016 หัวเว่ยและผู้ให้บริการโทรคมนาคมระดับโลก รวมถึงองค์กรอุตสาหกรรม และพันธมิตรรายต่าง ๆ ได้ร่วมกันแบ่งปันความสำเร็จเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล และร่วมกันอภิปรายภายใต้กรอบ การเร่งผลักดันผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมพลิกโฉมธุรกิจสู่ระบบคลาวด์ พร้อมช่วยอุตสาหกรรมแนวดิ่งเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล”

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160901/0861608981

โจว จื้อเหล่ย ประธานกลุ่มธุรกิจเครือข่ายโทรคมนาคมของหัวเว่ย

โจว จื้อเหล่ย ประธานกลุ่มธุรกิจเครือข่ายโทรคมนาคมของหัวเว่ย กล่าวว่า ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไอทีได้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว นำโดยคลื่นลูกแรกที่มีเครือข่ายเป็นศูนย์กลาง ตามด้วยคลื่นลูกที่สองซึ่งมีแอปพลิเคชั่นเป็นศูนย์กลาง และขณะนี้กำลังเริ่มก้าวเข้าสู่คลื่นลูกที่สาม ซึ่งอาจยาวนานไปตลอด 20-30 ปีข้างหน้า โดยในคลื่นลูกที่สามนี้ การพัฒนาอุตสาหกรรมจะมีระบบนิเวศอุตสาหกรรมแนวดิ่งเป็นศูนย์กลาง ซึ่งปัจจุบันระบบอินเทอร์เน็ตและคลาวด์ได้พลิกโฉมภาคส่วนต่าง ๆ ในแนวดิ่งแล้ว ตั้งแต่บริการจากภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคการเงิน ไปจนถึงภาคการขนส่ง และภาคการผลิต ขณะที่เทคโนโลยีและแนวทางใหม่ ๆ ก็กำลังก่อให้เกิดการผลิตรูปแบบใหม่ อันจะทำให้อุตสาหกรรมและภาคส่วนที่มีความสำคัญเหล่านี้กลับมายืนอยู่แถวหน้าในด้านของนวัตกรรม

ในคลื่นลูกที่สามของการเปลี่ยนแปลงนี้ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะเป็นตัวเร่งศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างยิ่งใหญ่ อุตสาหกรรมที่ดำรงอยู่มานานนั้นต้องการบริการครบวงจรในจุดเดียวและบริการที่เข้าถึงพื้นที่ มีการผสานระบบคลาวด์และเครือข่ายเข้าด้วยกัน และมีระบบรักษาความปลอดภัยอันสมบูรณ์แบบ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะสามารถนำจุดแข็งของตนมาใช้ประโยชน์ในการช่วยให้ภาคส่วนแนวดิ่งสามารถควบรวมขั้นตอนและเครือข่ายต่าง ๆ ที่ยังแยกกันอยู่ ซึ่งการปรับโครงสร้างการดำเนินงานด้านเครือข่ายและกระบวนการทางธุรกิจจะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถนำพาอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้ ทั้งยังจะได้ผลประโยชน์มากมายจากผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นของลูกค้า

สำหรับโอกาสที่จะประสบความสำเร็จนั้นเห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษในด้านของบริการคลาวด์ Internet of Things (IoT) และวิดีโอ โทมัส อาเชนเบรนเนอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดระบบคลาวด์ของดอยช์ เทเลคอม กล่าวว่า คลาวด์เป็นตัวขับเคลื่อนและเป็นตัวสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่อุตสาหกรรมโดยรวม ดอยช์ เทเลคอม และ หัวเว่ย จะร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมต่อไป เพื่อมอบบริการคลาวด์คุณภาพสูงให้แก่บริษัทต่างๆ ผ่านทาง Open Telekom Cloud ของเรา ด้านหวาง จิงจง ซีอีโอของไชน่า โมบาย อันยาง กล่าวว่า ไชน่า โมบาย และ หัวเว่ย ได้นำเสนอบริการคลาวด์สำหรับรัฐบาล องค์กรธุรกิจ บริการสาธารณะ และ IoT ส่งผลให้เกิดเป็นเมืองอัจริยะที่มีการเชื่อมต่อถึงกัน พร้อมด้วยระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ บริการชั้นเยี่ยมสำหรับผู้อยู่อาศัย รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ นายจอห์น ฮอฟฟ์แมน ซีอีโอและกรรมการบริษัท จีเอสเอ็ม จำกัด มีความเชื่อเช่นเดียวกันว่า การบรรจบกันของคลาวด์ IoT และบิ๊กดาต้า ถือเป็นโอกาสใหม่ในการเชื่อมถึงโลกแห่งอนาคต ซึ่งก็คือโลกที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง

“ALL CLOUD” หรือการทำให้ทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ เครือข่าย การปฏิบัติงาน และการบริการอยู่บนระบบคลาวด์ นับเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของบรรดาผู้ให้บริการเครือข่าย นายอู๋ เซียงตง ประธานไชน่า เทเลคอม คลาวด์ คอมพิวติ้ง กล่าวว่า “ไชน่า เทเลคอม และ หัวเว่ยได้ร่วมกันพัฒนาระบบ eCloud 3.0ใหม่ล่าสุดซึ่งรวมเอาคลาวด์และเครือข่ายเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมนำเสนอบริการคลาวด์ที่ปลอดภัยและปรับแต่งได้ตามความต้องการของลูกค้า โดยสามารถสนับสนุนการพัฒนาของอินเทอร์เน็ตระดับอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาสารสนเทศของอุตสาหกรรม”

ขณะเดียวกัน หัวเว่ยยึดมั่นในหลักการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ หรือ “Make It Possible” พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการพัฒนาคลาวด์ ทั้งเพื่อตอบโจทย์ สร้างประสบการณ์ และให้ความรู้แก่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นศักยภาพภายในองค์กรของหัวเว่ยได้อย่างดีเยี่ยม และนำไปสู่บริการทีดีกว่าเดิมสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย

เทคโนโลยีคลาวด์นั้นอยู่รอบตัวเรา และหัวเว่ยก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับหุ้นส่วนในอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาระบบนิเวศคลาวด์แบบเปิดที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะสนับสนุนกลยุทธ์ด้านคลาวด์ของบรรดาผู้ให้บริการโทรคมนาคม เร่งผลักดันการพลิกโฉมธุรกิจสู่โลกของคลาวด์ และช่วยให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั้งหมดเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ทั้งนี้ เฉิ่น เค่อ รองประธานของไชน่า ยูนิคอม เซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า “ไชน่า ยูนิคอม และ หัวเว่ย ได้ร่วมกันสร้างระบบนิเวศดิจิทัลเชิงธุรกิจ ‘2+N’ อันทรงพลัง สำหรับให้บริการออนไลน์แก่องค์กรธุรกิจผ่านอีคอมเมิร์ซคลาวด์ และให้บริการบ่มเพาะธุรกิจแบบครบวงจรในหนึ่งเดียวแก่บรรดาพันธมิตร”

งาน Huawei Connect 2016 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน ณ Shanghai Expo Centre, Mercedes-Benz Arena และ Shanghai World Expo Exhibition and Convention Center (SWEECC) ในนครเซี่ยงไฮ้ โดยมีผู้นำในวงการอุตสาหกรรมมากกว่า 15,000 ราย มาร่วมกันอภิปรายถึงแนวทางในการสร้างโลกที่เชื่อมต่อถึงกันได้ดีขึ้น และแนวทางส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมต่างๆ สู่ยุคดิจิทัล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่ http://www.huawei.com/minisite/huaweiconnect2016/en/index.html

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำระดับโลก เรามีจุดมุ่งหมายในการสร้างโลกที่เชื่อมต่อถึงกันได้ดีขึ้น ผ่านการรับบทบาทเป็นธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ผู้ผลักดันนวัตกรรมในสังคมสารสนเทศ และผู้มีส่วนช่วยเหลืออุตสาหกรรม ด้วยแรงผลักดันจากนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าและพันธมิตรแบบเปิดกว้าง หัวเว่ยได้สร้างสรรค์โซลูชันไอซีทีแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ที่ช่วยให้ลูกค้ามีความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเครือข่ายระดับองค์กร อุปกรณ์ และคลาวด์คอมพิวติ้ง พนักงาน 170,000 คนทั่วโลกของหัวเว่ยมีพันธกิจในการสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม บริษัทและผู้บริโภค โซลูชั่น ผลิตภัณฑ์และบริการด้านไอซีทีของเราถูกนำไปใช้ในกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค เพื่อให้บริการแก่ประชากรมากกว่าหนึ่งในสามของโลก ทั้งนี้ หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่พนักงานเป็นเจ้าของร่วมกัน

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160901/0861608981

ทีเส็บเปิดแผนการตลาดธุรกิจ MI ปี’60 ปรับกลยุทธ์เชิงลึกเจาะ 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก พร้อมแนะแนวโน้มตลาดโลกต่อผู้ประกอบการผ่านงาน Industry Day 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

02 กันยายน 2559 กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดแผนการตลาดธุรกิจการจัดประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลปี 2560 จัดเซ็กเมนต์ใหม่เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายหลัก เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกหวังสร้างรายได้ไมซ์ได้เพิ่มขึ้น ชูแคมเปญการตลาด Meet in Style, Meet in Thailandดึงนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากทั่วโลก พร้อมจัดงาน Industry Day 2016 แนะแนวโน้มตลาดโลกในปีหน้าต่อผู้ประกอบการไมซ์ไทย

นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า  “จากการศึกษาเรื่องผลกระทบเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทย พบว่า มูลค่าการใช้จ่ายทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจจากการดำเนินกิจกรรมของอุตสาหกรรมไมซ์ในปี 2558 คิดเป็นจำนวน 2.2 แสนล้านบาท อุตสาหกรรมไมซ์ยังส่งผลต่อการจ้างงานในระบบเศรษฐกิจประมาณ164,427 อัตรา และยังส่งผลประโยชน์เชิงปริมาณที่เกิดจากการสร้างเครือข่าย การสร้างตราสินค้าและการแบ่งปันทักษะระหว่างอุตสาหกรรม สำหรับอุตสาหกรรมการประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล หรือ MI นั้นพบว่า ในปี 2558 มีมูลค่าการใช้จ่ายทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจจากการดำเนินกิจกรรมของอุตสาหกรรม MI คิดเป็นจำนวน 1 แสนล้านบาท และยังส่งผลต่อการจ้างงานในระบบเศรษฐกิจประมาณ 73,000 อัตรา นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงธุรกิจไมซ์ โดยเฉพาะในส่วนของ MI ที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ

 

ด้านภาพรวมของธุรกิจไมซ์ ในช่วง 3 ไตรมาสของปีงบประมาณ 2559 ประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์รวม 750,742 คน สร้างรายได้ 60,593 ล้านบาท คิดเป็นนักเดินทางกลุ่ม MI จำนวน 393,859 คน สร้างรายได้ 29,664 ล้านบาท โดยมีนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากอินเดียเป็นอันดับหนึ่ง รองมา คือ จีน และสิงคโปร์ โดยตลาดหลักของธุรกิจ MI คือภูมิภาคเอเชีย ตลาดรอง คือ ยุโรป สหรัฐอเมริกา และโอเชียเนีย ส่วนกลุ่มตลาดใหม่ที่กำลังศึกษาข้อมูลและเริ่มสร้างการรับรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย คือ ยุโรปตะวันออก กลุ่มประเทศ CIS (Commonwealth of Independent States) ทั้งนี้สำหรับภาพรวมแผนตลาด MI ในปี  2560 นั้น ทีเส็บกำหนดแผนตลาดธุรกิจMI เน้นกลยุทธ์เชิงลึก แบ่งกลุ่มเป้าหมายใหม่ตามเซ็กเมนต์หลักที่มีการใช้งบประมาณในการเดินทางและทำกิจกรรมต่อครั้งค่อนข้างสูง รวมทั้งกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายของแต่ละกลุ่ม และแนวทางการเจาะตลาดของกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้

 

ด้าน นางสาวนุช หอมรสสุคนธ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ทีเส็บ กล่าวว่า “ในปี 2560 ตลาด MI มีการกำหนดเป้าหมายใหม่เป็น 3 กลุ่มหลักที่มีคุณภาพ ได้แก่ กลุ่มเมกะไซส์ ที่มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ 2,000 รายขึ้นไป เน้น กลุ่มธุรกิจขายตรง/ ประกัน/ โทรคมนาคม/ ไอที/ ยานยนต์ โดยเฉพาะประเทศจีน/ อินเดีย และกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก กลุ่มการจัดประชุมองค์กร โดยมีลักษณะเป็นการประชุมบอร์ด ประชุมประจำปี ประชุมระดับภูมิภาค ในธุรกิจอาทิ การเงิน การธนาคาร/ ยานยนตร์/ ไอที/ โทรคมนาคม/ เภสัชภัณฑ์ มุ่งเน้นที่ประเทศญี่ปุ่น/ สิงคโปร์/ มาเลเซีย/ สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย และ กลุ่มท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลในระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นกลุ่มขนาดเล็กแต่มีอัตราการใช้จ่ายต่อหัวสูง อาทิ ผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจขายตรง/ ไอที/ โทรคมนาคม/ ยานยนต์ มุ่งเน้นที่ประเทศจีน/ สิงคโปร์/ สหรัฐอเมริกา/ ญี่ปุ่น/ อินเดีย/ ออสเตรเลีย และยุโรป”

 

ทีเส็บกำหนดแผนและแนวทางส่งเสริมการตลาดใน 5 รูปแบบหลัก เน้นทำงานร่วมกับภาคีพันธมิตร ขยายตลาดใหม่และสร้างกิจกรรมที่หลากหลายให้แก่นักเดินทางกลุ่มไมซ์ ประกอบด้วย แนวทางแรก การเข้าร่วมงานเทรดโชว์ครอบคลุมทุกภูมิภาค อาทิ งาน AIME 2017 / IMEX Frankfurt 2017 / IMEX America 2017 เป็นต้น แนวทางที่ 2 จัดกิจกรรมโรดโชว์ในตลาดเป้าหมาย อย่าง อินเดีย จีน ญี่ปุ่น แนวทางที่ 3ตั้งเป้าหมายการขายในตลาดศักยภาพใหม่ อาทิ ตลาดพรีเมี่ยม แนวทางที่ 4 จัดกิจกรรมเชิญกลุ่มลูกค้าองค์กร และตัวแทนการขาย ร่วมเสวนาในเวทีการแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงสร้างโอกาสทางธุรกิจ และสัมผัสประสบการณ์ไมซ์ในประเทศไทย โดยมีโครงการ Thailand Incentive and Meeting Exchange (TIME) เป็นงานประจำปีที่มี 3 กิจกรรมภายในงาน คือ Knowledge Exchange / Business Exchangeและ Experience Exchange และแนวทางที่ 5 การขยายตลาดผ่านตัวแทนในต่างประเทศ ซึ่งในปีหน้าได้ขยายไปสู่ยุโรปและออสเตรเลีย จากปัจจุบันที่มีในจีน อินเดีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ ส่วนในประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงอย่างจีน ก็มีการขยายกิจกรรมจากเมืองหลักอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว ออกสู่เมืองรอง ได้แก่ เซินเจิ้น เฉิงตู ฉงชิ่ง หังโจว ซูโจว และนานจิง

 

นางสาวนุช กล่าวต่อไปว่า “ในปีหน้า MI ยังได้พัฒนาแคมเปญส่งเสริมการตลาดใหม่อย่าง Meet in Style, Meet in Thailand โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่มสินค้าและบริการหลักที่จะเสนอคือ “Meet at Delightful Destinations” นำเสนอจุดหมายปลายทางที่หลากหลายนอกเหนือจาก 5เมืองไมซ์หลัก โดยนำเสนอเมืองที่สามารถรองรับการจัดงานไมซ์อื่นๆ อาทิ เชียงราย/ เกาะสมุย สุราษฏร์ธานี/ กระบี่/ เขาใหญ่ นครราชสีมา/ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ “Meet at Breathtaking Venues” นำเสนอการจัดงานในสถานที่แปลกใหม่ ไม่จำเจ “Meet with Energy” ชูกิจกรรมการผจญภัย (Outdoor Adventures) รวมถึงกิจกรรมการสร้างทีมเวิร์ค (Treasured Team Building) “Meet the Sustainable Way” ยกกิจกรรม CSR และการจัดประชุมเชิงอนุรักษ์ (CSR and Green meetings) และ “Meet Around Great Flavours” การนำเสนออาหารไทยและความหลากหลายของวัฒนธรรมการทางอาหารในทุกกิจกรรม (Culinary Journeys)

 

ในส่วนของโปรโมชั่นส่งเสริมการขายมีการพัฒนาที่สอดรับกับทุกกลุ่มเป้าหมายของ MI  โปรโมชั่นแรก “Meet Double Cities สำหรับการเดินทางที่มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศอย่างน้อย 200 คน และมีการพำนักในประเทศไทยอย่างน้อย 4 คืน และมากกว่า 1 จุดหมายปลายทาง โดยทีเส็บจะให้การสนับสนุนงบประมาณเป็นจำนวนเงินสูงสุด 100,000 บาท เปิดรับสมัครแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 และต้องเดินทางในประเทศไทย ภายใน 31 ธันวาคม 2560 โปรโมชั่นที่ 2 Meet Sustainable สำหรับการเดินทางที่มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศอย่างน้อย 200 คน มีการพำนักในประเทศไทยอย่างน้อย 3 คืน และมีกิจกรรม CSR ในกำหนดการจัดงาน หรือ จัดงานในสถานที่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน “Thailand MICE Venue Standard (TMVS)” โดยทีเส็บจะให้การสนับสนุนงบประมาณเป็นจำนวนเงินสูงสุด 100,000 บาท เปิดรับสมัครแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 และต้องเดินทางในประเทศไทยภายใน 31 ธันวาคม 2560

 

ในส่วนของโปรโมชั่นเพื่อส่งเสริมกลุ่มเมกกะไซต์ ทีเส็บยังคงสนับสนุนด้วยแคมเปญ “Thailand BIG Thanks!” สำหรับการเดินทาง  ที่มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศอย่างน้อย 2,000 คน และมีการพำนักในประเทศไทยอย่างน้อย 3 คืน โดยทีเส็บจะให้การสนับสนุนงบประมาณเป็นจำนวนเงินสูงสุด 2,000,000 บาท เปิดรับสมัครต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 และต้องมีการเดินทางในประเทศไทยภายใน 31 ธันวาคม 2560 นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนงานเมกกะอีเวนต์ที่จัดขึ้นในประเทศไทยด้วยการเป็นเจ้าภาพงาน IT&CMA การประมูลสิทธิ์การจัดงาน SITE Global Conference ด้วย

 

ด้านการจัดงาน Industry Day 2016 ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำทุกปีเพื่อเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการไมซ์ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในธุรกิจ MIนั้น ปีนี้กำหนดจัดขึ้นวันที่ 31 สิงหาคม 2559 ณ โรงแรม อวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ภายใต้คอนเซปต์ “MI Dynamic : SHARE, CONNECT, DISCOVER” เพื่อให้ความรู้ด้านแนวโน้มทางการตลาดและการทำธุรกิจในต่างประเทศของธุรกิจ MI สำหรับหน่วยงานและองค์กรที่อยู่ในภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการตลาดและการดำเนินงานในอนาคต โดยมีรูปแบบการจัดงานทั้ง Panel Discussion เชิญวิทยากรให้ความรู้ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ MI และ ช่วง Meet the Rep โดยผู้ประกอบการมีโอกาสได้พบปะตัวแทนการตลาดของทีเส็บจาก 5 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศอินเดีย จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกกับตัวแทนฯ เกี่ยวกับการเจาะตลาดและการประมูลสิทธิ์การจัดงานให้สำเร็จในแต่ละประเทศ

“จากข้อมูลของ 2016 GBTA Global BTI Outlook ที่สำรวจภาพรวมการเติบโตของประเทศต่างๆ ในโลกของการใช้งบประมาณสำหรับการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ ภายใน 5 ปี (พ.ศ. 25592563) คาดว่า ประเทศที่จะเติบโตสูงได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย ตุรกี และจีน ส่วนประเทศที่เติบโตในระดับปานกลาง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และยุโรป ซึ่งข้อมูลจากการสำรวจภาพรวมนี้ทำให้เรามองเห็นโอกาสเติบโตของบางประเทศในเอเชีย ซึ่งถือเป็นตลาดหลักของประเทศไทย ทีเส็บและผู้ประกอบการจึงต้องร่วมกันปรับแผนการดำเนินงานให้พร้อมที่จะรอบรับการเติบโตดังกล่าวนี้ โดยตั้งเป้าจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ในปี 2560 ด้วยจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ 1,109,000 คน สร้างรายได้ 101,000 ล้านบาท”  นายนพรัตน์ กล่าวสรุป

#####

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ส่วนงานสื่อสารองค์กร  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

นางสาวอริสรา ธนูแผลง                ผู้จัดการอาวุโส    โทรศัพท์ 02-694-6095        อีเมล arisara_t@tceb.or.th

นางสาวกนกวรรณ กะดีแดง   ผู้จัดการ             โทรศัพท์ 02-694-6006        อีเมล kanokwan_k@tceb.or.th

นางสาวฐิติวัลยา ไทยมงคลรัตน์      ผู้จัดการ             โทรศัพท์ 02-694-6103        อีเมล titiwanlaya_t@tceb.or.th

นางสาวขวัญชนก อดทน               ผู้ปฏิบัติการ โทรศัพท์ 02-694-6096        อีเมล kwanchanok_o@tceb.or.th

นางสาวปนิยดา มุลาลินน์               ผู้ปฏิบัติการ         โทรศัพท์ 026946091        อีเมล paniyada_m@tceb.or.th

 

เอ พับลิซิสท์ โทร. 0 2101 6860

คุณธิษตยา (แจง) 083 668 1112, คุณโกสินทร์ (ต้น) โทร. 081 566 2053, คุณสรศักดิ์ (เอิร์ธ) โทร. 089 406 5544

แอร์ ไชน่า เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางเซี่ยงไฮ้-ซานโฮเซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–2 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 แอร์ ไชน่า (Air China) ได้จัดพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางใหม่ เซี่ยงไฮ้-ซานโฮเซ ณ เทอร์มินอล 2 ของท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง

http://photos.prnasia.com/prnvar/20141017/0861407509LOGO

ในระหว่างพิธีเปิด นายเกา เจี้ยนเซียง รองประธานของ China National Aviation Holding Company กล่าวว่า เที่ยวบินตรงจากเซี่ยงไฮ้ไปยังซานโฮเซ ถือเป็นเส้นทางบินแรกของแอร์ ไชน่า ที่บินจากเซี่ยงไฮ้ไปยังอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ แอร์ ไชน่า ยังเป็นสายการบินเดียวของจีนที่ให้บริการเที่ยวบินตรงแบบไม่หยุดพักจากเซี่ยงไฮ้ไปยังซานโฮเซ การเปิดเส้นทางบินใหม่นี้ช่วยเพิ่มตัวเลือกการเดินทางที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นให้แก่บรรดานักธุรกิจและนักท่องเที่ยว

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเส้นทางบินใหม่ แอร์ ไชน่า ขอนำเสนอตั๋วเครื่องบินเส้นทางเซี่ยงไฮ้-ซานโฮเซ ในราคาพิเศษ สำหรับผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วก่อนวันที่ 30กันยายน โดยตั๋วเครื่องบินไปกลับชั้นธุรกิจเริ่มต้นที่ 13,000 หยวน และตั๋วเครื่องบินไปกลับชั้นประหยัดเริ่มต้นที่ 1,300 หยวน (ไม่รวมภาษี) และสามารถดูรายละเอียดของข้อเสนอพิเศษอื่นๆได้บนเว็บไซต์ของแอร์ ไชน่า นอกจากนี้ สมาชิก PhoenixMiles ที่ซื้อตั๋วเครื่องบินเส้นทางเซี่ยงไฮ้-ซานโฮเซ สามารถเข้าไปลงทะเบียนก่อนการเดินทางที่เว็บไซต์ของ PhoenixMiles เพื่อรับไมล์สะสมเพิ่ม 30% สำหรับชั้นประหยัด และ 50% สำหรับชั้นธุรกิจ

การเปิดตัวเส้นทางบินเซี่ยงไฮ้-ซานโฮเซ ถือเป็นการขยายเครือข่ายการบินของแอร์ ไชน่า ในทวีปอเมริกา รวมถึงขยายเครือข่ายการบินทั่วโลกโดยมีเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลาง ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพและความครอบคลุมของเครือข่ายการบินในภาคตะวันออกของจีนด้วย โดยในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ แอร์ ไชน่า ได้ให้บริการเที่ยวบินจากเซี่ยงไฮ้ทั้งสิ้น 36 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศและภูมิภาค 14 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 22 เที่ยวบิน

ข้อมูลเที่ยวบิน

เที่ยวบิน CA829/30 เส้นทางเซี่ยงไฮ้-ซานโฮเซ ให้บริการ 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ (วันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์) โดยเที่ยวบินขาออกจะเดินทางออกจากเซี่ยงไฮ้เวลา 13.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น และเดินทางถึงซานโฮเซเวลา 10.40 น.ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนเที่ยวบินขาเข้าจะเดินทางออกจากซานโฮเซเวลา 12.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น และเดินทางถึงเซี่ยงไฮ้เวลา 16.40 น. (ของวันถัดไป) ตามเวลาท้องถิ่น เที่ยวบินดังกล่าวให้บริการด้วยเครื่องบินแอร์บัส A330-200 โดยที่นั่งชั้นธุรกิจสามารถปรับเป็นเตียงนอนราบได้ และทุกที่นั่งมีอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงส่วนบุคคลไว้ให้บริการ เพื่อให้ผู้โดยสารได้เอนกายและเพลิดเพลินแบบเป็นส่วนตัวตลอดการเดินทาง

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20141017/0861407509LOGO

“ผิงถาน” จุดหมายปลายทางใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวผู้รักการล่องเรือลัดเลาะเกาะแก่ง พร้อมสัมผัสความงามของท้องทะเล หาดทราย และแสงแดด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ผิงถาน, จีน–2 ก.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

หมู่เกาะผิงถาน (Pingtan Islands) ตั้งอยู่ใจกลางแนวชายฝั่งทะเลของมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน โดยมีพื้นที่ดินเกือบ 400 ตร.กม. และถือเป็นพื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่ที่อยู่ใกล้กับไต้หวันมากที่สุด เนื่องจากเกาะไห่ถาน ซึ่งเป็นเกาะหลักและเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมณฑลฝูเจี้ยนนั้น อยู่ห่างจากเมืองซินจู๋ของไต้หวัน ออกไปเพียง 68 ไมล์ทะเล

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ผิงถานได้ถูกจัดตั้งให้เป็นเขตนำร่องการพัฒนาโดยรวม (Pingtan Comprehensive Pilot Zone) อีกทั้งยังได้รับการยกระดับขึ้นเป็นเขตบริหารระดับมณฑลที่อยู่ภายใต้เขตอำนาจของมณฑลฝูเจี้ยนโดยตรง ต่อมาในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เสนอขึ้นเป็นครั้งแรกในระหว่างการเดินทางเยือนผิงถานว่า ควรมีการพัฒนาหมู่เกาะเหล่านี้ให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก จากนั้นในเดือนเมษายน 2558 เขตผิงถาน ซึงเป็นส่วนหนึ่งของเขตการค้าเสรีฝูเจี้ยน จึงได้รับการสถาปนาขึ้นอย่างเป็นทางการ และยังได้ถูกกำหนดเป็นมาตุภูมิร่วมกันระหว่างประชาชนจีนแผ่นดินใหญ่และเกาะไต้หวัน รวมทั้งเป็นหมู่เกาะท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ต่อมาในวันที่ 8 สิงหาคม 2559 สภามนตรีแห่งรัฐ หรือคณะรัฐมนตรีของจีน ได้ประกาศอนุมัติแผนพัฒนาผิงถานในฐานะหมู่เกาะท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ทำให้การพัฒนาและบุกเบิกผิงถานได้รับการผลักดันไปสู่อีกขั้น

ผิงถานมีความได้เปรียบหลายประการในด้านทรัพยากร นโยบาย และการคมนาคมขนส่ง ความได้เปรียบด้านทรัพยากรสามารถสรุปได้เป็น 7 ด้าน (7S) ได้แก่ แสงแดด (Sunshine) ทราย (Sand) ทะเล (Sea) หิน (Stone) ช่องแคบ (Strait) แหล่งช้อปปิ้ง (Shopping) และกีฬา (Sport) ความได้เปรียบด้านนโยบายสามารถเห็นได้จากทำเลที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ กล่าวคือผิงถานมีสถานะเป็นทั้งเขตนำร่องการพัฒนาโดยรวม เขตการค้าเสรี และหมู่เกาท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ผิงถานจึงเป็นสถานที่แห่งเดียวในจีนที่รวมนโยบายสิทธิพิเศษที่แตกต่างกัน 3 นโยบายไว้ด้วยกันในคราวเดียว ในส่วนของการคมนาคมขนส่ง ผิงถานมีทั้งเครือข่ายคมนาคมครอบคุลมพื้นที่ภายในหมู่เกาะ และมีสะพานสองแห่งที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอก สำหรับการขนส่งทางทะเลนั้น มีเรือบรรทุกสินค้าหลายลำ อาทิ เรือ Haixia และLina ที่แล่นไปตามเส้นทางทะเลสีทองอร่ามระหว่างไต้หวันและผิงถาน นอกจากนี้ ทางตอนเหนือของหมู่เกาะยังมีสะพานข้ามช่องแคบอีกแห่งชื่อว่า Fuping Railway Strait Bridge สะพานความยาว 16 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างนี้ มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นทั้งทางหลวงและทางรถไฟ โดยเมื่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2561 สะพานแห่งนี้จะช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางจากเกาะผิงถานไปยังสนามบินฉางเล่อเหลือเพียง 30 นาที ส่วนการเชื่อมต่อไปยังสนามบินแห่งอื่นๆ นั้นจะมีการดำเนินการก่อสร้างตามแผนในเร็วๆ นี้เช่นกัน

การอนุมัติแผนพัฒนาดังกล่าวทำให้ผิงถานกลายเป็นหมู่เกาะท่องเที่ยวระหว่างประเทศแห่งที่สองที่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ ต่อจากเกาะไห่หนาน ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิดรับการพัฒนาใหม่ๆ ต่อไปในอนาคต

ที่มา: Tourism Development Bureau of Pingtan Comprehensive Pilot Region

ลิงค์ภาพประกอบ:

http://asianetnews.net/view-attachment?attach-id=275312

Breakthrough Prize เชิญชวนนักเรียนอายุ 13-18 ปีทั่วโลก ร่วมส่งคลิปวิดีโอนำเสนอแนวคิดทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ชิงรางวัลใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซานฟรานซิสโก–1 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Breakthrough Prize “Junior Challenge” เปิดรับผลงานจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2559

ผลงานที่นำเสนอแนวคิดทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ได้อย่างน่าสนใจ จะได้รับรางวัลมูลค่ารวม 400,000 ดอลลาร์

มูลนิธิ Breakthrough Prize Foundation ประกาศเปิดโครงการ “Breakthrough Junior Challenge” ปีที่สอง เปิดโอกาสให้นักเรียนทั่วโลกได้นำเสนอหลักการพื้นฐานทางชีววิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ หรือคณิตศาสตร์ ในรูปแบบที่สร้างสรรค์

Dr. Priscilla Chan ผู้ร่วมก่อตั้ง Breakthrough Prize กล่าวว่า “Breakthrough Junior Challenge สนับสนุนให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์และคนรุ่นใหม่ช่วยให้เรามองเห็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่สดใหม่ไม่เหมือนใคร เราหวังว่านักเรียนจากทั่วโลกจะเข้าร่วมโครงการนี้ ดิฉันจะตั้งตารอผลงานอันน่าทึ่งของเด็กๆ การแข่งขันในปีที่ผ่านมาทำให้เราตระหนักว่า มุมมองและแนวคิดที่แปลกใหม่ของเด็กๆ ช่วยให้เราได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของหลักการทางวิทยาศาสตร์อันซับซ้อนในชีวิตประจำวันของเรา

รับชมคลิปวิดีโอ Dr. Chan แนะนำโครงการ Breakthrough Junior Challenge ได้ที่

http://youtu.be/LIdpYSFWGsc

นักเรียนที่มีอายุระหว่าง 13-18 ปีจากทุกประเทศทั่วโลก สามารถส่งผลงานคลิปวิดีโอที่สร้างขึ้นเอง (ความยาวไม่เกิน 5 นาที) เพื่อนำเสนอแนวคิดหรือทฤษฎีทางชีววิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ หรือคณิตศาสตร์ ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะได้รับการประเมินในแง่ของความสามารถในการถ่ายทอดแนวคิดทางวิทยาศาสตร์อันซับซ้อนด้วยกลวิธีบอกเล่าที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย และสร้างสรรค์ โดยจะปิดรับผลงานในวันที่ 10 ตุลาคม 2559 สำหรับนักเรียนที่สนใจเข้าร่วมการประกวดต้องลงทะเบียนที่ www.breakthroughjuniorchallenge.org

ผู้ชนะจะได้รับทุนการศึกษา 250,000 ดอลลาร์ และอาจารย์ที่ให้คำปรึกษานักเรียนจะได้รับรางวัล 50,000 ดอลลาร์ ส่วนโรงเรียนของนักเรียนที่ชนะจะได้รับรางวัลเป็นห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์สุดล้ำสมัยมูลค่า 100,000 ดอลลาร์

สำหรับปีนี้ Breakthrough Junior Challenge เตรียมเปิดช่องทางการโหวตแบบ “Popular Vote” เป็นปีแรก โดยคลิปวิดีโอที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศจะถูกโพสต์ลงเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ Breakthrough Prize และวิดีโอที่มียอดไลค์สูงสุดจะเป็นผู้ชนะ “Popular Vote” และได้รับสิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศโดยอัตโนมัติเพื่อชิงรางวัลใหญ่ต่อไป

ผู้ชนะในปีที่แล้วคือ Ryan Chester วัย 18 ปี จาก North Royalton High School รัฐโอไฮโอ จากผลงานที่มีชื่อว่า “Some Cool Ways to Understand the Special Theory of Relativity and What It Means About Time” [https://www.youtube.com/watch?v=umLcFAI5SZg] ซึ่งอธิบายทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของไอน์สไตน์ ผลงานนี้ชนะใจคณะกรรมการด้วยความหลักแหลม ชัดเจน และสร้างสรรค์ อีกทั้งยังได้รับความสนใจจากทั่วโลกและมีผู้เข้าชมออนไลน์กว่า 4 ล้านครั้ง ทั้งนี้ Ryan Chester จะเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดในเดือนกันยายนนี้

Ryan Chester กล่าวว่า รางวัล Breakthrough Junior Challenge พลิกชีวิตผม ทำให้ผมมีโอกาสเลือกสถาบันที่จะเรียนต่อ ตอนแรกผมว่าจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยรัฐในโอไฮโอ เพราะผมทำได้แค่นั้น แต่หลังจากชนะรางวัลผมก็เลือกได้ทุกสถาบัน ตอนนี้ผมได้เรียนที่ฮาวาร์ด ซึ่งแต่ก่อนผมแทบไม่กล้านึกถึงนอกจากนี้ เขายังแนะนำผู้เข้าแข่งขันว่า คุณต้องค้นคว้าหาข้อมูล และต้องทำความเข้าใจหัวข้อที่ส่งเข้าประกวดให้ถ่องแท้ ที่สำคัญอย่าลืมเติมอารมณ์ขันในผลงานของคุณด้วย

ในปีที่แล้วมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดมากกว่า 2,000 คน จาก 86 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา อินเดีย เม็กซิโก แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย บราซิล ไทย ตุรกี เวียดนาม นอร์เวย์ ฝรั่งเศส อิสราเอล และเปรู

Lucy Hawking นักเขียน นักการศึกษา และกรรมการตัดสินรางวัล กล่าวว่า “Breakthrough Junior Challenge แตกต่างจากการแข่งขันระดับนักเรียนรายการอื่นๆ พิสูจน์ได้จากการตอบรับอย่างท่วมท้นในการแข่งขันปีแรก ซึ่งมีนักเรียนกว่า 2,000 คนส่งคลิปวิดีโออันโดดเด่นและสร้างสรรค์เข้ามาประกวด ดิฉันแทบอดใจรอชมผลงานในปีนี้ไม่ไหว ยิ่งไปกว่านั้น ดิฉันยังรู้สึกยินดีที่ได้เห็นความก้าวหน้าของ Ryan Chester ผู้ชนะในปีที่แล้ว และรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นผลงานของผู้เข้าประกวดในปีนี้ ท้ายที่สุด ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินอีกครั้ง”

สำหรับผู้ชนะการแข่งขัน Breakthrough Junior Challenge ในปีนี้ จะเข้ารับรางวัลในพิธีมอบรางวัลซึ่งจัดขึ้นที่ซิลิคอนวัลเลย์ โดยนักเรียนที่ชนะและอาจารย์ที่ให้คำปรึกษาจะได้รับการประกาศชื่อ ขณะเดียวกันผลงานที่ได้รับรางวัลจะได้รับการเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ ซึ่งรายละเอียดต่างๆจะประกาศให้ทราบในภายหลัง

Dr. Mae Jemison ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ อดีตนักบินอวกาศ และหัวหน้าโครงการ 100 Year Starship ที่มุ่งผลักดันให้มนุษย์สามารถเดินทางออกนอกระบบสุริยะของเราไปยังดาวดวงอื่นภายใน 100 ปีข้างหน้า กล่าวว่า “เมื่อนักเรียนรู้สึกท้าทายที่จะสร้างคลิปวิดีโอ เพื่อนำเสนอแนวคิดสำคัญทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่คนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย น่าสนใจ และชัดเจน วิทยาศาสตร์ก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้งยังช่วยเปลี่ยนความคิดและทำให้เข้าใจว่าใครๆก็สามารถเข้าถึงวิทยาศาสตร์ได้ ดิฉันตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นกรรมการตัดสิน เนื่องจากการทำให้วิทยาศาสตร์เข้าใจง่ายและเข้าถึงง่ายจะช่วยพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดิฉันมุ่งมั่นตั้งใจทำมาโดยตลอด”

ผลงานวิดีโอที่เข้ารอบจะได้รับการพิจารณาโดยผู้ชนะรางวัล Breakthrough Prize และเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษา จากองค์กรพันธมิตรอย่าง Khan Academy และนอกเหนือจากการสร้างสรรค์และผลิตวิดีโอด้วยตัวเองแล้ว นักเรียนยังมีโอกาสร่วมให้คะแนนผลงานของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆด้วย

Sal Khan ผู้ก่อตั้ง Khan Academy กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับ Breakthrough Prize ในการประกวด Breakthrough Junior Challenge อีกครั้งในปีนี้ การสร้างคลิปวิดีโออธิบายแนวคิดที่ซับซ้อนให้ชัดเจนและน่าสนใจเป็นวิธีที่ดีในการแสดงความสามารถของตนเอง และยังช่วยให้ผู้อื่นเข้าใจและชื่นชอบหัวข้อที่เรานำเสนออีกด้วย”

Breakthrough Junior Challenge ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ Silicon Valley Community Foundation ของ Mark Zuckerberg และ Priscilla Chan รวมถึงมูลนิธิ Milner Global Foundation ของ Yuri Milner และ Julia Milner โดยมอบผ่านทางมูลนิธิ Breakthrough Prize Foundation

Breakthrough Junior Challenge เป็นโครงการระดับโลกที่มุ่งพัฒนาและแสดงความรู้ทางวิทยาศาสตร์และหลักการทางวิทยาศาสตร์ของเยาวชน สร้างความตื่นเต้นในแวดวงวิทยาศาสตร์ สนับสนุนอาชีพเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) ตลอดจนกระตุ้นให้คนทั่วไปสนใจแนวคิดหลักๆของวิทยาศาสตร์พื้นฐาน

รางวัล Breakthrough Prize

 

รางวัล Breakthrough Prize ก่อตั้งขึ้นในปี 2555 โดย Sergey Brin, Anne Wojcicki, Yuri Milner, Julia Milner, Mark Zuckerberg และ Priscilla Chan เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในสาขาชีววิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ รางวัล Breakthrough Prize มีจุดประสงค์ที่จะเฉลิมฉลองให้กับนักวิทยาศาสตร์และผลักดันให้ผู้คนอยากยึดอาชีพนักวิทยาศาสตร์ ผู้ที่ได้รับรางวัลแต่ละสาขาต้องผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้ที่ได้รับรางวัลในอดีต ในเดือนพฤศจิกายน 2557 Yuri Milner และ Mark Zuckerberg ผู้ร่วมก่อตั้งรางวัล ได้ประกาศเพิ่มรางวัล New Horizons in Mathematics Prize เพื่อมอบให้แก่นักคณิตศาสตร์ ควบคู่ไปกับรางวัล New Horizons in Physics Prize ที่มีอยู่เดิม

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรางวัล Breakthrough Prizes ได้ที่ www.breakthroughprize.org

พันธมิตร

Khan Academy เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรประเภท 501(c) 3 ที่มุ่งส่งเสริมให้ทุกคนทั่วโลกได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เราเชื่อว่านักเรียนทุกวัยควรได้เข้าถึงเนื้อหาการเรียนแบบไม่จำกัด และสามารถรับเนื้อหาการเรียนตามความต้องการของตนเอง นอกจากนี้ เราเชื่อว่าซอฟต์แวร์อัจฉริยะ เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และยูสเซอร์อินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย จะช่วยให้การนำเสนอเนื้อหาการเรียนสู่นักเรียนและครูผู้สอนทั่วโลกมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื้อหาการเรียนของเรามีความครอบคลุมตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับอุดมศึกษา และมีเนื้อหาวิชาที่หลากหลาย ทั้งคณิตศาสตร์ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ เศรษฐศาสตร์ การเงิน และประวัติศาสตร์ เรามีนักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนมากกว่า 37 ล้านคน และนำเสนอบทเรียนมากกว่า 700 ล้านบทเรียน รวมถึงโจทย์แบบฝึกหัดมากกว่า 4.85 พันล้านข้อ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.khanacademy.org

Cold Spring Harbor Laboratory (CSHL) เป็นผู้ออกแบบห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เพื่อมอบเป็นรางวัลให้แก่โรงเรียนของนักเรียนที่ชนะรางวัลBreakthrough Junior Challenge โดย CSHL ก่อตั้งขึ้นในปี 2433 และเป็นผู้วางรากฐานการศึกษาและการวิจัยทางชีวการแพทย์ร่วมสมัย สถาบัน CSHL สาขานิวยอร์กมีคณาจารย์ นักศึกษา และพนักงาน 1,100 คน และให้การต้อนรับนักวิทยาศาสตร์กว่า 12,000 คนที่เข้าร่วมหลักสูตรและการประชุมในแต่ละปี ศูนย์ DNA Learning Center ของ CSHL เป็นแหล่งให้ความรู้ด้านพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุลแก่นักศึกษาและสถานที่ให้การฝึกอบรมแก่คณาจารย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สื่อการเรียนการสอนและแนวทางที่พัฒนาโดย DNA Learning Center สามารถเข้าถึงได้ฟรีผ่านเว็บไซต์การศึกษาชั้นนำกว่า 20 เว็บ นอกจากนี้ CSHL ยังมีโรงพิมพ์ตำราเรียน หน่วยงานกำหนดนโยบายทางวิทยาศาสตร์ และหลักสูตรบัณฑิตศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cshl.edu

Breakthrough Junior Challenge ยังร่วมมือกับ National Geographic เพื่อช่วยให้เข้าถึงผู้ที่ชื่นชอบในวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ นักการศึกษา และนักเรียนนักศึกษาทั่วโลก โดย National Geographic Channels US ซึ่งเกิดจากการร่วมทุนระหว่าง National Geographic กับ Fox Cable Networks ได้ให้การสนับสนุนพันธกิจขององค์กรไม่แสวงผลกำไร National Geographic Society ในการสำรวจ อนุรักษ์ และให้ความรู้ ด้วยการนำเสนอรายการที่มีประโยชน์และทันโลก รวมถึงนำกำไรที่ได้มาสนับสนุนภารกิจขององค์กรด้วย

ติดต่อ:

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาทิ กฎการแข่งขัน แนวทางการส่งผลงานเข้าประกวด และกระทู้คำถามต่างๆ สามารถรับชมได้ที่www.breakthroughjuniorchallenge.org

WCA ร่วมระเบิดความมันส์อีกครั้งที่งาน Gamescom เปิดเวทีประลองอีสปอร์ตสำหรับเกมเมอร์รุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–1 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Gamescom มหกรรมเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระเบิดความมันส์อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 17 – 21 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมหกรรม Gamescom ในปีนี้มีความพิเศษตรงที่ไม่เพียงจัดแสดงผลงานใหม่ๆ ของเหล่านักพัฒนาเกมเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเกมชาวจีนและชาวต่างชาติร่วมกันแข่งขันและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านอีสปอร์ตอีกด้วย โดย WCA2016 International Exchange Matches นี้ได้รับความสนใจจากบรรดาผู้เข้าแข่งขันที่มีพรสวรรค์ ทั้งจากมหาวิทยาลัยในประเทศจีนและมหาวิทยาลัยในยุโรปจำนวนมาก

          ปีนี้นับเป็นปีที่ 2 ที่ WCA ปรากฏตัวในงาน Gamescom ที่ถูกจัดขึ้นในธีม “Youth for e-sports, Honors for School” โดยในปีนี้ WCA ได้จัดการแข่งขันนัดกระชับมิตรระหว่างทีมนักเล่มเกมชาวจีนและทีมนักเล่นเกมจากต่างชาติ ด้วยการประลองฝีมือแข่งขันเล่นเกมหลักของ WCA อย่าง DOTA2, Hearthstone และLeague of Legends เป็นเวลา 5 วัน ซึ่งกิจกรรมนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติที่หลงใหลในกีฬาอีสปอร์ต

          การจัดการแข่งขัน International Exchange Matches ระหว่างมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเริ่มการสื่อสารในด้านอีสปอร์ตระหว่างประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ด้วยความร่วมมือจากนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยที่มีความหลงใหลในอีสปอร์ต ดังเห็นได้จากการที่นักศึกษาเหล่านี้ถือครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้ที่หลงใหลในอีสปอร์ต โดยเมื่อต้นปี 2558 มีนักศึกษาที่ร่วมกิจกรรมอีสปอร์ตถึง 10 ล้านคน จากจำนวนนักศึกษาในมหาวิทยาลัย 35.99 ล้านคน และในปีนี้WCA ได้เชิญชวนมหาวิทยาลัยจีนกว่า 1,000 แห่ง และมหาวิทยาลัยยุโรปอีกหลายแห่งมาเข้าร่วมการแข่งขันอีสปอร์ต เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยจีนและมหาวิทยาลัยต่างประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

          นับตั้งแต่การก่อตั้งในปี 2557 WCA ได้ทุ่มเทเพื่อผันตัวเข้าสู่การเป็นเวทีระดับนานาชาติ WCA ได้ต่อยอดการแลกเปลี่ยนมุมมองและความร่วมมือในเชิงลึกกับหลายประเทศและภูมิภาคในโลก ซึ่งรวมถึงการทำข้อตกลงกับ UCC ของรัสเซีย และสมาพันธ์อีสปอร์ตของเดนมาร์ก นับจนถึงปัจจุบัน WCA มีดิวิชั่นระหว่างประเทศรวม 3 ดิวิชั่นด้วยกัน ได้แก่ ดิวิชั่นเอเชียแปซิฟิก ดิวิชั่นยุโรป และดิวิชั่นอเมริกา และได้จัดการแข่งขันขึ้นในต่างประเทศเป็นเวลา 205 วัน นอกจากนี้ WCA ยังเป็นภาคีแห่งสมาพันธ์อีสปอร์ตบราซิล ซึ่งได้จัดแสดงโลโก้ของแบรนด์ WCA ตามสนามแข่งขันและสถานที่ต่างๆ ในระหว่างมหกรรมริโอ โอลิมปิก เพื่อให้คนหันมาสนใจอีสปอร์ตกันมากขึ้น

          ในอนาคต วงการอีสปอร์ตของจีนซึ่งมี WCA เป็นตัวแทน จะผลักดันผู้เล่นอีสปอร์ตชาวจีนและชาวต่างชาติในการแลกเปลี่ยนและส่งเสริมการพัฒนาวงการอีสปอร์ตโลกไปสู่ระดับที่สูงขึ้นไป ด้วยการเป็นเจ้าของตลาดอีสปอร์ตขนาดใหญ่ระดับโลก จึงคาดว่าจีนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำกระแสในวงการอีสปอร์ต จากการสนับสนุนของรัฐบาลและการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ

Puma Energy เดินหน้าเปิดคลังน้ำมันแห่งที่ 99

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โจฮันเนสเบิร์ก—-1 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – คลังน้ำมันแห่งใหม่ตั้งอยู่ที่เมืองมาตาดี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

          Puma Energy บริษัทพลังงานกลางน้ำและปลายน้ำระดับโลก มีความยินดีที่จะประกาศถึงการเปิดคลังน้ำมันแห่งที่ 99 ของบริษัท ณ เมืองมาตาดี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC)

Puma Energy Logo / Puma Energy is a global integrated midstream and downstream oil company active in over 47 countries. (PRNewsFoto/Puma Energy)

Puma Energy is a global integrated midstream and downstream oil company active in over 47 countries. (PRNewsFoto/Puma Energy)

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160830/402490LOGO )

Puma Energy’s 99th terminal and image of the jetty in the Democratic Republic of Congo. (PRNewsFoto/Puma Energy)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160831/402963 )

          Puma Energy มีประสบการณ์ที่สั่งสมมาในด้านการก่อสร้าง ซ่อมบำรุง และการดำเนินงานเกี่ยวกับคลังน้ำมันและทุ่นจอดเรือนอกชายฝั่งตามมาตรฐานระหว่างประเทศขั้นสูงสุด สำหรับคลังน้ำมันอันทันสมัยแห่งนี้ได้รับการติดตั้งเครื่องมือไว้อย่างครบครันเพื่อจัดการผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ ได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญสำหรับการขนส่งและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยจัดส่งสินค้าป้อนให้กับ DRC และประเทศเพื่อนบ้าน

คลังน้ำมันดังกล่าวเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และมีรายละเอียดมาก ประกอบไปด้วยถังเก็บเชื้อเพลิงสะอาดขนาด 6,500 ลบ.ม. จำนวน 4 ถัง พร้อมรถบรรทุกที่ใช้บรรจุน้ำมันและถ่ายน้ำมันออก นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานแห่งใหม่ ระบบป้องกันอัคคีภัยที่ทันสมัย ท่าเทียบเรือลอยน้ำและท่อส่งน้ำมันซึ่งเชื่อมต่อไปยังบริเวณคลังน้ำมันอื่น ตลอดจนถนนคอนกรีตระยะทาง 2 กม. เข้าสู่บริเวณคลังน้ำมัน ทั้งนี้ คลังน้ำมันและท่าเทียบเรือจะเอื้อให้ DRC และอนุภูมิภาคมีศักยภาพรองรับเรือขนส่งสินค้าด้วย

โจนาธาน โมลาโป ซีโอโอของ Puma Energy ประจำแอฟริกา กล่าวว่า “คลังน้ำมันมาตาดีจะรับประกันว่า DRC และภูมิภาคนี้จะมีน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงใช้ในอนาคต อีกทั้งยังทำให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ เราจึงมีความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและรองรับความต้องการด้านต่างๆ ของ DRC”

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.pumaenergy.com

ที่มา: Puma Energy