Telepizza เตรียมบุกตลาดอิหร่านปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาดริด–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

– ถือเป็นร้านอาหารบริการด่วนจากยุโรปรายแรกที่เข้าไปทำธุรกิจในอิหร่าน

– ตั้งเป้าเปิด 200 สาขาภายใน 10 ปีข้างหน้า

– พร้อมรุกเข้าสู่ตลาดสำคัญอื่นๆ ได้แก่ สหราชอาณาจักร มอลตา และซาอุดิอาระเบีย

– ปัจจุบันมีร้าน 1,342 สาขาใน 4 ทวีป รองรับลูกค้ากว่า 60 ล้านคน และมียอดขายรวม 506 ล้านยูโร 

Telepizza บริษัทส่งพิซซ่าที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐและมีสาขามากที่สุดในโลก เตรียมบุกตลาดอิหร่านในเดือนมีนาคม 2560 ผ่านการทำข้อตกลงมาสเตอร์แฟรนไชส์ร่วมกับหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์อย่าง Momenin Investment Group นอกจากนั้นยังตั้งเป้าเปิด 200 สาขาภายในระยะเวลา 10 ปี (หรือ 20 สาขาต่อปี) โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 100 ล้านยูโรตลอด 10 ปี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท MIG

 Telepizza logo / Telepizza logo

(โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20150317/735407-a )

Telepizza / Chairman of Momenin Investment Group (MIG)and Giorgio Minardi Telepizza (PRNewsFoto/Telepizza)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161202/444999 ) 

Telepizza สาขาแรกในอิหร่านจะตั้งอยู่ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศ และจะมีการเปิดสาขาเพิ่มเติมอีก 7 สาขาก่อนสิ้นปี 

Pablo Juantegui ประธานและซีอีโอของ Telepizza กล่าวว่า “การรุกเข้าสู่ตลาดอิหร่านถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ตามแผนการขยายสาขาไปทั่วโลก อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสอันดีเยี่ยมในการประกอบธุรกิจ เรายินดีที่ได้แบ่งปันแก่นแท้ของแบรนด์สู่ลูกค้าในอิหร่าน นั่นคือ การส่งพิซซ่ารสชาติโดนๆให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยทุกที่ทุกเวลา” 

Giorgio Minardi ประธานสากลของ Telepizza กล่าวว่า “เรารู้สึกพอใจที่ได้พบเจอกับพันธมิตรอย่าง Momenin Investment Group ที่จะมาร่วมลงทุนในตลาดอิหร่านที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เราจะเป็นร้านอาหารบริการด่วนรายแรกจากยุโรปที่เข้ามาทำธุรกิจที่นี่ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าที่ขาดหายไป” 

Hadi Momenin ตัวแทนจาก Momenin Investment Group กล่าวว่า “Telepizza เป็นแบรนด์ระดับโลกที่เราภาคภูมิใจนำเสนอในอิหร่าน คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร ประกอบกับสินค้าที่มีคุณภาพดีเยี่ยม ตลอดจนเทคโนโลยีการจัดส่งและการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ จะทำให้เราสามารถตอบสนองสิ่งที่ชาวอิหร่านกำลังมองหา นั่นคือ พิซซ่าแฮนด์เมดสดใหม่คุณภาพเยี่ยม รวมถึงบริการส่งพิซซ่าที่ทันสมัยและเปี่ยมด้วยไมตรีจิต เพื่อให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยทุกที่ทุกเวลา” 

เปิดให้บริการในสหราชอาณาจักร มอลตา และซาอุดิอาระเบีย

นอกเหนือจากการเปิดให้บริการในอิหร่านแล้ว บริษัทยังได้เปิดให้บริการในประเทศอื่นๆ ตามแผนการขยายสาขาทั่วโลกตลอดปี 2559 

ในสหราชอาณาจักร Telepizza ได้ประกาศเตรียมเปิด 80 สาขาภายใน 10 ปีข้างหน้า โดยมีบริษัท Karali Ventures Limited เป็นพันธมิตร นอกจากนั้นยังได้พัฒนาแผนธุรกิจว่าด้วยการเปิดสาขาใหม่ๆอีก 300 สาขาภายใน 10 ปี ผ่านการร่วมมือกับผู้ร่วมธุรกิจแฟรนไชส์ 20 ราย 

นอกจากนี้ Telepizza จะเปิดร้านพิซซ่า 1 สาขาที่ประเทศมอลตา ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 และจะเปิดเพิ่มอีก 3 สาขาภายใน 3 ปี ผ่านการเป็นพันธมิตรกับ Joseph P. Attard 

สำหรับซาอุดิอาระเบีย Telepizza ได้เปิดสาขาไปแล้วถึง 3 สาขาในกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศ และตั้งเป้าว่าจะเปิดให้ครบ 100 สาขาภายใน 10 ปี โดยมีบริษัท Emtyaz Catering Company ในเครือ Al Bayan Holding Group เป็นพันธมิตร 

ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ 

Telepizza ขยายสาขาไปยังต่างประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง นับตั้งแต่เริ่มขยายสาขาไปยังประเทศชิลีเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2535 ปัจจุบันTelepizza มีทั้งสิ้น 1,342 สาขา (456 สาขาเป็นร้านของบริษัทเอง และอีก 886 สาขาเป็นร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์) โดยเปิดให้บริการใน 15 ประเทศ ทั้งในทวีปยุโรป เอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา เพื่อให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 60 ล้านราย โดยมียอดขายรวม 506 ล้านยูโร 

บริษัทมีโรงงานเป็นของตัวเองใน 6 ประเทศ ได้แก่ สเปน โปรตุเกส โปแลนด์ ชิลี โคลอมเบีย และเปรู รวมถึงโรงงานมาสเตอร์แฟรนไชส์ในอีก 6 ประเทศและภูมิภาค ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อเมริกากลาง รัสเซีย โบลิเวีย และแองโกลา นอกจากนั้นยังมีโกดังในเอกวาดอร์และโปแลนด์ด้วย 

Telepizza Group 

Telepizza เป็นบริษัทส่งพิซซ่าที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐและมีสาขามากที่สุดในโลก โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน Telepizzaดำเนินงานใน 15 ประเทศ โดยมีทั้งร้านที่เป็นของบริษัทเอง รวมถึงร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์ รวมทั้งสิ้น 1,342 สาขาทั่วโลก โดย 456 สาขาเป็นร้านของบริษัทเอง (34%) และอีก 886 สาขาเป็นร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์ (66%) ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 

หากรวมคู่แข่งจากสหรัฐแล้ว เราจะเป็นบริษัทส่งพิซซ่าที่มีสาขามากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก นอกจากนี้ เรายังเป็นบริษัทส่งพิซซ่าที่มีสาขามากเป็นอันดับต้นๆในหลายประเทศ (มีสาขามากเป็นอันดับ 1 ในสเปน โปรตุเกส ชิลี และโคลอมเบีย และมากเป็นอันดับ 2 ในโปแลนด์) 

ยอดขายรวมของเรา (ทั้งร้านที่เป็นของบริษัทเอง รวมถึงร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์) อยู่ที่ 506 ล้านยูโร ในรอบ 12 เดือนสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 63.4 ล้านยูโรในช่วงเวลาดังกล่าว 

Telepizza จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์บาร์เซโลนา บิลเบา มาดริด และวาเลนเซีย โดยเริ่มซื้อขายหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2559 และมีจำนวนหุ้นทั้งสิ้น 100,720,679 หุ้น 

www.telepizza.com 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Ketchum – Monica Escusa / Ana Moreno

โทร. +34-917883200

อีเมล: prensa.telepizza@ketchum.es 

ที่มา: Telepizza

THOMAS SABO มอบโปรโมชั่นโดนใจรับวาเลนไทน์ เครื่องประดับรูปหัวใจลด 15%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอฟ อัน แดร์ เพกนีตซ์, เยอรมนี–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

สำหรับความรักนั้น การแสดงออกเล็กๆจากใจจริงสำคัญกว่าคำพูดสวยหรูมากมาย ด้วยเหตุนี้ THOMAS SABO จึงเลือกเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรักที่ใกล้จะมาถึง ด้วยการจัดโปรโมชั่นลดราคา 15% สำหรับเครื่องประดับรูปหัวใจในคอลเลคชั่นต่างๆ 

 

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445633 ) 

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับสุดหรูฝังเซอร์โคเนีย เครื่องประดับที่รังสรรค์ขึ้นจากโรสโกล 18k ต่างหูสุดประณีต หรือชาร์มจี้ห้อยสุดน่ารัก เครื่องประดับสื่อรักรูปหัวใจก็ล้วนเป็นของขวัญที่แสนจะลงตัวสำหรับทุกคนในวันแห่งความรัก เครื่องประดับของ THOMAS SABO ในห่อของขวัญสุดน่ารักจึงเป็นไอเทมที่สื่อถึงความรักและความปราถนาดีที่จะทำให้สาวๆใจเต้นแรงตั้งแต่แรกเห็น และช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแห่งรักให้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ 

แคมเปญลดราคาพิเศษรับวันวาเลนไทน์จะเริ่มขึ้นในวันที่ 24มกราคม จนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ปีหน้า ที่ช็อปของ THOMAS SABOรวมถึงเคาท์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า ร้านค้าออนไลน์ และร้านพันธมิตรสาขาที่ร่วมรายการ ยกเว้นช็อปสาขา Wertheim Village, Ingolstadt Village, Neumunster Designer Outlet และ Factory Outlet Lauf

สามารถดาวน์โหลดรูปภาพพร้อมราคาได้ที่

http://images.thomassabo.com/www/2/2016/12/THOMAS-SABO-Valentine%C2%B4s-Day-2017.zip 

#foreverinmyheart #THOMASSABO #valentinesday 

เกี่ยวกับ THOMAS SABO 

THOMAS SABO เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับ นาฬิกา และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามชั้นนำระดับโลก โดยออกแบบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ทั้งสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.1984 โดยโธมัส ซาโบ ที่เมืองลอฟ อัน แดร์ เพกนีตซ์ ทางตอนใต้ของเยอรมนี THOMAS SABO มีร้านค้าเป็นของตนเองราว 300 สาขา ใน 5 ทวีปทั่วโลก และมีพนักงานทั้งหมดราว 1,860 คน โดยที่สำนักงานใหญ่มีพนักงานประมาณ 490 คน นอกจากนี้ THOMAS SABO ยังมีพันธมิตรทางการค้าประมาณ 2,800 รายทั่วโลก ซึ่งรวมถึงสายการบินและเรือสำราญชั้นนำอีกด้วย 

สื่อมวลชนติดต่อ

Felizia Kindermann

หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศและองค์กร

โทร. +49912397150-0

อีเมล: press@thomassabo.com 

ที่มา: THOMAS SABO GmbH & Co.KG

G2A Pay ตั้งเป้าเพิ่มวิธีชำระเงินท้องถิ่นรวมกว่า 200 รูปแบบภายในต้นปี 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง – 6 ธ.ค. – พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            G2A Pay ระบบชำระเงินออนไลน์ของ G2A.COM ซึ่งเป็นตลาดเกมดิจิทัลระดับโลก ประกาศแผนยกระดับการให้บริการ โดยจะนำเสนอวิธีการชำระเงินให้ครอบคลุมมากกว่า 200 รูปแบบภายในช่วงต้นปี 2560 รวมทั้งจะมีการอัพเกรดในส่วนของเครื่องมือวิเคราะห์ แอปมือถือ และเพิ่มฟีเจอร์ชำระเงินในคลิกเดียว

G2A Pay Logo / G2A Pay (PRNewsFoto/G2A.COM)

            (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445528LOGO )

            ปัจจุบัน G2A Pay ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงบริการชำระเงินท้องถิ่นมากกว่า 150 วิธีการ (อาทิ บัตรเครดิต, PayPal, Boleto และQiwi) ในหกทวีป และ G2A Pay กำลังจะเพิ่มบริการชำระเงินอื่นๆเข้ามาในระบบ อาทิ Mister Cash, Bank Winter และ WeChat

            การขยายการให้บริการในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับสถานะของG2A Pay ในตลาดท้องถิ่น อาทิ เอเชีย เครือรัฐเอกราช และอเมริกาใต้ และช่วยให้ผู้ขายสามารถเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้กว้างขวางขึ้น

            สำหรับฟีเจอร์อื่นๆที่มาพร้อมการอัพเกรดครั้งนี้ ได้แก่ การขยายช่องทางการจ่ายเงินให้กับร้านค้า อาทิ บัตรเติมเงิน และการรองรับสกุลเงินท้องถิ่นเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ G2A Pay ยังเตรียมยกระดับความสามารถของแอปมือมือถือและการชำระเงินในคลิกเดียวให้สามารถใช้งานได้ทั่วโลก โดยไม่จำกัดวงอยู่แค่บัญชี PayPal และบัตรเครดิตอีกต่อไป

            G2A Pay จะเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์และรายงานผลต่อไปเช่นเดิม เพื่อให้ลูกค้าสามารถปรับปรุงกลยุทธ์เจาะตลาดโลกได้อย่างตรงจุด นำไปสู่การขยายศักยภาพทางธุรกิจถึงขีดสุด นอกจากนี้ G2A Payจะยังรักษามาตรฐานความปลอดภัยในขั้นสูงต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะสามารถทำธุรกรรมอย่างไร้กังวล

            G2A Pay เป็นโซลูชั่นชำระเงินที่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมกราคม 2558 ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถรองรับอุปกรณ์หลายประเภทที่ใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งในรูปแบบเสมือนหรือจับต้องได้ G2A Pay นำเสนอประสบการณ์การชำระเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้า เปิดทางให้ลูกค้าเลือกรูปแบบการชำระเงินได้ตามความพอใจ ซึ่งนำไปสู่แหล่งของรายได้ที่เพิ่มขึ้นG2A Pay ป้องกันการเรียกเงินคืนและการฉ้อโกง และสามารถใช้งานผ่านมือถือ คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ต นอกจากนี้ ระบบยังผนวกการทำงานของG2A Shield ซึ่งเป็นบริการลูกค้าระดับพรีเมียมของ G2A.COM อีกด้วย

            G2A.COM เป็นตลาดดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 12 ล้านคน และมีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลวางจำหน่าย 50,000รายการ

            สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ pr@g2a.com

            แหล่งข่าว: G2A.com

GroupM คาดเม็ดเงินโฆษณาปี 2560 ทั่วโลกแตะ 5.47 แสนล้านดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน และ นิวยอร์ก—6 ธ.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– การชะลอตัวของ GDP ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ บีบให้นักโฆษณาต้องทำงานมากขึ้นด้วยงบฯที่จำกัด

– นักโฆษณาชะลอการใช้งบฯ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ รวมถึงความไม่แน่นอนหลังอังกฤษลงประชามติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป

– ตลาดที่เติบโตเร็วและสื่อดิจิทัล ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตอันดับต้นๆ

GroupM กลุ่มการลงทุนด้านสื่อชั้นนำของโลกในเครือ WPP ยืนยันการคาดการณ์เม็ดเงินโฆษณาทั่วโลกประจำปี 2559 พร้อมเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ใหม่สำหรับปี 2560 โดยปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งหลายทั่วโลกส่งผลให้เป็นอีกหนึ่งปีที่เม็ดเงินโฆษณาเติบโตไม่มากนัก ขณะที่แบรนด์ต่างๆยังคงได้รับแรงกดดันในการทำผลงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเติบโต และแม้ว่ามีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นสืบเนื่องจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐและการลงประชามติของสหราชอาณาจักรว่าด้วยการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป แต่งบประมาณด้านการโฆษณายังไม่ได้รับผลกระทบ โดยจีนและกลุ่ม โลกใหม่ชาติอื่นๆ ยังคงมีส่วนสนับสนุนการเติบโตทั่วโลกเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เริ่มไม่เติบโตอย่างฟู่ฟ่าตามแนวโน้มดุลยภาพใหม่ ส่วนแวดวงโฆษณาดิจิทัลนั้นยังคงเป็นธุรกิจที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากการเติบโตนี้

GroupM Logo / GroupM (PRNewsFoto/GroupM)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20151103/283547LOGO

เม็ดเงินโฆษณาปี 2560 คาดว่าจะอยู่ที่ 5.47 แสนล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 4.4%) โดยคาดว่าโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลจะมีสัดส่วนแตะ 33% ส่วนปี 2559 นั้น สื่อดิจิทัลคว้างบประมาณมาได้ 72 เซนต์ต่อทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับโฆษณาใหม่ ขณะที่สื่อทีวีคว้าไป 21 เซนต์ สำหรับปี 2560 คาดว่าสื่อดิจิทัลจะคว้างบฯไปได้ 77 เซนต์ต่อ 1 ดอลลาร์ ส่วนสื่อทีวีคาดว่าลดลงเหลือ 17 เซนต์ ทั้งนี้ สหรัฐและจีนคิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของการเติบโตสุทธิทั้งหมดในปี 2559 และ 2560 โดยจีนกลับมาขึ้นนำสหรัฐอีกครั้งอย่างฉิวเฉียด

เม็ดเงินโฆษณา หน่วยเป็นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในราคาปัจจุบัน

2558

คาดการณ์ 2559

คาดการณ์ 2560

อเมริกาเหนือ

183,049

188,675

193,655

yoy %

1.8

3.1

2.6

ในสหรัฐอเมริกา

173,311

178,839

183,523

yoy %

1.8

3.2

2.6

ลาตินอเมริกา

34,717

36,412

38,772

yoy %

7.7

4.9

6.5

ยุโรปตะวันตก

88,817

92,062

94,847

yoy %

2.9

3.7

3.0

ยุโรปกลางและตะวันออก

12,472

13,456

14,521

yoy %

-1.4

7.9

7.9

เอเชียแปซิฟิก (ทั้งหมด)

166,793

176,422

187,492

yoy %

5.9

5.8

6.3

ในจีน

74,151

80,034

86,275

yoy %

7.8

7.9

7.8

ตะวันออกกลางและแอฟริกา

16,952

17,468

18,085

yoy %

8.2

3.0

3.5

ทั่วโลก

502,799

524,495

547,371

yoy %

3.8

4.3

4.4

 

ด้วยงบโฆษณาที่เติบโตส่งท้ายปี GroupM China จึงได้ปรับคาดการณ์ปี 2559 เป็น +7.8% เพิ่มขึ้นจาก+6.6% ที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ งบโฆษณาสินค้าอุปโภคบริโภค FMCG ขยายตัว 4.6% ในไตรมาสสองเทียบรายปี เพิ่มขึ้นอย่างมากจากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 2.0%การขยายตัวของเขตเมืองและความเชื่อมั่นอันแข็งแกร่งในกลุ่มผู้บริโภคนั้น ได้ช่วยหนุนให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่จีนไม่น่าจะรักษาการขยายตัวในอัตราเลขสองหลักได้เหมือนกับในช่วงก่อนหน้านี้อีก โดยหลังพ้นช่วงเติบโตสูงสุดแล้ว GroupM คาดว่าเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลในจีนจะขยายตัว 29.5% ในปี 2559 จากนั้นจะชะลอตัวลงเหลือ 21.5% ในปีถัดไป

สหรัฐยังคงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต GroupM ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2559 เล็กน้อย จากเดิม 3.1%เป็น 3.2% และยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวีจากเดิม3.4% เป็น 4.1% เท่ากับอัตราการเติบโตในปีที่มีการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ (2555 และ 2557) ส่วนเม็ดเงินโฆษณาช่วงเลือกตั้งที่คึกคักน้อยลงในปีนี้ ถูกชดเชยด้วยงบโฆษณาช่วงกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน โดยได้มีการโยกงบประมาณบางส่วนจากสื่อดิจิทัลไปยังสื่อทีวี โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเภสัชภัณฑ์และสินค้าประเภท CPG ขณะที่ปี 2560 นั้น ทาง GroupM ได้ปรับลดคาดการณ์เหลือ 2.6% เนื่องจาก GDP โลกและสหรัฐอ่อนแรงลง ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองซึ่งยังไม่ส่งผลกระทบต่องบประมาณโฆษณา

ผลการลงประชามติของสหราชอาณาจักรได้ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน แต่นับจนถึงวันนี้ยังไม่กระทบแวดวงโฆษณา GroupM ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์สำหรับอังกฤษเป็น 7% ต่อปี โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากสื่อดิจิทัล หรือคิดเป็นการลงทุนเพิ่มถึง 3.0 พันล้านดอลลาร์ในช่วงสองปี 2559-2560 เทียบกับ 3.3 พันล้านดอลลาร์จากประเทศอื่นๆในสหภาพยุโรปรวมกัน

ในส่วนของประเทศกลุ่ม BRICS ทาง GroupM มองว่าบราซิลกำลังฟื้นตัวจากภาวะถดถอย หลังจากที่ได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการจัดมหกรรมโอลิมปิก โดยได้มีการโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลมากขึ้น ส่วนใหญ่ผ่านแพลตฟอร์มมือถือ ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปี จำนวนผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ได้เติบโตถึง 22% แตะ 74 ล้านคนแล้ว สำหรับปี 2560 คาดว่าเม็ดเงินโฆษณาจะขยายตัวราว 2% มากพอที่จะหนุนให้บราซิลขึ้นแท่นตลาดโฆษณาที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 5 ของโลก (สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร บราซิล เยอรมนี)

ปัจจุบัน อินเดียยังคงเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในบรรดา 10 ตลาดโฆษณาที่มีมูลค่าเกิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สำหรับปี 2559 นั้นคาดว่าจะขยายตัว 13.8% และขยายตัว 12.5% ในปี 2560 โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ ความต้องการในเขตเมืองที่ยังเพิ่มขึ้น รวมถึงแรงกระเพื่อมจากการปฏิรูปที่สำคัญๆ

รัสเซียยังคงฟื้นตัวอย่างรวดเร็วต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาสแรก ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2559 เป็น 9.5% โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากความต้องการโฆษณาผ่านทีวีในไตรมาสสี่ และการเติบโตในการทำโฆษณาผ่านเสิร์ชเอนจิน ขณะที่ความต้องการโฆษณาผ่านเสิร์ชเอนจินกว่าครึ่งหนึ่งนั้นมาจากธุรกิจขนาดย่อมที่ไม่มีงบมากพอสำหรับสื่ออื่น ความต้องการจากนักโฆษณารายใหญ่ก็แข็งแกร่งเช่นกัน สำหรับปี 2560 นั้นคาดว่าจะเติบโต 10% ด้วยแรงขับเคลื่อนจากสื่อทีวีและอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ GroupM คาดการณ์แนวโน้มดังกล่าวโดยอาศัยทรัพยากรของ WPPที่มีอยู่ทั่วโลก ทั้งในด้านการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ วิจัยตลาด และการสื่อสารพิเศษ พร้อมเผยแพร่การคาดการณ์เหล่านี้ในรายงาน This Year, Next Year  โดยอดัม สมิธ ผู้อำนวยการฝ่าย Futures ของ GroupM “ตลอดเวลาที่ผ่านมา เม็ดเงินโฆษณาได้เติบโตตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวคงที่ในระดับต่ำเป็นเวลานานมาตั้งแต่ปี 2553 แต่การคาดการณ์ใหม่เหล่านี้ได้เน้นย้ำให้เห็นว่า การโฆษณาในยุคของเรานั้นเป็นเรื่องของโครงสร้างไม่ใช่วงจรขึ้นลง โดยผ่านไป 20 ปีตั้งแต่ที่อินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นสื่อโฆษณาที่วัดผลได้ สื่อดิจิทัลก็ยังคงเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตของสื่อโฆษณา และยังเป็นเครื่องมือสำคัญของวงการการตลาดทั้งหมดด้วยคุณสมิธกล่าว สิ่งนี้ช่วยเพิ่มตัวเลือก โอกาส ตลอดจนความเสี่ยง ขณะที่ความเป็นอิสระและความมุ่งมั่นทุ่มเทมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักโฆษณาสมัยนี้

เกี่ยวกับ GroupM 

GroupM เป็นกลุ่มบริหารจัดการการลงทุนด้านสื่อชั้นแนวหน้าระดับโลก โดยเป็นบริษัทแม่ของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ได้แก่ Mindshare, MEC, MediaCom, Maxus, Essence และ m/SIX รวมทั้งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มจัดการและวางแผนสื่อดิจิทัล (programmatic digital media platform) อย่าง Xaxis ซึ่งแต่ละรายต่างมีการดำเนินงานอยู่ทั่วโลกด้วยตำแหน่งผู้นำตลาด จุดมุ่งหมายหลักของ GroupM คือเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ให้ได้สูงสุด โดยรับบทบาทเป็นผู้นำและผู้ประสานงานด้านการซื้อขาย การสร้างสรรค์คอนเทนต์ กีฬา ดิจิทัล การเงิน และการพัฒนาเครื่องมือที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท GroupM มุ่งนำเสนอความได้เปรียบในตลาดอย่างเหนือชั้นให้แก่ลูกค้า ผู้ถือประโยชน์ร่วม และบุคลากรของบริษัท และทำงานร่วมกับKantar ซึ่งเป็นกลุ่มบริหารจัดการการลงทุนด้านข้อมูลของ WPP อย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ รายได้ของGroupM และ Kantar รวมกันนั้นคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของรายได้ของกลุ่มบริษัท WPP ที่กว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GroupM ได้ที่ www.groupm.com
ติดตาม @GroupMWorldwide ทางทวิตเตอร์
ติดตาม GroupM บนลิงค์อิน– https://www.linkedin.com/company/groupm

ติดต่อ:

Adam Smith, Futures Director

Adam.Smith@GroupM.com

+44 (0)20 7969 4083

David.Grabert@GroupM.com

212.297.8092

Samantha.Kops@GroupM.com

917.421.3019

“ทาทา สตีล” เดินหน้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยเทคโนโลยี EnergyNest

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออสโล, นอร์เวย์–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

นวัตกรรมกักเก็บพลังงานความร้อน EnergyNest ช่วยให้นำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ได้

ทาทา สตีล (Tata Steel) มีโรงงานผลิตหลายแห่งในเมืองอิจมุยเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ และในระหว่างกระบวนการผลิตบางขั้นตอนได้มีการปล่อยไอเสียอุณหภูมิสูงออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ โดยไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์

 EnergyNest-Thermal-Energy-Storage / EnergyNest Thermal Energy Storage (TES) (PRNewsFoto/EnergyNest)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161202/445006 )

ทาทา สตีล มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อความยั่งยืนมาโดยตลอด และเพื่อยกระดับการใช้พลังงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด โรงงานแห่งนึ่งในเมืองอิจมุยเดนจึงได้หันมาใช้ประโยชน์จากพลังงานที่มาจากไอเสียระหว่างกระบวนการผลิต และนำกลับมาใช้ใหม่ในโรงงานนั่นเอง อีกทั้งยังได้สร้างระบบกักเก็บพลังงานสำหรับรองรับการผลิตภายในโรงงานอีกด้วย

เทคโนโลยี EnergyNest ทำให้ทาทา สตีล สามารถบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ โดยการกักเก็บพลังงานความร้อนรูปแบบใหม่นี้ สามารถรวบรวมความร้อนเหลือทิ้งและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในภายหลัง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยสามารถลดการใช้ก๊าซธรรมชาติลง ซึ่งทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงตามไปด้วย เทคโนโลยีกักเก็บพลังงานความร้อน EnergyNest สามารถติดตั้งและใช้งานได้ง่ายเนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนที่ขยับได้ นอกจากนั้นยังเป็นโซลูชั่น “Energy on Demand” แบบครบวงจร ซึ่งจะถูกนำไปพัฒนาต่อร่วมกับบริษัท Jord ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมโรงงานและ EPC ทั้งนี้ การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จะทำให้โรงงานของทาทา สตีล ในเมืองอิจมุยเดนกลายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่สามารถใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

EnergyNest ปฏิวัติการกักเก็บพลังงานความร้อนรูปแบบใหม่ ด้วยอัตราประสิทธิภาพมากกว่า 95% หัวใจสำคัญของนวัตกรรมนี้อยู่ที่คอนกรีตชนิดพิเศษที่เรียกว่า HEATCRETE(R) ที่สามารถกักเก็บพลังงานความร้อนปริมาณมากได้เป็นระยะเวลานานโดยสูญเสียความร้อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (1% ต่อวัน)

ติดต่อ:

Yamaoka International Public Relations GmbH

Robin Tillmann

โทร. +49(0)40/300-326-55

อีเมล: energynest@yamaoka.de

ที่มา: EnergyNest

MoneyGram เปิดให้ลูกค้าโอนเงินผ่าน ATM ของ Shinhan Bank ได้แล้ววันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โซล, เกาหลีใต้–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – สามารถใช้บริการโอนเงินที่จุดบริการเกือบ 900 แห่งทั่วเกาหลีใต้ได้ตั้งแต่บัดนี้

          MoneyGram ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อรวมโลกดิจิตอลและโลกทางกายภาพเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถส่งและรับเงินได้อย่างง่ายดายในเกาหลี ด้วยความร่วมมือกับ Shinhan Bank หนึ่งในธนาคารระดับชาติชั้นนำของเกาหลีใต้ ในตอนนี้ ลูกค้าของ MoneyGramจะสามารถส่งเงินผ่านตู้ ATM ของ Shinhan Bank ซึ่งมีอยู่เกือบ 900 แห่งทั่วประเทศได้แล้ว

 1735498---Photo / Transfer money anytime from an ATM (PRNewsFoto/MoneyGram)

          ภาพ –http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445627

MoneyGram Logo / MoneyGram Logo (PRNewsFoto/MoneyGram) (PRNewsFoto/MoneyGram)

          โลโก้ –http://photos.prnewswire.com/prnh/20150730/251082LOGO

          ลูกค้าที่ต้องการโอนเงินด้วย MoneyGram จะต้องมีบัตรเดบิต/ATM ของ Shinhan Bank เพื่อให้สามารถโอนเงินได้อย่างง่ายดาย ผู้โอนจะสามารถลงทะเบียนผู้รับล่วงหน้าสูงสุดสามคนได้ที่ Shinhan Bank สาขาใดก็ได้ ลูกค้ายังสามารถเลือกภาษาต่างๆ ในการทำธุรกรรมได้ ซึ่งรวมถึง ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษารัสเซีย ภาษาไทย และภาษาเวียดนาม หลังจากที่ทำการโอนทาง ATM เรียบร้อยแล้ว ผู้โอนจะได้รับใบเสร็จพร้อมด้วยหมายเลขอ้างอิง โดยผู้รับจะสามารถรับเงินได้ภายใน 10 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลาทำการของตัวแทน และข้อกำหนดในท้องถิ่นของผู้รับ

          “บริการนี้คือนวัตกรรมแบบบริการตัวเองที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถส่งเงินได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายจากที่ใดและเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลาทำการของตัวแทน และข้อกำหนดในท้องถิ่นของผู้รับ” Yogesh Sangle, Head of Asia Pacific ของ MoneyGram กล่าว “เกาหลีใต้เป็นตลาดโอนเงินที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีแรงงานต่างชาติเป็นจำนวนมากที่ต้องการส่งเงินกลับบ้านไว้ดำรงชีวิตและใช้จ่ายเพื่อการศึกษา เรามีความตื่นเต้นที่ได้ขยายความร่วมมือกับ Shinhan Bank โดยเพิ่มช่องทางใหม่ที่ช่วยให้ MoneyGram สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น”

          จากข้อมูลของธนาคารโลก ในปี 2015 ได้มีการโอนเงินออกจากเกาหลีใต้ประมาณ 5.6 พันล้านดอลล่าร์ โดยมีปลายทางหลักๆ ที่จีน (4.1 พันล้านดอลล่าร์) ฟิลิปปินส์ (215 ล้านดอลล่าร์) และไทย (173 ล้านดอลล่าร์)

          #moneygramnews

          ข้อมูลเกี่ยวกับ MoneyGram

          MoneyGram เป็นผู้ให้บริการระดับโลกที่สร้างสรรค์นวัตกรรมการโอนเงินและบริการชำระเงิน และได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในฐานะช่องทางเชื่อมต่อทางการเงินกับเพื่อนและครอบครัว เราเชื่อมต่อผู้บริโภคด้วยวิธีการต่างๆ ที่สะดวกสบายสำหรับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์ ผ่านทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ คีออส หรือร้านค้าในท้องถิ่น เรายังมีบริการชำระค่าใช้จ่าย ออกใบสั่งจ่ายเงิน และให้บริการด้านการดำเนินการเช็คในบางตลาดด้วย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MoneyGram International, Inc. ได้ที่ moneygram.com

          รายละเอียดการติดต่อสำหรับสื่อ:

          Maria Bankiet-Kamińska

          MoneyGram

          โทร: + 48 22 377 2185

          โทรศัพท์เคลื่อนที่: + 48 885 889 696

          อีเมล: MBankietKaminska@moneygram.com

Cox & Kings คว้าตำแหน่งบริษัททัวร์ขวัญใจชาวอินเดีย จากเวที Condé Nast Traveller India Readers’ Travel Awards 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ – 6 ธ.ค. – พีอาร์นิวส์ไวร์-เฟิร์สต์คอลล์/อินโฟเควสท์

            Cox & Kings คือหนึ่งในผู้ชนะจากเวทีประกาศผลรางวัล Condé Nast Traveller Reader’s Travel Awards (RTA) ครั้งที่ 6 ด้วยการคว้าตำแหน่งอันทรงเกียรติในสาขาบริษัทนำเที่ยวขวัญใจชาวอินเดียไปครอง สำหรับพิธีมอบรางวัลครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการที่ The Lodhi กรุงนิวเดลี เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับที่สุดของที่สุดแห่งวงการท่องเที่ยว ซึ่งได้รับการโหวตโดยนักท่องเที่ยวผู้มีรสนิยมและผู้อ่าน Condé Nast Traveller ซึ่งเป็นนิตยสารที่มีผู้อ่านอย่างแพร่หลาย

 Image / Karan Anand, Head, Relationships, Cox & Kings (centre) receiving the award for India's favourite Tour Operator from Alex Kuruvilla, Managing Director, Conde Nast India and Divia Thani, Editor, Conde Nast Traveler India (PRNewsFoto/Cox & Kings)

            (รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445392 ) 

            ปีเตอร์ เคอร์คาร์ ผู้อำนวยการของ  Cox & Kings Ltd. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการคว้าตำแหน่งผู้ชนะในครั้งนี้ว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัลจากนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำของอินเดียซึ่งมีความมุ่งมั่นเดียวกับเรา นั่นคือการนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีที่สุดให้แก่นักเดินทางผู้มีรสนิยม เรารู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับการยอมรับในฐานะสุดยอดธุรกิจในสายตาผู้อ่านซึ่งมีประสบการณ์และรักการเดินทาง

            Condé Nast Traveller RTA คืองานประกาศผลรางวัลที่มีชื่อเสียงระดับโลกและถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่องสุดยอดแห่งประสบการณ์การเดินทาง ท่องเที่ยว และการบริการ โดยได้รับเลือกจากผู้อ่านที่ทรงอิทธิพลของ Condé Nast Traveller ผู้อ่านเหล่านี้ถือเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิดในแวดวงการท่องเที่ยว และโหวตตัวเลือกที่ถูกใจในสาขาต่างๆ ผ่านทางแบบสอบถามความคิดเห็นประจำปี 

            เกี่ยวกับ Cox and Kings Ltd.: (BSE: 533144 | NSE: COX&KINGS) 

            Cox & Kings Ltd. (‘C&K’) คือกลุ่มบริษัทด้านการเดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและการศึกษาชั้นนำ ซึ่งมีการดำเนินงานอยู่ใน 23 ประเทศ ครอบคลุม 4 ทวีป C&K คือหนึ่งในบริษัทด้านการเดินทางที่มีประสบการณ์มากที่สุดในโลก โดยเริ่มกิจการมาตั้งแต่ปี 2301 ตลอดช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา C&K ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในอินเดีย ได้ผันตัวสู่การเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติด้านการเดินทางซึ่งทำธุรกิจหลายประเภท โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

            C&K ดำเนินธุรกิจใน 3 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ การพักผ่อนหย่อนใจ การศึกษา และโรงแรมลูกผสม

            Leisure-India เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในฐานะแบรนด์ของ Cox & Kings ที่พบเห็นได้ทั่วไปในอินเดีย เราทำธุรกิจการท่องเที่ยวครบวงจร โดยนำเสนอตัวเลือกการเดินทางที่ดีที่สุดและกว้างขวางที่สุดให้แก่ลูกค้าทั้งรายบุคคล หมู่คณะ และองค์กรธุรกิจในอินเดีย ซึ่งถือเป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

            C&K ดำเนินธุรกิจการเดินทางเพื่อการศึกษาภายใต้แบรนด์ PGLและ NST ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดการเรียนรู้จากประสบการณ์ และเราตั้งใจจะนำพาแบรนด์เหล่านี้ไปสู่ระดับสากล โดยเราได้เจาะตลาดออสเตรเลียเมื่อเร็วๆนี้

            สำหรับธุรกิจโรงแรมลูกผสมนั้น เราบริหารโรงแรม 16 แห่งในยุโรปภายใต้แบรนด์ Meininger เรามีจุดขายที่โดดเด่นในเรื่องของทำเลใจกลางเมืองที่มีความสะอาดและปลอดภัย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักได้ในราคาย่อมเยา

            สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ thomasct@coxandkings.com

            ที่มา: Cox & Kings

มหกรรม “Prolight + Sound Guangzhou 2017” ฉลองครบรอบ 15 ปีด้วยกองทัพสินค้าสุดอลังการ-พื้นที่จัดแสดงยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจวจีน6 ธ.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Prolight + Sound Guangzhou มหกรรมแสดงสินค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมระบบแสงและเสียงในจีน จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์ 2017 ณ ศูนย์แสดงสินค้า China Import & Export Fair Complex ในเมืองกว่างโจว โดยจะมีการยกขบวนผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงมาจัดแสดงอย่างครบครัน พร้อมกับกิจกรรมมากมายที่จะจัดขึ้นใน 13 ฮอลล์ (กินพื้นที่ 130,000 ตารางเมตร) นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดงกลางแจ้งครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของ Area A ด้วย

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161202/8521607898

คำบรรยายภาพภาพมุมสูงภายในงาน Prolight + Sound Guangzhou

Prolight + Sound Guangzhou ได้พัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยค่อยๆเปลี่ยนจากเวทีธุรกิจระดับภูมิภาคสู่เวทีระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงตลาดจีนและตลาดต่างประเทศด้วยหลากหลายผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีล้ำสมัย และความสามารถของตลาด และในปีที่ 15 ของการจัดงาน ทางมหกรรมเตรียมรองรับผู้จัดแสดงสินค้าจากทั้งในและต่างประเทศกว่า 1,250 ราย รวมถึงผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงจากวงการระบบแสงและเสียงตลอดจนเทคโนโลยีความบันเทิง  

คุณภาพและความเป็นสากลยังคงเป็นกุญแจสำคัญของการจัดงาน มหกรรมในครั้งนี้จึงเดินหน้านำเสนอผลิตภัณฑ์อย่างครบครันโดยแบ่งเป็นโซนต่างๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับระบบการประชุม ระบบเสียงกลางแจ้ง หูฟัง ไมโครโฟน และอุปกรณ์เสริมต่างๆ รวมถึงโซน Audio Brand Name Halls  

นอกจากนี้ พื้นที่จัดแสดงกลางแจ้งที่เพิ่มขึ้นครอบคลุม 3 โซนจัดแสดง ยังรวบรวมแบรนด์เครื่องเสียงจากทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากไว้ด้วยกัน เพื่อมอบตัวเลือกที่หลากหลายขึ้นให้แก่ผู้ร่วมงาน

เพื่อตอบสนองต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมความบันเทิงจีน มหกรรมครั้งนี้จะเปิดตัวโซน “Theatre K Pub” เพื่อช่วยให้ผู้จัดแสดงและผู้เข้าชมงานสามารถคว้าโอกาสใหม่ๆในตลาดโฮมเธียเตอร์และคาราโอเกะที่กำลังบูม

โซนดังกล่าวจะตั้งอยู่ในพื้นที่ Y Channel ของ Area A โดยจะจัดแสดงระบบคาราโอเกะคุณภาพสูง มินิโฮมเธียเตอร์ การติดตั้งระบบตามความต้องการของลูกค้า ระบบภาพและเสียงดิจิทัลอัจฉริยะ และการวางระบบ

ตลอด 4 วันของการจัดงานยังมีกิจกรรมต่างๆมากมาย เช่น PLSG Annual Training Course และ Vision X Network รวมถึงงานสัมมนา การประชุม และการสาธิตผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมงานได้เกาะติดความเคลื่อนไหวของตลาดและเทรนด์ล่าสุดของอุตสาหกรรม

มหกรรม Prolight + Sound Guangzhou จัดขึ้นโดย Messe Frankfurt และ Guangdong International Science and Technology Exhibition Company (STE) โดยเป็นเวทีธุรกิจที่สำคัญของกว่างโจว ซึ่งเป็นฐานการผลิตระบบแสงและเสียงระดับมืออาชีพของจีน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.prolightsound-guangzhou.com หรือติดต่อที่อีเมล plsgz@hongkong.messefrankfurt.com

ติดต่อ:

Gloria Tai

โทร. +852-2230-9230

อีเมลgloria.tai@hongkong.messefrankfurt.com

www.messefrankfurt.com

www.prolightsound-guangzhou.com

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161202/8521607898

Lexinta ประกาศเปิดสำนักงานแห่งใหม่ในบูดาเปสต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซุก, สวิตเซอร์แลนด์–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Lexinta ประกาศเปิดสำนักงานแห่งใหม่ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี โดยมีผลในทันที สำนักงานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ Vaci ut 1 ซึ่งเป็นอาคารที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) และเคยเป็นสถานที่ตั้งของตลาดหลักทรัพย์บูดาเปสต์ โดยสำนักงานแห่งนี้จะเป็นบ้านของบริษัท Lexinta KFT ในเครือ Lexinta Group

 Lexinta AG / Lexinta is a privately owned independent global asset management group. Our operations encompass asset management, private wealth management, hedge funds, financial research, and corporate advisory services. The Lexinta asset management team provides investment advisory services to both individual and institutional clients. For further information visit http://www.lexinta.com. (PRNewsFoto/Lexinta AG)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444794 ) 

การเปิดสำนักงานใหม่ในกรุงบูดาเปสต์แสดงถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนของกลุ่มบริษัทบริหารสินทรัพย์ระดับโลกสัญชาติสวิสแห่งนี้ ซึ่งกำลังแสวงหาช่องทางในการเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่ตลาดในยุโรปและเอเชีย โดยก่อนหน้านี้บริษัทก็ได้เปิดสำนักงานในฮ่องกงเมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 

Bismark Badilla ประธาน Lexinta กล่าวว่า “Lexinta รักษาความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งในภูมิภาคยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกตลอดมา การเปิดสำนักงานในกรุงบูดาเปสต์ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นที่เรามีต่อภูมิภาคนี้ และแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสากลของเรา เราจะรองรับลูกค้ากลุ่มเดิมพร้อมกับสร้างฐานลูกค้าใหม่จากสำนักงานแห่งนี้ 

ที่อยู่ของสำนักงานแห่งใหม่

Lexinta Kft

Vaci ut 1

Budapest

Hungary 

เกี่ยวกับ Lexinta 

Lexinta คือบริษัทบริหารสินทรัพย์ระดับโลกที่มีเอกชนเป็นเจ้าของLexinta เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Lexinta AG ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในเมืองซุก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้เลขทะเบียนพาณิชย์ CH-170.3.035.396-3 โดยบริษัทได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการบริหารสินทรัพย์และเป็นตัวกลางทางการเงินภายใต้กฎหมายของสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งนี้ Lexinta AG เป็นสมาชิกของ PolyReg (http://www.polyreg.ch) และ PolyAsset (http://www.polyasset.ch) ซึ่งเป็นองค์กร Self-Regulatory Organisation (SRO) ที่ได้รับการรับรองจากFINMA

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lexinta ได้ที่http://www.lexinta.com

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

Nadia Hunziker

Lexinta AG Zurich Branch

โทร. +41-41-544-83-89

อีเมล: public-relations@lexinta.com

ที่มา: Lexinta AG

“อินเตอร์คอนติเนนตัล แกรนด์ สแตนฟอร์ด ฮ่องกง” ครองตำแหน่ง Business Hotel สุดหรูชั้นนำระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โรงเแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แกรนด์ สแตนฟอร์ด ฮ่องกง (InterContinental Grand Stanford Hong Kong) คว้าตำแหน่ง Business Hotel สุดหรูชั้นนำระดับโลกไปครองอย่างสมภาคภูมิ ในพิธีประกาศรางวัลWorld Travel Awards (WTA) ประจำปี 2559 ซึ่งจัดขึ้นที่มัลดีฟส์

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161205/8521607785

นอกจากนี้ ยังนับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่โรงเแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แกรนด์ สแตนฟอร์ด ฮ่องกง คว้ารางวัล Business Hotel ชั้นนำของฮ่องกงไปครอง และยังเป็นปีแรกที่คว้ารางวัล Business Hotel ชั้นนำของเอเชียอีกด้วย

คุณอเล็กซานเดอร์  โอ เวสเซอร์แมนน์ ผู้จัดการทั่วไปของโรงเแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แกรนด์ สแตนฟอร์ด ฮ่องกง กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลจากเวที World Travel Awards รวมทั้งสิ้น 5 รางวัลแล้ว และการได้ 3 รางวัลใหญ่มาครองในปีนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการมอบบริการอันเหนือชั้นและน่าจดจำให้แก่แขกผู้เข้าพัก รวมถึงเน้นย้ำจุดมุ่งหมายหลักของเราในการสร้างสรรค์ “Great Hotel Guests Love” ที่จะดึงดูดแขกของเราให้กลับมาใช้บริการครั้งแล้วครั้งเล่า”

ในนามของทีมงานทุกคน ผมขอขอขอบคุณบรรดาพันธมิตรทางธุรกิจ แขกผู้มีเกียรติของโรงแรม รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่โหวตให้กับโรงแรมของเรา เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล Business Hotel สุดหรูชั้นนำระดับโลกอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งทำให้เราเป็นที่จดจำในฐานะแบบอย่างของ Business Hotel ที่ดีที่สุดในโลก รางวัลนี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ถึงความพยายามในการส่งมอบบริการอันจริงใจให้แก่แขกผู้เข้าพักทุกคน เราจะเดินหน้าสู่ความเป็นเลิศในการให้บริการและยกระดับมาตรฐานการบริการให้ดียิ่งๆขึ้นไป”

การประกาศรางวัล WTA ในปีนี้ นับเป็นปีที่ 23 ของเวทีอันทรงเกียรติซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2536 เพื่อเชิดชูความเป็นเลิศของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยว และได้รับการขนานนามว่าเป็น “รางวัลออสการ์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” สำหรับการตัดสินรางวัลจะพิจารณาจากคะแนนโหวตของประชาชนทั่วไปและผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวจากทั่วโลก

เกี่ยวกับอินเตอร์คอนติเนนตัล แกรนด์ สแตนฟอร์ด ฮ่องกง

โรงเแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แกรนด์ สแตนฟอร์ด ฮ่องกง ตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้า ธุรกิจ และความบันเทิงของเขตจิมซาจุ่ย แขกผู้เข้าพักจึงสามารถเดินทางเข้าเมืองหรือเดินทางไปยังประเทศจีนได้อย่างสะดวกสบาย โรงแรมแห่งนี้มีห้องพัก 570 ห้อง พร้อมวิวเมืองที่สะกดทุกสายตาและวิวอ่าววิคตอเรียอันตื่นตาตื่นใจ นอกจากนั้นยังมีห้องอาหารระดับโลกอีก  4 แห่ง โดยแขกผู้เข้าพักสามารถเลือกลิ้มลองอาหารจีนกวางตุ้งอันโด่งดังได้ที่ Hoi King Heen หรือสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของอาหารอิตาเลียนได้ที่ Mistral รวมทั้งเต็มอิ่มกับบุฟเฟต์นานาชาติที่ Cafe on M และดื่มด่ำกับ Tiffany’s New York Bar ที่มีวิสกี้ให้เลือกมากที่สุดในฮ่องกง ขณะเดียวกัน ทางโรงแรมยังมีสระว่ายน้ำระบบน้ำอุ่นกลางแจ้ง ศูนย์ออกกำลังกายที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง รวมถึงสถานที่จัดประชุมสุดล้ำสมัยอีกด้วย

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.hongkong.intercontinental.com

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161205/8521607785