HIMSS AsiaPac16 เตรียมเปิดฉาก พร้อมเชิดชูความก้าวหน้าด้านบริการสุขภาพของโรงพยาบาลชั้นนำทั่วภูมิภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–16 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เวที HIMSS-Elsevier Digital Healthcare Awards 2016 จะให้การยกย่องกรณีศึกษา 23 กรณี จาก 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งล้วนช่วยยกระดับผลลัพธ์ด้านการดูแลสุขภาพ

กรณีศึกษาที่มีความโดดเด่น 23 รายการจาก 8 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะได้รับการสรรเสริญผลงานบนเวที HIMSS-Elsevier Digital Healthcare Awards Dinner ในวันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2559 นี้ โดยพิธีมอบรางวัลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงาน HIMSS Asia Pacific 2016 Conference and Exhibition

HIMSS-Elsevier Digital Healthcare Awards เป็นเวทีระดับโลกที่ยกย่องความสำเร็จและนวัตกรรมที่มีความโดดเด่นในการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับการดูแลและความปลอดภัยของผู้ป่วย รางวัลนี้มีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2556 และปัจจุบันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และยุโรป สำหรับปีนี้นับเป็นปีที่ 4 แล้วที่ได้จัดขึ้นในเอเชียแปซิฟิก โดยพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้เปิดรับผลงานชิงรางวัลใน 2 สาขาด้วยกัน ได้แก่ Outstanding ICT Achievement และ Outstanding ICT Innovations

ในสาขา Outstanding ICT Achievement นั้น มีผลงานส่งเข้าชิงรางวัลจากหลากหลายแขนงด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล การดูแลสุขภาพทางไกล ระบบควบคุมการติดเชื้อแบบเจาะจงแผนก และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ผลงานต่างๆที่ส่งเข้าชิงรางวัลได้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการยกระดับการดูแลสุขภาพในแวดวงการดูแลผู้ป่วยระยะเฉียบพลัน (Acute Care) โดยโรงพยาบาลที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในสาขานี้ได้แก่โรงพยาบาลปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ และโรงพยาบาลNg Teng Fong General Hospital (NTFGH) ของสิงคโปร์ ซึ่งทางโรงพยาบาลปากน้ำโพได้เสนอโครงการ From Stage 0 to Stage 6, A Two-Year Journey of Paknampo Hospital (จาก Stage 0 ถึง Stage 6 เส้นทางที่โรงพยาบาลปากน้ำโพได้ทุ่มเทตลอด 2 ปี) ขณะที่โรงพยาบาลของสิงคโปร์ได้เสนอโครงการ Digital Hospital with Integrated Care Across Facilities (Project OneCare) (โรงพยาบาลดิจิทัลที่ดำเนินงานผ่านระบบบริการแบบบูรณาการ)

สำหรับโรงพยาบาลปากน้ำโพ ความสำเร็จดังกล่าวได้ส่งผลให้โรงพยาบาลแห่งนี้ก้าวขึ้นเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานHIMSS Analytics EMRAM(SM) Stage 6 โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 ทางโรงพยาบาลได้ประกาศวิสัยทัศน์เพื่อพลิกโฉมเป็นโรงพยาบาลดิจิทัลสุดทันสมัยภายในปี 2560 และเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายนี้ โรงพยาบาลปากน้ำโพจึงได้ทุ่มเงินลงทุนในด้านเทคโนโลยีและการบริหารการเปลี่ยนแปลง จนทำให้ปัจจุบันสามารถรับรายงานข้อมูลได้หลังยื่นคำร้องไปเพียงไม่กี่นาที เพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ และยังยกระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยได้ถึง 14% จากเดิม 75% เป็น 89% นอกจากนี้ ความสมบูรณ์ของระเบียนสุขภาพก็ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 95% ในปี 2559 จาก 75% เมื่อปี 2554

นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ วิทยากร ประธานกรรมการโรงพยาบาลปากน้ำโพ กล่าวว่าปัจจัยความสำเร็จประการหนึ่งในการยกระดับผลลัพธ์ทางคลินิก และในการเป็นนายจ้างยอดเยี่ยมนั้น อยู่ที่การเลือกใช้เทคโนโลยีการแพทย์ที่มีความทันสมัยภายในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้ทุ่มเทตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น เราจึงมีความยินดีที่ได้รับรางวัล HIMSS-Elsevier Digital Healthcare Awards ประจำปีนี้ เช่นเดียวกับที่ได้รับการยกย่องผลงานของทางโรงพยาบาลทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ทั้งนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความสำเร็จครั้งนี้จะแสดงให้เห็นว่า เมื่อฝ่ายบริหารมีปณิธานอันแน่วแน่และมีเป้าหมายชัดเจนแล้ว ไม่ว่าโรงพยาบาลใดก็สามารถเดินตามเส้นทางของเราได้ และทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและตัวผู้ป่วยเองจะได้รับผลลัพธ์ที่น่าพึ่งพอใจในท้ายที่สุด

ในขณะที่ความสำเร็จของโรงพยาบาลปากน้ำโพถือเป็นครั้งแรกสำหรับประเทศไทย โครงการของ NTFGH ก็ถือเป็นโครงการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสิงคโปร์เช่นกัน โดย Project OneCare ส่งผลให้การทำ EMR หรือเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประกอบไปด้วยฟังก์ชันทางคลินิกที่สำคัญ 12 รายการ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 976 รายการนั้นมีความครบวงจรในหนึ่งเดียว ทั้งนี้ ปัจจุบัน NTFGH นำเสนอสภาพแวดล้อม “4-less” ที่ลดและเลิกการใช้กระดาษและฟิล์ม (Chartless, Scriptless, Filmless และ Paperless) สำหรับผู้ป่วย

สำหรับสาขา Outstanding ICT Innovation นั้น การทำงานร่วมกันระหว่าง Singhealth และ Integrated Health Information Systems (IHiS) ในสิงคโปร์ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศจากโครงการ Automated Medication-Collection Lockers: A New Pharmacy Service Model for Improving Patient Experience at the Community Polyclinics (ล็อกเกอร์รวบรวมข้อมูลยาอัตโนมัติ: โมเดลการให้บริการยารูปแบบใหม่เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ป่วยที่โพลีคลินิกชุมชน) ในขณะที่Apollo Hospitals เป็นผู้ชนะรางวัลสาขานี้อีกหนึ่งราย จากโครงการของโรงพยาบาลซึ่งได้แก่ Increase Levels of Patient Safety, Quality and Clinical Care by Adoption of Innovation in Nutrition Care Process (การเพิ่มระดับความปลอดภัย คุณภาพ และการดูแลผู้ป่วยทางคลินิก ด้วยการนำนวัตกรรมในกระบวนการโภชนบำบัดมาใช้)

ดร. ชง หยก ซิน ซีอีโอของ IHiS กล่าวว่า “โครงการนำร่องของ IHiS และ Singhealth นี้ใช้เทคโนโลยีเพื่อรวบรวมข้อมูลยาให้มีความสะดวกมากขึ้นสำหรับผู้ป่วย โดย Pilbox ช่วยให้ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลผู้ป่วยสามารถเติมยาตามใบสั่งแพทย์โดยไม่ต้องต่อแถวที่ร้านยา ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาหลังจากที่คลินิกปิดไปแล้วก็ตาม ภายหลังการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าว เราสามารถช่วยให้คนไข้ประหยัดเวลาได้ประมาณ 24.7 นาทีต่อคน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายร่วมกันของเราในการทำให้สิงคโปร์มีโมเดลการดูแลสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับผู้ป่วยและชุมชนมากขึ้น”

ขณะที่ผลงานชนะรางวัลของ Apollo Hospital ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง หรือสูญเสียเวลาจากการที่ระบบหยุดทำงานเป็นระยะเวลานาน การพัฒนาโมดูลการจัดการโภชนาการดิจิทัลเพื่อทำให้กระบวนการโภชนบำบัดของโรงพยาบาลเป็นระบบอัตโนมัตินั้น ส่งผลให้ผลิตภาพเพิ่มขึ้น และประหยัดต้นทุนได้ประมาณ 7,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ระยะเวลาที่ระบบหยุดทำงานรวมอยู่ที่ 2 ชั่วโมงในช่วงสุดสัปดาห์ และโครงการดังกล่าวเป็นการลงทุนเพียงครั้งเดียวในวงเงิน 52,000 ดอลลาร์สหรัฐ

สตีเฟน ลีเบอร์ ประธานและซีอีโอของ HIMSS กล่าวว่า “รางวัล HIMSS-Elsevier Digital Healthcare Awards มีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ได้รับการพิสูจน์แล้วและมีการใช้งานจริง การมอบรางวัลนี้จะช่วยจุดประกายความคิดให้กับผู้คนเกี่ยวกับการนำโครงการเหล่านี้ไปปฏิบัติ ตลอดจนมีตัวอย่างที่สำคัญอะไรบ้างในการเอาอย่างเพื่อแก้ปัญหาบางประการ เช่น กรณีผู้ป่วยเรื้อรัง ความท้าทายด้านการรักษาผู้ป่วยทางไกล ผู้สูงอายุ และอื่นๆ เราดีใจที่ผลงานที่ส่งเข้าชิงรางวัลในแต่ละปีได้นำไปสู่ความก้าวหน้าทางนวัตกรรม เพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ดีขึ้นผ่านทางเทคโนโลยี”

มิเชล โทรเซธ พยาบาลวิชาชีพ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการปฏิบัติเชิงวิชาชีพของ Elsevier Clinical Solutions กล่าวว่า “กรณีศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า หากมีทีมงานที่เหมาะเจาะและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ การดูแลผู้ป่วยก็จะพัฒนาขึ้นและมีความปลอดภัย ทั้งนี้ การปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยที่ดีขึ้น ระยะเวลาในการรอคิวและเวลาอยู่ในโรงพยาบาลที่ลดลง การจัดยาตามใบสั่งแพทย์ที่ถูกต้องแม่นยำขึ้น ตลอดจนการวินิจฉัยและการดูแลผู้ป่วยตามหลักฐานนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงและเป็นที่ประจักษ์แล้วทั่วเอเชียแปซิฟิก Elsevier มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแวดวงการดูแลสุขภาพผ่านการใช้โซลูชั่นของเรา และผ่านทางเวทีมอบรางวัลนี้”

ผลงานที่ส่งเข้าชิงรางวัลนั้นได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการ 5 ท่าน ประกอบด้วย: จอห์น แดเนียล รองประธานระดับโลกของ Healthcare Advisory Services Group, HIMSS Analytics สหรัฐฯ มิเชล โทรเซธ พยายาลวิชาชีพ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการปฏิบัติเชิงวิชาชีพ Elsevier Clinical Solutions สหรัฐฯ นพ. มุบบาชีร์ อิฟธิคาร์ ผู้ดูแลด้านการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลของ KPJ Healthcare Bhd มาเลเซีย นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงสาธารณสุข และ พญ. โมนิกา ทรูจิลโล ผู้จัดการบริหาร Clinical and Consumer Engagement and Clinical Governance และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศทางคลินิก Australian Digital Health Agency ออสเตรเลีย

งาน HIMSS AsiaPac16 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 สิงหาคม 2559 โดยมีการประชุมหลักในวันที่ 24-25 สิงหาคม รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.himssasiapacconference.org  และเปิดให้ลงทะเบียนร่วมงานแล้ววันนี้

เกี่ยวกับ HIMSS

HIMSS เป็นกระบอกเสียง ที่ปรึกษา และผู้นำทางความคิดระดับโลก ด้านการยกระดับวงการสุขภาพผ่านระบบไอทีทางการแพทย์ ด้วยความเชี่ยวชาญและความสามารถ ทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก ในการปรับปรุงคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ทางสุขภาพ บริการสุขภาพ และการดูแลสุขภาพ HIMSSคิดค้นและใช้ประโยชน์จากข้อมูลสำคัญ แบบจำลองทำนาย และเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้คำปรึกษาแก่บรรดาผู้นำ ผู้ถือผลประโยชน์ และผู้ทรงอิทธิพลด้านแนวปฏิบัติที่ดีในแวดวงไอทีทางการแพทย์ทั่วโลก เพื่อให้บุคคลเหล่านี้มีข้อมูลที่ถูกต้องในการตัดสินใจ และด้วยเครือข่ายไอทีทางการแพทย์อันประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญกว่า1 ล้านคน การแลกเปลี่ยนความรู้และประสานความร่วมมือกว่า 200 ครั้ง บวกกับสมาชิกอีกกว่า 60,000 ราย HIMSS จึงมีบทบาทในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการกำหนดทิศทางเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพที่เชื่อมต่อถึงกันได้ดีกว่า ยกระดับสุขภาพของประชาชน และลดต้นทุนในการดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ HIMSS เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ และมีสำนักงานอีกหลายแห่งอยู่ในอเมริกาเหนือ ยุโรป สหราชอาณาจักร และเอเชีย

เกี่ยวกับ Elsevier

Elsevier เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นข้อมูลชั้นนำของโลก ที่ช่วยยกระดับผลการปฏิบัติงานให้กับบุคลากรมืออาชีพในสายงานวิทยาศาสตร์ สุขภาพ และเทคโนโลยี เพื่อให้บุคลากรเหล่านี้สามารถทำการตัดสินใจได้ดีขึ้น มอบการดูแลที่ดีขึ้น และบางครั้งอาจนำไปสู่การค้นพบใหม่ ๆ อันจะช่วยขยายขอบเขตของความรู้และความก้าวหน้าของมนุษย์ Elsevier ให้บริการโซลูชั่นระบบดิจิทัล เช่น ScienceDirect,ScopusElsevier Research Intelligence และ ClinicalKey ผ่านทางเว็บไซต์ รวมทั้งตีพิมพ์เผยแพร่วารสารกว่า 2,500 ฉบับ ซึ่งรวมถึง The Lancet และ Cell และหนังสือมากกว่า 35,000 เรื่อง ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นงานอ้างอิงมากมาย Elsevierเป็นส่วนหนึ่งของ RELX Group plc ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของโลกผู้ให้บริการโซลูชั่นข้อมูลสำหรับลูกค้าระดับมืออาชีพในทุกอุตสาหกรรม

ไมโครชิป เปิดตัวโซลูชั่นความปลอดภัยแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ตัวแรกของอุตสาหกรรมที่รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT กับระบบคลาวด์ของ Amazon Web Services

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–16 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ECC508 แบบพรีคอนฟิกจากไมโครชิป นำเสนอแนวทางที่ง่ายที่สุดในการเชื่อมต่อ IoT ซึ่งมีการพิสูจน์ตัวตนแบบสองทาง เข้ากับ AWS ได้อย่างปลอดภัย

          ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ สัญญาณผสม อนาล็อก และแฟลช-ไอพี ประกาศเปิดตัวโซลูชั่นความปลอดภัยแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ตัวแรกของอุตสาหกรรมที่รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Internet of Things (IoT) กับบริการ Amazon Web Services IoT (AWS IoT) โดยไมโครชิปและ AWS ได้ร่วมมือกันพัฒนาโซลูชั่นครบวงจรนี้เพื่อช่วยให้อุปกรณ์ IoT ปฏิบัติตามโมเดลความปลอดภัย IoT ซึ่งมีการพิสูจน์ตัวตนแบบสองทางได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โซลูชั่นความปลอดภัยรุ่นใหม่จากไมโครชิปช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศในด้านความปลอดภัย ตั้งการประเมินไปจนถึงการผลิต เป็นโซลูชั่นที่มอบความปลอดภัยในขั้นสูง ทำให้ระบบห่วงโซ่อุปทานมีความคล่องตัว และนับเป็นวิธีเชื่อมต่อ AWS Cloud ที่รวดเร็วที่สุดวิธีหนึ่งในปัจจุบัน

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160812/8521605063 

          ระบบความปลอดภัย IoT จากไมโครชิป

          ปัจจุบัน ผู้ผลิตอุปกรณ์  IoT ที่เชื่อมต่อกับบริการ AWS IoT ต้องดำเนินขั้นตอนที่เฉพาะเจาะจงตามโมเดลความปลอดภัยขั้นสูง ลำดับแรก ผู้ผลิตจะต้องลงทะเบียนระบบรักษาความปลอดภัยของตนกับเซิร์ฟเวอร์ AWS ล่วงหน้าเพื่อสร้างทรัสต์โมเดล ต่อจากนั้นอุปกรณ์ IoT แต่ละตัวจะต้องสร้างกุญแจสำหรับเข้ารหัสข้อมูล ซึ่งเชื่อมต่อทางคณิตศาสตร์กับระบบรักษาความปลอดภัยที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้า และสุดท้ายคือ จะต้องมีการรักษากุญแจเข้ารหัสของแต่ละอุปกรณ์ให้เป็นความลับ โดยกรณีที่มีการผลิตอุปกรณ์คราวละมากๆ การสร้างและดูแลความปลอดภัยของกุญแจลับเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่น่ากังวลในห่วงโซ่การผลิตซึ่งมีผู้ผลิตภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากผู้ผลิตเหล่านี้มีระดับความน่าเชื่อถือและการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่แตกต่างกัน

          โซลูชั่นความปลอดภัยแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ของไมโครชิปสามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้ใน 3 ขั้นตอน โดยขั้นแรก ชุดอุปกรณ์ AT88CKECC จะช่วยให้ลูกค้าทำตามมาตรฐานความปลอดภัยของโมเดลการพิสูจน์ตัวตนแบบสองทาง และช่วยเรื่องการเชื่อมต่อแพลตฟอร์ม AWS IoT ในช่วงของการประเมินและวิศวกรรม ขั้นที่สอง อุปกรณ์ AWS-ECC508 จะช่วยในเรื่องการทำตามมาตรฐานความปลอดภัยในขั้นตอนผลิตต้นแบบและก่อนการผลิต และขั้นสุดท้าย อุปกรณ์ต่างๆ จะได้รับการปรับแต่งในขั้นตอนการผลิตเพื่อรับรองความปลอดภัยของข้อมูลเมื่อลูกค้าใช้งาน

          ลูกค้าสามารถบัดกรีอุปกรณ์บนแผงวงจร และเชื่อมต่ออุปกรณ์ในแบบ I2C กับโฮสต์ไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU) ซึ่งรัน AWS Software Development Kit (SDK) โดยใช้ ECC508 ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับ AWS IoT เมื่อขั้นตอนนี้เสร็จสมบูรณ์ การเข้าระบบพิสูจนส์ตัวตนไม่จำเป็นจะต้องดึงข้อมูลกุญแจลับและการรับรองในระหว่างขั้นตอนการผลิตอุปกรณ์ เนื่องจาก AWS-ECC508 ได้รับการปรับตั้งค่าล่วงหน้าเพื่อให้ AWS รู้จักทันทีโดยที่ไม่โดนแทรกแซง โดยข้อมูลทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในอุปกรณ์ crypto companion ขนาดเล็ก (3×2 มม.) ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้งานง่าย

          โดยปกติแล้ว อุปกรณ์ AWS และ ECC508 จะสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งยังมีความสามารถที่ครอบคลุมในการรักษาความปลอดภัยด้วยการพิสูจน์ตัวตนแบบสอง อุปกรณ์ดังกล่าวมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมและความเสียหายเชิงกายภาพ ซึ่งรวมถึงการป้องกันการรุกล้ำจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ อุปกรณ์ดังกล่าวยังนำเสนอการกำหนดตัวเลขแบบสุ่มที่มีคุณภาพสูง การสร้างกุญแจลับที่ไม่ซ้ำกันและมีความปลอดภัยได้เอง และการอำนวยความสะดวกด้านกระบวนการผลิตที่หลากหลายได้อย่างคุ้มทุน อุปกรณ์ IoT โดยทั่วไปจะประกอบไปด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์แบบ 8 บิตขนาดเล็ก ใช้พลังงานจากแบตเตอรี และมีทรัพยากรที่จำกัด เช่น หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) เพื่อให้มีความหน่วงในการตอบรับต่ำ ตลอดจนมีหน่วยความจำและพื้นที่ในการเขียนโค้ดไม่มาก รวมไปถึงพื้นที่สำหรับโปรโตคอลการรักษาความปลอดภัย และการกำหนดการใช้พลังงานเพื่อเพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี ด้วยเหตุนี้ อุปกรณ์ ECC508 จึงมีระบบเพิ่มความเร็วในการเข้ารหัสของโปรเซสเซอร์ที่ใช้พลังงานต่ำเพื่อให้สอดคล้องกับอุปกรณ์ IoT ที่มีทรัพยากรกำจัดได้อย่างหลากหลาย

          “เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของการติดตั้งระบบการพิสูจน์ตัวตนแบบสองทางของ AWS ในไมโครคอนโทรลเลอร์” นูริ แด็กเดวิเรน รองประธานและผู้จัดการทั่วไปกลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยของ แอทเมล ซึ่งเป็นบริษัทลูกของไมโครชิป กล่าว “ลูกค้าจำเป็นต้องมีความเข้าใจในเรื่องการติดตั้งซอฟต์แวร์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นอุปสรรคที่สำคัญ เรามีความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับ AWS และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับผู้ให้บริการคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในการสร้างโซลูชัน ซึ่งช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถเชื่อมต่อกับ AWS Cloud ได้ง่ายและปลอดภัย”

          “เรามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับไมโครชิป และรู้สึกตื่นเต้นที่สามารถนำเสนอโซลูชันระดับเวิลด์คลาสให้แก่ทุกคนที่ต้องการใช้งานโซลูชัน IoT ที่ปลอดภัยบนบริการคลาวด์ของเรา” มาร์โค อาร์เจนติ รองประธานฝ่ายอุปกรณ์เคลื่อนที่และ IoT ของ Amazon Web Services, Inc. กล่าว “การนำแนวทางปฎิบัติที่เป็นเลิศมาใช้ในการรักษาความปลอดภัย ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายร่วมกับทุกบริษัทที่เราทำงานด้วย เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์ม IoT ที่ดีและมีความปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เราเชื่อว่าโซลูชันใหม่นี้จะเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายและประหยัดต้นทุนมากที่สุดสำหรับลูกค้าของเราในการทำตามแนวทางปฎิบัติที่เป็นเลิศในด้านความปลอดภัย”

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันการรักษาความปลอดภัยแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ของไมโครชิปสำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ AWS Cloud ได้ที่:www.atmel.com/tools/at88ckecc-aws-xstk.aspx

          การวางจำหน่าย

          ชุดอุปกรณ์ AWS-ECC508 (หมายเลขชิ้นส่วน# AT88CKECC-AWS-XSTK) มีจำหน่ายแล้ววันนี้

          AWS-ECC508 (หมายเลขชิ้นส่วน# ATECC508A-MAHAW-S และ ATECC508A-SSHAW-T) วางจำหน่ายในแพ็คเกจ UDFN และ SOIC แล้ววันนี้ สำหรับการขอตัวอย่างและการสั่งผลิตในปริมาณตั้งแต่ 10,000 ยูนิตขึ้นไป

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติม หรือซื้อชุดอุปกรณ์ได้ที่ www.atmel.com/tools/at88ckecc-aws-xstk.aspx และสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ระบุถึงในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ โดยติดต่อพันธมิตรจัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของไมโครชิป

          ติดตามไมโครชิปได้ที่

          – RSS Feed สำหรับข่าวผลิตภัณฑ์ของไมโครชิป: www.microchip.com/RSS/recent-PRProduct.xml 

          – ทวิตเตอร์: twitter.com/microchiptech

          – เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/microchiptechnology 

          – ยูทูบ: www.youtube.com/user/microchiptechnology 

          เกี่ยวกับ แอทเมล

          แอทเมล เป็นบริษัทลูกของไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP)

          เกี่ยวกับไมโครชิป เทคโนโลยี

          ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ ตลอดจนโซลูชั่นอนาล็อกสัญญาณผสม และแฟลช-ไอพี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนรวมของทั้งระบบ และร่นระยะเวลาในการนำเสนอแอปพลิเคชั่นหลายพันรายการสำหรับลูกค้าในตลาดทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของไมโครชิปตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศพร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่www.microchip.com

          หมายเหตุ: ชื่อและโลโก้ Microchip โลโก้ Microchip รวมทั้งชื่อและโลโก้ Atmel เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆ ทั้งหมดที่ระบุถึงในข่าวฉบับนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ :

          Daphne Yuen (Microchip):

          โทร : (+852) 2943-5115

          อีเมล : daphne.yuen@microchip.com 

          Janico Fok (LEWIS):

          โทร : (+852) 3944-5024

          อีเมล : janico.fok@teamlewis.com  

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160812/8521605063

PLAYSTUDIOS ซื้อกิจการ Scene53 พร้อมเปิดตัวแอพมือถือ POP! Slots

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบอร์ลินเกม, แคลิฟอร์เนีย–16 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

– ผนึกกำลังกับสตูดิโอเกมจากอิสราเอล สร้างสรรค์แอพใหม่แกะกล่องในนาม PLAYSTUDIOS  

PLAYSTUDIOS ผู้พัฒนาเกมคาสิโนแบบ free-to-play ระดับรางวัล พร้อมแจกของรางวัลที่จับต้องได้จริง ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ซื้อกิจการของ Scene53 สตูดิโอเกมในอิสราเอล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเกมมือถือมัลติเพลเยอร์แบบเรียลไทม์ โดยทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาแอพพลิเคชั่นมือถือใหม่ล่าสุดในนามPLAYSTUDIOS ได้แก่ POP! Slots ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเล่นเกมเป็นกลุ่ม แชร์รางวัลแจ๊คพอต และสนุกสนานไปกับเพื่อนฝูง พร้อมสำรวจรีสอร์ทชื่อดังของนครลาสเวกัสในรูปแบบเสมือนจริง ซึ่งในช่วงแรกนี้จะประกอบไปด้วย MGM Grand, Mirage และ Excalibur โดยจะมีการเปิดตัวรีสอร์ทเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ POP! Slots เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั่วโลก สำหรับอุปกรณ์มือถือของ Apple และ Android โดยขณะนี้ได้รับการรีวิว 5 ดาวจากผู้เล่น จนติดอันดับแอพยอดนิยมของแอพสโตร์

 

Play POP! Slots with friends on your favorite mobile device. Get Real World Rewards. (PRNewsFoto/PLAYSTUDIOS)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160809/396747  

playstudios copy Logo / PLAYSTUDIOS logo (PRNewsFoto/PLAYSTUDIOS)

PLAYSTUDIOS logo (PRNewsFoto/PLAYSTUDIOS)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20151006/274316LOGO 

หลังทำงานร่วมกับ Scene53 เพื่อสร้างสรรค์และเปิดตัว POP! Slots จากนั้น PLAYSTUDIOS ได้เข้าซื้อบริษัทและจัดตั้ง PLAYSTUDIOS Israel (PSI) ให้เป็นสตูดิโอที่ดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ โดยทีมงานในเทลอาวีฟให้ความสำคัญไปที่การต่อยอดการเติบโตของผลิตภัณฑ์ POP! Slots ไปพร้อมกับการคว้าโอกาสใหม่ๆ ในตลาดเกมคาสิโนแนวแคชชวลแบบ free-to-play 

แอนดรูว์ ปาสคาล ซีอีโอของ PLAYSTUDIOS กล่าวว่า “Scene53 ได้สร้างแพลตฟอร์มอันน่าทึ่งสำหรับเกมมัลติเพลเยอร์แบบเรียลไทม์ รวมทั้งจัดกิจกรรมโลกเสมือนในสภาพแวดล้อมแบบสามมิติ พวกเขาใช้เทคโนโลยีนี้ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ออนไลน์ที่มีแนวโน้มสดใสอย่างยิ่ง เราเล็งเห็นศักยภาพของพวกเขา และเชื่อว่าเราจะสามารถร่วมกันสร้างสิ่งที่ยอดเยี่ยมร่วมกันได้อย่างแน่นอน” 

โยนาทาน เมาร์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Scene53 กล่าวว่า “เราเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ PLAYSTUDIOS เพราะเกมของพวกเขามีภาพสวย แถมยังเล่นสนุก นอกจากนี้ บริษัทยังมีความรู้ในเรื่องของธุรกิจคาสิโนเป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่มีความพิเศษมาก อย่างแฟลตฟอร์มการมอบของรางวัลที่ผู้เล่นสามารถใช้ได้ในโลกจริง รวมถึงมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในรีสอร์ทและโรงแรมชั้นนำของลาสเวกัส อย่าง Bellagio, Aria และ Mandalay Bay” 

ปาสคาลได้กล่าวเสริมว่า “เรายินดีต้อนรับโยนาทาน, ยอสซี, โอเฟอร์, โอเด็ด และสมาชิก Scene53 ทุกท่านเข้าสู่ครอบครัว PLAYSTUDIOS เราขอชื่นชมทีมงานScene53 ที่ใส่จิตวิญญาณลงไปในทุกผลงานการผลิต และความหลงใหลในตัวงานก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน” 

POP! Slots เป็นแอพใหม่ล่าสุดที่พัฒนาโดย PLAYSTUDIOS เจ้าของแอพเกมคาสิโนยอดนิยมอีกหลายเกม ไม่ว่าจะเป็น myVEGAS Slots, my KONAMI Slots และLucky Life สำหรับ POP! Slots นี้ ผู้เล่นจะได้รับของรางวัลจริงเช่นเดียวกับเกมอื่นๆ ของบริษัท โดยรางวัลเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากหุ้นส่วนในธุรกิจท่องเที่ยว สันทนาการ และความบันเทิง อาทิ MGM Grand, Bellagio, ARIA, Royal Caribbean International, Genting UK, Resorts World, Wolfgang Puck, Cirque du Soleil, the Hippodrome และแบรน์ดชื่อดังอื่นๆ อีกมากมาย ผู้เล่นอาจมีสิทธิได้เข้าพักโรงแรมฟรี รับประทานอาหารฟรี ดูโชว์ฟรี เล่นสล็อตฟรี และได้บัตรผ่านระดับวีไอพีสำหรับไนท์คลับ รวมถึงรางวัลอื่นๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบัน PLAYSTUDIOS ดำเนินงานอยู่ในสหรัฐ ฮ่องกง และอิสราเอล ทั้งนี้ แอพต่างๆ ของบริษัทเปิดให้ดาวน์โหลดบนอุปกรณ์มือถือระบบ iOS, Android รวมทั้ง Kindle นอกจากนี้ เกม myVEGAS Slots ยังสามารถเล่นบนเฟซบุ๊กได้อีกด้วย 

ดาวน์โหลดแอพ POP! Slots ได้ที่: 

ดาวน์โหลดแอพ myVEGAS Slots ได้ที่: 

เล่นเกม myVEGAS บน Facebook ได้ที่: 

ดาวน์โหลดแอพ my KONAMI Slots ได้ที่: 

ดาวน์โหลดแอพ myVEGAS Blackjack ได้ที่: 

เกี่ยวกับ PLAYSTUDIOS

PLAYSTUDIOS เป็นผู้พัฒนาเกมคาสิโนแนวแคชชวลบนมือถือและแพลตฟอร์มโซเชียล ซึ่งคว้ารางวัลการันตีมาแล้ว โดยผลงานได้แก่ POP! Slots, myVEGAS Slots and Blackjack และ my KONAMI Slots บริษัทมีสตูดิโอพัฒนาเกมอยู่ในสหรัฐ อิสราเอล และเอเชีย แอพเกมแบบ free-to-play จาก PLAYSTUDIOS คือการผสมผสานกันระหว่างองค์ประกอบที่ดีที่สุดของเกมโซเชียลแนวแคชชวล กับกลไกการทำงานของคาสิโนซึ่งผ่านการพิสูจน์แล้ว ผู้เล่นจะได้รับการแจ้งเตือนคอนเทนต์ล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ และมีโอกาสลุ้นรางวัลพิเศษ ซึ่งมีมูลค่าสูงและจับต้องได้จริง จากแบรนด์ชั้นนำด้านการบริการ ความบันเทิง และสันทนาการ โดยหุ้นส่วนรางวัลในเกม myVEGAS  ขณะนี้ประกอบไปด้วย MGM Grand, Bellagio, ARIA, Royal Caribbean International, Resorts World, Wolfgang Puck, Cirque du Soleil, the Hippodrome Casino และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ของบริษัทได้ที่ http://www.playstudios.com/

มหกรรม “China Yiwu International Forest Products Fair” ประจำปี 2559 เตรียมเปิดม่าน 1-4 พ.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อี้อู, จีน–16 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

            “China Yiwu International Forest Products Fair” งานแสดงนวัตกรรมป่าไม้และส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจ เตรียมจัดขึ้นที่เมืองอี้อู้ ในมณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของประเทศจีน ระหว่างวันที่ 1-4 พฤศจิกายน 2559 งานนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 และคาดว่าจะมีผู้จัดแสดงมากเป็นประวัติการณ์ถึง 1,200 รายจากจีนและทั่วโลก ที่จะมาร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

            งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Share Green Practices” โดยมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ 8 หมวดหมู่ ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน งานไม้และวัสดุก่อสร้างที่ทำจากไม้ งานฝีมือจากไม้และไม้ไผ่ ของใช้ประจำวันที่ทำจากไม้และไม้ไผ่ อาหารป่า ผลิตภัณฑ์ชา ดอกไม้และการทำสวน เทคโนโลยีป่าไม้และเครื่องมือทำป่าไม้ งานนี้จะจัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ Yiwu International Expo Center โดยจะมีบูธกว่า 3,000 บูธของผู้จัดแสดง 1,200 ราย และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานและผู้ซื้อมากถึง 100,000 ราย โดยมาจากต่างประเทศราว 5,000 ราย นอกจากนี้ คาดว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงทางการค้าคิดเป็นมูลค่าราว 4 พันล้านหยวน (603 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)  

            มหกรรมนี้ร่วมกันจัดโดยกรมป่าไม้แห่งชาติจีนและรัฐบาลมณฑลเจ้อเจียง โดยเป็นมหกรรมด้านวนเกษตรงานแรกของจีนและงานที่สองของโลกที่ผ่านการรับรองจาก The Global Association of the Exhibition Industry (UFI) นอกจากนั้นยังเป็นงานแสดงผลิตภัณฑ์ป่าไม้งานใหญ่ที่สุดของโลก งานนี้ส่งเสริมการทำป่าไม้แบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปล่อยคาร์บอนต่ำ จึงถือเป็นเวทีที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิกในการสร้างโอกาสทางธุรกิจป่าไม้ โดยไม่จำกัดขนาดของบริษัท มูลค่าของการทำธุรกรรม รวมถึงอิทธิพลในอุตสาหกรรมป่าไม้ ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 8 ปีนับตั้งแต่จัดงานครั้งแรกในปี 2551 งานนี้สามารถคว้ารางวัลระดับชาติมาครองทั้งสิ้น 20 รางวัล ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรางวัล China Top 10 Branded Exhibitions ประจำปี 2558

            พื้นที่จัดงาน 70,000 ตารางเมตรจะอัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อันน่าตื่นตาตื่นใจและโอกาสทางธุรกิจมากมาย โดยผู้จัดแสดงและผู้เข้าชมงานจะได้พบปะพูดคุยกันอย่างเต็มที่ สำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงป่าไม้ต้องห้ามพลาดงานนี้ด้วยประการทั้งปวง!

            ตรวจสอบรายชื่อผู้จัดแสดงได้ที่ http://en.forestryfair.com/exhibitors/index.html

            ลงทะเบียนเข้าร่วมชมงานได้ที่ http://en.forestryfair.com/Visitor/apply/index.html

            มหกรรม China Yiwu International Forest Products Fair ประจำปี 2559

            วันที่ 1-4 พฤศจิกายน 2559 ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ Yiwu International Expo Center ประเทศจีน

            จำนวนบูธ: 3,000+

            จำนวนผู้จัดแสดง: 1,200+

            จำนวนผู้เข้าชมงาน: 100,000+

เว็บไซต์: http://en.forestryfair.com

ติดต่อ

China Yiwu International Forest Products Fair

โทร. 0086-579-85415888

อีเมลservice@yiwufair.com

WCA ร่วมกับ IeSF จัดการประชุมสุดยอดผู้นำวงการ e-Sports มุ่งผลักดันความร่วมมือสู่ระดับนานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–15 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          การประชุมสุดยอดผู้บริหารแห่งวงการ e-Sports นานาชาติ (The Global e-Sports Executive Summit) ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง World Cyber Arena (WCA) และ International e-Sports Federation (IeSF) ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับอุตสาหกรรม e-Sports ทั่วโลก ผ่านการหารือถึงแนวทางการพัฒนาและเห็นพ้องต้องกันในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ของวงการ ส่งผลให้การประชุมครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่มีความสำคัญที่สุดต่ออุตสาหกรรม e-Sports ของจีน เพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่าย e-Sports ทั่วโลกอย่างไร้ขีดจำกัด

คำบรรยายภาพ: คณะผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุม WCA & IeSF Global e-Sports Executive Summit

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160811/0861608140

          สำหรับการประชุมสุดยอด e-Sports ครั้งแรกที่จัดขึ้นในประเทศจีนนี้มีผู้แทนจาก 47 ประเทศสมาชิกของ IeSF เข้าร่วม ทั้งยังได้เชิญผู้บริหารระดับอาวุโสอีกหลายราย โดยมีการคาดการณ์ในวงกว้างว่าการประชุมครั้งนี้จะเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม pan-sports ทั้งหมด

          ในฐานะเจ้าภาพการประชุม WCA ได้ติดต่อประสานงานกับประเทศและองค์กรต่าง ๆ ในเชิงลึก โดยนายซู เสวียเฟิง ประธาน WCA ได้พบปะกับผู้ที่คว่ำหวอดในอุตสาหกรรม e-Sports จากสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมนี เดนมาร์ก รัสเซีย บราซิล อิหร่าน และ แอฟริกาใต้ ซึ่งในระหว่างการประชุม นายซูได้เห็นพ้องกับแขกผู้มีเกียรติเหล่านี้เกี่ยวกับความร่วมมือด้าน e-Sports ในอนาคต ซึ่งความเคลื่อนไหวในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ WCA ที่จะขยายความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เผยให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและศักยภาพของ WCA ที่แพร่กระจายออกไปในทุกภูมิภาค

          การประชุมสุดยอดผู้บริหารแห่งวงการ e-Sports นานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง WCA และ IeSF นี้ ได้กลายเป็นกลไกเชื่อมต่อที่สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม e-Sports ของจีน ผ่านการติดต่อสื่อสารเชิงลึกระหว่าง WCA กับองค์กรต่างๆในแวดวง e-Sports ในหลายประเทศและภูมิภาค ซึ่ง WCA ไม่เพียงแต่ได้ประชาสัมพันธ์ตัวเองบนเวทีโลกเท่านั้น หากยังแผ่อิทธิพลและสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์อีกด้วย ทั้งนี้ e-Sports เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตมากที่สุดของจีน และการประชุมสุดยอดในครั้งนี้ก็ช่วยสร้างช่องทางการติดต่อ รวมถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นกับประเทศอื่นๆ ด้วย นับเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญในการคงไว้ซึ่งความหลากหลาย ตลอดจนการขยายตัวไปทั่วโลกของอุตสาหกรรม e-Sports นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เข้มแข็งและเป็นประโยชน์แก่วงการ e-Sports ของจีน เพื่อการมีส่วนร่วมในเวทีโลกมากยิ่งขึ้น

          เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน WCA จะนำทรัพยากรทั่วโลกมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มรูปแบบ และร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความร่วมมือให้ขยายไปในวงกว้าง โดยในระหว่างการดำเนินการดังกล่าว อิทธิพลของ WCA และอุตสาหกรรม e-Sports ของจีนจะขยายตัวไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วและครอบคลุม         

Extell Development Company จับมือ SMI USA ร่วมกันพัฒนาอาคารสุดหรู “Central Park Tower”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–15 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

อาคารเพื่อการอยู่อาศัยที่สูงที่สุดในซีกโลกตะวันตก

Extell Development Company บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สุดหรูชั้นแนวหน้า ด้วยประวัติการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนพื้นที่รวมกว่า 20 ล้านตารางฟุต ประกาศร่วมทุนกับ SMI USA บริษัทสาขาของ Shanghai Municipal Investment ซึ่งเป็นบริษัทเพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานชั้นนำ ผู้สร้างอาคาร Shanghai Tower อันโด่งดัง โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมกันพัฒนา “Central Park Tower” อาคารเพื่อการอยู่อาศัยและการพาณิชย์สูงเสียดฟ้ามูลค่ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนถนน Billionaire’s Row ในย่านมิดทาวน์ แมนฮัตตัน

Extell Development Company (PRNewsFoto/Extell Development Company)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160811/397560

การจับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ SMI ในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือของสองผู้นำอุตสาหกรรมที่มีผลงานการสร้างตึกระฟ้าระดับโลกมากมาย โดย SMIเคยฝากผลงานในการพัฒนาอาคารที่สูงที่สุดในเซี่ยงไฮ้มาแล้ว และเราก็ตั้งตารอที่จะร่วมงานกับ SMI เพื่อพัฒนาอาคารที่สูงที่สุดในมหานครนิวยอร์กต่อไปแกรี บาร์เนตต์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Extell Development Company กล่าว เราเชื่อว่าทำเลที่ดี วิวทิวทิศน์ที่สวยงาม รวมถึงการออกแบบและคุณภาพอันยอดเยี่ยม จะทำให้ Central Park Tower เป็นอาคารเพื่อการอยู่อาศัยที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่นิวยอร์กเคยมีมา และหวังว่าอาคารแห่งนี้จะเป็นตัวแทนความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของExtell และ SMI” ทั้งนี้ SMI จะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนก่อน Extell โดยคาดว่า SMI จะได้รับผลตอบแทนอยู่ที่ 20-30% ต่อปีตลอดโครงการ

ทอม เต๋า ประธานบริษัท SMI USA ระบุว่า เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาอาคารเพื่อการอยู่อาศัยที่สูงที่สุดในนครนิวยอร์กซึ่งให้ผลตอบแทนสูงแห่งนี้ โดยเราหวังจะได้สานสัมพันธ์อันยืนยาวกับ Extell ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของสหรัฐต่อไป

Central Park Tower ที่มีความสูง 1,550 ฟุต จะก้าวขึ้นเป็นอาคารเพื่อการอยู่อาศัยที่สูงที่สุดในซีกโลกตะวันตกทันทีเมื่อแล้วเสร็จ และสามารถชมวิวของมหานครนิวยอร์กได้แบบ 360 องศาอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน โดยบริษัทสถาปนิกชื่อดังอย่าง Adrian Smith + Gordon Gill Architecture ที่ฝากผลงานไว้มากมาย ทั้งการสร้างอาคารที่สูงที่สุดในโลกอย่าง Burj Khalifa ในดูไบ รวมถึง Kingdom Tower ในซาอุดิอาระเบีย ว่าที่อาคารที่สูงที่สุดในโลกในอนาคต ได้รับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบอาคาร Central Park Tower ซึ่งจะกลายเป็นผลงานสำคัญที่สุดในนครนิวยอร์กในแวดวงตึกระฟ้าของโลก อาคารแห่งนี้ออกแบบโดยยึดหลักการผสมผสานการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน และประสิทธิภาพเชิงโครงสร้าง เพื่อส่งให้ตัวอาคารเป็นสิ่งก่อสร้างอันทรงพลังประดับขอบฟ้าของแมนฮัตตัน อาคาร Central Park Tower ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 225 ถนน West 57th Street มีกำหนดสร้างแล้วเสร็จในปี 2562 และจะเปิดให้ผู้ที่สนใจได้จับจองเป็นเจ้าของในช่วงปลายปีนี้

นอกจากนี้ ห้างสรรพสินค้า Nordstrom ก็จะมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกที่นิวยอร์กในอาคาร Central Park Tower โดยบริษัท Nordstrom Inc. ผู้จัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในซีแอทเทิล ได้ลงนามข้อตกลงกับ Extell เพื่อเปิดห้างสรรพสินค้าแฟลกชิปที่ทุกคนรอคอยในนิวยอร์ก โดยจะเป็นห้างสรรพสินค้า Nordstrom ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสอง และพร้อมเปิดให้บริการในปี 2562

Extell เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการใหญ่มากมาย หนึ่งในนั้นคือ “One57” คอนโดสุดหรูที่ทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ Extell จึงขึ้นแท่นหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นแนวหน้าของมหานครนิวยอร์ก

SMI คือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์โชกโชน ตอกย้ำด้วยผลงานการก่อสร้างอาคาร Shanghai Tower ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก และเป็นอาคารแห่งที่ 2 ที่มีความสูงเสียดฟ้าเกิน 2,000 ฟุต นอกจากนี้ SMI ยังประสบความสำเร็จในการทำเมกะโปรเจคมากถึง 80 โครงการ ตั้งแต่การบูรณะอาคารในย่านเดอะบันด์ ไปจนถึงการสร้างอุโมงค์ลอดแม่น้ำแยงซีในเซี่ยงไฮ้

โครงการสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้เลือดออกภาคสาธารณะ รัฐปานารา บราซิล มุ่งบรรลุจุดยืนปี 2563 ขององค์การอนามัยโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–15 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – โครงการสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้เลือดออกภาคสาธารณะครั้งแรกในทวีปอเมริกาเริ่มต้นแล้ววันนี้ โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่วงอายุที่แตกต่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนขององค์การอนามัยโลก (WHO)

          – รัฐปารานาจะเป็นเสาหลักในการป้องกันไข้เลือดออกในบราซิลด้วยโครงการสาธารณะซึ่งมีการให้วัคซีนเดงวาเซีย (Dengvaxia) แก่ประชาชนกว่า 500,000 ราย ภายในช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้า

           ซาโนฟี่ พร้อมด้วยธุรกิจวัคซีนในเครืออย่าง  ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ (Sanofi Pasteur) เปิดเผยว่า วัคซีนเดงวาเซีย (Dengvaxia) จำนวน 500,000 ชุดได้ถูกส่งไปถึงยังรัฐปารานาเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้การสนับสนุนโครงการขนาดใหญ่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้เลือดออกให้แก่สาธารณะ ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในวันนี้ ในเขตพื้นที่ที่มีการติดเชื้อมากที่สุด

          รัฐปารานามีประชากรถึง 10 ล้านราย ซึ่งมีรายงานการติดเชื้อไข้เลือดออกและมีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อปีที่แล้ว มีรายงานผู้ป่วยทั้งสิ้นกว่า 55,000 ราย ใช้งบประมาณของรัฐไป 330 ล้านเรียล (ประมาณ 91 ล้านยูโร) ซึ่งล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสารณสุข

          “กว่าที่โครงการสร้างภูมิคุ้มกันแก่สาธารณะจะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้ เราได้ใช้ข้อมูลการตรวจสอบไข้เลือดออกอย่างเต็มที่เพื่อให้มั่นใจว่า เราได้เข้าถึงกลุ่มผู้ที่เผชิญภาวะเสี่ยงสูงสุด โดยเราจะฉีดวัคซีนให้กับทุกคนซึ่งมีอายุระหว่าง 15-27 ปี ใน 28 เขต และฉีดให้แก่บุคคลอายุระหว่าง 9-44 ปี ใน 2 เขตซึ่งมีรายงานการระบาดของไข้เลือดออกสูงสุดในรัฐตลอดระยะเวลา 3 สัปดาห์ข้างหน้า” นายไมเคิล แคพิวโต เนโต รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของปารานา กล่าว

          ผลการศึกษาด้านผลกระทบของวัคซีนไข้เลือดออกที่ได้มีการตีพิมพ์ในวารสาร Brazillian Journal of Health Economic  ระบุว่า โดยทั่วไปแล้ว รัฐปารานามีสถิติการเข้าถึงของวัคซีนที่ดีและใช้กลยุทธ์ในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่ประสบความสำเร็จ ส่งผลให้ภาระจากโรคถึง 74% ในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสูงสุดเหล่านี้ ภายในระยะเวลา 5 ปี”

          ดร. สตีเฟ่น เจ. โทมัส นายแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านไข้เลือดออก จาก Walter Reed Army Institute of Research ที่เมือง ซิลเวอร์ สปริง รัฐแมรี่แลนด์ ได้กล่าวถึงโครงการสร้างภูมิคุ้มกันสาธารณะของรัฐปารานาว่า “โรคไข้เลือดออกยังคงเป็นหนึ่งในโรคที่มียุงเป็นพาหะที่มีนัยสำคัญที่สุด และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชีวิตผู้คน อีกทั้งยังใช้งบประมาณการเงินสูง การลงมือในเชิงกลยุทธ์ด้วยการให้วัคซีนที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเช่นนี้ได้สร้างความหวังสูงสุดในการขจัดปัญหาการแพร่ระบาดของโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกอย่างหนักเช่น บราซิล”

          ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนเดงวาเซียได้รับการบันทึกไว้ในโครงการศึกษาวิจัยเชิงคลินิกขนาดใหญ่ซึ่งมีบุคลากรร่วมทำวิจัยกว่า 40,000 รายจาก 15 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศบราซิล ซึ่งได้เข้ามามีส่วนร่วมในวิจัยระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ความปลอดภัย ความมีประสิทธิภาพ และคุณค่าที่สังคมให้ความสำคัญของวัคซีนตัวดังกล่าว ล้วนได้รับการรับรองโดยองค์การอนามัยโลก(WHO) ในรายงานวัคซีนแดงวาเซียซึ่งได้มีการเผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2559 [ii] และมีความสอดคล้องกับคำแนะนำเกี่ยวกับวัคซีนไข้เลือดออกก่อนหน้านี้โดยคณะผู้เชี่ยวชาญเชิงกลยุทธ์ของ WHO เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

          จิลลอม เลอรอย จากซาโนฟี่ ปาสเตอร์ กล่าวว่า “การเปิดตัววัคซีนดังกล่าวเป็นอันดับแรกในประเทศที่มีไข้เลือดออกระบาดอย่างบราซิลถือเป็นภารกิจที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆที่ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ยึดถือมาโดยตลอด เนื่องจากเรามองว่า วัคซีนดังกล่าวจะสามารถส่งผลดีที่สุดต่อภาระจากโรคทั่วโลก นอกจากนี้ การใช้วัคซีนเดงวาเซียในโครงการสาธารณะขนาดใหญ่ของรัฐปารานา จะทำหน้าที่เป็นบรรทัดฐานใหม่สำหรับการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประเทศบราซิลและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก

          ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ จะยังคงเดินหน้ารับมือกับอุปสงค์อุปทานของผลิตภัณฑ์ที่คลินิกต่าง ๆ ในบราซิล ทั้งภาครัฐและเอกชน  รวมไปถึงการดำเนินการตามข้อเรียกร้องจากประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนด้านวัคซีนจำนวนมากจากบริษัทซาโนฟี่ ปาสเตอร์ ซึ่งมีโรงงานผลิตอยู่ที่ประเทศผรั่งเศส

          เกี่ยวกับพันธสัญญาของซาโนฟี่ ปาสเตอร์ต่อวงการสาธารณสุขบราซิล

          ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ เป็นผู้จัดหาวัคซีนชั้นนำของบราซิล และยังเป็นพันธมิตรที่มีความทุ่มเทและยึดมั่นรายหนึ่งในแวดวงสาธารณสุขของประเทศ โดยย้อนกลับไปยังปี พ.ศ. 2517 ทางบริษัทได้ผลิตและส่งมอบวัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบจำนวน 90 ล้านโดสด้วยเวลาที่รวดเร็วทำสถิติเป็นประวัติการณ์ เพื่อจัดการกับการแพร่ระบาดในบราซิล ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับสถาบัน Butantan Institute ในบราซิลมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เพื่อส่งมอบวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนชาวบราซิล จากนั้นในปี พ.ศ. 2552 ความร่วมมือดังกล่าวได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดหาวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1 ที่กำลังแพร่ระบาดหนักให้กับรัฐบาลบราซิล และเมื่อปี พ.ศ. 2551 ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ ได้ตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของไข้เหลืองในบราซิล ผ่านการส่งมอบวัคซีนไข้เหลืองเป็นจำนวน 4 ล้านโดส ตามคำร้องขอจากหน่วยงานอนามัยท้องถิ่นและหน่วยงานสหประชาชาติ และนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 ทางบริษัทได้จัดหาวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอชนิดเชื้อตาย (inactivated poliomyelitis vaccine) ให้กับเด็กทารกในบราซิล ผ่านข้อตกลงระหว่างซาโนฟี่ ปาสเตอร์ กับ FIOCRUZ/ Biomanguinhos

          เกี่ยวกับวัคซีนไข้เลือดออกของซาโนฟี่ ปาสเตอร์

          นอกเหนือจากบราซิลแล้ว วัคซีนไข้เลือดออกของซาโนฟี่ ปาสเตอร์ ยังได้รับการจดทะเบียนในเม็กซิโก ฟิลิปปินส์ เอลซัลวาดอร์ และคอสตาริก้า โดยกระบวนการพิจารณากฎข้อบังคับสำหรับวัคซีนไข้เลือดออกนี้ ยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการในประเทศอื่นๆ ซึ่งไข้เลือดออกถือเป็นความสำคัญในระดับสาธารณสุข

          วัคซีนของซาโนฟี่ ปาสเตอร์ ถือเป็นการบรรลุวัตถุประสงค์สูงสุดของนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์และความร่วมมือในช่วงระยะเวลากว่าสองทศวรรษ รวมถึงการศึกษาวิจัยทางคลินิกทั้งสิ้น 25 เรื่องใน 15 ประเทศทั่วโลก โดยโครงการพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออกของซาโนฟี่ ปาสเตอร์ (ระยะที่หนึ่ง สอง และสาม) นี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 40,000 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีนไป 29,000 ราย

          บทสรุปที่ได้จากการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนเดงวาเซีย (Dengvaxia) ในกลุ่มประชากรที่อายุ 9 ปีขึ้นไปนั้น ได้มีการเผยแพร่ทางออนไลน์ในวารสารชื่อ The New England Journal of Medicine เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2558 ผลการค้นพบเหล่านี้ช่วยยืนยันถึงประสิทธิภาพที่ต่อเนื่องในประเด็นการลดไข้เลือดออกเนื่องด้วยซีโรไทป์ 4 ชนิด ในกลุ่มผู้ร่วมการวิจัยอายุ 9 ปีขึ้นไปเป็นสัดส่วนสองในสาม และยังช่วยป้องกันอัตราการรักษาไข้เลือดออกในโรงพยาบาลได้ถึง 8 จาก 10 และถึง 93% ของกรณีไข้เลือดออกรุนแรงในกลุ่มนี้ ในช่วงติดตามผลระยะเวลา 25 เดือน [iii]

          ในส่วนของการวิเคราะห์ความปลอดภัยแบบบูรณาการนั้น ได้มีการค้นพบข้อมูลด้านความปลอดภัยที่น่าพึงพอใจในวัคซีนเดงวาเซีย (Dengvaxia) เทียบเท่ากับยาหลอก ในโครงการวิจัยเชิงคลินิกระยะสุดท้าย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการวิจัยประมาณ 30,000 ราย จาก 15 ประเทศ นอกจากนี้ การวิเคราะห์ยังพบว่า วัคซีนดังกล่าวสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกและไข้เลือดออกรุนแรงต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลาสูงสุดถึง 4 ปี ภายหลังรับวัคซีนโดสแรกเมื่อเทียบกับยาหลอก ในกลุ่มผู้ป่วยที่อายุ 9 ปีขึ้นไป [iv]

          วัคซีนไข้เลือดออกของซาโนฟี่ ปาสเตอร์ เป็นวัคซีนตัวแรกของโลกที่ได้รับใบอนุญาตสำหรับการป้องกันโรคไข้เลือดออก วัคซีนชนิดนี้ได้ผลิตขึ้นที่ศูนย์การผลิตในฝรั่งเศส ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนไข้เลือดออกของซาโนฟี่ ปาสเตอร์ สามารถรับชมได้ที่เว็บไซต์ www.dengue.info 

          เกี่ยวกับซาโนฟี่

          ซาโนฟี่ ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านการดูแลสุขภาพ โดยได้ค้นคว้า พัฒนา และจัดจำหน่ายยารักษาโรค ด้วยการคำนึงถึงความต้องการของผู้ป่วยเป็นหลัก ซาโนฟี่ดำเนินงานผ่าน 5 ธุรกิจหลักด้วยกัน ได้แก่ ธุรกิจโรคเบาหวานและหัวใจร่วมหลอดเลือด, อายุรศาสตร์ทั่วไปและตลาดเกิดใหม่, ซาโนฟี่ เจนไซม์, ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ และเมอเรียล ซาโนฟี่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปารีส (EURONEXT: SAN ) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE: SNY )

          ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ เป็นฝ่ายผลิตวัคซีนของซาโนฟี่ ซึ่งผลิตวัคซีนกว่า  1 พันล้านโดสต่อปี ช่วยให้สามารถให้วัคซีนประชากรได้มากกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ เป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมวัคซีน โดยผลิตวัคซีนประสิทธิภาพสูงหลากหลายชนิดด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญและตอบรับกับความต้องการด้านสุขภาพของประชาชน บริษัทสืบทอดเจตนารมณ์ในการผลิตวัคซีนเพื่อปกป้องชีวิตผู้คนมานานกว่าหนึ่งศตวรรษแล้ว ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ เป็นบริษัทที่ดำเนินการผลิตวัคซีนเพียงอย่างเดียวรายใหญ่ที่สุด ทุกๆวันบริษัทลงทุนมากกว่า 1 ล้านยูโรในการวิจัยและพัฒนาวัคซีน รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sanofipasteur.com หรือwww.sanofipasteur.us 

          ข้อความคาดการณ์อนาคตจากซาโนฟี่

         ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีเนื้อหาที่เป็นการคาดการณ์อนาคต ดังที่นิยามไว้ในกฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 2538 (Private Securities Litigation Reform Act of 1995) ฉบับแก้ไข ข้อความคาดการณ์อนาคตคือข้อความที่มิใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว โดยครอบคลุมถึงการคาดการณ์ การประมาณการ และการตั้งสมมติฐาน รวมถึงข้อความที่กล่าวถึงแผนการ วัตถุประสงค์ เจตนา และความคาดหวังเกี่ยวกับผลประกอบการ เหตุการณ์ การปฏิบัติงาน บริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ศักยภาพ ตลอดจนผลการดำเนินงานในอนาคต โดยทั่วไปข้อความคาดการณ์อนาคตมักใช้คำว่า “คาด” “คาดการณ์” “เชื่อ” “เจตนา” “ประมาณการ” “วางแผน” และคำอื่นๆที่มีความหมายในทำนองเดียวกันนี้ แม้ฝ่ายบริหารของซาโนฟี่เชื่อว่าสิ่งที่คาดการณ์มีความสมเหตุผล แต่นักลงทุนพึงระวังว่าข้อความคาดการณ์อนาคตย่อมมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ซึ่งคาดเดาได้ยากและอยู่เหนือการควบคุมของซาโนฟี่ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ผลลัพธ์และสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างอย่างมากจากที่กล่าวไว้ หรือบ่งบอกเป็นนัย หรือทำนายไว้ในข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า ตัวอย่างส่วนหนึ่งของความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเหล่านี้ ได้แก่ ความไม่แน่นอนซึ่งเกิดขึ้นเป็นปกติวิสัยในการวิจัยและพัฒนา ข้อมูลทางคลินิกและผลการวิเคราะห์ในอนาคต รวมไปถึงข้อมูลหลังยาวางจำหน่ายในตลาดแล้ว ตลอดจนการตัดสินใจของหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA หรือ EMA ว่าจะให้การอนุมัติหรือไม่และเมื่อใด สำหรับยา อุปกรณ์การแพทย์ หรือชีวเวชภัณฑ์ที่มีการยื่นขอใบอนุญาต รวมถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับฉลากยาและเรื่องอื่นๆที่อาจกระทบต่อการวางตลาดยา การไม่รับประกันว่ายาที่ผ่านการรับรองแล้วจะประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ การอนุมัติและความสำเร็จเชิงพาณิชย์ของยาอื่นๆ ความสามารถในการทำกำไรจากโอกาสเติบโตภายนอก และ/หรือ การตรวจผ่านจากฝ่ายกำกับดูแล ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา และการดำเนินคดีทั้งที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและอาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงผลลัพธ์จากการดำเนินคดี แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ ผลกระทบจากการควบคุมต้นทุนและความเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้น จำนวนหุ้นที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดโดยเฉลี่ย รวมถึงปัจจัยที่ได้กล่าวถึงหรือระบุในเอกสารต่างๆที่ซาโนฟี่ยื่นต่อ SEC และ AMF รวมถึงเนื้อหาที่ระบุอยู่ภายใต้หัวข้อ “Risk Factors” และ “Cautionary Statement Regarding Forward-Looking Statements” ในรายงานประจำปี Form 20-F ในรอบปีที่สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ซาโนฟี่ไม่มีพันธะผูกพันในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือข้อความคาดการณ์อนาคต เว้นแต่เป็นไปตามบังคับของกฎหมาย

          [i] Denizar V A, et al. Jornal Brasileiro de Economia da Saude Brazilian Journal of Health Economics ABRIL 2016, VOLUME 8, NUMERO 1 | APRIL 2016, VOLUME 8, NUMBER 1

          [ii] ( http://www.who.int/wer/2016/wer9130.pdf?ua=1 )

          [iii] Hadinegoro SR, et al. N Engl J Med 2015; 373:1195-206

          [iv] Safety overview of a recombinant live-attenuated tetravalent dengue vaccine: pooled analysis of data from 18 clinical trials.Gailhardou et al PLoS Negl Trop Dis. 2016 Jul 14;10(7):e0004821. doi: 10.1371/journal.pntd.0004821

XCMG เปิดตัวอุปกรณ์งานคอนกรีตซีรีส์ S9 โดยความร่วมมือของบริษัทจีน-เยอรมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซูโจว, จีน–15 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

XCMG ผู้ผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างและอุปกรณ์ทำเหมืองชั้นนำของโลก เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องจักรคอนกรีตในซีรีส์ S9 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่เมืองซูโจว โดยซีรีส์นี้ถือว่าเป็นที่ตั้งตารอเป็นอย่างมาก เนื่องจากประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์เด่นอย่าง “HB52K” รถปั๊มบูมสามแกน ขนาดยาวที่สุดในโลกถึง 52 เมตร และปั๊มบูมสี่แกน แขนรูปโค้ง ขนาดยาว 58 เมตร

สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ในซีรีส์ S9 นี้ประกอบไปด้วยปั๊มบูมสำหรับติดตั้งบนรถบรรทุก, ปั๊มลากสำหรับติดตั้งบนรถบรรทุก, ปั๊มสำหรับติดตั้งบนรถพ่วง, เครื่องผสมคอนกรีตอัตโนมัติสำหรับรถบรรทุก SLM4, เพลสซิ่งบูม, เครืองผลิตวัสดุผสมคอนกรีตและเครื่องพ่นคอนกรีต โดยทั้งหมดนี้สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการสำหรับงานก่อสร้าง

นอกจากนี้ อุปกรณ์ในซีรีส์ดังกล่าวยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานขั้นสูง ช่วยเพิ่มระดับความเบาของปั๊มบนรถบรรทุกได้ 5% และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานได้ 4% ขณะที่ประสิทธิภาพในการสูบคอนกรีตนั้นเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมถึง 5%

อุปกรณ์ในซีรีส์นี้ได้รับการพัฒนาโดย Schwing บริษัทผลิตเครื่องจักรงานคอนกรีตระดับโลกสัญชาติเยอรมัน ซึ่ง XCMG ได้เข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2555 โดยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บริษัท Xuzhou XCMG Schwing Machinery Co., Ltd. ก็ได้ทุ่มเทเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในสายงานคอนกรีตที่ได้มาตรฐานสากลระดับสูงสุดในอุตสาหกรรม

หนึ่งในนวัตกรรมเหล่านี้ได้แก่ เทคโนโลยีแขนรูปโค้งและแขนสามระดับด้วยโครงสร้างแบบ X ของ Schwing ซึ่งทำให้แขนสามารถยืดออกอย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน การใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเหล่านี้ยังช่วยลดภาระงานลงอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างสะดวกสบาย

ผลิตภัณฑ์ในซีรีส์ S9 ได้รับการรับรองมาตรฐาน CE Certification จากสหภาพยุโรป และผ่านการรับรอง  Gost-R Certification จากประเทศรัสเซีย นอกจากนี้ ในส่วนของกระบวนการผลิตยังผ่านการรองมาตรฐาน IOS3834-2 และ EN1090-2/3 อีกด้วย

ซุน เจียนจง รองประธานบริษัท XCMG และประธานของ XCMG Imp. & Exp. Company กล่าวว่า “XCMG ได้รวมเอาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรมเอาไว้ เพื่อการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในซีรีส์ S9 ผ่านความร่วมมืออันแข็งแกร่งกับ Schwing ซึ่งนับเป็นก้าวใหม่แห่งวงการอุตสาหกรรมเครื่องจักรด้านงานคอนกรีต”

“XCMG Schwing ได้ขยายขอบเขตของอุปกรณ์งานคอนกรีตเชิงพาณิชย์ ผ่านการใช้ทรัพยากรให้เป็นประโยชน์ และการรวมเอาเทคโนโลยีต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เรามุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าระดับสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยวิสัยทัศน์ระดับโลก และเครือข่ายการบริการหลังการขายที่ไร้ที่ติ เพื่อที่จะสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างรวดเร็ว” นายซุนกล่าว

เกี่ยวกับ XCMG

XCMG เป็นบริษัทข้ามชาติผู้ผลิตเครื่องจักรหนักที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 73 ปี และปัจจุบันติดอันดับ 9 ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างของโลก บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังกว่า 170 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.xcmg.com หรือติดตาม XCMG Group ได้ทาง FacebookTwitterYouTubeLinkedIn และ Instagram

“HOT 97 SUMMER JAM TOKYO” สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการเออร์เบินมิวสิกในเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–12 ส.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/ อินโฟเควสท์ 

          – FRENCH MONTANA, PUSHA T, FABOLOUS, OMARION, AKLO, AK-69, BANGKOK INVADERS & DABOYWAY และอีกมากมาย ร่วมปรากฏตัวบนเวที – 

          Avex Live Creative Inc. ประสบความสำเร็จในการจัดงาน “HOT 97 SUMMER JAM TOKYO” ซึ่งถือเป็นงานแรกของ “HOT 97 SUMMER JAM” ที่จัดขึ้นในต่างประเทศ

 

          (โลโก้: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103964/201608093266/_prw_OI1fl_2nME5LpJ.jpg)

 

          (รูปภาพ1: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103964/201608093266/_prw_OI2fl_KGHW9bf9.jpg)

 

          (รูปภาพ2: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103964/201608093266/_prw_OI3fl_m9qrbewr.jpg)

 

          (รูปภาพ3: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103964/201608093266/_prw_OI4fl_TsYCowIV.jpg) 

          การประกาศข่าวการจัดงาน “HOT 97 SUMMER JAM TOKYO” เมื่อสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเพลงฮิปฮอปของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก 

          HOT 97 สถานีวิทยุเอฟเอ็มที่มีอิทธิพลที่สุดในวงการเพลงฮิปฮอปและอาร์แอนด์บี จัดงานเทศกาลฮิปฮอป “SUMMER JAM” ในฤดูร้อนของทุกปี ซึ่งงาน “SUMMER JAM” ปีนี้ จัดขึ้นที่ MetLife Stadium ในนิวเจอร์ซีย์ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 

          “SUMMER JAM” มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1994 ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานดังกล่าว “HOT 97 SUMMER JAM TOKYO” จึงถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญสำหรับผู้จัดงาน “SUMMER JAM” เนื่องจากนับเป็นครั้งแรกของการจัดงาน “SUMMER JAM” ในต่างประเทศ 

          โครงการ “HOT 97 SUMMER JAM TOKYO” เปิดตัวอย่างลับๆ เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน โดย Avex Live Creative Inc. ซึ่งเป็นผู้จัดงานในญี่ปุ่น และ Emmis Communications Corp. ผู้บริหาร HOT 97 ได้มีบทบาทสำคัญในการวางแผนโครงการดังกล่าว ผ่านทางความร่วมมือระหว่างองค์กรต่างๆ ของญี่ปุ่นและสหรัฐ 

          รายชื่อศิลปินที่ขึ้นแสดงในงาน ซึ่งประกอบไปด้วยนักดนตรีฮิปฮอปชื่อดังอย่าง FRENCH MONTANA, PUSHA T, FABOLOUS และ OMARION นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของผู้จัดงานเกี่ยวกับงานนี้ และสามารถดึงดูดความสนใจจากบรรดาแฟนๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ดังนั้น จึงแน่นอนว่า บัตร “HOT 97 SUMMER JAM TOKYO” ซึ่งมีการเปิดขายล่วงหน้าด้วยวิธีการสุ่มนั้น ถูกจำหน่ายหมดลงอย่างรวดเร็ว 

          ผลของการจัดงาน “HOT 97 SUMMER JAM TOKYO”

          (ลิงก์: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103964/201608093266/_prw_OA1fl_cTx1bDzY.pdf) 

          ทางผู้จัดงานได้เริ่มวางแผนการจัดงาน “HOT 97 SUMMER JAM TOKYO” สำหรับปีหน้าแล้ว โดยขณะนี้กำลังมีความเคลื่อนไหวต่างๆ รวมทั้งยังเล็งที่จะจัดงานSUMMER JAM ในส่วนอื่นๆของเอเชีย นอกเหนือไปจากญี่ปุ่นด้วย 

          “HOT 97 SUMMER JAM” ถือเป็นสัญลักษณ์ของวงการฮิปฮอปในสหรัฐอเมริกา และจะมีบทบาทเป็นผู้นำในการกระชับความร่วมมือระหว่างวงการฮิปฮอปในอเมริกา ญี่ปุ่น และส่วนอื่นๆของเอเชียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 

          ที่มา: Avex Live Creative Inc.

Mozido เผยธนาคารไต้หวันเลือกใช้เทคโนโลยีชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ HCE ของบริษัท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออสติน, เท็กซัส–15 ส.ค.–พีอาร์นิวสไวร์/อินโฟเควสท์ 

Mozido ผู้ให้บริการชำระเงินผ่านระบบดิจิตอลที่เชื่อถือได้ในระดับโลก เปิดเผยว่า ธนาคาร 14 แห่งในกลุ่ม Taiwan Mobile Payment Co (TWMP) เลือกใช้เทคโนโลยีชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ HCE ของ Mozido ส่วนธนาคารที่เหลืออีก 12 แห่งในกลุ่มจะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวภายในปีนี้ 

โซลูชั่น HCE ของ Mozido จะช่วยให้ลูกค้าของ TWMP สามารถชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือได้โดยใช้โทรศัพท์ที่รองรับเทคโนโลยี NFC ทั้งนี้ TWMP เป็นองค์กรใหญ่รายแรกๆของโลกที่นำเทคโนโลยี HCE มาใช้ และเป็นลูกค้ารายแรกที่ให้บริการด้วย HCE ของ Mozido 

เรารู้สึกขอบคุณ Mozido ที่ให้การสนับสนุนเราทุกอย่าง และเชื่อว่าเราจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการเปิดให้บริการเทคโนโลยีดังกล่าว” Wei-Jong Pan ประธานของ TWMP กล่าว “Mozido มีจุดแข็งในด้านการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ และมีความสามารถในการผนวกรวมเทคโนโลยีการชำระเงินเข้ากับแอปพลิเคชันที่มีอยู่เดิม Mozido จึงเป็นหุ้นส่วนที่ดีที่สุดสำหรับเราในการนำเสนอบริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า” 

TWMP เกิดจากการรวมตัวกันของธนาคาร 26 แห่งในไต้หวัน เพื่อสร้างระบบการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือที่เป็นหนึ่งเดียวทั่วประเทศ เนื่องจากไต้หวันกำลังก้าวเข้าสู่สังคมที่ไม่ใช้เงินสด โดย Mozido ได้มอบโซลูชั่นการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยเทคโนโลยี NFC แบบครบวงจรให้แก่ TWMP นอกจากนั้นยังนำเสนอบริการ tokenization และ de-tokenization เพื่อการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือที่รวดเร็วและปลอดภัยสำหรับลูกค้าที่ใช้แอปของ TWMP 

เรายินดีที่ได้ร่วมมือกับ TWMP ในการนำเสนอโซลูชั่นอันล้ำสมัยนี้ให้แก่ผู้บริโภคในไต้หวัน” Scott Moore ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของMozido กล่าว “การใช้โซลูชั่นอันทันสมัยและครบวงจรของ Mozido ในการให้บริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ จะช่วยให้ลูกค้าของ TWMP ได้รับบริการที่ยืดหยุ่นและสะดวกสบายอย่างแท้จริง” 

เกี่ยวกับ Mozido

Mozido ให้บริการโซลูชั่นการค้าและการชำระเงินดิจิตอลที่เชื่อถือได้แก่ลูกค้าทั่วโลก ซึ่งรวมถึงโซลูชั่นระบบคลาวด์ที่มีความคุ้มค่า โซลูชั่นของ Mozidoทำงานร่วมกันได้ดีกับเครือข่ายไร้สายและอุปกรณ์มือถือทุกประเภท ทั้งยังสามารถผสานเข้ากับโฆษณา ข้อเสนอพิเศษ และผลิตภัณฑ์อื่นๆจากบุคคลที่สามได้อย่างง่ายดาย Mozido ดำเนินธุรกิจและให้บริการในสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง ศรีลังกา ยุโรป และละตินอเมริกา โดยพร้อมช่วยเหลือลูกค้าในการบริหารการเงิน การชำระเงิน และบริการอื่นๆผ่านโทรศัพท์มือถือ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ mozido.com หรือติดตามเราได้ทางทวิตเตอร์ @Mozido 

ติดต่อ

Van Leigh

โทร. 1-512-518-2200

อีเมล: van.leigh@mozido.com