Seegene เปิดตัวระบบทดสอบ PCR แบบเรียลไทม์และมัลติเพล็กซ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมยกระดับด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โซล, เกาหลีใต้–3 ส.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ด้วยการออกแบบระบบทดสอบตามจุดประสงค์การใช้งาน ซึ่งช่วยลดเวลาและต้นทุนในการพัฒนาได้อย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบันกำลังมองหาพันธมิตรท้องถิ่นในแวดวงการตรวจวินิจฉัยในระดับโมเลกุล

Seegene, Inc. (096530.KQ) บริษัทชั้นนำผู้พัฒนาเทคโนโลยี PCR แบบเรียลไทม์และมัลติเพล็กซ์ ประกาศเปิดตัวระบบทดสอบ PCR แบบเรียลไทม์และมัลติเพล็กซ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ (in silico) ตัวแรกของโลกที่ได้รับการยกระดับด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ

การทำปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรส (Polymerase chain reaction หรือ PCR) แบบเรียลไทม์นั้น เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการตรวจวินิจฉัยระดับโมเลกุล แต่มีกระบวนการพัฒนาซับซ้อน เนื่องจากใช้เวลาและต้นทุนในการพัฒนาสูง ดังนั้น โซลูชั่นการพัฒนาที่ทำงานบนคอมพิวเตอร์อย่าง SGsilico ซึ่งทาง Seegene ได้คิดค้นขึ้นนั้น จึงสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการทดสอบ PCR แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ บริษัทยังกำลังมองหาช่องทางเพื่อต่อยอดการใช้งานให้ครอบคลุมแวดวงการตรวจวินิจฉัยระดับโมเลกุลด้วย

โซลูชั่นที่ทำงานแบบอัตโนมัตินี้สามารถร่นระยะเวลาในการทดสอบ จากเดิมประมาณ 3-12 เดือน เหลือเพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดต้นทุนของขั้นตอนการพัฒนาเหลือเพียงหนึ่งในสิบ เมื่อเทียบกับระยะเวลาการพัฒนาที่ใช้กันทั่วไป โดยเมื่อลูกค้ากำหนดเป้าหมายในการตรวจจับ ตัวระบบก็จะแสดงชุดเครื่องมือทดสอบที่พร้อมให้ใช้งานและปรับแต่งได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโอลิโกนิวคลีโอไทด์ การปรับเอนไซม์ รวมถึงเงื่อนไขการทำ PCR แบบเรียลไทม์และมัลติเพล็กซ์ และด้วยการใช้คอมพิวเตอร์ประมวลปัจจัยต่างๆทั้งหมดที่เป็นไปได้เพื่อกำหนดชุดโอลิโกที่เหมาะสมที่สุดกับเป้าหมายแล้ว อัตราความล้มเหลวในการพัฒนานั้นจึงต่ำมาก ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถใช้ระบบทดสอบของ Seegene ในโครงการวิจัยของตนได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาดำเนินขั้นตอนการพัฒนาที่ซับซ้อน

Seegene ได้ดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยี PCR แบบเรียลไทม์อันเป็นเอกสิทธิ์ของบริษัทให้มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น ทั้งยังได้มีการใช้โอลิโกที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเพื่อปรับลดขั้นตอนการทดสอบ คุณสมบัติเหล่านี้ได้รับการผนวกรวมเข้ากับโซลูชั่นการพัฒนาที่ทำงานบนคอมพิวเตอร์ จนถือกำเนิดเป็น SGsilico  ระบบทดสอบ PCR แบบเรียลไทม์พร้อมเทคโนโลยีอัตโนมัติของ Seegene

Seegene นำเสนอเทคโนโลยีเอกสิทธิ์อันเป็นเลิศ ไม่ว่าจะเป็น DPO(TM), TOCE(TM) และ  MuDT(TM) เพื่อใช้ในการเพิ่มจำนวนและตรวจจับเชิงปริมาณครอบคลุมเป้าหมายหลายจุด โดยไม่บั่นทอนความจำเพาะ ความไว และความแม่นยำในการทำซ้ำ เทคโนโลยีที่กล่าวถึงนี้เป็นเทคโนโลยีทดสอบ PCR แบบเรียลไทม์เพียงชุดเดียวในตลาด ที่สามารถรองรับข้อมูลไม่ว่าจะมีปริมาณมากหรือมีหลายช่องทาง โดยSeegene ได้ยกระดับเทคโนโลยีเหล่านี้ให้มีความเป็นดิจิทัล ส่งผลให้สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ PCR อีกหลายรุ่น

นอกจากนี้ Seegene ยังได้พัฒนาระบบโอลิโกที่ติดฉลากฟลูออเรสเซนต์ขึ้นใหม่อย่าง SGoligo เพื่อใช้เป็นมาตรฐานสากลในการทดสอบเป้าหมายต่างๆโดยไม่คำนึงถึงประเภทเป้าหมาย ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างมาก

สิ่งนี้เปิดโอกาสให้ Seegene สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงระบบทดสอบ PCR แบบเรียลไทม์ทั้งชนิดซิงเกิลและมัลติเพล็กซ์บนคอมพิวเตอร์ พร้อมรองรับการปรับแต่ง โดยนอกเหนือจากตลาดเทคโนโลยีวินิจฉัยโรคที่เป็นตลาดเดิมของบริษัทแล้วSeegene ยังมีแผนในการรุกตลาดใหม่ๆให้ครอบคลุมแวดวงการวิจัยและตลาดอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย

 

ดร.ชอง-ยุน ชอน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Seegene กล่าวว่า “SGsilico เป็นโซลูชั่นที่ดีที่สุดในแง่ของความเรียบง่าย ระยะเวลาการใช้งาน และการประหยัดต้นทุนในการทดสอบ โซลูชั่นนี้สามารถนำไปใช้ในโครงการวิจัยต่างๆ ทั้งโรคติดต่อ มะเร็ง ตลอดจนโรคพันธุกรรมอื่นๆ นอกจากนี้ เทคโนโลยีของ Seegene ยังสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ เช่น ความปลอดภัยของอาหาร สัตว์ และพืช” ดร.ชอน กล่าวเสริม “เทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ซึ่งจะเข้ามาแทนที่เทคโนโลยี PCR แบบเรียลไทม์ที่ใช้กันอยู่ ณ ปัจจุบัน”

ทั้งนี้ Seegene ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทย่อยในสหรัฐอเมริกา แคนาดา อิตาลี และตะวันออกกลาง รวมถึงสำนักงานสาขาในเยอรมนี และธุรกิจร่วมทุนในเม็กซิโก ปัจจุบัน Seegene กำลังมองหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มธุรกิจร่วมทุน ซึ่งมีเครือข่ายทางธุรกิจทั้งในท้องถิ่นและทั่วประเทศ

ข้อมูลติดต่อ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่ www.seegene.com หรือติดต่อ Jason Bae (อีเมล: jasonbae@seegene.com, โทร: 82-2-2240-4081)

G2A ร่วมแชร์ประสบการณ์ในการประชุม Polish-American Congress ที่โปแลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เชชูฟ โปแลนด์, ลอนดอน และฮ่องกง–2 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

G2A.COM ตลาดเกมดิจิตอลที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก รับบทบาทสำคัญในการประชุม Forum Polonii Amerykanskiej หรือ Polish-American Congress ที่ประเทศโปแลนด์ ซึ่งเป็นการจัดการประชุมนอกสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก

 

Bartosz Skwarczek and Dawid Rozek (CMO), with group of young scientists visiting G2A before going to the Botball Tournament in Florida (PRNewsFoto/G2A.com)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160731/394393 )

CEO, Bartosz Skwarczek speaking at the Polish-American Congress (PRNewsFoto/G2A.com)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160731/394394 )

Forum Polonii Amerykanskiej

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160731/394395 )

Bartosz Skwarczek ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง G2A.COM เป็นตัวแทนของบริษัทเข้าร่วมการประชุมซึ่งจัดขึ้นที่ Congress Exhibition Centre ในเมืองเชชูฟ ประเทศโปแลนด์ ในวันนี้ และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมการประชุมด้วยการบอกเล่าเรื่องราวของ G2A ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในฐานะบริษัทเล็กๆ จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ระดับสากลที่มีรางวัลการันตีมากมาย พร้อมกันนั้นยังกล่าวถึงเป้าหมาย แผนการสำหรับอนาคต โอกาสในการพัฒนา และนโยบายของบริษัทที่เปิดกว้างสำหรับการสร้างความร่วมมือกับบรรดาคู่ค้าและนักพัฒนา

บรรดานักธุรกิจแถวหน้าของสหรัฐได้เรียนรู้เกี่ยวกับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกที่ทำงานร่วมกับ G2A และได้รับรู้ว่ามีการทำธุรกรรมมากกว่า 1 ล้านครั้งต่อเดือนในตลาดเกม G2A นอกจากนี้ ผู้ฟังยังให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของบริษัท ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 ปีในการเติบโตจากบริษัทที่มีพนักงานเพียงไม่กี่คน สู่บริษัทที่มีผู้เชี่ยวชาญกว่า 640 คน จาก 31 ประเทศ

การประชุม Polish-American Forum ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในประเทศโปแลนด์ โดยมีสมาคมผู้รับเหมาก่อสร้างโปแลนด์-อเมริกา และหอการค้าโปแลนด์-อเมริกา เข้าร่วมการประชุมด้วย และในงานนี้ G2A ได้นำเสนอโซลูชั่นการพิมพ์แบบสามมิติ G2A 3D+ และโปรเจค Virtual Reality ที่มีชื่อว่า G2A Landเพื่อมอบประสบการณ์เสมือนจริงสุดเร้าใจทั้งบนรถไฟเหาะ สนามยิงปืน โรงภาพยนตร์ และโลกใต้ทะเล ผ่านการสวมใส่แว่นตาสามมิติ Oculus Glasses

ในช่วงสุดท้ายของการประชุม ซึ่งเป็นการเสวนาในหัวข้อ “การทำให้โปแลนด์เป็นผู้นำการปฏิวัติดิจิตอลนั้น Bartosz Skwarczek ซีอีโอของ G2A ระบุว่า หากเราพิจารณาถึงอนาคตอันใกล้นี้ โดยเฉพาะในแง่ของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอล เราไม่สามารถหยั่งรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอีก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า เพราะอินเทอร์เน็ตมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วเป็นเท่าทวีคูณ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือการเปิดใจ เปิดรับ และลองใช้เทคโนโลยี

“G2A เล็งเห็นถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของ Polish-American Congress โดยเฉพาะศักยภาพในการเข้าถึงผู้คนจำนวนมาก ตอนที่เราเริ่มธุรกิจเมื่อ 6 ปีก่อน เราต้องกรุยทางด้วยตัวเอง แต่ปัจจุบันมีความช่วยเหลือและการสนับสนุนมากมายสำหรับชาวโปแลนด์ที่ต้องการเริ่มธุรกิจระดับสากล ไม่ว่าจะในสหรัฐอเมริกาหรือในประเทศใดก็ตามที่มีชาวโปแลนด์อาศัยอยู่

Sabina Klimek กงสุลใหญ่โปแลนด์ประจำนิวยอร์ก ได้ตอกย้ำถึงขนาดและความนิยมของตลาดเกม G2A โดยระบุว่า เกม The Witcher คิดเป็นสัดส่วน 5%ของยอดส่งออกจากโปแลนด์ไปยังสหรัฐอเมริกา

G2A มีส่วนร่วมมากขึ้นในโปรเจคต่างๆระหว่างโปแลนด์-อเมริกา ซึ่งครอบคลุมไปถึงการสนับสนุนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ตอกย้ำด้วยความสำเร็จของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์จากโรงเรียน Franciszek Leja State School ในหมู่บ้าน Grodzisko Gorne จังหวัดซับคาร์เพเทีย ประเทศโปแลนด์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากG2A.COM จนไปคว้าตำแหน่งท็อป 10 ในการแข่งขันพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อการศึกษา BotBallของ NASA ทั้งยังคว้ารางวัลในสาขา Outstanding Engineering และOutstanding Robot Collaboration/Synchronisation ไปครองด้วย

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจัดขึ้นที่ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ดังนั้น ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทีมคือการหาทุนเพื่อเดินทางไปยังสหรัฐ G2A จึงหยิบยื่นความช่วยเหลือให้อย่างเต็มที่ ดังที่ Bartosz Skwarczek กล่าวไว้ว่า เงินไม่ควรเป็นอุปสรรคที่กีดขวางความสำเร็จ

G2A.COM เป็นตลาดเกมดิจิตอลที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และเป็นบริษัทระดับสากลที่กวาดรางวัลจากหลายเวที โดยในปีนี้บริษัทคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วถึง 7 รางวัล

http://www.gbeawards.com http://www.stevieawards.com http://f-x-a.co.uk/

ติดต่อ: Jacqueline Purcell, jpurcell@g2a.com

ที่มา: G2A.com

Didi Chuxing เข้าซื้อกิจการ Uber China

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–2 ..–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– การผนึกกำลังจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ร่วมโดยสารในประเทศจีนให้แข็งแกร่ง

ตีตี ชูสิง (Didi Chuxing) ประกาศข้อตกลงเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ อูเบอร์ โดย ตีตี ชูสิง จะเข้าซื้อทรัพย์สินทั้งหมดของ อูเบอร์ ไชน่า ซึ่งรวมถึงแบรนด์ การดำเนินธุรกิจ และข้อมูลภายในจีนแผ่นดินใหญ่ การทำข้อตกลงครั้งสำคัญนี้นับเป็นสัญญาณของการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ร่วมโดยสาร (rideshare) ในประเทศจีนไปสู่ก้าวใหม่

ในการแลกเปลี่ยนทรัพย์สินกับอูเบอร์ ไชน่า ทางอูเบอร์จะได้รับหุ้นบุริมสิทธิ์จำนวน 5.89% ของบริษัทที่รวมตัวกัน ซึ่งเท่ากับ 17.7% ของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในตีตี ชูสิง ขณะที่ไป่ตู้ และผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ของจีนจะได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 2.3% ในตีตี ชูสิง นอกจากนี้ ตีตี ชูสิง ยังจะได้รับหุ้นส่วนน้อยในอูเบอร์ด้วย ทั้งนี้ เฉิง เว่ย ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการของตีตี ชูสิง จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะกรรมการของอูเบอร์ ขณะที่ทราวิส คาลานิก ผู้ก่อตั้งอูเบอร์ จะเป็นสมาชิกคณะกรรมการของตีตี ชูสิง การทำข้อตกลงซึ่งไม่มีการเปิดเผยเงื่อนไขเพิ่มเติมนี้จะส่งผลให้ ตีตี ชูสิง กลายเป็นเพียงบริษัทเดียวที่บริษัทเทนเซนต์ อาลีบาบา และไป่ตู้ลงทุนร่วมกัน 

ภายใต้ข้อตกลง:

อูเบอร์ ไชน่า จะยังคงเป็นแบรนด์และธุรกิจที่ดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ เพื่อเสถียรภาพและความต่อเนื่องของบริการ ทั้งสำหรับผู้โดยสารและผู้ขับขี่
ตีตี ชูสิง จะรวมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการจัดการและเทคโนโลยีของทีมงานทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับความต้องการรูปแบบการเดินทางที่หลากหลายมากขึ้นของจีน ด้วยวิธีการต่างๆ ที่มีการเพิ่มมูลค่ามากขึ้น
ตีตี ชูสิง จะทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทอื่นๆในอุตสาหกรรม และกลุ่มผู้ถือผลประโยชน์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เข้มแข็งสำหรับสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ ตลอดจนแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และ
ตีตี ชูสิง จะยังคงทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วโลกในการเชื่อมโยงทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ในการบริการรถยนต์ร่วมโดยสารข้ามพรมแดน

เฉิง เว่ย ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของตีตี ชูสิง กล่าวว่า ตีตี ชูสิง และ อูเบอร์ ได้เรียนรู้หลายอย่างจากอีกฝ่ายในเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเติบโตของจีนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยในฐานะที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีที่ฝังรากลึกในจีน ตีตี ชูสิง ผลักดันขอบเขตของนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อกำหนดนิยามใหม่ของการเดินทางแห่งอนาคต การทำข้อตกลงกับอูเบอร์จะปูทางให้อุตสาหกรรมการขนส่งผ่านทางมือถือเติบโตอย่างแกร่งและยั่งยืนไปสู่อีกระดับ ตีตี ชูสิง ทุ่มเทพลกำลังทั้งหมดที่มีในการทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ใช้ และพันธมิตร เพื่อตอบรับกับความท้าทายด้านการขนส่ง สภาพแวดล้อม และการจ้างงานในเมืองต่างๆของเรา

จีน หลิว ประธานของตีตี ชูสิง กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ขับขี่กว่า 15 ล้านคน และผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 300 ล้านคนเข้าร่วมเครือข่ายการแชร์ข้อมูลแบบเปิดของตีตี ซึ่งเชื่อมต่อผู้คน รถยนต์ และไลฟ์สไตล์แบบต่างๆ เข้าด้วยกัน และเมื่อบวกกับทีมงานมากความสามารถและประสบการณ์สูงของอูเบอร์ ไชน่าแล้ว ตีตี ชูสิง ก็จะสามารถให้บริการชาวจีนได้ดียิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนี้ ตีตี ชูสิง ยังพร้อมเดินหน้าขยายกลยุทธ์ต่างประเทศ โดยเรามุ่งหวังที่จะได้ร่วมงานกับบรรดาพันธมิตรของเราทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และชุมชนทั้งหลาย

จากการที่จีนกำลังอยู่ในช่วงการขยายตัวของเมืองที่เรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แนวคิดเศรษฐกิจแบ่งปันจึงได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ภายใต้ร่มเงายุทธศาสตร์ Internet Plus ที่รัฐบาลจีนได้ริเริ่มขึ้นเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม โดยตลาดรถยนต์ร่วมโดยสารที่ถือว่ายังใหม่อยู่สำหรับประเทศที่มีประชากรถึง 1.3 พันล้านคนนี้ กำลังแสดงศักยภาพอย่างที่ไม่มีผู้ใดทัดเทียม ประกอบกับเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมจีนได้ออกระเบียบเบื้องต้นว่าด้วยการจัดการการจองรถออนไลน์ (Preliminary Rules on the Management of Online Car-Booking) ซึ่งเป็นการออกกฎหมายระดับประเทศครั้งแรกของโลกที่ทำให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสารนั้นถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น เราจึงหวังที่จะสร้างความเป็นไปได้เหล่านี้สำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และเมืองใหญ่ทั้งหลาย ท่ามกลางโอกาสใหม่ๆที่ได้ถือกำเนิดขึ้น

เกี่ยวกับ ตีตี ชูสิง

ตีตี ชูสิง เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคมนาคมผ่านระบบมือถือแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของโลก บริษัทนำเสนอตัวเลือกการเดินทางอย่างเต็มรูปแบบผ่านเทคโนโลยีมือถือ แก่ผู้ใช้งานเกือบ 300 ล้านคน ในกว่า 400 เมืองทั่วประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นการเรียกรถแท็กซี่ รถส่วนบุคคล ไปจนถึงบริการ Hitch (แชร์รถผ่านสื่อโซเชียล), Chauffeur, Didi Bus, Didi Test Drive และ Didi Enterprise Solutions โดยข้อมูลสถิติแสดงให้เห็นว่า ตีตีครองส่วนแบ่งตลาดบริการรถส่วนบุคคลมากกว่า87% ทั้งยังครองตลาดบริการเรียกแท็กซี่มากกว่า 99% ในจีน โดยในปี 2558 แพลตฟอร์มของตีตีมีผู้ใช้บริการถึง 1.43 พันล้านครั้ง และในฐานะที่เป็นผู้ที่มีส่วนในการริเริ่มเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน ทางบริษัทจึงมีความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับชุมชนและพันธมิตร เพื่อแก้ไขปัญหาท้าทายด้านการเดินทางและสิ่งแวดล้อมของจีน ด้วยการใช้อัลกอริทึมข้อมูลที่มีความแม่นยำเพื่อปรับการจัดสรรทรัพยากรตามความเหมาะสม เรามุ่งมั่นที่จะมอบเครือข่ายการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ เกิดจากความร่วมมือหลายฝ่าย และมีความยั่งยืน ด้วยการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้และสร้างค่านิยมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตีตีติดอันดับ World’s Smartest 50 Companies 2016 โดย MIT Technology Review ในปี 2559 และยังติดอันดับ Davos Global Growth Company ในปี 2558 ด้วย

สื่อมวลชนติดต่อสอบถามได้ที่

จีน/ฮ่องกง
Brunswick Group
อีเมล: didichuxing@brunswickgroup.com
โทร: +86 10 59608600 / +852 3512 5000

สหรัฐ
Sard Verbinnen & Co
อีเมล: didichuxing@sardverb.com
โทร: +1 415 618 8750

ตึกเอ็มไพร์สเตท จับมือ iHeartMedia จัดการแสดงแสงสีเสียงฉลองวันเกิด 90 ปี “โทนี่ เบนเนตต์” ศิลปินระดับตำนานแห่งวงการดนตรีอเมริกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก2 ส.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ (NYSE: ESRT) จับมือ iHeartMedia จัดงานฉลองวันเกิดให้แก่ โทนี่ เบนเนตต์ ศิลปินระดับตำนานเจ้าของรางวัลแกรมมี่ 19 ครั้ง ผู้อุทิศตนให้กับวงการดนตรีอเมริกันมาตลอดระยะเวลา 90 ปี ในวันพุธที่ 3 สิงหาคมนี้ 

งานเฉลิมฉลองครั้งนี้ประกอบไปด้วยการแสดงแสงสีเสียงบนตึกเอ็มไพร์สเตท การโชว์พลังเสียงของโทนี เบนเนตต์ และนักร้องดังเจ้าของรางวัลแกรมมี่อย่างเลดี้ กาก้า รวมถึงการจัดวินโดว์ดิสเพลย์แสดงผลงานศิลปะต้นฉบับของโทนี่ เบนเนตต์ ในบริเวณล็อบบี้ของตึกฝั่งฟิฟท์อเวนิว ระหว่างวันที่ 3 สิงหาคม ถึงวันที่ 6 กันยายนนี้

งานเฉลิมฉลองของตึกเอ็มไพร์สเตทจะจัดขึ้นพร้อมกับงานเลี้ยงสังสรรค์ที่คับคั่งไปด้วยเหล่าคนดัง ณ ห้องอาหาร Rainbow Room บนตึก 30 Rockefeller Plaza ซึ่งเลดี้ กาก้า จะเป็นผู้เปิดการแสดงแสงสีเสียงด้วยตัวเอง 

สำหรับการแสดงบนตึกเอ็มไพร์สเตทนั้น มาร์ก บริคแมน นักออกแบบแสงสีชื่อดังระดับโลก ได้ออกแบบแสงสีให้เข้ากับเสียงเพลงของโทนี่ เบนเนตต์ ที่เปิดสดๆผ่านทางสถานีวิทยุ 106.7 LiteFM ของ iHeartMedia ณ เวลา 20.45 น.ตามเวลา EST โดยเพลงดังกล่าวประกอบด้วย

– “Because of You”

– “Steppin’ Out (With My Baby)”

– “I Left My Heart In San Francisco”

– “Cheek to Cheek” (featuring Lady Gaga) 

หลังการแสดงสดเสร็จสิ้นลง ผู้ที่สนใจสามารถรับชมวิดีโออย่างเป็นทางการของการแสดงทั้งหมดได้บนเพจยูทูบของตึกเอ็มไพร์สเตทwww.youtube.com/esbnyc

 

การแสดงเหล่านี้จะทำให้คนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว และแฟนๆจากทั่วโลก ได้สนุกสนานไปกับผลงานของโทนี่ เบนเนตต์ ณ ตึกเอ็มไพร์สเตท ที่ประดับประดาขอบฟ้าของมหานครนิวยอร์กด้วยแสงสีสุดตระการตา เพื่อเชิดชูเกียรติหนึ่งในผู้สร้างความบันเทิงอันเป็นที่รักยิ่งของชาวอเมริกัน  

แอนโทนี อี มัลกิน ประธานและซีอีโอของเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ กล่าวว่า “เราคอยแสวงหาโอกาสอันเหมาะสมเพื่อจัดการแสดงแสงสีเสียงสุดตื่นตาตื่นใจให้คนในนิวยอร์กและทั่วโลกได้รับชม และโทนี่ เบนเนตต์ ก็เป็นเหตุผลที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมงานกับ iHeartMedia และ มาร์ก บริคแมน อีกครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองให้แก่ศิลปินระดับตำนานผู้สร้างผลงานมากมายให้กับโลกใบนี้ 

โทนี่ เบนเนตต์ กล่าวว่า เนื่องจากผมเติบโตในนิวยอร์ก ผมจึงตื่นเต้นมากที่ตึกเอ็มไพร์สเตทจัดการแสดงแสงสีเสียงเพื่อเฉลิมฉลองให้กับผมในวันพิเศษเช่นนี้”  

            เกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตท

ตึกเอ็มไพร์สเตทมีความสูง 1,454 ฟุต (จากฐานถึงเสาอากาศ) เหนือย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน อาคารแห่งนี้เป็นของบริษัทเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ และเป็น “อาคารสำนักงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก” การลงทุนใหม่ๆในเรื่องการประหยัดพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่สาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ส่งผลให้ตึกเอ็มไพร์สเตทสามารถดึงดูดผู้เช่าชั้นหนึ่งจากหลากหลายวงการทั่วโลก นอกจากนี้ เทคโนโลยีการแพร่ภาพและกระจายเสียงที่ทันสมัยของตึกเอ็มไพร์สเตทยังสามารถรองรับสถานีโทรทัศน์และวิทยุสำคัญๆในมหานครนิวยอร์ก ตึกเอ็มไพร์สเตทได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาคารยอดนิยมของสหรัฐอเมริกาโดยสถาบันสถาปัตยกรรมแห่งอเมริกา ส่วนหอชมวิวของตึกเอ็มไพร์สเตทก็เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้ชื่นชอบมากที่สุดในโลก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของภูมิภาค รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตทได้ที่ www.empirestatebuilding.com , www.facebook.com/empirestatebuilding , @EmpireStateBldg , www.instagram.com/empirestatebldg , http://weibo.com/empirestatebuildingwww.youtube.com/esbnyc หรือwww.pinterest.com/empirestatebldg/

เกี่ยวกับเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์

เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ (NYSE: ESRT) คือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โดยเป็นผู้ครอบครอง บริหารจัดการ ดำเนินงาน เข้าซื้อ และรีโพสิชั่นอาคารสำนักงานและห้างค้าปลีกบนเกาะแมนฮัตตันรวมถึงมหานครนิวยอร์ก ซึ่งรวมไปถึงตึกเอ็มไพร์สเตท อาคารสำนักงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก และนับจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2559 บริษัทมีสำนักงานและอาคารค้าปลีกให้เช่าเป็นพื้นที่รวมกัน 10.1 ล้านตารางฟุต ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ให้เช่า 9.4 ล้านตารางฟุตในอาคารสำนักงาน 14 แห่ง แบ่งเป็นบนเกาะแมนฮัตตัน 9 แห่ง ในเขตแฟร์ฟิลด์ รัฐคอนเนคทิคัต 3 แห่ง และในเขตเวสต์เชสเตอร์ รัฐนิวยอร์กอีก 2 แห่ง นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าอีกประมาณ 724,000 ตารางฟุต 

เกี่ยวกับ iHeartMedia

ด้วยจำนวนผู้ฟังในสหรัฐ 245 ล้านคนต่อเดือน ผู้ฟังผ่านระบบดิจิตอล 87 ล้านคนต่อเดือน ผู้ติดตามทางโซเชียลกว่า 75 ล้านคน รวมถึงผู้ใช้บริการเครือข่ายการจราจรและพยากรณ์อากาศ Total Traffic and Weather Network จำนวน 196 ล้านคนต่อเดือน ทำให้ iHeartMedia เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุดในบรรดาสถานีวิทยุหรือโทรทัศน์ในอเมริกา iHeartMedia ให้บริการในตลาดกว่า 150 แห่ง ผ่านทางสถานีวิทยุของตนเองจำนวน 858 สถานี รายการวิทยุและคอนเทนท์ของบริษัทสามารถรับฟังได้ทางคลื่น AM/FM, สถานีวิทยุดิจิตอลความคมชัดสูง, สถานีวิทยุดาวเทียม, iHeartRadio.com และเว็บไซต์ของสถานีวิทยุต่างๆของบริษัท, แอปiHeartRadio สำหรับอุปกรณ์พกพา, หน้าปัดวิทยุในรถยนต์, แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน รวมถึงเครื่องเล่นเกม ทั้งนี้ iHeartRadio เป็นสถานีวิทยุดิจิตอลของiHeartMedia และเป็นผู้ให้บริการกระจายเสียงระบบดิจิตอลแบบครบวงจรอันดับ 1 ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 700 ล้านครั้ง นอกจากนั้นยังมีผู้ลงทะเบียนใช้บริการแตะ 20 ล้านรายแรกเร็วกว่าบริการดิจิตอลทุกรายในประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ต และแตะ 70 ล้านรายเร็วกว่าวิทยุหรือบริการเพลงดิจิตอลรายอื่นๆ และเร็วกว่าแม้กระทั่งเฟซบุ๊ก ธุรกิจของบริษัทประกอบไปด้วยการกระจายเสียงผ่านทางวิทยุ ออนไลน์ อุปกรณ์พกพา สื่อดิจิตอลและโซเชียลมีเดีย รวมถึงการจัดคอนเสิร์ตและงานอีเวนท์ การกระจายข้อมูล การวิจัยเกี่ยวกับดนตรี และการนำเสนอผ่านสื่ออย่างอิสระ iHeartMedia เป็นบริษัทในเครือของ iHeartMedia, Inc. (OTCBB: IHRT)สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทได้ที่ iHeartMedia.com 

เกี่ยวกับ โทนี่ เบนเนตต์

ไม่มีใครในวงการเพลงอเมริกันที่มีผลงานมาอย่างยาวนานและประสบความสำเร็จอย่างสูงเท่ากับ “โทนี่ เบนเนตต์” ศิลปินผู้กวาดรางวัลแกรมมี่ 19 ครั้ง และได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในหมู่แฟนเพลงทุกวัย ทั้งยังเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังเพลงอเมริกันยอดนิยมมากมายในยุคศตวรรษที่ 20 โดยเพลงฮิตติดท็อปชาร์ตของเขาประกอบด้วย Because of You” “Rags to Riches” และเพลงซิกเนเจอร์อย่าง “I Left My Heart in San Francisco” เขาโลดแล่นในวงการดนตรีมานานถึง 70 ปี ซึ่งถือว่ายาวนานมากที่สุดคนหนึ่งในวงการเพลงอเมริกัน ในปี 2549 และ 2554 เขาปล่อยอัลบัม Duets และ Duets II ตามลำดับ โดยเป็นการร้องเพลงร่วมกับศิลปินดังมากมาย อาทิ บาร์บรา สไตรแซนด์เจมส์ เทย์เลอร์บิลลี โจเอลเอลตัน จอห์นพอล แมคคาร์ทนีย์สตีวี วันเดอร์ไมเคิล บูเบลโบโนเลดี้ กาก้า และเอมี่ ไวน์เฮ้าส์ เขาคว้ารางวัล Grammy Lifetime Achievement Award ในปี 2544 และได้รับรางวัลจาก Kennedy Center ในปี 2548 นอกจากนั้นเขายังเป็นจิตรกรชื่อดังคนหนึ่ง โดยผลงาน 3 ชิ้นของเขาได้รับการจัดแสดงในส่วนจัดแสดงถาวรของสถาบันสมิธโซเนียน สำหรับประวัติส่วนตัวนั้น โทนี่ เบนเนตต์ เกิดในย่านควีนส์ของนิวยอร์กเมื่อปี 2469 เขาเคยเป็นทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเคยเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ในเมืองเซลมา ช่วงที่มีการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ เขายังได้อุทิศตนเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยเป็นผู้ระดมทุนหลายล้านดอลลาร์ให้กับมูลนิธิ Juvenile Diabetes Foundation และในปี 2542 เขาและซูซาน เบเนเดตโต ผู้เป็นภรรยา ได้ก่อตั้ง Exploring the Arts (ETA) เพื่อเพิ่มบทบาทของศิลปะในการศึกษาภาครัฐ ปัจจุบัน ETA ได้จับมือกับโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของรัฐ 33 แห่งในนครนิวยอร์กและลอสแองเจลิส และได้ก่อตั้งโรงเรียน Frank Sinatra School of the Arts ขึ้นที่เมืองแอสโตเรีย ควีนส์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเบนเนตต์ ร่วมกับสำนักการศึกษาของนครนิวยอร์ก ทั้งนี้ โทนี่ เบนเนตต์ จะฉลองวันเกิดครบรอบ 90 ปี ในวันที่ 3 สิงหาคม 2559 

ข้อความคาดการณ์อนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วย “ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคต” ซึ่งอาจจำแนกได้ด้วยการใช้คำว่า “เชื่อ” “คาด” “อาจ” “จะ” “ควร” “แสวงหา” “ประมาณ” “ตั้งใจ” “วางแผน” “เสนอ” “คาดคะเน” “พิจารณา” “มุ่งหมาย” “เดินหน้า” “น่าจะ” หรือ “คาดหวัง” หรือคำและวลีอื่นๆที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน ปัจจัยต่อไปนี้ และอื่นๆ อาจจะทำให้ผลลัพธ์จริงและเหตุการณ์ในอนาคตมีความแตกต่างไปจากที่ได้ระบุไว้ในข้อความคาดการณ์ ปัจจัยเหล่านี้รวมอยู่ใน (i)รายงานประจำปีของบริษัทบนแบบฟอร์ม Form 10-K สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 รวมถึงปัจจัยที่อยู่ภายใต้หัวข้อ “Risk Factors” “Management’s Discussion and Analysis of Financial Condition and Results of Operations” “Business” และ “Properties” และ (ii) ในรายงานต่างๆในอนาคต ซึ่งบริษัทต้องยื่นตามกฎหมาย Securities and Exchange Act of 1934 ที่มีการปรับปรุงแก้ไข แม้ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคตจะสะท้อนถึงความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจของบริษัท แต่ข้อความดังกล่าวไม่สามารถรับประกันผลการดำเนินงานในอนาคตได้ บริษัทไม่มีภาระผูกพันในการเผยแพร่ข้อความคาดการณ์ที่ได้รับการปรับปรุงหรือแก้ไขเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสมมติฐานหรือปัจจัยพื้นฐาน, ข้อมูล สถิติ หรือระเบียบวิธีใหม่ๆ, เหตุการณ์ในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ หลังจากวันที่จัดทำข่าวประชาสัมพันธ์นี้ เว้นแต่เป็นไปตามบังคับของกฎหมาย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยเหล่านี้และอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ ผลการดำเนินงาน หรือการทำธุรกรรมของบริษัทในอนาคต ได้ที่หัวข้อ “Risk Factors” ในรายงานประจำปีของบริษัทบน Form 10-K สำหรับปีงบการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 รวมทั้งความเสี่ยงอื่นๆที่อธิบายอยู่ในเอกสารที่บริษัทยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ ผู้ลงทุนที่มีความสนใจไม่ควรยึดถือข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคตมากเกินควร เนื่องจากเป็นการคาดการณ์โดยอ้างอิงข้อมูลที่ทางบริษัทมีอยู่ ณ ปัจจุบันเท่านั้น (หรืออ้างอิงข้อมูลที่บุคคลที่สามซึ่งเป็นผู้จัดทำข้อความคาดการณ์มีอยู่)

เมอร์คสนับสนุน Y-mAbs เดินหน้าพัฒนาและผลิตแอนติบอดีรักษาโรคมะเร็งเด็ก ด้วยบริการครบวงจร Provantage(R) End-to-End

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาร์มสตัดท์, เยอรมนี–2 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ครอบคลุมการขยายขนาดการผลิต และการผลิตตามมาตรฐาน GMP สำหรับยาที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาขั้นปลาย

แอนติบอดีสำหรับรักษาโรคมะเร็งสมองระยะลุกลามและดื้อต่อการรักษาในผู้ป่วยเด็ก

เมอร์ค (Merck) บริษัทวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีชั้นนำ จะส่งมอบบริการ Provantage(R) End-to-End ซึ่งเป็นบริการด้านการพัฒนาและการผลิตยาอย่างครบวงจรของบริษัทให้แก่ Y-mAbs Therapeutics, Inc. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโมโนโคลนอลแอนติบอดี (monoclonal antibody) ของ Y-mAbs ซึ่งอยู่ในระยะปลายของการพัฒนา

 

Merck is providing its Provantage(R) End-to-End development and manufacturing services to Y-mAbs Therapeutics, Inc. in support of the development of a new antibody compound to treat pediatric brain cancer. (PRNewsFoto/Merck)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160727/393609

แอนติบอดีดังกล่าวมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นยาสำหรับใช้รักษาผู้ป่วยเด็ก ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งนิวโรบลาสโตมาที่แพร่กระจายสู่เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง และดื้อต่อการรักษา (refractory leptomeningeal tumor neuroblastoma) รวมทั้งโรคมะเร็งในกลุ่ม diffuse intrinsic pontine glioma โดยหลังจากที่ได้รับการถ่ายโอนเซลล์เพาะเลี้ยงจาก Y-mAbs เมอร์คก็จะเริ่มบริการต่างๆ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การขยายขนาดการผลิตแอนติบอดี ที่ปัจุบันอยู่ในระยะปลายของการพัฒนา ไปจนถึงการผลิตตามมาตรฐาน GMP

มะเร็งสมองในเด็กนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในแวดวงการรักษา ด้วยความที่เป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน” อูดิท บาทรา สมาชิกคณะกรรมการบริหารและซีอีโอกลุ่มธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ (Life Science) ของเมอร์ค กล่าว “เราเชื่อว่าบริการ Provantage(R) ของเรา ซึ่งนำเสนอวิธีการสำเร็จรูปในการพัฒนาและผลิต จะช่วยเร่งพัฒนาแนวทางการรักษาที่ก้าวล้ำนี้ให้เดินหน้าเร็วขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย”

ข้อตกลงที่ทำร่วมกับเมอร์คผลักดันให้ Y-mAbs ก้าวหน้าไปอีกขั้นในการทำตามความมุ่งมั่นด้านการคิดค้นวิธีการรักษาที่ก้าวล้ำเพื่อช่วยชีวิตเด็กๆ ที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะลุกลามโธมัส แกด ผู้ก่อตั้ง ประธาน และหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจของ Y-mAbs กล่าว เราคาดว่าจะนำผลิตภัณฑ์ยาที่ได้มาตรฐาน cGMP มาทดสอบทางคลินิกภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 ตามแผนที่วางไว้ และเรามุ่งมั่นที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมสร้างภูมิคุ้มกันชั้นแนวหน้านี้ไปถึงมือผู้ที่ป่วยด้วยโรคที่คุกคามต่อชีวิตทั่วโลก

โซลูชั่น Provantage(R) End-to-End ของเมอร์คคือชุดผลิตภัณฑ์และบริการครบวงจร ซึ่งช่วยให้บริษัทยาชีววัตถุสามารถเร่งการพัฒนาโมเลกุล เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนของการทดลองทางคลินิกและการวางตลาด โซลูชั่นครบวงจรนี้ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนากระบวนการผลิต การผลิตตามมาตรฐาน cGMP การออกแบบโรงงานผลิต อุปกรณ์สำหรับโรงงานต้นแบบผลิต การฝึกอบรมด้านการผลิตและการใช้อุปกรณ์ การถ่ายโอนเทคโนโลยี การตรวจสอบคุณภาพอุปกรณ์ ตลอดจนการเตรียมการเพื่อผลิตเชิงพาณิชย์

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาคลิกที่www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้

เกี่ยวกับเมอร์ค

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว 50,000 คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึงจอแอลซีดีสำหรับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ ทั้งนี้ ในปี 2558 เมอร์คสามารถทำยอดขายได้ 1.285 หมื่นล้านยูโร ใน66 ประเทศ

เมอร์ค ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2211 จึงเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทเมอร์คในดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่, มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

GAC Motor ฉลองเสร็จสิ้นการก่อสร้างโรงงานเฟส 2 ปฐมบทใหม่แห่งนวัตกรรมยานยนต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจว, จีน–1 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          GAC Motor ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีน จัดพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสเสร็จสิ้นการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ของบริษัทในเฟส 2 ที่เมืองปันหยู นครกว่างโจว เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมเปิดตัวรถ SUV รุ่น GS8 และซีดานระบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่น GA3S PHEV ซึ่งถือเป็นการก้าวไปอีกขั้นในการยกระดับกำลังผลิตและสมรรถนะการใช้งานอันเหนือชั้น โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซีดานรุ่น GA8 สีดำที่เพิ่งเปิดตัวใหม่นั้น ได้กลายเป็นรถคันที่ 600,000 ที่ทาง GAC Motor ได้ผลิตขึ้นนับตั้งแต่ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2553

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160801/0861607670 

          การเสร็จสิ้นการก่อสร้างโรงงานเฟส 2 นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ในการวิจัยและพัฒนาอิสระของ GAC Motor โดยการวางระบบการผลิตอย่างครอบคลุม รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ ได้เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถบรรลุกำลังการผลิตได้ถึง 650,000 คันต่อปี

          GAC Motor ยังใช้เทคโนโลยีสีเขียวและเทคโนโลยีที่มีความยั่งยืนในการผลิตยานยนต์ด้วย โดยใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการกำจัดสารและฝุ่นละอองอันตรายเมื่อถูกปล่อยออกจากโรงงาน เพื่อลดการปล่อยมลพิษในบรรยากาศ

          โรงงานเฟส 2 แห่งนี้ใช้เวลา 15 เดือนในการก่อสร้าง โดยยึดหลักความเรียบง่าย ขนาดไม่ใหญ่ ใช้พื้นที่น้อย คาดว่าจะสามารถผลิตยานยนต์ได้ 740 คันต่อวันภายในสิ้นเดือนสิงหาคม และคาดว่าจะสามารถผลิตได้ 150,000 คันต่อปี

          นอกจากนี้ การที่ GAC Motor ได้ทุ่มเทอย่างไม่หยุดยั้งในการวิจัยและพัฒนา ยังได้ช่วยลดต้นทุนการผลิตในโรงงานแห่งใหม่นี้ได้เป็นอย่างมากด้วย

          โฆษก GAC Motor กล่าวว่า “หากพิจารณาจากกำลังการผลิตและเครื่องมือการผลิตในขนาดเท่ากัน GAC Motor ใช้เงินลงทุนเพียงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับแบรนด์ร่วมทุนรายอื่นๆ และน้อยกว่าแบรนด์อิสระรายอื่นๆถึง 30%”

          ทั้งนี้ ขนาดการผลิตของ GAC Motor ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น เมื่อโรงงานเฟส 2 เดินเครื่องอย่างเต็มรูปแบบ โดยนอกเหนือจากการผลิตรถรุ่นเด่นที่พัฒนาขึ้นอย่างอิสระ เช่นรุ่น GS4, GA8 GS5 Super และรุ่นอื่นๆแล้ว ทีมผู้วิจัยและพัฒนาของ GAC Motor ยังได้ออกแบบไลน์ประกอบเครื่องยนต์สุดล้ำสมัยด้วยความยาว 90 เมตร ซึ่งใช้เวลาประกอบเครื่องยนต์เพียงเครื่องละ 52 วินาที นอกจากนี้ ไลน์ประกอบดังกล่าวยังสามารถประกอบเครื่องยนต์ได้กว่า 200 รุ่น และผลิตเครื่องยนต์ได้มากถึง700,000 เครื่องต่อปี

          “เมื่อโรงงานแห่งใหม่เปิดดำเนินการผลิตเต็มกำลัง GAC Motor จะสามารถผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพดีที่สุดและมีประสิทธิภาพการผลิตสูงสุด ทั้งในแง่ของเวลาและต้นทุน พร้อมบรรลุเป้าหมายการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมโดยรวมได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่โรงงาน ซัพพลายเออร์ ดีลเลอร์ ไปจนถึงผู้บริโภค” โฆษกกล่าว

          ข้อมูลสถิติล่าสุดจากสมาคมรถยนต์นั่งของจีน (China Passenger Car Association) เผยว่า GAC Motor มียอดขายรถยนต์ทั้งสิ้น 159,000 คัน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 พุ่งขึ้น 170% ขณะที่ในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว บริษัทมียอดขายรถยนต์ 26,100 คัน เพิ่มขึ้น 143.6% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงที่สุดในบรรดาแบรนด์รถยนต์จีน

          โฆษกของ GAC Motor ได้อธิบายถึง 4 หลักการพื้นฐานของ GAC Motor ในการขยายขอบเขตการผลิตและการตลาด นั่นคือการให้ความสำคัญกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ การใช้ทรัพยากรผ่านทางวิธีการผลิตที่ทันสมัย การพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการแบ่งปันผลลัพธ์ในการปฏิรูปการผลิตอย่างประสบความสำเร็จร่วมกับอุตสาหกรรม

          สำหรับแผนการในอนาคตนั้น บริษัทตั้งเป้าการผลิตที่ 1 ล้านคันต่อปีภายในปี 2563 จากการสร้างเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาทั่วโลก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก GAC Automotive Engineering Institute รวมไปถึงห่วงโซ่อุปทานระดับโลก การตลาดแบบกลุ่ม รูปแบบการให้บริการ ตลอดจนการจัดตั้งธุรกิจระบบส่งกำลังรถยนต์ อันถือเป็นการสร้างจุดแข็งให้กับบริษัทเพื่อการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ

          เกี่ยวกับ GAC Motor

          GAC Motor เป็นบริษัทในเครือของ GAC Group ที่ทุ่มเทให้กับการพัฒนาและผลิตยานยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์ประดับยนต์ที่มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาส GAC Motor อยู่ใน 8 อันดับแรกของรายงาน China Initial Quality Study ประจำปี 2558 โดย J.D. Power Asia Pacific ซึ่งถือเป็นแบรนด์จีนที่ติดอันดับสูงสุดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

          ติดต่อ:

          Zhujun Wang 

          โทร: +86-20-3920-6308  

          อีเมล: sukie_gacmotor@126.com 

          Qi Li 

          อีเมล: liqi@gacmotor.com 

Nuctech เตรียมพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยโค้งสุดท้าย ก่อนมหกรรมโอลิมปิก ริโอ 2016 เปิดฉาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ริโอ เดอ จาเนโร–1 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

          Nuctech ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสแกนรักษาความปลอดภัยกว่า 250 เครื่องภายในสุดสัปดาห์นี้ ก่อนที่มหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส์และพาราลิมปิกส์เกมส์ 2016 ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล จะเริ่มขึ้น โดยเครื่องสแกนดังกล่าวซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจรักษาความปลอดภัยในมหกรรมริโอ เกมส์ ถึง 90% นั้น จะได้รับการทดสอบขั้นสุดท้ายโดยคณะตุลาการของบราซิล เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจรักษาความปลอดภัยนับล้านครั้งตลอดช่วงการแข่งขัน

 

คำบรรยายภาพ 1 – เครื่องสแกนรักษาความปลอดภัยจาก Nuctech ได้รับการติดตั้งและแก้ไขจุดบกพร่อง ณ สนามแข่งขันต่างๆ ในริโอ เดอ จาเนโร

รูปภาพ 1  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160729/0861607521-a

 

คำบรรยายภาพ 2 – เครื่องสแกนของ Nuctech ได้รับการติดตั้งตามสถานที่จัดการแข่งขันในริโอ เดอ จาเนโร พร้อมรับโอลิมปิกเปิดฉาก

 รูปภาพ 2  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160729/0861607521-b 

          ทั้งนี้ เครื่องสแกนของ Nuctech จะใช้ในการตรวจรักษาความปลอดภัยตามสถานที่จัดการแข่งขันหลัก 4 แห่ง ได้แก่ บาร์รา ดีโอโดโร มารากานัง โคปาคาบานา เช่นเดียวกับที่หมู่บ้านโอลิมปิก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท้องถิ่นที่ผ่านการฝึกอบรมกว่า 2,000 คนประจำการตามจุดต่างๆ โดยคาดว่าเฉพาะพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน ณ สนามกีฬามารากานัง จะมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนถึง 100,000 คน

          Nuctech นำเครื่องสแกน 2 รุ่นหลักมาใช้ในมหกรรมโอลิมปิก ที่ริโอ เดอ จาเนโร ได้แก่ CX6040BI เครื่องสแกนเอ็กซเรย์สำหรับตรวจสัมภาระส่วนบุคคล และCX100100T เครื่องสแกนเอ็กซเรย์สำหรับตรวจสินค้าบรรทุก โดยทั้งสองรุ่นต่างใช้ระบบการสร้างภาพเอ็กซ์เรย์ที่แผ่รังสีต่ำ พร้อมเครื่องกำเนิดเอ็กซ์เรย์ที่ได้รับการอัพเกรด ในขณะที่ตัวตรวจจับซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นนั้น สามารถสแกนที่ความละเอียดสูงขึ้น ด้วยขั้นตอนการสร้างภาพที่แม่นยำ 

          ระบบเตือนภัยจะทำงานในทันทีหากตรวจพบวัตถุระเบิด การซ่อนกล้อง หรือสิ่งของที่รังสีเอ็กซ์เรย์ไม่สามารถผ่านทะลุได้ อีกทั้งระบบดังกล่าวยังมีความสามารถในการระบุและตรวจจับสีงของทั้งที่เป็นสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้งอุปกรณ์และทีมเจ้าหน้าที่เทคนิคจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับประกันความปลอดภัยตลอดการแข่งขัน 

          Zhiqiang Chen ซีอีโอของ Nuctech กล่าวว่า “ในฐานะผู้จัดหาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการรักษาความปลอดภัยอันทันสมัย วิสัยทัศน์และเป้าหมายสูงสุดของNuctech ก็คือ การทำให้โลกนี้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น‘” 

          “ด้วยความสนใจอย่างล้นหลาม รวมทั้งการมีส่วนร่วมของนักกีฬาและผู้ชมจากทั่วโลก Nuctech รู้สึกเป็นเกียรติและเต็มใจอย่างยิ่งในการทุ่มเทให้บริการการรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดแก่งานสำคัญระดับโลกเช่นนี้” 

          เกี่ยวกับ Nuctech 

          Nuctech Company Limited (Nuctech) เป็นผู้จัดหาระบบและบริการตรวจสอบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง โดยอาศัยนวัตกรรมที่เป็นอิสระ และมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า บริษัทส่งมอบเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และโซลูชันครบวงจรอันทันสมัยที่สุดในอุตสาหกรรมการตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยให้กับลูกค้าในกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ซึ่งครอบคลุมทั้งการบินพลเรือน ศุลกากร การรถไฟ ทางหลวง โลจิสติกส์ ระบบศาลยุติธรรม และการจัดงานสาธารณะต่าง ๆ 

          ติดต่อ: 

          Wei Cheng

          โทร: +86 10 5095 2921

          อีเมล: chengwei@nuctech.com

G2A Direct ระบบสนับสนุนนักพัฒนาแบบเปิดกว้าง เปิดให้ใช้งานแล้ววันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เชชูฟ โปแลนด์, ลอนดอน และฮ่องกง–1 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

G2A Direct เปิดทางให้นักพัฒนาและบริษัทเกมสามารถจำหน่ายเกมให้แก่ลูกค้า 10 ล้านคนในตลาด G2A ได้โดยตรง ผ่านช่องทางการชำระเงินมากกว่า 150รูปแบบ ในกว่า 140 ประเทศ

 

G2A Direct allows developers and publishers to sell directly to G2A’s 10 million strong audience via G2A’s marketplace. (PRNewsFoto/G2A.com)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160728/393964LOGO )

The G2A Direct Team – Left to Right, Mario Mirek – G2A Direct partnerships Manager, Scott Millard G2A Direct Lead and Patryk Kadlec, Head of Global Business Development. (PRNewsFoto/G2A.com)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160728/393965 )

G2A.COM ตลาดเกมดิจิตอลระดับโลกเจ้าของรางวัลมากมาย ประกาศเปิดตัว “G2A Direct” ระบบสนับสนุนนักพัฒนาซึ่งเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานแล้ววันนี้

 “ตอนที่เราเริ่มสร้างตลาดเกม G2A เรานึกไม่ถึงเลยว่ามันจะมีขนาดใหญ่โตแบบนี้ และในตอนนี้ เราต้องการแบ่งปันตลาด G2A ร่วมกับนักพัฒนาทั่วโลก G2A Direct จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเปิดทางให้นักพัฒนาเข้าสู่ตลาดได้อย่างแท้จริง โดยจะได้เข้าถึงฐานลูกค้าที่เป็นคอเกมมากถึง 10 ล้านคนโดยตรง” Dawid Rozekประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ G2A กล่าว นอกจากนี้ G2A Direct ยังช่วยให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกมากขึ้น และได้ซื้อเกมจากนักพัฒนาเกมโดยตรง

G2A Direct เปิดทางให้นักพัฒนาหรือบริษัทเกมสามารถสร้างหน้าโปรไฟล์อย่างเป็นทางการได้ในตลาดเกม G2A เพื่อเปิดเป็นหน้าร้านที่ซื้อง่ายขายคล่อง ทั้งยังสามารถปรับแต่งได้ด้วยตัวเอง และใช้งานได้ทั้งจากคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือ

G2A Direct ได้ผนวกรวมนักเล่นเกมรุ่นใหม่ โซลูชั่นการชำระเงินทั่วโลก และการรักษาความปลอดภัยออนไลน์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างช่องทางการจำหน่ายเกมที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ระบบสนับสนุนนักพัฒนานี้ เป็น 1 ใน 2 โปรเจคใหญ่ที่ G2A ประกาศเปิดตัวไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนอีกโปรเจคหนึ่งคือการผนวกระบบยืนยันตัวตนหลายชั้นสำหรับผู้ใช้หน้าใหม่ https://g2a.co/security

Patryk Kadlec หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ G2A.COM ยืนยันว่า G2A Direct จะช่วยสนับสนุนนักพัฒนาและบริษัทเกมในการส่งมอบเกมสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ลูกค้าในตลาด G2A “ฟีเจอร์อันหลากหลายของ G2A Direct ประกอบกับความสะดวกในการชำระเงิน บริการสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด การรักษาความปลอดภัย และหน้าร้านที่สามารถปรับแต่งได้ด้วยตัวเอง จะช่วยผลักดันการเติบโตของ G2A ในอนาคต เรามั่นใจว่านักพัฒนาและบริษัทเกมจะต้องพอใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง ทั้งนี้ ตลาดเกม G2A เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ใหญ่ที่สุดสำหรับคอเกมทั่วโลก ดังนั้น นักพัฒนาเกมจึงมีโอกาสได้พบลูกค้าใหม่ๆมากมายที่นี่

ข้อเสนอสุดคุ้มสำหรับนักพัฒนาและบริษัทเกมที่ใช้งาน G2A Direct ประกอบด้วย

นักพัฒนาและบริษัทเกมจะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากยอดขายรหัสเกมผ่าน G2A Direct 89.2% ส่วน G2A จะได้รับส่วนแบ่ง 10.8%

นักพัฒนาและบริษัทเกมจะได้รับค่าธรรมเนียมนักพัฒนา 0% ถึง 10% เมื่อเกมของคุณถูกนำไปประมูลโดยบุคคลที่ 3

สามารถค้นหารหัสเกมในฐานข้อมูลได้

ใช้โปรแกรมจัดการบัญชีได้

ปรับแต่งหน้าร้านได้เองทั้งหมด และมีลิงค์ไปยังโซเซียลมีเดียของคุณ

กำหนดตำแหน่งสินค้าพรีเมียมในหน้าจำหน่ายสินค้าได้

เปิดรับบริจาคได้

บริการแปลภาษาฟรีในหน้าข้อมูลสินค้า

ควบคุมสินค้าคงเหลือ ราคา และประวัติการขายได้เต็มรูปแบบ

เข้าถึงนักเล่นเกมรุ่นใหม่ที่ทรงพลังมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก

ขอเชิญนักพัฒนาและบริษัทเกมมาร่วมแสวงหาโอกาสทางการค้าในตลาด G2A ด้วยการเข้ามาใช้งาน G2A Direct อันเป็นสุดยอดระบบสนับสนุนนักพัฒนาของเรา

G2A Direct จะช่วยผลักดันนักพัฒนาเกมไปสู่ความเป็นผู้นำและศูนย์กลางของตลาดเกม G2A ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว (Fast Growth Award) ด้วยจำนวนลูกค้ามากกว่า 10 ล้านคน และการชำระเงินมากกว่า 150 รูปแบบ ในกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ developers@g2a.com

ผู้เขียน: Jacqueline Purcell –  jpurcell@g2a.com

ที่มา: G2A.com

“ลุค ไอคินส์” นักดิ่งพสุธาระดับโลก กระโดดจากเครื่องบินที่ความสูง 25,000 ฟุต โดยปราศจากร่มชูชีพหรือชุดติดปีก ในภารกิจ “STRIDE GUM PRESENTS HEAVEN SENT”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอสแอนเจลิส—1 ส.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

สามารถรับชมได้ทาง http://strideheavensent.tumblr.com/ppv จนถึงวันที่ 6 ส.ค.

ลุค ไอคินส์ นักดิ่งพสุธาระดับโลก เหินเวหาลงสู่พื้นทะเลทรายทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียอย่างปลอดภัย หลังกระโดดจากเครื่องบินที่ความสูง 25,000 ฟุต โดยปราศจากร่มชูชีพหรือชุดติดปีกในภารกิจ STRIDE GUM PRESENTS HEAVEN SENT* ไอคินส์ วัย 42 ปี ผู้เป็นทั้งสามีและพ่อ ได้รับการต้อนรับจากครอบครัวและมิตรสหายที่ร่วมเป็นสักขีพยานในความสำเร็จอันเหลือเชื่อของเขา

ภารกิจครั้งประวัติศาสตร์นี้ถ่ายทอดสดทางช่อง FOX สำหรับผู้ที่พลาดโชว์พิเศษนี้ สามารถรับชมออนไลน์ได้ทาง http://strideheavensent.tumblr.com/ppv จนถึงวันที่ 6 ส.ค.

ไอคินส์ นักดิ่งพสุธารุ่นที่ 3 กระโดดร่มมามากกว่า 18,000 ครั้ง และทำภารกิจดิ่งพสุธามาแล้วหลากหลายรูปแบบ ผมทำลายขีดจำกัดทั้งด้านร่างกายและจิตใจของตนเองมากกว่าที่เคยเป็นมา และผมก็พิสูจน์แล้วว่ามันเป็นไปได้เขากล่าว  

แบรนด์ Stride Gum ของ Mondelēz International, Inc. คือผู้สนับสนุนการถ่ายทอดสดประสบการณ์อันโลดโผนครั้งประวัติศาสตร์นี้ ลอร่า เฮนเดอร์สัน หัวหน้าฝ่ายการผลิตเนื้อหาและสื่อของ Mondelēz International กล่าวว่า ลุคมุ่งมั่นที่จะเสี่ยงและทำลายขีดจำกัด เขาใช้ชีวิตอย่างบ้าระห่ำ และนี่คือพันธมิตรแบบที่เราต้องการเพื่อเปิดตัวแคมเปญ Stride Gum ตัวใหม่สุดท้าทายของเรา

งานนี้ร่วมสร้างสรรค์โดย คริส แทลลี่ย์ จาก Precision Food Works และจิมมี่ สมิธ จาก Amusement Park Entertainment “Heaven Sent เป็นอะไรที่เหนือกว่าการดิ่งพสุธาทั่วไป ลุคได้แสดงให้ทุกคนซึ่งกำลังดูอยู่ในขณะนั้นเห็นว่าคุณสามารถประสบความสำเร็จได้หากคุณไล่ตามความฝันและมีศรัทธาในตนเองสมิธกล่าว

*ภารกิจสุดท้าทายแสดงโดยนักดิ่งพสุธามืออาชีพที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีโชว์ กรุณาอย่าลอกเลียนแบบ

เกี่ยวกับ MONDELĒZ INTERNATIONAL

Mondelēz International, Inc. (NASDAQ: MDLZ) เป็นบริษัทผลิตขนมขบเคี้ยวระดับโลกซึ่งมีรายได้สุทธิประจำปี 2558 อยู่ที่ราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์ Mondelēz International สร้างสรรค์ช่วงเวลาแห่งความอร่อยใน 165 ประเทศ ด้วยแบรนด์ขนมปังกรอบ ช็อกโกแลต หมากฝรั่ง ลูกกวาด และเครื่องดื่มแบบผงที่บริษัทเป็นผู้นำของโลก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์มูลค่าพันล้านอย่าง คุกกี้และบิสกิต Oreo, LU และ Nabisco ไปจนถึงช็อกโกแลต Cadbury, Cadbury Dairy Milk และ Milka ตลอดจนหมากฝรั่ง Trident ทั้งนี้ Mondelēz International จดทะเบียนซื้อขายในดัชนี Standard and Poor’s 500, NASDAQ 100 และ Dow Jones Sustainability เยี่ยมชมบริษัทได้ที่ www.mondelezinternational.com หรือติดตามเราได้ทางทวิตเตอร์ www.twitter.com/MDLZ

เกี่ยวกับ Amusement Park Universe

บริษัทของเราเป็นผู้ผลิตเนื้อหาและความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่มีความสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตลอดจนสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจและความสัมพันธ์ต่อแบรนด์ รวมไปถึงการโฆษณาสไตล์เก่าที่ไม่เหมือนใคร สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.amusementparkinc.com หรือwww.amusementparkent.com หรือติดตาม @HeavenSentAPE บนทวิตเตอร์

งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก “China International Furniture Fair” เตรียมเปิดฉากกันยายนนี้ที่เซี่ยงไฮ้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–1 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ China International Furniture Fair หรือ CIFF ครั้งที่ 38 (เซี่ยงไฮ้) ประจำฤดูใบไม้ร่วง เตรียมเปิดฉากขึ้นในวันที่ 7 กันยายนนี้ ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ (NECC) ในย่านหงเฉียว นครเซี่ยงไฮ้ โดยตลอด 4 วันของการจัดงานจะมีการจัดแสดงสินค้าครอบคลุมทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านและสำนักงาน อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน สินค้าเคหะสิ่งทอ อุปกรณ์กลางแจ้งและสันทนาการ ไปจนถึงเครื่องจักรและวัสดุพื้นฐานต่างๆ

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160729/0861607645

สำหรับงาน CIFF ครั้งที่ 37 (กว่างโจว) ประจำฤดูใบไม้ผลิซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยจำนวนผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 3,868 ราย และผู้เข้าชมงานกว่า 168,881 คน ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 8 วัน ส่วนงาน CIFF (เซี่ยงไฮ้) ที่กำลังจะถึงนี้ ทางผู้จัดงานได้มุ่งเน้นไปที่เฟอร์นิเจอร์สั่งทำและสมาร์ทเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่มาแรงที่สุดในแวดวงเฟอร์นิเจอร์ทั่วโลกในขณะนี้

หนึ่งในสมาชิกของคณะผู้จัดงาน CIFF กล่าวว่า “โดยปกติแล้ว งานแสดงสินค้างานใหญ่ก็ต้องจัดขึ้นในเมืองใหญ่ เราจึงเปิดเวทีที่เซี่ยงไฮ้เพื่อให้ผู้จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์และผู้ซื้อได้เชื่อมโยงถึงกันหมด โดยงาน CIFF (เซี่ยงไฮ้) จะเป็นศูนย์รวมแบรนด์ดังระดับนานาชาติและเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมระดับโลก”

งานแสดงสินค้าแถวหน้าของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในครั้งนี้ จะเน้นจัดแสดงสินค้าสั่งทำที่ตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากขึ้น โดยเฉพาะสมาร์ทเฟอร์นิเจอร์ เนื่องจากผู้ประกอบการเก่าแก่หลายรายเริ่มนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในผลิตภัณฑ์ของตนเอง และขานรับโมเดลการผลิตรูปแบบใหม่เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตยุคดิจิทัล

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรม Modern Home Furniture Show ซึ่งเป็นการจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์จากหลากหลายแบรนด์ดังทั้งโซนตะวันตกและตะวันออก อาทิ แบรนด์สัญชาติอเมริกาอย่าง Ashley, Lifestyle, Global Views และ Uttermost รวมถึงแบรนด์ Chateau d’Ax, Biesse, SCM และ Cefla จากอิตาลี แบรนด์ Homag จากเยอรมนี แบรนด์ Beard, Boori และ Lounge Innovation จากออสเตรเลีย รวมถึงแบรนด์สายเลือดจีนอย่าง Landbond, Qumei, Kuka Homeและอีกมากมาย

บรรดาผู้ซื้อจากทั่วโลก อาทิ อิตาลี สหรัฐอเมริกา เยอรมนี รัสเซีย เบลเยียม อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และตุรกี จะมารวมตัวกันในงานนี้ โดยผู้ซื้อระดับวีไอพีที่ได้รับการแนะนำจากบริษัทผู้ผลิตจะได้รับที่พักฟรี นอกจากนี้ บรรดานักออกแบบ สถาปนิก ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ และนายหน้าขายเฟอร์นิเจอร์ จะมาร่วมพูดคุยในเรื่องของการทำธุรกิจด้วย

งาน CIFF (เซี่ยงไฮ้) จะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ (NECC) ในย่านหงเฉียว ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางการขนส่งที่เชื่อมต่อระหว่างท่าอากาศยานหงเฉียวกับสถานีรถไฟความเร็วสูงหงเฉียวเพียง 1.5 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วมงานสามารถเดินทางไปยัง NECC ได้ด้วยรถไฟใต้ดินสาย 2 ลงสถานีซูจิงตง นอกจากนี้ ยังมีบริการรถบัสรับส่งจากสนามบิน สถานีรถไฟ และศูนย์กลางการขนส่งต่างๆ ไปยังบริเวณงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

NECC ได้รับการสนับสนุนจากบรรดาศูนย์การค้าในย่านหงเฉียวและโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล โดยจะเปิดให้บริการในเดือนกันยายนนี้ เพื่อมอบประสบการณ์การจัดแสดงสินค้าที่ดีที่สุดให้แก่เหล่าผู้จัดแสดงสินค้าและผู้ซื้อทุกราย

เกี่ยวกับ CIFF

CIFF คืองานแสดงเฟอร์นิเจอร์งานแรกและงานใหญ่ที่สุดในประเทศจีน สำหรับงานครั้งที่ 38 นี้จะจัดขึ้นโดยความร่วมมือของศูนย์การค้าต่างประเทศจีน สมาคมเฟอร์นิเจอร์แห่งกวางตุ้ง สมาพันธ์หอการค้าจีนเพื่อการนำเข้าและส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเบาและงานศิลปะหัตถกรรม และดำเนินงานโดยบริษัท China Foreign Trade Guangzhou Exhibition General Corp